Show Me Your LOVE

 

Vol 2

***************************

จินลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าอันแสนจะอบอ้าว สิ่งแรกที่เห็นในเช้านี้ก็คือ จุนโนะสุเกะ กำลังยืนพิงขอบหน้าต่าง ให้ความสนใจกับการมองไปข้างนอก วันนี้จุนโนะใส่เสื้อยืดคลุมทับด้วยเสื้อเชิ้ตสีส้ม ดูสดใสสมวัยจริงๆ และการแต่งตัวแบบนี้ก็แสดงว่าวันนี้จะขอไปที่บริษัทด้วย และก็คงจะตื่นนานแล้ว
“ทำไมไม่ปลุกน้า จุนจัง..” จินอ้าปากหาวอีกรอบ บิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยขบออกไป
“เห็นจินหลับปุ๋ย นอนก้นโด่งก็เลยไม่อยากปลุก” จุนโนะเบือนหน้าจากนอกหน้าต่างมายิ้มแป้นให้
“แน้...ใครกันแน่...นอนก้นโด่ง กอดเจ้าหมีมิมิหลับอุตุ น้ำลายไหลยืดน่ะ” จินพูดกลั้วหัวเราะ
จุนโนะย่นจมูกใส่ เขาเดินมาพับผ้าห่มที่สองคนใช้ห่มด้วยกันมาวางไว้ที่ปลายเตียง แล้วผลักให้จินลุกไปเข้าห้องน้ำ ส่วนตัวเองก็ทำหน้าที่เก็บเตียงจนเรียบร้อย
“วันนี้ให้ฉันไปด้วยนะ เพราะจะประกาศผลแดนเซอร์ ออดิชั่นล่ะ” จุนโนะตะโกนให้จินได้ยิน และนั่นก็ทำให้จินร้องอื้อดังๆ เพราะเขาเองก็ลืมไปว่าวันนี้จะเป็นวันประกาศผลว่าจุนโนะจะได้เป็นแดนเซอร์หรือไม่
“ตื่นเต้นแย่ละซิ มิน่าล่ะเมื่อคืนถึงนอนพลิกไปพลิกมา นอนไม่หลับหรือไงเรา” จินถามมาจากในห้องน้ำ
“มากมากเลยล่ะ...จินก็คงนอนไม่หลับเหมือนกันด้วยซิ ...”
“อื้อ......” จินร้องออกมา และก็เงียบไป จุนโนะได้ยินเสียงแปรงฟันดังออกมา จึงหยุดคุยปล่อยให้จินทำธุระต่อไปเรื่อยๆ

เมื่อจินออกมาจากห้องน้ำก็พบว่า จุนโนะกำลังนั่งกอดมิมิอยู่บนเตียง รอจินเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่
ร่างบอบบางมองจินตาแป๋ว ดวงหน้าที่ล้อมกรอบด้วยเรือนผมสีดำสลวยค่อนข้างยาวละต้นคอ เรือนร่างบอบบางค่อนข้างสูงโปร่ง ทำให้จุนโนะดูเหมือนเด็กสาวแรกรุ่นมากกว่าเด็กผู้ชาย
ดวงตาเรียวรีที่ทอประกายสดใส พร้อมกับรอยยิ้มบนริมฝีปากงดงามนั้น ทำให้คนมองเผลอคิดไปนิดหนึ่งว่า ปีนี้จุนโนะโตขึ้นมาก ถึงร่างกายจะเก้งก้างเพราะวัยเริ่มเปลี่ยนเข้าสู่วัยรุ่น แต่ก็ยังคงความงดงามของใบหน้าไว้ไม่เปลี่ยนแปลง ติดจะหน้าหวานเกินชายไปซะด้วยซ้ำ
เมื่อเห็นจินมองหนักๆ เข้า จุนโนะสุเกะก็เอียงหน้ามองจิน และยิ้มจนตาหยี
“มองอะไรเค้าเหรอ?” ร่างบางถามขึ้น
“มองคนงามน่ะซิ”
“เอ๋??? ไหนง่ะ?” จุนโนะเหลียวหน้าเหลียวหลัง ไม่เห็นมีใครจะเป็นอย่างที่จินว่าในห้องนี้เลย
“ที่ไหน...ก็นั่งอยู่บนเตียงไงล่ะ” จินวางมือแหมะลงบนศีรษะของจุนโนะ ซึ่งนั่นก็ทำให้อีกฝ่ายหัวเราะคิก
“ฉันน่ะเหรอ?”
“ก็นายน่ะซิ อืมมมม...ไม่สังเกตมาก่อนเลยนะว่า เพื่อนบ้านของฉันจะเริ่มเป็นหนุ่มน้อยรูปงามแล้ว เสียอย่างเดียว...ก้างขึ้นเยอะไปหน่อย”
“คิก..คิก...” จุนโนะเอามิมิมาปิดหน้ากันเขิน เมื่อโดนจินพูดชมแบบนั้น

เขาเองก็มองว่าจินหล่อเอามากมากเหมือนกัน แต่ไม่กล้าพูดหรอก ถ้าจะชมจินออกมาก็กลัวว่าจินจะหัวเราะเยาะเอา แต่จุนโนะก็คิดว่า จินหน้าตาดีที่สุดในหมู่วัยรุ่นด้วยกัน แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาติดจินหรอก แต่เป็นเพราะน้ำใจต่างหากล่ะที่จินมีให้เขา และจุนโนะก็ซาบซึ้งมาโดยตลอด

.............

ทั้งสองหนุ่มมาถึงบริษัทในเวลาไม่นานนัก พอมาถึงก็เห็นวัยรุ่นเดินเข้าๆ ออกๆ มากหน้าหลายตา ซึ่งก็เพราะเป็นการประกาศผลออดิชั่นนั่นเอง
“กล้าดูรายชื่อมั้ย ฉันดูให้เองดีกว่า” จินอาสา เขาจับมือเย็นชื้นของจุนโนะมากุมไว้ สัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นของอุ้งมือนั้น จุนโนะพยักหน้างึกๆ แม้จะมีความมั่นใจว่าต้องผ่าน แต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้อยู่ดี จินบอกให้เขายืนคอยอยู่ใกล้กระถางต้นไม้ใหญ่ข้างผนังห้องโถง ส่วนตัวเองก็รุดไปดูรายชื่อให้
จุนโนะยืนกระสับกระส่ายคอยจินอยู่สักพักหนึ่งก็เห็นจินเดินก้มหน้ามาหา
“จิน....ว่าไงง่ะ?” เขาถามด้วยความร้อนรน ใจแป้วเมื่อเห็นจินทำหน้าแหยๆ
“ไม่....ไม่ผ่านเหรอ?” เสียงจุนโนะคราง และนั่นก็ทำให้จินก้มหน้างุด จุนโนะจิกมือแน่นที่ท่อนแขนของจินด้วยอาการลืมตัว เมื่อเห็นไม่ตอบคำถามเขา หน้าสวยจึงสลดลงและพูดปลอบใจตัวเองออกมา
“อื้อ....ไม่เป็นไรหรอก เอาไว้ปีหน้าก็ได้เนอะจิน” เสียงเล็กพูดอย่างผิดหวังนิดๆ และสั่นเครือหน่อยๆ
“อือ..” จินพยักหน้า เขาได้ยินเสียงจุนโนะถอนหายใจยาว ก็เลยเงยหน้าขึ้นยิ้มกว้าง
“ใครว่านายไม่ผ่านหาจุนจัง? ฉันเห็นชื่อนายแปะบนบอร์ดชัดแจ๋วเลย...” จินร้องออกมา อ้าอ้อมแขนออกกว้าง เมื่อร่างบอบบางของจุนโนะกระโดดขึ้นลง ตบมือร่า และผวาเข้ากอดจินแน่น
“ฉันผ่าน...โอย...ฉันผ่านแล้ว ดีใจจริงๆ เลย...เย้...เย้..”
สองหนุ่มกอดกันพลางกระโดดไปรอบๆ จุนโนะยิ้มจนตาหยี ซึ่งจินไม่เคยเห็นเขาจะยิ้มสดใสได้เท่านี้มาก่อนเลย
................

“ดีใจด้วยนะจุนโนะ...เอ...ชื่อจุนโนะสุเกะใช่มั้ย?” เสียงหนึ่งดังขัดจังหวะการดีใจของสองหนุ่ม จินกับจุนโนะผละออกจากกันและหันมาหาคนทักทาย ซึ่งก็คือชายหนุ่มที่ชื่อ ยูอิจินั่นเอง
จุนโนะก้มศีรษะให้เขา หัวเราะเขินๆ ในขณะที่จินเองก็ก้มหัวให้ยูอิจิเช่นกัน
“ผ่านออดิชั่นแล้วซินะ ท่าทางหน้าตาสดใสแบบนี้น่ะ ดีใจด้วยนะ”
“ขอบคุณครับ...เอ้อ...”
“นากามารุ ยูอิจิ เรียกว่ายูอิจิเฉยๆ ก็ได้” ยูอิจิยิ้มสว่างสดใสให้สองหนุ่ม เสื้อสูทสีดำที่ใส่มาในวันนี้ดูดีสุดๆ รอยยิ้มที่ทอดอ่อนให้จุนโนะและจินนั้นก็บ่งบอกถึงความเป็นคนใจดี
“ผ่านแล้วครับ แดนเซอร์ ออดิชั่นของผม” จุนโนะบอกด้วยรอยยิ้มกว้างไม่แพ้กัน
“เห็นมั้ยล่ะ ฉันว่านายต้องผ่านสบายๆ เลยทีเดียว และต่อจากนี้ก็ตั้งใจฝึกซ้อมกันล่ะ ความน่ายินดีไม่ได้จบลงอย่างความสุขหรอกนะ ความสำเร็จมันยังอยู่อีกไกล นายสองคนเพิ่งจะตบเท้าเข้ามาในวงการนี้ได้ไม่ถึงห้าเปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด เพราะฉะนั้นกฎระเบียบของบริษัทจะเป็นหนทางนำนายให้สำเร็จได้ อย่าท้อล่ะ...สู้เข้านะ” ยูอิจิตบบ่าจุนโนะเบาๆ และหันมายิ้มให้จิน
“ดูแลเพื่อนของนายให้ดีล่ะ ...เขายังเด็กนักในถนนสายนี้ ฝากด้วยล่ะ...” ยูอิจิพูดเพียงแค่นั้นก็ยกมือขอตัว เดินอย่างสง่างามจากไป ปล่อยให้จินกับจุนโนะยืนมองหน้ากัน ฝ่ายคนตัวเล็กกว่าหัวเราะแล้วทำหน้าเขินๆ
“ทำไมคุณยูอิจิต้องฝากฉันกับจินด้วยนะ?”
“นั่นน่ะซิ ทำไมเขาต้องมาฝากฝังนายด้วย เป็นไรกันง่ะ” จินทำท่าหงุดหงิดขึ้นมา ไม่เข้าใจความหมายที่ยูอิจิพูดเลยสักนิด สักพักเขาก็หันขวับมามองจุนโนะ
“เอ...หรือว่าเขาจะเลี้ยงต้อยนาย”
“เลี้ยงต้อยเป็นไงง่ะจิน?” จุนโนะถามกลับ และนั่นก็ทำให้จินหน้าแดงระเรื่อขึ้น เขาส่ายหน้าและรุนหลังจุนโนะไปเข้าห้องรายงานตัว
“เป็นไงง่ะจินที่นายพูดเมื่อกี้ง่ะ?” จุนโนะไม่วายถามซ้ำ
“ช่างเหอะ...ไม่มีอะไรหรอก ยังเด็กนะก็อย่าเพิ่งรู้เลย” จินดันร่างบางเข้าไปในห้องนั้น เขาบอกแต่เพียงว่า
“เสร็จแล้วก็นั่งรอในห้องโถงนะ หรือจะกลับห้องก่อนก็ได้ ฉันจะซ้อมอีกนานเลยล่ะ”
“ฮื่อ...บ๋าย บาย...” จุนโนะโบกมือให้ ยิ้มร่าก่อนจะหายเข้าไปในห้องรายงานตัวด้วยความร่าเริง...

************************************

และที่นั่นจุนโนะสุเกะก็ได้พบกับหนุ่มน้อยคนหนึ่ง ทำหน้าบึ้ง คิ้วขมวดเมื่อจุนโนะเดินถอยหลังไปเหยียบเท้าเขาเข้า
“อ๊ะ..ขอโทษครับ...” จุนโนะอุทานออกมา ก้มหัวให้หนุ่มร่างเล็กที่ยืนกอดอก มองปลายเท้าตัวเองที่โดยเหยียบเมื่อสักครู่
“ไม่เป็นไร” เสียงตอบเนิบๆ ขัดกับสีหน้าในยามนี้ และนั่นก็ทำให้จุนโนะชักจะแหยงๆ เขาเดินหลีกนายคนนั้นจะไปอีกทาง แต่ก็โดนคนข้างหน้าขยับถอยหลังมาชนจนร่างบางเซไปชนกับนายหน้าดุอีกครั้ง
“แหะ..แหะ..ขอโทษอีกรอบครับ...” จุนโนะก้มหัวให้อีก
“ไม่เป็นไร...”
“เอ้อ.....มาเป็นแดนเซอร์เหมือนกันหรือครับ?” จุนโนะพยายามชวนคุยเมื่อคิดว่าน่าจะยืนอยู่ตรงนี้จะดีกว่า คนออกจะเยอะแยะ มีแต่พวกแดนเซอร์ทั้งนั้นล่ะมัง
“ใช่ว่าอยากจะมา...” คนร่างบางแต่หน้าดุโพล่งขึ้นมา
“เอ๋?...”
“ช่างเหอะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว หนทางชีวิตเลือกไม่ได้นี่”
“เอ๋?” คราวนี้เป็นฝ่ายขมวดคิ้วบ้าง เจ้าหมอนี่ทำไมพูดอะไรชอบกลแบบนี้นะ พิศดูหน้าตาที่หล่อเหลา แต่ดูไม่ค่อยจะสนใจใครนั้นก็ลงความเห็นว่า เจ้าหมอนี่ไม่ได้เต็มใจเป็นแดนเซอร์เลยแม้แต่นิดเดียว
...แล้วจะมายืนทำไมตรงนี้ล่ะเนี่ย...

“ฉันชื่อจุนโนะสุเกะ นายล่ะ?” แนะนำตัวพลางยื่นมือมาข้างหน้า นายคนนั้นชายตามองมือจุนโนะแว่บหนึ่ง แล้วก็ยื่นมือมาจับ ทำให้จุนโนะโล่งใจ อย่างน้อยหมอนี่ก็ยังพอมีมารยาทบ้าง ไม่ทำให้เขายื่นมือเก้อ
“คาเมนาชิ คาซึยะ..” เสียงตอบสั้นๆ และไม่ได้สนใจคนยืนข้างๆ อีก สายตาคมดุมองไปทางโต๊ะที่เขาให้กรอกใบรายงานตัวข้างหน้า จุนโนะก็เลยแตะข้อศอกคาเมนาชิเบาๆ แล้วเอ่ยชวน
“ไปรายงานตัวกันเถอะ คาเมนาชิคุง”
“อือ..ไปซิ”

......................

ดังนั้น คาเมนาชิ คาซึยะกับทางุจิ จุนโนะสุเกะจึงได้หมายเลขติดเสื้อใกล้กัน และนั่นก็ย่อมหมายถึง เด็กหนุ่มทั้งสองจะต้องอยู่กลุ่มเดียวกัน ซึ่งมีพวกเด็กหนุ่มๆ ที่ผ่านออดิชั่นมาทั้งหมดสามสิบคน และแต่ละคนก็ดูจะอายุมากกว่าจุนโนะทั้งนั้น
“ฉันอายุ 14” จุนโนะบอกคาซึยะเมื่อฝ่ายนั้นถามว่าทำไมถึงดูเด็กนัก
“ฉันสิบหกแล้วล่ะ” คาซึยะชี้ที่อกตัวเอง
“อู๊ว...แก่กว่าฉันสองปี นายอายุเท่าเพื่อนฉันเลย”
“คนไหนล่ะเพื่อนนาย?”
“เขาชื่อ อะกานิชิ จิน มาเป็นนักร้องฝึกหัดที่บริษัทนี้เหมือนกัน เพิ่งจะผ่านออดิชั่นมาได้สองอาทิตย์นี้เอง” จุนโนะพูดถึงจินด้วยความปลาบปลื้ม แต่คนฟังเพียงแต่พยักหน้าแล้วก็ขมวดคิ้วต่อขณะกล่าวว่า
“คนที่ฉันรู้จักก็มาเป็นนักร้องที่นี่ด้วยกัน และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้ฉันต้องมาเป็นแดนเซอร์ไงล่ะ บ้าชิบเลย ฉันอยากเรียนหนังสือธรรมดามากกว่า”
“อ้าว!! นายไม่อยากเต้นหรอกเหรอ?” จุนโนะถาม ทำตาโตเมื่อเห็นคาซึยะทำหน้าเนือยๆ เด็กหนุ่มสั่นหน้า และเบ้ปาก
“เปล่าหรอก...ไม่อยากเต้น แต่มันจำเป็น”
“จำเป็นไรง่ะ?”
“อยู่ไปก็รู้เองล่ะ” คาซึยะตัดบท แล้วมองนาฬิกา จนได้เวลาเลิกแล้ว เขาภาวนาให้ซ้อมเต้นเร็วๆ เพื่อที่จะได้กลับบ้านซะที

และในที่สุดการเรียนเต้นก็สิ้นสุดลง โดยที่ครูฝึกบอกว่าพรุ่งนี้ให้เตรียมตัวมาให้พร้อม นอนหลับให้เต็มที่และจะต้องซ้อมทุกวันเพราะเป็นช่วงปิดเทอม มีวันหยุดก็คือวันเสาร์อาทิตย์ เมื่อครูบอกให้เลิกได้ จุนโนะก็เห็นคาซึยะรีบฉวยกระเป๋าเป้ของตัวเองพาดบ่าและเดินออกจากห้องเป็นคนแรก แต่ก็ไม่ลืมที่จะโบกมือร่ำลาเขาก่อน
“เจอกันพรุ่งนี้นะจุนโนะ”
“บ๋าย บายคาซึยะ” จุนโนะโบกมือตอบ เขายืนรอจินในห้องโถง และสักพักจินก็เดินมากับเพื่อนกลุ่มใหญ่ เขายิ้มให้จุนโนะเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมายืนรอตามที่นัดกันไว้
จินแนะนำจุนโนะให้เพื่อนๆ รู้จัก และทุกคนก็ยิ้มให้เขาอย่างยินดีทุกคน โดยเฉพาะคนที่ชื่อ ยามะชิตะ โทโมฮิสะนั้น ยิ้มกว้างให้เป็นพิเศษ แถมยังหลิ่วตามองเขากับจินอีก
“หวัดดี จุนโนะสุเกะ ได้ยินชื่อมาหลายวันแล้ว จินพูดให้ฟังทุกวันเลย” หนุ่มน้อยตาโตพูดยิ้มๆ ยื่นมือมาให้จุนโนะจับ
“หวัดดีฮะ...” แล้วจุนโนะก็หันมาเลิกคิ้วใส่จิน อยากรู้ว่าจินพูดถึงเขาให้เพื่อนๆ ฟังว่าไงบ้าง
เพื่อนคนอื่นตบบ่าจินและยามะชิตะเป็นเชิงร่ำลาเพราะต้องรีบกลับบ้านกันแล้ว แต่เพื่อนหน้าตาดีที่เพิ่งรู้จักของจินกลับยืนเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง และมองไปรอบๆ ห้อง แต่แล้วก็หยุดสายตาไว้ที่ทางออก และยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่ามีใครคนหนึ่งยืนมองเขาอยู่ตรงนั้น
“อ๊ะ...นึกว่าจะหนีกลับไปซะแล้วอีก” เสียงยามะชิตะร้องออกมา พลางทำสีหน้ายิ้มแย้มจนจินและจุนโนะต้องหันไปมองคนที่โทโมะกล่าวถึง
“ใครง่ะ โทโมะ?” จินถาม
“เด็กที่บ้านน่ะ” โทโมฮิสะกวักมือเรียกหนุ่มน้อยที่ยืนหน้ามุ่ยตรงทางออกประตูให้เดินเข้ามาหา
“เอ๋...คาซึยะนี่” จุนโนะอุทานออกมา เมื่อคนที่ยามะชิตะพูดถึงก็คือ คาเมนาชิ คาซึยะ เพื่อนใหม่ที่เพิ่งรู้จักของเขานี่เอง
“จุนโนะสุเกะรู้จักเจ้าหมอนี่ด้วยเหรอ?...แต่ก็น่าจะรู้จักหรอกนะเพราะเขาเป็นแดนเซอร์ด้วยนี่นา” โทโมะดึงแขนคาซึยะเข้ามาใกล้ และแนะนำให้จินรู้จัก
จุนโนะถึงได้รู้ว่า
คาเมนาชิ คาซึยะคนนี้คือ เด็กที่อยู่ในบ้านของโทโมะนั่นเอง
“ฉันอยากให้เขาเป็นบอดี้การ์ดให้ ก็เลยต้องเข็นให้มาทำงานด้วย แต่อายุขนาดนี้คงจะเป็นแดนเซอร์คงจะพอไหว” คนพูดหัวเราะ ลูบแขนคาซึยะไปมาด้วยความเอ็นดู ทั้งที่อายุก็เท่ากัน
คาซึยะกระตุกยิ้มอย่างเสียไม่ได้ ดูท่าทางจะรำคาญเจ้านายคนนี้มากกว่าจะเห็นดีด้วย

ท้ายสุด..เมื่อต้องแยกย้ายกลับบ้านกันแล้ว โทโมะก็กึ่งลากกึ่งผลักคาซึยะไปขึ้นรถเบนซ์ที่จอดรออยู่อีกฝั่งหนึ่ง
จินและจุนโนะมองตาม แล้วก็หันมามองหน้ากัน จุนโนะเอียงคอและถามว่า
“เพื่อนของจินเขาดูเป็นคุณหนูจังเนอะ...เขาเป็นใครน่ะ?”
“ไม่รู้ซิ ลูกชายยากุซ่ามั่ง” จินพูดอย่างติดตลก แต่ในใจก็นึกสงสัยเหมือนกัน เขามองหน้าจุนโนะเห็นทำคอย่นและก็อดหัวเราะไม่ได้
“กลัวล่ะซิเราน่ะ”
“แหม...ใครจะไม่กลัวพวกยากุซ่าล่ะ”
“นั้นน่ะซิ ถ้าเขาเห็นจุนจังเขาอาจจะจับนายไปขายก็ได้นะ” จินแกล้วขู่
“หวา...จริงด้วยซิ” จุนโนะเกาะแขนจินหมับ เอาหน้าซุกไหล่เขา จินหัวเราะก๊ากเมื่อหลอกจุนโนะได้ จากนั้นก็โอบบ่าเพื่อนตัวน้อยมาใกล้ พาเดินกลับห้องเช่าด้วยกัน ระหว่างทางก็ถามว่าจุนโนะฝึกเต้นแล้วเป็นไงบ้าง
“กลับห้องแล้วจะเต้นให้ดู” จุนโนะว่า
“หวา...ไม่ต้องถึงขนาดหรอก”
“ไม่เอา เค้าจะเต้นให้จินดู” ยืนกรานเสียงแข็งจนจินต้องยอม

จุนโนะเล่าให้ฟังอย่างละเอียด ทั้งเรื่องคุณครูที่เข้มงวด และเรื่องของคาซึยะเพื่อนหน้าตายที่เอาแต่ชอบขมวดคิ้วนิ่วหน้าและไม่ชอบยิ้มเลยแม้เขาจะทำอะไรตลกๆ ให้ดู
“เขาไม่อยากเป็นแดนเซอร์” จุนโนะบอกเมื่อเล่าเรื่องจบ
“สงสัยจะเป็นโทโมะนั่นแหล่ะที่บังคับให้เป็น” จินสรุปเรื่องให้
“คนที่ชื่อโทโมะเขาดุเหรอ?”
“ไม่หรอก ตรงกันข้ามเลยล่ะ ฉันถึงสงสัยไงว่า เขาเป็นใครกันแน่ ทำไมต้องมีบอดี้การ์ดมาคอยรับกลับบ้านทุกวัน” จินไม่วายสงสัย เขาเดินขมวดคิ้วไปตลอดทาง โดยไม่ทันสังเกตว่าจุนโนะยังคงเกาะแขนเขาอยู่ไม่ยอมปล่อยจนถึงห้องเช่า...

***************************

ในขณะเดียวกัน ณ คฤหาสน์หลังงามของตระกูลยามะชิตะ
คาซึยะยืนกอดอก ขมวดคิ้วนิ่วหน้าขณะที่ริมฝีปากบางเผยอบอกผู้เป็นคุณหนูของบ้านว่า
“ผมไม่อยากเป็นนักเต้น...ไม่ชอบ!!”
“ต้องชอบ!!” โทโมะสวนขึ้นมาทันควัน
“ทำไมคุณต้องบังคับผมด้วยง่ะ?”
“ก็เพราะว่าฉันเป็นนายน่ะซิ คาซึยะ และฉันก็ไม่ชอบให้นายมาขัดใจฉันด้วย” น้ำเสียงห้วนของคนเป็นนายทำให้คาซึยะหน้ามุ่ย
จากสีหน้านั้นนั่นเองทำให้คนพูดยิ้มประจบขึ้นมาทันใด โทโมะเดินมาเกาะแขนคาซึยะ ดึงเจ้าตัวมาใกล้ๆ เป็นการเปลี่ยนท่าทีโดยกระทันหัน
“น่านะ...นะ...ถ้าไม่มีนายไปเข้าบริษัทนั้นเป็นเพื่อนฉันล่ะก็ พ่อต้องไม่อนุญาตให้ฉันเป็นนักร้องแน่ๆ เลย น้า..า..า...คาซึยะน้า...ถือว่าช่วยๆ ก็แล้วกัน แล้วอีกอย่างนายก็เต้นเก่งอยู่แล้วนี่”
“ผมเต้นเฉพาะในงานเลี้ยงกับพวกเพื่อนๆ ที่โรงเรียน ไอ้ประเภทจะยึดเป็นอาชีพน่ะ ผมไม่ยังไม่คิดเลยนะครับ ทำไมต้องบังคับจิตใจกันด้วยง่ะ”
“ไม่ได้บังคับซะกะหน่อย พ่อของนายก็เห็นดีด้วยน้า...” โทโมะเอียงคออมยิ้ม ขณะกล่าวถึงหัวหน้าผู้ติดตามซึ่งเป็นพ่อของคาซึยะ
“ก็คุณบังคับพ่อผม”
“เปล่าน้า...า..า..”
“คุณโทโมะก็ไม่ได้อยากเป็นนักร้องจริงๆ จังๆ ซะหน่อย ที่ดิ้นรนอยากจะเข้า บริษัท ซิกแนล โปรดักชั่น ก็เพราะอยากอยู่ใกล้ผู้ชายคนนั้นต่างหากล่ะ”
“ชูวส์...ส์...อย่าพูดให้ใครได้ยินนะ...” โทโมะผวาเข้าปิดปากของคาซึยะแน่น ดวงตากลมโตกรอกไปรอบๆ ตัว เพราะกลัวว่าจะมีใครได้ยินประโยคนั้นของคาซึยะ
“อย่าพูดไปล่ะ แหม...แค่ขอให้ได้อยู่ใกล้พี่ยูก็พอแล้ว เนี่ย...ตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นั่น ยังไม่เคยพบกับพี่ยูซะที เฉียดกันไปก็เฉียดกันมา เซ็งชะมัดเลย”
“ถ้าจะเซ็งจริงๆ” คาซึยะอดค่อนขอดไม่ได้เมื่อเจ้านายคนสวยของเขาทำท่ากระฟัดกระเฟียด แต่ดวงตาคู่สวยก็เหม่อลอยเมื่อเอ่ยชื่อของผู้ชายที่ผูกสมัครรักใคร่ด้วย

......นากามารุ ยูอิจิ.....

ชายหนุ่มรูปงามที่โทโมะหลงใหลได้ปลื้ม ตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กยังไม่แรกรุ่นเลยด้วยซ้ำ ข้อนี้คาซึยะดูเหมือนจะรู้ดีที่สุด เพราะพ่อของนากามารุกับครอบครัวยามะชิตะนั้นสนิทสนมกันเป็นอย่างดี และทั้งสองครอบครัวไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ
ยูอิจิมักจะตามพ่อมาบ้านนี้ด้วย แต่ก็มาเพราะอยากมาเที่ยว แต่จะคิดมาหาใครสักคนอย่างที่โทโมะหวังให้เป็นก็หาไม่
โทโมะมักจะเฝ้าดูพี่ชายสุดหล่อที่ชอบมายืนดูกรงนกขนาดมหึมาที่บ้านของเขาเสมอ และโทโมะก็จะหาเรื่องมาป้วนเปี้ยนเข้าใกล้ยูอิจิเป็นประจำ เด็กน้อยมักจะแหงนคอดูพี่ชายคนนี้เล่าเรื่องนกต่างๆ ให้เขาฟัง ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มนั้น ติดตาตรึงใจโทโมะเหลือเกิน จนกระทั่งวัยรุ่นเข้ามานี่ ถึงได้ห่างๆ กันเพราะยูอิจิไปเรียนต่อต่างประเทศ

แต่เมื่อบินกลับมาเข้ามารับตำแหน่งรองจากพ่อของตัวเอง เมื่อนั้นแหล่ะที่โทโมะถึงได้มีโอกาสพบกับยูอิจิอีกครั้ง และความรู้สึกชื่นชมที่เคยรู้สึกมาแต่ไหนแต่ไรทำให้โทโมะตัดสินใจเข้ามาออดิชั่นเป็นนักร้อง ไม่ใช่เพราะอยากโด่งดังแต่เพราะอยากเข้ามาใกล้ยูอิจิคนนี้ต่างหาก และสิ่งหนึ่งที่จะได้รับอนุญาตจากผู้เป็นบิดาก็คือ ต้องมีใครสักคนที่คอยดูแลโทโมะด้วย และคนที่ถูกเลือกก็คือ คาเมนาชิ คาซึยะ ลูกชายคนเดียวของหัวหน้าผู้ติดตามของครอบครัวยามะชิตะนั่นเอง

ด้วยอายุที่ใกล้เคียงกัน ทำให้โทโมะตอบตกลงตามคำขอของบิดาทันที ดังนั้นคาซึยะจึงตกเป็นเหยื่อของโทโมะไปโดยปริยายทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้พิศมัยวงการบันเทิงสักเท่าไร

คาซึยะต้องยอมทำตามคำสั่ง เพราะเคยเป็นลูกไล่ให้คุณโทโมะมาตั้งแต่เด็ก แต่กระนั้นด้วยวัยเพียง 16 ปี ทำให้เขาคิดว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นี้ มันหนักหนาสาหัสเหลือเกินสำหรับความสุขส่วนตัวที่กำลังจะเสียไป แต่โทโมะไม่ได้คิดแบบเขา คุณหนูผู้แสนจะเพียบพร้อมขอทำอะไรตามใจชอบเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองหวังเอาไว้ สิ่งนั้นก็คือ ผู้ชายที่ชื่อยูอิจินั่นเอง....

******************************

เสียงเพลงจากวิทยุที่เปิดเบาๆ ภายในห้องเช่าแคบๆ นั้นถูกปิดลงเมื่อจุนโนะเต้นให้จินดูจบแล้ว จินตบมือให้และหัวเราะร่าเมื่อเพื่อนรุ่นน้องเดินหอบมานั่งแหมะลงข้างกาย จุนโนะพิงศีรษะกับหัวไหล่จิน และหอบหายใจเพราะความเหนื่อย
“อะไรแค่สองสามเพลงก็เหนื่อยซะแล้ว” จินแซว
“ก็มันเหนื่อยจริงๆ นี่นา” เสียงหอบหายใจปนกับสีหน้ายิ้มแย้มของจุนโนะทำให้จินอดคิดไม่ได้ว่า ...เพื่อนตัวน้อยของเขากำลังมาถูกทางล่ะ จุนโนะชอบในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ และนั่นก็ทำให้เขาโล่งใจเพราะเขาไม่ได้คิดผิดที่หอบหิ้วเอาจุนโนะมาลำบากด้วย
“ฉันดีใจที่นายชอบนะ จุนจัง”
“ชอบซิ...ได้เต้นแถมยังได้กะตังค์อีก”
“อื้อ...ถ้าได้เงินเดือนดีๆ เราจะย้ายไปเช่าห้องที่ดูดีกว่านี้ดีมั้ย?” จินเสนอ และจุนโนะก็สนองโดยการพยักหน้าให้ จินจึงเสนอว่า
“เอาห้องชุดเลยเป็นไง หรือจะเอาแบบห้องเดียวแต่สองเตียง ห้องกว้างๆ มีที่ให้นายทำอะไรได้ตามใจชอบไง”
“เอาแบบเตียงกว้างๆ น้า...มิมิจะได้นอนสบายๆ ไม่โดนฉันทับจนแบนแบบเนี้ย...” จุนโนะชูตุ๊กตาหมีที่ส่วนกลางลำตัวชักจะเริ่มแบนแล้วให้จินดู จินฉวยมิมิมากำที่ส่วนลำตัวแล้วเขย่าไปมาจนจุนโนะร้องลั่นพยายามแย่งคืน แต่จินก็ปาเจ้ามิมิผลุงไปกลางเตียง
“จินบ้า!! บ้าที่สุดเลย!!” จุนโนะโวยลั่น เอื้อมไปคว้าเจ้าหมีน้อยมากอดและพยายามตีตรงพุงมิมิให้นุ่นมากองรวมกันที่กลางลำตัว
“จะซื้อให้ใหม่” จินว่า มองการกระทำของเพื่อนร่วมห้องด้วยความเอ็นดู แต่จุนโนะชูนิ้วขึ้นสองนิ้ว
“เอาสองตัว...”
“งก...”
“อื้อ....งั้นไม่เอาสักกะตัว เค้ารักมิมิตัวเดียว” จุนโนะย่นจมูกใส่แล้วก็วางมิมิลงกึ่งกลางเตียงเป็นเส้นแบ่งเขตการนอนของเขากับจิน ร่างเล็กบอกว่าจะไปอาบน้ำอีกรอบเพราะเมื่อกี้เต้นจนเหงื่อออก จินก็เลยล้มตัวลงนอนก่อน

จุนโนะอาบน้ำเสร็จแล้วก็ปิดไฟจนห้องมืด เห็นแต่แสงไฟจากเสาไฟฟ้าอยู่ลิบๆ แต่ก็ไม่ทำให้เกิดความระคายตาแต่อย่างใด จินพลิกกายเข้าหาร่างบางเมื่อได้กลิ่นหอมสบู่กรุ่นกระจาย จุนโนะตัวหอมกำลังนอนขดตัวหันหลังให้เขา จินจึงวาดวงแขนออกกว้างคว้าร่างบางมากอดไว้
“ไปนอนริมเตียงเดี๋ยวก็ตกเตียงเอวเดี้ยง เต้นไม่ได้จะว่าไง..”
“อือ....” จุนโนะขยับกายซุกเข้าหาอกอุ่นพร้อมกับมิมิในวงแขน เขาหลับตาลงอย่างสบายใจ ตั้งแต่มาอยู่โตเกียวนี่เขาสุขภาพจิตดีขึ้น ดีกว่าอยู่กับแม่และพ่อเลี้ยงซะอีก ....
“จิน.......” จุนโนะส่งเสียงเรียกจากความมืด ร่างใหญ่กว่าร้องหือในลำคอ กำลังเงี่ยหูฟังว่าเจ้าตัวเล็กจะพูดอะไรต่อ เขาได้ยินเสียงจุนโนะหัวเราะก็เลยถาม
“หัวเราะอะไรหรือ? จุนจัง”
“หัวเราะเราสองคน...จินเหมือนพ่อฉันเลย...ตอนพ่อยังอยู่ พ่อก็ชอบให้ฉันนอนใกล้ๆ บอกว่าฉันนอนดิ้นระวังตกเตียงขาเดี้ยง”
“งั้นหรือ? จุนจังคงคิดถึงพ่อมากซินะ?” จินถาม
“ฮื่อ...มากๆ เลยด้วย...พ่อไม่น่าตายเลยเนอะ แต่ฉันก็แค่คิดถึงง่ะนะ...พ่อคงเฝ้ามองฉันอยู่สักที่ใดที่หนึ่งบนสวรรค์ และพ่อต้องชอบที่จะเห็นฉันเต้นด้วย”
“เด็กน้อย...พูดจาเป็นผู้ใหญ่เชียว” จินยีหัวจุนโนะเล่น ทำให้ร่างบางจับมือข้างนั้นของจินมากุมไว้
“ฉันโตแล้วนะ อายุ 14 แล้ว จะ 15 อีกไม่กี่เดือนนี้เอง...”
“โตได้ไง ยังนอนกอดมิมิอยู่เลย”
“มิมิเป็นเพื่อนสนิทของฉันรองจากจินนี่นะ...ขาดไม่ได้หรอก”
“งั้นจุนจังก็ขาดฉันไม่ได้เหมือนกันใช่มั้ย?” เสียงถามขึ้นลอยๆ ทำให้จุนโนะผงกกายขึ้น เขม้นมองหน้าจินในความมืด
“ไม่ได้หรอก ขาดจินน่ะ ไม่เอาหรอก ฉันขาดจินไม่ได้ ถ้าจินไม่อยู่แล้วใครจะดูแลฉันล่ะ” จุนโนะว่าแล้วก็ซุกหน้าเข้าหาอกของจิน ได้ยินเสียงหัวใจของจินเต้นด้วยล่ะ
“จิน...สัญญานะว่าจะไม่ทิ้งเค้าน่ะ”
“จะทิ้งได้ไง ตัวจุนโนะโตกว่าถังขยะอีกแน่ะ” จินพูดติดตลก จึงโดนร่างบางหยิกจนสะดุ้งโหยง
“พูดเล่นอยู่เรื่อยเลย เด็กตามไม่ทันนะจะบอกให้...เฮ้อ...ไม่เอาล่ะ นอนดีกว่า ครูฝึกบอกว่าให้นอนให้เต็มอิ่ม จะได้มีแรงเต้นไหว..”
“งั้น...ราตรีสวัสดิ์เด็กน้อย” จินงึมงำ เสียงเนือยๆ เพราะเริ่มง่วงแล้ว เจ้าตัวเล็กส่งเสียงหาวเบาๆ แล้วก็หันหลังให้จินเพื่อที่จะได้นอนสบายๆ จินจึงกอดจุนโนะไว้จากด้านหลัง ปลายนิ้วมือสัมผัสขนนุ่มของเจ้าหมีมิมิที่จุนโนะนอนกอด ... เขาก็เลยกอดเอาไว้แน่นทั้งคนทั้งหมี...เมื่อความง่วงงุนเข้ามาเยือน เขาจึงระบายลมหายใจออกมา ก่อนจะเข้าสู่นิทรา...

**********************

to be con

comment ที่นี่จ้า...

Hosted by www.Geocities.ws

1