Tonight I'm YOURS
vol 1
***************************
ณ ริมถนนที่เงียบเหงา และเปล่าเปลี่ยว บนพื้นที่ราบเรียบนั้นแฉะขังไปด้วยน้ำฝนที่เพิ่งจะหยุดโปรยละอองฝอยลงมา ความหนาวเย็นปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ
.....แสงไฟล้อเล่นกับแมลงกลางคืนที่บินว่อนเหนือดวงไฟสีเหลืองเจิดจ้า ....มันเป็นเส้นทางที่ไม่มีผู้คนเดินไปเดินมามากนัก
นานๆ จะมีพวกที่ชอบเที่ยวกลางคืนเท่านั้นที่จะใช้เป็นที่สัญจร ...เช่นเดียวกับหนุ่มน้อยคนนี้
...เด็กหนุ่มเรือนร่างสูงโปร่งในชุดโอเวอร์โค้ทสีครีม เดินหน้ามุ่ยออกมาจากซอกหลืบของซอยคับแคบ
ฝีเท้าที่ก้าวฉับๆ นั้นบ่งบอกถึงอารมณ์ของเจ้าตัวได้ดี เขาเดินก้มหน้าก้มตา จ้ำพรวดเพื่อจะพาตัวเองออกไปจากบริเวณถนนแห่งนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จิตใจจะพาไปได้
ใบหน้าอ่อนนวลมีคราบน้ำตาจับอยู่ มันกระทบกับไอเย็นของอากาศทำให้แก้มเย็นชื้น
เขาปาดความชื้นออกด้วยชายแขนเสื้อ เด็กหนุ่มสะอื้นเบาๆ ขณะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
ราวกับจะต้องการหนีความรู้สึกอะไรบางอย่าง.....
....................
เมื่อน้ำตาแห้งเหือด เขาก็มองซ้ายมองขวาอย่างว้าวุ่นใจ เห็นผู้คนเริ่มพลุกพล่านขึ้น
และต่างคนต่างเดินอย่างรีบร้อนเพื่อจะมุ่งสู่บ้านของตน ....คนที่เดินผ่านไปส่วนมากมักจะเดินกันเป็นคู่ๆ
ในยามอากาศหนาวเช่นนี้การได้พึ่งพึงไออุ่นของคนรักดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
แล้วเขาล่ะ...........
ร่างโปร่งยักไหล่อย่างหยันๆ คนอย่างเขาแม้จะไม่มีใครมาเดินด้วยในยามนี้ เขาก็เดินไปได้เองตามลำพัง
แต่ก็อยากจะรู้จริงๆ นะว่า จะมีใครอยากมาเดินเคียงคู่ไปกับเขาบ้างหรือไม่....
เสียงรองเท้ากดลงบนถนน เหยียบไปบนพื้นขังน้ำอย่างไม่สนใจว่าน้ำจะกระเซ็นมาเปรอะเลอะรองเท้าหรือไม่
เมื่อเดินเลี้ยวมาถึงมุมถนนแล้ว กำลังจะเข้าเขตสถานีรถไฟใต้ดิน เขาก็หยุดเดินเมื่อเห็นกระป๋องเบียร์นอนกลิ้งขวางทางอยู่
เท้าไวเท่าความคิด เขาจงใจเตะกระป๋องว่างเปล่านั้นเพื่อเป็นการระบายอารมณ์ และวัตถุเจ้ากรรมนั่นก็บินหวือไปกลางอากาศ
ตามด้วยเสียงร้องฮึ! อย่างสะใจของคนเตะ....แต่ว่าเสียงที่ได้รับกลับคืนมาก็คือ....
โอ๊ย! ใครวะ? เสียงเอ็ดตะโรลั่นทำให้เด็กหนุ่มชะงัก เขามองชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังเดินฉับๆ
มาหาเขาอย่างรวดเร็ว แต่แทนที่จะออกปากขอโทษที่เตะกระป๋องไปโดนชายคนนั้น เด็กหนุ่มกลับหรี่ตามองอย่างเฉยเมยแถมยังถามด้วยเสียงห้วนจัดอีกว่า
อะไร?
อ่ะ...เจ้านี่ ขว้างกระป๋องใส่หัวชาวบ้านแล้วยังจะทำท่ายโสอีก เดี๋ยวเหอะ!
แล้วไง? หน้าอ่อนใสยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ใบหน้าขมวดมุ่นนั้นค่อยคลายลงเล็กน้อยเมื่อได้ระบายอารมณ์ออกไปซะบ้าง
นายใช่เป๊า ที่เป็นคนขว้างกระป๋องบ้าๆ นั่นใส่หัวฉัน ชายหนุ่มคนนั้นถาม ทำให้ร่างโปร่งบางของคนอ่อนวัยกว่าสั่นหน้าและเบะปากใส่
เปล่า...
เอ๊ะ! ไม่ใช่นายแล้วจะเป็นใคร?
ฉันไม่ได้ขว้างแต่เป็นคนเตะกระป๋องนั่นเองแหละ ไม่รู้นี่ว่าจะมีถังขยะรูปร่างเหมือนคนมารับแทน
ว่าไงนะ! คนถูกประทุษร้ายเลือดขึ้นหน้า เขาตรงรี่เข้ามากระชากคอเสื้อของเด็กหนุ่มเข้ามาใกล้
จนลำตัวของคนทั้งคู่แนบชิดกัน แต่ใบหน้าที่ใกล้กันนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง คนที่ถูกรวนใส่นั้นกำลังใกล้จะระเบิดเต็มที่แล้ว
ส่วนใบหน้าอ่อนใสของเด็กหนุ่มกลับมีสีหน้าเรียบเฉย แถมยังมีรอยกระดกยิ้มที่มุมปากเสียอีกแน่ะ
อยากหาเรื่องเจ็บตัวหรือไงนาย...ปากดีนักนะ เดี๋ยวเจออัดหรอก ชายหนุ่มเขย่าคอเสื้อโค้ทของคนตรงหน้าเร่าๆ
แต่มือที่ใส่ถุงมือบางของเด็กหนุ่มกลับเอื้อมมือมาจับเอวของเขาไว้ ใบหน้าอ่อนเยาว์ยื่นมาใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ
จากเรือนกายนั้น
เมื่อพิจารณาใกล้ๆ แล้ว ชายหนุ่มก็ลงความเห็นว่า เด็กหนุ่มที่แสนยียวนกวนประสาทคนนี้มีใบหน้าที่ยากนักจะหาผู้ใดน่ารักเทียบเท่า
ดวงตาค่อนข้างรีมองจิกชายหนุ่มอย่างชนิดที่เรียกว่าดูเผินๆ จะว่าซื่อและอ้อน
แต่ถ้าจะดูอีกทีก็มีแววเซ็กซี่แอบแฝงอยู่ และมันก็เข้ากันได้ดีกับริมฝีปากหยักได้รูปที่กำลังยิ้มน้อยๆ
ให้เขาอย่างมีความหมาย แม้ปลายจมูกจะแดงระเรื่อเหมือนผ่านการร้องไห้มาแล้วก็ตาม
ชายหนุ่มมองแล้วก็มองต่ำมาที่กลีบปากเย้ายวนซึ่งมันก็กำลังเผยออ้า จากนั้นกลีบปากสวยนั้นก็พูดเสียงต่ำว่า
อย่าอัดฉันเลย มาทำอย่างอื่นกันดีกว่า
ทำอะไร? ชายหนุ่มเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจว่าเจ้าเด็กคนนี้จะพูดอะไรต่อ แต่แล้วเขาก็ต้องอ้าปากค้างเพราะเด็กคนนั้นหัวเราะหึๆ
และกดน้ำหนักของฝ่ามือไปที่เอวของเขาแถมยังยื่นหน้ามาจนแทบจะติดใบหน้าของเขาอีกแน่ะ
เสียงกระซิบปร่าดังลอดริมฝีปากบางออกมา
อยากนอนกับฉันมั้ย?
หา? ชายหนุ่มแทบผงะ ไม่คิดว่าจะได้ยินคำชวนจากปากบาง
...เด็กอะไรแบบนี้นี่...นึกจะชวนคนแปลกหน้าไปนอนด้วยก็พูดได้อย่างไม่กระดากปาก
ก็เขากับนายคนนี้กำลังทะเลาะกันอยู่ไม่ใช่หรือไงนะ
นาย...นายว่าอะไรนะ? ชายหนุ่มถามตะกุกตะกัก แต่เด็กหนุ่มในชุดโอเวอร์โค้ทยื่นหน้ามาบอกด้วยเสียงดังฟังชัดว่า
นอนกันมั้ยล่ะ?
ห่ะ...นอกจากจะกวนประสาทแล้วยังมีอาชีพขายตัวอีกแฮะ
พูดมาก...จะนอนมั้ยนอน ฉันไม่คิดเงิน ให้ฟรีๆ คิดเสียว่าเป็นค่าไถ่โทษที่เตะกระป๋องโดนหัวนาย
คราวนี้คนฟังแทบจะอ้าปากหวออีกเป็นครั้งที่สอง
ไม่ได้ขายตัวแน่นะ? เขาถาม
เด็กหนุ่มร่างโปร่งสลัดเรือนผมสลวยจนกระจายเป็นการบอกให้รู้ว่าไม่ได้มีอาชีพอย่างว่าจริงๆ
เขาบอกว่า
อย่างฉันเนี่ย...ถ้าให้นอนฟรีๆ อยากรู้นักว่าจะมีคนเอาหรือเปล่า
นายบ้าไปหรือไง ทะเลาะกันแหมบๆ มาชวนฉันไปนอน ไม่บ้าก็เมาแล้ว
ไม่ได้บ้าหรอก......แต่.....ฉันอยากนอนกับใครสักคนที่....เอ้อ.... เสียงพูดนั้นขาดหายไป
เมื่อเงยหน้ามองคนฟังอย่างเยาะๆ
หรือว่านายไม่มีน้ำยา
ฉันกำลังงงต่างหากล่ะ ชายหนุ่มยกมือกุมหน้าผาก พลางถอนหายใจ เขามองหน้าสวยนั้นนิ่งนาน
จนคนถูกมองผลักอกเอาเบาๆ
ไม่เอาก็หลีกไป ฉันจะได้ไปหาคนอื่น
เดี๋ยวซิ... เขาหยุดเด็กหนุ่มไว้เมื่อร่างโปร่งบางทำท่าจะเดินเข้าไปในสถานี
ว่าไง? เด็กหนุ่มหันกลับมาเลิกคิ้วถาม
เอ้อ..... ชายหนุ่มมองคนพูดอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่เมื่ออีกฝ่ายเป็นคนเสนอตัวแบบนี้
...และยังรูปร่าง หน้าตาที่พกเสน่ห์มาเหลือเฟืออย่างเจ้าหน้าละอ่อนคนนี้ จะปฏิเสธก็เดี๋ยวจะหาว่าไม่แน่จริง
มือแข็งแรงจึงฉวยมือของเด็กหนุ่มไว้ในอุ้งมือราวกับกลัวคนชวนจะเปลี่ยนใจ
ไปหาโรงแรมแถวๆ นี้ก็แล้วกัน ไปกันเถอะ...
สองหนุ่มเดินออกจากหน้าสถานีรถไฟ จูงมือกันข้ามถนนไปยังโรงแรมที่อยู่ใกล้ที่สุด
ท่ามกลางแสงสียามค่ำคืน หลังจากนั้นอีกไม่นาน ทั่วทั้งเมืองนั้นก็มีฝนหลงฤดูโปรยปรายลงมาและหนักขึ้นเหมือนฟ้ารั่ว
ผสมความฉ่ำชื่นจากเม็ดฝน ซึ่งก็เข้ากันกับอากาศอันเหน็บหนาวของเดือนพฤศจิกายน....
*******************************************
ผ่านคืนฝนคะนองมาสู่อรุณรุ่งที่สดใส.......
เสียงไขกุญแจที่หน้าประตู ทำให้ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งกำลังนั่งคุยกับเพื่อนต้องรีบลุกขึ้นยืน
เมื่อเห็นหน้าคนที่กำลังเดินเข้าบ้านมา เขาก็ถอนหายใจเฮือก
เมื่อคืนหายไปไหนมานะจุนโนะ กลับเอาป่านนี้
ไปค้างบ้านเพื่อนมาฮะพี่ชาย เสียงนุ่มหูตอบกลับมา แล้วก็เดินผ่านร่างของคนถามเข้ามายังห้องรับแขก
แต่ก็ต้องชะงัก ความรู้สึกหดหู่จู่โจมเข้ามาเมื่อเห็นว่าพี่ชายไม่ได้อยู่ตามลำพัง
ยังมีหนุ่มอีกคนหนึ่งกำลังนั่งดูทีวีอยู่ในห้องนั้น เขาก้มหัวเป็นเชิงทักทายชายคนนั้นนิดหนึ่ง
หนุ่มน้อยตาโต คมหวานคนนี้ ...เป็นถึงแฟนของพี่ชาย..จุนโนะไม่พอใจเลย ทำไมสองคนนี้ต้องตัวติดกันตลอดเวลาด้วย
พี่ซึบาสะมานานแล้วหรือครับ? จุนโนะร้องทักตามมารยาท
มาเมื่อเช้านี้เอง ก็ทักกี้เขาชวนมาทำอาหารให้กิน เพราะน้องชายหายไปไหนก็ไม่รู้
เสียงซึบาสะพูดกลั้วหัวเราะ แต่คนฟังไม่ได้ขำตาม เด็กหนุ่มเพียงแต่พยักหน้าน้อยๆ
แล้วขอตัวเข้าห้อง โดยมีเสียงพี่ชายพูดตามหลังว่า
อาบน้ำแล้วลงมาทานข้าวด้วยกันนะ
ครับพี่ทักกี้
....................
เมื่อมาถึงห้อง จุนโนะสลัดเสื้อโค้ทออกวางไว้ปลายเตียง จากนั้นก็นอนแผ่หราอย่างอ่อนล้า
ความรู้สึกเจ็บระบมตามร่างกายบางส่วนนั้นทำให้ต้องเอามือคลำดูตรงส่วนนั้น พอกดดูก็รับรู้ถึงความปวดหนึบๆ
ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ในค่ำคืนที่ผ่านมา
เขานึกไปถึงคนที่เขาชวนนอนด้วยเมื่อคืน นึกแล้วก็หน้าร้อนผ่าว...นี่เขากล้าหาญชาญชัยถึงขนาดนั้นได้อย่างไรนะ
...จากเด็กหนุ่มที่บริสุทธิ์ต้องมีคราบคาวสวาทของคนแปลกหน้ามาแปดเปื้อนอยู่ตามเนื้อตัว ความสัมพันธ์อันสนิทชิดเชื้อเช่นนี้ทำให้เขากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ร่างบอบบางนี้ทำไมถึงต้องตกเป็นของคนอื่นด้วย ....เขาน่าจะให้ความหนุ่มกับคนคนนั้น ....ฮิเดอะกิ ทากิซาว่า ซึ่งเป็นลูกติดพ่อเลี้ยงของเขามากกว่าใครก็ไม่รู้ที่พบกันโดยบังเอิญ ...........
ก็เพราะใครล่ะ...ที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ พี่ชายรูปหล่อที่แสนดี
รักแสนรัก แต่ทักกี้ไม่เคยมีเขาอยู่ในหัวใจเลย เพราะว่าเขามีศักดิ์เป็นน้องเลี้ยงอย่างนั้นหรือ?
ทั้งๆ ที่เขาเองก็แสดงท่าทีออกโจ่งแจ้งว่าชอบในตัวชายหนุ่มคนนี้แบบรักใคร่ ไม่อยากเป็นแค่น้องชาย...
แต่ซึบาสะ อิมาอิต่างหากล่ะที่ทักกี้คบหาด้วย ตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงปัจจุบัน ไปไหนก็ไปด้วยกัน
เป็นคนจับจองหัวใจทุกห้องของทักกี้ แล้วอย่างนี้แล้วจะมีห้องไหนเหลือเผื่อแผ่มาถึงเขาบ้างนะ
เมื่อวานก็อุตส่าห์ขอตามไปเที่ยวผับด้วย แต่ก็ทนอยู่ดูภาพบาดตาไม่ไหว เขาถึงได้หุนหันออกมาซะงั้น ไม่คิดว่าจะต้องมาเสียความเป็นหนุ่มเลยจริงๆ แต่ก็เพราะอยากจะทำอะไรให้มันสะใจเล่นไม่ใช่เหรอ... ผลจากการประชดประชันจึงได้ออกมาเป็นแบบนี้
หวนนึกถึงตอนเช้าพอจุนโนะลืมตาตื่นขึ้นมาก็ยังอดตกใจไม่ได้ ความรู้สึกเสียดายเนื้อเสียดายตัวเริ่มปรากฏ
นี่เขาทอดกายให้กับนายรูปหล่อที่แสนจะหยาบคายคนนั้นได้อย่างไรกันนะ คนแปลกหน้าที่พบกันจากการทะเลาะเบาะแว้ง
ลงท้ายด้วยการชวนมานอนด้วยอย่างหน้าไม่อาย ...ก็ใช่สิ ก็เขาเป็นคนเริ่มเองนี่นะ...แล้วดูเจ้าหมอนั่นซิยังนอนแผ่หราเพราะความสุขสมที่ได้รับ
แต่เขานี่ซิ รู้สึกแปลกๆ ชอบกล อาการเคล็ดขัดยอกทำให้แทบลุกไม่ไหว แต่จะมามัวนอนโอ้เอ้ก็ไม่ดีอีก
เผื่อนายคนนั้นลุกขึ้นมาฟัดเขาต่ออีกรอบ เขาคงแย่แน่
เสียหนุ่มมันเป็นแบบนี้เองง่ะเหรอ...ไม่เห็นจะดีตรงไหนเลย เจ็บตัวแถมยังเสียใจอีก
แต่เขาก็เป็นคนก่อเรื่องขึ้นมาเองไม่ใช่เหรอจะโทษใครได้
....จุนโนะเอ๋ย ทำไมถึงเป็นคนที่ไม่ได้เรื่องแบบนี้นะ.....
หนุ่มน้อยครางกับตัวเอง พลางหลับตาอย่างอ่อนระโหย
............................................
จุนโนะหลับตาลงไม่ทันไร ทักกี้ก็มาเคาะประตูห้อง จากนั้นใบหน้าเข้มจัดของพี่ชายก็ยื่นมามอง
เมื่อเห็นว่าน้องชายยังอยู่ในชุดเดิม เขาก็ขมวดคิ้ว เดินเข้ามาในห้อง
จุนโนะทำไมเหลวไหลจริงๆ เมื่อคืนนึกยังไงนะ จู่ๆ นึกจะกลับก็เดินออกมาคนเดียว
พี่เป็นห่วงนะรู้มั้ย
พี่ห่วงผมเหมือนกันหรือ? จุนโนะย้อนถาม ลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางเนือยๆ
ห่วงสิ ก็นายเป็นน้องนี่นะ
ห่วงแล้วทำไมไม่เดินออกมาตามล่ะ?
เอ้อ...จะให้ฉันทิ้งซึบาสะให้นั่งอยู่คนเดียวได้ไงกันล่ะ ทักกี้พูดตรงเป๊ะ
เล่นเอาคนฟังน้อยใจ
ก็คิดไว้อย่างนั้นเหมือนกันล่ะ ผมมันคนนอกนี่นะ
ไม่ใช่นะ นายน่ะเป็นน้องของพี่ต่างหากล่ะ ทักกี้แย้ง แต่จุนโนะส่ายหน้า
ผมไม่ใช่น้องแท้ๆ นะ ....ไม่ได้เป็นอะไรกันด้วยซ้ำ อย่ามองว่าผมเป็นน้องบ่อยนักซิ
มันเจ็บนะรู้มั้ย
จุนโนะสุเกะ! ทักกี้ถอนหายใจเฮือก เขาทรุดตัวลงนั่งข้างร่างบาง ลูบศีรษะทุยของจุนโนะอย่างแผ่วเบา
เมื่อสบตาเศร้าสร้อยของจุนโนะแล้ว ชายหนุ่มก็ทำท่าอึดอัด
พี่ขอโทษ...
ฮื่อ....ผมมันไม่ดีเองแหล่ะ ไม่ได้น่ารักแบบแฟนพี่นี่นะ
ไม่หรอก จุนโนะก็น่ารักในแบบของจุนโนะเอง อย่าเอาตัวเองไปเปรียบกับคนอื่นซิ
ทักกี้แย้งออกมา จุนโนะจึงหัวเราะขื่นๆ
เปรียบกันไม่ได้เลยต่างหาก คนสวยของพี่ทักกี้ ก็คือซึบาสะ ไม่ใช่ผม อย่างไงผมก็เป็นได้แค่น้องในสายตาของพี่ชาย
เอาเถอะ ถึงยังไงจุนโนะก็ไม่น่าผลุนผลันออกมานอกร้านแบบนั้น ทีหลังถ้าทำแบบนั้นอีก
พี่จะไม่อนุญาตให้นายตามไปด้วยนะ ทักกี้เอ็ดอย่างไม่ตั้งใจ แต่คนถูกดุตวัดตามอง
แล้วก็ทำหน้ามุ่ย
ฮะ...ต่อไปจะไม่ทำอีก...
งั้นก็อาบน้ำซะ ดูซิมอมแมมหมดแล้ว ผมเผ้ายุ่ง เสื้อผ้าก็ยับ ดูไม่ได้เลย...ทักกี้บ่นแต่ก็ยังยิ้มน้อยๆ
ให้ จุนโนะยามนี้นั่งนิ่งซังกะตาย เขาคิดผิดหรือเปล่านะที่ชวนซึบาสะมาแต่เช้า
แต่ก็รู้ๆ กันดีอยู่แล้วนี่นะ
สงสารจุนโนะก็สงสาร รู้อยู่เสมอมาว่าจุนโนะแอบหลงรัก แต่เขาก็มองว่าเด็กหนุ่มคนนี้คือน้องชายมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
เรื่องความรักมันเลือกไม่ได้นี่นะ
********************************
ทักกี้เดินส่ายหัวเข้ามาในห้องรับแขก โดยมีซึบาสะนั่งยิ้มรับอยู่หน้าทีวี
เป็นไงน้องนาย ดื้ออีกล่ะซิ ซึบาสะถามพลางขยับที่ให้แฟนหนุ่มนั่งลงข้างๆ
เขาก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว
เขาคงไม่พอใจที่เห็นฉันมาที่นี่บ่อยๆ เอางี้มั้ย นายไปบ้านฉันบ้างดีกว่า
จุนโนะรู้เข้าก็จะหาเรื่องตามฉันไปด้วยน่ะซิ
เฮ้อ....... ซึบาสะระบายลมหายใจออกมา อยากจะบอกเหลือเกินว่า น้องชายของทักกี้น่ะเป็นเด็กไม่รู้จักโตเสียที
แต่ร่างบางก็พูดได้แต่เพียงว่า
แล้ววันเสาร์นี้ล่ะ ที่เราจะไปเที่ยวกันน่ะ ต้องเอาคุณน้องชายไปด้วยหรือเปล่า
ก็แหงอยู่แล้ว เขารู้นี่ว่าเราจะไป
แต่เขาจะไม่มีคู่นะ คาเมะกับยามะพีก็คู่กันอยู่แล้ว เราสองคนก็ด้วย แต่ถ้าจุนโนะไปก็จะไม่มีคู่
ถ้างั้นเขาก็ต้องมาติดหนึบกับเราอีกตามเคย
นายเบื่อน้องฉันเหรอ ซึบาสะ? ทักกี้ถามตรงๆ เพราะฟังดูจากน้ำเสียง น่าจะเป็นอย่างนั้น
เปล่าน้า...จุนโนะน่ะเวลาดีๆ ก็น่ารักดีอยู่หรอก แต่เวลาแกเฮี้ยวขึ้นมา ฉันก็ต้องถอยเหมือนกัน
ไม่รู้ว่าแกจะอยู่ในอารมณ์ไหน
แล้วนายอยากให้จุนโนะไปด้วยหรือเปล่าล่ะ?
ก็...เอ้อ... ถ้าไม่ให้ไปก็คงจะเป็นไปไม่ได้นี่นะ ซึบาสะส่ายหน้า และก็ยิ้มออกมาอย่างขันๆ
ทักกี้วางมือลงบนเข่าของซึบาสะ ตบเบาๆ ขณะบอกว่า
ถ้าอย่างนั้นก็ให้ไปละกัน เดี๋ยวฉันจะชวนจินไปด้วย หมอนั่นน่ะมันอารมณ์ดีคงจะช่วยเป็นเพื่อนร่วมทางของจุนโนะได้
จินง่ะนะ....โอย...เดี๋ยวได้ฟัดกันตาย ปากหมอนั่นน่ะ สุดๆ...
เหอะน่า...เจอปากจุนโนะเสียบ้าง อยากรู้เหมือนกันว่าใครจะแพ้ ดีไม่ดีเป็นแฟนกันจริงๆ
ก็ดีไม่ใช่เหรอ ทักกี้พูดพลางยิ้มในหน้า มองตาคนนั่งข้างกายอย่างมีความหมาย
เมื่อปรากฏรอยยิ้มผุดขึ้นที่ใบหน้าของซึบาสะ ทักกี้ก็ยิ้มกว้างขึ้น ก้มหน้าลงมาหอมแก้มซึบาสะดังฟอด....
ไปทานข้าวกันเถอะ ฉันจะได้ติดต่อหาจิน...
**********************
จิน...!! จินไหน??? จุนโนะโวยลั่น มือที่ถือตะเกียบค้าง ทำกุ้งชุบแป้งทอดหล่นลงในชาม
ดวงตาสวยเบิกกว้างขณะมองพี่ชายและซึบาสะสลับกัน
อะกานิชิ จิน เพื่อนพี่เอง ทักกี้บอกเสียงต่ำ พลางหลบตาน้องเลี้ยงวูบ เมื่อเจอคลื่นรังสีแห่งความไม่พอใจปรากฏในดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้น
นี่ตกลงไปกันกี่คนกันแน่ฮะ? จุนโนะถาม
หกคน ... มีฉัน ซึบาสะ คาเมะ ยามะพี นาย และก็จิน
อ้อ...ครบคู่พอดี หนุ่มน้อยพยักหน้า กระตุกยิ้มเยาะหยัน นี่ทักกี้คงจะกันเขาออกนอกรัศมีล่ะซิ
ถึงได้พยายามไปขุดเพื่อนจากไหนก็ไม่รู้มาเป็นเพื่อนร่วมทางของเขา จุนโนะก้มหน้าลงเขี่ยกุ้งในชาม
แล้วคีบเข้าปากทั้งคำโต กัดตัวกุ้งให้จมเขี้ยวด้วยความโกรธเคือง
ก็เรากลัวน้องจุนโนะจะเหงา เป็นเสียงอ่อนหวานของซึบาสะ
จุนโนะตวัดตาขึ้นมอง แล้วก็ยิ้มจนตาหยี จากนั้นก็หุบยิ้มฉับและเมินไปทางอื่นทันที
ขอบคุณที่หวังดี...ผมอิ่มแล้ว ขอตัว... เด็กหนุ่มวางกระแทกตะเกียบไว้กับที่วางจนเจ้ากระเบื้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ
นั้นแทบจะหัก แล้วก็เดินปึงปังเข้าห้องไปแล้ว
ทักกี้กับซึบาสะหันมามองหน้ากันแล้วก็ส่ายหน้า
ความจริงฉันอยากจะบอกน้องนายเหลือเกินว่า ถ้าน้องจุนโนะไม่อยากไปก็ไม่ต้องไปก็ได้!!
ไม่เอาน่า ซึบาสะ... ทักกี้ปราม เขาเอื้อมมากุมมือคนรักไว้ ส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่า
อย่าถือสาจุนโนะเลยน่า....
ซึบาสะค่อยคลายความเครียดลง เขาอยากจะให้ถึงวันไปเที่ยวเร็วๆ อยากดูเหมือนกันว่า
ทักกี้จะจัดการเรื่องรักสามเส้าของตัวเองอย่างไร...แล้วจินจะเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยได้แน่จริงหรือเปล่า
ทักกี้เท้าคางพลางจ้องตะเกียบที่ชูขึ้นตรงหน้า แล้วพูดเนิบๆ ว่า
ฉันคงต้องเอากล่องปฐมพยาบาลไปด้วยถ้าจะดี...
**************************
เมื่อถึงวันเสาร์เช้า
จุนโนะสุเกะก็ถูกขัดจังหวะการนอนด้วยเสียงเคาะประตูรัวถี่ของทักกี้
จุนโนะ..ะ..ะ..ตื่นหรือยัง อาบน้ำอาบท่าซะ เราจะไปกันแล้ว
ฮะ...ะ....ะ...กำลังจะลุกแล้ว... เสียงอู้อี้ตอบกลับไป จากนั้นร่างบางก็เลิกผ้าห่มขึ้น
นั่งห้อยขากับเตียง บิดขี้เกียจแล้วทำท่าจะล้มตัวลงนอนต่อ แต่แล้วเขาก็ต้องรีบกระเด้งตัวขึ้นมา
ไม่ได้ซิ ขืนช้ามีหวังพี่ทักกี้แอบหนีไปก่อนจะว่าไง ...
จุนโนะรีบอาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน แต่งตัวอย่างเร่งรีบเพราะกลัวจะไม่ทันคนอื่นเขา
พอเดินหิ้วกระเป๋าไปชั้นล่างก็พบกับทักกี้กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่แล้ว โดยเคียงข้างกันนั้นก็คือ
ซึบาสะยอดยาหยีนั่นเอง
อ้อ...พี่ซึบาสะมาค้างที่นี่ด้วย จุนโนะถามขึ้น แต่ก็ไม่รอฟังคำตอบ เพราะซึบาสะพยักหน้าแต่เขาไม่เห็น
ก็รู้ๆ กันดีอยู่ ถามไปอย่างนั้นแหล่ะ
ไปกันได้หรือยังฮะ?
ดื่มนมก่อนซิ ทักกี้ชี้ไปที่แก้วนมทรงสูงที่จุนโนะเคยดื่มเป็นประจำ
นัดจินไว้ไม่ใช่หรือ? ซึบาสะถามออกมา ทักกี้พยักหน้าแล้วบอกว่า ให้จินมาพบกันที่นี่
ส่วนคาเมะกับยามะพีจะขับรถตามมาทีหลัง
จุนโนะฟังสองคนคุยกันแล้วก็ลอบชำเลืองสองหนุ่มด้วยความหมั่นไส้ นี่ถ้าไม่มีคนชื่อจินล่ะก็นะ
เขาอาจจะเข้าไปแทรกกลางของสองคนนี่ได้สำเร็จก็ได้ แต่ว่า.......
.....เสียงกดออดหน้าบ้านดังขึ้น.....
จุนโนะไปเปิดประตูซิ สงสัยจะเป็นจิน ทักกี้ชี้ไปที่ประตู
จุนโนะรีบดื่มนมจนหมด จนขอบปากมีคราบนมสีขาวจับอยู่ ร่างบางเดินหน้าบึ้งออกไป
อยากดูเหมือนกันว่าเจ้าจินที่ว่าน่ะ หน้าตาสุนัขรับประทานลงมั้ย...
ชะหนอย...ริอ่านจะมาเป็นคู่ฉัน!! จุนโนะสบถพลางกระชากประตูเปิดออก
พบกับชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้า ส่วนนายคนนั้นพอเห็นมีคนมาเปิดประตูให้ก็โบกมือร่า
หวะ...หวัดดี....เอ๊ะ...!!
เฮ้ย!! หนะ...นาย!!
สองเสียงอุทานขึ้นพร้อมกัน เสียงแรกเป็นเสียงของแขกผู้มาเยือน
อีกเสียงคือเสียงแหลมสูงของจุนโนะสุเกะ...
ทั้งคู่มองหน้ากันและกัน ดวงตาเบิกกว้าง ชายหนุ่มกระเด้งตัวไปด้านหลังสามก้าว
ส่วนจุนโนะปิดปากแล้วอุทานรอดออกมาพอฟังรู้เรื่องว่า
ตายห่ะ!!
*************************
จุนโนะดันตัวหนุ่มคนนั้นออกนอกบ้านแล้วตัวเองก็ก้าวตามไปติดๆ หลังจากปิดประตูแล้ว
เขาก็ลากนายคนนั้นออกมาที่สนามด้านนอก
เด็กหนุ่มเหลียวมองไปยังตัวบ้านราวกับกลัวว่าทักกี้และซึบาสะจะล่วงรู้
นายมาได้ยังไงหา ทำไมรู้ว่าฉันอยู่ที่บ้านนี้? จุนโนะเปิดฉากถามขึ้นทันที
ให้ตายซิ ไม่คิดว่าชาตินี้จะได้กลับมาพบกับคนแปลกหน้าที่เขาเผลอตัวไปมีอะไรด้วยเลย
ให้ตายซิ...!!
จุนโนะสำรวจรูปร่างหน้าตาของหนุ่มตรงหน้า จำได้ไม่เลือน หน้าตาหล่อๆ หุ่นเท่ที่เขาเจอโดยบังเอิญ และกล้าหาญชาญชัยเอ่ยปากชวนไปนอนด้วย ไม่คิดว่าเจ้าหมอนี่จะตามมาจนถึงบ้านเลย
....แต่พอเด็กหนุ่มมองกระเป๋าเดินทางที่นายรูปหล่อคนนี้สะพายอยู่
เขาก็ต้องเบิกตากว้าง....
เอ๊ะ...หรือว่านายคือ...คือ...
ฉัน อะกานิชิ จิน!! แขกยามเช้าบอกอย่างหนักแน่น มองหน้าเด็กหนุ่มอย่างไม่เชื่อสายตาเหมือนกัน
นาย...นายเป็นน้องทักกี้หรอกหรือเนี่ย?
จุนโนะกับจินยืนอ้าปากค้าง ขนลุกซู่ยิ่งกว่าโดนลมหนาวพัดวูบมากระทบผิวกายเสียอีก
**********************************
to be con