
.......Vol 7
***************************
ท่ามกลางความเงียบในห้องพยาบาล คาเมะนั่งเอกเขนกบนเตียงมองไปยังร่างสูงโปร่งของจุนโนะที่เอาแต่นั่งกอดเข่าซุกอยู่มุมห้อง
นานๆ ครั้งที่ร่างนั้นจะเหลือบมองเขาเสียทีหนึ่ง พอเห็นคาเมะมองมาอยู่ก่อนแล้ว
จุนโนะก็จะค้อนขวับ ทำปากขมุบขมิบ ไม่ได้ด่าออกมาให้ได้ยินแต่คาเมะก็รู้ว่ารายนั้นน่ะ
คงไม่ได้สรรเสริญเยินยอเขาแน่ๆ
นี่...จะมานอนหรือเปล่า? คาเมะตะโกนถามข้ามห้อง
จุนโนะส่ายหน้า ทำตาคว่ำแล้วก็บอกเสียงดัง
ไม่!!
มานี่น่า ...ง่วงแล้วล่ะซิ มาเหอะ ไม่ทำอะไรแล้วล่ะ คาเมะตบที่นอนแปะๆ ตรงข้างตัว
แต่ก็ยังคงถูกเมินใส่อยู่ดี
จ้างให้ ฉันก็จะไม่เข้าใกล้นายอีกแล้ว คนอะไรวะ กัดได้กัดเอา
ฉันไม่ได้กัดนายนะ นี่จุนโนะ ฉันจูบนายต่างหาก
แล้วทำไมต้องจูบด้วย
ก็ไม่รู้ เพราะนายพูดมากมั้ง? คาเมะว่าเอาง่ายๆ ซะงั้น คนฟังจะเก็ทหรือเปล่าเขาไม่สนใจหรอก
เอนตัวกับที่นอนก็หนุนแขนสบายใจเฉิบ ปล่อยให้อีกคนนั่งเจ่าจุกอยู่ตรงนั้นนานแล้ว
นับตั้งแต่เขาปล่อยตัวจุนโนะออกจากอ้อมกอด จุนโนะก็ผลักเขาไปห่างๆ แล้วก็กระโจนไปนั่งตัวสั่นอยู่มุมห้อง
พอหายสั่นก็เอาแต่นั่งมองเขาตาคว่ำ ไม่ว่าคาเมะจะพูดอย่างไร จุนโนะก็ไม่รับฟังอะไรทั้งนั้น
xxxxx......โธ่เอ๊ย...นึกว่าจะเก่ง...พอโดนจูบเข้าหน่อยทำเป็นสั่น......xxxxx
ฉันง่วงล่ะนะ จะนั่งอยู่อย่างนั้นก็ตามใจ ฉันนอนก่อนล่ะ คาเมะว่าแล้วก็หันหลังให้
ดึงผ้าห่มมาคลุมร่างกายท่อนล่างเสียอีก
จุนโนะลุกขึ้นยืน เขากัดริมฝีปากจนเจ็บ ......
.......หนอย.....ไอ้หมอนี่ มาจูบเขาแล้วยังจะนอนเฉยอีก ไม่รู้หรือไงว่าทำให้ใครคนหนึ่งใจสั่นแค่ไหน
จุนโนะเดินฉับๆ มาที่เตียงของคาเมะ กระชากหมอนที่หนุนอยู่ออกจนศีรษะคาเมะกระแทกกับที่นอน ...จากนั้นก็
..........ปึ่ก.........
..........ปึ่ก.........
..........ปึ่ก.........
โอ๊ย...... คาเมะคลำหัว เมื่อรับรู้ถึงแรงฟาดของหมอนใบใหญ่ที่จุนโนะคว้าเอามากระหน่ำบนหัวเขาไม่ยั้ง
นี่แน่ะ...นี่แน่ะ...ยังจะมีหน้ามานอนอีกเรอะ? จุนโนะยังไม่หยุดฟาด จนคาเมะต้องเอาแขนยกขึ้นกันเอาไว้
ไม่งั้นน่วม เมื่อจุนโนะยังไม่ยอมเลิกฟาดเขา ก็เลยต้องใช้ไม้แข็ง กระชากทั้งหมอนทั้งคนจนเสียหลัก
ร่างสูงลงมานอนทับหน้าตักของเขา
ไอ้บ้า...จะปล้ำกันหรือไงโว้ย!! จุนโนะโวยแหลกเมื่อตัวเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
พยายามจะลุกขึ้นแต่คาเมะกดหัวเขาไว้กับอก
ก็มาตีฉันทำไมง่ะ เจ็บนะ!!
หมั่นไส้นี่หว่า จุนโนะตอบเสียงอู้อี้
ฉันทำอะไรให้นายง่ะ? คาเมะถามเสียงต่ำ
ก็มาจูบฉันทำไมง่ะ... ไอ้บ้า จูบแรกของฉันด้วย แล้วกับผู้ชายง่ะนะ ...แหวะ...!!
จะอ้วก!! จุนโนะเงยหน้าขึ้นจนได้ ทำท่าขย้อนใส่หน้าคาเมะ จนอีกฝ่ายต้องเอามือบีบปากไว้
อื้อ......อ่อย..อาก...อั๋น...อ๊ะ..(ปล่อยปากฉันนะ)
ปล่อยก็ได้วะ ว่าแล้วคาเมะก็คลายมือออกจากปากของจุนโนะแต่ยังไม่ทันที่คนหน้าหวานจะดันตัวออกมา
คาเมะกลับก้มหน้าลงชิด งับริมฝีปากล่างของจุนโนะอีกที ป้องกันเสียงด่าที่กำลังจะตามมา
อึก จุนโนะทำตาโตอีกแล้วในวันนี้ เขาขยุ้มไหล่คาเมะแน่น เมื่อได้รับแรงสัมผัสอันร้อนแรงมากกว่าจูบเมื่อสักครู่นี้อีก
คาเมะขยับตัว เบื้องบนของเขามีร่างของจุนโนะนอนเอนๆ ทาบทับร่างของเขาอยู่
มือแข็งแกร่งของคาเมะสอดเข้าใต้ต้นคอของจุนโนะ กระชับไว้เช่นนั้นป้องกันการลุกหนี
และเพิ่มแรงจุมพิตได้ถนัดอีกด้วย
ดวงตาที่เบิกกว้างของจุนโนะค่อยๆ หลับพริ้มอย่างเคลิบเคลิ้ม รสจูบครั้งนี้ทำไมมันช่างรัญจวนใจวัยหนุ่มเหลือเกิน
เลือดในกายมันพลุ่งพล่านอย่างบอกไม่ถูก
อืมมม.... เสียงคาเมะครางอยู่แนบกับปากอ่อนบางของจุนโนะ เขาลืมตาขึ้นเมื่อจุนโนะหอบหายใจระรัว
ดวงหน้าหวานของหนุ่มเพื่อนบ้านสวยเร้าใจเหลือเกิน เห็นกันมานานปี แต่ทำไมวันนี้จุนโนะถึงได้ดูงดงามอย่างไม่น่าเชื่อ
ที่เขาแน่ใจอีกอย่างก็คือ ...วันนี้จุนโนะเสียจูบแรกและจูบที่สอง ที่สามให้เขาแต่เพียงผู้เดียว
คาเมะเองเคยมีเดทกับสาวๆ ร่วมโรงเรียนก็หลายคน ตั้งแต่เป็นหนุ่มแรกรุ่นมานี่ เคยจูบกับสาวมาก็หลายครั้ง
ประสบการณ์ก็พอมีบ้าง ถึงได้รู้ว่า เจ้าหมอนี่ ... เจ้าคนที่นอนเคลิ้มอยู่บนตัวเขานี้
ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะไปจูบใครและโดนใครเขาจูบมา
เอาแต่ซิ่งรถมอเตอร์ไซค์ ซอกๆ ไปวันๆ กับเพื่อนแก๊งค์สระโอ๊ะผู้อ่อนประสบการณ์
คาเมะอยากเรียกแบบนี้ ...พวกอ่อนประสบการณ์ทั้งหลาย ที่ชอบทำซ่า ทำเก่ง ที่แท้ก็...ไม่เก่งจริงสักคน...
คาเมะไม่เคยเห็นจุนโนะควงสาวที่ไหน ไม่เคยควงหนุ่มด้วย เพราะงั้น ...ยังสงสัยอยู่เลยว่า
เจ้าหัวหน้าแก๊งค์สระโอ๊ะคนนี้จะเคยจับมือผู้หญิงหรือเปล่า...ยังสงสัย??...
จุนโนะหลับตานิ่งอยู่นาน ไม่ทันรู้สึกตัวว่า คาเมะได้ถอนมนต์จุมพิตออกไปตั้งนานแล้ว และก็กำลังนั่งมองหน้าเขาอยู่ ขนตาอ่อนช้อยกระพือขึ้นอย่างเชื่องช้า เผยให้เห็นดวงตาฉ่ำปรือ หวานสนิท จนคาเมะเห็นแล้วต้องกลั้นลมหายใจ สะกดมือของตัวเองไว้ที่จะไม่จับเจ้าหน้าหวานคนนี้กดลงกับเตียง และทำอะไรกับร่างโปร่งนี้ให้สมอยาก
เมื่อร่างโปร่งลืมตาใสแจ๋วขึ้นมองเขา ดวงหน้านั้นทำหน้างง ดวงตาเรียวรีจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากหยักบางของคาเมะ ราวกับจะโหยหา ใคร่ให้มาจุมพิตอีกสักรอบ เมื่อฝ่ายถูกจ้องแย้มปากหัวเราะเบาๆ จุนโนะจึงผงะออก ผิวแก้มแดงซ่าน มือเรียวป้ายหมับที่อกของคนด้านล่าง ออกแรงกดอย่างแรงทำให้คาเมะหงายหลังบนที่นอน จากนั้นร่างสูงจึงลุกขึ้นยืน เสยผมที่ลงมาปรกหน้าผากขึ้น
xxxxx.....บ้าจริง...นี่เขาหลงเคลิ้มไปกับเจ้าเต่าบ้านี่ได้ไงนะ...ดูเหอะ..ยอมให้กอดจูบได้ตั้งหลายครั้ง...แย่ชะมัดเตี่ยเลยว้อย...แล้วก็ดูเด่ะ...ดูทำหน้าเข้า...คิดว่าเป็นต่อหรือไง??...xxxxxx
ร่างสูงหมุนตัวหันหลังให้ ซ่อนความอายทิ้งไว้เบื้องหลัง เมื่อเขาจะก้าวเท้า คาเมะก็ฉวยข้อมือจุนโนะเอาไว้
มานอนกันเหอะ คาเมะชวนแบบไม่ได้คิดอะไร แต่คนฟังนี่ซิ คิดไปไหนต่อไหนแล้ว
นอนกับนาย? บ้าเรอะ?
อะไรเล่า?...ฉันหมายถึงนอนเฉยๆ คิดไปถึงไหนล่ะนั่น อย่างนายน่ะ ให้ฟรีๆ ยังโกรธเลย
อะไรนะ? แล้วหมาที่ไหนมันจูบฉันเมื่อกี้ง่ะ? จุนโนะสะบัดข้อมือออก ทำหน้าบึ้ง
แถมเท้าเอวหน้าเชิดอีกด้วย
เมื่อกี้ฉันไม่ได้จูบนายซะหน่อย...เขาเรียกว่า ...กัด...ต่างหากล่ะ
ฮึ!!
ร่างสูงสะบัดหน้า เดินอ้อมเตียงคาเมะ แล้วกระแทกตัวนั่งที่เตียงของตัวเอง เขามองเห็นความมืดมิดอยู่ด้านนอก
แสงไฟจากสนามด้านนอกปิดแล้ว ดังนั้นจึงมีเพียงความมืดเท่านั้นที่ทั้งสองคนกำลังเผชิญอยู่
ราตรีสวัสดิ์ เสียงคาเมะกล่าวขึ้นจากอีกเตียงหนึ่ง
เออ...... จุนโนะตอบ เขาล้มตัวลงนอน หันหลังให้ พยายามข่มตาให้หลับแต่ก็ยากเย็นเหลือเกิน
นึกไปถึงรอยจูบที่ฝังลึกของคาเมะเมื่อสักครู่.....ทำไมมันถึงได้สร้างความรู้สึกแปลกๆ
ให้เขานะ.....
.....แล้วเจ้าเต่าบ้านั่น จูบเขาเพราะสาเหตุอะไรกันแน่.....
.....แค่ล้อเล่น อยากจะแกล้ง หรือว่ามีอะไรที่ลึกซึ้งมากไปกว่านี้นะ...
จุนโนะตบแก้มตัวเอง แปะ..แปะ.. ......โอ้ย...อย่าคิด........อย่าคิดเลยน่า......นอนดีกว่า.......
บ้า..... เขาเผลอครางออกมา เมื่อไม่อาจหลับได้อย่างที่ต้องการ
เออ...นี่...นอนไม่หลับเหมือนกันเหรอ? คาเมะถาม ทำลายความเงียบออกมา
........................ อีกฝ่ายไม่ตอบ คาเมะก็เลยอมยิ้ม
นายพอจะรู้เรื่องผีที่ชอบออกมาเดินแถวระเบียงตึกหรือเปล่า? จู่ๆ คาเมะก็ถามขึ้นมา
ทำเอาคนฟังพลิกตัวขวับหันมามองทันที
ว่าไงนะ? จุนโนะถามเสียงสูง มองคาเมะซึ่งนอนอยู่เตียงข้างๆ ร่างเล็กนั้นนอนหงาย
มือประสานกันไว้กับอก มีแต่ใบหน้าเท่านั้นที่หันมามองตอบ
ก็ผีน่ะซิ...ผอ..สระ...อี...ผีโรงเรียน
ท....ทะ....ที่โรงเรียนนี้ง่ะเหรอ? จุนโนะถามเสียงสั่นเครือ
....นี่จุนโนะ นายนี่ไม่ได้รู้อะไรเล้ย...ฉันเคยคุยกับภารโรงที่อยู่มานาน เขาบอกว่า
โรงเรียนนี้มีผีด้วยล่ะ เขาเคยอยู่เวรตอนกลางคืน ตกดึกอย่างตอนนี้แหล่ะ เจอกันจังๆ
แถมแสยะยิ้มให้อีกด้วย...บางทีนะ...ถ้าโชคดีก็จะเจอผีผู้หญิงมาเดินเท้าไม่ติดพื้นอยู่รอบระเบียง
...ก็แถวๆ นี้แหล่ะ คาเมะชี้ไปที่ด้านหลังของจุนโนะ ก็เพราะเจ้าหน้าหวานของเขานอนที่เตียงใกล้ระเบียงพอดี
บ้า... นายอย่ามาเล่าเรื่องบ้าๆ ให้ฉันฟังตอนนี้นะ!! จุนโนะแหวใส่ แต่ในใจชักจะเต้นถี่ระรัว
เหลียวมองอย่างหวาดระแวงไปทางด้านหลัง เสียงคาเมะยังไม่หยุดเล่า
ไม่ใช่เรื่องมั่วๆ นะเว้ย ...ฟังก่อนเด่ะ ...นายไม่เคยได้ยินพวกคนที่อยู่มานานเขาพูดให้ฟังหรือไง?
ว่าที่นี่น่ะเจ้าที่แรง จะมีพวกวิญญาณมาเดินตรวจตราโรงเรียนให้เรียบร้อย คงจะเป็นผีดีละมัง...เออ...ช่างเหอะ
ถ้านายไม่เชื่อ ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร ฉันเองก็ไม่เคยเห็นเหมือนกัน เอาล่ะ นอนดีกว่า
หลับๆ ซะ เผื่อผีเจ้าที่จะเดินมาตรวจตามห้อง เราจะได้ไม่เห็นไง? ว่าแล้วคาเมะก็นอนหันหลังให้จุนโนะ
ทิ้งให้อีกฝ่ายกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง เหลียวมองรอบห้องล่อกแล่ก และท้ายสุดก็อดที่จะมองไปทางระเบียงไม่ได้
จากหน้าต่างบานเกล็ดที่เปิดอยู่นั้น จุนโนะไม่เห็นอะไรนอกจากความมืด เพราะคืนนี้เป็นคืนไร้แสงจันทร์
ส่วนความเงียบนั้นไม่ต้องพูดถึง นอกจากเสียงลมพัดอยู่หวีดหวิว เขาก็แทบจะไม่ได้ยินเสียงอื่นใดเลยนอกจากเสียงหัวใจของตัวเองเต้น
..........อึ้ย......ทำไมเขาต้องมองไปทางระเบียงห้องด้วยล่ะ ถ้าผีผู้หญิงมาเดินตรวจที่ห้องนี้ล่ะจะว่าไง....คนยิ่งกลัวผีอยู่ด้วย.....
เฮ้ย!!......คาเม้......!! จุนโนะกระโจนพรวดเดียวก็ขึ้นไปอยู่บนเตียงของคาเมะแล้ว
ร่างที่ผวาเข้ามาเกาะตัวคาเมะสั่นเทา จนคนนอนยิ้มอยู่นั้นพลิกกายขึ้นนั่ง กอดจุนโนะเอาไว้
เป็นไงกลัวหรือไง ไอ้หนู คาเมะหัวเราะหึๆ
ไม่...ไม่กลัว... จุนโนะปฏิเสธ ส่ายหน้าเร็วๆ แต่เสียงน่ะสั่นไปหมดแล้ว
ไม่กลัวแล้วมาอยู่ที่เตียงฉันได้ไง...ไป..ไ.ป๊...ไปนอนเตียงนายโน่น คาเมะผลักไหล่จุนโนะออกห่าง
เอ้อ...ตะ...เตียงฉัน เวลานอนขยับตัวแล้วมีเสียงออดแอด รำคาญง่ะ
งั้นแลกเตียงกัน ฉันไปนอนโน่นเองก็ได้ ว่าแล้วคาเมะก็ทิ้งให้จุนโนะนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนเตียงของเขา
ส่วนตัวเขาปีนไปนอนบนเตียงของจุนโนะแทน
เฮ้ย...ได้ไงง่ะ จุนโนะโวยลั่น ยังไงๆ ก็นอนคนเดียวอยู่ดีง่ะ
ก็แลกกันแล้วไง นายก็นอนไปเด่ะ ...เอ...ไม่เห็นเตียงมันจะดังตรงไหนเลย นี่ลองพลิกตัวหลายหนแล้วนะ
นายได้ยินเสียงอย่างอื่นหรือเปล่า?
บ้า....
นอนเถอะ จุนโนะ พรุ่งนี้เราต้องเรียนหนังสือนะ คาเมะว่าแล้วก็หันหลังให้ เขาอมยิ้มเมื่อหลอกจุนโนะได้
รายนั้นน่ะ อย่าหวังเลยว่าจะได้นอนสบายๆ ปล่อยให้กลัวผีซะให้เข็ด ....
จุนโนะล้มตัวลงนอน เมื่อคาเมะหนีไปนอนโน่นซะแล้ว เขาจะขยับตามไปนอนเตียงเดียวกันอีกก็ใช่ที่ เดี๋ยวจะหาว่าติดใจรสจูบ.......ก็เลยต้องพยายามข่มตาหลับให้จงได้
เสียงลมพัดอู้ดังแหวกอากาศมานานๆ ครั้ง นอกเหนือจากนั้นก็คือความเงียบ.......ไม่มีเสียงอะไรนอกจากเสียงพลิกกายของเขาเอง
มัวแต่หลอกผีจุนโนะ... คาเมะเองก็ชักจะกลัวๆ เหมือนกันเมื่อสายตาพุ่งตรงไปที่นอกระเบียง
....ผีเจ้าที่เดินตรวจระเบียง....เรื่องที่แต่งขึ้นมาเองเพื่อหลอกใครบางคน... แต่หลอกไปหลอกมา
ก็อดจินตนาการเองไม่ได้....ถ้าเกิดความเงียบมันหลอนแล้วเห็นไปเองล่ะ ......และถ้าเกิดมันมีจริงๆ
ล่ะ.....
...โอย......ไม่เอาดีก่า........
คาเมะเผ่นข้ามเตียงจนแทบจะนั่งลงบนตัวของร่างโปร่งที่นอนคว่ำหน้าอยู่รอมร่อ
เฮ้ย...อะไรง่า.. จุนโนะพูดเสียงอู้อี้ พลิกศีรษะหันมามอง เห็นเงาตะคุ่มๆ ของคาเมะอยู่เหนือกาย
เอ้อ...เตียงนายมันดังออดแอดจริงด้วย รำคาญง่ะ ...ขอนอนด้วยคนนะ
ก๊ะด๊ายยยย...เฮ่อ....นึกว่าจะแน่.... เสียงเปรยๆ ของจุนโนะดังขึ้นอย่างเยาะหยัน
.....ที่แท้คาเมะก็กลัวเหมือนกันละว้า...
ไอ้เสียงออดแอดของเตียงน่ะ มันมีซะที่ไหนกัน จุนโนะแกล้งพูดไปแบบนั้นเองแหล่ะ
ดังนั้นเป็นอันว่าคืนนั้นทั้งคืน คาเมะได้นอนข้างจุนโนะ ...ต่างคนต่างนอนหันหลังให้กัน แต่พอคาเมะหันหน้าออกทางระเบียง เขาก็สะดุ้งรีบพลิกกายหันไปทางเดียวกับจุนโนะ ........พอตกดึก เริ่มจะเคลิ้มหลับ เขาก็ก่ายทั้งแขนทั้งขา กอดจุนโนะไว้แนบกายทั้งคืน ......
คนกลัวผีสองคนก็เลยหลับได้สนิทจนถึงรุ่งสาง...............
**************************
โทโมะสะดุ้งตื่นเมื่อประสาทสัมผัสของเขาปลุกให้ตื่น มันเป็นเสียงรถมอเตอร์ไซค์ที่สตาร์ตอยู่ข้างล่าง
ใกล้กับหน้าต่างห้องของเขาเอง
เขาลุกขึ้นอย่างงัวเงีย สิ่งแรกที่ทำคือหันไปมองที่นอนข้างๆ ปรากฏว่าร่างของคุซาโนะหายไปแล้ว
เฮ้ย...คุ... โทโมะกระโจนไปที่หน้าต่าง ทันเห็นร่างเล็กของคุซาโนะกำลังขี่รถออกไปจากรั้วบ้านของเขา
คุ...คุซาโนะ...!! เขาตะโกนเรียกเสียงดัง แต่ร่างเล็กนั้นจะหันกลับมาหรือก็เปล่า
แสงสีแดงจากไฟท้ายรถดวงเล็กๆ นั้น เคลื่อนห่างออกไปจนเหลือแต่จุดเล็กๆ
อะไรวะ...จะรีบไปไหนแต่เช้ามืด โทโมะเดินมาทิ้งตัวบนเตียง เขาเหลือบดูนาฬิกา
ยังไม่หกโมงเช้าเลย คุซาโนะจะปลุกเขาสักนิดก็ไม่มี นี่คงจะรีบตื่นและก็รีบไปล่ะซิ
เฮ้อ...อ......อ...อ......
ลองสัมผัสดูบนหมอนที่คุซาโนะใช้หนุนนอน มีร่องรอยของความเปียกชื้นอยู่ที่นั่น
......น้ำตา.......
นี่แสดงว่าคุซาคงจะนอนร้องไห้ทั้งคืนเลยซินะ
โทโมะล้มตัวนอน มองเพดานห้อง อยากจะให้มันถล่มลงมาทับหัวจริงๆ เล้ย.... ทำไมตอนโตเป็นหนุ่มนี่มันถึงได้ยุ่งยากแบบนี้นะ
แล้วนี่คุซาโนะจะไปไหน จะกลับบ้านหรือเปล่า...จะไปเรียนมั้ย...แล้ววันนี้ล่ะ จะมองหน้ากันอย่างไร
คุซาโนะ สารภาพรัก
ส่วนเขาเอง กลับร้องปฏิเสธเสียงหลง
...ไอ้บ้าเอ๊ย...ทำไมตัวเองถึงไม่พูดอะไรที่ดีกว่านี้นะ อย่างน้อยก็ไม่น่าพูดแบบนั้นกับเพื่อนสนิทจนเขาต้องร้องห่มร้องไห้ขนาดนั้น.....
แต่ก็พูดไปแล้วนี่นะ....เขาคว้ามือถือมากำไว้ จะโทร. หาเพื่อนตัวเล็กดีมั้ย....แต่ก็นะ.....คุซาคงไม่รับสายหรอก...
เอาไว้ค่อยเจอกันที่โรงเรียนก็ได้ เขาจะได้ขอโทษ.......
โทโมะหมดกระจิตกระใจจะนอนต่อ เขาเดินอย่างซังกะตาย ฉวยผ้าขนหนูไปอาบน้ำ .......เอาน้ำเย็นรดหัวซะมั่ง
เผื่อความยุ่งยากใจจะบรรเทาลงมั่ง
*******************************
เสียงดังคลิ้กที่หน้าประตูห้อง และตามด้วยเสียงฝีเท้าที่เดินใกล้เข้ามานั้น ทำให้ร่างสองร่างที่นอนกอดก่ายกันบนเตียงลืมตาตื่น...
เมื่อมองเห็นหน้ากันใกล้ขนาดนี้ เขาทั้งสองก็......
เฮ้ย!! ทั้งจุนโนะและคาเมะกระเด้งตัวลงจากเตียงทันที เป็นเวลาเดียวกับที่คุณครูพยาบาลเดินหน้าตูมเข้ามาใกล้
นี่หมายความว่าไงเนี่ย....พวกเธอ!! คุณครูชี้ไปที่คาเมะ และปลายนิ้วหันมาทางจุนโนะสุเกะ
ใบหน้าบึ้งตึงมองลอดแว่นอยากรู้เต็มที่ว่า ทำไมสองหนุ่มรูปหล่อถึงไม่ได้กลับบ้าน
แต่มานอนเตียงเดียวกัน แถมสภาพที่เธอเห็นก็แทบช็อค ....ทั้งสองหนุ่มนอนกอดกันตัวกลมเชียว......
นี่.....บอกมานะ ว่ามาทำอะไรบัดสีที่ห้องพยาบาลของฉันหา? คุณครูเอ็ดตะโรลั่น
เปล่านะฮะ...พวกเรากลับบ้านไม่ได้ ประตูมันล็อคจากด้านนอก จะปีนหน้าต่างก็อยู่ตั้งชั้นสาม
จะปีนออกทางระเบียงก็ติดบานเกล็ด แล้วคุณครูจะให้พวกผมทำไงล่ะฮะ คาเมะพยายามอธิบาย
แล้วทำไมพวกเธอต้องนอนกอดกันด้วย
เมื่อคุณครูถาม จุนโนะก็หันขวับ เล่นงานคาเมะทันที
นี่นายแต๊ะอั๋งฉันเหรอ?
เปล่านะ... คาเมะสั่นหน้าอย่างแรง
ก็นายนอนกอดฉัน
นายก็ก่ายฉันเหมือนกันนี่
จุนโนะอึ้ง คงจะจริงง่ะแหล่ะ ก็กลัวผีนี่หว่า....แล้วตัวคาเมะก็อุ่นดีด้วยซิ...
อ้าว...ก็......เอ้อ....มันหนาว... คราวนี้เป็นเสียงจากจุนโนะสุเกะ ซึ่งคาเมะก็รีบรับสมอ้างทันที
จุนโนะเขากลัวผีด้วย
บ้า....ผีอะไรที่ไหนกัน? คุณครูขมวดคิ้ว
ก็ผีเจ้าที่ ..ผีผู้หญิงที่ชอบมาเดินตรวจระเบียงไงฮะ คาเมะเขาบอกว่าที่นี่มีผีดุ
จุนโนะชี้ไปที่คาเมะ
แต่คุณครูเท้าเอว แล้วบอกว่าเหลวไหล ไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้สักที
เธอไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน ที่นี่โรงเรียนใหม่นะยะ โดนใครเขาหลอกแล้วละเธอ
จุนโนะหันขวับมองหน้าคาเมะทันที เห็นฝ่ายนั้นทำหน้าแหยๆ จุนโนะพยักหน้าน้อยๆ หรี่ตา
ทำปากขมุบขมิบเป็นทำนองว่า
......นายหลอกผีฉันเรอะ.......
เอาล่ะพวกเธอ...รีบกลับออกไปได้แล้ว ...แต่..เอ....จุนโนะสุเกะ...ฉันจำได้ว่า
ฉันเจอเพื่อนของเธอที่ชื่อคุซาโนะนะ เมื่อเย็นวานเขาบอกว่าเขาจะมารับเธอกลับบ้าน
ครูก็เลยฝากแม่กุญแจให้เพื่อนเธอ ช่วยล็อคให้ด้วย นี่เขาไม่ได้มาปลุกพวกเธอหรอกหรือนี่?
คุณครูว่าพลางขมวดคิ้ว
จุนโนะอ้าปากค้าง
คุซาโนะ........เจ้าตัวเล็กนั่น...จะมาตามเขากลับบ้านงั้นหรือ ...ไม่นะ... ไม่เห็นมีใครมาตามเขาสักคน
เขาตื่นมาอีกทีก็โดนขังอยู่ในห้องกับคาเมะแล้ว
.....ถูกขัง....
แว่บแรก จุนโนะนึกถึงคำพูดของเพื่อนรักในเย็นวันหนึ่ง หลายวันมาแล้ว
นายช่วยกันคาเมะออกไปจากโทโมะหน่อยได้มั้ย?
.......ใช่แล้ว...
คุซาโนะเล่นตลกกับเขาและคาเมะเข้าให้แล้ว....เดี๋ยวเหอะ..อย่าให้เจอหน้านะ จะซัดให้น่วมเลยคอยดู......
แต่เท่าที่จุนโนะทำได้ก็เพียงแต่บอกว่า
คุซาโนะอาจจะไม่เห็นพวกผมก็ได้ เพราะฉากกั้นมันบังอยู่ ก็เลยอาจนึกว่ากลับบ้านไปแล้วมังฮะ
นี่ นายอย่าแก้ตัวแทนเพื่อนหน่อยเลย คาเมะกระซิบกระซาบ แต่จุนโนะเอาศอกกระทุ้งเอวไว้
คำรามในลำคอ พอคาเมะหันมอง ก็พบกับสายตาดุของคนข้างๆ มองมาเป็นเชิงปราม
จุนโนะรีบฉุดคาเมะออกนอกห้อง แต่พอออกมาได้เขาก็สลัดแขนคาเมะทิ้ง ทำท่าเหมือนกับรังเกียจเสียเต็มประดา
ร่างสูงเดินจ้ำอ้าวไปตามระเบียง คาเมะฉวยท่อนแขนจุนโนะเอาไว้ และลากมาหน้าห้องเก็บของ
หมายความว่าไง ...จุนโนะ..เพื่อนนายทำไมไม่ยอมปลุกเรา
ปลุกฉัน ไม่ใช่ปลุกนาย จุนโนะแก้ประโยค
เออ เหมือนกันนั่นแหล่ะ หมายความว่าคุซาโนะจงใจขังเราเอาไว้ใช่มั้ย?
ฉันไม่รู้...ก็อยากรู้เหมือนกับนายนั่นแหล่ะ จุนโนะเริ่มหน้าบึ้ง เมื่อคาเมะบีบแขนเขาไม่ปล่อย
แถมยังหรี่ตามองเขาอย่างค้นคว้าด้วย ใบหน้าคมยื่นมาจนแทบชิด .... คาเมะหัวเราะหึๆ
แล้วก็ถามว่า
เฮอะ....อย่าบอกนะว่า เพื่อนนายอยากให้เราอยู่ด้วยกันสองต่อสอง เพื่ออะไรบางอย่าง
บ้า....อย่ามองเพื่อนฉันแบบนั้นนะ แล้วเจ้าคุมันก็ไม่ได้ตั้งใจ
งั้นเรอะ...เฮอะ...นี่คงจะวางแผนอยากอยู่ใกล้ชิดฉันล่ะซิใช่ม้า....อยู่กับฉันสองต่อสอง
ได้จูบจากฉันด้วยนี่...สมใจละซี้
.......พลั่ก......
ร่างคาเมะเซแทบติดประตูเมื่อโดนแรงผลักจากจุนโนะ
เชอะ..ใครเขาอยากจะอยู่กับนาย คนอย่างฉันน่ะ ไม่ต้องวางแผนหรอกเว้ย!! นายเองง่ะแหล่ะอยากจะใกล้ชิดฉันเต็มแก่
ไอ้เต่าเอ๊ย... นายเองนั่นแหล่ะที่มากัด เอ๊ย มาจูบฉันก่อนง่ะ ใครกันแน่ที่อยากใกล้ชิด....จะบอกให้นะ
คาเมะ นายเป็นคนสุดท้ายที่ฉันจะคว้าเอามาเป็นแฟน รู้ไว้ซะ...ไอ้วิปริต!! จุนโนะชี้หน้าคาเมะ
จนนิ้วชี้แทบจะจิ้มไปกลางหน้าผากทีเดียวแหล่ะ ใบหน้าหวานงอสนิท ท่าทางเกรี้ยวกราดจนแทบจะฉีกคาเมะเป็นชิ้นๆ
จากนั้นร่างสูงก็สะบัดหน้าพรืด เดินกระแทกเท้าลิ่วๆ ไปทางตึกเรียน ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในชุดพละ
แต่จุนโนะก็ดูเหมือนจะไม่แคร์อะไรแล้ว
โกรธนะ.....มาว่าเขาวางแผนกับคุซาโนะ ขังเขาไว้กับไอ้หมอนั่น
โคตรจะหลงตัวเองเลย ไอ้บ้าเอ๊ย....ตัวเองง่ะแหล่ะเป็นคนเริ่มก่อนแท้ๆ มาจูบเราก่อนยังจะมาว่าอีก
ใครกันแน่ที่วางแผน จุนโนะบ่นงึมงำไปเรื่อยเปื่อย พอเลี้ยวมุมตึกก็แทบจะชนกับร่างเล็กของใครคนหนึ่งที่โผล่พรวดมาพอดี
เฮ้ย....ไอ้คุ!!
เฮ้ย...จุนโนะ!!
ทั้งคุซาโนะและจุนโนะอุทานออกมาพร้อมกัน ร่างสูงหยุดชะงักเมื่อเจอกับตัวต้นเรื่องพอดี
มานี่เลย...มานิ.... จุนโนะหิ้วคอเสื้อคุซาโนะ เดินลิ่วมาเจรจากันที่หลังต้นไม้บนสนามหญ้าหลังตึก
ร่างน้อยสั่นระรัวเมื่อเจอกับสายตาโกรธเกรี้ยวของจุนโนะเข้า
เขาเปล่าน้าาาา.....เปล่าขังนายน้าาา....
ไอ้คุ!!.....ฉันยังไม่ทันว่าอะไรเลย แบบนี้มันเข้าข่ายจงใจสร้างสถานการณ์นี่หว่า
จุนโนะทำท่าจะทุบกำปั้นใส่หัวคุซาโนะ จนเพื่อนตัวเล็กทำคอหด คำสารภาพพรั่งพรูออกมาจนหมดเปลือก
ตามด้วยเสียงสะอื้นฮักเมื่อเขาเล่าต่อถึงการสารภาพรักต่อโทโมะด้วย
จุนโนะที่ตอนแรกจะเอาเรื่องคุซาชะงักงัน ไม่คิดว่าคุซาโนะจะกล้าบอกโทโมะว่า....รัก.....
บอกไปแล้ว....สารภาพไปแล้ว.....และก็อกหักยับเยินเลยด้วย โทโมะปฏิเสธอย่างไม่ใยดี
..ฮึก.....ฉันน่ะ.....ไม่เหลืออะไรให้จรรโลงหัวใจอีกแล้ว....จุนโนะ..ะ.ะ.... คุซาโนะโผเข้าหาอกกว้างของเพื่อนตัวสูง
เกลือกกลิ้งใบหน้ากับอ้อมแขนของจุนโนะ
เออวะ...ไอ้คุ...เมื่อเขาไม่รัก นายก็ตัดใจซะเหอะ โทโมะน่ะมันชอบคนอื่นอยู่ นายก็น่าจะทำใจนะ
จุนโนะพยายามปลอบใจเพื่อน แต่ก็ยิ่งทำให้ร่างน้อยสะอื้นออกมาอีก
คนอื่นที่ว่าน่ะ คาเมะนะ ....สวยด้วย...แล้วก็ตัวขาว...บอบบาง...น่าทะนุถนอมกว่าฉันตั้งเยอะ...
จุนโนะสะดุ้งเฮือก....ไอ้ที่คุซาพร่ำพรรณนามานั่นน่ะ มันช่างตรงกันข้ามกับที่เขาเจอมาเมื่อคืนนี้เลยง่ะ
สักพักหนึ่ง คุซาโนะก็เงยหน้าขึ้น ใบหน้าฉ่ำน้ำตาเปียกชื้น ปลายจมูกแดงก่ำ เขาเขย่าแขนจุนโนะแรงๆ
พลางถามว่า
แล้วเมื่อคืนล่ะ จุนโนะ มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างนายกับคาเมะหรือเปล่า นายจัดการคาเมะหรือเปล่า?
เอ้อ....นายคิดว่าฉันจะทำอะไรคาเมะเหรอ? จุนโนะถามเสียงแผ่ว
ก็ฟันคาเมะน่ะซิ...นะ...นายปล้ำคาเมะหรือเปล่า?
จุนโนะสะดุ้งเฮือก รีบยกมือโบกว่อน
เปล่า.....เปล่า.......เอ้อ........คือว่า.....
โธ่....จุนโนะ ....โอกาสแบบนี้ นายน่าจะฉวยไว้นะ คาเมะสวยออก ถ้าได้กับนาย .....โทโมะอาจจะกลับใจก็ได้
เฮ้อ...อ...อ...เว้ย...... จุนโนะระบายลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่
นี่ถ้าเจ้าตัวเล็กมันรู้ว่า ที่มันคิดไว้น่ะ ตรงกันข้ามกับความเป็นจริงลิบลับเลย
คุซาโนะคงจะช็อค สลบเหมือดแน่ๆ เลยเนี่ย
xxxxxxx........เฮ้อ........ไอ้ที่จะโดนปล้ำน่ะ กรูต่างหากล่ะ.....แล้วคาเมะก็ไม่ใช่ฝ่ายรับด้วย....ใช่เปล่าหว่า....อันนี้ข้าพเจ้ายังไม่ได้พิสูจน์เสียด้วยซิ..........xxxxxx
********************************
คุซาโนะฟุบหน้ากับโต๊ะเรียนเมื่ออาจารย์ยังไม่เข้าสอน ง่วงแสนง่วง....เมื่อคืนแทบไม่ได้นอน
เพราะมัวแต่ร้องไห้ แล้วก็ดูหน้าดูตาตอนนี้ ตาบวมจนเพื่อนๆ คนอื่นมองมาแล้วก็ซุบซิบกัน
....
โทโมะยังไม่มา ...จวนจะโฮมรูมแล้ว นี่คงจะไม่อยากมาเห็นหน้าเขาแล้วใช่ไหม....
................ครืด....ด...ด...ด...ด........!!
ประตูห้องถูกเลื่อนอย่างแรง นักเรียนต่างรีบนั่งตัวตรง นึกว่าเป็นอาจารย์ประจำชั้น
แต่ร่างสูงโปร่งที่เดินฉับๆ เข้ามาก็คือ
โทโมะฮิสะ ยามะชิตะ
ร่างโปร่งยิ้มให้จุนโนะนิดหนึ่งเป็นการทักทาย แล้วก็เหลือบมองร่างเล็กที่นอนฟุบกับโต๊ะไม่สนใจใคร
โทโมะเดินมาหยุดตรงหน้าคุซาโนะ แล้วก็เอื้อมมือออกมา หมายจะแตะที่ท่อนแขนเพื่อน
แต่แล้วก็ต้องชะงักค้าง เมื่ออาจารย์เดินเข้าห้องมาพอดี ร่างสูงจึงจำใจเดินไปนั่งยังที่ของตัวเอง
เอ้า..ตั้งใจฟังหน่อย...... อาจารย์กางโปสเตอร์แผนที่สถานที่ตั้งของเมืองๆ หนึ่ง
แล้วก็บอกว่า
เราจะไปทัศนศึกษากันจ้า...เด็ก...ๆ... พอสิ้นเสียงอาจารย์ เสียงเฮของนักเรียนก็ดังขึ้นทั่วห้อง
แถมด้วยการเป่าปาก กระทืบเท้ากันเปี๊ยวป๊าว
ที่ไหนฮะ....
ที่เมืองนาราจ้ะ เราจะไปเที่ยวชมวัดกัน
ไปวัด!! นักเรียนทั้งชั้นอุทานออกมาพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย ตามด้วยเสียงร้องเฮ้อ..
อาจารย์ก็เลยทำหน้าดุ
เข้าวัดซะมั่งซิพวกเธอ เที่ยวเกมส์เซ็นเตอร์กันพอแล้วมั้ง...ทริปนี้ไปสี่วัน สามคืน....แล้วก็ไปอย่างสงบเสงี่ยมด้วย
เอาลิงเก็บไว้ที่บ้านนะยะ ...อีกสองอาทิตย์เท่านั้นเอง ..เอ้า...กระฉับกระเฉงกันหน่อย....คุซาโนะ...เธอไปอดหลับอดนอนที่ไหนมายะ?
อาจารย์คอยืดคอยาวมองหนุ่มน้อยที่นั่งตาปรืออยู่ริมห้อง จุนโนะสะกิดแขนเพื่อนเบาๆ
เป็นเชิงเตือน ทำให้คุซาโนะยิ้มเรี่ยราดให้อาจารย์
ไม่สบายหรือเปล่าจ๊ะ?
เปล่าฮะ... คุซาโนะรีบก้มหน้าซ่อนดวงตาช้ำของตัวเอง เขาเผลอหันไปมองที่นั่งข้างๆ
เห็นแล้วก็สะดุ้งเฮือก เมื่อพบกับดวงตากลมโตของโทโมะมองมาด้วยความห่วงใย
คุซา..... เสียงเรียกเบาแสนเบาดังออกมาจากปากของโทโมะ
......... คุซาโนะเมินกลับไปมองหน้าห้อง
คุ.........
.......... เงียบฉี่คือคำตอบ
คุซาโนะ..... โทโมะเรียกเสียงดังขึ้นอีกนิด แต่ร่างเล็กกลับนั่งก้มหน้าก้มตาเอาแต่ขีดเขียนตัวหนังสือบนเศษกระดาษใบเล็ก
ไอ้คุ........
อ่ะ.... คุซาโนะยื่นเศษกระดาษให้โทโมะ ร่างสูงมองหน้าด้านข้างของเพื่อนแล้วก็ถอนหายใจ
อะไรง่ะ?
โทโมะคลี่กระดาษออกอ่าน
ในนั้นปรากฏตัวหนังสือตัวเบ้อเริ่มเขียนเอาไว้ว่า
........ฉันขอโทษ......
........ที่ทำให้นายลำบากใจ......
.......ลืมเรื่องที่ฉันพูดทั้งหมดเถอะนะ.......
......ฉันจะพยายามตัดใจจากนายให้ได้........
โทโมะเงยขึ้นจากตัวหนังสือ เขาหันไปมองหน้าคุซาโนะ เห็นรอยยิ้มเจื่อนๆ แฝงแววเศร้าอยู่เต็มเปี่ยม ใบหน้าหวานคมของเพื่อนตัวน้อยแดงระเรื่อ เมื่อเขามองหน้าคุซาโนะก็เหมือนจะเห็นน้ำตารื้นขึ้นมาทันที คุซาโนะรีบเมินกลับไปมองอาจารย์ที่ยังคงพูดแจ๋วๆ เรื่องไปทัศนศึกษาหน้าห้อง สักพักก็รู้สึกว่ามีเศษกระดาษส่งคืนมาให้
เขาแอบเปิดอ่าน เห็นลายมือของโทโมะเขียนตัวใหญ่ไม่แพ้กัน ตอบมาว่า
...........ฉันขอโทษ.......
..........ที่ทำให้นายร้องไห้........
.........ขอโทษจริงๆ......
......เรายังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมใช่ไหม??.......
คุซาโนะเงยหน้ามองโทโมะ พยักหน้าให้ เป็นการยอมรับ
แต่ในใจจริงล่ะ ความสัมพันธ์ของเขาสองคนจะยังคงเหมือนเดิมหรือเปล่า
เมื่อคืนเขานอนร้องไห้ แต่ไม่ได้หลับ รับรู้ทุกอย่าง รู้แม้กระทั่งสัมผัสแผ่วเบาของอุ้งมืออ่อนโยนของโทโมะที่ลูบเรือนผมของเขา ราวกับจะขอโทษและปลอบใจ...... แค่นั้นก็ดีแล้ว.....อย่างน้อยโทโมะก็ไม่ได้รังเกียจเขา......แต่จะข้ามขั้นหรือเปล่านั้น หัวใจของคุซาโนะคงต้องทำใจไว้ล่วงหน้าละมัง
จุนโนะนั่งอยู่หลังคุซาโนะและโทโมะ ก็เลยแอบมองเพื่อนสองคนส่งสาสน์โต้ตอบกัน ข้อความในจดหมายสั้นๆ นั้นทำให้เขานึกเห็นใจทั้งสองมาก ....มองด้านหลังของคุซาโนะแล้วก็สงสาร ไหล่ลู่ ศีรษะก้มต่ำ ...นี่เพื่อนคงจะทรมานหัวใจน่าดูเลยซินะ
......นี่เขาคงต้องหาทางช่วยคุซาโนะเสียแล้ว....จะปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้ไง.....
*********************************
to be continue