Show Me Your LOVE

 

Vol 1

***************************

ที่สถานีรถไฟ ณ ตำบลหนึ่งในจังหวัดคานางาว่า ...


เด็กรุ่นหนุ่ม.....อะกานิชิ จิน กำลังนั่งชะเง้อคอไปทางประตูทางเข้าของสถานีอย่างกระสับกระส่าย สลับไปกับการก้มมองนาฬิกาบนข้อมือ เขาตบตั๋วรถไฟลงบนหัวเข่าตัวเองถี่ๆ และกวาดสายตามองไปรอบสถานี ผู้คนเดินเข้าๆ ออกๆ กันอยู่จนแทบตาลาย เขาเองก็สอดส่ายสายตามองหาร่างเล็กของเด็กชายวัยรุ่นคนหนึ่ง แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าคนคนนั้นจะปรากฏกายให้เห็นแต่อย่างใด
“ทำไมช้าจัง เดี๋ยวก็ไม่ทันรถไฟพอดี ...เฮ้อ...” หนุ่มน้อยถอนหายใจ ก้มมองตั๋วในมือ แต่พอเงยขึ้นมองทางประตูเข้าอีกครั้ง คราวนี้ก็ต้องระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่อปรากฏร่างของเด็กชายวัยไม่เกิน 14 ปี เดินลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กมาหนึ่งใบและมืออีกข้างก็กอดถุงกระดาษมาด้วย ความหนักของกระเป๋าทำให้ร่างบอบบางนั้นเซแถ่ดๆ เดินเป๋ไม่ตรงทาง
จินลุกขึ้นยืนเมื่อเด็กคนนั้นเดินมาถึงพร้อมกับหอบหายใจด้วยความเหนื่อย
“ทำไมมาช้าล่ะ จุนจัง” จินถาม เขาลากกระเป๋าของเด็กชายมาถือให้ ร่างเล็กใช้มือต่างพัดโบกให้ลมเย็นพัดในหน้าของตัวเองไปมา พลางเป่าลมออกทางปาก
“โอย...เหนื่อย...” เด็กชายทำหน้ายู่
“มาช้าไปตั้งเกือบครึ่งชั่วโมงแน่ะ แย่ชะมัดเลย” จินไม่วายบ่นต่อ

จุนจัง...หรือจุนโนะสุเกะยิ้มเจื่อนๆ และก็ล้วงของในถุงกระดาษออกมาชูตรงหน้าจิน
“ออกมาได้ครึ่งทางแล้ว แต่ลืมเอาเจ้ามิมิมาด้วย ก็เลยต้องรีบกลับไปเอา”

จินมอง เจ้ามิมิที่อยู่ในมือของจุนโนะแล้วก็ต้องส่ายหน้า..ก็มิมินั้นน่ะ คือเท็ดดี้แบร์ตัวขนาดพออุ้ม แต่ก็เก่าแสนเก่าจนขนไม่ฟูแล้ว แถมเสื้อผ้าของเจ้ามิมิก็ดำแสนดำ แต่เมื่ออยู่ในมือของจุนโนะแล้ว ทำไมมิมิถึงได้ดูมีค่าถึงขนาดนั้น หรือเป็นเพราะได้รับการกอดอย่างรักใคร่จากอ้อมแขนเล็กๆ นั้นละมัง จุนโนะซุกมิมิไว้แนบอก กดหัวของเจ้าหมีน้อยกับหน้าของตัวเอง แล้วโผล่แต่ลูกตาดำๆ กรอกไปกรอกมามองจินอย่างใสซื่อ
“เอามาทำไมนะ สกปรกจะตาย” จินอดค่อนเจ้ามิมิไม่ได้
“ก็จะทิ้งไว้ได้ไง จินให้เค้าทั้งที ต้องเอามันไปด้วย คู่ทุกข์คู่ยากของฉันนี่นะ” จุนโนะจีบปากจีบคอพูด ทำหน้ามุ่ย แก้มใสด้วยวัยเด็กป่องออกเมื่อไม่สบอารมณ์เพราะจินมาว่าตุ๊กตาหมีตัวโปรดของเขานี่นา
“ถึงมิมิของเค้าจะดำ แต่ก็เป็นเพื่อนกับเค้าละกันล่ะ จินให้เองแท้ๆ ทำไมมาว่ามิมิด้วยล่ะ”
“เอาไว้ไปถึงโตเกียวแล้ว จะซื้อให้ใหม่นะ” จินปลอบใจเมื่อจุนโนะทำหน้างอน เขาลูบหัวจุนโนะเบาๆ และรุนหลังให้ไปยืนที่ชานชาลา เหลียวหน้าเหลียวหลังกลัวว่าผู้ปกครองของจุนโนะจะตามมา
“แม่ไม่อยู่แน่นะ แล้วพ่อนายล่ะไม่สงสัยเหรอ หิ้วกระเป๋ามานี่ง่ะ” จินก้มลงถาม ขณะที่มือข้างหนึ่งก็วางพาดบนบ่าของจุนโนะ
“เขาไม่ใช่พ่อฉันซะหน่อย”
“โอเค...ไม่ใช่ก็ไม่ใช่..พ่อเลี้ยงนายง่ะเห็นหรือเปล่าตอนนายเดินหิ้วกระเป๋าออกมาจากบ้านน่ะ”
“ไม่เห็นหรอก”
“งั้นก็ดี...เห็นล่ะก็อดไปกันพอดี”
“ถ้าเห็นเขาก็คงไม่ว่าอะไรหรอก เขาก็อยากให้ฉันไปอยู่แล้วนี่”
จุนโนะพูดพลางเลิกแขนเสื้อให้จินดู ซึ่งจินเห็นสิ่งหนึ่งบนแขนของจุนโนะแล้วก็ต้องเบิกตากว้าง รอยแดงเหมือนรอยถูกตีจากไม้เรียวเห็นเด่นชัดบนผิวเนื้ออ่อนเยาว์นั่น จินถอนหายใจ แล้วเป่าลมบนแผลแดงนั่น
“หายนะ...ไม่เจ็บมากใช่มั้ย? พ่อเลี้ยงนายนี่ดุฉิบเป๋งเลยจุนจัง ดีแล้วล่ะที่หนีมาได้” จินปลอบ ซึ่งก็ทำให้จุนโนะทำตาแดงๆ มือน้อยขยุ้มชายเสื้อของจินไว้แน่น
“จินอย่าทิ้งเค้านะ...เค้าไม่มีใครแล้ว ไม่มีใครรักเค้าเลยแม้แต่แม่ก็ไม่รักเค้า” จุนโนะพูดเสียงเศร้า ทำให้จินนึกเห็นภาพ ก็เคยเห็นบ่อยๆ ยามเดินผ่านบ้านของหนูน้อยคนนี้น่ะ จุนโนะเคยถูกพ่อเลี้ยงตีบ่อยๆ และที่จินไม่สบอารมณ์นักก็คือ แม่ของจุนโนะไม่ว่าอะไรสามีใหม่สักคำ ...และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้เขาชวนจุนโนะมาด้วยกัน

......................

“จินจะไปเป็นนักร้องแล้วฉันจะเป็นอะไรล่ะ?” จุนโนะถามขึ้นมา ตอนนี้ทั้งสองเข้ามานั่งอยู่ในรถไฟเพื่อมุ่งหน้าสู่โตเกียวแล้ว สองข้างทางประดับประดาไปด้วยทุ่งหญ้าสีเขียวที่กำลังชูดอกหญ้าสีขาวโบกมือพลิ้วยามเมื่อโดนลมพัดผ่าน จินยิ้มให้คนอ่อนวัยกว่า จุนโนะถามมาแบบนี้ เขาเองก็ยังหาคำตอบให้ไม่ได้
“ยังไม่รู้เลย..” เขาว่า แต่ก็ปลอบใจอีกว่า
“จุนจังยังเด็ก ต้องอยู่ในความดูแลของฉันไปก่อน ถ้าฉันได้เป็นนักร้องแล้วจะเลี้ยงไม่ให้จุนจังต้องโดนตีอีกหรอกนะ นายต้องคอยอยู่ข้างๆ ฉันตลอดนะ บางทีถ้าฉันไปได้ดี อาจจะช่วยพูดให้เขารับนายเข้าเป็นเด็กในสังกัดด้วยก็ได้”
“จริงเหรอ? ก็ดีน่ะซิ แต่ฉันไม่อยากเป็นนักร้องนี่นะ” จุนโนะเอามือสอดกันไว้ใต้เข่า ขาสองข้างแกว่งไปมา
“แล้วนายอยากเป็นอะไรล่ะ?” จินถาม
“เป็นนักเต้น”
“อ๋อ..แดนเซอร์”
“ฮื่อ...อย่างนั้นล่ะมัง ถ้าจินเป็นนักร้องแล้วเค้าจะเป็นแดนเซอร์ให้จินได้มั้ยอ่ะ?” จุนโนะเอียงหน้าน่ารักถาม ซึ่งจินก็ต้องยิ้มรับคำขอนั้นอยู่แล้ว ก็อุตส่าห์ชวนหนีมาทั้งทีนี่นะ จินแบมือขึ้นสูง จุนโนะแบมือของตัวเองบ้าง จากนั้นมือสองมือของคนสองคนก็ตบแปะเข้าด้วยกัน
“สัญญาลูกผู้ชาย...” จินกับจุนโนะหัวเราะเสียงใส

ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันข้างหน้า แต่จินก็หวังเอาไว้ว่า เขาจะดูแลและปกป้องจุนโนะได้อย่างดี เพราะเขาเป็นคนเอ่ยปากชวนจุนโนะให้มาโตเกียวด้วยกัน แม้จะรู้ว่าทำผิด แต่ก็อดที่จะสงสารเด็กน้อยที่กำพร้าพ่อคนนี้ไม่ได้

จุนโนะคือเด็กชายข้างบ้านที่แม่ของเขาและแม่ของจินเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่บ้านของจินไม่มีปัญหาครอบครัวอะไรเลย ซึ่งผิดกับบ้านจุนโนะมากมาย
จุนโนะมีพ่อเลี้ยงที่หยาบคาย ขี้เมาและเห็นแก่ตัว วันๆ ถ้าไม่หาเรื่องตีจุนโนะก็หาเรื่องให้ออกจากบ้านไปไกลๆ ซึ่งที่ที่จุนโนะจะมาสงบกายสงบใจได้ก็คือบ้านของจินนั่นเอง
เวลาจินเดินผ่านบ้านจุนโนะ เขามักจะเมียงๆ มองๆ เข้าไปในบ้านเสมอ ถ้าจุนโนะไม่ซบศีรษะอยู่กับขอบหน้าต่างห้องชั้นบนก็ต้องลงมาให้พ่อเลี้ยงตีก้นอยู่ชั้นล่างเสมอ
จินมักจะเผลอขบริมฝีปากเมื่อเห็นจุนโนะยืนกอดอกปล่อยให้พ่อเลี้ยงตีก้นอยู่เป็นประจำ ...เขารู้ว่าจุนโนะไม่ใช่เด็กซนถึงขนาดต้องโดนตี แต่เขาก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมผู้ชายบ้านนี้ถึงชอบใช้ไม้เรียวกันนัก จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อจินรีบมาหาจุนโนะเพื่อแจ้งข่าวดีว่า ผลที่เขาไปออดิชั่นกับบริษัท ซิกแนล โปรดักชั่น ซึ่งผลิตดารา นักร้องวัยรุ่นป้อนวงการบันเทิง ได้ตอบรับเขาแล้ว และจินก็ต้องเข้าไปใช้ชีวิตอยู่ในโตเกียวในอีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้าเพื่อรับการเทรนเสียงและท่าทางเพื่อให้เป็นขวัญใจวัยรุ่นคนต่อไป

จินไปบ้านของจุนโนะเพื่อที่จะบอกข่าวดี แต่พอไปถึงจริงๆ เขาก็ได้แต่ยืนชะเง้ออยู่ริมรั้วเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของเพื่อนตัวน้อยและเสียงไม้เรียวหวดก้นขวับๆ จินยืนกำหมัดแน่นเมื่อเสียงร้องไห้ของจุนโนะบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก จินตัดสินใจปีนข้ามรั้วเพื่อจะแอบมองเหตุการณ์จากภายนอกหน้าต่างบ้านชั้นล่างนั้น
“อย่าทำผมนะฮะ ผมเจ็บ...” จุนโนะสะอึกสะอื้น
จินเห็นจุนโนะพยายามใช้แขนกันไม้เรียวที่กำลังจะฟาดบนเนื้อตัวเขา และที่ห้องนั้นจินไม่เห็นแม่ของจุนโนะเลย สงสัยจะไม่อยู่บ้าน
พ่อเลี้ยงของจุนโนะเป็นชายผมเถิกวัยกลางคน รูปร่างสูงใหญ่ และในขณะนั้นกำลังยืนกำไม้เรียวแน่น
“ไม่อยากเจ็บตัวก็ยอมเข้าไปในห้องกับฉันซะดีๆ”
“ไม่เอา ไม่เข้า” เสียงเด็กชายปฏิเสธปนสะอื้น
“หึ้ย...ไอ้เด็กระยำ ทำไมแกชอบขัดคำสั่งฉันซะนักหา? หนอย..รูปร่างบอบบางอย่างแก จับฉันอัดซะทีสองทีขี้คร้านจะชอบ” เสียงห้าวๆ นั้นทำให้จินรู้สึกตกใจ ความหมายของเจ้าหมอนั่นน่ะมันส่อไปทางไม่ดีเลยล่ะ เจ้านั่นคิดจะทำอะไรเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ อย่างจุนโนะสุเกะนะ
จุนโนะก้มหน้าร้องไห้ เขาสะบัดแขนจนหลุดจากอุ้งมือใหญ่โตนั่น วิ่งอย่างเร็วขึ้นบันไดห้องไป โดยที่พ่อเลี้ยงไม่อาจตามทัน จึงได้แต่สบถออกมาลั่นบ้าน
“ไอ้เด็กเวร...หนีไปอีกแล้วนะมึง ...คอยดูเหอะ ไม่โดนกูฟันสักวันก็ให้มันรู้ไป หนอย...เล่นตัวดีนัก แม่มึงก็ใช่ว่าจะปกป้องมึงได้ ...อยู่บนห้องทั้งวันนั่นแหล่ะ อย่าโผล่หัวมาให้เห็นล่ะ ไม่งั้นน่วมด้วยไม้เรียวกูแน่!!”
เสียงหยาบคายนั้นยังดังอยู่และค่อยๆ จางหายไป จินโผล่หน้าออกมาดู ก็เห็นพ่อเลี้ยงจุนโนะขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปจากบ้านแล้ว และจินก็เชื่อว่าหมอนั่นคงจะออกไปหาเหล้ากินแน่ๆ

และไม่รอช้าจินรีบวิ่งขึ้นไปบนห้องของจุนโนะ ....

จุนโนะรีบเปิดประตูให้ทันทีที่รู้ว่าเป็นจิน ร่างบางโผเข้าซุกกับอกของเขา เพราะเห็นว่ามีจินเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะเป็นที่พึ่งของเขาได้
“โอ๋...ไม่ต้องร้องไห้นะจุนจัง ฉันอยู่นี่แล้ว ฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายนายเด็ดขาดเลย” จินกอดร่างบางที่เอาแต่ร้องไห้ในอ้อมแขน
เด็กชายจุนโนะสุเกะอยู่ในสภาพที่น่าสงสารเป็นที่สุด หน้าตาแดงเพราะร้องไห้ ริมฝีปากบางสั่นระริกขณะเล่าเรื่องให้เขาฟัง
“เขาจะข่มขืนฉัน...ฮึก...ฉันไม่ยอมหรอก ยังไงก็ยอมไม่ได้..ฮึก...เขาตีฉันด้วยล่ะ”
“แม่นายล่ะรู้หรือเปล่า?” จินถาม จุนโนะส่ายหน้า
“แม่ไม่รู้ว่าเขาคิดจะข่มขืน แต่เวลาเขาตีฉัน เขาบอกว่าฉันซน ทำข้าวของเสียหาย และฉันต้องถูกทำโทษ เขาโกหกแม่ และแม่ก็เชื่อเขา...ฮึก...ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่เลยจิน...ไม่อยากอยู่...ฮึก...อยากให้โรงเรียนเปิดเทอมไวๆ ฉันไม่อยากอยู่บ้าน..”

จุนโนะเกลือกหน้าร้องไห้กับเสื้อของเขา น้ำตาที่ไหลออกมาทำให้เสื้อของจินชุ่มไปด้วยน้ำ จินตัดสินใจได้เดี๋ยวนั้น เขาชวนจุนโนะให้ไปโตเกียวกับเขาด้วย ซึ่งจุนโนะก็ยิ้มรับทั้งน้ำตา
“จริงนะ!! จินให้เค้าอยู่ด้วยนะ?” เสียงจุนโนะอ้อนวอน น้ำเสียงร่าเริงขึ้น มือของจุนโนะที่อ้อมมารัดเอวของจินนั้น จิกแน่นราวกับต้องการหาที่ปกป้อง จินลูบศีรษะทุยนั้นอย่างอ่อนโยน เขาบอกว่า
“แน่นอนที่สุด ฉันไม่ยอมให้จุนโนะอยู่ในที่ที่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว...ถึงโรงเรียนจะเปิดแต่นายก็ต้องอยู่ที่บ้านหลังนี้อยู่ดี”

*************************************

ที่โตเกียว...

บริษัท ซิกแนล โปรดักชั่น...ดูหรูหราและยิ่งใหญ่เหลือเกินในความรู้สึกของเด็กหนุ่มวัยสิบหกปี อะกานิชิ จิน มาตามจดหมายรับรองที่เขาได้รับจากทางบริษัท และก็ไม่ลืมที่จะนำจุนโนะมาด้วย และในตอนนี้จินได้ปล่อยให้จุนโนะนั่งตัวลีบอยู่บนโซฟาในห้องรับรองด้านนอก ส่วนตัวเขาเองหายเข้าไปในห้องประชุมร่วมสองชั่วโมงแล้ว จุนโนะชะเง้อมองไปทางห้องนั้นอยู่บ่อยๆ เวลาประตูเปิดและปิด เขามักจะเห็นว่ามีคนเดินเข้าๆ ออกๆ มากมาย ส่วนมากเป็นพวกวัยรุ่นหน้าตาดีทั้งหญิงและชาย รวมถึงคนที่มีอายุหน่อย คงจะเป็นพวกผู้บริหารละมัง จุนโนะเดาเอา
“จินจะได้เป็นนักร้องมั้ยนะ? ขอให้ได้ทีเถอะ...พระเจ้าอยากกินอะไรจุนโนะจะหามาให้” จุนโนะแอบสวดมนต์ขอพรอยู่ในใจ เพื่อที่จินจะได้สมหวัง ......
เขานั่งอยู่ที่นั่นได้สักพักก็เริ่มเบื่อ จึงลุกไปยืนเกาะผนังกระจกมองออกทิวทัศน์ชั้นล่าง คงไม่เกะกะใครหรอกนะ เพราะแอบยืนอยู่ใกล้กับกระถางต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้องแล้วนี่นา แต่กระนั้นขณะที่กำลังมองภาพความจอแจของเมืองโตเกียวเพลินๆ ก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีเสียงกระแอมดังขึ้นข้างล่าง
จุนโนะรีบหันไปมองอย่างหวาดๆ เขาพบกับชายคนหนึ่งใส่สูทลำลองสีครีม ยืนเอามือไพล่หลังเอียงคอมองเขาอยู่ เด็กชายทำตัวลีบให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาก้มหน้างุดเมื่อชายแปลกหน้าคนนั้นเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้า
“เธอเข้ามาออดิชั่นหรือ?” ชายหนุ่มคนนั้นถาม น้ำเสียงห้าวลึกดูน่าเกรงขามจริงๆ
จุนโนะเหลือบตามอง เห็นใบหน้าคมเข้มนั้นมองเขาไม่วางตา และดูจะกวาดไปทั่งส่วนสูงของเขาเลยด้วย
เด็กชายส่ายหน้าและบอกว่ามาเป็นเพื่อนอะกานิชิ จิน
“อ๋อ...หนุ่มน้อยที่กำลังจะก้าวมาเป็นไอดอลของบริษัทนี้นี่เอง เธอเป็นเพื่อนของเขาหรือ?”
“ค..ครับ...”
“อืม...นึกว่าจะมาออดิชั่นใหม่เสียอีกแน่ะ...แต่รูปร่างหน้าตาเธอก็ไม่เลวนี่นะ สนใจมาออดิชั่นมั้ย ตอนนี้กำลังรับสมัครหาแดนเซอร์วัยเอ๊าะอยู่”
“ผมเหรอ?” จุนโนะชี้ตัวเอง
“ใช่...ว่าไงสนใจมั้ย?”
จุนโนะนึกไปถึงเมื่อวันก่อนจะมา จินก็เคยบอกเอาไว้แบบนี้เหมือนกันว่า ถ้าได้เป็นนักร้องเมื่อไรจะช่วยดันให้เขาเป็นแดนเซอร์ให้ได้ แต่ตอนนี้ โอกาสมาถึงเร็วเกินกว่าที่คิดเสียอีก จุนโนะอยากทำงานกับจิน ถ้าเขาได้เป็นสมาชิกของบริษัทแห่งนี้ เขาก็จะได้อยู่ใกล้ๆ กับจินด้วยไงล่ะ เขาจึงพยักหน้าตอบตกลงอย่างไม่ลังเล
ผู้ชายคนนั้นยิ้มขันๆ เมื่อเห็นหน้าตาเอาจริงของจุนโนะ
“เอ...หรือว่าจะอยากเป็นนักร้อง แต่ว่าออดิชั่นของนักร้องน่ะปิดแล้วนะ ต้องรอปีหน้าโน่นแน่ะ”
“ไม่ครับ ผมร้องเพลงไม่เป็น แต่ผมชอบเต้น ผมอยากเป็นนักเต้น” จุนโนะทำเสียงกระตือรือร้น ชายหนุ่มใจดีคนนั้นจึงหัวเราะเบาๆ
“งั้นอย่าลืมไปกรอกใบสมัครล่ะ หน่วยก้านเธอดีออกอย่างนี้ ฉันจะเป็นคนรับพิจารณาเอง..ตามมาซิ” เขาเดินนำจุนโนะจะไปอีกห้องหนึ่ง แต่ร่างบางบอกว่า
“เดี๋ยวครับ...ถ้าเกิดเพื่อนผมออกมาแล้วไม่เจอล่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันจะให้คนบอกเขาเองว่าเธอไปออดิชั่น” ชายหนุ่มผายมือไปทางห้องสมัคร ไม่ลืมที่จะหยิบใบสมัครหน้าเคาน์เตอร์มาด้วย
“ขอบคุณครับ...คุณเอ้อ......”
“เรียกฉันว่ายูอิจิก็ได้” ชายคนนั้นว่า ยิ้มกว้างสดใสจนจุนโนะต้องยิ้มตอบ เด็กชายประสานมือไว้และโค้งคำนับอย่างต่ำให้
“ขอบคุณครับ คุณยูอิจิ...”

***************************

จินลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นประตูออดิชั่นของพวกแดนเซอร์เปิดออก จุนโนะรีบเดินยิ้มร่าเข้ามาหา
“เป็นไงจุนโนะ...ซุ่มเงียบนะเรา เผลอแป๊บเดียวแอบไปสมัครออดิชั่นแล้ว” จินแซวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“มีคนชวนน่ะ..เอ้อ..จินเสร็จแล้วหรือ?”
“ฮื่อ...พรุ่งนี้เริ่มมาฝึกร้องเพลงได้เลย แล้วก็การแสดงด้วย คราวนี้งานหนักแน่จุนจัง...ฉันอาจจะไม่มีเวลาดูแลนายก็ได้ แต่ฉันขอเขาเอาไว้แล้ว ขอให้พานายมาด้วยได้ แต่ถ้านายผ่านแดนเซอร์ออดิชั่น เราก็จะได้มาด้วยกัน กลับด้วยกันไง”
“ฉันจะผ่านให้ได้ เมื่อกี้ฉันก็ทำได้ เราจะมาทำงานด้วยกันน้าจิน...ฉันต้องเข้ามาเป็นแดนเซอร์ของที่นี่ให้ได้..” จุนโนะยกมือสาบาน ดวงตามุ่งมั่น แต่แล้วจู่ๆ เขาก็ยื่นหน้ากระซิบค่อนข้างเบาว่า
“คุณยูอิจิบอกว่าฉันจะผ่านล่ะ”
“คุณยูอิจิ?” จินเลิกคิ้ว
“นายหมายถึงลูกชายประธานบริษัทน่ะเหรอ?”
“หา?..เขาเป็นถึงลูกชายประธานเชียวเหรอ?” จุนโนะร้องเสียงหลงจนจินอดขำไม่ได้ สงสัยคงต้องซักถามกันทีหลังล่ะว่า จุนโนะไปรู้จักกับคุณยูอิจิตั้งแต่เมื่อไรกัน

************************

จินกับจุนโนะเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่ห้องเดียวกันเมื่อสามวันก่อน ช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมจุนโนะจึงใช้ชีวิตอยู่ที่โตเกียวได้สบายๆ เขาโทรศัพท์หาแม่ แต่แม่ก็ดูเฉยๆ ไม่ได้เดือดร้อนอะไร ซึ่งก็ทำให้จุนโนะถึงกับซึมในใจคิดแต่เพียงว่า แม่คงดีใจที่เขาออกมาจากบ้านเสียได้
จุนโนะถอนหายใจยาว ขณะปิดมือถือ ซึ่งจินก็เห็นสีหน้าของเพื่อนรุ่นน้องเข้าพอดี จากที่ได้ฟังการโต้ตอบกันระหว่างแม่กับลูก เขาก็พอจะสรุปได้ว่า
.....แม่ของจุนโนะคงจะไม่สนใจเท่าไรว่าจุนโนะหนีออกจากบ้านไปไหน และไปกับใคร....

“แม่นายคงเบาใจละมังที่รู้ว่าจุนจังมากับฉันน่ะ” จินพยายามปลอบ แต่จุนโนะกลับสั่นหน้าและยิ้มเศร้าๆ
“เปล่าหรอก ฉันไม่ได้บอกว่าหนีมากับจิน แม่ไม่สนใจจะถามหรอกว่าฉันมากับใคร มาโตเกียวได้อย่างไร และจะอยู่แบบไหน แม่ไม่สนใจเลยสักนิด”
จินถึงกับอึ้ง จริงสิ เสียงจุนโนะดูเนือยๆ ยามพูดโทรศัพท์กับแม่ นั่นก็เพราะความน้อยใจนั่นเอง
บ่าบอบบางของจุนโนะถูกวงแขนของจินโอบกอดไว้อย่างอ่อนโยน ศีรษะทุยของเด็กชายที่เริ่มจะโตเป็นวัยรุ่นหน้าตาหมดจดงดงามซบนิ่งกับบ่าของจิน น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาสู่บ่าของเขา
“อย่าร้องไห้ซิจุนโนะ เข้มแข็งเข้าไว้นะ อย่าลืมว่านายไม่ได้อยู่ที่นี่ตามลำพัง นายยังมีฉันอยู่ทั้งคน...” จินปลอบ และนั่นก็ยิ่งทำให้จุนโนะร้องไห้หนักขึ้นกว่าเดิม
“เราจะอยู่แบบนี้อีกนานเท่าไรง่ะ อีกหน่อยจินก็ต้องเป็นนักร้อง แล้วจินจะอยู่แบบนี้ง่ะหรือ?”
จุนโนะมองไปรอบๆ ตัว ห้องอันแสนจะคับแคบราคาถูก ผ้าม่านที่โรยตัวมาจากเพดานก็เก่าเป็นคราบละกับชายพื้นห้อง หน้าต่างที่มีอยู่บานเดียวก็เก่าจนแทบจะหักเมื่อปิดแรงๆ จุนโนะเห็นว่ามีเพียงเตียงนี้เตียงเดียวเท่านั้นที่ดูดีที่สุดในห้อง เตียงไม่ใหญ่นักแต่ก็พอนอนเบียดกันได้สองคน ผ้าปูที่นอนผืนใหม่เป็นสิ่งเดียวในห้องที่ทั้งสองช่วยกันปู

...เมื่อมาเช่าห้องอยู่วันแรก จินถึงกับถามจุนโนะว่า อยู่ได้ไหมในสภาพห้องแบบนี้?
จุนโนะพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม
“อยู่ได้ ถ้าสบายใจ...”
“งั้นจุนโนะก็จะสบายใจได้ถ้าได้อยู่กับฉัน...” จินบอกเอาไว้

และนี่ก็สามวันแล้วซินะที่ทั้งสองหนุ่มต้องลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับเพดานห้องที่กระดำกระด่าง พร้อมกับเสียงรถไฟวิ่งคึ่กๆ อยู่แว่วๆ

.....................

จินตื่นขึ้นมาในเช้าวันต่อมา วันนี้เป็นวันแรกที่เขาต้องเริ่มการเทรนอย่างจริงๆ จังๆ การเป็นนักร้องไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แม้จะผ่านออดิชั่นมาแล้ว แต่จินก็ยังต้องเข้าคอร์สฝึกร้องเพลงและขัดเกลาบุคลิกภาพ การวางตัว การเข้าสังคมและอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จินไม่เคยเจอมาก่อน .... เขาไม่รู้ว่าต่อไปในภายภาคหน้า เขาจะทนกับการเรียนรู้ในสิ่งที่เขากำลังจะได้รับหรือเปล่า
เด็กหนุ่มหันไปมองจุนโนะที่นอนกอดเจ้าหมี มิมิ อยู่อีกฟากหนึ่งของเตียง เห็นแล้วก็ต้องหัวเราะเบาๆ เมื่อจุนโนะอุตส่าห์เจียดที่ให้มิมิได้ซุกตัวอยู่ด้วย ...เทดดี้แบร์ตัวดำๆ ด่างๆ ของจุนโนะเอาหน้าซุกอยู่กับซอกคอของเด็กชาย ตุ๊กตาโทรมๆ ที่จินหยิบยื่นให้ และจุนโนะก็รักมันมาก เขาเคยแกล้งจับมันเหวี่ยงออกนอกหน้าต่างบ้านของจุนโนะมาแล้ว และนั่นก็ทำให้จุนโนะโวยวายแทบจะกระโจนโดดหน้าต่างด้วยความลืมตัว เมื่อตามไปเก็บมาได้แล้ว จุนโนะก็ทำหน้ามุ่ย ชูนิ้วโป้งให้จิน ใบหน้างอง้ำจนจินอดหัวเราะไม่ได้....

จินคิดเรื่องมิมิเพลินจนสะดุ้งเมื่อจุนโนะขยับกาย และลืมตางัวเงียมาเห็นจินกำลังก้มหน้ามองเขาอยู่ ร่างบางร้องอือออและกอดมิมิแน่นเข้า เพราะคิดว่าจินกำลังจะแกล้งมิมิอีกแล้ว
“ลุกเถอะจุนโนะ วันนี้ฉันต้องไปบริษัทนะ” จินตีก้นจุนโนะที่นอนตะแคงหันหลังให้อยู่ในตอนนี้ เด็กชายสะดุ้งและรีบลุกขึ้นอย่างว่าง่าย จัดแจงเอาเจ้าหมีน้อยวางกลางเตียง และคลุมผ้าคลุมเตียงอย่างเรียบร้อย
“ยังง่วงอยู่เลย” จุนโนะโอดครวญ ดวงตาเรียวหรี่ปรือ
“วันนี้จุนโนะจะอยู่ที่ห้องก็ได้นะ ถ้าง่วงก็นอนพักก็ได้ เสร็จธุระแล้วฉันจะรีบกลับ”
“ได้หรือ?”
“ได้ซิ จุนโนะไม่ต้องไปก็ได้ แต่ถ้าอยากไปก็ไป”
“งั้น.....” จุนโนะชักลังเล เขามองผ้าม่านและผ้าคลุมโต๊ะทานอาหาร แล้วก็ยิ้ม
“ฉันอยู่ซักผ้าดีกว่า..จินไปเหอะ..แล้วตอนเย็นเจอกันน้า...”
เป็นอันว่าวันนั้นทั้งวัน จุนโนะทำงานบ้านทุกอย่าง ในขณะที่จินก็ไปเรียนร้องเพลงก่อนเป็นอันดับแรก

.......................................................

“ไม่ง่ายเลย......ไม่ง่ายเลยสักนิด....” จินแอบบ่นในใจเมื่อเจอครูนิชิกิที่สุดแสนจะเคร่งเครียด วันแรกจินถูกไม้เคาะจังหวะตีที่ท้องเบาๆ ไปเกือบห้าครั้ง
“บอกตั้งแต่แรกแล้วใช่มั้ยให้เสียงออกมาจากช่องท้อง...นายต้องฝึกออกกำลังกล้ามท้องให้เยอะๆ เสียงจะได้มีพลัง” คุณนิชิกิว่าเอาไว้ และวันนั้นทั้งวันจินได้แต่ฝึกส่งเสียงร้องไม่เป็นภาษาออกมา
เด็กหนุ่มที่จินเรียนร่วมด้วยนั้น คือพวกที่ผ่านการออดิชั่นมาเกือบสิบคน ซึ่งนับว่าน้อยมาก และแต่ละคนก็ถูกเคี่ยวอย่างหนักไม่แพ้กัน หนึ่งในจำนวนนั้น จินชอบหนุ่มน้อยผมน้ำตาลอมทอง ซอยผมรุ่ยร่าย และมีใบหน้าหวานงดงามมากๆ ทีเดียว ดวงตากลมโตแจ่มใสรับกับใบหน้านั้นดูราวกับจะยิ้มแย้มอยู่เสมอ แม้จะโดนครูดุ แต่ใบหน้านั้นก็ยิ้มได้ตลอดเวลา
“เราชื่อยามะชิตะ โทโมฮิสะ นายชื่อ อะกานิชิ จินใช่มั้ย?” หนุ่มคนนั้นเป็นฝ่ายยื่นมือมาให้เขาจับ และจินก็ยินดีจะเป็นมิตรด้วย
“เสียงนายดีนะ จิน อือ...เราเรียกนายว่าจินได้มั้ย?” ยามะชิตะถาม
“ได้ซิ”
“งั้นนายจะเรียกเราว่าโทโมะก็ได้ เราชอบให้เรียกแบบนี้ มันน่ารักดี...” โทโมะปิดปากหัวเราะคิก จินจึงพยักหน้า และจากนั้นทั้งสองก็ไปแนะนำตัวเองกับหนุ่มๆ ที่เหลือ ซึ่งก็คือ อุจิ , เรียว, โคยาม่า, คาโต้ และคนที่หน้าตากวนมากที่สุดก็คือ ยู โยโก และซุบารุ ซึ่งทั้งหมดนี่มาจากคันไซ และก็เอาแต่รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน ซึ่งนั่นก็ทำให้จินและโทโมะต้องเข้าคู่กันสองคนไปโดยปริยาย...

...........................

“จินจะรีบกลับเลยเหรอ?” โทโมะถามขึ้น ขณะอยู่หน้าล็อคเกอร์ หลังจากเรียนร้องเพลงจบแล้ว
จินมองไปนอกหน้าต่าง เห็นท้องฟ้าขมุกขมัวเพราะใกล้ค่ำ นึกเป็นห่วงจุนโนะที่อยู่ห้องคนเดียว เขาจึงพยักหน้าบอกเพื่อนใหม่ว่าจะรีบกลับเพราะมีเพื่อนรุ่นน้องมาอยู่ด้วย
โทโมะทำตาโตและบอกว่า
“อูวว์ อยู่กันสองคนเด็กๆ ง่ะนะ ผู้ปกครองไม่มีเหรอ?”
“ไม่มีหรอก บ้านฉันกับจุนโนะน่ะอยู่คานางาว่า”
“จุนโนะ...เพื่อนของจินชื่อจุนโนะเหรอ?”
“ฮื่อ....ยังเด็กอยู่เลย อายุอ่อนกว่าสองสามปี” จินพูดถึงจุนโนะด้วยรอยยิ้ม และนั่นก็ทำให้โทโมะยิ้มกว้าง ทำเสียงล้อเลียนขึ้นมาทันที
“จินเลี้ยงเด็กไว้นี่เองจึงต้องรีบกลับ...เอ...เป็นแฟนกันหรือเปล่าเอ่ย...”
“เปล่าหรอก... เป็นเพื่อนบ้านเฉยๆ น่ะ จุนโนะเขานับถือเราเป็นพี่ชายก็เท่านั้นเอง....” จินรีบปฏิเสธทันที แต่คนฟังเอาแต่เอียงคอมองแล้วทำหน้ายิ้มๆ
“ไม่แน่น้า...อยู่ไปอยู่มาอาจจะเปลี่ยนเป็นความรักก็ได้...เอ...ชักอยากจะเห็นจุนโนะซะแล้วซิ”
“อืมมมม...จุนโนะเขามาออดิชั่นแดนเซอร์อยู่ที่นี่ด้วย แต่ผลยังไม่ออก ถ้าเขาได้รับคัดเลือก โทโมะต้องได้เห็นแน่ๆ”
“ฉันจะคอยเอาใจช่วยเขาด้วยคนน้า...” โทโมะยิ้ม
...ยิ้มอีกแล้ว...ดูเหมือนโทโมะจะมีรอยยิ้มเป็นอาวุธ ท่าทางอารมณ์ดีจนจินนึกอิจฉา เมื่อโทโมะชวนกลับด้วยกันนั้น จินจึงได้รู้มาอีกอย่างหนึ่งว่า ...โทโมะเป็นลูกคุณหนูและมีรถมารับส่งด้วย...

จินมองรถคันหรูที่จอดรอโทโมะอยู่หน้าบริษัทแล้วก็ต้องส่ายหน้าปฏิเสธ เพราะนอกจากคนขับรถที่ยืนคอยหนุ่มน้อยโทโมะอย่างนอบน้อมแล้ว ยังมีชายใส่สูทสีดำยืนอยู่ข้างรถอีกคนหนึ่งด้วย ดูท่าทางน่าเกรงขามอย่างไรชอบกล จินจึงยืนกรานว่าจะกลับเอง
“อพาร์ตเม้นต์ฉันอยู่แค่นี้เอง เดินไม่กีซอยก็ถึงแล้ว บ้านนายอยู่คนละทางกัน อย่าย้อนไปย้อนมาเลย ...” จินว่า
“เอางั้นเหรอ?” โทโมะทำเสียงผิดหวัง แต่จินได้แต่โบกมือบ๋ายบาย
“แล้วเจอกันพรุ่งนี้น้า...บาย...” จินตะโกนร่ำลา พลางมองดูโทโมะเดินเข้าไปที่รถคันหรู ชายชุดดำคนนั้นเป็นคนเปิดประตูให้แถมยังก้มหัวให้โทโมะอีกต่างหาก

...น่าสงสัยจริงๆ ว่าโทโมะคนนี้เป็นใครมาจากไหนกันนะ

************************************

จุนโนะกำลังนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง เหงาสุดๆ เพราะไม่รู้จะทำอะไรดี งานบ้านก็ทำหมดแล้ว กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มจากผ้าม่านที่ซักสะอาดโชยมาเข้าจมูก เขาสูดเอากลิ่นหอมนั้นเข้าไว้เต็มๆ ดวงตาคู่สวยมองออกไปนอกหน้าต่าง บรรยากาศด้านนอกไม่น่าดูเท่าไรนัก เพราะมีแต่ตึกรามขึ้นเต็มพรืดไปหมด ตอนนี้กลางคืนแล้ว ท้องฟ้ามืด แต่ตามตึกก็ประดับประดาด้วยไฟสีต่างๆ และนั่นก็ทำให้จุนโนะเห็นว่ามันน่าดูมากกว่าเวลากลางวันเป็นไหนๆ

ท้องเริ่มร้องโครกคราก ...จุนโนะกุมท้องตัวเอง เมื่อเช้าเขากินแต่บะหมี่ซองที่จินซื้อติดห้องเอาไว้ และมื้อกลางวันก็บะหมี่อีกซอง แต่ตอนนี้เขาได้แต่รอการกลับมาของจินเท่านั้นเอง

.............. แกร๊ก.......

เสียงไขกุญแจห้องทำให้ร่างบางหูผึ่งและแทบจะกระโดดตัวลอยมายืนอยู่บนพื้น เมื่อจินโผล่หน้ามันย่องเข้ามา
“จิ้นนนน......กลับมาแล้ว ดีใจจัง...” จุนโนะผวาเข้าเกาะแขนจิน และเมื่อจินยื่นถุงใส่อาหารให้ จุนโนะก็ยิ้มแก้มปริ
“หิวจัง...”
“หิวก็กินกันเลยนะ...”
“จินเลิกแบบนี้ตลอดหรือเปล่าเนี่ย...?” เสียงถามด้วยความหวาดหวั่น จุนโนะคงไม่อยากอยู่คนเดียวแบบนี้ทุกวันซินะ
จินก็ไม่รู้เวลาเรียนที่แน่นอน แต่ก็มีแนวโน้มว่ามันจะเป็นแบบวันนี้ แต่ถ้าบอกไปจุนโนะอาจจะโวยวายก็ได้ ดังนั้นจินจึงเลือกที่จะตอบว่า
“คงไม่หรอก...”
“ดีจัง ...” จุนโนะยิ้มตาหยี เขาจัดอาหารใส่จานเรียบร้อยแล้ว ก็กวักมือเรียกจินให้เข้ามาทานได้แล้ว

........

“วันนี้ซักผ้าม่านใหม่ แล้วก็เอามิมิไปซักด้วยน้า.....นี่ไง...” จุนโนะคุยแล้วกระโดดผลุงไปคว้าเจ้าน้องหมีมิมิที่นอนตากพัดลมจนตัวแห้งแล้วมาชูให้จินดู
“อือ.....จริงซิ สะอาดขึ้นนะ แบบนี้จะเรียกว่าหมีดำไม่ได้แล้วซิ”
“ช่าย...ห้ามเรียกเด็ดขาด” จุนโนะกอดมิมิไว้แนบอก สีหน้าเอาจริงจนจินหัวเราะ
“ถ้าได้เงินเดือนแล้วจะซื้อตัวใหม่ให้”
“ไม่เอาหรอก...เดี่ยวมิมิจะน้อยใจ”
“ทำไมถึงฝังใจเจ้ามิมิตัวนี้นักนะจุนจัง?” จินปรายตามองมิมิที่ถึงจะจับซักยังไงมันก็ยังดูเก่าอยู่ดี
“ก็เป็นของที่จินให้นี่นา เป็นของชิ้นแรกที่นายให้ฉัน ...มิมิเป็นความรู้สึกที่ดีที่เรามีให้กัน และจินก็ใจดี และก็เป็นเพื่อนที่แสนดีของฉันด้วย”
ดวงตาของคนพูดเป็นประกายวาววับ ทำให้จินอึ้ง...และอยากจะพูดว่า ...ที่เขาให้เทดดี้แบร์กับจุนโนะนั้นเพราะเขาไม่เคยเห็นจุนโนะมีของเล่นชิ้นไหนๆ เลยในบ้าน...

เขายังจำประกายตาตื่นเต้นและเสียงร้องอุทานดีใจของจุนโนะได้ยามเมื่อเขายื่นเจ้าหมีน้อยตัวนี้ให้เป็นครั้งแรก
จุนโนะไม่ยอมวางเจ้ามิมิลง อุ้มเอาไว้ตลอด ซึ่งจินก็เหลียวมองรอบห้องของจุนโนะ เขาไม่เห็นของเล่นชนิดอื่นนอกจากหมีที่จุนโนะอุ้มไว้เท่านั้น
.....ไม่น่าเชื่อว่า แม่ของจุนโนะจะไม่ยอมซื้อของเล่นให้ลูกชายเลย....

‘จุนโนะเล่นของเล่นอะไรบ้าง?’ จินอดถามไม่ได้ แต่คำตอบที่ได้รับก็คือ
‘ไม่มีง่ะ’
‘อ้าว!! แล้วจุนโนะเล่นอะไรล่ะ?’
‘ไม่เล่น...ถ้าเหงาๆ ฉันก็จะทำแบบนี้......’ ว่าแล้วจุนโนะก็นั่งชักขาขึ้นบนเตียง กอดเข่าเอาไว้ แล้วโยกตัวเองไปมา ฮัมเพลงจากรายการวิทยุ หรือไม่ก็ลุกขึ้นเต้นไปตามจังหวะเพลง....

.......นี่ล่ะคือเหตุผลที่ทำให้จุนโนะชอบเต้น และอยากเป็นแดนเซอร์มากๆ นั่นเอง.......

**********************

to be con

comment ที่นี่จ้า...

Hosted by www.Geocities.ws

1