Tonight I'm YOURS

 

vol 9 (the end)

***************************

เมื่อมาถึงห้อง จินเปิดน้ำอุ่นในห้องน้ำ ผสมสบู่ลงในอ่างจนเป็นฟองฟูฟ่อง จากนั้นก็จับตัวจุนโนะให้ลงมาแช่ในน้ำเสียจนตัวหอมสบู่เหลว กรุ่นไปทั่วห้อง...เขาเองก็อยากจะลงไปอาบด้วยในอ่าง แต่ก็กลัวว่าจะเลยเถิดไปกันใหญ่ จึงหักห้ามใจไว้ เพียงแค่บังคับให้จุนโนะขัดฟอกตัวให้สะอาด ทั้งกลิ่นเหล้า กลิ่นตัวที่โดนขี้เมากอดรัดมาอีกต่างหาก
“ทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมเลยนะ” จินไม่วายสั่ง
“รู้แล้วน่า....” จุนโนะแอบค้อน เอาฟองสบู่มาโกยบังหน้าอกของตัวเอง ทำให้จินไม่อาจมองซอกแซกได้ แต่สายตาอ่อนเชื่อมแบบนั้นน่ะ จุนโนะเห็นหรอกน่า ...อยากจะลงมาหม่ำเขาแล้วล่ะซิ..โธ่เอ๋ย...
ร่างบางจึงแอบก้มหน้าซ่อนยิ้มเอาไว้ ได้ยินเสียงจินบอกมาอีกว่า
“ทำตัวหอมๆ นะคืนนี้ เตรียมตัวโดนลงโทษได้...”
“เอ๋??..ลงโทษอะไรง่ะ?” จุนโนะเงยหน้าถาม ทำตาใสซื่อจนจินต้องแอบค่อนในใจว่า..เจ้าเล่ห์...รู้แล้วยังทำเป็นแกล้งไม่รู้อีก...
“ก็นายทำเอาวุ่นมาทั้งคืน ไม่ทำโทษให้หลาบจำก็ไม่ใช่อะกานิชิ จินน่ะซิ”
“ทำโทษยังไงเอ่ย?” หนุ่มน้อยฉอเลาะ เอียงคอถาม มีฟองสบู่ติดแก้มด้วย
“อยากรู้หรือไง?” จินคุกเข่าข้างอ่างอาบน้ำ เขาเท้ามือกับขอบอ่างคร่อมตัวจุนโนะไว้ แล้วก้มมาใกล้หน้าจุนโนะ

ริมฝีปากหนักหน่วงทาบทับกับกลีบปากเย็นชื้นโดยที่คนถูกจูบไม่ทันรู้ตัว จุนโนะตัวสั่นแต่ก็เงยหน้ารับจุมพิตแต่โดยดี แถมยังจูบตอบจินเสียอีกแน่ะ
ความเย็นชื้นของริมฝีปากสองคู่เริ่มกลายมาเป็นความเร่าร้อน เมื่อจุนโนะกอดคอจิน ให้โน้มใบหน้ามาแนบชิดกับเขาอีก
“อืมมมม.....พอแค่นี้ก่อน...” จินเป็นฝายผละออก มองปากจุนโนะตาละห้อย ก็ริมฝีปากที่เผยอค้างสีแดงเข้มนั้นน่ะ มันช่างยั่วยวนเสียเหลือเกิน ตาต่อตาประสานกันในระยะกระชั้นชิด
“ทำโทษแบบนี้ก็เอานะ...จะรีบอาบน้ำให้ตัวหอมๆ ให้นายลงโทษให้หนำใจเลยน้า....” จุนโนะพูดไปหน้าแดงไป เอาฟองสบู่มาจิ้มใส่ปลายจมูกจิน
“งั้นฉันจะทำของว่างให้กินนะ ...” จินลุกขึ้นยืน เขามองร่างที่แช่อยู่ในน้ำอย่างเสียดาย อยากจะลงไปฟัดให้หายอยาก แต่ก็สู้อดใจไว้ เพราะคืนนี้เขาจะบอกจุนโนะอย่างหมดเปลือกเรื่องที่นัดพบกับคาโอริคืนนี้ว่าผลที่ออกมานั้นมันเป็นอย่างไร

*************************

จินมองร่างที่อยู่ในชุดนอนของเขากำลังละเลียดทานซุปที่เขาเพิ่งจะทำเสร็จหมาดๆ ริมฝีปากชุ่มชื้นของจุนโนะเร้าใจจินเหลือเกิน แต่กระนั้นเขาก็ยังรักษาระยะความห่างเอาไว้เพียงแค่โต๊ะกั้น
“ทำไมเงียบไปล่ะ?” จุนโนะช้อนตามอง และถามขึ้นก่อน
“กำลังคิดว่าจะบอกนายเรื่องคาโอริ”
ชื่อนี้ทำให้จุนโนะหูผึ่ง มือที่คนช้อนซุปนั้นชะงักค้าง ริมฝีปากเม้มสนิท ขณะที่หลุบตามองแต่ชามตรงหน้า ไม่ได้เหลือบแลมาทางจินเลย ทำให้คนที่จะกำลังจะเล่าไม่อาจมองเห็นแววตาของหนุ่มน้อยนั้นได้
“อยากฟังหรือเปล่า?” จินลองถามดู แต่อีกฝ่ายกลับเฉยเมยจนผิดปกติวิสัยของจุนโนะสุเกะ
“หือ? ไม่อยากฟังหรือ?”
“อยากเล่าก็เล่าเด่ะ ไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่า” จุนโนะเอ่ยออกมา มือยังคนถ้วยซุปอยู่อย่างนั้น แต่หน้ายังก้มอยู่ไม่ยอมเงย
“คาโอริเขานัดฉันออกมาเอง อยากรู้มั้ยว่าเรื่องอะไร?” จินถาม
“คงจะขอคืนดีด้วย”
“ใช่......”
“และนายก็คงตีปีกพรึ่บๆ ดีใจจนตัวสั่น” จุนโนะพูดประชด แต่จินกลับยิ้มแป้น พยักหน้าให้เสียอีก
“ใช่.......”
“ชริ...ก็เลยรีบแจ้นไปหา...เชอะ...” คนพูดทำปากยื่น วางมือจากช้อนซุป แล้วก็นั่งกอดอก เบี่ยงตัวไปอีกทาง
“ใช่....” จินตอบรับ
“พูดอย่างอื่นเป็นมั้ย?” จุนโนะเริ่มจะวีนแตก
จากน้ำเสียงที่จินได้ยิน จุนโนะกำลังโกรธ ชายหนุ่มก็เลยบอกว่า
“นายอยากจะฟังฉันพูดคำว่า...ใช่... อีกหรือเปล่าล่ะ จะฟังเฉยๆ ได้มั้ยหา? คนกำลังจะเล่าให้ฟังอยู่นี่ไง” จินเท้าศอกกับโต๊ะ มองหน้าคนที่นั่งหันไปอีกทาง
“ฉันรีบไปหาคาโอริ เพราะไม่อยากให้ความรู้สึกมันยืดเยื้อต่อไปอีก ถูกล่ะ คนเคยชอบกัน และฉันก็เป็นฝ่ายถูกเขาเลิก ตอนแรกๆ มันก็อกหักง่ะนะ แต่ตอนนี้น่ะมันไม่ใช่อย่างนั้นเลย ฉันไม่ได้เจ็บปวดอย่างที่ควรจะเป็น นั่นก็ย่อมหมายความว่า ฉันอาจจะไม่ได้ชอบเขามากมายถึงขนาดเสียอกเสียใจมาก...”
“แล้วไปหาเขาทำไมล่ะ?” จุนโนะอดถามไม่ได้
“ก็ต้องไปซิ ไปให้รู้ใจตัวเองว่า ฉันจะมองหน้าเขาแบบไหน เอาเข้าจริงๆ ฉันก็เห็นเขาเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาที่มาบอกว่าเพิ่งจะเลิกกับแฟนใหม่ และถามฉันว่า เป็นไปได้มั้ยถ้าเราสองคนจะคืนดีกัน”... จินเว้นวรรค จิบกาแฟหอมกรุ่น


“...แล้วนายตอบว่าไง?”
“นายว่าฉันควรจะตอบว่าไงดีล่ะ?” จินถามย้อนกลับ จุนโนะหันมามองเขาและกัดปากนิ่งเฉย จินหัวเราะออกมาและก็บอกว่า
“ฉันปฏิเสธเขาไป”
“เห???” จุนโนะเลิกคิ้ว เบิกตากว้าง
“ทำไมง่ะ? ก็นายชอบเขานี่นา”
“ตอนนี้ไม่แล้ว เพราะฉันชอบคนอื่นอยู่” จินบอก มองหน้าคนนั่งตรงข้าม เห็นจุนโนะขมวดคิ้ว และก็ทำหน้างอ
“ฮึ!! สงสัยจะเป็นแม่คนที่มาหาเมื่อกลางวันก่อน”
“ไม่ใช่หรอก...”
“คนที่ชื่อยูกะล่ะ?”
“ไม่ใช่...”
“งั้นก็เป็นคนที่มหา’ ลัย”
“ไม่ใช่อีกง่ะแหล่ะ” จินส่ายหน้า ยิ้มกริ่มขณะบอกใบ้ให้ว่า
“อยู่ไม่ใกล้ ไม่ไกลง่ะ”
“อื้อ....ฉันงั้นซิ” จุนโนะชี้ที่หน้าอกตัวเอง จินอมยิ้มแก้มป่อง ยื่นหน้าข้ามโต๊ะมาใกล้
“มั่นใจในตัวเองจริงๆ นะ ตอนนี้ไม่บอกหรอก หลอกให้งง เอาไว้ให้ลงโทษเด็กดื้อเสียก่อนแล้วจะบอกว่าใคร...”
“งั้นบอกหน่อยว่ารูปร่างหน้าตาเป็นยังไง?” จุนโนะยื่นหน้าเข้ามาหาจินบ้าง ลดสายตามองริมฝีปากหยักบางของหนุ่มรุ่นพี่ ดวงตาหวานเชื่อมเมื่อเห็นจินขยับปากตอบออกมา
“สูงโปร่ง ผิวเนียนสวย กลิ่นเนื้อหอมเป็นบ้า...หน้าหวานปานจะหยด ดวงตาเรียวรีขี้เล่น จมูกโด่ง ปากหยักบางน่าจูบ....เห็นแล้วอยากจะฟัดหลายรอบ” จินมองกลีบปากยั่วยวนของจุนโนะ เห็นแก้มนวลของเด็กหนุ่มสีระเรื่อแดงขึ้นเรื่อยๆ หน้าสวยนั้นค่อยๆ หดหน้าตัวเองกลับที่นั่ง
จุนโนะย่นจมูกใส่จิน ยกถ้วยซุปซดจนหมด แล้วก็เลียปากแผล่บขณะบอกอย่างมั่นใจว่า
“ถ้าเป็นอย่างลักษณะที่บอกมา ก็ต้องเป็นจุนโนะสุเกะคนนี้อยู่แล้ว...ว...ว...ว....”

**************************************

ในห้องอันเแสนสุข...
ซึบาสะกำลังพับผ้าเก็บเข้าตู้เสื้อผ้า เมื่อได้ยินทักกี้หัวเราะร่วนขณะโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียง เสียงใสนั้นบอกถึงอารมณ์ได้ดี ซึบาสะเห็นหน้าทักกี้แจ่มใสก็อดยิ้มไม่ได้ เมื่อทักกี้ปิดโทรศัพท์แล้วเดินมาล้มตัวลงนอนบนเตียง เขาก็ถามว่ามีเรื่องอะไรถึงได้หัวเราะนัก
“จินโทร. มาน่ะซิ บอกว่าคืนนี้จะกักตัวน้องชายของเราไว้อีกสักคืน ฉันก็เลยบอกว่า จะเอาไว้หลายคืนก็ได้ไม่ว่า...”
“รู้เห็นเป็นใจนี่นา” ซึบาสะพูดยิ้มๆ เอนตัวลงนอนหงาย ยกมือทักกี้มาวางไว้บนอกของตัวเอง ดวงหน้างามยิ้มพราย รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
“ฉันเคยกลัวว่าสักวันหนึ่ง นายจะหันไปหาจุนโนะสุเกะ...ฉันนี่ใจแคบหรือเปล่านะ?” ซึบาสะถาม ตาจับนิ่งอยู่ที่เพดานห้อง
“ฉันไม่ได้หวั่นไหวไปกับจุนโนะหรอกนะ ซึบะ ถ้าเป็นแบบนั้น ป่านนี้ฉันก็คงรักกับจุนโนะไปตั้งนานแล้วล่ะ”
“นั่นน่ะซินะ แต่ว่าจินกับจุนโนะน่ะ คู่นี้ก็สมกันดีนะ นี่ถ้าจินชวนจุนโนะไปอยู่ด้วยแบบที่นายชวนฉันมาอยู่นี่ แม่เลี้ยงนายจะยอมมั้ยนะ?”
ทักกี้ขยับตัวมานอนเกยทับร่างบางของซึบาสะ เขาหนุนศีรษะบนทรวงอกอุ่นนั้น มือนุ่มของซึบาสะก็ถูกคนรักกุมไว้เช่นกัน
“แม่คงจะยอม ถ้าจุนโนะจะไปอยู่ซะอย่าง เคยขัดอะไรลูกชายได้มั่งล่ะแม่เลี้ยงฉันน่ะ แต่ฉันก็อยากจะให้จุนโนะเขาเต็มใจไปอยู่กับจินเองมากกว่าจะไปเพราะผิดหวังจากฉัน”
“ทักกี้นี่รักน้องจริงๆ นะ”
“ก็จุนโนะเป็นเหมือนน้องชายแท้ๆ นี่นา..และซึบาสะก็คือชีวิตของฉัน...” ชายหนุ่มโน้มริมฝีปากประทับดูดดื่มกับกลีบปากหยักสวยของคนรัก ซึบาสะรับเอาความรักนั้นเข้าไว้เต็มๆ

“อยากรู้จริงๆ ว่า ถ้าจุนโนะกับจินรักกันขึ้นมาจริงๆ แล้วจุนโนะจะมองฉันในแง่ที่ดีขึ้นหรือเปล่า..” ซึบาสะพูดพลางถอนหายใจ ทักกี้จึงจุมพิตที่หน้าผากเกลี้ยงเกลานั้น
“จุนโนะต้องเข้าใจเราสองคนได้ดีอย่างแน่นอน อย่ากังวลไปเลย...มาทำให้ฉันอุ่นดีกว่านะ” ทักกี้ดึงแขนซึบาสะให้โอบรอบกายเขา ขณะที่ริมฝีปากสองคู่เคลื่อนเข้าหากันอย่างไม่รู้หน่าย....

********************************

ในขณะเดียวกัน คนที่ถูกกล่าวถึงสองคน กำลังอยู่บนเตียงใหญ่หนานุ่ม... จุนโนะผงกกายขึ้นมองจินที่ลุกไปโทรศัพท์ เมื่อชายหนุ่มกลับมานอนบนเตียงแล้ว ถึงได้ถามขึ้นมา
“โทรหาใครง่ะ?”
“โทรหาหญิง”
“เอ๊??? ได้ไง?” จุนโนะแกล้งทำหน้าบึ้งเมื่อรู้ว่าจินพูดปด
“โทรหาทักกี้น่ะ บอกว่าจะงาบจุนโนะต่ออีกหนึ่งคืน พรุ่งนี้ค่อยเอาไปส่งบ้าน” จินสอดแขนรัดร่างเปลือยของจุนโนะเอาไว้ ซุกหน้ากับกลุ่มผมหอม นิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปทั่วผิวกาย จุนโนะแอ่นกายสะท้านไหว ตอบสนองความรักของจินทุกท่วงท่า จนจินอดคิดไม่ได้ว่าหนุ่มน้อยในอ้อมแขนคนนี้จะรักเขาจริงๆ หรือว่าแค่อารมณ์พาไปกันแน่
“อืมมม...เด็กน้อย...น่ารักจริงๆ” จินพึมพำขณะซุกไซ้ทั่วร่างบาง
“อยากถูกทำโทษอีกสักรอบหนึ่งมั้ย?” เขาถาม
“ไม่!!” จุนโนะดันหน้าจินออก เอานิ้วชี้ปิดปากจินไว้ ใบหน้างามขมวดคิ้วแล้วจุ๊ปาก
“จุ๊...จุ๊ ห้ามแอ้มต่อรอบสามจนกว่าจะบอกเรื่องเมื่อหัวค่ำว่า คนที่นายชอบน่ะใคร ใช่ฉันป๊ะ?
คนถูกถามกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถ ก็ดูหน้าจุนโนะตอนนี้ซิ เอาจริงเอาจังเหลือเกิน ดวงตาใสแจ๋วจ้องเขาเขม็ง ริมฝีปากเม้มเหมือนกับกำลังกลั้นลมหายใจ...จินดึงนิ้วจุนโนะออกจากปากเขา แล้วรวบมือมากุมไว้มองหน้าสวยนิ่งนาน ก่อนจะจุมพิตที่ใจกลางฝ่ามือ
“จะเป็นใครไปได้อีก ถ้าไม่ใช่คนน่ารักคนนี้...เนี่ย... คนที่ฉันกำลังพัวพันอยู่ในขณะนี้ก็มีนายคนเดียวนี่แหล่ะ.. ” ปากอุ่นจัดสัมผัสกับปากหยักสวยของคนใต้ร่าง จุนโนะคลี่ยิ้มและจูบตอบจินอย่างไม่เกี่ยงงอน
“เอ...ฉันก็ชักจะชอบนายซะแล้วซิ อะกานิชิ จิน...”
“แค่ชักจะชอบเองง่ะเหรอ?” จินถาม เขาเท้าแขนกับที่นอน แผ่นอกเปลือยแนบกับสีข้างของร่างบาง เกลี่ยเส้นผมอ่อนสลวยของจุนโนะเล่นไปมา
“ไม่รู้ซิ...ฉันไม่รู้ว่าฉันชอบนายแน่หรือเปล่า...แต่ฉันชอบให้นายอยู่กับฉันแบบนี้ ทำอะไรอย่างที่เราทำกันเมื่อคืน ฉันไม่รังเกียจเลยล่ะ...เอ้อ...ออกจะชอบๆ เสียด้วยซ้ำ .... แล้วฉันก็ไม่อยากเห็นนายไปสุงสิงกับผู้หญิงคนอื่น ยิ่งคนที่ชื่อคาโอริด้วยแล้ว ไม่ชอบเลย...ขอร้องได้มั้ยอ่ะ นายอย่าไปเก๊กหน้าหล่อใส่สาวคนไหนได้ป๊ะ...?” จุนโนะทำเสียงอ้อนนิ้วชี้กรีดหน้าอกจินขึ้นๆ ลงๆ ดวงตาหวานช้อนขึ้นมองหน้าหล่อของชายหนุ่มด้วยดวงตาเซ็กซี่จนจินอดที่จะจุมพิตเปลือกตานั้นไม่ได้
“อย่างที่นายรู้สึกน่ะ เขาเรียกว่าชอบฉันเข้าแล้วล่ะ ไม่ใช่ชอบอย่างเดียวนะ ถึงขั้นชอบเอามากๆ เลยด้วย”
“จริงเหรอ?...งั้นนายห้ามไปยุ่งกับผู้หญิงคนอื่นนะ นอกจากฉันคนเดียวเท่านั้น” ทำสุ้มเสียงเหมือนจะหึง และนั่นก็ทำให้จินยิ้มแก้มปริ ยกมือขึ้นสัญญาว่า
“ฉันจะไม่ยุ่งกับสาวไหนทั้งนั้น แต่นายต้องบอกว่าชอบฉันก่อน
”
จุนโนะหัวเราะคิกคัก บิดกายนอนคว่ำ เบือนหน้ามาทางจิน
“ฉันชอบนาย...จิน...”
“งั้นขอย้ำนะว่าหัวใจของเรารู้สึกตรงกัน” จินดึงจุนโนะนอนหงาย เขาเกยตัวอยู่ครึ่งหนึ่ง ร่ายมนต์เสน่ห์จนจุนโนะบิดตัวเร่าๆ ร้องครวญครางเมื่อจินย้ำความรู้สึกรักใคร่ลงบนเนื้อตัวของหนุ่มน้อยน่ารัก
“อื้อ...” หนุ่มหน้าหวานในอ้อมแขน ปรือตามองจินแล้วยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน หวานที่สุดเท่าที่จินเคยเห็นมาเลยล่ะ

..........................

วันรุ่งขึ้น
จินพาจุนโนะไปส่งบ้านเมื่อเกือบจะบ่ายแล้ว เขาสองคนเลือกเวลาตอนที่พ่อกับแม่ไม่อยู่บ้าน เพื่อไม่ให้มีการซักถามเกิดขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะปลอดโปร่งซะทีเดียว เพราะวันนี้ ทักกี้และซึบาสะอยู่บ้านกันทั้งสองคน และกำลังทำอาหารกันอย่างสนุกสนานเลยด้วย
จุนโนะได้ยินเสียงทักกี้หัวเราะเบิกบานมาจากในครัว เขากับจินหยุดยืนอยู่หน้าประตู ยังไม่อยากเข้าไปขัดจังหวะ และจุนโนะเองก็นึกแปลกใจที่ว่าตอนนี้เขากลับยืนฟังเสียงหัวเราะของคนทั้งสองได้อย่างเฉยๆ ไม่ได้เจ็บปวดแต่อย่างใด หรืออาจจะเป็นเพราะชายหนุ่มที่พาเขามาส่งและกำลังยืนจูงมือเขาอยู่คนนี้ก็ได้
“จะเข้าไปในครัวมั้ย?” จินกระซิบถาม เมื่อเห็นจุนโนะยืนรีรออยู่หน้าครัว เด็กหนุ่มสั่นหน้าและจุ๊ปากไม่ให้จินไปรบกวนพี่ทั้งสอง
จุนโนะดึงมือจินให้ออกเดินกลับไปยังห้องรับแขก แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินซึบาสะพูดเสียงกลั้วหัวเราะ
“ป่านนี้จินน่าจะพาน้องชายนายกลับมาส่งได้แล้วนะ นี่ทักกี้นายว่าจุนโนะจะชอบไข่ตุ๋นทรงเครื่องของฉันมั้ย? วันนี้ฉันทำสุดฝีมือเลยด้วย”
“ดูซึบะของฉันร่าเริงจริงๆ นะวันนี้” เสียงของทักกี้ดังแทรกเข้ามา
“แน่ซิ ฉันตั้งใจจะทำเกี๊ยวซ่าเลี้ยงจินด้วย เพราะจินทำงานได้ดีเกินคาด” ซึบาสะบอก
“เอ๋...งานอะไรหรือ?”
“ฉันเคยขอร้องให้จินช่วยกันจุนโนะออกห่างนาย ทักกี้คงไม่ว่านะ จุนโนะเกาะนายแจ ฉันกลัวว่านายจะทนต่อความน่ารักของเขาไม่ไหว ก็เลยบอกให้จินช่วย ไม่คิดว่าจินจะทำได้ดีถึงขนาดนี้”
“โอย...อย่าบอกนะว่า จินคว้าจุนโนะไปเพราะนายขอร้องน่ะ ถ้าเป็นแบบนี้ฉันโกรธจริงๆ ด้วย” ทักกี้ร้องโอดโอย แต่อีกฝ่ายกลับดีดนิ้วดังเป๊าะ
“แหงล่ะ เพื่อนขอร้องทั้งที จะไม่ทำได้ไง จินเขาใจดีจะตายไป” เสียงของซึบาสะยังดังอยู่ เมื่อจุนโนะทำตาโต หัวใจเหมือนถูกบีบอัดอย่างแรง

........ที่เขาได้ยินนั้น......


.......หมายความว่าไง?...


....ที่จินมายุ่งกับเขาก็เพราะจะช่วยซึบาสะหรอกหรือ?....

ร่างโปร่งหันขวับมาทางจิน ดวงตาลุกวาวราวกับแม่เสือน้อย จ้องจินแบบจะกินเลือดกินเนื้อ ริมฝีปากสั่นระริก เมื่อเขาได้ยินประโยคต่อไปของซึบาสะ
“น้องจุนโนะน่ะต้องโดนจินปราบซะบ้างนะ ปล่อยให้เฮี้ยวมานานแล้ว...แต่ถ้าจินไม่ได้รัก ฉันก็คงจะต้องโทษตัวเองล่ะ แต่หวังว่าจินจะหันมาชอบน้องนายอย่างจริงใจนะทักกี้....แต่จินเพิ่งจะอกหัก จะเข็ดเรื่องความรักหรือเปล่าก็ไม่รู้...”
“ที่จินคบกบจุนโนะก็เพราะนายขอร้องจินเองหรอกหรือ?”
“ฮื่อ....ตอนที่ไปดูนกที่ออนเซ็นกันน่ะ ฉันห่วงมากๆ เลย แล้วจินเขาก็รับปากว่าจะช่วย...ฉันขอโทษนะทักกี้ แต่ตอนนี้ฉันไม่กลัวแล้วล่ะ...”
เสียงซึบาสะฟังดูร่าเริงขึ้น แต่คนแอบฟังสองคนนี่ซิ ยืนนิ่งขึงแต่คนละอารมณ์กันเลย

...........................


“จุนโนะฉันเปล่ารับปากน้า...า..า..” จินโบกมือให้ว่อนเมื่อจู่ๆ จุนโนะก็สะบัดมือออกจากมือเขา หน้าแดงก่ำบ่งบอกดีกรีความโกรธได้ดี
ทำไมเขาสองคนถึงต้องมาได้ยินซึบาสะพูดสารภาพกับทักกี้แบบนี้ด้วยนะ...
...ให้ตายเถอะ...
...แล้วนั่น จุนโนะโกรธจนตัวสั่น มือกำหมัดแน่นกับดวงตาลุกวาวแทบจะเผาเขาให้มอดไหม้...

และแล้วมือที่กำหมัดนั้นก็ยกขึ้นชี้หน้าจิน
“นายลากฉันไปนอนด้วย ทำดีกับฉันก็เพราะพี่ซึบาสะใช้ให้ทำหรือไง...นาย...ฮึก...นายโกหกฉัน ...ไอ้คนหลอกลวง ไอ้คนลวงโลก ไอ้ลามก...ไอ้ปากบาน...ไอ้.....ไอ้....ฮึก...ฉันเกลียดนายที่สุดในโลกเลย....ย.ย...!!!!”

ซึบาสะและทักกี้หยุดการพูดคุยทันที เมื่อมีเสียงเอะอะปึงปังดังมาจากนอกครัว ตามด้วยเสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง...

............พลั่ก........

ทักกี้และซึบาสะรีบออกไปดูก็เห็นจินนั่งอยู่บนพื้นตรงทางเดิน กุมแก้มข้างที่โดนต่อยเมื่อครู่ แต่จุนโนะนั้นน่ะ วิ่งหนีไปแล้ว
“จุนโนะ...ะ...ะ..กลับมาก่อน...” จินได้สติวิ่งตามจุนโนะออกนอกบ้านไป ทิ้งให้ซึบาสะยืนปิดปาก ดวงตาเบิกกว้าง
“มะ...หมายความว่าจุนโนะได้ยินที่ฉันพูดหรือนี่”
“แบบนี้คงหมายความเป็นอย่างอื่นไม่ได้ล่ะมัง” ทักกี้ตามสองคนนั่นออกไปด้วยโดยมีซึบาสะวิ่งมาด้านหลัง พร้อมกับร้องออกมาว่า
“นี่ฉันทำผิดกับจุนโนะอีกแล้ว...โธ่เอ๋ย...”

************************

จุนโนะวิ่งร้องไห้ออกมาจากซอย ได้ยินเสียงคนวิ่งตามมาขบวน พอหันไปดูก็เห็นจินวิ่งหน้าตั้งมาทางเขาแล้ว เด็กหนุ่มหันซ้ายหันขวา และออกวิ่งต่อไปจนถึงสี่แยกถนนใหญ่ จุนโนะข้ามถนนเมื่อรถติดไฟแดงพอดี แต่จินก็วิ่งมาทันเมื่ออยู่บนเกาะกลางถนน จุนโนะกำลังจะวิ่งต่อไปอีกฝั่งหนึ่งก็ต้องชะงักเมื่อร่างบางถูกมือแกร่งของจินฉวยเอวเอาไว้
“อย่าไปจุนโนะ ไฟเขียวแล้ว”
“ปล่อยนะ!! ไอ้คนลวงโลก!!” จุนโนะดิ้นรน จินจึงต้องใช้กำลังมากขึ้น เขารวบจุนโนะไว้เต็มสองแขน เอาคางกดบ่าร่างที่กำลังดิ้นนั้นไว้
“ฟังก่อนซิ จุนโนะ ฉันไม่ได้ทำตามที่ซึบาสะบอกเลยนะ สิ่งที่ฉันกับนายทั้งหมดน่ะ มันออกมาจากใจฉันล้วนๆ”
“ไม่เชื่อ!! ก็ได้ยินอยู่เมื่อกี้” เด็กหนุ่มพยายามแกะมือที่รัดเอวเขาไว้ออก
“เมื่อกี้ซึบาสะพูดอยู่คนเดียวนะ ...จุนโนะหยุดดิ้นก่อน”
“ไม่หยุด!! อื้อ..ปล่อยเซ่!!” เมื่อร่างนี้ดิ้นไม่เลิก จินจึงหันร่างจุนโนะมาเผชิญหน้ากับเขา และกอดเอาไว้ทั้งตัว กดศีรษะจุนโนะไว้กับบ่าของเขาอีกด้วย
“ฟังนะ..ฉันรักนายนะจุนโนะสุเกะ..รักที่สุดเลยรู้มั้ย...ถูกล่ะที่ซึบาสะเคยขอให้ฉันกันนายออกจากแฟนเขา แต่ฉันไม่ได้รับปากนะ สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับนายน่ะ ฉันเป็นคนทำเองทั้งหมด ไม่มีใครสั่งทั้งนั้นนอกจากหัวใจ...ฉันไม่เคยเอาคำพูดหรือคำขอร้องของซึบาสะมาใส่ใจเลย และไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเขาด้วย ถ้าจะช่วยง่ะนะฉันก็เลือกที่จะช่วยตัวเอง....จำได้มั้ยว่า นายเองก็เคยขอให้กันซึบาสะออกห่างทักกี้เหมือนกัน แต่ฉันไม่ยอมทำ ... เพราะฉันใจหายที่จะเห็นนายไปยุ่งกับคนอื่น เข้าใจบ้างซิว่า ฉันรักนาย...ได้ยินมั้ยหา?” จินตะโกนลั่นถนน ไม่ทันมองเลยว่า ระหว่างนั้นรถติดไฟแดงอีกครั้ง และคนที่อยู่บนรถแต่ละคันต่างก็หมุนกระจกรถมาฟังสองหนุ่มตะโกนใส่กันอยู่เต็มถนน

จุนโนะหยุดดิ้นเมื่อได้ฟังคำสารภาพของจิน ในใจอุ่นวาบขึ้นมาอย่างกระทันหัน ถ้อยคำรักได้ยินเต็มสองหู และจินก็ไม่อายด้วยที่จะกอดเขาไว้ต่อหน้าฝูงชนบนเกาะกลางถนน ........

.........เกาะกลางถนน!!....
...
.....จริงซิ ที่ที่เขาสองคนยืนอยู่นี่น่ะ......โอย...ตายแล้ว...

จุนโนะผงกหัวขึ้น โผล่แต่ตาดำๆ มองกราดไปทั่วบริเวณ ใครต่อใครที่มายืนรอข้ามถนน ต่างก็มองพวกเขาเป็นตาเดียว จุนโนะรีบซุกหน้ากลับที่เดิมคือที่อกของจิน
“จิน....จินน...น...น...อื้อ....คน...คนมองเต็มเลย...” จุนโนะพูดอู้อี้อยู่กับอกของชายหนุ่ม มือก็ยกขึ้นสะกิดสีข้างของจินยิกๆ
“ช่างปะไร...ในเมื่อจุนโนะไม่ยอมเข้าใจ ยังไม่รู้ว่าฉันรักนายจริงอยู่อย่างนี้ล่ะก็ ฉันก็จะกอดนายอยู่อย่างนี้แหล่ะ ยืนอยู่ตรงนี้ให้เป็นอนุสาวรีย์กลางสี่แยกเลย”
“ไม่นะ...อายเขาง่ะ ปล่อยนะจิน...”
“ถ้าปล่อยแล้วจุนโนะจะวิ่งหนีต่อหรือเปล่าล่ะ? ถ้าหนีอีกก็ไม่ปล่อย” จินก้มลงถามริมหู
“ไม่หนีแล้ว......” จุนโนะส่ายหน้า
“แล้วจุนโนะเข้าใจฉันหรือยัง?”
“ฮื่อ” คราวนี้ร่างบางพยักหน้างึกๆ จินเห็นเสี้ยวหน้าที่ซุกซบอยู่กับอกเขาแล้ว ก็ต้องอมยิ้มเมื่อหน้าใสนั้นแดงก่ำจนถึงใบหู พยายามหลบหน้าจากคนที่ยืนมองเขาอยู่

ไฟแดงคนข้ามเปลี่ยนเป็นไฟเขียว จินกับจุนโนะยังยืนอยู่ที่เดิม ในขณะที่คนอื่นๆ ก็ข้ามไปกันหมด เมื่อรถเริ่มวิ่งกันขวักไขว่อีกครั้ง จินจึงจับร่างโปร่งให้ยืนตรงหน้า เขาจับบ่าจุนโนะไว้จนสุดแขน จ้องหน้าจุนโนะอย่างมุ่งมั่นก่อนจะพูดเสียงดังจนเกือบตะโกนลั่นถนนว่า
“ฉันรักจุนโนะนะ ได้ยินมั้ย ไม่ว่านายจะเฮี้ยวใส่ฉันแค่ไหน ฉันก็รักนาย...”
“ได้ยินแล้ว พอแล้วน่า...ไปจากตรงนี้ได้มั้ยจิน?” จุนโนะเหลียวหน้ามองหลัง เขาเห็นทักกี้และซึบาสะแล้วล่ะ โน่น...ยืนหลบกันอยู่หลังต้นไม้ริมถนนโน่น.....
เสียงจินยังพูดอยู่อีกว่า
“จุนโนะต้องบอกก่อนว่า รักแล้วก็เข้าใจฉันทุกอย่าง และก็ไม่โกรธเรื่องที่ไปได้ยินมาเมื่อกี้”
“ฮื่อ..ก็ได้...” จุนโนะรีบบอกเพราะรถติดไฟแดงอีกแล้ว คนกำลังข้ามถนนมาออกันอีกตรงเกาะกลางถนน และมองพวกเขากันใหญ่ขณะเดินข้ามไปอีกฟาก
“บอกแค่นี้ไม่ได้หรอก ต้องพูดดังๆ ว่านายก็รักฉัน”
“เอ๋?? ฉันอายน่ะ อายเป็นนะจะบอกให้”
“ไม่งั้นก็ไม่กลับบ้านล่ะ จะยืนมันอยู่แบบนี้ล่ะ และจะกอดจุนโนะอวดคนดูอีกด้วย” จินทำท่าจะกอดจุนโนะอีกรอบ แต่จุนโนะยกมือกันไว้ แล้วก็บอกเสียงดังว่า
“...ก็ได้ฟะ...ฉัน...ฉันรักนาย...”
“ไม่เอา ไม่ได้ยิน รถมันวิ่งกลบเสียงนายหมดเลย นายต้องบอกเสียงดังฟังชัดว่ารักฉันอีกรอบ...” จินเลิกคิ้ว เขากำลังดูว่าจุนโนะจะทำตามที่เขาขอร้องมั้ย ขณะนั้นไฟเหลืองเริ่มกะพริบเตือน จุนโนะกำลังจะเปิดปากตะโกน หันหลังให้เขาจึงไม่ได้สังเกตว่า ไฟเปลี่ยนเป็นสีแดงและรถก็จอดติดกันเป็นแพ จินได้ยินจุนโนะตะโกนเสียงดังก้องถนนว่า
“ฉันรักนาย!! ฉันรักจินและจะไม่เข้าใจนายผิดอีกแล้ว...ว...ว...ว...ว” คนตะโกนหยุดหอบ ได้ยินเสียงคนหัวเราะกันครืน จุนโนะทำหน้าเหรอ รีบปิดปากตัวเองทันที เขาทุบไหล่จินเต็มแรงเมื่อชายหนุ่มยืดข้อมือของเขาไว้ จุนโนะก็ต้องอุทานออกมาเบาๆ เมื่อจินกอดเขาไว้อีก แต่ก็ไม่นานนักเพราะต้องรีบพาจุนโนะวิ่งกลับเข้าฝั่งที่มีทักกี้และซึบาสะรออยู่
....................

“เข้าใจกันแล้วนะ” ทักกี้โล่งใจขณะถามขึ้น ที่โล่งนี่ก็เพราะเห็นจุนโนะยิ้มให้อย่างอายๆ เด็กหนุ่มใช้ศอกกระทุ้งสีข้างของจินเบาๆ
“คนบ้า...มาให้ผมตะโกนบอกรักกลางสี่แยก..บ้าจริงๆ เลย”

“พี่เองก็ขอโทษด้วย...ที่นึกว่าจินทำไปเพราะถูกขอร้อง ถ้ารู้ว่าจินชอบจุนโนะจริงๆ ก็คงจะสนับสนุนให้เร็วกว่านี้แล้วล่ะ” ซึบาสะจับมือจุนโนะมาตบแปะๆ และก็กุมเอาไว้ จุนโนะมองหน้าหนุ่มสวยที่เขาเคยไม่ชอบขี้หน้า แล้วก็ต้องยิ้มให้ คราวนี้เขามองหน้าซึบาสะได้อย่างสบายๆ ไม่มีข้อบาดหมางเกิดขึ้นอีกแล้ว...
“ผมก็ต้องขอโทษพี่ซึบะด้วยที่ทำกิริยาไม่ดีกับพี่ไว้มากมาย” จุนโนะพูดแล้วโค้งตัวให้
“ไม่เป็นไรหรอกจุนโนะ พี่เองก็ใช่ว่าจะดี”
“งั้นเราก็ดีกันนะฮะ” จุนโนะยื่นนิ้วก้อยให้ ซึบาสะยื่นนิ้วมาเกี่ยวไว้บ้าง สองคนต่างยิ้มให้กันและกัน
เด็กหนุ่มยื่นหน้าเข้าใกล้ซึบาสะแล้วบอกเสียงดังฟังชัดว่า
“เชิญเอาพี่ทักกี้ไปไกลๆ ได้เลย ผมไม่อยากได้แล้ว”
“อ้าว...แล้วกัน..” ทักกี้ร้องออกมา ทำเอาทั้งหมดหัวเราะกันลั่น

จุนโนะหน้าแดงเมื่อจินโอบเอวบางมาแนบตัว
“เพราะจุนโนะมีอะกานิชิ จินคนนี้แล้วต่างหากล่ะ” เขาพูดพลางชี้อกตัวเอง
“ฉันคงทำให้นายลำบากใจแย่เลยซินะ ที่เคยขอร้องนายไว้อย่างนั้น” ซึบาสะถามขึ้น
“ใช่แล้วคร้าบบบ...ฉันน่ะลำบากใจนะจะบอกให้ เป็นคนกลางนี่มันไม่ดีเลย ฉันจึงเลือกที่จะทำตามหัวใจตัวเองสั่งดีกว่า”
“แต่ก็เข้าทางพี่ซึบาสะพอดี...มันน่านักคนเจ้าเล่ห์” จุนโนะเอานิ้วจิ้มอกจินแรงๆ จนคนถูกจิ้มร้องโอ้ก...
“เจ็บน้า...โหดจริงๆ แฟนฉัน” จินจับนิ้วจุนโนะเอาไว้ แล้วก็ไม่ยอมปล่อย
“ใครเป็นแฟนนายกันหา?” ร่างบางเลิกคิ้วเรียวขึ้นสูง จินหัวเราะและชี้ตัวเองหมับ
“ก็ฉันนี่ไง อ้าว...ที่ยืนบอกรักกันตรงเกาะกลางถนนนี่ยังไม่ยืนยันอีกหรือไง?”
“บอกว่ารัก แต่ก็ไม่ได้เหมาว่าต้องเป็นแฟนด้วยนี่”
“เอ๊??? ได้ไง งั้นไปคบกับคาโอริต่อดีกว่า......โอ๊ย..!!” จินร้องลั่นเมื่อถูกจุนโนะตุ๊ยท้องเข้าให้
“ลองเด่ะ..ขืนไปยุ่งกับแม่นั่นอีกล่ะก็ จะเจื๋อนให้ด้วนเลย” จุนโนะคำราม จนทุกคนอดหัวเราะไม่ได้ ได้ยินเสียงจินบ่นอุบว่า
“นี่ขนาดยังไม่ได้เป็นแฟนนะ ยังดุอย่างงี้ ...โอย...คิดผิดหรือเปล่าว้า....”

ทักกี้ชวนทั้งหมดกลับเข้าบ้าน หลังจากมีเรื่องตื่นเต้นกันมาแล้ว ซึบาสะบอกว่าจะอบไข่ตุ๋นของโปรดจุนโนะให้ทาน ทำเอาทั้งหมดยิ้มหน้าบาน
ระหว่างทางกลับบ้าน มือถือของจินดังขึ้น เมื่อมองที่หน้าจอ จินก็ต้องสะดุ้งเมื่อเสียงแหลมของจุนโนะดังขึ้นมาว่า
“เบอร์ยูกะ...ฮึ..ห้ามรับเด็ดขาดนะ!!”
“จ้ะ...กะว่าจะกดเบอร์ทิ้งเดี๋ยวนี้อยู่แล้ว...แหมดุจริง” จินรีบกดเบอร์ทิ้งทันที เขารีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง
“เปลี่ยนเบอร์ใหม่ได้แล้ว ห้ามเมมเบอร์สาวๆ ไว้ด้วย ไม่งั้นเห็นดีแน่”

จินรีบพยักหน้าทันที

...เอ...ตอนนี้ได้ชื่อว่าคบกันเป็นแฟนแล้วได้มั้ยเนี่ย...แต่เห็นท่าดุแบบนี้คงจะยิ่งกว่าแฟน...
...จุนโนะขี้หึงนี่น่ารักไปอีกแบบนะ...แต่ก็ดูน่ากลัวพิลึกล่ะ...

จินลอบมองหน้าเด็กหนุ่มที่กำลังเดินเกาะแขนตัวเองกลับบ้าน

...นี่ถ้าชวนมาอยู่ที่อพาร์ตเม้นต์ห้องเดียวกันนี่ จะลุกขึ้นมาขี่คอเขามั้ยฟะ...

จินคิดไปไม่ได้เท่าไร ก็ต้องสะดุ้งเมื่อจู่ๆ จุนโนะก็หันขวับมายิ้มหวานให้ และก็บอกว่า
“เมื่อกี้น่ะ พูดเล่นหรอกน้า...ลองใจจินดูหรอก จะคบกับสาวที่ไหนก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย แต่แค่ไม่ชอบก็เท่านั้นเอง”
“แล้วมันต่างกันตรงไหนว้า...”
“ก็คนรักกันมันก็ต้องมีหึงมีหวงกันบ้างนี่นา หรือว่าจินไม่อยากให้ฉันหึง...” จุนโนะถามกลับ จินก็เลยโบกมือปฏิเสธ
“ไม่หึงไม่เอา เอาหึงเยอะๆ อะกานิชิ จิน ชอบบบบบ..”

จุนโนะหัวเราะคิก เขาแนบหน้ากับไหล่ของจินแล้วจับมือจินมาบีบเบาๆ ขณะเอ่ยออกมา
“ไม่หรอก จุนโนะคนนี้หึงใครไม่เป็น...เพราะงั้นจินต้องไม่ทำให้ฉันหึงน้า...”
จินไม่ตอบได้แต่พยักหน้ายิ้มๆ เห็นทักกี้และซึบาสะหันหน้ามามอง สองคนนั้นกลั้นหัวเราะจนหัวไหล่สั่น รู้หรอกน่าว่าคิดอะไรอยู่ แต่จุนโนะเป็นแบบนี้ จืนก็คงพอรับไหว ถ้าหึงกันมากๆ จับกดซะสองสามทีขี้คร้านจะเงียบเสียง
...
ทักกี้ชะลอฝีเท้าลง หันไปตะโกนถามจินว่า
“จิ้นนน...แน่ใจนะว่าเอาน้องชายฉันอยู่..”
“แน่นอนคร้าบบบ..คุณพี่...” เสียงจินตอบกลับมาอย่างร่าเริง

************************

อีกสองสามวันต่อมา จุนโนะบอกแม่ของเขาว่า จะย้ายไปอยู่กับจินที่อพาร์ตเม้นต์ คนเป็นแม่ได้แต่มองตาปริบๆ เมื่อลูกชายสุดที่รักบอกว่า
“มาบอกไว้นะครับ ตอนเย็นจินจะมาช่วยเก็บของ”
แม่ส่งเสียงอืออา และก็มองลูกชายเดินไปเดินมาในห้องส่วนตัว อดถามไม่ได้ว่า
“จุนโนะรักเพื่อนของทักกี้คนนี้หรือลูก?”
“ฮะแม่..” หนุ่มน้อยผงกหัวขึ้นลง ดวงหน้ายิ้มพราย
“แล้วทักกี้ล่ะ?”
“โอ๊ย...โละให้พี่ซึบาสะไปแล้ว..”
“อืมมม...จุนโนะต้องอ่อนโยนกับเขานะ อย่าเอาแต่ใจตัวเอง ถ้าอยู่กับเขาไม่ได้ก็กลับบ้านเรานะลูก” แม่เข้ามาลูบหลังลูบไหล่ลูกชาย จุนโนะยิ้มตาหยีแล้วก็กอดเอวแม่เพื่อเป็นการปลอบอาการใจหายของแม่
“ครับแม่..แต่ผมว่าผมจะอยู่กับคนคนนี้ได้นานแสนนานเลยล่ะ แม่ไม่ต้องห่วงนะฮะ”

.............

จินมารับจุนโนะไปอพาร์ตเม้นต์ในค่ำวันนั้น เขาสัญญากับทางผู้ใหญ่และทุกคนในบ้านนั้นว่า จะดูแลลูกชายคนเล็กของบ้านทากิซาว่าให้ดีที่สุด

จุนโนะนั่งหน้าบานมาในรถของจินเพื่อมุ่งหน้าสู่รังรักของเขาสองคน
“แม่บอกว่าให้ฉันเป็นคนอ่อนโยนล่ะ” จุนโนะคุย
จินบอกว่าไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก
“แค่นี้จุนโนะก็น่ารักจะแย่..”
“ฉันก็ว่างั้นแหล่ะ ฉันทำอ่อนโยนไม่เป็น แต่พยายามจะไม่เอาแต่ใจ ถ้าฉันทำไม่ดี ก็อนุญาตให้จินลงโทษได้นะ” คนพูดพูดแล้วก็ขยับกระแซะคนขับ วางมือซ้อนทับมือของจินบนพวงมาลัยรถ ยืนหน้าหวานเข้าปะทะแก้มของจิน จนจินใจแกว่งแทบขับรถแฉลบออกข้างทาง จุนโนะหัวเราะขณะยื่นหน้ากลับมา
“แต่จินต้องทำโทษฉันแบบที่ทำกับฉันคืนนั้นเท่านั้นนะ”
“เอ...ถ้างั้นต้องให้จุนโนะทำผิดบ่อยๆ ดีมั้ย ฉันจะได้ลงโทษบ่อยๆ”
“ได้เลยคร้าบ....” จุนโนะแนบหน้ากับหัวไหล่ของจิน หลับตาพริ้มอย่างสุขใจ

............ไม่น่าเชื่อว่า....ว่าเมื่อเดือนก่อนเขาจะเป็นจะตายเพราะไม่สมหวังจากทักกี้ แต่มาวันนี้เขากลับมานั่งปร๋อกับคนอีกคนหนึ่งที่เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า จะมีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้ เพียงแค่เดือนเดียว จินก็เปลี่ยนใจเขาได้ถึงขนาดนี้แล้วเชียวหรือ............

จุนโนะคิดว่า มันคงจะเป็นชะตาลิขิตให้เป็นไปมากกว่า

ดูเอาเถอะ เขาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับทักกี้มานับสิบกว่าปี แต่ก็ไม่เคยได้รับความรู้สึกอบอุ่นวาบหวามแบบนี้เลย แต่กับจินที่เพิ่งจะรู้จักได้ไม่นาน กลับได้รับความรักอันร้อนแรงนี้ไว้เต็มๆ
“อืมมม..มันคงเป็นพรหมลิขิตเนอะจินเนอะ ที่ทำให้เราได้มาพบกัน” จุนโนะพึมพำเบาๆ แต่จินได้ยิน เขาตอบกลับมาว่า
“ใช่...มันคือพรหมลิขิต...”
จุนโนะร้องอือได้คำเดียว ก็อ้าปากหาว จินจึงหัวเราะ โยกหัวจอมเฮี้ยวอย่างเอ็นดู
“ง่วงแล้วล่ะซิเรา”
“ฮื่อ...”
“คืนนี้ไม่ให้นอนหรอก ต้องฉลองชีวิตคู่สักหน่อย”
“คืนนี้ฉันก็จะเป็นของจินอีกแล้ว...” จุนโนะยิ้มอายๆ และบอกต่อไปอีกว่า
“ความจริงฉันก็เป็นของจินทุกคืนง่ะแหล่ะ”
จินเห็นจริงตามนั้นด้วย เขาปรับเบาะของจุนโนะให้เอนลง เพื่อที่จุนโนะจะได้นอนพักผ่อน

จุนโนะเอนตัวลงนอน หลับพร้อมกับรอยยิ้ม แต่ในใจก็คิดว่า....


.......ต้องเก็บแรงเอาไว้ สำหรับคืนอันแสนหวาน

เพราะคืนนี้จุนโนะจะเป็นของจินอีกครั้ง......และตลอดไป....

**********************

Happy Ending

เม้นต์ที่นี่จ้า

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1