
Show Me Your LOVE
Vol 9
***************************
หลังจากไปดินเนอร์กับยูอิจิแล้วสองวัน กลุ่มของจุนโนะก็ได้ใช้ชื่อว่า Misty
Boys ชื่อนี้ยูอิจิเป็นคนตั้งให้หลังจากที่ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น
เขาพบกับสายหมอกปกคลุมทั่วโตเกียวไปหมดทั้งเมือง และเขาก็นึกถึงหน้าตาน่ารักของจุนโนะขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
และจากนั้นอีกไม่กี่ชั่วโมง ยูอิจิก็เดินไปบอกพวกแดนเซอร์ว่าเขาหาบ้านให้พวกหนุ่มๆ
อยู่รวมกันได้แล้ว และในวันต่อมาทั้งหมดก็จะต้องย้ายเข้าไปอยู่พร้อมกัน
ทุกอย่างดูฉุกละหุกเกินกว่าที่ใครๆ จะตามการตัดสินใจของยูอิจิได้ทัน ทุกคนยืนอ้าปากค้าง
และพอได้สติต่างคนต่างก็วิ่งห้อกลับไปเก็บของแทบไม่ทัน
ในวันย้ายนั้น ยูอิจิมารับจุนโนะถึงห้องเช่า ใจจริงของจุนโนะนั้นเขาไม่นึกอยากจะข้องแวะกับผู้บริหารคนนี้เลย
...พอมาถึงห้องเช่า ยูอิจิมองห้องเล็กเท่ารังหนูแล้วก็ส่ายหน้า
อยู่ไปได้ไงนะ เล็กจะตายไป
จุนโนะหันมายิ้มตาหยี แล้วบอกว่า ชินเสียแล้วกับการใช้ชีวิตแบบนี้ เขาชี้ไปที่กองสัมภาระที่ต้องเอาไปด้วย
และขอตัวไปขอค่าประกันห้องกับเจ้าของคืน ปล่อยยูอิจิให้เฝ้าห้องไปก่อน
สักพักหนึ่งจุนโนะก็กลับเข้ามา คราวนี้เขาไม่เห็นข้าวของของตัวเองอยู่ในห้องแล้ว
ห้องเล็กเท่ารูหนูที่ยูอิจิว่า บัดนี้ว่างเปล่า เพราะยูอิจิบอกว่า เขาขนของไปไว้ที่รถแล้ว
จุนโนะโค้งให้อย่างขอบคุณแล้วก็บ่นว่า
คุณไม่น่าต้องลำบากเลย ผมย้ายเองได้
ไม่เป็นไรหรอกจุนโนะ วันนี้เผอิญว่าง ชายหนุ่มตอบยิ้มๆ โอกาสจะทำคะแนนอยู่แค่เอื้อม
จะไม่ฉวยโอกาสได้อย่างไร
ยูอิจิอาสาพาจุนโนะไปส่งที่บ้านเช่าหลังใหม่ ซึ่งก็ทำความอึดอัดให้กับเด็กหนุ่มอย่างมาก
แต่จุนโนะก็ต้องจำยอมเพราะไม่รู้ว่าจะไปเองถูกมั้ย
เขานั่งหน้าคู่กับยูอิจิ เมื่อรถวิ่งออกมาได้สักพัก เขาก็สะดุ้งเฮือก แล้วมองไปยังถุงกระดาษใบใหญ่ที่ยูอิจิวางเอาไว้หลังรถ
เด็กหนุ่มชะโงกตัวไปค้นของในนั้น แล้วก็อุทานออกมาอย่างตกใจ
ไม่มี!!...มิมิ...มิมิหายไปไหน?
มิมิอะไร? ยูอิจิถาม
เทดดี้แบร์ของผม!! มิมิอยู่ไหน? จุนโนะโวยวายลั่นรถ เขาจำได้นี่นะว่าเอามิมิยัดรวมกับหมวกและผ้าพันคอในถุงกระดาษใบใหญ่
และตอนนี้มันได้อันตรธานไปซะแล้ว
อ๋อ...เจ้าตุ๊กตาหมีสกปรกนั่นน่ะเหรอ...? ยูอิจิเลิกคิ้ว
ครับ?
ฉันทิ้งไปแล้วล่ะ
หา? ว่าไงนะ? คราวนี้เสียงจุนโนะแหลมปรี๊ดจนยูอิจิตกใจ
ทิ้ง!! คุณทิ้งมิมิ? ทิ้งได้ไง? เอามิมิของผมคืนมานะ!!
ช่างมันเหอะน่า เจ้าหมีนั่นมันสกปรกจะตาย เก่าและก็ไม่มีค่าอะไรด้วย ฉันกะจะซื้อตัวใหม่ให้นาย
เอาให้ใหญ่กว่าตัวเดิมอีก ยูอิจิพูดปนหัวเราะ แต่พอมองหน้าของจุนโนะเขาก็ต้องหุบยิ้ม
เพราะร่างบางหน้าเสียและมีน้ำตาคลอเบ้า
ไม่เอา...ตัวไหนผมก็ไม่ต้องการ ผมจะเอามิมิตัวเดียว ฮึก...คุณกลับรถไปเอามันคืนมานะ...คุณตั้งใจจะทำอะไร?
ทำไมมายุ่งเรื่องของผม มาทิ้งสมบัติของผมได้ไง นากามารุซังเป็นคนอื่น คุณไม่เข้าใจหรอกว่า
มิมิมันมีความหมายกับผมมากแค่ไหน ...กลับไปนะฮะ..ผมขอร้อง...ฮึก... น้ำตาหลายหยดไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย
จุนโนะเบะปากตั้งท่าจะร้องไห้จริงๆ จนคนมองต้องชะลอรถเข้าข้างทาง
ป่านนี้คนเก็บขยะเขาขนไปแล้วมั้ง?
ฮึก....มิมิ....ฮือ... เสียงร้องของจุนโนะยิ่งดังหนักกว่าเดิม เล่นเอายูอิจิส่ายหัวแอบบ่นในใจว่า
...เด็กจริงๆ เลย กะอีแค่ตุ๊กตาทุเรศตัวนั้น...
โอเค...โอเค...เราจะกลับไปเอามิมิของนายคืนมาก็ได้ ...เฮ้อ... ชายหนุ่มส่ายหัวแล้วกลับรถไปยังที่เดิม
ระหว่างทางจุนโนะไม่ได้หันหน้ามามองเขาเลยสักครั้ง คงจะเพราะเคือง
เมื่อมาถึงที่ห้องเช่าเก่าหลังนั้น จุนโนะก็แทบจะกระโจนออกไปนอกรถ เขาเปิดถังขยะหน้าห้องเช่า
แล้วก็ถอนหายใจโล่งอก เพราะเขาเห็นเจ้ามิมินอนหน้ามุ่ยอยู่ในนั้น
เจอแล้ว!! จุนโนะยิ้มออกได้ ทั้งๆ ที่สงสารเจ้าเท็ดดี้แบร์ตัวโปรด ดูเอาเถอะ
แม้จะเก่าแสนเก่ายังไง เขาเองก็คอยหมั่นซักไม่ให้สกปรกจนมันซีดลงเรื่อยๆ แต่ตอนนี้เจ้ามิมิกลับไปนอนเล่นอยู่ในถังขยะ
ดูไร้ค่าสิ้นดี...
ยูอิจิเดินมาหยุดอยู่เบื้องหลัง เมื่อจุนโนะหันมาก็เกือบจะชนเข้า เด็กหนุ่มชะงักแล้วก็เดินหลีกไปขึ้นรถ
โดยมีมิมิอยู่ในอ้อมแขน คราวนี้ร่างโปร่งกอดมันไว้แน่น ไม่ยอมวางจนคนที่ตามมานั่งขับรถให้นึกฉงน
ท่าทีที่รักหมีสกปรกแบบนั้นน่ะ มันต้องมีความหมายกับจุนโนะอย่างแน่นอน
ก่อนที่จะขับเคลื่อนออกไป ยูอิจิอดใจไม่ไหวหันมาถามเด็กหนุ่มถึงเรื่องมิมิ
ถามหน่อยเหอะ...เจ้าหมีของนายตัวนี้ มันสำคัญยังไง นายถึงไม่ทิ้งมัน ทั้งๆ ที่มันก็เก่ามากแล้ว
ก็มันเป็นเพื่อนผม จุนโนะตอบเพียงเท่านั้น ซึ่งยูอิจิก็คิดว่ามันน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น
พอคาดคั้นถามต่อ เขาก็ถึงกับอึ้งเมื่อจุนโนะบอกเสียงดังฟังชัดว่า
มิมิเป็นหมีที่จินให้ผมตั้งแต่เด็กๆ มันเป็นสมบัติมีค่าสำหรับผม ที่จะเป็นสายสัมพันธ์ระหว่างผมกับเขา
อ้อ....... คนฟังครางเบาๆ ในใจกระตุกวูบ เป็นคำตอบที่ทำให้เขาไม่พอใจนัก
....สำคัญแบบนี้นี่เล่า ถึงได้เสียอกเสียใจถึงขนาด รู้งี้.......รู้งี้เผาทิ้งไปซะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า
ยูอิจิกระชากรถออกจากที่ด้วยอาการหัวเสีย ไม่อยากจะมองร่างบางที่นั่งหูตาแดงอยู่ข้างๆ จุนโนะกอดเจ้าหมีสกปรกนั่นแบบว่ามันเป็นลูกชายเลยทีเดียว
......นึกแล้วก็อดหมั่นไส้ความสัมพันธ์ของจินและจุนโนะไม่ได้.........
ป่านนี้คนให้คงลืมไปแล้วมั้งว่าได้ให้อะไรกับนายไว้ เสียงเยาะหยันนั้นทำให้ร่างบางหันขวับมามองหน้าคนพูด จุนโนะเม้มริมฝีปากแน่น หน้าสวยมุ่ยมากกว่าเดิม เขาไม่ได้ตอบว่าอะไร แต่ในใจนั้นน่ะ อดแปล๊บไม่ได้ ก็จินกำลังจะห่างและลืมเขาไปทุกทีแล้วนี่นะ
เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบกลับมา ยูอิจิจึงละสายตาจากถนนเบื้องหน้ามามองจุนโนะ เห็นหรอก...ดวงตาที่วิบวับด้วยหยาดน้ำคลอหน่วยนั่นน่ะ
รู้ดีว่าร่างโปร่งคนนี้กำลังกลัว...กลัวว่าจะถูกจินทิ้งจริงๆ
ชายหนุ่มปรายตามองเจ้ามิมิ หมีหน้าตามู่ทู่ที่ทั้งซีดและแบนในอ้อมกอดของจุนโนะ
...ดูเอาเถอะ ขนาดไร้ค่าแบบนั้นก็ยังถูกคนน่ารักเหลียวแล ทะนุถนอม แล้วเขาล่ะ แสดงออกจนป่านนี้แล้ว
ทำไมจุนโนะถึงไม่ยอมเปิดใจให้เขาเสียที
...หรือว่าจุนโนะจะยังเด็ก...เด็กเกินกว่าที่จะรับรู้ว่าเขารู้สึกต่อตัวเช่นไร
หรือว่าเขาจะรุกจนสุดขั้ว ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย เด็กคนนี้จะได้โตเป็นหนุ่มจริงๆ
ซะที
*******************************
บ้านที่พวกแดนเซอร์ย้ายไปอยู่นั้นเป็นเหมือนเรือนพักหน้าร้อนมากกว่าจะเป็นบ้าน
พวกหนุ่มๆ ขาแดนซ์ทั้งหลายนึกแปลกใจที่ที่อยู่ของพวกเขาไม่ใช่คอนโดฯ หรืออพาร์ตเม้นต์ใกล้กับบริษัท
แต่มันกลับเป็นเรือนชุดที่อยู่สบาย นอกเขตชานเมืองและอยู่ใกล้ทะเลเสียด้วย
จุนโนะเดินดูรอบๆ บ้าน ที่นี่มีระเบียงยื่นออกมา ได้ร่มเงาจากต้นปาล์มหน้าบ้านมาช่วยบังแสงแดดยามบ่ายได้ดี
สายลมพัดเอากลิ่นทะเลโชยมากระทบ ถึงแม้ว่าจะไม่มีหาดทรายแต่เขื่อนที่กั้นพื้นดินกับน้ำทะเลนั้นก็ทำให้บรรยากาศน่าอยู่นัก
เด็กหนุ่มเดินขึ้นบ้านพักที่เป็นห้องๆ ใช้ระเบียงร่วมกัน เขาพบกับคาซึยะกำลังเปิดประตูออกมากวักมือเรียกพอดี
คาซึยะจองห้องริมด้านในสุดสำหรับเขากับจุนโนะ ส่วนห้องอื่นนั้นก็มีโคกิจะอยู่กับอุเอดะอยู่ติดกัน
ส่วนห้องอื่นก็สำหรับแดนเซอร์กลุ่ม ABC และ Kiss My Foot และอีกเรือนพักอีกหลังหนึ่งนั้นก็เป็นของแดนเซอร์รุ่นน้องที่เพิ่งออดิชั่นเข้ามาใหม่
น่าอยู่เป็นบ้าเลย คาซึยะยิ้มตาหยี เขาจัดของวางไว้ในที่ของตัวเอง ห้องนั้นกว้างขวางกว่าห้องที่เขาเคยอยู่ที่บ้านยามะชิตะ
และแน่นอนในสายตาของจุนโนะนั้นมันช่างใหญ่โตกว่าบ้านเช่าริมทางรถไฟหลายเท่านัก
จุนโนะนอนแผ่หรากลางเตียงที่อยู่ริมด้านในติดหน้าต่าง ดวงตาเหม่อมองเพดานห้องที่เป็นสีขาวสะอาด
ไม่กระดำกระด่างเหมือนที่เก่า
จิน........ จุนโนะครางชื่อของจินออกมา ในใจนึกไปถึงว่าถ้ามีจินอยู่ด้วยก็ดีน่ะซิ
คาซึยะปาผ้าขนหนูใส่จุนโนะแล้วทำหน้าบึ้งใส่
ยังคิดถึงเขาอยู่อีกเหรอ จุนโนะ หมอนั่นน่ะเขากำลังติดสาวไม่มาสนใจนายร้อก
แต่ฉันอยากให้จินอยู่ด้วยนี่
เฮ้อ...ฝันไปเถอะ....ไปอาบน้ำก่อนไป คาซึยะฉุดแขนจุนโนะให้ร่างบางลุกขึ้น แต่กระนั้นจุนโนะก็ยังอิดๆ
เอื้อนๆ บอกว่า
ขอนอนเล่นอีกหน่อยได้มั้ยอ่ะ?
ไม่ได้ เดี๋ยวไปหาอะไรกินกัน พวกพี่โคกิจะคอยนานนะ
จุนโนะจึงลุกไปอย่างเสียไม่ได้ ก่อนไปก็บอกว่าขอเอามิมิไปซักให้สะอาดเสียก่อน
คาซึยะพ่นเสียงหัวเราะออกมาเมื่อจุนโนะเล่าให้เขาฟังว่า วันนี้มิมิลงไปนอนเล่นในถังขยะมาแล้วด้วย
และเป็นเพราะฝีมือของยูอิจินั่นแหล่ะไม่ใช่ใครที่ไหน เล่นเอาคนฟังถึงกับปล่อยลมพรืดออกมาทางปากและกระดิกนิ้วชี้ไปมา
ระวังให้ดีเถอะ ระวังจะโดนงาบแบบสายฟ้าแลบนะ
ไม่เอาหรอก...ฉันไม่ได้ชอบเขาแบบนั้นนะ จุนโนะรีบปฏิเสธ
งั้นชอบใครอยู่เหรอ?
คาซึยะบ้า...ฉันไม่ได้ชอบใครสักหน่อย ร่างบางทำปากยื่น แต่ในใจนั้นกลับนึกไปถึงดวงหน้าของใครคนหนึ่ง
ซึ่งป่านนี้จะออกมาจากห้องอัดเพลงได้หรือยังก็ไม่รู้
เฮ้อ........จิน....จะทิ้งเค้าจริงๆ เหรอ จุนโนะพึมพำกับตัวเอง เมื่อลับหลังคาซึยะไปแล้ว
เขาก็ล้มตัวลงนอนหงายตามองเพดานนึกถึงจินอีกครั้ง
*******************
เสียงเมสเสจดังขึ้นในมือถือ ทำให้จินรีบเปิดดู เป็นข้อความที่ส่งมาจากจุนโนะนั่นเอง
<<<<...ย้ายบ้านแล้ว...อยู่ติดทะเลด้วย....อยากเจอจินจัง...จะว่างเมื่อไร โทรฯ หาเราด้วยนะ...>>>>
จินเม้มปาก จริงสิ เขาไม่ได้เจอจุนโนะมานานเท่าไรแล้ว ...
จุนโนะอยู่ในบ้านเช่าหลังนั้นตามลำพังมากี่เดือน อยู่โดยไม่มีเขา ผ่านความเงียบเหงามาได้อย่างยากลำบาก
และในวันเวลาเหล่านั้น เขาเองกลับไม่ได้ไปเหลียวแลจุนโนะเลย
จินรีบต่อโทรศัพท์ถึงจุนโนะทันที หลังจากที่ไม่ได้ติดต่อกันหลายอาทิตย์
เสียงปลายสายตอบกลับมาอย่างร่าเริง เสียงจุนโนะ...ห้าวขึ้นเพราะวัยรุ่นแรกแย้ม
แต่เสียงนั้นก็คือน้ำเสียงแห่งความยินดีที่ได้พูดคุยกับเขา
ฉันมีเรื่องจะเล่าเยอะเลย จุนโนะว่า
จุนโนะนอนห้องเดียวกับคาซึยะสินะ
ฮื่อ...
ดีแล้วล่ะ ค่อยหมดห่วงหน่อย นายจะได้ไม่ต้องนอนคนเดียว ....อือ.......ฉันจะไปหานายนะ
เสาร์นี้เป็นไง รออยู่ที่นั่นล่ะ ฉันกับโทโมะจะไปหาเอง จินนัดแนะกับเพื่อนรักเอาไว้
และเขาก็ตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมจุนโนะให้ได้
จุนโนะตั้งหน้าตั้งตารอให้ถึงวันเสาร์ แต่ว่าก่อนจะถึงวันนั้น เขาเดินเตร่ๆ ไปที่ห้องอัดเสียงของวงมิราเคิล
แต่ว่าวงของจินต้องไปถ่ายมิวสิควิดีโอต่างจังหวัดซึ่งก็ทำให้จุนโนะผิดหวังอีกตามเคย
วันเสาร์ก็จะได้เจอกันแล้วไงล่ะ คาซึยะรู้ทันในความรู้สึกของเพื่อน เขาเองก็ไม่ได้พบกับคุณหนูโทโมะพอๆ
กับที่จุนโนะไม่ได้พบกับจิน แต่ว่าจุนโนะออกจะคิดถึงจินมากกว่าที่เขาจะคิดถึงโทโมะ...แต่จะว่าไม่คิดถึงก็ไม่ได้อีก
เพราะตอนนี้ก็ชักอยากจะพบหน้าหวานสวยของคุณหนูผู้เอาแต่ใจคนนี้อยู่เหมือนกัน เพราะเขาก็แอบตามจุนโนะมาที่ห้องอัดติดๆ
อือ วันเสาร์ก็อีกสองวันเองเนาะ จุนโนะพูดปลอบใจตัวเอง
เขากับคาซึยะก็ยังคงซ้อมตามปกติ แต่ว่าช่วงนี้เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ทางบริษัทมีเหล่าศิลปินออกทัวร์หลายกลุ่มและพวกแดนเซอร์ก็ต้องออกแสดงด้วยเหมือนกัน
และในเดือนหน้าที่จะถึงนี้ พวกจุนโนะก็จะไม่ได้อยู่โตเกียวอีกหลายอาทิตย์เชียวล่ะ
**********************
อะกาานิชิ จินเพิ่งจะเสร็จจากการถ่ายเอ็มวีของวง เขากับพรรคพวกนั่งรถตู้กลับรีสอร์ทที่อยู่ติดกับเชิงเขาเพื่อที่จะได้เก็บของกลับโตเกียว
โทโมะดูกระตือรือร้นที่จะกลับโตเกียวมากเป็นพิเศษ เพราะนั่งยุกยิกมาตลอดทาง จนเรียวแซวว่า
ที่อยากกลับไปนี่คงไม่ใช่แค่กลับไปพักผ่อนที่คอนโดฯ ละมัง
สงสัยอยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เร็วๆ จะได้ไปพบกับบอดี้การ์ดหน้าหล่อละม้าง...ง...ง..??
เสียงล้อเลียนนั้น ทำให้โทโมะอดเขินไม่ได้ เขาน่ะหรืออยากจะพบกับคาซึยะ แต่เอ.....ตัวเองก็กำลังใจจดใจจ่อกับวันพรุ่งนี้อยู่นี่นา
ไม่ได้เจอกันนานแล้ว ไม่รู้จะไปกวนส้นใครอีกหรือปล่าว เขาว่าไปนั่น เบือนหน้าไปมองข้างหน้าต่างรถ
เพื่อเป็นการหลบเลี่ยงสายตาซอกแซกของเรียว
ทีจินยังไม่เห็นกระตือรือร้นเท่านายเลย เรียวว่า จินจึงหันมายิ้มให้
ใครบอกว่าฉันไม่ตื่นเต้น อยากรู้ว่าพวกแดนเซอร์เขาพักกันอย่างไง จุนโนะบอกว่าเป็นบ้านพักอยู่ติดทะเลด้วย
อยากเห็นจัง...
ต้องดีกว่าที่เก่าอยู่แล้ว ว่าแต่นะ.....ทำไมที่พักของพวกแดนเซอร์ถึงโรแมนติกกว่าคอนโดฯ
ของเราอีกล่ะ อุจี้อดตั้งข้อสงสัยไม่ได้ เขาได้รับข้อมูลมากกว่าคนอื่นในวงอยู่แล้ว
เพราะความเป็นคนมีเพื่อนมาก เขาก็เลยบอกจินตามข้อสันนิษฐานของตัวเองไปว่า
เขาว่าบรรยากาศที่นั่นดีกว่าคอนโดของพวกเรานะฉันว่า เท่าที่ฟังดู รู้สึกว่านากามารุซังจะเป็นคนไปดูสถานที่ด้วยตัวเอง
สงสัยซะแล้วซิ
สงสัยอะไร? จินถามเสียงเข้ม
อ้าว...ก็นากามารุซังกับจุนโนะของนายน่ะ เขา...กิ๊กๆ กันอยู่ไม่ใช่เหรอ? เขาก็ต้องหาโอกาสไปหาเพื่อนนายบ่อยหน่อยล่ะ
แล้วจะไปหาทั้งทีก็ต้องเลือกสถานที่ที่มันโรแมนติกหน่อยเด่ะ นายนี่ตามไม่ทันนากามารุซังจริงๆ
เลยนะจิน
ชริ... จินทำหน้ามุ่ย ถึงจะไม่ค่อยพอใจในคำตอบของเพื่อนเท่าไรนัก แต่เขาก็อดที่จะคล้อยตามไม่ได้
ทำไมเขาจะทำไม่ได้ล่ะ...จับพวกเราแยกกัน ก็ทำมาแล้ว ประกาศห้ามเคอร์ฟิวส์ก็ความคิดของเขา
นับประสาอะไรกับเรื่องแค่นี้
จินกับเพื่อนมาถึงรีสอร์ทเมื่อตอนเย็นย่ำแล้ว ขณะที่กำลังจะแยกย้ายกันไปเก็บของใช้ส่วนตัวนั้น
เสียงหวานใสของสาวน้อยคนหนึ่งก็เรียกชื่อของเขาทางเบื้องหลัง
จินคะ?
จินหันไปมอง แว่บแรกเขาสะดุดกับน้ำเสียงนั้น แต่ก็ทำให้ขนลุกซู่ไปได้ แต่พอหันไปมองเอาเต็มๆ
เขาก็อึ้ง เพราะสาวน้อยคนนั้นกำลังเดินเยื้องย่างมาหาเขาด้วยมาดอันสง่างาม เป็นกิริยาที่ทำให้จินเคยหลงใหลมาแล้ว
นานะ......
ขอคุยด้วยสักครู่ได้มั้ยเอ่ย?
คุณมาได้ไง? จินถามพร้อมกับเหลียวหาว่านานะมาคนเดียวหรือเปล่า หรือว่าจะควงหนุ่มนักแสดงคนไหนมาด้วย
แต่เท่าที่เห็น เธอมาคนเดียวจริงๆ และที่มายืนยิ้มหวานอยู่ตรงหน้าเขานี้ก็ ....ไม่ได้ฝันไปหรอกน่า....
กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นจมูกทำให้จินใจเต้นอีกแล้ว ...นานนับเดือนที่เลิกรากัน แต่จินก็ยังติดตามข่าวคราวของนานะอยู่เสมอ
ทั้งๆ ที่ในใจก็คิดว่าไม่ได้คบกันแล้วก็ไม่เห็นจะเสียดายตรงไหนเลย ผู้หญิงอื่นมีอีกถมเถไป
แต่พอยามนี้ ยามที่เห็นแฟนเก่ามายืนยิ้มตาหยีอยู่นี่ เขาเองก็อดที่จะใจสั่นไม่ได้
คุยกับนานะสักครู่ได้มั้ยคะ? เธอออดอ้อนอีกเมื่อเห็นจินยังยืนเฉย หนุ่มน้อยตกปากรับคำทั้งๆ
ที่ใจสั่งให้ค้าน...
ได้...ได้ซินานะ...
***************************
เช้าวันเสาร์
จุนโนะสุเกะตื่นแต่เช้า เขาเห็นแสงอาทิตย์สีจัดฉายฉาบทั่วบริเวณกว้างของระเบียง
ที่เขากันริมด้านหนึ่งเอาไว้วางกระถางต้นไม้ ดอกไม้สีสดกำลังออกดอกงามสะพรั่งรับกับฤดูใบไม้ผลิ
ระแนงไม้ที่หนุ่มๆ ช่วยกันลงมือตอกเอาไว้เป็นที่ห้อยไม้กระถาง และจุนโนะก็เป็นคนปลูกมอร์นิ่งกลอรี่ให้เลื้อยพันไม้ระแนงได้อย่างน่าดู
หน้าต่างห้องจุนโนะอยู่ติดกับสิ่งสวยงามพวกนี้ ดังนั้นเขาจึงลุกไปยืนสูดอากาศที่นั่นทุกเช้า
และเช้านี้ก็พิเศษหน่อยก็ตรงที่ ...เขาจะได้พบกับจินแล้ว หลังจากโหยหามานานสองสามเดือน
จุนโนะวันนี้ยืนยิ้มกับกระถางต้นไม้ก็ได้นะ เป็นเสียงแซวจากอุเอดะ ที่เดินผ่านมาและหยุดยืนดูจุนโนะยิ้มแย้มแจ่มใส
อ๋อ...พี่อุเอ้ตื่นเช้านะฮะ จุนโนะทักตอบ
ฮื่อ...ดีจัง เดี๋ยวเราจะไปปิคนิกริมทะเลกันหลายคนเลยล่ะ จุนโนะจะไปด้วยมั้ย
จุนโนะมองไปที่ริมเขื่อนที่มีน้ำทะเลซัดสาดแล้วก็เบือนหน้ามาส่ายศีรษะปฏิเสธ
ไม่ไปดีกว่า เดี๋ยวจินมา
อ้อ....จริงซิ อุเอ้ยิ้มอย่างอารมณ์ดี เขามองสำรวจหนุ่มน้อยที่สดใสร่าเริงตรงหน้า
วันนี้จุนโนะสลัดทิ้งความกังวลในใจออกไปได้ เหลือไว้แต่ความร่าเริงที่นานๆ ครั้งจะปรากฏให้เขาเห็น
คาซึยะล่ะ? ผู้สูงวัยกว่าถามถึงอีกคน จุนโนะชี้ไปที่ทางเท้าริมเขื่อน ให้อุเอดะมองหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่กำลังวิ่งออกกำลังกายอยู่ที่นั่น
อือ...ฟิตปั๋งเลยนะเจ้าหมอนั่น ดูแมนจัง อุเอดะกระดกยิ้ม ทำตาอ่อนเชื่อมขณะมองคาซึยะ
จนได้ยินเสียงกระแอมมาจากด้านหลัง ร่างเล็กถึงกับสะดุ้งหันมายิ้มเจื่อนๆ
ใครแมนจ๊ะที่รัก...ไอ้หนูคาซึยะน่ะ...ห้ามชมมันให้ฉันได้ยินเด็ดขาดนะ นายน่ะชอบเด็กแมนซะด้วยซิ
โคกิพูดแล้วก็โชว์กล้ามเป็นมัดสวยงามของเขา อุเอะดะกับจุนโนะจึงหัวเราะออกมา
โอ้ยตาย...ฉันก็ว่าเขาแมนขึ้น ก็เท่านั้นแหล่ะ แหมอยากจับกล้ามของคาซึยะมั่งจังว่าจะแข็งปั๋งเท่าของนายหรือเปล่า
อุเอดะตีต้นแขนแฟนหนุ่มดังเพี้ยะ แล้วก็ฉุดลำแขนล่ำของโคกิมากอดไว้แนบตัว
สงสัยของโคกิจะฟิตกว่าละมังเนี่ย
เข้าไปพิสูจน์กันในห้องดีกว่าทูลหัว โคกิยิ้มกริ่ม จึงโดนคนสวยหน้าหวานหยิกไปอีกที
บ้าเด่ะ อายเด็กมันมั่ง
โอ้ย...จะอายมันทำไม จุนโนะน่ะ เดี๋ยวจินเขาก็มาหาแล้ว
ไป..ไปเข้าห้อง..ไปจัดของปิคนิคกัน
ชักขี้เกียจซะแล้วซิ โคกิโอดครวญ ความจริงกว่าจะได้วันหยุดพักผ่อน น่าจะหาเวลาอยู่กันสองต่อสองมากกว่า
แต่อุเอะดะก็ยื่นริมฝีปากอิ่มมาซุบซิบกับโคกิขณะเดินหันหลังกลับห้องตัวเองว่า
เดี๋ยวไปเข็นพวกเด็กๆ ให้ไปกันให้หมดล่ะ เปิดโอกาสให้จินกับจุนโนะ และโทโมะกับคาซึยะอยู่กันตามลำพังรู้หรือเปล่า?
อ๋อ...อือ...เข้าใจล่ะ เสียงโคกิซุบซิบตอบมา
แต่จุนโนะก็ยังได้ยิน เข้าใจความหมายของเพื่อนรุ่นพี่ที่พูดออกมาอย่างชัดเจน ทำให้ผิวแก้มร้อนซู่ขึ้นมา
...ทำไมนะ..ทำไมใครๆ ถึงจับคู่เขากับจินอยู่เรื่อยๆ เห็นๆ อยู่หรอกว่าจินไม่ได้คิดล้ำเส้นกับเขาเลยแม้แต่น้อย
และที่จินจะมาในวันหนึ่งก็มาในฐานะเพื่อนซี๊ต่างหากล่ะ
.....แต่ว่า เขาเองกลับตื่นเต้นและแก้มร้อนฉ่าอยู่ตลอดเวลา...
สักพักหนึ่งคาซึยะก็วิ่งเหยาะๆ ขึ้นบันไดมายืนหอบอยู่กลางระเบียง เขามองร่างโปร่งที่ยังคงสวมชุดนอนของจุนโนะอยู่
อ้าว..ทำไมไม่ไปอาบน้ำ ฟอกสบู่ให้หอม ขจัดคราบกลิ่นทะเลทิ้งไปล่ะจุนโนะ เดี๋ยวจินมาแล้วตัวจะเหม็นสาบทะเลนะจะบอกให้
คาซึยะแซว ปากก็พูด แต่กายก็ยังออกท่ากายบริหารอยู่จนเหงื่อท่วมตัว
นายก็ไปอาบน้ำได้แล้วเหมือนกัน เดี๋ยวโทโมะมา ตัวเหม็นให้เขาดม จะวีนแตกซะเปล่าๆ
จุนโนะย่นจมูกใส่ ทำมืออุดจมูกใส่คาซึยะ
ไปอาบน้ำดีกว่า ร่างบางฉวยผ้าขนหนูพาดบ่าแล้วก็เดินฮัมเพลงไปเข้าห้องน้ำอย่างเบิกบาน
***********************
รถยนต์คันหรูสีดำสนิทแล่นเข้ามาจอดหน้าเรือนพัก หนุ่มน้อยก้าวลงมาจากรถ ดึงแว่นกันแดดมาสวมไว้บนศีรษะ
เขาแหงนมองต้นปาล์มที่ยืนต้นอยู่ข้างรถ พลางนึกขอบใจร่มเงาของมันที่ช่วยกันแสงแดดอันแรงกล้านั้นเอาไว้
เขามองบ้านพักของพวกแดนเซอร์ เห็นแล้วก็นึกปลงว่า ทำไมมันถึงน่าอยู่กว่าคอนโดฯ
ที่พวกนักร้องอยู่มากมายนัก
คุณโทโมะ...ะ...ะ...ะ เสียงตะโกนโหวกเหวกดังมาจากระเบียงไม้สีขาว พร้อมกับร่างเล็กของคาซึยะโบกมืออยู่หวอยๆ
เฮ้...คาซึยะ.ะ...ฉันมาแล้ว..ว...ว.. โทโมะตะโกนตอบ วิ่งเหยาะๆ ขึ้นบันไดไปอย่างคล่องแคล่ว
ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องรีบถึงขนาดนี้
โทโมะวิ่งมาถึงบันไดขั้นบนสุดแล้วก็ต้องรีบเบรกเมื่อคาซึยะก็วิ่งมาหาเขาเหมือนกัน
ต่างคนต่างเบรก ทั้งสองหนุ่มหัวเราะเมื่อเผชิญหน้ากันที่บนสุดของขั้นบันได
หายากมั้ยครับบ้านของผม? คาซึยะถาม จูงมือโทโมะขึ้นมายืนระดับเดียวกัน แล้วเขาก็สอดส่ายสายตาหาอีกหนุ่มหนึ่งที่คาดว่าจะมาด้วย
จินล่ะ? เขาหันมาถามร่างบางที่ยืนทำหน้าเมื่อยอยู่ตรงหน้า
คุณโทโมะ จินไม่ได้....
มาไม่ได้หรอกรายนั้น... โทโมะส่ายหน้า
ทำไมล่ะครับ?
เขาไม่ได้กลับโตเกียวตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ....เอ้อ... โทโมะมองหน้ามองหลังแล้วก็เอนหน้ามากระซิบเสียงแผ่ว
ยัยนานะมาหาที่รีสอร์ท จินเขาออกไปด้วยกันแล้วก็โทรฯ มาบอกว่าให้กลับโตเกียวไปก่อน
ฉันไม่รู้ว่าเขาจะโทรฯ บอกจุนโนะหรือยัง แต่ว่าเท่าที่เห็น ถ้าจะยัง
เฮ้อ.......ให้ตายเด่ะ เจ้าหมอนี่ คาซึยะสบถออกมา นึกสงสารจุนโนะจับใจ ...ผิดหวังอีกแล้วเพื่อน...
จุนโนะล่ะ? โทโมะเดินตามแรงฉุดของคาซึยะมานั่งริมระเบียงหน้าระแนงต้นไม้ เขาชะเง้อเข้าไปภายในห้องที่จัดไว้อย่างสะอาดสะอ้าน
ได้ยินเสียงจานชามกระทบกัน นั่นแสดงว่าจุนโนะกำลังทำอาหารอยู่ข้างใน
จุนโนะน่ะเขารอจินอย่างแรงเลยล่ะ เมื่อคืนก็นอนยิ้มทั้งคืน เช้ามาก็ร่าเริง แต่นี่เจ้าหมอนั่นเล่นเบี้ยวแบบนี้
จุนโนะจะผิดหวังแค่ไหนล่ะ...ทำไมจินเป็นคนแบบนี้ไปได้นะ... คาซึยะทำหน้ามุ่ย คิ้วขมวดแทบจะติดกันอันเป็นกริยาที่โทโมะเห็นจนชินแล้ว
แต่ระยะนี้ห่างกันไปบ้างเพราะเวลาไม่ตรงกัน มาเห็นอีกครั้ง หนุ่มน้อยคาซึยะก็ทำคิ้วผูกโบว์ได้น่ามองขึ้นกว่าเดิม
ฉันเองก็เตือนเขาแล้ว รายนั้นน่ะเขาชอบนานะเอามากๆ เป็นผู้หญิงคนแรกที่เขาคบด้วย
พอฝ่ายนั้นมาขอคืนดีเข้าหน่อย หมอนั่นก็รีบแจ้นไปกับเขาทันที ทิ้งทุกอย่างเอาไว้เลย
ผมขอดักตีหัวซะทีดีมั้ยเนี่ย
อนุญาตเลยคาซึยะ... โทโมะปิดปากหัวเราะคิก และมองเลยเข้าไปด้านใน ทำมือทำไม้ถึงจุนโนะ
ทำอาหารอยู่น่ะซิ เขาบอกว่าถ้าพวกคุณมาจะได้ชวนไปปิคนิกใต้ต้นปาล์ม
เฮ้อ...สงสารว่ะ โทโมะถอนหายใจเฮือก...ทำตาเศร้าๆ ดวงตากลมโตหลุบตาลงมองมือของตัวเอง
สีหน้าที่ก้มต่ำนั้น คาซึยะเห็นว่ามันน่ามองเอามากๆ นี่ไม่ได้เห็นเพียงไม่กี่เดือน
ดูคุณหนูลูกยากุซ่าจะผุดผาดขึ้น เนื้อตัวเนียนละเอียดเพราะผิวพรรณที่ได้รับการบ่มให้ออกมาดูมีราศีนั่นเอง
คุณ...
หือ? ร่างบางเงยหน้าขึ้นเมื่อคาซึยะจับบ่าของเขาเอาไว้
มีอะไรเหรอ คาซึยะ?
คุณ...เอ้อ....ดูดีจัง
เห??? เห?? นี่นายชมฉันหรือเนี่ย....โอย.... โทโมะจับหัวใจของตัวเอง ไม่ได้แสร้งทำหรอก
แต่มันกำลังเต้นโครมครามจริงๆ ก็เมื่อประสานตากับเจ้าหล่อบอดี้การ์ดหน้าเข้มนั่นเข้า
ทำไมหัวใจมันเต้นระรัวได้ขนาดนี้นะ
และก็คงไม่รู้ตัวหรอกว่า ผิวแก้มของตัวเองมันระเรื่อขึ้นมาเห็นๆ จับตาจับใจคนมองเหลือเกิน
แต่คาซึยะเห็นได้อย่างชัดเจน รู้เลยว่าโทโมะของเขานั้นกำลังเขินต่อคำชมของเขา
จะว่าฉันหล่อขึ้นหรือไง คาซึยะ?
เปล่า....แต่น่ารักขึ้นน่ะฮะ...
หวา.... โทโมะหัวเราะแล้วก้มหน้างุด มือแตะที่ดอกไม้สีม่วง ที่เริ่มจะหุบกลีบเพราะสายจัดมากแล้ว
ดวงหน้าหวานเงยขึ้นดูหน้าคาซึยะ แล้วก็เห็นรอยยิ้มจากดวงตาดำคมนั้น เขาหัวเราะแล้วก็ตีไหล่แข็งแกร่งนั้นเบาๆ
นายเองก็...หละ....หล่อขึ้นนะ
********************************
จุนโนะได้ยินเสียงรถมาจอด และเสียงตะโกนเรียกชื่อโทโมะอยู่ด้านนอกแล้วล่ะ เขายิ้มแก้มปริเมื่อรู้ว่าพวกนั้นมากันแล้ว
หัวใจเต้นโครมครามโดยไม่ทราบสาเหตุ ...จินคงจะมาแล้วซินะ
เขายกมือขึ้นลูบแก้มตัวเอง รู้สึกถึงความร้อนฉ่าใต้ผิวแก้มได้ดีทีเดียว นึกแปลกใจตัวเองว่า
กะอีแค่เพื่อนรักมาเยี่ยมทำไมต้องดีใจขนาดนี้ด้วย
เด็กหนุ่มเตรียมอาหารมื้อกลางวันอย่างเป็นสุข รอเวลาที่จินจะแอบย่องมาด้านหลังอย่างที่เคยทำเวลาอยู่ด้วยกันในห้องเช่าเล็กๆ
เมื่อก่อนนี้ ...แต่ว่า...เขาได้ยินเสียงคุยกันแว่วๆ อยู่ด้านติดระเบียง เสียงโทโมะกับคาซึยะ
แต่จับใจความอะไรไม่ได้....
ทำไมจินถึงยังไม่เข้ามาหาเขาเสียทีนะ หรือว่าจะรอให้เขาออกไปหา...
ได้สิ ...อาหารที่เตรียมไว้พร้อมแล้ว เขาหยิบมันใส่ตะกร้าปิคนิค เหลียวหาผ้าใบสำหรับปูนั่งแล้วก็จานกระดาษเป็นอันเสร็จ
คราวนี้เขาจะได้พบกับจินซะที...
จุนโนะเดินยิ้มออกไปนอกห้อง เขาเห็นโทโมะกำลังหยอกกับคาซึยะที่รั้วไม้ระแนง แต่ก็เห็นแค่สองคนเท่านั้นเอง....
สวัสดีฮะ คุณโทโมะจุนโนะยิ้มร่า พลางเหลียวหาใครอีกคนหนึ่งที่น่าจะอยู่ด้วย แต่จินอาจจะลงไปเดินเล่น
ดูบ้านพักอยู่ข้างล่างละมัง
หวัดดีจุนโนะ...ไม่เห็นไม่เท่าไร ดูเป็นหนุ่มขึ้นนะเนี่ย...ไหน..ไหน..ดูเด๊ะ...อืมมม...จุนโนะน่ารักจังเลย...
โทโมะเดินมาโอบบ่าจุนโนะเอาไว้ จุนโนะพึมพำขอบคุณแล้วก็กระซิบถามว่า
จินล่ะฮะ?
โทโมะอึ้ง... แล้วก็อ้อมแอ้มบอกว่า
จินฝากขอโทษมาด้วย เขามาไม่ได้...
จุนโนะตัวแข็งทื่อ...ใจหล่นหายวูบ เกือบจะทิ้งตะกร้าลงกับพื้น จนโทโมะต้องฉวยตะกร้าปิคนิกมาถือไว้เอง
โทโมะเห็นใจ เมื่อเห็นสีหน้าสลดลงอย่างเห็นได้ชัดของจุนโนะสุเกะ...ริมฝีปากบางซีดเผือด
เม้มกันแน่นสนิท แต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น จุนโนะก็พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
เขาไม่ว่างซินะฮะ?
จินมีธุระยุ่งน่ะ เขาเลยต้องไปทำก่อน เอ้อ...ไม่แน่นะ บางทีถ้าทันเขาอาจจะแวะมาก็ได้
ไม่เป็นไรหรอก คุณโทโมะมาก็ดีแล้ว...จะได้กลับไปเล่าให้จินฟังไง พยายามทำเสียงร่าเริงเข้าไว้
เพราะยังไงซะ จินก็ไม่มาอยู่ดี จะเศร้าให้อีกสองคนกังวลไปกับเขาทำไมกัน
โทโมะคว้ากล้องดิจิตอลอันเล็กมาถือไว้ แล้วบอกว่า
ฉันไม่เล่าให้เขาฟังอย่างเดียวนะ แต่จะถ่ายรูปให้จินมันดูด้วย และจะย้ำให้มันได้รู้เอาไว้ว่า
น่าเสียดายแค่ไหนที่ไม่ได้มาในวันนี้
****************************
จุนโนะดูเหตุการณ์ที่นั่งปิคนิคกันใต้ต้นปาล์มแล้วก็อดใจหายไม่ได้ ถ้าจินมาอยู่ด้วยก็ดีน่ะซิ
เพราะเขาเห็นโทโมะหยอกเอินกับคาซึยะแล้วก็อดอิจฉาเล็กๆ ไม่ได้ โทโมะคนน่ารักยิ้มแย้มกับคาซึยะอย่างไม่ถือตัวเหมือนก่อน
ดูเข้ากันได้ดีทีเดียวล่ะ และสิ่งหนึ่งที่จุนโนะมองแล้วอดชื่นชมไม่ได้นั่นก็คือ
...สองคนนี้เหมาะกันมากนั่นเอง
ความจริงเขาไม่น่ามาอยู่เป็นก้างขวางคอคนทั้งคู่เลย...
ร่างโปร่งลุกขึ้นยืน เขาแกล้งบิดขี้เกียจไปมา แล้วก็บอกกับสองหนุ่มนั่นว่า
เมื่อยอ่ะ...ขอไปเดินเล่นสักครู่หนึ่งนะ
เอาแซนด์วิชติดมือไปด้วยซิจุนโนะ ไม่เห็นนายกินอะไรเลย คาซึยะยื่นห่อพลาสติกส่งให้
แต่จุนโนะกลับคว้าเอาแอปเปิ้ลติดมือไปด้วย
ไปล่ะ
เฮ้อ.......... โทโมะระบายลมหายใจออกมายาวเหยียด จนคาซึยะมองแล้วก็ส่ายหน้า
ดีนะที่คุณไม่ได้บอกว่าจินไปหายัยนานะนั่น
ใครจะบอกล่ะ แค่นี้จุนโนะก็หน้าเสียแล้วล่ะ....
หวังว่าจินคงจะไปได้ดีกับนานะคนนั้นล่ะ ขออย่าให้ซมซานมาหลบเลียแผลใจที่นี่เชียว
คาซึยะพูดอย่างเข่นเขี้ยว
สงสารจุนโนะ...ฉันว่าเขาต้องแอบไปร้องไห้ริมเขื่อนแน่เลย โทโมะว่า แล้วเริ่มล้มตัวลงนอน
แต่ก็ยึดเข่าของคาซึยะไว้มั่น
หาววว...ง่วงชะมัดเลย...
นี่คุณ จะนอนหนุนตักผมง่ะเหรอ...เมื่อยนะ คาซึยะจะชักเข่าหนีแต่เจ้านายคนสวยกลับยื้อเอาไว้
แล้วรีบวางศีรษะตัวเองลงหนุนตักไว้ทันที
นายจะไม่ให้คนเพลียนอนหลับมั่งเหรอ?
เฮ้อ...คุณนี่...... คาซึยะก้มมองใบหน้าที่แนบกับตักของเขา เห็นขนตายาวปิดสนิททาบกับผิวแก้มใสจนเห็นเส้นเลือดจางๆ
แสงแดดที่ลอดใต้ร่มเงาของใบปาล์มส่องลงมานั้น ทำให้ใบหน้าที่คาซึยะเห็นดูงดงามขึ้นอีก
แก้มเนียนนั้นดูนุ่มละมุนจนเขานึกอยากจะไล้นิ้วเหนือผิวแก้มนั้นจริงๆ
มืออุ่นจัดของคาซึยะถูกยกขึ้นมาทีละนิด จนปลายนิ้วแทบจะแตะกับผิวอ่อนเยาว์นั้นแล้ว
แต่เขาก็ต้องสะดุ้งเมื่อจู่ๆ โทโมะก็โพล่งออกมาว่า
นี่คาซึยะ...
หา?...เอ่อ...ว่าไงครับ? มือของคาซึยะร่วงผลอยลงข้างกาย เขากำมือข้างนั้นไว้แน่น
ได้แต่มองคนหน้าหวานที่พูดโดยไม่ยอมลืมตา
ถ้าวงของฉันได้ออกทัวร์คอนเสิร์ตนะ ฉันจะเข้าไปพบกับพ่อของพี่ยู จะขอให้กลุ่มของพวกนายมาเต้นแดนเซอร์ให้ฉัน
นายว่าดีมั้ย?
ดีอย่างยิ่งเชียวล่ะครับ
อื้อ...ฉันก็ว่าดี
แล้วนากามารุซังจะยอมเร้อ?
ต้องยอม...เพราะฉันจะเป็นขอร้องพ่อของเขาเอง คราวนี้ล่ะกี่สิบพี่ยูก็ต้านฉันไม่ได้หรอก...
โทโมะพูดด้วยเสียงดังฟังชัด จากนั้นดวงตากลมโตก็ลืมขึ้น และควานหามือของคาซึยะมาวางไว้บนอกของตัวเอง
เวลาไม่กี่เดือนมานี่...ฉันคิดว่าฉันคิดถึงนายมากๆ เลยนะ...
ขอบคุณครับ ผมเองก็...คิดถึงคุณเหมือนกัน ไม่มีคนมาวีนใส่นี่ก็เหงาเหมือนกันน้า
คาซึยะทำเสียงล้อเลียน มือที่วางอยู่บนอกของโทโมะนั้น ทิ้งน้ำหนักลงจนคนที่นอนหนุนตักเขารู้สึกได้
โทโมะจึงประสานนิ้วมือของพวกเขาเข้าด้วยกัน
นาย...นายเลิกเป็นบอดี้การ์ดของฉันเหอะ...เรามาเป็นเพื่อนกันดีกว่า ทุกอย่างเราเสมอภาคกันดีมั้ย?
เอ๋?? คาซึยะเลิกคิ้วสูง จนโทโมะหัวเราะ และชูแขนขึ้นวางนิ้วบนหัวคิ้วมุ่นนั้น
เลิกขมวดคิ้วใส่ฉันได้แล้ว
ครับ...คุณโทโมะ
ในเมื่อเราเป็นเพื่อนกัน เพราะงั้นห้ามเรียกคุณ...เด็ดขาด
คร้าบบ...โทโมะ
อืมม..ใช้ได้... ว่าแล้วโทโมะก็ปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง คราวนี้ไม่ยอมปล่อยมือคาซึยะให้เป็นอิสระด้วย
ยังคงกุมมือนั้นไว้เหนือทรวงอกของตัวเอง พร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆ ประดับบนใบหน้าให้คนที่ก้มลงมอง
มองเพลินไปอีก
***********************
จุนโนะเดินมาจนถึงสันเขื่อน เขามองนกนางนวลพากันบินโฉบหาอาหารในผิวน้ำทะเล มองก็มองไปแบบนั้น
แต่ในใจไม่ได้สนใจในพวกนกเหล่านั้นเลยสักนิด เขาเท้าศอกกับขอบกำแพงที่กั้นพื้นดินกับน้ำทะเลนั้น
แนบใบหน้ากับมือที่ประสานกันใต้คาง
ป่านนี้จินคงจะทำธุระยังไม่เสร็จซินะ ถึงพลาดนัดในครั้งนี้ได้ ถึงจะนึกเสียใจบ้างแต่ก็ยังพอมีความหวังที่ว่า
เดี๋ยวจินอาจจะบึ่งรถมาก็ได้
..........Tu....ru....ru.......
เสียงเรียกเข้าจากมือถือดังขึ้น จุนโนะสะดุ้งเล็กน้อยแล้วก็ต้องยิ้มร่าเพราะเพลงในริงโทนนั้นเป็นเบอร์จากจิน
ซึ่งไม่ค่อยจะได้ยินนักในระยะหลังมานี้
จิ้นนน... จุนโนะกรอกเสียงลงไป ได้ยินเสียงปลายสายแว่วมาค่อยๆ ฟังไม่ชัดนักเพราะเสียงคลื่นจากทะเลมันกลบจนต้องเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ
ขอโทษจริงๆ นะจุนโนะ วันนี้ฉันคงไปหาไม่ได้
ไม่ได้ทั้งวันเลยเหรอ? จินอยู่ไหนง่ะ?
อยู่ที่โยโกฮาม่า เสียงจินตอบกลับมา จุนโนะได้ยินเสียงคลื่นจากทางฝั่งของจินด้วยเช่นกัน
ก็ใกล้ๆ แค่นี้เอง...อยากเจอจินนะ...มาเหอะ...อยากเจอ... จุนโนะอ้อนวอน
จะพยายามก็แล้วกัน แต่ว่าจุนโนะไม่ต้องรอนะ
จะรอ...เค้าจะรอ...เอ้อ...ทำไมคุณโทโมะไม่มีงานอย่างจินล่ะ อยู่วงเดียวกันทำไมไม่ได้ทำงานเดียวกันเหรอ?
ทีเขายังมาได้เลย
เสียงของจินเงียบไปพักหนึ่ง แล้วก็บอกมาด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะว่า
ฉันไม่ได้มาทำงานหรอก ฉันมาส่งนานะออกทัวร์น่ะ
จินบอกออกมาตรงๆ แต่นั่นก็เหมือนกับเป็นคำพูดที่เชือดหัวใจคนฟังให้บาดเจ็บได้
จุนโนะตัวแข็ง...จินอยู่กับนานะนั่นเอง...ไหนว่าเลิกคบกันไปแล้วไง....
จินควงกับสาวอื่นต่อจากนานะ จุนโนะยังไม่เคยกังวลเลย เขาคิดว่าผู้หญิงที่จินคบด้วยคนแรกคนนี้
ดูถ้าจะมีอิทธิพลต่อหัวใจของจินมากเกินหญิงใดๆ
แล้วนี่จินกลับไปคืนดีกับนานะอีกงั้นหรือ....
จุนโนะ..ะ..ะ..ทำไมเงียบไปล่ะ จินถามเสียงดังแข่งกับเสียงจากด้านนอก
จิน......จิน...กลับไปคบกับคุณนานะอีกแล้วเหรอ? เด็กหนุ่มถามออกมาตรงๆ
ลำตัวบางรูดลงไปกองกับริมทางเท้า แผ่นหลังพิงผนังเขื่อนไว้ แข้งขาพาลสั่นเอาดื้อๆ
เมื่อได้ยินอีกฝ่ายหนึ่งหัวเราะเขินๆ แล้วบอกว่า
เขามาขอคืนดีด้วยน่ะ...จุนโนะคงไม่ว่าน้า...เอาไว้ถ้าฉันกลับจากโยโกฮาม่าแล้วจะรีบไปหาทันทีเลย
อยากเห็นบ้านใหม่ของนายด้วย...แค่นี้ก่อนนะ นานะกวักมือเรียกแล้ว บ๋ายบาย...เด็กน้อย...อื้อ...จริงสิ
นายเอาเจ้ามิมิมาอยู่ด้วยหรือเปล่าจุนโนะ?
อือ...เอามาซิ...ก็มันเป็นเพื่อนที่ฉันเหลืออยู่นี่นะ เสียงจุนโนะสั่นเล็กน้อย
แม้จะพยายามฝืนให้มันฟังดูปกติก็ตาม
อย่าพูดแบบนั้นซิ เมื่อกี้ฉันผ่านร้านขายพวกสตัฟฟ์ ฉันซื้อลูกหมีตัวใหม่ให้นายแล้วน้า
แล้วจะเอาไปให้นะ หวัดดีล่ะ จุนโนะ... เสียงปลายสายเงียบไปแล้ว จินไม่รอให้เขาตอบรับเสียด้วยซ้ำ
จินก็ยังเหมือนเดิม เห็นเขาเป็นแค่เพื่อนเท่านั้น...
น้ำตาอุ่นจัดเอ่อมาบดบังทัศนียภาพจนไม่อาจเห็นอะไรได้อีกต่อไปนอกจากความพร่าเลือน จุนโนะกอดมือถือไว้แนบอก และในทันทีที่น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงสู่แก้มบาง เขาถึงตระหนักตัวเองเดี๋ยวนี้เองว่า
.....เขาไม่ได้รักอะกานิชิ จินฐานเพื่อนเลยสักนิด.....
ความปวดร้าวในหัวอกที่กำลังเป็นอยู่นี้ บอกสติโง่ๆ ของเขาว่า
....ความรักที่เกินเลยในทำนองรักใคร่นั่นต่างหากล่ะที่เขากำลังรู้สึกกับจิน แม้ยามเด็กมันอาจจะยังไม่เด่นชัดนัก แต่เวลานี้เขารู้สึกถึงมันได้ดี ความเจ็บปวดที่หัวใจ นั่นต่างหากล่ะที่บ่งบอกความสูญเสีย....ความรู้สึกอันแตกร้าวที่หลงรักจินนั้นมันกำลังถาโถมให้เขาต้องปล่อยน้ำตาแห่งความเสียใจออกมาที่ตรงนั้นเอง.....
...ไม่มีใครเลยที่จะเห็นร่างบางที่กำลังนั่งคุดคู้กอดเข่า ...แนบหน้านองน้ำตาซบท่อนแขนนั้น เสียงสะอื้นไห้ไม่ได้เล็ดรอดให้ใครได้ยิน เพราะมีแต่เสียงน้ำทะเลและนกร้องอยู่เหนือศีรษะ...จุนโนะปล่อยให้น้ำตาไหลนองหน้า เขาไม่คิดที่จะเช็ดมันออก เพราะยิ่งเช็ดมันก็ยิ่งไหลออกมา ... ....ถ้าร้องไห้แล้วความเจ็บปวดมันมลายหายไปก็ดีน่ะซินะ...แต่ยิ่งร้องมันก็ยิ่งเจ็บปวดที่หัวใจเหลือเกิน......
**********************
to be con