NeVer Let YOU Go.......Vol 26

 


***************************

แสงอาทิตย์แรงกล้าส่องความร้อนแรงอยู่เหนือยอดทิวไม้ ...ร่างโปร่งบางเดินไปตามเส้นทางที่ทอดยาวไกลจนจรดเชิงเขา ความร้อนของมันทำให้เหงื่อไหลลามเลอะลงมาถึงบั้นเอว อากาศในฤดูใกล้หนาวของวันนี้ทำไมมันไม่ช่วยบรรเทาความร้อนลงได้เลย...ยามะพีเหลือบมองผิวขาวที่ท่อนแขนซึ่งบัดนี้มันเริ่มจะคล้ำลงนิดๆ แล้ว เขาปาดเหงื่อออก..นี่ถ้าไม่ได้มาด้วยแรงรักแล้วล่ะก็นะ จ้างให้ก็ไม่มาทนลำบากแบบนี้หรอก..

เสียงกึงกังของรถบรรทุกคันเล็กดังมาจากด้านหลัง ยามะพีเหลียวไปมอง เขากระโดดด้วยความดีใจ ทีนี้จะได้โบกรถเข้าไร่แล้วล่ะ นิ้วโป้งถูกยกขึ้นแล้วชี้ๆ ไปที่ทางเข้าไร่ รถคันนั้นหยุดกึก คนงานหน้าคล้ำสี่ห้าคนโผล่หน้าสลอนมองดูหนุ่มน้อยหน้าใสจากเมืองหลวง

ยามะพีกลืนน้ำลายเอื๊อก แต่ละคนหน้าตากลัดมันทั้งนั้น
.......จะโดนลากเข้าข้างทางมั้ยวะเนี่ย??.....
ยามะพีมองดวงอาทิตย์เบื้องบนและหนทางข้างหน้า ตัดสินใจขอติดรถเข้าไปในไร่ด้วยคน
....อะไรจะเกิดก็ให้เกิดเหอะ...ขืนมัวรีรอก็ไม่ต้องถึงที่หมายกันพอดี
................

หนุ่มน้อยนั่งตัวลีบติดกับที่นั่งด้านนอก หากเกิดอะไรขึ้น เห็นท่าไม่ดีก็จะได้โดดลงง่ายๆ รถวิ่งขโยกเขยกมาเรื่อยๆ พวกคนงานถามเขาว่า มาเดินเพ่นพ่านอะไรแถวนี้
“มาตามหาแฟน” หนุ่มน้อยตอบสั้นๆ เล่นเอาพวกหนุ่มห้าวหน้าเหวอ บางคนทำเสียงจิ๊ปาก ..เสียดาย
“แถวนี้ไม่มีสาวน้อยที่ไหนนี่หว่า ไอ้หนูหน้าสวย” คนหนึ่งบอก
ยามะพีก็เลยโพล่งออกมาว่า
“ก็ใครว่าสาวเล่า หนุ่มคร้าบบ หนุ่ม ชื่อทางุจิ คาซึยะ น่ะ รู้จักหรือเปล่า?”
“หา?..คุณคาซึยะ ลูกชายคุณนายหญิง!!”
“นายหญิงเหรอ?” ยามะพีขมวดคิ้วสงสัย คนงานก็เลยตอบให้หายข้อสังสัยว่า

นายหญิงก็คือคุณแม่ของคาซึยะนั่นเอง

“อ๊ะ...เป็นถึงลูกเจ้าของไร่หรอกเหรอ?...อึ๊ย...เท่ไม่เบา” ยามะพีได้ฟังก็นั่งอมยิ้มแก้มตุ่ยไปตลอดทาง เพราะพวกคนงานดูจะสุภาพขึ้นมาทันทีที่รู้ว่าเขาคือคนรักของลูกชายเจ้าของไร่.....

เมื่อรถมาถึงไร่ซึ่งมีอาณาบริเวณกว้างใหญ่พอสมควร มีพืชไร่หลายพันธุ์ปลูกแยกไปตามส่วน ยามะพีกวาดสายตาไปรอบๆ พวกคนงานหลายคนต่างหยุดงานมาเมียงมองหนุ่มแปลกหน้าที่หน้าตาสะสวยเกินชายคนนี้ เล่นเอาเจ้าตัวเดินขาแทบพันกัน เขาร้องถามว่า
“เอ้อ...จะพบคาซึยะได้ที่ไหนครับ?”
“คุณคาซึยะ...กำลังอยู่ในไร่สตรอเบอรี่ครับ” คนงานคนหนึ่งตอบ

ไร่สตรอเบอรี่คือเป้าหมาย และที่ที่เขากำลังยืนอยู่นี้คือไร่ส้มที่กำลังออกดอก ถัดไปนั้นก็คือสวนแอปเปิ้ลที่ขึ้นเป็นระเบียบ คนงานใจดีคนหนึ่งนำยามะพีไปที่ไร่สตรอเบอรี่
ใจเต้นถี่แรงเมื่อก้าวยาวๆ ตามคนงานคนนั้น อีกไม่นานแล้วซินะเขาจะได้พบกับคนที่เขารัก ยังไม่รู้เลยว่าจะได้รับการปฏิบัติอย่างไร
“นั่นไงครับ คุณคาซึยะอยู่ในโรงเก็บผลสตรอเบอรี่นั่น” หนุ่มหน้าคล้ำคนนี้ชี้ไปทางตึกกว้างชั้นเดียวที่รอบนอกผนังถูกเถาไม้เลี้อยปกคลุมจนเหมือนกับอยู่กลางป่า ลังสตรอเบอรี่วางอยู่ด้านนอกเต็มไปหมด และหน้าทางเข้าก็มีคนงานเดินเข้าๆ ออกๆ กันพลุกพล่าน

ยามะพีชะเง้อมองเข้าไปด้านใน แต่ก็ไม่เห็นคนที่ต้องการพบ พอลองถามดูก็ได้รับคำตอบว่า
“คุณคาซึยะอยู่ที่โรงเพาะแอ้ปเปิ้ลครับ”
“เหรอฮะ??” ยามะพีทำหน้ามุ่ย แล้วก็เดินไปไร่แอ้ปเปิ้ลอย่างเร่งรีบ
แต่พอมาถึง สิ่งที่เขาได้รับก็คือ
“ไปสำนักงานครับ อยู่หลังโรงเพาะเชื้อนี่เอง...” คนงานชี้ไปที่เรือนกระจกที่เห็นอยู่ลิบๆ
“คุณจะไปมั้ยครับ ผมจะให้ซ้อนจักรยาน”
“ไปฮะไป..” ยามะพีกระชับกระเป๋าเดินทางใบเล็ก แล้วพยักหน้าให้ ...ดังนั้น ก้นเล็กๆ ของหนุ่มหน้าหวานจึงต้องกระเด็นกระดอนไปตามเส้นทางอันคดเคี้ยวและขรุขระ แต่พอมาถึง เขาก็แทบลมจับเมื่อ......
“อ๋อ....คุณคาซึยะ ...... คุณมาช้าไปนิดหนึ่ง เขาไปติดต่อเรื่องคนงานกับนายผู้ชายครับ...เพิ่งขึ้นรถไปเมื่อกี้นี้เอง กว่าจะกลับก็คงจะเย็นๆ ล่ะครับ...”
ยามะพีแทบเข่าอ่อน ..โฮ้ย......เดินไปเดินมาแทบขาดใจ แต่ก็ไม่ได้อะไรเลย คงได้แต่รอ..และก็รอ...รอ...ต่อไป...

ยามะพีนั่งรออยู่หน้าสำนักงาน ...ท้องร้องจ๊อกๆ จนต้องแอบขโมยแอ้ปเปิ้ลในลังไม้มากินแก้หิวไปพลางๆ คนงานเริ่มมาเซ็นชื่อกลับบ้านกันจนเกือบจะหมดแล้ว

แสงอาทิตย์สีทองจับขอบฟ้าด้านทิศตะวันตก ลมเย็นๆ เริ่มพัดผ่านให้สะท้านกาย เสียงนกร้องยามบินกลับเข้ารังดังอยู่เหนือหัว ... ยามะพีชักขาขึ้นมานั่งกอดเข่า เกยคางไว้บนนั้น สายตามองไปที่ถนนดินซึ่งทอดยาวไปทางหน้าไร่...
“บ้าชะมัดเลย...นี่ฉันมาทำอะไรที่นี่ฟะ?” ยามะพึมพำ หน้าเริ่มมุ่ยมากขึ้นทุกที
และแล้วในที่สุด....ในลำแสงสีทองนั้น เขาก็ได้เห็นรถจี๊ปสีเทาวิ่งตะบึงใกล้เข้ามา มีฝุ่นสีแดงวิ่งตลบตามมาด้วย ร่างโปร่งผุดลุกขึ้นยืน หัวใจเต้นระรัวขณะเขม้นมองไปที่รถคันนั้นจนคอยืด
“มาแล้ว..!!” เขาตะโกนร้องอย่างดีใจ ถลันก้าวออกมายืนหน้าสำนักงาน แต่ทว่า.......
รถคันนั้นหยุดกึกที่เรือนพักคนงานซะงั้น...ยามะกัดปากตัวเองแล้วกระทืบเท้า ใบหน้างอหงิก ...เหนื่อยก็เหนื่อย หิวก็หิว ...แกล้งกันหรือเปล่าเนี่ย...จะใช่คาซึยะหรือเปล่าก็ยังไม่แน่ใจ...แต่ก็น่าจะใช่

เขาคว้ากระเป๋าของตัวเองแล้วเดินลิ่วๆ ไปทางเรือนคนงาน ภาวนาขอให้รถคันนั้นอย่าขับหนีไปไหน

............................

ณ ที่นั้น คนงานร่วมสิบ นั่งและยืนจับกลุ่มสนุกสนานเฮฮา มีเสียงหัวเราะและร้องเพลงดังเซ็งแซ่ไปหมด แต่พอคนพวกนั้นหันมาเห็นผู้มาเยือนเข้า บรรยากาศหลังเลิกงานนั่นก็พลันเงียบเสียงลง ...ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ สายตาทุกคู่พุ่งมาที่ร่างบอบบางของหนุ่มน้อย

ยามะพีหน้าแดงระเรื่อเพราะความอาย แต่อาศัยเหตุผลที่ว่าเดินทางมาเหนื่อย ทำให้แก้เขินไปได้ เขาค่อยๆ กวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นคาซึยะ เขาก็ลองถามดู คนงานที่เคยบอกทางเขาชี้ไปด้านในโรงเรือน บอกว่าคาซึยะเพิ่งรับเอาคนงานคนใหม่มาส่ง
“อ๊ะ...ออกมาโน่นแล้วครับ...”

ยามะพีหันไปตามมือชี้ ...หัวใจเต้นแรงขึ้น .....หนุ่มน้อยที่เดินออกมานั้น ทำให้เขาใจเต้นแรงแทบปะทุออกมานอกอก มือไม้แกว่งเหมือนกับจะหาที่วางไม่ได้ คาซึยะในเสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีแดงกับหมวกฟางสีน้ำตาลนั้นดูเด่นสะดุดตาเหลือเกิน ยามะพีก้าวล้ำขวางทางเดินของเขาเอาไว้

เมื่อคาซึยะเห็นคนที่ยืนขวาง เขาก็เบิกตากว้าง หยุดนิ่งขึงอยู่กับที่
“คุณยามะพี!!”
“คาซึจัง.......ฮึก......” ยามะพีทิ้งกระเป๋าบนพื้น แล้วโผเข้าหาร่างของเด็กหนุ่ม ซบหน้าเกลือกกลิ้งกับเสื้อเชิ้ตของเขา สองแขนโอบรอบลำตัวของคาซึยะ ขณะที่ปากก็พึมพำเสียงพร่า
“คิดถึงนะ ทนไม่ไหวแล้ว...คาซึจัง...ฉันขอโทษ...ขอโทษทุกอย่างที่ทำกับนาย..”
“ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ...ที่ทำให้คุณเสียใจ ทำให้ร้องไห้...” สองแขนของคาซึยะรัดรึงร่างบอบบางไว้แน่น แทบจะไม่ยอมให้มีช่องว่างระหว่างร่างกายของทั้งสอง ...เขาฝังใบหน้ากับผมชื้นเหงื่อของยามะ

ไม่คาดฝันว่าจะได้พบกับยามะพีที่นี่ ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ ว่าในที่สุด ยามะพีก็กลับมาหาเขา เขาช้อนดวงหน้าที่ฉ่ำไปด้วยน้ำตาของยามะพีขึ้น แล้วก็มองอย่างจะให้เชื่อสายตาว่า ใช่คุณยามะของเขาแน่หรือเปล่า หรือว่าเป็นคู่แฝดที่แอบปลอมตัวมา แต่สัมผัสที่คุ้นเคยเช่นนี้ จะเป็นใครไปได้อีก
“ใช่...ใช่คุณยามะของผมจริงๆ ด้วย...” คาซึยะครางออกมา
“ฮื่อ...ยามะของนาย...ของนายคนเดียวเท่านั้นนะ” ยามะพีพูดแล้วก็ใช้หลังมือปาดน้ำตาออก เขายื่นหน้ามาจุ๊บที่ปลายคางเกลี้ยงเกลาของเด็กหนุ่ม สองแขนโอบรอบลำคอแล้วก็ซบหน้าที่อกกว้าง

คาซึยะได้ยินเสียงหัวเราะของคนรอบข้างดังแว่วๆ ก็เลยเงยหน้าขึ้นจากกลุ่มผมของคนรัก พบกับสายตาของคนงานทุกคู่ที่มองเขม็ง คาซึยะหน้าเข้มขึ้น เขาพยายามจับร่างยามะพีออกห่าง
“ไปพูดกันที่อื่น...อายพวกนั้นมัน.....” เมื่อนั้นแหล่ะที่ยามะพีถึงได้สติ เขาหันไปมองพวกคนงานที่ยืนอึ้งกันเป็นแถวๆ

...โธ่เอ๋ย...คงไม่เคยเห็นผู้ชายยืนกอดกันกลมแบบนี้ล่ะซิ

คาซึยะกึ่งลากกึ่งจูงยามะพีไปที่รถจี๊ป และขับผ่านไร่แอ้ปเปิ้ลและเชอรี่จนมาหยุดนิ่งที่เรือนพักร้อน ซึ่งตั้งอยูชิดกับเชิงเขา
ในระหว่างทางยามะพีก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง รวมทั้งเรื่องที่เขาคบกับรุ่นพี่ชื่อเรียวด้วย แต่ก็เพราะต้องการจะประชดคาซึยะนั่นเอง คาซึยะได้แต่นั่งฟังเงียบ ในใจนึกดีใจสุดแสนที่คุณยามะพียอมมาหาเขาถึงที่นี่ นึกว่าจะต้องแห้งเหี่ยวหัวโตอยู่ที่ไร่นี้แล้วเสียอีก....
ยามะพีหยุดเล่า หอบหายใจ
“แล้วฉันก็ไปหานายที่อพาร์ตเมนต์ รู้มั้ยฉันแทบช็อคแน่ะ ที่พี่ชายนายบอกว่า นายหนีมาอยู่นี่”
“ผมไม่ได้หนี...”
“นั่นแหล่ะ ก็ออกมาจากโตเกียวทำไมล่ะ ....”
คาซึยะไม่ตอบ เขาเดินนำยามะพีเข้าไปในเรือนหลังเล็กที่เปิดหน้าต่างออกกว้างทุกบาน
“คุณยามะพี.....” คาซึยะหยุดยืนที่ริมหน้าต่าง เขาหันมาหายามะพี เห็นหน้างดงามนั้นแล้ว อยากจะเข้าไปกอดอีกสักครั้งให้สมกับที่คิดถึง แต่เหตุการณ์ที่ยังทำให้เขาคลางแคลงใจอีกอย่างหนึ่งก็ผุดขึ้นมา หรือว่า...ที่ยามะพีมาหาเขานี่ ก็เพราะเลิกกับคนชื่อเรียวแล้วหวังจะกลับมาหาเขาอีกครั้งหรือเปล่า...
“แล้วแฟนของคุณล่ะ เอามาด้วยหรือเปล่า?” เขาถาม ทำให้ยามะพีชะงักกึก
“ไม่มี...แฟนฉันน่ะใคร?” ยามะพีถามประสาซื่อ
“ก็คนชื่อเรียว”
“เลิกกันแล้ว”
“อ้อ...ก็เลยจะกลับมาหาผม” เสียงพูดออกแนวประชดนั้นทำให้ยามะพีสั่นหน้าอย่างแรง
“เปล่านะ!! ฉันตั้งใจมาหานาย คิดถึง ฉันอยากเห็นหน้านาย ก็อย่างที่บอกไง ว่าฉันเชื่อใจนายแล้ว...”
“คุณมาที่นี่เพียงเพื่อจะมาบอกว่า คุณเชื่อใจผมแล้วงั้นหรือ?” คาซึยะถาม หางเสียงเจือแววน้อยใจ
“ฮื่อ.....ก็รักกันนี่ ต้องเชื่อใจกันซิ คาซึจัง...ฉันมันโง่เอง...ไม่เชื่อใจนาย แต่ตอนนี้ง่ะ......”
“แล้วที่ผ่านมาล่ะ คุณเชื่อใจผมมากน้อยแค่ไหน ...เท่าที่เล่ามาน่ะ ถ้าไม่มีใครบอกคุณเรื่องของผม คุณก็ยังเข้าใจผมไปทางผิดๆ นั้นอยู่ใช่มั้ย?”

ยามะพีชะงัก เขามองคาซึยะอย่างประเมินท่าที ทำไมคาซึยะต้องพูดแบบนี้ด้วย ก็เขามาหาถึงที่นี่แล้วไง...
“ฉันขอโทษแล้วไง...”
“แล้วทำไมต้องประชดผม มาคบกับนายเรียวอะไรนั่นด้วย...แล้วยังให้เพื่อนรุ่นน้องคุณออฟผมออกไปนอนด้วยอีก คุณไม่ได้หวงผมเลยสักนิด”
“ฉันกับเรียวน่ะ ไม่มีอะไรกันนะ แค่แกล้งนาย ...ควงเขาให้นายหึงเท่านั้นเอง แต่นายไม่หึงเลยสักนิด กลับไปกับคุซาโนะหน้าตาเฉย” ยามะยืนกัดปากเถียงใส่อย่างไม่ลดละ
“ก็คุณอยากให้เป็นแบบนั้นไม่ใช่เรอะ!!” คาซึยะโต้ตอบบ้าง
“เอ๊ะ...คาซึยะ นายจะมารื้อฟื้นอะไรอีกง่ะ ก็ฉันมาขอโทษแล้วไง!!” ยามะพีชักจะฉุน ท่าทางเรื่องดีๆ ที่ได้เจอกันในวันนี้ชักจะไม่เข้าท่าซะแล้ว
“ขอโทษแล้วมันหายน้อยใจหรือเปล่าล่ะครับ?”
“คาซึยะ...นายนี่มันเด็กจริงๆ เลย!! ฮึ!! อุตส่าห์มาง้อนะเนี่ย...” ยามะกระฟัดกระเฟียด ยกมือเท้าเอว
“ไม่ได้มาด้วยหัวใจก็ไม่ต้องมา” คาซึยะใส่อีกรอบ
“เอ๊ะ!! นายจะหาเรื่องทะเลาะกับฉันทำไมกัน ทีนายล่ะ เอาตัวเองเสี่ยงกับโทโมะ ฉันยังไม่ว่าอะไรสักคำ...เชอะ...” ใบหน้างามป่องด้วยความไม่พอใจ สองแขนกอดอกของตัวเองไว้มั่น เมื่อคาซึยะไม่กอด เขากอดตัวเองก็ได้...ฮึ...ชักจะน้อยใจแล้วนะ

สักพักเขาก็ตวัดดวงตากลมโตจ้องมองคาซึยะอย่างไม่ยอมแพ้ ...พูดไปพูดมา การที่มาง้อจะกลับกลายเป็นมาทะเลาะกันเสียเปล่า ทั้งสองมองหน้ากันนิ่งนาน
“นี่เราจะมาทะเลาะกันทำไมเนี่ย” คาซึยะพูดขึ้น มองเห็นคนสวยของเขามีน้ำตารื้นขึ้นมาก็ใจอ่อนยวบ ริมฝีปากอิ่มเต็มเม้มแน่น... คุณยามะพีอุตส่าห์เดินทางมาหาอย่างยากเย็น แต่เขากลับเป็นคนชวนทะเลาะซะนี่
เห็นหน้าตาที่เริ่มเบะนั่นแล้วก็อดเอ็นดูไม่ได้ ความน้อยใจที่ทำให้เขาหนีมาอยู่ที่นี่เริ่มจะหดหาย....
“นายไม่ดีใจเลยเหรอที่ฉันมาหา?” ยามะพีถาม เมื่อเห็นรอยยิ้มของคาซึยะเริ่มปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากบาง เป็นรอยยิ้มที่บอกให้รู้ว่า เด็กหนุ่มคนนี้ดีใจแค่ไหนกับการที่ได้เห็นเขาอยู่ที่นี่ และการต่อปากต่อคำนั้นก็เพราะความน้อยใจนั่นเอง

คาซึยะเดินมาใกล้ ยกมือของยามะมาแล้วกุมไว้
“ดีใจซิครับ ...แต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็นความรู้สึกเพียงชั่ววูบของคุณหรือเปล่า?” เสียงเนิบๆ ของคาซึยะชักจะอ่อนลง นี่ถ้าเขาไม่พูดดีด้วย ยามะพีคงจะร้องไห้ออกมาด้วยความน้อยใจแน่ๆ
“ไม่ใช่ ตั้งใจมาเลยล่ะ คิดถึง อยากเห็น ...รัก......และอีกสารพัด ข้อสำคัญฉันน่ะจะมาตามนายกลับโตเกียว”
“กลับโตเกียว!!??”
“อือ......กลับด้วยกันนะ ไปทำงานกับคุณปู่อีก คุณปู่คิดถึงนายทุกวัน และก็ไม่ยอมจ้างคนใหม่ด้วย บอกว่าใครๆ ก็สู้คาซึยะคนนี้ไม่ได้” ยามะพีจิ้มอกคนตรงหน้า แล้วก็ก้าวเข้าหาคาซึยะ สองแขนโอบรอบลำตัวเพรียวแต่แข็งแกร่งของหนุ่มน้อยที่เขาอุตส่าห์ดั้นด้นมาหา
“คุณยามะพี...” คาซึยะใจอ่อนยวบ กอดตอบอย่างไม่เกี่ยงงอน เขาลูบไล้ศีรษะที่ซุกไหล่ของเขาอย่างอ่อนโยน แล้วก็พูดขึ้นว่า
“ผมยังกลับตอนนี้ไม่ได้”
“ไม่ได้!!????” ยามะพีผงกหัวขึ้น สบตาคนรักอย่างงอนจัด
“ครับ...ตอนแรกว่าจะมาพักหลบเลียแผลใจ แต่ว่า แม่ผมกับพ่อเลี้ยงฝากงานให้ผมดูแล ผมต้องช่วยเขาน่ะฮะ จะทิ้งไปกลางครันไม่ได้หรอก...”
“โห.....คาซึจ๊างงง....” ยามะพีหน้ามุ่ย
“แหม...มาตามแล้วนะเนี่ย”
“คุณกลับไปรอผมที่โน่นก่อนก็แล้วกันนะครับ...”
“ฮึ!! นี่นายงอนฉันหรือเปล่าเนี่ย?” ยามะพีถามตรงๆ ซึ่งคาซึยะก็ส่ายหน้าแล้วก็อมยิ้ม
“เปล่าหรอกครับ...”
“งั้นไม่รู้ล่ะ นายต้องกลับกับฉันวันนี้ หรือไม่ก็พรุ่งนี้ด้วย ไม่งั้นไม่ยอม”
“ถ้าไม่ยอมแล้วคุณจะทำไมล่ะครับ?”
“ฉันก็จะอยู่ที่นี่ อยู่กับนาย...พรุ่งนี้ไม่ไปสอบด้วย!!”
“คุณมีสอบพรุ่งนี้??” คนฟังอุทานออกมา นี่ยามะพีมาหาเขาทั้งๆ ที่รู้ว่าพรุ่งนี้จะสอบงั้นเหรอ?....
ร่างบางพยักหน้างึกๆ
“ฮื่อ...แต่ช่างเหอะ นายสำคัญกว่า”
“ไม่หรอกครับ ผมจะสำคัญไปกว่าการสอบได้ไง...”
“ฮื้อ....”

ยามะกระแทกตัวนั่งที่เก้าอี้ไม้ริมหน้าต่าง กอดอก หน้ามุ่ย
คาซึยะตามมานั่งบ้าง เขาบอกไม่เห็นด้วยที่ยามะจะทิ้งการสอบกลางครันแบบนี้
“ไปสอบเถอะครับ...”
“ไม่ง่ะ ถ้านายไม่ไปด้วย ฉันก็ไม่กลับ” ร่างบางสั่นหน้า ยังคงยืนกรานตามที่ได้ตั้งใจไว้
“ผมกลับแน่ๆ ครับ แต่ไม่ใช่เวลานี้ คุณยามะน่ะ...ต้องกลับไปสอบนะครับ เดี๋ยวคุณปู่จะว่าเอา”
“ไม่!!”
“เฮ้อ........” เด็กหนุ่มเกาหัวแกรก ส่ายหน้าแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ...ยามะพีมาคราวนี้ ดื้อจริงๆ แล้วเขาจะทำอย่างไรดี ....อยากอยู่ด้วยก็อยากให้อยู่หรอกนะ แต่ยามะพีเล่นทิ้งการเรียนมาแบบนี้ เห็นท่าจะไม่ดีแน่ แล้วก็จะสอบแล้วด้วย

ยามะพีขยับเข้ามาใกล้ โอบแขนรอบเอวเขา มือไม้ก็ไล้ไปที่แผงอกของคาซึยะ
“เห็นมั้ยว่าฉันเอาเสื้อผ้ามาด้วย กะว่าจะมานอนเล่นให้นายใจอ่อนสักสองสามวัน ให้ฉันอยู่ด้วยคนน้า...”
“คุณยามะ.....” คาซึยะก้มลงมองหน้าใสๆ ที่โดนแดดลามเลียจนคล้ำลง แต่กระนั้นก็ยังเห็นเส้นเลือดฝอยๆ พาดผ่านแก้มนวลได้ชัดเจน

ต่างคนต่างเงียบกันไปทั้งคู่ เสียงลมพัดใบไม้หวีดหวิวด้านนอกทำให้ยามะช้อนตามองคาซึยะ
“ที่นี่สวยดีนะ ไม่มีใครอยู่แถวนี้เลยหรือ?” เสียงยามะพีเริ่มพร่าพรายขณะเปลี่ยนเรื่องคุย เขาไล้กลีบปากแตะแต้มที่ซอกคอของคาซึยะ เล่นเอาหนุ่มน้อยขนลุกซู่ รู้เลยว่ายามะพีเริ่มงัดเอาไม้ตายมาอ้อนเขาอีกแล้ว
“ครับ ไม่มีใครอยู่แถวนี้ เป็นเรือนพักร้อนของแม่กับพ่อเลี้ยงผม”
“งั้น...ให้ฉันค้างที่นี่ได้มั้ยอ่ะ? นะ คาซึจังนะ...ถ้านายยังไม่กลับ ฉันก็จะรอนายที่นี่แหละ” ยามะพียืดตัวขึ้น สัมผัสแผ่วเบาที่ริมฝีปากหยักของหนุ่มน้อยอันเป็นที่รัก

เมื่อริมฝีปากสัมผัสกัน ความอ่อนหวานเริ่มซึมซับ ถ้อยคำรักหวานหูบินมากร้ำกราย คาซึยะก็เคลิบเคลิ้มตามไปด้วย ยามะพีเสนอจุมพิตให้เขาแสวงหาความอิ่มเอิมนั้น
“คิดถึงใจจะขาดอยู่แลัวนะครับ...” คาซึยะผละจากจุมพิตดูดดื่มนั้น เพียงเพื่อจะกระซิบคำรักออดอ้อน สองแขนกระหวัดรัดลำตัวบอบบางของหนุ่มหน้าหวานให้นั่งซ้อนตัก

ร่างสองร่างหันหน้าเข้าหากัน ภายใต้เก้าอี้ไม้ยาวแคบๆ นั่น หน้าของคนสองคนใกล้ชิด นัวเนียซึ่งกันและกัน ลมหายใจเริ่มหอบกระชั้น เมื่อคาซึยะไถลปากบางแถวเนินอกที่โผล่พ้นเสื้อของยามะ
“คาซึจัง...อย่าทิ้งฉันไปไหนนะ...” ยามะส่งเสียงอ้อนเหมือนแมวน้อย คลอเคลียกับเรือนร่างของเด็กหนุ่มไม่ขาด

ดวงตากลมโตหลุบมองใบหน้าและผิวกายของหนุ่มน้อยตรงหน้า คาซึยะคล้ำขึ้น แต่ก็ดูแมนเล็กๆ เซ็กซี่ไปอีกแบบ จากหนุ่มโฮสกลับกลายมาเป็นหนุ่มชาวไร่ ...ฝ่ามือที่ไล้ไปมาตามร่างกายของเขานั้นก็อีก มันเร้าอารมณ์น่าดู...มือเรียวจับเสื้อเชิ้ตเลิกขึ้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นขณะเปลื้องเสื้อผ้าของชาวไร่สุดที่รักออกจากกาย
“คาซึจังงง....” ยามะแทบขาดใจเมื่อคาซึยะจูบเขาอีก คราวนี้หนักหน่วง รุนแรงและโหยหา เมื่อเนื้อตัวต่างเบียดเข้าหากัน ทั้งสองต่างก็สั่นยะเยือก....ลืมการพูดคุยไว้เบื้องหลัง ต่างเติมไฟสวาทเข้าหากันอย่างไม่รู้จักอิ่มเอม....

..............................

อาทิตย์ลับขอบฟ้าไปนานแล้ว คาซึยะนอนกอดคนตัวนิ่มอยู่บนเก้าอี้ไม้ยาวตัวเดิม ด้วยเรือนร่างที่เปล่าเปลือย เขาโลมลูบผิวกายสะอาดสะอ้านของยามะพีด้วยความรักใคร่ รู้สึกถึงปลายนิ้วน้อยๆเกลี่ยวนรอบยอดอกของตัวเอง แล้วไถลไปทั่วแผ่นอก
“คุณยามะ...ค่ำแล้วนะครับ...” คาซึยะจับนิ้วเรียวเอาไว้ เมื่อมือนั้นเริ่มซุกซนเกินกว่าเหตุ
“ฮื่อ.....แล้วไงล่ะ...นอนกอดกันแบบนี้อุ่นดีนะ ที่นี่ตกดึกจะหนาวมั้ยง่ะ...มีผ้าห่มหรือเปล่า?” ยามะแหงะหน้าขึ้นถาม
คาซึยะขยับตัวลุกขึ้นนั่ง หันมามองร่างบอบบางด้วยสายตาที่อ่อนเชื่อม ยามะลุกขึ้นตาม เนื้อตัวขัดยอกไปหมดเพราะแรงรักหักสวาทของหนุ่มน้อยคนนี้
“ผ้าห่มคงไม่ต้องใช้....ผมจะไปส่งคุณกลับบ้านที่โตเกียวตอนนี้จะดีกว่า ถึงบ้านจะได้ไม่ดึกมากนัก...พรุ่งนี้สอบไม่ใช่หรือ?”
“คาซึยะง่ะ!!”

*************************************

ในขณะที่โตเกียวกำลังต้อนรับการมาเยือนของฤดูหนาว ทางด้านกรีซอากาศกำลังอุ่นสบาย จุนโนะและคณะถ่ายแบบที่เกาะโรดส์เป็นเวลา 5 วันแล้ว และขณะนี้พวกเขากำลังเก็บของไปตุรกีต่อ
“จะไปทำไมกันที่นั่น มันก็เหมือนกรีซง่ะแหล่ะ” จุนโนะทำหน้ามุ่ยขณะพับเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางตรงหน้า เขาพักห้องเดียวกับยาระ เพราะทริปนี้ยาระไม่มีแฟนหนุ่มที่ชื่อยูกิมาด้วย
“เออน่า...เหมือนกันซะที่ไหนล่ะ ทะเลที่นั่นน่ะวิบวับกว่านะเว้ย....และคนก็ไม่เยอะเท่า ..อีกอย่างหนึ่งนะ...เสร็จแล้วจะได้ไปฝรั่งเศส”
“อังกฤษน่ะ อังกฤษน่ะ เมื่อไหร่จะไปซะที” จุนโนะเร่งยิก

...ยาระมองแล้วก็ก้มหน้างุด

“เอ้อ.....ไม่รู้จะได้ไปหรือเปล่านะ”
พอสิ้นเสียงของยาระ จุนโนะก็หันขวับมาทันที
“อ้าวพี่...ไหนบอกว่าจะพาไปช้อปปิ้งที่อังกฤษไง ทำไมพี่พูดอย่างงี้ล่ะ”
“นี่จุนโนะ...เราต้องไปถ่ายแบบ เสร็จแล้วก็ต้องประชุมเรื่องงานเดินแบบที่จะจัดร่วมกับคนที่ฝรั่งเศส... คือพี่กะเวลาคลาดกันไปหน่อย สองอาทิตย์ของเราก็แทบหมดแล้ว...ขอโทษจริงๆ นะจุนโนะ...อังกฤษน่ะคงไม่มีเวลาไป....” ยาระพูดเสียงอ่อน พลางก้มหัวขอโทษจุนโนะตัวป้อมเชียว จุนโนะมองแล้วถอนหายใจเฮือก...จะโกรธก็โกรธไม่ลง

อยากเจอจินนะ...ติดต่อก็ไม่ได้เลย .....สอบถามไปทางพี่สาวของจิน ก็อ้ำอึ้ง ...หรือว่าจินกับทางบ้านจะไม่อยากติดต่อกับเขาอีก....อยากจะไปหาให้รู้เรื่องกันไปเลย
.....อยากจะบอกว่า ...เขามาหานะ เต็มใจมาหาด้วยหัวใจเรียกร้อง ไม่คิดโกรธเคืองจินอีกแล้วล่ะ

ยาระเห็นหน้าจ๋อยของหนุ่มน้อยตรงหน้าแล้วก็สงสาร ...จุนโนะนั่งเงียบมองเขาด้วยความผิดหวัง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเป็นการต่อว่าอีกเลย...เด็กหนุ่มยังคงนั่งเก็บของต่อไป แต่ท่าทางเคร่งขรึมมากกว่าเดิม
“ขอโทษจริงๆ จุนโนะ....” ยาระพึมพำ
“ไม่เป็นไรหรอกฮะ....ก็เราไม่มีเวลาพอนี่นา....พี่ยาระไม่ต้องกังวลหรอก...ผมคงไม่ใช่เนื้อคู่ของเขาจริงๆ หรอก...” ประโยคสุดท้ายนี่ จุนโนะพูดเบามาก ราวกับจะพูดกับตัวเอง......
......ถ้าชาตินี้เราเป็นเนื้อคู่กันก็คงไม่แคล้วกันแน่นอน...ใช่ไหมจิน....

***************************************

ที่กรุงปารีส....
จุนโนะนั่งเท้าคางมองสต๊าฟคุยกันเรื่องงาน คอนเซ็ปต์ต่างๆ ได้วางเอาไว้ลงตัวแล้ว โดยที่นายแบบทางฝรั่งเศสและอิตาเลี่ยนจะเดินในเซ็ตเสื้อผ้าลำลองของชุดฤดูหนาว ส่วนทางฝั่งเอเชียจะได้เดินในชุดสูทและชุดออกงาน และนั่นก็รวมถึงจุนโนะสุเกะและเพื่อนนายแบบร่วมสังกัดด้วย.....

ยาระพาพวกนายแบบของเขาไปดูสถานที่จัดงานซึ่งเป็นโรงแรมสุดหรูริมฝั่งแม่น้ำเซน สถานที่โอ่โถงคงจุคนดูเป็นพันๆ เลยล่ะ จุนโนะให้ความสนใจกับแคทวอร์คมากเป็นพิเศษเพราะต้องใช้เวลาในการทำงานอยู่ที่นั่น พวกหนุ่มๆ ลองฝึกซ้อมกันเกือบทั้งวัน จนค่ำกว่าจะเลิก ยังมีเวลาอีกสองวันกว่าจะถึงวันจริง
ใจเขาอยากจะโลดแล่นไปอังกฤษ เพียงช่องแคบห่างกันนิดเดียวเองที่กั้นขวางเขากับจิน แต่ว่าจะเอาแต่ใจตัวเองไม่ได้นี่นา......และพรุ่งนี้ยาระก็บอกว่าจะมีการซ้อมใหญ่ด้วย คราวนี้จะเป็นการซ้อมเดินครั้งสุดท้าย และก็ไม่มีใครหน้าไหนจะกล้าหลบงานออกไปไหนต่อไหนด้วย....

จุนโนะทรุดลงนั่งที่เตียงเมื่อกลับจากกินอาหารค่ำและอยู่สังสรรค์กับพวกนายแบบทางฝั่งยุโรปแล้ว... รู้สึกว่าวันนี้จะเมื่อยมือเมื่อยแขนมากเป็นพิเศษ เพราะต้องใช้ทั้งภาษาอังกฤษอันกระท่อนกระแท่น แต่ส่วนมากก็มือนี่แหล่ะเป็นภาษาที่ดีที่สุด

เห็นได้ชัดๆ เลยว่า มีหลายคนในจำนวนนายแบบตะวันตกที่ให้ความสนใจเขามากเป็นพิเศษ สองหรือสามคนชาวอิตาเลียนพยายามจะดึงเขาไปเที่ยวต่อ และอีกหนึ่งหนุ่มปารีเซียงที่นั่งมองหน้าเขาตาเชื่อม ...จุนโนะทนนั่งอึดอัดได้ไม่นาน ยาระก็ส่งสัญญาณมือขอตัวพาเหล่านายแบบในสังกัดกลับที่พัก อ้างว่าต้องเข้านอนกันไม่ดึกมาก เดี๋ยวหน้าจะโทรม....

“เป็นไงจุนโนะ เนื้อหอมไม่เบานี่เรา” ยาระโผล่มาจากห้องน้ำ พูดขึ้นหลังจากที่เห็นจุนโนะยืนปล่อยอารมณ์ที่นอกระเบียง เด็กหนุ่มหันมายิ้มตาหยี
“ไม่หรอกมั้งพี่ เขาคงเห็นเราเป็นคนต่างถิ่นก็เลยสนใจเป็นพิเศษ”
“คงไม่แค่นั้นน่า....นี่ถ้าพี่ไม่ชวนกลับ สงสัยเจ้าพวกนั้นต้องฉุดนายไปแน่ๆ”
“อึ้ย....ไม่เอาน้าาา....” เด็กหนุ่มโบกไม้โบกมือ พลางสั่นหน้าจนผมกระจาย
“ถ้าไม่ใช่อะกานิชิ จินก็ไม่ยอมใช่มั้ยล่ะ?” ยาระหัวเราะ
“อย่าพูดถึงหมอนั่นได้เปล่า...คนอะไรใจร้ายเป็นบ้าเล้ยยย....เฮ้อ........” จุนโนะทำหน้ามุ่ย แล้วก็คว้าผ้าขนหนูเตรียมจะไปอาบน้ำบ้าง
ยาระมองตามแผ่นหลังของร่างโปร่งเพรียวนั้นแล้วก็ส่ายหน้า
“หมอนั่นน่ะ ไม่ได้ใจร้ายอะไรหรอกจุนโนะเอ๊ย....” เขาพูดเบาๆ
......แต่คนในห้องน้ำจะได้ยินก็หาไม่.....
*****************************

และวันงานก็มาถึง วันนั้นที่หน้าโรงแรมคึกคักมากเป็นพิเศษ หนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ และบรรดาสาวสวย หลายอาชีพต่างก็มาออกันอยู่ในงาน ที่นั่งซึ่งถูกจัดแบบงานเลี้ยงต่างถูกจับจองจนหมด

นายแบบทางฝั่งเอเชียยืนกันกระสับกระส่าย แม้แต่จุนโนะเองที่ผ่านเวทีเดินแบบมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้ ก็ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เขาและเพื่อนๆ ได้เดินทางมาเดินแบบในงานใหญ่ระดับนี้

จุนโนะสุเกะยืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจก หมุนซ้ายหมุนขวาดูความเรียบร้อยของตัวเอง เขาถูมือตัวเองไปมาเพื่อไล่ความเย็นออกไป แต่แล้วก็รู้สึกว่ามีมือของใครคนหนึ่งแตะลงที่ไหล่.....ยาระนั่นเอง
“ตื่นเต้นมั้ยจุนโนะ...??”
“ครับ...มันยะเยือกไงก็ไม่รู้...แต่ก็น่าสนุกดีนะฮะ คนมากันคึกคักดี....มีคนญี่ปุ่นด้วย” จุนโนะยิ้มสู้กับความตื่นเต้นของตัวเอง
“ทำให้ดีที่สุดนะ....”
“ครับ...”
“ไม่ใช่แต่พวกดีไซน์เนอร์ระดับดังๆ ของบ้านเรามาดูอย่างเดียวนะ พวกสปอนเซอร์และพวกนักธุรกิจก็มาดูด้วย เดินให้เต็มที่นะจุนโนะ” ยาระยิ้มให้กำลังใจเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่สัญญาณการเปิดงานจะเริ่มขึ้น จุนโนะพยักหน้าให้ ชูนิ้วสองนิ้วทำเครื่องหมายสู้ตาย เขาสูดลมหายใจเข้าปอดเป็นการเรียกขวัญก่อนจะไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ที่หลังเวที เตรียมพร้อมที่จะแสดงแล้ว

ณ ท่ามกลางผู้คนที่อยู่ในแสงสลัวของงาน ไฟจากเพดานห้องถูกหรี่จนเหลือแต่แสงสีส้มอมทอง แต่แสงไฟจากสปอร์ตไลท์สาดส่องมาที่ทางเดินปูพรมสีน้ำเงินเข้ม จุนโนะเดินล้วงกระเป๋ากางเกงสูท ดวงหน้างดงามเชิดขึ้น ปราศจากรอยยิ้ม ดวงตาแน่วแน่จ้องไปที่ทางเดินเบื้องหน้าและช้อนตากวาดไปทางคนดูอย่างไม่เฉพาะเจาะจง เขาเห็นแต่คนผมทองและผมดำนั่งกันอยู่เต็มพื้นที่ ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่นายแบบบนเวที

หัวใจยังเต้นแรงเพราะความตื่นเต้น แต่ร่างกายนี่ซิที่มันสั่งให้เขาเดินอย่างมั่นคงและไม่วอกแวก จุนโนะเดินอย่างสง่าผ่าเผย ตามหลังนายแบบคนอื่นๆ ในเซ็ทของชุดสูท ซึ่งเรียกความสนใจจากเหล่านักธุรกิจได้ดี

ชุดแรกผ่านไปด้วยดี จุนโนะถอนหายใจโล่งอก เรียกกำลังใจขึ้นมาอีกเยอะ

เขากำลังเตรียมพร้อมในชุดต่อไป เสียงหัวเราะของเพื่อนนายแบบเริ่มมีมาให้ได้ยิน หลังจากที่ทุกคนต่างพากันเกร็งในการเดินรอบแรก

รอบต่อไป...หลังจากปล่อยให้พวกหนุ่มนายแบบเจ้าถิ่นได้ออกไปเดิน ก็ถึงตาของทางฝั่งเอเชียบ้าง จุนโนะเดินเป็นคนที่สาม ทุกย่างก้าวมั่นใจขึ้นเรื่อยๆ

แต่ในขณะที่กำลังจะหมุนตัวกลับ สายตาของเขาก็สะดุดกับหนุ่มผมสีเข้มคนหนึ่งที่นั่งอยู่ด้านหน้าเวทีร่วมกับพวกนักข่าวและช่างภาพ ......คนนั้น...ช่างเหมือนกับ......

.......อะกานิชิ จิน......!!


to be continue

comment ที่นี่ก็ได้จ๊ะ

Hosted by www.Geocities.ws

1