Vol 20

***************************

เสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานดังมาจากกลางเวทีซ้อมละครเพลง เมื่อถึงเวลาพักพวกหนุ่มๆ ก็จะจับกลุ่มเล่นอะไรตลกๆ แล้วหัวเราะกันเอง จะมีก็แต่หนึ่งหนุ่มที่นั่งเอาคางเกยเข่า มองตามรุ่นพี่ที่วิ่งไล่เอาดาบฟันกันนั้นอย่างเซ็งๆ
จุนโนะสุเกะกรอกตาขึ้นบนเพดานเบื้องบน สายสลิงห้อยต่องแต่งอยู่หลายเส้น เห็นแล้วน่าผูกคอตายจริงๆ

ถอนหายใจดังเฮือกเมื่อนึกไปถึงว่า ป่านนี้พวกจินและพวกคาซึยะกำลังทำอะไรกันอยู่ ช่วงนี้มิราเคิลไม่ได้แสดงคอนเสิร์ต แต่ก็ออกทีวีเป็นว่าเล่น และทุกครั้งก็จะมีพวก Misty Boys ตามไปด้วยทุกครั้ง ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี้ก็จะมีเขาด้วย แต่ว่าตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ณ บัดนี้ได้มีหนุ่มน้อยที่เพิ่งขึ้นจากเด็กฝึกหัดเข้ามาแทนที่แล้ว ดังนั้น โอกาสที่จะกลับไปยืนตำแหน่งเดิมในกลุ่มแดนเซอร์ ก็คงจะไม่มีแล้ว


......แม้แต่อิทธิพลของโทโมะ คราวนี้ก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้.....เพราะพ่อของยูอิจิไปต่างประเทศกว่าจะกลับก็คงเป็นเดือน และมอบหมายงานทั้งหมดให้คุณลูกชายดูแล...เพราะฉะนั้นสิทธ์ขาดทั้งหมดจึงตกแก่ยูอิจิ.......
......

และสิ่งที่ยูอิจิทำอีกอย่างหนึ่งก็คือ..........
........................................

“มีเด็กมาใหม่ว่ะ ชื่อ คุซาโนะ มาเต้นแทนนาย...จุนโนะอย่าเสียใจน้า...ยังไง ยังไงพวกเราก็คิดถึงนายอยู่ดี” คาซึยะเคยบอกให้ฟังตอนที่เจอกันครั้งหลังสุดที่บริษัท และนั่นมันก็ตั้งหนึ่งอาทิตย์มาแล้ว


ขณะนี้จุนโนะไม่ได้อยู่ที่โตเกียว พวกชีพจรลงเท้าอย่าง MA ได้เดินทางมาซ้อมละครที่โอซาก้าล่วงหน้า และอีกสองสามวันพวกโชเนนไตถึงจะเดินทางมาสมทบ
จุนโนะไม่กังวลเรื่องการทำงานกับพวกรุ่นเดอะอย่างพี่ๆ นั่นหรอก เพราะเคยเป็นแดนเซอร์ให้กันมาก่อน แต่ว่า เขาคิดถึงอะกานิชิ จินต่างหากล่ะ...

ช่วงที่เปลี่ยนกลุ่มและเปลี่ยนที่อยู่ใหม่นี้ จุนโนะได้มีโอกาสเล่นบิลเลียดอย่างจริงๆ จังๆ เพราะพวกของอากิยาม่าหนึ่งในสมาชิก MA เป็นคนชวน เพราะเห็นเขาเหงานั่นเอง
“เล่นบิลเลียดก็ดีนะ จะได้ไม่เหงา เดี๋ยวนี้พวกแดนเซอร์เขาหัดเล่นบิลเลียดกันทั้งนั้นแหล่ะ” ยาระบอกในสองสามวันแรกที่จุนโนะเข้าไปเป็นสมาชิกใหม่
และจากนั้นมาจุนโนะก็ใช้บิลเลียดแก้เหงายามที่คิดถึงจิน

จากชั้น 5 จุนโนะขึ้นไปชวนคาซึยะเล่นบิลเลียดด้วยเป็นครั้งคราว จนทั้งสองเริ่มติด บางทีจินก็แอบตามไปด้วย แต่จินไม่ค่อยชอบเล่นเท่าไร เขาเอากีตาร์ไปนั่งเกาเพลงและดูจุนโนะเล่นไปด้วย
“เห็นมั้ยว่า ไม่ว่าใครก็ตามก็แยกเราสองคนไม่ได้” จินพูดแบบนี้บ่อยๆ และนั่นก็ทำให้จุนโนะหายเศร้าไปได้บ้าง

แต่ตอนนี้เขาไม่ได้เจอจินมาสองอาทิตย์แล้ว วันสุดท้ายที่พบกันนั้น จินชวนเขาออกมาทานอาหารค่ำกันข้างนอก วันนั้นเป็นวันครบกำหนดที่จินถูกพักงานพอดี ...........

วันที่พบจินครั้งล่าสุดนั้น จุนโนะเดินสะพายเป้ไว้ข้างหลัง มองซ้ายมองขวา เห็นพวกเด็กสาวๆ มายืนเมียงๆ มองๆ รอบบริเวณ คงจะมาดักรอไอด้อลในดวงใจของตัวเองละมัง เพราะฉะนั้นแดนเซอร์อย่างเขาจึงไม่มีใครสนใจเท่าไรนัก แต่ก็มีบางคนจำได้ ก็เรียกให้เพื่อนดู แล้วชี้นิ้วมาที่เขา ...ก็เท่านั้นเอง ...เขาไม่ได้เด่นดังอย่างจินและนักร้องคนอื่นๆ นี่นะ ...แต่ก็ดีอย่าง ที่เขาไม่ดัง เพราะไปไหนมาไหนได้สะดวก ไม่ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ อำพรางหน้าตาอย่างดาราดังบางคน
จุนโนะคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เมื่อนั่งรถไฟมาถึงหน้าถนน ก็เดินเข้าซอยกว้าง พอถึงกลางซอย เขาก็ได้ยินเสียงแตรรถดังอยู่ข้างหลัง สักพักหนึ่งมันก็วิ่งมาจอดเทียบอยู่ด้านข้างของเขาแล้ว
“จุนโนะ...ขึ้นรถซิ”
จินนั่นเอง ส่งเสียงมาจากบนรถ ใบหน้าหล่อเหลายื่นมาจากหน้าต่างข้างคนขับ จุนโนะดีใจที่สุดที่ได้พบคนรัก เพราะวันนี้จินออกจะยุ่งๆ เรื่องประชุมเกี่ยวกับการออกซิงเกิลใหม่ จินบอกว่าเขาเห็นจุนโนะออกมาจากบริษัทก็เลยคิดว่ามาดักรอจุนโนะอยู่หน้าซอยจะดีกว่า
จุนโนะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถอย่างว่าง่าย จินยิ้มให้อย่างอ่อนโยน แล้วหมุนพวงมาลัยรถไปอีกทาง
“อ้าว...ไปไหนง่ะ?” จุนโนะเลิกคิ้วถาม จินบอกว่าจะพาจุนโนะไปเที่ยวที่ชายทะเล
“คนเยอะนะ เดี๋ยวคนเห็น” จุนโนะว่า
“ไปบ้านพักตากอากาศของโทโมะ... นี่...ฉันขอกุญแจบ้านจากโทโมะมาแล้ว” จินชี้ไปที่ช่องเก็บของหน้ารถ
“ร้ายจริงเชียวจิน”
จินหัวเราะ และบอกว่า
“ได้ข่าวว่าจุนโนะจะไปซ้อมละครเพลงที่โอซาก้าเหรอ?”
“ฮื่อ.....แย่จัง จะไม่ได้เห็นจินอีกนานเลยล่ะ”
“นั่นน่ะซิ ตอนนี้ฉันก็จะต้องอัดเพลงด้วย แต่ถ้าว่างง่ะนะ จะรีบไปหาทันทีเลยล่ะ”
“อยู่ไกลก็เหมือนอยู่ใกล้นะ เราสองคน...”
“ฉันบอกแล้วว่า ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นระหว่างเราสองคน มันก็จะไม่มีวันทำลายความรักของเราลงได้” จินพูดพร้อมกับอมยิ้ม ซึ่งจุนโนะเห็นแล้วต้องหน้าแดง เพราะเขาเห็นว่ายามนี้จินหล่อเอามากๆ เลย หล่อขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะ...
“หน้าแดงอะไรหือ?”
“ปละ เปล่าหรอก..” จุนโนะสั่นหน้า แอบยิ้มอายๆ นอกหน้าต่าง

จินขับรถผ่านย่านจอแจ พอออกไปนอกเมือง เขาเปิดหลังคารถอัตโนมัติ ปล่อยให้ลมเย็นพัดผ่านเข้ามา จุนโนะนั่งยิ้มหน้าบาน บอกว่าแบบนี้ค่อยเหมือนไปเที่ยวชายทะเลหน่อย
“ค้างคืนได้ใช่มั้ย?” จินถาม
“ได้..แต่ต้องโทรฯ ไปบอกพี่อากิยาม่าก่อน”
“อืมมม.....นากามารุซังเขาไปรังควานนายอีกหรือเปล่า จุนโนะ?”
“เอ้อ.......ไป”
“ชริ...ฉันนึกแล้วอยู่แล้วเชียว...เจ้าหมอนี่...ทำไมมันไม่ยอมแพ้ซะทีนะ.....จุนจังรู้มั้ย...ว่าเจ้าหมอนั่นน่ะ เขาเอาคนของเขาเข้ามาเป็นแดนเซอร์ในกลุ่ม Misty Boys เด็กบ้านั่นมันออเซาะใครต่อใครน่าดู เขามาเต้นแทนนาย ฉันพอจะเดาออกว่า นากามารุซังอยากให้เขามาแทนที่นายทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวฉัน....”
“หา?....มีเรื่องอย่างงี้ด้วยเหรอ? ไม่เห็นคาซึยะบอกเลย” จุนโนะเลิกคิ้ว แล้วขมวดจนแทบจะเป็นปม
“ฉันเคยเห็น เขาเพิ่งเข้ามาได้ไม่นานนี่นะ แต่ทำไมถึงมาอยู่กับพวกเราได้ล่ะ?”
“ก็เด็กดันไงเล่า นากามารุซังเป็นคนสั่งให้มา เขาก็ต้องมา ถูกสั่งให้มาคอยมาตามตอแยฉัน เขาก็ทำนะ แต่ว่าเพียงแค่สองสามวันเขาก็เลิก และหันไปตื๊อคาซึยะแทน ตอนนี้โทโมะยัวะใหญ่เลย ...บอกว่าถ้าคุซาโนะมาแย่งคาซึยะไปเมื่อไรจะสั่งให้พวกยากุซ่าลากตัวไปข่มขืน เล่นเอาเด็กนั่นแหยงไปเลย แต่ว่ายังไงๆ ซะก็น่ากลัว เพราะคุซาโนะเป็นเพื่อนร่วมห้องกับคาซึยะด้วย”
“อือ......เขามาแทนฉันทุกอย่างจริงๆ ด้วย ...แบบนี้คาซึยะคงลำบากใจน่าดู...”
จินพยักหน้า และกุมมือจุนโนะไว้ข้างหนึ่ง
“ฉันเริ่มเบื่อแล้วนะ...ถ้าฉันไม่ได้เป็นนักร้อง เราอาจจะอยู่ด้วยกัน หมายถึงเราสองคนจะใช้ชีวิตที่อื่น ทำงานอย่างอื่น จุนโนะกับฉันอาจต้องเรียนหนังสือนอกเวลา หางานอื่นทำ ถ้าเป็นแบบนั้น เราคงจะมีความสุขดีนะ” จินว่า
สายตาจับอยู่ที่ท้องถนนเบื้องหน้า จุนโนะหันไปมองหน้าจิน เขาเห็นแววเครียดและกังวลอยู่บนใบหน้านั้น รู้ดีทีเดียวว่า ถ้าจินทำแบบนั้น ความฝันของจินก็คงจะหมดสิ้นลง


ร่างโปร่งบางของจุนโนะขยับชิดเข้าใกล้จิน ซบศีรษะกับไหล่ของชายหนุ่ม
“ฉันจะอยู่เคียงข้างจินตลอดไป ถึงกายจะไม่ได้อยู่ใกล้ แต่ใจฉันอยู่ใกล้จินเสมอ เพราะฉะนั้น ขอให้จินเป็นอย่างที่จินเป็นอยู่ในขณะนี้เถอะ...เป็นนักร้องยอดนิยมต่อไป เพราะจินมีความสุขกับมัน...เห็นมั้ย...ว่าเราสองคนก็ยังพบกันอยู่ แม้ว่าเวลาเหล่านั้นมันจะน้อยลงก็ตาม....
“ฉันรักนายนะจุนโนะ...ขอให้เชื่อใจฉัน ว่าฉันจะไม่ไปมีคนอื่นอีก นอกจากจุนจังคนเดียว” จินให้คำสัญญา
“ฮื่อ....ฉันก็เหมือนกัน...” จุนโนะพูดเสียงดังด้วยความมั่นใจ
“แต่ฉันกลัวนะว่า ถ้านากามารุซังรุกหนักๆ เข้า ...แล้วจุนโนะจะ.......”
“ฉันไม่มีวันเอนเอียงหาเขาหรอกนะ...ไม่มีวัน....”

*****************************

จุนโนะทำงานที่โอซาก้าได้ครบสามอาทิตย์พอดี และในตอนเช้าวันหนึ่ง มาจิดะรุ่นพี่อีกคนก็เดินถือหนังสือพิมพ์หรามากางตรงหน้าเขา
“จุนโนะ...ดูซิ ..นี่ใช่เพื่อนนายหรือเปล่า?” เขาชี้ให้จุนโนะดูรูปประกอบข่าว ซึ่งในภาพก็คืออะกานิชิ จินกำลังเดินออกมาจากหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่จุนโนะเคยเห็นแต่ไม่แน่ใจ
“ข่าวเขาบอกมาว่า เห็นอะกานิชิ จินเดินออกมาจากเลิฟโมเต็ลกับหนุ่มน้อยคนนี้ รู้สึกว่าจะชื่อคุซาโนะ”
“..คุซาโนะ??” จุนโนะหน้าเสีย เขารีบอ่านข้อความในหนังสือพิมพ์ทันที

.......ถูกต้องล่ะ ในภาพนั้นคือจินไม่ต้องสงสัย และข่าวก็ออกมาว่า เห็นทั้งสองหนุ่มยื้อยุดฉุดมือกันที่หน้าโรงแรม เมื่อไปถามเจ้าหน้าที่ในนั้น ก็พบว่า ทั้งสองคนเช็คเอ้าท์ออกมาจากโรงแรมด้วยกัน...
“เป็นไปไม่ได้!!” จุนโนะหน้าซีดเผือด กัดริมฝีปากจนเจ็บ
...เป็นไปไม่ได้ที่จินจะทำแบบนี้...จินรักเขามาก...มากจนไม่มีใครอื่น....
และวันนั้นจินยังพูดถึงคุซาโนะอย่างเบื่อๆ อีกด้วย
เป็นไปไม่ได้ที่จินจะทำอะไรกับเด็กคนนั้น

“ขอตัวก่อนน่ะครับ” จุนโนะโค้งให้รุ่นพี่มาจิดะ และรีบหามุม โทรศัพท์ถึงจินทันที
......
ผลที่ได้คือ...ไม่มีเสียงตอบรับจากปลายสาย ....
“จินอยู่ไหนนะ?” จุนโนะร้อนรน เขาโทร. หาจินหลายครั้งแต่ไม่ติด ดังนั้นจึงโทร. หาโทโมะ ซึ่งก็เหมือนกันคือปิดเครื่อง
ดังนั้นจุนโนะจึงโทร. หาคาซึยะ .....
....

คาซึยะเองก็เห็นข่าวในหนังสือพิมพ์เหมือนกัน เขาเองก็ยอมรับว่า ...งง... และไม่เชื่อว่าจินจะพาคุซาโนะเข้าโรงแรม
“ฉันว่าเจ้าเด็กนั่น จะต้องเป็นคนพาจินเข้าโรงแรมซะเองแน่ๆ แล้วก็นะ...วันนี้เขาไม่มาทำงานด้วย” คาซึยะบ่นด้วยความเซ็ง
“สงสัยจงใจหลบหน้าแน่ๆ ฉันเองก็ยังไม่รู้รายละเอียดเลย...”
“ฉัน...ฉันชักจะเบื่อวงการนี้แล้วนะ คาซึยะ..” จุนโนะครวญมาตามสาย
“ใจเย็นๆ จุนโนะ แล้วฉันจะตามข่าวให้ก็แล้วกัน อยู่ทางนั้นนายก็ทำงานไปเถอะ อย่ากังวล จินเขารักนายมากนะจุนโนะ”
“อือ...ฉันจะพยายามเข้มแข็งนะ...”
“สัญญานะจุนโนะ”
“ฮื่อ....สัญญา...แค่นี้ก่อนนะคาซึยะ..ฉันต้องรีบไปซ้อมแล้ว ....คาซึยะ...ฉันคิดถึงพวกนายที่สุดในโลกเลย” น้ำเสียงของจุนโนะเจือสะอื้นจนคนปลายสายแทบหยุดหายใจเพราะความสงสาร
“ฉันก็คิดถึงนาย...” คาซึยะวางสาย พลางถอนหายใจ เขามองหาคุซาโนะและก็นึกขึ้นได้ว่า วันนี้เจ้าหมอนั่นโทร. มาลางานผู้จัดการเอาไว้แล้ว
“ก่อเรื่องอะไรขึ้นอีกวะ.....?”

*************************

จินออกมาจากห้องอัดเมื่อเกือบจะดึกดื่นของวันนั้น เขาสวนกับยูอิจิตรงทางเดิน ชายหนุ่มสองคนเหลือบมองหน้ากันและกัน ฝ่ายหนึ่งที่สูงวัยกว่ากระตุกยิ้มมุมปากให้ และทำให้อีกฝ่ายหยุดชะงักการเดิน
“เป็นฝีมือคุณใช่มั้ยเรื่องเมื่อคืน?” จินถามมาจากทางเบื้องหลัง ทำให้ฝีเท้าที่ก้าวผ่านเลยไปนั้นหยุดลง ยูอิจิหันมามอง สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง และหรี่ตามองจินอย่างท้าทาย
“เรื่องอะไรหรืออะกานิชิคุง?”
“อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่อง คุณสั่งให้คุซาโนะหลอกผมไปโรงแรม?”
“ฉันจะไปสั่งเขาได้ไง เรื่องโรงแรมอะไรกันฉันไม่รู้เรื่อง พวกนายอยากไปพบกัน อยากไปมีความสุขกันเอง พอนักข่าวจับได้ ก็จะมาโยนความผิดให้ฉันได้ไง?”
“แต่เด็กนั่นทำตามคำสั่งของคุณ อย่านึกว่าผมไม่รู้นะ!!”
“ก็เรื่องของนาย...คนอย่างฉันไม่จำเป็นต้องลดตัวไปทำอย่างนั้นหรอก...นายน่ะมันกระจอกเกินกว่าที่จะมาเปรียบเทียบกับฉัน”
“นากามารุซัง!!” จินชักจะเหลืออด เขากำหมัดแน่น นี่ถ้าจะชกเจ้าหมอนี่อีกสักทีจะเกิดอะไรขึ้นนะ
“นายน่ะ....ดูๆ ไปก็เหมือนอันธพาลนะ...ไม่ได้ไม่ดีอะไรก็มาเอะอะ หาเรื่องฉัน...ทั้งๆ ที่นายเองก็ยอมเข้าโรงแรมกับเขาแท้ๆ”
“แต่หมอนั่นน่ะบอกว่า เขาเห็นคุณพาจุนโนะเข้าโรงแรม ทั้งๆ ที่จุนโนะอยู่ไกลถึงโอซาก้า ผมไม่อยากเชื่อ แต่คุซาโนะยืนยันมาแบบนั้น ผมก็ต้องรีบไปน่ะซิ นึกว่าคุณไปฉุดจุนโนะมาจากที่นั่นจริงๆ แต่ที่ไหนได้...หลอกกันชัดๆ ถ้าไม่ใช่ฝีมือคุณสั่งให้เขาโทร.หาผมแบบนั้น มีหรือที่ผมจะไป เจ้าคุซาโนะวายร้ายนั่น ผมไม่กระแทกหน้ามันให้แหกก็บุญเท่าไรแล้ว...”
“อะกานิชิ จิน....ฉันขอเตือนนะ ว่าฉันไม่รู้เรื่องนั่น...และจะไม่รับรู้ด้วย!!” ยูอิจิหัวเราะหึๆ ก่อนจะเดินผิวปากหวือจากไป ทิ้งให้จินยืนขบสันกรามด้วยความแค้น

เขารีบโทร. หาจุนโนะทันทีในคืนนั้น เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ...ไม่ใช่การแก้ตัว แต่มันคือการชี้แจงความจริงที่เกิดขึ้น

“...ฉันถึงได้ไปอยู่ที่โรงแรมนั่น ตอนแรกก็นึกสงสัยเหมือนกัน... ก็จุนโนะไปแสดงที่โอซาก้านี่นา ทำไมถึงไปโรงแรมกับนากามารุซังได้ แต่ก็เพราะเป็นอิทธิพลของเขาหรอกนะ ทำให้ฉันคิดว่า เขาอาจจะบังคับนายไปก็ได้”
“จินก็เลยไปเพราะเป็นห่วงฉัน....”
“ใช่...ทั้งห่วงและหวง...พอไปถึง เจ้าคุซาโนะก็รีบจัดแจงพาฉันไปห้องที่ว่าทันที มันไม่มีใครนอกจากห้องว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่ที่นั่นนอกจากฉันกับเขา...เป็นอันว่าฉันถูกเด็กเมื่อวานซืนหลอก....”
“แล้วจินอยู่กับเขาสองต่อสองในห้องนั้นนานมั้ยอ่ะ?” เสียงจุนโนะขึ้นจมูกเพราะความระแวง จินหยุดไปชั่วขณะเพราะกำลังหัวเราะกับความหึงเล็กๆ ของจุนโนะ ก็เลยอดยั่วไม่ได้
“อยู่นานมั้ยหรอ?...เอ...นานมั๊ง!!”
“ฮึ!! คุซาโนะเขาก็น่ารักนี่นะ”
“แต่ก็ไม่เท่านายหรอกจุนจัง.....ฉันหลอกเล่นน้า....พอฉันรู้ว่าฉันโดนหลอก ก็กลับ แต่ไม่รู้ว่า...โดนถ่ายรูปตอนไหน...ต้องเป็นแผนสตึๆ ของนากามารุซังอยู่แล้วล่ะ ไม่งั้นอะไรๆ มันจะลงตัวพอดิบพอดีแบบนี้หรือ?”
“อือ......กับฉันเอง บางทีเขาก็ขับรถมาเยี่ยมที่หลังเวทีนะ ฉันอึดอัดจะแย่....” จุนโนะบ่นบ้าง จินต้องบอกให้อดทนไว้
“สักวันหนึ่งเราจะกลับมาอยู่ด้วยกัน....ช่วงนี้นะจุนจัง ฉันต้องเข้าห้องอัดเพลงใหม่อยู่ ฉันเสนอเพลงที่ฉันแต่งให้โปรดิวเซอร์แล้วนะ สามเพลงแน่ะ เขาชอบด้วยล่ะ บอกว่าถ้าไม่ได้เป็นนักร้องก็คงจะเอาดีทางเป็นนักแต่งเพลงได้สบายเลยล่ะ ...จุนโนะ....บางทีเราอาจจะไม่ได้เจอกันพักหนึ่ง แต่ว่า....รักนายเสมอนะจุนโนะ” จินส่งจูบดังจ๊วบมาตามสาย เล่นเอาคนฟังน้ำตาซึม
“เค้าก็รักจินน้า.....” จุนโนะส่งจุ๊บมาให้ทั้งน้ำตา โชคดีที่จินไม่เห็นน้ำตาแห่งความคิดถึงของเขา.....

........ใช่สิ.....สักวันหนึ่ง ถ้าจินเบื่อหน่ายวงการบันเทิง ..วันนั้นเขาก็จะเลิกเหมือนกัน อยากใช้ชีวิตแบบธรรมดาและสงบเงียบกับคนรักมากกว่า.......มากกว่าอะไรทั้งหมด

***************************

ในห้องพักติดแอร์เย็นฉ่ำ ....
ภายใต้แสงไฟสลัวสีเหลืองทองที่สาดส่องมาจากเพดานเบื้องบน เผยให้เห็นร่างกายเปลือยเปล่าของหนุ่มสองคนที่กำลังนอนกอดก่ายกันอย่างเร่าร้อน ความเย็นในห้องไม่อาจทำให้ร่างที่เกี่ยวกวัดรัดรึงกันนั้นหายร้อนลงได้ เพราะเม็ดเหงื่อต่างไหลคลุกเคล้ากันจนฉ่ำชื้นไปทั่วร่าง ร่างใหญ่ที่อยู่ด้านบนกระแทกกระทั้นกำลัง ใส่ร่างเล็กที่นอนร้องครวญครางอยู่ใต้ร่าง เสียงร้องระงมนั้น ไม่น่าจะเกิดจากความสุขสมเท่าไรนัก เพราะน้ำตาร้อนๆ ไหลรินลงมาจากหางตาตกลงสู่หมอน และใบหน้าที่เหยเกนั้นก็บ่งบอกว่าไม่ได้รู้สึกสุขสักนิด
“อา........อา........อา.....” ท้ายสุดร่างใหญ่ก็ทะลึ่งพรวด ปลดปล่อยความต้องการออกมา
เมื่อได้รับความสุขจนหนำใจแล้ว เขาก็ผละจากร่างบาง ล้มตัวนอนหงายแผ่หรา พร้อมกับครางหายใจหอบจนทรวงอกกระเพื่อม
“อือ.......โอย.......” อีกเสียงหนึ่งร้องครวญตามมาติดๆ ร่างบางที่โดนกระหน่ำความใคร่ลงบนเนื้อตัวนั้น ค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก
“จะลุกไปไหน?” คนร่างใหญ่กว่าถามเสียงห้วน
“กลับ...กลับบ้านฮะ”
“ยังกลับไม่ได้!! ยังไมได้ชำระความเลย”
“อะไรล่ะฮะ นากามารุซัง” ร่างเล็กพยายามถดถอยหนี แต่มือใหญ่คว้าไหล่ของเขาได้ทัน กระชากทีเดียวร่างเล็กก็ลงไปนอนหงาย ดวงตาเบิกโพลงเมื่อยูอิจิตะปบหัวไหล่ของเขา กำแน่นจนเจ็บ น้ำตาคลอ
“นากา..มารุ...ซัง...ผมเจ็บ...”
“เจ็บงั้นหรือ...นายทำงานไม่สำเร็จ ก็น่าจะเจ็บแบบนี้แหล่ะ....คุซาโนะ ฉันไม่น่าดันนายมาจนถึงขนาดนี้เลย ฉันสั่งให้นายยั่วอารมณ์มันให้ถึงที่สุด แล้วแอบถ่ายรูปเอาไว้ ...แต่ทำไมเสือกทะลึ่งออกมาพร้อมกันได้ไงวะ ดีนะที่ฉันให้คนดักรอถ่ายรูปพวกนายเอาไว้”
“ผมขอโทษ...ผมไม่คิดว่าเขาจะใจแข็ง” คุซาโนะโอดครวญ แรงบีบที่ไหล่ของเขานั้นไม่เบาลงสักนิด มันทำให้เขาเจ็บ ...เจ็บทั้งตัวและหัวใจ....
“ไม่รู้ล่ะ นายทำงานไม่ได้เรื่อง อุตส่าห์ให้ไปอยู่ใกล้ชิดมัน ก็ทำให้มันหลงไม่ได้...ฉันจะใคร่ครวญว่าจะสนับสนุนนายต่อไปดีหรือเปล่า?” คำขู่นั้นทำให้คุซาโนะตาโต ริมฝีปากสั่นระริก
“นากามารุซัง...ผมรักคุณนะครับ ที่ทำตามคำสั่งคุณทั้งหมดก็เพราะรักคุณ ทั้งๆ ที่ผมไม่อยากทำเลยสักนิด”
“หุบปากไปเลยไป!!”
“ฮึก...นากามารุซัง.”
“อย่าเรียกบ่อยได้มั้ย รำคาญ!! ใส่เสื้อผ้าซะ แล้วก็กลับไปได้แล้ว พรุ่งนี้มาทำงานตามปกติล่ะ อย่าหยุดอีกวัน เดี๋ยวจะมีใครสงสัย” ยูอิจิจุดบุหรี่สูบ พ่นควันขาวขึ้นเบื้องบน เขาเหม่อมองเพดานห้องที่ประดับด้วยโคมระย้า บนแก้วคริสตัลของโคมราคาแพงนั้น สะท้อนให้เห็นเงาลางๆ ของคุซาโนะกับร่างเปลือยเปล่าที่พยายามลุกลี้ลุกลนใส่เสื้อผ้า.....
.....ยูอิจิปรายตามองร่างเล็กที่เอาแต่สะอื้นไห้... เสียงร้องไห้นั้นทำให้เขารำคาญ...นี่ถ้าเปลี่ยนจากร่างบางของหนุ่มน้อยหน้าคมคนนี้มาเป็นหนุ่มน้อยร่างสูงหน้าหวาน ...จุนโนะสุเกะล่ะก็ ...เขาคงไม่ปล่อยให้รีบกลับแบบนี้หรอกนะ....
...................

เสียงปิดประตูดังปังลับร่างของคุซาโนะไปแล้ว ยูอิจิก็ถอนหายใจเฮือก ขยี้ปลายบุหรี่อย่างกระแทกกระทั้น
“อือ..........สงสัยจะต้องชวนจุนโนะไปให้ไกลๆ ซะทีดีมั๊ง”
...............


**************************

คณะเพลย์โซนที่นำโดยโชเนนไตและ MA เสร็จสิ้นจากการแสดงที่โอซาก้า จากนั้นก็ขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ ก่อนจะวกมาเล่่นที่อีกฟากหนึ่งของประเทศ เซนไดเป็นสถานที่ต่อไป สถานที่ที่มีทั้งย่านบันเทิงและตึกรามอันแสนจะหรูหรา เซนไดเมืองที่เปี่ยมไปด้วยการพัฒนาของประเทศ แต่ในอีกมุมหนึ่งก็คือเมืองที่ยังคงความเก่าแก่ของวัฒนธรรมไว้ได้เช่นกัน
“จากเซนไดก็มาที่จิบะ และต่อด้วยคานางาว่า.....และจบที่โตเกียว” รุ่นพี่อะกิยาม่ากางแผนงานให้ดู
จุนโนะใจเต้นแรง ...คานางาว่า...บ้านเกิดของเขา....กี่ปีแล้วนะที่เขาไม่ได้กลับไป...


......แม่....จะเป็นยังไงบ้าง คงจะอยู่กับน้องคนใหม่ ซึ่งป่านนี้จะกี่ขวบแล้วนะ สามหรือสี่ขวบ

.......น้องจะหน้าตาเป็นอย่างไรบ้างนะ จะเหมือนแม่หรือว่าเหมือนเจ้าพ่อเลี้ยงที่เลิกรากันไป......


คิดถึงตรงนี้แล้ว จุนโนะก็นึกถึงแม่ขึ้นมา เขากดโทรศัพท์ถึงแม่ในเย็นวันหนึ่งหลังซ้อมแล้ว แต่ปลายสายกลับไม่มีเสียงตอบรับนอกจาก ไม่มีหมายเลขนี้เปิดใช้
“สงสัยจะเปลี่ยนเบอร์..” จุนโนะถอนหายใจ หน้ามุ่ย ในใจนึกไปถึงหน้าของแม่ พอนึกถึงแล้วก็เกิดความรู้สึกอยากกลับบ้านเดี๋ยวนั้น.......
แต่คิดดูอีกที ก็ไม่รู้ว่าแม่จะรับเขาได้หรือเปล่า การจากบ้านไปอย่างไม่บอกกล่าว จะทำให้แม่ขุ่นเคืองมากแค่ไหนกัน......

***********************

เมืองเซนไดในยามค่ำคืน ช่วงนี้มีเทศกาลสตาร์ไลท์ เพราะใกล้จะสิ้นปีแล้ว อากาศเย็นจัดแต่ว่าได้แสงไฟดวงน้อยเป็นแสนๆ ดวงที่ประดับอยู่ทั่วต้นไม้ ส่องสว่างและให้ความอบอุ่นทำให้คนที่เดินเล่นอยู่แถวนั้นค่อยคลายหนาวลง
จุนโนะล้วงกระเป๋าโอเวอร์โค้ทขณะแหงนหน้ามองแสงไฟสีทองที่ดูเหมือนเป็นผลไม้ประดับบนท้องฟ้า
“ฮ้า.....สวยจัง โชคดีจริงๆ ที่ได้มาแสดงในช่วงนี้” ร่างบางสูดอากาศเข้าปอด เขามองคนรอบข้างที่มีท่าทางเหมือนๆ กัน นั่นก็คือการแหงนหน้ามองดวงไฟสตาร์ไลท์บนต้นไม้
“อยากให้จินมาเห็นด้วยจัง” จุนโนะเก็บภาพสวยงามนั้นไว้ในมือถือ จะนำไปอวดจินเมื่อได้พบกันอีกครั้ง

สองเท้าก้าวย่ำไปบนถนนที่คราคร่ำด้วยผู้คน ไม่มีใครรู้จักเขา แต่คนที่ได้เห็นหน้ามักจะชี้ชวนให้กันมอง เพราะใบหน้าที่งดงามของจุนโนะเอง ไม่ใช่เพราะชื่อเสียง
เขากำลังจะข้ามถนน เมื่อมีเสียงเรียกเข้าจากมือถือ
“พี่ยาระ.......” จุนโนะขมวดคิ้ว
เสียงแหลมเล็กของยาระดังมาว่า
“กลับโรงแรมเร็วจุนโนะ มีคนต้องการพบ ด่วน!!”
“ครับ!!” จุนโนะรีบกลับที่พัก ในใจนึกสงสัยว่าใครกันนะที่มาพบ

.........หรือว่าจิน....

หัวใจลิงโลดขึ้นเมื่อนึกว่า จินอาจจะว่างและมาเยี่ยมเขาถึงเซนไดก็ได้
จุนโนะมาถึงห้องล้อบบี้ของโรงแรม เห็นยาระกำลังนั่งคุยกับคนคนหนึ่ง ซึ่งเพียงแค่ได้เห็นหน้าก็ทำเอาหัวใจหล่นวูบ
......ไม่ใช่จิน.....แต่เป็น.....
“คุซาโนะ เขามาหานายแน่ะ” ยาระชี้ไปที่หนุ่มน้อยคนหนึ่งซึ่งนั่งมองจุนโนะตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว ยาระลุกขึ้นเตรียมขึ้นห้อง ก่อนจะเดินผ่านจุนโนะ เขาก็ตบบ่าของจุนโนะเบาๆ
“จะพูดจากันก็ใจเย็นๆ นะ...อย่าเพิ่งโมโห...”
คำพูดทิ้งท้ายของรุ่นพี่ทำให้จุนโนะยิ่งงงหนัก เขาเห็นคุซาโนะลุกขึ้นโค้งให้เขาอย่างมีมารยาทที่รุ่นน้องจะพีงมีต่อรุ่นพี่ แต่ดวงหน้าที่ยิ้มละไมนี่ซิ ...เหมือนทำให้เขาไม่ไว้วางใจ
หนุ่มน้อยหน้าคมหน้าตาน่ารัก ซึ่งจุนโนะเคยเห็นมาก่อนแต่ไม่เคยพูดกันสักที แต่ตอนนี้ คุซาโนะกลับมายืนยิ้มอยู่ตรงหน้า นับว่าผิดปกติมากทีเดียว
“รุ่นพี่จุนโนะ...ดีใจจริงๆ ที่พบรุ่นพี่วันนี้...” หนุ่มน้อยหน้าคมเปิดฉากพูดขึ้นก่อน และเป็นคนขอร้องให้ออกไปพูดกันข้างนอก
จุนโนะเลยพาไปที่ซุ้มต้นไม้ข้างโรงแรม ซึ่งไม่ค่อยมีใครผ่านไปผ่านมามากนัก
จุนโนะขอให้คุซาโนะบอกความประสงค์ที่มาหาเขาตรงๆ ไม่ต้องเกริ่นอ้อมค้อม เด็กหนุ่มโค้งศีรษะอย่างต่ำให้เขาและบอกตรงเป๊ะเลยว่า
“ผมกับอะกานิชิ จิน...น่ะ ไม่มีอะไรกันตามข่าวนะฮะ ขอให้รุ่นพี่จุนโนะสบายใจได้”
“เอ๋?? แค่เรื่องนี้ทำให้เธอต้องมาหาฉันเลยเหรอ? มีอะไรอย่างอื่นอีกหรือเปล่า?”
“เอ้อ.....มะ....ไม่มีฮะ พอดีนากามารุซังเขามาทำธุระที่นี่เกี่ยวกับเพลย์โซนของโชเนนไตน่ะครับ ผมก็เลยติดรถเขามาด้วย คือ...มันไม่สบายใจน่ะฮะ” คุซาโนะพูดแล้วก็ยิ้มเขินๆ จนจุนโนะต้องเลิกคิ้ว
“มีอะไรอีกหรือเปล่า?” จุนโนะถามต่อ ซึ่งคราวนี้คุซาโนะก้มหน้ายิ้มอายๆ
“คือ....ตอนนี้ผมคบกับนากามารุซังอยู่น่ะฮะ.....”
“หา? ว่าไงนะ?” จุนโนะทำตาโต ในขณะที่คุซาโนะยิ่งอายหนักเข้าไปใหญ่
“จริงๆ ฮะ....รุ่นพี่ก็คงจะรู้ว่า ผมเป็นเด็กที่นากามารุซังให้มาทำงานด้วย เราก็เลยสนิทกันมากเป็นพิเศษ”
“อือ....งั้นก็ดีใจด้วยนะ....ฉันจะได้โล่ง....” ประโยคหลังนี่จุนโนะพึมพำกับตัวเองเบาๆ

......โล่งอกขึ้นมาอย่างประหลาดที่เรื่องกลับกลายมาเป็นแบบนี้ คุซาโนะคนนี้หน้าตาน่ารักไม่แพ้ใคร แบบนี้คงทำให้ยูอิจิเอนเอียงไปจากเขาได้แน่ๆ
“พรุ่งนี้พวกผมอาจจะกลับหรืออาจจะเป็นมะรืนนี้ มีอะไรฝากถึงอะกานิชิคุงบ้างมั้ยฮะ?” หนุ่มน้อยส่งเสียงเจื้อยแจ้วต่อไป จุนโนะพยักหน้าดวงหน้ายิ้มละไมขณะฝากความคิดถึงให้จิน

หนุ่มน้อยขอตัวกลับที่พัก ซึ่งก็พักคนละแห่งกับพวกของจุนโนะ เขาเดินกลืนหายไปกับฝูงชน จุนโนะถอนหายใจอย่างโล่งอก ลงเจ้าตัวมาประกาศโต้งๆ เหมือนกับที่จินพูดแบบนี้แสดงว่าสิ่งเลวร้ายกำลังจะผ่านไปแล้วซินะ
.................
จุนโนะอมยิ้มไปตลอดทางกลับที่พัก เขาอยากพบจินเหลือเกิน อยากจะบอกว่ามรสุมร้ายกำลังจะผ่านพ้นไปแล้ว

ค่ำนั้นจุนโนะโทร. หาจิน แต่ว่าจินปิดเครื่อง เขาจึงโทร. คุยกับคาซึยะและได้รับการยืนยันจากคาซึยะว่า จินและวงมิราเคิลกำลังเข้าห้องอัดเสียง ...และย้ำมาว่า
“อย่าไปเชื่อไอ้คุซาโนะนั่นให้มาก กระล่อนซะไม่ผิดเจ้านายมันหรอก...เจ้าเด็กนั่นอาจจะกุเรื่องขึ้นมาเอง”
“เขาจะทำเพื่ออะไร?” จุนโนะถาม
“เออว่ะ...นั่นเด่ะ แต่ไม่รู้เว้ย...มันยังไงชอบก้ล...ไปนอนเหอะจุนโนะ อยากพบนายเร็วๆ จัง”

คาซึยะวางสายไปแล้ว.....จุนโนะนอนคะแคงหันเข้าทางหน้าต่าง ที่เห็นแต่ผืนฟ้าสีดำประดับด้วยเม็ดดาวสีทองกระจายเต็มท้องฟ้า
คืนนี้นอนไม่หลับอีกแล้วซิเรา.......ทำไมมันทรมานหัวใจแบบนี้นะ......

เขาคิดผิดหรือถูกกันแน่ที่หอบผ้าหอบผ่อนหนีตามจินมาโตเกียว........นึกว่าจะได้ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ที่ไหนได้.....ชีวิตของวัยรุ่นทำไมมันถึงได้ทรมานแบบนี้.......

**********************

“ดีมากคุซาโนะ......คราวนี้ทำดี ฉันจะให้รางวัล... พรุ่งนี้ค่อยเริ่มแผนต่อไป....” ยูอิจิหัวเราะอย่างมีชัย หลังจากที่คุซาโนะกลับมารายงานเรื่องที่ไปพบจุนโนะมา
.....เลี้ยงคุซาโนะเอาไว้ก็ดีเหมือนกัน เจ้าเด็กคนนี้มันรักเขา มิเสียแรงที่เป็นเด็กดัน จะให้ทำอะไรก็ทำ
“น่ารักจริงๆ” ยูอิจิชมอีกรอบ เล่นเอาคนฟังยิ้มแก้มปริ หนุ่มน้อยนั่งกระแซะอยู่ข้างกายยูอิจิไม่ห่าง จะให้ทำอะไรก็ยอม
“ถ้าทำสำเร็จแล้ว......แล้วผมล่ะ?”
“เธออาจจะได้ขึ้นไปเป็นนักร้องก็ได้ เสียงเธอก็ดีนี่นะ ....อือ...เสียงครางก็ดี ฉันชอบ”
“นากามารุซัง....” คุซาโนะแก้มแดงแป๊ด เขาซบหน้ากับหัวไหล่ของคนที่มองกายถวายชีวิตให้........

............จะให้ทำอะไรก็ยอม แม้จะเป็นที่สองรองจากจุนโนะก็เอา......

 

**********************

to be con

comment ที่นี่จ้า...

Hosted by www.Geocities.ws

1