Never Let YOU Go...23

++++++++++++++++++++++++++++++

***************************

ที่ศาลาท่าน้ำ... ในยามนี้แสงอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้าลงมากระทบกับผืนน้ำ ดวงเด่นของมันลอยอยู่เหนือยอดทิวไม้ แม้จะมีแสงแดดส่องเป็นลำออกอย่างนั้น แต่ก็ไม่อาจทานสายลมหนาวที่พัดผ่านจนผิวน้ำไหวเป็นระลอกได้ ความเย็นของอากาศบาดผิวของร่างโปร่งบางจนยามะพีต้องห่อตัวสะท้าน แต่กระนั้นร่างนั้นก็ยังคงนั่งนิ่ง อ้อมแขนโอบกอดหัวเข่าของตัวเองไว้ราวกับจะหาที่พักพิง ศีรษะทุยได้รูปเอนซบกับเสาไม้ต้นใหญ่ของศาลา

....ดวงตากลมโตมีหยาดน้ำคลอชุ่มฉ่ำ นานๆ ครั้งถึงจะได้ยินเสียงสะอื้นออกมาเพียงแผ่วเบา
เสียงฝีเท้าหนึ่งดังใกล้เข้ามา แต่ร่างโปร่งไม่รับรู้ใดๆ เขาปล่อยลมหายใจยาวเหยียด ในอกยังอัดอั้น จนอยากจะทุบให้คลายเศร้า
“ยามะจัง...หลานปู่...” เสียงเจ้าของฝีเท้านั้นดังจากทางเบื้องหลัง ร่างที่นั่งกอดเข่าสะดุ้งเฮือก รีบนั่งตัวตรง เขาขยับที่ให้คุณปู่
ชายชราทรุดนั่งข้างหลานชายคนโปรด
“ยามะไม่ไปเรียนหรือ?” คุณปู่ถาม แต่หลานชายส่ายหน้า
“ไม่ฮะ...ไปไม่ไหว มัน...มัน...ไม่มีแก่ใจจะไปไหนแล้ว...คุณปู่ไม่นอนพักหรอกหรือฮะ..”
“จะหลับลงได้ไง ก็ยามะน่ะทำให้ปู่เป็นห่วงนะรู้มั้ย?”
“ผม.........ผม........ฮึก......” ยามะซบหน้ากับไหล่ของชายชรา แขนเรียวบางโอบรอบเอวคุณปู่ น้ำตาร้อนๆ ไหลเปรอะเสื้อจนคุณปู่รู้สึก ชายชราเอ่ยถาม
“บอกปู่มาตรงๆ ว่าเรากับคาซึยะน่ะ ไม่ได้ชอบกันอย่างเดียวใช่มั้ย?”
ยามะเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินคำถาม ผิวหน้าแดงระเรื่อ
“ทำไมคุณปู่ถามอย่างงั้นล่ะฮะ?”
“เพราะถ้าชอบกันธรรมดา ยามะของปู่คงไม่มานั่งเสียอกเสียใจแบบนี้หรอก...นี่คงจะเจ็บช้ำมากซินะ...”
“คุณปู่...ผมรักคนๆ นั้นนะฮะ...รักมาก ไม่เคยรักใครเท่านี้มาก่อน ผมผิดหรือเปล่าฮะ...?” เขาหันมาถามด้วยน้ำตานองหน้า
“ไม่ผิดหรอก...จะรักใครชอบใคร ยามะต้องเผื่อใจไว้กับความผิดหวังด้วย...ปู่น่ะอยากจะห้ามนะยามะ แต่เห็นรูปการณ์แบบนี้แล้วก็คงจะห้ามยาก....คาซึยะน่ะ ปู่ดูก็รู้ว่า หลงรักยามะมากเหมือนกัน แต่ว่า...พี่ชายเราน่ะ...เฮ้อ...ถ้าลองจะเอาล่ะก็ คงไม่มีใครขัดได้....แต่ถ้ารักกันก็ต้องเชื่อใจกัน”
“เชื่อใจ...ฮึ...เขานอนด้วยกัน เห็นก็เห็น เชื่อใจกันน่ะทำอะไรไม่ได้หรอกฮะ...” ยามะพูดด้วยน้ำเสียงเจือเศร้า
“แล้วเราน่ะ จะมานั่งซึมแบบนี้มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา...” คุณปู่ลุกขึ้นยืน ชายเสื้อยูกะตะโบกสะบัดไปตามแรงลมหนาว ยามะพีลุกขึ้นตาม เขากอดอกตัวเองด้วยความหนาวสะท้าน
“ผมจะอยู่เป็นเพื่อนคุณปู่นะฮะ นายคนนั้นน่ะ คงไม่กลับมาทำงานกับคุณปู่อีกแล้ว...ยามะจะอยู่ดูแลคุณปู่เอง...มีเราแค่สองคนก็ได้ ไม่เห็นจะง้อใครเลย”
“เราน่ะไปห้ามไม่ให้เขามาทำงานเองนะ....แล้วคาซึยะเขาโทรฯ มาลาออกเมื่อกี้นี้เอง....” คุณปู่บอก

.....ลาออก.....

ยามะพีนิ่งอึ้ง....ใช่ซิ ....ก็เมื่อเช้าคาซึยะมาง้อเขา แต่ก็โดนเขาตะเพิดออกไปนี่นา...หน้าซีดสลดของหนุ่มน้อยคนรักของเขา ทำให้เขาอดใจหายไม่ได้ แต่ความเจ็บช้ำย่อมมีมากกว่า....เป็นเขาเองที่ทำให้คาซึยะลาออก....ต่อแต่นี้ไปคงจะไม่ได้พบกันอีกแล้วซินะ....

“แล้วเราล่ะ จะทนได้นานแค่ไหนกัน ยามะจัง....จะทนอยู่โดยไม่มีคาซึจังได้หรือ ถามใจตัวเองก่อน...” คุณปู่พูดแล้วก็หัวเราะหึๆ เขาหันหลังเดินไปจากท่าน้ำ ทิ้งหลานชายไว้เบื้องหลัง จิตใจห่อเหี่ยวขึ้นมา นับแต่นี้ต่อไป คงจะหาลูกจ้างที่ถูกใจแบบคาซึยะได้ยาก....หนุ่มน้อยคนนั้น โทรฯ มาลาออกเมื่อกี้....น้ำเสียงที่เขาได้ยิน มันฟังดูเศร้าสร้อยเหลือเกิน...ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้ตัดรอนเด็กหนุ่มเสียทีเดียว คุณยามะชิตะบอกได้แต่เพียงว่า
“เอาไว้ให้เคลียร์ปัญหาตัวเองให้ได้หมดจดเสียก่อน แล้วค่อยกลับมาทำ ฉันยังอยากได้เพื่อนคุยดีๆ อย่างเธออยู่นะ คาซึจัง...”
“ครับท่าน...” คาซึยะรับคำก่อนจะวางหู
นั่นคือการลาออกของหนุ่มน้อยคาซึยะ.....

...เมื่อมาแล้วมันทรมานใจกันทั้งสองฝ่าย คาซึยะก็เลือกที่จะไป.....
....ทิ้งความเศร้าเสียใจให้กับยามะพีไว้ที่นี่...
ชายชราหันกลับไปดูที่ศาลาท่าน้ำอีกครั้งก่อนจะเปิดประตูห้องเก็บไวน์เข้าไป ยามะพีหลานรักยังยืนนิ่ง ทอดอาลัยอยู่ริมน้ำ ......เขาระบายลมหายใจออกมา เวลาและความเชื่อใจกันเท่านั้นที่จะช่วยคนสองคนนี้ได้

******************************

จินขับรถเข้าบ้านในตอนบ่าย เขานอนที่อู่ต่อเรือตั้งแต่เกิดเรื่องกับจุนโนะ พอย่างเท้าเข้าบ้าน พี่สาวก็ร้องเสียงหลง
“ไอ้จิ้นนนน...” ยูริรีบวิ่งแจ้นมาทันทีที่เห็นน้องชายก้าวพ้นประตูหน้าห้องโถง
“อะไรง่ะพี่ เรียกซะ”
“แก...แก๊....แกไปอยู่ในหนังสือพิมพ์ได้ไงวะ..แกกับจุนโนะของช้านนน....” พี่สาวเขย่าแขนจนแขนแทบหลุด พลางเอาหนังสือพิมพ์ตีไหล่เสียอีกแน่ะ
“อะไรฮะ?” จินทำงง ยูริก็เลยกางหนังสือพิมพ์ให้ดู พาดข่าวในหน้าบันเทิงว่า

......เผยแฟนหนุ่มของยอดนายแบบ ทางุจิ จุนโนะสุเกะ....
.....บุกอาละวาดกลางกองถ่ายนู้ด.......

จินอ่านแล้วอ่านอีก ในเนื้อข่าวที่พาดพิงถึงเขา มีชื่อของเขาด้วย รวมถึงภาพที่เขายื้อยุดกับจุนโนะบนเตียง จินเขม้นมอง ใบหน้าของเขาออกจะชัดแจ๋วกับร่างเปลือยของจุนโนะ
“โอยยย....แย่แล้ว...” เขาหน้าเสีย มองพี่สาวที่เอาแต่จ้องหน้าน้องชายเขม็ง
“ไม่คิดเลยนะว่า นายกับจุนโนะจะ...จะ....ฮือ.......จุนโนะชอบผู้ชาย....ฮือและไอ้คนนั้นก็คือน้องชายของข้าพเจ้าเอง...โอย....ไอ้จิ้นนน....แกฉกเอาจุนโนะขวัญใจสาวๆ ไปได้ไงฟะ??” ยูริซัดเพี้ยะที่แขนของจิน
“ทำไมนายไม่บอกฉันซะคำว่าเป็นแฟนกับยอดยาหยีของฉันนะจิน?”
“บอกทำไมล่ะ น่าบอกนักหรือไง? พี่จะได้หัวเราะ หาว่าผมโม้ปะไร”
“จิน...แล้วแกจะทำไงต่อไปง่ะ? ฉันล่ะห่วงจริงๆ”

ชายหนุ่มเดินดุ่มๆ เข้าบ้าน ไม่ตอบว่าอะไร ในใจสับสนไปหมด ไม่คิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานจะถูกนำมาลงในหนังสือพิมพ์ และภาพที่ไม่น่าดูนั่นก็ด้วย แต่ที่จินสะดุ้งเฮือกก็คือประโยคต่อไปของพี่สาว
“พ่อก็รู้นะไอ้จิน...แต่พ่อกันนักข่าวออกไปได้แล้ว...พวกนั้นน่ะไม่มีวันมาถึงตัวนายได้ แต่กับจุนโนะน่ะ ฮือ.......อิจฉาชิบเป้งเลย....เฮ้ย จิน..นายกับจุนโนะของฉันน่ะ เอ้อ....ได้....จุกกรู้กันหรือเปล่าอ่ะ?” ยูริทำหน้าหื่นจับ จนจินถอนหายใจเฮือก
“บ้าซิ...ทำไมผมต้องบอกพี่ด้วย...” จินหันมาเอ็ด แล้วก็รีบวิ่งขึ้นห้อง แต่ยังไม่ทันจะถึง ก็โดนคุณอะกานิชิ ผู้เป็นพ่อเรียกเสียก่อน
“เข้ามาคุยกันสักทีดีมั้ย จิน......”
เสียงเย็นเฉียบนั้นหยุดเท้าจินไว้ เขาทำคอย่น ใจคอไม่ดี แต่ก็ไม่อาจขัดคำสั่งนั้นได้ จึงเดินตามพ่อเข้าห้องไปอย่างเงียบๆ

***************************

หนังสือพิมพ์หลายฉบับถูกวางเรียงกันเป็นแถวตรงหน้าของจุนโนะสุเกะ เด็กหนุ่มเปิดออกดูฉบับแล้วฉบับเล่า ก็มีเนื้อหาทำนองเดียวกัน...เรื่องฉาวๆ ของนายแบบรูปงามคือเขา กับแฟนหนุ่ม อะกานิชิ จิน...
ยาระยืนกระดิกขา หน้านิ่ว คิ้วขมวดอยู่ไม่ห่าง สายตามองจุนโนะที่นั่งนิ่ง ดูไม่เดือดร้อนอะไรเลยสักนิด ข้างๆ กันนั้นก็คือคาซึยะที่หยิบหนังสือพิมพ์มาดูอย่างสนใจ
“จะเอายังไงล่ะทีนี้?” ยาระถอนหายใจเฮ้อ
“ไม่เอาไง อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด” จุนโนะพึมพำ
“พูดแบบนี้อีกแล้วนะ ...รู้มั้ยว่า ตอนนี้นายแทบจะไปสตูดิโอไม่ได้เลย นักข่าวมันดักอยู่เต็มไปหมด จนฉันต้องให้ตำรวจมาช่วยตะเพิดไป....ไม่คิดจริงๆ ว่า ไอ้พวกซันชายน์น่ะ มันจะเอาข่าวไปขาย แถมรูปเด็ดซะด้วย” ยาระเอานิ้วจิ้มแรงๆ ไปที่รูป จินกับจุนโนะกำลังคลุกกันอยู่บนเตียง
“นี่ถ้าจุนโนะจะถ่ายโป๊กับพี่จินก็น่าดูนะฮะ” คาซึยะโพล่งออกมา
“คาซึยะ...” ยาระกับจุนโนะสุเกะปรามพร้อมๆ กัน
หนุ่มน้อยยิงฟัน แล้วก็หันมาสนใจหนังสือพิมพ์ต่อ
ในหนังสือบ้านั่น แทบจะทำให้เห็นถึงจินตนาการบทรักของจินและจุนโนะได้ดีทีเดียว ไม่รู้ว่าพวกนั้นบรรยายออกมาได้ไง
“พี่ว่าจุนโนะอย่าเพิ่งออกไปไหนจะดีกว่านะ...เรื่องงานน่ะจะช่วยชะลอให้ก่อน พอกองทัพนักข่าวไปกันหมดแล้ว ค่อยว่ากันทีหลัง” ยาระออกความเห็น
“ก็ได้ฮะ...” จุนโนะเห็นดีด้วย ป่านนี้ไม่รู้ว่าจินจะเห็นข่าวนี้หรือยัง ถ้าเห็นจะรู้สึกอย่างไรบ้าง อาจจะตีปีกพึ่บพั่บก็ได้ ....
“เฮ้อ......” พอคิดถึงจิน จุนโนะก็ถอนหายใจยาวจนน้องชายมองหน้า
“คิดถึงพี่จินหรือไง?” คาซึยะถาม
“รู้ดี...” พี่ชายค้อนขวับ
“ก็คิดว่าต้องเป็นอย่างนั้น”
“ทำไมฉันต้องคิดถึงหมอนั่นด้วย?” จุนโนะทำเสียงแข็ง
“ก็รักเขานี่นา...”
“ฮึ...” พี่ชายฉวยหนังสือจากมือน้องชายโยนลงบนโต๊ะ
“ไปดูทำไมกันหือ....ข่าวบ้าๆ แบบนั้น...”
“แหม จุนโนะ ฉันไม่ได้ดูข่าวนะ แต่ว่าดูหุ่นนายต่างหาก พี่นี่...หุ่นเจ๋งจริงๆ ...น่าถ่ายหนังเอ็กซ์กับพี่จินจริงๆ ด้วย”

......โป๊ก......

“โอ๊ย...เจ็บนะ...” คาซึยะกุมหัว เมื่อมะเหงกของจุนโนะโขกมาเต็มๆ
“เชอะ...ทำเป็นพูดดี นายน่ะน่าจะไปนอนหลบเลียแผลใจดีกว่า...มัวมานั่งแซวฉันอยู่ได้ นายเองก็ใช่ย่อย เมื่อวานเห็นจะเป็นจะตาย มาวันนี้ลืมความเจ็บแล้วหรือไง?”
“อย่าพูดได้ป่าว?” คาซึยะปากยื่น
“จะไม่ให้พูดได้ไง กับจินก็น่าจะดูไว้เป็นบทเรียน รู้ทั้งรู้ ยังจะไปยุ่งกับหมอนั่นอีก”
“พี่จะรู้อะไร ...ถ้าผมไม่เอาตัวเข้าไปเป็นเหยื่อของโทโมะ มีหรือเขาจะปล่อยพี่จิน...” เขาโพล่งออกมา ทำให้คนฟังจ้องหน้าเขม็ง
“หมายความว่าไง คาซึจัง...??” จุนโนะถาม
คาซึยะเม้มปาก ตั้งใจจะเงียบ แต่สีหน้าคาดคั้นของจุนโนะทำให้เขาต้องเปิดปากบอก
“ก็...แค่เสนอตัวให้โทโมะงาบ....เขาจะได้ไม่มายุ่งกับพี่จินและจุนโนะไง...”
“คาซึจัง...” จุนโนะคราง....เขาแตะบ่าน้องชาย ดึงร่างเล็กๆ นั้นมากอด
“ทำไมทำแบบนี้นะ คาซึจัง มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย นายก็รู้ โทโมะไม่มีวันทำตามหรอก....แล้วนี่นายโดนเขางาบจริงๆ อ่ะเหรอ?”
“เปล่า....ผมทำไม่ได้ พอถึงตอนนั้นเข้า ผมก็นึกถึงแต่ยามะ....มันก็เลยฝืนใจตัวเองไม่ได้..”
“เป็นคนดีจริงๆ เลยนะนายเนี่ย” ยาระเดินเข้ามาลูบศีรษะของเขาบ้าง แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีของเด็กหนุ่ม
“คนมันจะเลวง่ะนะ ทำยังไงมันก็ยังคงเลว...ทีหลังจำเอาไว้เป็นบทเรียนนะคาซึยะ”
“ฮะ...พี่ยาระ...”
เขาขอตัวพี่ทั้งสอง แล้วก็เดินเข้าห้องไป หลบเลียความเจ็บช้ำอย่างที่จุนโนะว่า
.....................................

คาซึยะนอนลืมตาโพลงอยู่บนเตียง ...เมื่อเช้านี้เองที่เขามีปากเสียงกับโทโมะอีกครั้ง และเป็นวันที่เขาตัดสินใจลาออก เพราะถ้อยคำนั้นไม่ใช่หรือ

....’ฉันขอร้องล่ะ อย่ามาที่นี่อีกเลย ฉันจะมาดูแลคุณปู่เอง นายไม่ต้องมาทำงานแล้ว...ได้ยินมั้ยคาซึยะ? ฉันไม่อยากเห็นหน้านายอีก....ไม่อยากเห็น’.......

....’คุณยามะพี......’... คาซึยะหน้าเจื่อน เมื่อใบหน้าบึ้งตึงของคนรักมองมาอย่างเฉยเมย

....’ทำไมคุณไม่เชื่อใจผมบ้าง เรารักกันไม่ใช่หรือ ทำไมถึงมองข้ามความรู้สึกที่ดีที่ผมมีให้คุณ..ผมไม่มีอะไรกับพี่ชายคุณ ไม่เคยมีเซ็กซ์กับโทโมะ’.....

....’คงเชื่อยากหรอกนะ’....

....’เขามอมเหล้าผมคืนนั้น...เหมือน...เหมือนที่พี่จินเคยโดนมาแล้ว..’....

...’ไม่ต้องมาแก้ตัว ..นายเป็นเด็กหรือไงถึงยอมให้เขาเอาเหล้าใส่ปาก...ฮึ!! อย่าพูดดีกว่า’....

ร่างบางพูดแบบนี้ คาซึยะจำได้ว่า เขาพยายามจะอธิบายแต่ว่า ยามะพีไม่ขอรับฟังใดๆ ทั้งสิ้น ใบหน้าหวานที่ยังตราตรึงในหัวใจของเขา สะบัดหน้าพรืด เชิดหน้าให้ตลอดเวลา....จนท้ายสุด ยามะก็พูดเสียงเย็นชาว่า

...’เราคงไม่มีอะไรต้องพูดกันแล้ว..’

..’ผมรักคุณนะยามะ ...รักมาก...รักคุณคนเดียวเท่านั้น ...พี่ชายคุณน่ะเป็นยังไง นิสัยแบบไหน คุณก็รู้ดี ทำไมไม่ฟังเหตุผลบ้าง’....

....’ฉันทำใจไม่ได้หรอก...โทโมะเป็นอย่างไงทำไมฉันจะไม่รู้ ผู้ชายกี่คนแล้วล่ะที่พูดแบบนาย ท้ายสุดก็หลงเสน่ห์ของเขาจนได้...’

เขาอยากจะค้าน ก็เพราะยอมนั่งให้โทโมะรินเหล้าก็เพราะอะไรล่ะ ไม่ใช่่เพราะต้องการจะกันโทโมะออกจากจินไม่ใช่หรือ ...โทโมะต้องการตัวเขา อยากนอนกับเขา ถ้าเขาทำอย่างนั้นกับโทโมะจะเชื่อได้ล่ะหรือว่า ฝ่ายนั้นจะยอมรามือจากจิน ใจหนึ่งก็อยากจะขยี้โทโมะให้แหลกคามือ แต่พอนึกถึงหน้าของยามะพี เขาก็ไม่อาจทำใจไปกับโทโมะได้ สู้นั่งดื่มเหล้าให้มันเมาไปเลยดีกว่า

คาซึยะนึกถึงถ้อยคำทั้งหมดที่ตอบโต้กัน เห็นแม้กระทั่งหยาดน้ำใสเอ่อท้นอยู่รอบดวงตากลมโต เพียงชั่วแว่บเดียวมันก็ไหลลงมาเป็นทาง ยามะปาดทิ้งลวกๆ เขาผลักคาซึยะจนผงะถอยหลัง ...แล้วก็ไล่เขาออกจากบ้าน....

วันนี้เป็นวันแรกที่เขาว่างงานในช่วงเช้า หลังจากลาออกกับคุณยามะชิตะแล้ว เขาก็ใจหาย...ดูเหมือนงานดูแลคนชราจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว ...พอกลับมาก็เจอกับยาระกำลังปรึกษากับจุนโนะพี่ชายของเขาเรื่องข่าวอื้อฉาวนั้นอยู่พอดี
เด็กหนุ่มพลิกกายกระสับกระส่ายจะหันไปทางไหนก็จะเห็นภาพของยามะพีอยู่ร่ำไป
เคยเห็นร่างขาวโพลนนอนซวนซบในอ้อมกอดเขา ก็เตียงนี้เอง ...หมอนที่เคยหนุนร่วมกัน...และผ้าห่มที่เคยปกปิดร่างกายเปล่าเปลือยของเขาทั้งสอง ล้วนแล้วแต่กัดกินใจของคาซึยะเองแทบทั้งนั้น

จนกระทั่งไม่อาจนอนเฉยอยู่ได้....เขาก็ผลุนผลันออกไปจากห้อง ....
ยาระยังคงอบรมจุนโนะต่อที่ห้องรับแขก พอหันมาเห็นเขาเข้า ทั้งสองก็ถามว่า
“จะไปไหน?”
“ไปเดินเล่นฮะ...” เขาตอบเพียงแค่นั้น...เดินล้วงกระเป๋าออกไป ปล่อยให้จุนโนะโดนเล็คเชอร์ต่อ.........

........................

คาซึยะเดินมาถึงอู่ของจิน เขาไม่ลังเลเลยที่จะเดินเข้าไปด้านใน พบจินนั่งทำงานอยู่เงียบๆ นอกนั้นก็มีคนงานต่อเรือกันวุ่นวายทางด้านนอก
จินเงยหน้าพบกับคาซึยะยืนยิ้มแห้งๆ อยู่ตรงหน้า ก็เปิดยิ้มกว้าง เขาผลุดลุกขึ้น ตบบ่าของเด็กหนุ่มอย่างดีใจ
“คาซึยะ…ดีใจนะที่เจอนาย…”
“มีเวลาคุยด้วยสักครู่มั้ย?” คาซึยะถาม
“ได้ซิ..เอางี้ เดี๋ยวพี่พาไปกินราเม็งที่ท่าเรือนะ เคยไปกับจุนโนะบ่อยๆ”
“ดีฮะ..ผมมีเรื่องจะพูดกับพี่เยอะเลย...รู้สึกว่าเราสองคนตกที่นั่งลำบากเหมือนกันซะแล้ว”

จินนั่งเท้าค้างมองหน้าคาซึยะขณะที่ปล่อยให้เด็กหนุ่มระบายเรื่องราวที่เหมือนกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับเขาทุกอย่าง เมื่อฟังจบ จินก็หัวเราะหึๆ เขาส่ายหน้าช้าๆ พลางจิบเบียร์ที่เริ่มจะคลายความเย็น
“ในที่สุด เราก็ตกหลุมเจ้าเล่ห์ของนายโทโมะจนได้….จะทำยังไงกับนายคนนี้ดีนะ” จินพูด เขาคิดว่าทางที่ดี พี่ยูอิจิคงจะต้องฟังเรื่องร้อนหูอีกสักครั้งหนึ่งถ้าจะดี
“พี่จุนโนะน่ะ ไม่ค่อยโกรธพี่จินแล้วนะฮะ…” คาซึยะบอก
“งั้นเหรอ…นายแน่ใจนะ แค่เรื่องที่ผ่านมาก็ยังพอทน แต่ไอ้เรื่องที่เกิดเป็นข่าวนี่ซิ..เขาจะให้อภัยพี่เหรอ…ถ้าพี่ไม่ก่อเรื่องที่สตูดิโอนั่น พวกนักข่าวก็ไม่แห่ไปทำเรื่องจริงมั้ย?”
“แต่ถ้าพี่ไม่ไปที่นั่น ป่านนี้พวกเราคงได้ดูจุนโนะแก้ผ้าบนหนังสือเรียบร้อยแล้ว” คาซึยะค้าน
จินหัวเราะ แล้วก็ทำเคลิ้มๆ
“ความจริงน่าจะปล่อยให้ถ่ายนะ อยากดูเหมือนกัน…”
“แหม พี่จิน…ไม่ค่อยหวงแฟนเลยนะ…”
จินโบกมือให้ว่อน แก้ตัวว่า
“หวงซิ…หวง…แต่ก็อยากดูนี่หว่า….เห็นของจริงกับในรูปน่ะ มันไม่เหมือนกันหรอกนะ” ว่าแล้วจินก็ถอนหายใจเฮือก….
“ไม่ล่ะ…ของๆ แฟนเรา จะให้คนอื่นเห็นได้ไงฮะ…เป็นผมน่ะ ไม่ยอมหรอก…” คาซึยะพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด….ไม่รู้ว่ายามะพีจะหายโกรธเขาเมื่อไร…ดีไม่ดีอาจจะมีแฟนใหม่เป็นหนุ่มมหา’ลัยประชดเขาก็ได้
“เออว่าแต่พี่จิน….เราจะเอาไงดีกับนายโทโมะนั่นน่ะ” เด็กหนุ่มหันมาถามจิน
“พี่จะไปหาพี่ยู….ให้เขาใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด….ขืนมายุ่งกับเราบ่อยๆ สักวันหนึ่งพี่อาจจะซัดเขาให้หมอบก็ได้” จินออกความเห็น และตั้งใจจะไปหายูอิจิจริงๆ คาซึยะพยักหน้าเห็นด้วย…..มองหน้าตาอิดโรยของคนตรงหน้าด้วยความเห็นใจ
“ดูท่าทางพี่จินจะเหนื่อยนะฮะ งานหนักหรือไง?”
“ฮื่อ...งานเยอะ ...แล้วอีกอย่าง...พี่จะไม่ได้อยู่ญี่ปุ่นหลายวันเลยล่ะ อาจจะนานหลายอาทิตย์ หรือหลายเดือน....ยังบอกไม่ได้...” จินเล่าเรื่องที่พ่อของเขายื่นคำขาดมา ให้เขาเดินทางไปดูงานที่ลิเวอร์พูล เพราะข่าวอื้อฉาวที่เกิดขึ้นกับลูกชายคนเล็กนั่นหรอก เป็นสาเหตุสำคัญ
ปล่อยให้เขาไปเรียนรู้งานต่อเรือทางโน้นไปด้วย ก็เท่ากับว่าดับเรื่องข่าวคาวที่เกิดขึ้น และส่งลูกชายไปดูงานไปด้วยในตัว ซึ่งตอนแรกจินก็อ้ำอึ้ง การไปอังกฤษในครั้งนี้ก็คือการต้องจากจุนโนะสุเกะไปนั่นเอง แต่พ่อเขาก็บอกว่า ถ้าไม่ยอมไป เห็นทีจะห้ามจินพบกับคนรักอีกแน่ๆ ซึ่งจินก็รีบรับปากทันที เพราะอยู่ที่ญี่ปุ่นตอนนี้ หรือไปอังกฤษก็มีค่าเท่ากัน เพราะอย่างไรเสีย อยู่ไปก็ไม่ได้เห็นหน้าจุนโนะอยู่ดี

“พี่จินก็เลยต้องไป...” คาซึยะถามหลังจากที่จินเล่าจบแล้ว
“ฮื่อ...ไปก็ดีนะ ห่างๆ กันซะบ้าง อย่างที่พี่นายต้องการ จะได้รู้กันเสียทีว่า เขาคิดถึงพี่บ้างหรือเปล่า...”
“กลับมาเจอจุนโนะมีแฟนใหม่ พี่จินไม่คลั่งตายเรอะ?” คาซึยะแกล้งถาม ซึ่งก็ทำให้จินหน้าซีดไปนิดหนึ่ง ชายหนุ่มรีบยิ้มแย้ม ตบหลังมือคาซึยะเบาๆ
“นายเองก็คอยดูให้พี่ด้วยนะ....ฝากดูแลด้วย อย่าให้เขามีคนอื่นเด็ดขาด...”
“ครับ....งั้นคืนนี้พี่จินไปเป็นแขกผมได้มั้ยอ่ะ...จะทำกับข้าวเลี้ยงสักมื้อ”
“เฮ้ย...บ้านาาา.....เดี๋ยวพี่นายเห็นฉันจะยิ่งปึงปังใส่นะ” จินเริ่มไม่แน่ใจ แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่า น่าจะลองดูซะที ก็คาซึยะเป็นคนชวนนี่นา ไม่ได้ไปหาจุนโนะซะหน่อย... เสียงของเด็กหนุ่มร้องย้ำมาว่า
“นะฮะ....ไปกินข้าวบ้านผม...เป็นแขกของผม...”
“ก็ได้ คาซึยะ....” จินรับปากด้วยสีหน้าที่แช่มชื่นขึ้น เต็มใจอย่างยิ่งเลยเชียวล่ะ...

**********************

คาซึยะรื้ออาหารชุดใหญ่ออกมาจากตู้เย็น วางกองๆ ไว้กับโต๊ะเล็กในครัว เขาผูกผ้ากันเปื้อนและถลกแขนเสื้อเตรียมตัวเป็นพ่อครัวเต็มที่ จุนโนะที่นั่งดูทีวีอยู่รีบลุกขึ้นมา หวังจะช่วยเป็นลูกมือ แต่ว่า
“ไม่ต้องหรอกฮะ...จุนโนะไปอาบน้ำให้สดชื่นดีกว่านะ....ทางนี้ผมจัดการเอง ทำหน้าตาให้ร่าเริงหน่อย จะได้กินข้าวอร่อย...” คาซึยะรุนหลังพี่ชายให้ออกไปนอกครัว ซึ่งจุนโนะเองก็มองน้องชายอย่างงงๆ หรือว่าอกหักคราวนี้ทำให้คาซึยะเพี้ยนไปได้ แล้วก็ดูซิ วัสดุ อาหารแห้งและสดวางเต็มครัวไปหมด...
“กินกันแค่สองคน ทำง่ายๆ ก็ได้มั้ง?” เขาพูด
“เออน่า....ไปอาบน้ำให้ตัวหอมๆ ไป๊!!” น้องชายไล่เป็นครั้งที่สอง ซึ่งก็ทำให้จุนโนะยอมทำตามที่เด็กหนุ่มบอกแต่โดยดี

..............

กลิ่นอาหารหอมกรุ่นออกมาจากเตา จุนโนะสูดจมูกด้วยความอยากกินแล้ว เขาเยี่ยมหน้าผ่องใสมามองน้องชาย คาซึยะกำลังง่วนในการคนแกงจากเตา
“ช่วยมั้ย?” พี่ชายถาม
“ไม่เป็นไรฮะ เสร็จแล้ว กี่โมงแล้วจุนโนะ”
“อืมมม....เกือบสองทุ่มแล้วล่ะ รู้สึกว่าวันนี้เราจะกินข้าวช้านะ พี่ชักหิวซะแล้วซิ” จุนโนะเตรียมจะก้าวเข้ามา แต่คาซึยะปลดกันเปื้อนออกทันที เขารีบยกมือห้ามจุนโนะ
“เสร็จแล้วล่ะ เดี๋ยวรอแป๊บหนึ่งนะ ผมขอไปอาบน้ำก่อน ...อ้อ...จุนโนะไปนั่งดูทีวีเหอะ เดี๋ยวผมจัดโต๊ะเอง...”
เขาว่าแล้วก็ผลุบหายเข้าไปในห้อง ทิ้งให้พี่ชายยืนงงอยู่คนเดียว
“เพี้ยนจริงๆ ด้วย” จุนโนะพึมพำ เดินส่ายหัวจะไปนั่งดูทีวีต่อ แต่แล้ว

......เสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้นพอดี.......

เขาชะงัก ไม่มีเสียงเคาะประตูนอกจากเสียงกริ่งดังขึ้นเท่านั้น สองครั้งแล้วซิ ใครก็ไม่รู้.....
คาซึยะโผล่หน้ามาจากในห้อง ตะโกนบอกพี่ชายว่า
“จุนโนะเปิดประตูให้เพื่อนผมที นัดเอาไว้ครับ...”
“อ๋อ...เหรอ...” จุนโนะพยักหน้า เขาเปิดประตูออกทันที

“จิน.....” จุนโนะอ้าปากค้าง ก็เพื่อนที่คาซึยะว่า ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจาก.....อะกานิชิ จิน
“หวัดดีจุนโนะ” จินยกมือโบกให้ ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างร่าเริง เบิกบานเสียจนจุนโนะอดหมั่นไส้ไม่ได้ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นแหล่ะ
“มาทำไมกัน ก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่า ให้เราห่างกันสักพัก...” เจ้าของห้องทำหน้ามุ่ย ยืนขวางประตู ไม่ยอมให้จินเข้ามาซะงั้น ทั้งๆ ที่หัวใจเต้นโครมคราม เหมือนกับหนุ่มน้อยยามพบคนรัก
“ไม่ได้มาหาจุนโนะซะหน่อย...ฉันมาหาคาซึยะ...” จินพูดหน้าตาเฉย เขามองข้ามไหล่จุนโนะเข้าไปภายในห้อง ไม่ปรากฏร่างของคนที่มาหาแต่อย่างใด เขาก็เลยมองหน้าบึ้งปนหวานของคนตรงหน้าแทน
“จะมาไม้ไหนอีกล่ะเนี่ย...แล้วนายมาที่นี่มีคนเห็นหรือเปล่า ฉันหมายถึงพวกนักข่าวน่ะ บ้าชะมัดเลย ก่อเรื่องไม่ได้หยุด”
“ใครว่าฉันก่อเรื่อง นายนั่นแหล่ะก่อเรื่อง” จินพูดขัดขึ้นมา ทำให้จุนโนะตวัดตามองอย่างไม่พอใจ จินได้ทีก็เลยใส่ต่อ
“นายก่อเรื่องขึ้นมาก่อนนะจุนโนะสุเกะ ใครใช้ให้ไปแก้ผ้าถ่ายรูปล่ะ ถ้านายไม่อุตริไปแก้ผ้าก็ไม่มีเรื่องใช้ม้าาา...”
“เชอะ ก็แล้วใครให้นายไปอาละวาดที่ซันชายน์เล่า”
“ก็มันหึงนี่หว่า”
“แหวะ....ทีงี้มาทำเป็นหึง ทีตอนนั้นเอาโทโมะมานอนกก ทำไมไม่คิด”
“จุนโนะก็หึงเหมือนกันนี่ ใช่มั้ยล่าา...” จินพูดยิ้มๆ มองจุนโนะที่กำลังยืนกอดอก เบะปากใส่ จินฉวยโอกาส ดันร่างบางเซกลับเข้าห้อง เขาปิดประตูตามหลังมา เข้ามาในห้องได้แล้ว ดีใจเป็นบ้า
“ยังไม่อนุญาตให้เข้ามาเลยนะ” จุนโนะแหว
“ก็คาซึยะนัดให้มา กินข้าวด้วย...แต่แหม หอมจัง ยิ่งหิวอยู่ด้วย” จินเดินปัดร่างของจุนโนะเข้ามาในครัว เห็นอาหารทั้งหมดวางไว้พร้อมแล้ว มีจานจัดอยู่สามที่เสียด้วยซิ

“พี่จินมาแล้วเหรอ เชิญเลยครับ” คาซึยะเดินหน้าผ่องใสเข้ามาสมทบ ก็เลยถูกพี่ชายดึงตัวมาอีกทาง
“นายไปชวนเขามาทำไมกันหา?” จุนโนะกระซิบ แต่เสียงไม่ค่อยนัก จินหูผึ่งคอยเงี่ยหูฟังตลอด ได้ยินเสียงคาซึยะตอบกลับมาว่า
“ก็เมื่อกลางวัน พี่เขาเลี้ยงข้าวผมนี่นา ผมก็เลี้ยงตอบแทนมั่งซิ ...น่า...หยวนๆ น่าพี่ชาย พี่จินก็ทานข้าวกับเราบ่อยไป” คาซึยะตบบ่าพี่ชายเบาๆ จากนั้นก็เดินยิ้มมาหาจิน

มื้อนั้น จุนโนะก็เลยต้องยอมให้จินอยู่ร่วมทานอาหารด้วย ก็เพราะขัดน้องชายไม่ได้ และอีกอย่างจินก็ไม่ได้มาหาเขา เวลาคุยก็คุยแต่กับคาซึยะคนเดียว นานๆ ครั้งหรอกที่จะเหลือบแลมาทางเขา

จุนโนะกำลังจะอิ่ม กินอะไรไม่ลงแล้ว นี่เขาดีใจใช่มั้ยนะที่จินมาอยู่ที่นี่ ....ใช่สิ...ในใจดวงนี้ไม่ได้คิดโกรธจินอีกแล้ว ...ยิ่งเวลาผ่านไป เขาก็ตระหนักดีว่า เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างจินและโทโมะน่ะ ไม่ใช่ความผิดของจินเลย เพราะเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้มันก็เกิดขึ้นกับคาซึยะเหมือนกัน และยามนั้น จุนโนะก็นึกเห็นใจน้องชายมาก

จินก็ตกที่นั่งเดียวกัน โทโมะนั่นแหล่ะเป็นคนก่อเรื่องขึ้นทั้งหมด ...แต่อีกใจหนึ่งก็ค้านว่า จินก็มีส่วนผิดบ้างเหมือนกันแหล่ะ แต่ก็นิดเดียว นิดเดียวเท่านั้นจริงๆ.....
“จุนโนะไม่ทานเยอะๆ ล่ะ เดี๋ยวผอมนะเอ้า...” จินคีบเนื้อย่างใส่ชามให้เด็กหนุ่ม และกำลังจะยกชามซุปไปเติมให้ เป็นจังหวะเดียวกับที่จุนโนะเอื้อมไปหยิบเหมือนกัน

....มือต่อมือสัมผัสกันโดยบังเอิญ จินซ้อนทับมือของจุนโนะไว้ จุนโนะจะชักมือกลับแต่จินกดน้ำหนักลงบนมือของเขา ทำให้จุนโนะคำรามออกมา

“ปล่อยนะ..”
“ดุจริง แม่เสือ” จินบ่นงึมงำ แต่ก็ยอมดึงมือกลับ
และในที่สุด จุนโนะก็วางตะเกียบลงกับที่รองตะเกียบข้างชาม เป็นอันบอกให้รู้ว่า เขาอิ่มแล้ว
“อิ่มแล้ว...คาซึจังกินเสร็จแล้วล้างชามด้วยล่ะ แล้วอย่าลืมส่งแขกกลับด้วย ฉันขอตัว ไม่มีอารมณ์กินแล้ว...” จุนโนะพูดเสร็จแล้วก็ฉวยหนังสือพิมพ์เดินเข้าห้องไป
“กินแล้วนอน ระวังอ้วนน้าาา...” จินแซวไล่หลังไป ได้ยินเสียงจุนโนะตะโกนกลับมาว่า
“เรื่องของฉัน!!”

********************************

จุนโนะไม่รู้ว่าเผลอตัวหลับตอนไหน เขามาตื่นเอาอีกทีเมื่อล่วงเข้าวันใหม่แล้ว นาฬิกาเดินมาถึงเลขสาม บรรยากาศภายนอกหน้าต่างยังคงมืดมิด เขาเดินจะไปเข้าห้องน้ำ แต่ก็เห็นร่างตะคุ่มๆ นอนอยู่บนโซฟา นึกรู้ทันทีว่าต้องเป็นนายอะกานิชิ จินแน่นอน แสงจากโคมดวงเล็กสาดกระทบร่างของชายหนุ่มที่นอนหงาย บนอกมือหนังสือแบอยู่ นี่มันกี่โมงกี่ยามกันล่ะนี่ นายคนนี้ทำไมถึงยังอยู่ที่นี่ได้ แถมยังอ่านหนังสืออย่างสบายใจเฉิบอีกด้วย

ดูเหมือนจินจะมีประสาทรับรู้ว่ามีคนแอบมอง เขาแหงะหน้ามาดูทันควัน ทำเอาจุนโนะสะดุ้ง รีบเดินเลี่ยงไปทางห้องน้ำ แต่จินกระเด้งตัวอย่างรวดเร็ว เขาตรงเข้าคว้าเอวบางของจุนโนะได้ แล้วก็กอดเอาไว้แน่น
“จุนโนะสุเกะ...” จินงึมงำ ซบหน้ากับท้ายทอยที่มีเส้นผมอ่อนสลวยยาวระต้นคอ ซอกคอหอมกรุ่นแป้งเด็ก ทำให้ชายหนุ่มสูดเข้าไปอย่างชื่นใจ
“ปล่อยเลยนะ...” จุนโนะออกแรงดิ้น แต่จินพาร่างนั้นเดินถอยหลังไปนั่งซ้อนกันบนโซฟา
“ฉันบอกให้ปล่อยไง”
“ไม่ปล่อย ขอกอด ขอหอม ขอจูบ ให้ชื่นใจก่อนแล้วจะปล่อย” พูดแล้วก็ฝังจมูกที่พวงแก้มนวลอย่างเต็มรัก อยากบอกเหลือเกินว่า ....อีกไม่นานนี้ก็จะต้องจากกันไปไกลแสนไกลแล้ว จะได้กลับมากอดคนที่รักอย่างในขณะนี้อีกเมื่อไรกัน.... ถ้าบอกจุนโนะว่าเขากำลังจะไปลิเวอร์พูล จุนโนะก็คงไม่สนใจ ดีไม่ดีอาจจะแช่งไม่ให้เขากลับมาเลยก็เป็นได้ ....

จุนโนะพยายามยันคางจินออกห่างจากใบหน้า แต่อีกฝ่ายฝืนแรงเอาไว้ ส่งจุมพิตไล้ที่เปลือกตาอีกหนึ่งที
“เอ๊...นายนี่...” จุนโนะพูดยังไม่ทันจบ มือแข็งแรงของจินก็เอื้อมมาจับคางเขาให้หันข้างมาหา แล้วบรรจุมพิตที่มุมปากเด็กหนุ่ม
“ฮื้อ.........อุบ...”
“อืมมม......” จินจูบกลีบปากนุ่มนวล ความอ่อนนุ่มของมันทำให้ความหลังครั้งเก่าอันหวานชื่นคืนมาอีกครั้ง ...ก็ปากแสนสวยนี้ไม่ใช่หรือที่ทำเอาเขาหลงรัก อยากจะจุมพิตอยู่ร่ำไป และยังร่างนุ่มนิ่มที่เขากอดกระชับนี้อีกล่ะ ก็จุนโนะสุเกะคนน่ารักคนเดิม...เพียงแต่คราวนี้จะมีอาการดิ้นขัดขืนเขาเล็กน้อย แต่เมื่อเขากระชับอ้อมกอดให้แน่นเข้า แรงดิ้นของจุนโนะก็สลายไปกลายเป็นดิ้นเข้าหา เบียดเนื้อตัวกับอกอุ่นของเขาอีกแน่ะ

จินขยับตัวจุนโนะลงจากตัก ให้นอนเอนๆ บนโซฟา เขาประทับรอยจุมพิตนิ่งสนิท จนความหอมหวานของมันละลายอยู่เต็มปาก ลำแขนเรียวโอบกระหวัดรัดต้นคอของชายหนุ่มอย่างเผลอไผล เสียงจุมพิตจากการกระทบกันของกลีบปากดังแผ่วเบาๆ สลับเสียงครางในลำคอของจินและจุนโนะ
จินละจากกลีบปากอ่อนบาง ไถล ไซร้มาตามลำคอ และเนินอก ฝากรอยจุมพิตขบย้ำจนเป็นแนวปื้นแดงระเรื่อ เขาลูบไล้ฝ่ามือไปทั่วร่างภายนอกร่มผ้าของจุนโนะ ก่อนจะหวนกลับมาจูบลึกซึ้งดื่มด่ำจนร่างจุนโนะแอ่นจนตัวลอย

......แต่แล้ว......
ดูเหมือนอีกฝ่ายจะเริ่มรู้สึกตัว จุนโนะผลักอกจินเบาๆ ทำให้ริมฝีปากคลายออกจากกัน จินมองหน้าจุนโนะนิ่งนาน ราวกับจะค้นคว้า เห็นดวงตาเรียวรีใสแจ๋ว ทอประกายวาบหวาม แต่แล้วมันก็หม่นแสงลง เหลือแต่อาการหยิ่งและไว้ตัว
“บ้าจริง...” จุนโนะสบถ ไม่รู้ว่าตัวเอง หรือว่าจินกันแน่ เด็กหนุ่มควบคุมใจที่กระเจิดกระเจิงให้เข้าที่ แล้วลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว จัดเสื้อแสงให้เข้าที่ เขาเดินปึงๆ เข้าไปในห้องนอน ล้มเลิกความตั้งใจที่จะเข้าห้องน้ำ ....มีแต่จินเท่านั้นที่ต้องเผ่นเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน ...อยากจะรักจุนโนะใจจะขาด ....แต่ว่า....จุนโนะยังคงตีวงล้อมกรอบเอาไว้....ยังไม่ยอมง่ายๆ.... แต่จูบเมื่อกี้นี้ ทำให้เขารู้ว่าอีกคงไม่นานนี้หรอก...

************************


to be continue

comment ที่นี่ก็ได้จ้า..กด..กด..


Hosted by www.Geocities.ws

1