Outside My Window...3

++++++++++++++++++++++++++++++


คาเมะมองโทโมะตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นสายตากรุ้มกริ่มมองเขาอยู่เช่นกัน มองไม่มองเปล่ายังทำท่าพยักเพยิดกับเพื่อนร่วมแก๊งค์เสียอีกแน่ะ....นี่มันเรื่องอะไรกันนะ...ทำไมเจ้าพวกนี้มันถึงได้มารุมล้อมเขานักหนา
“พวกนาย......มีอะไรกับฉัน” คาเมะถาม แต่มองจุนโนะสุเกะเขม็ง คิ้วเรียวของเขาเลิกขึ้นอย่างต้องการคำตอบ โทโมะเดินมาหาช้าๆ แถมยักคิ้วให้อีกแผล่บ
“ไม่มีไรมาก ก็แค่มาเปิดตัวว่าที่คนรักของข้าพเจ้า...”
“บ้า...ใครกันคนรักของนาย?”
“ก็นายไง...คนสวย....” โทโมะเชยคางเรียวมนของคาเมะขึ้น แต่ก็โดนอีกฝ่ายสะบัดออก
“จะบ้าหรือไง? ไอ้บ้าเอ๊ย...ฉันไม่มองพวกนายหรอก และขอโทษ...ถ้าจะป้อไม่เลือกล่ะก็ ระวังจะโดนตึ้บ!!” คาเมะพูดพลางขยับแข้งขยับขา แล้วก็ผลักไหล่โทโมะให้หลีกทาง แต่หนุ่มน้อยตาโตมีหรือจะยอม ปลายนิ้วมือสะบัดออก ตะครุบข้อมือของคาเมะไว้มั่น
“เดี๋ยวพี่ไปส่งน้า...จะส่งให้ถึงห้องหอเลยเชียว”
“บ้าเอ๊ย!!” คาเมะจะดึงมือกลับ แต่โทโมะก็ดึงเอาจนได้ ดังนั้น คาเมะจึงฟาดกระเป๋านักเรียนเข้าที่กลางศีรษะของร่างบางแต่อยากเป็นแมน

....ผัวะ.......

“โอ๊ย!!” โทโมะกุมหัวตัวเอง แหกปากร้องลั่น ทำให้คาเมะสลัดตัวหลุดจนได้
โทโมะเดินคลำหัวป้อยๆ มารวมกลุ่มกับเพื่อน ยิ้มแห้งๆ กราดไปทั่วตามประสาคนเสียฟอร์ม
คุซาโนะมองอย่างหมั่นไส้ นึกสมน้ำหน้า...ทีคนสนใจยืนอยู่ตรงนี้ทั้งคนทำไมโทโมะถึงไม่หันมาใส่ใจ...
“ไปยุ่งกับเขาทำไมกัน?” หนุ่มตัวเล็กบ่นเบาๆ
โทโมะไม่สนใจฟัง มือคลำหัวตัวเองแล้วก็กระตุกยิ้มให้คาเมะ
“แหม..เห็นตัวเล็ก แรงเยอะไม่เบา”

คาเมะแบกกระเป๋าพาดไหล่ไว้อย่างเดิม มองโทโมะอย่างสมเพช จากนั้นก็หันมาทางจุนโนะซึ่งยืนดูเหตุการณ์อยู่ เขาชี้หน้าของเพื่อนบ้านใกล้เคียง มองด้วยสายตาดุเขม็ง
“หวังว่านายคงไม่ใช่ตัวต้นคิดให้ไอ้หมอนี่มันมาทำอะไรบ้าๆ กับฉันหรอกนะ”
“เฮอะ...นึกว่าอยากยุ่งด้วยนักนี่” จุนโนะเบ้ปากใส่
“ไม่อยากยุ่ง แต่เมื่อเช้าก็ทำกางเกงฉันเลอะไปแล้วนี่ไง” คาเมะยื่นขาให้ดูจะๆ ร่างสูงของจุนโนะเดินมาก้าวหนึ่ง สายตาเรียวรีหลุบต่ำลง เห็นขากางเกงนั้นเปรอะไปด้วยรอยกระเซ็นของน้ำโคลน ก็รู้ดีทีเดียวว่า นั่นแหละฝีมือตนล้วนๆ
เขามองหน้าของเพื่อนบ้านแล้วก็กรอกตา
“จำไม่ได้แฮะว่าไปทำอะไรนายตอนไหน”
“เชอะ...นอกจากจะตาตี่แล้วยังเซ่ออีกด้วย ฉันละเบื่อจริงๆ ที่มีเพื่อนบ้านแบบนาย จุนโนะ” พอสิ้นเสียงของคาเมะ จุนโนะรั้งคอเสื้อของเขาจนขาแทบลอย
“นึกเหรอว่าฉันอยากเป็นเพื่อนบ้านของนายน่ะ ธ่อเว้ย...ฉันอยู่มาก่อน นายดันย้ายมาทำไมล่ะ”
“ปล่อยฉันไอ้ตี่จอมขี้ฟ้อง” คาเมะพยายามปลดมือจุนโนะออก แต่อีกฝ่ายกลับเขย่าๆ จนคอเสื้อเขาแทบขาด
“ไม่ปล่อยเว้ย...ชกกันสักตั้งมั้ยล่ะ?” จุนโนะท้าทาย
“ได้เสมอ เมื่อไรดี...”
“เมื่อไรก็ด๊ายยย...”
“เฮอะ...อย่างนายก็แค่อยากแมน...เอาเข้าจริงสงสัยต้องอาศัยเพื่อนช่วยรุม หรือไม่ก็ พอโดนฉันซัดซะทีสองทีก็วิ่งโร่ไปฟ้องแม่ละมั้ง?” คาเมะพูดดูถูก เล่นเอาจุนโนะอึ้ง นิ่งเงียบไปเป็นครู่ ไม่คิดว่าคาเมะจะว่าถึงขนาดนี้
เรื่องท้าตีท้าต่อย จุนโนะก็ไม่เคยลองซะที
แต่คาเมะนี่ซิ ....จุนโนะเคยแอบเห็นคาเมะเดินกลับบ้านด้วยเนื้อตัวมีร่องรอยของการชกต่อยบ่อยๆ

....ถึงจะโตมาไล่เรี่ยกัน
จุนโนะ...จากเด็กชายหน้าป้อม น่ารักค่อยๆ ทะโมนขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่คาเมะแอบเติบโตในซอกหลืบของความเงียบ....ไม่เคยเห็นจะจะเรื่องการต่อสู้ แต่ตัวเล็กๆ แบบนี้ ไม่น่ามีพิษสงอะไรนัก
คาเมะไม่ค่อยมีเพื่อนนัก...อาจจะด้วยเหตุผลที่ว่า

...กลัวได้เพื่อนแบบจุนโนะสุเกะ......

แต่จุนโนะนี่แหล่ะ พอรวมกลุ่มกับเพื่อนบ้านคนอื่นที่อยู่ในวัยเดียวกันได้ ก็เที่ยวขี่จักรยานเล่นไปทั่ว ความซนนั้นทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน มีเรื่องมาฟ้องพ่อกับแม่บ่อยๆ
...ส่วนคาเมะก็ได้แต่แอบอมยิ้มสะใจเมื่อมองมาจากบ้าน เห็นจุนโนะยืนกอดอกถูกผู้เป็นพ่อใช้ไม้เรียวตีก้น ร้องไห้จ้า....เสร็จแล้วก็วิ่งตูดแน่บให้แม่โอ๋ เสียงร้องไห้ดังมาถึงบ้านของคาเมะ
“โนะไม่ได้เกเรซะกะหน่อยนะแม่....แค่ขี่รถเล่นเอง...เหยียบกระถางบ้านลุงโอกะดะแตกไปสามใบเองง่ะ”

....และก็ขี่รถทับแมวขาโด้ไปสองตัว ......

แล้วคดีเล็กๆ น้อยที่จุนโนะเป็นคนก่อก็ยังมีมาเข้าหูของคาเมะบ่อยๆ พ่อของจุนโนะยังต้องไปปลูกกุหลาบชดใช้ที่บ้านป้าซาเอะอีกสองแปลง เพราะเจ้าลูกชายตัวดี พาเพื่อนขี่รถผ่านแลัวก็แซงกันท่าไหนไม่ทราบ เสือกล้อพรวดเข้าไปในแปลงกุหลาบที่กำลังออกดอกงามสะพรั่ง.....ผลก็คือจุนโนะโดนไม้เรียวหวดงามๆ จนร้องไห้ไปอีกสามที


จุนโนะสุเกะเงียบเสียงยืนนิ่งคิดเรื่องจอมเฮี้ยวของตัวเอง...แต่ในใจก็แก้ตัวให้ตัวเองว่า คนอย่างเขาก็แค่ซนตามประสาเด็กเท่านั้นเอง แต่คาเมะนี่ซิ ระดับความซนขนาดไหนเขายังไม่เคยรู้ฤทธิมาก่อนเลย
คาเมะหลิ่วตามองคนตรงหน้าอย่างหมั่นไส้ นึกรู้ว่าจุนโนะคงจะกำลังยืนชั่งใจว่าจะรับคำท้าดีมั้ยดี
“ว่าไงเงียบเชียว....มัวยืนทำตาตี่อยู่ได้ จะซัดกันซะทีเลยมั้ย?” คาเมะร้องท้าเหยงๆ
“โฮ้ย...ไม่ได้นะ...” โทโมะถลันเข้ามาขวางกลาง เขาจับข้อมือของคาเมะข้างหนึ่ง แล้วก็มือจุนโนะข้างหนึ่ง
“อย่าทะเลาะกันเลยน้า...เดี๋ยวหน้าสวยๆ ของคาเมะพังหมด” ประโยคนี้โทโมะจงใจขอร้องจุนโนะตรงๆ
“ก็มันมาหาเรื่องฉันก่อนนี่หว่า....นึกเหรอว่าอยากยุ่งด้วยง่ะ แค่หน้ามันยังฉันยังไม่อยากมองเล้ย..” จุนโนะลอยหน้าลอยตามาทางคาเมะ ซึ่งว่าที่คนรักของโทโมะก็ผลักหน้ากวนๆ ของจุนโนะให้ห่าง แล้วก็ชี้หน้า
“เออ..ดี ไม่อยากมองก็ไม่ต้องมอง ธ่อ..ไอ้ขี้แย...น่ามองนักนี่...ตาตี่ แถมยังโย่งอีกต่างหาก...หาความงามสักนิดก็ไม่มี” คาเมะพูด แล้วก็สะบัดหน้า เดินเลี้ยวไปทางมุมตึก

จุนโนะมองตามร่างเล็กนั้นไป สายตาเรืองวับด้วยความไม่พอใจ

......หนอย......

มาว่าเขาหาความงามไม่เจอ

...ดูถูกกันมากไปแล้ว ...โกรธนะ...โกรธนะจะบอกให้

พอโกรธแล้ว ก็ชักคันไม้คันมือ....อยากกระแทกปากกับเจ้านั่นเต็มแก่แล้ว โทโมะไม่น่ามาขัดเลย
จุนโนะหันขวับมาเล่นงานโทโมะตัวต้นเรื่องทันที
“นายน่ะจะบ้าหรือเปล่า...ไปชอบไอ้บ้านั่นน่ะ ...คนพิลึก” จุนโนะส่ายหัว แต่โทโมะไม่ฟังหรอก พูดแต่คำว่า
“ก็เขาน่ารักดีนี่หว่า..”
“ฮึ!!” เสียงเล็กๆ จากคุซาโนะดังขึ้นอย่างอดใจไม่อยู่ ดวงตาคมกวาดค้อนโทโมะ จนเพื่อนร่วมห้องหัวเราะ
“ทำไมเหรอ ไอ้คุ...”
“เปล่า...ฉันเพียงแต่มองว่า นายคาเมะนั่นน่ะ ไม่เห็นจะสวยตรงไหน...ปากก็เจ่อ หน้าก็ดุ ดีแต่หน้าขาว จมูกโด่งก็เท่านั้น สู้หน้าหวานๆ อย่างฉันก็ไม่ได้...” คุซาโนะเชิดหน้าขึ้น แต่โทโมะได้แต่มองแล้วก็ยีหัวเจ้าตัวเล็กจนผมยุ่ง
“น่ารักตายละนายน่ะ...นี่นายกับจุนโนะอย่าขัดอารมณ์รักของฉันหน่อยเลย คอยดูนะ จะเอายอดยาหยีคาเมนาชิมาเป็นหวานใจให้ได้ ไม่งั้นอย่ามานับถือ”
“ฮึ!!” เป็นเสียงจากคุซาโนะอีกแล้ว ใบหน้าของเขาบึ้งตึง ซึ่งโทโมะเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคุซาโนะถึงได้เดือดร้อนกับเรื่องของเขานัก ส่วนจุนโนะก็เหมือนกัน ทำเมินไปทางอื่น แต่ในใจนึกเดือดปุดๆ ถ้าจะชกกับคาเมะสักตั้ง จะมีใครเห็นด้วยมั้ยเนี่ย...

**********************************

หลังเลิกเรียน
ระหว่างที่จุนโนะและคุซาโนะกำลังสตาร์ตรถกระหึ่มจะกลับบ้านกันนั้น จุนโนะก็ถามเพื่อนตัวน้อยว่า
“ไอ้คุ...ถามไรหน่อยเหอะ..มันอัดอั้นมานานแล้วนะ...นายชอบโทโมะจริงๆ ง่ะเหรอ”
“อือ......” คุซาโนะตอบอย่างไม่ลังเล
“แล้วชอบกันไปได้ไงวะ ผู้ชายกับผู้ชาย ยี้...หยะแหยง” ร่างสูงทำท่าขนลุกจนคนฟังค้อนขวับ ปากก็บ่นพึมว่า ...
“ชอบกันได้ก็แล้วกันน่า”

คุซาโนะเหยียบคันสตาร์ตแต่จุนโนะก็รั้งเอาไว้อีก
“เออ...ได้ก็ได้วะ...ว่าแต่โทโมะมันรู้หรือเปล่าว่านายชอบมัน?”
“ถ้ารู้แล้วฉันจะทำหน้าเหมือนหมาถูกทิ้งอยู่อย่างงี้เหรอ”
“อืมมม....น่าเห็นใจนะ ทำไมไม่มองสาวๆ เพื่อนร่วมห้องดูบ้างล่ะ?”
คุซาโนะส่ายหน้าแล้วก็แบมือหรา
“ไม่ได้...ทำใจไม่ได้..นายไม่รู้หรอกจุนโนะ ลงได้ชอบใครสักคนไม่ว่าจะเพศไหน ...ก็ไม่มีใครมาแทนกันได้หรอก ฉันชอบโทโมะ นายเองอาจจะมองว่าแปลก แต่สำหรับใจฉันง่ะ ก็ต้องเป็นเจ้าหมอนั่นคนเดียว”
“อือออ...ท่าทางจะจริงจังมากเลยนะ แต่ว่าโทโมะน่ะชอบคาเมะอยู่น่ะซี้...” จุนโนะเอานิ้วเคาะข้างแก้มเป็นการนึก หน้าตาของคาเมะไม่ได้บ่งบอกว่าจะคล้อยตามโทโมะเลยสักนิด แบบนี้สงสัยคุซาโนะอาจมีความหวังก็ได้
เสียงคุซาโนะสตาร์ตรถดังแว่วเข้ามา ทำให้จุนโนะต้องสตาร์ตรถตาม ทั้งสองตกลงกันว่าจะไปเกมส์เซ็นเตอร์ที่เพิ่งมาเปิดร้านอยู่ในเมือง จุนโนะนั่นแหล่ะเป็นตัวชวนยิกๆ จนคุซาโนะต้องเออออไปด้วย
“ไปหาที่คุยเรื่องโทโมะกันดีกว่า”
ว่าแล้วเพื่อนร่วมแก๊งค์มอเตอร์ไซด์ก็ชวนกันบึ่งรถไปในเมือง ขาดก็แต่โทโมะที่จ้องจะป้อใส่เต่าน้อยที่ชื่อคาซึยะ จนไม่ได้ตามมาด้วย

เมื่อจุนโนะและคุซาโนะไปแล้ว ปรากฏว่าโทโมะวิ่งกระหืดกระหอบมาที่ลานจอดรถมอเตอร์ไซด์ เหลียวมองเพื่อนซี้ทั้งสอง เมื่อไม่เห็นก็ถอนหายใจเฮือก
“ชวด...ชวดหมด...หาใครไม่เจอสักคน นี่มันไปไหนกันหมดวะ ทั้งยอดยาหยีและก็ผองเพื่อนกรู...เฮ้อ...”

**********************

สายน้ำไหลเอื่อยๆ พัดเอาใบไม้แห้งลอยไปตามลำน้ำ ใต้สะพานที่ทอดตัวขวางลำน้ำใสนั้น มีร่างของวัยรุ่นสองคนนั่งปรับทุกข์กันอยู่ จุนโนะนั่งกอดเข่าตัวเอง มองเพื่อนตัวเล็กที่นอนหงายเอาแขนหนุนศีรษะ ดวงตากลมโตของคุซาโนะมองไปยังผืนฟ้าที่เริ่มจับตัวเป็นสีทองเพราะพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน
หลังจากเล่นเกมส์กันหมดเงินในกระเป๋าแล้ว จุนโนะก็ชวนคุซาโนะกลับ ซึ่งฝ่ายนั้นก็ยอมแต่โดยดี เพราะไม่มีแก่จิตแก่ใจจะเล่นสักเท่าไร
“ป่านนี้โทโมะคงอาสาพาคาเมะกลับบ้านแล้วละมัง” คุซาโนะเปรยขึ้นเหมือนกับพูดกับตัวเอง
“ไม่หรอก นึกเหรอว่าไอ้เต่านั่นจะยอม ท่าทางมันเล่นตัวน่าดู” จุนโนะพูดให้กำลังใจ
“จุนโนะนายช่วยกันคาเมะออกไปหน่อยได้มั้ยอ่ะ?” จู่ๆ คุซาโนะก็โพล่งออกมา กระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งท่าเดียวกับหัวโจกจุนโนะ

“นะ ลูกพี่นะ ช่วยกันคาเมะไปให้พ้นทางฉันหน่อยได้มั้ย...ทำไงก็ได้ให้โทโมะเลิกสนใจในตัวไอ้หมอนั่น ช่วยหน่อยน้า...ลูกพี่น้า..” คุซาโนะเกาะแขนเพื่อนร่างสูง เอาหน้าคลอเคลียเหมือนแมวอ้อน แต่คนถูกขอร้องส่ายหน้าแรงๆ
“ไม่เอาง่ะ..”
“น่าจุนโนะน้า..แหมอุตส่าห์ยกให้เป็นลูกพี่แล้วน้า...ช่วยทีเหอะ เนี่ย..ฉันไม่อยากให้โทโมะไปป้อกับไอ้เต่าปากเจ่อนั่นเลย มันโหวงๆ นะจุนโนะ เข้าใจมั้ย ความรู้สึกนี้น่ะ รักเขาแล้วเขาไปสนใจคนอื่นน่ะ มันโหวง..ง...ง.ง...ง...” คุซาโนะทอดเสียงซะจนคนฟังรู้สึกโหวงตามไปด้วย แต่จะให้จุนโนะไปยุ่งกับคาเมะน่ะเหรอ เขารีบสั่นหน้าอีก คราวนี้ผลักหัวคุซาโนะออกจากหัวไหล่ แล้วก็ลุกขึ้นยืน คุซาโนะก็เลยลุกตาม ความสูงของจุนโนะทำให้หนุ่มน้อยยืดตัวจนสุด กระนั้นก็ยังเลยไหล่มาไม่มากนัก
“ฉันไม่ขอยุ่งกับเจ้านั่น...ไม่ญาติดีด้วย ตั้งใจไว้แล้ว”
“อื๊อ.......แหม...จุนโนะ.......” คุซาโนะครางด้วยความผิดหวัง เงยหน้ามองร่างสูงเห็นดวงตาเรียวรีอบอุ่นที่มองตอบกลับมา แต่ในดวงตานั้นไม่มีทีท่าว่าจะยอมทำตามที่เขาขอร้องสักนิด จุนโนะวางมือบนบ่าของคุซาโนะ แล้วก็บอกเสียงหนักแน่นว่า
“ถ้านายทำดีกับมะพี เขาคงจะเห็นใจนายสักวันนะ ไอ้คุ”
คุซาโนะทำหน้ามุ่ย บ่นอุบอิบว่า
“แล้วเมื่อไรจะถึงวันนั้นล่ะวะเนี่ย.....เฮ้อ.......”

ทั้งสองหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนพื้นหญ้าเหมือนเดิม จุนโนะกำลังจะเอนตัวลงนอนบนที่เนินลาดนั่น ก็พอดีมีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งวิ่งมาจอด ทั้งสองหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง เห็นซี่ล้อรถเป็นมันวับเกาะอยู่บนขอบถนนเสมอกับสายตา ... ตัวถังรถสีดำทะมึนแวววาวราวกับได้รับการเอาใจใส่ดูแลอย่างดี เป็นมอเตอร์ไซค์คันโก้ที่สุดในหมู่บ้านเลยละมัง หนุ่มวัยรุ่นผมซอยสั้นตั้งๆ จอดรถแล้วก็เดินมายืนเท้าเอวอยู่ตรงจุนโนะกับคุซาโนะนั่งเล่นกัน เขายักคิ้วให้แผล่บหนึ่งแล้วก็ทักทาย
“เฮ้ย..’ดีพวก...มานั่งโย่อะไรกันตรงนี้วะ”
“ดี...โคกิ วันนี้ไม่เห็นไปที่เกมส์เลยง่ะ” จุนโนะยิ้มให้จนตาหยี มองเพื่อนรุ่นพี่ที่ยืนเอาเสื้อนักเรียนออกนอกกางเกง โคกิสุดเท่...ถึงตัวจะไม่สูงมากนัก แต่พฤติกรรมในการขี่มอเตอร์ไซค์นี่ก็เท่สุดๆ จนจุนโนะอยากเอาอย่าง
“นี่แสดงว่าไปเล่นเกมส์กันมาแล้วซิ ...วันนี้ไม่ได้ไปหรอก ว่าจะไปเหมือนกัน แต่ดันไปมีเรื่องซะก่อน”
โคกิว่าแล้วก็ลงนั่งข้างๆ คุซาโนะเหยียดแข้งเหยียดขาตามสบาย เขาหันมาเห็นหนุ่มน้อยมองตาแป๋วก็เลยยีหัวเล่นจนผมยุ่ง
“มีเรื่องอะไรกับใครหรือฮะ?” คุซาโนะถาม
“ก็มีไอ้เต่าที่ไหนไม่รู้เดินมาเหยียบตีน ก็เลยกะจะชกก๊ะมัน พอดีเห็นสารวัตรนักเรียนมาเดินป้วนเปี้ยน ก็เลยนัดเอาไว้ว่าจะฟาดปากกันวันอาทิตย์นี้แหล่ะ”
“ไอ้เต่า???...เอ๋..ใครหว่า?” จุนโนะและคุซาโนะถามขึ้นพร้อมกัน
“เด็กหน้าอ่อนที่ไหนก็ไม่รู้ เดินเซ่อซ่ามาเหยียบเท้าพี่ แล้วก็ไม่ขอโทษด้วยนะ มองหน้ากวนๆ เหมือนเราเดินไปให้มันเหยียบเองนี่หว่า พี่ก็เลยกระชากคอเสื้อมันมาเขย่าๆ ...มันก็ผลักหน้าพี่จนหน้าหงาย แบบนี้ใครจะยอมวะ เพื่อนมันเรียกชื่อมันว่า คาเมนาชิคุง...พูดแล้วก็คันไม้คันมืออยากจะฟาดปากกะมันวันนี้พรุ่งนี้อยู่แล้ว ไม่อยากรอให้ถึงวันอาทิตย์เลย ผับผ่าเด่ะ” โคกิถลกแขนเสื้อขึ้น แล้วก็ดัดนิ้วดังกร๊อบ...
“คาเมนาชิ...เอ...จะใช่เจ้าเต่าปากเจ่อหรือเปล่าหว่า?” จุนโนะลูบปากใช้ความคิด เขาหันไปถามรูปพรรณสันฐานเจ้าคนนั้นกับโคกิ ...เพื่อนรุ่นพี่บรรยายได้ละเอียดยิบจนแน่ใจว่าใช่คนเดียวกันแน่แล้ว
...คาเมนาชิ คาซึยะ...

“หน้าตาก็หวานๆ เหมือนพวกนายนี่แหล่ะ แต่สิ้นวันอาทิตย์นี้ จะเอาให้ยับเลยคอยดู๊” คนพูดพูดอย่างหมายมาด เล่นเอาคนฟังนั่งเงียบกริบ

จุนโนะมองรุ่นพี่จอมซ่าตาปริบ นึกไปถึงเพื่อนบ้าน ถึงจะไม่กินเส้นกันสักเท่าไร แต่อดนึกสยองแทนไม่ได้ รู้เลยล่ะว่า วันนั้นจะต้องมีก๊วนมอเตอร์ไซค์พรรคพวกของโคกิยกโขยงกันมาดูเต็มไปหมดแน่ๆ
และถ้าโคกิแพ้ ...คาเมะก็ไม่น่ารอดกลับบ้านด้วยเหมือนกัน

“ซวย...ซวยแน่ๆ ไอ้เต่าเอ๊ย...ไม่น่วมคราวนี้ให้ตึ๊บจริงๆ เลยเอ้า!!” จุนโนะส่ายหน้าอย่างปลงอนิจจังแทน

*******************************************

เมื่อจุนโนะขี่รถเข้ามาถึงกลางซอยในหมู่บ้าน เขาก็เห็นแผ่นหลังของคาเมนาชิ คาซึยะเดินดุ่มๆ อยู่เบื้องหน้า ร่างเล็กสะพายกระเป๋าเยื้องมาทางด้านหลัง ลำตัวตรง มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง มาดนิ่ง ไม่วอกแวก

..พรืด.......

จุนโนะจอดรถข้างๆ คาเมะ เขาเลิกหน้ากากหมวกกันน็อคขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าหวานเฉียบ
ในขณะที่คาเมะหยุดเดิน แล้วหันมามอง ในใจก็นึกว่า จุนโนะจะมาจอดรถข้างๆ เขาทำไม ....จะเอายังไงอีกล่ะว้า
“คาเมะ...” จุนโนะเรียก
“อะไร? มีอะไร?”
“พูดจาหัดมีหางเสียงมั่งเด่ะ นี่ฉันทักทายดีๆ ด้วยนะ” จุนโนะพูดเสียงห้วน ตัวเองนั่นแหล่ะเป็นฝ่ายตีรวน
“อย่างนายง่ะเหรอ มีอะไรดีๆ ให้ฉันซึ้งใจน่ะ พูดมาดีกว่าน่าว่ามีอะไร ...มาจอดรถหาเรื่องหรือไง?”
“เปล่า...แต่จะมาเตือน” จุนโนะบิดกุญแจรถปิดเครื่อง เขายื่นเท้ามาทางคาเมะ ยันรถไว้กับพื้นถนน มือสองข้างเท้าเอว คาเมะมองหน้าจุนโนะแล้วก็นึกในใจ

...นึกว่าเท่ซะเต็มประดา.....แต่เอ......ความจริงมันก็น่ารักหยอกใคร

“เตือนเรื่องอะไร?” คาเมะถาม
“ก็ที่นายจะชกกับรุ่นพี่โคกิน่ะเด่ะ”
“นายรู้?” คาเมะขมวดคิ้ว มองจุนโนะอย่างทึ่งจัด ไม่คิดว่าเพื่อนบ้านหน้าหวานรายนี้จะไปรู้จักมักจี่กับเจ้าคนที่หาเรื่องกับเขาด้วย
“รู้...ก็รุ่นพี่โคกิบอก ว่านายไปเหยียบตีนเขา”
“รุ่นพี่นายเหรอ?.....เหอ....นี่คงจะร่วมแก๊งค์เดียวกันล่ะซิถ้า” คาเมะยิ้มเหยียด
ร่างโปร่งบางของจุนโนะมันดูขัดๆ กับการที่จะไปร่วมแก๊งค์ป่วนเมืองนั่นจริงๆ แล้วนี่พ่อกับแม่ของเจ้าหนูหน้าหวานจะรู้มั้ยเนี่ยว่า ลูกชายจอมอ้อนทำท่าว่าอยากจะเท่แบบนี้
จุนโนะไม่ตอบคำถามของเขา แต่พยักหน้าให้อย่างยอมรับ สีหน้าภูมิอกภูมิใจเหลือเกิน ที่เป็นเกียรติอย่างยิ่งในการได้รู้จักกับนักเลงอย่าง ทานะกะ โคกิ
“แล้วนายไปเหยียบเขาทำไมล่ะ?” จุนโนะถาม
“ไม่ได้เหยียบเว้ย ไอ้หมอนั่นมันยื่นเท้ามาขวางฉันต่างหาก” คาเมะแก้คำพูดของจุนโนะ จนคนฟังชักจะลังเล ว่ามันเป็นอย่างไงกันแน่ ใครรวนใครก่อน
“เอาเหอะ...จะยังไงก็ช่าง วันอาทิตย์นี้นายน่วมแน่”
“ขอบใจที่เตือน” คาเมะยักไหล่ หันหลังให้ตั้งท่าจะเดินต่อ แต่จุนโนะก็ตะโกนตามหลังว่า
“ไม่ต้องมาขอบใจหรอก ฉันอยากฟังคำสั่งเสียมากกว่า...คิก...คิก...” เสียงหัวเราะของจุนโนะดังร่วนพร้อมกับเสียงสตาร์ตรถทางเบื้องหลัง

คาเมะกัดริมฝีปาก คิ้วขมวดจนแทบจะติดกัน เขารู้สึกถึงลมหวือโฉบผ่านข้างๆ จุนโนะสุเกะนั่นเอง เร่งเครื่องผ่านเขาไป

.....จะชวนขึ้นรถสักหน่อยก็ไม่มี ไปทางเดียวกันแท้ๆ....

ดูเหมือนจะล่วงรู้ความคิด ...รถมอเตอร์ไซค์ของจุนโนะหยุดกึก แล้วก็เลี้ยวกลับมาเบรกดังเอี๊ยดข้างๆ คาเมะจนน้ำขังกระเซ็นมาเปื้อนขากางเกงอีกแล้ว
คาเมะเหลือบมองดูปลายขาแล้วก็พ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด มองหน้าจุนโนะก็เห็นฝ่ายนั้นทำหน้าบ้องแบ๊ว แถมยังยิ้มแห้งๆ ให้อีก ร่างสูงชี้นิ้วไปทางเบาะซ้อนแล้วก็บอกอย่างเอื้อเฟื้อว่า
“ขึ้นรถเด่ะ เดินอีกตั้งนานกว่าจะถึง”
“ไม่เป็นไร มีขา เดินเองได้ จะได้ผึ่งขากางเกงให้แห้งด้วย” คาเมะพูดประชดเล่นเอาจุนโนะปิดปากหัวเราะ
“เออ...โทษที เบรกไม่ทัน คิก..คิก...”
“อ๋อเหรอ...” คาเมะทอดเสียงยาว มองคนที่ปากบอกว่าขอโทษแต่สีหน้ายิ้มแป้น ขัดกันน่าดู

จ ุนโนะหยุดหัวเราะเมื่อเห็นสายตาคมดุของเพื่อนบ้านมองมาอย่างตำหนิ เขากระชากกระเป๋าคาเมะมาโยนใส่ตะแกรงหน้ารถ แล้วก็เอี้ยวตัวตบเบาะหลังดัง ปึก...ปึก...
“มาเหอะน่า ถือว่าไถ่โทษก็แล้วกัน ที่ทำนายเลอะเทอะทั้งขาไปและขากลับ”
“ก็ได้...” คาเมะตกลงอย่างเสียไม่ได้ จะไม่ไปก็ไม่ได้เพราะกระเป๋านักเรียนของเขาไปนอนนิ่งอยู่ที่ตะกร้าหน้ารถของจุนโนะแล้วนี่นะ

จุนโนะขี่รถฉวัดเฉวียนโดยมีคาเมะซ้อนหลัง ระหว่างนั้นต่างคนต่างเงียบ คาเมะลอบมองแผ่นหลังของคนขี่

ไม่คิดว่าจากเด็กตัวเล็กๆ จะเติบโตขึ้นมาอย่างงดงาม และรูปร่างสูงกว่าเขาถึงขนาดนี้ ...กลิ่นหอมอ่อนๆ ของโคโลญจน์โชยมาแตะจมูก คนนั่งหลังแอบอมยิ้มกับต้นไม้ข้างทาง นี่จุนโนะคงจะแอบขโมยน้ำปรุงหอมมาจากนัทซึมิพี่สาวมาใช้ละซิ....
ก็น่าอยู่หรอก...เพราะในชั้นเรียน จุนโนะเป็นที่กรี๊ดกร๊าดของบรรดาสาวๆ เพื่อนร่วมห้องและสาวห้องข้างๆ นี่นา
ป๊อปปูลาร์ซะขนาดนั้น ก็เลยต้องทำเนื้อตัวให้หอมๆ เข้าไว้
แต่ตัวจริงๆ ของเจ้าหมอนี่จะเข้มแข็ง เป็นแมนอย่างที่อยากเป็นหรือเปล่า เขายังสงสัย

จุนโนะจอดรถหน้าบ้านของคาเมะ เรียกได้ว่าเทียบประตูรั้วให้เลยเชียวล่ะ
“ขอบใจนะ” คาเมะลงจากรถเสยผมยุ่งให้เข้าที่
จุนโนะถอดหมวกกันน็อคออกแล้วก็ยิ้มให้แก้มตุ่ย โบกมือไปมา
“ไม่ต้องขอบใจหรอก ...ก็แค่อยากทำดีก่อนนายจะสิ้นไปจากโลกในวันอาทิตย์นี้ ก็เท่านั้นแหล่ะ ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า....”

“ไอ้......ไอ้...จุนโนะ.....ะ....ะ...”

*********************

 

to be con

comment ที่นี่ก็ได้จ้า..กด..กด..


Hosted by www.Geocities.ws

1