
Outside My Window...5
++++++++++++++++++++++++++++++
เช้าวันจันทร์อันสดใสเริ่มต้นขึ้น... จุนโนะตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่เบิกบาน
เขาลุกไปยืนบิดขี้เกียจข้างหน้าต่าง จากม่านสีขาวบางเบานั้นเขาเห็นภาพลางๆ ยามเช้าของทิวทัศน์ข้างนอกได้ดี
เด็กหนุ่มผูกชายผ้าม่านเหน็บไว้ข้างกรอบหน้าต่าง เขาหยิบฝักบัวรดน้ำต้นไม้ที่วินโดว์
บ็อกซ์ด้านนอก อันเป็นกิจวัตรประจำวันของทุกเช้า
วันนี้มีน้ำค้างแตะแต้มบนกลีบของดอกไม้ที่แข่งกันบานสะพรั่ง เห็นแล้วน่าชื่นใจจริงๆ
เขาชำเลืองบ้านตรงกันข้าม หน้าต่างห้องของคาเมะยังคงปิดสนิท กรอบบานกระจกที่เห็นผ้าม่านบางๆ
ยังคงเงียบเชียบ ไม่มีทีท่าว่าเจ้าของห้องจะลุกมาเปิดแต่อย่างใด...เอ...หรือว่าคาเมะจะไม่ไปโรงเรียนในวันนี้
เพราะเมื่อวานอาการคงจะหนัก
จุนโนะพยายามเขม้นมองเข้าไปภายในห้องของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่เห็นอะไรชัดนัก เขาจึงเลิกความสนใจ
เตรียมตัวไปโรงเรียนดีกว่า จะได้ไปเม้าท์เหตุการณ์เมื่อวานให้เพื่อนๆ ฟัง
เด็กหนุ่มจูงมอเตอร์ไซค์ออกมาหน้าบ้าน พบกับคุณนายคาเมนาชิพอดี
จุนโนะโค้งคำนับให้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
คุณน้าจะไปไหนแต่เช้าฮะ? เด็กหนุ่มถาม
ไปตลาดจ้ะ วันนี้ว่าจะทำข้าวต้มให้เจ้าตัวดีเขาสักหน่อย เมื่อวานไม่รู้ว่าไปมีเรื่องชกต่อยกับใครที่ไหน
สะบักสะบอมกลับมาเชียว
โถ....ที่แท้ก็นอนหยอดน้ำข้าวต้ม จุนโนะทำเสียงแก่แดด นึกสมเพชคาเมะตะหงิดๆ
จุนโนะว่าไงนะจ๊ะ? คุณน้าหันมาเลิกคิ้วถามเมื่อได้ยินเสียงจุนโนะพูดเบาๆ
เปล่าฮะเปล่า...เอ้อ...คุณน้าซ้อนรถผมไปก็ได้ เดี๋ยวผมจะไปส่งให้นะฮะ ผ่านตลาดอยู่แล้ว
ก็ดีจ้ะ ขอบใจนะ....จุนโนะนี่เด็กดีจริงๆ แม่ของคาเมะชมด้วยความจริงใจ
ขอบคุณฮะ ยิ้มรับคำชมหน้าบานเชียว จุนโนะพาแม่คาเมะซ้อนรถ และก็ขี่อย่างช้า
ระวังไม่ให้ผ่านที่น้ำขัง ระหว่างทางก็คุยกันไปด้วย
แม่ของคาเมะดูจะมีท่าทางเฉยเสียเหลือเกินเมื่อเห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนไปมีเรื่องชกต่อยกับชาวบ้าน
ชินแล้วล่ะจ้ะ...คาเมะเขาลูกผู้ชาย เรื่องแค่นี้นิดหน่อย คุณแม่ว่าเข้านั่น
จุนโนะก็เลยอือออไปด้วย
วันนี้ก็เลยหยุดเรียน เออ...จุนโนะ น้าขอร้องอย่างหนึ่งได้มั้ยจ๊ะ?
ได้ฮะ
ช่วยเอาสมุดเลคเชอร์ของเพื่อนคาเมะมาให้หน่อยนะจ๊ะ เขาฝากบอกกันไว้แล้ว...คาเมะไปโรงเรียนไม่ได้แบบนี้
มะรืนก็มีเทสต์ด้วย
ได้ฮะ แล้วผมจะเอามาให้ จุนโนะรับปากรับคำ พอดีถึงตลาด คุณน้าเพื่อนบ้านลูบหลังลูบไหล่หนุ่มน้อยหน้าหวานเป็นการขอบใจ
จากนั้นจุนโนะก็ห้อรถไปโรงเรียน.......
**********************************
เฮ้ย...จุนโนะ... หนีเอาตัวรอดคนเดียวนะเมื่อวานน่ะ หายหัวไปไหนมา?
เป็นประโยคแรกที่โทโมะเอ่ยทักทายเมื่อจุนโนะเข้าไปในห้องเรียน
พาคนเจ็บส่งโรงหมอ
ใครวะ?
ก็คาเมะยอดยาหยีของนายน่ะแหล่ะ
โฮ้ย....ทำไมแกไม่เรียกฉัน หา? อย่างนี้เอาหน้าคนเดียวนี่หว่า โทโมะทิ้งตัวลงนั่ง
ทำเสียงคร่ำครวญให้จุนโนะหมั่นไส้เล่น
เรียกกับผีอะไรวะ พอฉันตะโกนบอกว่าตำรวจมา พวกนายก็เผ่นกันแน่บ ไม่เหลือสักคน
ทิ้งฉันกับไอ้หมอนั่นอยู่กันสองคน แล้วอีกอย่างง่ะนะไอ้พี ...ฉันก็ไม่ได้ทำเอาหน้าด้วย
เพราะไม่มีความจำเป็นอะไรที่ฉันต้องไปหลีกับเจ้านั่น เกลียดขี้หน้าจะตายชัก
อ๋อ...เป็นนายหรอกเรอะที่เสือกตะโกนบอกว่าตำรวจมา โทโมะพยักหน้าขึ้นลงอย่างเข้าใจเต็มที่
แล้วแกก็นะไอ้พี ไหนว่าชอบคาเมะไง แล้วหนีเอาตัวรอดก่อนทำไมวะ ทำไมไม่เข้าไปช่วยเขา
ก็...แหะ...แหะ...ตอนนั้นมัน...อ๋อ..อ..อ.....อ....นี่เลย...ไอ้คุ..ไอ้คุมันฉุดฉันให้วิ่งหนีก่อนเลยอ่ะ
โทโมะเขย่าไหล่คุซาโนะที่กำลังนั่งฟังเพื่อนคุยกัน
เออ...ฉันฉุดนายมาก็เพราะ...เพราะมันจวนตัวหรอกวะ ไม่รู้นี่ว่าอยากจะเข้าไปช่วยคาเมะจนตัวสั่นแบบนั้น
ฮึ!! คุซาว่าแล้วก็เดินสะบัดหน้าพรืดไปยืนกอดอกหน้ามุ่ยที่ริมหน้าต่าง ไม่สบอารมณ์
นึกดีใจที่จุนโนะซิวเอาตัวคาเมะไปเสียได้ แต่โทโมะก็ยังคร่ำครวญถึงอยู่ดีนั่นเอง
คุซาโนะมองโทโมะกำลังถามจุนโนะเรื่องที่คาเมะป่วย ไม่มาเรียนในวันนี้ เห็นแล้วก็หมั่นไส้
นี่ถ้าจุนโนะสนใจในตัวคาเมะก็จะดีไม่น้อยเชียว แต่จะทำอย่างไรดีล่ะที่จะให้มันเป็นอย่างนั้นได้
...จุนโนะกับคาเมะ ...และโทโมะกับเขาเอง....คงมีสักวันหรอกนะ
...............
ตกตอนเย็น เพื่อนของคาเมะก็วิ่งกระหืดกระหอบเอาสมุดเลคเชอร์มาให้จุนโนะถึงห้อง
เด็กหนุ่มรับเอามาแล้วก็หันไปทางโทโมะ
ไงจะไปเยี่ยมคาเมะหรือเปล่า สุดที่รักเจ็บปางตายทั้งที จุนโนะถาม
แต่อีกฝ่ายชูสมุดแฟ้มในมือแล้วก็บอกว่า
ประชุมชมรมโว้ย...ไปคุ...เดี๋ยวเข้าสาย เขากระตุกแขนคุซาโนะออกไป นึกเสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้ไปเยี่ยมคาเมะกับจุนโนะ
แต่คุซาโนะซิ ทำท่าดีใจจนออกนอกหน้า ที่เขาไม่ได้ไปกับจุนโนะ
.........................
ที่บ้านคาเมนาชิ....
จุนโนะเหลียวหาอะไรบางอย่างเมื่อมายืนอยู่ในห้องรับแขกของบ้านคาเมนาชิ คุณพ่อของคาเมะมาเห็นเข้าก็ยิ้มให้
มองหาอะไรเอ่ย จุนโนะ?
เอ้อ...ชิโร่ ..เจ้าชิโร่ไม่อยู่ใช่มั้ยฮะ? เด็กหนุ่มถามยิ้มๆ คุณพ่อคาเมะส่ายหน้า
จุนโนะอยากเล่นกับชิโร่จังหรือไง?
ชิโร่จัง??? จุนโนะปล่อยลมพรืดออกมา
อะไรจะเรียกชื่อซะน่ารักขนาดนั้น ... ไอ้กิ้งก่าเผือก ตาตี่เอ๊ย...
ชิโร่จัง...เอ...ไม่รู้คาเมะเอาไปผูกไว้ที่ไหน สงสัยจะอยู่บนต้นไม้ละมัง
หนูจุนโนะเอาสมุดมาให้ไอ้แสบหรือไง ขึ้นไปบนห้องเลย...เดี๋ยวน้าจะไปกินเลี้ยงซะหน่อย
ฝากดูมันหน่อยนะ คุณน้าเพื่อนบ้านตบบ่าจุนโนะแปะ แปะ แล้วก็หิ้วเสื้อสูทมาถือไว้
พอดีกับที่คุณแม่ของคาเมะเดินออกมาจากในครัว พอเห็นจุนโนะก็ยิ้มแป้น
แหม..จุนโนะมาพอดี น้าฝากดูคาเมะหน่อยนะจ๊ะ พอดีต้องไปงานเลี้ยงกะทันหัน น้าอุ่นข้าวต้มให้แล้ว
จุนโนะจะกินกับคาเมะด้วยก็ได้ น้าทำหม้อใหญ่เลยนะ ...ฝากด้วยน้า...
พูดเสร็จก็เดินมาหยิกแก้มเขาอีกที จากนั้นพ่อของคาเมะก็คล้องแขนคุณน้าผู้หญิงออกไปขึ้นรถหน้าตาเฉย
ปล่อยให้จุนโนะยืนงง
อะไรฟะ...นึกจะไปก็ไป แถมฝากลูกชายไว้กับเราอีก นึกว่าเราอยากจะขึ้นไปที่ห้องนั้นหรือไงนะ
จุนโนะเดินบ่นอุบ แต่ก็ขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านจนได้
ยืนรีรออยู่หน้าห้องของคาเมะสักครู่ก็เคาะประตูเข้าไป
หือ? เจ้าของห้องหันขวับมามองเพื่อนบ้าน คาเมะนั่งอยู่ริมหน้าต่าง บานเดียวกับที่ตรงกับห้องของจุนโนะนั่นแหล่ะ
นี่แสดงว่าคาเมะคงรู้ตั้งนานแล้วซินะว่าเขามาหา
เอาสมุดมาให้ เพื่อนนายฝากบอกด้วยว่า จะตายเมื่อไรจะได้มางานศพ จุนโนะว่าเข้านั่น
ปากดีนักนะ คาเมะทำหน้าดุใส่ แต่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น จุนโนะเดินเข้าไปใกล้
หรี่ตามอง
สารรูปของคาเมะไม่ดีขึ้นจากเมื่อวาน ดูจะช้ำหนักเข้าไปอีก โหนกแก้มก็บวม
ปากก็เจ่อ นี่ยังไม่ได้สำรวจตามตัวอีกนะ แต่กระนั้นก็ยังมีท่าว่าจะปากจัดไม่เลว
เป็นไงมั่ง...? จุนโนะถาม
ก็ดี...ไม่ต้องไปเรียน ได้นอนเต็มที่ สุขสุดๆ ถ้าอยากสบายอย่างฉันก็ยอมให้เพื่อนร่วมแก๊งค์ตื๊บเล่นสักทีสองทีก็ดีนะ
คาเมะ!! จะบ้าหรือเปล่านายง่ะ
........... คาเมะไม่ตอบได้แต่หัวเราะเบาๆ เขาเมินหน้าออกไปนอกหน้าต่าง ดูทิวทัศน์ภายนอก
แล้วก็เบือนกลับมาถาม
นี่....เปลี่ยนเป็นต้นกุหลาบแล้วเหรอ คาเมะชี้ไปที่วินโดว์ บ็อกซ์ของหน้าต่างบ้านจุนโนะ
อือ...ทำไมรู้ง่ะ?
ก็เห็นอยู่ทุกวัน...ทำไมจะไม่รู้ว่าห้องนายปลูกต้นอะไรบ้าง
อ๋อ...นี่แสดงว่าแอบดูห้องของฉันอยู่ตลอดเลยล่ะซิ...แย่จัง... ไม่มีมารยาท ทีฉันยังไม่อยากรู้เลยว่าห้องนายเป็นไง
จุนโนะว่าแล้วก็เดินสำรวจห้องของคาเมะ ทำเอาเจ้าของห้องส่ายหัว
...ไหนว่าไม่อยากรู้ไง ว่าห้องเขามีอะไรบ้าง เดินสำรวจซะขนาดนั้น....
จุนโนะเดินดูโน่นดูนี่อย่างสนใจ เป็นครั้งแรกที่เขาเข้ามาในห้องนี้
ห้องของคาเมะไม่เล็กนัก แต่ก็ไม่ใหญ่มาก ดูเหมือนจะใหญ่กว่าห้องของเขาอีกล่ะมัง
บนฝาผนังมีโปสเตอร์นักเบสบอลด้วย แถมยังมีธงผ้าของสโมสรดังๆ ของญี่ปุ่นและอเมริกาอีก
ไม่เคยรู้เลยนะว่า คาเมะคนนี้จะคลั่งไคล้กีฬาเบสบอลถึงขนาดนี้ จุนโนะหยิบไม้เบสบอลที่วางอยู่ในตะกร้าขึ้นมา
ทำเป็นเหวี่ยงไปทางคาเมะจนคนมองหลบวูบ
คิก...คิก..แค่นี้ทำหลบ จุนโนะว่า แล้วก็โยนไม้กลับเข้าที่เดิม เขาเดินมาหยุดข้างหน้าต่างใกล้ๆ
กับที่คาเมะนั่งอยู่ มองออกไป นอกจากจะเห็นมุมมองของบ้านตัวเองจากหน้าต่างห้องบานนี้แล้ว
...จุนโนะยังเห็นเหตุการณ์ภายในบ้านของเขาที่ชั้นล่างอีกด้วย เห็นแม้กระทั่ง
พ่อของเขาออกมาเช็ดรถยนต์อยู่ที่โรงรถ และพี่สาวคนสวยนั่งอ่านหนังสือที่ใต้ต้นไม้ริมรั้ว
จุนโนะหันกลับมามองหน้าคาเมะ แล้วก็มองแขนที่วางทอดยาวตลอดแนวขอบหน้าต่าง จากนั้นก็ไถลมองไปที่ต้นไม้ของคาเมะในวินโดว์ บ็อกซ์ ในนั้น มีต้นอะซาเลียขึ้นสวยงาม แถมยังมีต้นอะไรก็ไม่รู้ที่เขาไม่รู้จัก ออกดอกสีขาวงามสะพรั่ง
บางที......เราได้คุยกันแบบนี้ก็ดีนะ อยู่ๆ คาเมะก็พูดขึ้น ทำให้คนฟังหันขวับมามอง
เพิ่งรู้หรือไง...ถ้านายไม่เอาเจ้าสัตว์ประหลาดมาเลี้ยง ฉันก็จะญาติดี จะพูดดีด้วย
สัตว์ประหลาดที่ไหนกัน แค่กิ้งก่าธรรมดาๆ
บ้าเด่ะ...กิ้งก่าธรรมดาที่ไหนมันจะตัวใหญ่ขนาดนี้ฟะ....ฉันไม่ชอบกิ้งก่า ...เกลียด...
รู้มั้ย เกลียดตั้งก๊ะเด็ก...พวกสัตว์เลื้อยคลานเนี่ย ไม่เอาง่ะ ...เออ...แล้วนายเอาเจ้าชิโร่ไว้ไหนง่ะ
จุนโนะถาม
ทำไม อยากเจอหรือไง?
หวาาา....จะบ้าเรอะ...ถามเพื่อความปลอดภัยของตัวเองต่างหาก ถ้าอยู่ใกล้ฉันจะได้ไป
........... คาเมะไม่ตอบ ได้แต่นั่งหัวเราะชอบใจ ดูสีหน้าท่าทางของเพื่อนบ้านตัวสูงคนนี้แล้วก็ขำ
จุนโนะคงจะไม่ชอบชิโร่เอามากๆ ซินะ ถึงทำท่าขนลุกขนพองได้ถึงขนาดนี้
ชิโร่ไม่อยู่ตรงนี้หรอก
อือ.....งั้นก็ดี จุนโนะถอยหลังไปนั่งที่เตียงของคาเมะ เตียงที่มีร่องรอยของการนอนมาตลอดทั้งวัน
นี่...แม่นายให้ฉันมาดูแลนายนะ ฉันกะว่าจะเอาข้าวต้มให้นายกินแล้วก็จะกลับ หมดกันทีภารกิจของฉัน
โอ้โห...ถือเป็นภารกิจเลยเหรอ คาเมะถาม เขากางโต๊ะเล็กๆ ทรงญี่ปุ่นตรงหน้าเตียง
แล้วก็นั่งขัดสมาธิ
ก็ใช่ง่ะซิ...จะรีบไปทำการบ้านด้วย หิวยัง? เดี๋ยวจะเอาข้าวต้มมาให้นะ จุนโนะพูดแล้วเดินไปชั้นล่าง
คาเมะนั่งรอสักครู่ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของจุนโนะดังใกล้เข้ามา ร่างสูงเดินปากมันเข้ามาพร้อมกับชามข้าวต้มในมือ
วางถ้วยกระเบื้องที่มีชามข้าวต้มกุ้งอยู่สองสามตัวตรงหน้าคาเมะ
คาเมะมองข้าวต้มในชามแล้วก็เงยหน้าขึ้นถาม
ทำไมมีกุ้งแค่สามตัวเองง่ะ เมื่อเช้าแม่ทำให้ฉันมีกุ้งตั้งเต็มชาม?
จุนโนะฟังแล้วก็ยิ้มเรี่ยราด ทรุดตัวลงนั่งตรงกันข้าม
ฉันเห็นว่านายคงกินได้แต่ข้าวต้มเละๆ ฉันก็เลยช่วยสงเคราะห์กินกุ้งให้ไง กินกุ้งมากไม่ดีรู้เปล่า
ของแสลง ...เออ... แล้วก็เมื่อกี้น่ะ......เอ้อ...พอดีเห็นฮอทด็อกของใครไม่รู้อยู่ในไมโครเวฟ
ฉันก็เลยช่วยซัดซะ อร่อยเป็นบ้าเลย
ไอ้...ไอ้จุนโนะ...นั่นมันไส้กรอกช้านนน.... คาเมะแทบจะเข้าไปบีบคอจุนโนะ แต่อีกฝ่ายสปริงตัวผึงเดียวก็กระโดดขึ้นไปนั่งบนเตียงของเจ้าของห้องแล้ว
แหม...ก็นายกินไม่ได้อยู่แล้วนี่นา....
ไอ้บ้า...นั่นมันของโปรดของฉันเลยด้วย ...แม่ไม่ได้บอกนายหรือไง ว่าเก็บเอาไว้ให้ฉันน่ะ...บ้าเอ๊ย
...เอาไส้กรอกของฉันคืนมานะ คาเมะกระโจนตาม คราวนี้จุนโนะมุดตัวเข้าไปหลบอยู่ใต้โปงผ้าห่ม
เอาผ้าคลุมตัวเองซะมิดชิด รู้สึกว่าคาเมะพยายามจะดึงชายผ้านั้นออก จุนโนะนั่งหัวเราะคิกคักที่ได้แกล้งคนป่วย แต่ว่าขณะที่เขาก้มตัวหลบมือคาเมะที่กำลังคว้าเขาจากนอกผ้าห่มนั่นเอง เขาก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างสากๆ ที่กำลังไต่ขึ้นมาบนหน้าตักของเขา จุนโนะเอื้อมมือไปคลำด้วยความสงสัย
......อะไรหว่า......
ลำตัวสากๆ เหมือนกับจะมีเกล็ดเล็กๆ แล้วอะไรบางอย่างที่แข็งๆ ยาวๆ
เหมือนกับ....เหมือนกับ....หางของตัวอะไรบางอย่าง
เขาใจหายวาบ ....หรือว่าจะเป็น....
จุนโนะสลัดผ้าห่มออก ...มองไปยังเจ้าสิ่งนั้น....อะไรบางอย่างเบื้องหน้าของเขานั้น
กำลังจ้องหน้าจ้องตาเขา ...มันกำลังกระดืบๆ ขึ้นมานอนขดตัวนิ่งบนตัก ดวงตาเรียวตี่มองสบตาตี่ของจุนโนะเขม็ง
จ๊าก...ก...ก..ก...ส......ไอ้ชิโร่...โร่.......!! จุนโนะแหกปากร้องลั่น
เขาผงะออก จะปัดกิ้งก่าสีขาวออกก็ขยะแขยงเต็มทน มือคว้าได้ท่อนแขนของคาเมะก็กระชากลงมา
สองขาก็ดิ้นเร่าๆ ชี้มือไปที่กิ้งก่าตาตี่
เอา..เอา....เอามันออกไปเดี๋ยวนี้นะ...!!
อะไรเล่า...นายมาบุกรุกที่ของมันเองนี่นา
ไอ้เมะ...แก....ไอ้บ้า เอามันลงไปจากตักฉันนะ!! จุนโนะกระชากคอเสื้อคาเมะมาใกล้
แล้วก็เขย่าๆ จนคาเมะต้องจับมือของจุนโนะไว้ เขากดร่างเพรียวไว้กับเตียง แล้วก็เขี่ยเจ้าชิโร่ให้ลงไปคลานที่พื้นข้างล่างอย่างรวดเร็วจนจุนโนะยังไม่รู้ตัว
จุนโนะยังคงดิ้นเร่าๆ ฟาดแข้งฟาดขา จนคาเมะอยากจะแกล้ง ...เขาก็เลยใช้หมอนมาวางที่หน้าตักของจุนโนะแทน
เอาออกไปหรือยังง่ะ? จุนโนะถามเสียงหอบ
ยัง...มันไม่ยอมไป
ไอ้บ้าเอ๊ย...
อยู่เฉยๆ ซิ คาเมะสั่ง อีกฝ่ายจึงได้แต่นอนตัวแข็งทื่ออยู่อย่างนั้น หยุดดิ้นแล้ว
...ลมหายใจหอบสะท้านเมื่อเกิดความรู้สึกกลัว
คาเมะหัวเราะคิกคัก มองหน้าแดงก่ำของจุนโนะอย่างขันๆ
ไหนว่าแมน...เห็นแล้วอยากจะหัวเราะให้ฟันหลุดจริงๆ หน้าตาแดงระเรื่อ ผมเผ้ายุ่งเหยิงแบบนี้ แถมริมฝีปากก็สั่นระริก
โฮ้ย...แบบนี้จะแมนไปได้ไง...เขาต่างหากล่ะที่แมนทุกกระเบียดนิ้ว
แมนกว่าเจ้าหมอนี่ตั้งเยอะ...
คาเมะมองหน้าหวานที่นอนตัวสั่นระริกอยู่ด้านล่าง แล้วก็ผ่อนลมหายใจยาว ทำไมท่านอนของเจ้าหมอนี่มันเร้าอารมณ์หนุ่มให้กระเจิดกระเจิงแบบนี้นะ....
ไป...ไปหรือยัง? จุนโนะถามเสียงสั่นพร่า น้ำตาเริ่มปริ่มที่ขอบตา เห็นแล้วคาเมะก็สงสาร
เขาเอื้อมมือลงเบื้องล่าง ปัดหมอนออกจากหน้าตักของจุนโนะ แล้วก็บอกว่า
มันลงไปแล้ว... เขาฉุดแขนจุนโนะให้ลุกขึ้นนั่ง สิ่งแรกที่ร่างสูงทำก็คือ ...สำรวจเนื้อตัวของตัวเอง
แล้วก็ชำเลืองมองที่พื้น เห็นเจ้ากิ้งก่าคลานไปซุกตัวนอนบนผ้าห่มที่เขาปัดลงไปกองที่พื้นเมื่อสักครู่
นายไปนอนบนที่นอนของมัน รู้เปล่า?...ไม่ใช่ความผิดของชิโร่สักหน่อย คาเมะว่า
เขายังคงนั่งชิดกับจุนโนะบนเตียง
บ้าเด่ะ...ใครจะไปรู้ล่ะว่า นายมันวิปริตเอากิ้งก่ามานอนด้วยแบบนี้น่ะ
ไม่ได้นอนด้วยซะหน่อย ก็ฝนมันตก แล้วข้างนอกมันแฉะ...ชิโร่ไม่ชอบที่ชื้น ฉันก็เลยเอามันมานอนด้วย
ไอ้โรคจิต...
นี่คำก็โรคจิต สองคำก็บ้า...เดี๋ยวจับชิโร่ยัดปากซะเลยดีมั้ย?
ไอ้บ้า...วิปริต จุนโนะด่าเพิ่มอีกคำ ทำให้คาเมะลุกขึ้น รวบสองมือของจุนโนะไว้ด้วยกัน
เขาเหลียวหาชิโร่ แล้วก็ลากจุนโนะลงมาจากเตียง
เฮ้ย...ปล่อยน้า... ตะโกนร้องเสียงหลง ตัวเนื้อสั่นของร่างสูงทำให้คาเมะได้ใจ
เขาพยายามลากจุนโนะไปที่ชิโร่นอน แต่ก็ถูกร่างนั้นดึงกลับอย่างแรงทำให้ล้มกลิ้งไปบนเตียงทั้งคู่
จุนโนะอยู่ล่าง คาเมะอยู่บน
โอ๊ย.... จุนโนะร้องเบาๆ เมื่อหน้าบวมของคาเมะแล้วก็ปากเจ่อๆ นั่นแตะอยู่ที่มุมปากของเขาพอดี
หึ้ย....บ้า..ลงไปนะ...อย่ามาจูบฉันนะ!! จุนโนะทุบไหล่คาเมะดังอั่ก
บ้า...ใครอยากจะจูบนาย มันเป็นอุบัติเหตุโว้ย... คาเมะยันตัวให้ลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล
เจ็บหน้าจะตายชัก ดันเอาหน้าช้ำๆ ไปติดกับหน้าหวานของจุนโนะซะนี่...ซวยชะมัดเลย
แต่เอ........ปากไอ้หมอนี่ก็นุ่มดีเหมือนกันนี่หว่า...
อืมมม... คาเมะถอยหน้าออกมา มองริมฝีปากแดงระเรื่อของคนนอนล่าง
เห็นแล้วก็คิดว่า ทำไมจุนโนะมีริมฝีปากที่เย้ายวนถึงเพียงนี้นะ
จะ...จะทำไรง่ะ? จุนโนะครางกระท่อนกระแท่น เมื่อเห็นคาเมะค่อยๆ โน้มปากเจ่อของตัวเองลงมา
อ๊ะ?...
ลงไปจากตัวฉันเดี๋ยวนี้นะ!!
เออ...วะ คาเมะถอยหน้ากลับมาซะงั้น ลงไปจากตัวของจุนโนะ แล้วก็รีบไปนั่งขัดสมาธิ
กินข้าวต้มต่อ ทำราวกับไม่มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นมาก่อนเลย......
จุนโนะใจเต้นแรง ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า หัวใจบ้ามันจะเต้นอะไรมากมายแบบนี้ แค่คาเมะใกล้ชิดกับเขามากเกินความจำเป็นแค่นี้เอง...เขาปรายตามองชิโร่ เห็นเจ้าสัตว์ประหลาดนอนขดตัวไม่สนใจอะไรใครอยู่บนกองผ้าห่ม ก็ค่อยหายขยะแขยง จึงได้ลงจากเตียง
เดินกระแทกเท้าผ่านหน้าคาเมะ ..จ้ำอ้าวลงบันไดโครมๆ จากไป ...คาเมะรีบวิ่งไปที่หน้าต่าง
เห็นร่างสูงเดินลิ่วๆ กระโดดข้ามรั้วแผล็วออกไปแล้ว
เขาเดินกลับมานั่งที่หน้าชามข้าวต้ม ....
เกือบไปแล้วซิ....เกือบจูบเพื่อนบ้านหน้าหวานจอมเฮี้ยวคนนั้นไปแล้วซิ....
นี่ถ้าจุนโนะไม่ร้องทัก ป่านนี้คงได้ลิ้มลองรสชาติของกลีบปากบางนั้นแล้ว
เฮ้ย!! เขาร้องลั่น เมื่อในใจคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
คิดแบบนี้ได้ไงฟะ...ผู้หญิงสวยๆ ในโรงเรียนมีตั้งเยอะ...ทำไมต้องไปคิดอะไรบ้าๆ
กับจุนโนะด้วย แค่ใกล้ชิดกันแค่นี้เอง....
คงไม่ใช่น่า.......เดี๋ยวได้ซวยตายเลย...สงสัยจะไข้ขึ้นมากกว่าล่ะน้าาาา....
*****************************************************
มอเตอร์ไซค์สองคัน รุ่นเดียวกัน ห้อมาตามถนนเข้าไปในเมือง
โทโมะชวนคุซาโนะทานราเม็งที่ร้านรถเข็นข้างทางก่อนถึงบ้านของเขา ซึ่งหนุ่มน้อยคุซาโนะก็ตอบตกลงทันที
โดยไม่ต้องลังเลให้เสียเวลา
บรรยากาศดีเนอะ โทโมะว่า มองไปรอบๆ แล้วสูดลมหายใจลึกๆ บรรยากาศกำลังเย็นสบาย
อากาศขมุกขมัวเมื่อยามใกล้ค่ำ แต่ว่าพอเริ่มกินไปได้หนึ่งชาม ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ
สงสัยฝนจะตกอีกละมัง คุซาโนะเลิกผ้าบังร้านขึ้น แล้วชะโงกมองท้องฟ้าเบื้องบน
เออน่า...กินดีกว่า โทโมะแตะไหล่เพื่อน แล้วพยักเพยิดไปทางชามราเม็งชามที่สอง
แต่พอจะจ่ายเงิน ฝนก็เกิดเทลงมาซะงั้น แถมยังทำท่าจะตกหนักเสียอีกด้วย
เออ...ไอ้หนู จะหลบฝนอยู่ในรถเข็นนี่มั้ยล่ะ พอมีที่บังฝนได้หรอก เจ้าของร้านเอื้อเฟื้อ
เพราะเห็นว่าไหนๆ ก็ไม่มีคนมากินบะหมี่อยู่ดี สองหนุ่มตกลงตามนั้น จะขี่รถกลับบ้านก็ไม่ได้อีก
ดังนั้นสองหนุ่มจึงต้องนั่งฟังเจ้าของร้านคุยเรื่องราวกว่าจะได้เป็นเจ้าของร้านราเม็งกัน
ท่ามกลางสายฝนกระหน่ำ ซักพักคนเล่าก็ง่วนอยู่กับการเก็บของลงใต้รถเข็น ไม่ได้สนใจสองหนุ่มนั้นอีก
โทโมะและคุซาโนะก็เลยนั่งมองกันไปมองกันมา จู่ๆ โทโมะก็โพล่งขึ้นมาว่า
นี่วันนี้ไปค้างบ้านฉันเอามั้ย?
หา?!! คุซาโนะถามเสียงลั่น เล่นเอาคนถามหน้าเหวอ
เฮ้ย...เป็นไรง่ะ เบาๆ ก็ได้...
เอ้อ....ขอ...ขอโทษ...
ว่าไงไปมั้ย? โทโมะถามย้ำ
ทำไมง่ะ?
ก็ไม่ไง วันนี้พ่อกับแม่ฉันไปเยี่ยมญาติ แล้วพี่ฉันก็ไปเข้าค่าย ฉันก็เลยอยู่คนเดียวง่ะ...
ไปซิ คุซาโนะพยายามทำเสียงราบเรียบ แต่ในใจนี่ซิ ตื่นเต้นสุดๆ แล้ว เขารีบโทร.
เข้าที่บ้าน บอกว่าคืนนี้ลูกชายหน้าหวานจะไปนอนกับโทโมะ ไม่กลับบ้านล่ะ ...เหลือบมองตัวเองแล้วบอกว่าเสื้อผ้าไม่มีเปลี่ยน
โทโมะโบกมือ
ไม่เป็นไร ใส่ของฉันก่อนก็ได้ ยามะเอื้อเฟื้อ
ซึ่งคุซาโนะเลิกผ้าบังร้านขึ้น มองเม็ดฝนที่เริ่มซาลง....เมื่อไรฝนจะหยุดสักทีนะ
จะได้ไปบ้านโทโมะเร็วๆ....กิ๊ว....กิ๊ว....
................................
แต่พอมาถึงบ้านโทโมะจริงๆ เขากับยืนนิ่งหัวใจเต้นอยู่หน้ารั้ว
เข้ามาซิ โทโมะส่งเสียงเตือนคุซาโนะที่ยืนรีรออยู่หน้าประตูบ้าน
คุซาโนะไม่เคยแสดงอาการลังเลแบบนี้นี่นา โทโมะนึกขำ ดูเหมือนหนุ่มน้อยที่กำลังจะเข้าถ้ำเสือ
หรือไม่ก็กำลังชั่งใจว่าจะเสียเนื้อเสียตัวให้คนรักดีมั้ย?
ไป... ยามะกอดคอเพื่อนรักเข้าบ้าน
ไฟสว่างพรึ่บเมื่อเจ้าของบ้านเปิดไฟที่ห้องรับแขก คุซาโนะมองไปรอบๆ
เคยมาบ้านนี้ก็หลายครั้งแล้ว ไม่ใช่ว่าจะไม่เคย แต่ว่าครั้งนี้เขาได้อยู่กับโทโมะสองต่อสอง
และจะได้นอนห้องเดียวกันด้วย แถมยังเตียงเดียวกันอีก....อ๋าาาา....จะทำไงดีเนี่ย
แก้มนวลร้อนซู่ เหตุการณ์จวนตัวแบบนี้จะทำอย่างไรดี
เอ้านี่เสื้อกับกางเกงนอน อาบน้ำกันเหอะ โทโมะโยนชุดนอนให้เพื่อนตัวเล็ก แล้วก็เดินนำเข้าไปในห้องน้ำ
อาบน้ำกับนายน่ะเหรอ?
อือ....นี่วันนี้เป็นไรวะ แปลกๆ แฮะ ไอ้คุ โทโมะฉุดเจ้าตัวเล็กเข้าห้องน้ำจนได้
ร่างสูงถอดชุดนักเรียนวางพาดที่ราวข้างผนัง โทโมะถอดเสื้อผ้าหน้าตาเฉย
จนเปลือยเปล่า แต่คุซาโนะนี่ซิ ยืนค้างไปแล้ว เขารีบหันเข้าหาผนัง ใจเต้นตึกตัก
เข่าอ่อนยวบจะล้มไปกองกับพื้นอยู่รอมร่อ
โทโมะเลิกคิ้วเมื่อเห็นคุซาโนะยังอยู่ในชุดนักเรียนเต็มยศ
อ้าว....ไม่ถอดชุดหรือไง? ถามแล้วย่างสามขุมเข้ามา คุซาโนะถอยหลังกรูดจนชิดผนังเย็นๆ
ของห้องน้ำ
เอ้อ....ฉันว่า ฉันไว้อาบทีหลังดีกว่านะ นายอาบก่อนเหอะ
แหม ไอ้คุ...เป็นไรวะ เล่นตัวไปได้ ทำยังก๊ะไม่เคยอาบด้วยกันงั้นแหล่ะ
เอาเหอะ...นายอาบก่อนละกัน ฉันจะไปรอข้างนอก คุซาโนะเตรียมจ้ำอ้าวออกนอกห้องน้ำ
แต่มือใหญ่คว้าร่างเขาไว้จากทางด้านหลัง
ได้ไง...มานิ...ทำดีดดิ้นไปได้ โทโมะคว้าคอเสื้อคุซาโนะได้ก็กระชากจนร่างเล็กเซปะทะอก...
จากนั้น.........
ยามะปล้ำถอดเสื้อผ้าคุซาโนะจนได้ ....เนื้อตัวล่อนจ้อนของคุซาโนะปรากฏแก่สายตา
ตัวขาวอมชมพูในร่มผ้าแตกต่างจากผิวสีแทนที่เห็นจากภายนอก เรือนร่างน่ารักสมส่วนนั้น
ทำให้โทโมะมองตาค้างไปแล้ว เขาทำเสียงจุ๊ๆ ออกมาจากปากอิ่ม
จุ๊...จุ๊...สวยนี่หว่า ไม่เห็นนายแก้ผ้าหลายปี โตขึ้นเยอะเลยนี่หว่า
อะไรโตหา?
ก็........คิก...คิก... สายตาซอกแซกของยามะกวาดไปทั่วร่าง มาหยุดนิ่งที่สิ่งที่เขาคิดว่า
...มันโตขึ้น... นานทีเดียวที่เขาถอนสายตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก เห็นเนื้อตัวแดงระเรื่อของเพื่อนขี้อายแล้วก็อยากจะแกล้ง
เขาฉุดร่างเล็กเข้าไปใต้ฝักบัว ละเลงสบู่เหลวจนทั่วตัวคุซาโนะ จนอีกฝ่ายได้แต่ยืนแข็งทื่อ
อาบเองได้...ฉันอาบเองได้ ร่างเล็กร้องลั่น แต่อีกฝ่ายจะฟังก็หาไม่ เขาโปะฟองสบู่บนร่างขาวๆ
ตรงหน้า แถมนวดคลึงให้อีก จนคุซาโนะหลับตาแน่น รู้ละว่ายามะไม่ได้คิดอะไรเกินเลยก็จริง
แต่การกระทำนั้นน่ะ มัน.....โห...เล่นถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้ ใครจะไปทนไหว
กว่าจะหลุดจากห้องน้ำได้เล่นเเอาคุซาโนะตัวแดงเถือก เพราะความอาย ทันทีที่โทโมะล้างฟองสบู่ออกให้แล้ว คุซาโนะก็วิ่งเข้าหาผ้าเช็ดตัว ฉวยได้แล้วก็วิ่งแน่บออกนอกห้องน้ำ เลยไม่ได้ยินเสียงหัวเราะหึๆ ของโทโมะดังไล่หลังตามมา
.....................
ช่วงเวลาที่สุดแสนจะทรมานก็คงไม่พ้นช่วงที่นอนเบียดเนื้อตัวกันในยามค่ำคืน
โทโมะน่ะไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว ...แต่เขาน่ะคิด ก็เลยนอนตัวลีบ แต่เจ้าของห้องนอนอย่างสบาย
แถมยังลากเขามานอนเสียชิดอีกแน่ะ
จะขยับไปไหนเล่า นายนี่...เอ๊...วันนี้เป็นไงนะ คุซาโนะ
......นั่นน่ะซิ......
กว่าจะได้มีโอกาสอยู่กับคนที่รักสองต่อสองแบบนี้ น่าจะฉกฉวยโอกาสนี้ไม่ใช่หรือ?
อยากนอนให้โทโมะกอดให้สมอยาก แต่ตอนนี้เท่าที่ทำได้..เขากลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม
...คือห่างให้ได้มากที่สุด เพราะอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวใจตัวเอง
อยากนอนชิดฉันหรือไง โทโมะ? คุซาโนะถามขึ้น เมื่อโทโมะพยายามไขว่คว้าร่างของเขาให้มานอนใกล้กัน
ก็มานอนใกล้ๆ ซิ ฝนตกแบบนี้ หนาวออก
อือ... คุซาโนะเพิ่งคิดได้ ไหนๆ ก็ชอบเขานี่นา ทำไมต้องหนีด้วยละ คิดอย่างงั้นแล้วก็ขยับเข้ามาจนติด
แถมแนบหน้ากับไหล่ของโทโมะเสียอีกแน่ะ ....โทโมะขยับตัวยุกยิกให้นอนสบาย แล้วก็บ่นพึมพำ
ดีจัง ...มีนายมานอนด้วยแบบนี้ ไม่งั้นฉันก็ไม่รู้จะทำไง พ่อแม่ก็ไม่อยู่ พี่ก็ไม่อยู่
เหลือฉันอยู่บ้านคนเดียว กลัวผีแย่เลย
หา?... คุซาโนะกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง
หมายความว่าที่นายชวนฉันมานอนด้วยก็เพราะนายกลัวผีหรอกเหรอ?
อือ....ก็ใช่น่ะซิ...นายคิดว่าฉันจะหลอกนายมาปล้ำหรือไง? โทโมะพูดแล้วก็ฉุดร่างเล็กให้นอนลงอย่างเก่า
คราวนี้คุซาโนะขยับตัวออกห่าง อยากใช้กำปั้นทุบให้ตายนักเชียว ...ที่แท้ก็เอาตัวเขามากันผี...
ฮึ!! ฉันก็ไม่คิดว่านายจะมาพิศวาสอะไรฉันหรอก คุทำเสียงงอนจัด โทโมะดีดนิ้วดังเป๊าะในความมืด
ใช่แล้ว...เออ...ถ้าเป็นคาเมะก็ว่าไปอย่าง...
ถ้อยคำนั้นทำให้คุซาโนะอยากลุกหนีกลับบ้านเหลือเกิน พูดแบบนี้ไม่ถนอมน้ำใจเลยนี่นา....
เขาถอยห่างจนเกือบจะตกเตียง เมื่อวงแขนของโทโมะกระหวัดรัดรอบเอวของเขาแล้วก็ดึงจนร่างเขาแทบผวาเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดนั้น
จะขยับหนีไปไหนเล่า...นอนซะที ง่วงจะตายชัก
บ้า.....คนบ้า..... ร่างเล็กน้ำตาคลอในความมืด โทโมะไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลยสักนิด
แค่นอนกอดกันแบบนี้ก็รู้อยู่แล้ว ไม่ต้องอาศัยการกระทำใดๆ อีก
คุซาโนะยกมืออุดปากกลัวเสียงสะอื้นจะดังลอดริมฝีปากออกมา นอนนิ่งตัวแข็ง
ไม่กล้าขยับตัว โทโมะระบายลมหายใจสม่ำเสมอแสดงว่าหลับไปแล้ว ....เขาเองก็พยายามฝืนใจให้หลับ
แต่ก็ยากเย็นเหลือเกิน ....
....ตั้งใจเอาไว้แล้วว่า จะขอนอนกับโทโมะคืนนี้เป็นหนสุดท้าย ทรมานกันแบบนี้
อยากร้องไห้เหลือเกิน
ในไม่ช้า......ดวงตากลมโตของคุซาโนะก็ปิดสนิทลง .....ก่อนจะเข้าสู่นิทราเขาวาดแขนออก
กอดเอวของโทโมะแน่น แนบหน้าหวานที่ฉ่ำน้ำตากับทรวงอกกว้างของคนนอนข้างกาย...........ขอนอนฝันดีแค่คืนนี้คืนเดียวก็พอ
*******************************