Outside My Window...2

++++++++++++++++++++++++++++++

 


เมื่อเวลาผ่านไป ...

หนูน้อยคาเมะได้รับของขวัญวันเกิดจากคุณพ่อคุณแม่เป็นจักรยานสี่ล้อสีดำ พ่อหัดให้เขาขี่จนเป็น แล้วจากนั้นคาเมะก็จะขี่จักรยานคันโปรดวิ่งเล่นที่ถนนเล็กๆ หน้าบ้าน

ซึ่งเด็กชายจุนโนะสุเกะจะคอยแอบมองอยู่หลังม่านหน้าต่าง
“โนะอยากได้จักรยานมั่งอ่ะ...” เขาเกาะแข้งเกาะขาคุณแม่ ส่งเสียงอ้อนวอน และก็จะรบเร้าอยู่อย่างนั้นจนแม่รำคาญ ต้องบอกให้พ่อควักกระเป๋าจ่ายให้
“โนะขี่เป็นหรือลูก”
“เป็นฮะ...โนะจะเอาสี่ล้อนะจ๊ะแม่จ๋า...ไอ้เต่ามันขี่เป็น โนะก็ต้องขี่เป็น”
“เรียกเขาว่า ไอ้...ไม่ดีนะลูกนะ” คุณแม่ปราม หนูน้อยแก้มยุ้ยก็เลยทำหน้ามุ่ย...บ่นอุบว่า
“ก็มันหน้าเหมือนเต่านี่นา......”
“น้องโนะอยากได้สีอะไรเอ่ย? ” คุณแม่ถาม
“โนะจะเอาสีชมพู” ตอบอย่างฉะฉาน
“สีเด็กผู้หญิงนะจ๊ะลูกจ๋า”
“อื๊อ...เหรอฮะ...งั้นไม่เอา โนะจะเอาสีเดียวกับเจ้าเต่ามัน” จุนโนะชี้ไปที่บ้านตรงข้าม

ดังนั้น จักรยานสีดำเป็นมันจึงได้มายืนอวดโฉมอยู่ในโรงเก็บรถของบ้านทางุจิ
“บรื้น...บรื้น...บรื้น......” จุนโนะส่ายตัวโยกไปโยกมาอยู่บนอานรถ ขี่จักรยานผ่านหน้าบ้านคาเมนาชิราวกับจะอวดว่า นายมีจักรยานได้ ฉันก็มีได้
.............................
ปีต่อมา จุนโนะเบื่อขี่จักรยานสี่ล้อ เขาอ้อนแม่ขอเปลี่ยนเป็นสองล้อแทน ด้วยเหตุผลที่ว่า
“โนะโตแย้ว...สี่ล้อมันเด็กๆ” ว่าเข้านั่น
คุณพ่อต้องเดือดร้อนหาจักรยานคันใหม่ให้ลูกชาย ...ขี่ของพี่สาวก็ไม่ได้
“ไม่เอาของพี่นัทซึมิสีชมพู ไม่ขี่ง่ะอายไอ้เต่ามัน...” จุนโนะบอกเหตุผล รู้สึกภูมิใจอย่างมาก ทีนี้เขาก็จะได้มีจักรยานสองล้อก่อนคาเมะแล้วล่ะ

“บรื้น...บรื้น...บรื้น......”
จุนโนะยังคงขี่สองล้อฉวัดเฉวียนไปตามถนนในซอย แต่พอผ่านหน้าบ้านคาเมะเขาก็จะแกล้งดีดกระดิ่งดังกรุ๋งกริ๋งเสียงดังลั่น

ร้อนถึงแม่คาเมะที่เจ้าลูกชายยืนกระทืบเท้าเต้นเร่าๆ
“แม่ฮะ...เมะจะเอาเจ้าสองล้อมั่งง่ะ” คาเมะเห็นจุนโนะคู่อริขี่รถผ่านหน้าบ้านแล้วเกิดอาการลงแดงอยากได้มั่ง เพิ่งจะรู้ตัวเดี๋ยวนี้เองว่า ....จักรยานสี่ล้อสีดำคันเก่าที่ได้มานานแล้วคันนี้มันเชยระเบิดไปเสียแล้ว

ดังนั้นในเวลาไล่เลี่ยกัน จักรยานสองล้อคันเล็กสองคันก็ขี่แซงกันไปแซงมา พอล้อรถชักจะสีกันเกินไป จุนโนะก็จะแกล้งถีบล้อของคาเมะซะที
“เฮ้ย...!! อย่าแกล้งกันซิโว้ย” คาเมะโวย
“ใครเค้าแกล้ง...มาขี่ใกล้เค้าทำไมล่ะ” จุนโนะยื่นปากใส่ ยังคงปั่นจักรยานต่อ ลำตัวโยกไปโยกมา ปากก็ร้อง...
“บรื้น...บรื้น...บรื้น......”

วันหนึ่ง เมื่อหมั่นไส้หนักๆ เข้า คาเมะก็แอบปีนรั้วเตี้ยๆ เข้าไปปล่อยลมยางของจุนโนะจนแบนแต๊ดแต๋ทั้งสองล้อ
จุนโนะวิ่งตึงตังเข้าไปในบ้าน ส่งเสียงร้องลั่น
“แม่จ๋า.......ไอ้....ไอ้.....”
“น้องโนะ พูดเพราะๆ ซิลูก”
“แหม...ก็...ไอ้...เอ้อ...นายเต่าปล่อยลมล้อหนูง่ะ”
“แบนเองมั๊งลูก”
“ไม่จริงฮะ...โนะโดนแกล้งแน่ๆ เลย...ฮึ!!” จุนโนะสะบัดหน้าพรืด เมื่อผู้เป็นแม่ไม่ค่อยจะสนใจฟังเรื่องที่เขาฟ้องซะเท่าไร พ่อก็ไม่อยู่ วิ่งไปหาพี่สาวที่เริ่มเป็นสาว ก็เห็นง่วนแต่งตัวอยู่หน้ากระจก
จุนโนะชักจะฉุน เขาเดินส่ายอาดๆ เข้าไปในสนามบ้านคาเมนาชิ ....

....ไหนหว่าไอ้ตัวคนร้าย....

เด็กน้อยยืนเท้าเอว สอดส่ายสายตาหาคาเมะหน้าบ้าน เมื่อไม่เห็นใคร เขาจึงเดินไปที่ด้านหลังบ้าน ยืนพิงต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกเอาไว้กินผล
“ไปไหนหวา เต่าบ้า” จุนโนะบ่นงึมงำ เอนหลังเอาหัวพิงกิ่งไม้
แต่แล้วเขาก็ชักจะเริ่มรู้สึกว่าที่หัวของตัวเองมันหนักๆ เหมือนกับมีอะไรบางอย่างค่อยๆ กระดืบกระดืบมาบนหน้าผาก จุนโนะแหงนหน้า เหลือกตามอง เห็นดวงตากลมโปนของสัตว์อะไรหนอ หน้าคุ้นๆ ชะโงกตัวเหนือหน้าผากมาจ้องเขาเหมือนกัน

เมื่อตาโปนของสัตว์กับตาแป๋วของคนมาประสานกัน....จากนั้น......

“จ๊ากกกกก..........” จากกรี๊ดเปลี่ยนเป็นจ๊าก ก็จุนโนะโตแล้วนี่นา...........
เขาร้องลั่นบ้าน สองมือก็ปัดเจ้าตัวที่คลานมาไต่ที่หน้าผากของตัวเอง สัตว์ตัวนั้นหล่นตุ๊บมาเกาะที่ท่อนแขน จุนโนะก้มลงมอง แล้วก็แหกปากร้องลั่นบ้าน
“อีจูดี้...ดี๊.....ดี้.......แอะ....แอะ.....แง....งงงงงง..............แง........ฮือ............แอะ....แอะ.....” เขาร้องไห้จนตัวงอ เนื้อตัวสั่น เต้นเร่าๆ ซอยเท้ายิกๆ กับสนามหญ้า ร้องสะอึกสะอื้นจนใครต่อใครแถวๆ นั้นต่างพากันวิ่งมาดู
“หนูจุนโนะ.....” แม่ของคาเมะวิ่งมาเป็นคนแรก ตรงเข้าดึงร่างบอบบางของหนูน้อยมากอดปลอบขวัญ
“ฮึก.....ฮือ.....อีจูดี้....มัน...เกาะ....ฮึก..........แขน......ฮึก....” จุนโนะยังไม่หยุดร้อง เขายืนสะบัดแข้งสะบัดขา ส่วนใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตานั้น ซุกกับเอวของคุณนายคาเมนาชิ
“ไปแล้วจ๊ะ คาเมะเอาจูดี้ไปแล้ว อย่าร้องนะคะ...คนดี...อย่าร้อง.......”
“เกลียด...โนะเกลียดอีจูดี้ง่ะ........” จุนโนะเงยหน้าขึ้น ตาบวมๆ แดงๆ มองใบหน้าสวยงามของแม่คาเมะ อ้อนให้เธอจูงเขาไปส่งบ้าน

ระหว่างทางเห็นคาเมะยืนยิ้มเผล่อยู่มุมบ้าน บนไหล่มีกิ้งก่านามว่า จูดี้เกาะอยู่ด้วย จุนโนะเดินไปด้วยมองไปด้วย
ใบหน้ากวนแสนกวนของคาเมะยิ้มแป้นอย่างกับจะสมน้ำหน้าเขา จุนโนะกัดปาก แล้วก็ชูนิ้วโป้งให้ ก็เลยได้ลิ้นสีแดงของคาเมะแลบแผล่บๆ ตอบกลับมา
“.....แบร่....แบร่.......ไอ้ขี้แย”

สองสามวันต่อมา

...จุนโนะกำลังขี่รถจักรยานคันเก่งเล่นที่หน้าบ้าน ขี่มาดีๆ เขาเห็นตัวอะไรตัวหนึ่งวิ่งไปวิ่งมาผ่านถนนหน้าบ้านของคาเมะแล้วก็วิ่งอย่างเร็วข้ามมาทางบ้านของเขา เขม้นมองแต่ไกล เจ้าตัวนั้นก็ยังวิ่งไปวิ่งมาไม่หยุด จุนโนะลองเร่งขาถีบจักรยานให้เร็วขึ้นเพื่อที่จะไปดูให้ชัดว่ามันตัวอะไรหว่า.....
แต่ขณะที่เกือบจะถึงนั่นเอง

..........แป้ด......

.....อึ๊ยยย......

จุนโนะเบรกรถพรืด ชะงักขาที่จะถีบต่อทันที ก็เจ้าล้อหน้าของจักรยานเขา เหยียบลงไปบนตัวเจ้าสัตว์นั้นพอดิบพอดี
เขาหน้าซีด ถึงจะขยะแขยงแค่ไหนก็เหอะ สังขารที่โดนล้อทับของมันก็ทำให้จุนโนะแทบจะร้องกรี๊ด...
“.......จ๊ากาากกกกก...........”
เขาร้องโหยหวน ขาแทบจะหมดแรง เขาทรุดตัวไปกองกับถนน ตาเบิ่งมองเจ้าสัตว์เคราะห์ร้ายนั้น ....กิ้งก่าของคาเมะนั่นเอง....นอนดิ้นกระแด่วๆ อยู่กลางถนน

“จูดี๊....ดี้........ดี้......!!” เสียงแหลมของคาเมะดังมาพร้อมกับสองขาที่วิ่งมาถึง
เขาทรุดตัวลงนั่งแหมะกับพื้นถนนตรงกันข้ามกับจุนโนะ ...มองจูดี้ด้วยน้ำตานองหน้า

“ฮึก...อือ.....จูดี้......ฮึก.......จูดี้ตายแล้ววว....ฮึก..........ฮือ.......” คาเมะแซะเอาร่างของสัตว์เลื้อยคลานมาอุ้มไม่สนใจหรอกว่าจะมีเลือดเกรอะกรังเปรอะเสื้อหรือเปล่า
“จูดี้...อีจูดี้เหรอ...เค้าเหยียบจูดี้.......ฮึก...” คราวนี้จุนโนะเป็นฝ่ายร้องไห้บ้าง
ก็เขาไม่ได้ตั้งใจนี่นา จูดี้ตายแล้ว ตายเพราะเขาขี่รถทับ จุนโนะมองคาเมะ เห็นฝ่ายนั้นมองหน้าเขาเขม็ง
“นายทับจูดี้....นายแกล้งฉัน...ฉันจะฟ้องแม่...ฮึก....นายฆ่าจูดี้...ฮึก...” เต่าน้อยสะอื้นไห้ กอดจูดี้ไว้แน่น
“เราไม่ได้แกล้งนะ...ฮึก.......ก็มันวิ่งตัดหน้ารถเราง่ะ....โนะไม่ได้แกล้งน้าาา....ฮึก.....”
“เกิดอะไรขึ้น??” เสียงผู้ใหญ่หลายคนวิ่งมาดูบ้าง เห็นลูกชายตัวน้อยทั้งสองคน ต่างยืนร้องไห้กันจ้า

พ่อของคาเมะอุ้มจูดี้มาดู แล้วก็วางมือลงบนศีรษะของลูกชาย
“แค่โดนทับหางเอง...นี่...คาเมะ...จูดี้ต้องไปหาหมอนะลูกนะ ไม่ตายหรอกน่า...”
คาเมะหยุดร้องทันที เขาชะเง้อดูสัตว์ตัวโปรดในมือของพ่อ แล้วก็ยิ้มทั้งน้ำตา
“ไม่ตายเหรอฮะ...แต่เลือดเต็มเลย...”
“พาไปหาหมอกันดีกว่าลูก”
“มันคงเจ็บน่าดูนะฮะพ่อ....” คาเมะว่าแล้วก็หันขวับมาดูจุนโนะที่ยังยืนสะอึกสะอื้นอยู่ข้างๆ
“คอยดูนะ..ถ้าจูดี้ตาย เราจะไม่มองหน้าเลยตลอดชาติ...” คาเมะชี้หน้าจุนโนะ
“เค้าไม่ได้ตั้งใจนี่....แม่ฮะ...โนะไม่ได้แกล้งจูดี้นะฮะ...ฮึก.......แม่....” จุนโนะซุกหน้ากับอกแม่ของเขา
“รีบพากิ้งก่าไปหาหมอก่อนเถอะค่ะ...เรื่องค่าใช้จ่ายทางเรายินดีรับผิดชอบเอง” คุณนายทางุจิพูดด้วยความเป็นห่วง
“เรื่องค่ารักษาน่ะ ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมคงต้องขอตัวก่อน จะรีบไป...จุนโนะหนูไม่ต้องร้องนะลูก...มันเป็นอุบัติเหตุนะครับ” พ่อของคาเมะพูดปลอบโยน

จุนโนะจะขอตามไปไปคลีนิกรักษาสัตว์ด้วย แต่คาเมะหันขวับมาจ้องหน้า คิ้วขมวด
“ไม่ต้องไป!! อย่ามายุ่งกับจูดี้ของเราอีก!!”
“ไม่ไปก็ได้..เชอะ...” ทางุจิน้อยสะบัดหน้าพรืด แต่ก็ไม่วายชำเลืองไปทางสัตว์ประหลาดที่นอนขยับตัวไปมาในอุ้งมือของพ่อคาเมะ

เขาเกลียดจูดี้ก็จริง แต่ในเวลานี้ ความเกลียดมันหายไปมากกว่าครึ่ง...อย่างน้อยเขาก็ไม่อยากให้จูดี้ตาย...ไม่เคยแม้แต่จะคิด....
“เข้าบ้านก่อนเถอะจ๊ะ...” เสียงแม่ของเขาดังอยู่ข้างๆ เธอดึงจักรยานขึ้น เดินจูงเข้าบ้านไป โดยมีจุนโนะกระโดดตามไปติด เสียงเศร้าๆ ของลูกชายถามเธอว่า
“จูดี้จะตายไม่ฮะแม่....?”
“คงไม่หรอกมั๊งจ๊ะ...”
.......................

*********************************

จุนโนะสุเกะรีบวิ่งมาที่บ้านคาเมะทันทีที่ได้ยินเสียงรถยนต์ของพ่อคาเมะมาจอดสนิทที่หน้าบ้าน
“จูดี้ปลอดภัยจ้ะ...หมอพันหางเอาไว้เป็นก้อนเลย โชคดีที่ไม่ขาด แต่ก็โดนล้อครูดเหวอะไปเลย...” พ่อของคาเมะกล่าวยิ้มๆ มองจุนโนะที่ทำหน้าเหยเกด้วยความเอ็นดู
ดูก็รู้ว่าหนูน้อยคนนี้ไม่มีเจตนาจะขี่รถทับจูดี้แต่อย่างใด ก็คาเมะนั่นแหล่ะเป็นคนมาสารภาพว่า จูดี้อยากอุตริออกไปวิ่งเล่นเอง และเขาก็กำลังวิ่งไล่จับอยู่ จูดี้ก็เลยตกใจจนวิ่งข้ามถนนไปมา
“ขอ....ขอดูจูดี้หน่อยได้มั้ยฮะ?” จุนโนะเขย่ง ชะเง้อดูร่างของกิ้งก่าตัวเท่าข้อมือนอนนิ่ง ตรงส่วนหางมีผ้าพันแผลพอกไว้จนหนาเตอะ มองแล้วก็น้ำตาซึม ทำท่าจะร้องไห้ต่ออีกรอบ
“เห็นมั้ยจูดี้ไม่เป็นอะไรหรอก...สองสามวันก็หายดี หนูไม่ต้องห่วงนะครับ”
“ผมขอโทษ.....”
“ไม่ต้องมาขอโทษเลย ไอ้โหด...ไปไกลๆ เลยไป ไอ้ขี้แย ไอ้โหด...ไอ้คนใจร้าย...” เสียงตะโกนปาวๆ ของคาเมะดังมาจากทางด้านหลัง
“เค้าไม่ได้โหดซะกะหน่อย...”
“โหดเด่ะ...นายง่ะแหล่ะไอ้โหด...ไอ้ขี้แย”
“ใครขี้แย?” จุนโนะตะโกนสวนกลับ
“นายนั่นแหล่ะ...ไปเลยไป...ไม่ต้องมาทำดีก๊ะจูดี้ของเรา...” คาเมะผลักไหล่บอบบางของจุนโนะจนเซ ทำให้ร่างบางฮึดขึ้นมา เขายืนกางขา มือเล็กๆ เท้าเอวทั้งสองข้าง
“โห....ไม่เห็นอยากจะยุ่งด้วยเลย เค้ามาถามเพราะห่วงอีจูดี้หรอก แล้วเค้าก็ไม่ได้ขี้แยด้วย”
“ขี้แย...ไอ้ขี้แย...”
“ไม่ใช่ซะหน่อย...” จุนโนะเถียงขาดใจ กระตุกชายเสื้อของพ่อคาเมะเพื่อหาแนวร่วม
“ใช่...ไอ้แหย...ไอ้ขี้อ้อน...เธ่อ...อย่ามาแตะตัวพ่อเรานะ คอยดูนะเราจะเกลียดนายไปตลอดชาติเลยด้วย” คาเมะลอยหน้าลอยตาเฉิบๆ จนจุนโนะผลักจนหน้าหงาย แล้วก็พูดเสียงลั่นว่า
“เราก็จะไม่ดีกับนายไปตลอดชาติเลยด้วย ไอ้เต่าปากเจ่อ...”
จุนโนะว่าแล้วก็เดินฉับๆ กลับบ้านทันที เดินโครมๆ ไม่เหลียวหลังมามองที่บ้านตรงกันข้ามอีกเลย

***********************************

คาเมะนั่งสงบสติอารมณ์ที่ขึ้งโกรธอยู่ที่หน้าต่างห้อง เขาเด็ดดอกไม้ที่ชูดอกสวยอ่อนช้อยทิ้งจนเกือบเกลี้ยงกระถาง บนตักมีตะกร้าหวายทึ่ใส่กิ้งก่าป่วยวางอยู่ เขาเห็นไฟจากหน้าต่างห้องตรงกันข้ามสว่างพรึ่บ เห็นร่างเล็กๆ ของใครบางคนเดินไปเดินมาลางๆ จากม่านหน้าต่างสีขาวสะอาด จุนโนะนั่นแหล่ะไม่ใช่ใครที่ไหน
ความหมั่นไส้วิ่งแล่นเข้ามา คาเมะขมวดคิ้ว ทำหน้าบึ้ง ลุกขึ้นกระชากผ้าม่านปิดซะเลย ...ไม่อยากเห็นเจ้าเพื่อนบ้านหน้าสวยคนนี้อีกแล้ว....

****************************

วันเวลาผ่านไป ...ปีแล้วปีเล่า.... เหตุการณ์ต่างๆ หมุนเวียนเข้ามาและก็ผ่านไป

เมื่อลมฝนพัดผ่าน.... พัดผ้าม่านปลิวไสว.... โบกสะบัดไปตามฤดูกาลที่หมุนเวียนเปลี่ยนผัน

หนูน้อยจุนโนะสุเกะก็ยังคงไม่ญาติดีกับเพื่อนบ้านที่อยู่ตรงกันข้าม คือ คาเมนาชิ คาซึยะ ทุกเช้าก่อนไปโรงเรียน จุนโนะจะชะโงกหน้ามารดน้ำต้นไม้ที่ตั้งเรียงราย อวดดอกชูช่อแข่งความงามของแต่ละกระถางในวินโดว์ บ็อกซ์ ...บางครั้งเขาก็จะเหลือบตาดูหน้าต่างบ้านตรงกันข้ามบ้าง และเวลาเดียวกันนั่นเองที่คาเมะก็จะเปิดกระจกหน้าต่างออกมารดน้ำดอกไม้ที่หน้าต่างห้องของตัวเองเหมือนกัน
“เชอะ....!!” จุนโนะจะเชิดใส่อย่างไม่ใยดี .....

...หนอย...ยังจำได้ดีทีเดียว มาว่าเราว่า...ไอ้ขี้แย.....เฮอะ...จำไว้เลย

โตขึ้นจะแมนให้ดู....

จุนโนะหมาดมาดเอาไว้แบบนี้

ดอกไม้สีสวยสด กระถางแล้วกระถางเล่าถูกผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนที่วินโดว์ บ็อกซ์ ของบ้านสองบ้าน แต่ทว่า...ตลอดเวลาที่ผ่านมา หน้าต่างห้องจุนโนะจะปิดผ้าม่านเสมอเมื่อหน้าต่างของบ้านตรงกันข้ามซึ่งเป็นห้องของคาเมะเปิดกว้าง
ในทางเดียวกัน หน้าต่างห้องของคาเมะก็จะปิดเช่นกันเมื่อเจ้าของห้องเห็นจุนโนะมาเมียงๆ มองๆ ชะโงกหน้ามารดน้ำต้นไม้ที่นอกหน้าต่าง ราวกับว่าคนสองคนไม่อยากเห็นหน้ากันและกัน

ตามวันเวลาที่ผ่านไป... กิ้งก่าสุดเลิฟของคาเมะจากเขตร้อนนามว่า จูดี้ ได้ตายอย่างสงบ ตอนนั้นคาเมะก็เริ่มเข้าสู่ชั้นประถมหก เขาเสียน้ำตาไปมากมายทีเดียว

คราวนี้จูดี้ตายเอง ...พ่อบอกว่าถึงควรแก่อายุขัยของมันแล้ว ...จูดี้แม่กิ้งก่าหางพิการตัวนั้น...ถูกฝังที่ใต้ต้นไม้ที่คาเมะเอามันไปเลี้ยงไว้ที่นั่น

และสาบานได้ ในวันที่คาเมะฝังศพนังจูดี้ เขายังอุตส่าห์เห็นร่างสูงโปร่งของเด็กชายคนหนึ่งยืนแอบมองอยู่ริมรั้ว
จุนโนะสุเกะนั่นเอง...ยืนเกาะรั้วมองอยู่ ...สายตาเรียวรีจับอยู่แต่หลุมเล็กๆ ใต้พื้นสนามหญ้า เมื่อเห็นเจ้าของบ้านตวัดสายตาเห็นเขา จุนโนะก็ผละจากรั้วนั้นเดินเข้าบ้านทันที

****************************************

จุนโนะกับคาเมะเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด แม้ว่าจะเข้าเรียนโรงเรียนเดียวกันก็ตาม แต่ทั้งสองคนจะเล่นเชิงกัน ไม่ยอมไปโรงเรียนพร้อมกันเลยสักวันเดียว โดยที่จุนโนะจะไปก่อน ...เมื่อคาเมะเห็นว่าฝ่ายนั้นไปแล้ว เขาถึงไปเรียนบ้าง อย่าว่าแต่จะเดินร่วมทางเดียวกันเลย ...แค่เดินสวนทางกันก็ไม่ได้เลยเชียวแหล่ะ

....จนกระทั่งถึงปีๆ หนึ่ง เป็นปีที่พวกเขาขึ้นชั้น ม. ปลายปีที่ 3 ...

จุนโนะสุเกะถอยรถมอเตอร์ไซค์ออกมาจากบ้าน กระเป๋านักเรียนถูกโยนไปที่ตะแกรงหน้ารถ กำลังจะก้าวขึ้นคร่อมอาน เขาก็ต้องชะงัก เมื่อสบสายตากับคู่อริที่กำลังเดินออกมาจากบ้านพอดี
.....เอ.....แปลกใจที่วันนี้คาเมะรีบร้อนออกมาจากบ้าน ผมสีน้ำตาลอมทองสะบัดปลายพลิ้วนั้น โดนลมตีจนยุ่ง แต่หน้าคมดุนั้นจะชายตามองจุนโนะสักนิดก็ไม่มี สงสัยจะอิจฉาที่อ้อนพ่อซื้อมอเตอร์ไซค์ไม่ได้ละมัง

จุนโนะรู้สึกภูมิใจนักหนาที่ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ก่อนคาเมะ...

มือขาวกับใบหน้าหล่อเหลาเปิดประตูรั้ว คาเมะเป็นหนุ่มขึ้นเยอะ แต่ก็ตัวเล็กกว่าจุนโนะ สูทนักเรียนสีกรมท่าสะอาดสะอ้านดูดีเลยเชียวล่ะ เป็นครั้งแรกที่จุนโนะแอบมองแล้วคิดในใจ ...แต่ว่า..เชอะ..ต่อให้ดูดีแค่ไหนก็อย่าหวังว่าจะพูดดีด้วยเลย

คาเมะเดินหลังตรงแน๋วผ่านหน้าเขาไป กระเป๋าเป้ถูกสะพายเยื้องมาทางด้านหลัง วันนี้ถนนเฉอะแฉะ เพราะฝนตกมาทั้งคืน เพิ่งจะหยุดเมื่อรุ่งสางนี้เอง ดังนั้นทั่วท้องถนนสายเล็กในหมู่บ้านแห่งนี้จึงเจิ่งนองด้วยน้ำฝนขัง
จุนโนะเบิ้ลเครื่องเมื่อผ่านร่างของคาเมะ ล้อซี่ใหญ่ของมันกระแทกกับน้ำขังข้างถนน สาดกระเซ็นเลอะขาของคนเดินริมทาง
“เฮ้ย!!” คาเมะกระเด้งตัวไปยืนชิดกำแพงรั้ว เขาชูกำปั้นหราให้จุนโนะสุเกะ
“ไอ้บ้าเอ๊ย!! แกล้งกันนี่หว่า...” คาเมะตะโกนตามหลังไป เพราะร่างสูงของคนขี่จะหันกลับมามองก็หาไม่
คาเมะสบถออกมาอีกยืดยาวเมื่อก้มลงมองปลายขากางเกงสีกรมท่า ซึ่งบัดนี้มีคราบโคลนเลอะกระจายไปทั่วตั้งแต่รองเท้าหนังจนถึงหัวเข่า
“ไอ้จุนโนะ...ฝากไว้ก่อนเหอะแก...ไอ้ขี้แย...ไอ้ยีราฟ”

ภายใต้หมวกกันน็อกนั้น จุนโนะสุเกะแอบอมยิ้มที่มุมปาก ....สะใจเป็นบ้าเลย เช้ามาก็ได้แกล้งคน และเป็นคนที่น่าแกล้งเป็นที่สุด

................................

“โฮ้ยยย...ลูกพี่...วันนี้มาสายเชียวนะ....ผิดปกติอะไรหรือเปล่า?” คำแรกที่เพื่อนร่วมก๊วนที่ชื่อคุซาโนะเอ่ยปากทักทายจุนโนะ ทำให้ร่างสูงที่สะพายกระเป๋าเป้เหลือบดูนาฬิกาข้อมือ
“เออ...สายจริงๆ ว่ะ...เรามาโรงเรียนสายกว่าเดิม มิน่าเจ้าหมอนั่นถึงมอง....” จุนโนะเพิ่งนึกขึ้นได้ ความจริงคาเมะไม่ได้ออกจากบ้านเช้าหรอก ก็เวลาเดิมนั่นแหล่ะ แต่เขาเองซิ ออกจากบ้านช้ากว่าเคย....
“ลูกพี่...เป็นไรง่ะยืนคิดอะไรอยู่” เพื่อนตัวเล็กตบบ่าเขาดังอัก
“อ๋อ..เปล่าๆ ไม่มีอะไรอ่ะ...เออ...แล้วโทโมะไปไหนหว่า มาหรือยัง?” จุนโนะถาม พลางเสยผมยุ่งยาวของตัวเอง
“ยัง สงสัยไปดักรอไอ้หน้าขาวที่หน้าโรงเรียนแหงๆ เลย” คุซาโนะบ่นหน้ามุ่ย ทำท่าไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก ทำให้จุนโนะอดหัวเราะไม่ได้ รู้ดีอยู่เต็มอกว่าเพื่อนร่วมห้องคนนี้ชอบโทโมฮิสะ หรือโทโมะ แต่ว่าเพื่อนอีกคนของเขาล่ะ ชอบใครอยู่ เขาเองอย่างสงสัย กำลังจะเอ่ยปากถามคุซาโนะอยู่แล้วเชียว เขาก็เห็นโทโมะเดินยิ้มหน้าบานมาหา
“เป็นไงโทโมะ...ยิ้มหน้าบานเป็นกาละมังเชียวเอ็ง” จุนโนะเอ่ยปากทัก
“เออว่ะ คนกำลังอินเลิฟก็เงี้ย” โทโมะหนุ่มหน้าหวานอีกคน ทำท่าเคลิ้มฝัน
“ใครเอ่ย?”
“ไม่บอก แต่คนนั้นน่ะ กำลังเดินมาล่ะ”
ทั้งสองหนุ่มที่ยืนรอคำตอบ กลั้นใจรอ หนุ่มคนที่โทโมะพึงใจ
“ใครวะ?” คุซาโนะถาม หน้าตาบอกว่าไม่สบายใจสุดๆ เขาเหลือบมองโทโมะที่ยืนกอดอกทำหน้าหวานอยู่ข้างๆ มองแล้วก็ค้อนตาคว่ำ ในใจนึกไปว่า ใครกันวะที่เพื่อนของเขาหลงชอบจนมองข้ามความน่ารักของเขาไปซะได้

โทโมะไม่ตอบ เอาแต่หันกลับไปชะเง้อมองที่ทางเดินข้างตึก สักพักเขาก็หันมายิ้มร่า...
“...แต่น....แต่น...แต๊น....โทโมะภูมิใจขอเสนอ ว่าที่แฟนของข้าพเจ้า....คาเมะนาชิ คาซึยะ ...หนุ่มน้อยผู้แสนจะบอบบาง ขาว และสวยงาม...” โทโมะผายมือออกกว้าง เป็นจังหวะเดียวกับที่มุมตึกปรากฏร่างของหนุ่มหน้าเข้มเพื่อนบ้านของจุนโนะสุเกะนั่นเอง


“เฮ้ย!!”

จุนโนะแหกปากร้องลั่นจนคนที่เพิ่งเดินเลี้ยวมุมตึกตกใจ


คาเมะเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเด็กหนุ่มสามคนยืนจับกลุ่มมองเขาเป็นตาเดียว


...จุนโนะสุเกะกับผองเพื่อนจอมซ่า...
มีอยู่สามคน...


...ซ่าทั้งสาม...
...หน้าหวานเฉียบทั้งนั้น...
และข้อสำคัญ ชื่อลงท้ายด้วย สระโอ๊ะ...


...จุนโนะ...คุซาโนะ...และโทโมะ.....


...แก๊งค์สระโอ๊ะหน้าหวาน..

คาเมะแอบตั้งชื่อไว้ในใจ...แต่ละคนดูจะอยากเป็นแมนกันซะเหลือเกิน ได้มอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ขี่กัน แถมยังรุ่นเดียวกันซะอีก นึกแล้วก็เคืองพ่อ ก็ยังไม่อนุญาตให้เขาขี่เลยนี่นา ...เอาไว้รอทำใบขับขี่มอเตอร์ไซค์ให้ได้ก่อนเหอะ แล้วจะมาขี่รถแข่งกับเจ้าจุนโนะสุเกะมัน... ไม่ยอมให้ล้ำหน้าไปแบบนี้หรอก

เฮอะ...แล้วมันมาจับกลุ่มอะไรกันตรงนี้ละเนี่ย...คาเมะมองจุนโนะอย่างแน่วแน่ เหตุการณ์ที่ทำกับเขาเมื่อเช้ายังไม่ลืมนะเว้ย.... แต่คาเมะก็ต้องสะดุ้งเมื่อคนที่ก้าวล้ำมายืนเด่นอยู่ตรงหน้าก็คือ...โทโมฮิสะ ยามาชิตะ...
“หวัดดีคนสวย...” โทโมะเอ่ยปากทักด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม...
“.............” คาเมะยืนเฉย พ่นลมออกทางปากอย่างเบื่อหน่าย นี่เพื่อนของจุนโนะจะมาไม้ไหนกันแน่เนี่ย....

จุนโนะยืนมองหน้าเซ็งๆ ของคาเมะแล้วก็ขมวดคิ้ว

ถ้าโทโมะที่เป็นแมนเต็มร้อยชอบคาเมะ งั้นก็แสดงว่า คาเมนาชิ..เป็น......

....อ๋า.......

“เฮ้ย!!” จุนโนะร้องออกมาอีกจนคุซาโนะหันมามอง คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างสงสัย แต่จุนโนะกลับยิ้มให้ เขาก้มลงเท้าแขนกับบ่าของเพื่อนตัวเล็ก แล้วก็กระซิบกับคุซาโนะแบบเยาะๆ ว่า
“คาเมะเป็นฝ่ายรับหรอกหรือเนี่ย...ฮะ...ฮ่า...เห็นกันมาก็หลายปีเพิ่งจะรู้..คิก...คิก...ที่แท้ก็....โถ...นึกว่าแมน...คิก...คิก”

************************

 

to be con

comment ที่นี่ก็ได้จ้า..กด..กด..


Hosted by www.Geocities.ws

1