Never Let YOU Go...28 (the end)

++++++++++++++++++++++++++++++

“คาซึยะถูกรถชน!!” จินอุทานออกมา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจไม่แพ้กัน
“ยามะบอกว่า ฝ่ายนั้นน่ะเจตนาจะชนจริงๆ ด้วย ไม่ใช่อุบัติเหตุ....ก็คนนั้นไง ที่ยามะพีควงประชดน้องชายฉันน่ะ จินจำได้มั้ยง่ะ...ฮึก...คาซึจังงงง....จะเป็นไรมากหรือเปล่าก็ไม่รู้” จุนโนะเช็ดน้ำตาป้อยๆ จินเองก็รู้สึกเดือดร้อนแทนด้วย เขาโอบบ่าเปลือยเปล่าของคนรักมากอดไว้แน่น ปลอบจนจุนโนะเหลือเพียงแรงสะอื้น
“เขาต้องไม่เป็นอะไร ...เข้มแข็งเข้าไว้นะจุนโนะ ...ยามะพีบอกว่าอาการหนักมากมั้ย?”
“ไม่ได้บอก ยามะเองก็ร้องไห้เหมือนกัน แต่หมอเข็นเข้าห้องไอซียู...จินฉันคงต้องรีบเก็บของแล้วล่ะ โชคดีนะที่จะกลับกันวันนี้อยู่แล้ว....”
จินช่วยคนรักเก็บของอย่างรีบเร่ง รสรักอันหวานชื่นในค่ำคืนที่ผ่านมาดูเหมือนจะเหือดหายไปหมด
“ฉันจะตามไปเร็วๆ นะจุนโนะ...” จินให้สัญญา ดึงร่างบางมาแนบอก จุนโนะพยักหน้าแล้วฝังริมฝีปากที่ปลายคางของจิน
“กลับบ้านเราเร็วๆ นะ ฉันอยู่โดยไม่มีจินไม่ได้...” จุนโนะทอดเสียงอ่อน จนจินพลอยน้ำตาซึมไปด้วย ...........
...............................

.........จากนั้นคณะของยาระก็ได้เวลามุ่งหน้าสู่สนามบิน โดยมีจินขอตามไปส่งด้วย หลังจากร่ำลากันจนน้ำตาแทบจะท่วมสนามบินแล้ว จินก็เฝ้ามองเครื่องบินที่เหินเวหาพาจุนโนะสุเกะลับหายไป เขาเดินกลับออกมาที่ลานจอดรถกลางแจ้ง แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังขนสัมภาระออกมาจากรถ
“พี่ยู!!” จินตะโกนเรียก ร่างนั้นหยุดกึก แล้วเบิกตากว้าง
“จิน...เฮ้ย...ไอ้น้องรัก..มาอยู่นี่ได้ไงเนี่ย?” ยูอิจิวางกระเป๋าเดินทาง เดินเข้ามาตบบ่าจินแล้วก็กอดอย่างแรง
“มาส่งจุนโนะกับพวกน่ะฮะ” จินว่า
“หือ....จุนโนะก็มาเหรอ?”
“ฮื่อ มาเดินแบบแต่กลับไปแล้วล่ะ รีบไปด้วย ก็คาซึยะน่ะถูกรถชน ป่านนี้จะเป็นไงมั่งก็ไม่รู้...”

ยูอิจิทำหน้าตกใจขณะที่จินเล่าเรื่อง สองพี่น้องพากันไปนั่งจิบน้ำชาในตัวอาคารสนามบิน ยูอิจิกำลังมุ่งหน้าบินไปประชุมที่สเปนหลังจากเสร็จจากการประชุมที่นี่แล้ว แต่ขณะนี้เครื่องยังไม่ออกก็เลยมีเวลาคุยกับจินไปพลางๆ
“แล้วมาคนเดียวหรือฮะ?” จินถามขณะจิบกาแฟ ควันหอมกรุ่น
ยูอิจิทำหน้าเขินๆ เขาส่ายหน้าแล้วก็บอกว่า
“พาไอ้ตัวยุ่งมาด้วย ตอนนี้ให้นอนพักที่ปารีสนี่แหล่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ก็กลับ”
“ไอ้ตัวยุ่งของพี่ยูนี่คงจะเป็นโทโมะ...”
พอยูอิจิพยักหน้า จินก็หงายหลังพิงพนัก ยกมือกุมขมับ
“งั้นผมคงต้องรีบเผ่นกลับลิเวอร์พูลแล้วล่ะซิ”
“อ๋อ...กลายเป็นไอ้ตัวน่ารังเกียจไปซะแล้วแฟนฉัน” ยูอิจิส่ายหน้า ระบายลมหายใจออกมา
“จินเอ๊ย...ตอนแรกว่าจะตัดให้ขาด วันนั้นก็ทะเลาะกันอย่างหนักเลย หลายอาทิตย์แล้วล่ะ ฉันเองก็ว่าจะทิ้งเขาง่ะนะ แต่พอลองย่องไปดูที่คอนโดเจ้าหมอนั่น ...ฉันแทบช็อคแน่ะ”
“ทำไมเหรอฮะ” จินเลิกคิ้ว
“ก็โทโมะน่ะซิ เอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้อง ตั้งแต่ฉันเก็บเสื้อผ้าออกไป เขาก็ไม่ได้ออกมาจากห้องอีกเลย”
“อ้าว...แล้วทำไมเป็นงั้นล่ะ?” จินถาม
ยูอิจิก็เลยเล่าให้ฟังเรื่องที่ทะเลาะกับโทโมะวันนั้น แล้วเขาก็เก็บเสื้อผ้าออกไปจากห้อง จนหลายวันผ่านไป โทโมะก็เอาแต่นั่งกอดเข่าซุกอยู่มุมห้อง
“สุดยอด!!” จินหัวเราะออกมา พลอยทำให้ยูอิจิอดยิ้มตามไม่ได้
“พี่ก็เลยต้องปลอบกันอยู่นานเชียวล่ะ แล้วก็พามานี่...พามาเปิดหูเปิดตาซะบ้าง จะได้เลิกหายฟุ้งซ่าน...”
“ยังไงๆ ก็ตัดกันไม่ขาดว่างั้นเถอะ?”
“อือ......ทำไงล่ะวะ ก็รักง่ะนะ เขาเองก็สัญญากับพี่ด้วยว่าจะทำตัวดีๆ.....แล้วนายล่ะ กับจุนโนะล่ะ จินกับจุนโนะคงจะเข้าใจกันแล้วซินะ?”
คราวนี้ถึงทีจินเล่าให้ฟังบ้าง ....ยูอิจิได้ยินก็ยิ้มรับกับความเบิกบานของญาติผู้น้อง เขาตบหลังมือของจินเป็นการขอบใจ
“เป็นจินน่ะดีที่สุดแล้ว...พี่นึกดีใจที่จินติดหนี้พนันนะ ถ้าจินไม่มาหาพี่แล้วตกลงตามข้อเสนอของพี่เรื่องจุนโนะ พี่ก็คงไม่รู้จะหาใครที่ไหนที่จะเหมาะกับจุนโนะได้เท่านายอีกแล้ว”
จินยิ้มแก้มปริ เขาโค้งศีรษะให้อีกฝ่ายแล้วก็พูดเสียงดังฟังชัดว่า
“ผมก็ต้องขอบคุณพี่ยู ที่แนะนำจุนโนะให้รู้จัก...ไม่คิดหรอกนะว่าจากวันนั้นมา ผมจะรักเขาได้มากมายขนาดนี้...ว่าแต่พี่ยูเหอะ เก็บนายโทโมะของพี่เอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน ผมล่ะไม่ไว้ใจ..”
ยูอิจิหัวเราะร่า โบกไม้โบกมือให้ว่อน
“ไม่ต้องห่วง ไม่ต้องห่วง โทโมะน่ะอยู่หมัดพี่แล้วล่ะจินนน...”
จินยิ้มรับกับคำยืนยันนั้น ก็หวังไว้อย่างเดียวว่า ขอให้ยูอิจิทำได้ดังที่พูดจริงๆ เถอะ....

*********************************

ที่โตเกียว.......

ทันทีที่ถึงโตเกียว จุนโนะก็รีบไปโรงพยาบาลทันที เมื่อจุนโนะโผล่เข้าไปในห้องพักฟื้นคนไข้ ซึ่งคาซึยะได้ถูกนำตัวมาไว้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าเขาจะมาถึง เขาก็ได้เห็นร่างของคาซึยะนอนให้น้ำเกลือก่อนเป็นอันดับแรก จุนโนะรีบเดินมาดูคนไข้ เห็นคาซึยะหลับตานิ่ง ข้างๆ กันนั้นก็คือยามะพีที่นอนฟุบหนุนแขนตัวเองอยู่ที่ข้างเตียง .....หลับด้วยกันทั้งคู่
พี่ชายรีบค้นหาร่องรอยการบาดเจ็บของคาซึยะ เห็นแต่ผ้าขาวๆ พันไว้ที่ขาข้างซ้าย แถวข้อศอกก็มี ตรงศีรษะก็มีผ้าพันแผลโพกเอาไว้ บริเวณทรวงอกกว้างก็มีผ้าพันแผลพันไว้อีก ร่างของคาซึยะเต็มไปด้วยผ้าพันแผล เขาเลื่อนสายตามาที่ดวงหน้าของน้องชาย ....หน้าตาก็ยังโอเค หล่อเหมือนเดิม แม้ว่าจะมีรอยถลอกบริเวณข้างโหนกแก้มนิดหน่อยก็ตาม... จุนโนะถอนหายใจโล่งอก

....โดนขนาดนี้ไม่ตายก็บุญแล้ว....นางพยาบาลหน้าห้องบอกว่า พ้นขีดอันตรายแล้ว

เขาทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาเล็กที่ใช้รับแขก
นึกไปถึงเมื่อครั้งกระโน้น ที่ตัวเขาเองก็ได้รับอุบัติเหตุทางรถยนต์เหมือนกัน น่าจะเรียกได้ว่าเป็นอุบัติเหตุรัก ที่ทำให้เขาได้พบกับอะกานิชิ จิน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับน้องชายของเขาในเวลานี้มันคนละอย่างกัน
“ไม่ใช่อุบัติเหตุแน่นอน เรียวจงใจขับรถพุ่งชนคาซึจังแน่นอน....” เป็นเสียงของยามะที่บอกมาในทีแรก ...รอให้ได้เรื่องเสียก่อนเถอะ แล้วจะได้รู้กันว่านายเรียวนั่นน่ะ ทำไมถึงมีจิตใจเป็นฆาตกรแบบนี้

เสียงยามะขยับกายอยู่ข้างๆ สักพักร่างบอบบางก็เงยหน้าขึ้น พอหันมาเห็นจุนโนะเข้าก็ตาสว่าง รอยยิ้มกว้างสดใส ยามะพียื่นมือมาข้างหน้า และจุนโนะก็จับมันไว้
“ดีใจจังที่จุนโนะมาแล้ว...ผมงี้ว้าวุ่นใจไปหมด นี่เมื่อกี้แม่กับพ่อเลี้ยงของคุณก็เพิ่งกลับออกไปนะฮะ...ผมก็เลยแอบงีบ....คาซึยะยังไม่รู้สึกตัวเลย แต่หมอบอกว่าพ้นขีดอันตรายแล้ว” เสียงคนพูดแจ่มใสผิดกับเมื่อวานที่พูดโทรศัพท์กับจุนโนะลิบลับ
“ตำรวจว่าไงมั่งครับ?” จุนโนะถาม
“จับเรียวได้แล้ว หมอนั่นบอกว่าคาซึยะเดินตัดหน้ารถ แต่ไม่ใช่หรอกฮะ...เจตนาชนมากกว่า แล้วจุนโนะจะเอายังไง?...จะเอาเรื่องมั้ย?”
“ก็ต้องรอให้คนไข้ฟื้นก่อน สอบถามดูอีกที ถ้าน้องฉันเดินเซ่อซ่าให้รถมันชนแบบนี้ก็ไม่เอาผิดเขาหรอก แต่ถ้าเป็นการจงใจล่ะก็...ต้องให้คาซึจังจัดการเอง...” จุนโนะลุกขึ้นมาข้างเตียง สัมผัสแผ่วเบาที่ข้างแก้มของคาซึยะ ลมหายใจสม่ำเสมอนั้นบอกให้รู้ว่า เด็กหนุ่มยังไม่ตื่นง่ายๆ

“หมอบอกว่า ดีที่ไม่ชนแรงมากนัก เพราะคาซึยะพุ่งตัวออกข้างๆ ได้ทัน แต่กระนั้นก็เล่นเอาสลบ แต่วางใจได้ฮะ...ผมจะดูแลให้อย่างดีเลยเชียวล่ะ” พยาบาลจำเป็นรายงานเสียงแจ๋ว ดูท่าทางยามะพีจะทะมัดทะแมงมากจนจุนโนะอดยิ้มไม่ได้
“ยามะพีต้องลำบากแย่เลย”
“โอ๊ย...ไม่เป็นไรหรอกน่า เรื่องแค่นี้เอง คาซึยะก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คนที่ผมรักมากง่ะแหล่ะ จุนโนะไม่ต้องเกรงใจหรอก เรื่องแบบนี้ผมทำได้สบายมาก ว่าแต่จุนโนะต่างหากล่ะจะยอมให้ผมทำหรือเปล่า รังเกียจผมหรือเปล่า??” ยามะพีพูด ส่งสายตาแป๋วแหววไปให้พี่ของแฟน ยิ้มประจบเอาใจ เห็นแบบนี้แล้วจุนโนะจะห้ามได้อย่างไร เขาจึงพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต เล่นเอาคนรอฟังคำตอบยิ้มแป้น ...ก้มหัวโค้งคำนับจุนโนะงึกงัก

..... จุนโนะนึกเอ็นดู

ยามะพีอายุเท่ากับเขา แต่ก็ดูเหมือนจะเด็กกว่า เพราะกิริยาท่าทางน่ารักแบบนี้ละมังถึงมัดใจน้องชายของเขาเสียอยู่หมัด
“ผมน่ะไม่เคยรังเกียจคุณหรอกนะ คาซึยะรักใครผมก็รักด้วย คนที่เขาเห็นว่าเหมาะนั่นย่อมหมายความว่าเขาได้มองอย่างดีแล้ว...”
“ขอบคุณฮะ...” ยามะพียิ้มแก้มป่อง หันไปมองร่างที่นอนนิ่งของคาซึยะ มีการพลิกตัวจากร่างคนไข้ ทำให้หนุ่มทั้งสองผวาเข้ามาหา แต่ยามะพีถึงก่อนจุนโนะ และทำหน้าที่ดูแลคนไข้อย่างดีเยี่ยม คาซึยะพลิกศีรษะไปอีกทาง แล้วก็นอนต่อ จุนโนะเห็นท่าทีที่ประคับประคองของยามะพีที่มีต่อน้องชายแล้วก็เบาใจขึ้น
“ฝากน้องผมด้วยนะครับ คุณยามะพี...ต่อไปนี้ เจ้าน้องชายของผมคงขาดคุณไม่ได้หรอก”
“ผมก็ขาดเขาไม่ได้เหมือนกัน...ผมรักเขา...รักมาก...คุณปู่ก็ชอบเขาด้วย...” ยามะพีพูดด้วยน้ำตาคลอเบ้า เล่นเอาคนฟังซึ้ง จุนโนะหัวเราะแล้วก็ตบบ่าบอบบางนั้นเบาๆ
“เราไปหาอะไรกินกันดีกว่า เพิ่งมาถึง หิวแฮะ...ปล่อยให้คาซึจังหลับอยู่นี่แหล่ะ ผมยังไม่ได้กินอะไรเลย” จุนโนะเอ่ยชวน ยามะพีทำอิดเอื้อนนิดหน่อย แต่ท้องที่เบาโหวงก็เรียกร้องให้เขาไม่อาจปฏิเสธได้

************************************

ในวันต่อมา ...
คาซึยะรู้สึกตัวแล้ว แต่ก็ขยับเขยื้อนร่างกายมากไม่ได้ โชคดีที่ยามะพีสอบเสร็จแล้ว และช่วงนี้ก็ปิดเทอม ดังนั้นเขาจึงทำหน้าที่นางพยาบาลได้อย่างดีเยี่ยมจนคนไข้ไม่อยากหายเร็วๆ เลย
จุนโนะสุเกะหอบหนังสือมาไว้เต็มห้อง เอามาเผื่อยามะพีด้วย เขาเองก็ขอยาระเอาไว้เหมือนกันว่า อย่าเพิ่งป้อนงานในช่วงนี้ เพราะจะได้มีเวลาดูแลน้องชายได้ ถึงจะเป็นได้แค่นางพยาบาลสำรองก็เถอะ

ในช่วงบ่ายของวันหนึ่ง ขณะที่จุนโนะกำลังอ่านข่าวของเขาที่ได้ร่วมแสดงแบบที่ยุโรปให้น้องชายฟัง ก็มีเสียงเคาะประตูดังก๊อก ก๊อก ขึ้นสองครั้ง ....จังหวะเคาะแบบนั้นทำให้หนังสือพิมพ์เกือบร่วงจากมือของจุนโนะ ....ก็เสียงเคาะคุ้นหูนั้นน่ะ มันมีอยู่คนเดียวแหล่ะ......

....อะกานิชิ จิน......

จะเป็นไปได้อย่างไร...นี่ก็เพิ่งจะสองสามวันเอง ที่เขาจากจินมา จะเป็นไปได้หรือ??

เสียงเคาะนั้นดังขึ้นอีกครั้ง แล้วประตูก็เปิดออกกว้าง....

“หวัดดีครับทุกคน...” เสียงทักทายอย่างแจ่มใสพร้อมกับรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาของจิน ทำให้จุนโนะผุดลุกขึ้นยืน ...ตื่นเต้นจนขนลุกซู่
“พี่จิน!!”
คาซึยะยิ้มกว้างให้กับคนที่มาใหม่ แต่จุนโนะกลับยืนเอามืออุดปากตัวเองไว้ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างมองมาที่จิน
“เอ...ที่นี่มีคาซึยะดีใจคนเดียวหรือที่เห็นฉันมา” จินพูด ชายตามองจุนโนะ
“สงสัยอีกคนคงจะไม่คิดถึงฉันล่ะมั้ง”
“จิน......มะ....มาได้ไงเนี่ย...” จุนโนะค่อยได้สติ เขาระล่ำระลักถาม จินเดินมาหยุดตรงหน้า โอบร่างโปร่งเข้ามาในอ้อมแขน แล้วบอกว่า
“ก็กลับมาหาจุนโนะไง...”
“จิน...” จุนโนะยิ้มแก้มปริ กอดตอบจินด้วยความยินดี กอดกันอยู่อย่างนั้นจนคนไข้ส่งเสียงกระแอมออกมา
“มาเยี่ยมผมหรือเปล่าละคร้าบบบ...คุณพี่เขย..”
“อ้าว...โทษที...แหะ..แหะ...พอดี เห็นนายลุกขึ้นนั่งได้ ก็นึกว่านายสบายดีแล้ว”

คาซึยะไม่ตอบได้แต่หัวเราะหึๆ จุนโนะก็เลยตอบแทน
“ก็มีพยาบาลดีนี่นา”
“ยามะไม่อยู่หรือ” จินถามหาอีกคน
“ไปรับคุณปู่มานี่” คาซึยะตอบเสียงใส ซึ่งก็ทำให้จินพยักหน้า เขาหันมาหาหวานใจ เอานิ้วเขี่ยแก้มใสของคนรักเบาๆ
“แล้วจุนโนะล่ะ ดูแลน้องดีหรือเปล่า...?”
“ก็ไม่ค่อยง่ะ....ยามะพีทำหน้าที่ดีแล้วนี่นา....” เด็กหนุ่มตอบเขินๆ จินก็เลยโอบเอวพาไปใกล้เตียงคนไข้
จินนั่งคุยกับคาซึยะนานทีเดียว ดูเหมือนทั้งคู่จะมีเรื่องคุยกันถูกคอ จนจุนโนะนึกดีใจ ดีแล้วล่ะที่เป็นแบบนี้
เขาเองก็ยอมรับยามะพี ส่วนคาซึยะก็รับจินเป็นพี่เขย....ก็ทำท่าเต็มอกเต็มใจให้จินเข้ามาป้วนเปี้ยนในหัวใจของพี่ชายมานานแล้วนี่นา......

“นี่ไม่ได้มาคนเดียวนะ พี่ยูมาด้วย เดี๋ยวก็คงมา ตอนนี้เขาขอไปดื่มกาแฟก่อน” จินบอก
“ยูอิจิ.....เหรอ?”
“ฮื่อ.....มาหาฉันเมื่อวาน ก็เลยออกเดินทางมาด้วยกัน เดี๋ยวเขามาแล้วก็คงจะเล่าให้ฟังล่ะ ....ตอนนี้คงหาน้ำแก้ง่วงกินล่ะ เมื่อคืนก็ไม่ได้นอนกัน”
“เอ๊...มีเรื่องอะไรกันหรือครับ?” คาซึยะถาม แต่จินยังไม่ทันตอบ ยูอิจิก็เยี่ยมหน้ามาพอดี
จริงอย่างที่จินว่า ยูอิจิในยามนี้ดูอ่อนระโหยเหลือเกิน หน้าตาอิดโรยราวกับมีเรื่องทุกข์ใจ
“หวัดดีฮะ พี่ยู” คาซึยะเอ่ยปากทักทาย ยูอิจิส่งมือให้เด็กหนุ่มจับ ถามถึงอาการของคนไข้ เสร็จแล้วก็หันมาทางจุนโนะส่งยิ้มแห้งแล้งมาให้...แล้วก็หัวเราะกับตัวเอง
“ฉันดูไม่ได้เลยใช่มั้ยจุนโนะ” เขาเอ่ยถาม
“ก็เอ้อ...เกิดอะไรขึ้น...”
“ก็มีอยู่เรื่องเดียว....โทโมะน่ะ.....เฮ้อ.......ฉันไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับคนคนนี้ดี...” ยูอิจิส่ายหน้า ยืนเท้าเอวอยู่ข้างเตียงคนไข้ ดูเหมือนกับคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต จินต้องพาเขามานั่งด้วยกัน จากนั้นญาติผู้พี่ก็เริ่มเล่่าให้จุนโนะและคาซึยะฟัง
“โทโมะน่ะก่อเรื่องอีกแล้ว...ฉันรู้ก็แทบช็อคง่ะนะ หลังจากกลับจากประชุมที่สเปน ฉันก็เห็นเขาเก็บข้าวของจะเดินทางออกจากปารีส บอกว่าจะไปอยู่กับหนุ่มสวิส ไม่รู้ว่าเจอกันตอนไหน สงสัยตอนที่ฉันประชุมละมัง โทโมะไม่ฟังอะไรเลย จะไปกับไอ้หนุ่มนั่นท่าเดียว พอฉันห้ามก็เอะอะปึงปัง บอกว่าฉันน่ะบังคับเขาไม่ได้หรอก ......แย่ชะมัดเลย นึกอยากทำอะไรก็ทำ...ป่านนี้ไประเริงรื่นกับไอ้ฝรั่งนั่นแล้วล่ะ.....เฮ้อ.....สงสัยฉันคงจะโดนพระเจ้าลงโทษละมัง ที่ทำกับจุนโนะเอาไว้น่ะ” ประโยคท้ายๆ เขาพูดเสียงต่ำลง มองหน้าจุนโนะก็ไม่พบแววแห่งความสะใจแต่อย่างใด นอกจากดวงตาที่เห็นใจมองมาเท่านั้น

จุนโนะขยับเข้าใกล้ยูอิจิ ทาบมือบนมือแข็งแรงของอดีตคนรัก
“แล้วโทโมะก็จะกลับมาเอง...ยูอิจิวางใจได้ ปล่อยให้เขาทำอะไรที่อยากจะทำก่อนเถอะฮะ”
“กลับมาหนนี้ ไม่รู้ว่าฉันจะรับได้หรือเปล่า...มั่วไม่เลือกแบบนี้ฉันก็ไม่ชอบเหมือนกัน คราวที่โดนเจ้าเรียวมันข่มขืนนั่นก็ทีหนึ่งแล้ว....หนนี้หนักกว่า...อย่ามาปลอบใจฉันเลยจุนโนะสุเกะ....”
“เรียวเหรอ??” ทั้งจิน จุนโนะและคาซึยะ อุทานออกมาพร้อมกัน
“อือ...เขาบอกว่าชื่อเรียว เป็นคนที่เคยควงกับยามะพี น้องเขาง่ะแหล่ะ”
“โฮ้ย.....นายคนนี้อีกแล้ว” จุนโนะยกมือกุมขมับ...
...นี่พวกเขาจะหนีไม่พ้นคนชื่อเรียวหรือไงกันนะ??

********************

และในที่สุดเมื่อโดนคาดคั้นหนักๆ เข้า เรียวก็เปิดปากสารภาพว่า ความจริงคนที่เขาตั้งใจจะชนนั้นไม่ใช่คาซึยะหรอก แต่เป็นยามะพีต่างหาก แต่ว่า วันนั้น คาซึยะเดินอยู่ด้านนอกของริมทาง เมื่อชนยามะพีไม่ได้ เขาก็ตัดสินใจจะชนทั้งสองคน แต่ว่าคาซึยะน่ะกระแทกร่างของยามะพีให้กระเด็นไปอีกทาง ส่วนตัวเองก็โดนคนเดียวเต็มๆ ...
....ยามะพีได้ฟังก็ขนลุกซู่ ...นี่นายเรียวคนนี้เจ็บแค้นเขามากถึงเพียงนี้ทีเดียวหรือ
“ไม่หรอก แต่มันเจ็บใจ มาหลอกให้รักแล้วก็ชิ่งหนีไปหาแฟนเก่า ใครจะทนได้ ขอชนให้บาดเจ็บ ไม่ได้กะให้ตายซะหน่อย” เรียวพูดเสียงอ่อยๆ
“นายนี่เข้าขั้นโรคจิตนะ” ยามะพียังไม่วายต่อว่า ...แต่ในใจนั้นก็ไม่คิดจะเอาเรื่องล่ะ ดูท่าทางเรียวจะเลื่อนลอยชอบกล
“พวกฉันจะไม่เอาเรื่องนาย ถ้านายสัญญาว่าจะไม่มายุ่งกับพวกเราอีก” เด็กหนุ่มพูดอย่างเอื้อเฟื้อ แต่ตำรวจไม่เห็นด้วย
“คดีถึงขั้นเจตนาทำร้ายร่างกาย ถึงทางคุณไม่เอาเรื่อง ก็ผิดกฎหมายอยู่ดี” ตำรวจว่า ดังนั้น เรียวจึงต้องไปสงบสติอารมณ์ในห้องขังต่อไป รอวันตัดสินความ ว่าจะให้จำคุกหรือบำเพ็ญประโยชน์ดี

**************************

คุณปู่ยามาชิตะมาเยี่ยมคาซึยะในวันหนึ่ง และเป็นวันที่เด็กหนุ่มต้องออกจากโรงพยาบาลพอดี แต่อาการภายนอก ก็ทำให้เขาช่วยตัวเองไม่ได้ ดังนั้นคุณปู่จึงเสนอว่า
“ให้คาซึจังไปพักฟื้นที่บ้านฉันดีกว่านะ เพราะอยู่อพาร์ตเมนต์ของพี่ชายน่ะ จะขึ้นๆ ลงๆ ลำบากเปล่าๆ”
“ความจริงคุณปู่กลัวไม่มีเพื่อนคุยต่างหากละครับ ถ้าคาซึจังกลับไปอยู่กับจุนโนะ ผมก็ต้องไปคอยดูแลด้วย ก็เลยให้มาอยู่ด้วยกันซะเลย...ใช่มั้ยฮะคุณปู่” ยามะหลานรักพูดตรงใจคุณปู่พอดี ชายชราจึงหัวเราะ ยีผมหลานชายอย่างเอ็นดู โทษฐานรู้ทันคุณปู่ไปหมด
“ผมว่าจะเป็นการรบกวนคุณปู่มากเกินไปน่ะฮะ” จุนโนะไม่เห็นด้วย เขามองน้องชายตาละห้อย

จะให้น้องไปอยู่ที่อื่น ทั้งๆ ที่เพิ่งจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันแบบนี้ เขาเองก็อดใจหายไม่ได้ มองคนป่วยที่นั่งยิ้มบนเตียงแล้วก็นึกหมั่นไส้ ก็คาซึยะดูท่าทางจะอยากไปอยู่กับคุณปู่มากกว่าอยู่กับเขาซะอีก
“ไม่รบกวนหรอก” ชายชรายืนยัน คาซึยะได้แต่มองคนโน้นทีคนนี้ที ราวกับจะตัดสินไม่ได้
“ว่าไงคาซึยะ” จินลูบผมนุ่มของเด็กหนุ่มเบาๆ เขาเลิกคิ้วถามความเห็น คาซึยะมองจินแล้วก็ดูเหมือนจะตัดสินใจได้ในนาทีนั้น
“ผมว่าผมไปพักฟื้นที่บ้านคุณปู่ดีกว่า จะได้อ่านหนังสือให้ท่านฟังด้วย ...อีกอย่าง........” เขาเหล่มองพี่ชายที่ยืนหน้าตูมอยู่ข้างๆ แล้วก็ชี้ไปที่จิน
“อีกอย่าง...ถ้าผมไม่อยู่ พี่จินจะได้ไม่มี ก ข ค ไงฮะ...ได้ข่าวว่าจะย้ายมาอยู่กับพี่ชายผมไม่ใช่เหรอ?”
“บ้า....” เสียงพี่ชายว่า...หน้าหวานแดงก่ำ เล่นพูดต่อหน้าคนเยอะๆ ได้ไง

จุนโนะค้อนน้องชายไปเต็มๆ....

ทุกคนหัวเราะอย่างโล่งอก
“เป็นอันว่า คาซึยะจะเปิดโอกาสให้พี่ชายว่างั้นเถอะ...แล้วเราล่ะยามะจังหลานปู่ จะย้ายมาอยู่ด้วยกันเลยมั้ย ไปๆ มาๆ น่ะจะเหนื่อยเปล่าๆ เดี๋ยวปู่ขอพ่อเค้าให้ เอามั้ย?” คุณปู่หันมาถามหลานคนโปรด ซึ่งฝ่ายนั้นก็ยืนยิ้มหน้าบาน เขาพยักหน้าอายๆ แล้วก็ก้มหน้างุด คุณปู่มองหน้าหลานเอาตรงๆ พวงแก้มป่องแดงระเรื่อแบบนั้นน่ะ เห็นทีต้องยอมมีหลานเขยเป็นผู้ชายล่ะ ...ก็คนมันรักกัน จะจับแยกก็ใช่ที่ ดังนั้นก็จับให้มันอยู่ด้วยกันซะ....ก็หมดเรื่อง

******************************

จินกับจุนโนะช่วยกันเก็บเสื้อผ้าของคาซึยะลงกระเป๋าเดินทางเพื่อไปบ้านคุณปู่ยามาชิตะ ความจริงแล้ว คาซึยะอยากกลับไปทำไร่กับแม่มากกว่า แต่ว่ายามะพียืนกรานให้หายดีเสียก่อน และทุกคนก็เห็นดีด้วย
“ถ้านายไปอยู่โน่น แล้วฉันล่ะ?” ยามะพีถามคนรักขณะนั่งกันที่โซฟาในห้องรับแขก เขาอิงศีรษะกับบ่ากว้างของชายอันเป็นที่รัก คาซึยะใช้แขนข้างที่ดีโอบเอวคนหน้าหวานมาแนบชิด เขาฝังจมูกโด่งที่แก้มนวลเนียน
“เราสองคนก็ไปๆ มาๆ ...ความจริงคุณปู่น่ะมีป้าแม่บ้านอยู่แล้ว ท่านไม่เหงาหรอก แต่ว่าท่านชอบผมต่างหาก ก็เลยอยากให้ไปอยู่ด้วย ...”
“แล้วทำไมคาซึจังต้องกลับไปอิโตะด้วยล่ะ ไม่อยากอยู่กับฉันหรอกหรือ”
“ผมน่ะอยากอยู่กับคุณยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด แต่ว่า.....เมื่อได้เริ่มทำไร่กับแม่ ผมก็รู้ว่าแท้จริงนั้น ผมมีความสามารถด้านนี้เหมือนกัน ผมไม่อยากทิ้งมันไป แม่ก็แก่แล้ว พ่อเลี้ยงผมก็ไม่มีใคร มีแต่ผมกับจุนโนะสองคนเท่านั้น....เมื่อจุนโนะเขาจะไม่ยึดเอาการทำไร่เป็นอาชีพ ผมก็ต้องรับช่วงต่อ...ผมทำได้นะครับ...พ่อก็บอกว่า ทำได้ดีด้วย..และผมก็เริ่มชินกับมันแล้ว....”
“แล้วฉันล่ะ” ยามะพีช้อนตามองคาซึยะ น้ำเสียงละห้อยและโหยหา คาซึยะจรดริมฝีปากเข้ากับกลีบปากอวบอิ่มนั้นเบาๆ
“วันเสาร์ อาทิตย์ เราก็จะเจอกัน ...อิโตะน่ะไม่ไกลหรอกนะครับ ขับรถสองชั่วโมงก็ถึงแล้ว...ถ้าวันไหนคุณว่าง จะไปค้างที่โน่นบ้างก็ได้...ที่ไร่น่ะยินดีต้อนรับคุณยามะพีคนสวยคนนี้เสมอ”
“อืมมม...นายมีเหตุผลแบบนี้ใครจะขัดใจได้ล่ะ...ฉันคงคิดถึงนายแย่เลย..”
“ผมก็เหมือนกัน....” คาซึยะและยามะพีมองสบตากัน ใบหน้าของทั้งสองเคลื่อนเข้าหากัน จุมพิตกำลังจะเริ่มต้น แต่แล้ว........
“เอ้า..เสร็จแล้วล่ะ ไปกันได้แล้ว”....เสียงจุนโนะนั่นเอง
ทั้งสองผละจากกัน ยามะพีใบหน้าแดงเข้ม เขารีบลุกขึ้นยืน แล้วก็ประคองคาซึยะให้ยืนบ้าง ได้ยินเสียงจุนโนะหัวเราะเบาๆ
“โทษที....มาขัดคอซะได้....”
“ไปกันเถอะครับ...” จินถือกระเป๋าใบใหญ่ ส่วนจุนโนะถือสัมภาระส่วนตัวของน้องชาย มองยามะพีประคับประคองเด็กหนุ่มแล้วก็อดใจหายไม่ได้....
...คาซึยะจะไม่ได้อยู่ที่ห้องนี้อีกแล้ว...
น้องคนเดียวกำลังจะมีความสุข ...ไปอยู่ในที่ที่เขาเลือก ทั้งบ้านของคุณปู่ยามาชิตะ และที่ไร่ในอิโตะ แต่นั่นก็เป็นการตัดสินใจของคาซึยะเองไม่ใช่หรือ......
จินมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของจุนโนะ เห็นปลายจมูกโด่งงามแดงระเรื่อ ก็เดินเข้ามาสีข้างๆ ยื่นหน้ามากระซิบว่า
“เดี๋ยวกลับมาค่อยร้องไห้นะ...อย่าให้คาซึยะเห็นน้ำตาตอนนี้เลย”
“จิน......ฮึก......” จุนโนะสูดจมูกแล้วก็พยักหน้า เดินมองแผ่นหลังของคาซึยะและยามะพีไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้าไปในลิฟต์
คาซึยะเองก็สังเกตเห็นอาการของพี่ชายเหมือนกัน
เมื่อมีโอกาสได้อยู่กันตามลำพัง เขาก็โอบไหล่บอบบางของจุนโนะมากอด ซบหน้านิ่งบนบ่านั้น
“ถ้าจุนโนะไม่อยากให้ฉันไป ฉันก็จะไม่ไปนะ”
“อย่าเลย...ไปเถอะ...ฉันอยากเห็นนายมีความสุขนะคาซึจัง....จะอุดอู้อยู่แค่อพาร์ตเมนต์ได้ไง...อยู่กับคนที่นายรัก อยู่กับอาชีพที่นายเลือก....แค่นี้พี่ก็พลอยมีความสุขไปด้วย ไม่ใช่ว่านายไปอยู่ที่อื่นแล้ว เราจะไม่ได้เจอกันซะเมื่อไหร่....”
ลำแขนเรียวของเขาโอบกระหวัดรัดเอวของคาซึยะแน่น ใบหน้าหวานฉ่ำของพี่ชายนองด้วยน้ำตา
“ฉันรักพี่นะ จุนโนะ...ถึงจะอยู่ที่ไหนก็รักเสมอ.....”
“พี่ก็รักนาย...เด็กดีของฉัน...” จุนโนะอดสะอื้นไม่ได้ ทำเอาน้องชายน้ำตาคลอ เขายีเส้นผมอ่อนสลวยของพี่ชาย ไล้น้ำตาออกให้
“เป็นคนขี้แยตั้งแต่เมื่อไรกันนะ พี่ชายผม...”

***************************************

บทส่งท้าย
..........................

ยามะพีเขม้นมองร่องรอยขรุขระของถนนดินเบื้องหน้า แสงตะวันแรงกล้าส่องผ่านมาทางกระจกด้านหน้าทำให้เห็นถนนลำบากยิ่งนัก เขาเหลือบมองคนนั่งข้างๆ จุนโนะสุเกะกำลังหันไปคุยจ้อกับอะกานิชิ จิน ซึ่งนั่งอยู่ทางเบื้องหลัง ......ในใจนึกอิจฉาเป็นบ้า
นับตั้งแต่จินย้ายมาอยู่กับจุนโนะที่อพาร์ตเมนต์แล้ว ก็ไม่ยอมแยกห่างกันอีกเลย....ดูเอาเถอะแม้ยามนี้ ขณะที่กำลังจะมาหาคาซึยะที่ไร่ในอิโตะ จุนโนะกับจินก็ยังมีเรื่องคุยกันได้ไม่หยุด
“จะถึงแล้วนะคร้าบบบ...” ยามะพีตะโกนบอกมา ทำให้จินและจุนโนะหยุดจีบกัน ทั้งคู่มองฝ่าแสงแดดอันแรงกล้าเบื้องหน้า เห็นตัวบ้านหลังใหญ่ปรากฏต่อสายตา
“อ้าว...เผลอแป๊บเดียว ถึงแล้ว!!” จุนโนะอุทานออกมาอย่างตื่นเต้น
“ฮึ!!” ยามะพีค้อนพี่ชายคนรักขวับ...
“ก็มัวแต่จีบกันนี่นา ...ก็ถึงเร็วน่ะซิ”
“เอ๊...ยามะพีทำเสียงเหมือนอิจฉาเลยเนอะ....เดี๋ยวพอเจอคาซึจัง พวกเราคงต้องเป็นฝ่ายอิจฉาแทนมากกว่าล่ะ” จินส่งเสียงแซวมาจากทางเบื้องหลัง
“ไม่มีทางหรอกฮะ ผมนะ...รู้จักสงวนท่าทีน้าาาา...”
ยามะพีพูดพลางเลี้ยวรถมาจอดด้านหน้าตึก และที่หน้าประตูนั่นร่างเด่นของคาซึยะยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าเรือน
“คาซึจางงงงง.....” ยามะพีแทบจะกระโจนออกมานอกรถ ผวาพรวดเดียวก็กอดคาซึยะแนบแน่น
จินและจุนโนะมองตามแล้วก็หันมาหัวเราะ
“ไหนบอกว่าจะสงวนท่าทีไง...”

...........................................

ในไร่เชอรี่
มือสองมือเกี่ยวกระหวัดกัน อุ้งมือเย็นของยามะพีซุกกับอุ้งมืออุ่นของคาซึยะ สายตาที่ทอดมองกันนั้น อ่อนเชื่อมจนแทบละลายด้วยไฟรักในดวงตา
“เอาเสื้อผ้ามาด้วยนะ...คราวนี้จะค้างด้วยล่ะ ห้ามไล่กลับอย่างคราวที่แล้วอีกเด็ดขาด” ยามะพีกระดิกนิ้วชี้ตรงหน้าคาซึยะไปมา
“ผมก็ว่าจะจับยามะพีไว้กับเสาเตียง ไม่ให้กระโดดไปไหนล่ะ...วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุด ก็ยามะมาหา จุนโนะและจินก็มา...แบบนี้ดีนะครับ...อยากให้เป็นแบบนี้ตลอดไปจัง”
ยามะพีหัวเราะแล้วก็บอกว่า
“เสาร์หน้าก็ต้องเป็นนายนะที่ต้องเป็นฝ่ายมาหาฉันกับคุณปู่....”
“ครับ....สนุกดี...ผลัดกันไปผลัดกันมา มีชีวิตชีวาดีออก”
“ก็คาซึยะอยากเป็นชาวไร่ทำไมล่ะ” ยามะพีทำแก้มป่อง
“แล้วยามะจังก็เป็นเมียชาวไร่นี่นา” คาซึยะค้าน เล่นเอายามะอายม้วน

.........พูดมาได้เต็มปากเต็มคำนะ.......คำว่า........เมีย....เนี่ย.......

ยามะพีปลิดพวงเชอรี่ออกมาจากต้น ที่กำลังออกผลงามสะพรั่ง ลิ้มรสความหวานของมันอย่างเอร็ดอร่อย ริมฝีปากอิ่มจึงถูกแต่งแต้มด้วยสีระเรื่อของเชอรี่ คาซึยะเหลือบมองกลีบปากอิ่มสีแดงนั้นแล้วก็อดใจไม่ได้ เขาดึงมือยามะพีให้หยุดเดิน แล้วก็กระซิบราวกับกลัวต้นเชอรี่จะได้ยินว่า
“ไปที่เรือนพักรับรองกันมั้ย?”
“อึ๊ยยย...คาซึจังงงง...ง่ะ...” ยามะพีหลบตาวูบ ชวนไปที่แบบนั้นอีกเหรอ คราวที่แล้วมาก็เสียเนื้อเสียตัวที่นั่น ตอนนี้โดนพ่อรูปหล่อชาวไร่ชวนเอาตรงๆ แบบนี้ก็...........
“นะครับ ไปที่นั่นกัน”
“บ้าเด่ะ...นายนี่ทะลึ่ง ขืนไปฉันก็เสียตัวอีกง่ะซิ”
“ก็อยากจะรักคุณยามะพีจะแย่แล้ว...” คาซึยะขยับเข้ามาใกล้ ส่งสายตาวิบวับให้เต็มๆ จนคนมองสะเทิ้น กลีบดอกเชอรี่สีชมพูร่่วงลงมาบนกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มของยามะ.....คาซึยะหยิบออกให้แต่เบามือ
“นะครับ.......” เขาทำเสียงอ้อน
“บ้า.......”
“ไม่ไปเหรอ?”
“ไปเด่ะ...”
ยามะพีกับคาซึยะหัวเราะเขินๆ รีบจูงมือกันเดินลิ่วๆ ลัดเลาะไปทางเรือนพักที่เห็นอยู่ลิบๆ ท่ามกลางเชิงเขาอันเงียบสงบ แต่ใครจะรู้ว่าภายในเรือนรักหลังนั้น ...ร้อนระอุเพราะไฟรักที่เกิดจากความรักของคาซึยะและยามะพี

ทางคณะโตเกียวพักที่ไร่เป็นเวลาสามวันก็เดินทางกลับ โดยมีคาซึยะติดรถมาส่งหวานใจที่บ้านยามะชิตะด้วย
ส่วนจินและจุนโนะเมื่อแยกจากน้องชายทั้งสองแล้ว ก็ชวนกันไปตรวจความเรียบร้อยของอู่ต่อเรือเล็กของจิน และจากนั้น.............

...............................

จินชวนจุนโนะมาเดินเล่นที่โตเกียวเบย์ ..ณ ยามนั้น บรรยากาศแห่งท้องทะเลอันเย็นฉ่ำ สายลมหนาวพัดหวีดหวิวมากระทบผิวกาย จินชี้ให้จุนโนะดูสะพานที่ทอดข้ามอ่าวไปยังอีกฝั่งหนึ่ง มันสวยงามยามต้องกับแสงอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้า
“มือจุนโนะเย็นจัง ไม่ใส่ถุงมือมาด้วย หนาวแล้วน้าา...” จินจับมือเด็กหนุ่มมากุมไว้ แล้วก็จับยัดไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทของตัวเอง โดยมีมือของตัวเองกุมไว้แน่น
“ยามเย็นแบบนี้ เหงานะ ถ้าไม่มีจิน ฉันคงเหงาน่าดู” จุนโนะหันมายิ้มจนตาหยี จินมองใบหน้าที่อาบแสงสีทองของดวงอาทิตย์อย่างชื่นชม เขาจัดเส้นผมที่โดนลมจากอ่าวตีมาทัดหูให้ แล้วก็เลยลูบแก้มใสนั้นอย่างรักใคร่
“มีฉันอยู่ทั้งคน จุนโนะจะไม่เหงาอีกแล้ว”
“จินไม่ต้องไปไหนอีกแล้วใช่มั้ย? ไม่ต้องกลับอังกฤษแล้วเหรอ?”
“ไม่ไปไหนไกลจากจุนโนะแล้วล่ะ...แค่ที่ผ่านมาก็คิดถึงนายจะแย่...”
“แล้วเรื่องฝึกงานที่อู่ต่อเรือในลิเวอร์พูลล่ะ?” จุนโนะถาม เขาหยุดเดินหันหน้ามาหาชายหนุ่ม จินจึงดึงร่างโปร่งเข้ามากอดจนร่างของหนุ่มน้อยถูกกลืนหายเข้าไปใต้เสื้อโอเวอร์โค้ท

จุนโนะซุกหน้ากับอกกว้าง ได้ยินเสียงหัวใจของจินเต้นเป็นจังหวะโรมานซ์ จินงึมงำอยู่แถวใบหูว่า
“ทางโน้นบอกว่าฉันผ่าน...ไม่ต้องเรียนรู้งานอีกแล้ว คงเห็นฉันอยากกลับเร็วๆ ละมังก็เลยบอกว่า ไว้จะส่งคนมาเทรนให้อีกครั้งที่ญี่ปุ่น...”
“เฮ้อ...งั้นก็...เราจะได้อยู่ด้วยกันจริงๆ จังๆ เสียทีนะ” จุนโนะเงยหน้าขึ้นมองดวงตาดำเข้มของคนรัก ใบหน้าหวานแจ่มที่จินเห็นนั้น มีรอยยิ้มอย่างสุขใจประดับอยู่
“ฮื่อ...จะไม่ไปไหนอีกแล้ว จุนโนะจับฉันไว้แน่นๆ ล่ะ อย่าปล่อยให้ฉันหนีไปไหนอีก...”
“จับมัดไว้เลยดีมั้ย...เอาขังไว้เลย...หน้าไหนก็เอานายไปไม่ได้ด้วย”
จินหัวเราะขันไปกับท่าทางเอาจริงเอาจังของหนุ่มน้อย...ดูๆ ไปจุนโนะนี่ก็ขี้หึงไม่เบา..เวลาอ้อนก็เหมือนแมวอ้อน เวลาหึงก็เหมือนแม่เสือน้อย....

ทั้งสองเดินกลับทางเก่าเมื่อมาถึงตีนสะพานแล้ว มือของทั้งสองยังเกาะกันอยู่ เป็นการส่งกระแสความอบอุ่นให้กันและกัน
“เออนี่...รู้ข่าวของพี่ยูกับโทโมะมั้ยอ่ะ?” จินถามขึ้น เมื่อหนุ่มหน้าหวานส่ายหน้า จินก็เลยเล่าให้ฟัง
“พี่ยูบอกว่า นายโทโมะน่ะกลับมาจากฝรั่งเศสแล้วนะ พอมาถึงก็ร้องห่มร้องไห้ หันกลับมาซบอกของพี่ยูอีกแล้ว....น่าขำเนอะ รู้มั้ยญาติฉันน่ะ ปากบอกว่าจะไม่รับโทโมะอีก แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ใจอ่อนยวบ....” จินพูดไปปลงอนิจจังไป พี่ยูนะพี่ยู้.....คราวนี้เก็บหมอนั่นไว้ให้ดีก็แล้วกัน
“โทโมะถูกฝรั่งทิ้งว่างั้นเหอะ..” จุนโนะถอนหายใจเฮือก...
“ใช่...เขาเรียกว่า ซมซานกลับมา...”
“เขาเรียกว่าไม่เข็ดต่างหาก” จุนโนะค้าน แต่จินก็อดเห็นด้วยไม่ได้
เขาหัวเราะหึๆ...จับร่างโปร่งโยกไปมา
“ช่างเขาเถอะ เรื่องของเขา พี่ยูน่ะไม่เข็ดเอง...ก็รับกรรมไปเต็มๆ ละกัน”

ทั้งสองมองไปที่ตึกรามที่เรียงรายอยู่สองฝั่งอ่าว.....แล้วจู่ๆ จินก็พูดขึ้นว่า
“รู้มั้ยว่า บ่อนของนายซึโยชิ ถูกตำรวจจับแล้วนะ...ทลายยกบ่อนเลย...ความจริงก็น่าเสียดายนะ”
“แน่ะ...อยากเล่นจนตัวสั่นล่ะซิ..ห้ามเชียวนะ...ห้ามเด็ดขาด ถ้ารู้ว่าแตะต้องอบายมุขอีกล่ะพ่อจะอาละวาดให้” จุนโนะจิกเล็บกับท่อนแขนของจินจนชายหนุ่มสะดุ้ง
“ฉันว่าจุนโนะน่าจะขอบใจบ่อนนั้นน่ะ ถ้าฉันไม่ไปเล่น ก็จะไม่ติดหนี้ใช่ม้าาา...ถ้าไม่ติดหนี้ ไหนเลยจะเจอจุนโนะคนดีคนนี้ได้ล่ะ ...น่าจะขอบใจน่ะไม่ว่า”
“อืมม....นั่นน่ะซิเนอะ...” จุนโนะชักเริ่มเห็นดีเห็นงามไปด้วย รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นนั้น ทำให้จินจุมพิตที่กลีบปากบางเบา
เมื่อจินถอนริมฝีปากออกแล้ว จุนโนะจึงมีโอกาสพูดว่า
“ถ้าไม่มีบ่อนนั่น ฉันคงหาหัวใจตัวเองไม่เจอ.........”

ทั้งสองเดินเรียบอ่าวไปเรื่อยๆ จนเริ่มมืด แสงสีของยามค่ำคืนเริ่มปรากฏ โตเกียวเบย์ย่อมไม่มีวันหลับ ....จินขับรถพาหนุ่มน้อยนั่งชมรอบอ่าวและเลี้ยวไปจอดรถในซอยแห่งหนึ่งที่สองข้างทางมีบ้านเดี่ยวปลูกอย่างหรูหรางดงาม กำแพงของแต่ละหลังก่อด้วยศิลาแลงแข็งแกร่ง จินหยุดรถที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ที่เจ้าของบ้านปักป้ายขายเอาไว้หน้าบ้าน
“หือ?? พามาทำไมเหรอ?” จุนโนะถาม
“ก็พาเจ้าสาวมาดูเรือนหอน่ะซิ...เป็นไงชอบมั้ย?” จินพูดยิ้มๆ เปิดประตูออกไปยืนล้วงกระเป๋านอกรถ ทำให้จุนโนะต้องก้าวออกมายืนเคียงกัน
“จินจะซื้อบ้านหลังนี้หรือ? แพงนะ...” เด็กหนุ่มมองเข้าไปในตัวบ้าน เห็นแล้วอดนึกชอบไม่ได้ บ้านหลังไม่ใหญ่นัก สีขาวสลับอิฐแดง อวดโฉมงดงามอยู่บนเนินหญ้า และมีดอกไม้หลากชนิดปลูกอยู่รายรอบ
“ตอนนี้เงินพอมี ก็ที่จะเอาไว้ใช้หนี้จุนโนะไง ที่นายไม่รับน่ะ ....ฉันเอาไปดาวน์บ้านหลังนี้แล้วล่ะ เมื่ออาทิตย์ก่อนก็โทรฯ คุยกับพ่อตั้งนาน โดนเทศน์เสียหูชา พอหนำใจพ่อแล้ว พ่อฉันก็โอนเงินเข้าบัญชีให้อีก...เป็นรางวัลที่ลูกชายคนนี้ไม่เกเรเหมือนเมื่อก่อนไง เป็นไงจุนโนะ? ยังไม่ได้บอกเลยว่าชอบหรือไม่ชอบ...ยืนมองฉันตาแป๋วเชียว...” จินยื่นมือบีบจมูกโด่งเบาๆ คนตรงหน้าพยักหน้าให้ ยิ้มยิงฟันร่า
“ชอบซิ...ชอบทั้งนั้นแหล่ะ จะบ้านเล็ก บ้านใหญ่ บ้านสวยหรือบ้านโทรม ถ้ามีจินอยู่ด้วยล่ะก็ ฉันก็อยู่ได้ทุกแห่งล่ะ”
“ที่นี่จะเป็นรังรักของเราสองคนนะครับ” จินกอดเอวจุนโนะ จุ๊บแก้มใสดังฟอด
“ฮื่อ......อยากเข้ามาอยู่เร็วๆ จัง...” จุนโนะบ่นพึมพำ เขาสอดแขนรอบเอวของจิน ยื่นหน้ามาจุ๊บปลายคางของชายหนุ่มบ้าง รอยยิ้มประดับที่กลีบปากบาง เอ่ยถ้อยคำหวานหูผ่านกระทบให้จินชื่นใจว่า
“ฉันรักนายที่สุดเลย..อะกานิชิ จิน...”
“อื้อ...พูดแบบนี้ต้องให้รางวัล...นะ...” คนพูดทาบริมฝีปากจุนโนะเป็นการให้รางวัล
“ฉันก็รักนายจุนโนะสุเกะ...ที่รักของฉัน...รักที่สุดในโลกเลยล่ะ” จินพูดต่อหน้าบ้านที่สวยงามซึ่งกำลังจะกลายเป็นรังรักของพวกเขาหลังนี้

สองหนุ่มหันหน้าเข้าหากัน แย้มยิ้มด้วยความสุข มองสบตากันอย่างเปี่ยมล้นด้วยความรัก...หน้าหวานของจุนโนะแดงซ่านเมื่อจินจ้องหน้าเขาราวกับจะกลืนกิน....หวานจนต้องซ่อนหน้าไว้กับอกอุ่นของชายหนุ่ม

จุนโนะหลับตาพริ้ม กลีบปากบางคลี่ยิ้มอย่างมีความสุข ...ดีใจที่ได้ฝากชีวิตไว้กับคนๆ นี้

...อะกานิชิ จิน.........

จินและจุนโนะขับรถจากไป เหลือไว้แต่บ้านน้อยหลังงามตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเนินหญ้า เพื่อรอคอยการกลับมาของคู่รักทั้งสอง....
....ชีวิตของจินและจุนโนะยังคงดำเนินต่อไป....และจะรักกันอยู่อย่างนี้ไม่มีวันเสื่อมคลาย
....ตราบใดที่คนรักสองคนจะยึดมั่นต่อกัน...
....ตราบเท่ากาลนาน....

************************

 

Happy Ending

comment ที่นี่ก็ได้จ้า..กด..กด..


Hosted by www.Geocities.ws

1