Outside My Window...10

++++++++++++++++++++++++++++++

 

จุนโนะมุดตัวเข้าไปใต้โปง แต่ก็ยังส่องไฟฉายไปยังหน้าของคาเมะอยู่ เห็นดวงหน้านั้นยิ้มพราย เขาก็ทำหน้าบึ้งใส่
“ทำไมต้องมานอนกับฉันด้วยง่ะ เพื่อนนายในห้องก็ตั้งเยอะแยะ ...แล้วใครเขามาแย่งที่นายหา? ไม่มีที่อื่นนอนแล้วหรือไงกัน?” ร่างโปร่งกระหน่ำคำถาม จนคาเมะต้องจุ๊ปาก
“เบาๆ หน่อยเด่ะ”
“ก็บอกซิ ไม่งั้นไม่ให้นอนด้วยนะ” จุนโนะผลักไหล่คาเมะออกห่าง แต่อีกฝ่ายกลับยื่นหน้ามากระซิบ
“ถ้าบอกแล้ว จะให้นอนด้วยหรือเปล่าล่ะ”
“อื๋อ..อ...อ...” จุนโนะทำปากยื่น แอบค้อนจนคาเมะกลั้นหัวเราะ เดี๋ยวนี้ตั้งแต่คบกันหนักๆ เข้า ดูจุนโนะถอดความเป็น...แมน..แม๊น..แมน...ทิ้งไปไหนละหว่า ....


“ว่าไง ...ถ้าฉันบอกแล้ว ต้องให้นอนด้วยคนนะ ดึกป่านนี้แล้ว เที่ยวเดินเพ่นพ่านเดี๋ยวอาจารย์ดุ เพื่อนนายจะเดือดร้อนไปด้วย ...หรือว่าอยากให้เพื่อนเดือดร้อน” คาเมะขู่ฟ่อ จนจุนโนะกลืนน้ำลายเอื๊อก
“โทโมะไปไหนของเขานะ”
“คงกำลังย่องเข้าหาฉันง่ะเด่ะ ...เนี่ย... รู้ตัวก่อนหรอกนะถึงได้แอบเปลี่ยนที่นอนกับเพื่อนนายเมื่อกี้นี้เอง”
“แล้วนายรู้ได้ไงง่ะ?”
“ก็คุซาโนะเพื่อนนายง่ะเด่ะ แอบมาบอกว่า คืนนี้จะมีหนุ่มเข้าหา ฉันก็เลยรีบชิ่งออกมาเสียก่อน” เขาเล่า
“โทโมะง่ะเหรอ?”
“ก็จะใครซะอีกล่ะ ...มีอยู่สองวิธีที่ฉันต้องเลือกทำคือ ซัดไอ้หมอนั่นให้หมอบคาตีน กับย่องหนีออกมา ฉันคิดว่าอย่างแรกน่ะมันจะเอะอะเกินไป ก็เลยเลือกวิธีหลัง ได้กำไรกว่าเยอะ” พูดเสร็จแล้วก็มองจุนโนะอย่างมีความหมาย


จุนโนะชะเง้อมองข้ามไหล่คาเมะไปยังฟูกของคุซาโนะ เมื่อเห็นแต่ฟูกว่างเปล่า เขาก็ถอนหายใจทิ้งตัวลงนอนหงาย
“เจ้าคุวางแผนอะไรอีกแล้ว...โอ้ย......”
“ช่างเหอะ อย่างไงฉันก็ปลอดภัยดี” คาเมะว่าเข้านั่น
“แต่ฉันจะไม่ปลอดภัยง่ะเด่ะ”
“แหม ฉันนอนเฉยๆ ไม่ปล้ำหรอกน่า.....”
“งั้นนายก็นอนที่ฟูกของโทโมะซิ ขยับไปห่างๆ ไป๊” จุนโนะผลักร่างคาเมะไปที่ฟูกติดๆ กัน แต่คาเมะขยับเข้ามาจนติด
“ไม่เอาง่ะ เผื่อโทโมะกลับมาเห็นฉันนอนตรงนี้ ฉันจะไม่รอดเอาเด่ะ” ว่าแล้วคาเมะก็ลุกขึ้น ปีนข้ามตัวจุนโนะมาตกปุ๊ที่ที่นอนอีกด้านหนึ่ง ก็เลยทำให้จุนโนะต้องขยับมานอนติดกับฟูกของโทโมะแทน
“เออ.... นายว่าคุซาโนะจะเสร็จโทโมะมั้ยอ่ะ?” จุนโนะเปรยขึ้นมาในความมืด
“ทำไมล่ะ ก็ดีนะฉันว่า พวกแก๊งค์สระโอ๊ะจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกันสองคน ทีนี้ก็เหลือแต่นายคนเดียว ชาตินี้คงหาแฟนไม่ได้...”
“บ้าไง...เรื่องอะไรมาแช่งฉันวะ ไอ้เต่าโรคจิต”
“ก็เสน่ห์เหลือน้อยแบบนายน่ะ จะมีใครมาสนใจ” คาเมะว่าเข้านั่น ทั้งๆ ที่รู้ว่าที่พูดไปนั้นน่ะไม่เป็นความจริงเลยสักนิด
“ใครว่าไม่มีใครสนใจฉัน อย่างน้อยก็พี่จินง่ะแหล่ะ มาหาได้ทุกวัน เบื่อจะตาย”
“เบื่อจริงอ่ะ?” คาเมะผงกตัวขึ้น เขามุดเข้าไปใต้โปงของจุนโนะ เมื่อมองไม่เห็นหน้ากัน เขาก็คว้าเอาไฟฉายที่วางอยู่ข้างๆ มาส่องที่หน้าหวานของจุนโนะสุเกะ
“บ้าจริง!! มาส่องหน้าฉันทำด๋อยอะไรวะ?”
“ก็จะดูหน้าว่าเบื่อจริงอ๊ะเปล่า”
“เบื่อ.....” จุนโนะทำเสียงว่าเบื่อจริงๆ
“งั้นถ้าเขามาหาอีก ให้ฉันไล่ตะเพิดไปมั้ย?” คาเมะรับอาสาด้วยความจริงใจ
“ไม่ต้องง่ะ... ฉันช่วยตัวเองได้”
“อ๊ะ...ช่วยตัวเอง!! นายมีอารมณ์เปลี่ยวแล้วเหรอเนี่ย...ถึงต้องช่วยตัวเองด้วย ...ว๊าว!!”
“อ๊ะ...ไอ้บ้า...ฉันหมายถึงว่าฉันจัดการแก้ปัญหาได้ว้อย...ไอ้เต่าลามก คิดอะไรง่ะ...แล้วนี่..จะนอนได้ยัง?” จุนโนะเอ็ด และก็ตามด้วยเสียงของเพื่อนคนหนึ่งที่นอนหันหลังอยู่อีกฟูกหนึ่งดังมาว่า

“นี่พวกนายเงียบๆ กันหน่อยได้มั้ย คนจะนอนโว้ย!!”

“เห็นมั้ย....โดนดุเลย” จุนโนะบ่นอุบอิบ เขาชักผ้าห่มขึ้น นอนตะแคงหันหน้าไปอีกทาง เมื่อคาเมะเงียบเสียง เขาเองก็หลับตาพริ้ม เริ่มง่วงแล้วล่ะ นายเต่าหน้าขาวนั่นอยากจะนอนที่ตรงนี้ก็ตามใจ .... ขอนอนก่อนละกัน

***************

ในความมืดสลัวของห้องนอนรวมนั้น โทโมะค่อยๆ ย่องกริบไปที่ฟูกที่เขาเล็งเอาไว้ อุตส่าห์ยืนปรับสายตากับความมืดอยู่นานทีเดียว คาเมะนอนตรงไหนทำไมจะไม่รู้ ก็เขาเป็นคนช่วยคุณครูจัดตำแหน่งที่นอนของพวกเพื่อนนักเรียนนี่นา
...โน่นไง...ที่นอนด้านซ้ายติดกับประตูทางเข้า จัดให้แบบนี้แหละ เผื่อเกิดอะไรขึ้นจะได้เผ่นหนีออกได้ทัน

....ร่างบาง ลำตัวเล็กนอนหลับคุดคู้คอยท่าเขาอยู่ใช่มั้ยนั่น ...โทโมะนึกกระหยิ่ม
คืนนี้คงทำอะไรรุนแรงไม่ได้ เดี๋ยวไก่จะตื่น ขอแค่นอนกอดเล่นๆ ถ้าขัดขืนก็จะเกลี้ยกล่อมซะหน่อย ก็คงจะยอม

เขาหย่อนตัวลงนั่งข้างร่างที่นอนหันหลังให้ วาดแขนคร่อมร่างนั้นไว้ ใบหน้าก้มลงพร้อมกับเลิกผ้าห่มขึ้น
ศีรษะเล็กๆ ที่เห็นไม่ชัดนักอยู่แค่เอื้อม โทโมะฝังจมูกและปากกับพวงแก้มนั้นอย่างถนัดถนี่ เมื่อร่างนั้นนอนเฉย โทโมะก็ยิ่งได้ใจ สอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มเดียวกันซะเลย แขนที่วางคร่อมร่างนั้นก็เปลี่ยนมารัดเอว ใบหน้าที่ซุกซบอยู่นั้นละจากแก้มใสไถลลงมาฝังที่ซอกคอหอมกรุ่น .... เอ...กลิ่นคุ้นๆ ...แฮะ ... เป็นวูบแรกที่โทโมะสะดุด... แต่ช่างเหอะ ใครก็ใช้แป้งกลิ่นเดียวกันได้
“คาเมะจ๋า... มามะ...ให้พี่หอม้ชื่นใจนะจ๊ะ...”
สูดจมูกเข้ากับซอกคอ เมื่อใบหน้าของเหยื่อพลิกหน้ามา โทโมะก็ประทับจุมพิตร้อนผ่าวเข้ากับกลีบปากบางของคนนอนใต้ร่าง...ปิดปากซะจะได้ไม่มีโอกาสร้อง

.....หวานจัง... นุ่มด้วย...

“อือ.....” ชื่นใจจริงๆ เล้ย... โทโมะบดจูบลงไปอีก...ครั้งแล้วครั้งเล่า...จนได้ยินเสียงครางแผ่วเบาออกมาจากปากบางที่เขากำลังดูดกลืนให้ช้ำชอกอยู่นี้
หน้ามืดตามัวกับรอยจุมพิต จนศีรษะของคนโดนจูบไถลขึ้นจนแทบจะตกหมอน แถมยังกอดและจูบตอบอีกด้วย
โทโมะแทบขาดใจ สมยอมกันแบบนี้จะเป็นไรมั้ยเอ่ย ถ้าเขาจะ...........
“อื้อ..........” เสียงโทโมะเร้าใจจริงๆ เขาไล้มือ สอดเข้าไปในสาบเสื้อที่เปิดอ้าของคนโดนรุก ย่ามใจถึงขนาดบีบคลึงยอดอกเล็กๆ ที่แบนเรียบ
และเหมือนกับจะนึกอะไรขึ้นมาได้ โทโมะตวัดผ้าห่มที่ร่นไปกองอยู่ด้านล่างให้ขึ้นมาคลุมร่างของเขาทั้งสอง เผื่อจะมีใครแอบเห็นการกระทำของเขา
“คาเมะจ๋า......สุดยอดเลย......” โทโมะบดเบียดริมฝีปาก สอดลิ้นร้อนๆ เข้าไปเกี่ยวกระหวัดรัดรึงกับของอีกฝ่ายจนร่างน้อยนั้นสั่นระริก ปลายนิ้วจิกลงไปที่ต้นคอของโทโมะ ยินยอมเสนอให้จูบนั้นลึกซึ้งขึ้นอีกเท่าตัว


จากปากอิ่มเต็มไล่มาจนถึงซอกคอหอมกรุ่น ซุกไซร้เหนือเนินอก เมื่อรุนแรงขึ้น โทโมะก็ปลดเสื้อออก จูบไปทั่วแผ่นอกอุ่น แต่เมื่อปากซุกซนทำท่าจะไถลลงต่ำถึงท้องน้อย ร่างเล็กก็สะดุ้งเฮือก ....ไม่...ยังไม่ถึงเวลา ...ถึงขั้นนั้นไม่ได้หรอก... เขายังไม่พร้อม....มือเล็กๆ จึงทุบไปที่ไหล่ของเขา
“ไม่......” เสียงเล็กอู้อี้นั้นทำให้โทโมะชะงักค้าง ....สงสัยจะไม่ยอมจริงๆ
อดใจไว้ก่อนก็ได้ละมัง เอาไว้ต่อสานความสัมพันธ์ตอนที่ไม่มีใครอยู่ดีกว่า วันนี้อดเปรี้ยวไว้กินหวาน อย่างน้อยคาเมะก็ไม่ขัดขืนล่ะน่า
“ก็ได้...งั้นขอจูบอีกทีแล้วกัน นายตัวหวาน ปากหวาน น่าจูบจริงๆ เลย” โทโมะกระซิบกระซาบพร้อมกับหวนประทับจูบที่ปากอิ่มเต็มนั้นอีกครั้ง อย่างไม่รู้เบื่อ
..............


จากนั้นก็ล้มตัวนอนหงาย ไม่ลืมที่จะตวัดร่างบางให้มานอนซุกไซ้ใต้โปงเดียวกัน.......
“ขอนอนกอดหน่อยนะ” โทโมะจูบที่ริมขมับ กระชับอ้อมกอดนั้นไม่ห่าง
...ไม่รู้หรือว่าคนนอนให้กอดนั้นใจสั่นระริกไปแค่ไหนแล้ว เมื่อกี้ตอนโทโมะจูบเอา จูบเอา เขาเองก็แทบขาดใจ

...จูบแรกด้วยนะ... นายเอาไปแล้ว จะไม่รับผิดชอบก็ให้มันรู้ไป...

ร่างเล็กขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของโทโมะ ดวงตางดงามหลับพริ้ม ใบหน้ามีรอยยิ้มประดับอยู่อย่างเป็นสุข แม้จะรู้ตัวว่าโทโมะเข้าใจผิด คิดว่าเขาคือคาเมะ แต่อย่างน้อย เขาก็ทำให้ฝ่ายจู่โจมพอใจในรสสัมผัสได้ละกัน .... โทโมะจะตัดรอนความสัมพันธ์ที่ได้เคยลิ้มลองหนนี้ได้ก็ให้มันรู้ไป.....

*********************

เกือบรุ่งสางของวันใหม่
จุนโนะขยับตัวยุกยิกอยู่ใต้ผ้าห่ม เขารู้สึกว่าแผ่นหลังถูกแนบชิดกับอกแกร่งของใครบางคน เมื่อเหลือบตามองต่ำ ก็เห็นมือขาวๆ ของคนคนนั้นวางแหมะที่หน้าอก พาดแขนก่ายรอบตัวของเขาอีกแน่ะ

.....ร่างโปร่งหลับตาอย่างเหนื่อยหน่าย ..เจ้าเต่าโรคจิตนั่นแหล่ะไม่ใช่ใครที่ไหน ....


นี่เขาเผลอหลับสนิทได้ไงนะ เจ้าหมอนี่ถึงได้มานอนกอดเขาตามใจชอบแบบนี้น่ะ จุนโนะโหย่งนิ้ว คีบมือของคาเมะให้หลุดจากหน้าอกของเขา แล้วก็ขยับตัวออกห่าง แต่ว่า.......
คาเมะผวาเข้ามากอดเขาไว้อีก ทั้งที่ยังหลับตา
“อื้ม.......ง่ำ....ง่ำ...” แถมฝังปากเข้าที่ซอกคอซะอีกแน่ะ
“เฮ้ย..” จุนโนะครางเบาๆ พยายามส่ายหน้าหนี แต่ว่า
“อ้ำ......งั่ม......ยั้มมี่......” เสียงคาเมะละเมอด้วยความอร่อยเหาะ เห็นคอขาวๆ ของจุนโนะเป็นขนมหวานไปซะแล้ว เมื่อคนโดนเคี้ยวหันหน้ามาจะต่อว่า เขาก็ถูกปากเจ่อของคาเมะนาบมาเต็มๆ จนพูดไม่ออก ได้แต่กลืนถ้อยคำนั้นลงคอไปเรียบร้อยแล้ว


คาเมะลืมตาโพลงอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วก็หลับตาพริ้ม ดื่มด่ำกับจุมพิตยามเช้ามืดของเจ้าหน้าหวานคนนี้ ... เมื่อคืนก็แอบกอด แอบจูบ ลูบคลำไปหลายยกแล้ว ก็อยากนอนขี้เซาเองนี่หว่า ก็ต้องเปลืองตัวแบบนี้แหล่ะ
จุนโนะดันอกของคาเมะออกจะให้ห่างจากตัวแต่ก็กลับถูกมือแกร่งคว้าเอาไว้ แถมยังกดฝ่ามือของจุนโนะแนบกับหัวใจที่เต้นโครมครามของตัวเขาเองอีกด้วย
“ง่ำ.....อืมมม......” จูบจนหายใจหายคอไม่ทัน ...ย่ามใจเหลือเกิน เพราะคิดว่า คงไม่มีใครจะตื่นมาในตอนนี้ และคงลืมแล้วละมังว่า ณ ตอนนี้ มันเริ่มเช้าแล้ว .....เช้าจนมีเพื่อนบางคนที่กำลังลุกขึ้นนั่งด้วยความงัวเงียเมื่อแรกตื่น ต้องนั่งลืมตาโพลงอยู่กับฟูกหลายคนทีเดียวล่ะ เมื่อเห็นภาพสวีท หวานแหววนี้เข้า
ร่างสองร่างนอนจูบปากกันบนฟูกริมผนัง จุนโนะคนหนึ่งล่ะ แต่ที่นอนข้างๆ ไม่มีเพื่อนของจุนโนะสักคน ยกเว้นแต่.......
“เฮ้ย...ใครวะ จูบกับจุนโนะอยู่น่ะ” เสียงของเพื่อนดังเอะอะขึ้นมา
ทำให้จุนโนะและคาเมะสะดุ้งโหยง รีบผละร่างออกจากกันทันที

******************************

ในขณะที่ด้านหนึ่งกำลังมีการเอะอะโวยวาย แต่อีกห้องหนึ่งก็กำลังมีสภาพไม่แพ้กัน เมื่อ........ หัวหน้าห้องของคาเมะลุกมาปลุกเพื่อนๆ ทีละคน ไล่ตั้งแต่ด้านในสุดจนถึง ฟูกสองตอนที่มีร่างของคนสองคนนอนอยู่ใต้โปงเดียวกัน
“ตื่นๆ ไอ้เมะตื่น!! เช้าแล้วโว้ย!!” ทั้งเท้าทั้งมือเขี่ยเข้าไปใต้โปง จนคนนอนกอดกันนั้นสะดุ้งตื่น

โทโมะโผล่หน้ามาจากใต้โปง ฉีกยิ้มให้หัวหน้าห้องของคาเมะ เล่นเอาคนปลุกงงงวย
“อ้าว... นายโทโมะ.. ทำไมมานอนฟูกของคาเมะได้วะ”
“นั่นเด่ะ เข้ามานอนตอนไหนกัน?” หลายคนเริ่มเข้ามาล้อมกรอบ จนโทโมะต้องส่งยิ้มแหยๆ ให้
“หวัดดีฮับผม..... มานอนคุยกับคาเมะ ก็เลยเผลอหลับไปหน่อย... คาเมะจ๋า... ตื่นเถอะจ้ะ เพื่อนๆ เขารู้เรื่องของเรากันหมดแล้วง่า.....” โทโมะสะกิดคนใต้โปงยิกๆ เมื่อร่างบางเริ่มขยับ เขาก็เลิกผ้าห่มออก ..........
“แว้ก!!! ...”
“เฮ้ย!!”
“อ้าว.....”
หลายเสียงอุทานแข่งกัน หน้าหลายหน้ารุมล้อมรอบโทโมะและคนที่นอนกอดกันทั้งคืน
“คุซาโนะ!!!!”
โทโมะตะโกนลั่นห้อง เขาลุกพรวดพราดขึ้นทันที ชี้หน้าของเพื่อนตัวน้อยที่บัดนี้นั่งพับเพียบเรียบร้อย พร้อมกับใบหน้าแดงก่ำเพราะอายที่ใครต่อใครก็ไม่รู้ยืนมุงดูพวกเขาราวกับไม่เคยเห็นคน........
“นาย....นายมานอนในที่ของคาเมะได้ไง?” โทโมะถามเสียงลั่น ปากคอสั่น
“ฉันก็นอนของฉันอยู่ตั้งนานแล้ว.....”
“ไม่จริงอ่ะ ก็ที่ตรงนี้ฉันจัดไว้ให้คาเมะนี่นา”
“ก็คาเมะเขาอยากนอนกับจุนโนะนี่หว่า ก็เลยแลกกันกลางดึก” คุซาโนะโพล่งออกไป ทำให้โทโมะก้มลงจ้องหน้าเพื่อนซี้ที่ตอนนี้ไม่อยากซี้ด้วยแล้ว
“มะ..หมายความว่า ....คนที่ฉันนอนกอด นอนจูบทั้งคืน ก็เป็นนายง่ะเด่ะ คุซา......?”
“อือ...ฮึ้ก...” คุซาโนะพยักหน้าแล้วก้มหน้าซ่อนความอายของตัวเองไว้ เรือนร่างที่ใครต่อใครเห็น คงไม่ต้องมีคำอธิบายอะไร เพราะรอยแดงที่แก้ม ที่ซอกคอและที่เนินอกส่วนที่เสื้อนอนอ้าออกนั้น มันรอยจูบชัดๆ....
“ ...โอย...ตาย...ตายแล้ว” โทโมะเอามือกุมหัว
“นาย แอบย่องเข้ามาทำไมล่ะ” คุซาโนะย้อน เงยหน้ามองเพื่อนที่รัก เห็นๆ เลยว่า โทโมะทำท่าเหมือนคนจับไข้ .... การที่จูบเขา กอดเขานี่มันจะตายให้ได้หรือไงกัน??
“โธ่เว้ย!!” โทโมะหันรีหันขวาง ทำไมมันผิดแผนแบบนี้วะ

หัวหน้าห้องขยับแว่นสายตาเข้าไปมองใกล้ๆ มองฟูกที่โทโมะนอนกับคุซาโนะเมื่อคืน แล้วก็หันไปมองที่นอนของเพื่อนร่วมห้องคนอื่น
“จริงด้วยซิ... ฟูกอันนี้มันแยกมาจากของพวกเราจริงๆ ด้วย ... หนอย...... เจ้าโทโมฮิสะ นี่นายแอบย่องจะมาลักหลับไอ้เมะมันใช่มั้ยเนี่ย...”
“นั่นซิ.... ตัวเองอยู่ห้องโน้น ดันเสือกย่องมาห้องนี้... คิดจะเคลมไอ้เมะมันเรอะ... ไม่รู้หรือไงว่ามันน่ะตัวรุก... มีตาโตซะเปล่า หัดเบิ่งดูมั่งเด่ะ...”

ใครต่อใครพากันเข้าใกล้โทโมะมากขึ้น จนร่างโปร่งต้องถอยหลังกรูดจนชิดผนังห้องที่กรุด้วยกระดาษ
“คุ...... คุช่วยด้วยเจ้ะ.... พวกมันจะรุมตึ้บเพื่อนนายนะโว้ย!!” โทโมะตะโกนเสียงลั่น จนคุซาโนะต้องลุกเข้ามาห้ามพวกนั้น
“ขอร้องเถอะฮะ เดี๋ยวพวกผมจะกลับห้องกันแล้ว คิดซะว่าผมมารับกรรมแทนก็แล้วกัน”
“เฮ้ย!! ได้ไงวะ... ไอ้หมอนี่มันเจตนาจะมาปล้ำเพื่อนฉันนา...จะปล่อยไปได้ไง”
“ขอร้องละฮะ” คุซาโนะก้มหัวลงอย่างต่ำสุด เพื่อปกป้องโทโมะแล้ว เขาทำได้เสมอ
จนในที่สุดเด็กห้อง A ก็ยอมปล่อยสองคนกลับห้องแต่โดยดี เพราะคนที่เสียหายออกโรงรับหน้าเองทั้งที ....

โทโมะยืนเคว้งอยู่กลางทางเดินระหว่างห้อง เขายีหัวตัวเองจนยุ่ง ท้ายสุดก็หันมาไล่เบี้ยเอากับคุซาโนะ
“เพราะนายคนเดียว...นายทำแบบนี้ทำไมหา? ทำไมถึงมานอนที่นั่นได้...บอกมาเดี๋ยวนี้นะ”
“ก็.....ฉัน... ไม่อยากให้นายทำแบบนั้นกับคนอื่นนี่นา ฉันรักนายนะโทโมะ......” คนพูดปากสั่นเพราะอยากจะร้องไห้เต็มแก่ ...
“เอ้อ.... นายก็ไม่น่าลงทุนแบบนั้น นี่ถ้าฉันห้ามใจตัวเองไม่อยู่ ก็คงได้นายเป็นเมียไปแล้ว”
“ฮึก... ทำไมล่ะ ฉันมันน่ารังเกียจมากนักหรือไง นายถึงทำท่าเหมือนคนสำลักน้ำแบบนี้น่ะ จูบกับฉัน กอดกับฉัน มันผิดมากมายเลยเหรอ? โทโมะ ทีเมื่อคืนนายยังจูบเอา จูบเอา แล้วบอกว่าปากฉันหวานอยู่เลย” คุซาโนะคว้าท่อนแขนของโทโมะแน่น ร่างเล็กเขย่งขึ้นจ้องหน้า ดวงตากลบไปด้วยน้ำใสๆ ปากก็ยังคาดคั้นถาม
“บอกฉันซิ โทโมะ ว่า ... ... นายไม่ชอบไอ้จูบบ้าๆ นั่น...”
โทโมะกัดปาก คิ้วขมวด เขาหลุบตามองหน้าหวานของคุซาโนะ ริมฝีปากสั่นระริกเพราะพยายามกลั้นสะอื้นจนสุดความสามารถ ...


...ความจริงโทโมะก็ไม่ได้รังเกียจสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเลยจริงๆ ออกจะยอมรับซะด้วยซ้ำว่า


...จุมพิตที่เขามีต่อคุซาโนะนั้นมันสุดแสนจะอ่อนหวาน ซาบซึ้ง ตรึงตราจริงๆ เพียงแต่ในตอนนั้นเขาคิดว่าร่างเล็กนี้คือ คาเมะนั่นเอง


ในที่สุดเขาก็ระบายลมหายใจออกมายาวเหยียด
“...งั้นก็...ช่างเหอะ กลับห้อง...กลับห้อง...” โทโมะดึงแขนคนตัวเล็ก เดินลิ่วกลับห้องของตัวเอง
คนเดินหลังปลิวไปตามแรงฉุด ดวงตาฉ่ำน้ำด้วยความน้อยใจ

...ดูเอาเถอะ นึกว่าปล่อยให้นอนกอด นอนจูบกันจนช่ำปอดแล้ว โทโมะจะมีใจเอนเอียง พูดคำหวานบ้างสักนิด แต่ก็ไม่เลย ....
...ดูหน้าโทโมะตอนนี้ซิ ใบหน้าผิดหวังสุดๆ แบบนี้ จะให้เข้าใจว่าไง.....

ที่เขายอมนอนให้โทโมะกอด จูบ ลูบ คลำทั้งคืนนี่ก็สูญเปล่างั้นซิ

......โทโมะนะโทโมะ........

********************************

เมื่อมาถึงห้องที่พวกจุนโนะพัก ทั้งโทโมะและคุซาโนะก็ต้องยืนค้างอยู่ที่ประตู เมื่อเพื่อนๆ กำลังล้อมกรอบร่างของคาเมะอยู่
“เอาไงจะจัดการยังไงดี?” เพื่อนคนที่ตื่นมาพบคาเมะกับจุนโนะนอนใต้โปงเดียวกันถามความเห็น
“ตึ้บมัน!! ตึ้บมัน!!” หลายเสียงสนับสนุน แถมย่างสามขุมใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

“มีเรื่องอะไรกันเหรอ? โทโมะถามขัดขึ้น
“ก็นายคนนี้น่ะซิ มาปล้ำจุนโนะในห้อง”
“เอ๊ะ...เปล่าน้า... ไม่ได้ปล้ำสักหน่อย แค่นอนกอดกันเฉยๆ” คาเมะแก้ตัว กระเถิบก้นไปเรื่อยๆ จนหลังติดผนัง
โทโมะคิดในใจว่า เหตุการณ์ในห้องนี้เหมือนกับที่เกิดขึ้นกับเขาเปี๊ยบเลยแฮะ

เมื่อหันไปมองร่างสูงของจุนโนะก็เห็นกำลังยืนหน้าแดงอยู่ด้านหลังเพื่อนๆ เขาก็เลยเข้าไปกระซิบถามเรื่องที่เกิดขึ้น จุนโนะยืนปิดปากเงียบ มีแต่สายตาเท่านั้นที่แอบชำเลืองไปทางคุซาโนะ
แค่นั้นเอง โทโมะก็พอจะรู้อยู่เต็มอก ไม่ใช่แผนการของคุซาโนะคนเดียวซะแล้วล่ะ คาเมะเองก็เต็มใจก้าวเข้าสู่อ้อมอกของจุนโนะด้วยเหมือนกัน...แต่เอ...หรือว่าจุนโนะจะเข้าสู่อ้อมอกของคาเมะกันแน่หว่า
“นายไม่ต้องเล่าอะไรหรอกจุนโนะ เรารู้ดี... ฮึ... มีฉันเป็นไอ้โง่อยู่คนเดียว... เชอะ.. เชิญตามสบายก็แล้วกัน” โทโมะหน้างอ เขาดัดนิ้วดังกร๊อบ เก็บข้าวของตัวเองแล้วก็เดินดุ่มๆ ไปนอนที่ห้องของพวกคาเมะ ก่อนไปก็พูดใส่หน้าคุซาโนะว่า
“อยากไปนอนให้ฉันกอดหรือเปล่าคุซา... ถ้าอยากก็ตามมา!! นายคาเมะเขาคงเต็มใจจะนอนกับจุนโนะมากกว่า... เพื่อนนะเพื่อน คาบไปแด๊กซะแล้ว” พูดโดยไม่รอคำตอบ ไม่สนใจหรอกว่าคุซาโนะจะเก็บของตามมาหรือไม่ ในใจเดือดปุดๆ พอถึงห้องได้ก็กระแทกตัวลงนั่งจนพวกห้อง A มองอย่างงงๆ
“คาเมะเพื่อนของพวกนายน่ะ เขาคงไม่กลับมานอนห้องนี้แล้วล่ะ... ฉันเองก็ไม่อยากนอนที่นั่นแล้ว งั้นฉันย้ายมานอนห้องพวกนายก็แล้วกัน”
พวกห้อง A ยืนงง ไอ้หมอนี่พอมาถึงก็พูดเอาๆ จนพวกเขางง แต่ไม่มีใครกล้าถามอะไรให้มากความ รู้แต่เพียงว่า ห้องสองห้องนี่มันคงเกิดเรื่องขึ้นอย่างแน่นอน

โทโมะนั่งกอดอก หน้ามุ่ย โทสะค่อยเบาลงเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้นเขาจึงมีเวลาคิดทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อคืนความรู้สึกดื่มด่ำที่ได้กอดคนที่คิดว่าเป็นคาเมะนั้นน่ะ ก็ไม่เลวเลย


.....คุซาโนะ.....


ป่านนี้จะเก็บของเสร็จหรือยังนะ จะตามเขามาหรือเปล่า...
แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกนักเรียนคนอื่นเตรียมแต่งตัวเพื่อไปรวมกลุ่มกันนอกห้องแล้ว โทโมะถึงได้รู้ซึ้งถึงคำว่า... ถูกทิ้ง...
เพราะไม่ปรากฏวี่แววว่าคุซาโนะจะตามมาแต่อย่างใด

******************************

เมื่อจุนโนะ คาเมะ คุซาโนะ และโทโมะเข้ามารับประทานอาหารเช้าที่ห้องโถง พวกเขาก็ตกเป็นเป้าสายตาของเพื่อนนักเรียนด้วยกัน มองไม่มองเปล่า แถมยังเอาหัวชนกัน ซุบซิบกันอีกด้วย
“อะไรวะ?” คาเมะกราดสายตาจิกมองรายตัว ... จริงๆ ด้วย พวกเขากำลังถูกนินทา สงสัยคงจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้แหงๆ
“เพราะนายคนเดียว... หาเรื่องเดือดร้อนให้ฉัน ซวยไปด้วยเลย แถมยังเปลืองตัวอีก” จุนโนะบ่นอุบ คะแนนนิยมในความเท่ของตัวเองต้องมีอันตกฮวบฮาบ เพราะใครๆ ต้องคิดว่า เขาเสร็จคาเมะแล้วแน่ๆ เลย ....
ส่วนโทโมะก็ทำหน้างอ ทีนี้ก็เป็นอันว่า พวกเขาสี่คนโดนเพื่อนๆ จับคู่ให้เสร็จสรรพ


คาเมะกับจุนโนะ


เขากับคุซาโนะ


สองคู่ชู้ชื่น แอบหวานกันใต้โปงผ้าห่มในรีสอร์ท


กลับไปโรงเรียนคราวนี้ได้เป็นหัวข้อ Talk of the town แน่ๆ


แอบมองหน้าตัววางแผนก็เห็นทำหน้าเฉยเมย ...คุซาโนะเดินหน้าเชิดไปนั่งกินข้าวอย่างไม่แคร์สายตาใคร เพราะเขาเองไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว นอกจากเสียใจ....


ระหว่างที่กินข้าว ทุกคนตักข้าวเข้าปากแต่สายตาก็มองสี่หนุ่มอย่างค้นคว้า แม้จะพยายามซุบซิบกันเบาๆ ก็ยังอุตส่าห์ได้ยิน
“เห็นรอยคิสมาร์กของคุซาโนะมั้ย เต็มเลยง่ะ ที่คอก็มี ที่กกหูก็มี ที่เนินอกก็มี”
“แต่ของจุนโนะไม่มีว่ะ”
“สงสัยจุนโนะเป็นฝ่ายรุกแน่ๆ เลย ตัวสูง หุ่นเท่แบบนี้ รุกแหงๆ เลย”
“แล้วโทโมะล่ะ ดูเด่ะปากเจ่อเลย บวมอวบอิ่มเป็นบ้าเลยว่ะ”
“ก็เขาว่าจูบกัน จึ้กกะดึ๊ยกันทั้งคืนเลยนี่หว่า...โห....มาทัศนศึกษาคราวนี้โคตรคุ้มเลยง่ะ..”
“แต่โทโมะปากมันอิ่มอยู่แล้วนะ แต่คุซานี่เด่ะเซ็กซี่ขึ้นตั้งเยอะเลย...”
“...........”
และ........
“...................”

ยังอีกสารพัดจะพูด เล่นเอาคนฟังนั่งก้มหน้า กินเอา กินเอา ไม่พูดจาอะไรกันสักคำ แต่จุนโนะดูจะหน้าบึ้งกว่าใคร เขาโยนความผิดให้เพื่อนเต็มๆ สามคนบ้าบ๊องก่อเรื่องเดือดร้อนจนเขาต้องพลอยถูกให้เล่นเกมนี้ด้วย แถมยังเสียฟอร์มให้คาเมะนอนกอดอีกด้วย และก็เจ้าหมอนั่นดูเหมือนจะเป็นคนเดียวที่กินไปยิ้มไป ไม่สะเทือนรูหูในสิ่งที่เพื่อนๆ นินทาเลย
“บ้าจริง... ถึกหรือไง ไม่สะดุ้งเลยนะนายง่ะ” จุนโนะค่อน
“จะสะดุ้งทำไม ก็เรื่องจริง” คาเมะตอบ ซดซุปมิโซะเสียงดัง น่าอร่อย
“เดี๋ยวตอนไปเที่ยววัด เราแยกกันเดินนะ ห้ามเดินตามวอแวกับฉันเด็ดขาด พวกเราต้องห่างๆ กัน ห้ามจับคู่ เดี๋ยวจะเป็นขี้ปากชาวบ้านอีก”
“นายก็เดินของนายเด่ะ ส่วนฉันจะเดินไปทางไหน ก็ไม่เกี่ยวกับใครอยู่แล้ว แต่จะเดินไปเข้าทางใคร ฉันก็ไม่รับรู้ นายเองก็คอยหลบฉันให้ดีก็แล้วกัน” คาเมะพูดเสร็จก็ซดน้ำชาเขียว เป็นอันว่าอิ่ม เขาเป็นฝ่ายลุกขึ้นก่อน แล้วก็เดินไปรวมกลุ่มกับพวกห้องเดียวกัน ทิ้งให้จุนโนะมองตามด้วยสายตาไม่พอใจ ... นึกจะลุกก็ลุก นึกจะไปก็ไป ... คนบ้าไรวะ....

****************************

คณะทัศนศึกษาพากันไปเที่ยวตามโปรแกรมที่วางไว้ พวกนักเรียนต่างรวมกันเป็นกลุ่ม จากสวนกวางดาวที่มารอรับขออาหารในสวนสาธารณะก็พากันมาไหว้พระที่วัดโทไดจิ ซึ่งจุนโนะเองก็เคยมาตอนเด็กๆ แต่จำไม่ค่อยได้แล้ว เขาจุดธูปไหว้พระขอพรกับพระไดบุตซึใหญ่โตที่ประดิษฐานในวิหารไม้ทาด้วยสีแดงทั้งหลัง เคียงข้างเขานั้นก็คือคุซาโนะที่กำลังก้มหน้าเสี่ยงใบเซียมซีอย่างเอาเป็นเอาตาย วันนี้ทั้งวันเจ้าเพื่อนตัวเล็กคนนี้ ติดเขาแจเลย ไม่ว่าจุนโนะจะเดินไปทางไหน คุซาโนะก็เดินตามไม่ห่าง สำหรับโทโมะน่ะหรือ เหมือนถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว หลังจากเหตุการณ์เมื่อเช้าแล้ว คุซาไม่ยอมพูดหรือมองหน้าเขาอีกเลย
“ไปที่ป้ายอธิษฐานกันเหอะ ซื้อกันคนละอันมั้ย ลูกพี่” คุซาโนะแหงนมองร่างสูงของจุนโนะที่เพิ่งจะสวดมนต์เสร็จ
“อือ....ไปซิ”
“เมื่อกี้นายอธิษฐานว่าอะไรง่ะ คุซา?” จุนโนะถามขณะยืนเลือกป้ายไม้กันอยู่
“ขอให้เรียนจบ ขอให้ได้เข้ามหา’ ลัยเดียวกับนายได้ไงล่ะ”
“ขอแค่นั้นเองเหรอ และส่วนที่สำคัญ เรื่องความรักไม่ได้ขอหรอกเหรอ อย่างเช่นขอให้โทโมะหันมารักนายน่ะ”
“จุนโนะ.......” คุซาโนะครางเสียงแผ่ว หน้าสลดลงแล้วก็บอกอ้อมแอ้มว่า
“เรื่องนั้นน่ะ ก็สุดแล้วแต่เหอะ ฉันอยากให้เขารักฉันเองมากกว่าที่จะฉันจะขอกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถ้าเขารักฉันจริง ไม่ว่าคำอธิษฐานไหนๆ ก็สู้ไม่ได้หรอก”
“โห....คุซา....พูดได้กินใจมาก แต่ถึงนายไม่ขอ ฉันก็ขอเผื่อนายเอาไว้แล้วล่ะ”
“หือ?? จริงเหรอจุนโนะ?”
“ฮื่อ....” จุนโนะหันมาพยักหน้ายิ้มๆ เขาแขวนแผ่นป้ายไม้กับกระดาน ถอยหลังไหว้ แล้วก็ชวนคุซาโนะมาหาซื้อเครื่องลางกัน
“เดี๋ยวไปซื้อที่ศาลเจ้าคะซึง่ะดีกว่า มีเยอะดี” จุนโนะว่า
“แต่ฉันขอซื้อที่นี่ตุนไว้ก่อนดีกว่า” คุซาโนะเลือกได้ถุงเครื่องกำยานเล็กๆ ทำจากผ้าต่วน หลากสี เขาเลือกมาได้หลายอันทีเดียว จ่ายเงินแล้วก็ยื่นให้จุนโนะอันหนึ่ง แล้วก็วิ่งไปหาคาเมะซึ่งกำลังเดินกับเพื่อนอยู่อีกทาง


“คาเม้........คาเม้.......อ่ะ...ฉันให้น้า....” คุซาโนะยื่นถุงเครื่องลางตรงหน้าคาเมะ
“ขอบใจนะ คุซา”
“แล้วของผมล่ะครับ คุซาโนะคนสวย” นายโคยาม่าแบมือมาตรงหน้าคุซาโนะ ดวงหน้ายิ้มละไมแต่ก็ไม่วายทำตาปรือเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน


คุซาโนะไม่ได้ซื้อเผื่อนายคนนี้หรอก ความจริงเขาซื้อมาเผื่ออีกคนหนึ่งต่างหาก และคนคนนั้นก็กำลังมองมาทางพวกเขาอยู่พอดี


ขณะนั้นคาเมะเดินไปหาจุนโนะที่ยังยืนเลือกของที่ระลึกตรงศาลเจ้า... ดังนั้น ที่ตรงนี้ก็มีคุซาโนะยืนอยู่กับโคยาม่าสองคน โดยมีสายตาของโทโมะมองเขม็งมาอย่างสนใจ
หนุ่มน้อยตาคมตัดสินใจได้เดี๋ยวนั้น ถุงเครื่องลางอันหนึ่งจึงถูกวางไว้บนมือที่แบออกของโคยาม่า
“อ๊ะ...อันนี้สำหรับนายนะ โคยาม่า..”
“ขอบใจนะ คุซาโนะ ขอบใจมากๆ เลย...” เสียงกระตือรือร้นนั้นทำให้คุซาโนะยิ้มแป้นกับท่าทางดีใจของคนตรงหน้า โคยาม่ารับมาดูแล้วก็เก็บเอาไว้ในกระเป๋าเสื้อนักเรียนด้านซ้าย
“เอาเก็บไว้ตรงนี้เลย ตรงหัวใจพอดี” เขาว่า
“ฮะแอ้ม......!!” เสียงกระแอมดังอยู่เบื้องหลัง โคยาม่าเลิกคิ้ว
โทโมฮิสะเดินเข้ามาเกร่อยู่แถวนั้น คนที่ทำการอุกอาจเข้ามานอนกอดกับคุซาโนะในห้อง G 5 ตัวเขาเองไม่ได้เห็นเหตุการณ์เพราะเขาถูกจับแยกห้องกับคาเมะ แต่เท่าที่โจษจันกันนั้นทำให้เขาใจเสียเหมือนกัน ว่าจะจีบคุซาโนะซะหน่อย ดันปล่อยให้โทโมะฟัดเอาซะได้ ยิ่งเห็นเจ้าของเขาเข้ามาเดินป้วนเปี้ยนแถวๆ นี้ก็ชักจะปอด ก็โทโมะยิ่งมีกิตติศัพท์ในเรื่องนักเลงอีกด้วย... จะสู้ได้หรือฟะ......
“คุซาโนะ!!” โทโมะส่งเสียงเรียก เมื่อร่างเล็กหันหน้ามา โทโมฮิสะก็แบมือมาตรงหน้า
“อะไร?”
“เครื่องลางล่ะ ไม่เห็นให้ฉันบ้างเลย”
คุซาโนะมองมือที่กำลังแบ แล้วก็ซัดเพี้ยะเข้าที่มือเรียวนั่น ยื่นหน้าบอกด้วยเสียงดังฟังชัดว่า
“ไม่มี!! เสียใจ...ฉันไม่ได้ซื้อเผื่อนาย!!”
“อะไรนะ?”

**************************

 

to be con

comment ที่นี่ก็ได้จ้า..กด..กด..


Hosted by www.Geocities.ws

1