.......Vol 15


++++++++++++++++++++++++++++++

“จะไปไหนต่อดี คุซา” โคยาม่าถาม ดวงตาหรี่ปรือเหมือนคนง่วงนอน คุซาโนะยังไม่ตอบ เพราะยังไม่รู้จะไปไหนดี เท่านี้เขาเองก็ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอยู่แล้ว เห็นหรอกนะ โทโมะน่ะ กับเด็กหนุ่มที่เคยเห็นอยู่ห้องเดียวกับโคยาม่า แต่ไม่รู้จักชื่อ เดินควงกันหน้าตาเฉย เท่านี้คุซาโนะก็ยิ่งช้ำหนักเข้าไปอีก เห็นตำตาขนาดนี้ นั่นย่อมหมายความว่า โทโมะไม่ใยดีเขาจริงๆ ด้วย
“ว่าไงครับ ไปไหนกันดีเอ่ย?” เสียงถามซ้ำ
“ไปไหนก็ได้ฮะ นั่งเล่นที่สวนสาธารณะก็ดี”
“คุซาโนะเป็นอะไรหรือเปล่า ดูท่าทางไม่สนุกเลยนะ หนังไม่หนุกเหรอ?”
โคยาม่าก้มหน้าถาม แต่ก็ได้รับการสั่นหน้าตอบกลับมา
“เปล่าหรอก ก็หนุกดี ผมชอบ” <I>
“<P>งั้นเหรอ? ...อืมมม...ไปกันต่อเหอะ” พ่อตาปรือแตะข้อศอกร่างเล็ก ซึ่งรายนั้นก็ยินยอมแต่โดยดี
“ฮะ...” คุซาโนะรับคำ เดินลงบันไดออกจากโรงหนัง แต่ก็อดหันกลับไปมองไม่ได้ ไม่รู้ว่าโทโมะกับคู่ควงจะเห็นเขาหรือเปล่า
“มองอะไรเหรอ?” โคยาม่าอดถามไม่ได้

....รู้ดีแก่ใจเชียวว่า หนุ่มน้อยคนนี้คิดอย่างไร เขาเองก็แทบทนไม่ได้นะ มากับเขาแท้ๆ แต่ก็ยังห่วงหาอาวรณ์เจ้าโทโมะหน้าหวานอีก หน้าตาเศร้าสร้อยของคุซาโนะทำให้เขาอดน้อยใจไม่ได้ ... การมากับเขามันไม่ทำให้ร่างเล็กคนนี้มีอาการดีขึ้นเลยหรือ...

“ผมก็เห็นเขานะ นายโทโมะอะไรนั่นน่ะ ควงมากับเพื่อนผม ยูยะ..”
“หือ...ยูยะเหรอ.....น่ารักดีเนอะ...”
“ฮื่อ....ยูยะเขาน่ารักเสมอ ....น่ารักซะจน....เอ้อ....” โคยาม่าอ้ำอึ้งไปนิดหนึ่ง ดวงตาเหมือนมีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่ คุซาโนะเงยหน้ามอง ...เห็น ...แต่ก็ไม่แน่ใจ เขาเลิกคิ้วเมื่อร่างสูงพูดไม่จบประโยค
“อะไรเหรอ?”
“เปล่าหรอก...ยูยะน่ะ เขามีคนมาชอบเยอะ...แต่ก็ไม่เห็นควงใครให้เห็นสักที เขาอยู่ห้องเดียวกับผมตั้งแต่ม. ต้นแน่ะ ไม่เคยแยกห้องกันเลย... เคยอยู่กลุ่มเดียวกันนะ แต่ตอนนี้ห่างๆ กัน.. ตัวเขาเองนั่นแหล่ะที่ทำตัวห่างไป...ผมก็ไม่เข้าใจอะไรนัก แต่ก็ช่างเหอะ... สงสัยเขาคงกำลังคบกับนายโทโมะของนายอยู่ละมัง”
“ไม่ใช่โทโมะของฉันซะหน่อย” คุซาโนะพูดเสียงห้วน หน้าบึ้งขึ้นมาซะงั้น
“อ๊ะ ...ขอโทษที..” โคยาม่าโบกมือไปมา ทั้งสองคนพากันขี่รถมอเตอร์ไซค์ลับหายไปทางหัวโค้งถนน โดยมีร่างของโทโมะและยูยะกระหืดกระหอบ วิ่งมาหยุดตรงที่สองหนุ่มพูดคุยเมื่อสักครู่

“ว้า...ไปซะแล้ว ตามไม่ทันเลยแฮะ... จะเอาไงดียูยะ?” ท้ายประโยคหันมาหารือกับยูยะซึ่งกำลังเดินช้าๆ ตามมาหยุดข้างๆ
หนุ่มน้อยสั่นหัว แล้วก็ชี้ไปที่ทางไปตลาด
“ผมอยากกลับบ้าน....”
“อ้าว....ไม่ตามแล้วเหรอ?” โทโมะชี้ไปที่หัวโค้งของถนน แต่ยูยะส่ายหน้า
“ไม่ดีกว่าฮะ.. ตามไปก็เท่านั้น เห็นแต่ภาพบาดตา สู้ผมกลับไปช่วยพ่อกับแม่ขายผลไม้ก็ไม่ได้ มีอะไรทำจะได้ไม่คิดมาก ยังไงซะ โคยาม่าเขาก็ไม่แลผมอยู่แล้ว”
“นายไม่สู้เหรอ?”
“ช่างมันเหอะ...”
“ช่างมันเหอะอยู่นั่นแหล่ะ มัวแต่ไม่สู้ ดูซิเห็นมั้ย ให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้คาบเอาคนที่เราชอบไปกินน่ะ นายไม่คิดจะทำให้ตัวเองมีความสุขบ้างหรือไง?” โทโมะตะคอกถาม เสียงดังลั่น จนคนฟังก้มหน้างุด แต่เมื่อร่างสูงจับบ่าของเขา ร่างนั้นก็เงยหน้าขึ้นมา น้ำตานองใบหน้า
“มันไม่มีประโยชน์นี่นา.....” เสียงเล็กๆ สะอึกสะอื้น
“รู้ได้ไงว่าไม่มีประโยชน์ นายถามโคยาม่าดูหรือเปล่าว่าเขาชอบนายหรือไม่ ถามดูหรือยัง?”<I
>
<P>ยูยะส่ายหน้า ... เสียงถอนหายใจออกมาจากปากอิ่มของโทโมะ
“งั้นลองเปิดอกคุยกันซะที คุซาโนะน่ะเขายังกล้าหาญที่จะบอกว่ารักฉันเลย แต่ฉันมันโง่เองที่ปฏิเสธเขา มารู้ตัวเอาก็สายไปแล้ว”
“แล้วทำไมโทโมะไม่ลองพูดกับคุซาโนะอีกทีละฮะ... บางทีอาจจะเข้าใจกันก็ได้”
“ก็หมอนั่นมันไม่รักดี หันไปควงคนอื่นเฉยเลย”
“เหมือนที่เราควงกันตอนนี้ใช่มั้ยล่ะ บางทีเขาอาจจะทำประชดคนรักก็ได้”
โทโมะนิ่งอึ้ง ก็โอกาสที่จะคุยกับคุซาโนะนั้นน่ะแทบไม่มี พอเจอหน้ากันทีไร อารมณ์อยากจะฟาดฟันด้วยฝีปากก็มีมาทุกครั้ง ...พูดกันดีๆ ไม่เกินสองประโยค แต่ยูยะพูดมาแบบนี้ก็น่าคิดเหมือนกัน

ร่างสูงฉุดแขนยูยะไว้ แล้วก็พยักหน้าไปทางหัวโค้งถนน
“งั้นลองตามสองคนนั่นดู นายเองก็อย่าเพิ่งกลับบ้านเลยนะ ไปลองดูในสิ่งที่นายยังไม่ได้ทำดีกว่า”
“เอางั้นเหรอ...”
“ฮื่อ...” โทโมะกับยูยะมองหน้ากันแน่วแน่ ต่างคนต่างพยักหน้าให้กันและกัน ยูยะซ้อนท้ายรถของโทโมะไปอย่างเต็มใจ เบนหัวไปตามรอยทางที่โคยาม่าและคุซาโนะได้ไปล่วงหน้าแล้ว

*****************************

“ดูเด่ะ...ไปกันหมด...มัวแต่นอนน้ำลายไหลยืดอยู่นั่นแหล่ะ” คาเมะหันมาบ่นจุนโนะ ซึ่งก็ยังดูไม่ค่อยจะเต็มใจตื่น จุนโนะทำปากยื่นใส่ น่ารักซะจน คาเมะอดใจไม่ไหว ต้องยื่นมือมาบีบปากนั้นเบาๆ
“อื้อ.....เจ็บนะ” จุนโนะผลักมือออกไป
“ต้องให้จูบถึงจะไม่เจ็บล่ะซิใช่มั้ย?”
“บ้า...... ไม่ตามไปเหรอ?” จุนโนะชี้ไปที่ถนน
“ไม่!!” คาเมะส่ายหน้า จนคนฟังหน้าเหรอหรา
“อ้าว...”
“ไม่อ้าวล่ะ... ฉันตามใจนายมามากแล้วนะ ความจริงวันนี้เราต้องไปเดทกันตามลำพังมากกว่า ทำไมนายต้องมายุ่ง จุ้นจ้านเรื่องของเพื่อนๆ ด้วย ยุ่งแล้วก็ไม่เห็นได้เรื่อง ช่วยอะไรพวกเขาไม่ได้หรอก”
“เอ่อ.......คือ...”
“ไม่รู้ล่ะ คราวนี้ฉันไม่ยอมแล้ว เราจะไปเดทกัน... สองคนเท่านั้นเข้าจั๋ย??” คาเมะไม่รอคำตอบ เขาคว้าหมับที่ข้อมือ ลากจนจุนโนะถลำมากระทบอก
“ไป...ไปกันได้แล้ว!!” จากนั้นก็พากันเดินลิ่วๆ คนละทางกับที่จุนโนะต้องการจะไป

เมื่อผ่านร้านเกมเซ็นเตอร์ จุนโนะก็หยุดกึกเล่นเอาคนจูงสะดุ้ง
“เข้าไปในนี้กันเหอะ” จุนโนะชวน
“บ้าเด่ะ...ใครเขาไปเดทกันที่เกมเซ็นเตอร์ง่ะ”
“ก็อยากเล่นนี่หว่า”
“ไม่เอา...จะพาไปโซ้ยบะหมี่” คาเมะว่า
“แต่ฉันอยากกินสเต๊กเนื้อ” จุนโนะอ้อน
“ไม่เอา มันแพงนะ”
“อยากกินนี่นา ...แหม...มาเดทกันครั้งแรกพาไปโซ้ยบะหมี่เนี่ยนะ..”
“ก็บอกว่ามันแพง...”
“ฮึ!! งก!!” จุนโนะเริ่มทำหน้าบึ้ง
ทำให้คาเมะล้วงกระเป๋ามานับเงิน พลางคำนวณราคาจานสเต๊กในใจ
“เออ...เอาก็ได้วะ พอไหว พอไหว...สเต๊กก็สเต๊ก ...ไป..” คาเมะจูงมือจุนโนะอีก แต่ร่างเพรียวขืนตัวไว้
“กินบะหมี่ก็ได้” จุนโนะว่า
“อะไรนะ?”
“ฉันบอกว่าตอนนี้อยากกินบะหมี่แล้วง่ะ?”
“เฮ้อ...นายนี่....” คาเมะส่ายหัว จุนโนะก็เลยยิ้มตาหยี เขาเหยาะขาแล้วก็ทำเสียงจุ๊บเบาๆ ที่ข้างหูของคาเมะ
“แค่ลองใจคู่เดทของฉันเองแหล่ะ ความจริง นายไม่ต้องเลี้ยงอาหารฉันหรอกนะ เมื่อกี้ก็ออกตังค์ค่าดูหนังแล้ว เดี๋ยวบะหมี่มื้อนี้ จุนโนะจะเลี้ยงนายเองน้า....”
“งั้น........” คาเมะมองหน้าคนพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วพูดต่อ
“งั้น......ถ้าจุนโนะจะเลี้ยง ...ฉันก็อยากกินสเต๊กเนื้อง่ะ”
.
.........โป๊ก.........

เสียงมะเหงกกระทบกับหน้าผากของคาเมะ
“จะกินบะหมี่ เข้าใจมั้ยหา???” เสียงจุนโนะพูดลั่น แล้วก็เป็นฝ่ายฉุดมือเต่าน้อยเดินไปที่ร้านบะหมี่ เลิกโนเรนขึ้น แล้วก็ตะโกนสั่งบะหมี่เสียงแจ๋ว.............

*****************************

น้ำใสจากลำธารเล็กๆ ที่ผ่านใจกลางสวนสาธารณะนั้น แตกออกเป็นวงกว้างเมื่อก้อนหินจากมือของคุซาโนะกระทบพื้นน้ำเบื้องหน้า เสียงทอดถอนใจดังตามมา พร้อมกับที่ร่างเล็กเอนตัวพิงหลังกับต้นไม้ใหญ่ที่ทั้งสองหนุ่มใช้เป็นที่กำบังจากความร้อนของแสงแดด
“ยูยะเขาหน้าตาน่ารักดีเนอะ” เสียงคุซาโนะเปรยออกมา โคยาม่าส่งเสียงอือในลำคอ เห็นด้วย
“หน้าตาคล้ายๆ นาย” เขาว่า
“เพราะงั้น โคยาม่าก็เลยมาขอคบกับฉันใช่มั้ยล่ะ”
สิ้นเสียงของคุซาโนะ ก็มีเสียงร้อง หึ้ย...ดังมาจากปากบางของพ่อหนุ่มตาปรือ
“คุซาโนะ!!”
“พูดไม่ผิดหรอกใช่มั้ยล่ะ? แค่มองตาของโคยาม่าขณะที่พูดถึงเพื่อนที่ชื่อยูยะเมื่อกี้นี้ ผมก็ดูออกแล้วล่ะ ....”
“ผมคบกับคุซาอยู่ จะหันไปชอบคนอื่นได้ไงล่ะ”
“ไม่ใช่หรอก นายน่ะชอบคนอื่นอยู่ แต่หันมาคบกับผมทีหลังต่างหาก ...โคยาม่าน่ะชอบยูยะเหรอ?” หนุ่มน้อยหน้าหวานหันมาถามเอาดื้อๆ โคยาม่านิ่งงัน ไม่ได้ตอบว่าอะไร แต่สีหน้านั้นอยู่ในสายตาของคุซาโนะตลอด แม้จะไม่ได้รับคำตอบนอกจากเสียงถอนหายใจ แต่ก็ทำให้คุซาโนะแอบไปอมยิ้มทางอื่น

....ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง.......
ยอมรับอย่างหนึ่งล่ะว่า ยูยะก็มีส่วนคล้ายคลึงกับเขาพอดู ......ในที่สุด เขาเองก็เป็นแค่ตัวสำรองสำหรับโคยาม่านั่นเอง

อะไรกันนักหนานะ... กับโทโมะก็ไม่ได้รับความรักตอบแทน ...กับโคยาม่าก็เป็นเพียงแค่ตัวแทนของยูยะ
ชีวิตของเขานี่มีค่าอะไรบ้างมั้ยนะ......คุซาโนะ.......

*****************************

เสียงมอเตอร์ไซค์ครางแผ่วเบาจนเงียบหายไปเมื่อเจ้าของรถดับเครื่องยนต์ โทโมะกับยูยะไม่ได้ลงจากรถ เพียงแค่มองไปยังใต้ร่มไม้ริมบึงกว้างกลางสวนก็เห็นตัวเป้าหมาย ร่างสองร่างนั่งคุยกันกระหนุงกระหนิงใกล้ชิดกันขนาดนั้น คงไม่เหลือให้ต้องสงสัยอะไรอีกแล้ว
“สองคนนั่น ท่าทางมีความสุขดีนะฮะ พวกเราอย่าไปยุ่งกับเขาดีกว่า” ยูยะพูดเสียงเครือ เมื่อโทโมะเอี้ยวตัวมอง ก็เห็นดวงตากลมโตของหนุ่มร่างเล็กฉ่ำน้ำ
“อย่าร้องไห้เลยนะ ... ในเมื่อนายไม่พูดกับเขาให้รู้เรื่อง นายก็ต้องไม่ร้องไห้”
ยูยะเขย่าแขนของโทโมะเร็วๆ
“เราไปจากที่นี่กันเหอะ...ผมอยากกลับบ้านแล้วล่ะ”
“ก็ได้ ฉันก็ไม่อยากเห็นภาพพวกนี้เหมือนกันแหละ เดี๋ยวจะพาไปส่งละกัน แล้วพรุ่งนี้ไปเรียน อย่าลืมรวบรวมความกล้าเอาไว้ด้วยล่ะ” โทโมะให้ข้อคิด ส่วนตัวเขาเอง ก็คงต้องรวบรวมความกล้าเอาไว้เหมือนกัน

โทโมะไปส่งยูยะที่ร้านผลไม้ในตลาดแล้ว ก็ห้อรถมาดักรอคุซาโนะแถวๆ บ้าน เลือกได้ป้อมตำรวจหน้าหมู่บ้านเป็นที่พักรอ ....ไม่รู้ว่าสองคนนั่นจะเดทกันถึงไหน แต่เขาก็ต้องรอ........

**************************

จุนโนะขี่รถกลับบ้านเผชิญหน้ากับดวงอาทิตย์กลมโตที่ใกล้จะลับขอบฟ้า ดวงใหญ่สีแดงฉานทอทับจับผืนฟ้า น่าดูยิ่งนัก หนุ่มน้อยนึกครึ้มฮัมเพลงในลำคอเบาๆ แถมยังขี่รถแบบสโลว์เสียอีกจนคาเมะต้องแนบหน้ากับแผ่นหลังของคนขี่ ไม่อยากให้ถึงบ้านเลยล่ะ
“นายด้นกลอนสดหรือไงนะ ไม่เคยได้ยินเลยแฮะ” คาเมะอดแซวไม่ได้ เมื่อจุนโนะยังฮัมเพลงไม่หยุด
จุนโนะหยุดร้องแล้วก็หันมาดุ
“ฉันฮัมเพลงนะ ไม่ใช่กลอนสด”
“อ๋อเหรอ... นึกว่าไปขุดเพลงมาจากสมัยเอโดะซะอีก”
“ฮึ..ช่างว่านัก ไม่อยากได้ยินเสียงฉันหรือไง แล้วมาขอคบด้วยทำไมกัน?”
“โอ๊ย...อย่าโกรธซี ล้อเล่นน่า.... จุนโนะเสียงเพราะออก เพราะกว่าเสียงครางของเจ้าชิโร่อีก ฮ่า ฮ่า...” ว่าแล้วคาเมะก็หัวเราะออกมาอย่างแรง จนจุนโนะต้องแกล้งเร่งเครื่องจนคนซ้อนแทบหงายหลัง
“โอย...เบาๆ ก็ได้ ...แหม...ยาหยี....งอนเก่งจังหมู่นี้...”

พอขี่มาถึงหน้าบ้าน จุนโนะก็เบรกรถพรืดแบบที่เคยเบรก จนคาเมะหัวแทบทิ่ม
“เอ้า...ลงไปได้แล้ว... วันนี้เหนื่อยฉิบเลย”
“แหม...ยังไม่ทันค่ำซะหน่อย”
“ไปเข้าบ้านเลยไป ป่านนี้ลูกร้องหิวแล้วมั้ง” จุนโนะย่นจมูกใส่ คาเมะอมยิ้มแก้มปริ
“แล้วแม่มันจะไม่ลงมาดูลูกชิโร่ซะหน่อยหรือ?”
“ไม่!!” จุนโนะตอบคำเดียวสั้นๆ แต่ได้ใจความ
คาเมะก็เลยโบกมือบ๋ายบายให้คนรัก แถมยังส่งจูบมาอีกแน่ะ แต่แล้วรอยยิ้มของเขาก็จางหายไป เมื่อรถยนต์คันหนึ่งวิ่งเข้ามาในซอย ดูหน้าตาคุ้นๆ แฮะ
ปรายตามองจุนโนะก็เห็นหน้าหวานนั่นกำลังเขม้นมองเช่นกัน
“พี่จินมาอีกแล้ว......” จุนโนะทำเสียงเบื่อหน่าย
คาเมะก็เลยไม่เข้าบ้าน ยืนเท้าเอวอยู่ตรงนั้น

จินจอดรถแล้วก็ฉีกยิ้มปากบานมาทางหนุ่มน้อยหน้าหวานที่เขาตั้งใจมาหา
“สวัสดีครับ น้องจุนโนะ...ไม่เจอกันหลายวัน คิดถึงพี่จินหรือเปล่าเอ่ย?” จินร้องทักทาย สายตากรุ้มกริ่ม
“ไม่คิดถึงหรอกฮะ...” จุนโนะว่าเข้านั่น เล่นเอาคนถามหุบยิ้มฉับ
คาเมะอยากจะหัวเราะเยาะเหลือเกิน... แต่เมื่อจินตวัดตามอง เขาก็รีบก้มหัวทักทายให้ทันที
“หวัดดีไอ้หนู” จินโบกมือให้
คาเมะคอย่น ...นี่เจ้าหมอนี่เห็นเขาเป็นอะไรฟะถึงมาเรียกว่าไอ้หนูน่ะ...

อยากจะประกาศตัวต่อหน้าจริงๆ ว่าไอ้เด็กที่นายมาจีบน่ะ มันแฟนกรูนะว้อย แต่เขาก็ไม่มีโอกาส เมื่อนัทซึมิวิ่งเหยาะๆ ออกมารับแขกหน้าบ้าน
คาเมะก็เลยโบกมือให้จุนโนะแล้วก็เข้าบ้านไปอย่างเสียดาย

“เข้ามาซิจิน... อุเอ้ไม่มาด้วยเหรอ?” นัทซึมิถาม จินก็เลยบอกว่า อุเอดะไปเที่ยวกับเพื่อนชายอีกคนหนึ่งแล้ว
“เดี๋ยวยูก็มา ว่าไงจะไปกินข้าวนอกบ้านด้วยหรือเปล่าจุนโนะ...” ประโยคท้ายพี่สาวหันมาถามน้องชาย
“ไปไหนเหรอ?”
“ก็จินเขาเปิดร้านอาหารสไตล์วัยโจ๋ ก็เลยจะชวนพวกเราไปกินข้าวด้วย พ่อกับแม่ก็จะไป เดี๋ยวยูมาถึงก็ไปได้เลย”
“เอ้อ........” จุนโนะอึกอัก
“ก็ไม่มีใครอยู่บ้านน่ะซิ”
“ไม่เห็นเป็นไรเลย...นะ ห้ามปฏิเสธด้วย” พี่สาวคะยั้นคะยอ ลูบไหล่จุนโนะ

“นะครับ คิดซะว่าพี่จินขอร้อง อยากให้จุนโนะไปด้วยใจจะขาด” จินอ้อนวอนอีกคน นี่ถ้าเข้ามาลูบเนื้อลูบตัวแบบที่นัทซึมิทำแล้วล่ะก็ จุนโนะจะชกให้หน้าแหกเลย คอยดู เมื่อพี่สาวทำหน้าขอร้อง เขาก็เลยจำใจพยักหน้า
“ไปก็ได้ฮะ เดี๋ยวขอไปอาบน้ำแต่งตัวคอยพี่ยูก่อนละกันนะฮะ”
จุนโนะขอตัว ซึ่งจินก็ฉีกยิ้มแป้น...
“แต่งให้หล่อๆ นะครับน้องจุนโนะ” เขาตะโกนไล่หลังตาม จากนั้นเจ้าของบ้านก็เชื้อเชิญจินให้เข้าไปนั่งรอในบ้าน และเพียงชั่วเวลาไม่นานนัก ยูอิจิก็ขับรถมาถึง
สมาชิกทั้งบ้านทางุจิเตรียมพร้อมจะไปกินเลี้ยงฉลองเปิดร้านใหม่ของอะกานิชิ จินแล้ว

...........................................

สมาชิกทั้งหมดมายืนพร้อมเพรียงกันหน้ารั้ว พ่อกับแม่ และนัทซึมิไปรถของยูอิจิ ก็เลยเดือดร้อนถึงจุนโนะที่ต้องจำใจนั่งรถไปกับอะกานิชิ จิน
แต่ยังไม่ทันจะก้าวเข้าไปนั่ง ประตูรั้วเตี้ยๆ ของบ้านคาเมนาชิ ก็เปิดออก พร้อมกับที่คาเมะจูงรถมอเตอร์ไซค์ออกมาอย่างรีบร้อน
“อ๊ะ...คาเมะ!!” จุนโนะเรียก แต่ดูสีหน้าคาเมะแล้วก็ต้องกลืนน้ำลาย

คิ้วที่ขมวด ดวงตาคมดุตวัดมองที่เขาและจิน ริมฝีปากบางเม้มแน่น แต่สีหน้าของคาเมะดูกระวนกระวายอย่างไรชอบกล
“จะไปไหนเหรอ?” คาเมะถาม
“ไปกินเลี้ยงที่ร้านพี่จิน” เสียงตอบเบาๆ นั้น ทำให้คนถามตวัดมองหน้าจินที่นั่งในที่คนขับแล้ว
คาเมะพยักหน้าแล้วก็นิ่งไปชั่วอึดใจ แล้วก็บอกว่า
“งั้นเที่ยวให้สนุกนะ”
“แล้วนายจะไปไหนง่ะ คาเมะ?” จุนโนะถาม
“ชิโร่ไม่สบาย จะพาไปหาหมอด่วน.... เอาล่ะ ไม่มีเวลาคุยแล้ว ต้องรีบไป ทีแรกว่าจะชวนนายไปด้วย แต่มาคิดดูอีกทีนายคงไม่อยากไปกับชิโร่เท่าไร ก็เลยจะไปเอง...”
“มันเป็นอะไรเหรอ?”
“ไม่รู้สิ พอเรากลับมาถึงก็เห็นมันมานอนนิ่งอยู่ตรงสนามหญ้าใต้โคนต้นไม้ อาหารที่ให้ไว้เมื่อเช้าก็ไม่ยอมกิน พอจับตัวมันก็ทำเสียงไม่ค่อยดี...ไม่รู้เป็นอะไร” คาเมะเล่า สีหน้ากังวลเหลือเกิน เขาชี้มือว่าขอทางหน่อยจะรีบไปล่ะ และนั่นก็ทำให้จุนโนะพะว้าพะวัง
“แล้วจะเอาชิโร่ไปอย่างไงง่ะ เอามันไว้ไหนง่ะ” จุนโนะถามด้วยความเป็นห่วงทั้งคนและสัตว์ คาเมะรูดซิปเสื้อหนังของเขาออก จุนโนะชะโงกหน้ามองเห็นเจ้าสัตว์เลื้อยคลานสีขาวนอนสงบในเสื้อของคาเมะ
“จะขี่รถไปแบบนั้น เดี๋ยวชิโร่ตกรถจะว่าไง”
“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ ก็ว่าจะให้จุนโนะช่วยขี่รถให้ แล้วฉันจะอุ้มมันซ้อนหลัง แต่ก็ช่างเหอะ เดี๋ยวนายจะลำบากใจ... ต้องไปธุระกันไม่ใช่เหรอ งั้นฉันต้องไปแล้วล่ะ ปล่อยนานไม่ได้” คาเมะรูดซิปเสื้อปิด เขาสตาร์ตรถกระหึ่ม กำลังจะออกรถแต่จุนโนะก็คว้าไหล่เอาไว้
“เดี๋ยวจะขี่ไปให้นะ แล้วนายซ้อน!!” จุนโนะว่าแล้วก็หันมาโค้งให้พ่อกับแม่ แล้วก็ทุกคน
“สงสัยจะไปกินเลี้ยงไม่ได้ล่ะฮะ ชีวิตสัตว์สำคัญกว่า ขอโทษด้วยนะฮะพี่จิน ผมคงต้องไปกับ....เอ้อ........” จุนโนะเว้นช่วง เพราะคำที่จะพูดต่อไปนั้น จุนโนะยื่นหน้ามากระซิบที่หูของจิน ให้ได้ยินเพียงคนเดียว และคำนั้นก็ทำให้จินนิ่งอึ้ง นัยน์ตาตกวูบจนต้องรีบเลื่อนกระจกรถปิดเสียโดยเร็ว

.................................

จุนโนะขี่รถของคาเมะโดยมีชิโร่อยู่ในอ้อมแขนของคาเมะ คนนั่งซ้อนหลังระบายลมหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยเขาก็ยังมีเพื่อนคู่ใจคอยปรึกษายามเดือดร้อน นี่ถ้ามาตามลำพังกับชิโร่ เขาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะทำยังไงถ้าเกิดระหว่างขี่รถอยู่แล้วทำเจ้ากิ้งก่าสุดที่รักหล่นไปบนถนน ...โชคดีที่มีจุนโนะมาช่วยแบบนี้ค่อยเบาใจหน่อย
“นี่..... จุนโนะ นายไม่รังเกียจลูกชายฉันแล้วหรือ” คาเมะอดถามไม่ได้
“ก็ทำไงได้เล่า” จุนโนะตอบกลับมา ดูท่าทางตั้งอกตั้งใจในการขี่รถมาก จุนโนะไม่เคยชินกับรถคันใหญ่แบบนี้ก็เลยไม่ถนัด เขามองถนนเบื้องหน้าจนลืมนึกไปเลยว่า มีเจ้าสัตว์ที่ตัวเองไม่พึงประสงค์แนบอยู่กับแผ่นหลัง
“ขอบใจนะ ยาหยี” เสียงคาเมะลอยตามลมมาให้ได้ยินอีก
“อื้อ...นายอย่าเพิ่งพูดอะไรได้มั้ย ฉันขี่รถนายแล้วมันเกร็งนะจะบอกให้” จุนโนะบอก ขับรถแกว่งเหมือนไม่ชิน
คาเมะก็เลยต้องเงียบเสียงไปโดยปริยาย

สักพักจุนโนะก็โวยวายออกมา
“ทำไมมันมีปุ่มอะไรเยอะแยะแบบนี้วะเนี่ย?” จุนโนะหาที่เปิดไฟหน้ารถไม่เจอ คาเมะก็เลยให้คนขี่จอด
“เอางี้ ฉันขี่เอง” คาเมะว่า แล้วก็ลงจากรถ
“ก็ดี...งั้นฉันซ้อน” จุนโนะแลกที่กับคาเมะ ขณะนั้นกำลังจะถึงถนนหลักในเมืองอยู่แล้ว รถราก็ยิ่งมากขึ้น
“นายน่ะขี่รถซิ่งไปรอบเมืองได้... อะไรวะกะอีแค่มอเตอร์ไซค์หรูๆ อย่างของฉันนายก็ขับไม่ได้ ชิ...เอ้านี่...ซ้อนแล้วก็อุ้มเจ้าชิโร่ไว้ซะ” คาเมะยื่นห่อผ้าที่มีเจ้ากิ้งก่าตาตี่มาตรงหน้าคนซ้อน
“หา???” จุนโนะร้องลั่น
“ให้...ฉะ...ฉันอุ้มลูกนายง่ะนะ???”
“ก็เออเด่ะ...” คาเมะเสียงเขียวเชียว เมื่อเห็นจุนโนะหน้าเสีย กลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก
“ฉันขอโทษนะจุนโนะ ฉันรู้ว่านายเกลียดมัน แต่ว่าขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว คิดซะว่าอุ้มลูกหมาก็แล้วกันนะ”
“เอ้อ......”
“นะจุนโนะ.... เราเสียเวลามามากแล้ว ฉันอยากให้ชิโร่ถึงมือหมอเร็วๆ ช่วยอุ้มมันสักครั้งเหอะนะ” คาเมะอ้อนวอนทั้งสีหน้าและแววตา
“อื้อ...ก็ได้” จุนโนะแบมือออกมาทั้งสองข้าง แล้วหลับตาปี๋ขณะที่คาเมะหย่อนชิโร่มาให้เขาอุ้ม
“อย่าทำลูกฉันหล่นล่ะ ไม่งั้นฉันเอาแม่มันตายจริงๆ ด้วย” คาเมะชี้หน้าจุนโนะ แล้วก็ด้วยความรวดเร็วเขาก้มลงหอมแก้มนวลปลั่งของจุนโนะดังฟอด เป็นรางวัลที่จุนโนะกล้าหาญมาก
“บ้า.....” เสียงคนซ้อนดังเบาๆ จากนั้นจุนโนะก็นั่งเกร็งไปตลอดทาง

ในวงแขนของเขานั้น มีสัตว์เลื้อยคลานที่เจ้าตัวไม่คิดว่าชาตินี้จะเข้าใกล้มันได้นอนนิ่งสงบอยู่ นานๆ ครั้งที่ชิโร่จะขยับตัว แต่จุนโนะก็ทำใจให้กล้า มองดูตาตี่ที่กลิ้งไปกลิ้งมานั้น .... เขาประคองห่อผ้ามาอย่างดีตลอดทาง

.....ความจริงเจ้าตัวที่อยู่ในห่อผ้านี้ก็ไม่ได้น่ารังเกียจอะไรนี่นะ ลำตัวหยาบเพราะเกล็ดอ่อนของมันก็แค่สากๆ เท่านั้นเอง ไม่ค่อยน่าขยะแขยงเท่าไร ดูไปดูมา หน้าตาของเจ้าหมอนี่ก็น่าเอ็นดูดี ... ทำปากขยับๆ ด้วย เหมือนกับจะบอกขอบคุณเขาอย่างนั้นแหล่ะ

จุนโนะเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า เกิดความเอ็นดูเจ้าชิโร่ตั้งแต่เมื่อไรกัน...หรือว่ารักเจ้าของก็ต้องรักลูกเจ้าของด้วย...

เออนี่.....ความรักมันทำให้เขาเปลี่ยนอาการไปได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ...

คาเมะขี่รถเข้ามาจนถึงคลีนิกสัตว์แพทย์ที่เจ๋งที่สุดในเมือง พอจอดรถแล้วก็ชะโงกดูหน้าเล็กๆ ของเจ้าชิโร่ในอ้อมแขนของจุนโนะ แล้วก็ก้าวเดินฉับๆ พาจุนโนะเข้าไปภายใน คนเดินตามก็ลืมไปแล้วด้วยว่า ตอนนี้คาเมะไม่ได้ขี่รถแล้ว ก็น่าที่จะเอาชิโร่ไปอุ้มเอง แต่เขากลับปล่อยให้จุนโนะอุ้มตามเข้าไปจนถึงห้องตรวจโรค

หมอตรวจดูอย่างละเอียด แต่ต้องรอเรียกหมอคนที่เชี่ยวชาญทางด้านสัตว์เลื้อยคลานมาดูด้วยอีกคน ทั้งคาเมะและจุนโนะก็เลยไปนั่งรอที่นอกห้อง
ระหว่างที่รอ คาเมะก็หันมาขอบใจจุนโนะซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ไม่เป็นไรหรอกน่า....” จุนโนะโบกมือไปมา ทำหน้ายิ้ม แต่ประโยคต่อไปของคาเมะก็ทำให้หน้าหวานหุบยิ้มได้
“ไม่ได้หรอก ต้องขอบใจเยอะๆ เพราะนายจะต้องเป็นคนอุ้มเจ้าชิโร่ตอนขากลับด้วยง่ะซิ”
“อ๊ะ..เหรอ?.....ฮึก....แต่ก็ช่างเหอะ...เจ้านั่นมันก็โอเคง่ะนะ” จุนโนะว่า คาเมะเอื้อมมือมากุมมือของเขาไว้ แล้วตบเบาๆ ที่หลังมือขาว
“ยังไงก็ขอบใจนะ ถึงแม้ว่านายจะไม่ชอบสัตว์แบบนั้น แต่ก็ยังทำ”
“อืมมม... ฉันก็ไม่อยากเห็นมันเป็นอะไรหรอกนะ... และอีกอย่างกะอีแค่อุ้มกิ้งก่าก็ไม่เห็นจะน่ากลัวอะไรนี่เนาะ.... ตอนแรกก็แหยงๆ เหมือนกัน อีกอย่าง..ใช่ว่าฉันจะไม่เคยถูกเนื้อต้องตัวมันมาก่อนเมื่อไรล่ะ”
คำกล่าวของจุนโนะสุเกะทำเอาคาเมะมองหน้า ทำตาหวานซึ้ง ยกมือเรียวมาจูบดังฟอด
“จุนโนะ.....ฉันรักนายจริงๆ ... นายน่ารักแบบนี้ง่ะซิ ฉันถึงไปไหนไม่รอด...นี่ถ้าไม่ติดว่ากลัวใครเห็น จะหอมแก้มให้ชื่นใจเลยล่ะ” คาเมะยื่นหน้ามากระซิบ จุนโนะเขินจัด ก้มหน้างุด เขาชำเลืองมองรอบๆ ข้าง ไม่มีใครอยู่แถวนั้นมากนัก หรือถึงจะมี ก็ไม่มีใครสนใจเด็กหนุ่มทั้งสองเลย
“คาเมะ...ทำไมนายถึงชอบเลี้ยงสัตว์อะไรที่คนอื่นเขาไม่ค่อยเลี้ยงกันนะ?” จุนโนะเอ่ยปากถาม
“ก็ฉันชอบของแปลกนี่นา ชอบอ่ะนะ บอกไม่ถูกเหมือนกัน ...อย่างจุนโนะนี่ก็แปลกนะ......” คาเมะตบหลังมือจุนโนะเบาๆ ทำหน้ายิ้มมุมปาก
“ฉันแปลกยังไงเหรอ?”
“แปลกซิ.. คนอะไรฟะ ตาตี่ แต่หน้าหวาน...ฮ่า...ฮ่า... แปลกดี ฉันชอบ...”

...............พลั่ก...........

คาเมะแทบตกเก้าอี้เมื่อเจอฝ่ามือซัดเอากลางหลัง
“โอย.....จุนโนะ....ะ..ะ...เบาๆ หน่อยน้า....เดี๋ยวแฟนช้ำหมด” คาเมะโอดโอย
“นายก็แปลก คาเมะ...ตัวเล็กแต่น่าตื่นเต้นเวลาอยู่ใกล้...คิก...คิก...” ร่างสูงว่าแล้ว ก็หัวเราะหน้าแดง ... ซบศีรษะกับบ่าของคาเมะ ...เต่าน้อยกระชับอุ้งมือของจุนโนะ บีบและคลาย...
“จุนโนะ.....เมื่อกี้ตอนที่จะมา นายพูดอะไรกับพี่จินเหรอ เขาถึงทำหน้าตูมแบบนั้นน่ะ” คาเมะถามข้อสงสัยเมื่อสักครู่
ซึ่งคนถูกถามก็อายจนหน้าแดง จุนโนะเงยหน้าขึ้น สบตาคมของคาเมะแล้วก็ตอบเสียงแผ่วเบาว่า
“เมื่อกี้ง่ะเหรอ ฉันก็แค่ขอโทษพี่จินที่ไปด้วยไม่ได้ เพราะ...เอ้อ....ฉันบอกเขาไปว่า ...ต้องไปกับแฟน.....”
“ฮ้า......แฟน!! ฉันง่ะเหรอ?” คาเมะร้องเสียงหลง เอานิ้วจิ้มอกของตัวเอง
“บ้าไง้... ฉันมีแฟนกี่คนวะ” จุนโนะจิ้มหน้าผากของคาเมะ เมื่อคนข้างกายทำท่าตีปีกพึ่บพั่บ เขาก็เลยขยับไปนั่งห่างๆ คาเมะเตรียมขยับตัวป้อตาม แต่ว่าคุณหมออุ้มชิโร่ออกมาพอดี
ทั้งสองหนุ่มผุดลุกขึ้นยืน คาเมะถลันไปหาชิโร่ทันที
“มันเป็นอะไรร้ายแรงมากมั้ยครับหมอ?” เขาถาม แต่คุณหมอส่ายหน้า
“อ๋อ...เป็นธรรมชาติน่ะ... ฤดูผสมพันธุ์ของมันพอดี” หมอพูดด้วยหน้าตายิ้มแย้ม
“ฤดูผสมพันธุ์!!??” ทั้งคาเมะและจุนโนะอุทานออกมาพร้อมกัน
“ใช่...เป็นธรรมชาติของมัน ช่วงนี้ก็จะมีอาการแบบนี้ง่ะแหล่ะ ทางที่ดีนะหาตัวเมียให้มันสักตัวก็ดี เอามั้ย...หมอรู้จักเพื่อนคนหนึ่งเขาเลี้ยงกิ้งก่าพันธุ์นี้เหมือนกัน มีหลายตัวเลยล่ะ กำลังเที่ยวหาคนเลี้ยงต่อพอดี อยากได้อีกตัวมั้ยล่ะ เป็นคู่กัน พอมันเห็นคู่แล้วจะได้กระชุ่มกระชวยหน่อย ทานอะไรได้อย่างเดิม”
“ดีฮะ...เอาฮะเอา...” หนุ่มน้อยพ่อเจ้าชิโร่รีบผงกหัวงึกๆ โดยไม่ต้องคิด เล่นเอาจุนโนะอ้าปากหวอ อุทานแบบไม่มีเสียงออกมา
“จะเอามาเลี้ยงอีกเหรอเนี่ย??...เฮ้อ..........โนะจะเป็นลม...”

**************************

อีกแห่งหนึ่งของเมือง

มืดค่ำป่านนี้แล้ว โทโมะนั่งตบยุงแปะๆ รอเวลาที่คุซาโนะจะกลับบ้าน นั่งคุยกับตำรวจที่ป้อมยามจนไม่รู้จะสรรหาเรื่องอะไรมาคุยกันแล้ว คุซาโนะและโคยาม่าถึงได้ซ้อนรถกันกลับมา ทั้งสองขี่ผ่านหน้าเขาไป จนทำให้เขาต้องรีบวิ่งไปสตาร์ตรถแทบไม่ทัน

โทโมะชะลอรถเมื่อใกล้จะถึงหน้าบ้านของคุซาโนะ เขาจอดรถไว้ที่มุมหัวเลี้ยวของบ้านหลังหนึ่ง แล้วก็แอบมายืนลับๆ ล่อๆ ที่เสาไฟฟ้า เห็นเจ้าเพื่อนตัวจ้อยกำลังยืนคุยกับเจ้าตาปรือต่อ ไม่ยอมเข้าบ้านซะที จนสักพักหนึ่งนั่นแหล่ะ โคยาม่าถึงได้โบกมือให้คุซาโนะ และขับรถจากไป เมื่อนั้นล่ะที่โทโมะถึงได้ถลันมาคว้าร่างเล็กที่กำลังจะเดินเข้าประตูรั้วเอาไว้
“อ๊ะ??” คุซาโนะร้องออกมาได้แค่นั้น ก็โดนมือของโทโมะอุดปาก ร่างสูงลากคุซามาที่มุมหัวเลี้ยว ซึ่งมีเสาไฟบังอยู่ และแถวนั้นก็แสนจะเปลี่ยว นานๆ ทีถึงจะมีรถผ่านมาสักคัน
คุซาโนะตาโตเมื่อจำกลิ่นหอมที่ระเหยมาจากร่างสูงของโทโมะได้ เขาก็เลยหยุดดิ้น เมื่อลำตัวโดนดันจนติดกำแพง และมีวงแขนแกร่งของโทโมะยันไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้
“โทโมะ!!” คุซาโนะร้องออกมา
“เป็นไง เที่ยวกันสนุกมั้ยล่ะ ฉันมารอนายตั้งนานแล้วนะ จากสวนสาธารณะแล้วไปไหนกันต่อหา?” โทโมะตะคอกถาม ซึ่งคนฟังก็ยืดตัวขึ้น หน้าหวานเชิดอย่างอวดดี
“จะตามทั้งทีทำไมไม่ตามให้ตลอดล่ะ?”
“เฮอะ...ฉันก็ต้องไปไหนมาไหนกับยูยะเขามั่งซิ” ร่างสูงว่าเข้านั่น
“ชิ... งั้นจะมาสนใจทำไมกัน นายมีคู่ควงแล้วนี่... จะมาสนใจฉันทำไมกัน?” เสียงคุซาโนะสั่นเครือ ริมฝีปากเชิดขึ้นแบบทะนง โทโมะก้มหน้ามอง เห็นซีกหน้าที่แสงไฟส่องให้เห็น คุซาโนะมีดวงตาที่เด็ดเดี่ยวจริงๆ คมจนเขาชักจะฝ่อ
“สนใจซิ.. เพราะนายชอบฉันไม่ใช่เหรอ?” โทโมะพูดเสียงนุ่มขึ้น
“แค่นั้นเองเหรอ ไอ้หมาหวงก้าง....”
“ไม่ใช่แค่นั้นหรอก คุซา..... นายก็รู้ว่ามันไม่ใช่แค่นั้น”
คุซาโนะจ้องหน้าคนพูด แล้วเขาก็ส่ายหน้า ใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ แต่คุซาโนะก็ไม่อาจเห็นแววตาของอีกฝ่ายได้
“ฉันรู้ว่ามันแค่นั้น นับตั้งแต่ที่นายปฏิเสธฉันแล้ว” คุซาพูดด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น จนโทโมะต้องก้มหน้ามาจนชิด ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะที่แก้มนวลของร่างเล็ก จนคุซาโนะอดสั่นสะท้านไม่ได้
“ถ้าฉันจะบอกว่า ตอนนี้ฉันรู้ใจตัวเองแล้วว่า ชอบนาย.... นายจะให้อภัยฉันได้มั้ย?”
“โทโมะ!!”
“จริงๆ นะ... การที่ไม่รู้ใจตัวเองก็นับว่าโง่แล้ว แต่การที่เสียนายไปยิ่งโง่กว่า.... ฉันทุรนทุรายมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา ที่เห็นนายไปอี๋อ๋อกับคนอื่น ฉันทนไม่ได้หรอก คุซาโนะ... นะ.. เราสองคน... มาเป็นคู่รักกันนะ ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำให้นายร้องไห้อีกตลอดชีวิต นะคุซานะ......” เสียงอ้อนวอนขอของโทโมะขาดหายไปเมื่อริมฝีปากอิ่มของเขาทาบทับกับปากบางหยักสวยของหนุ่มน้อยตรงหน้า

ริมฝีปากเว้าวอนอ่อนหวาน แบบที่คุซาโนะเคยได้รับ โทโมะจูบเขา...

เพราะอารมณ์อีกอย่างหนึ่ง.......ความรัก.......

....โทโมะรักเขา...... จูบเพราะรัก.....

ไม่ใช่เพราะเข้าใจผิดว่าเขาเป็นอีกคนหนึ่งอย่างเมื่อก่อน.... แค่นี้เขาก็น่าจะดีใจนี่นา ...แต่ว่า.......

น้ำตาที่ไหลลงมาจากดวงตาคู่สวยของคุซาโนะ กระทบกับพวงแก้มแล้วไหลจนถึงมุมปาก ทำให้โทโมะรู้สึกถึงรสชาติของมัน จุมพิตที่อ่อนหวานก็เลยต้องสะดุดลง
“ร้องไห้ทำไม?” โทโมะถามเสียงอ่อนโยน เป็นครั้งแรกละมังที่คุซาโนะได้ยิน
“นายจะรักฉันได้อย่างไร?”
“หือ?? ทำไมถึงไม่ได้ คุซา?” โทโมะถามด้วยความฉงน

คุซาโนะแหงนเงยดวงหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตามองดูเขาแล้วก็สะอื้นออกมาเบาๆ

“ฮึก...... นายมียูยะแล้วนี่.....”

***********************************

to be continue

comment ที่นี่ก็ได้จ๊ะ

Hosted by www.Geocities.ws

1