YOU Belong To My HEART

 

...vol 17

*******************************

จินรีบห้อรถกลับเข้าไปในเมืองอย่างเร็วในยามราตรี ความชื่นมื่นที่ได้รับมาเมื่อสักครู่ถูกแทนที่ด้วยความรุ่มร้อนที่จะรีบไปให้ถึงจุดหมาย เขามองจุนโนะสุเกะที่เอาแต่นั่งโทรศัพท์หาพวกพี่ๆ ให้วุ่นไปหมด พอพูดเสร็จจากคนโน้นก็รีบต่อถึงคนนั้นทันที เรียกได้ว่า ใจคอจะให้ยกมาทั้งกองทัพเลยทีเดียว พอเรียบร้อยแล้ว จุนโนะก็ถอนหายใจเฮือก พิงพนักเบาะอย่างแรง
“ครบชุดสหบาทามั้ย?” จินถาม
“ฮื่อ...ครบฮะ...กำลังจะยกพลไปที่ไลฟ์เฮ้าส์”
“อืมม...ดีเนอะ...พวกพี่ๆ ของนาย สามัคคีกันดี เรื่องจะไปกระทืบใครเนี่ย รวมพลกันได้เร็วจริงๆ อย่างงี้ยามะพีคงจะปลอดภัย” จินออกความเห็น แต่จุนโนะไม่ค่อยจะเห็นด้วยสักเท่าไร
“ถ้าไปช้า ยามะพีมีหวังเสร็จแน่ๆ ยิ่งไม่ค่อยสบายอยู่ เรี่ยวแรงก็คงไม่มี”
“ก็อยากไปเองนี่น้า...ถ้าอยู่บ้านซะ ก็ไม่มีเรื่องใช่มั้ย?”
จุนโนะได้ฟังก็ตวัดตามองหน้าจินทันที
“จะว่าผมด้วยก็บอกมาเด่ะ” เขาพูดเสียงงอน
“แหม...ใครจะกล้าว่าคุณจุนจังล่ะครับ....”
“ก็นั่นแหล่ะ ว่ายามะพีมันก็เหมือนว่าผมง่ะแหล่ะ...ก็พวกเดียวกัน” จุนโนะกอดอกทำหน้าบึ้งตึง จินลูบหลังมือเด็กหนุ่มเป็นการง้องอน
“แหม...งอนน่ารักเชียว...”
“ฮึ!!”จุนโนะหันไปมองนอกหน้าต่าง ข้างนอกมีแต่ความมืด นานๆ ทีถึงจะมีแสงไฟจากหน้ารถคันอื่นสวนมาเท่านั้นเอง

เมื่อเห็นเด็กหนุ่มนั่งเงียบไม่พูดไม่จา จินก็ชักใจแป้ว กลัวจุนโนะจะงอนเกินพิกัด จินก็เลยเปิดเพลงร็อคให้ฟัง แต่คนนั่งนิ่งก็ยังเฉย
“จุนจัง...”

...............

“จุนจัง....” เขาเรียกอีกที
“หือ...” เสียงขานรับตอบกลับมา พร้อมกับใบหน้าอ่อนเยาว์หันมามองเขา
“หายดีหรือยัง?”
“อะไรฮะ?” จุนโนะขมวดคิ้วถาม
“ก็ไอ้อาการแบบนั้นน่ะ”
“แบบนั้นน่ะแบบไหน?”
“ก็แบบที่อยากให้พี่จินฟัดนะ” จินตอบยิ้มๆ จนจุนโนะหน้าแดงด้วยความอาย..
“หายแล้ว...หายเป็นปลิดทิ้งเลยด้วย...พี่จินไม่ต้องเป็นห่วงหรอกฮะ ว่าผมจะมีใจเผลอไปกับพี่จินอีก...วางใจได้” จุนโนะว่าเข้านั่น เล่นเอาจินยิ่งใจหาย
“เผลอเหรอ?”
“ก็งั้น...”
“ไม่เผลอละมั้ง?” จินว่า
“ไม่เผลอแล้วจะเรียกว่าอะไรล่ะฮะ” จุนโนะหันมาทางจินเต็มๆ จ้องมองหน้าคมเข้มที่ตัวเองเป็นฝ่ายยอมมอบกายให้เมื่อสักครู่
“ถ้าเป็นคนอื่นที่พานายมา ...นายจะ...เอ้อ...นายจะยอมเขาเหมือนกับที่ยอมกับพี่จินหรือเปล่า?” จินถาม
“บ้าเด่ะ...ใครจะยอม...” จุนโนะทำปากยื่น อยากจะทุบคนถามซะนัก ...ถามมาได้!!
“งั้น..จุนจังก็มีใจให้พี่ใช่ม้าาา...??”
“บ้า!!”
“อ้าว!! แล้วยอมให้พี่จินดับไอ้อาการอย่างว่าทำไมล่ะ?” จินตวัดสายตามอง ขณะนี้ชายหนุ่มขับรถเข้ามาในตัวเมืองแล้ว
“ที่ยอมก็เพราะ...อ้า......เพราะ...เห็นพี่จินเคยอยากจะสอนไอ้อย่างว่ากับผมหรอก...”
“ไม่ใช่หรอก...เรื่องแบบนั้นน่ะจุนโนะ...ถ้านายอยากจะมีกับใครสักคน ทำไมนายไม่มีกับแฟนนายล่ะ นายขัดขืนเขาทำไม ทั้งๆ ที่นายก็บอกว่าชอบเจ้าจิมมี่นั่น ...แต่พอเอาเข้าจริง ...นายก็ปกป้องพรหมจรรย์ของนาย แต่จุนจังกลับมายอมเสียมันให้กับพี่จิน...เพราะนายชอบพี่แล้ว ...รู้ตัวหรือเปล่าล่ะ?” จินพูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจเป็นนักหนา

จุนโนะสุเกะนั่งเงียบกริบ หาคำแก้ตัวอะไรไม่ได้เลย....เขาเหล่มาทางจิน มองค้อนควับแล้วก็นั่งชั่งใจตัวเองอยู่เงียบๆ

เมื่อจุนโนะไม่ตอบ จินเองก็นิ่งเงียบ ขณะนั้น คาเมะก็โทรฯ เข้ามือถือของจิน ซึ่งดูเหมือนจุนโนะจะยึดมาเป็นกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว
“ฉันเข้ามาในไลฟ์เฮ้าส์ได้แล้วนะ แต่ว่ายังหาทางเข้าไปหลังเวทีไม่ได้เลย มีการ์ดอยู่เยอะมากเลยง่ะ” คาเมะพูดมาทางปลายสาย

“หาทางเข้าให้ได้ คาเมะ...ช้ากว่านี้ยามะแย่แน่...ถ้านายช่วยเพื่อนฉันไม่ได้ นายโดนฉันจับทุ่มแน่ ไอ้ตี๋หน้าขาว!!”
“อ้าว...คนสวย ไหงพูดแบบนั้นล่ะฮับ...นี่...ไอ้การที่พวกคุณแรดๆ ไปกันน่ะ เป็นความผิดของกระผมงั้นหรือฮะ?”
“ก็ใครใช้ให้นายทิ้งเพื่อนฉันเอาไว้คนเดียวล่ะ ทีเมื่อเช้าล่ะอ้อนกันซะ...แล้วจู่ๆ ปล่อยให้เพื่อนฉันไปแร่ด เอ๊ย!! แป้ดออกไปได้ไง?” จุนโนะต่อว่าเสียงแจ๋ว จินฟังแล้วก็หัวเราะ เขาส่ายหน้า แล้วก็ดึงมือถือไปจากจุนโนะ แล้วก็พูดกับคาเมะว่า
“ฉันเห็นที่ด้านหลังมีการ์ดผู้หญิงอยู่คน ใช้เสน่ห์ของเต่าโฉดให้เป็นประโยชน์ คาเมะ...”
คาเมะรับคำ และก็พูดโต้ตอบกับจินสักครู่ จินก็วางโทรศัพท์ลง

เขาชะลอเมื่อถึงสี่แยก ติดไฟแดงพอดี จุนโนะฮึดฮัดอยู่กับเบาะ ใจร้อนจนชายหนุ่มต้องกุมมือขาวๆ เอาไว้
“ใจเย็นๆ จุนจัง...ยามะต้องโชคดีแบบนายแน่ๆ ไม่โดนปล้ำหรอก...”
“โชคดี๊???!!!!” จุนโนะอุทานเสียงแหลม เขาร้องเฮอะ แล้วก็กรอกตาขึ้นข้างบน
“โชคดีตายล่ะ รอดจากคนโน้นแล้วก็มาเสร็จคนนี้น่ะ” เด็กหนุ่มเอานิ้วจิ้มๆ ที่อกของคนขับ
“อ้าว...ก็นายอยากโดนยาเองทำไมล่ะ พี่จินช่วยให้หายทุรนทุรายยังไม่มีความดีความชอบอีก...เฮ้อ..พูดแบบเนี้ยง่ะน้า...น่าจับปล้ำอีกสักรอบ”
“ฮึ!!” หนุ่มน้อยย่นจมูกใส่
“ฮึ!!” จินทำเสียงเลียนแบบ รอยยิ้มอบอุ่นที่ส่งมาให้จุนโนะนั้น ทำให้เด็กหนุ่มรีบเมินออกนอกหน้าต่าง ดวงตาแพรวพราวไหวระยิบระยับของคนขับเรียกความวาบหวามของหัวใจได้ดีทีเดียว

XXX....จะจับเขาปล้ำเหรอ....ฮึ!!...เดี๋ยวก็ยอมซะหรอก....XXXX

ส่วนจินเคาะนิ้วกับพวงมาลัยรถ มองคนสวยที่เมินหน้าไปทางอื่น
“ไฟยังไม่เขียว หาอะไรทำฆ่าเวลาดีกว่า” จินบอก แล้วก็ดึงไหล่ของจุนโนะให้เซมาทางเขา มือใหญ่สอดไปที่ผมสลวย กดศีรษะนั้นให้แนบสนิทกับใบหน้าของเขา ริมฝีปากบางแตะที่ขอบปากของจุนโนะอย่างรวดเร็วจนเด็กหนุ่มตั้งตัวไม่ทัน เป็นจุมพิตที่เร่าร้อนจนคนโดนจูบแทบจะละลาย
“อื้อ.......พี่จินง่ะ” จุนโนะผลักไหล่จินออก เมื่อจินถอนจุมพิตแล้วพร้อมกับเสียงแตรจากรถข้างหลังดังไล่พวกเขา
“ไฟเขียวแล้วนะ” ร่างบางบอก เขากระแทกหลังพิงขอบเบาะ บ่นพึมว่า
“คนฉวยโอกาส...ขาดทุนทุกทีเลย...”

*********************

คาเมะเดินอ้อมมาที่ด้านหลัง เขาเห็นการ์ดเฝ้าประตูสองคน คนหนึ่งเป็นผู้ชาย อีกคนเป็นผู้หญิง ท่าทางทะมัดทะแมงทีเดียว หุ่นบึบแบบผู้ชายห้าว...เห็นแล้วก็ต้องลอบถอนใจ อีแบบนี้ง่ะหรือ...เป็นทอมห้าวหรือเปล่าก็ไม่รู้

คาเมะตัดสินใจลองดู ไม่ลองก็ไม่รู้ ยังไงๆ ก็ต้องเข้าไปทางด้านหลังให้ได้

เขาจ้างเด็กสาวแถวๆ นั้น สองสามคน ให้เข้าไปตีสนิทชวนการ์ดผู้ชายคุย เพื่อตัวเองจะได้หลีการ์ดหญิงได้เต็มที่

การ์ดที่เป็นผู้ชาย มัวเอาแต่หลีแฟนเพลงผู้หญิงอยู่ ไม่ได้สนใจคาเมะ เขาก็เลยเดินไปหาการ์ดที่เป็นผู้หญิงทันที พอไปถึงก็ส่งสายตาเยิ้มหยดย้อยไปให้ ชะงักหน้าเหวอไปนิด เพราะเห็นเครื่องสำอางพอกที่หน้าของเธอคนนั้นเพียบ...เมื่อเห็นว่าหาใช่ทอมไม่ ก็ลองกระแซะเข้าไปอีกนิด เผื่อจะมีความหวัง ...เสน่ห์อยู่กับตัวกลัวอะไร...
“ผมเพื่อนจิมมี่ฮะ..เพื่อนจิมมี่” คาเมะชี้ที่ตัวเอง พูดญี่ปุ่นสำเนียงแปร่งๆ การ์ดสาวอมยิ้มตาหยี
“เพื่อนจิมมี่ซัง แล้วไงคะ?”
“ขอพบเพื่อนรักหน่อยได้มั้ยฮะ เพิ่งมาจากอเมริกายังไม่ค่อยรู้จักถนนดี จิมมี่นัดไว้ให้มาหา.....เอ้อ...คือว่า......” แล้วคาเมะก็พ่นภาษาอังกฤษเร็วปรื๋อ จนการ์ดสาวมองแล้วทำหน้าเอ๋อๆ
“พูดช้าๆ ได้บ่?”
“บ่ได้...เอ๊ย....พูดญี่ปุ่นไม่ถนัด....คือ......” คาเมะยักไหล่ แล้วก็แบมือออกทั้งสองข้าง พูดวกไปวนมา ทั้งญี่ปุ่นและอังกฤษ จนคนฟังเวียนหัว บอกสั้นๆ ว่า
“จะไปบอกคุณจิมมี่ให้” เธอพูดแล้วก็เดินคล้อยหลังไป พอหันมาอีกที คาเมะก็เดินมาประชิดหลังซะแล้ว
“ขอไปด้วยคน...การ์ดที่นี่สวยแบบนี้ทุกคนหรือเปล่าเอ่ย..??”

“แหม...คุณคะ รอคุณจิมมี่อยู่ด้านนอกดีกว่านะคะ”
คาเมะส่ายหน้าน้อยๆ เขาอมยิ้มแก้มตุ่ย ใช้ปลายนิ้วแตะที่ช่วงเอวของการ์ดหญิง แล้วก็กระซิบ
“ชักไม่อยากเจอจิมมี่แล้วซิ ไปหาที่เงียบๆ คุยกันได้ป่าว?”

เธอคนนั้นแอบไปยิ้มทางอื่น...เป็นปลื้มซะเหลือเกิน นานๆ จะมีหนุ่มมาจีบถึงที่... ไม่เอาก็โง่แร่ะ........

..............

คาเมะเดินแทบจะเป็นโอบหญิงสาวที่เดินอยู่ข้างๆ ปากก็พร่ำถามโน่นถามนี่ ได้ความว่า วันนี้วงไฟว์ไม่มีการแสดง แต่ก็ยังไม่เห็นสมาชิกในวงจะกลับออกไปสักคน
“จิมมี่ซัง เพื่อนคุณน่ะ โดนซัดซะน่วมเลยนะ ดันไปพาไก่อ่อนที่ไหนมานอนด้วยไม่รู้ เจอมันซัดซะร้องเพลงไม่ออกเลย” การ์ดสาวว่า ...แถมท้ายด้วย
“เมื่อกี้ก็แฟนคุณเรียวตะเข้ามาอีกคน สงสัยจะโดนฟาดซะก็ไม่รู้...เฮ้อ...เด็กผู้ชายสมัยนี้นะคะ แร๊ด..ด..ด...แร่ด...ยิ่งกว่าพวกผู้หญิงอีกเนอะ...มาให้เขาฟันถึงที่...”
คาเมะหูผึ่งทีเดียว....ยามะพี....จะเป็นไงบ้างนะ...ไอ้เด็กแรด....ไอ้กระแตละอ่อน....น่าจับมาฟาดซะเอง เอาให้เข็ดไปเลยดีมั้ยเนี่ย...
“เอ.......ไหนเมื่อกี้บอกว่าจะหาที่เงียบๆ คุยกันใช่มั้ยคะ?” เธอคนนั้นหันมาถาม
“ฮะใช่...” คาเมะพยักหน้างึกๆ
“ห้อง รปภ. ก็ไม่ว่าง ....ห้องอื่นน่ะไม่ว่างสักห้อง...จะมีแต่ห้องแต่งตัวเก่าๆ ไปที่นั่นดีกว่าค่ะรูปหล่อ” การ์ดสาวว่า แล้วก็เป็นฝ่ายจูงมือคาเมะไปซะเอง......

***********************************

เรียวตะอุ้มร่างอันอ่อนเปลี้ยของยามะพีให้นอนราบบนโซฟา ตัวเขาเองกันเพื่อนๆ ออกห่าง
“กูก่อน พวกมึงออกไปรอคิวข้างนอกไป!!”
“มึงไม่ต้องเลยนะไอ้เรียวตะ ...เด็กมึงน่ะไว้ใจไม่ได้เด็ดขาด....ตีนหนักฉิบเลย...ไอ้หนุ่มคนนี้ก็คงเหมือนๆ กันง่ะแหล่ะ”
“โห้ย...นอนแบ่บอยู่อย่างเงี้ยง่ะนะ จะมีพิษสงอะไรวะ”
“เออน่า...มึงทำไป กูจะดูเรียกน้ำย่อย...ขอบอก กูต่อไอ้เรียวตะ คอยดูนะ จะข่มขืนให้ฉีกเลย...ไม่เอาให้สะใจ ไม่ใช่จิมมี่โว้ย!!” จิมมี่ประกาศด้วยความแค้น
เรียวตะหรี่ตามองเพื่อน มือก็ปลดกระดุมเสื้อตัวเองไปพลาง ได้ยินเสียงยามะพีครางฮือ

“เรียวตะ....ผมเป็นแฟนคุณไม่ใช่เหรอ...ทำไมทำกับผมแบบนี้ง่ะ?” ยามะพีพยายามจะลุกขึ้น แต่เรียวตะกลับกดไหล่ของเขาให้นอนราบอย่างเดิม ดูดวงหน้าเหยเกของเด็กหนุ่มแล้วก็หัวเราะ
“จุกมั้ยครับหนูยามะพี...เดี๋ยวผมจะทำให้คุณหายเจ็บนะ...” ชายหนุ่มเลิกเสื้อยืดของยามะพีขึ้นไปกองที่หน้าอก เขาฝังใบหน้าลงที่แผ่นท้องขาวนวลตา
“อื้อ...ไม่ฮะ...เจ็บท้อง...ปล่อยผมนะ!!” ยามะพีดิ้นส่ายไปส่ายมา ลำตัวอ้อนแอ้นขาวจั๊วะน่าเจี๊ยะเหลือเกิน

ทั้งจมูกและปากของเรียวตะซุกไซ้ไปทั่วแผ่นท้องนุ่มเนียน มือไม้ก็ขยำขยี้ยอดอกที่เป็นสีแดงเข้ม
“อย่านะ...ช่วยด้วย!!” ยามะพีแหกปากร้องออกมา แต่ก็ร้องได้พักเดียวเมื่อถูกเสื้อยืดของตัวเองยัดเข้าไปในปาก
“อื้อ....อึก....อ้วยอ้วย(ช่วยด้วย)...อ่อย อ๋ม(ปล่อยผม)...อื้อ...อึก...” ใบหน้างามส่ายไปมา เขาจิกผมเรียวตะจนหน้าเงยขึ้นมา แต่แล้วก็ถูกมืออีกสองมือช่วยกันจับแขนทั้งสองข้างพาดไว้เหนือหัว
“มานี่...กูช่วย...” จิมมี่นั่นเอง
ชายหนุ่มเป็นคนจับแขนยามะพีเทินเอาไว้ ทำให้เด็กหนุ่มยิ่งสูญเสียอิสรภาพ
“อื้อ...อ..อ...” เสียงกรีดร้องดังอู้อี้ออกมาจากปากอิ่มที่ตอนนี้กำลังจะถูกบดขยี้จากเรียวตะ

น้ำตาร้อนๆ ไหลมารวมกันที่หางตา มันกลิ้งมาอยู่ที่ข้างขมับ ยามะพีพยายามดิ้นให้พ้นจากการเกาะกุม แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งหมดแรง ความเจ็บที่บริเวณช่องท้องทำให้เขาไม่อาจช่วยตัวเองได้ .....มือแข็งกระชากเสื้อยืดออกจากปาก

จะทำอย่างไรดี....ยามะพีถึงคราวจวนตัว....นึกหาหนทางช่วยตัวเองขึ้นมาอย่างฉับพลัน....เมื่อเรียวตะกดจูบลงที่กลีบปาก เขาก็ผงกศีรษะขึ้น ริมฝีปากเผยอออกรับจุมพิตนั้น เมื่อเรียวตะเคลิ้ม เขาก็กัดริมฝีปากล่างของผู้อุกอาจทันที
“โอ๊ย....!!” เรียวตะทะลึ่งตัวพรวดเดียว ลุกขึ้นมายืนกุมปากตัวเอง เลือดสดๆ ไหลปรี่ออกมาจากปาก มองยามะพีตาลุกวาว
“ไอ้นี่...กัดกู!!”

.........เพี้ยะ......

ฝ่ามือใหญ่ซัดเข้าที่แก้มนวลจนยามะพีหันไปตามแรงตบ ใบหน้าแดงจัดเป็นรอยนิ้วมือ
“ฮึก......โอ๊ย....ฮือ.......” เสียงร้องไห้ดังไปทั่วห้อง
เรียวตะถ่มเลือดทิ้ง เขาถลันตรงเข้ามา ปล้ำถอดกางเกงยามะพีออกจนได้ เหลือแต่กางเกงในสีขาวตัวจ้อย...
“ว้าววว!!” เสียงซุบารุและไดสุเกะอุทานออกมาพร้อมกัน
“เฮ้ย...เร็วๆ ไอ้เรียวตะ...กูขอมั่ง..” ไดสุเกะรีบเช็ดน้ำลายเมื่อเห็นร่างยั่วยวนถนัดตา

“อย่า!!” ยามะพีกรีดร้องลั่น เมื่อปี่ปี๊จังของเขาโดนฝ่ามือใหญ่ตะปบอย่างจัง

ของรักของหวง ไม่อยากให้ใครมาจับต้อง กำลังจะถูกทำลาย เขารวบรวมแรงทั้งหมด งอเข่าขึ้น กระแทกที่เป้ากางเกงของเรียวตะอย่างจัง ทำให้ฝ่ายนั้นลงไปทรุดตัว คุกเข่า กุมเป้าที่พื้น
“มึงไม่ต้องแล้ว งุ่มง่ามฉิบอ๋าย...กูเอง!!” จิมมี่สบถ เขาตบยามะพีอีกครั้งจนแก้มช้ำ ร่างใหญ่โถมเข้าใส่ร่างเล็กนั้นเต็มๆ
“ช่วยด้วย...ช่วยด้วยฮะ...” ยามะพีร้องไห้ น้ำตาไหลพราก ....จะมีใครขี่ม้าขาวมาช่วยเขาได้มั่งเนี่ย
สำนึกสุดท้ายที่เขาจะนึกถึง ดวงหน้าของใครคนหนึ่งที่เขาเพียรปิดกั้นมาตลอด แต่พอถึงคราวอับจนจริงๆ ใบหน้านี้ก็ลอยมากระทบในห้วงสำนึก ....ยอมให้ไอ้เต่าหน้าตี๋จูบจนขาดใจยังดีซะกว่าให้ไอ้หื่นวงไฟว์มันปู้ยี่ปู้ยำ

“คาเมะ...คาเมะช่วยด้วย!!”

.......................................

จิมมี่หัวเราะหึๆ
“จะเรียกให้เต่าที่ไหนมาช่วยวะ...มึงไม่โชคดีอย่างเพื่อนตัวแสบของมึงหรอก ไอ้หน้าหวาน..” จิมมี่แลบเลียริมฝีปากเมื่อมองปี่ปี๊จังที่นอนตัวสั่นอยู่ในกางเกงสีขาวของยามะพี
“ไอ้จิมมี่...เด็กนี่ต้องกูก่อน” เรียวตะฉวยไหล่ของเขาเอาไว้ เมื่อจิมมี่ทำท่าจะประทุษร้ายเรือนกายท่อนล่างของยามะพีจริงๆ
“เ_สื_อ_ก อย่ามาขัด...ไอ้เรียวตะ ...มึง...!!” จิมมี่ซัดหมัดที่ช่องท้องของเพื่อนรัก ที่บัดนี้กลายเป็นศัตรูชั่วคราวไปซะแล้ว เรียวตะตัวงอ แต่แล้วเขาก็สะบัดหน้า พุ่งเข้าชาร์ตจนจิมมี่หงายหลัง จากนั้นทั้งหมัดทั้งเข่ามีเท่าไรก็ประเคนใส่กันไม่นับ

ยามะพีผวาลุกขึ้นนั่ง ฉวยโอกาสช่วงชุลมุนหนีลงจากโซฟา แต่ก็ถูกซุบารุและไดสุเกะขวางหน้าเอาไว้
“ไปไหนจ๊ะ คนสวย...มามะ ให้ไอ้สองคนนั่นมันกัดกันเลือดสาดไปเหอะ...น้องหนูมาเล่นติ๊ดชิ่งกับพี่ดีกว่า...” ไดสุเกะย่างสามขุมเข้ามา ยามะพีถอยไปสี่ขุม เด็กหนุ่มวิ่งพรวดเดียวไปที่ประตู คลำหาลูกบิดประตูไปด้วย ร้องให้คนช่วยไปด้วย
“ช่วยด้วย...ช่วยด้วยฮะ” ยามะทุบประตูปึงๆ กำลังจะหมุนลูกบิดได้แล้วเชียว แต่ซุบารุตรงเข้าล็อคเขาเอาไว้

ยามะพีถึงคราวจวนตัว เขารีบย่อตัวลงเล็กน้อย พยายามใช้ท่ายูโดให้เป็นประโยชน์

.....ทซึริโกะมิ โกชิ.........

ยามะท่องเอาไว้ในใจ จับข้อมือของซุบารุที่ล็อคของเขาอยู่นั้น เหวี่ยงข้ามไหล่ไปได้ในขณะที่ยังงอตัวอยู่
“เฮ้ย!!” เสียงชายหนุ่มส่งเสียงอุทานออกมาพร้อมกัน ซุบารุลงไปนอนแอ้งแม้งกับพื้น

ยามะพีทรุดฮวบลงหน้าประตู เขาจุกไปหมดแล้ว เจ็บร้าวที่ช่องท้อง ออกแรงไปเมื่อ
ครู่ทำให้หน้าเริ่มมืด มองเห็นไดสุเกะที่กำลังเดินเข้ามาหาด้วยสายตาที่พร่าเลือน
“คาเมะ...ฮึก...คาเมะช่วยด้วย!!” ยามะพีขยับตัว กำลังจะลุกขึ้นด้วยลำแข้งของตัวเอง เมื่อไดสุเกะคว้าร่างเกือบเปลือยของเขาเอาไว้ แต่แล้วก็เหมือนกับโชคช่วย เมื่อมีเสียงตอบรับดังมาจากด้านนอกของประตูห้อง

.....................

.........ปึง..!!!............ปึง..!!!...

“เฮ้ย!! ใครอยู่ข้างใน..เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ..!!” คาเมะทุบประตูอยู่ด้านนอก
“คุณ!! นี่มันเรื่องอะไรกันหา?” การ์ดสาวยืนโวยวายอยู่ไม่ห่าง เพราะเมื่อไปถึงหน้าห้องแต่งตัวเก่าปุ๊บ คาเมะก็จัดแจงเอาหูแนบกับบานประตู แล้วก็ทำตาโต ชายหนุ่มฉวยเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ตรงนั้นได้ก็ฟาดเปรี้ยงไปที่ประตูห้องทันที
“ก็ไอ้พวกวงฟ้งวงไฟว์ของคุณง่ะเด่ะ มันจับแฟนผมมาปล้ำ...เร็ว!! ถ้าไม่อยากโดนข้อหาสมรู้ร่วมคิดก็รีบมาช่วยเปิดประตูห้องซะดีๆ” คาเมะขู่
“อะไรกันอีกล่ะเนี่ย...” การ์ดหันรีหันขวาง
คาเมะใช้เก้าอี้กระแทกลูกบิดประตูจนมันหัก
เขาลองเปิดประตูดู มันเริ่มขยับแล้ว....แต่ดูเหมือนจะติดกลอนด้านใน
.................

ยามะพีแหกปากร้องลั่น ในขณะที่ไดสุเกะปิดเรียวปากของเขาเอาไว้ ...มีเสียงคนเอะอะมาจากด้านนอก ไม่แคล้วโดนไล่ออกจากไลฟ์เฮ้าส์แหงมๆ ก็วันนี้พวกเขาก่อเรื่องไปแล้วหนหนึ่ง แล้วนี่ใครวะเป็นอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยไอ้ไก่อ่อนสอนขันคนนี้จนได้
“เปิดประตูเร็ว!! ยามะพี!!” คาเมะร้องตะโกนแว่วๆ อยู่ด้านนอก

ดูเหมือนภายในห้องจะเกิดอาการค้างกันไปตามๆ กัน กำปั้นที่เรียวตะเตรียมยกขึ้นมาประเคนใส่จิมมี่ชะงักกึก ส่วนซุบารุก็รีบลุกตะเกียกตะกายขึ้นมา ไดสุเกะยืนตัวแข็งเมื่อยามะพีกระทืบที่หลังเท้าของเขาเต็มแรง ก่อนที่จะวิ่งไปเปิดสลักกลอนประตู

คาเมะยืนถือเก้าอี้ค้างเมื่อประตูห้องถูกเปิดผัวะออก ร่างเล็กของยามะพีผวาเข้าสู่อ้อมอกของคาเมะ ชายหนุ่มปล่อยเก้าอี้ร่วงสู่พื้นเมื่อเขาโอบกอดร่างเล็กที่กำลังสั่นเป็นลูกนกไว้ในอ้อมแขน
“คาเมะ...ฮึก...นาย...นายมาช่วยฉันจริงๆ ด้วย” ยามะพีสะอึกสะอื้น
“ฉัน...ฉันมาทันเวลาหรือเปล่า?” คาเมะระล่ำระลักถาม
“ฮื่อ...ทัน...ทันเวลาซิ......แต่ก็เกือบไป...” เสียงอูอี้ตอบกลับมา

คาเมะเหลือบมองผิวขาวๆ ของคนตรงหน้า เกือบไปแล้วจริงๆ ด้วยง่ะ...เนื้อตัวแทบจะล่อนจ้อนแบบนั้นน่ะ
“เดี๋ยวนะ...” คาเมะจับยามะพีออกห่าง ทิ้งร่างบางเอาไว้ด้านนอกห้องท่ามกลางญี่ปุ่นมุงที่เริ่มทะยอยมาดูกันเป็นเต็มช่องทางเดิน การ์ดสาวผู้บริโภคแห้วเป็นอาหารว่างนำเสื้อคลุมตัวสั้นมาใส่ให้เด็กหนุ่มใส่ไปพลางๆ ก่อน

คาเมะเดินส่ายอาดๆ เข้าไปในห้อง มองกราดไปทั่ว สมาชิกวงไฟว์สะอึกเข้ามาเมื่อคาเมะเริ่มเก็บเสื้อผ้าของยามะพี
“เสือกนะมึง!!” จิมมี่หน้าแดงจัด ดวงตาลุกวาวด้วยความโกรธ
“ขอโทษ...นั่นน่ะแฟนผม!!” คาเมะพูดด้วยน้ำเสียงกวนเส้นประสาท
“แฟนกูโว้ย!!” เป็นเสียงคำรามจากมือเบสประจำวง
เรียวตะโผนเข้ามาด้วยความโมโหไม่แพ้จิมมี่ คาเมะรีบเอี้ยวตัวหลบ หมัดของเรียวตะเฉียดคางเขาไปนิดหนึ่ง แต่หมัดของคาเมะซิสมบูรณ์แบบกว่า เขาสวนหมัดแข็งๆ เข้าที่โหนกแก้มของฝ่ายนั้นได้ถนัดถนี่

เมื่อเรียวตะเผ่นเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้คาเมะใช้กางเกงยีนส์ของยามะพีตวัดเข้าที่คอฝ่ายตรงกันข้าม พร้อมกับลากเรียวตะมาใกล้พอที่จะเขาจะจับมาขึ้นเข่าได้

.........ปัก!!.......

“อึก.....!!” เรียวตะรูดตัวลงไปกองกับพื้น
“เป็นไงไอ้โย่ง!! รู้ฤทธิ์เต่าโฉดน้อยไปแล้ว...” คาเมะพูดอยู่บนหัวคู่อริ เขาชี้หน้ากราดไปทั่วสมาชิกคนอื่นในวงทันที
“ตำรวจกำลังจะมา ...พวกมึงอยากไปนอนในคุกข้อหากระทำชำเราก็เอาเด่ะ!!”
พวกไฟว์ชะงักเท้าอยู่กับที่ ในขณะที่หนุ่มใหญ่ร่างเตี้ยคนหนึ่งแหวกวงล้อมของบรรดาคนมุงเข้ามาในห้อง พอมาถึงก็ ตะโกนด่าพวกจิมมี่ปาวๆ
“พวกแก...ก่อเรื่องอีกแล้วนะ!!”
“ผู้จัดการ...” จิมมี่ทำเสียงอ่อน
“ฉันจะเอายังไงกับพวกแกดี!!...เตรียมไปหาที่อื่นเล่นได้เลยไป!!”
“โธ่...ผู้จัดการ...” เรียวตะแทบหายจุก ขณะสมาชิกวงไฟว์ต่างเดินเข้ามาลูบหลังลูบไหล่ผู้จัดการตัวเตี้ยของตัวเอง

คาเมะมองแล้วก็ยิ้มสะใจ เขาเดินไปหาหนุ่มน้อยยามะพีที่ยืนส่งมือมาให้เขาก่อนแล้ว คาเมะไม่รีรอที่จะกุมมือบางแนบแน่น
“คาเมะ...สุดยอด!!” ยามะพียิ้มแก้มปริ จนเจ็บที่รอยช้ำ
“โอย...” เขาสูดปากเบาๆ
คาเมะแตะที่แก้มอย่างแผ่วเบา

“เจ็บมั้ย?”
“ฮื่อ..เจ็บซิ ...โดนตบนี่ฮะ..” ยามะพีบอก แต่แล้วใบหน้าช้ำก็ยิ้มอายๆ เมื่อเห็นสายตาซอกแซกของคาเมะที่มองลอดเข้าไปใต้เสื้อคลุม
“ไปใส่เสื้อผ้าก่อนดีกว่ามั้ง?”
“เอ้อ...ไป...ช่วยไปเป็นเพื่อนหน่อยได้มั้ย” ยามะพีขอร้อง มีหรือที่เต่าโฉดจะปฏิเสธ
“ป่ะ...” เต่าเดินนำหน้า มีหนุ่มน้อยน่ารักเดินตามต้อยๆ พอถึงหน้าห้องน้ำ ยามะพีก็หันมามองคนเดินตามหลัง
“ขอบใจนะ คาเมะ...ที่มาช่วยฉัน” เด็กหนุ่มพูดด้วยความจริงใจ
คาเมะยิ้มหน้าบาน เขาก้มหัว เอามือลูบท้ายทอยตัวเองอย่างเขินจัด
“แหม..เขิน...เปลี่ยนจากขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ม้าาา....”
“นายอยากได้อะไรง่ะ?” ยามะพีเอียงคอถาม
“ขอเข้าไปช่วยนายเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ป่าว?”
“บ้า!! ไอ้ลามก!!” ยามะย่นจมูกใส่ สะบัดหน้าพรืดเดินเข้าห้องน้ำไป คาเมะได้แต่กลืนน้ำลายมองตามขาขาวๆ ที่โผล่พ้นชายเสื้อคลุมอย่างเสียดาย....

พอทั้งสองหนุ่มกลับมาด้านนอกของผับ ปรากฏว่า เกิดเหตุการณ์ชุลมุนทางด้านประตูทางเข้า พอคาเมะและยามะพีเยี่ยมหน้าไปมอง ก็พบกับบรรดาก๊วนสหบาทาของซากุราอิ โช ยืนเอะอะเถียงกับเจ้าหน้าที่อยู่ด้านนอก

พอโชหันมาเห็นยามะพีเข้าก็ทำท่าโล่งใจ
“โฮ่ย...โล่ง...โล่ง...เป็นไรหรือเปล่ายามะจัง?” เขาถาม
ยามะพีส่ายหน้า มองหน้าคาเมะแล้วก็ยิ้มกว้างเมื่อคาเมะแอบกระซิบว่า
“เหมือนตำรวจเลยแฮะ...มาตอนหนังจบ...”
ยามะพีกระทุ้งที่สีข้างชายหนุ่มเบาๆ เขาเดินลากขามาหาพี่โช
“พี่โชมาไม่ทัน...” ยามะพีว่า แกล้งทำหน้างอน
“หา!!???” พวกพี่ๆ ร้องกันลั่น
“มะ...หมายความว่า ยามะ...ยามะโดนฟันไปแล้ว...โธ่......พวกเรามาไม่ทัน..น..น......” โคกิตีอกชกตัว เอาหน้าผากโขกกับไหล่ของยูอิจิ...ปึกๆ
“โธ่!! น้องยามะ” อุเอะดะน้ำตาคลอเบ้า เขาเข้าไปกอดไหล่ของยามะพี โอบหัวเด็กหนุ่มให้มาซบกับบ่าราวกับจะเรียกขวัญกลับคืน
“เราจะฆ่ามัน!!” ยูอิจิเป็นคนประกาศก้อง แต่โชโบกมือให้พวกเพื่อนๆ

“นี่พวกแก...ไอ้คนโดนข่มขืนมันจะทำหน้าระรื่นแบบนี้เรอะ...นี่ยามะจัง บอกพวกพี่ๆ มาดีกว่า นอกจากไอ้รอยช้ำที่หน้านายแล้ว นายโดนอะไรมาอีก”
“ผมบอกพวกพี่แล้วว่า พวกพี่มาช่วยผมไม่ทัน...เพราะ...เพราะคาเมะมาช่วยตัดหน้าซะแล้ว...”
“ยามะพี้...พี้....!!!” ทั้งหมดร้องออกมาพร้อมกัน แต่ก็ด้วยน้ำเสียงโล่งใจด้วยกันทั้งนั้น
ทุกคนหันมามองหนุ่มน้อยนามคาเมะที่กำลังหัวเราะร่วน
“เสียใจด้วยนะคร้าบบ...กระผมคาเมนาชิได้เป็นฮีโร่ประจำวันนี้นะขอรับ...ขอโทษที่ขโมยซีนไปโม้ด...”
“อยากเตะฮีโร่ซะป้าบจะได้มั้ยเนี่ย” ไอบะตบหัวคาเมะเบาๆ แต่สีหน้าที่แสดงออกมานั้นภูมิอกภูมิใจในตัวญาติผู้น้องคนนี้นักหนา...
“จะเอาเรื่องพวกมันมั้ยล่ะ ยามะจัง”
ยามะพีมองคาเมะแล้วก็ส่ายหน้า
“ปล่อยให้มันจบแค่นี้เถอะฮะ...”
พวกพี่ๆ ไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไร โดยเฉพาะโช...เพราะกะจะมาลุยตึ้บคนสักหน่อย ชวดซะได้
“ไป!! งั้นพวกเราแยกย้ายกันกลับบ้านกัน บ้านใครบ้านมัน” โคกิตบมือ ซึ่งทุกคนก็เห็นดีด้วย
“งั้น...ผมไปส่งยามะพีนะฮะ” เจ้าเต่าได้ที ยกมือรับอาสา ยามะพีมองคนนั้นทีคนนี้ที เมื่อไม่มีใครจะไปส่งเขา เหลือก็แต่คาเมะที่รับอาสาอยู่คนเดียว เขาก็คล้องแขนคาเมะหมับ
“เต็มใจอย่างยิ่งฮะ...”
“ดี...งั้นแยกย้าย...สลายพล...” ยูอิจิโอบบ่าอุเอ้หันหลังดุ่มๆ

ทุกคนทำท่าจะแยกไปขึ้นรถของตัวเองกันหมดแล้ว แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ฝืนตัวไม่ยอมไปตามแรงฉุดของไอบะ
“เดี๋ยว!! แล้วน้องชายสุดที่รักของฉันล่ะ ไอ้จินมันพาไปไหน?”
ทุกคนยืนอึ้ง ต่างก็ร้องว่า
“จริงด้วย!! จุนจังทำไมยังไม่มาอีก”

โชยืนกระวนกระวาย เมื่อโล่งใจจากยามะพีแล้ว ก็ยังมีอีกหนึ่งห่วง ...เป็นห่วงสำคัญซะด้วย จากคำบอกเล่าของคาเมะ บอกว่าจุนโนะก็โดนพวกของจิมมี่จะปล้ำเอาเหมือนกัน ซึ่งเล่นเอาโชฮึดฮัดจะตามไปอัดจิมมี่ให้ได้
“โว้ย!! จุนโนะปลอดภัยแต่โดนเจ้าจินมันซิวตัวไป...แล้วมันจะเป็นยังไงมั่งเนี่ย..” โชเริ่มหงุดหงิด
“โดนฟันไปแล้วมั้งไอ้โช” โคกิออกความเห็น ก็เลยโดนโชตบหัวไปป้าบ...
ใครฟันน้องกรู...มันตาย!!”
“งั้นไอ้จินแย่แน่...” อุเอ้พูดขึ้นมาลอย
“จินไม่ใช่คนแบบนั้นน่า” ไอบะเริ่มทำหน้ามุ่ย
“แหม..ไอบะ น้องนาย นายก็เข้าข้างเด่ะ”
“แล้วไงล่ะ ไอ้ยู..แกคิดว่าน้องชายฉันมันแย่ขนาดไหนกันวะ??” ไอบะชักจะฉุน หน้าขาวๆ เริ่มงอหงิก แต่โชก็โอบรอบเอวคู่รักไว้แน่น
“แหม..โชก็ไม่ได้ว่าอะไรจินซะกะหน่อย แค่เป็นห่วงจุนโนะเท่านั้นเอง ถ้าจินเขาพาไปดีๆ ใครจะว่าล่ะจ๊ะ...ยิ่งต้องให้รางวัล คงไม่ได้พาน้องฉันไปปู้ยี่ปู้ยำหรอกมั้ง....”
“อะแฮ่ม......ถ้าจุนโนะสมยอมล่ะคร้าบบ??” คาเมะยื่นหน้ามาถาม นัยน์ตาวิบวับของเขาทำให้ใครต่อใครชักสงสัย
“ไม่มีทาง!!” เป็นเสียงจากโช....

ทั้งหมดยังคงยืนโต้คารมกันอีกไม่นาน เมื่อแสงไฟหน้ารถคันหนึ่ง ฉายสว่างเป็นลำส่องมาทางที่พวกเขายืนอยู่

“อ๊ะ?...จินกับจุนโนะมาแล้ว...” ยามะพีชี้ เมื่อรถสปอร์ตของจินเข้ามาจอด
จุนโนะไขกระจกลง ยื่นหน้ามาโบกมือให้
“เฮอะ...พาน้องกรูไปซิ่งที่ไหนมาวะ หัวหูกระจุยเชียวเมิง...” โชยืนเท้าเอวมองหน้าคนสองคนที่กำลังลงมาจากรถ

จุนโนะตกเป็นเป้าสายตาของคุณชายโช เมื่อเดินขาแทบขวิดมาหาพี่ชาย โชคดีที่บริเวณนั้นมันไม่สว่างพอ ไม่งั้นร่องรอยของอะไรต่ออะไรคงจะทำให้พี่ๆ จับได้แน่ๆ ว่าก่อนหน้านี้จุนโนะคนดีของพี่โชไปโดนทำอะไรมา....

*********************

 

to be continue

 

 

vol 18

***************************

คนที่ตกเป็นเป้าสายตาของก๊วนสหบาทามากที่สุดก็คงไม่แคล้วจิน เพราะถูกพี่เขยมองตั้งแต่หัวจรดเท้านับตั้งแต่เดินตามหลังจุนโนะมาร่วมวงสนทนาด้วย
แต่ถึงจะถูกมองแบบจับผิด แต่จินก็เชิดหน้ารับกับการมองแบบไม่ค่อยจะเป็นมิตรนี้นัก โชรับฟังเรื่องเล่าจากปากของน้องชายบังเกิดเกล้า แล้วก็ต้องมองจินในแง่ใหม่ ก็เพราะจุนโนะใส่คำสรรเสริญเยินยอไปด้วยอีกพะเรอ ทำให้จินยืดอกขึ้น เขาหรี่ตามองโชแบบประเมินท่าที รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปาก
“เออ...ทำดีแล้วก็แล้วไป...” เป็นเสียงบ่นจากโช เขาคว้าข้อมือของจุนโนะไว้ แล้วก็บอกกับพรรคพวกว่า
“วันนี้พวกน้องๆ ปลอดภัยกันทุกคน...พวกเราก็แยกย้ายกันกลับบ้านดีกว่านะ...บะจ๋า..นั่งรถไปกับฉันน้า...จะพาไปส่งที่บ้านให้ จุนโนะนั่งหลัง” โชหันมาบอกเด็กหนุ่ม
“เดี๋ยวผมไปส่งจุนโนะเองก็ได้ฮะ” จินรีบรับอาสาทันที แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ

“ไม่ต้อง น้องฉัน ฉันพากลับเองได้”
“งั้นพี่ชายผม ผมพากลับเอง” จินชักฉุน เขาตรงรี่เข้าไปกระชากแขนของไอบะออกมาจากมือโช เล่นเอาทุกคนเงียบกริบ
“ไอ้จิ้นน...น...หาเรื่องโดนตีนยัดปากซะแล้วมั้ยล่ะ” ยูอิจิป้องปากกระซิบกับแฟน
“อย่าลืมนะ..นั่นน่ะ ยูโดสายดำ...” อุเอะดะเอนหน้ามาบอก
“จิน...” ไอบะรีบยกมือห้าม
“ขับรถตามรถโชไปก็แล้วกัน พี่จะนั่งกับโช พอถึงบ้านโชก็ค่อยเปลี่ยนคัน ดีมั้ย” ประโยคหลังหันไปทำหน้าดุใส่คนรัก โชมองหน้าคนสวยนิ่งๆ ก็ชักจะแหยง เขาพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้
“อือ...ก็ได้... ไปจุนโนะนั่งหลัง...ดึกมากแล้ว ..ง่วงเฟ้ย...” โชตัดบท เดินนำสมัครพรรคพวกขึ้นรถ จุนโนะเดินตามหลัง โดยมีจินเดินรั้งท้าย

จุนโนะเดินใกล้จะถึงรถของพี่ชายอยู่แล้ว เมื่อรู้สึกว่าข้อมือของตัวเองถูกสัมผัสแผ่วเบา เขาเหลียวมามอง จินเดินยิ้มอยู่ข้างกาย เขาเลื่อนฝ่ามือมากุมมือขาวของหนุ่มน้อยไว้ โดยทีจุนโนะยินยอมให้มันถูกจับจูง ใบหน้าแดงซ่านของเขาเงยขึ้นสบตากับจิน ก็เห็นรอยยิ้มอุ่นใจมองตอบมา

เมื่อถึงที่รถ จินปล่อยมือจุนโนะออกอย่างเสียดาย
“เอ้า..ไปได้แล้ว..” เสียงโชดังมาจากด้านประตูคนขับ ทั้งสองหนุ่มสะดุ้ง จุนโนะยิ้มให้อย่างอายๆ ส่งหางตาทิ้งให้จินก่อนที่จะมุดตัวเข้าไปนั่งตอนหลังของรถ...

จากนั้น ทั้งหมดต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

คาเมะรับอาสาไปส่งยามะพีเอง ระหว่างที่นั่งมาในรถ ยามะพีก็เล่าเหตุการณ์ต่างๆ ให้ฟัง พร้อมกับบอกว่า จะไม่กลับไปที่ไลฟ์เฮ้าส์อีก คาเมะแอบอมยิ้มในหน้า พลางคิดว่า นี่เจ้าตัวจะรู้มั้ยว่า ได้แพ้พนันเขาแล้วน่ะ ที่พนันกันเอาไว้ว่า ถ้าเลิกคบกับเรียวตะก่อนหนึ่งเดือน จะยอมมาซบอกเขา ไม่รู้ว่ายามะพียังจะลืมหรือยัง

ไม่มีโอกาสได้พูด เพราะฝ่ายเจ้าทุกข์กลับตั้งหน้าตั้งตาคุยจ๋อยๆ อยู่คนเดียว คาเมะก็ได้แต่อือๆ ออๆ เอาไว้สบโอกาสเหมาะ ค่อยทวงสัญญาดีกว่า

คาเมะมาถึงบ้านยามะพีพร้อมกับใบหน้าบูดบึ้งของผู้เป็นเจ้าของบ้าน ยามะพีหลบหลังคาเมะเมื่อคุณแม่ชี้หน้าคาดโทษเอาไว้ ยามะโผล่หน้าลับๆ ล่อๆ ก็ตอนที่แม่เทศน์ชุดใหญ่ จนเหนื่อยก็เลยหยุดหอบ
คาเมะก็เลยมีโอกาสเอ่ยปากบ้าง
“ผมว่าตอนนี้ยามะจังก็ได้บทเรียนแล้วนะครับ ผมเกรงว่า เขาจะยังเสียขวัญอยู่นะฮะคุณน้า” คาเมะเป็นคนช่วยพูดให้ ซึ่งก็ทำให้แม่ของยามะพีเห็นดีด้วย
“เฮ้อ...ไม่โดนข่มขืนก็โชคดีแล้ว..”
“คงไม่เลวร้ายถึงขนาดนั้นมังครับ”

เมื่อเพื่อนบ้านหนุ่มน้อยพูดแบบนั้น แม่ของยามะพีก็พยักหน้ากับคาเมะ
“คืนนี้ค้างที่นี่ก็แล้วกันนะจ๊ะ ห้องของยามะก็กว้าง เตียงก็กว้าง นอนสองคนได้สบายเลยล่ะ กลับบ้านตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว”
“ครับ!!” เมื่อแม่อนุญาต คาเมะก็ก้มหัวรับคำทันที แต่....
“เอ๊ะ!! แม่ก็...” ยามะพีขมวดคิ้ว เขย่าแขนแม่ไปมา แล้วก็ส่ายหน้าน้อยๆ
“ทำไมล่ะยามะจัง พี่เขาอุตส่าห์หวังดี ช่วยเราออกมาได้นี่ ยังจะให้เขาอดหลับอดนอนอีกหรือไง ไม่มีน้ำใจเลยนะลูก”
“แต่ว่า...ให้นอนห้องอื่นไม่ได้หรือแม่” หนุ่มน้อยออดอ้อน
“เอ๋.....ยามะพีนี่ไงนะ จะให้นอนไหนกัน เรื่องมากจริงๆ ลูกคนนี้...ไป..ไป๊ขึ้นไปนอน” ผู้เป็นมารดารุนหลังลูกชายกับคาเมะขึ้นชั้นบนไปด้วยกัน โดยที่ยามะพีก็ต้องจำฝืนทน ...เขาเห็นคาเมะแอบอมยิ้มด้วยล่ะ ...ไม่รู้ว่าหมอนี่จะคิดอะไรอยู่ แต่น่ากลัวชะมัดเลย...

“ทำยิ้มดีไปเหอะ” ยามะพีแอบกระซิบ
คาเมะไม่ตอบได้แต่หัวเราะเบาๆ
ยามะพีหันมาถามกับแม่อีกครั้งว่า
“แม่จะให้หมอนี่นอนกับผมจริงๆ ง่ะ”
“ก็จริงง่ะซิ”
พอแม่ตอบมาแบบนี้ ยามะพีก็กัดปากทำสีหน้าครุ่นคิด นึกห่วงสวัสดิภาพตัวเองในใจ

ดูท่าทางของคาเมะแล้วก็ชักหวั่น ...หน้าหื่นๆ แบบนี้ จะจับเขาปล้ำหรือเปล่ายังสงสัย

“ถามอีกครั้ง ไม่เปลี่ยนใจนะฮะ?” ยามะพีถามมารดา เมื่อแม่ทำหน้าเบื่อๆ คุณลูกก็ทำหน้างอ
“ดี...แล้วแม่จะเสียใจ๊...” เด็กหนุ่มบอกได้แค่นั้น ก็ทำปากยู่ เขาลากคาเมะเข้ามาภายใน ปิดประตูเสียงดังลั่น จากนั้นก็เดินมากลางห้อง
“เอาเด่ะ...จะปู้ยี่ปู้ยำฉันอย่างไงก็ตามใจ แม่ฉันรู้เห็นเป็นใจแล้วนี่” เขาผายมือออกกว้าง ราวกับจะเชื้อเชิญ หน้าหวานๆ ก็เชิดขึ้นเล็กน้อย
“พูดแบบนี้ หมายความว่าไง...นายคิดว่าฉันจะปล้ำนายจริงๆ ง่ะเหรอ” คาเมะถาม ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เกาหัวแกรกๆ ไม่เข้าใจว่า ยามะพีจะโวยวายทำไม
ยามะพีกลัวอะไรในตัวเขา ...นี่ท่าทางของเขาคงจะดูหื่นมากล่ะซิถ้า ฝ่ายนั้นถึงได้ดูจะเป็นจะตายนัก
เสียงจ๋อยๆ ของยามะยังดังมาจากบนเตียง
“ก็เออเด่ะ...ถ้านายเป็นสุภาพบุรุษพอ จะปล้ำฉันโดยที่ฉันไม่พร้อมก็เอาเด่ะ...”
“แหม...เล่นพูดแบบนี้...” ชายหนุ่มกระดกยิ้ม ชักคันไม้คันมือ อยากจะปล้ำเจ้าตัวแสบนี่ดูสักที ...ขนาดยังไม่ได้ทวงที่แพ้พนันนะ ถ้าเขาเอาจริงจะเป็นยังไง
ยามะพีมองแววตาของคาเมะก็หนาวๆ ร้อน แววโหยหาแบบนั้นน่ะ...เขากระแทกส้นเท้า มานั่งโอดครวญที่ริมเตียง ถอดเสื้อยืดออกแล้วก็ปาใส่ลงในตะกร้า ปากก็พูด
“ฮึ! นึกว่าจะรอดจากพวกวายร้ายวงร็อคแล้วเชียว ไปๆ มาๆ ก็จะต้องมาเสียตัวให้ไอ้เต่าหน้าขาว เอ๊ย คุณเต่าอัศวินขี่ม้าขาว ที่เห็นแก่พรหมจรรย์ของเด็กหนุ่มเป็นเครื่องสังเวย...ฮึ...เกิดมาเป็นยามะพีนี่มันเปลืองเนื้อเปลืองตัวทุกทีเลยซิน่า...ฮึก...แย่จริงๆ ซวยบรมเลย...ฉันก็หมดแรงแบบนี้ เจอปล้ำอีกทีคงขัดขืนนายไม่ได้หรอก...เอาซิ...จะรีบปล้ำก็ทำเข้า เอาให้ขาดใจตายไปเลย” แล้วยามะพีก็ล้มตึงบนเตียง กางแขนกางขาออกกว้าง ดวงตากลมโตจ้องจับที่เพดานห้อง

คาเมะได้แต่ยืนงง เห็นร่างบอบบางที่นอนหายใจหอบระรวยแล้วก็นึกถึงเครื่องสังเวยที่หน้าแท่นบูชา ...แหม...เหมือนกันไม่มีผิด...ก็ยามะพีนอนแผ่หรา น่าฟัดเป็นที่สุด เขาหยุดยืนมองข้างร่างบาง แล้วก็ถอนหายใจเฮือก
“นี่ฉันดูเหมือนคนที่เลวร้ายแบบนั้นเชียวเหรอ?” เขาถาม
“ฮึก........” ยามะพีทำเสียงสะอื้น แต่ไม่ตอบคำถาม คาเมะก็เลยถามต่อ
“ถ้าฉันได้นายวันนี้ ฉันคงจะเลวมากในสายตาของนายใช่มั้ย?”
“เปล่าว่าแบบนั้นซะหน่อย...ฉันเพียงแต่คิดว่า เต่าหื่นแบบนายก็คอยจะจ้องฉวยโอกาสฟันคนที่อ่อนแอกว่า ก็เท่านั้นเอง”
“ยามะพี.....นิสัยฉันคงไม่เหมือนแฟนของนายคนนั้นหรอกนะ ...ถ้าฉันจะได้นายมา ก็ย่อมหมายถึงความยินยอมจากนายเท่านั้น” คาเมะพูดด้วยความทรนง สลัดคราบหนุ่มเพลย์บอยออกไปจนเกือบหมด

ยามะพีพลิกตัวนอนตะแคง หันหน้าไปอีกทาง ริมฝีปากสีสดแอบคลี่ยิ้มอย่างเป็นต่อ มิเสียแรงโวยวายไว้ก่อน
“ฉันก็ว่านายน่าจะเป็นคนดีแบบนั้นนะ”
“ฉันเป็นคนดีซิ...อย่างน้อยก็วันนี้ล่ะ”
“หมายความว่า นายจะไม่ข่มขืนฉันใช่มั้ย...?” ยามะพีกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันที
“ฮื่อ...” เต่าโฉดพยักหน้ายอมรับ ทำให้ยามะพีถอนหายใจอย่างโล่งอก สีหน้าสีตาสดชื่นขึ้นจนคาเมะหน้าตึง
“อ๋อ...ที่พูดมาทั้งหมดนี่ เพียงเพราะไม่อยากให้ฉันล่วงเกินนายใช่เปล่า?”

ยามะพีไม่ตอบ ได้แต่เอาหมอนปิดหน้าหัวเราะคิกคัก ใบหน้าหวานซ่อนอยู่ใต้หมอนใบใหญ่ คาเมะเอื้อมมาคว้าหมอนออกจากหน้า ยื้อกันไปยื้อกันมาจนหมอนก็ถูกกระชากออกไป เผยให้เห็นแต่หน้าสดใสที่บางส่วนถูกปกคลุมไปด้วยปอยผมรุ่ยร่าย

“เด็กขึ้โกง รีบชิงพูดมาก่อนเลยนะ ไอ้ที่ไม่คิดจะปล้ำก็ชักจะอยากๆ แล้วล่ะ” คาเมะต่อว่า ก้มมองดวงหน้างดงาม น่าเอ็นดูนั่น เขาสะดุดลมหายใจ เมื่อใบหน้าของยามะพีเปื้อนยิ้ม รอยยิ้มที่มีเสน่ห์ชวนมองทำให้เขาใจสั่น หมอนร่วงจากมือ ...

ยามะพีเองก็หยุดหัวเราะ เขามองหน้าของหนุ่มตี๋ที่ตัวเองบ่นเสมอว่าไม่ใช่สเป็ค ..แต่ทว่าในตอนนี้ ดวงตาที่แลสบกันนั้น บอกความหมายอะไรๆ ได้หลายอย่าง และแต่ละอย่างก็ทำให้หัวใจของคนสองคนว้าวุ่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ
“ดึกมากแล้ว นอนกันเสียทีเถอะ” ยามะพีเป็นคนรู้สติก่อน เขาขยับที่นอนให้ พอคาเมะล้มตัวลงนอน เขาก็รีบวางหมอนข้างใบโตลงตรงกลางทันที
คาเมะชะงัก เขานอนคว่ำกับที่นอน ปรายตามองอุปสรรคนุ่มนิ่มที่อยู่ข้างๆ
“นึกเหรอว่า ไอ้หมอนบ้าๆ นั่น จะปกป้องพรหมจารีย์ของนายได้”
“ฮึ!! ถึงไม่ได้แต่ก็ยังดีที่มีมันล่ะว้า” ยามะพีเชิดปากขึ้น แล้วก็นอนหันหลังให้เป็นการตัดบท แต่ปากก็ยังคงพูดต่อ
“นอน...นอนได้แล้ว ฉันง่วงแล้วนะ ฮะ..ฮ้าววว....กู๊ดไนท์”
“กู๊ดไนท์ครับคนสวย”
“อือ” ยามะพีขานรับ แต่พอจะหลับตา ยามะก็รู้สึกถึงแรงกดร้อนผ่าวฝังลงที่แก้มนวลป่องของเขา

.........ฟอด...........

เขาหันขวับมาทุบคาเมะดังอั่กๆ จนชายหนุ่มต้องคว้าข้อมือเรียวบางนั้น กำไว้แน่น
“เฮ้ย!! ไอ้บ้า...มาหอมแก้มฉันทำไมอ่ะ” ยามะพีทำเสียงงอน
“ก็เป็นรางวัลของคืนนี้ไง”
“ฉวยโอกาส”
“ยามะ....ลืมอะไรไปหรือเปล่า..” คาเมะดึงข้อมือยามะพีใกล้เข้ามา จนลำตัวของอีกฝ่ายชะโงกล้ำหมอนข้างเข้ามาที่เขตแดนของคาเมะ
“ลืมอะไร?”
“ก็นายแพ้พนันฉัน”
“แพ้พนันอะไร?” ยามะพีถามกลับ ทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ ดวงตากลมโต มองคาเมนาชิแป๋วแหวว ไม่มีทีท่าของคนง่วงนอนสักนิด
คาเมะใช้มืออีกข้างโอบคนร่างบางเข้ามาจนใบหน้าของยามะพีอยู่ระดับอกของเขา
“ก็นายคบกับเรียวตะยังไม่ถึงเดือนก็เลิกกันแล้ว เพราะงั้น...นี่...นี่...มาซบอกฉันซะดีๆ
คาเมะแอ่นอกให้ ยามะพีชำเลืองมองอกแบนๆ ของคนข้างใต้แล้วก็เบ้ปาก
“อกแห้งๆ ใครจะอยากซบ”
“เชอะ...กล้าดียังไงมาว่าฉันอกแห้ง...”
“ก็แห้งจริงๆ นี่นา” ยามะพีเถียง ทำท่าจะผละตัวออก แต่คาเมะกลับกดศีรษะของเขาให้แนบกับอกเล็กๆ ของตัวเอง

“อื้อ...”
ยามะพีส่งเสียงอืออาออกมา แต่ก็ขัดขืนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะคาเมะกดหัวเขาไม่ยอมให้เงย เขาก็เลยต้องจำใจนอนซบอยู่กับอกของคาเมะ จนรู้สึกถึงลำตัวที่สะท้อนขึ้นลงของคนนอนกอดเขา ลมหายใจของคาเมะเริ่มสม่ำเสมอจนยามะเองไม่กล้าขยับตัว เรือนกายท่อนล่างมีหมอนข้างอยู่ข้างใต้ทำให้นอนไม่สะดวกนัก เด็กหนุ่มขยับตัวเล็กน้อย แล้วก็ใช้ขาปัดมันลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ที่พื้น ช่างหัวหมอนข้างมันเหอะ ยังไงก็ป้องกันอะไรไม่ได้อยู่ดี

นอนนิ่งนานอยู่ในท่านั้น จนชักจะง่วง ....เขาแหงะหน้ามองคาเมะ เห็นนอนหลับตานิ่ง ก็แอบไล่สายตาสำรวจดวงหน้าของชายหนุ่มตรงๆ ..........

..........ก็หล่อดีอ่ะ.....

แต่ช่างห่างไกลกับคนที่คาดหวังนัก ...ยามะพีย่นจมูกใส่ใบหน้าขาวตี๋ของคาเมะ เขามองดวงตาที่หลับไหล จมูกโด่งขึ้นสัน รับกับริมฝีปากบางที่ชอบกระดกยิ้มให้เขาอย่างยียวน

....ดูๆ ไปก็ชักจะเริ่มเข้าท่าแฮะอีตานี่...ก็หล่อดีเหมือนกัน

.......ถ้า....ยามะจังคนนี้จะเปลี่ยนสเป็คล่ะ จะผิดมั้ยเนี่ย....

ดูหน้าคาเมะก็ชักจะเริ่มง่วง ดวงตากลมโตหรี่ปรือ พึมพำไม่มีเสียงว่า

...กู๊ดไนท์เต่าหื่น...

แล้วก็ซบหน้าหวานแนบกับ ‘อกแห้งๆ’ แต่โดยดี...

*********************

ที่บ้านซากุราอิ

โช มาเคาะห้องจุนโนะตอนสายจัดแล้ว เพราะเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ดึกดื่นค่อนคืน น้องชายเดินงัวเงียมาเปิดประตูให้ ก่อนที่จะหันหลังเดินโซเซไม่สนใจมองคนที่เดินตามมาติดๆ จุนโนะทิ้งตัวลงนอนขวางเตียง คว่ำหน้ากับที่นอน ยังไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นมาทำอะไรๆ เหมือนอย่างเคย ร่างเพรียวบางยังคงอยู่ในเสื้อนอนกางเกงนอน
“ไม่ไปฝึกยูโดหรือไงจุนจัง” โชถามพลางนั่งลงข้างๆ เขาเคาะไหล่น้องชายเบาๆ ได้ยินจุนโนะงึมงำว่า
“ไม่ไปดีกว่า...”

“ทำไมง่ะ เพลียหรือไง...ก็เรานี่น้า...หาเรื่องไม่เข้าเรื่อง แอบหนีเที่ยวจนได้ดี...นี่ถ้าน้องของไอบะเขาไม่ไปช่วย นายคงจะเสียตัวแน่ๆ”

“...............”

จุนโนะนอนเงียบกริบ ตอนแรกก็ยังไม่อยากจะตื่นหรอก แต่ได้ยินพี่โชพูดเรื่อง เสียตง...เสียตัว...อะไรนี่ก็หูผึ่งขึ้นมาทันที
“ทีนี้ล่ะเข็ดหรือยังล่ะ เจ้าตัวดี จะหนีเที่ยวกลางคืนอีกมั้ยหา?”

“......................”

“นี่จุนจัง พี่รู้นะว่านายฟังอยู่...”
“อื้อ...พี่โช้...พูดมากน่า...คนยิ่งง่วงๆ อยู่” จุนโนะพูดน้ำเสียงอู้อี้ ยังไม่ยอมพลิกร่างมามองพี่ชาย
“ว่าล่ะไม่ได้เชียว ก็พ่อกับแม่สั่งให้พี่ดูแลนายให้ดีนี่นา...”
“ผมโตแล้วน่า...”
“ยังไม่โต..” โชว่า
“โตแล้ว...มีผัวได้แล้วด้วย” จุนโนะโพล่งออกไปทันที เขาผุดลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิบนเตียง ดวงตาเรียวรีจ้องเป๋งมาที่พี่ชายซึ่งกำลังนั่งนิ่งขึง อ้าปากค้างเติ่งกับคำพูดของน้องชาย
“วะ...ว่าไงนะ??”
“เอ้อ...เปล่าฮับ...” จุนโนะหุบปากสนิทหลังจากเผลอพูดอะไรออกไป เขากำลังจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง แต่โชคว้าไหล่น้องชายคนงามให้หันมา
“ก็เมื่อกี้พูดว่าอะไร ใครมีผัว...?”
“เปล่า......แค่ยกตัวอย่างให้ฟัง ว่าผมง่ะโตแล้ว มีแฟนได้แล้ว...ไม่อยากให้ใครมาจุ้น” พูดเสร็จแล้วก็หลบตาพี่ชาย ทำเป็นก้มหน้าพับผ้าห่มมาวางที่ปลายเตียง แต่แทบทุกอริยบทตกอยู่ในสายตาของโชตลอด

พิจารณาร่างบางตรงหน้า โชก็เห็นว่าน้องชายหน้าตาอิ่มเอิบสดใส ดวงตาที่มองเขาเมื่อสักครู่เป็นประกายวาววับ แก้มแดง ปากแดง ดูมันไม่เหมือนจุนจังคนเดิมเลยล่ะ...

...จุนโนะดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นในชั่วเวลาข้ามคืน...

“จะไปทำงานแล้วหรือครับ?” จุนโนะถาม พยายามเปลี่ยนเรื่องคุย โชถอนสายตาจากน้องชาย มาหยุดยืนอยู่ข้างหน้าต่าง มองออกไปเห็นพระอาทิตย์ดวงโตเริ่มอยู่สูงขึ้นทุกที พอหันกลับมา ก็เห็นจุนโนะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ

“อือ...ก็จะมาบอกว่า คืนนี้พี่ต้องอยู่เคลียร์เรื่องปิดงบกับทางบริษัท อาจจะไม่กลับมานอนบ้าน พ่อกับแม่ก็ไม่อยู่ พี่จะขอให้พี่อุเอ้มานอนค้างกับนายด้วยดีมั้ย?”
จุนโนะยื่นหน้ามาจากประตูห้องน้ำ เขาสั่นหน้าแรงๆ
“ไม่เป็นไรฮะ..อย่าไปกวนพี่เขาเลย ผมอยู่คนเดียวได้ ..บางทีจะชวนยามะจังมาค้างด้วย”
“เอางั้นก็ได้...แล้วนี่จะไม่ไปฝึกยูโดหรือไง?” โชถามอีกครั้ง

คนฟังที่อยู่อีกฟากประตูหนึ่งเงียบกริบ ผ้าขนหนูถือค้างอยู่เหนือใบหน้า

..........ฝึกยูโด?.....

บอกกับตัวเองว่า อีกใจหนึ่งง่ะอยากไปหรอก...แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากไปพบกับสายตาร้อนแรงของใครคนหนึ่ง คนที่ได้ตัวของเขาไปครอบครอง และกำลังจะได้เป็นเจ้าของหัวใจดวงน้อยของเขาอยู่รอมร่อ......

ถ้าจุนโนะไปพบกับจินในวันนี้ ก็เหมือนกับแจ้นไปหาเขาถึงที่ ต้องเล่นตัวซะหน่อยจะดีกว่า ให้จินรอคอยอย่างกระวนกระวาย พอไม่เห็นเขาไปที่บ้าน จะได้เป็นฝ่ายมาหาเอง...อิ...อิ....

โชเห็นน้องเงียบไปก็ตะโกนถามขึ้นอีกว่า
“หือ?? ว่าไงจุนโนะสุเกะ? จะไปหรือไม่ไป ถ้าไปพี่จะได้รอ...จะไปส่งที่บ้านจินให้”
“ไม่ไปฮะ....” จุนโนะตอบ เสียงดังฟังชัด
พี่ชายบ่นงึมว่า .....จุนโนะทำอะไรจับจด ...ฝึกได้แค่วันเดียวทำท่าจะขี้เกียจซะแล้ว.....ใช้ไม่ได้...ไม่เอาอย่างพี่ชายที่แสนดีคนนี้บ้างเลย...โชเดินบ่นไปเรื่อยๆ จนออกมานอกห้องแล้ว พอหันกลับไปดูอีกที ก็ได้ยินเสียงล็อคประตูห้องดังกรึ๊บ เขาส่ายหน้าอย่างระอาใจเหลือเกิน แต่หารู้ไม่ว่า ภายในห้องที่จากมานั้น จุนโนะยืนหันหลังพิงประตู ถอนหายใจยาวเหยียดแล้วก็เดินไปนอนต่ออีกหนึ่งรอบ....นึกถึงแต่เหตุการณ์ที่ชวนวาบหวามในค่ำคืนที่ผ่านมา

...ความสัมพันธ์ของเขากับจิน...จะเป็นอย่างไรต่อไป เขาไม่อาจคาดเดาได้
...ไม่รู้ด้วยว่า หลังจากเมื่อคืนแล้ว จินจะเหมือนเดิมหรือเปล่า

....หรือจะโดนหลอกกินฟรีซะก็ไม่รู้.....

จุนโนะเริ่มไหวหวั่น ...รู้สึกแปลกๆ พิกล นี่จินเข้ามานั่งอยู่ในหัวใจของเขาตั้งแต่ตอนไหนกันแน่นะ....

************************************

ยามะพีเดินหน้าตาแจ่มใสมาที่ห้องครัว พบคาเมะกำลังพูดคุยกับแม่ของเขาอย่างสนิทสนม ดูเหมือนกับเป็นลูกชายอีกคนหนึ่งเลยเชียวล่ะ ยามะแอบสำรวจเนื้อตัวของคาเมะ ไอ้เสื้อที่ใส่นั่นมันของเขานี่นา เสื้อยืดตัวสีชมพูตัวเล็ก กางเกงยีนส์หัวเข่าขาดนั่นก็ของเขาอีกเหมือนกัน....อยากจะรู้นักว่าอันเดอร์แวร์น่ะใส่หรือเปล่า...ถ้าใส่ก็คงไม่แคล้วของเขาอีกนั่นล่ะ

ยามะพีหน้างอขณะกระแทกตัวลงนั่งตรงกันข้ามกับคาเมะ
“ไฮ...” คาเมะเป็นฝ่ายทักก่อนด้วยใบหน้ายิ้ม หว่านเสน่ห์
“อือ...ไฮ...ไงเมื่อคืนหลับดีมั้ยง่ะ?” ยามะพีถาม
“ไม่ค่อยสบายเท่าไรหรอก”
“หือ? ทำไมเหรอจ๊ะ” แม่ของยามะพีถามด้วยความแปลกใจ
“ก็มันเมื่อยนะฮะ ยามะน่ะตัวหนักจัง มาก่ายผมทั้งคืนเลย...ลูกคุณน้านี่นอนดิ้นจังฮะ” คาเมะพูดพร้อมกับนวดตัวเองไปมา คุณแม่ยังสาวได้ฟังก็หัวเราะขำ ไม่ได้คิดล้ำเส้นไปไหนหรอก แต่คนฟังอีกคนนี่ซิ หน้าแดงก่ำ
“บ้า...พูดหมาๆ”
“ยามะจัง พูดไม่เพราะเลยนะลูก....นอนดิ้นไปทับพี่เขายังมาว่าเขาอีก”
“แหม...แม่ง่ะ...เห็นดีไปโหม้ด...”
“ก็เขาเป็นฮีโร่ของลูกนี่จ๊ะ...เอ้า..ดูแลพี่เขานะ แม่จะไปธุระข้างนอก คาเมะจังถ้าว่างๆ ก็อยู่คุยกับยามะก่อนก็ได้นะจ๊ะ หรือจะนอนต่อก็ได้ เมื่อคืนกลับดึกนี่นา...แม่ไปล่ะ” คุณนายยามะชิตะพูดเปิดโอกาสแบบนี้ คาเมะก็ยิ้มกว้าง รีบก้มหัวรับคำชวนนั้นทันที พอลับหลังผู้ใหญ่ปุ๊บ ยามะพีก็ค้อนตาคว่ำ
“แหวะ...ฮีโร่..เชอะ...แล้วเรื่องอะไรมาเที่ยวบอกชาวบ้านว่าฉันนอนทับตัวนาย”
“ไม่ใช่ชาวบ้านซะหน่อย... แม่นายเอง ...อนาคตก็แม่ยายฉัน!!” คาเมะพูดหน้าตาเฉย ยามะพีเงยหน้าขึ้นทันที เขากระแทกแก้วนมกับโต๊ะ
“บ้าเด่ะ..ใครเขาจะยอมนาย...แค่ให้นอนกอดหนเดียว อย่าทำเป็นพูดดีหน่อยเลย นายน่ะไม่ได้แอ้มฉันหรอกจะบอกให้” พูดเสร็จก็สะบัดหน้าพรืด
“ระวังคอหลุดนะนั่นน่ะ”
“บ้า...ฮึ!!”

คาเมะมองอย่างเอ็นดู เขาหัวเราะน้อยๆ มองหน้ายามะพีนิ่ง ในขณะที่จิบกาแฟด้วยมาดเพลย์บอยจนเจ้าของบ้านชักจะหมั่นไส้
“กินเสร็จแล้วก็กลับบ้านได้แล้วปะ”
“หึๆ แหม...ทำไล่ ว่าจะพาไปดูหนังซะหน่อย”
ยามะพีวางแก้วนมลงทันที
“อ๊ะ??...จริงง่ะ?”
“จริงเด่ะ..แต่ยามะคงไม่อยากไป”
“ก็...ถ้าดูฟรีก็ไป”
“เมื่อกี้ ไล่ฉันอยู่หยกๆ” คาเมะว่า
ยามะพีทำปากยื่น ตวัดตาหวานฉ่ำขึ้นมองหน้าคาเมะ
“ไปดูหนังก็ดีเหมือนกันนะ...เอ....จะไปดีมั้ยน้าาา....” เขาเอานิ้วเคาะโต๊ะ คาเมะนั่งมองยิ้มๆ เลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นเชิงถามย้ำ สักพักก็ชะโงกหน้าข้ามโต๊ะพูดขึ้นเสียงกระเส่า
“ไปมั้ย...ไปเดทกัน...แล้วก็มีแถมกู๊ดบายคิสตอนมาส่งด้วย” คาเมะชวน ส่งสายตาวิบวับมาให้ ทำเอาหนุ่มน้อยปฏิเสธไม่ลง ยามะพีพยักหน้างึกๆ ก้มหน้าอมยิ้ม ดื่มนมจนเลอะขอบปาก เขาแลบลิ้นเลียหยาดนมที่เลอะออก ทำเอาคาเมะมองตาค้าง....หัวใจแทบละลาย....
....ทำไมมันยั่วได้น่ารักแบบนี้นะ....

**************************

จุนโนะนอนอ่านหนังสือการ์ตูนทั้งวันเมื่ออยู่คนเดียว อ่านรู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้างเพราะสายตาคอยชะเง้อไปทางประตูรั้ว เผื่อว่าจะมีใครที่กำลังคิดถึงมายืนอยู่หน้าบ้าน แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีวี่แวว

เขาลากเก้าอี้โยกของพ่อมานั่งที่เทอเรซหน้าบ้าน ดวงตาขยันมองที่ประตูเป็นจุดเดียว จนดวงตะวันเริ่มลับขอบฟ้าแล้ว ความเหงาก็เข้ามาครอบคลุมจิตใจ หัวใจดวงน้อยล่องลอยคิดไปถึงดวงหน้าของใครคนหนึ่ง เมื่อเริ่มจะมืดเขาก็ถอนหายใจเฮือก
...จินไม่มาหาจริงๆ ด้วยซิ...

....จุนโนะเบ้ปาก กำลังจะเดินเข้าบ้านแล้วเชียว เมื่อมีเสียงออดดังขึ้นถี่ๆ ที่หน้าบ้าน

หนุ่มน้อยไม่รอช้า...รีบวิ่งผวาไปทันที เกือบจะโผเข้าหาคนมาเยี่ยมแล้วเชียว ดีที่หยุดตัวเองไว้ทัน เขาจึงได้แต่มองผู้มาเยือนอย่างตื่นเต้น ดวงตาคู่สวยทอประกายสดใส ใบหน้าเปื้อนยิ้มขณะเปิดประตูรั้วให้

“พี่จิน.....”
“จุนโนะ....ทำไมไม่ไปฝึกยูโด รู้มั้ยพี่จินคอยอยู่นะ พอพี่โชบอกว่านายจะไม่ฝึก พี่จินงี้ใจสลายเลยนะ” จินหยอดคำหวาน เขาเดินเคียงคู่มากับจุนโนะ ถือวิสาสะจูงมือเด็กหนุ่มทันที
“เพลียฮะ...เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ดึก”
“มัวคิดถึงพี่จินหรือไงเอ่ย?”
“บ้า...นอนไม่หลับหรอก” จุนโนะค้อนน้อยๆ ดวงหน้าหวานใส จนจินอดใจไม่อยู่ยื่นหน้าหอมแก้มเนียนแรงๆ
“ชื่นใจจัง...คิดถึงนะรู้มั้ย?”
จุนโนะเอนหน้าหลบไม่ทัน แก้มนวลจึงถูกรุกราน จุนโนะคลำแก้มป้อยๆ ใบหน้าแดงระเรื่อ
“พี่จินมาอยู่เป็นเพื่อนผมหรือฮะ...”
“พี่ไอบะ บอกว่าให้มาอยู่เป็นเพื่อนจุนจัง...กลัวมั้ยที่จะต้องอยู่บ้านคนเดียว?” จินถาม
เด็กหนุ่มส่ายหน้าจนผมกระจาย
“ไม่กลัว...แต่...ไม่อยากอยู่คนเดียว” จุนโนะบอกเบาๆ
จินหยุดเดิน เขาสวมกอดเด็กหนุ่ม จรดริมฝีปากเข้ากับปากบางนุ่มนวล
“อื้อ...พี่จิน...”
“พี่โชไม่อยู่....ให้พี่ค้างเป็นเพื่อนนะ” ชายหนุ่มกระซิบริมหู
“ผมนอนกับปิกาจู้กับโดราเอมอนได้ฮะ...” จุนโนะตอบอายๆ
“ฮื้อ...นอนกับพวกนั้นน่ะ จะได้อารมณ์อะไร้...พี่จินมานอนด้วย จุนโนะจะได้นอนกอดพี่จินแทนไง...”
จินพูดหน้าตาเฉย เล่นเอาจุนโนะใจสั่นๆ
.......จะเอายังไงดี ......จะนอนกอดปิกาจู้หรือจะนอนให้พี่จินกอดดีหว่า??

***********************

to be continue

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1