.......Vol 11

 

++++++++++++++++++++++++++++++

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ซื้อเผื่อนาย” คุซาโนะย้ำอย่างหนักแน่นชัดทุกถ้อยคำ แถมน้ำเสียงก็ตวัดแบบคนขี้งอนอีกด้วย
“ฮึ...ทีคนอื่นซื้อให้ได้ แต่กับเรา คนที่นายบอกว่ารัก ทำไมถึงไม่ซื้อให้ง่ะ?” โทโมะหน้าบึ้ง แก้มตุ่ยแบบไม่สบอารมณ์ สุ้มเสียงก็คาดคั้นจนพ่อตาปรือขยับเข้ามาใกล้ ดึงตัวคุซาโนะออกมาอีกทาง
“คุซาบอกว่าไม่ได้ซื้อก็ไม่ได้ซื้อซิ นายจะมาเซ้าซี้ทำไมกัน”
“ไม่ใช่เรื่องของนาย!!” คนตาโตหันมาทำตาดุใส่ แต่อีกฝ่ายจะสะทกสะท้านก็หาไม่
“ทำไมไม่ใช่ ก็ฉันจะขอคบกับคุซาโนะอยู่เดี๋ยวนี้นี่ไง”
“หา??” สองเสียงตะโกนแข่งกัน
คุซาโนะอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้าง กับโทโมะที่ทำตาโตเท่าไข่ห่าน คิ้วขมวด และโดยที่ไม่ใครคาดคิดเขากระชากคอเสื้อโคยาม่าทันที
“เมื่อกี้ว่าไงนะ??”
“ฉันจะขอคบกับคุซาโนะ ได้ยินชัดมั้ย?” ย้ำแล้วก็หันมายิ้มตาปรือใส่คนกลาง ..ปลดมือโทโมะออกจากคอเสื้อ
“นายง่ะนะจะขอคบกับคุซาโนะ?” หนุ่มตาโตจ้องหน้าหาเรื่องถาม
“ก็ใช่ ถูกต้องแล้ว”
“เชอะ..คงมีหวังหรอกนะ ไม่รู้หรือไงว่า คุซาโนะเขาชอบฉันอยู่ ไม่มีวันคบกับนายแน่นอน”
“แหม...รู้สึกว่านายจะมั่นใจในตัวเองจริงๆ นะ.......” โคยาม่ายิ้มเยาะ และก็หันไปทางหนุ่มน้อยที่ยืนอึ้งอยู่ข้างๆ ปล่อยให้โทโมะฮึดฮัด กำหมัดแน่น อยากจะตั๊นหน้าคนเสียเหลือเกิน
“คุซาโนะ คบกับผมนะครับ...” โคยาม่าโค้งให้คุซางึกงักเป็นการขอร้อง ...คุซาโนะถอยหลังกรูดแล้วก็โบกมือ ให้ว่อน....
“เดี๋ยวๆ นะ ขอฉันตั้งหลักก่อน ...พวกนายกำลังเล่นสงครามอะไรกันแน่นะ โคยาม่า...ฉัน...ไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง โทโมะก็ด้วย เมื่อเช้ายังโกรธฉันอยู่เลย ทีมาตอนนี้จะมาขอของที่ระลึก ...ส่วนนาย..โคยาม่า ขอเวลาฉันหน่อยเถอะนะ อย่าเพิ่งให้ฉันให้คำตอบตอนนี้เลย...”
“ก็ได้... งั้นวันจันทร์หน้า ผมจะมารอคำตอบ หวังว่าคงเป็นข่าวดีนะครับ...” โคยาม่าบอกพร้อมรอยยิ้ม เขายังยืนอยู่ เมื่อโทโมะยังไม่ไปจากคุซาโนะเขาก็ไม่ยอมเดินไปไหน
คนสองคนยังยืนมองหน้าหาเรื่องกันอยู่ โดยมีคุซาโนะยืนก้มหน้านิ่ง แต่หางตาแอบมองโทโมะบ่อยๆ เห็นฝ่ายเพื่อนที่รักยืนกอดอกหน้าบึ้ง ส่งสายตาพิฆาตให้โคยาม่าเต็มๆ


...นึกสะใจเงียบๆ ...ทีตอนนี้มาทำเป็นหวง

...หวงทำไม... ไม่รักแล้วหวงทำไม... หรือนึกว่าเขาไม่มีปัญญาชอบคนอื่นแล้วใช่มั้ย?...


“จุนโนะอยู่ไหนน้า..” เด็กหนุ่มพึมพำ ทำเป็นชะเง้อมองหาเพื่อนตัวสูง ที่เห็นยังเลือกซื้อของอยู่หน้าร้านขายของที่ระลึก เขาเห็นคาเมะเดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นด้วย หน้าหวานของคุซาโนะเงยขึ้นยิ้มให้สองหนุ่ม เขาชี้ไปทางลานวัดแล้วก็โค้งตัวต่ำ พูดเสียงเรียบเฉยว่า
“ขอเชิญพวกนาย ยืนเป็นอนุสาวรีย์อยู่ที่นี่ล่ะกันนะ ฉันจะไปหาเพื่อนก่อนล่ะ”
“คุซา......” โทโมะตะโกน เขาแทบจะผวาตาม แต่ร่างเล็กๆ กลับเดินไปลิ่วๆ ไปซะแล้ว

*******************************

คาเมะเดินมาถึงลานวัดเบื้องหน้า เห็นจุนโนะยืนเลือกซื้อของที่ระลึกอยู่ก็ปรี่เข้าไปหาทันที .. แบมือยื่นออกมาตรงหน้าร่างโปร่ง จุนโนะแหงะหน้ามองแล้วก็เลิกคิ้ว
“ไร?”
“ไหนล่ะของฝาก” คาเมะกระดิกมือไปมา
“บ้าไง้? มาด้วยกันจะเอาของฝากอะไร” จุนโนะทำปากยื่นใส่แล้วก็หันมาสนใจสินค้าเบื้องหน้าต่อ แต่อีกฝ่ายขยับเข้าจนติด
“ทีคุซาโนะยังให้ฉันเลย ทำไมนายไม่ซื้อให้มั่งล่ะ” คาเมะชูถุงเครื่องลางที่คุซาโนะให้เมื่อกี้ให้จุนโนะดู
“ก็นั่นมันคุซาโนะ แต่นี่มันจุนโนะ คนละคนกันโว้ย... มีตังค์ก็ซื้อเองเด่ะ”
“ก็อยากได้จากมือของนายนี่นา” คาเมะแบมือออกอีกครั้ง จนคนมองทำหน้าเชิดหยิ่งใส่
“เชอะ...ฝันไปเหอะ... ก่อเรื่องวุ่นวายให้ฉันแล้วยังจะมีหน้ามาขอโน่นขอนี่อีก”
“มาว่าฉันฝ่ายเดียวได้ไง คุซาโนะก็ก่อเรื่องเหมือนกัน ทำไมไม่ว่าเอามั่งล่ะ”
“ก็เขาตัวเล็กนี่...”
“อ้าว!! ไหงพูดแบบนั้นล่ะ แล้วฉันไม่ตัวเล็กหรือไง?” คาเมะเอานิ้วจิ้มอกตัวเอง
“คุซาตัวเล็กแต่ก็น่าสงสาร นายง่ะตัวเล็ก แต่ไม่น่ารักเลยซะกะติ๊ด”
“อีธ่อเอ๊ย... ว่าฉันไม่น่ารัก ทีหลังอย่ามารักละก๊านนน...” คาเมะลากเสียง เขายื่นมือกลับไป เมื่อรู้แน่ว่าจะไม่ได้ของฝากจากจุนโนะแน่แล้วก็หันไปซื้อเอง... ทิ้งให้เพื่อนบ้านคนสวยมอง แล้วก็ทำหน้ามุ่ย
จุนโนะชำเลืองทางคาเมะเห็นหมดความสนใจในตัวเองแล้ว ก็เลี่ยงไปซื้อของที่ระลึกพื้นเมืองอยู่อีกทางจนกระทั่งคุซาโนะเดินเข้ามาสมทบแล้วนั่นแหล่ะ จึงชวนกันเดินกลับขึ้นรถ


*******************************

รถบัสเหหัวเข้าไปในเมือง ที่สองข้างทางมีร้านขายสินค้าเต็มไปหมด คุณครูสั่งให้รถจอดนอกลานของศาลเจ้าคะซึง่ะ จากนั้นก็พานักเรียนมุ่งหน้าเยี่ยมชมสถานศักดิ์สิทธิ์อันเก่าแก่
ตัวศาลเจ้าเป็นไม้ทาด้วยสีแดงดูยิ่งใหญ่และเคร่งขรึม รอบข้างคือสีเขียวของใบไม้สดใส ให้อารมณ์ดื่มด่ำได้ดีมาก จุนโนะเกาะกันแจกับคุซาโนะตามเคย พอลงรถได้ก็พากันเดินลิ่วๆ ไม่เหลียวหลัง ทำเหมือนกับทั้งชีวิตอยากเข้าไปไหว้พระซะเหลือเกิน
โทโมะวิ่งตามจนทันกันที่โคมหินซึ่งตั้งเรียงรายเป็นแถวเป็นแนว
“เฮ้ย!! รอเดี๋ยวเด่ะ ใจคอจะไปกันแค่สองคนใช่มั้ย?” โทโมะตะโกน หยุดหอบจนตัวโยน เพื่อนสองคนหันมามองด้วยดวงหน้าเฉยเมย
“ไอ้ตัวแสบ... อยากตามก็ตามมา ใครไปว่าอะไรง่ะ” เป็นเสียงจากจุนโนะ แต่อีกคนกลับกระตุกแขนเขายิกๆ
“ไปชวนทำไม คนแบบนั้น”
“เออน่า...เพื่อนกันนะ”
“ฮึ!!” คุซาโนะเชิดใส่โทโมะ เขายึดเอาแขนข้างขวาของจุนโนะเป็นที่พึ่ง ส่วนแขนอีกข้างมีโทโมะเดินขนาบ พากันเดินไปรอบๆ เฉลียง มีเสียงระฆังทองเหลืองที่ห้อยตัวจากชายคาดังกรุ๋งกริ๋งตลอดแนว
“สวยจังนะ” โทโมะเปรยขึ้น เงยหน้ามองวิหารไม้สีแดงสด แสงแดดสะท้อนไม้จนเห็นตัวคนมีสีแดงระเรื่อไปด้วย
“ไหว้พระเถอะ” จุนโนะกระซิบ เขาพนมมือ หลับตาพริ้ม ทำปากขมุบขมิบ พอขอพรเสร็จจะหันมาถามคนตัวเล็กที่ยืนข้างๆ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อคนนั้นไม่ใช่คุซาโนะ
“คาเมะ....”
“เมื่อกี้อธิษฐานอะไรเอ่ย เห็นขอตั้งนานแน่ะ” เพื่อนหน้าเต่าถามขึ้น จุนโนะเหลียวมองคุซาโนะและโทโมะก็เห็นแต่โทโมะยืนกอดอกหน้าบึ้งอยู่ด้านนอก ส่วนคุซาโนะนั้นหรือ ถูกเพื่อนตาปรือของคาเมะทึ่ชื่อโคยาม่าจูงแขนไปคุยที่ข้างๆ โคมหินตรงทางเดินเรียบร้อยแล้ว
“เฮ้อ.....เพื่อนนายกำลังจะก่อเรื่องยุ่งยากนะ” จุนโนะออกปาก
“โคะเขาชอบเพื่อนนาย เขาชอบมาตั้งนานแล้วนะ ไม่ใช่เพิ่งมาชอบ แต่ไม่มีโอกาสสารภาพ เพราะนายคุซามัวแต่ติดเพื่อนแจ”
“นายก็รู้นี่ว่า คุซาเขารักโทโมะ”
“แต่โทโมะเขาชอบฉัน” คาเมะชี้ที่ตัวเอง แล้วก็ทำหน้าเบื่อๆ
“หลังจากเมื่อคืนเขาคงเลิกชอบนายแล้วละมั้ง.... โทโมะกำลังสับสนในเรื่องของความรักนะฉันว่า ทางที่ดีฉันไม่อยากให้เพื่อนนายเข้ามาเป็นตัวแทรก เพราะโทโมะอาจจะกำลังสนใจคุซาโนะขึ้นมาแล้วก็ได้”
“ก็แหงล่ะ นอนจ๊วบจ๊าบกันทั้งคืน ไม่สนใจกันมั่งก็ให้มันรู้ไป” คาเมะพูดถึงคนอื่นแต่ก็อดมองย้อนถึงตอนที่เขานอนกอดกับจุนโนะไม่ได้ ...อย่างน้อยโทโมะก็อาจจะมีความคิดคล้ายกับเขา นอนจูบกับจุนโนะบ่อยๆ ตั้งแต่ในห้องพยาบาลจนถึงป่านนี้ เขาเองก็อดแปลกใจไม่ได้เหมือนกันว่า ระยะหลังมานี้ อารมณ์รำคาญเจ้าเพื่อนบ้านหน้าหวานคนนี้มันจางหายไป กลับมีความรู้สึกอย่างอื่นเข้ามาแทนที่


.....อารมณ์อยากเห็นหน้า อยากเข้ามาป้วนเปี้ยน และต่อล้อต่อเถียงด้วย มันเริ่มเข้ามาแทรกซึมทุกอณูของความรู้สึก.....

หรือว่าเขารักจุนโนะขึ้นมาซะแล้ว......

“คาเมะ....ฉันเรียกนายหลายหนแล้ว มัวคิดอะไรอยู่นะ” จุนโนะกระตุกชายเสื้อของคาเมะยิกๆ จนอีกฝ่ายสะดุ้ง กลับมามองหน้าจุนโนะอย่างเดิม
“อ๋อ... เปล่าๆ มัวแต่คิดเรื่องอื่นเพลินไปหน่อย”
“ว่าไงเมื่อกี้ถามว่าอธิษฐานอะไร ยังไม่ได้ตอบเลยนะ” คาเมะถามต่อ ขณะที่ทั้งคู่เดินออกไปดูร้านค้ารอบบริเวณศาล จุนโนะหยุดมองผ้าพันคอลายต้นซากุระที่แขวนอยู่ตรงหน้า ราคาของมันแพงเอาการ คำถามที่คาเมะถาม ก็เลยดูหมดความสนใจเพราะชายกรุยของผ้าพันคอกำลังอยู่ในอุ้งมือของจุนโนะ เจ้าตัวกำลังลูบคลำด้วยความอยากได้
“ชอบเหรอ?” คาเมะถามเมื่อเห็นว่าคนข้างเคียงยืนลูบคลำผ้าผืนนั้นตั้งนาน
“ฮื่อ....สวยดี..แต่แพงไปหน่อย ..ไปเหอะ...” จุนโนะตาละห้อย แล้วก็เดินไปดูของอย่างอื่น เลือกได้อาหารแห้งและขนมพื้นเมืองฝากทางบ้านด้วย สักพักเขาก็หันมาทางคนเดินข้างๆ แล้วก็โพล่งขึ้นมาว่า
“เมื่อกี้ฉันขอพร ขอให้สอบเข้ามหา' ลัยได้ ขอแค่นั้นเองแหล่ะ”
“แค่นั้นน่ะ?? เห็นทำปากขมุบขมิบตั้งนานแน่ะ”
“นายจะไปรู้ได้ไงว่าฉันพูดอะไรมั่ง... “
“ของฉันนะ ก็ขอเหมือนกันกับนายนี่แหล่ะ แต่ก็แถมหน่อยหนึ่งตรงที่ ขอให้หาแม่ให้เจ้าชิโร่ได้เร็วๆ” พูดพลางมองหน้าจุนโนะไปด้วย เมื่อสบตากันในระยะใกล้ชิด คาเมะถึงได้เห็นหน้าระเรื่อของจุนโนะ เสียงหัวเราะน้อยๆ ของเขาดังลอดริมฝีปากออกมา ... จนอีกฝ่ายต้องเมินไปทางอื่น ...
“เชอะ...คงหาได้หรอกนะ...นี่....แล้วก็เลิกเดินตามฉันได้แล้ว ไม่เห็นหรือไงว่าพวกเพื่อนๆ มองแล้วก็ซุบซิบกัน อยากให้เรื่องเมื่อคืนมาทำให้เดือดร้อนหรือไง...” จุนโนะว่าแล้วก็หอบของเดินจ้ำอ้าวไป ทิ้งให้คาเมะยืนอมยิ้มมองตามหลัง แต่เขาก็ไม่ได้เดินตามร่างสูงอีก ลองเดินย้อนกลับไปสมทบกับพวกโคยาม่าดีกว่า.....

**************************

เมื่อกลับมาถึงห้องพักพวกนักเรียนก็นอนกันแผ่หราที่ห้องโถง เสียงพูดคุยกันดังเซ็งแซ่จนคุณครูต้องออกปากปราม แล้วก็ไล่กลับให้เข้าไปในห้องพักกันก่อน ตอนเย็นถึงจะเรียกประชุมอีกที
“นายจะไปห้องไหนง่ะ?” จุนโนะถามโทโมะเมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นกำลังเดินตามมา
“ก็ห้องของเราน่ะซิ”
“อ้าว... เห็นหอบของไปอยู่ห้อง A แล้วไม่ใช่หรือ?”
“เออ......จริงเด่ะ” โทโมะหยุดเดินหน้าห้อง G 5... ทำท่าลังเล แล้วก็มองหน้าจุนโนะที มองคุซาโนะที เขาชี้ไปที่คนตัวเล็กแล้วก็ถาม
“นายล่ะ คุซา จะนอนไหน ห้องจุนโนะหรือห้องเมื่อคืน?”
“ฉันจะนอนกับจุนโนะ” คุซาโนะตอบอย่างเด็ดเดี่ยว เล่นเอาคนฟังหน้ามุ่ย
“นอนไปได้ไง จะเป็นก้างขวางคอเขาหรือไง? มานี่!!” แขนแข็งแรงฉุดร่างเล็กเข้ามาปะทะอก จนคุซาโนะหัวแทบขมำไปซุกที่อกกว้างของโทโมะ
“ไม่เอานะ โทโมะ เราจะนอนกับจุนโนะ”
“ก็คาเมะเขาแลกที่กับฉันแล้ว นายก็ต้องไปนอนกับฉันซิ”
คุซาโนะส่ายหน้า สะบัดตัวหลุดออกมาจนได้ เขาวิ่งไปแอบหลังร่างสูงของจุนโนะ
“ไม่เอาง่ะ ฉันไม่นอนกับนายแล้ว”
“ทำไม? นายชอบฉันไม่ใช่หรือไง? ไม่อยากนอนให้ฉันกอดหรอกหรือ แต่คงอยากซินะ เมื่อคืนถึงได้เสนอตัวแบบนั้นน่ะ”
“โทโมะ!!” เป็นเสียงอุทานของจุนโนะ ในขณะที่คนฟังอีกคนยืนอ้าปากค้างกับวาจานั้นไปเสียแล้ว
“นายว่าคุซาเกินไปแล้วนะ”
“เกินอย่างไง ก็คุมันชอบฉัน นายก็รู้ ตัวเขาเองก็ประกาศปาวๆ แล้วฉันจะชวนไปนอนห้องเดียวกัน เขาเองก็น่าจะดีใจนะ จะได้สมหวังไง...” โทโมะพูดเหมือนจะเยาะ มองใบหน้าที่ก้มต่ำของคุซาโนะแน่วแน่ ร่างเล็กจงใจหลบตาเขาชัดๆ วันนี้ก็ทำท่าไม่แยแสเขาซะอีก ....
“พอชวนไปนอนก็ทำเล่นตัว จะเอายังไงแน่” เสียงบ่นราวกับจะหงุดหงิดดังขึ้นมา แต่คนฟังก็ยังยืนก้มหน้าเฉย จนโทโมะเรียกอีกครั้ง
“คุซาโนะ....”
“ฉันไม่ไปไหนกับนายทั้งนั้น... และก็อย่าพูดจาแบบสมเพชฉันนะ ฉันน่ะ ถึงนายจะไม่รัก แต่คนที่เขาจะรักฉันก็มีออกถมไป”
“คุซาโนะ นายคงหมายถึงไอ้ตาปรือโคยาม่าใช่มั้ยล่ะ หรือว่าจะรับรักมัน... ก็ได้นะ เชิญเลย คนอย่างฉันน่ะ ไม่ต้องมีนายมาสนใจก็หาคู่ควงได้ออกถมถืด แล้วอย่ามาร้องห่มร้องไห้หาว่าฉันไม่รักไม่ได้นะ อุตส่าห์ให้โอกาสแล้วไม่เอา ก็ช่วยอะไรไม่ได้...” โทโมะชี้หน้าคุซาโนะ แล้วก็ตวัดตามองดวงตาฉ่ำน้ำของเพื่อนตัวเล็ก......


....หงุดหงิด... มันหงุดหงิดโว้ย...!!

เขาอยากจะตะโกนให้ทั่วทางเดิน ทำไมวันนี้ถึงได้หงุดหงิดทั้งวันนะ แล้วนี่จะไปนอนห้องเดียวกับโคยาม่าได้ยังไง มีหวังได้ซัดหมัดใส่หน้าเจ้าตาปรือนั่นแน่นอน
เขาหันหลังเดินกลับไปที่ห้อง G 5 เก็บของลงกระเป๋าอีกครั้งก็เดินออกมาด้านนอก หันซ้ายมองขวา ไม่เห็นจุนโนะและคุซาโนะแล้ว เขาตัดสินใจเดินไปที่ห้อง G 2 ซึ่งเป็นห้องของพวกห้อง B อีกห้องหนึ่ง ... นอนห้องอื่นก็ได้วะ.. โทโมะขออนุญาตนอนในห้องนั้น แต่ด้วยหน้าที่มุ่ยจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ พวกห้อง G 2 ก็เลยต้องยอมให้โทโมะพักได้ตามสบาย

***************************

และในดึกดื่นคืนนั้นเอง ที่จุนโนะและคุซาโนะนั่งพับเพียบบนฟูก มองหน้ากัน ทำตาปริบๆ เมื่อคาเมะก้าวข้ามฟูกของคุซาโนะมานอนเอกเขนกอีกฟูกหนึ่งที่ข้างๆ ฟูกจุนโนะ เขาตีหมอนจนฟูฟ่องแล้ววางปุ๊เคียงข้างหมอนของเพื่อนบ้านหน้าหวานที่ตอนนี้หน้าชักจะเริ่มมุ่ยแล้ว
“นี่...จะนอนที่นี่อีกแล้วเรอะ?” จุนโนะกระชากหมอนคาเมะออก ทำให้คาเมะหัวกระแทกฟูกดังปึก
“โอ๊ย... เจ็บนะ นายนี่ยังไง เอามานิ” คาเมะกระชากหมอนคืนแล้วก็ปล่อยลงที่เดิม
“จะนอนตรงนี้แหล่ะ ทำไมง่ะ ทีเมื่อคืนยังให้นอนกอดได้เลย”
“บ้าไง๊?”
“เออบ้าก็ดีวะ.. มาเดะจะปล้ำกอดคนดีให้หายบ้าเลย” ว่าแล้วก็กระเด้งตัวลุกขึ้น ทำตาขวางเหมือนคนบ้าจริงๆ กางแขนกว้างทำท่าจะคว้าร่างบางมากอดจริงๆ
“ไอ้บ้า...เดี๋ยวเจอเตะหรอก” จุนโนะรีบลุกพรวด เตรียมง้างขาแต่ก็โดนอีกฝ่ายคว้าต้นขาแน่น ดึงลงมาทีเดียวก็ลงมานอนแอ้งแม้งกับพื้น โดยมีตัวคาเมะทาบทับอยู่ข้างบน ร่างบางดิ้นขลุกขลักหลบหน้าหนีปากจู๋ๆ ของคาเมะที่ร่อนส่ายจะฉกแก้มนวลอยู่รอมร่อ


...ยิกๆ...

จุนโนะรู้สึกว่ามีใครคนหนึ่งสะกิดแรงๆ พอหันไปมอง คุซาโนะนั่งจับชายเสื้อเขาแล้วก็กำลังกระตุกอยู่ ใบหน้าแดงซ่านของเพื่อนซี้บ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง ทั้งคาเมะและจุนโนะหันไปดูรอบข้าง
สายตาทุกคู่นับสิบในห้องนอนรวมนั้น มองมาที่พวกเขากันใหญ่ มองไม่มองเปล่ายังยื่นหน้าไปซุบซิบอีกด้วย
“เฮ้ย... ปล่อยนะ ดูซิ เพื่อนๆ มองกันใหญ่แล้ว นายจะทำเรื่องบ้าๆ ไม่หยุดหย่อนหรือไง” จุนโนะรีบผลักคาเมะให้กลิ้งลงไปนอนกับพื้น
“นายง่ะแหล่ะ อยากโวยวายก่อนทำไมล่ะ ปล่อยให้นอนดีๆ ก็หมดเรื่อง”
“งั้นก็นอนเฉยๆ ห้ามกอดเด็ดขาด เข้าใจ๋”
“อือ...ก็ได้” คาเมะยกมือสาบาน แล้วก็ล้มตัวลงนอน แถมหันข้างหลังให้เสียอีกแน่ะ


......พลั่ก...

หมอนใบใหญ่ที่จุนโนะใช้นอนถูกฟาดไปที่ศีรษะสีน้ำตาลนั้นพอดิบพอดี ตามด้วยเสียงพึมพำว่า

“คนบ้า...”
................


กลางดึกของคืนนั้น คาเมะลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางความมืด และเงียบสงัด แต่กระนั้นเขาก็ยังอุตส่าห์เห็นร่างโปร่งบางของคนที่นอนตัวขดตัวงออยู่อีกฟูกหนึ่งได้ลางๆ อากาศยามดึกสงัดเริ่มเย็น จุนโนะนอนดิ้นจนผ้าห่มร่นไปอยู่ปลายเท้า ร่างบางนอนชิดกับคุซาโนะ จนแทบจะปีนไปกองอยู่บนฟูกเดียวกัน
“จุนโนะ........” เขาลองส่งเสียงเรียกดู แต่ร่างนั้นก็คงไม่รู้เรื่องอะไร ยิ่งนอนขดจนตัวงอเข้าไปอีก
คาเมะแอบลุกไปที่กระเป๋าของตัวเอง หยิบผ้าผืนหนึ่งออกมา...
.......
ชะโงกหน้าเข้าหาความหวานของใบหน้านั้น จุนโนะนอนหายใจสม่ำเสมอ คงจะหลับอย่างเป็นสุข ไม่รับรู้เรื่องใดทั้งสิ้น ไม่รู้แม้กระทั่งว่า มีใครคนหนึ่งคลี่ผ้าคลุมรอบลำคอให้เพื่อป้องกันอากาศเย็น
คาเมะล้มตัวลงนอนบนฟูกของตัวเอง เขาหัวเราะ... เมื่อนึกถึงการกระทำเมื่อสักครู่ ดูเอาเถอะ ไม่รู้ว่าเขาเอาความอ่อนโยนแบบนี้มาจากไหนกัน ...แว่บแรกนั้นก็คือ ..อยากปกป้อง... ...อยากกอด... นั่นคือความคิดที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน และนับวันก็ยิ่งจะหนักขึ้นทุกที....

.....จุนโนะสุเกะ... น้องโนะหน้าหวานของคนในละแวกบ้าน.... เจ้าคู่อริตัวแสบ...

ถ้าเป็นเมื่อหลายเดือนก่อน หากมีใครมาตะโกนใส่หน้าว่าเขากับจุนโนะจะมีฉากสวีทหวานแหววต่อกันละก็ เขาจะหัวเราะใส่หน้าให้มุดดินไปเลย ...แต่ว่าตอนนี้ ... อะไรๆ มันก็เกิดขึ้นได้ ....
..หรือมันจะเรียกว่า....ความรัก....
คาเมะนอนสะดุ้งจนตัวไหว เขามองแผ่นหลังของร่างโปร่ง และโดยที่ไม่ได้คิด เขาเอื้อมมือออกไปไขว่คว้าร่างบาง ดึงเบาๆ จุนโนะก็พลิกตัวนอนหงาย และหันตะแคงหน้ามาทางเขา มือที่วางบนไหล่นั้นไล้ขึ้นสัมผัสปลายคางและพวงแก้มอย่างอ่อนโยน และเมื่อจุนโนะขดตัวอีก คราวนี้คาเมะไม่รอช้าอีกต่อไป

เขาแผ่ผ้าห่มของตัวเองออกกว้างก่อนที่จะขยับเข้าไปแบ่งปันไออุ่นใต้โปงกับเจ้าเพื่อนบ้านหน้าหวานคนนั้น......
คาเมะอมยิ้ม เมื่อจุนโนะเลิกนอนขดตัว แต่กลับซุกตัวเข้าหาอกอุ่นของเขาอย่างคุ้นเคย..... ทำเสียงงึมงำจับใจความอะไรไม่ได้ แล้วก็เป็นฝ่ายวาดวงแขนออกโอบล้อมรอบลำตัวของคาเมะอีกด้วย.......


.....เฮ้อ....


คืนนี้เต่าเจ้าเล่ห์คงหลับอย่างเป็นสุขอีกคืนล่ะซิเนี่ย....

******************

เมื่อรุ่งเช้ามาถึง คาเมะรีบเก็บที่นอนเข้าที่ เขาวางฟูกซ้อนทับของเพื่อนคนอื่นๆ ปรายตาดูร่างโปร่งของจุนโนะที่ยังคงนั่งก้มมองผ้าพันคอที่อยู่ในมือ ดวงหน้าเพิ่งตื่นของจุนโนะนั้น แสดงถึงความงุนงงออกมาอย่างเห็นชัด
“เอ้า... มัวนั่งอ้อยสร้อยอยู่นั่นแหล่ะ ลุกเอาฟูกไปเก็บเด่ะ จะได้ไปอาบน้ำกัน” คาเมะตะโกนบอกมาจากอีกฟากหนึ่ง จุนโนะเงยขึ้นมองแล้วก็ขมวดคิ้ว มองหน้าคาเมะเขม็ง ชูผ้าขึ้น
“ผ้าพันคอลายซากุระนี่นา....ผ้าผืนนี้....เอ้อ...........”
“.........” คาเมะไม่ตอบอะไร ได้แต่ยิ้มแล้วก็เมินไปทางอื่น
“นายเอามาใส่ให้ฉันเหรอ?” จุนโนะตวัดผ้าพันคอผืนนั้นรอบคอ แล้วก็ลุกขึ้นเก็บฟูก หอบเอามาวางซ้อนทับของคาเมะอีกที
“นายให้ฉันเหรอ?”
“ใครบอก....”
“ก็ผ้าผืนนี้ ... เหมือนกับที่ฉันไปยืนดูที่ร้านที่ศาลเจ้าคะซึง่ะเลยนะ”
“อยากได้ไม่ใช่ไง้? ซื้อให้...”
“ให้ฉันเหรอ?”
“ก็เออเด่ะ...” คาเมะพยักหน้าแล้วก็ทำท่าไม่สนใจ เขาเดินดุ่มๆ ออกไปจากห้อง โดยไม่รอฟังว่าจุนโนะจะพูดว่าอะไร แค่เห็นหน้าตื่นเต้นของจุนโนะเขาก็แทบจะอดใจไม่ไหวอยู่แล้ว
จุนโนะทำตาบ้องแบ๊วขณะดึงผ้าลายซากุระมาดูอีกที
“ให้เราจริงๆ ง่ะเหรอ......”
จุนโนะเงยขึ้นมองประตูที่คาเมะเดินออกไป
“ไอ้เต่าบ้านั่น.... มันซื้อให้เราจริงๆ ง่ะ....??”
จุนโนะยังคงยืนคลำผ้าพันคออยู่อีกนาน ถ้าไม่มีเสียงหนึ่งดังเตือนมา
“จุนโนะ ... จะไปอาบน้ำกันหรือยัง?” คุซาโนะถาม เดินเข้ามายื่นหน้ายื่นตามองหน้า พอเห็นหน้าจุนโนะเข้าก็เลิกคิ้วสูง
“หน้าแดงอะไรแต่เช้าเชียว พิลึกคน...”
“หน้าแดง?”
“เออ... รู้ตัวหรือเปล่า ว่านายหน้าแดงแจ๊ดเลย เอ....แค่คาเมะซื้อผ้าพันคอให้ก็อายหน้าแดงซะแล้ว แบบนี้คิดอะไรอยู่ว้า?? กับคาเมะน่ะ เวลาอยู่ด้วยกัน นายชักจะหน้าแดงบ่อยขึ้นรู้ตัวหรือเปล่า ลูกพี่?”
“อ๊ะ????”
จุนโนะจับหน้าของตัวเอง แล้วก็ครางเสียงอ่อย
“นั่นน่ะซิ.... ทำไมหมู่นี้รู้สึกวูบๆ วาบๆ บ่อยจริงแฮะ....”
“ไปอาบน้ำกันเหอะ... ป่านนี้โคยาม่าคอยแย่แล้ว” คุซาโนะเตรียมอุปกรณ์เครื่องอาบน้ำเดินลิ่วไปข้างหน้า
“เดี๋ยว ไอ้คุ... เมื่อกี้นายพูดถึงโคยาม่าเพื่อนของคาเมะน่ะเหรอ”
“อือ... ฉันว่าจะลองคบกับเขาดูนะ ไม่รู้ซิ อาจจะช่วยให้ฉันลืมความรู้สึกที่มีต่อใครบางคนก็ได้” คุซาหยุดเดิน เขาหันมายิ้มให้จุนโนะ แต่ก็เป็นรอยยิ้มที่ฝืนเต็มทน จุนโนะเดินมาสมทบ แต่ก็ดึงคุซาให้เดินช้าลง
“นายกำลังจะประชดตัวเองนะ คุซาโนะ”
“ไม่หรอก... รู้มั้ยทำไมฉันถึงคิดจะคบกับโคยาม่า?” คุซาโนะถาม เพื่อนตัวสูงส่ายหน้า ไม่เข้าใจอะไรในตัวเพื่อนตัวเล็กคนนี้สักอย่าง
“ไม่รู้หรอกว่านายคิดอะไรอยู่?” จุนโนะพึมพำ
คุซาโนะจับแขนจุนโนะไว้ เขาหยุดเพื่อนบนทางเดิน เกือบจะเข้าห้องอาบน้ำอยู่แล้ว ร่างเล็กเงยหน้ามองจุนโนะ แล้วก็อมยิ้ม
“เมื่อเช้าฉันตื่นก่อนใคร ก็เลยเห็นนายกับคาเมะนอนอยู่โปงเดียวกัน นายกับเขานอนกอดกันแจเลย ฉันก็เลยมานั่งคิดๆ ดู เมื่อก่อนนายกับเขาไม่ถูกกัน ...เจอหน้าก็แทบจะขย้ำเข้าใส่.. แต่ทำไมตอนนี้ถึงได้ดูเข้ากันได้ดี แถมยังดูหวานแหววเสียอีก ฉันก็เลยคิดว่า ถ้าฉันคบกับโคยาม่า ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเขาอย่างนายกับคาเมะแล้ว บางที..... บางที ฉันอาจจะลืมความรู้สึกที่มีต่อโทโมะก็ได้... ฉันอาจจะรักโคยาม่าได้สนิทใจได้สักวันหนึ่ง แล้วเมื่อวันนั้นมาถึง ฉันก็จะได้มองโทโมะแบบเพื่อนได้อย่างเต็มตา เต็มใจ ไม่เจ็บปวดอย่างตอนนี้ก็ได้.....”
“คุซาโนะ....... นายจะทำอย่างที่พูดจริงๆ ง่ะเหรอ?”
“ฮื่อ.... ฉันจะบอกกับโคยาม่าวันนี้แหล่ะว่าจะคบด้วย เป็นแฟนกัน..... ไม่รอให้ถึงวันจันทร์แล้วล่ะ”
“ดูนายทำหน้าเหมือนจะถูกเชือดมากกว่าจะไปตอบรับรักใครเลยนะ” จุนโนะจับบ่าร่างเล็กเมื่อเห็นอีกฝ่ายยิ้มเจื่อนๆ
คุซาโนะ.... หน้าตายามนี้ดูเหลือฝืนเต็มทน เขาก็ได้แต่มองตามร่างเล็กที่เดินเข้าห้องอาบน้ำรวมไปอย่างเห็นใจ
บางทีปล่อยให้คุซาทำอะไรแบบนั้นบ้างก็ดีเหมือนกัน จะได้เป็นการพิสูจน์ใจของโทโมะไปด้วยในตัว
เมื่อลับร่างของจุนโนะแล้ว ร่างๆ หนึ่งก็ปรากฏกายขึ้นตรงหัวเลี้ยวของมุมห้องน้ำ
โทโมะยืนเม้มปาก กำชายผ้าขนหนูแน่น ... ถ้อยคำที่คุซาโนะพูดนั้น เขาได้ยินเต็มสองรูหู ได้ยินฝังลึกไปถึงขั้วหัวใจ
... คุซาโนะจะลืมความรักที่มีต่อเขางั้นหรือ? จะหันไปคบกับโคยาม่าเพื่อที่จะได้ปลดปล่อยกับความทุกข์ที่มาหลงรักเขา
...คุซาโนะกำลังจะหันไปหาคนอื่น .... จะมีคนรัก... จะมีคนที่แหงนหน้ายิ้มให้ ... จะมีคนที่คอยแบ่งปันคำพูด และรอยยิ้ม และยังรอยจูบอีกล่ะ ที่คุซาโนะจะจูบกับคนอื่นที่ไม่ใช่เขา ยังจำได้ดีถึงจุมพิตแสนหวานใต้โปงผ้าห่ม... ไม่อยากสารภาพกับตัวเองเลยว่า เขาชอบจูบคุซาโนะ....แต่ว่า.....นายโคยาม่านั้นหรอกจะเป็นคนที่คุซาใส่ใจ

....ไม่ใช่เขาอีกต่อไปแล้ว.....


...เพียงคิดแค่นี้ ทำไมเขาถึงปวดแปล๊บปล๊าบไปถึงหัวใจ....


...ไม่เข้าใจว่าเกิดความรู้สึกแบบนี้ขึ้นมาตอนไหน...


แต่ที่รู้ๆ เขากำลังจะเสียคุซาโนะไป...... สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้

มันรุนแรงกว่าความรู้สึกที่ได้รู้ว่าคาเมะเป็นฝ่ายรุกเสียอีกน่ะนะ.......


“โธ่เอ๋ย...โทโมะ... เป็นอะไรของนายวะเนี่ย... จะแคร์เจ้าคุมันทำไม ก็นายชอบมันแบบเพื่อนไม่ใช่เหรอ หมอนั่นมันจะไปรักใครชอบใคร ก็น่าจะยินดีด้วยไม่ใช่เหรอ... จะมานั่งใจหายใจคว่ำได้ไงกัน?” โทโมะพูดกับตัวเอง สูดลมหายใจลึก ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ห้องน้ำตามหลังจุนโนะไป........

********************


to be continue

comment ที่นี่ก็ได้จ๊ะ

Hosted by www.Geocities.ws

1