Snow Night Symphony

***************************

เสียงกรีดนิ้วพร่างพรมบนคีย์เปียโนสีดำตัวใหญ่ ที่ทางผับนำออกมาแสดงในครั้งแรก ทำให้คนที่มานั่งดื่มนั่งเที่ยวต่างก็พากันฉงนไปตามๆ กัน เสียงไพเราะเสนาะหูนั้นนุ่มนวล คลาสสิก ชนิดที่เรียกว่าชวนให้เคลิบเคลิ้ม แต่ทว่าไม่ใช่เวลานี้
ผับ Love Sax’ แห่งนี้ไม่เคยมีใครมาเล่นเปียโน ไม่เคยมีเสียงดนตรีหวานหูเช่นนี้ นอกจากเสียงเพลงเร้าใจที่เปิดจากแผ่น ...ทางร้านไม่เคยมีนโยบายเนิบนาบอย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้เลย
“อะไรวะ?” นักเต้นเท้าไฟต่างพากันหัวเสีย เมื่ออยู่ๆ เสียงเปียโนดังขึ้นแทนที่เสียงเพลงร็อคที่พวกเขากำลังเต้นกันอย่างเมามัน
“แม่ง...!! อะไรกันโว้ย!!” เด็กหนุ่มร่างเปรียวสบถออกมา ผมเกรียนตัดสั้นแบบสมัยนิยม แถมข้างหูยังไถเป็นลวดลายล้ำยุคเข้าไปอีก เขาเดินโยกกลับเข้าที่นั่ง แต่ก็ไม่วายชำเลืองมองเปียโนสีดำตัวใหญ่ที่เพิ่งเห็นมาวางตรงมุมผับนั้น มองไม่เห็นคนเล่นหรอก เพราะหลังคาเปียโนบังจนแทบมิด แต่ฟังจากเสียงเพลงก็น่าจะรู้ว่าคนเล่นน่ะรุ่นไหน
“อะไรกันวะนี่ ใครช่วยอธิบายหน่อยเด๊ะ?” เขาดึงชายเสื้อพนักงานต้อนรับที่เดินผ่านโต๊ะมาถาม
“เป็นนโยบายของคุณนากามุระครับ”
“นโยบายอะไรมิทราบ พวกเรากำลังดิ้นเพลินๆ ทำไมถึงมีไอ้เปียโนบ้าๆ นั่นมาเล่นขัดจังหวะด้วย?”
“คืองี้นะคร้าบคุณโคกิ คือคุณพี่ของคุณนากามุระเขากลับมาแล้ว และจะมาบริหารงานที่นี่ต่อ เพราะงั้น ...แหะ..แหะ...เขาไม่นิยมผับอึกทึกนะครับ แต่ว่าจะให้เปลี่ยนโดยกระทันหันก็ใช่ที่ ก็เลยต้องใช้วิธีนี้ล่ะครับ ให้นักเล่นเปียโนมาดีดคีย์เล่นสักวันละสองสามเพลง จากนั้นก็จะค่อยๆ ยุบพวกเพลงร็อคออก และต่อไปก็คงไม่ต้องให้บอกนะครับ ว่าต้องเปลี่ยนบรรยากาศของร้านเป็นแบบคลาสสิกอย่างแน่นอน คุณโคกิเตรียมหาผับใหม่ดิ้นได้เลยนะคร้าบบบบ...ผม...” ร่ายยาวเสร็จเจ้าหนุ่มน่าทะเล้นก็ผละไปทำหน้าที่ต่อ ปล่อยให้โคกิและเพื่อนๆ มองหน้ากันอย่างงุนงง
....
“รำคาญชิบเลย เมื่อไรจะเล่นจบเพลงวะ?” ซุบารุเคาะนิ้วแรงๆ มองหน้ามุ่ยของเพื่อนรักที่เอาแต่กระดกเบียร์เข้าปากอย่างไม่รู้จะทำอะไรได้
“ก็รอให้มันเล่นจบ ไอ้เพลงสตึๆ นั่น ไม่เข้ารูหูว่ะ หูไม่ถึง ไม่อยากปีนกะไดฟัง” โคกิพูดพลางชำเลืองตาขุ่นขวางไปยังคนเล่นเปียโน ซึ่งก็เห็นได้ไม่ชัดนัก
...สักพักเสียงเพลงคลาสสิกนั่นก็จบลง ท่ามกลางเสียงไชโยโห่ร้องของบรรดาวัยรุ่นทั้งหลาย เพลงจังหวะฮิปฮอปดังขึ้น คราวนี้โคกิเดินดีดนิ้วดิ้นไปตามจังหวะเพลง ขอโชว์ท่าเต้นบรรลือโลกซะหน่อย ระหว่างทางไปฟลอร์ เขาก็อดจะชำเลืองมองร่างของคนเล่นเปียโนที่ลุกมายืนพิงผนังมองบรรดาพวกวัยรุ่นเต้นไม่ได้ อยากจะบอกให้รู้ว่า เพลงพวกนี้ต่างหากที่พวกเขาต้องการ

จากหางตาเขาเห็นร่างแบบบางของหนุ่มน้อยวัยใกล้เคียงกัน ยืนพิงผนังอยู่ แขนสองข้างไพล่หลัง ร่างเล็กเชิดหน้ามองพวกนักเต้นด้วยสายว่างเปล่า
โคกิไม่สนใจร่างนั้นนัก ตัวเล็กไม่เร้าใจ คนเนี้ยง่ะเหรอที่เล่นเปียโนได้พลิ้วมาก...เอ...ไม่ยักจะแก่อย่างที่คาดไว้เลยแฮะ
“ไม่เห็นน่าสนใจเลย” เขาพึมพำพลางแสยะปากใส่ ก่อนที่จะวาดลวดลายบนเวทีแร็พ
ดิ้นไปได้สองเพลง ยังไม่หายเหนื่อยดี เสียงอึกทึกนั้นก็หยุดกราวลง และเสียงกรีดนิ้วของเปียโนก็ดังขึ้นแทนที่
“โห้ย.....” วัยรุ่นต่างพร้อมใจกันร้องออกมา โคกิฉุนมาก เขาก้าวฉับๆ ไปที่แกรนด์เปียโนที่เห็นตั้งแต่ทีแรก ตั้งใจจะขอดูหน้าคนเล่นซะหน่อย หมั่นไส้นัก ว่าจะรอกระแทกหน้าเจ้าหมอนั่นหลังผับเลิก เอาให้ไม่กล้ามาเล่นเปียโนอีกเลยล่ะ

..................แสงไฟสีอ่อนที่ส่องมากระทบเรือนผมสีดำที่ก้มต่ำนั้น ทำให้สีผมเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม ผิวขาวของแก้มใสปรากฎต่อสายตา เมื่อกี้ตอนนั้นเห็นหน้าไม่ชัดนัก แต่ว่าตอนนี้ เมื่อใบหน้าที่ก้มต่ำนั้นเงยขึ้น โคกิก็อึ้งสนิท
......หน้าหวาน กับดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น แทบสะกดให้เขาก้าวขาไม่ออก ความตั้งใจที่จะเข้ามาขอดูหน้าชัดๆ นั้นทำให้เขาหยุดฝีเท้าอยู่แค่นั้น หน้าเปียโนสีดำนั่น ดวงตาคมของหนุ่มน้อยนักเปียโนตวัดมองเขาอย่างเผินๆ แต่เมื่อโคกิไม่ยอมขยับกายไปไหน ก็ทำให้สายตานั้นมองเขาอย่างดุๆ ริมฝีปากสีสดห่อเข้าด้วยกันก่อนจะคลี่ออกและเม้มกันแน่นสนิท เรียกความหวานจากใบหน้านั้นให้โคกิได้ตราตรึงเข้าไว้ในหัวใจมากยิ่งขึ้น
“สวย.....หวาน.....” โคกิละเมอ เข่าอ่อนแทบทรงกายไม่อยู่ จนเขาต้องพิงหลังกับผนัง และสายตาจับจ้องอยู่แต่ร่างบอบบางในชุดดำคนนั้น
ยามที่ศีรษะของร่างโปร่งบางก้มต่ำ โคกิจึงสังเกตทรงผมสีดำนั้น เขาชอบนะ....เรือนผมที่ซอยไล่ ระเลื้อยกับต้นคอขาวผ่อง ติ่งหูมีต่างหูห้อยระย้าทำให้ใบหน้าสวยหวานไม่ผิดกับสาวน้อยเลยล่ะ
“สวยกว่าผู้หญิงอีกแฮะ...” โคกิลงความเห็นแบบนั้นในใจ มองแล้วก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อจู่ๆ คนสวยของเขาก็เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างฉับพลันจนเด็กหนุ่มตั้งตัวไม่ทัน อาการสะดุ้งปรากฏออกมา ขนลุกซู่ไปหมด เขาคงจะทำหน้าตื่นๆ ให้ฝ่ายนั้นเห็นซินะ ร่างบางที่นั่งเล่นเปียโนนั้นถึงได้ก้มหน้าซ่อนรอยยิ้มสะใจเอาไว้

เมื่อเจ้าของมือเรียวกรีดนิ้วบนคีย์ด้วยโน้ตตัวสุดท้าย โคกิก็ถึงกับถอนหายใจ เฮือก ไม่ใช่เพราะอยากให้เสียงเพลงร็อคได้กลับเข้ามาเขย่าประสาทหรอก แต่เป็นเพราะเขาเห็นร่างบางรีบปิดเปียโนดังปัง และเตรียมจะลุกเดินออกไป
“เดี๋ยวซิครับ...” โคกิผวาเข้ามา อาการรีบร้อนนั้นทำให้ร่างบางผงะ เขาถอยกรูดออกห่างในขณะที่โคกิเดินทื่อเข้าไปหา
“อะ...อะไร...คุณมีอะไรกับผม...ผมแค่เล่นตามที่เขาจ้างมานะ...” เสียงพูดสั่นน้อยๆ ของคนหน้าหวานทำให้โคกิหัวเราะเก้อๆ มือลูบที่ผมเกรียนของตัวเองแก้เขิน ขณะโบกมือไปมา
“ไม่ใช่น่ะ คือผมจะพูดว่า คุณเล่นได้เพราะมาก”
“อ๋อ.......เหรอ?” เสียงทอดยาวหวานนั้นขัดกับหน้าตาที่ทำหน้าดุใส่ แต่ไม่ยักดุในความรู้สึกของโคกิ หนุ่มน้อยคนนั้นมองเขาเขม็ง แทบจะเรียกได้ว่ามองตั้งแต่หัวจรดเท้า
“เพราะเหรอ?... แล้วทำไมเมื่อกี้พวกคุณถึงได้เอะอะโวยวายเวลาผมเล่นเปียโนล่ะ ไม่ชอบไม่ใช่เหรอ?”
“ใครบอก...ไหน ...ไหน...ใครหน้าไหนกล้ามาโห่คุณ บอกผม จะตั๊นหน้ามันให้” โคกิชูกำปั้นมองกราดไปรอบตัว เขาได้ยินเสียงหัวเราะคิกมาจากร่างบาง ก็หันมามอง
“ก็คุณนั่นแหล่ะ ไหนลองชกหน้าตัวเองให้ดูหน่อยเป็นไร” ร่างเล็กชี้ไปที่ใบหน้าของโคกิ มือเรียวสวยปิดปากหัวเราะ ทำให้ดวงตายิบหยีน่ารักเข้าไปอีก เห็นแล้วโคกิอยากจะเอาหัวโหม่งกำแพงลาตายไปตรงนั้นเลยจริงๆ
“คุณชื่ออะไรครับ?” จู่ๆ โคกิก็ถามขึ้นมา ทำเอาอีกฝ่ายเลิกคิ้ว
“ผมต้องบอกด้วยเหรอ?”
“บอกซิครับ ตามมารยาทแล้วต้องบอก”
“งั้น ผมขอเป็นคนไม่มีมารยาทก็แล้วกัน...” พูดเสร็จก็ตั้งท่าจะเดินออกไปจากตรงนั้น แต่โคกิรีบคว้ามือเสียก่อน ทำให้ร่างบางชะงัก จะดึงมือคืนแต่โคกิไม่ยอม รีบกำไว้แน่น
“เอ๊ะ!! นายนี่ยังไงนะ จะลวนลามกันหรือไง...??”
“เปล่า ผมเพียงอยากถามชื่อ...”
“ทำไมผมต้องบอกคุณด้วยง่ะ??”
“ก็อยากรู้...”
“ไม่จำเป็นหรอก คนไม่รู้จักกันซะหน่อย ทำไมต้องถามชื่อด้วย”
“งั้นบอกนามสกุลก็ได้” โคกิยังไม่ยอมเลิกตอแย จนคนฟังถอนหายใจ
“อุเอดะ...อุเอดะ ทัตซึยะ...เอ้า..บอกทั้งชื่อและนามสกุลด้วย พอใจหรือยัง?” อุเอดะประชดใส่ พลางชายหางตามาทางมือที่ถูกโคกิจับไว้อีก เป็นทำนองว่า
....บอกชื่อแล้วก็ปล่อยมือเด่ะ....
แต่โคกิยิ่งบีบมือนั้นกระชับ และยื่นหน้ามากระซิบเสียงต่ำเร้าใจว่า
“ผมทานากะ โคกิ”
“ไม่เห็นอยากรู้เลย...” อุเอดะสะบัดมือหลุดออกมาจนได้ ร่างบางค้อนให้หนึ่งขวับแล้วก็เดินทิ้งกายหายไปหลังผับ โคกิจะตามก็ใช่ที่ เขาจึงเดินอมยิ้มกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อน
“เป็นไงวะไอ้เกลอ ไม่ยอมไปไหนเลยมึง เกาะอยู่กับเปียโนหลังนั้นง่ะนะ?”
“ชอบเว้ย...ตกหลุมรักซะแล้วกรู...” โคกิรำพึงรำพันไม่เลิก ...เขายืนกรานกับเพื่อนๆ ว่า จะขอมาเที่ยวที่ผับนี้อีก แม้ว่าทางผับจะมีนโยบายค่อยๆ กลืนเพลงคลาสสิกเข้ามาก็ตาม
“พรุ่งนี้จะมาอีก...” โคกิพูดอย่างหมายมาด...ก็หน้าหวานซึ้งของหนุ่มน้อยอุเอดะคนนั้นน่ะ ได้เข้ามานั่งในหัวใจของเขาแล้วนี่นา.........

**********************

คืนต่อๆ มา ขณะที่นิ้วพร่างพรมบนคีย์แต่ละโน้ตของเปียโนอยู่นั้น พอเงยหน้าขึ้นเพื่อจะสบตากับผู้ชม อุเอดะก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อปะทะสายตาแรงกล้าของหนุ่มน้อยคนเดิมที่บอกว่าชื่อ ทานากะ โคกิ ยืนกอดอกพิงกำแพงมองเขาอยู่ไม่ห่างนัก แม้ว่าในเวลานั้น บรรดาวัยโจ๋ทั้งหลายจะค่อยๆ หลีกหนีหายหน้าหายตาไปจากผับแห่งนี้บ้างแล้วก็ตาม แต่นายคนนั้นก็มาที่นี่ติดๆ กันทุกวัน
สัปดาห์หนึ่งผ่านไป อุเอดะมักจะเห็นโคกิมายืนมองอยู่ที่เดิม ด้วยใบหน้ายิ้มพราย และตามตอแยหลังจากที่เขาเดินลงเวทีไป และระยะหลังมานี้ โคกิก็จะขยับความสัมพันธ์ เป็นขอไปส่งอุเอดะที่อะพาร์ตเม้นต์หลังเลิกงาน ความสัมพันธ์ของสองหนุ่มเริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนในวันนี้ ....แกรนด์เปียโนหลังใหญ่ของอุเอดะได้ถูกขยับขึ้นมาตั้งบนแสตนด์ยกพื้นแล้ว
เขาหลุบตามองตัวโน้ต พอจบเพลงซิมโฟนีหมายเลข 1 แล้ว อุเอดะก็ลุกขึ้นโค้งให้ผู้ชมอย่างงดงาม ต่อจากนี้ก็จะเป็นเพลงเต้นรำของบรรดานักเต้นที่เปลี่ยนจากเพลงแร็พมาเป็นจังหวะร็อคแอนด์โรลล์ เขย่าเนื้อตัวให้สวิงสวายไปตามเพลงของยุค 60
“เต้นรำกันไหม?” โคกิผละจากกำแพงนั้นเดินมาหาอุเอดะ ซึ่งก็ได้รับการส่ายหน้าจากร่างบาง
“ไม่ได้หรอก ฉันเป็นคนงานของที่นี่ เต้นรำกับแขกไม่ได้”
“งั้นไปเต้นหลังเวที”
“อะไรนะ?”
“โน่นไง” โคกิโบ้ยศีรษะไปทางหลังผ้าม่านสีแดงเข้มที่อยู่ด้านหลังเวที อุเอดะทำตาโต แล้วก็หัวเราะออกมา
“นายนี่... นึกจะทำอะไรก็จะทำตามใจชอบงั้นซินะ... ฉันน่ะเท้าไฟนะจะบอกให้”
“เหรอ? ไม่เชื่อหรอก มาดวลกันม้า...??” โคกิท้า ซึ่งก็ทำให้นักเปียโนคนเก่งย่นจมูกใส่ กริยานั้นทำให้โคกิถึงกับอึ้ง ใจเต้นแรงรัวกระหน่ำ ....น่ารัก น่าฟัดแบบนี้ คงมีหวังจะสติขาดผึงจับร่างบางคนนี้กดเข้าสักวัน
“จะท้าดวลด้วยอะไรดีเอ่ย?” อุเอดะลองแยบถามดู
“อืมมม... ถ้าใครเหนื่อยก่อนก็ต้องเสียจูบ โอเค้?”
“บ้าเด่ะ...” อุเอดะทำหน้ามุ่ย เขาผลักอกโคกิเบาๆ เด็กหนุ่มก็เลยฉวยโอกาสจับมือนุ่มนิ่มนั้นไว้ซะ ดึงเบาๆ ร่างของอุเอดะก็เซหลุนๆ ตามแรงฉุดเข้ามาที่ด้านหลังเวทีอันมืดมิดนั้นจนได้
“เอ๊ะ...ไม่เอานะ” อุเอดะร้องเอะอะ แต่โคกิปิดปากอิ่มสวยนั้นเอาไว้
“ชูวส์...อย่าเสียงดังซิ มาเต้นกันดีกว่า ใครแพ้เสียจูบ”

จากนั้นการดวลด้วยจังหวะร็อคแอนด์โรลล์ก็เริ่มขึ้น เสียงเพลงร็อคเร่าร้อนของเอลวิส เพรสลีย์ดังขึ้น และต่อๆ มาอีกหลายเพลง จนอุเอดะเริ่มเหนื่อย เขาโยกตัวส่ายไปตามจังหวะ เท้าสองเท้าถูกยกขึ้นแตะกับขอบรองเท้าของคู่เต้น ใบหน้าหวานยิ้มแย้ม แม้จะมองโคกิไม่ชัดนักในความมืด แต่ก็รู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้เท้าไฟไม่เบาเลยล่ะ
“โอย...เหนื่อยแล้วนะ” อุเอดะพูดกลั้วหัวเราะ เขาสะบัดเส้นผมไปมา เริ่มหอบจนต้องขยับกายเข้าใกล้โคกิ พอเหนื่อยมากก็ใช้ร่างของเด็กหนุ่มเป็นตัวช่วยพยุงเสียเลย
“คุณแพ้แล้วนี่นา” โคกิร้องออกมา เมื่อจบเพลง ร็อค อะราวนด์ เดอะ คล็อก ของ เดอะ โคเม็ท
“นั่นซินะ แพ้แล้ว...เหนื่อยน้า.....” ร่างบางก้มร่างลงเท้ามือกับเข่าของตัวเอง ส่งเสียงหอบออกมาอย่างแรง

ด้านนอกเวทีนั้นเปิดเพลงช้า เป็นเพลงเต้นรำแบบสโลว์ซบเลยล่ะ
“ตลกดีนะ ผมเลยอดเต้นแร็พเลย ผับที่นี่เปลี่ยนโคตรเร็วเลย ดูซิมีแต่ลุงกะป้าแก่ๆ ออกมาเต้นรำ เซ็งชะมัดเลย” โคกิแหวกผ้าม่านออกดู ซึ่งต่ำไปนั้นก็มีศีรษะเล็กๆ ของอุเอดะโผล่มาดูด้วยเหมือนกัน
“เต้นรำกันต่อมั้ย เพลงช้า” โคกิชวน เขาปิดผ้าม่านไว้อย่างเดิม
“ไม่ได้หรอก ต่อจากเพลงนี้ ฉันต้องเล่นเปียโนต่อ”
“ก็ยังไม่จบนี่นา ขอเต้นรำกับอุเอดะคุงสักครึ่งเพลงได้มั้ยง่ะ?”
“ทำไมต้องทำเสียงอ้อนแบบนั้นด้วยนะ” อุเอดะหัวเราะเบาๆ เมื่อเอวบอบบางถูกโคกิรัดรึง อ้อมกอดนั้นก็มีร่างของอุเอดะเกาะเกี่ยวอยู่อย่างไม่เกี่ยงงอน โคกิพาร่างบางเต้นไปตามจังหวะเพลง เขาพยายามหาช่องที่แสงสว่างแหวกลอดผ้าม่านมาจนได้ ....จะได้เห็นหน้าหวานของคนในอ้อมแขนชัดๆ ..นั่นคือเหตุผล
“สนุกจังเลยวันนี้” เด็กหนุ่มพูดเบาๆ แนบใบหน้ากับหน้าหวานของอุเอดะ เขาได้ยินเสียงถอนหายใจจากปากอิ่ม เมื่อโคกิก้มลงมองก็พบกับกลีบปากสวยของร่างบาง เผยอเล็กน้อย พอเขาก้มศีรษะลง อุเอดะก็ยื่นหน้าเข้ามาหา แนบสนิทริมฝีปากของทั้งคู่ด้วยจุมพิตเคล้าเสียงเพลง
“อืมมม...” โคกิครางออกมา จุมพิตแผดเผานั้นทำให้ร่างสองร่างหยุดการเคลื่อนไหว เสียงเพลงดูเหมือนจะไม่จำเป็นเสียแล้ว เมื่อมือไม้ของคนทั้งคู่ต่างก็ไขว่คว้าหากันและกัน
“ทัตซึยะ......ะ.....ผมรักคุณ...” เสียงโคกิครางกระท่อนกระแท่น เขาสอดลิ้นเข้ามาพัวพันในปากอิ่ม ซึ่งอุเอดะก็ตอบรับด้วยอย่างดี จากนั้นดูเหมือนว่าอุเอดะจะเป็นฝ่ายคุมเกม แม้ว่าจะมีวัยมากกว่าโคกิแค่ปีเดียว แต่อุเอดะก็ดูเหมือนจะให้ความรู้สึกแห่งความรักได้ดีทีเดียว

เรียวปากอิ่มของทั้งคู่กระหวัดรัดรึง จนส่งผลให้เลือดในกายหนุ่มร้อนซู่ โคกิครางเสียงกระเส่า ค่อยๆ พาร่างบางทรุดลงไปกองกับพื้น จากนั้นหนุ่มทั้งสองต่างก็เปลื้องเสื้อผ้าให้กันและกัน เสียงรูดซิปดังขึ้นเบาๆ โคกิกัดปากแน่นเมื่อความต้องการของเขาไม่อาจทำให้เขาหยุดยั้งได้ และดูเหมือนว่าอุเอดะก็ยินยอมพร้อมใจไปกับเขาด้วย
กลีบปากคู่สวย เคล้าคลึงแผ่นอกกว้างของโคกิ อุเอดะส่งเสียงอืออา และก็ช่วยโคกิถอดกางเกงด้วยมือของตัวเอง
“โคกิ....” ดวงตาหรี่ปรือมองใบหน้าของโคกิอย่างเว้าวอน เห็นแต่แววตาที่มีน้ำหล่อเลี้ยง นอกเหนือจากนั้น โคกิไม่มีโอกาสได้เห็นเพราะความสลัวเลือนจากเบื้องนอกนั่นและด้วยดวงตาแห่งความใคร่...
“อ๋า......า..า..อาาาา....” อุเอดะผวาเกาะคอโคกิแน่นเมื่อเรือนกายถูกล่วงล้ำ เขาขยับตามครรลองแห่งธรรมชาติ โคกิหลับตา กัดปากตัวเองจนเจ็บเมื่อเขาเท้าแขนข้างหนึ่งกับพื้น ส่วนอีกข้างประคองสะโพกของหนุ่มน้อยหน้าหวานไว้แน่น ขยุ้มจนผิวเนื้อแทบจะหลุดติดมือ ในขณะที่ขยับกายเคลื่อนไหวไม่หยุด
“อา...เร็วๆ ซิ...โคกิ...” อุเอดะร้องครางแทบไม่เป็นภาษา ความรู้สึกสุขมีล้นเต็มเปี่ยม เมื่อเด็กหนุ่มหลั่งความรักความใคร่ออกมา เขาก็แทบสิ้นสติ ...ร้องครางออกมาอย่างรัญจวนใจ

“ฮา...โอย....เป็นไปได้อย่างไรนี่...” โคกิเสยผมอันยุ่งเหยิงเพราะฝีมือของอุเอดะนั่นเอง เขารีบร้อนใส่กางเกง เพราะอุเอดะบอกว่า ถึงคิวที่เขาต้องไปเล่นเปียโนแล้ว เพราะเลยคิวเขามาสามเพลงแล้ว นักเปียโนหายไปแบบนี้คงไม่ดีแน่.....
“เจ็บเป็นบ้าเลย...” อุเอดะบ่นอุบอิบ แต่มีน้ำเสียงแห่งความรื่นเริงเจืออยู่ไม่น้อย
“เดี๋ยวฮะ...” โคกิเกี่ยวแขนอุเอดะไว้ก่อนที่ร่างบางจะเดินไปจากหลังม่าน
“อะไรหรือ?”
“คืนนี้ ผมขอค้างที่ห้องด้วยนะ”
“ฮื่อ...รอล่ะกัน?” อุเอดะเขย่งตัวขึ้นจุมพิตแก้มชื้นเหงื่อของโคกิ
“ผมรักคุณนะ” ได้ยินเสียงโคกิสารภาพออกมา
“อืมมม.......”
เขาตบแก้มเด็กหนุ่มแผ่วเบา แล้วกระซิบว่า
“ฉันก็ชอบนายนะ โคกิ...”

*************************

โคกิไปรับไปส่งอุเอดะทุกวัน ตอนดึกก็รอรับกลับบ้านไปพร้อมๆ กัน อุเอดะอยู่ที่อะพาร์ตเม้นต์สุดหรูที่ย่านชิบุย่า ก่อนจะมีความสุขกันที่ห้องของอุเอดะ ทั้งสองก็มักจะเกี่ยวก้อยกันหาอาหารกล่องขึ้นไปกินกันบนห้อง ตบท้ายด้วยของหวานบนเตียงนอน นับวันโคกิก็ยิ่งหลงรักอุเอดะมากขึ้นทุกที วันนี้ก็เช่นกัน เขาถอดโอเวอร์โค้ทออกแขวนไว้ในล็อกเกอร์ของอุเอดะ หิมะด้านนอกเริ่มตกลงมา จะสิ้นปีแล้วซินะ หิมะตกลงมาแล้ว นับวันมันก็ยิ่งทวีความหนาวมากขึ้นทุกที แต่หิมะสีขาวนี่ก็โรแมนติกดีเหมือนกัน เขาจะได้เดินจับมือกับอุเอดะกลับบ้านด้วยกัน
ดวงตาแววหวานของอุเอดะจับมองมาที่เขาแต่เพียงผู้เดียว อย่างนั้นใช่มั้ย .....ความรัก...ทำให้คนเราไม่อาจมองรอบข้างได้นอกจากคนที่เรารัก....
และโคกิก็บอกกับร่างบางแบบนี้ทุกค่ำคืน
...ผมรักคุณ ทัตซึยะ...

......................Tu...ru...ru.....

เสียงเรียกเข้าจากมือถือดังจนเขาสะดุ้ง
“เฮ้อ..พี่ชาย...” โคกิทำหน้าเบ้ พอรับสายปุ๊บเขาก็ยิ่งหน้าง้ำหนักเข้าไปอีก
เรียกให้กลับบ้าน...
...........
“คืนนี้คืนเดียวนะ พี่ชายสั่งมา ไม่งั้นคอขาด” โคกิทำนิ้วปาดคอให้อุเอดะดู เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากร่างบางได้ทีเดียว
“งั้นคืนนี้ก็ต่างคนต่างไป”
“ต่างคนต่างนอนด้วย เฮ้อ....” โคกิจุมพิตแก้มนวลเบาๆ เป็นการสั่งลา แต่วงแขนเรียวบางของอุเอดะกลับกระหวัดรอบคอของเขา โน้มใบหน้าหล่อเหลาให้โน้มต่ำกว่าเดิม ก่อนที่จะส่งจูบร้อนแรงแผดเผาให้ไป แบบชนิดที่โคกิต้องสะท้านเยือก นึกสาปแช่งพี่ชายให้ไปตายซะเดี๋ยวนั้น โทษฐานที่ทำให้เขาอดชื่นมื่นกับร่างบางคนนี้เสียได้นี่...
“โชคดีนะ...ที่รักของฉัน”
อุเอดะกระซิบหลังจากถอนจุมพิตแล้ว เขามองใบหน้าของโคกินิ่งนาน ยิ้มให้เล็กน้อย แถมโบกมือร่ำลาเสียอีก
“อืมมม... อย่าลืมใส่หมวกก่อนจะออกข้างนอกนะ วันนี้หิมะตกหนักมากเลย...” โคกิยังไม่วายหันมาสั่งเสีย อุเอดะยิ้มแป้นพยักหน้าให้
“จ้ะ...”

***********************

คืนนั้น โคกิถูกพี่ชายเทศนาเสียใหญ่โต เพราะไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องเลย โคกิสารภาพว่า
“คนกำลังมีความรักน่ะ พี่ชาย...”
“แล้วเรื่องเรียนล่ะจะว่าไง เพื่อนแกบอกว่าไม่ยอมไปเรียนเลย มัวแต่เฝ้าหญิงหรือไงวะ?”
“โอ้ย...พี่ยู....ไม่ใช่หญิงว่ะ ผู้ชายขอรับกระผม...”
“อือ.......ฮึก..” ยูอิจินิ่งอึ้ง เขาแทบจะกดกบาลเจ้าน้องชายตัวแสบคนนี้เอาจริงๆ ให้ตายเหอะ...เขาเองก็มีแฟนเป็นผู้ชายเหมือนกัน และมันก็...........เอ้อ.....อย่าให้บอก
“นี่...แม่ฝากของมาจากอังกฤษ ขึ้นไปเอาด้วยกัน” พี่ชายพูด พลางรุนหลังน้องชายขึ้นไปบนห้อง
“อะไรอ่ะ?”
“ตั๋วเครื่องบิน”
“หา??...” น้องชายร้องลั่น
“ให้ไปเยี่ยมแม่บ้าง แม่คิดถึงโว้ย...” ยูอิจิไม่ได้มองหน้างอของโคกิ ขณะเปิดประตูห้องนำน้องชายเข้าไป
“พูดจริงอ่ะ จะให้ผมไปอังกฤษเนี่ยนะ ไม่เอาหนาวตายชัก”
“แล้วอยู่นี่แกไม่หนาวหรือไงวะ หิมะลงเหมือนกัน”
“แต่ที่นี่ไม่มีฝนชุกนี่นะ”
“นี่โคกิ แกอย่ามามั่วนิ่ม ไม่อยากจากแฟนก็ว่าไปซิ” ยูอิจิส่งซองตั๋วเครื่องบินให้ เล่นเอาโคกิตาค้าง นี่หมายความว่า ยูอิจิไม่ได้พูดเล่นเลยซินะ
“โห้ย......เซ็งฉิบ ไม่ไปหรอก ยังไงๆ ก็ไม่ไป พี่ไปแทนล่ะกัน”
“จะบ้าไง้ ก็ฉันเพิ่งจะกลับมา”
โคกินอนแผ่หราบนเตียงของยูอิจิ ทำเสียงบ่นงึมงำ ไม่ขาดปาก เขาฟาดแข้งฟาดขา จนคนมองอยากจะเตะสักป้าบ
ร่างที่นอนเกลือกกลิ้งบนเตียงกว้างนั้น เคาะซองตั๋วเครื่องบินในมือไปมา เขาแหงนหน้ามองเพดาน กำลังเงี่ยหูฟังว่ายูอิจิจะพูดว่าอะไรต่อ แต่เมื่อยูอิจิมองเขาแล้วถอนหายใจ ไม่ได้สนใจน้องชายอีก เพราะมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
เสียงพูดโต้ตอบดังกันอยู่แว่วๆ แต่โคกิไม่สนใจฟัง เพราะได้ยินเสียงพี่ชายนัดแนะกับเพื่อนทางโทรศัพท์ เขาหันไปให้ความสนใจกับโต๊ะตัวเล็กบนหัวเตียงของพี่ชายมากกว่า
ยูอิจิกับกองหนังสือกองโต พี่ชายเรียนเก่งมาแต่ไหนแต่ไร และยูอิจิก็เอาแต่อ่านหนังสือวิชาการ ไม่ใช่การ์ตูนบู๊ล้างผลาญอย่างเขา แน่ละเขาไม่สนใจหนังสือแบบยูอิจิชอบหรอก แต่ว่า.....เอ๊ะ.....โคกิสะดุ้งเฮือก เพราะเมื่อเขากวาดสายตามองทั่วโต๊ะนั่น เขาก็ใจเต้นแรง

......นั่นมัน......

โคกิคว้าเอากรอบรูปถ่ายที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดู

รูปของยูอิจิกับ.....กับ.....ให้ตายเหอะ

เหมือนห้องหมุนคว้างไปชั่วขณะ โคกิเพ่งมองบุคคลที่ถ่ายภาพคู่กับพี่ชายของเขา ........นั่นมัน....อุเอดะ ทัตซึยะ....

..........ใช่แล้ว......อุเอดะ ....ไม่ผิดแน่ๆ ......

ภาพสองหนุ่มในภาพ สวีทหวานใส่กัน มองหน้ากันและกัน และดวงตาหวานซึ้งที่โคกิเคยเห็นอุเอดะมองเขานั้น มันใช่ดวงตาเดียวกับที่มองยูอิจิพี่ชายของเขาอยู่ในขณะนี้

โคกิปวดแปล๊บที่หัวใจ เขาหันขวับไปมองยูอิจิทันที พี่ชายหันหลังให้เขา กำลังตั้งอกตั้งใจพูดคุยกับโทรศัพท์ คราวนี้โคกิตั้งใจฟังประโยคต่างๆ ที่พี่ชายพูด
“........ใช่...ใช่...กลับมาหลายวันแล้ว อยากพบนายมากที่สุด ทัตจัง.....”

“.......................”

“จะไปหานะ ที่เดิม เรื่องนั้นน่ะแหล่ะ...เรื่องเดิม....ใช่....ใช่...รอล่ะ กำลังจะออกไป...ใช่...ครับ...แล้วเจอกันนะ....”

“..................”

ยูอิจิวางหูแล้ว เขาหันหน้ามาหาโคกิ บอกว่าจะรีบอาบน้ำ เพราะจะรีบไปพบกับเพื่อน แต่เมื่อเห็นน้องชายกำลังถือรูปถ่ายของเขาอยู่ เขาก็ดึงมันมาจากมือของโคกิ ซึ่งฝ่ายนั้นก็นั่งเฉยเหมือนคนบ้าใบ้ ไม่รับรู้เรื่องอะไรอีกต่อไปแล้ว
“กลับห้องไปได้แล้ว ไอ้น้องชาย พี่จะออกไปข้างนอก” ยูอิจิผลักหัวโคกิเบาๆ แต่เมื่อร่างนั้นนั่งตัวแข็งทื่อ เขาก็ยกมือเท้าเอว
“พี่........จะไปไหน....” โคกิถามเหมือนคนละเมอ ถ้าเขาเดาไม่ผิดล่ะก็ ยูอิจิจะไปพบกับใครคนหนึ่งที่ชื่อ ทัตจัง
ซึ่งนั่นก็จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก.............

“ไปหาแฟน...”
“แฟน?” โคกิถามเสียงลั่น แทบจะเค้นคอพี่ตัวเองเขย่าหัวสั่นหัวคลอน
“เฮ้ย...อะไรเล่า....เป็นไรวะ?” ยูอิจิแทบสำลัก เขาผลักโคกิออกห่าง
“ผู้ชายในรูปนั่น เป็นแฟนพี่งั้นเหรอ?” โคกิถามเหมือนเสียงคนละเมอ ยูอิจิผงกศีรษะตอบ
“ฮึ...เป็นคนรักกัน...แล้ว...แล้ว ยังติดต่อกันอยู่งั้นซิ”
“ก็ใช่...ไม่เอาล่ะ ฉันจะไปหาเขาแล้วล่ะ เดี๋ยวเสียเวลานัด ...อ้อ...แล้วอย่าลืมติดต่อแม่ด้วยล่ะ จะไปอังกฤษหรือไม่อยากไปก็พูดกับแม่เอง...” ยูอิจิตัดบทเมื่อเจ้าน้องชายยังนั่งหน้าซีดอยู่บนเตียง
“พี่.....พี่จะไปหาคนที่ชื่อทัตจังจริงๆ ง่ะเหรอ ...เขาชื่ออะไรนะ?”
“อุเอดะ ทัตซึยะ..แล้วไงแก...ฉันจะไปล่ะ” ยูอิจิใส่นาฬิกาข้อมือ เขาฉวยโอเวอร์โค้ทติดมือไปด้วย เมื่อโคกิยังไม่ยอมลุกไปไหนเขาก็ไม่สนล่ะ มีเรื่องต้องทำอีกมาก และต้องรีบไปตามนัดอีกด้วย....

โคกินั่งมองรูปถ่ายที่พี่ชายวางไว้บนโต๊ะอย่างเดิม เขากุมขมับ ปวดหนึบไปหมดแล้ว นี่หมายความว่าไงกัน เขากำลังปวดใจเป็นที่สุด
อุเอดะกับยูอิจิเป็นแฟนกัน...แล้วเขาล่ะ...คนที่นอนกอดกันอยู่ทุกคืน จะมีฐานะอะไร

อุเอดะ...........ผู้ชายสำส่อน......

อุเอดะ ทัตซึยะ ที่บอกรักกันนั่นไม่เป็นความจริงใช่มั้ย ...หนุ่มหน้าหวานคนนั้น ใช่แล้ว...ลีลาบนเตียงนั่น ทำให้หวนนึกถึง ...ใช่สิ ถ้าไม่เคยลองมากับใครต่อใคร มีหรือที่จะตอบสนองเขาได้เก่งฉกาจจนเขาลุ่มหลงได้ปานนี้หรือ?

“คนหลอกลวง...” โคกิกร่นด่า เขาหลับตาลง เห็นวงหน้าหวานสวยใสของอุเอดะในความมืด ในความสว่าง ในความสลัวเลือนและในหมอกที่โรยตัวลงมาบดบังดวงตาของเขา

“นายไม่ได้รักฉันเลยใช่มั้ย?”
“นายเป็นคนรักของพี่ชายฉัน...ฉันจะทำอย่างไรกับนายดีนะ...” โคกิฉวยโค้ทวิ่งตามยูอิจิไปติดๆ ทันเห็นท้ายรถของพี่ชายแดงวาบ ยังไม่ทันออกจากบ้านดี เด็กหนุ่มรีบขับรถตามไป โดยทิ้งระยะห่างกันพอสมควร

ยูอิจิมุ่งหน้าไปทางย่านชิบุย่าจริงๆ ด้วยซิ และที่หมายนั่นก็คงจะเป็นที่อะพาร์ตเม้นต์ของอุเอดะอย่างแน่นอน
รถของยูอิจิจอดอยู่ใต้อาคาร ส่วนตัวเจ้าของรถวิ่งหายเข้าไปในตึกนั่น .....โคกิตามขึ้นไปด้วย ทันเห็นพี่ชายเคาะประตูห้องที่เขาเคยเข้าไปมีความสุขในนั้น
....เด็กหนุ่มเอนหลังพิงกำแพงตรงทางเดิน พอเขาบอกว่าจะกลับบ้าน อุเอดะก็เลยนัดแนะหนุ่มคนอื่นมาค้างด้วย
....มันน่าเจ็บปวดจริงๆ .... ความรักของเขาที่มีให้ มันจริงจังและจริงใจ แต่อุเอดะล่ะ ...คนหลอกลวง.....

เขาอดทนรอจนยูอิจิกลับออกมา โคกิแอบดูอยู่ตรงมุมทางเดิน เขาเห็นแม้กระทั่งร่างบอบบางที่มายืนส่งพี่ชายเขาหน้าประตู มือเรียวสวยกระชับมั่นที่อุ้งมือของยูอิจิ ใบหน้างามนั้นแย้มพราย ช่างเป็นใบหน้าที่มีความสุขล้นเหลือ
คงจะสุขสมล่ะซิ ชื่นมื่นกันเหลือเกิน.....ไม่น่าเลย.... เขากุมที่หัวใจ มันเจ็บจี๊ดขึ้นมาอีกแล้ว

ทำไมต้องเป็นคุณด้วย อุเอดะ....อุเอดะ....

************************

อุเอดะ ทัตซึยะ กำลังนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว เขาถอดต่างหูที่เป็นพู่ห้อยระย้าออก เมื่อมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมา ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ....
....ใครมานะ...คนกำลังจะอาบน้ำ ...หรือว่าจะเป็นยูอิจิกลับมาอีก...

เขาคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำมาสวมทับผ้าขนหนูท่อนล่าง เดินอย่างรีบร้อนมาเปิดประตู
“ลืมอะไรหรือไง ยูอิจิ...” เขาตะโกนถามบานประตู แต่เมื่อมันเปิดออก เขาก็ต้องชะงัก เมื่อโคกิปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้า ดวงตาโตเบิกกว้าง แต่แล้วเขาก็ต้องผงะเมื่อโคกิผลักร่างเขาจนเซเข้าไปในห้อง เด็กหนุ่มใช้เท้าถีบประตูปิดดังโครม ร่างเปรียวเดินอาดๆ มายืนตรงหน้า ดวงหน้าถมึงทึง โกรธขึ้ง จนอุเอดะเลิกคิ้วด้วยความสงสัย
“ไม่ได้ไปบ้านหรอกเหรอ โคกิ?” อุเอดะถามขึ้น แต่สิ่งที่เป็นคำตอบก็คือใบหน้าแสยะยิ้มของโคกิ
“ก็ไปน่ะซิ ถึงได้รู้ความจริง...ว่านายน่ะมันโกหก หลอกลวงแค่ไหน...”
“อะไรกัน?”
“ไม่ต้องมาทำหน้าซื่อ...ใบหน้าหวานเคลือบยาพิษของนายน่ะ เอาไว้หลอกไอ้หนุ่มหน้าโง่คนอื่นเถอะ ทัตจัง....เชอะ...ขอถามหน่อยว่า นายหลอกคนโง่อย่างฉันมากี่คนแล้ว”
“นายพูดอะไรนะ โคกิ ฉัน...ฉันทำอะไร”
“อย่ามาทำเป็นงง...นายกับเขา ...นายกับพี่ยู พี่ชายของฉัน อย่าคิดว่าฉันจะหลงนายแล้วให้อภัยนายนะ อุเอดะ พอกันที ฉันตื่นแล้ว...เชิญนายไปหลอกคนอื่นเถอะ”
“ฉันกับยูอิจิน่ะ......” อุเอดะพยายามยกมืออธิบายแต่ทว่า โคกิปัดมือของเขาออก
“เขาเป็นพี่ชายของฉัน แล้วนายก็เป็นคนรักของเขา นายน่ะมันเลว...สำส่อน...ต่ำจริงๆ... นายเป็นของเขาแล้วมาให้ท่าฉัน ทำให้ฉันรัก แล้วก็....โธ่เว้ย...!!” โคกิหยุดพูด ใบหน้าแดงก่ำ เขาชกกำแพงจนเลือดไหล เด็กหนุ่มเสยผมขึ้นลวกๆ มองกวาดไปทั่วตัวของอุเอดะ เห็นแล้วก็อดแสลงใจไม่ได้ อุเอดะในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำ คงจะกำลังชำระคราบความใคร่ออกจากเนื้อตัวแล้วซิ มันขยะแขยงปนกับความเสียใจ เขาสะบัดฝ่ามือกับใบหน้าสวยงามนั้นอย่างแรง จนอุเอดะเซไปชนกับฝาผนัง ดวงตาฉ่ำน้ำของชายหนุ่มเบิกกว้าง ริมฝีปากสั่นระริก ร่างน้อยทรุดลงไปกองกับพื้น ปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น
“นาย....เข้าใจผิดนะ...ยูอิจิเขามาที่นี่จริง...แต่ฉันกับเขาไม่มี....ฮึก...ไม่มีอะไรกันจริงๆ...ฮึก...”
“ฉันไม่เชื่อ!! ร่านอย่างนายน่ะ ฉันไม่เชื่ออีกแล้ว...”
“โคกิ..ฮึก...ฉันรักโคกินะ อย่าว่าฉันแบบนี้...ฉันไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น...ฉันมีนายคนเดียว...ฮึก...จริงๆ..”
“โกหก! เชิญนายหลอกคนอื่นให้พอเถอะ..เราขาดกันแค่นี้ ฉันเจ็บมาพอแล้ว อุเอดะ จำไว้ ชาตินี้อย่าเจอกันอีกเลย...”
“โคกิ......ฮึก....” อุเอดะฟุบหน้ากับพื้นห้อง ร้องไห้สะอื้นจนเจ็บร้าวไปหมด ...

...โคกิจะไปจากเขาชั่วนิรันดร์เลยหรือ....ทำไมไม่ฟังอะไรบ้างเลย....

****************************

เสียงเปียโนดังเศร้าสร้อยมาจากมุมผับแห่งเดิม คืนนี้ยังคงคราคร่ำไปด้วยแขกรุ่นเดอะที่มาเที่ยว ชื่อผับเปลี่ยนใหม่เป็น
Snow Night ซึ่งเหมาะกันดีกับอากาศแห่งฤดูหนาวแห่งนี้ ...เกล็ดหิมะยังคงพร่างพรมไม่ขาดสาย แม้จะเลยปีใหม่ไปแล้วก็ตาม
อุเอดะกรีดนิ้วบนคีย์เปียโนหลังเดิม เพลงเดิมๆ ที่เขาเล่น ทรงผมสีดำค่อนข้างยาว ตกลงมาปกคลุมเสี้ยวหน้าด้านข้าง ปิดบังความเศร้าหมองจากใบหน้านั้นได้ดี ริมฝีปากหุบสนิท ไม่ได้แย้มยิ้มมานานเท่าไรแล้ว กี่วัน กี่เดือน ...นับจากเด็กหนุ่มคนนั้นได้ก้าวออกไปจากชีวิต

“ไปอังกฤษ...” ยูอิจิบอกมาแบบนั้น แถมยังทำหน้างงใส่อีก เมื่อเขาถามถึงน้องชายคนเดียว
“นายรู้จักโคกิด้วยเหรอ?” ชายหนุ่มถามอุเอดะ ซึ่งฝ่ายนั้นก็พยักหน้างึกๆ บอกแต่เพียงว่า
“เห็นเคยมาเต้นรำที่ผับ พอผับเปลี่ยนไป เขาก็...ไม่มาอีกเลย...” อุเอดะเล่าให้ฟังแค่นั้น ป่วยการพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ ในเมื่อโคกิเป็นฝ่ายไม่ฟังความจริง เขาก็ป่วยการพูด

ในใจนึกแต่เพียงว่า เจ็บหนนี้อีกไม่นานก็คงจะหาย แต่ว่าจนเวลาผ่านไป เขาก็ไม่อาจลืมใบหน้าทะเล้น ขี้เล่นแต่แฝงแววจริงจังของคนคนนั้นได้เลย ....
อุเอดะมองผนังห้องที่เคยมีร่างของโคกิยืนกอดอกมองเขาเล่นเปียโนอยู่ตรงนั้น แต่บัดนี้ มันกลับว่างเปล่า ไร้เงาของคนที่เคยผูกพัน...อุเอดะไม่รู้ว่า อีกนานแค่ไหนกันที่เขาจะลืมเลือนชายคนนั้นได้

ความรักนี่มันเจ็บเหลือเกิน.........

****************

ที่อังกฤษ.....
โคกิกำลังนั่งเหม่อมองเตาผิงอยู่ เมื่อมีเสียงกดออดดังอยู่หน้าบ้าน เขามองไฟที่กำลังปะทุแตกเป็นประกายไฟอยู่เหนือกองฟืน เมื่อแม่เดินเข้ามาหา พลางกวักมือเรียก
“ยูอิจิมาจ้ะ พาคู่หมั้นมาด้วย โอย...แม่ว่าจะเลี้ยงฉลองซะหน่อยน้า...โคกิมาหาพี่หน่อยซิจ๊ะ รู้จักกับคู่หมั้นพี่เขาด้วย สาวสวยผมทองเชียวล่ะ” เสียงแม่ตะโกนเรียกจ๋อยๆ ช่างไม่รู้หรือไงว่า ลูกชายคนนี้เจ็บปวดไปถึงไหนๆ แล้ว
“ฮึ...คู่หมั้น.... พูดเต็มปากเต็มคำเชียวนะแม่ แต่เอ๊ะ...คู่หมั้นของยูอิจิ...สาวสวยผมทอง...อ้าวแล้ว อุเอดะล่ะ?” โคกิลุกพรวดพราด วิ่งไปหาพี่ชายทันที
นั่นไง ยืนโอบเอวกับสาวสวยชาวอังกฤษจริงๆ ด้วย ให้ตายเหอะ...นี่เกิดอะไรขึ้นนะ.....
ยูอิจิได้ยินเสียงวิ่งตึงตังเข้ามา ก็หันมามอง พอเห็นหน้าน้องชายเขาก็ยิ้ม กางแขนออกกว้าง
“ไงน้องชาย....”
“พี่ยู.......” โคกิกอดพี่ชายแน่น ยูอิจิมองหน้าเศร้าซึมของน้องแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ หน้าตาหมองหม่นคล้ายกับอดีตคนรักของเขาไม่มีผิดเลย
“มารู้จักกับคู่หมั้นฉันหน่อยเป็นไร?”
“คู่หมั้นของพี่ยู.......” โคกิครางเสียงแผ่ว นี่เขากับยูอิจิคงจะมีเรื่องพูดกันยืดยาวกันจริงๆ ในคืนนี้ใช่มั้ยนี่...

*************************

“นายแน่ใจนะว่าจะเล่นคืนนี้เป็นคืนสุดท้าย” ผู้จัดการร้านถามอุเอดะเป็นคำถามแรกหลังจากที่ชายหนุ่มได้ยื่นซองลาออกให้ อุเอดะปัดเกล็ดหิมะออกจากไหล่ของตัวเอง เขาแขวนเสื้อโค้ทไว้ที่ล็อกเกอร์ เหลียวมองรอบตัว
วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เขาจะมาทำงานในที่แห่งนี้
ไหนใครว่า เวลาจะช่วยสมานแผลใจได้ไงล่ะ แต่นี่ผ่านมากี่เดือนแล้วนะ ทำไมเขายังหวนคิดถึงโคกิอยู่ ไม่ว่าจะเป็นที่แห่งนี้ หรือที่อะพาร์ตเม้นต์นั่น
.......ป่านนี้คงจะมีแฟนใหม่ไปแล้วละมัง เด็กหนุ่มเสน่ห์แรงจัดแบบนั้นน่ะ...
อุเอดะยิ้มให้ตัวเองอย่างขื่นขม ถ้าวันนั้นโคกิจะฟังเขาพูดสักหน่อย เรื่องมันคงไม่ย่ำแย่ขนาดนี้
ก็เขากับพี่ชายของโคกิน่ะ......
..เขากับยูอิจิน่ะ มันคืออดีตไปแล้วต่างหาก......

เสียงท่วงทำนองหวานเฉียบ ซึมเข้าไปทั่วทุกอณูของความรู้สึก อุเอดะจบเพลงสุดท้ายอย่างงดงาม มันฟังแล้วเศร้าสร้อย จนทำให้คนเล่นหลั่งน้ำตาออกมา ใบหน้างามก้มต่ำราวกับจะซ่อนน้ำตาเอาไว้ แขกปรบมือให้เป็นกำลังใจยิ่งทำให้เขาหลั่งน้ำตาออกมาอย่างไม่อาจระงับไว้ได้
“ให้ตายซิ...หยุดอ่อนแอได้แล้ว อุเอดะ” เขาให้กำลังใจตัวเอง ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม โค้งให้แขกที่มาชม เพราะว่าคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายแล้วซินะ แขกพวกนี้คงจะไม่รู้ว่า ต่อไปนี้จะไม่มีนักเปียโนที่ชื่อ อุเอดะ ทัตซึยะ จะมาเล่นเพลงให้ฟังอีกแล้ว

“เล่นได้ดีมากนะ อุเอดะ เสียดายจริงๆ จะไม่ทบทวนใบลาออกสักหน่อยหนึ่งเหรอ?” ผู้จัดการเดินเข้ามาตบบ่าเขาอีก เป็นรอบที่เท่าไรแล้ว อุเอดะไม่อยากจะนับ เสียงเกลี้ยกล่อมให้เขาอยู่ต่อไม่ได้ทำให้เขาเปลี่ยนใจแต่อย่างใด ก็จะให้เขานั่งเล่นได้อย่างไร ในเมื่อขาดเงาของโคกิ เขาก็หมดกำลังใจ

ร่างเล็กใส่โอเวอร์โค้ท กระชับให้เข้าที่ เขาเดินย่ำหิมะออกทางประตูด้านหลัง ใบหน้าเศร้าสร้อยเหลียวมองผับแห่งนั้นเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันกลับเดินต่อไป แต่แล้ว......
“อุ้ย!!” อุเอดะอุทานออกมา เพราะหันมาชนกับร่างของใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้นพอดี
“ขอโทษครับ” เขาก้มหัวให้ แต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อจู่ๆ ร่างของคนนั้นกลับรวบตัวเขามากอด
“เอ๊ะ...ปล่อยฉันนะ!!”
“ไม่ปล่อย...” เสียงของชายคนนั้นดังอยู่ริมหู ...
อุเอดะเบิกตากว้างเมื่อสบตากับดวงตาสีนิลขี้เล่นคู่นั้น
“โคกิ!!” มือน้อยๆ ยกขึ้นอุดปากตัวเอง น้ำตาแห่งความรู้สึกหลายอย่างประเดประดังเข้ามา
โคกิยืนกอดเขาอยู่ตรงนั้น หลังผับที่ปราศจากผู้คน ร่างแกร่งโยกร่างเขาเบาๆ เมื่ออุเอดะหลั่งรินน้ำตาออกมา โคกิก็ช่วยซับให้
“นายกลับมา....โคกิ...นายกลับมาหาฉัน...”
“ผมขอโทษ...ขอโทษที่ไม่ยอมฟังเรื่องทั้งหมดจากปากของคุณ” โคกิพึมพำถ้อยคำนั้นเบาๆ ในขณะที่อีกฝ่ายยังคงเงียบกริบ
“ผมไม่รู้จริงๆ ว่า วันนั้น พี่ชายนัดพบกับคุณเรื่องบอกเลิกกันและกัน ผมนี่มันโง่จริงๆ เลย ระแวงไปหมด นึกว่าคุณกับพี่ยูอิจิน่ะ ..เอ้อ...”
“ฉันกับเขาเลิกกัน เราจากกันด้วยดี ที่นัดกันวันนั้นก็เพราะจะคืนแหวนให้เขาต่างหาก เราไม่ได้ทะเลาะกัน มีแต่ความรู้สึกที่ดีให้กันและกัน แต่นาย..นายไม่ฟังเลย” อุเอดะตัดพ้อ แต่ก็ไม่ยอมผละจากอ้อมกอดของโคกิ
“ฉันคิดว่าจะไม่ได้พบกับนายอีกแล้ว โคกิ...” ร่างบางสั่นเทา เขาซุกหน้ากับอกของโคกิ
“ผมขอโทษ.....” เด็กหนุ่มพึมพำเบาๆ
“ฉันไม่ยกโทษให้หรอกนะ ทำเอาฉันนอนร้องไห้ทุกคืนเลย”
“จะให้คุกเข่าอ้อนวอนก็ยอมล่ะ ผมมันแย่จริงๆ พี่ยูบอกว่าคืนนั้นคุณเลิกกับเขาด้วยดี เป็นการจากกันอย่างสวยงาม เพราะคุณพบรักใหม่กับหนุ่มผมเกรียนที่อายุน้อยกว่าหนึ่งปี...นั่นก็คือผมสินะ?”
“คนบ้า...จะให้ฉันหมายถึงใครล่ะ” อุเอดะทำเสียงงอนจัด
.......
โคกิบอกว่าเขาเองก็ทุกข์ทรมานไม่แพ้กัน
“ผมหนีไปอยู่อังกฤษกับแม่ ทนไม่ได้หรอกนะที่จะอยู่ในโตเกียว ผมกลัว กลัวที่จะได้ยิน ได้ฟังเรื่องของคุณกับชายอื่น มันกลัวไปหมด”
อุเอดะพยักหน้าน้ำตาคลอ ความปิติมีขึ้น เหลือที่จะกล่าว เขาเล่าว่า ได้ยื่นใบลาออกและจะย้ายไปเล่นดนตรีที่ฮอกไกโด
“เอาให้หนาวตายไปเลย” อุเอดะพูดประชด จนโคกิต้องหัวเราะ
“อยู่ไหน ผมก็จะตามไปเอาตัวกลับ นี่ผมไม่ให้ไปหรอกนะ”
“ตายจริง...ฉันยื่นใบลาออกแล้วด้วย ทำไงดี” อุเอดะอุทานออกมา
“เดินกลับไปเลยนะ กลับไปบอกเขาว่า คุณไม่ลาออกแล้ว” โคกิจับมืออุเอดะ ลากเข้าไปในร้าน แต่ร่างบางขืนตัวไว้
“จะดีเหรอ?”
“งั้นซิ...”
“แล้วถ้าฉันเล่นเปียโน นายจะยืนอยู่กอดอก มองฉันเล่นอยู่ที่เดิมหรือเปล่าล่ะ?” อุเอดะถาม
“แน่นอน” โคกิพยักหน้ายิ้มๆ
“แน่นะ?”
“ฮื่อ.....ผมจะคอยตามดูคุณทุกฝีก้าวเลยล่ะ”
อุเอดะชะงักขาที่กำลังก้าวเข้าร้าน เขาหันมาสวมกอดโคกิแน่น เขย่งหน้าขึ้นแนบกับใบหน้าเย็นชืดของโคกิ
“ฉันรักนายมากนะ...เพราะงั้นกรุณาให้ฉันอยู่ในสายตาของนายตลอดเวลาด้วย ได้โปรดเถอะ...”
“ขอรับเจ้าหญิง ก็ผมรักคุณนี่นา จะให้มองใครได้” โคกิยิ้ม จุมพิตพวงแก้มเย็นของอุเอดะแรงๆ
หน้าหวานยิ้มอย่างเป็นสุข เขาจับมือโคกิมากุมไว้ ให้ไปด้วยกัน พลางกระซิบบอกว่า
“ช่วยเป็นกันชนให้หน่อย... ฉันยืนกรานจะลาออกเป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วด้วย เจ้าของร้านจะว่าฉันโลเลมั้ยน้า...”
“ไม่ว่าแน่นอน เพราะผมช่วยพูดให้แล้วก่อนที่ทัตซึยะจะเล่นเพลงสุดท้ายจบเสียอีก แล้วก็มาแอบดักรออยู่หลังร้านนี่ไงล่ะ”
“อ๊ะ....!! นายนี่เซี้ยวจริงๆ เลย โคกิ......”

เสียงทุบไหล่ดังอึกอัก โคกิจับมือของคนรักไว้แน่น ลากมาชิดตัวอีกครั้ง คราวนี้เสียงทุบแปรเปลี่ยนเป็นเสียงดูดดื่มของจุมพิตอ่อนหวาน ปนเปไปกับเสียงเพลงดังคลอภายในร้าน
เกล็ดสีขาวของหิมะโปรยปรายลงมา แต่ดูเหมือนคนทั้งคู่จะไม่ใส่ใจ อ้อมกอดรัดรึงซึ่งกันและกันนั่นต่างหากที่พวกเขาใส่ใจ ......และภายใต้หิมะสีขาวนั้น พวกเขาจะเดินจูงมือกันไปให้นานแสนนานทีเดียว........

*************************

Happy Ending

เม้นต์ที่นี่ก็ได้จ้า กดๆ

Hosted by www.Geocities.ws

1