YOU’re Belong To My HEART

 

...vol 13

*******************************

เมื่อจินกลับเข้าบ้านหลังจากไปส่งจุนโนะที่บ้านแล้ว เขาก็พบโชและผองเพื่อนสหบาทานั่งรอเขากันอยู่หน้าสลอน เขาถูกนำตัวให้นั่งที่เก้าอี้เดี่ยวหน้าทีวี รอบตัวรายล้อมด้วยโชและสหาย

จินลอบมองใบหน้าของพี่ชาย เห็นไอบะวางหน้าเฉยก็ใจไม่ดี เพราะวันนี้ดันไปพาจุนโนะสุเกะตะลอนๆ เที่ยวทั้งวัน แล้วกลับมานี่จะเจอข้อหานี้หรือเปล่า แต่ว่า....ไปกับจุนโนะวันนี้ก็ไม่น่ามีใครรู้นี่นา....โอย...หนาวๆ ร้อนๆ ยังไงชอบกล...

“จิน.....” พี่ชายเปิดฉากพูด จินสะดุ้ง เขานั่งตัวลีบ
“ครับ....”
“พวกพี่มีงานสำคัญให้นายดูแล” ไอบะบอก
“งานอะไรฮะ...ก็อาทิตย์หน้าผมจะไปช่วยงานคุณพ่ออยู่แล้วนี่นา”
“ไม่ใช่งานแบบนั้น...แต่เป็นงานที่สำคัญต่อสวัสดิภาพของจุนโนะอย่างมาก” ขณะที่ไอบะพูด จินก็ทำหน้างงไปด้วย งานอะไรล่ะหว่า?
“เราจะแต่งตั้งให้นายเป็นกันชน คอยกันหนุ่มที่ชื่อจิมมี่ออกห่างจุนโนะ ทำได้มั้ย?” โชเป็นฝ่ายพูดขึ้น
“ได้ครับ!!” จินพูดโดยไม่ต้องคิด เล่นเอาโชมองหน้าหาเรื่อง
“แหม!! ยังไม่ทันคิด ตอบออกมาแล้วนะ คิดอะไรกับน้องฉันหรือเปล่าเนี่ย?” โชถามเตรียมขยับแข้งขยับขา
“โอ๊ย...ใครจะไปคิดลง...เด็กกะโปโลแบบนั้น....ผมน่ะไม่สนหรอกน่า...สาวๆ สวยๆ ออกตรึม!! เด็กใจแตกแบบนั้นน่ะ ใครจะไปกระเดือกลง...” จินว่าเข้านั้น เอาตัวรอดไว้ก่อน
โชมองอย่างขวางๆ
“ดี...คิดได้อย่างนั้นก็ดี ฉันจะได้สบายใจ...”
“ว่าแต่ พวกพี่ๆ จะให้ผมทำอะไรล่ะฮะ...ทำไมมันสำคัญขนาดนั้นเชียว...??” จินถามขึ้นบ้าง คราวนี้เขานั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างสบาย เมื่อความตึงเครียดจากพวกพี่เริ่มอ่อนลง
“คือพวกเราไม่อยากให้จุนจังคบกับพวกนักดนตรีในไลฟ์เฮ้าส์ ฉันไปสืบมาเมื่อบ่ายนี้เองว่า คนที่จุนโนะเจอที่บ่อน้ำแร่น่ะ เป็นนักร้องที่ไลฟ์เฮ้าส์....ไอ้พวกนักดนตรีจะไปจริงใจกับใครวะ....ฉันกลัวว่ามันจะมาหลอกจุนโนะ เด็กซื่อๆ แบบนั้นน่ะ ไม่ทันใครเขาหรอก วันๆ เอาแต่เรียนกับเล่นกีฬา...”
“นั่นซิ จุนโนะน่ะโตมาจากสภาพแวดล้อมของพวกเรา พี่ไปไหน น้องไปด้วย แต่ตอนนี้เริ่มปลีกตัวออกห่าง...เพราะไอ้หนุ่มนั่นทีเดียว...พวกเราทนไม่ได้...” คราวนี้โคกิพูดบ้าง
“ใช่...ทนไม่ด้ายยยย...” อุเอดะลากเสียงซะยาวอย่างล้อเลียน
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมล่ะฮะ” จินถาม มองคนนั้นทีคนนี้ที
“เราลงมติเป็นเอกฉันท์แล้วว่า จะให้นายคอยเป็น ก.ข.ค. ระหว่างจุนโนะกับไอ้จิมมี่...จุนโนะไปไหนนอกบ้าน นายคอยตามประกบ หรือไม่ก็คอยดูอยู่ห่างๆ ถ้าเห็นไอ้หมอนั่นแตะตัวจุนจังแม้แต่ปลายเล็บ นายก็ลุยเลย...” โชว่าเข้านั่น
จินทำคอย่น
“ลุยเลย?? ผมคนเดียวง่ะ??”
“เออซิวะ...นายสายดำไม่ใช่เหรอ?” ไอบะเดินมาตบบ่าน้องชาย แล้วก็นั่งบนเท้าแขนเก้าอี้ที่จินนั่งพอดี
“หา?? จินน่ะเหรอ...สายดำ!!!” โชกับยูอิจิและโคกิร้องขึ้นพร้อมกัน
“ครับผม..” คนที่เด็กที่สุดยืดตัวขึ้นอย่างภูมิอกภูมิใจ
“แหม...ไอบะ...ไม่เห็นบอกกันมั่งเลยนะ” โชทำเสียงอ่อนลง

“บ้าเอ๊ย..เป็นยูโดก็ไม่บอก...” โคกิชักแหยง เขามองจินแล้วก็นึกเสียว ดีที่เดี๋ยวนี้ไม่ได้ตึ๊บเจ้าหมอนี่ ไม่งั้นเดี๋ยวมันยัวะขึ้นมา จับเขาทุ่มล่ะแย่แน่
“บอกก็ไม่หนุกซิพี่...ทีนี้พี่ๆ ก็รู้แล้ว เพราะงั้นกรุณาเวลาจะประทุษร้ายกระผม กรุณาดูอารมณ์ผมด้วยนะขอรับ...เดี๋ยวจะเอาคืน แล้วจะหาว่าไม่บอกล่วงหน้า” จินลอยหน้าลอยตาพูด ทำความหมั่นไส้ให้คนฟังเหลือกำลัง
“ฮึ!!” โชทำเสียงขึ้นจมูก ยกมือกอดอกหน้ามุ่ย
“แล้วตกลงว่าไงล่ะ จะช่วยหรือไม่ช่วย?” พี่ชายถาม จินพยักหน้าหงึกๆ
“ก็ได้...แต่ว่า ที่ช่วยนี่ก็เพราะพวกพี่ๆ ขอหรอกนะ...ถ้าลำพังผมเองง่ะเหรอ...ฮึ..เรื่องไร้สาระ...” จินยักไหล่

“นี่พวกนายน่ะ...ฉันว่ามันจะดีเหรอ...เกรงใจจินเขาน่า” เป็นเสียงค้านจากอุเอ้คนงาม....พอสิ้นเสียง ทุกคนก็หันขวับไปถลึงตาใส่อุเอดะทันที
“เงียบไปเลยนาย...” ทุกคนลงความเห็น
“เป็นจินน่ะ....แน่ใจแล้วเหรอ?” อุเอดะพูดขึ้นอีก แล้วก็ถูกเพื่อนๆ หันมามองซ้ำอีกที
“ไม่เห็นด้วยล่ะก็นั่งเฉยๆ แล้วกัน ...”
“แต่ฉันว่าจินกับจุนโนะน่ะ.........”
“อุเอะดะ...” โชกระแอมเตือน
“ไอ้ยู แกช่วยทำให้แฟนแกหยุดขัดเพื่อนๆ หน่อยได้มั้ยวะ?” โชผลักไหล่ยูอิจิ
“ได้คร้าบ..” ยูอิจิรั้งคอของอุเอดะ โน้มใบหน้าลงมา แล้วก็จูบปากดังจ๊วบ เป็นการปิดปาก ทำเอาเพื่อนๆ ส่งเสียงฮือฮาด้วยความพอใจ
“ไอ้บ้า!!” อุเอ้ทุบยูอิจิปึ่กๆ อายหน้าแดงก่ำ เขาซุกมือไว้กับตัก แล้วก็ก้มหน้างุด ปล่อยให้พวกเพื่อนๆ พูดต่อไป โดยไม่ออกความเห็นอะไรอีก
เขาเหลือบมองจิน .......อยากจะบอกเพื่อนๆ หรอกนะ ว่าจินน่ะไม่น่าไว้ใจมากกว่าใครทั้งหมด...แต่เมื่อไม่มีใครฟังเขา ก็ช่วยไม่ได้....เพราะในส่วนลึก อุเอดะก็แอบลงความเห็นในใจว่า จุนโนะนั้นน่ะเหมาะสมกับจินมากกว่าใคร.......

พวกพี่ๆ ตกลงให้จินช่วยจนชายหนุ่มตกปากรับคำ ด้วยท่วงท่าที่แสดงออกมาว่า ...ยอมเป็นกันชนให้เพราะเสียไม่ได้ ...พวกพี่ขอร้องหรอกนะ เขาถึงยอมทำ...แต่ในใจนี่ซิ...ตีปีกพรึ่บๆ คิดการณ์ล่วงหน้าออกมาเป็นฉากๆ แล้ว..........

จุนจังจ๋า........ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับโนะจังของนาย.......พี่จินไม่ผิดนะขอรับกระผม............

***************************
พอตกดึก น้ำค้างเริ่มลง จุนโนะดูเวลา สามทุ่มกว่าๆ แล้ว เขารีบโทรฯ ไปหายามะพีทันที ที่หมายเดิมก็คือไลฟ์เฮ้าส์ แต่คราวนี้ยามะพีปฏิเสธ
“วันนี้ปวดหัวง่ะ.....” เสียงเพื่อนบอกมาอย่างงั้น
“แหม...ยามะจัง เล่นไปเที่ยวทั้งวันนี่นา...ลุกไม่ไหวเหรอ?” จุนโนะถามด้วยความเป็นห่วง
“คือ.......อยากนอนง่ะ เอาไว้ไปพรุ่งนี้นะจุนโนะ...”
“เหรอ........แต่เมื่อกี้จิมมี่เพิ่งโทรฯ มาหา นัดกับเขาว่าจะไปล่ะ...ทำไงล่ะ..” จุนโนะทำเสียงเสียดาย
“งั้นเหรอ??...อือ...งั้นเราไปเป็นเพื่อนก็ได้...” ปลายเสียงที่พูดนั้น ฟังดูงัวเงียอย่างไรชอบกล
“เออ..ยามะ ถ้าไม่สบายก็ไม่เป็นไรนะ เราไว้ไปวันหลังก็ได้...นายอย่าฝืนเลย ดูแลตัวเองล่ะกัน แล้วพรุ่งนี้จะไปเยี่ยมน้า...........”
เสียงยามะพีอืออาในลำคอ แล้วก็วางหูโทรศัพท์ลง จุนโนะโทรฯ หาจิมมี่เพื่อจะยกเลิก แต่ว่าไม่มีเสียงตอบรับ เขาเดินงุ่นงาน...จะทำอย่างไรดี รับปากกับจิมมี่แล้วด้วยว่าจะไปดู...ทำไงดีล่ะ........

***************************

รถสปอร์ตสีแดง ขับฝ่าความมืดในซอยของหมู่บ้าน ตัดผ่านไปสู่แสงสีของยามราตรีในเวลาค่ำคืน เสียงเพลงในรถปลุกประสาทให้ตื่นด้วยเพลงร็อคทางฝั่งอเมริกา จินส่งเสียงร้องคลอตามอย่างอารมณ์ดี ไม่นึกหัวเสียแต่อย่างใดเมื่อจุนโนะโทรฯ ให้ออกมารับไปย่ำราตรีที่ไลฟ์เฮ้าส์

ยังไม่ทันข้ามวันก็ได้ไปดูเจ้านักร้องที่จุนโนะหลงนักหลงหนาซะแล้ว....อยากดูพฤติกรรมของเจ้าหมอนี่เหมือนกันว่าเป็นอย่างไร ทำไมจุนโนะถึงได้หลงเสน่ห์เข้าไปได้ จินเหลือบมองเด็กหนุ่มที่เอามือเคาะจังหวะบนตัก จุนโนะยิ้มแย้มแจ่มใส ทำคอยึกยักเข้ากับเสียงเพลง
“พี่จินไม่ง่วงแน่นะฮะ?” จุนโนะถาม
“ไม่หรอก...ดีใจนะที่นายชวน....”
“โห...แอบย่องมาแทบตาย เห็นหลังพี่โชไวๆ ที่หลังครัว เกือบไม่ได้มาแน่ะ” จุนโนะพูดไปหัวเราะไป ตื่นเต้นชะมัดกับการที่ได้หลบหนีพี่ชายขี้หวงออกมาด้านนอก คนแรกที่เขานึกถึงก็คือ จิน......และก็ดีใจสุดๆ เมื่อจินตกลงจะไปเป็นเพื่อนเขาไปหาจิมมี่ในคืนนี้
“พี่จินใจดีจัง....ดีกับผมตั้งก๊ะเล็กจนโตแน่ะ...”
“ขอบใจจุนโนะ ที่มองพี่ในแง่ดี...ไม่เหมือนกับ............” จินทิ้งระยะ ทำเสียงทอดถอนใจ
“ไม่เหมือนอะไรฮะ?” เด็กหนุ่มหันมาถามด้วยความสงสัย
“ไม่เหมือนพวกพี่ๆ นาย...ที่คอยจ้องจะรุมตึ้บฉันที่เข้าใกล้นาย....”
“อ๋อ...ก็เขาหวง...เอ๊ย...ไม่ใช่ ...ผมหมายถึงห่วง...ห่วงมากกว่านะฮะ....นึกว่าพี่จินจะมาจีบแล้วทิ้งล่ะมั้ง...แหมพี่จินไม่งั้นซะหน่อย..เนอะ??” หนุ่มน้อยเอียงคอ ส่งยิ้มหวานมาให้จนแก้มตุ่ย
“อือ.....แล้วเรื่องจิมมี่ล่ะ...ไปถึงไหนกันแล้ว...” จินเปลี่ยนเรื่องคุย
“ก็ไม่ถึงไหนหรอก...เพิ่งจะคบกันเอง ยังไม่เคยเดทเลยล่ะ” จุนโนะพูดเสียงอายๆ
“เคยให้เขาจูบหรือยัง?”
“โห...พี่จินถามตรงเป๊ะเลยนะ ผมอายนะฮะ” หน้าแดงในความมืด กับความร้อนซู่ของผิวแก้มทำให้จุนโนะไม่กล้าสบตาจิน
“อ้าวเหรอ??...แหมแต่อยากรู้นี่...อย่าลืมนะ พวกฝรั่งน่ะไม่ชอบคนรักงุ่มง่ามหรอกน้า...อย่างจุนจังนี่คงต้องสอนกันอีกนาน แบบนี้จิมมี่เบื่อแย่...จูบก็ยังไม่ชำนาญ...เฮ้อ...” จินถอนหายใจ ชำเลืองมองอีกฝ่ายเห็นนั่งกัดริมฝีปากนิ่ง
“แหม....จะให้ผมไปขอจิมมี่จูบก่อนง่ะเหรอ...ทำได้ไงล่ะ ไม่เอาง่ะ”
“จุนจังงง....พี่จินสอนให้เอามั้ย?” จินชะลอรถเข้าข้างทาง เมื่อใกล้จะถึงไลฟ์เฮ้าส์ บนสองฝั่งถนนเปลี่ยวเพราะยังไม่ถึงแยกเข้าถนนในเมือง
จินจอดรถห่างจากป้ายรถเมล์นอกเมือง บรรยากาศในรถอึดอัดเมื่อจุนโนะนิ่งเงียบ ได้ยินแต่เสียงลมหายใจของทั้งสองแผ่วๆ เท่านั้นเอง
จุนโนะนั่งก้มหน้านิ่ง มือประสานกันไว้บนตัก
“พี่จินจะจูบผมโดยที่ไม่คิดอะไรหรือฮะ...” เขาถามขึ้น
“บทเรียนน่ะ ไม่เห็นจำเป็นต้องคิดอะไรให้มากความเลย เรียนก็คือเรียน เรียนให้อีกฝ่ายมีประสบการณ์ ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรนี่นา...พี่เองก็เคยจูบจุนโนะมาแล้วนี่ จำไม่ได้หรือที่น้ำตกนั่นน่ะ”
“ตอนนั้น เป็นเพราะเราอยู่ใกล้กันมากกว่า...บรรยากาศมันเป็นใจ แต่ว่าตอนนี้น่ะมันไม่ใช่” จุนโนะพูดอ้อมแอ้ม เขาเงยหน้าขึ้น ก็พบว่าชายหนุ่มอยู่ไม่ห่างจากตัวเขาเท่าไรนัก
“นายคิดอะไรกับพี่หรือเปล่าล่ะ?” จินถาม
จุนโนะส่ายหน้า
“เปล่าฮะ..ก็แค่พี่จินน้องพี่ไอบะ...พี่จินที่ใจดี เป็นเพื่อนบ้านที่ผมรู้จัก...”
“งั้น...ก็ไม่มีอะไรให้ต้องคิดนี่” จินโน้มใบหน้ามาใกล้ แม้จะนึกเสียใจกับคำตอบของจุนโนะ แต่ยามนี้ ถ้าทำให้เด็กคนนี้เคลิ้มกับมนต์เสน่ห์ของเขาได้ ......มันก็ดีกว่าไม่ใช่หรือ
“เอ้อ...ผมว่า พี่จินสอนแค่ทฤษฎีก็พอมั้งฮะ....แต่ปฏิบัติน่ะ ผมว่าให้จิมมี่สอนดีกว่า...” จุนโนะต่อรอง แต่ว่าเขาก็รู้สึกว่า ลมหายใจขัดอยู่ในลำคอเมื่อริมฝีปากของจินปัดอยู่ข้างหู มันทำให้เขาร้อนซู่ซ่าราวกับเจอไฟช้อต จินจับแขนของจุนโนะเป็นการโน้มร่างให้เข้ามาใกล้ แล้วริมฝีปากบางของจินก็ทาบสนิทกับกลีบปากของเขา ในขณะเดียวกับที่ดวงตาเรียวคู่สวยของจุนโนะก็หลับตามไปด้วย
จินชิมรสหวานจากริมฝีปากจุนโนะราวกับได้ลิ้มลองไวน์รสดี มันอ่อนหวาน ซาบซ่า ราวกับมีฟองเบียร์นุ่มๆ มาไล้เลียที่ขอบปาก แต่ในความรู้สึกของหนุ่มน้อยนั้น มันแสนหวานชวนวาบหวาม

ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น จินถอนริมฝีปากออกแล้วประกบลงไปใหม่ จุนโนะทำท่าจะประท้วงแต่เมื่อเขาเผยอริมฝีปาก จินก็ล่วงล้ำลิ้นอุ่นๆ ของเขาเสียแล้ว จุนโนะไม่มีโอกาสได้พูด เพราะจินเป็นคนกลืนถ้อยคำนั้นด้วยมนต์จุมพิต มือของชายหนุ่มลูบคลำเส้นผมนุ่มสลวย เขาพันปลายผมกับนิ้วเรียวของเขา ขณะที่บดขยี้ริมฝีปากและลิ้นของจุนโนะด้วยความพิศวาส

จุนโนะร้องครางเบาๆ เผลอตัวเบียดกายแนบกับร่างของจินเมื่อริมฝีปากของจินผละจากกลีบปากช้ำและขยับลงไปตามซอกคอ เนินอก และหยุดนิ่งที่เหนือหัวใจที่เต้นโครมครามของจุนโนะ เมื่อมือของเขาทำท่าจะไล้ลงต่ำ ผ่านหน้าท้องลงไปเรื่อยๆ จุนโนะก็เป็นฝ่ายหยุดข้อมือของเขาเอาไว้

“พอ...พอนะฮะ พี่จิน...อย่าเอาโนะจังเข้ามายุ่งเลย...” เสียงพูดประสาซื่อของจุนโนะ ทำให้จินชะงักกึก เขาจุมพิตที่เนินอกเบาๆ แล้วก็เงยหน้าขึ้น พบกับดวงตาสุกใสกระจ่างของอีกฝ่ายมองตอบมา ลมหายใจถี่ๆ ของหนุ่มน้อยในอ้อมแขนบ่งบอกถึงความรู้สึกได้ดี จุนโนะเองก็ต้องการไม่แพ้เขาเหมือนกัน

จินมองกลีบปากที่เผยอออกด้วยความรัญจวนของจุนโนะ มันยั่วยวนให้ลิ้มลองเหลือเกิน...แต่วันนี้...เขาเห็นควรว่า...มันยังไม่ถึงเวลา...ทั้งบรรยากาศและสถานที่ ตลอดจนความมุ่งหมายที่ออกมาด้วยกัน ...และแน่นอนที่สุด จุนโนะเพียงแค่ต้องการจะเรียนรู้เท่านั้นเอง

จุนโนะเองก็นั่งนิ่งขึง มองหน้าจินด้วยความรู้สึกประหม่า ความร้อนผ่าวเกิดขึ้นทั่วร่าง ...มองจินคราวนี้ ทำไมถึงคิดว่า ...จู่ๆ จินก็หล่อขึ้นมามากมาย...ใบหน้าคมเข้มที่มองเขานั้น ทำให้จุนโนะรู้สึกใจเต้นแรง และยังรสสัมผัสแปลกๆ เมื่อครู่อีกล่ะ ถ้าไม่หักห้ามใจตัวเอง อะไรจะเกิดขึ้น....เมื่อจะทำใจแข็งชอบจิมมี่แค่ไหน ก็คงยากที่จะทัดทาน...

จินถอยกลับมานั่งที่เดิม ในใจบอกตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่า หลังจากนี้แล้ว....เขาจะปล่อยจุนโนะให้ลอยนวลไปได้นานสักเท่าไรกัน ที่แน่ๆ เขาจะไม่ยอมปล่อยจุนโนะให้กับหนุ่มหน้าฝรั่งคนนั้นหรอก.....เพราะในใจตอนนี้เริ่มบอกกับตัวเองแล้วว่า ....เขาคงทนไม่ได้ที่จะเห็นจุนโนะไปจู๋จี๋กับคนอื่น.....คงเป็นเพราะยังไม่ได้ลิ้มลองในรสเสน่หา หรือว่า...เขาได้เปิดใจให้จุนโนะได้จับจอง เป็นเจ้าของหัวใจของเขาแล้ว....จินยังหาคำตอบกลับตัวเองไม่ได้เหมือนกัน.....

*************************

ไลฟ์เฮ้าส์ที่จุนโนะนำจินมานั้น ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 เข้า แต่เด็กหนุ่มมีป้ายพิเศษแขวนห้อยคอไว้ ก็เลยได้ไปเดินเอ้อระเหยด้านหลังเวที มีจินเดินเป็นเงาติดๆ

จุนโนะยิ้มเมื่อพบจิมมี่มารอที่หน้าห้องแต่งตัว เขาเดินไปหาจิมมี่พร้อมกับยื่นมือให้ทั้งสองข้าง จิมมี่รับมือมากุมไว้ สองใบหน้าต่างยิ้มแย้มให้แก่กัน โดยมีจินมองตามด้วยความไม่พอใจ

...ได้ไงฟะ....จะปล่อยได้ไง เดี๋ยวพวกพี่โชจะหาว่าข้าพเจ้าทำงานขาดตกบกพร่อง...

จินยืนคิดไม่นาน จุนโนะก็เดินยิ้มตาหยีมาทางเขา
“พี่จิน...นี่จิมมี่ฮะ...จิมมี่นี่พี่จิน...พี่ข้างบ้าน”
“สวัสดีครับพี่จิน” จิมมี่ยื่นมือมาให้เขาจับ จินยื่นมือให้อย่างเสียไม่ได้ ดูจิมมี่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร มันยิ้มสวยแบบนี้นี่เล่า จุนโนะถึงได้หลง.....
“พี่จินมาส่งฮะ...แต่ว่าถ้าพี่จินไม่อยากดูดนตรีก็ไม่เป็นไร หรือถ้าง่วงจะกลับก่อนก็ได้ เดี๋ยวผมกลับกับจิมมี่ได้ฮะ...” จุนโนะพูดเหมือนไล่ จินก็เลยฮึด......
“อย่าเลยจุนจัง...กลับกับพี่ดีกว่า เผื่อพี่โชตื่นมาจะได้ไม่โดนดุ”
“แต่ว่า.......” จุนโนะค้านเสียงอ่อย...หน้าสวยเริ่มมุ่ย
“นะ มากับพี่แล้วก็กลับด้วยกันซิ” จินทำเสียงแข็ง
“แต่จิมมี่ชวนไปดูหนังรอบดึกต่อ” เด็กหนุ่มพูดเสียงอ่อน เหลือบตามองจิมมี่ ก็เห็นชายหนุ่มส่งยิ้มให้จิน
“อนุญาตนะครับ...ดูหนังเฉยๆ เดี๋ยวผมจะเอาคนสวยไปส่งเอง” จิมมี่ขอตรงๆ
จินชักว้าวุ่น...จะเอายังไงดี
จะไม่อนุญาต เดี๋ยวก็จะว่าเขามีสิทธิ์อะไร
ถ้าอนุญาต เจ้าสองคนนี้จะเข้าไปทำอะไรกันในโรงหนังหรือเปล่าก็ไม่รู้ ยิ่งตอนนี้ จุนโนะชักจะมีประสบการณ์เรื่องรักๆ ใคร่ๆ แล้วด้วย...จูบก็ลิ้มลองมาแล้ว แถมยังจูบตอบเสียอีกด้วย...จะปล่อยให้อยู่ตามลำพังกับจิมมี่ได้ไง......
“พี่จินกลับไปก่อนนะฮะ...”
“อ้าว!! ไหนว่าจะชวนพี่มาดูดนตรี...ไหงไล่กลับซะแล้วล่ะ” จินถามตรงๆ จุนโนะได้แต่หัวเราะแหะ..แหะ...ทำตาละห้อยแบบขอร้อง แต่จินก็คิดหาวิธีได้ เขาจึงเอ่ยปากอนุญาต
“ฮ้า...พี่จินใจดีจังเล้ย...” จุนโนะดีใจ...กระโดดกอดคอเขา แถมยังหอมแก้มดังฟอดเสียอีกแน่ะ มีจิมมี่ยืนหัวเราะเบาๆ อยู่ไม่ห่าง
จินก็เลยต้องออกมานั่งแกร่วอยู่ในรถ เตรียมพร้อมเสมอจะตามคู่รักคู่นี้ไปดูหนังรอบดึกด้วย....

********************

เสียงนาฬิกาบอกเวลาว่าเที่ยงคืนแล้ว
แต่หนุ่มน้อยตาโตที่กำลังมึนกับอาการปวดหัวตัวร้อน ต้องลุกมานั่งรับโทรศัพท์กลางดึก ยามะพีลองกดรับโทรศัพท์ดู

“...คาเมนาชิ คาซึยะรายงานตัวครับผม!!” เสียงใสๆ ดังอยู่ปลายสาย
ยามะพีขมวดคิ้ว นี่นายคนนี้ไปได้เบอร์ของเขามาจากไหนกัน....ยามะพีใจเต้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ...แล้วจะโทรฯ มาหาพระแสงอะไรกัน...ได้จูบจากเขาไปตั้งสองสามครั้งแล้ว จะมาพูดเยาะเย้ยกันหรือไง
“อะไร?” เป็นคำแรกที่หนุ่มน้อยหน้าหวานพูดกรอกใส่โทรศัพท์
“คุณกำลังเหงาใช่มั้ย?” เสียงยานคางที่แกล้งบีบเสียงให้หล่อพูดตอบกลับมา
“บ้าหรือไง...เหงาบ้าอะไรล่ะ ปวดหัวโว้ย!!” เขาตะโกน
“หึ...หึ....ปวดหัวใจหรือไงครับ...คนสวย”
“นายคาเมะ...จะโทรฯ มาทำไมไม่ทราบ?”
“โทรฯ มายามดึกเผื่อคนขี้เหงา นอนเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย...ผมพร้อมเสมอที่จะดับทุกข์ให้...เนื้อตัวของคุณจะได้เบาสบายราวกับขึ้นวิมานชั้นฟ้า....” เสียงเซ็กซี่จนยามะพีกลั้นลมหายใจ
คาเมะทำเสียงฟืดฟาดใส่เขา ราวกับคนหายใจหอบถี่
“ปลดกระดุมออกซิครับ...ปล่อยให้เสียงของผมได้ลูบไล้เนื้อตัวคุณ...คิดเสียว่าเป็นมือผมที่ได้สัมผัสแตะต้องผิวกายของคุณ”

“ไอ้คาเมะ!! ไอ้เต่าบ้า!! ฉันจะวางหูล่ะนะ...บอกว่าปวดหัวโว้ย!! ไอ้เซ็กโฟนของนายน่ะ ฉันฟังแล้วจะอ้วกว่ะ” ยามะพีกรอกย้ำด้วยเสียงอันดัง
“งั้นเรียกบริการผมด้วยตัวคุณเองซิครับ....คาเมะยินดีบริการถึงเตียงนอน กริ๊งมาเบอร์เดียวเท่านั้น...07263XXXX.....”
“ไอ้บ้ากาม!!” ยามะพีปิดมือถือฉับ เขาเหวี่ยงมันไปอีกทาง กำลังจะล้มตัวลงนอน มันก็ดังเรียกขึ้นอีก เขาถอนหายใจ กดปิดมันซะเลย...ไอ้บ้ากามเอ๊ย...
ยามะพีนอนกลิ้งไปมา เขาคว้าหมอนข้างใบใหญ่มากอดแน่น ซุกหน้าลงไป รู้สึกถึงลมหายใจร้อนๆ เพราะพิษไข้ของตัวเอง ....ปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้

...อยากจะให้คุณเรียวตะมาจูบทับรอยจุมพิตของเจ้าเต่าเจ้าเล่ห์นั่นจริงๆ แต่แหม ดันมาป่วยซะได้....
ทำยังๆ ก็นอนไม่หลับ พอปิดเปลือกตาลงคราใด เขาก็เห็นใบหน้าของคาเมะลอยวนขึ้นมาทุกที

“โอย...คิดถึงหน้าคุณเรียวตะซิเว้ย...เป็นหน้าไอ้เต่าบ้าได้ไง...เฮ้อ....กินยาแก้ไข้ดีกว่า จะได้หลับ..” ยามะพีลุกมาหายากิน เพื่อที่จะได้ง่วงแล้วหลับ...และก็เป็นไปตามนั้น พอกินยาลดไข้ได้ไม่เท่าไร ความง่วงงุนก็เข้ามาแทนที่ ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอ.....

...........ในฝัน........

เขาเห็นตัวเองนอนป่วยอยู่ในห้องสีขาว อยู่ๆ ดีห้องนั้นก็เปลี่ยนเป็นสีชมพู มีดอกกุหลาบหลากสีออกดอกบานสะพรั่ง ประตูห้องพยาบาลเปิดออก พร้อมกับบุรุษพยาบาลในชุดสีชมพู ที่ดูยังไงๆ ก็หน้าตาเหมือนคาเมะ...นายบุรุษพยาบาลเดินมาที่เตียง ยิ้มให้อย่างเซ็กซี่ แล้วก็ก้าวขึ้นมาบนเตียงของเขา ใช้กำลังปล้ำถอดเสื้อผ้าเขาออกจนหมด ก่อนที่จะป้อนยาทางปาก...ในฝัน...ยามะพีสะท้านเยือก

แต่แล้วจู่ๆ เรียวตะก็โผล่เข้ามาขัดจังหวะตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม เขาเห็นตัวเองลุกขึ้นจากเตียงอย่างโกรธจัด ตรงเข้าไปไล่ตีเรียวตะที่บังอาจมาขัดขวางความสุขของเขากับคาเมะ...เรียวตะวิ่งตึ่กๆ ออกไปจากห้อง
จากนั้น เขาก็กลับเข้าสู่อ้อมแขนของคาเมะ....................

......................

ยามะพีตกใจตื่นในตอนดึก....เนื้อตัวยังรุมเพราะพิษไข้ แต่กระนั้นก็ยังอุตส่าห์รู้สึกได้ถึงอารมณ์ชนิดหนึ่งที่มันเริ่มก่อตัวขึ้นภายในร่างกาย มันวาบหวาม ชวนให้ค้นหา เป็นอารมณ์ที่คาเมะเป็นคนจุดมันขึ้นมา...เมื่อเย็นวันนี้เอง....

เขานั่งนิ่งที่เตียง ทบทวนความฝันเมื่อครู่ เห็นคาเมะเต็มๆ สองตา แถมมีอะไรกันอีกด้วย แต่เรียวตะล่ะ...เป็นแค่ตัวประกอบเท่านั้นเองง่ะเหรอ...

“หึ้ย...ไม่นะ...ต้องเรียวตะซิ หนุ่มสเป็คเรา...ไม่ใช่ไอ้หน้าเต่านั่น...” ยามะพีสลัดศีรษะตัวเองไปมา เขาเอื้อมมือมาเปิดซีดี เพลงรักสไตล์ลาตินของเอนริเก้ดังขึ้นมา หนุ่มน้อยเอนตัวลงนอน ปิดเปลือกตาอย่างยากลำบาก
....เพิ่งตีหนึ่งเอง ถ้าหลับต่อแล้วจะฝันบ้าๆ บอๆ แบบเมื่อกี้อีกมั้ยเนี่ย....

********************************

จินแอบขับรถตามจิมมี่กับจุนโนะมาเงียบๆ เชื่อแน่ว่าจุนโนะคงไม่คิดว่าเขาจะทรหดอดทนเฝ้ารออยู่จนคลับเลิก สองหนุ่มมาถึงโรงหนังก่อนเขา และเลือกที่นั่งแบบเก้าอี้สูท คือนั่งเป็นคู่ๆ

......เข้าใจหาโรงมาดูนะไอ้ฝรั่ง.....

จินมาคนเดียวแต่เขาก็ต้องจองที่นั่งชนิดเดียวกัน ชายหนุ่มวางขากับที่นั่งด้านที่ว่าง สายตาไม่ยอมละไปจากคู่ของจิมมี่และจุนโนะที่นั่งถัดจากเขาไปสองเบาะเลย

โชคดีที่หนังที่ไปดูเป็นหนังแหวะ...เลือดท่วมจอ คนคู่หน้าจึงไม่ค่อยจะหวีทหวานแหววกันซะเท่าไร จะมีตอนที่จินแอบตกใจเพราะเห็นจิมมี่เอาหัวซบกับหัวของจุนโนะตอนที่พระเอกนอนกับนางเอกเท่านั้นเอง แต่ยังไม่มีบทโรมานซ์นอกจออย่างที่จินกลัวเลย แต่เท่าที่เห็น เขาก็ไม่แน่ใจว่าช่วงที่สองคนซบกันนั้น เจ้าจิมมี่มันบังอาจจูบจุนโนะหรือเปล่า?

เมื่อหนังเลิก จินก็ตามสองคนนั่นไปอีก จิมมี่ไม่ได้ขับรถไปส่งจุนโนะที่บ้านนี่นา....จินตกใจเมื่อเห็นจิมมี่เบนรถออกถนนสายนอกเมือง ไอ้หนุ่มนั่นจะพาจุนโนะไปไหน แล้วเด็กคนนั้นล่ะเห็นดีจะไปด้วยล่ะหรือ?

จินขับรถตามไปห่างๆ เห็นแต่ไฟท้ายรถแดงวาบๆ เป็นจุดสี่จุด เขาตามไปเรื่อยๆ จนเห็นท้องทะเลอยู่เบื้องหน้า.....

.................................

“มันดึกแล้วนะฮะ จิมมี่ เอาไว้มาตอนกลางวันไม่ได้หรือ?” จุนโนะขยับตัวยุกยิกอยู่กับที่
“อยากพาจุนโนะมานั่งรถเล่นน่ะ เดี๋ยวก็กลับ วนรอบนี้สักรอบก็กลับแล้ว...บรรยากาศโรแมนติกออก” จิมมี่ขับรถไปเรื่อยๆ ไม่ยอมหยุด และจุนโนะก็ไม่เห็นว่าจิมมี่จะวนรถแบบที่พูดเลย
“กลับดีกว่า...เดี๋ยวพี่ดุ” เขาร้องขอ
ได้ยินเสียงจิ๊ปากเบาๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร จุนโนะเริ่มนั่งไม่เป็นสุข เขาเห็นจิมมี่จอดรถที่หน้าบังกะโลหลังหนึ่ง
“จ...จอดทำไมฮะ...” จุนโนะถาม
“มาหาเพื่อนหน่อย จุนโนะลงมาก่อนซิ...มาดื่มน้ำเย็นๆ ก่อน เดี๋ยวกลับ...” ใบหน้าหล่อคมเดินอ้อมมาทางที่นั่งของเขา จุนโนะแหงนมองจิมมี่...สายตาคมสวยของหนุ่มร่างสูงดูมีเสน่ห์ชวนให้ค้นหา จุนโนะใจเต้นแรง...

ไม่เชื่อหรอกว่า จะพามาหาเพื่อน....

......จุนโนะมองจิมมี่อย่างชั่งใจ หรือว่าจะได้เวลา...ของคนรักกัน อย่างที่จินเคยพูดให้ฟังบ่อยๆ จุนโนะนึกไปถึงบทเรียนที่จินสอนให้ก่อนมา จะเอามาใช้กับจิมมี่เหรอ...เขาพร้อมแล้วหรือยัง?...

เมื่อจิมมี่เปิดประตูรถ....จุนโนะจะนั่งเฉยหรือออกไปกับจิมมี่ดี...หนุ่มน้อยนั่งตรองอยู่ในใจ....
“ว่าไงครับคนดี?” จิมมี่ยื่นมือมาหา แต่อีกฝ่ายกลับลังเล

ตอนแรกก็ดีใจและตื่นเต้นหรอกนะที่ได้ออกเดทกับจิมมี่ แต่พอเอาเข้าจริงๆ จุนโนะกลับรู้สึกแปลกๆ...เหมือนมีม่านบางๆ กั้นความรู้สึกของเขากับจิมมี่อยู่ เป็นม่านที่ไม่อาจมองทะลุเข้าไปเห็นอีกฝ่ายหนึ่งได้

จุนโนะเงยหน้ามองคนร่างสูงตรงหน้า คราวนี้เขากลับรู้สึกอึดอัด...ไม่เหมือนตอนที่อยู่กับจินเลยล่ะ
“กลับบ้านดีกว่าฮะ” หนุ่มน้อยตอบโดยไม่ลังเล
“โธ่.....!!” จิมมี่ยืดตัวขึ้น เขาพยายามข่มอารมณ์โกรธไว้ภายใน ใบหน้าหล่อเข้มเกยอยู่บนหลังคารถ หลับตานับหนึ่งถึงสิบ อยากจะกระชากร่างโปร่งของไอ้หนุ่มหน้าซื่อแต่ดื้อคนนี้ แล้วลากเข้าไปข่มขืน ดับอารมณ์ตัวเองซะเหลือเกิน ....คิดว่าไหนๆ ก็พากันมาจนถึงที่นี่ จะยอมดีๆ ...หนอย........ทำเล่นตัว ...ทีอยู่ในโรงหนังล่ะก็ปล่อยให้เขากุมมือตลอด...มันน่าจะจับไปขึงพืดให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย....

ฮึ...นี่คงเป็นรายแรกของเขาเลยล่ะเนี่ย ที่หลังจากเดทกับเขาแล้ว จบลงด้วยการปฏิเสธเขา

แต่เท่าที่จิมมี่จะทำได้ก็คือ ก้มหน้ายิ้มหวานให้จุนโนะ แล้วก็ลูบศีรษะเด็กหนุ่มเบาๆ อย่างอ่อนโยน
“งั้นเอาไว้วันหลังก็ได้ครับ วันนี้จะพาจุนโนะกลับบ้านก่อนดีกว่าเนอะ...เดี๋ยวพี่นายจะห่วง”
“ดีฮะ” คนฟังยิ้มแป้น โล่งอกนักหนา ....จิมมี่พูดออกมาแบบนี้ก็ดี จะได้ไม่ขัดใจกัน

ดังนั้น ...สิ่งที่จินเห็นก็คือ รถของจิมมี่ขับพาจุนโนะกลับเข้าเมืองและไปถึงบ้านจุนโนะอย่างปลอดภัย...โดยมีเขาขับรถตามไปสังเกตการณ์ห่างๆ คอยดูจนกระทั่งร่างของเด็กเฮี้ยวหายเข้าไปในบ้าน เขาถึงกลับบ้านของตัวเองบ้าง
พอถึงบ้านก็ล้มตัวลงนอน....หมดแรงเลยล่ะ ....วันนี้ตระเวณทั้งวัน แถมยังอดนอนเอาตอนดึกๆ อีกแน่ะ พรุ่งนี้ก็ไม่รู้ว่าจุนโนะจะมาเรียนยูโดหรือเปล่า........
จินนอนทั้งอย่างงั้น กลิ่นคราบบุหรี่จากในไลฟ์เฮ้าส์ยังกรุ่นติดเนื้อติดตัวอยู่เลย แต่มันเพลียเกินกว่าจะลุกไปอาบน้ำได้ นอนมันทั้งอย่างเงี้ยล่ะวะ.....นอนเห็นแต่หน้าจุนโนะ หน้ายิ้มๆ ของเจ้าหนุ่มน้อย รอยยิ้มน่ารัก มีเสน่ห์ แต่ว่า

...เป็นรอยยิ้มที่ให้กับคนอื่น....

จินนึกถึงความเร่าร้อนในรถ บทจุมพิตที่เขาสอน หนุ่มน้อยเรียนรู้ได้เร็วทีเดียว ...เนื้อตัวก็หอมกรุ่น ผิวใสสะอาดนุ่มมือเมื่อยามคลึงเคล้าเล้าโลม ...ดวงหน้าหมดจดงดงามที่มองเขาอย่างรัญจวนใจ ...ริมฝีปากอ่อนบางหยักโค้งได้รูปชวนให้ลิ้มลองไม่รู้เบื่อ... โฮ้ย....ทั้งหมดนี้ประกอบเป็นเด็กหนุ่มนามว่า จุนโนะสุเกะ...

นี่ถ้าได้จุนโนะเป็นคู่รัก.......จะนอนกอดไม่ยอมห่างทุกคืนเลยล่ะ....

จินนอนคว่ำหน้าบนที่นอน เขาเกยคางบนหมอน ดวงตาค้างแข็งหลับไม่ลง ทั้งๆ ที่เพลียจะแย่อยู่แล้ว
นี่ถ้าเมื่อกี้ จุนโนะยอมเข้าไปในบังกะโลหลังนั้น เขาคงจะตรงเข้าไปกระชากร่างโปร่งคืนมาแน่ๆ ....แต่โชคดีที่จุนโนะไม่ได้ลงไปด้วย ....ในตอนที่เฝ้าดูอยู่นั้น เขารู้สึกใจไม่ดี...เป็นห่วง กังวลใจ และที่ร้ายที่สุด รู้สึกเจ็บลึกๆ ในอกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน...ที่เห็นจุนโนะสนิทกับจิมมี่ถึงขั้นเดทกันได้ในยามดึก....

........เฮ้อ.........

เขาระบายลมหายใจยาวเหยียด

...สิ่งที่พี่ไอบะเคยถาม......ได้ค้นหาคำตอบให้ตัวเองเดี๋ยวนี้เอง

....แน่ใจแล้วล่ะว่า...คนที่อยากร่วมเรียงเคียงหมอนในยามนี้ที่สุด ก็คือ ซากุราอิ จุนโนะสุเกะ คนนี้คนเดียวเท่านั้น....

*********************************

to be continue

 

...vol 14

**********************

วันรุ่งขึ้น
ยามะพีพยายามปรือตาขึ้นมองแสงทองยามเช้า........หลังจากที่ได้กินยาลดไข้ไปเมื่อคืน ก็เริ่มจะฟื้นฟูสภาพร่างกายได้บ้างแล้ว เขาลุกขึ้นล้างหน้าแปรงฟัน พอร่างกายสดชื่นขึ้นก็มุดตัวอยู่ในโปงอีกครั้งหนึ่ง อยากหลับต่ออีกสักงีบ กะว่าพอค่อยยังชั่วจะโทรฯ หาจุนโนะสักหน่อย ยามะพีนอนบิดตัวไปมา หนังตาก็เริ่มหนัก.......

เขานอนหลับไปนานเท่าไรไม่รู้ แต่มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อที่นอนของตัวเองไหวยวบ ยังไม่ทันจะลืมตาตื่นก็ถูกสัมผัสอย่างสนิทชิดเชื้อที่เปลือกตา

ยามะพีค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ เมื่อมองสบเข้ากับดวงตาดำของใครคนหนึ่งเข้า เขาก็ผวาลุกขึ้นนั่ง คว้าผ้าห่มมาคลุมตัวโดยอัตโนมัติ ได้ยินเสียงหัวเราะอย่างยั่วเย้ามาจากริมฝีปากของร่างที่บังอาจมาขโมยจูบเปลือกตาของเขาได้

ดอกกุหลาบช่อใหญ่สีแดงถูกวางแหมะกับอกของยามะพี กลิ่นหอมของมันกระจายกรุ่นไปทั่วบริเวณ เจ้าของห้องก้มลงมองดอกแดงหลายสิบดอกแล้วก็มองหน้าคนเอามาให้
“นาย...นายเข้ามาบ้านฉัน และก็ในห้องฉันได้ไง??” ยามะพีระล่ำระลักถาม แต่คนฟังกลับนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ใบหน้ายียวนยักคิ้วให้
“ก็เดินเข้ามา ไม่ได้เหาะขึ้นมาซะหน่อย...”
“นายคาเมะ!! ฉันหมายถึงว่า... ใครอนุญาตให้คนแปลกหน้าอย่างนายเข้ามาในห้องฉันหา?” เสียงห้วนจัดของคนถามเกือบจะเป็นตะคอก แต่คาเมะยังยิ้มได้
“แม่ยายฉัน..เอ๊ย...แม่นายอนุญาต แทบจะอุ้มฉันขึ้นบันไดมาเลยด้วยซ้ำ.....”
ยามะพีหูผึ่ง ไม่อยากจะเชื่อ เขาหรี่ตามองคาเมะทางหางตา ปากอวบยื่นออกแต่พองาม
“ไม่เชื่อง่ะ...” เขาบอก
“ก็ไม่ได้ให้เชื่อนี่ ...ฉันแค่บอกว่า ฉันเป็นน้องพี่ไอบะอยู่บ้านข้างๆ นี่ แล้วก็รู้ว่าลูกชายคนสวยของบ้านไม่สบาย ฉันก็เลยได้เข้ามา...”
“แค่นั้นง่ะ?” ยามะพีเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
คาเมะถอนหายใจดัง ยักไหล่ราวกับไม่ใส่ใจกับปฏิกิริยาของคนตรงหน้า เขากลิ้งตัวลงกับที่นอนกว้าง
“เฮ้ย...ลุกเดี๋ยวนี้นะ!! นี่ห้องฉัน เตียงฉัน ห้ามนายแตะต้องรู้ไว้ด้วย” ยามะพยายามดันตัวคาเมะให้ลุก แต่คนเจ้าเล่ห์อย่างคาเมะกลับกลิ้งตัวเองมุดเข้าไปใต้โปง คลานกระดืบอยู่บนตัวของร่างบาง
“อ๊ะ?..” ยามะพีร้องลั่น เมื่อรู้สึกว่าช่วงเอวของตัวเองถูกรัดรึงด้วยลำแขนแข็งแรงของคนใต้โปง
คาเมะโผล่หัวอันยุ่งเหยิงออกมา หน้าของเขาแทบจะชนกับหน้าของยามะพี ลำตัวเกยทับยามะเต็มๆ แถมยังกอดเอวเอาไว้ซะอีกแน่ะ
“อื้อ......ปล่อยนะ!!” ยามะแหวใส่ มือยันคางคาเมะไว้จนสุดกำลัง เมื่อไม่ไหวจริง เขาก็เอาช่อกุหลาบตีหัวคาเมะเมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะรุกมากกว่าเดิม คาเมะเหวี่ยงดอกไม้ไว้บนหัวเตียง เขายื่นหน้าเข้าไปจนติดหน้ายามะพี
“แหม!! แค่นี้หวงเนื้อหวงตัว ทีอี๋อ๋อกับเจ้าตัวสูงนั่นล่ะได้...ปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนแทบจะเสียตัว ไม่เห็นจะดีดดิ้นใส่มันบ้างล่ะ?” คาเมะต่อว่า
“แล้วเกี่ยวอะไรกับนายด้วยหา?...”
“ไม่เกี่ยว...แต่หมั่นไส้...”
“มีสิทธิอะไรมาหมั่นไส้ฉัน?...คนรักกันชอบกันจะหวีทหวานแหววมันก็เรื่องของฉัน คนนอกไม่เกี่ยว”
“ก็ไม่อยากจะเกี่ยวหรอก ถ้าไม่พนันกับนายเอาไว้” คาเมะยื่นหน้ามาจนชิด เขารู้สึกว่าเนื้อตัวของยามะพียังร้อนผะผ่าว...นี่แสดงว่า เจ้าหนุ่มหน้าหวานนี่ มันเป็นไข้จริงๆ น่ะซิ
คาเมะเอื้อมมือไปอังหน้าผากมนของคนไข้ ยามะพีผงะออกนิดหนึ่ง แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ได้ลวนลามก็เลยนิ่งเฉย
“เป็นไข้นี่นา” คาเมะพูด
“ก็เออง่ะเด่ะ...ใครเขาโกหกนายกันล่ะ”
“ก็นึกว่าจะป่วยหลอกๆ เฮ้อ......มามะ...ให้ฉันนอนกอด เดี๋ยวก็หาย” คาเมะโผเข้ากอดยามะพีเต็มแรง จนร่างคนป่วยหงายหลังไปกับที่นอน
“เฮ้ย!! จะบ้ารึไง??” ยามะพีร้องลั่น เมื่อถูกคาเมะทับเอาเต็มๆ
เสียงหัวเราะหึๆ ดังขึ้นใกล้ๆ ริมหู เนื้อตัวอุ่นของคาเมะกลับทำให้ยามะพีเกิดอาการร้อนวูบวาบขึ้น เขานอนนิ่งอึ้ง ทำไมมันถึงรู้สึกแปลกๆ แบบนี้นะ

เขาทำตาโตเมื่อคาเมะค่อยๆ เงยหน้าจากซอกคอของเขา ดวงตาคมจัดโลมไล้ไปทั่วทุกส่วนของดวงหน้า ตั้งแต่ดวงตากลมโตใสแจ๋ว รับกับคิ้วโค้งสีน้ำตาล ที่ถูกเจ้าตัวกัดสีจนรับกับทรงผมรุ่ยร่ายสีน้ำตาลอ่อน คาเมะก้มมองจมูกโด่งเล็กๆ ที่เชิดขึ้นอย่างน่ารัก แล้วยังริมฝีปากอวบอิ่มย้อยสีแดงเข้มที่เขาเคยสัมผัสมาแล้ว ...หลายครั้งด้วย...จำได้ดีว่ามันให้ความรู้สึกดีเพียงใดที่ได้ประทับริมฝีปากลงไป
“น...นาย...ลงไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้นะ!! ยามะพีสั่งด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
แต่คาเมะกลับส่ายหน้า เขากดใบหน้าเข้มจัดของเขากับหน้าผากมนของเจ้าของห้อง ทำเอายามะพีสะดุดลมหายใจ
“ไม่สบายใจจริงๆ ด้วยนะเนี่ย...ต้องทำยังไงนายถึงจะหาย” คาเมะกระซิบเสียงพร่า เขาเองก็รู้สึกแปลกๆ ไม่แพ้กัน คิ้วโก่งเลิกขึ้นเมื่อรู้สึกว่า ยามะพีขยุ้มหัวไหล่ของเขาเอาไว้ ...ไม่ใช่ด้วยความโกรธ แต่เพราะความตื่นเต้นมากกว่า....
“ยามะพี..” ศีรษะสีทองค่อยๆ เลื่อนไถล ฝังแน่นที่ซอกคอร้อนระอุ
“อ๊ะ??” ยามะพีแอ่นตัวขึ้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อคาเมะขบเม้มบริเวณนั้น ก่อนจะฝากรอยคิสมาร์กเอาไว้โดยที่ยามะพีไม่อาจได้มีโอกาสได้เห็น
“นายจะทำอะไรฉัน?” ยามะพีถามเสียงต่ำ
“เปล่า...” เสียงนุ่มตอบกลับมาข้างริมหู ริมฝีปากบางของคนข้างบนขยับป้วนเปี้ยนแถวขมับ ก่อนที่จะไถลมาจูบอย่างอ่อนโยนแถวๆ เปลือกตา

ยามะพีหลับตาโดยอัตโนมัติ ริมฝีปากเม้มแน่นเมื่อคิดว่า ตัวเองกำลังจะโดนจูบในไม่ช้า...

ลมหายใจของคนทั้งคู่กระเส่า ฝ่ามือของคาเมะคลำไปทั่วร่างบางข้างใต้ หยุดนิ่งเหนือทรวงอกที่ห่อหุ้มหัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นโครมครามนั้นไว้...และเมื่อลมหายใจกรุ่นโฉบวูบเหนือริมฝีปากอวบ ยามะก็เผยอกลีบปากขึ้นรับโดยไม่เกี่ยงงอนเหมือนที่แล้วๆ มา

คาเมะยิ้มที่มุมปาก เมื่อกำลังจะได้เชยชิมกลีบกุหลาบชั้นเลิศนั้นในไม่ช้า แต่เมื่อเขาประทับริมฝีปากลงไป เพียงแผ่วเบาเท่านั้น ....

........ก๊อก...........ก๊อก..........

เสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับใบหน้าหวานใสของอีกหนุ่มหนึ่งเยี่ยมหน้าเข้ามามอง
“เฮ้ย!!” เสียงอุทานดังออกมาจากปากของผู้มาเยือนคนใหม่
“ไอ้...ไอ้ตี๋หน้าขาว...นาย...นายทำอะไรเพื่อนช้านนน...” จุนโนะปรี่เข้าหาร่างสองร่างที่กำลังนอนทับกันอยู่บนเตียง
“ดะ..เดี๋ยว...” คาเมะร้องได้แค่นั้น เมื่อคอเสื้อของตัวเองถูกจุนโนะดึงขึ้นมา จากนั้น........

.........ตึง......!!

.......โครม........!!

จุนโนะยืนหอบ มองดูผลงานตัวเอง รู้สึกสะใจเหลือเกินที่เห็นร่างของคาเมะลงไปนอนแอ้งแม้งกับพื้นห้อง ร่างเล็กนอนบิดไปมา มือจับที่เอวของตัวเอง ราวกับกลัวว่ามันจะหักกลาง.....

“หนอย....กล้าดียังไงมาปล้ำเพื่อนฉัน” จุนโนะเท้าเอว ชี้หน้าว่าคาเมะ
“ฉันเปล่าปล้ำซะหน่อย....ไม่เชื่อถามเพื่อนนายดูก็ได้” คาเมะชี้ไปที่ยามะพี

“ไม่เห็นต้องถามให้เสียน้ำลาย ก็เห็นๆ อยู่”
“ไม่ได้ปล้ำว้อย...กำลังจะรักษาไข้ต่างหาก”
“หนอย.....ว่าไงยามะจัง ไอ้หมอนี่มันลวนลามนายใช่เปล่า?” จุนโนะหันมาถามผู้เสียหาย
ยามะพีทำตาโต ยังคงซุกเนื้อตัวอยู่ใต้โปง โผล่มาแค่คอ มองคนโน้นทีคนนี้ที แบบไม่รู้จะเอายังไงดี
“ว่าไงยามะ??” เพื่อนถามซ้ำ
“ก็....จะว่าปล้ำก็ไม่เชิง” เสียงอ้อมแอ้มตอบกลับมา
“หมายความว่าไง” จุนโนะเดินมาทรุดตัวนั่งที่เตียง มองเพื่อนรักอย่างค้นคว้า
ยามะพีหลบตาวูบ ดวงหน้างามก้มมองผ้าห่มที่คลุมร่างของตัวเองอยู่
“เขาแค่วัดอุณหภูมิไข้ฉัน...”
“เฮอะ!!” จุนโนะเบ้ปากใส่ ...น่าเชื่อนักนี่..
“วัดอุณหภูมิไข้!!...เชอะ...เขาวัดกันแบบเนี้ยง่ะเหรอ........อืมมม.....ฉันก็เพิ่งรู้เหมือนกันนะ”
“ก็จริงนี่นา..”
“ยามะ....นะ...ยามะ ...เดี๋ยวนี้นายแก้ตัวแทนเจ้าหมอนี่แล้วหรือ...นายโกหกฉัน..ฉันไม่ใช่เด็กอมมือจะได้ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรนะ...ไอ้ที่เห็นเมื่อกี้น่ะ ถ้าฉันไม่เข้ามา นายไม่โดนมันเอาปรอทวัดไปทั้งตัวแล้วเรอะ?” จุนโนะพูดประชดประชัน แล้วก็หันมาค้อนให้คาเมะเต็มๆ
“ฉันไม่ได้แก้ตัวแทน...แต่ว่า...เอ้อ.....ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะจุนจังว่า...ทำไมถึงไม่ขัดขืนเขา...” ยามะพีสารภาพในที่สุด
จุนโนะลุกขึ้นยืน เขาหยิบถุงเสื้อยูโดที่โยนไว้กับพื้นตอนที่จะจับคาเมะทุ่มขึ้นมากอดเอาไว้ มองหน้าเพื่อนที แล้วก็มองหน้าคู่กรณีอีกที
“นายคงไม่ได้เปลี่ยนสเป็คของนายใช่มั้ย ยามะพี?”
“เปล่า...”
“ดี!! ถ้านายสมยอมก็แล้วไป...ฉันจะได้รู้ไว้ ว่านายแพ้รสจูบเจ้าหมอนี่...งั้นนายก็เลิกคบคุณเรียวตะแล้วใช่มั้ย?” จุนโนะกระแทกเสียงใส่
“เฮ่ย...เปล่าน้า...” ยามะพีสลัดผ้าห่มออก เขากระโจนคว้าแขนจุนโนะไว้ เมื่อเพื่อนตัวสูงหันหน้ามา ยามะพีก็ส่ายหน้าให้

“อย่าบอกเรียวตะนะจุนจัง......ขอร้องล่ะ” เขาก้มหัวให้ จุนโนะก็เลยตบบ่ายามะเบาๆ
“ฉันไม่ใช่คนขี้ฟ้องนะ...นายก็รู้ ...เอาเหอะ..เรื่องรักๆ ใคร่ๆ นี่ก็เรื่องของนาย...ถ้าเขาไม่ข่มเหงนาย ฉันก็ไม่ว่าอะไร แต่ถ้าเขารังแกนายล่ะก็...ไม่ต้องเกรงใจนะ จับทุ่มได้เลย...ไม่ต้องรอให้ฉันมาช่วย...”
“อือ.....” ยามะพีพยักหน้าหงึกๆ พลางก้มมองถุงชุดยูโดในมือของเพื่อน
“จะไปไหนเหรอ จุนจัง”
“ไปฝึกยูโดกับพี่จินที่บ้านเขา” จุนโนะเสียงอ่อนลง เมื่อเปลี่ยนเรื่องคุย ยามะพีปล่อยแขนเพื่อน
“เหรอ...งั้นก็รีบไปเถอะ...ทางนี้...” ยามะพีหันไปมองคาเมะ
“คาเมะเขาก็จะไปแล้วเหมือนกัน...”
“อ้าว!! ไล่เลยหรือจ๊ะ? ไม่ให้วัดไข้ต่อแล้วเหรอ?” คนหน้าขาวส่งเสียงโอดครวญ
“นายจะกลับบ้านหรือเปล่า จะได้เดินไปด้วยกัน?” จุนโนะมีน้ำใจเอื้อเฟื้อ แต่คาเมะก็มองเห็นว่าใบหน้างดงามนั้นไม่ได้เข้ากับน้ำเสียงชักชวนเลยสักนิด สิ่งที่เขาทำได้ก็คือ ...สั่นหน้าปฏิเสธ
“ไม่ง่ะ...จะอยู่เป็นเพื่อนยามะพีสักครู่...แล้วก็จะไปสัมภาษณ์ที่มหา' ลัยที่จะเข้าเรียนต่อน่ะ...นายไปเหอะ ฉันไม่ทำอะไรเพื่อนนายหรอก” คาเมะยกมือตั้งขึ้นเป็นการให้สัญญา
“งั้น.....ฉันไปล่ะ..เดี๋ยวพี่จินจะคอย” จุนโนะโบกมือให้ยามะพี แล้วก็ทำปากขมุบขมิบ ชี้ไปที่หน้าคาเมะ

..........................
“โอย.....เพื่อนนาย...รุนแรงจัง...นี่ยังจะไปเรียนยูโดอีกเหรอเนี่ย...แค่นี้ยังเรียนไม่หนำใจหรือไงกัน?” คาเมะพูดทันทีที่ลับร่างจุนโนะ ยามะพีส่งเสียงหัวเราะคิก แล้วก็กลับขึ้นไปนอนบนเตียง
“จุนจังจะเอาสายดำให้ได้....”
“แล้วให้พี่จินสอนให้ง่ะนะ...” คาเมะทำอมยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก
“ทำไมง่ะ พี่จินทำไม?”
“ไม่ไงร้อก...กลัวจะไม่ได้วิชายูโดกลับไปอย่างเดียวง่ะซิ...อิ..อิ...”

“...เขาจะสอนอย่างอื่นกันด้วยเหรอ?” ยามะพีเอียงคอถามประสาซื่อ คาเมะถือวิสาสะนั่งลงที่เตียงอีกครั้ง เขาโบกมือไปมา
“ไม่มีไรหรอก ฉันแค่เดาเอา คิดว่าพี่จินคงติวเข้ม สอนตัวต่อตัวแบบนี้ มีหวังจุนโนะไม่รอดแน่.........”
“โหย...พี่จินโหดขนาดนั้นเลยเหรอ...เพื่อนฉันยิ่งบอบบางอยู่” ยามะพีเผลอจับแขนคาเมะเขย่าถาม เล่นเอาเจ้าเต่าโฉดกุมมือซ้อนทับซะเลย
“จับฉันทุ่มซะเกือบเดี้ยงแบบเมื่อกี้ง่ะเหรอ บอบบางของนาย”
“แหะ...แหะ...เขาจะแข็งแกร่งเฉพาะเวลาเล่นยูโดเท่านั้นหรอกน้า...าา...” ยามะพีพูดไปยิ้มไป ทำให้ใบหน้าดูงดงามน่ามองขึ้นอีกพะเรอ คาเมะมองหน้าแล้วก็พาลใจแกว่ง เขาขยับเข้ามาใกล้อีกนิด ในขณะที่มือก็ยังกุมมือของยามะพีอยู่
“ฉันว่านายนอนเหอะ...เดี๋ยวไข้จะขึ้นอีก ...ไหน...ไหนดูซิ ตัวหายร้อนหรือยัง” คาเมะประกบปากฝังที่ซอกคอคนป่วยทันทีอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว เล่นเอายามะพีตัวแข็งทื่อ...
“อืมมม....” ตัวชักจะอุ่นๆ คนฉวยโอกาสเงยหน้าขึ้นพูดหน้าตาเฉย
ยามะพีนั่งหน้าแดงก่ำ เขารีบมุดเข้าใต้โปง ส่งเสียงงึมงำมาว่า ....
“ฉันง่วงล่ะ...จะนอน...วัดไข้แบบนี้ พอดีไม่หายกัน”
“งั้นก็นอนซิ...จะอยู่เป็นเพื่อน” คาเมะล้มลงนอนเคียงข้าง ยามะพีสะดุ้งโหยง หันขวับมาทันที
“จะบ้าเรอะ...นายอยู่แบบนี้ ใครจะไปหลับลง...เดี๋ยวเกิดหน้ามืด ปล้ำฉันขึ้นมาจะว่าไง?”
“ปล้ำก็เสร็จฉันง่ะเด่ะ” ลอยหน้าลอยตาพูดซะอีก
ยามะพีเม้มปาก ...
“สัญญาก่อนนะว่า จะไม่ลักหลับฉัน..”
“คร้าบกระผม ...ถ้าไม่อนุญาต เต่าโฉดไม่ทำเด็ดขาดเลยคร้าบบบ...”
“ดี...จำไว้ก็แล้วกันว่าพูดอะไรไว้” ยามะพีมองค้อน เขาพลิกตัวนอนหันหลังให้ ...คาเมะจะดื้ออยู่ด้วยก็ตามใจ ขี้คร้านจะไล่แล้ว ถึงไล่ก็คงไม่ไป...แต่ว่า........อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากจะไล่ด้วย เพราะมีเสียงเต่ามางึมงำอยู่ข้างๆ ก็หายเหงาดีเหมือนกันนิ.........

***************************

บ้านกว้างใหญ่ของไอบะ มาซากิ เงียบเชียบเมื่อจุนโนะเดินเข้าไปภายใน ผ่านสวนหย่อมร่มรื่นหน้าบ้าน จุนโนะเห็นรถของพี่ชายจอดอยู่แถวๆ นั้นก็ขมวดคิ้ว ...นี่พี่โชยังไม่ไปทำงานอีกเหรอ......
เด็กหนุ่มเดินจรดฝีเท้าเข้าไปเรื่อยๆ เห็นคนรับใช้สองสามคนกำลังทำความสะอาดบ้าน ก็ถามถึงพี่ชาย สาวใหญ่แม่บ้านก็บุ้ยใบ้ไปทางชั้นบน แล้วก็ยิ้มให้ จุนโนะพยักหน้างึกๆ ใบหน้าแดงระเรื่อขึ้น เข้าใจนัยๆ แล้วว่าพี่โชขึ้นไปทำอะไรกับพี่ไอบะบนห้อง เขาก็เลยถามถึงจิน เธอคนนั้นก็ชี้ไปทางห้องออกกำลังข้างสระน้ำที่เคยจัดงานปาร์ตี้บ่อยๆ

“งั้นถ้าพี่โชลงมา บอกว่าจุนจังมาเรียนยูโดกับพี่จินนะครับ...” จุนโนะฝากความไว้กับแม่บ้าน
“ค่ะ...คุณหนูจุน...”

........................................

จุนโนะเดินลัดเลาะผ่านสระว่ายน้ำ เห็นจินกำลังลอยคอ ดำผุดดำว่ายอยู่ก็หยุดชะงัก ยืนนิ่งมองชายหนุ่มอยู่ตรงขอบสระนั่นเอง จินใส่แว่นตากันน้ำอันเล็ก เสริมให้ดวงหน้าของเขาเข้มจัด ผิวขาวแวววาวสะท้อนแสงอาทิตย์ยามสาย ดูราวกับเทพบุตรในสายตาของจุนโนะ

เมื่อจินว่ายน้ำมาจนถึงบริเวณที่จุนโนะยืนอยู่ จินก็เลิกแว่นขึ้นเอาไว้บนหัว มองดูหนุ่มน้อย แล้วก็ส่งยิ้มให้จนจุนโนะใจเต้น
จุนโนะรีบมองไปทางอื่น เมื่อจินปีนขึ้นบนขอบสระ ชายหนุ่มยังคงนั่งอยู่เช่นนั้น เขาแหงนมองจุนโนะที่มองไปทางอื่น ใช้มือเย็นชื้นสะกิดเบาๆ ที่ปลายขากางเกงทำให้เด็กหนุ่มตกใจ
“อ๊ะ?..” จุนโนะชักขาหนี แล้วก็ก้มมองจิน
“หวัดดีครับ...มาแต่เช้าเชียว” จินร้องทัก
“ก็มาฝึกยูโดกับพี่จินไงฮะ”
“อือ.......จะเล่นน้ำก่อนมั้ย?” จินชวน แต่คนถูกชวนส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่ง่ะ....ไม่ได้เอากางเกงว่ายน้ำมา”
“ก็ไม่ต้องใส่...” จินว่าเข้านั่น
“บ้า...” เด็กหนุ่มค้อนขวับ ...จินหัวเราะอย่างยั่วเย้า เขาลุกขึ้นยืนเต็มตัว เห็นทรวงอกกว้างสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นมันวาว ดึงดูดสายตาให้จุนโนะมองอย่างเผลอไผล จินขยับเข้าใกล้ เด็กหนุ่มก็ยังไม่รู้ตัว
“จุนจัง...” เสียงแหบพร่าของจินดังอยู่ไม่ห่าง จุนโนะสะดุ้งรีบกอดถุงชุดยูโดไว้กับอก เขาถอยหลังไปสองสามก้าว แล้วก็บอกว่า
“ผมจะไปเตรียมฝึกยูโดก่อนนะฮะ” จุนโนะวิ่งผลุบหายเข้าไปที่ห้องออกกำลังที่อยู่ติดกับสระ

************************************

จุนโนะเดินมองไปรอบๆ ห้องออกกำลัง หรือจะเรียกว่าห้องฟิตเนสก็ว่าได้ ภายในห้องมีเครื่องเล่นมากมาย แต่ที่จุนจังสังเกตทันทีที่เข้ามาก็คือ เบาะยูโดอย่างขาวสะอาดวางอยู่มุมห้อง เป็นบริเวณขนาดกำลังพอดี จุนโนะเดินเข้าไปสำรวจ แล้วก็ยิ้มออกมา

....แสดงว่าจินคงมาจัดเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว......

....น่ารักจังเลย...พี่จิน.....

จุนโนะไปที่มุมห้อง เขาหยิบชุดยูโดตัวใหม่ที่พี่โชให้เป็นของขวัญในวันเกิดที่ผ่านมา กำลังจะเดินเข้าไปเปลี่ยนอยู่แล้วเชียวเมื่อมีมือเย็นๆ มือหนึ่งสัมผัสที่บริเวณช่วงเอว เขารีบหันไปมอง

.......จินนั่นเอง.....

ชายหนุ่มยืนยิ้มกริ่มอยู่ด้านหลัง
“เป็นไงชอบมั้ย...ห้องฝึกยูโด?” จินถาม
“ดีฮะ..เป็นสัดส่วนดี...ขอบคุณพี่จินมากฮะ...” จุนโนะโค้งตัวให้ เขามองชายหนุ่มที่เปลี่ยนมาใส่ชุดกางเกงขาสั้นแล้วก็เสื้อกล้ามตัวเดียว จินดูหน้าตาสดใสหลังจากที่ได้ว่ายน้ำออกกำลังแล้ว ผิวกายสดชื่นนั่นคงจะเย็นชื้นแน่ๆ เลย จุนโนะเผลอมองสำรวจตรวจตราผู้ชายตรงหน้าอย่างลืมตัว
“หือ??..สงสัยอะไรในตัวครูฝึกหรือเปล่าเอ่ย?” จินถามอย่างล้อๆ มองเห็นดวงหน้างดงามของจุนโนะแดงระเรื่อขึ้น
“ป...เปล่าฮะ...เพียงแต่สงสัยว่า ทำไมพี่จินไม่ลงไปว่ายน้ำทีหลังเล่นยูโดแล้วล่ะฮะ?”
“ก็กลัวจะว่ายน้ำไม่ไหว หลังจากโดนจุนจังซัดซะเดี้ยงแล้วน่ะซิ”
“แหม...ผมหรือฮะ...จะซัดพี่จิน...ไม่กล้าหรอก...” จุนโนะหัวเราะจนตาหยี
.........อีกแล้ว....ที่ใจของคนมองกระตุกวูบ...
....ทำไมมันถึงได้น่ารัก น่าฟัดขนาดนี้นะ....อย่ายิ้มบ่อยจะได้มั้ย....
จุนโนะหยุดหัวเราะเมื่อเห็นสายตาร้อนแรงของคนมอง ......เขารีบก้มหน้างุด หันหลังให้...แล้วนี่จะสอนกันได้ตลอดรอดฝั่งมั้ยเนี่ย....ไอ้สายตาที่มองลูกศิษย์แบบนี้น่ะ...
“อยากลองทุ่มดูมั้ยล่ะ?” จินลองถาม
“ฮะ?” จุนโนะเบิกตากว้าง
“เอาซิ...ลองทุ่มดูก่อนก็ได้ พี่อนุญาต จะได้ดูด้วยว่าจุนจังเล่นยังไง”
“เดี๋ยวผมไปเปลี่ยนชุดก่อน” จุนโนะเตรียมขอตัว แต่จินกลับคว้าข้อมือไว้
“ยังไม่ต้องเปลี่ยนหรอก”
“เหรอฮะ...” จุนโนะมองมือของจินที่จับข้อมือของเขาแล้วก็ตวัดแขนข้างนั้นขึ้น แต่พอจะออกแรงทุ่มจริงๆ เขาก็ชะงักเมื่อจินตวัดเอวบางของเขาอย่างรวดเร็ว....เร็วจนแทบไม่น่าเชื่อว่าพอเอาเข้าจริงๆ จินจะเหนือกว่าเขาหลายขุมนัก ...เหนือกว่าจนเด็กหนุ่มชักแหยงๆ เมื่อนึกไปถึงหลายครั้งหลายคราที่เขาพยายามจับจินทุ่มตั้งแต่แรกที่เจอกัน นี่ถ้าวันที่ผ่านมานั้น จินสามารถโต้เขากลับได้ แล้วทุ่มเขาบ้าง เขาจะทำยังไง
....แต่คิดดูอีกที จินคงไม่กล้าจับจุนจังสุดที่รักของพี่โชทุ่มหรอก....จุนโนะอดเข้าข้างตัวเองไม่ได้

จินขยับจนชิด ลมหายใจของทั้งคู่รินรดกัน จินไขว้มือเข้าด้านหลังของจุนโนะ ทำให้เด็กหนุ่มยืนไม่ถนัด เขาถลำไปก้าวหนึ่ง เป็นช่วงเดียวกับที่จินก้าวตาม ร่างบางๆ แนบสนิทกับอกกว้างของชายหนุ่ม

จุนโนะมองจินอย่างตื่นๆ....นี่มันท่าฝึกยูโดอะไรกันเนี่ย...มีท่าแบบนี้ด้วยเหรอ..???

เนื้อตัวนุ่มนิ่มหอมกลิ่นเชอรี่อ่อนๆ โชยมาเข้าจมูกจิน ใบหน้าใสที่ปรากฏอยู่ไม่ห่างทำให้เขานึกอยากฝังจมูกลงที่แก้มนวลนั้นเหลือเกิน

แต่พอจุนโนะเงยหน้ามอง... แค่ฝังจมูกก็คงไม่พอซะแล้วละมัง

ริมฝีปากของชายหนุ่มฉกวูบประทับดูดดื่มกับกลีบปากอ่อนบางของคนในอ้อมแขนอย่างลืมตัว และดูเหมือนคนถูกจูบก็คงลืมตัวไม่แพ้กัน เพราะเมื่อจินประคองจุนโนะให้ยืนได้เต็มตัวแล้ว จุนโนะกลับยืนเฉยในอ้อมแขนของเขา แถมยังเต็มอกเต็มใจปล่อยให้ริมฝีปากของตัวเองถูกเชยชมอีกด้วย

“อือ...พี่จิน.......” จุนโนะครางเบาๆ เมื่อจินละจากกลีบปากนุ่มนวล ไถลขึ้นจุมพิตแผ่วเบาที่พวงแก้มใสและโหนกแก้มสูง
“จุนจัง........พร้อมจะเรียนบทเรียนใหม่หรือยังครับ.....” จินกระซิบข้างหู เขาขบเม้มใบหูเล็กๆ ของจุนโนะอย่างยั่วเย้า จุนโนะขนลุกซู่
“เรียน...ยูโดหรือฮะ...”
“ไม่.......อันนั้นเอาไว้ทีหลัง...พี่จินอยากสอนบทเรียนรักให้จุนจังใจจะขาดแล้วนะ” จินพูดจบพร้อมประทับจุมพิตดูดดื่มให้เด็กหนุ่มอีกครั้ง...และหลายๆ ครั้ง

จุนโนะใจเต้นเมื่อจินวางมือลงบนทรวงอกของเขา ดวงหน้าหวานหลับพริ้มเมื่อจินฝังหน้าลงกับซอกคอ และขยับริมฝีปากลูบไปมาที่ผิวหนังที่เต้นตุ้บๆ ของจุนโนะ
”จะเปลี่ยนชุดยูโดหรือครับ...เดี๋ยวพี่จินช่วยจุนจังถอดเสื้อให้น้า.....” จินพูดชิดติดกับอกของเด็กหนุ่ม

เสื้อยืดลองเอียร์ถูกถอดออก เผยให้เห็นแผ่นอกขาวนวลจะจะตา บริเวณยอดอกถูกแต่งแต้มด้วยผลเชอรี่เม็ดจ้อย ที่จินเห็นในครั้งนี้ก็แทบจะลงไปนอนดิ้นด้วยความอยากได้ลิ้มลอง เขาไถลริมฝีปากขบย้ำเม็ดสีชมพูนั่น
ได้ยินเสียงครางเบาๆ ออกมาจากปากของจุนโนะ มือสั่นสะท้านของเขาเคล้าคลึงไปทั่วยอดอกและวกต่ำมาที่แผ่นท้อง ค่อยๆ ปลดซิบกางเกงยีนส์ของเด็กหนุ่มออก

จุนโนะหลับตาปี๋ เมื่อจินสอดมือคลึงเคล้าเย้าหยอกกับโนะจังของเขา
........ โนะจังกำลังจะถูกสัมผัสอีกครั้งจากชายคนนี้........
ลมหายใจของเขาหอบสะท้าน ความรู้สึกชนิดหนึ่งแผ่ซ่านไปทั่วร่าง แข้งขาสั่นเทา พร้อมเสมอที่จะทรุดลงไปกองแทบเท้า

เมื่อจินถอดกางเกงของจุนโนะลง ร่างโปร่งบางก็ทรุดฮวบไปกองที่พื้นแล้ว จุนโนะเงยหน้ามองจินที่ตามมานั่งคุกเข่าตรงหน้า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดที่แก้มนวล เมื่อจุนโนะทำใจกล้าลืมตาขึ้นมองชายตรงหน้า ก็เห็นจินกำลังจ้องมองเขาอยู่ ริมฝีปากได้รูปยิ้มแย้มอยู่ในที

จินประคองใบหน้าของจุนโนะด้วยมือทั้งสองข้าง จากนั้นก็ระดมจูบไปทั่วดวงหน้าหวานฉ่ำ ไม่ว่าจะเป็นดวงตาเรียวรี จมูกโด่ง แก้มเนียนหรือหน้าผากโค้งมน และมาหยุดนิ่งที่ริมฝีปากอ่อนบาง

จินรวบร่างของจุนโนะประทับตรึงไว้ในอ้อมกอด ปากทำหน้าที่จุมพิต แต่สองแขนก็กระหวัดรัดรึงจนจุนโนะแทบจะจมหายไปกับอกของเขา ฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้ไปทั่วร่างเปลือยเปล่า จุนโนะแอ่นร่างรับตามมือนั้น สมองสั่งให้ขัดขืนแต่ทว่าร่างกายกลับสมยอม แถมยังเสนอตัวให้จินเชยชมมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ

“พ..พี่จิน...อื้อ....อือ........” หน้าหวานส่ายไปมาด้วยความรู้สึกที่วาบหวาม
“จุนจัง...ขอ...ขอโนะจังให้พี่จินนะ....ขอนะ...” จินครางเสียงกระเส่า

จินเคล้าคลึงโนะจัง ลูบโลมจนจุนโนะสั่นสะท้าน เขาจับจุนโนะให้คุกเข่า ตัวเองก้มลงและเมื่อริมฝีปากกำลังจะแตะต้องโนะจังนั้น เขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อ

............

“จุนโนะ!! จุนโนะ....อยู่ไหนน่ะ?”

จินกับจุนโนะผละออกจากกันโดยอัตโนมัติ จุนโนะน่ะลงไปนั่งแหมะกับพื้นเบาะเพราะหมดแรง โดยที่จินพยายามจะสวมใส่เสื้อผ้าคืนให้เด็กหนุ่ม

“จุนจังงง....พี่โชมาแล้วนะครับ....อยู่ไหนเอ่ย??” เสียงของพี่ชายมาก่อนตัว

เมื่อโชเดินมาหยุดที่หน้าห้องซ้อมยูโด จุนโนะก็อยู่ในสภาพเรียบร้อยดี เด็กหนุ่มนั่งบนเบาะหันหลังให้ประตู ซ่อนสีหน้าและแววตาจากคนที่จะมาพบเห็น
ส่วนจินก็ทำเป็นยืนเลือกชุดยูโดอยู่ที่มุมตู้

โชเปิดประตูออกกว้าง เห็นจุนโนะยังอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ เขาเองก็ทำคิ้วขมวด
“อ้าว!! ยังไม่เริ่มฝึกกันอีกหรือไง?” โชถาม
จินเดินมาหาด้วยสีหน้าเป็นปกติ เขายิ้มให้โช
“เมื่อกี้สอนภาคทฤษฎีกันอยู่น่ะครับพี่...จุนจังหัวไวฮะ...ตามผมทันทุกอย่างที่สอนเลย...” จินหันมายิ้มให้กับร่างเพรียวที่ตวัดสายตาราวกับจะมองค้อนให้เขานิดๆ ริมฝีปากอวบช้ำเผยอออกน้อยๆ ทำเอาจินมองด้วยความเสียดาย นี่ถ้าไม่ติดว่ามีโชจอมโหดอยู่ด้วยล่ะก็ ...ฮึ่ม.......!!!!

จุนโนะเองก็นั่งทอดถอนใจ หัวใจยังคงแกว่งอย่างบ้าคลั่ง

XXXX ....นี่แค่วันแรกนะ...ยังไม่ทันเรียนเสียด้วยซ้ำ ...แล้ววันต่อๆ มาล่ะ ใกล้ชิดกันถึงขนาดนี้ ...จะรอดเงื้อมือของจินล่ะหรือ?...แล้วก็ใช่ว่าเขาจะขัดขืนซะเมื่อไรล่ะ สมยอมชัดๆ...นึกตื่นเต้นซะด้วยซ้ำที่พี่จินเข้าใกล้...ทำไมตัวเขาถึงเป็นแบบนี้ไปได้นะ....XXXX

**********************

*****************

to be continue

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1