
Show Me Your LOVE
Vol 5
***************************
ตกดึกของคืนนั้น จินนอนพลิกตัวกระสับกระส่ายเพราะไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ เขากังวลในจิตใจเหลือเกินในเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่เคยมีครั้งใดที่เขาจะกระอักกระอ่วนใจได้มากเท่าที่เป็นอยู่เวลานี้ ...จุนโนะนอนหลับปุ๋ยสบายไปแล้ว ร่างโปร่งบางนอนหันหลังให้เขา ในอ้อมแขนมีเจ้าหมีเก่าแสนเก่า มิมิ กอดอยู่เหมือนเช่นทุกคืน ลมหายใจสม่ำเสมอได้บอกให้รู้ว่าเพื่อนรุ่นน้องคนที่สนิทชิดเชื้อที่สุดได้หลับอย่างสบายเพราะไม่มีเรื่องใดๆ มารบกวนจิตใจ แต่จินนี่ซิ ...
เฮ้อ....... เขาเผลอตัวถอนหายใจออกมาอย่างดังท่ามกลางความมืด ร่างสูงนอนหันตะแคงไปทางจุนโนะ
และเมื่อร่างบางพลิกกายหันหน้ามาหา เขาถึงได้รู้ว่าจุนโนะได้งัวเงียตื่นขึ้นมาตอนที่เขาร้องเฮ้อออกมา
นอนไม่หลับหรือจิน? จุนโนะถามพลางอ้าปากหาว จินตอบรับในลำคอ เมื่อนั้นแหล่ะที่จุนโนะจึงขยับเข้ามาใกล้เขาอีกนิด
ตบแหมะลงที่ข้างกาย
ขยับมานอนใกล้กันซิ จะได้หลับสบาย เสียงกล่าวอย่างเอื้อเฟื้อนั้นทำให้จินใจหาย
การนอนหลับร่วมเรียงเคียงหมอนกันนั้นทำให้ทั้งสองฝ่ายต่างติดนิสัยนี้กันแล้ว
.......แต่หลังจากนี้ล่ะ....
จินไม่อยากจะคิดเลย.....
เขาเอื้อมแขนออกไปหาร่างบาง สัมผัสอ่อนโยนที่ปลายนิ้วมือคือมือของจุนโนะที่ยื่นมาหาเขาเช่นกัน
จุนโนะ.... จินครางออกมา จากนั้นร่างสูงก็คว้าร่างบางมากอดแน่น เขาซุกหน้ากับเรือนผมหอมกรุ่นของเพื่อนตัวน้อย
จุนโนะรู้สึกตกใจที่จินกอดเขาแน่นมากกว่าทุกคืน
จินฝันร้ายเหรอ? จุนโนะถามอู้อี้ เขาไม่อาจเงยหน้าขึ้นได้เพราะจินกดท้ายทอยของเขาเอาไว้
และจุนโนะคงรู้สึกอึดอัดเพราะออกแรงดิ้นเล็กน้อย จินจึงคลายวงแขนออก
ขอโทษนะจุนจัง ฉันกอดนายแรงไปหน่อย หลับกันเถอะ
ราตรีสวัสดิ์จิน
ขอกอดนายแบบนี้ทั้งคืนนะ จินขอร้อง จุนโนะจึงพยักหน้าอนุญาตพลางบอกว่า
นายก็กอดฉันอยู่ทุกวันแล้วนี่นะ
ฉันคงนอนไม่มีวันหลับถ้าไม่ได้กอดนาย
ฉันก็เหมือนกัน จินครางออกมา
จุนโนะร้องฮื่อในลำคอ และซุกหน้ากับอกอุ่นของจิน หลับตาลงโดยที่มือยังถูกจินกุมเอาไว้มั่น
หลับฝันดีเถอะนะเด็กน้อย... จินพึมพำและซบศีรษะกับเรือนผมสลวยของจุนโนะ
อีกหน่อยจุนโนะต้องนอนคนเดียวแล้วนี่นะ....จินยังนึกสภาพไม่ออกเลยว่าเขาทั้งคู่จะผ่านค่ำคืนอันแสนทรมานเหล่านั้นได้อย่างไร
********************
นายเก็บของหรือยังจิน? โทโมะถามขึ้นเป็นประโยคแรกที่เห็นจินเดินเข้ามาในห้องซ้อมในเช้าวันรุ่งขึ้น
ร่างสูงเหวี่ยงเป้ลงตรงมุมห้อง และทรุดตัวลงนอนเหยียดขา พลางถอนหายใจ
ยังเลย.....ฉันว่าจะไปพูดกับโดโมโตะซังว่าขออยู่ที่เดิมได้มั้ย เพราะก็ใกล้ที่ทำงานอยู่แล้ว
จินพูดถึงโดโมโตะที่กำลังจะได้เป็นผู้จัดการของพวกเขา
จะได้เร้อ? โทโมะย่นจมูกใส่ เห็นจินทำหน้าเซ็งก็เห็นใจ เพราะเขาเองก็ไม่อยากให้จินแยกห่างจากจุนโนะเลย
อยากให้ชิดกันมากๆ ก็จะดี แต่จินถามว่า
นายเห็นเขามาหรือยัง?
มาแล้ว ...ลองพูดดูซิ ฉันเอาใจช่วยนะจิน
ขอบใจ จินไปตามหาว่าที่ผู้จัดการ ก็พบว่ากำลังอยู่ในห้องพักผ่อน และที่นั่นก็มียูอิจิและว่าที่ผู้จัดการคนอื่นๆ
กำลังทานกาแฟอยู่ด้วย
.....จินสูดลมหายใจลึก รีรออยู่หน้าประตูชั่วครู่ก็พยักหน้ากับตัวเอง เป็นไงเป็นกัน
เขาจะลองขอร้องดู...
เด็กหนุ่มเดินเข้าไปในห้องนั้น และภาวนาขอให้บุคคลทั้งหมดที่อยู่ในห้องอารมณ์ดีทีเถิด
*****************************
จินไปไหนวะ? เรียวถามโทโมะเมื่อเห็นว่าจวนได้เวลาซ้อมแล้ว แต่จินก็ยังไม่ได้กลับเข้ามาในห้อง
โทโมะทำหน้ามุ่ยแล้วบุ้ยหน้าไปทางห้องแคนทีน
ไปหาอะไรกินมั้ง ฉันว่านายอย่าเพิ่งไปยุ่งกับเขาจะดีกว่า ตอนนี้จินอารมณ์ไม่ดีว่ะ
เป็นไรง่ะ?
บิ๊กบอสไม่อนุญาตให้เขาอยู่ที่อื่นนอกจากที่ที่บริษัทจัดให้ เขาก็เลยไม่สบอารมณ์
แล้วนายล่ะ ป๊ะป๋ายอมให้มาอยู่หรือเปล่า? เรียวถาม ตอนนี้รู้ดีถึงฐานะของโทโมะแล้ว
ร่างเล็กพยักหน้าแล้วยิ้มให้
ไม่ยอมก็ต้องยอม เพราะพ่อฉันเห็นว่ามีระบบรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยม ก็เลยโอเค
งั้นนายก็ไม่ต้องใช้บอดี้การ์ดตัวเล็กอย่างคาซึยะแล้วซิ
โอ๊ย...รายนั้นน่ะเรอะ คงอยากมารักษาความปลอดภัยให้ฉันจนตัวสั่นหรอกมั้ง...เชอะ...ไม่เห็นง้อเลย
จะลาออกจากการเป็นแดนเซอร์ฉันก็ไม่สนร้อก โทโมะยักไหล่อย่างไม่แคร์ เพราะรู้ว่าคาซึยะคงจะดีใจแค่ไหนถ้าทราบว่าเขาจะต้องย้ายออกมาอยู่รวมกับเพื่อนคนอื่น
เรียวหัวเราะออกมา พลางนึกถึงหน้าตาอันบึ้งตึงของหนุ่มน้อยที่มีวัยไล่เรี่ยกัน
แล้วนายบอกเขาหรือยังโทโมะ?
ยัง...ว่าจะบอกเย็นนี้แหล่ะ
โทโมะพูดได้แค่นั้นก็ต้องลุกขึ้นยืนเพราะเห็นจินเดินหน้ามุ่ยกลับเข้ามาแล้ว
ไปซ้อมกันเหอะเรียว เขาชวนเพื่อน และเดินไปสมทบกับจินที่ยืนเคว้งอยู่กลางห้อง
และจากนั้นการฝึกร้องเพลงก็เริ่มขึ้นพร้อมกับเสียงเพลงที่จินต้องกลั้นใจร้อง และพยายามลืมเรื่องขุ่นหมองทั้งหมด
........
นายคงอยากรู้ใช่มั้ยว่า ใครเป็นคนที่คอยคัดค้านตอนที่ฉันไปพูดขอร้อง จินถามโทโมะขณะเก็บของลงกระเป๋าเป้หลังเลิกซ้อม
พี่ยูใช่ป๊ะ?
โทโมะเอ่ยชื่อนั้นออกมาอย่างถูกต้อง และนั่นก็ทำให้จินแค้นเคืองจริงๆ ไม่รู้ว่ายูอิจิจะเป็นคนคิดให้พวกเด็กๆ
มาอยู่รวมกันในสถานที่เดียวกันหรือเปล่า เพราะหลังจากยูอิจิกลับจากไปสัมมนานอกสถานที่
ก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทันที
พี่ยูนั่นแหล่ะชัวร์ โทโมะยืนยัน ปากอวบอิ่มยื่นอย่างเยาะหยัน นึกเดาได้ทันทีว่าเพราะอะไร
ร่างบางจึงยื่นหน้ามาป้องปากที่ริมหูจิน
ระวังจุนจังของนายให้ดีเหอะ ระวังจะโดนหัวงูงาบ...บ...บ...
บ้าน่าโทโมะ
ก็จริงนี่หว่า ทำไมนายไม่งาบจุนโนะซะเองล่ะจิน โทโมะอดแนะไม่ได้ และก็โดนจินขึงตาใส่เหมือนเช่นเคย
จนทำให้อดนึกไม่ได้ว่า...จุนโนะสุเกะยังไม่โตพอที่จินจะหันมาสนใจหรือไงกันนะ ทีพี่ยูของเขายังแสดงท่าทีแสดงความสนใจจุนโนะออกมาจนออกนอกหน้าเลยนี่นา...
*****************
จินเดินมาพบจุนโนะซึ่งกำลังจะเดินขึ้นไปหาเขาที่บันไดพอดี ร่างบางหยุดชะงักขาเมื่อเกือบชนกับจิน
จุนโนะ...
เห็นจินลงมาช้า ก็เลยจะขึ้นมาตาม ...กลับกันเหอะ จุนโนะพยักหน้าให้จิน ดวงหน้าหวานที่เคยร่าเริงในวันนี้ทำไมซีดเซียวชอบกล
จุนโนะเดินไปรอจินที่ลิฟต์ ก้มหน้ามองปลายรองเท้าของตัวเอง ขณะรอให้ลิฟต์มาเขาก็ยืนแกว่งกระเป๋าเป้ในมือไปมา
พวงกุญแจตุ๊กตาสัตว์ที่เจ้าตัวห้อยเอาไว้หลายตัวกระทบกันดังกรุ๋งกริ๋งเมื่อจุนโนะขยับตัว
จินจึงจับมันเอาไว้ในอุ้งมือ ทำให้อีกฝ่ายหันมามอง
วันนี้นากามารุซังมาหาหรือเปล่า? จินถาม แต่จุนโนะส่ายหน้า ไม่ได้ตอบว่าอะไร
ทำไมวันนี้ถึงดูหดหู่จริงๆ สำหรับจินและจุนโนะ
ทั้งคู่เดินกลับบ้านท่ามกลางความเงียบ จินชวนจุนโนะหาอะไรกินข้างทาง ซึ่งฝ่ายนั้นก็พยักหน้ารับคำ
แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็กินข้าวแกงกะหรี่ไม่หมด เหลือตั้งครึ่ง
ทำไมไม่กินให้หมดล่ะจุนจัง ตัวยิ่งผอมๆ อยู่ จินผลักจานมาทางจุนโนะ
ไม่...ไม่ค่อยหิว
เหรอ...ฉันก็ไม่หิว จินผลักจานตัวเองออกห่าง ซึ่งมันก็เหลือตั้งครึ่งเหมือนกัน
กลับบ้านกันเถอะ จุนโนะชวนและหยิบกระเป๋าเงินออกมา
ให้ฉันจ่ายเอง จินเสนอ แต่จุนโนะไม่ยอม
ขอฉันเลี้ยงนายสักมื้อเถอะ จินเลี้ยงฉันทุกมื้อเลย ไม่เอาหรอก ให้ฉันออกเงินบ้าง
แต่.....
นะจินนะ.... ร่างบางฝืนยิ้มให้ จินคิดว่ามันเป็นรอยยิ้มที่เศร้าที่สุดเท่าที่เขาเคยได้รับจากหนุ่มน้อยคนนี้ทีเดียว
...................................
เมื่อกลับถึงห้องพักแล้ว ...กระเป๋าเป้สองใบก็ถูกเหวี่ยงลงบนเตียง โดยมีเจ้าของยืนนิ่งมองหน้ากันและกัน จากนั้นจุนโนะจึงหันมาคว้าเทดดี้แบร์ตัวโปรดมากอดแน่น ดวงตาเรียวรีเหลือบมองหน้าจินแล้วหลุบแพขนตาลง มือจับเสื้อผ้าของมิมิมาพลิกดูรอยดำๆ ด่างๆ นั้นไปมา
จินตัดสินใจได้แล้วในตอนนั้น ถึงเวลาแล้วซินะที่ต้องบอก......
เขาทรุดตัวลงนั่งข้างจุนโนะ แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยอะไรออกมา จุนโนะก็เงยหน้าขึ้นยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
ทำไมยังไม่เก็บของล่ะจิน?
จุนโนะ!! จินเบิกตากว้าง
ถ้อยคำนั้นของจุนโนะ......ทำให้เขาหน้าร้อนซู่
นายรู้? จินครางออกมา
ฮื่อ...รู้วันนี้แหล่ะ ทำไมจะไม่รู้ล่ะ ใครๆ เขาก็พูดกัน...ว่า...พวกนักร้องฝึกหัดจะย้ายไปอยู่รวมกันในคอนโดฯ
คาซึยะรู้ก็ดีใจใหญ่เลยล่ะ หน้างี้บานเชียว จุนโนะพูดไปก็หัวเราะออกมา แต่จินฟังดูแล้วมันเฝื่อนๆ
อย่างไรชอบกล
แต่ฉันไม่อยากย้ายนี่
ทำไมล่ะ ก็จินต้องไปอยู่กับพวกเขานี่นะ จะอยู่ที่นี่ได้ไง
จุนจังทำไมพูดแบบนั้นล่ะ เราต้องแยกจากกันเชียวนะ
ฮื่อ....แยกกัน.... เสียงจุนโนะเบาลง จากนั้นดวงหน้าที่ยิ้มเมื่อสักครู่ก็หุบยิ้ม
ฉันอยู่ได้ ไม่เป็นไรหรอก...ฉันโตแล้วนะ อยู่คนเดียวน่ะ สบายมาก
อ้าว..... จินอ้าปากค้าง จุนโนะดูเข้มแข็งกว่าที่เขาวิตกกังวล หรือว่าจุนโนะจะโตแล้วอย่างที่เจ้าตัวบอกจริงๆ
เพราะเขาเห็นว่าอีกฝ่ายยังเด็กอยู่เสมอหรือไงนะ
จินไม่ต้องห่วงนะ ถ้าว่างๆ จินก็มาค้างที่นี่บ้างก็ได้ เราไม่ได้จากกันไปไหนไกลซะหน่อย
ยังทำงานที่เดียวกัน จะแวะไปกินราเม็งก่อนกลับบ้านด้วยกันยังไหวเลย จุนโนะตบบ่าจินเบาๆ
ตอนนี้ก็เท่ากับว่าจุนโนะกำลังเป็นฝ่ายปลอบจินอย่างนั้นหรือ?
จากนั้นจุนโนะก็ลุกขึ้นยืนอย่างกระฉับกระเฉง
ฉันจะช่วยจินเก็บของน้า....จะเอาของไปหมดหรือเปล่าเอ่ย...จานชามคงไม่ต้องเอาไปหรอกนะ
เอาทิ้งไว้ให้ฉันใช้มั่ง แล้วก็ผ้าห่มของเราล่ะ ให้ฉันไว้ก็แล้วกัน...จินเอาไปแต่เสื้อผ้าก็พอ
ที่คอนโดฯ นั่นคงมีแต่ของสะดวกสบายให้ไว้ซินะ ร่างบางพูดไปก็หยิบโน่นหยิบนี่ที่เป็นของส่วนตัวของจินมาวางเรียงกันไว้บนเตียง
โดยที่คนที่ต้องเป็นคนย้ายออกกลับยืนเฉย มองการกระทำของจุนโนะอยู่
เวลาอยู่ที่โน่นแล้วต้องผลัดกันซักผ้าหรือเปล่า? จุนโนะหันมาถามยิ้มๆ แต่แววตาไม่ยักกะยิ้มด้วย
จินส่ายหน้าบอกว่า
ไม่รู้ซิ คงต้องซักของใครของมันมั้ง? จินเปิดกระเป๋าเดินทางที่เขาเอามาจากคานางาว่าออก
จุนโนะก็เลยหยิบของของจินใส่ลงไป
ร่างบางหันรีหันขวางมองหาเสื้อผ้าจิน
เดี๋ยวจะช่วยพับผ้าให้น้า...เมื่อวานเอาเก็บไปซัก...อ๊ะ...นี่ไง
พอเจอแล้วก็จับมาพับจนเรียบร้อย
มีเสื้อแล้วก็....กางเกงล่ะอยู่ไหน....? จุนโนะเหลียวหากางเกงของจินที่เขาซักเอาไว้เมื่อเช้า
จินกัดปากจนเจ็บ มองการกระทำของจุนโนะที่ดูๆ ยังไงก็รู้ว่าฝืนทำให้ร่าเริง ...เขาเดินรี่เข้ามารวบร่างจุนโนะมากอดจากทางด้านหลัง
มือซ้อนทับมือที่กำลังถือเสื้อผ้าของเขาอยู่ ดึงมันออกมาจากมือของจุนโนะและปาไปที่พื้น
อื้อ...จิน.... จุนโนะแหงะหน้ามามอง
อย่าฝืนทำเลยจุนจัง... จินพูดเสียงเครือ และนั่นก็ทำให้จุนโนะสะดุดก้อนสะอื้น
จากนั้นก็ปล่อยโฮออกมาอย่างที่ไม่อาจฝืนได้อีก
จุนโนะ!! จินน้ำตาซึม เมื่อจุนโนะผวาเข้ามาซุกอกเขา สองแขนโอบรัดแผ่นหลังของเขาไว้แน่น
จิน.....ฮือ.....ทำไมง่ะ....ทำไมต้องไปอยู่ที่อื่นด้วยง่ะ ...ฮือ....ฮึก... ร่างบางร้องไห้สะอึกสะอื้น
ทำนบน้ำตาที่กล้ำกลืนมานานไหลทะลักลงมาอาบแก้มจนเปียกชุ่มเสื้อของจินไปหมด และจุนโนะเองก็ได้รับรู้ถึงความเปียกชื้นที่ข้างขมับของเขาเช่นกัน
.....จินก็ร้องไห้......
และนั่นก็ยิ่งทำให้จุนโนะร้องไห้หนักขึ้น ร้องจนตัวโยน เจ็บคอไปหมด
เค้าจะไม่มีจินอยู่ใกล้แล้วเหรอ? ทำไมง่ะ...ฮึก.... ทำไมต้องเป็นเค้าด้วย....
จุนโนะ......... จินคราง สงสารร่างบางจับใจ ใบหน้าที่นองด้วยหยาดน้ำตาเกลือกกลิ้งไปมากับอก
เสียงร้องไห้นั้นดังก้องไปทั่วห้อง
จินกลืนน้ำลายลงคอ จุนโนะคงจะเก็บกักอารมณ์ที่ทรมานมาทั้งวันไม่อยู่แล้วซินะ ถึงแม้จะพยายามฝืนทำตัวเข้มแข็งอย่างไรก็ตาม แต่พอเอาเข้าจริงๆ เด็กก็คือเด็ก...ไม่อาจเก็บความรู้สึกเสียใจได้อีกต่อไป
จินจับร่างบางมานั่งที่เตียง ปล่อยให้ซบกับอกเขา จนนานทีเดียวกว่าจุนโนะจะหยุดร้องเหลือไว้แต่รอยสะอื้น
จินไม่ไปไม่ได้เหรอ? จุนโนะอ้อนวอน
ฉันไม่อยากไปหรอกนะ ไปขอร้องเขาแล้วแต่นากามารุซังให้เหตุผลว่า ในเมื่อคนอื่นเขาย้ายมาอยู่รวมกัน
ฉันเองก็ไม่ควรแหกคอก พวกเราต้องเป็นนักร้องคณะเดียวกัน ทางบริษัทก็เลยอยากให้สนิทสนมกันมากขึ้น
ก็เลย...... จินหยุดพูดเมื่อเห็นจุนโนะพยักหน้ารับรู้เรื่องนั้น เขาลูบผมของเพื่อนรักอย่างเห็นใจ
ทั้งๆ ที่รู้ว่า นากามารุมีความตั้งใจเลยทีเดียวที่จะจับเขาแยกจากจุนโนะ แต่จินก็ยังไม่ปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าผู้บริหารอย่างยูอิจิจะลงทุนทำถึงขั้นนั้น
นายอยู่คนเดียวแบบนี้ ฉันเป็นห่วงนะ
ไม่ต้องห่วง....ฮึก...ฉันอยู่ได้... จุนโนะยังสะอื้นอยู่ แม้จะน้อยลงแล้ว จินมองสภาพ
ฉันอยู่ได้ ของจุนโนะแล้วก็อยากร้องไห้อีกรอบ
จุนโนะชูหมีน้อยมิมิขึ้นมาให้จินดู
ฉันมีเจ้านี่....มิมิ...ก็อยู่ด้วย
โธ่จุนจัง....ไอ้นั่นน่ะมัน......เฮ้อ.....
เขามองดวงหน้าที่เปรอะไปด้วยคราบน้ำตานั้นแล้วก็ยิ้มเศร้าๆ สองมือประคองใบหน้าของจุนโนะขึ้น
ก้มลงบรรจงจุมพิตที่หน้าผากลาดมน
ฉันก็อยากเห็นนายเข้มแข็งขึ้น...สัญญานะว่าหากเกิดอะไรขึ้น ต้องบอกฉันเป็นคนแรกน่ะ
ฉันจะช่วยนายทุกอย่างเลยจุนจัง...
ฮื่อ.......
จุนโนะรับปากรับคำ จากนั้นทั้งสองหนุ่มก็ช่วยกันเก็บของของจินลงกระเป๋านจนกระทั่งเสร็จ
ก็เกือบดึกแล้ว จินจึงบอกให้จุนโนะไปนอน เขาเองจะคอยเก็บกวาดของรกๆ ให้
จุนโนะล้มตัวลงนอน ตาก็มองดูจินเดินเก็บโน่นเก็บนี่จนกระทั่งดวงตาเริ่มหรี่ปรือ จินเดินกลับไปกลับมาทั้งๆ ที่เก็บของรกเรียบร้อยแล้ว แต่เขาไม่อยากนอน ไม่อยากตื่นขึ้นมาในตอนเช้าวันรุ่งขึ้นเพื่อที่จะก้าวไปจากที่นี่พร้อมกับกระเป๋าเดินทาง เพื่อไปสู่ที่ใหม่ และเป็นที่ที่เขาต้องแยกจากจุนโนะ เพื่อนรักคนแรกคนนี้
.............................
ตกดึกจินสะดุ้งตื่นเมื่อเขาได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่ดังขึ้นใกล้ตัว นอนฟังอยู่ชั่วครู่จึงได้รู้ว่า เสียงนั้นดังมาจากร่างของจุนโนะที่นอนหันหลังให้เขานั่นเอง
.........เสียงเหมือนคนครางและพยายามกลั้นสะอื้นนั้นทำให้จินเผยอกายขึ้นมอง เห็นจุนโนะหลับตาแน่น
เอาชายผ้าห่มยัดใส่ปากตัวเองเพื่อกลั้นเสียงร้องไห้ไม่ให้ดัง แต่เมื่อไม่อาจกลั้นได้
จินจึงได้ยินอย่างชัดเจน
จุนจัง..... จินพลิกกายจุนโนะให้นอนหงาย ร่างผอมบางนอนสะอื้นจนตัวสั่น เห็นใบหน้าจินชะโงกมามองเขา
จุนโนะก็ยกมือกอดคอจิน ขอซุกตัวให้จินนอนกอดในอีกคืนหนึ่ง
จินอย่าลืมเค้านะ...ฮึก...อย่าทิ้งเค้านะ...ฮึก...ฮือ......
ไม่ทิ้ง...ฉันไม่มีวันทิ้งนายหรอก เชื่อใจฉันซิ
ฉันไม่เหลือใครเลยจริงๆ... จุนโนะปาดน้ำตาออก แต่มันก็ไหลออกมาเรื่อยๆ จนชุ่มหมอน
เหลือซิ จุนโนะมีฉัน...มีฉันตั้งคนแน่ะ
ฮื่อ.......จริงนะ...
ฮื่อ.... จินชูนิ้วก้อยให้ จุนโนะชูนิ้วขึ้นมาเกี่ยวกับจิน ใบหน้านองน้ำตานั้นถึงยิ้มได้อีกครั้ง
หลับซะคนดี...อยู่คนเดียวต้องไม่ขี้แยนะ ไม่งั้นฉันทิ้งจริงๆ ด้วย จินขู่และนั่นก็ทำให้จุนโนะรีบปาดน้ำตาทิ้งทันที
ปากก็งึมงำออกมาเบาๆ ว่า
ฉันก็ไม่อยากร้องหรอก แต่มัน....
ฉันเข้าใจ.....จุนจังนอนให้หลับเถอะ... จินปลอบ กอดร่างบางมารับขวัญ ลูบหลังไหล่จนจุนโนะคลายสะอื้น
จากนั้นแขนบอบบางจึงสอดเข้ากับแขนของจิน จุนโนะกอดแขนจินไว้ไม่ปล่อยแล้วบอกว่า
นอนล่ะ...จะพยายามนอนให้หลับนะ
**************************
ส่วนอีกด้านหนึ่ง โทโมะกำลังยืนกอดอกมองกระเป๋าเดินทางที่คนรับใช้มาเก็บให้ตั้งแต่เมื่อหัวค่ำแล้วก็ถอนหายใจ
นี่เขาต้องจากห้องอันแสนสุขเสียแล้วหรือ คิดๆ ดูก็ใจหาย ความจริงเรื่องอยากจะเป็นนักร้องน่ะมันเป็นผลพลอยได้
แต่เพราะอยากใกล้ชิดกับยูอิจิต่างหากล่ะที่ทำให้ก้าวมายืนอยู่ตรงจุดนี้ แต่พอมาตอนนี้
แม้ว่าจะไม่ได้รับความสนใจจากยูอิจิเท่าที่หวัง เขาเองกลับรู้สึกผูกพันกับอาชีพนี้มากขึ้น
.... ตอนนี้ก็ก้าวเข้าสู่การเป็นนักร้องอาชีพแม้จะยังไม่เต็มตัวนักแต่ก็ถึงขั้นทดลองฟอร์มวง
ถ้าไปได้ดี ทีมของเขาก็จะได้เดบิวต์ในอีกปีหน้าหรืออาจจะมากกว่านั้น
คาซึยะถูกตามเข้ามาพบในตอนดึกของวันนี้ ใบหน้าบูดบึ้งเพราะมีคนมาขุดเขาขึ้นจากที่นอนเพียงเพราะโทโมะต้องการพบเขาเท่านั้นเอง
ดูเหมือนจะยังไม่ตื่นดี โทโมะเปรยขึ้น แขนที่กอดอกคลายออกขณะมองหน้าบอดี้การ์ดรุ่นเล็กที่เขาแต่งตั้งตำแหน่งนี้ให้เอง
คาซึยะอ้าปากหาวและเอนหลังพิงขอบประตูแต่ยังไม่ได้ก้าวเข้ามาในห้อง
เข้ามาเด่ะ จะยืนคาประตูรึไง? เสียงเจ้าของห้องสั่ง และนั่นก็ทำให้คาซึยะขมวดคิ้วขณะเดินลากขาเข้ามาอีกสองสามก้าว
มีอะไรให้รับใช้ในยามวิกาล? คาซึยะถาม
ไม่มี...แต่อยากจะบอกว่า ฉันจะย้ายไปอยู่กับพวกเพื่อนๆ ที่คอนโดฯ ของบริษัทพรุ่งนี้
โทโมะเอ่ยเนิบๆ เขาเดินไปนั่งไขว่ห้างที่เตียง มองร่างเล็กที่ยืนกอดอกอยู่เบื้องหน้า
ผมรู้แล้ว
เพราะงั้นฉันจะมาบอกว่า นายไม่จำเป็นต้องเป็นแดนเซอร์แล้วก็ได้ เพราะเราต้องแยกกันอยู่
และไม่ได้ไปทำงานด้วยกันอีกแล้ว
ดีครับ...
นายเองก็ไม่อยากเป็นแดนเซอร์นี่เนอะ เพราะงั้นคงจะชอบใจล่ะซิ เสียงนั้นแฝงแววประชดประชัน
คาซึยะพยักหน้าและยิ้มให้เป็นครั้งแรกในวันนี้
ครับ...ชอบมาก...ก...ก...ก...ก
ชริ... เจ้านายเชิดหน้าขึ้น และยกมือขึ้นโบกให้คาซึยะกลับไปได้
บอกแค่นี้แหล่ะ ไงๆ พรุ่งนี้ก็ไปเขียนใบลาออกซะ
ครับ...กู๊ดไนท์คุณโทโมะ คาซึยะก้มหัวให้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ทำเอาโทโมะแอบย่นจมูกตามหลังไป คิดว่าคาซึยะคงจะดีใจมากมายทีเดียว เพราะตอนแรกก็โดนเขากับพ่อบังคับให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำอยู่แล้ว
ป่านนี้อาจะจะแอบกระโดดโลดเต้นกลับบ้านก็เป็นได้
ไม่เห็นจะง้อเลย...ตัวก็เล็ก จะมาช่วยอะไรฉันได้วะ โทโมะกระโดดขึ้นเตียง ล้มตัวลงนอน
เหยียดแขนเหยียดขาออกกว้างเต็มที่นอน ขอนอนเตียงคิงไซส์นี้เป็นวันสุดท้ายก็แล้วกัน
เพราะเขาเองก็ไม่เคยเห็นคอนโดฯ ที่จะไปอยู่เลยนี่นา อาจจะเล็กเท่ารูหนูก็ได้.....
***********************
เมื่อคาซึยะเข้ามาในห้องซ้อมเต้นในวันรุ่งขึ้น สิ่งแรกที่เขาพบคือ จุนโนะสุเกะนั่งเหยียดขาอยู่ริมผนังห้องแต่เพียงลำพัง
วันนี้จุนโนะมาแต่เช้า และมีใบหน้าที่หมองเศร้าและซีดเซียว เขาเห็นดวงตานั้นบวมเป่งเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
มาแต่เช้าเชียวจุนโนะ ฉันนึกว่าฉันมาเช้ากว่าใครแล้วเชียวนา... คาซึยะเอ่ยปากทักก่อน
ร่างโปร่งเพียงแต่พยักหน้าฝืนยิ้มให้ คาซึยะบอกว่าต้องรีบมาเพราะคุณโทโมะตื่นเต้นมากเป็นพิเศษที่จะมาถึงบริษัท
เพราะวันนี้ทางบริษัทจะพาพวกนักร้องฝึกหัดไปจัดของเพื่ออยู่ในคอนโดฯ แห่งใหม่
ฉันสบายแล้วล่ะจุนโนะ คุณโทโมะบอกว่าฉันไม่ต้องเป็นแดนเซอร์ก็ได้ ...เนี่ย...ฉันก็เลยไปเขียนใบลาออกมา
จะได้เรียนหนังสืออย่างเต็มที่ซะที คาซึยะโชว์ใบลาออกจากบริษัทให้จุนโนะดูด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
แต่คนฟังนี่สิ หน้าซีดหนักกว่าเดิม
มะ...หมายความว่าไง? จุนโนะเงยหน้าขึ้นถาม
คาซึยะหัวเราะแล้วสะบัดใบลาออกไปมา
หมายความว่าฉันจะลาออกไปใช้ชีวิตอย่างเดิม
ลาออก!??...ฮึก.......ฮึก....... จุนโนะก้มหน้างุด มีเสียงสะอื้นลอดออกมาจากริมฝีปากหยักสวยนั้น
และนั่นก็ทำให้คาซึยะอ้าปากค้าง
อ้าว!! จุนโนะเป็นอะไรไป?
นาย...จะทิ้งฉันไปอีกคนหรือ?...ฮึก...
เฮ้ย!! คาซึยะทรุดตัวลงนั่งข้างร่างโปร่งที่กำลังปิดหน้าร้องไห้
จินเขาอยู่ที่อื่นแล้ว นายก็จะลาออก ฮึก...แล้วฉันล่ะ ...ฉันไม่เหลือใครแล้ว...
โธ่เว้ย... คาซึยะแหงนหน้ามองเพดาน ไม่รู้จะทำยังไงดี เขาไม่เคยปลอบใจใครด้วยซิ
แต่เมื่อเห็นจุนโนะเอาแต่ร้องไห้แบบนี้ก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน
ใบลาออกถูกชูขึ้นตรงหน้าจุนโนะและจากนั้น คาซึยะก็ฉีกมันออกเป็นสองเสี่ยงและอีกหลายเสี่ยงในเวลาต่อมา
จุนโนะมองตาค้าง มองคาซึยะที่โปรยเศษกระดาษลงกับพื้น
ไม่ลาออกก็ได้... เขาเอ่ยขึ้น และก็กอบกระดาษที่กระจัดกระจายนั้นไว้ในอุ้งมือ
พอเดินไปทิ้งแล้ว จะหันกลับมาก็พบว่าจุนโนะเดินตามมาด้วย
นายไม่ต้องฝืนทำก็ได้ จุนโนะพูดเสียงอู้อี้
ขอบใจที่นายทำเพื่อฉัน แต่อย่าเลย อยากลาออกก็ทำเหอะ...ฉันอาจจะเหงาสักระยะหนึ่ง
แต่ฉันก็จะต้องอยู่ได้
เอ้อ...ช่างเหอะ ความจริง...ไอ้เต้นๆ นี่ก็สนุกดีเหมือนกันนะ...งั้นเรามาเป็นเพื่อนซี้กันดีกว่าเนอะ
จุนจัง...ขอเรียกจุนจังได้มั้ย? คาซึยะยิ้มกว้าง ตบบ่าจุนโนะเบาๆ
ฮื่อก็ได้... ร่างโปร่งพยักหน้ายิ้มได้ทั้งน้ำตา
เป็นอันว่าคาซึยะก็ต้องเป็นแดนเซอร์ต่อไปตามเดิม
แล้วนายจะอยู่อย่างไงง่ะ จินไม่อยู่แล้วนี่ คาซึยะถาม
อยู่คนเดียว
ได้เหรอ?
ต้องได้ซิ คนพูดก็พูดไปแบบนั้น โดยที่ยังไม่รู้เลยว่าจะทำได้อย่างที่พูดหรือไม่
วันนั้นทั้งวันจุนโนะไม่เห็นจิน เพราะพวกของจินทั้งหมดต้องไปย้ายที่อยู่และทำเรื่องย้ายเข้าให้เรียบร้อย
ตกตอนเย็นเขาจึงเดินกลับบ้านกับคาซึยะซึ่งวันนี้รายนั้นก็ไม่ต้องกลับกับคุณโทโมะเหมือนเช่นเคย
คาซึยะไปส่งจุนโนะที่สี่แยก และจากนั้นจุนโนะก็ต้องเดินไปแต่เพียงลำพัง
สองเท้าเดินเรื่อยๆ ไปตามถนน ผ่านร้านราเม็งที่เคยไปกินกับจินบ่อยๆ รถเข็นที่ขายราเม็งวันนี้ว่างเปล่าเพราะลูกค้ายังไม่มาใช้บริการ
ลุงใจดีเจ้าของร้านเห็นจุนโนะเดินมาคนเดียวก็เอ่ยปากทัก
อ้าวหนู...วันนี้ไม่กินราเม็งหรือ?
จุนโนะหยุดหน้าร้าน และกลืนก้อนแข็งๆ ลงลำคอ ความรู้สึกอ้างว้างจู่โจมเข้ามา เขาส่ายหน้าและโค้งให้คุณลุง
จากนั้นก็เดินน้ำตากลบดวงตาต่อไปเรื่อยๆ จนถึงห้องพัก
เสียงหวูดรถไฟดังอย่างต่อเนื่องขณะที่ขบวนอันยาวเหยียดวิ่งผ่าน จุนโนะเดินอย่างซังกะตายขึ้นบันไดไป
เมื่อมาถึงหน้าห้อง เขาก็เกิดอาการลังเลที่จะเข้าไปในห้องที่ไม่มีจิน.... ร่างบางรูดตัวลงไปกองหน้าประตู
นี่คงจะเป็นวันแรกที่เขาต้องเผชิญหน้ากับการอยู่คนเดียวโดยปราศจากจิน .... ป่านนี้จินจะอยู่ยังไงนะ
จุนโนะอดคิดไม่ได้ แต่ห้องของนักร้องก็คงจะดีและสบายกว่าห้องเล็กคับแคบแห่งนี้นัก
ฮึก.....จิน........อยู่ไหนนะ.....ฮึก....ฉันจะอยู่อย่างไง......ฮึก.. จุนโนะสะอื้น
แต่ก็ฝืนสูดลมหายใจเข้าปอด ลุกขึ้นยืนด้วยความมุ่งมั่น ต่อจากนี้เขาต้องยืนหยัดด้วยตามลำพังตัวเอง
และเขาต้องทำให้ได้.......
ก่อนหน้านี้ จินโทรมาหาเขาหลังเลิกงาน บอกว่าเป็นห่วงเขามาก น้ำเสียงนั้นฟังดูร้อนรนและสั่นเครือ จุนโนะฝืนทำเสียงให้ร่าเริงเข้าไว้ แต่เมื่อวางหูเขาก็กำมือถือแน่น จะให้จินเป็นห่วงอีกต่อไปไม่ได้แล้ว จินจะไม่เป็นอันซ้อมถ้ายังมัวเป็นห่วงเขาอยู่เช่นนี้....
....................
ตกดึกของคืนนั้น จุนโนะนอนตาค้าง ไม่อาจหลับได้เลย เขามองที่นอนข้างกายที่จินเคยนอน
น้ำตาก็เอ่อออกมาอีก และไหลรินจนชุ่มหมอน เขานอนขดตัวงอ อ้างว้างและเงียบเหงาเหลือเกิน
ฮึก...มิมิ...เหลือนายตัวเดียวนะ...ฮึก..อย่าทิ้งฉันไปอีกคนนะ... จุนโนะกอดเจ้าหมีน้อย
ซุกหน้ากับหมีตัวโปรด ร้องไห้จนเหนื่อยและเพลีย จากนั้นก็หลับไปโดยที่เขายังนอนอยู่ในฝั่งที่นอนของตัวเองส่วนฝั่งที่จินเคยนอนนั้นก็ปล่อยให้มันอ้างว้างอยู่เช่นนั้น......เผื่อเจ้าของที่นอนจะกลับมานอนกับเขาอีก...
**********************
to be con