![]()
ผู้ว่าราชการจังหวัดแบบบูรณาการ
บทบาทใหม่ที่ท้าทายการบริหารการพัฒนาประเทศ
power by Glocalization Training
Center
ภก.ประชาสรรณ์ แสนภักดี M.P.H. *
http://siam.to/prachasan
เมื่อวันที่ 16-17
สิงหาคม 2546 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ
การพัฒนาผู้นำการบริหารการเปลี่ยนแปลง ณ อิมแพคเมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี แก่ปลัดกระทรวง
และผู้ว่าราชการจังหวัดทุก จังหวัด โดยมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี (พ.ต.ท.
ดร.ทักษิณ ชินวัตร) ร่วมบรรยายพิเศษ เพื่อเป็นการสร้างกระบวนการ เรียนรู้ให้เท่าทัน
สิ่งที่ผู้นำคิด ผู้เขียนจึงได้นำประเด็นสำคัญที่ท่านนายกรัฐมนตรีบรรยาย มานำเสนอกับท่านผู้อ่าน
โดยสรุปสาระสำคัญๆ ดังต่อไปนี้ หนังสือ 4 เล่มที่นายกแนะนำให้ผู้ว่า CEO อ่าน
(ประชาชนทั่วไปก็อ่านได้) นายกรัฐมนตรีเป็น สุดยอด นักอ่าน คนหนึ่ง ท่านจึงอดไม่ได
้ที่จะแนะนำให้ผู้ว่า CEO อ่านหนังสือที่ท่านเลือก เพื่อการพัฒนาระบบคิดของผู้ว่า
CEO
หนังสือ 4 เล่มที่ท่านแนะนำประกอบด้วย
1. เมื่ออนาคตไล่ล่าคุณ (As the Future Catches You)
2. คิดใหม่เพื่ออนาคต (Rethinking the Future)
3. เส้นทางจากกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ Balanced Scorecard และ Key Performance
Indicators
4. What the BEST CEOs Know (ตามรอยสุดยอด CEOs ของโลก)
หนังสือทั้ง 4
เล่ม นี้ มีความเชื่อมโยงกันอย่างไรท่านนายกรัฐมนตรีจึงแนะนำให้ผู้ว่า CEO อ่าน
เรามาดูกัน เริ่มจาก As the Future Catches You เป็นหนังสือที่ช่วยบอกเราถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว
เป็นหนังสือที่นำเสนอภาพอนาคตที่ชัดเจนที่สุดของยุคนี้ เล่มที่สอง Rethinking
the Future คิดใหม่เพื่ออนาคต เมื่ออ่านเล่มที่หนึ่งแล้ว รับรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
สิ่งที่ผู้ว่า CEO จะต้องลงมือทำก็คือ ปรับวิธีคิดใหม่ ให้สอดคล้องกับอนาคต และเมื่อจะต้องลงมือทำให้เห็นเป็นรูปธรรม
ผู้ว่า CEO ในฐานะ Leader of Leaders หรืออาจเรียกง่ายๆ ว่า เจ้าภาพ-มือประสานสิบทิศ
ก็ต้องใช้เครื่องมืออย่าง Balanced Scorecard มาใช้ในการบริหารการพัฒนา หนังสือเล่มที่
4 เป็นเหมือนบทเรียนอันล้ำค่าจาก สุดยอด CEOs ของโลก เพื่อเป็นแนวทางของการนำไปใช้ในสถานการณ์จริง
อีกเล่มหนึ่งที่ท่านนายกแนะนำไว้ก่อนหน้านี้ เป็นเล่มที่สำคัญไม่แพ้กันกับ 4
เล่มข้างบน ก็คือ หนังสือผลงานเขียนของ Bill Gate อดีต CEO ของ Microsoft หนังสือที่ท่านแนะนำชื่อ
Business @ The Speed of Thought เป็นหนังสือที่กล่าว ถึงการพัฒนา
ระบบ สารสนเทศดิจิตอลขององค์กรที่ชัดเจนที่สุด หนังสือทั้ง 5 เล่ม
ที่นายกแนะนำมีวาง
จำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไป ผู้เขียนจึงนำเสนอ เพียงชื่อ กับ หน้าปก เนื้อหาผู้อ่านสามารถติดตามได้ด้วยตนเอง
ผู้ว่า CEO ที่นายกรัฐมนตรีพูดถึง จะเน้นการบริหารจัดการ (Management) ผ่านการวางแผน
ติดตาม จี้ ให้กำลังใจ ดูแล ควบคุม โดยจัดการในรูปแบบการเป็นผู้บริหารคณะทำงาน
ซึ่งจะเป็นการระดมความร่วมมือของฝ่ายต่างๆ คือ 1. ภาคราชการ ทั้งส่วนราชการภูมิภาคและส่วนกลางที่ประจำในภูมิภาค
2. ธุรกิจเอกชน 3. กลุ่มเอ็นจีโอ (NGOs) 4.
กลุ่มประชาคมหรือประชาสังคม และ 5. กลุ่มผู้บริหารท้องถิ่น
ผู้ว่า CEO จะต้องมีขีดความสามารถในการระดมคนใน 5 กลุ่ม เข้ามาร่วมในการกำหนดวิสัยทัศน์
(shared vision) เป้าหมาย ให้เกิดเป็นวิสัยทัศน์ของคนร่วมกันทุกภาคส่วนในจังหวัด
ภาพเดิมๆ ของผู้บริหารที่รอเซ็น แฟ้ม จำนวน มากบนโต๊ะทำงาน บัญชีรายการบันทึกนัดหมายการเป็นประธานพิธีเปิดงาน
การประชุม สัมมนาต่างๆ จะค่อยๆ เลือนหายไป เพราะผู้ว่า CEO จะใช้วิธีการกระจายอำนาจ
มอบอำนาจ ไม่หวงอำนาจเหมือนในอดีต ผู้ว่า CEO จะใช้เวลาส่วนใหญ่ ในการประชุมรูปแบบใหม่
ที่เรียกว่า ประชุมเชิงกลยุทธ์ (Strategic meeting) เพื่อเน้นเรื่องการแก้ปัญหาของพื้นที่โดยยึดหลักการ
1. ทำทุกอย่างเพื่อลดรายจ่ายของประชาชน
2. เพิ่มรายได้ให้ประชาชน
3. ขยายโอกาสให้ประชาชน
ซึ่งหากผู้ว่า CEO สามารถนำทีมผู้บริหารทำทั้ง 3 ข้อนี้เพื่อให้รากหญ้ารอดพ้นจากความยากจน
สังคมก็ย่อมดีขึ้น การพัฒนาทาง เศรษฐกิจและสังคมก็จะเกิดความยั่งยืน (sustainable)
ในด้านของการประสานงาน ข้อมูล ผู้ว่า CEO จะต้องนำเอาระบบ การรายงาน มากกว่าหนึ่งทิศทาง
(Matrix Reporting System) มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดการบูรณาการอย่างแท้จริง
ทุกกระทรวง จะได้รับการรายงานตรงจากผู้ว่าราชการจังหวัด CEO เมื่อเกิดปัญหาขึ้น
ทั้งนี้จะอาศัยหลักการที่สำคัญที่สุดในการดำเนินงาน คือ
- ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง (People
First / People Center)
- ใช้ข้อมูล และความรู้ให้เกิดประโยชน์ในการบริหารจัดการ
(Information & Knowledge for Management)
- ปลดปล่อยความรู้ และสมองของคนในองค์กรเพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์
(Creativity)
- ยกเลิกวัฒนธรรมองค์กรที่ผิด ให้เหลือเพียงวัฒนธรรมองค์กรที่ดี
ผู้ว่า CEO จะเป็นผู้เชื่อมโยงโลกกับท้องถิ่น (Think Global Act Local) ซึ่งการจะเข้าใจวิถีระดับโลกได้ก็ต้องส่งเสริม
ให้คนใน ระดับท้องถิ่นเข้าใจภาษาโลก หรือที่เรียกว่า Global Literacy ซึ่งประกอบด้วย
การใช้ภาษาอังกฤษ มีประการณ์กับอินเตอร์เนต และเรียนรู้วัฒนธรรมนานาชาติ (International
Culture) ผู้ว่า CEO ต้องเป็นผู้เร้าให้เกิดสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้และลงมือปฏิบัติ
Global Literacy ในด้านทฤษฎีในการบริหาร (Management Theory) นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึง
หลักการบริหารแบบ 4M ซึ่งประกอบด้วย
- Man (กำลังคน)
- Money (เงินงบประมาณ)
- Material
(วัสดุที่ใช้ในการดำเนินงาน)
- Management
(การบริหารจัดการ)
โดยเน้นให้ผู้ว่า CEO ให้ความสำคัญกับ การบริหารจัดการ (Management) มากกว่าอย่างอื่น
เพราะหากบริหารจัดการดีก็สามารถ ลดต้นทุนของประเทศลงได้ นายกรัฐมนตรีได้กว่าวถึงคำพูดของ
Prof. Peter Lawrence ที่กล่าวว่า "ผู้บริหารที่มีไม่มีประสิทธิภาพ จะเน้นการจ้างคนเพิ่มเพียงอย่างเดียว"
M ที่ 5 ที่นายกแยกออกมาต่างหากแล้วให้ความสำคัญที่สุดก็ตือ MIS หรือ
Management Information System คือ ระบบบริหารจัดการสารสนเทศ ผู้ว่า CEO จะต้องมีขุนพลคู่ใจอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ
เพื่อทำหน้าที่เป็น CIO-Chief Information Officer ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพในการบริหารจัดการข้อมูล
เพื่อป้อนให้กับผู้ว่า CEO โดยต้องเป็นข้อมูล ในระดับการสนับสนุนการตัดสินใจ
DSS-Decision Support System เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของ
ท้องถิ่นภายใต้การ ตัดสินใจ ของทีมบริหารโดยการนำของผู้ว่า CEO แต่ตัวผู้ว่า
CEO เองก็จะต้องเป็นผู้รอบรู้จึงจะสามารถตัดสินใจดำเนิน การแก้ไข ปัญหา ของประชาชนได้
การอ่านหนังสือ เป็นสิ่งที่นายกแนะนำ เพราะปัจจุบันมี Ph.D. หรือ ดอกเตอร์บางคน
ตกโลกไปแล้ว อันเนื่อง มาจาก การไม่อ่านหนังสือ เลยก้าวไม่ทันเทคโนโลยี ดังนั้นผู้ว่า
CEO และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ จึงต้อง "เรียนรู้ตลอดชีวิต"
หากไม่มีเวลาในการอ่านก็คงจะต้องใช้สูตรเดียวกันกับท่านนายกรัฐมนตรี คือ จ้างคนอ่านหนังสือแล้วมาสรุปให้ผู้ว่า
CEO ฟัง จะได้สะสมข้อมูล ความรู้ไว้มากๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง
(Change Management) อีกประการหนึ่ง การอ่านหนังสือ จะนำไปสู่ปัญญา เพราะ Data/Information
นำไปสู่การเกิดองค์ความรู้ Knowledge และความรู้ ก็นำไปสู่ปัญญา Wisdom ซึ่งปัญญาที่ว่านี้จะเป็นปัญญาที่สอดคล้องกับปัญหาของท้องถิ่น
รัฐบาลปัจจุบันโดยการนำ ของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นรัฐบาลที่มีความชัดเจนมากในเรื่องของการบริหารประเทศโดยอิงหลักวิชา
มีกระบวนการวิเคราะห์ปัญหา (analysis) มีตัวชี้วัด และเน้นการสร้างประสิทธิภาพ
ดังนั้นผู้ว่า
CEO
จะต้องกล้าที่จะเชิญ นักวิชาการ ในท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย วิทยาลัย
หรือสถาบันราชภัฏ ในจังหวัดมาร่วมปรึกษา เรียกว่าเป็นการเชื่อมโยงทฤษฎีสู่การปฏิบัติ
และสิ่งที่นายกรัฐมนตรีอยากจะเห็นอีกอย่างหนึ่งก็คือ การที่หน่วยงานต่างๆ มีเว็บไซต์เชื่อมโยงเครือข่าย
ทั้งในระดับท้องถิ่นและ ระดับประเทศ เพื่อการให้บริการประชาชนด้วยระบบ E-Service
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการพัฒนาระบบราชการไทยไปสู่การเป็น E-Government หรือ
รัฐบาลอิเลคทรอนิกส์ ผู้ว่า CEO เองก็จะต้องใช้เครื่องมือและเทคโนโลยี ICT (Information
Communication Technology) ในการบริหารจัดการ เพื่อให้ภาคประชาชนได้เข้าถึงบริการของรัฐ
และสามารถตรวจสอบความ โปร่งใสได้ตลอดเวลา รวมทั้งเป็นช่องทางในการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์
OTOP สู่ตลาดโลก ด้วยพื้นที่ที่จำกัดผู้เขียนคงไม่อาจจะ ถ่ายทอดสิ่งที่เป็นแนวคิดของท่านนายกรัฐมตรีมาให้อ่านได้ทั้งหมด
หากท่านใดสนใจติดตามข้อมูลผู้เขียนก็ขอ แนะนำให้ไป อ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่นำแนวคิดของนายกรัฐมนตรีมารวบรวมไว้
ในฐานะของ Leader of Asia หนังสือชื่อ "คิดอย่างทักษิณ ชินวัตร
LEADER OF ASIA" ใครยังไม่ได้อ่านรีบหามาอ่านนะครับ ไม่อย่างนั้นผู้ว่า
CEO มาทำงาน 1 ตุลาคม 2546 นี้ ท่านอาจจะเป็นข้าราชการผู้หนึ่งที่ถูก Out of
Box ก็ได้
เอกสารอ่านประกอบเพิ่มเติม : สรุปการบรรยาย "ประเทศไทยในบริบทใหม่ของการแข่งขันในเวทีโลก"
โดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ในการบรรยายเมื่อวันที่ 16-17 สิงหาคม
2546
ต้องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นส่ง e-mail ไปหาผู้เขียนได้ที่ [email protected]
* หัวหน้างานประสานรัฐและท้องถิ่น กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค
สสจ.ขอนแก่น
power by Glocalization Training Center, Khon Kaen, Thailand