Tonight I'm YOURS

 

vol 2

***************************

ในความรู้สึกของจินนั้นไม่คิดว่าชาตินี้จะได้มาโคจรพบกับหนุ่มน้อยที่เขาได้ตัวมาอย่างง่ายดายในคืนนั้นอีก และเหตุการณ์นั้นก็ทำให้เขาไม่มีวันลืม
หลังจากคืนนั้นแล้ว จินก็ยังแอบไปเดินเตร็ดเตร่แถวหน้าสถานีรถไฟฟ้าอีกหลายคืนเลยล่ะ เผื่อจะเจอเจ้าเด็กหนุ่มหน้าสวยคนนี้อีก แต่ก็ไร้ประโยชน์เพราะไม่มีวี่แววเลยว่าจะได้พบกันอีก...แต่แล้ววันนี้ก็เป็นวันที่เขาสมหวัง
นึกไม่ถึงว่าเจ้าหนุ่มที่ชวนเขาไปร่วมเรียงเคียงหมอนด้วยนั้นจะเป็นคนคนเดียวกับน้องชายของเพื่อนเลย แต่ว่าถ้ามองหน้าจุนโนะในยามนี้ จินก็ต้องแอบกลืนน้ำลายเพราะใบหน้านั้นดูจะออกอาการตกใจและหวาดหวั่นไม่น้อยเลย... ไม่ใช่ของคนที่กำลังดีใจที่ได้มาพบกันอย่างเขารู้สึกสักนิด

ในความรู้สึกของจุนโนะนั้น ...เขาไม่คิดเลยจริงๆ ว่าจะได้มาพบกับชายหนุ่มที่เขาเผลอตัวเผลอใจไปขอมีอะไรด้วย เอ..ไม่ใช่สิ ไม่ได้เผลอ แต่ตั้งใจเลยจริงๆ ล่ะ ....แล้วนายคนนี้ นายรูปหล่อที่ยืนยิ้มอ้าปากค้างอยู่นี่ก็ดันเป็นเพื่อนของพี่ทักกี้เสียด้วยซิ....


...ไม่อยากจะเชื่อเลย ...ไม่เอาหรอก...นายคนนี้ .....ทำไมต้องมายืนอยู่ตรงนี้ด้วยนะ

“นาย...นาย......โอย...ย....ย......ตายแล้ว...” จุนโนะตบหน้าผากตัวเองดังแปะ แปะ ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่เต็มแก่
และเมื่อจินทำท่าจะก้าวเข้ามาสวมกอด จุนโนะก็ยกมือห้ามไว้
“เดี๋ยว!! มาตกลงกันก่อน” เขาจับข้อมือของจินไว้ แล้วก็กดน้ำหนักลงไปอย่างแรง จนจินนิ่วหน้า ร่างบางยื่นหน้ายื่นตามาสั่งว่า
“ห้ามนายบอกใครเด็ดขาด เรื่องของเราคืนนั้นต้องเป็นความลับ เข้าใจมั้ย?”
“เรื่องของเราน่ะเรื่องไหน? เรื่องที่นายเตะกระป๋องมาใส่หัวฉัน หรือว่าเรื่องที่นายขอนอนกับฉัน?”
“เอ๊??? ปัญญาอ่อนหรือไงเล่า เรื่องไหนอย่าแกล้งทำเป็นไม่รู้หน่อยเลย” จุนโนะทำหน้าไม่สบอารมณ์ ตอนนี้ก็ใกล้จะฟิวส์ขาดแล้วด้วย เพราะจินทำหน้ายิ้มยั่วใส่ แถมยังยื่นหน้ามาซะจะแทบจะติดหน้าเขาอีกแน่ะ
“นี่สั่งฉันงั้นเหรอ?” จินถามกลั้วหัวเราะ
“ใช่”
“นายมาสั่งฉันได้ไง เป็นไรกันง่ะ?” จินเลิกคิ้วตอบ
“เอ๊ะ นายนี่ยังไงนะ เป็นอะไรกัน จะให้ฉันต้องสาธยายหรือไง?” จุนโนะผลักหน้าจินออกห่าง
จินเอียงคอคู่กรณี
“ทำไมโลกมันกลมอย่างนี้นะ” จินพูดยิ้มๆ ขณะมองหน้าตาตื่นของหนุ่มน้อยน่ารักตรงหน้า เขาเห็นคราบนมจับเปรอะขอบปาก อดขันไม่ได้

ที่แท้ก็ชื่อจุนโนะสุเกะ...นั่นเอง ...คืนนั้นก็ลืมถามชื่อ เพราะมัวแต่แสวงหาความสุขจากร่างบางจนไม่ใส่ใจว่า เจ้าเด็กหนุ่มที่เตะกระป๋องใส่หัวเขาและทำให้เขามีความสุขในค่ำคืนนั้นจะชื่อเรียงเสียงไร ....

“ยิ้มอะไร?” เสียงจุนโนะห้วนจัดจนจินสะดุ้ง เขากระชับกระเป๋าที่สะพายอยู่และยกมือขึ้น
“เอาล่ะ ถ้าไม่อยากให้บอกก็จะไม่บอก ฉันเองก็ไม่ใช่คนปากสว่าง เรื่องแบบนั้นสุภาพบุรุษย่อมไม่พูดกันอยู่แล้ว” จินว่า ทำเอาคนฟังเบ้ปาก
“สุภาพบุรุษตายล่ะ...”
“เอ..หรือว่าจะบอกดีน้า...ว่าตอนนั้นน่ะ นายน่ารักชะมัดเลย ตัวก็หอม หวานซะจนฉันจะคลั่งตาย แถมยังไม่เคยเสียตัวมาก่อนอีกต่างหาก โอย...หัวใจจะวาย...” จินกุมหัวใจตัวเอง ทำท่าอยากจะลงไปนอนดิ้นตรงนั้น
“เห??” จุนโนะโวยลั่น หน้าแดงก่ำ
จินหัวเราะและก็เดินผ่านหน้าเด็กหนุ่มจะเข้าไปในบ้าน แต่แล้วชายหนุ่มก็หยุดเดิน หันหลังมาหาจุนโนะอีกครั้ง มือเรียวยกขึ้นยื่นมาสัมผัสขอบปากของเด็กหนุ่ม
จุนโนะตัวแข็งทื่อเพราะจินไล้คราบนมที่ขอบปากของเขาและเอานิ้วชี้ที่มีนมติดอยู่มากดที่หน้าผากของจุนโนะ

“ตีตราไว้ว่า นายน่ะมีเจ้าของแล้ว โดย อะกานิชิ จิน!!” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับยักคิ้วให้จุนโนะเสียอีกแน่ะ แถมยังอาศัยทีเผลอ ฉกแก้มนวลนั้นอย่างว่องไว
จินหันหลังจะเดินต่อ แต่..
“เดี๋ยว!!” จุนโนะเรียกไว้ ทำให้จินชะงักหยุดขาไว้ และหันหน้ามาหา แต่ทว่าขณะที่กำลังหันมานั้นเอง

.....พลั่ก.......

จินหน้าหงาย เพราะถูกหมัดจุนโนะชกที่โหนกแก้ม แม้จะไม่แรงนัก แต่ก็ทำให้เขามึนจนเซ
“โอ๊ย!! อะไรง่ะ??”
“ฉันก็ตีตราไว้เหมือนกัน ว่าหน้าอย่างนายน่ะ อย่าได้มาแอ้มฉันซ้ำสอง เข้าใจ๋!”

จุนโนะผลักอกจินแล้วก้าวเดินฉับๆ เข้าบ้านไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง แต่พอเห็นหน้าทักกี้และซึบาสะเขาก็รีบก้มหน้างุด ซ่อนสีหน้าไว้กับพื้นห้อง
“ทำไมไปเปิดประตูนานจัง ใช่จินหรือเปล่า?” ทักกี้ถาม จุนโนะพยักหน้างึกๆ แล้วก็ขอตัวไปหยิบกระเป๋า
แต่พอคล้อยหลังไปได้หน่อย เขาก็ต้องเงี่ยหูฟังเพราะได้ยินเสียงทักกี้โวยวายว่า หน้าจินทำไมมันถึงได้เขียวอย่างนั้น
“โดนตัวตุ่นมันวิ่งชน” จินบอกหน้าตาเฉย
จุนโนะรีบหันกลับมามอง ก็พบกับหน้าเป็นของจินกำลังยิ้มยั่วยวนอยู่ตรงหน้าประตู
“เอ้า...เรียบร้อยก็ไปกันได้แล้ว” ทักกี้ร้อง พลางตบมือเร่ง
จุนโนะจึงต้องเดินมาสมทบอย่างเลี่ยงไม่ได้

ตอนนั่งมาในรถนั้น จินกับจุนโนะนั่งกันด้านหลัง แต่คนละมุมประตู จุนโนะแทบจะไม่หันมามองหน้าคนร่วมทางเลยสักคนเดียว เพราะร่างบางเอาแต่นั่งหลับตาหัวพิงพนัก แกล้งหลับจนคนที่นั่งมาด้วยไม่กล้ววอแว.......

***************************

แม้จะล่วงเข้าหน้าหนาว แต่อากาศในวันนี้ไม่ได้เย็นอย่างที่คาดไว้ แสงแดดที่แผดจ้าอยู่เหนือศีรษะนั้น ทำให้พวกหนุ่มๆ ที่เดินแบกเป้ต้องปาดเหงื่อกันเป็นแถวๆ แม้ว่าจะมีต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้านอวดใบไม้สีแดง สีทอง เหลืองอร่ามมาปกคลุมบังแสงแดดให้แล้วก็ตาม กระนั้นความร้อนแรงของแสงอาทิตย์ก็ยังไม่ปราณีใคร...
จุนโนะสุเกะหยุดเดิน เอาหลังพิงต้นไม้ แล้วหอบจนตัวโยน ทำให้ทุกคนต่างก็หยุดเดินเหมือนกัน
“พักสักหน่อยก็ได้” ทักกี้โบกมือให้เพื่อนๆ เข้าไปนั่งพักใต้ร่มไม้ ส่วนตัวเขาเองก็นั่งเอาหลังพิงโคนต้น
จุนโนะตรงรี่เข้าไปนั่งข้างกายทันที ใบหน้าแดงระเรื่อเพราะความเหน็ดเหนี่อยทำให้คนเป็นพี่ชายต้องโบกมือพัดให้
“ไหวมั้ยจุนโนะ อีกนิดเดียวก็ถึงที่พักแล้ว ขึ้นเขาก็อย่างงี้แหล่ะนะ เหนื่อยหน่อย แต่พอเห็นที่พักก็หายเหนื่อย จะนอนทั้งวันก็ย่อมได้”
“นอนทั้งวันก็อดเที่ยวน่ะซิ” จุนโนะย่นจมูกใส่ ทำให้คนแอบมองอยู่อีกด้านหนึ่งอดยิ้มไม่ได้
ดูเหมือนพี่น้องหยอกกัน แต่ความจรงน่ะ...เจ้าคนน้องมันคิดหาทางเข้าหาพี่ชายตลอด...
จินไม่เคยเห็นจุนโนะยิ้มแจ่มใสอย่างในตอนนี้เลยล่ะ ทำไมมันถึงได้น่าดูนักนะ ยิ้มทั้งปากทั้งตา ดีกว่าหน้าบึ้งเป็นไหนๆ
แต่แล้วเขาก็เห็นรอยยิ้มนั้นหุบฉับลงทันควันเมื่อซึบาสะก้าวเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย จุนโนะก้มหน้าผูกเชือกรองเท้า กัดริมฝีปากแล้วก็ถอนหายใจยาว ซึบาสะนั่งด้านซ้าย ส่วนด้านขวาของทักกี้ก็มีจุนโนะนั่งพิงต้นไม้ครึ่งหนึ่งพิงไหล่ทักกี้ครึ่งหนึ่ง จินเห็นแล้วก็ยิ้ม ...

....นี่จะเกิดศึกชิงหนุ่มหล่อกันมั้ยเนี่ย...

แต่จินเห็นว่าลางแพ้คงจะตกอยู่ที่หนุ่มน้อยหน้าหวานนามว่า จุนโนะสุเกะซะละมาก...
เพราะทักกี้หันมาให้ความใส่ใจกับคนรักต่อหน้าต่อตาของจุนโนะได้โดยไม่เกรงว่าน้องเลี้ยงจะรู้สึกอย่างไร

‘ต้องทำให้จุนโนะรู้ไปเลยว่า จะคิดกับฉันเกินเลยไปกว่าพี่ชายน่ะไม่ได้’ ทักกี้เคยพูดเอาไว้ก่อนที่จะชวนจินมาที่นี่

แต่ความเจ็บช้ำนั้นน่ะ ทักกี้จะรู้หรือเปล่าว่าจุนโนะก็รับเอาไว้เต็มๆ เหมือนกัน

จินเดินไปนั่งข้างจุนโนะ เขาเหยียดขาออกไป แล้วก็บีบนวดให้กล้ามเนื้อคลาย จุนโนะเอี้ยวหน้ามอง เห็นจินทำแบบนั้นเขาก็เหยียดขาและทุบขาตัวเองบ้าง
“พอถึงที่พักแล้วก็เอาเท้าแช่น้ำอุ่นก็จะดีขึ้นเอง” จินพูดเบาๆ หันมายิ้มให้ จุนโนะพยักหน้าและตอบรับเสียงอือในลำคอ

ทักกี้ลุกขึ้นยืน ปัดกางเกงไล่เศษหญ้าออก เขาเอี้ยวตัวมองจุนโนะกับจินแล้วพยักเพยิดไปทางเส้นทางขึ้นที่พัก
“ไปกันเถอะ ...เอ...พวกคาเมะคงใกล้มาแล้วล่ะ พวกเราไปรอเขาที่บ้านพักดีกว่า ไหวมั้ยน้องชาย” ประโยคหลังทักกี้หันมาถามจุนโนะสุเกะ
“ไหวฮะ..” จุนโนะรับคำเสียงอ่อย
“งั้นให้จินคอยดูแลก็แล้วกัน”
“ไม่ต้องฮะ ผมดูแลตัวเองได้!!” จุนโนะพูดเสียงสะบัด ทำปากยื่นใส่จินแล้วก็เดินหน้าเชิดผ่านหน้าจินไปแล้ว
“เฮ้อ...รมณ์ไม่ดีอีกแล้วมั้งเนี่ย”
ว่าแล้วก็เดินตามจุนโนะไปทันที ปล่อยให้ทักกี้และซึบาสะเดินจู๋จี๋กันอยู่ด้านหลัง

.........................................

 

ทั้งหมดมาถึงบ้านพักในเวลาต่อมา

แต่พอมาถึงก็ปรากฏว่ามีชายหนุ่มสองคนยืนยิ้มร่าอยู่ในห้องโถงหน้าเคาน์เตอร์รอคอยพวกเขาอยู่แล้ว
“เป็นไงพวก เหนื่อยมั้ยเอ่ย?” เสียงร้องทักทายพร้อมกับหนุ่มน้อยร่างเล็กที่ยืนเท่อยู่ตรงนั้น กวักมือเรียกหยอยๆ แต่พอเดินเข้ามาใกล้แล้ว สองแขนของคาเมะก็เปิดออกกว้าง รวบร่างจุนโนะมากอดเต็มๆ
“ไม่เจอกันตั้งหลายอาทิตย์คิดถึงจังเลย...”
“หวัดดีฮะ พี่คาเมะ” จุนโนะหัวเราะ และทำหน้านิ่วเมื่อคาเมะกอดเขาไว้ไม่ยอมปล่อย ทั้งๆ ที่มีสายตาเรืองแสงของยามะพีมองอยู่ก็ตาม
“เจ้าชู้อีกแล้วนะ คาเมะ!!” เสียงเตือนดังแว่วเข้ามา เมื่อทั้งคู่หันไปมองก็นั่นแหล่ะ ร่างโปร่งของคนผิวสวยกำลังยืนกอดอกหน้าเชิดอยู่ไม่ห่าง
“หวัดดีฮะ พี่ยามะพี” จุนโนะร้องทักพลางยิ้มแห้งๆ ดันคาเมะออกไปไกลๆ แล้วเดินไปหาทักกี้ กระนั้นเขาก็ยังเห็นสายตาขันๆ ของอะกานิชิ จินมองมาด้วย จุนโนะรีบเมินไปทางอื่นทันที

“คาเมะกับยามะพีมาก่อนได้ไง?” ทักกี้ฉงน แต่ยามะพีหัวเราะแล้วบอกว่ามากระเช้าไฟฟ้า
“กระเช้าไฟฟ้า??” ทักกี้และจินร้องขึ้นพร้อมกัน
“ใช่ .....เอ...พวกนายไม่รู้หรือว่าที่นี่เขามีกระเช้าไฟฟ้าบริการแขกที่ด้านข้างของรีสอร์ทน่ะ” คาเมะบอก
พวกของจินเลยมองหน้ากันเลิกลั่ก จนท้ายสุดก็โยนความผิดมาให้ทักกี้เต็มๆ
“ทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้เลยน้า.....” ทักกี้ทำหน้าแหยๆ
“เล่นให้เดินซะเมื่อย” ซึบาสะบ่นอุบ
“ช่างเหอะนะ ฉันกับยามะพีเอาของเข้าห้องแล้ว เอากุญแจมาให้พวกนายแล้วด้วย อ่ะนี่...” คาเมะยื่นกุญแจห้องให้ทักกี้และจิน เขาทักทายจินและจุนโนะสุเกะ รู้จักกันดีทั้งนั้น โดยเฉพาะจุนโนะนั้น คาเมะและยามะพีแทบจะซี้เลยก็ว่าได้เพราะเด็กหนุ่มคอยติดสอยห้อยตามพี่ชายไปร่วมเที่ยวกับพวกเขาแทบทุกครั้ง

สำหรับคาเมะนั้น ในความรู้สึกยามเขามองเด็กหนุ่มจุนโนะสุเกะนั้น มันดูเหมือนมีความชุ่มชื้นทางสายตาอยู่เสมอ แม้จะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว แต่คาเมะก็ยังไม่วายมองจุนโนะด้วยความเสียดาย อะไรก็ไม่ร้ายเท่าความคิดของคนเจ้าชู้ที่ว่า


....ทำไมคนเราต้องมีแฟนเป็นตัวเป็นตนได้เพียงคนเดียวด้วยนะ...

“จินนอนห้องเดียวกับจุนโนะ คุ้นกันมั้ยนะ” ยามะพีพูดขึ้น จุนโนะกำลังจะยกมือขึ้นแล้วบอกว่าไม่เห็นอยากจะคุ้นเลย แต่จินก็รีบพูดขึ้นมาก่อนว่า
“โอ้ย...ยิ่งกว่าคุ้นกันซะอีก เนอะ...จุนโนะเนอะ...”
“บ้าเป๊า?” จุนโนะถลึงตาใส่ แล้วก็บอกว่า
“ให้ผมอยู่ห้องเดียวกับพี่ทักกี้ไม่ได้เหรอ”
“อย่าดีกว่าน่า นายจะไปขัดคอพี่ชายกับแฟนทำไมกัน?” คาเมะส่ายหน้าไม่เห็นด้วย ทำเอาจุนโนะหน้ามุ่ย แอบมองมาทางทักกี้และซึบาสะ ดูเหมือนสองคนนั้นยังง่วนอยู่กับการกรอกเอกสารบนเคาน์เตอร์ ไม่ได้สนใจว่าจุนโนะอยากจะแลกห้องเต็มแก่แล้ว
“อยู่กับจินนั่นแหล่ะ อีกหน่อยก็คุ้นกันเองน้า...จินคุยสนุกออก” คาเมะตบบ่าเพื่อนร่วมสถาบัน พลางบรรยายสรรพคุณ
“หรือว่าจุนโนะอยากจะนอนห้องเดียวกับพี่ ...แต่...เหอะ...ไม่ได้หรอกน้า...เดี๋ยวพี่โดนยามะพีแหกอกเอา” ชายหนุ่มพูดแล้วก็โบกมือไหวๆ มาทางยามะพี ซึ่งฝ่ายนั้นจะว่าหัวเราะก็ไม่ใช่เพราะแยกเขี้ยวซะคาเมะสยอง รีบชี้ไปทางจินทันที
“จินเขาเนื้อหอมไม่แพ้ทักกี้หรอกนะ อยู่ที่มหา’ลัยน่ะ สาวๆ ติดตรึม”
“ผมไม่ใช่สาวปัญญาอ่อนนี่นะที่จะได้ไปติดใจเขาน่ะ” จุนโนะแย้ง
“งั้นก็เป็นหนุ่มปัญญาทึ่มที่ไม่สนหนุ่มดีๆ อย่างฉัน” จินว่าเข้านั่น
“ผมไม่เห็นสนใจเลย...ความจริงผมก็ไม่เคยเห็นเขามาก่อนนะ แปลกเหมือนกัน เป็นเพื่อนพี่ทักกี้ที่ผมไม่เคยรู้จัก”
“จินเขาเพิ่งเข้ามาร่วมกลุ่มได้ไม่นาน เขาเป็นเพื่อนกับยามะพีอีกที จินเขาอยู่คนละคณะกับเรา” คาเมะบอก
“อ้อ...มิน่าล่ะ ไม่เคยเห็น” จุนโนะพยักหน้า
“นี่อย่าพูดข้ามหัวกันได้มะ? จุนโนะมีอะไรอยากรู้เรื่องของฉันก็ถามกันตรงๆ ก็ได้ หรือว่าจะแอบถามกันสองต่อสองในห้องก็ย่อมได้ เสียเวลาเยอะแล้ว ไปกันได้แล้ว รับรองถึงห้องแล้วจะให้นั่งซัก นอนซักให้หายข้อข้องใจเลยดีมั้ย?”
แล้วก็ไม่รอฟังคำโต้ของเด็กหนุ่มเขาดึงแขนจุนโนะให้เดินไปทางห้องพัก โดยมีคาเมะและยามะพีเป็นคนนำทางและออกความเห็นว่า
“ท่าทางจะไปกันได้ดีนะ นายสองคนเนี่ย...”

*****************************

ภายในห้องพักนั้น....
จินชะงักขาที่กำลังก้าวออกมาจากห้องน้ำ เขาพันท่อนล่างด้วยผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียว ชายหนุ่มมองจุนโนะสุเกะที่กำลังง่วนกับการเล่นเกมในทีวี ไม่ได้สนใจอะไรแม้ว่าจินจะมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ ก็ตาม เขามองอุปกรณ์ต่อพ่วงในการเอนเทอร์เทนของเด็กหนุ่มแล้วก็ต้องส่ายหัว
“นี่หอบเอาเกมมาจากบ้านด้วยหรือนี่” เขาถามขึ้น ร่างบางส่ายหน้า แล้วก็กัดปากตั้งอกตั้งใจเล่นเกมต่ออย่างเมามัน
“เขามีบริการให้เช่าอุปกรณ์เล่นเกมกับทีวี” จุนโนะบอกสั้นๆ
จินร้องอ้อเบาๆ เรื่องเล่นนี่หัวไวเป็นบ้าเลย ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กคนนี้ไปแอบติดต่อขอเล่นเกมตอนไหน สงสัยคงจะเป็นตอนเขาเข้าไปอาบน้ำนั้นแหล่ะ
ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งที่ปลายเตียง เช็ดผมให้แห้งด้วยผ้าขนหนูผืนเล็ก
“ไม่อาบน้ำหรือไง?” เขาถามร่างบางที่นั่งหันข้างให้
“ยัง...”
“เกมน่ะไว้เล่นเมื่อไรก็ได้ ทักกี้เขาจะพาไปเดินป่าไม่ใช่เหรอ?”
“ไปไง? หนาวจะตายชัก เล่มเกมมันกว่าอีก” จุนโนะยื่นปากตอบ หน้ามุ่ยสนิท เขาจิ๊ปากแล้วหันมาค้อนจินเมื่อทำให้เขาเสียสมาธิ เล่นแพ้ในตานั้น
“มาที่นี่เพื่อจะมาเล่นเกมงั้นหรือ?”
“ฮื่อ...ก็ดีกว่าอยู่เฝ้าบ้านกับพ่อกับแม่ล่ะ นี่นายอย่าทำให้ฉันเสียสมาธิได้มั้ยอ่ะ...ว้า....ตายอีกแร่ะ...” จุนโนะส่ายหน้า จิ๊ปากอีก จินแต่งตัวเสร็จแล้วก็มายืนดูข้างๆ เห็นอีกฝ่ายตั้งอกตั้งใจเล่นเอามากๆ ทีเดียว
“ไม่ไปใช่มั้ย ฉันจะได้บอกพี่นายว่านายไม่อยากไป เขาจะได้เที่ยวสบายๆ หน่อย ไม่มีก้างขวางคอ” จินว่าเข้านั่น ทำให้ร่างโปร่งเงยหน้าขึ้นมองทันที
“ใครบอกว่าฉันจะไม่ไป...ไปก็ได้ฟะ!!” จุนโนะวางมือจากเกม แล้วก็เดินปึงปังเข้าไปในห้องน้ำ

จินนอนแผ่หรารออยู่บนเตียง
เตียงสีขาวสะอาดตานั้น ไม่กว้างมากนัก เพราะเป็นเตียงคู่
จินตื่นเต้น...เขาจะได้นอนกับหนุ่มน้อยหน้าหวานคนนี้อีกแล้วล่ะซิ แล้วคราวนี้จุนโนะจะยอมไม่นะ....
...เอ...แล้วเขาต้องมาคิดเรื่องนี้ทำไมนะ เพราะยังไงเขากับจุนโนะก็ได้นอนกันคนละเตียงอยู่ดี หรือว่า...คืนนี้จะไม่.....

จินหลับตาลง ได้ยินเสียงน้ำไหลซู่ๆ อยู่ในห้องน้ำ ป่านนี้เจ้าเด็กจอมเฮี้ยวนั่นคงจะกำลังเปลือยร่างอาบน้ำอยู่ซินะ
จินนึกไปถึงผิวขาวอมชมพู เนื้อตัวสะอาดสะอ้าน และรูปร่างโปร่งบาง สูงได้สัดส่วน เมื่อคืนนั้นยังจำติดตา จุนโนะสุเกะผู้สวยงาม ผู้แหงนเงยใบหน้าไถลไปกับหมอนนุ่มเมื่อถูกเขาเร่งเร้าจนถึงขีดสุด จุนโนะผู้ ไร้เดียงสาแต่ทว่าแฝงความเร่าร้อนเมื่อเขาเป็นคนชักนำจนก้าวข้ามความเป็นหนุ่มไปได้
เสียงครางรัญจวนที่หลุดมาจากปากบางที่เขาได้ยินก็น่าชื่นใจดีอยู่ ผิดกับวาจาเผ็ดร้อนยามต่อปากต่อคำกับเขาอย่างวันนี้....
จินยังนึกถึงภาพเขากับจุนโนะแสดงความรักต่อกันและกันในอนาคตไม่ออก ก็จุนโนะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในคืนนั้น แม้จะได้ชื่อว่าถูกเขาลิ้มลองมาแล้วก็ตาม
........................

เสียงประตูห้องน้ำเปิดดังแกร๊ก จินกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง เมื่อจุนโนะอยู่ในชุดเสื้อยืด กางเกงยีนส์ออกมาจากห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว
“เก่งนะ เอาชุดไปเปลี่ยนในห้องน้ำได้ ไม่ยักเปียกแฮะ” จินค่อน
จุนโนะเดินผ่านหน้าเขาไปรื้อเสื้อแจ็คเก็ตมาใส่ทับเพื่อกันอากาศหนาวเย็น
“ฉันมีความสามารถพอน่า.....เรื่องอะไรจะมาแก้ผ้าให้นายดูเล่นล่ะ”
“เฮอะ...น่าดูนักนี่” จินเบ้ปากใส่ แล้วก็มองหนุ่มน้อยทั่วตัว
“ฉันก็อยากไม่น่าดูในสายตาของนาย” จุนโนะต่อปากต่อคำอีกแล้ว
“ทำไมล่ะ? กลัวฉันปล้ำหรือไง?”
“เอ๊ะ??”
จินหัวเราะเมื่อจุนโนะส่งเสียงอุทานออกมา ดูก็รู้ว่าจุนโนะหมายความตามที่เขาพูดนั่นแหล่ะ เจ้าเด็กคนนี้กลัวเขาปล้ำ ก็คนเคยๆ กันมาแล้ว
จุนโนะเดินปากยื่นไปที่ประตูห้อง แล้วหันมาชี้หน้าจิน
“อย่าหวังเลยน่า...แค่คืนนั้นคืนเดียวฉันก็แทบประสาทหลอนอยู่แล้ว อย่าหวังเลยว่าจะได้แอ้มฉันอีก”
“จริงอ่ะ...จะคอยดูก็แล้วกัน อยู่ห้องเดียวกันแบบนี้ จะหนีไปไหนพ้น” จินสืบเท้าเข้ามาหา จุนโนะรีบหันหลังจะเปิดประตู แต่ไม่ทัน เพราะจินดึงชายเสื้อแจ็คเก็ตเข้ามาหาเขา เมื่อจุนโนะปลิวมาอยู่แนบชิดแล้ว เขาก็ฉกริมฝีปากวูบเข้าหาแก้มนวลหอมสบู่นั้นเต็มแรง
“เอ๊ะ!!” จุนโนะตกใจ แก้มแดงปลั่งเมื่อถูกจินขโมยหอมนั้นได้ เขาลูบแก้มตัวเองป้อยๆ เมื่อจินรีบปล่อยร่างบางนั้นออก
“บ้าที่สุดเลย...ไอ้หื่นแตก ฉันจะฟ้องพี่ทักกี้ด้วยว่านายปล้ำฉัน” จุนโนะโวยลั่น
“ก็เอาซิ ฉันจะได้บอกคุณพี่สุดที่รักว่า นายเองนั่นแหล่ะทอดสะพานให้ฉันนอนเชยชมมาแล้ว”
“อย่านะ ห้ามพูดเด็ดขาด!!”
“งั้นก็เป็นเด็กว่านอนสอนง่ายซิ” จินหัวเราะเพราะเห็นเด็กตาตี่ที่น่ารักพยายามทำตาให้โตเพราะความกลัว
“นายต้องไม่พูดเรื่องวันนั้นนะ จิน ห้ามบอกใครด้วย”
“ก็ได้...งั้นพูดจากับฉันให้ดีหน่อย พูดหวานๆ น่ะเป็นมั้ยจุนโนะสุเกะ?” จินต่อรอง
“ฮื่อ....ก็ได้” จุนโนะพยักหน้างึกๆ รับปากอย่างเสียไม่ได้ ขอให้รอดไปมื้อหนึ่งก่อน ส่วนเรื่องที่จะหมดฤทธิ์น่ะเห็นทีจะยากหน่อย

.......................

หลังจากนั้น.........
................จินพาจุนโนะไปสมทบกับพวกที่เหลือในห้องโถง จากนั้นคณะสำรวจธรรมชาติก็เริ่มออกเดินทาง

มีทักกี้เดินเคียงคู่ไปกับซึบาสะ ชี้ชวนกันชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆ โดยมีจินและจุนโนะเดินห่างมาหลายก้าว ต่อจากนั้นก็คือคาเมะและยามะพีที่เดินอ้อยสร้อยรั้งท้ายคนอื่นเขา เพราะต้องการความเป็นส่วนตัว
จุนโนะมองตามแผ่นหลังของพี่ชายไปเรื่อยๆ ความจริงเขาเองก็ได้เห็นภาพทักกี้หันหลังให้มาตลอดในชีวิตที่ได้รู้จักกัน ตั้งแต่แม่ของเขาแต่งงานกับพ่อของทักกี้นั่นแหล่ะ และนับวันภาพที่เห็นมันก็ยิ่งจะห่างไกลไปทุกที เด็กหนุ่มเห็นมือสองมือของทักกี้และซึบาสะแกว่งกระทบกันและจากนั้นมือของซึบาสะก็เข้าไปอยู่ในอุ้งมือแข็งแรงของทักกี้
จุนโนะถอนหายใจเฮือก หน้าสลดลง และนั่นก็อยู่ในสายตาของจินพอดี
“ตัดใจซะเถอะน่า จุนโนะ” จินพูดให้ได้ยินกันสองคน จุนโนะตวัดตาขึ้นมองด้วยใบหน้าบึ้งตึง
“เรื่องอะไรของนายด้วยง่ะ”
“สงสารน่ะซิ ฉันน่ะไม่อยากเห็นนายต้องคอยชะเง้อมองพี่ชายกับแฟนเหมือนคนเป็นโรคจิตแบบนี้”
“ว่าไงนะ?” จุนโนะหยุดเดิน รั้งแขนจินไว้ แล้วกระชากไหล่ชายหนุ่มให้หันมาทั้งตัว
“ใครโรคจิตมิทราบ?”
“ก็นายง่ะแหล่ะจุนโนะ รู้ก็ทั้งรู้ว่าหมดหวัง ยังจะทู่ซี้ตามตื๊อพี่ชายอีก เห็นแล้วมันทุเรศฟ่ะ”
“นาย!!” จุนโนะกำมือแน่น เขากัดปากตัวเองจนเจ็บ มองจินตาขุ่น ถ้าต่อยได้ก็คงต่อยไปแล้วล่ะ และตอนนี้จุนโนะก็กำลังจะยกกำปั้นเงื้อขึ้น แต่พอดีที่มีเสียงหนึ่งดังขึ้นเสียก่อน
“อ้าว...จินกับจุนโนะไม่ได้ตามทักกี้ไปหรอกเหรอ?”
เสียงนั้นทำให้สองหนุ่มหันมามองพร้อมกัน หมัดของจุนโนะค่อยๆ ลดต่ำลง ใบหน้าบึ้งค่อยคลายออกเมื่อเห็นคาเมะและยามะพีเดินมาหา เพื่อนของพี่ชายหัวเราะและตบบ่าของเขาเบาๆ ก่อนจะเดินแซงหน้าไปก็พึมพำว่า
“เดินเร็วๆ เถอะ อากาศมันหนาวนะ”
“ฮะพี่ยามะพี” จุนโนะก้มหัวให้ ปล่อยให้สองหนุ่มเดินขึ้นหน้าไปก่อน หลังจากนั้นจากหางตา เขาเห็นจินรีบเดินจ้ำตามสองคนนั่นไป
จุนโนะหันรีหันขวาง นายคนนั้นกำลังจะทิ้งเขาไว้เบื้องหลัง ไม่เอาหรอก...ทำไมใครต่อใครต้องทิ้งเขาไว้เดียวดายด้วยนะ เด็กหนุ่มฮึดฮัดก้มลงหยิบก้อนหินเล็กๆ ได้ก็ขว้างไปที่แผ่นหลังของคนเดินหน้าทันที ได้ผลจินหยุดกึก เขาหันขวับมา สีหน้าบอกอาการขุ่นเคือง
“อันธพาลหรือไงกันนะ นายนี่เป็นคนที่แย่ชะมัดเลย...” จินยืนเท้าเอวมองหน้าคนหาเรื่อง แต่อีกฝ่ายกลับยืนแหงนหน้ามองนกชมไม้ ทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร
“สงสัยจะปล่อยให้เดินคนเดียวไม่ได้ล่ะมั้งเนี่ย”

ร่างบางถูกคนโตกว่าคว้าแขนได้ก็ถูกฉุดเดินลิ่วๆ ตามพวกของคาเมะไปตามทางคดเคี้ยวซึ่งพวกนั้นก็เดินลับมุมไม่เห็นตัวแล้ว
“ปล่อยนะ!” จุนโนะโวยลั่น พยายามจะแกะมือจินออกจากข้อมือตัวเอง แต่จินกลับรั้งเขาให้หลบเข้าข้างทาง
“พยศนักนะเรา เดี๋ยวเหอะจะทำโทษให้...”
“นายง่ะแหล่ะไอ้โรคจิต” เด็กหนุ่มว่าใส่หน้าก่อนที่ร่างบางจะถูกเหวี่ยงจนหลังชนต้นไม้
“จะทำอะไรง่ะ....” ถามด้วยหน้าตาตื่น จินมองแล้วก็สะใจ ทีงี้ล่ะทำหน้าไร้เดียงสา จะให้ทำอย่างไรกับเด็กดื้อคนนี้ดีนะ?
“จะปราบเด็กโง่น่ะซิ ถามได้” จินตอบโต้
“ใครโง่?”
“ก็นายง่ะแหล่ะไอ้เด็กดื้อ”
“มีสิทธิ์อะไรมาด่าฉัน กะอีแค่เพื่อนพี่ชาย โธ่เอ๊ย!!” จุนโนะเบะปากใส่ ทำให้จินดันตัวเขากับร่างของจุนโนะ ซึ่งทำให้แผ่นหลังของจุนโนะเบียดจนแทบจะกลืนหายไปในต้นไม้
“บ้าหรือเปล่า ฉันเจ็บหลังนะ!”
“งั้นก็อย่าดิ้นเด่ะ” จินกดไหล่บอบบางกับลำต้นเข้าไปอีก จุนโนะนิ่วหน้าแล้วก็ร้องฮึในลำคอ หยุดดิ้นจริงๆ เหลือแต่ใบหน้าเท่านั้นที่ลอยหน้าลอยตามาจ้องหน้าจินและถามออกมา
“แล้วไง...จะปล้ำฉันกลางทางหรือไง?”
“อย่างนายคงไม่ต้องให้ฉันปล้ำหรอกมัง เสนอตัวเก่งนะนี่” จินโต้กลับ ทำให้หน้าหวานนั้นเบิกตากว้าง จุนโนะขยุ้มคอเสื้อจินแน่นเตรียมวาจาเผ็ดร้อนแล้วโพล่งออกมา
“นายว่าฉันเรอะ ไอ้...........” เสียงสบถขาดหายไปเมื่อริมฝีปากบางถูกจินบีบจนมันเผยอออก และโดนกระแทกปิดสนิทจากริมฝีปากหยักของอะกานิชิ จิน....
“อึก.....อื้อ....อื้อ....” จุนโนะดิ้น เขาดันไหล่จินจะให้ออกห่างตัว แต่อีกฝ่ายกลับสอดเข่าเข้ามาระหว่างขา และบดแผ่นอกแนบชิดร่างบางเข้าไปอีก ทำให้เด็กหนุ่มดิ้นไม่หลุด ส่วนมือของจินก็รวบกำปั้นของจุนโนะไว้ทั้งสองข้าง มีแต่ริมฝีปากเท่านั้นที่ดูเหมือนจะอ่อนโยนขึ้น เพราะจุนโนะไม่ได้ส่ายหน้าหนีอีกต่อไปแล้ว หนำซ้ำยังแหงนเงยใบหน้ารับกับจุมพิตจู่โจมนั้นแต่โดยดี
ริมฝีปากสองคู่คละเคล้า บดเบียดซึ่งกันและกัน และจุนโนะก็ครางเสียงเหมือนแมวตัวน้อย เมื่อจินกัดปากล่างของเขาเบาๆ
“อืมมม....” จินครางในลำคอเมื่อเขาถอนจูบออก หลุบตามองกลีบปากที่เผยออ้าชุ่มชื้นของจุนโนะอย่างสะใจ ดูเหมือนเจ้าหนุ่มน่ารักคนนี้จะหมดฤทธิ์แล้วหรือเปล่านะ.....ถึงได้แต่ยืนหอบหายใจระทดระทวยพิงต้นไม้อยู่นี่
“ไง? มีอะไรจะว่าฉันอีกมั้ยจุนโนะสุเกะ?” จินถามเสียงพร่า จุนโนะมองอย่างเคืองใจก่อนที่จะโพล่งออกมาว่า
“ไม่!!”


****************************

บรรยากาศสองข้างทางน่ารื่นรมย์ก็จริง แต่ทำไมจินต้องมาด้วยนะ จุนโนะนึกเบื่ออยู่ในใจ ผู้ชายคนนี้จะไว้ใจได้แค่ไหนที่จะไม่ปากโป้ง เปิดเผยเรื่องความสัมพันธ์ของเขาและของตัวเอง

......ไม่น่าเลย ไม่น่าดิ้นรนหาเรื่องมาใส่ตัวเลย....

จุนโนะลอบมองหน้าคนเดินข้างเคียง ก็เห็นจินมีสีหน้าเรียบเฉย ดูออกจะดื่มด่ำกับธรรมชาติเหลือเกิน ใบหน้าที่แหงนเงยชมนกชมไม้นั้นน่ะ จะนึกถึงอะไรบ้างนะ จุนโนะอยากรู้จริงๆ หลังจากปล้ำจูบเขาเมื่อครู่แล้ว เจ้าหมอนี่ก็ทำหน้าเฉยเมยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นงั้นแหล่ะ
“ทุเรศ!!” จุนโนะโพล่งออกมา พอจินหันมามอง เขาก็เงยหน้ามองท้องฟ้าสีฟ้าจัดทันที
“เมื่อกี้ว่าไร?” จินถาม
“เปล๊า...”
“ว่าฉันทุเรศ ยังจะมาปฏิเสธอีก”
“ไม่ได้ว่านายซะกะหน่อย” เด็กหนุ่มส่ายหน้า
“ไม่ใช่ฉันแล้วจะเป็นใครล่ะ”
“หมาข้างทางมั้ง”

จินหยุดเดินและหยุดจุนโนะด้วยการรั้งแขนไว้
“นี่นาย...”
“จุนโนะ ฉันชื่อจุนโนะสุเกะ จำไว้ด้วยซิ” จุนโนะเอานิ้วจิ้มอกตัวเอง
“รู้แล้ว ....ชื่อคนที่ฉันนอนด้วยทำไมจะจำไม่ได้”
“หวา??? ว่าไงน้า...คนที่นอนด้วย... อีเธ่อ..อย่ามาทำพูดดีไป เดี๋ยวเจออัดหรอก”
“ฉันเกรงว่านายจะโดนฉันปล้ำข้างทางซะก่อนนะเซ้” จินพูดยิ้ม ทำให้หน้าหวานนั้นงอสนิท ทำเป็นชะเง้อมองไปยังหนทางข้างหน้า เห็นพวกพี่ๆ อยู่ลิบๆ
จินถอนหายใจแล้วเอ่ยออกมา
“ฉันกลัวว่า ปากดีอย่างนายน่ะ คืนนี้จะไม่รอด”
“เห??? ฝันไปเห้อ...” จุนโนะเบ้ปากใส่ แล้วก็สลัดแขนจากจิน เขารีบเดินจ้ำพรวดเพื่อไปให้ถึงพวกที่เดินข้างหน้าโดยเร็ว ขืนต่อปากต่อคำด้วยมีหวังสู้ไม่ได้ กระนั้นก็ยังได้ยินเสียงจากคนด้านหลังพึมพำออกมาอีกว่า
“นี่ถ้าพูดหวานๆ เหมือนกับปากสวยๆ ล่ะก็ รักตายห่ะเลย...”

****************************

to be con

เม้นต์ที่นี่จ้า

 

 

Hosted by www.Geocities.ws

1