Outside My Window...9

++++++++++++++++++++++++++++++

 

เย็นวันต่อมา พอจุนโนะโผล่เข้ารั้วบ้านก็ต้องสุดแสนจะเซ็ง เพราะพี่ยูอิจิแฟนพี่นัทซึมิพาเพื่อนขี้หลีที่ชื่อจินมาอีกแล้ว คราวนี้ไม่ยักกะมีพี่คนสวยที่ชื่ออุเอะดะมาด้วยเลยล่ะ ...
จินฉีกยิ้มกว้าง ปากบานไม่หุบเมื่อเห็นเป้าหมายจูงรถมอเตอร์ไซค์เข้าบ้านมา
“หวัดดีครับ คนสวย.....” จินยิ้มร่าเดินเข้ามาทักทาย จุนโนะหันซ้ายหันขวา

...ใครหว่าคนสวยของนายคนนี้....

มองไม่เห็นใครที่ไหนนอกจากตัวเอง จุนโนะก็สะดุ้งเฮือก เกิดมาเป็นหนุ่มน้อยจนจะจบ ม.ปลายเข้าให้นี่ ยังไม่เคยมีผู้ชายด้วยกันว่า ชมสวยสักคน
“วัยรุ่นล่ะเซ็ง...” บ่นแบบไม่มีเสียงนอกจากทำปากขมุบขมิบ

“พี่จินมาทำไมครับเนี่ย?” จุนโนะลองเสียมารยาทถามดู แต่จินไม่เก็ท ว่าเขารำคาญ ยิ้มหน้าบานต่อไปตามประสาคนขี้หลี
“มาคุยกับจุนโนะไงครับ .. อ้อ ...พี่จินเอาปลาคาร์ฟมาให้ด้วยน้า”
“หา!!...จริงอ่ะ?” คราวนี้จุนโนะทำตาโต ค่อยยิ้มออกหน่อย เขาวางกระเป๋าลงหน้าตะแกรงรถเดินตามจินไปที่บ่อเลี้ยงปลาหน้าบ้าน
“โอ้โฮ... สวยๆ ทั้งนั้นเลย” เด็กหนุ่มยิ้มแก้มปริ ลืมความขี้หลีของเพื่อนพี่สาวไปชั่วคราว เขานั่งยองๆ เอามือตีน้ำเบาๆ เหมือนเป็นการเรียกปลาให้มาหา ...แต่ทุกตัวในบ่อต่างพร้อมใจกันว่ายหนีห่างไปหมด
“ดื้อง่ะ” จุนโนะบ่น ... มองจินตาคว่ำ เป็นทำนองว่า จินเอาปลาอะไรมาให้วะ เรียกก็ไม่ยอมมาหา ปลาสีขาวแดงหลายตัวทีเดียวล่ะ อะกานิชิ จินนี่ลงทุนน่าดู...
แต่ไม่เป็นไร ยอมพูดดีด้วยก็ได้ จุนโนะยิ้มให้ปลาจนตาหยี จินก็เลยมองเพลิน
“สวยนะ ทั้งปลาทั้งคนเลย” จินว่าเข้านั่น
คนถูกชมหุบยิ้มฉับ ยืดตัวขึ้นทันที กำลังจะโต้ตอบ แต่ว่า.........

“ปลาน่ะสวยอยู่หรอก แต่คนนี่เด๊........เฮ้อ.....” เสียงดาราไม่รับเชิญลอยมาให้ได้ยิน ทั้งจินและจุนโนะหันไปมองต้นเสียง
ก็เห็น...นั่นไง .... ยืนเท่อยู่นอกรั้ว ร่างเล็กในชุดสูทนักเรียนเอามือเกี่ยวหูกระเป๋านักเรียน แล้วชะโงกหน้ามาเยี่ยมๆ มองๆ ในบ่อปลาคาร์ฟของจุนโนะ เห็นมีเจ้าตัวใหม่แหวกว่ายสีสวยอยู่สามสี่ตัว

คาเมะตวัดตามองไอ้หนุ่มรุ่นใหญ่ ท่าทางไม่เลวนี่หว่า เห็นใกล้ๆ แบบนี้ หน้าตาหล่อเหลาเอาการ แถมปากหวานซะด้วย ไอ้ที่เขาได้ยินน่ะ เจ้าหมอนี่กำลังป้อจุนโนะพอดีเลยล่ะ
“คาเมะ...จุ้นอะไรด้วยง่ะ” จุนโนะทำปากยื่นใส่
“ก็เห็นดูอะไรกันอยู่ ก็ขอดูมั่ง”
“ปลาคาร์ฟ พี่จินเอามาให้ฉันล่ะ”
“เฮ่อ กะอีแค่ปลาเหม็นคาว... มาเล่นเจ้าชิโร่ของฉันดีกว่า น่ารักกว่าเยอะ” คาเมะว่าเข้านั่น จุนโนะร้องฮึในลำคอ แล้วก็ดึงแขนจินออกห่างบ่อปลา พาเดินไปรวมกลุ่มกับนัทซึมิ
คาเมะชะเง้อตามร่างโปร่งของเพื่อนบ้าน แล้วทำหน้ามุ่ย
“จะไปไหนง่ะ?” เขาตะโกนถาม
“เบื่อคนโรคจิต!!” จุนโนะหันมาแหว ลืมเลยว่าตัวเองเป็นฝ่ายจับแขนของจินอยู่ เป็นผลให้รุ่นพี่ทาบมือซ้อนทับมือของเขาอีกที คาเมะมองตาแทบถลน

.....เฮ้ย....มีจับมือ...เดี๋ยวสวย...เดี๋ยวสวย...

“เฮ้ย!!” คาเมะร้องลั่น สะอึกร่างมาเกาะรั้ว
“อะไร?” จุนโนะตะคอกถามมาจากม้าหิน
“เอ้อ..... เปล่า... ไปดีกว่า ไม่เห็นสวยเลยไอ้ปลาคาวๆ” คาเมะเบ้ปากใส่
“ปลาคาร์ฟเว้ย ปลาคาร์ฟ!!” จุนโนะสวนกลับ
“ก็มันเหม็นคาวนี่นา”
“ช่างมันเหอะ!! ยังดีกว่าไอ้จิ้งจกเผือกของนายล่ะกัน” จุนโนะเดินฉับๆ มายืนชิดริมรั้ว หน้าประจันหน้าคาเมะ เตรียมท้าตีท้าต่อยเต็มที่เลย
“จิ้งจกบ้านนายเด่ะ จะน่ารักแบบนั้นน่ะ”
“น่ารักตายล่ะ ไอ้จิ้งจก”
“กิ้งก่าเผือกมาดาสกัสการ์เว้ย” คาเมะเถียง ยื่นหน้ามาจนชิด
“ไอ้จิ้งจกสกปรก” จุนโนะไม่ยอมแพ้ ยืดตัวเข้าใกล้อีกนิด
คาเมะมองข้ามไหล่เจ้าหน้าหวานไปยังกลุ่มของพวกนัทซึมิ ก็เห็นไม่มีคนสนใจวัยรุ่นเถียงกัน ...เขาก็เลย....

.......จ๊วบ......!!

ปากบางยื่นนิดเดียวก็กระแทกกับกลีบปากสีชมพูของจุนโนะดังจ๊วบ... ด้วยความรวดเร็วเหนือธรรมชาติ ...

“เฮ้ย!!” จุนโนะอุทานออกมา หน้าแดงแป๊ด ไอ้เต่าหื่นบังอาจจู่โจมเขาอีกแล้ว คาเมะหัวเราะหึๆ ได้ใจจริงๆ เขาหดหน้ากลับมา แล้วก็เผ่นพรวดเดียวมายืนหัวเราะเยาะอยู่ที่หน้าบ้านตัวเอง
“ไอ้เต่าบ้า...ไอ้โรคจิต...แกทำอะไรฉันหา?”
“ก็กัดปากนายน่ะซิ” คาเมะโบกมือหวอยๆ กระโจนข้ามรั้วเตี้ยๆ ของบ้านตัวเอง แล้วตะโกนไปทางหลังบ้าน
“ชิโร่...ชิโร่โว้ย!! พ่อเอ็งกลับบ้านแล้ว....ได้กัดปากแม่เองด้วย!! ฮ่า...ฮ่า..ฮ่า...สะใจเป็นบ้าเลยโว้ย!!”
“คาเม้... ไอ้บ้านี่....” จุนโนะหน้าแดง แก้มร้อนซู่ ยกมือลูบปากตัวเอง ...กี่ครั้งแล้วล่ะที่ถูกคาเมะประทุษร้าย ....แต่เอ...เขาเรียกว่า ...จุมพิตนี่นา.....

เชอะ ... ทีหลังจะแก้คืนให้สาสมทีเดียวเชียว...

เด็กหนุ่มเดินตัวลอยเข้าบ้าน ไม่แยแสแม้ว่าจะมีเสียงพี่จินเรียกให้มาร่วมทานข้าวด้วยกัน
ก็คนมันกำลังเคลิ้มนี่หว่า ทำไงได้.......

****************************

หน้าต่างบานนั้นเปิดกว้างอีกแล้ว แถมยังเลิกผ้าม่านผูกรวบชายเอาไว้ข้างๆ ซะอีกแน่ะ ทำให้เห็นอะไรต่อมิอะไรข้างในได้ชัดเจน
จุนโนะยืนเกร่อยู่แถวนั้น แอบมองห้องคาเมะเป็นระยะๆ นายเปิดได้ฉันก็เปิดได้ คิดอย่างนั้นแล้วก็เปิดม่านของตัวเองบ้าง
“เฮ้ย...”
ทั้งสองคนต่างอุทาน เพราะใจตรงกัน แอบมองกันจนเจ๊อะหน้ากันพอดี
จุนโนะผงะ แต่ก็ไม่วายชำเลืองมองไปยังที่เดิม เห็น....เฮ้อ..... นายคาเมะกำลังยืนถอดเสื้อผ้าหน้าตาเฉย จงใจให้เขาเห็นหรือเปล่าเนี่ย.....

...นายถอด ...ฉันก็จะถอดมั่ง

ว่าแล้วจุนโนะจัดแจงปลดชุดนักเรียนออกทีละชิ้น ยืนถอดมันตรงหน้าต่างนั่นแหล่ะ ให้คาเมะเห็นแล้วยืนตาค้าง น้ำลายไหลยืดเลยด้วย ...หน้าสวยอมยิ้มก้มหน้าก้มตาถอดทั้งเสื้อชั้นนอกและชั้นใน จนในที่สุดคาเมะและจุนโนะก็เหลือแต่ท่อนล่าง
จุนโนะมองเห็นคาเมะยืนนิ่งเฉย เชิดใบหน้าขึ้นเล็กน้อย อมยิ้มชนิดเท่ที่มุมปาก จากนั้นมือทั้งสองก็เลื่อนมาที่หัวเข็มขัด ปลดเข็มขัดออกจากตัว ...

...ถอดมั่งก็ได้วะ.....

จุนโนะเอามั่ง โยนเข็มขัดที่ถอดไว้บนเตียง แต่พอเงยหน้ามองหน้าต่างตรงกันข้ามก็หน้าร้อนซู่
ก็ร่างบางของคาเมะเริ่มค้อมตัวต่ำ ทำท่าจะรูดกางเกงออกจากตัว จุนโนะสะบัดหน้าพรืด กระโจนพรวดเดียวกระชากผ้าม่านปิดทันที
“ไอ้บ้าเอ๊ย!!” จะให้ดูเจ้าเต่าหน้าด้านแก้ผ้าเหรอ ไม่มีทางซะล่ะ...
“ว้า...ปิดทำไมฟะ... แน่จริงอย่าปิดซิว้อย...” นั่นคือเสียงลอยตามลมจากปากของคาเมนาชิ

********************************

เมื่อวันเดินทางไปนารามาถึง รถบัสสามคันของทางโรงเรียนจอดรอพวกบรรดาชั้นปี 3 อยู่หน้าโรงเรียน
ห้อง 3 A, 3 B นั่งคันเดียวกัน ส่วนห้องอื่นก็ไปอีกคันหนึ่ง คาเมะอยู่ห้อง 3 A (เรียนเก่ง...สมมติ..) ส่วนจุนโนะอยู่ห้อง 3 B ดังนั้นก็เลยต้องนั่งรถคันเดียวกันอย่างเลี่ยงไม่ได้

จุนโนะสะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่ยืนหน้ามุ่ยอยู่ที่แถวเรียกชื่อ มีโทโมะอยู่ด้านซ้าย คุซาโนะอยู่ด้านขวา เขาเห็นคาเมะยืนคุยกระซี้กระซิกกับเพื่อนนักเรียนหญิงร่วมห้อง ท่าทางสนิทสนมกันจนจุนโนะอดหมั่นไส้ไม่ได้
“เฮ้ย...ดูเด่ะ.. คุยอะไรกันวะ ยิ้มน่าระรื่นเชียว” โทโมะเอียงหน้ามากระซิบ เขาบุ้ยปากไปทางคาเมะ
“บอกแล้วว่าไอ้หมอนี่มันชายแท้ ชอบหญิงก็ไม่เชื่อ” จุนโนะพูดเบาๆ แต่คนฟังยักไหล่ ส่ายหน้า
“ช่างเหอะ .. เดี๋ยวเจอรูปหล่ออย่างฉันป้อไปป้อมาก็เสร็จเองแหล่ะ”
“นี่วางแผนอะไรไว้เปล่าเนี่ย?” หัวหน้าแก๊งค์สระโอ๊ะหน้าหวานถาม โทโมะหัวเราะหึๆ แต่ไม่ตอบว่าอะไร ส่วนอีกข้างหนึ่งนั้น คุซาโนะปรายตามอง แล้วก็แอบเลี่ยงไปอีกทาง

“เอ้า...เช็คชื่อเสร็จแล้ว ขึ้นรถได้”
คุซาโนะขึ้นไปก่อนเป็นคนแรก หันซ้ายหันขวาอยู่บนรถ ตามติดๆ ด้วยจุนโนะสุเกะ แต่อีกคนหนึ่งนั้น ยังไม่ได้หาที่นั่ง เขามองลงไปข้างล่าง เพื่อดูว่าเมื่อไรคาเมะจะขึ้นมาเสียที
“โทโมะนั่งไหน?” คุซาโนะตะโกนถาม โทโมะหันมาแล้วก็จุ๊ปาก
“เออน่า... เดี๋ยวค่อยนั่ง”
คุซาโนะหน้ามุ่ย พูดแบบนี้ไม่แคล้วต้องหาทางนั่งกับคาเมะแน่ๆ

.....จะเอายังไงดีว้า........

คุซาโนะก็จับตามองคาเมะด้วยเช่นกัน แต่พอคาเมะก้าวขาขึ้นรถปุ๊บ คุซาโนะก็ลุกพรวดขึ้นทันที
“โทโมะ......นายลืมกระเป๋ายีนส์ของนายไว้ตรงโน้นหรือเปล่าน่ะ” คุซาชี้ออกไปทางด้านล่าง ซึ่งเห็นกระเป๋าใบเล็กอีกใบของโทโมะนอนยิ้มอยู่
“เฮ้ย.. กระเป๋าฉัน ไปอยู่โน่นได้ไงวะ นึกว่าถือมาแล้วซะอีก” โทโมะรีบลงไปทันที เพราะตอนนี้คนขับติดเครื่องยนต์แล้ว และคุณครูที่คุมก็เร่งยิกๆ
“เดี๋ยวฮะ...รอแป๊บหนึ่ง ขอลงไปเอากระเป๋าก่อนน้าาา...” หนุ่มตาโตลงไปแล้ว โดยมีสายตาที่ยิ้มได้ของคุซาโนะมองตาม
จากนั้นเขาก็หันขวับมาหาเป้าหมาย นั่นไง... คาเมะนั่งด้านนอกกับเพื่อนคนหนึ่ง ที่คุซาเคยเห็นเดินไปไหนมาไหนกับคาเมะบ่อยๆ.. รู้สึกว่าจะชื่อ โคยาม่า หรืออะไรนี่แหล่ะ เขาเดินไปหยุดตรงที่นั่งของคาเมะและโคยาม่าแล้วก็เรียก
“เอ้อ... คาเมะ....”
“มีอะไรไอ้ตัวเล็ก?”
“จุนโนะเขาอยากคุยกับนายด้วยง่ะ” คุซาโนะว่าเข้านั่น ... ซึ่งคาเมะเองก็ทำหน้างงๆ ชะเง้อมองข้ามเบาะ เห็นร่างโปร่งกำลังมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่เห็นมีวี่แววกระตือรือร้นว่าอยากจะคุยกับเขาสักเท่าไร
“คุยเรื่องอะไร พอจะรู้มั้ย?”
“ไม่รู้หรอก ไปเด่ะ เร็วๆ เข้า”
“งั้นฉันไปนั่งตรงโน้นนะ” คาเมะบอกกับเพื่อน แล้วก็ลุกไปนั่งข้างๆ จุนโนะ ซึ่งแต่เดิมเป็นที่นั่งของคุซาโนะนั่นเอง

รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของร่างเล็ก ........ทีนี้โทโมะก็จะต้องนั่งกับเขา...โดยมีคาเมะจะนั่งรบราฆ่าฟันกับจุนโนะสุเกะ..
คุซากำลังจะเดินไปนั่งที่ที่โทโมะจองเอาไว้ แต่ว่า...ข้อมือของตัวเองถูกรั้งจากใครบางคน พอหันไปมองเขาก็ต้องเลิกคิ้วสูง
“นายชื่อคุซาโนะใช่มั้ย?”
โคยาม่านั่นเองที่เป็นคนจับข้อมือของเขาไว้ แถมยังลากมาจนหัวเข่าชิดกันอีกด้วย
“ฮื่อ...ทำไมง่ะ?”
“นั่งด้วยกันซิ อยากคุยกับนายมานานแล้วล่ะ” โคยาม่ายิ้มตาหยี มีแววเจ้าชู้จนคุซาโนะทำหน้าเหรอหรา เขาชี้ไปทางเบาะด้านหน้ารถ
“แต่...ฉันต้องไปนั่งกับเพื่อนน่ะ คือ ... เอาไว้คุยกันวันหลังได้ม้า...??”
“รังเกียจฉันเหรอ?”
“เปล่าหรอก.....”
“งั้นก็นั่งซิ แป๊บเดียวเองนะ ขอคุยด้วยหน่อยก็ยังดี” โคยาม่าอ้อน ทำตาปรือจนคุซาโนะเกรงใจ เขายอมนั่งลงโดยดี มองมือที่คนชวนคุยยังคงจับอยู่ ไม่มีท่าว่าจะยอมปล่อยง่ายๆ เขาก็เลยสะกิดเบาๆ แล้วก็ยิ้มให้หวานจ๋อยเล่นเอาโคยาม่ามองตาค้าง
“เอ้อ... มือฉัน...ขอคืนได้ป๊าว?”
“อ๋อ....ครับ...ครับ...แหมมือนิ่มจังเลย ตาก็หวาน คุซาโนะสวยจังเลย ฉันชอบ”
“หา?” คุซาโนะแทบทะลึ่งพรวด หน้าแดงจัด เจ้าหมอนี่พูดจาอะไรตรงเป๊ะ โดนใจอย่างแรง แถมหน้าตาก็มองเขาแบบจะกลืนกิน ชนิดที่หาไม่ได้ในตัวของโทโมะ
“พูดจริงๆ นะ ... นี่ไม่มีใครชมเลยเหรอว่า นายน่ารัก”
“ไม่......เอ้อ.....ไม่มี.....”
“ดีจังที่ฉันเป็นคนแรก.........”

*******************************

คาเมะทิ้งตัวลงนั่งข้างร่างโปร่งที่กำลังมองออกไปนอกหน้าต่าง จะหันมาดูสักนิดก็ไม่มี ว่าเป็นใครที่นั่งอยู่ข้างๆ
“โทโมะขึ้นมาแล้วเหรอ” จุนโนะพูดทั้งๆ ที่ไม่ได้หันมามอง
“จะไปรู้เรอะ” เสียงตอบกลับมา เสียงนี้นี่มัน......จุนโนะเบือนหน้ามอง แล้วก็สะดุ้งโหยง
“เฮ้ย... มานั่งนี่ได้ไง?”
“อ้าว...ก็เพื่อนนายบอกว่านายมีเรื่องจะคุยด้วยไม่ใช่เหรอ?”
“ใครบอก?”
“เจ้าสระโอ๊ะตัวน้อย... คุซาโนะ”
จุนโนะนิ่งอึ้ง เขาไม่ได้เรียกคาเมะมานั่งที่นี่ ...งั้น......เป็นฝีมือของเจ้าคุซาอีกแล้วซิเนี่ย .... วางแผนอะไรอีกล่ะ หรือว่าจะเป็นแผนจับคู่ อยากให้เขากันคาเมะออกมาจากโทโมะ ตัวเองจะได้นั่งแทน

นั่นไง....โทโมะกำลังมองไปรอบรถ สายตาเจอะพวกเขาสองคนแล้ว ร่างสูงขมวดคิ้วเมื่อเห็นคาเมะนั่งกับจุนโนะ แถมยังหรี่ดวงตาโตให้แคบตี่ .... ท่าทางจะเกิดศึกชิงนายก็คราวนี้ละมัง ... โทโมะกำลังเดินมาแล้ว แต่.......
“นายโทโมะฮิสะ มาช่วยครูจัดผังห้องพักหน่อยซิ” เสียงคุณครูตะโกนบอก ทำให้ร่างโปร่งหยุดชะงัก ทำหน้ามุ่ยแล้วก็เดินแก้มป่องบ่นกระปอดกระแปดไปหาครูที่นั่งด้านหน้า
“เฮ้อ.....” เสียงคาเมะถอนหายใจด้วยความโล่งอก กลัวเหมือนกันว่าจะโดนคนหน้าหวานตาโตจีบอีก มาคราวนี้ซิ จะจับปล้ำให้เสียคนเลยคอยดู มาหาว่าเขาเป็นฝ่ายรับได้ไงฟะ เหลียวมองเพื่อนบ้านข้างๆ รู้สึกว่า จุนโนะเองก็คงโล่งใจเหมือนกันที่โทโมะไม่มาตรงนี้
“ไหนล่ะ มีอะไรจะคุยด้วย?” คาเมะถาม ทำให้จุนโนะนิ่งอึ้ง คิดหาคำตอบ ถ้าบอกออกไปตรงๆ ว่า เป็นแผนของคุซาโนะ เพื่อนรักก็จะโดนหัวเราะเยาะเอาได้ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว รับสมอ้างไปเลยล่ะกัน
“ก็จะถามว่า ...เอ้อ...ถามไรดีวะ...เอ่อ......พอจะรู้โปรแกรมของคุณครูมั้ยง่ะ ว่าจะพาพวกเราไปไหนกันบ้าง?”
“พอรู้บ้างง่ะนะ ก็ไปสวนกวาง ...ไปไหว้พระที่วัดโทไดจิ แล้วก็ไปศาลเจ้าคะซึง่ะ”
“ไปแต่วัดว่างั้นเหอะ” จุนโนะทำหน้าเมื่อย แต่คนฟังกลับทำสีหน้าเคลิบเคลิ้ม
“ไปวัดน่ะดีน้า... จิตใจจะได้แช่มชื่น คิดหวังสิ่งใดจะได้สมปรารถนา ฉันกะว่าไปครั้งนี้จะเขียนป้ายอธิษฐานด้วยล่ะ” คาเมะว่า คนฟังก็ได้แต่พยักหน้าเออออด้วยเท่านั้นเอง
“รู้เปล่าว่า พวกเราจะพักห้องติดๆ กันนะ แบ่งเป็นห้องละสิบคน พวกห้อง A กับห้อง B น่ะอยู่ทางซ้าย ทางขวาก็ห้องอื่น ที่พักก็จะเป็นโรงแรมเก่าง่ะนะ อยู่แถวๆ วัดคะซึง่ะ ... ว่ากันว่าแถววัดนั้นน่ะ ตกกลางคืนจะมี.........”
“นี่!! พอได้แล้ว คาเมะ... ถ้าจะมาหลอกผีกันอีกคราวนี้ฉันไม่กลัวนะจะบอกให้” จุนโนะรีบพูดดักคอ คาเมะก็เลยหัวเราะร่วน คราวนี้เขาได้ยินมาจริงๆ แต่จุนโนะไม่เชื่อก็ช่วยอะไรไม่ได้
“ธ่อ... อยู่ใกล้วัดฉันไม่กลัวหรอก แล้วก็นอนกันตั้งหลายคน นายอย่ามาหลอกกินฟรีซะให้ยากเลย ไอ้โรคจิต!”
“เชอะ... อยากเข้าใกล้นักนี่... ตัวก็โย่งโก๊ะแบบนี้ง่ะ คงหาแฟนยากหรอก”
“ใครว่ายาก เห็นอย่างงี้เหอะ สาวๆ ยิ้มให้ก็เยอะนะจะบอกให้ แล้วก็ยังมีหนุ่มๆ ทิ้งหางตาให้อีก ไม่เชื่อก็ไปถามหนุ่มที่ชื่ออะกานิชิ จินดูก็ด้ายยยย...” ร่างสูงพูดฉอดๆ จนคาเมะไม่รู้จะเอาอะไรมาเถียง ถ้อยคำของหนุ่มน้อยคนนี้ทำให้เขานึกถึงหน้าหล่อๆ ของจิน รายนั้นน่ะก็ยังมาป้วนเปี้ยนที่บ้านจุนโนะบ่อยๆ เมื่อวานก็มา แถมเอาปลาคาร์ฟสีทองมาเพิ่มให้อีก

เล่นเอาของกำนัลมาล่อแบบนี้ สักวันหนึ่งหรอกที่จุนโนะจะเอนเอียน....

“เอ.....คุซาโนะไปนั่งไหนนะ” จุนโนะลุกขึ้นมองไปด้านหลังหาเพื่อนตัวเล็ก แล้วก็เห็นคุซานั่งกับโคยาม่า กำลังนั่งอายม้วนอยู่เลย ร่างสูงเขม้นมองเห็นโคยาม่ายื่นหน้าเข้าไปจนชิดหน้าของคุซาแล้วก็คุยแบบ ... ไงล่ะ....
“นี่คาเมะ... นายดูเพื่อนนายเด๊ะ ทำไมมันต้องทำหน้าหื่นใส่เพื่อนฉันด้วยง่ะ?” จุนโนะสะกิดคาเมะยิกๆ
“ช่างมันเหอะน่า..”
“ช่างได้ไง พวกนายน่ะ ไว้ใจไม่ได้สักคน”
“รวมถึงฉันด้วยงั้นซิ?”
“ก็เออง่ะเด่ะ”
“ช่างเหอะ นี่นายจะนั่งให้ดีๆ ได้มั้ยง่ะ” คาเมะกระตุกแขนจุนโนะให้หันมานั่งให้เรียบร้อย เขาเองหยิบแว่นตากันแดดมาสวม และบอกว่าง่วงจะนอนล่ะ
“เมื่อเช้าตื่นซะยังไม่สว่าง ของีบก่อนล่ะ”
แต่พอจะนอนจริงๆ คาเมะก็โดนจุนโนะสะกิดแขนยิกๆ
“นี่ ใจคอจะนอนตรงนี้จริงๆ ง่ะเหรอ ทำไมไม่กลับไปนั่งที่หา?”
“ก็คุซาโนะมายึดที่ฉันไปแล้วนี่หว่า”
“อืมมม.....” จุนโนะหุบปาก เขาชะเง้อมองไปด้านหน้ารถ เห็นโทโมะโดนคุณครูสองคนกักไว้พอดี สงสัยคงจะนั่งที่ตรงนั้นล่ะมัง จุนโนะเอนหลังพิงเบาะ
สองข้างทางผ่านทุ่งหญ้า ทุ่งนา และออกนอกเขตเมืองแล้ว ปรากฏเส้นทางร่มรื่นตลอดสองข้างทาง ดอกไม้และเรือกนาทำให้จุนโนะเหม่อมองเพลินจนเริ่มง่วง เขาหันไปมองคนที่ยึดที่นั่งข้างๆ ...คาเมะหลับพิงพนักไปแล้ว จุนโนะก็เลยหลับตาเอาศีรษะพิงกระจกหน้าต่างหลับไปด้วยกัน........

คาเมะมารู้สึกตัวตื่นอีกทีเมื่อรู้สึกว่าที่บ่าของตัวเองกำลังรองรับน้ำหนักของอะไรบางอย่าง พอปรือตาขึ้นมองก็อดยิ้มไม่ได้ เขาเห็นเส้นผมอ่อนสลวยของจุนโนะเคลียอยู่ที่ข้างแก้ม จุนโนะใช้บ่าของเขาเป็นหมอนหนุนสบายไปแล้ว
“เฮ้ย... จุนโนะ...” คาเมะลองเรียกเบาๆ แต่อีกฝ่ายยังนอนเฉยไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น คาเมะก็เลยปล่อยเลยตามเลย ความหอมและอ่อนนุ่มของเส้นผมสีน้ำตาลเข้มนั้นทำให้เขาเอนหัวลงซบตาม แต่อิงกันได้ไม่เท่าไร โทโมะก็ก้าวฉับๆ มาทางเขา คาเมะรีบหลับตาซะงั้น แว่นกันแดดพอจะช่วยทำให้เขาหรี่ตามองโทโมะได้บ้าง

ร่างสูงของพ่อหนุ่มน้อยตาโต แก้มป่อง มองมาที่เขาและจุนโนะเขม็ง เมื่อเห็นเขาและจุนโนะหลับ ร่างนั้นก็หน้าบึ้งแบบไม่สบอารมณ์นัก
โทโมะเดินเลยไปที่ด้านหลังรถ เห็นโคยาม่ากำลังขายขนมจีบคุซาโนะไม่เลิก ก็หยุดชะงัก มองกวาดไปทั่วร่างเล็กของเพื่อนรัก ราวกับจะสำรวจดูความสึกหรอที่โดนเพื่อนคาเมะป้อใส่ แต่แล้วเขาก็นิ่งอึ้งเมื่อเห็นว่ามือของเจ้าตาปรือนั่นกำลังจับมือของคุซาโนะเอาไว้ .........

...............

คุซาโนะเห็นโทโมะแล้วล่ะ แต่เขาทำเป็นไม่เห็น ทีแรกกะว่าจะชักมือกลับ แต่อยากดูปฏิกิริยาของโทโมะดูบ้าง ว่าถ้าเขายอมให้โคยาม่าจีบแล้วจะเป็นไง แต่ความเป็นไปได้ของโทโมะที่จะหึง คงแทบไม่มี ก็เพราะโทโมะไม่ได้รักเขานี่นา ... คิดได้ดังนั้นแล้ว คุซาโนะก็เลยยินยอมให้มือน้อยๆ ของตัวเองอยู่ในมือใหญ่ที่กอมกุมแน่นสนิท
“คุซาโนะ!!” โทโมะตาขวาง เขาเดินฉับๆ ตรงเข้าคว้าข้อมือของคุซาโนะขึ้นทันที
“กลับไปนั่งที่ได้แล้ว!!”
“ก็นั่งอยู่นี่ไง...” คุซาตอบโต้ สะบัดมือหลุดออกมาจนได้
“ที่ของนายน่ะอยู่ตรงโน้นไม่ใช่ที่นี่ ตรงนี้ง่ะมันที่ของห้อง A”
“ไม่เป็นไรนี่นา จะนั่งตรงไหนก็รถคันเดียวกัน ดีซะอีกห้อง A กับห้อง B จะได้สนิทกันยิ่งขึ้นไปอีกไง” เสียงโคยาม่าประกาศออกมา ทำให้โทโมะตวัดตามองด้วยสายตาเฉียบคม จนแทบจะกรีดหน้าเจ้าตาปรือให้เป็นริ้วๆ เลยล่ะ
ดวงตากลมโตมองหน้าโคยาม่าแต่ไม่ได้ตอบโต้ว่าอะไร ... แต่มองเหมือนกับจะพูดว่า

....สนิทแบบที่นายกำลังทำกับคุซาโนะนี่ ข้าไม่ชอบโว้ย...

“จะไปไหมไป คุซาโนะ” ท้ายสุดก็มาลงที่หนุ่มน้อยเพื่อนของตัวเอง
“เอ้อ...... สงสัยต้องขอตัวก่อนแล้วล่ะ โคยาม่าคุยสนุกจังเลย เอาไว้วันหลังจะมาคุยด้วยอีกน้าาา...” คุซาโนะลุกขึ้น โบกมือบ๋ายบายให้ แกล้งทำท่าอ้อยอิ่งจนโทโมะต้องเอื้อมมือมาฉุด เดินลิ่วๆ ผ่านที่นั่งต่างๆ คราวนี้เขาเห็นคาเมะถอดแว่นตาออกแล้ว แต่ว่าไม่มีเวลามาสนใจ โทโมะเหวี่ยงคุซาโนะเข้าไปนั่งด้านในติดหน้าต่าง ส่วนตัวเองก็นั่งหน้ามุ่ย ไม่พูดไม่จา แต่สักพักก็ดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาเอี้ยวตัวมามองคาเมะ แล้วส่งยิ้มหวานหยด กรุ้มกริ่มมาให้เต็มๆ จนคาเมะต้องรีบคว้าแว่นมาสวมแทบไม่ทัน จากนั้นก็แกล้งหลับต่อ แถมยังดึงเอาหัวจุนโนะที่หันไปซบกับหน้าต่างด้านในมาให้ซบกับบ่าเขาอีกแน่ะ ...........

***************************

รถบัสสามคันต่างทะยอยกันเข้ามาจอดในรีสอร์ท ซึ่งเมื่อก่อนเคยเป็นโรงแรมโบราณมาก่อน แต่เรียกให้โก้ว่ารีสอร์ท เพราะต้องการลบภาพพจน์โรงแรมผีดุออกไป นักเรียนทุกคนต่างแบกสัมภาระของตัวเอง เดินเรียงแถวตามห้องต่างๆ โดยมีคุณครูคอยคุมอีกที
“ไปดูรายชื่อห้องพักที่โทโมะนะจ๊ะ ห้องไหนมีชื่อใครก็พักกันตามนั้น ไปพักผ่อนกันก่อน ครูให้เวลา 45 นาทีนะ แล้วออกมารวมตัวกันที่ห้องโถง” คุณครูประกาศ
“ขอดูรายชื่อหน่อยเด่ะ” คุซาโนะประชิดตัวโทโมะทันที สายตาอันเฉียบคมกวาดไล่ตามรายชื่อต่างๆ

........อืมมม...เขา, โทโมะ, และจุนโนะ นอนห้องเดียวกัน คือห้อง G 1 และอืมมมม...ของคาเมะคือห้อง G5 อยู่ห่างกันสี่ห้องเอง......

ห้องละสิบคนเหรอ คงจะไม่มีอะไรหรอกมัง คุซาโนะเหลือบมองโทโมะแต่เขาก็ต้องสะดุ้งเมื่อสายตาหวานหยดของฝ่ายนั้น ทอดมองไปยังร่างเล็กของคาเมนาชิที่เดินตามเพื่อนมาเข้าแถว
......โทโมะคิดจะทำอะไรกันแน่นะ เขาต้องรู้ให้ได้ จะได้ป้องกันได้ทัน...

“ฉันแอบได้ยินโทโมะคุยกับเพื่อนว่า จะเข้าหาคาเมะให้ได้ในคืนนี้” จุนโนะยื่นหน้ากระซิบเบาๆ
“มะ....ไม่นะ!!” เพื่อนตัวเล็กส่ายหน้า... ริมฝีปากขบกันแน่น
“โทโมะพูดแบบนั้นจริงๆ นี่นา” จุนโนะตบบ่าให้กำลังใจเพื่อน แล้วก็เดินไปรับป้ายชื่อ เหลียวมองคุซาโนะก็เห็นยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม
“มาเร็วๆ ซิ... ไอ้คุ”
“จุนโนะ....... นี่โทโมะเขาชอบเจ้าหมอนั่นจริงๆ ง่ะเหรอ ทำไมไม่นึกถึงใจฉันบ้างเลย”
“นายต้องทำใจง่ะนะ ก็โทโมะเขาชอบของเขาแบบนั้นนี่นา”
“แล้วนายล่ะ จุนโนะ นายไม่คิดจะจีบคาเมะมั่งเลยเหรอ อยู่บ้านใกล้กันนี่ แล้วเมื่อกี้ก็นั่งคุยกันตั้งนาน อะไรๆ มันไม่สปาร์คมั่งเลยเหรอ?”
“ไม่นะ.... อ้อ... แล้วก็ไม่ต้องพยายามวางแผนอะไรแล้วนะ ฉันตั้งตัวแทบไม่ทันแน่ะ ไอ้คุ ถ้าโทโมะมันจะชอบนายน่ะ มันชอบไปตั้งนานแล้ว... ทำใจเหอะเพื่อน...” จุนโนะตบบ่าคุซาโนะแรงๆ แล้วก็เดินลิ่วๆ เข้าห้องไป ไม่สนใจล่ะว่าคุซาจะยืนหน้างอหงิกอยู่ที่เดิมหรือเปล่า

“คุซาโนะ พักอยู่ห้องไหนเอ่ย?” โคยาม่ากระแซะเข้ามาใกล้ เคียงข้างกันนั้นก็คือคาเมนาชิ ยืนล้วงกระเป๋าอยู่ไม่ห่าง คุซาไม่สนใจพ่อตาปรือคนนี้หรอก เขาพุ่งเป้าเข้าหาคาเมะเต็มๆ สองมือฉุดกระชากแขนของคาเมะมาอีกทาง
“เฮ้... นายจะฉุดฉันไปไหนวะ?” คาเมะร้องถาม แต่ก็เดินตามแต่โดยดี
“เงียบๆ ซิ”
“ก็อะไรล่ะ?”
คุซาโนะหยุดเดิน เขาชะเง้อกลับไปมองด้านใน ไม่เห็นมีใครสนใจ จึงป้องปากกระซิบให้ได้ยินกันสองคนว่า
“ระวังตัวให้ดีนะ คืนนี้โทโมะจะย่องเข้าหา...”
“บ้า.... อยู่กันตั้งเยอะ จะปล้ำฉันเนี่ยนะ”
“ฉันบอกว่าย่องเข้าหา แต่ไม่ได้บอกว่าจะปล้ำนะ”
“ก็เหมือนกันแหล่ะ”
“ฉันแค่มาเตือน นายไม่เชื่อก็ตามใจ หรือว่าอยากจะได้โทโมะเป็นแฟน?” คุซาโนะทำเสียงไม่พอใจ จนคาเมะหรี่ตามอง
“นี่ไอ้หนู ขอถามหน่อยเหอะ นายชอบโทโมะใช่เปล่า?” คาเมะถามเอาตรงๆ จนคนถูกถามหน้าแดงก่ำ
“บ้า....”
“ใช่มั้ยล่ะ?”
“เออเด่ะ...”
คาเมะหัวเราะในลำคอ ตบบ่าคุซาโนะดังป้าบ!! แล้วก็โอบบ่าเล็กๆ นั้น
“มีอะไรก็บอกมาตรงๆ อย่างแบบนี้ง่ะดีแล้ว คุซาโนะ... เผื่อฉันจะช่วยนายได้...” คาเมะแบมือมาตรงหน้า คุซาโนะคว่ำมือแล้วก็ตีแปะมือของคาเมะ เป็นการผูกสัญญาสัมพันธไมตรีกันแล้ว... ทั้งคู่ยิ้มให้กัน คุซาโนะเห็นคาเมะกระตุกยิ้มมุมปากแล้วก็ชักมั่นใจนิดๆ ว่า โทโมะมองคนผิดแน่นอน ... ท่าทางแบบนี้น่ะเหรอจะเป็นฝ่ายรับให้โทโมะ... ไม่มีทางซะล่ะ

***********************************

พวกนักเรียนมารวมตัวกันที่ห้องโถงด้านล่าง หลังจากอาบน้ำและซัดอาหารค่ำกันแล้ว ก็มาล้อมวงฟังตารางเวลาการทัศนศึกษาคร่าวๆ จากคุณครู เริ่มตั้งแต่การรับประทานอาหาร การอาบน้ำ การนอน และการเที่ยวชมวัดในวันรุ่งขึ้น
“สมุดโน้ตต้องจดกันนะจ๊ะ อย่าเอามาหนีบรักแร้เล่นเฉยๆ ถ้ากลับไปโตเกียวเมื่อไรต้องมีสมุดโน้ตมาให้ตรวจด้วย ถ้าเห็นกระดาษว่าง ครูจะตัดคะแนนสันทนาการออก เอาให้ไม่ต้องจบไปเลยปีนี้”
“โห่....โห่......” หลายเสียงแข่งกันโห่จนคุณครูค้อนตาคว่ำ แล้วก็ปรบมือให้นักเรียนแยกย้ายกันกับห้องได้

ตกดึก....จุนโนะนอนมองโทโมะนั่งพรมน้ำหอมซะฟุ้ง ก็นึกขำ สงสัยจะเตรียมปฏิบัติการสังหารเต่าน้อยซะละมังเนี่ย
“ไม่เหม็นหรือไงแก” จุนโนะนอนหนุนแขน ตะแคงข้างให้
“น้ำหอมโว้ย ไม่ใช่โชยุ”
“จะไปไหนง่ะ?” จุนโนะถามต่อ
โทโมะยักคิ้วให้หนึ่งแผล็บ แต่ไม่ตอบว่าอะไร เขาชำเลืองมองคุซาโนะ เห็นนอนหลับตานิ่ง คงจะหลับไปแล้ว เขาเองก็ไม่อยากพูดอะไรให้คุซาโนะได้ยินมากนัก กลัวว่าเพื่อนตัวน้อยจะเสียใจ....
จะกระทำการใหญ่แบบนี้ ถ้าหากว่าคุซาโนะรู้เรื่อง แผนการของเขาอาจจะล้มเหลวก็ได้......

โทโมะเผลอหลับไปหน่อยหนึ่ง ตื่นมาอีกทีก็ดึกสงัดแล้ว ค่อยๆ เลิกผ้าห่มออก เห็นเพื่อนนอนตะคุ่มอยู่ลางๆ เขาลุกขึ้นพยายามทำเสียงให้เบาที่สุด
ห้อง G 5 คือเป้าหมาย.....
จรดฝีเท้าอย่างเงียบกริบ ยืนกลืนน้ำลายดังเอื๊อกอยู่หน้าห้อง ก่อนจะเลื่อนประตูออก..............

***********************

คืนนั้น รู้สึกว่าอากาศจะเย็นเป็นพิเศษ จุนโนะพลิกกายมาทางคนนอนด้านซ้าย คงจะเป็นโทโมะ......
.....อ้าว...ยังนอนอยู่นี่นา นึกว่าจะย่องเงียบไปหาคาเมะซะอีก....
หรือว่าโทโมะจะล้มเลิกความคิด ... อือ... ก็ดี คุซาโนะจะได้ไม่เสียใจ
“หนาวจัง......” เสียงอู้อี้ของคนนอนข้างๆ ดังออกมาจากใต้โปง ทำให้จุนโนะผงกหัว แล้วก็เลิกโปงขึ้น ตบแปะๆ ที่ฟูกข้างตัว
“เข้ามานอนในนี้ด้วยกันเด่ะจะได้อุ่นๆ”
“ได้เหรอ....”
“เออ.....เร็วๆ ง่วงนะเว้ย!!” จุนโนะงึมงำ คนชวนไม่ต้องรอให้ชวนซ้ำสอง เขาเสือกตัวพรวดเดียวก็เข้าไปอยู่ใต้โปงเดียวกับจุนโนะ แถมยังกอดเขาซะแน่นเชียว
“เบาๆ ก็ได้ แกนี่ นอนเฉยๆ เด่ะ”
“ขอกอดหน่อยนะ มันหนาว”
“เอ......เสียงนี้...” จุนโนะชักจะตื่นเต็มตา อ้อมแขนรัดรึงช่วงเอวแนบแน่น กลิ่นกายไม่มี ก็เมื่อกี้โทโมะซัดน้ำหอมซะทั่วตัวนี่หว่า แต่นายคนนี้ไม่มีกลิ่นอะไรเลย แถมตัวก็เล็กๆ แบบนี้... ชักจะแปลกๆ แหะ จุนโนะเริ่มเก็ท ร้อยวันพันปี โทโมะไม่เคยกระแซะเขาถึงขนาดนี้นี่นา
ความสงสัยทำให้เขาคว้าไฟฉายที่ข้างหมอน กดแชะส่องไปที่คนใต้โปง
“เฮ้ย!!... คาเมะ...อุ๊บ!!” อุทานได้แค่นั้น มือแกร่งก็ตะครุบปิดปากเขาทันที
“ชูวส์....” เบาๆ เด่ะ เดี๋ยวเพื่อนตื่น....”
จุนโนะพยักหน้างึกๆ คาเมะก็เลยคลายมือออกหลวมๆ
“มาได้ไงเนี่ย” จุนโนะกระซิบ ทำหน้าเหรอ คาเมะหัวเราะหึๆ แล้วก็บอกหน้าตาเฉยว่า
“ไม่มีที่นอน......มีคนแย่งที่ ...ฟูกห้องนี้ว่าง ขอนอนด้วยคนนะ”

**************************

 

to be con

comment ที่นี่ก็ได้จ้า..กด..กด..


Hosted by www.Geocities.ws

1