Show Me Your LOVE

 

Vol 4

***************************

กลิ่นอาหารหอมฉุยโชยมาเข้าจมูกทันทีที่จินเปิดประตูห้องพักเข้าไป เขาเห็นจุนโนะซึ่งอยู่ในชุดกันเปื้อนยืนยิ้มรออยู่ก่อนแล้ว พอจินเดินมาถึง จุนโนะก็แหงนมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง...เขากะเวลาเอาไว้ว่าจินน่าจะกลับมาในช่วงนี้ ถึงได้เตรียมอุ่นอาหารรอไว้อยู่แล้ว
“นึกแล้วเชียวว่าต้องกลับเวลานี้” ร่างบางชี้ไปที่นาฬิกา และนั่งลงบนเก้าอี้กินข้าวข้างหน้าต่าง ตามองกีตาร์กลางเก่ากลางใหม่ที่จินถือติดมือมาด้วย

“จุนโนะกะเวลาแม่นมากๆ เก่งจริงนะตัวแค่นี้” จินเดินไปยีผมจุนโนะจนยุ่ง แล้วเจ้าตัวก็หัวเราะออกมา
“วันนี้เพิ่งได้กีตาร์มาใหม่ จะมาเล่นให้จุนโนะฟังน้า...”
“ไปเอามาจากไหนเหรอ?”
“ของบริษัทน่ะ ..ริจะเป็นนักร้องก็ต้องฝึกไว้ทุกอย่าง” จินพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงและตบท้ายด้วยการจับพุงตัวเอง
“หิวจัง!”
จุนโนะบอกว่าจินน่าจะไปอาบน้ำเสียก่อนแล้วค่อยมาทานข้าว
“คร้าบ...เจ้าหญิง...อืมมม...จุนโนะ ...วันนี้ฉันมีเรื่องมาเล่าให้ฟังแหล่ะ แต่ขอไปอาบน้ำก่อนน้า...” จินว่าแล้วก็คว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป ปล่อยให้ร่างบางยืนเอียงคอคิดว่าจินคงจะมีอะไรสนุกๆ ที่บริษัทมาเล่าให้เขาฟังแน่ๆ

...............................

จินเล่าเรื่องที่ยูอิจิมาถามถึงจุนโนะ จนกระทั่งเรื่องที่โทโมะเอะอะโวยวายเพราะยูอิจิบอกว่าสนใจในตัวของจุนโนะ จากคำบอกนั้นทำเอาจุนโนะนั่งอ้าปากหวอ ตาเบิกกว้าง
“นากามารุซังง่ะนะ สนใจฉัน!!” เขาอุทานออกมา
“ใช่...ฉันได้ยินเต็มสองรูหู ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าเขาจะกล้าพูดออกมา...คราวนี้ล่ะซวยแน่เลยจุนจัง นายง่ะตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งบริษัทแน่ๆ”
“ไม่เอาง่ะ......” จุนโนะทำหน้าเมื่อย นั่งขยับจนชิดตัวจิน เขาคว้าแขนจินมากอดเอาไว้หลวมๆ ขณะที่ส่ายหน้าไปมา
“ไม่เอาหรอก ...คุณยูอิจิง่ะนะ...โอ๊ย...ไม่เอา...กลัว..” ว่าแล้วจุนโนะก็ซุกหน้าหวานกับหัวไหล่ของจิน
“จุนจังก็โตเป็นหนุ่มน้อยแล้วนี่นะ เพื่อนของฉันมีคนมาชอบแล้ว แถมยังเป็นผู้ชายที่ดูดีและเป็นผู้ใหญ่ด้วย ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างคุณยูอิจิจะมาสนใจเด็กอย่างจุนโนะสุเกะน่ะ”
“คงไม่ใช่อย่างนั้นหรอกมั้ง เขาอาจจะเอ็นดูฉันเพราะฉันยังเด็กก็ได้” จุนโนะปลอบใจตัวเอง
“ไม่หรอก...จากสายตาที่เขามองนายน่ะ มันน่าจะมากกว่านั้น”
“จิน...อย่าให้เขาทำอะไรฉันน้า...ไม่เอาหรอก...”
“อ๋อ...แน่นอนอยู่แล้ว ฉันจะปกป้องจุนจังเอง...ถ้านายไม่ชอบเขาฉันก็จะไม่เข้ามายุ่งกับนายเด็ดขาด แต่ถ้านายบอกว่าชอบเขาคำเดียว ฉันก็จะสนับสนุนล่ะ” จินพูดด้วยความจริงใจ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำได้อย่างที่พูดหรือเปล่า
“ฉันไม่ชอบเขาหรอก...ฉันยังเด็กนี่นา นายก็บอกเองว่ายังเด็ก”
“เด็กก็จริง แต่ความจริง.........” จินหยุดพูดเขาลุกพรวดพราดขึ้น คว้าตัวจุนโนะให้ยืนขึ้น ความสูงของจุนโนะเริ่มจะไล่เรี่ยกับเขาแล้ว ร่างบอบบาง เก้งก้าง แขนขายาว จินเดินวนรอบตัวจุนโนะแล้วกอดอกเอานิ้วเคาะคางแบบวิเคราะห์
“ความจริงก็ไม่ใช่เด็กจริงๆ ด้วยล่ะ นายน่ะกำลังเป็นวัยรุ่นรูปงามทีเดียวนะจุนจัง สมควรที่จะมีคนมาชอบ” จินพูดแล้วเชยคางมนของหนุ่มน้อยหน้าสวยตรงหน้าขึ้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาเรียวรีสีน้ำตาลเข้ม ที่ทอประกายสุกใสเป็นนิจนั้น
“จุนจังโตขึ้น น่ารักเป็นบ้าเลยด้วย” จินพูดกับตัวเอง...แล้วอมยิ้ม
“ฉันน่าจะเก็บนายเอาไว้ซะเอง ไม่ควรให้ใครเชยชมเป็นอย่างยิ่ง”
“บ้าเด่ะ!” จุนโนะซัดเพี้ยะเข้าที่ต้นแขนของจิน ใบหน้าหวานมีสีแดงระเรื่อปรากฏขึ้นที่สองข้างแก้ม
“ล้อเล่นหรอกน่า..ใครจะคิดอย่างนั้นกับเพื่อนได้ล่ะ สาวสวยในบริษัทมีออกเพียบ ฉันสนใจแม่สาวพวกนั้นดีกว่าเด็กผู้ชายตัวผอมโก้งอย่างนาย...” จินพูด ...
...ในความคิดก็คือพูดล้อเล่นจุนโนะไปแบบนั้น แต่ก็กลับทำให้คนฟังใจหายอย่างไรชอบกล
จินเห็นจุนโนะหน้าเสีย เขาก็กลั้นหายใจ
“เอ....ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะจุนจัง?”
“นายชอบผู้หญิงแล้วเหรอ?” เสียงจุนโนะถามขึ้น ดวงหน้าใสซื่อนั้นไม่อาจปิดบังความรู้สึกสลดในหัวใจดวงน้อยนั้นได้
“ยัง....” จินตอบตามความจริง
“สักวันหนึ่งนายก็คงจะมีคนรัก แล้วนายก็จะทอดทิ้งฉัน” จุนโนะยิ่งทำเสียงเศร้าเข้าไปอีก เล่นเอาจินทำตาโต
“โห....ใช้คำว่าทอดทิ้งเลยเหรอ? ฉันไม่ทิ้งนายหรอก”
“แล้วเวลานายไปเดท นายจะหิ้วเอาฉันไปด้วยได้เหรอ?”
“ฉันก็จะให้นายอยู่ที่ห้อง แล้วฉันก็ไปเดท ไม่ได้ทอดทิ้งนายซะหน่อย เวลาเดทเสร็จแล้วก็จะกลับมาหานายเหมือนเดิม จุนจังจะกลัวอะไรล่ะ” จินคว้าร่างบางมากอด จุนโนะซุกหน้ากับอกของเขา หน้าซีดของจุนโนะเริ่มมีสีสันขึ้น เมื่อจินบอกว่า สิ่งที่เขาพูดนั้นยังไม่ได้เกิดขึ้นจริงซะหน่อย
“มามะ มาฟังฉันเล่นกีตาร์เหอะ” จินดึงมือจุนโนะมานั่งบนเตียง
จุนโนะซุกตัวอยู่ในผ้าห่ม เขาชันเข่าขึ้นมากอด ห่อตัวเองเหมือนตุ๊กตาในผ้าห่ม ฟังจินกรีดนิ้วบนสายกีตาร์ คลอไปกับเสียงเพลงที่ออกมาจากปากหยักบางของจิน
เพลงนี้เขาเคยได้ยินจินฮัมมาก่อนแล้วเมื่อวานนี้เอง

...Love or Like...

วันนี้จินร้องจนจบเพลง ซึ่งจุนโนะก็ตบมือให้
“เพราะจังเลย..”
“เพลงนี้สำหรับจุนโนะนะคร้าบบบ....”
“จินจะเอาไปร้องให้ครูฝึกฟังมั้ย ฉันว่ามันเพราะดีน้า...” จุนโนะแนะ ซึ่งจินเองก็มีความคิดตรงกัน

“จุนจัง....หัวเข่าเป็นไงมั่ง” จินถามหลังจากพิงกีตาร์กับผนังข้างหัวเตียงแล้ว เขาลุกไปหยิบกล่องทำแผลมาที่เตียง เลิกผ้าห่มของจุนโนะขึ้น
หนุ่มน้อยรีบเหยียดขาให้จินแต่โดยดี ฝีมือในการทำแผลของจินเบากว่ามือหมอเสียอีก ทำให้จุนโนะไม่ทำหน้าเบ้ แต่กลับทำหน้าผะอืดผะอมเมื่อจินส่งยาแก้อักเสบให้เขาทาน
“ลืมหรือเปล่า?”
“อือ.....” จุนโนะยิ้มแห้งๆ ส่งยาเข้าปาก เสียเวลาในการปลิ้นยาเข้าออกไปกับน้ำหลายแก้ว
จินทำแผลเสร็จแล้วก็เป่าเพี้ยงที่เข่าจุนโนะอีกที ทำให้ร่างบางหัวเราะคิกคักบอกว่า เขาไม่ใช่เด็กเล็กๆ แล้วนะ
“จริงสิ ลืมไป...จุนโนะโตเป็นหนุ่มน้อยที่มีคนมาหลงรักแล้วนี่เนอะ” จินอดแซวไม่ได้ เล่นเอาจุนโนะก้มหน้าอาย
“ไม่เอาง่ะ อย่าพูดให้ฉันอายซิ”
“ไม่ดีเหรอ? มีคนมาชอบน่ะ”
จุนโนะส่ายหน้าปฏิเสธคำถามนั้น เขางึมงำแต่เพียงว่า
“ไม่เอาหรอกคนอื่นน่ะ ให้จินชอบคนเดียวพอ”
“หวา....ฉันก็ชอบนายอยู่แล้วนิ...” จินยีศีรษะจุนโนะจนยุ่งเหยิง เขาสอดตัวเข้าไปใต้โปง แถมยังแผ่ผ้าห่มคลุมร่างจุนโนะให้อีก
“ราตรีสวัสดิ์หนุ่มน้อย” จินกล่าวเบาๆ และหลับตาลง
“อะไรจะหลับแล้วเหรอ? เพิ่งหัวค่ำเอง” จุนโนะโวยวาย แต่เขาเองก็เริ่มง่วงด้วยเหมือนกัน เพราะฤทธิ์ยาแก้อักเสบที่กินเข้าไปนั่นเอง แต่ก่อนจะหลับจุนโนะก็ยังสะกิดจินยิกๆ
“จิน...ไม่กอดเค้าแล้วเหรอ?”
“จริงสิ ลืมไป..” จินคว้าร่างบางมากอดไว้หลวมๆ เพื่อให้จุนโนะนอนสบาย วันนี้มิมิก็โดนจับมานอนในอ้อมแขนด้วยเช่นเคย

********************************
จุนโนะหยุดพักสามวัน อาการเจ็บที่หัวเข่าก็เริ่มหาย จินเสนอให้ขี่หลังเขาไปทำงานในตอนเช้า แต่จุนโนะส่ายหน้า และสอดแขนเข้ากับแขนของจิน เกี่ยวพันกันเอาไว้ไม่ห่าง ทั้งสองหนุ่มเดินไปแบบนั้นจนถึงบริษัท เช้านี้ปลอดจากสายตาของยูอิจิ แต่กลับพบกับสายตายิ้มอย่างล้อเลียนของยามาชิตะ โทโมฮิสะ
“ไฮ..จิน จุนโนะ แหมวันนี้หวานกันจัง ควงกันมาเลยน้า...” โทโมะเอียงคอ ส่งยิ้มน่ารักมาให้
“จุนโนะเพิ่งจะหายน่ะ ไม่เจ็บแผลแล้ว ก็เลยให้มาได้ อาจจะออกกำลังได้นิดหน่อย เซนเซก็อนุญาตให้มานั่งดูเพื่อนๆ ซ้อมเต้นได้...” จินพูดให้จุนโนะเสร็จสรรพ ส่วนคาซึยะก็ยิ้มร่าเพราะเพื่อนสนิทได้กลับมาซ้อมเต้นด้วยกันอีก
“ดูหน้าตาสดใสขึ้นนะนายน่ะ”
“ฮื่อ...นั่งๆ นอนๆ เบื่อชะมัดเลย...คิดถึงคาซึยะด้วยล่ะ”
“หยอดคำหวานให้ฉันด้วยเหรอ? โอย..ดีใจที่มีคนคิดถึง” คาซึยะกอดคอจุนโนะอย่างสนิทสนม ทำให้โทโมะเลิกคิ้ว แล้วบอกว่า
“เพิ่งจะเคยเห็นคาซึยะสนิทกับคนอื่นแบบนี้นะ ปกติจะหน้าบึ้งตลอด จุนโนะนี่มีอะไรดีน้า...ใครๆ ก็ชอบ”
“ก็เพราะจุนโนะเป็นคนน่ารักน่ะซิครับ คุณโทโมะ” คาซึยะสวนหมับ เล่นเอาเจ้านายคนสวยเงียบกริบ ได้แต่ส่งสายตาดุมาให้คาซึยะ
“หัดเข้าข้างคนอื่นเข้าไป ระวังเหอะจะใช้ให้ไม่มีเวลาว่างเลยด้วย”
“เชิญคร้าบบบ...เป็นเจ้านายนิ ทำอะไรก็ย่อมได้อยู่แล้ว”
“คาซึยะ!! เดี๋ยวเหอะ ชักจะต่อปากต่อคำใหญ่แล้วนะ”
“ขอโทษครับ...” คาซึยะก้มหัวให้โทโมะอย่างต่ำสุดๆ จนดูเหมือนเป็นการล้อเลียน และนั่นก็ทำให้โทโมะแทบจะวีนแตก เขาฉุนกึก ทำไมนะ...อะไรๆ ในเช้าวันนี้ถึงได้เริ่มต้นได้อย่างน่าหงุดหงิดจริงๆ
“เย็นนี้ฉันมีเรื่องจะพูดกับนาย ...ถึงบ้านแล้วอย่าเพิ่งหนีไปไหนล่ะ” โทโมะบอกแล้วก็เดินกระแทกไหล่ของคาซึยะไปทางลิฟต์
“คาซึยะแย่แน่เลย” เสียงจุนโนะทอดอ่อนด้วยความเห็นใจ แต่อีกฝ่ายกลับหันมายักไหล่
“จ้างก็ไม่กลัว ซ่ามากนักจะจับปล้ำสักวัน”
คำพูดนั้น ทำให้จินและจุนโนะอดหัวเราะไม่ได้ จุนโนะโอบบ่าคาซึยะแล้วพาเดินไปด้วยกัน ปากก็บอกว่า
“คนนั้นน่ะเขาเป็นเจ้านายไม่ใช่เหรอ”
“พ่อฉันเป็นลูกจ้างพ่อเขา แต่ฉันไม่ใช่”
“แล้วมันต่างกันตรงไหนล่ะ” จุนโนะจิ้มจมูกโด่งของคาซึยะเล่น ยิ้มให้อย่างขันๆ

จินฝากจุนโนะไว้กับคาซึยะ และบอกว่าให้รออยู่ที่เดิมคือชั้นแดนเซอร์ ตอนเย็นจะพาไปคลีนิคอีกที สั่งเสียเสร็จแล้วก็ไป
คาซึยะมองตามหลังจินไปแล้วหันมายักคิ้ว
“สั่งซะยิ่งกว่าเป็นแฟน ถามจริงๆ เหอะ...เป็นคนรักกันหรือเปล่าว้า...?”
“บ้าไง๊” จุนโนะอยากจะบีบปากคนแซวเสียนัก
“ก็มันจริงนี่หว่า”
“ไม่ได้เป็นซะกะหน่อย”
“งั้นก็อยากเป็นแฟนของนากามารุซังงั้นซิ” คาซึยะเปลี่ยนตัวเป้าหมายกะทันหัน ทำเอาจุนโนะชะงัก หันมาทำตาโตให้ ฝ่ายคนพูดก็หัวเราะคิก และบอกว่าเรื่องที่นากามารุซังสนใจจุนโนะน่ะ เขารู้กันทั่วบริษัทแล้ว
จุนโนะหน้าแดงแป๊ด คราวนี้อายสุดๆ เขาไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้เลย โดนล้อเล่นแบบนี้ไม่ชอบเอาจริงๆ เพราะไม่คิดอยากจะให้เป็นจริงตามนี้ เขาก็เลยทำหน้ามุ่ย ส่ายหน้าให้คาซึยะ
“อย่าล้อเล่นแบบนี้นะ ฉันใจไม่ดีเลยคาซึยะ”
“งั้นก็ไม่ได้ชอบเขาล่ะซิ?”
จุนโนะยกมะเหงกให้คาซึยะแล้วรุนหลังให้ไปเข้าห้องซ้อม
“ฉันไม่ได้ชอบเขาแบบนั้นนะ แก่จะตาย อายุก็ตั้งยี่สิบแล้ว แถมเป็นผู้ชายอีกด้วย”
“เฮ่ย....คนที่บริษัทนี้เขาเป็นแบบนั้นกันเยอะน้า...” คาซึยะค้าน
“แบบไหน?”
“แบบชอบผู้ชายด้วยกันไง๊”
“บ้า......คาซึยะวันนี้ทำไมพูดมากจัง อารมณ์ดีหรือไม่ดีกันแน่ที่ทำให้พูดมาก” จุนโนะอดถามไม่ได้
“อารมณ์ดีเพราะนายกลับมาซ้อม และอารมณ์ไม่ดีเพราะเย็นนี้ต้องเจอพายุลูกใหญ่จากคุณโทโมะ ตอนนี้ก็ต้องพูดมากไว้ก่อน ก่อนที่อาจจะไม่ได้พูดเพราะโดนตบแก้มบวม” คาซึยะพูดทีเล่นทีจริง จุนโนะเปิดล็อกเกอร์ค้างหันขวับมาทางคนพูดทันที
“เหรอ? พูดเล่นหรือพูดจริงเนี่ย?”
“จริงซิ นายไม่รู้หรือจุนโนะว่า......” คาซึยะเอนหน้ามากระซิบทันที
“ครอบครัวนี้เขาเป็นยากุซ่า”
“กะแล้วเชียว.....” จุนโนะครางเสียงอ่อย ถอนหายใจเฮือก
เคยได้ยินได้เห็นเรื่องยากุซ่าจากในทีวี เพิ่งจะมีโอกาสได้มากระทบไหล่พวกนี้ก็ตอนนี้นี่แหล่ะ คาซึยะบอกว่าทางที่ดีอยู่ห่างๆ จากคุณโทโมะจะดีกว่า
“หมอนี่น่ะ เอาแต่ใจตัวเอง แต่เวลาดีก็มีเหมือนกันนะ แต่น้อยว่ะ” คาซึยะพูดกลั้วหัวเราะ เอาผ้าเช็ดตัวผืนเล็กมาคล้องคอตัวเองไว้ แล้วเดินไปเข้าแถวเพื่อรอการซ้อมต่อไป.....

***************************

โทโมะใช้เวลาว่างจากการซ้อมมาคอยดูว่า วันนี้นากามารุ ยูอิจิจะคอยมาป้วนเปี้ยนอยู่ที่หน้าห้องแดนเซอร์หรือเปล่า เขาขึ้นๆ ลงๆ ระหว่างชั้น 9 กับชั้น 11 แต่ก็ไม่พบวี่แววว่าคนที่หมายตาไว้จะมา จนตอนเย็นนั่นแหล่ะถึงได้รู้ว่า ยูอิจิไปงานสัมนานอกสถานที่เป็นเวลาสองวัน
“มิน่าล่ะ ...ไม่งั้นคงไปหาจุนโนะแล้ว” ร่างบางบอกตัวเองแบบนั้น และมันก็คงจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะยูอิจิชอบจุนโนะนี่นะ ไม่ใช่เขาสักหน่อย....

โทโมะจะอาศัยให้จินจีบจุนโนะก็ไม่ได้ เพราะจินบอกว่าเป็นเพื่อนกันเฉยๆ เพราะฉะนั้นเขาจึงเบนเข็มไปทางเด็กในคอนโทรลของเขา
......คาเมนาชิ คาซึยะ.....
เจ้าหมอนี่เป็นเด็กที่เขาออกคำสั่งได้ แม้จะชอบชักสีหน้าไม่พอใจใส่เขาอยู่บ่อยครั้งก็ตาม แต่เขาเป็นนายนี่นะ สั่งอะไรมีหรือคาซึยะจะขัดได้
ดังนั้น เมื่อกลับมาถึงบ้านในเย็นวันนั้น โทโมะจึงลากคาซึยะไปที่ศาลากลางสวนและบอกแกมบังคับว่า
“ฉันอยากให้นายจีบจุนโนะสุเกะ...”
“หา?” ดวงตาของคาซึยะโตขึ้นสามเท่า หลังจากฟังคำสั่งของโทโมะจบ
“ไม่จีบ!!” เขาสั่นหน้าอย่างเร็วและแรงจนผมกระจาย
“ต้องจีบ!!”
“ไม่เอา!!”
“ต้องเอา!!”
“ไม่..ไม่มีทางเด็ดขาด!!” สั่นหน้าอีกรอบ จนโทโมะต้องคว้าไหล่ของเขาไว้มั่น หน้าตากราดเกรี้ยวสุดๆ
“ทำไมไม่ทำหา?”
“เพราะจุนโนะเป็นเพื่อนผม ผมจะจีบเขาได้อย่างไร ถ้าอยากให้จุนโนะโดนจีบ คุณก็จีบเขาเสียเองเด่ะ หรือให้นากามารุซังจีบก็ได้” คาซึยะพูดจี้จุดดำมืดของหัวใจโทโมะเข้าอย่างจัง
“คาซึยะ!!” โทโมะชี้หน้าคาซึยะตัวสั่นเทิ้มเพราะความโกรธ
“คร้าบ...จะเรียกไอ้คาซึยะก็ได้ แบบที่เคยเรียกน่ะ ผมไม่ถือสาหรอก...” คาซึยะลอยหน้าลอยตาท้า
“ไอ้คาซึยะ!! ไอ้เนรคุณ!!”
“เอ๋......ผมง่ะนะเนรคุณ โทษทีครับคุณหนู คุณมีพระคุณกับผมตรงไหนไม่ทราบ?”
“ฉันเป็นเจ้านายแก”
“พ่อผมเป็นลูกจ้างต่างหาก แต่ผมไม่ได้เป็น แค่ที่ยอมทำงานที่เดียวกับคุณนี่ก็น่าจะเรียกได้ว่าผมต่างหากล่ะที่มีพระคุณต่อคุณ ...เพราะงั้นอย่ามาชี้หน้าว่าผมอีกเด็ดขาด ...คุณโทโมะอย่ามาใช้ให้ผมทำในสิ่งที่ผมทำไม่ได้ เพราะที่ผมยอมให้คุณเข็นเป็นแดนเซอร์นี่ก็ฝืนใจเต็มทีอยู่แล้วนะ จะให้ผมไปจีบเพื่อนผมเองแบบนี้ไม่เอาด้วยหรอก!”

โทโมะอ้าปากหวอเมื่อเจอของแข็งแบบนี้ ไม่เคยได้ยินว่าคาซึยะจะพูดอะไรที่ออกมาจากใจได้มากเท่านี้มาก่อน
แถมหน้าตาดุเอาเรื่องนั่นก็อีก ทำให้นายอย่างโทโมะชักจะแหย
“นายไม่ยอมช่วยฉันจริงง่ะ....” เสียงโทโมะอ่อนลง เมื่อเจอไม้แข็งของคาซึยะเข้า ทางที่ดีควรจะบีบน้ำตาให้น่าสงสารจะดีกว่า
“ฉันชอบพี่ยู นายก็รู้ แล้วนายจะไม่ช่วยฉันสักหน่อยเหรอ?”
“ไปให้จินช่วยซิ รายนั้นน่าจะดีกว่าผมนะ” เมื่ออ่อนมา คาซึยะก็พูดจาอ่อนลงได้เหมือนกัน
เห็นร่างของโทโมะที่ยืนกำขอบระเบียงหันหน้าไปทางอื่นแล้ว เขาเองก็นึกถึงตอนหลายปีที่ผ่านมา ยามที่คุณหนูผู้เอาแต่ใจอยากให้เขาทำอะไรในสิ่งที่เขาไม่ทำ ท้ายสุดก็จะทำหน้าน่าสงสารและเปล่งเสียงเว้าวอนแบบนี้ทุกที แม้ว่าจะรู้ว่าเจ้านายแกล้งทำ แต่คาซึยะก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำเสียงอ่อนลงด้วย

“บอกไม่ได้หรอกรายนั้นน่ะ เขาเป็นเพื่อนกัน สนิทกันอยู่แล้ว และจินก็บอกเองว่าไม่ได้ชอบจุนโนะแบบนั้น ใครจะกล้าไปขอให้เขาทำล่ะ.....” โทโมะบ่นกระปอดกระแปด ทำแก้มป่อง พองเข้าพองออกเมื่อไม่ได้ดังใจ คาซึยะจึงแนะนำว่า
“ช่วยตัวเองก็แล้วกันคุณโทโมะ ตื๊อนากามารุซังเองก็แล้วกัน ผมว่าในบริษัทนี้คุณเองก็มีภาษีดีกว่าใคร บางทีอาจจะดีกว่าจุนโนะเองซะด้วยซ้ำ”
“เขาชอบจุนโนะ”
“ก็ทำให้เขาหันมาชอบคุณซิ”
“อือ..........จะได้หรือว้า...” โทโมะหน้ามุ่ย
คาซึยะดีดนิ้วดังเป๊าะตรงหน้าเขา
“ทำได้ซิครับ” ว่าแล้ว คาซึยะก็เดินเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงลงศาลาไม้ไป ปล่อยให้คุณโทโมะคิดหาวิธีที่จะพิชิตใจของนากามารุให้ได้ เพราะคาซึยะไม่ยอมช่วย ยังไงก็คงจะบังคับไม่ได้ เพราะงั้นต้องช่วยตัวเองเสียแล้วละมัง

.......โทโมะมองตามแผ่นหลังของคาซึยะไป ดูในวันนี้ลูกไล่ของเขาเติบโตเป็นหนุ่มขึ้นมาก ทั้งที่อายุเท่ากัน และตัวก็พอๆ กัน แต่ทำไมคาซึยะถึงได้ดูเข้มแข็งกว่า ดวงตาเด็ดเดี่ยวและคำพูดที่ห้วนแสนห้วนนั้น ไม่ได้มีความเกรงกลัวเขาเลยสักนิด แต่ที่ผ่านมาที่คาซึยะยอมลงให้กับเขานั้นก็เป็นเพราะรำคาญมากกว่า แต่ในวันนี้ มันคงจะไม่เป็นอย่างแต่ก่อนอีกแล้ว...

.....แค่บังคับให้มาเป็นแดนเซอร์นี่ก็เต็มกลืนแล้วสำหรับคนห้าวๆ แบบหมอนั่น ...

แค่นี้ก็น่าจะพอที่จะบังคับใจกันอย่างนั้นเหรอ?.....แต่คาซึยะอยู่ในบ้านของเขานี่นะ ทำไมถึงได้แข็งข้อขึ้นได้นะ....

โทโมะเมินหน้าไปจากแผ่นหลังที่ตั้งตรงของคาซึยะ เขานึกไปถึงใบหน้าของยูอิจิตอนที่บอกว่าสนใจในตัวของจุนโนะสุเกะแล้วก็ขอบตาร้อนผ่าว
ความจริงก็ไม่ใช่ความผิดของจุนโนะเลยสักนิด ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรในเรื่องรักๆ ใคร่ๆ นี้น่ะ คนที่ผิดก็น่าจะเป็นยูอิจิมากกว่าใครทั้งหมดที่ทำให้ความรู้สึกของเขามันย่ำแย่แบบนี้.......

*****************************

เวลานี้จุนโนะกลับมาซ้อมได้ตามปกติแล้ว ด้วยความอ่อนเยาว์ของร่างกายทำให้แผลที่เกิดขึ้นบริเวณหัวเข่าหายสนิทดี และดูเขาร่าเริงขึ้น จินเฝ้ามองความเป็นไปนั้นอย่างชื่นชม เพราะนับตั้งแต่จุนโนะมาอยู่ที่โตเกียวนี่ ก็มีแต่ความเบิกบานที่จุนโนะแสดงให้จินเห็น

จนกระทั่งวันหนึ่ง.... จินมารับจุนโนะที่หน้าห้องฝึกซ้อม แทนที่จะพบกับรอยยิ้มสดใสที่เคยมีให้เขาเช่นทุกวัน เขากลับพบกับร่างโปร่งบางที่เอาแต่ก้มหน้านิ่ง มือซุกอยู่ตรงระหว่างหัวเข่า กำโทรศัพท์มือถือไว้แน่น เมื่อจินเดินใกล้เข้ามา จุนโนะจึงได้เงยหน้าซีดเซียวขึ้นสบดวงตาฉงนของจิน
“เกิดอะไรขึ้นเหรอจุนจัง?” จินถามด้วยความแปลกใจ
จุนโนะหย่อนมือถือลงในกระเป๋าเสื้อ ริมฝีปากบางยื่นออก และจากนั้นมันก็สั่นระริกเพราะจุนโนะเริ่มกลั้นสะอื้น
“จุนโนะ!!” จินชักจะตกใจ จุนโนะกำลังจะร้องไห้
“จิน........” ร่างบางโผเข้ากอดจิน ซุกหน้านิ่งกับอกของเขา มือชื้นเหงื่อของจุนโนะขยำกับสาบเสื้อของจิน
“เกิดอะไรขึ้น?” จินถามพลางลูบศีรษะที่กำลังส่ายไปส่ายมาเพราะแรงสะอื้น
“แม่น่ะ...ฮึก...แม่กำลังจะมีน้อง....ฮึก...” จุนโนะพูดด้วยเสียงกระท่อนกระแท่น
“ฉันโทร. หาแม่....เมื่อกี้....ฮึก...แม่บอกว่า ฉันอยากจะไปไหน...อยู่ไหนก็เชิญ...เพราะเขากำลังจะมีลูกคนใหม่.....ฮึก...จิน...แม่ไม่ต้องการฉันแล้วล่ะ....” จุนโนะเงยหน้าขึ้นมองหน้าจิน ดวงตาฉ่ำน้ำมองเขาด้วยหยาดน้ำตา จินช่วยเช็ดน้ำตาให้ แต่มันก็ไหลรินลงมาอีก
“บางทีแม่นายอาจจะพูดเพราะความน้อยใจก็ได้ ที่จุนโนะหนีมาอยู่นี่ แม่อาจพูดประชด”
“ไม่หรอก...เสียงนั่นน่ะ ฉันรู้ดี แม่ไม่ต้องการฉันจริงๆ .....ไม่ต้องการตั้งก๊ะฉันอยู่ที่โน่นแล้ว...จิน...ฉันกลับไปหาแม่ไม่ได้แล้วใช่มั้ย?”
“ไม่จริงหรอก ....จุนจังเป็นลูกชายคนแรกของท่านนะ ทำไมจะไม่ต้องการนายล่ะ” จินพยายามปลอบใจจุนโนะ ถึงแม้ว่าในใจก็คิดว่า แม่ของจุนโนะอาจจะหมายความตามที่พูดจริงๆ เพราะเขาเองก็เห็นพฤติกรรมของเธอคนนั้นที่ปฏิบัติต่อจุนโนะอย่างย่ำแย่เต็มที แต่เขาจะทำอะไรได้ล่ะ นอกจากพูดจากปลอบเด็กที่กำลังเสียใจอยู่ในขณะนี้
“ความจริงจุนจังน่าจะดีใจที่จะได้มีน้อง”
“ไม่เอาง่ะ.......ไม่อยากมี” จุนโนะส่ายหน้า และซบหน้ากับบ่าของจิน สองมือกอดเอวของจินไว้แน่น
“เอางี้ ถ้าแม่ไม่ต้องการจุนโนะก็ไม่เป็นไร มีฉันอยู่ทั้งคนนี่นา ฉันนี่แหล่ะที่ต้องการนายเสมอ”
“ฮื่อจิน........”
คำพูดของจินทำให้หนุ่มน้อยเริ่มยิ้มออกทั้งน้ำตา จินอดหัวเราะไม่ได้ ตาตุ่ย แก้มแดง ปากแดงนั้นดูน่าเอ็นดูจริงๆ สองข้างแก้มเปรอะไปด้วยคราบน้ำตา
“จริงสินะ ลืมไปเลย...ฉันมีจินอยู่ทั้งคนนี่นา”
“สบายใจขึ้นหรือยัง?” จินถาม มองหน้าหวานปนเศร้าของเพื่อนรักอย่างล้อเลียน เมื่อจุนโนะพยักหน้างึกๆ เขาก็หัวเราะ ตบหลังจุนโนะเบาๆ
“งั้นกลับบ้านกันเถอะ...กินอะไรข้างทางอีกมั้ย?”
“ฮื่อ...กิน..”
“จุนจังอยากกินอะไรเอ่ย?”
“อุด้ง”
“งั้นไปกัน” จินโอบบ่าบอบบางไว้ เขาฉวยกระเป๋าเป้ของจุนโนะมาช่วยถือให้ จุนโนะจึงเดินตัวปลิวไปข้างๆ จิน โดยไม่ทันสังเกตว่า มีสายตาคู่หนึ่งมองอยู่ทางเบื้องหลัง
หลังจากจินกับจุนโนะไปแล้ว ร่างของชายหนุ่มคนนั้นจึงเดินออกมายืนตรงทางเดิน เสียงทอดถอนใจดังออกมาจากริมฝีปาก
“สองคนนั่น........สนิทกันเกินไปหรือเปล่านะ...เห็นทีต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะมัง...” เสียงพึมพำเบาๆ ดังขึ้น จากนั้นร่างสูงนั้นจึงเดินสะบัดหน้ากลับออกไป

*************************

...............
“เฮ้ย...จิ้นนนน....น...น...” เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นมาก่อนที่เจ้าของเสียงจะปรากฏตัวขึ้นในห้องซ้อม
จินหันขวับมาทางต้นเสียง
“มีอะไรโทโมะ เอะอะมาเชียว” เขาถามร่างบางที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาฉุดแขนจินเป็นพัลวัน
“แย่แล้ว.....ว....ว...” โทโมะยังโวยอยู่ จนเพื่อนคนอื่นนอกจากจินก็เร่เข้ามาฟังด้วย
“อะไรแย่?” จินถาม
“ฟังให้ดีนะ ทางผู้บริหารบอกมาว่า จะจัดกลุ่มแบ่งพวกเราออกเป็นกลุ่มย่อยแล้วล่ะ...กลุ่มแรกก็มี ฉัน, จิน เรียว และก็อุจี้อยู่ด้วยกัน อีกกลุ่มหนึ่งก็คือโคยาม่า คาโต้ ส่วนโยโกกับซุบารุน่ะ เขาบอกว่าจะมีนักร้องจากคันไซเข้ามาเพิ่มอีกด้วยล่ะ” โทโมะเล่าเพราะแอบไปได้ยินยูอิจิพูดกับพ่อของเขาและรองกรรมการคนอื่น
“แล้วมันแย่ตรงไหนวะ?” เรียวอดสงสัยไม่ได้
“แย่เด่ะ เพราะพวกเราต้องย้ายจากบ้านมาอยู่ที่ที่บริษัทจัดให้ แบบว่ามาอยู่รวมกันง่ะ”
“นายหมายความว่า เราจะไม่ได้อยู่กับพ่อกับแม่น่ะหรือ?” หนุ่มน้อยอุจี้ถามด้วยความหวั่นใจ เพราะเขาเองติดพ่อกับแม่สุดๆ ไปแล้ว
“เราจะต้องไปอยู่ที่ไหน?” จินถามขึ้น แต่โทโมะกรอกตาขึ้นลง และส่ายหน้าช้าๆ
“ไม่รู้ซิ...แต่คงจะเป็นอพาร์ตเม้นต์หรูๆ หน่อย ที่มีผู้รักษาความปลอดภัยให้ และมีระเบียบอย่างเข้มงวดนั่นแหล่ะ”
“แล้ว........จุนโนะล่ะ........” จินครางเสียงอ่อย สิ่งแรกที่นึกถึงก็คือ จุนโนะสุเกะ...
“ฉันก็ไม่รู้นะ เขาไม่ได้พูดถึงพวกแดนเซอร์นี่นะ แต่ฉันคิดว่าคงเหมือนเดิมนั่นแหล่ะ จริงสินะ นายมีลูกแหง่ติดมาด้วยนี่นะ จิน” โทโมะพูดล้อเลียน ซึ่งก็ทำให้จินถลึงตาใส่
“แต่ยังไงเรื่องที่นายว่ามาก็ยังไม่เป็นที่ตกลงกันอย่างแน่ชัดใช่มั้ยล่ะ บางทีมันอาจจะไม่เป็นไปตามนั้นก็ได้” จินไม่วายจะพูดปลอบใจตัวเอง
“ฉันว่าแน่ว่ะ” ซุบารุเอ่ยขึ้น และบอกว่า เขาเองก็เคยได้ยินพวกประชาสัมพันธ์ที่เคาน์เตอร์พูดถึงอพาร์ตเม้นต์ที่ทางบริษัทสั่งจองเอาไว้เหมือนกัน
“ฉันว่าบางทีอาจเป็นที่นั่นก็ได้ แต่มันก็ใกล้บริษัทนี่นะ บางทีเขาอาจจะให้พวกเราอยู่ร่วมกันเพราะความสะดวกในการไปๆ มาๆ ก็ได้”
“ที่ที่ฉันอยู่ก็ใกล้นี่นะ บางทีฉันอาจจะขอเขาอยู่ที่เดิมก็ได้” จินพูดแบบมีความหวัง แต่กระนั้นก็ทำเอาใจไม่สบาย เขาเป็นห่วงจุนโนะมาก ถ้าต้องอยู่คนละที่ จุนโนะจะอยู่ได้อย่างไรกัน

.............

และแล้วสิ่งที่จินกลัวก็เกิดขึ้นจริงๆ เมื่อทางผู้บริหารมีคำสั่งสายฟ้าแลบแจ้งมาว่า จะแบ่งกลุ่มนักร้องหน้าใหม่ขึ้น สามวงด้วยกัน และสมาชิกที่รวมตัวกันก็ตรงตามอย่างที่โทโมะบอก ทั้งสามกลุ่มจะมีผู้จัดการคนละคนกัน คอยดูแลทุกด้านตั้งแต่เรื่องงานจนถึงความเป็นอยู่ แต่เรื่องส่วนตัวจริงๆ ก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งถ้าไม่กระทบกับเรื่องงาน
จิน โทโมะ อุจี้และเรียว จะอยู่ด้วยกัน พักที่เดียวกัน แต่แบ่งกันสองห้อง คือจินกับโทโมะห้องหนึ่ง และอุจี้กับเรียวอีกห้องหนึ่ง ซึ่งสองห้องจะเป็นห้องชุด มีห้องส่วนตัวกันคนละห้อง และทั้งหมดจะต้องย้ายเข้ามาอยู่ภายในอาทิตย์นี้...
จินรับฟังอย่างไม่สบายใจ เขาเอาแต่กระวนกระวาย ...จะให้เขาไปอยู่ที่อื่นได้อย่างไร แล้วจุนโนะล่ะต้องอยู่คนเดียวงั้นหรือ?.......

“จะเอาไงจิน?” โทโมะอดถามไม่ได้เมื่อเลิกซ้อมแล้ว จินยังนั่งเหยียดขาหมดกำลังอยู่ที่พื้นห้องที่ขัดจนเป็นมัน ...กระจกเงาที่ติดเป็นผนังห้องสะท้อนให้เห็นร่างของเด็กหนุ่มวัยเพิ่งจะ 17 หมาดๆ นั่งอย่างซังกะตายโดยมีโทโมะขยับเข้ามานั่งเคียงกัน
“ฉันจะบอกจุนจังยังไงง่ะ? จะทิ้งเขาไปอยู่ที่อื่นได้ไง?...เฮ้อ.....กลุ้มโว้ย....” จินยกมือกุมขมับ หน้าตาแดงก่ำเพราะอยากร้องไห้เต็มแก่
“นั่นน่ะซิเนอะ...ฉันก็ยังไม่รู้เลยว่าพ่อจะยอมให้ฉันไปอยู่ที่อื่นหรือเปล่า” โทโมะเองก็กังวลเหมือนกัน มีอยู่อย่างหนึ่งที่พ่อจะอนุญาตก็คือ ต้องมีบอดี้การ์ดคอยป้วนเปี้ยนอยู่ด้วยนั่นเอง
จินลุกขึ้นยืน คว้าผ้าขนหนูสีขาวมาซับหน้าและปาลงกับพื้นห้อง
“จุนโนะยังเด็กนักที่จะอยู่คนเดียว ถึงจะอายุ 15 แล้วก็เหอะ มันเหมือนกับว่าฉันทิ้งเขาอย่างนั้นแหล่ะ”
“บางทีพวกแดนเซอร์อาจจะโดนแบบเรามั่งก็ได้นะ ถ้าจุนโนะจะโดนย้ายมาอยู่รวมกับเพื่อนคนอื่นๆ นายก็คงจะหมดห่วงใช่มั้ย?”
“ก็ใช่...แต่จุนโนะติดฉัน เขาไม่เคยอยู่กับใครนอกจากครอบครัวเขา และก็ฉัน”
“ถ้าสถานการณ์บังคับแบบนี้ ฉันว่าจุนโนะจะต้องปรับตัวให้ได้นะจิน เขาเองก็ต้องเติบโต มีชีวิตของเขาเอง มัวมาติดแหงกอยู่กับนายจนโตเป็นหนุ่มได้อย่างไรกัน” โทโมะพูดเข้าเค้า ตั้งแต่รู้จักกันมานี่ เพิ่งจะมีวันนี้เองที่จินเห็นว่าเพื่อนของเขาพูดจาเป็นเหตุเป็นผลก็คราวนี้แหล่ะ
“นายจะบอกเขาเมื่อไรล่ะจิน?” โทโมะถาม
“ยังไม่รู้เลย.....เอ่อ...ฉันต้องไปหาจุนโนะแล้วล่ะ บางทีอาจจะบอกตั้งก๊ะวันนี้เลยก็ได้ ฉันไปก่อนละโทโมะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ”
“อือ....โชคดีนะจิน...ฉันก็ต้องไปแล้วเหมือนกัน เดี๋ยวเจ้าหน้าบึ้งนั่นมันจะชักสีหน้าใส่เอา” โทโมะพูดถึงหล่อหน้าเข้มซึ่งก็คือ บอดีการ์ดรุ่นเด็ก คาเมนาชิ คาซึยะนั่นเอง......

*************************

พอเอาเข้าจริงๆ จินกลับไม่กล้าบอกเรื่องต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นกับจุนโนะเมื่อเขาไปรับจุนโนะที่ห้องแดนเซอร์ ร่างบางยืนพิงผนังรออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นจินเข้า จุนโนะก็ตรงรี่ยิ้มแป้นเข้ามาหา
“วันนี้ช้านะ”
“ขอโทษทีจุนจัง...ไปกันเหอะ...” จินแตะข้อศอกจุนโนะให้ออกเดิน เห็นหน้าตาสดชื่นแบบนี้แล้วเขาก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี

จุนโนะเดินไป กระโดดไป พลางเล่าเรื่องที่ตัวเองต้องมาซ้อมหนักวันเสาร์ที่จะถึงนี้เพราะครูฝึกจะให้พวกเขาขึ้นเวทีแล้ว
“เป็นแบ็คให้วง V6 ล่ะ โอย...ตื่นเต้นเป็นบ้าเลย” จุนโนะยื่นหน้ามาหา
“จินต้องไปเป็นกำลังใจให้เค้าน้า...โอ๊ย...ตื่นเต้น...ตื่นเต้น

จินโนะแกว่งแขนไปมา แต่อาการตื่นเต้นของเขานั้นก็คือ การหัวเราะและลูบท้องพลางบอกว่า
“ไปฉลองกันนะ ...ราเม็งนะวันนี้”
“ฮื่อ......” จินตอบรับอย่างเนือยๆ จนอีกฝ่ายเริ่มรู้สึก
“จินเป็นไรง่า....วันนี้ดูไม่ค่อยสบายเลยเนอะ?” ว่าแล้วร่างโปร่งก็เอามืออังหน้าผากของจิน
“ตัวไม่เห็นร้อนเลย.....”
“เอ้อ........จุนจัง....” จินเรียกคนเดินข้างหน้า พอจุนโนะหันมายิ้มให้ เขาก็กลืนน้ำลายลงคอ เรื่องที่จะบอกนั้นก็ถูกกลืนหายไปด้วยเช่นกัน
“มีอะไรเหรอ?”
“เอ้อ......คือ........เอ้อ.....” จินมองหน้าตาบ้องแบ๊วนั้นแล้วก็กลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก...บอกไม่ลง
“...เอ้อ...วันนี้ให้ฉันเลี้ยงนะ” เขาบอกไปอีกเรื่อง และก็ทำให้จุนโนะตบมือร่า
“ได้เลยฮับ..งั้นจุนจังขอกินสองชามได้ม้า.....” เสียงออดอ้อนของคนข้างกายนั้นทำให้จินใจตกวูบ จุนโนะร่าเริงสุดๆ แล้ววันนี้เพราะดีใจที่จะได้ขึ้นเวที

ร่างบางที่ดึงแขนเขาไปกอด ประจบ และเอียงหน้าขอราเม็งสองชามนั่น ทำให้จินต้องเมินหน้าไปทางอื่น

.......ถ้าจุนโนะรู้ว่าจะเกิดขึ้นอะไรกับชีวิตของเขาทั้งสอง จินจะหารอยยิ้มแบบนี้ของจุนโนะเจอมั้ยนะ...


**********************

to be con

comment ที่นี่จ้า...

Hosted by www.Geocities.ws

1