NeVer Let YOU Go.......Vol 22

 

******************************

คาซึยะกระดกเหล้าเข้าปากอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่หน้าเคาน์เตอร์ วันนี้เป็นวันที่มีแขกเข้าร้านน้อยเนื่องจากเป็นช่วงปลายเดือน เขาเพิ่งจะเสร็จจากการรับแขกซึ่งเป็นลูกค้าชายจากบริษัทมีชื่อแห่งหนึ่ง แค่รับแขกคนนั้นเขาก็ซัดเหล้าเพียวๆ เข้าไปตั้งสามแก้ว แล้วยังจะมานั่งดื่มต่ออีก เขาปรือตาขึ้นมองน้ำสีเหลือง แล้วก็ยิ้มให้กับโชคชะตาของตัวเอง ...
....ถ้อยคำของคุณยามาชิตะที่ลอยมากระทบหู ทำให้เขารู้สึกเจ็บแปล๊บที่ใจ
“ถ้าเหลวใหลแบบนี้ ฉันเองก็ลำบากใจนะ คาซึยะ....”
เขานิ่งอื้ง เสียงเนิบๆ และแววตาที่เคยใจดีดูเย็นชาเหลือเกินในยามนั้น เขาได้แต่ก้มหน้ากับพื้น จะว่ากล่าวได้อย่างไร ก็คนที่เขาเพิ่งจะทำให้แค้นใจก็เป็นหลานชายทั้งสองคนของชายชรา ไม่มีคำใดจะแก้ตัว เรื่องความเลวของโทโมะนั้นไม่ต้องพูดถึง ใครจะกล้าประจานต่อหน้าคนเป็นปู่ได้.....

คาซึยะฟุบหน้ากับท่อนแขนของตัวเอง เขาพยายามโทรฯ หายามะพีตลอดทั้งวัน แต่ก็เปล่าประโยชน์ คนรักไม่ยอมรับสายเลย เขามองไปที่โซฟาที่ยามะพีเคยนั่งรอเขาอยู่เป็นประจำ แต่ก็ไม่ปรากฏแม้แต่เงาให้เห็น
“ยามะจังงง.....” เสียงของเด็กหนุ่มครางเบาๆ ในลำคอ สักพักหนึ่งก็รู้สึกว่ามีใครคนหนึ่งสัมผัสที่ต้นแขนของเขา มือนั้นลูบไล้ขึ้นๆ ลงๆ พอเงยหน้ามามองก็ต้องสะดุ้ง รีบสะบัดตัวออก แล้วเรียกเหล้าจากพี่บาร์เทนเดอร์ทันที
“ดื่มจัดจริงนะ ไอ้ตัวแสบ...” เสียงเยาะหยันของโทโมะดังขึ้น
“ก็เพราะใครล่ะ?” คาซึยะย้อนถาม หัวชักจะเริ่มปวดเขม็ง
“เพราะตัวนายเองน่ะแหล่ะ....”
“ฮึ!!” คาซึยะยักไหล่ ปัดมือขาวๆ นั้นออกจากแขนของเขา ป่วยการจะต่อล้อต่อเถียงด้วย

โทโมะสั่งเหล้ามาดื่มและสั่งเผื่อหนุ่มโฮสด้วย แก้วแล้วแก้วเล่าที่ต่างคนต่างดื่ม จนคาซึยะเริ่มจะไม่ไหว เขาโบกมือร่ำลาพี่บาร์เทนเดอร์ที่มองตามเขาอย่างเป็นห่วง จากนั้นก็เดินเซออกจากร้าน โดยมีโทโมะเดินตามมาติดๆ
“จะไปส่งนะ...”
“โอ๊ย...ไม่ต้องหรอก ผมน่ะไม่อยากยุ่งกับคุณอีกแล้ว” คาซึยะยกมือห้าม
“ไม่ยุ่งได้ไง...นายยังติดค้างฉันอยู่ ไหนบอกจะนอนกับฉันไง แล้วงี้จะให้เลิกยุ่งกับอะกานิชิ คุงได้เหรอ?”
เพราะชื่อนี้คำเดียว ทำให้คาซึยะยืนเกาะประตูค้าง .....เขาตวัดตาดูหน้าหวานของคนพูด
“อยากนักหรือไง?”
“ก็เออ...ถ้ากับนายหรือกับจินก็อยาก...กับยูอิจิน่ะเบื่อแล้ว...” โทโมะลอยหน้าลอยตาตอบ
คาซึยะกระชากคอเสื้อโค้ทของร่างบางมาใกล้ ลมหายใจที่ปะทะพวงแก้มนั้นร้อนผ่าว
“คุณนี่มันเลวจริงๆ ให้ตายซิ”
“คิก...คิก...” เสียงหัวเราะร่วนนั้น ทำให้คาซึยะแทบจะหายเมา อยากจะทำร้ายร่างบางนี่เหลือเกิน แต่ตอนนี้แค่ฝืนให้ยืนเกาะประตูแค่นี้เขาเองก็แทบจะไม่ไหว สติแทบจะคุมไม่อยู่ อยากนอนให้หลับเหลือเกิน....
สำนึกลางๆ ของเขาบอกกับตัวเองว่า ถูกคนร่างบางดึงไปที่รถแล้วก็จับให้นั่งพิงเบาะอันอ่อนนุ่ม กลิ่นน้ำหอมจากเครื่องปรับอากาศทำให้เขาง่วง และจากนั้นก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย

...............................

เสียงกดออดดังถี่ๆ ที่หน้าประตูอพาร์ตเมนต์ทำให้คาซึยะพลิกตัว เขาพยายามปรือตาขึ้น แต่ก็ไม่ไหว หัวสมองมึนไปหมด รู้สึกแต่ว่าประสาทสัมผัสรับรู้ว่า ขณะนี้มีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์สาดส่องมาที่เตียงเช่นทุกวัน

...ได้ยินเสียงกริ่งนั้นยังดังอีกจนเหมือนเป็นกระแทกกระทั้น เขาหลับตาลงอีกครั้ง ใครจะมาก็ช่าง ลุกไม่ขึ้นซะแล้ว
เตียงไหวยวบเหมือนมีคนลุกขึ้น คาซึยะขมวดคิ้ว...ใครกันนะ...ก็สัมผัสวูบหนึ่งนั้น มันเกิดขึ้นใกล้ตัว ...
....ใครลุกขึ้นจากเตียงของเขาแล้วกำลังเดินไปเปิดประตู...

....ใครกัน???......

***********************

ยามะพียืนอยู่หน้าประตูบานนั้นด้วยใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ รอคอยว่าใครจะเป็นคนมาเปิดประตูให้....
แต่แล้วหน้าหวานนั้นก็ซีดสลดทันทีที่เห็นคนที่เปิดประตู ...
“โทโมะ....” ยามะพีครางแทบไม่มีเสียง ฝ่ายที่อยู่ในห้องยิ้มกว้างอย่างสะใจ
“เข้ามาซิ...” โทโมะผายมือออกกว้างเป็นการเชื้อเชิญ ทำตัวราวกับเป็นเจ้าของห้อง

ยามะพีไม่ได้อยากมาที่นี่นักหรอก แต่เสียงเรียกเข้าจากโทโมะนั่นเองที่ปลุกให้เขาต้องมาในยามเช้าตรู่นี้ ฟังแล้วมันทำให้ร้อนเหลือเกิน ...ร้อนจนอยู่เฉยไม่ได้....
“ถ้าหาว่าฉันพูดโกหกกับนายเรื่องคาซึยะล่ะก็ เชิญมาดูด้วยตาก็ได้นะ” น้ำเสียงเย้ยหยันนั้น ทำให้เขาถอดใจเกินครึ่ง
ใจหนึ่งก็นึกไปว่า ....ช่างปะไร...สองคนนั่นจะมีอะไรกันก็ช่าง เพราะเขาก็เจ็บจนเกินพอแล้วนี่ แต่อีกใจหนึ่ง ก็อยากไปดูให้รู้แน่....คนที่ยืนยันกับเขาด้วยเสียงหนักแน่นว่าไม่มีอะไรกับโทโมะนั้นจะหลอกเขาได้อีกต่อไปหรือ.....

ร่างของพี่ชายฝาแฝดในชุดผ้าคลุมขนหนูที่ยามะพีจำได้ว่ามันเป็นของคาซึยะทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ หน้าตาผมเผ้าอันยุ่งเหยิงนั่นก็อีก ยามะพีกัดปากจนเจ็บ อยากให้มันเจ็บตรงส่วนอื่นที่ไม่ใช่หัวใจ ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองถูกดึงให้เข้าห้อง อุ้งมือเปียกชื้นอยู่ในมือของโทโมะ เขาเดินอย่างแข็งทื่อไปตามแรงจูง จนหยุดยืนหน้าห้องที่เปิดกว้าง เห็นร่างของคาซึยะนอนแผ่หราอยู่บนเตียง เสื้อผ้าไม่มีติดกายเลยสักชิ้น....
“ฮึก.........ฮึก......” ยามะพียกมือขึ้นอุดปาก เขาพยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่พากันวิ่งมาจุกที่ลำคอ หัวใจดวงน้อยปวดร้าวไปหมด แข้งขาที่สั่นเทาทำให้เขาต้องยึดผนังห้องเอาไว้เพื่อพยุงตัวเอง
“คาซึยะ....นาย......ฮึก.....” เขากำหมัดแน่น ขณะมองคนที่นอนบนเตียง ร่างของหนุ่มคนรักขยับ และลืมตาขึ้นมองมาทางเขาอย่างงุนงง
“หือ?? ใคร??” เสียงครางนั้นดังมาจากคาซึยะ ซึ่งค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง

“เป็นไงล่ะ...ไม่ได้โกหกใช่มั้ย? สะใจหรือยัง ในที่สุดคาซึยะก็ทรยศนาย...” โทโมะยืนกอดอกด้วยใบหน้ายิ้มละมัย มองคนที่หน้าตาเหมือนตัวเองยืนร้องไห้ด้วยความปวดร้าว
“ฉัน.....ฮึก....ฉันไม่เข้าใจนายจริงๆ โทโมะ นายกับคาซึยะ....ฮึก....”
“ก็ของมันเห็นๆ อยู่แล้ว...คราวนี้ก็เชิญนายไปซบอกเหี่ยวๆ ของคุณปู่กับคุณพ่อ ร้องไห้ให้หนำใจเลยไป...ฉันจะอยู่นี่ ซบอกแกร่งของคนรักนายเอง....” โทโมะเดินเข้าไปนั่งที่ขอบเตียง ยื่นหน้าหอมแก้มคนเพิ่งตื่นไปฟอดใหญ่ต่อหน้าต่อตายามะพี และนั่นก็ทำให้คาซึยะเริ่มจะรู้สึกตัว
“ทำอะไรน่ะ....” เขาผลักโทโมะ เมื่ออีกฝ่ายผงะออกแล้วเขาถึงได้เห็นร่างโปร่งบางของใครอีกคนหนึ่งยืนเช็ดน้ำตาอยู่หน้าห้อง
“คุณยามะ....” คาซึยะใจหายวาบ เขาผลุนผลันลุกขึ้น แต่ด้วยเนื้อตัวที่เปล่าเปลือยทำให้เขาตกใจซ้ำสอง หันขวับมามองหน้าหยันๆ ของโทโมะทันที อยากจะซัดให้หมอบจริงๆ นายคนนี้ก่อเรื่องให้เขาเดือดร้อนอีกแล้ว
“ขอโทษนะคาซึยะที่มารบกวนนายสองคนในเวลาเช่นนี้...” ยามะพีพูดเสียงแผ่วเบา ดวงตาที่มีหยาดน้ำคลอหน่วยนั้นแดงก่ำและเศร้าสร้อย
“ยามะอย่าเข้าใจผิดนะ ผมไม่ได้นอนกับเขาแน่นอน ผมเมา...เมาจริงๆ”
“คงไม่ต้องแก้ตัวอะไรแล้วล่ะ...เห็นกับตาแบบนี้......” ยามะพีป้ายน้ำตาออก พยายามกะพริบตาเพื่อไล่น้ำใสๆ ให้จางหาย แต่ไม่ได้ผลอะไรนัก น้ำตายังไหลออกมา จนเจ้าตัวต้องเมินหน้าหนีคาซึยะไปทางอื่น
“สาบานได้ ยามะ ฉันไม่ได้มีอะไรกับเขาเลยนะ...รับรองได้” เด็กหนุ่มจับไหล่บอบบางให้หันมา แต่ก็โดนยามะปัดมือนั้นให้พ้นไหล่ของเขา
“ไม่มีอะไรแล้วมามานอนกับเขาได้ไง?”
“เอ้อ.......ผม....” คาซึยะอึกอัก พยายามจะทบทวนความทรงจำของเมื่อคืน แต่ยามะพีไม่ปล่อยโอกาสให้เขาได้คิด ริมฝีปากแห้งผากนั้นขบกันจนเจ็บ
“ฮึ!! พอกันทีคาซึยะ...!! นายไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก...ไม่ต้องไปบ้านคุณปู่แล้วด้วย ฉันจะบอกให้คุณปู่ไล่นายออก!!”
“เดี๋ยว...ยามะ..”
คาซึยะสอดตัวเข้าในเสื้อคลุมอย่างรีบเร่ง แต่ยามะพีไม่ฟังอะไรอีกต่อไป ร่างบางหันหลังจากภาพนั้น วิ่งกระเจิดกระเจิงออกไปจากห้อง
คาซึยะวิ่งตามมาถึงลิฟต์ แต่ไม่ทันเสียแล้ว ยามะพีปิดประตูลิฟต์ใส่หน้าเขา จากช่องห่างขณะลิฟต์ปิด เขาเห็นยามะพีทรุดลงไปกองกับพื้นพรม และยังได้ยินเสียงสะอื้นดังลอดออกมาอีกด้วย.......

ทันทีที่ลงมาถึงชั้นล่างคาซึยะก็ทันเห็นแต่ท้ายรถสปอร์ตของยามะพีขับออกไปอย่างเร็ว จะเรียกก็ไม่ทัน เขากดเข้าหามือถือแต่ยามะพีก็ปิดเครื่อง
“ให้ตายซิ....ยามะพี...โธ่.....” เขานึกแค้นเคืองโทโมะ เพราะนายคนนั้นคนเดียว ทำให้เขาต้องตกที่นั่งลำบากแบบนี้ เขาเดินกำหมัดแน่น คราวนี้จะกระแทกหน้าให้หายสวยเลยคอยดู ความอดทนของเขาหมดสิ้นลงแล้ว พอกันที จะไม่เกรงใจใครอีกต่อไป ....เขาไม่ได้ยุ่งกับโทโมะแน่นอน คนเมาจะทำอะไรใครได้ ข้อนั้นเขารู้ดี แม้จะตื่นขึ้นมา เขาก็รู้ว่าเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักนิดเกี่ยวกับอารมณ์ใคร่ของตัวเอง เจ้าหมอนั่น...ลอกคราบเขาแล้วโทรฯ เรียกยามะพีมาดู ....ชั้นเชิงกระจอกๆ แบบนี้ เขาไม่คิดว่าคนอย่างโทโมะจะทำ แต่รายนั้นก็ทำไปแล้ว และคนเป็นเหยื่อก็คือเขานั่นเอง

พอขึ้นมาถึงห้องเขาก็ต้องประหลาดใจ ไม่มีร่างของโทโมะอยู่ในห้อง คาซึยะชกผนังอย่างอัดอั้น หมอนั่นคงจะอาศัยช่วงชุลมุนตอนเขาวิ่งตามยามะพี กลับออกไปแล้ว ....เพราะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าขืนอยู่ต่อ....

....เด็กหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งที่ปลายเตียง หัวใจละเหี่ยไปหมดในตอนนี้....เพิ่งเข้าใจความรู้สึกของอะกานิชิ จิน ก็คราวนี้เอง....
แล้วนี่เขาจะกลับไปง้อยามะพีดีมั้ย....คุณปู่นายจ้างของเขาจะว่าอย่างไรบ้าง ....เขารู้แน่ว่า เรื่องนี้ต้องเข้าถึงหูคุณยามะชิตะอย่างแน่นอน.......
เขาล้มตัวลงนอนหงาย สายตาอ่อนล้าหลับลงอย่างระอาใจ ปวดหัวจนต้องบีบขมับตัวเองแรงๆ อะไรก็ไม่ร้ายเท่าเจ้าอาการคลื่นเหียนเข้ามาจู่โจม จนต้องวิ่งเข้าไปอาเจียนในห้องน้ำ..... อาการเมาค้างแทบไม่หลงเหลือ ....

**********************************

ยาระเดินงุ่นง่านอย่างคนอารมณ์ไม่ดี เขาเดินขึ้นๆ ลงๆ ในบริเวณสตูดิโอจนพนักงานมองตามกันเป็นแถวๆ
“จุนโนะไปไหนเนี่ย...ใครเห็นบ้างโว้ย!!” ยาระตะโกนถามบรรดาช่างภาพและนายแบบในสังกัดคนอื่นๆ แต่ทุกคนก็ส่ายหน้าเป็นคำตอบ
“ให้ตายเหอะ....นี่มันยังไม่เลิกประชดตัวเองอีกหรือไง”
“ไปดูที่อพาร์ตเม้นต์ซิพี่” อีกคนหนึ่งบอก แต่ยาระส่ายหน้า ก็จุนโนะมาค้างกับเขา และตอนออกมานี่ก็ออกมาด้วยกัน แต่พอเขาเผลอไม่รู้ว่าพอตัวดีแอบหลบไปที่ไหนกัน
“มีอะไรเหรอจ๊ะ...ที่รัก...” ยูกิโผล่มาจากไหนไม่มีใครรู้ พอมาถึงก็ตรงเข้ากอดเอวของแฟนหนุ่มทันที หน้ามุ่ยของยาระจึงค่อยดีขึ้น
“จุนโนะง่ะเด่ะ หายไปไหนไม่รู้ วันนี้ก็มีถ่ายแบบช่วงบ่าย ไม่รู้เสด็จไปหลบเลียแผลใจที่ไหนกัน ฉันล่ะกลุ้ม”
“นี่มานี่ดีกว่า...” ยูกิจูงมือยาระไปอีกทาง เขาเหลียวหน้าเหลียวหลังก่อนจะกระซิบบอกว่า
“เจ้าโอคุระเพื่อนฉันมันบอกว่า เห็นจุนโนะสุเกะไปติดต่อที่สตูดิโอ Sunshine เมื่อวานนี้นะ มันก็เลยเข้าไปถามข้างในดู มันยังบอกเลยว่า ไม่รู้นายคิดยังไง ถึงปล่อยให้นายแบบในสังกัดไปถ่ายนู้ดที่นั่น...”
“หา???!!” ยามะพีทำตาโต หูผึ่ง เขาฉวยคอเสื้อของยูกิให้โน้มลงมา ใบหน้าตื่นๆ ของเขาแดงก่ำ ขณะแผดเสียงว่า
“หมายความว่าจุนโนะไปถ่ายนู้ดที่ซันชายน์ตอนนี้แน่ๆ เพราะ....เพราะ.....โอย....ตาย...ตาย....” ยาระรีบปล่อยมือออกจากปกเสื้อยูกิ เขาวิ่งแจ้นไปที่โต๊ะทำงาน เปิดค้นลิ้นชักจนเจอตารางงาน
“นี่ไง....ใช่จริงๆ ด้วย ...มันบอกว่า วันนี้แหล่ะ เวลานี้แหล่ะ ที่เขาติดต่อให้จุนโนะถ่ายนู้ด แล้วฉันฆ่าทิ้งไว้ เวลาเดียวกันเลย ให้ตายซิ...ไม่นะ....ไอ้หมอนั่นน่ะ มันจะประชดชีวิตอะไรของมันวะ...ยูกิทำไงดี...” ยาระหันมาถามแฟนหนุ่ม
“ก็ไปห้ามซิ”
“เซ็นสัญญากันหรือยังก็ไม่รู้ ถ้าจุนโนะไม่ถ่ายมีหวังโดนฟ้อง... ทีงี้เป็นข่าวแน่”
“ไปถ่ายแบบให้ซันชายน์ก็เป็นข่าวเหมือนกัน เลือกเอาว่าจะเป็นข่าวแบบไหน” ยูกิเตือนสติ ซึ่งนั่นก็ทำให้ยาระตาเหลือก เขารีบฉุดยูกิให้ออกจากสตูดิโอ และก็ไม่ลืมติดต่อหาจินด้วยอีกแรง เผื่อจะไปถึงที่ซันชายน์ก่อนพวกเขา

********************

ท่ามกลางแสงไฟจากสปอร์ตไลท์ที่ส่องสว่างจ้าเหนือเตียงอันกว้างใหญ่ จุนโนะนั่งนิ่งในชุดเสื้อคลุมที่ทำด้วยผ้าแพรเนื้อดี ฝ่ามือชื้นเหงื่อกระชับที่สาบเสื้อ ที่เจ้าตัวเองก็รู้ดีว่า ภายใต้เสื้อคลุมตัวใหญ่นั่นแล้ว ก็ไม่ได้มีอะไรใส่ไว้อีกนอกจากผิวกายอันเปล่าเปลือย เด็กหนุ่มยกมือขึ้นมาแทะเล็บ หัวคิ้วขมวดจนแทบจะผูกโบว์อยู่แล้ว ทีมงานคนหนึ่งเดินเข้ามาเม็คอัปหน้าให้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะถอยไปมองหน้าหวานแจ่มของนายแบบรูปงามที่ตัดสินใจจะถ่ายนู้ดในวันนี้
“พร้อมหรือยัง ทางุจิคุง....” เสียงของโปรดิวเซอร์ดังมาจากมุมหนึ่งมุมใดของห้อง จุนโนะไม่ได้ใส่ใจ เขากลั้นลมหายใจแล้วพยักหน้างึกๆ
“ช่างกล้องพร้อม....ทางุจิคุงค่อยๆ ถอดเสื้อออกโยนลงข้างตัวอย่างช้าๆ นะ ช่างภาพจะเก็บภาพนายทุกช็อตเลย...”
“ฮ....ฮะ....” จุนโนะสูดลมหายใจเฮือก เขาหลับตา แล้วค่อยๆ ปลดชายเสื้อออก
“ลืมตาซิครับ....ทำตาปรือมองกล้องด้วย....น่าน....อย่างง้านนน....” ผู้กำกับทำเสียงพออกพอใจ

จุนโนะแหวกสาบเสื้อออกอย่างช้าๆ ตั้งใจให้ช้าเลยเชียวแหละ ก็ใจมันยังไม่กล้า....นึกอยู่ตลอดเวลาว่า เขามาทำบ้าอะไรที่นี่...ทำไปเพื่ออะไรกัน...

....เคยบอกกับจินเอาไว้ไม่ใช่หรือ ว่ามีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะแก้ผ้าถ่ายรูปประชดการอกหัก

....ก็เขาไม่ได้อกหักซะหน่อย แค่สลัดรักทิ้ง ....

...แล้วทำไม...???
...ทำไมเขาต้องแก้ผ้าถ่ายรูปด้วยล่ะ...

ในใจอีกด้านหนึ่งตอบกลับมาว่า...

....”ก็มันอยากทำอะไรให้สะใจนี่หว่า”.....

จุนโนะเอนตัวลงกับที่นอน เขาหันข้างให้กล้อง ปล่อยเสื้อคลุมให้หลุดจากไหล่ ดวงตาเรียวรีที่มองกล้องเมื่อสักครู่ปรืออย่างยั่วยวน ริมฝีปากหยักโค้งได้รูป เผยอออก ลิ้นสีชมพูออกมาอวดโฉมหยอกเย้ากับมุมปากบน ทำเอาหลายคนที่อยู่ในห้องนั้น แทบจะลืมหายใจ

และก่อนที่ผ้าคลุมกายจะหลุดร่วงจนเหลือแต่ตัวล่อนจ้อน ผู้กำกับก็รีบยกมือห้าม
“เดี๋ยว ทางุจิคุง!!” เขาเดินเข้ามาใกล้ ถือแพรแก้วที่ทอเป็นผ้าพันคอผืนยาวมาด้วย สายตาคมกวาดทั่วเรือนร่างของเด็กหนุ่มอย่างชื่นชม จากนั้นก็บรรจงวางแพรสีขาวเนื้อบางลงบนร่างของจุนโนะ
“ถ่ายช็อตนี้ด้วย...เอาล่ะเริ่มได้...ค่อยๆ ปลดแพรออกจากร่างนะครับ...”
จุนโนะพยักหน้าให้กับคำสั่งนั้น เขาก้มลงมองแพรเนื้อนิ่มที่บางเสียจนแทบจะปิดอะไรไม่มิด เนื้อตัวของเขาเป็นสีขาวผ่องอมชมพู บัดนี้มันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อเพราะความอาย พวงแก้มถูกแตะแต้มด้วยความร้อนซู่แห่งความประหม่า จุนโนะดึงชายผ้าไปด้านหน้า ค่อยๆ รูดมันออกไป ปล่อยให้ผ้าผ่านผิวอันบอบบาง จนหลุดล่วงลงไปกองที่เตียง
“ดี...ดี...สวยมาก....ทางุจิคุงนอนคว่ำหน้ากับเตียงนะครับ กระดกขาขึ้นมาหน่อยนึง” เสียงผู้กำกับยังสั่งงานต่อ และจุนโนะก็ทำตามคำสั่งนั้น บัดนี้เรือนร่างของเขาเปล่าเปลือย ยังดีที่เขาแอบเอาชายผ้าแพรมาบังอะไรต่ออะไรที่ไม่อยากให้คนอื่นเห็น
“ทางุจิคุงอย่าเอาแพรบังตัวเองซิครับ...”
เสียงสั่งนั้น ทำให้จุนโนะสะดุ้ง เขาเบือนหน้ามองโปรดิวเซอร์ และก็ทำหน้าเจื่อน กำลังจะดึงแพรออก แต่แล้วก็ชะงักค้างท่านั้น เมื่อประตูสตูดิโอถูกเปิดผางออกอย่างแรง

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!” เสียงห้วนของใครคนหนึ่งดังก้องอยู่ตรงทางเข้า จุนโนะกระเด้งตัวขึ้นนั่งทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง เขายึดทั้งผ้าแพรและเสื้อคลุมมาบังร่างของตัวเอง เมื่อเจ้าของเสียงคนนั้นเดินอาดๆ มาที่เตียง ตรงเข้าคว้าแขนของจุนโนะทันที
“ทำบ้าอะไรแบบนี้หา??!!”
“นายนั่นแหล่ะมาทำบ้าอะไรที่นี่? อะกานิชิ จิน!!” จุนโนะแหวเข้าใส่บ้าง แต่จินจะฟังก็หาไม่ เขากระชากเสื้อคลุมมาจากมือจุนโนะ พยายามยัดเสื้อเจ้ากรรมนั้นห่อหุ้มร่างบาง แต่จุนโนะดูเหมือนจะไม่ร่วมมือด้วย
“บ้าใหญ่แล้ว หยุดนะจิน!!”
“นายง่ะซิ บ้า...จุนโนะ ฉันไม่คิดเลยนะว่านายจะคิดสั้นอะไรแบบนี้..” จินปัดมือจุนโนะออกเมื่อฝ่ายนั้นยื้อชายผ้าไว้
“อยากจะแก้ผ้าให้ใครดูกันหา?” จินดุ หน้าแดงก่ำเพราะความโกรธ
“ยุ่งไรด้วยง่ะ เรื่องของฉัน ตัวของฉัน ร่างกายของฉัน อาชีพของฉัน...นายอย่ายุ่ง ไม่เกี่ยวกันแล้ว เลิกกันแล้วก็อย่ามายุ่งเรื่องของชาวบ้าน!!” จุนโนะผลักจินอย่างแรงจนร่างใหญ่เซล้มลงบนเตียงกว้าง เมื่อจินล้ม จุนโนะก็ล้มทับอยู่ด้านบน ร่างบางดิ้นขลุกขลักเป็นพัลวันจนจินต้องจับให้จุนโนะนอนหงาย ใบหน้าเกรี้ยวกราดด้วยกันทั้งคู่

ร่างนุ่มนิ่มที่ถูกทับอยู่ดิ้นอย่างแรงเพื่อให้จินปล่อยเขา แต่จินก็ฉวยเอวบางของจุนโนะเอาไว้ ไม่ยอมให้ลุกไปไหนได้ ก็ทั้งเนื้อทั้งตัวของนายแบบหน้าหวานของเขาไม่มีอะไรใส่สักชิ้นนี่นา
“ไอ้บ้า!! ปล่อยฉันนะ!!” จุนโนะทุบไหล่จินไม่ยั้ง จนจินต้องยึดมือนั้นไว้แน่น
“ใส่เสื้อผ้าซะ จุนโนะ!!” จินคำรามใส่หู
“ไม่นะ...จะถ่ายแบบ!! นายอย่ายุ่ง ไม่ใช่เรื่องของนาย...!!” จุนโนะตะเบ็งเสียงใส่
“ถ่ายแบบบ้าอะไร? นี่มันถ่ายภาพอนาจารชัดๆ”
“ช่างฉัน!!”
“ไม่ให้ถ่าย!!”
“เอ๊....บ้าหรือไงกัน!!??” จุนโนะเริ่มเหนื่อยหอบ เขาหันมาทางผู้กำกับกับช่างภาพ และบรรดาทีมงานที่เริ่มเข้ามามุงดูกันหน้าสลอนอยู่ตรงประตู เมื่อมีสายตาหลายคู่มองมาตาเป๋ง จุนโนะก็หยุดดิ้น เขารีบมุดร่างเปลือยของตัวเองหลบบังหลังจินที่ยังนอนหอบอยู่ข้างๆ
“บ้าจริง...” จุนโนะสบถออกมาเบาๆ ปลายนิ้วหยิบเสื้อคลุมได้ก็พันตัวเอาไว้

เมื่อโปรดิวเซอร์กับช่างภาพหายงงกันแล้วก็กรูกันมาที่เตียง มองภาพชายแปลกหน้ากับจุนโนะฉุดกระชากกันอย่างไม่เข้าใจ
“นี่คุณเป็นใครเนี่ย...เข้ามาทำลายงานของเราได้ไง...??”
“เงียบไปเลย...เรื่องของผัวเมีย อย่ายุ่ง!!” จินหันมาตะคอกใส่
“บ้า...จิน...เงียบไปเลยนะ ใครเป็นเมียนายหา?!!” จุนโนะแหว กำปั้นน้อยๆ ซัดเข้าที่ปลายคางของจิน แต่จินหลบทันซะก่อน หมัดนั้นก็เลยพลาดเป้าไปนิดหนึ่ง จินคว้าข้อมือของจุนโนะมากำไว้แน่น ในขณะที่โปรดิวเซอร์กระชากไหล่ของเขา
“คุณบุกรุกเข้ามานะ ผมจะแจ้งตำรวจ!! ปล่อยนายแบบของผมเดี๋ยวนี้...”
“เชิญไปแจ้งเลยไป ดีจะได้ให้ตำรวจมันมาจับเข้าคุกให้หมด ถ่ายแบบลามกกันอยู่ใช่มั้ย?” จินขู่ ซึ่งก็ได้ผล โปรดิวเซอร์ชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ช่างภาพนี่ซิ ไม่ปล่อยให้เหตุการณ์สำคัญนี้ผ่านไป เขากดชัตเตอร์มือเป็นระวิง จินหันมาเห็นเข้าก็ย่างสามขุมเข้าหา พลางเงื้อกำปั้น
“ถ้าแกถ่ายอีกแชะเดียว โดนอัดแน่!!”
ช่างภาพรีบลดกล้องลง หันมายิ้มแหยๆ ห้ามอะไรตอนนี้ฟะ ถ่ายไปแล้วตั้งหลายสิบรูป....
“คุณเป็นสามีของ เอ้อ...ทางุจิคุงจริงๆ หรือครับ?” ช่างกล้องถาม
“เออ...!!” จินกระชากเสียงตอบ
“สนใจจะถ่ายหนังเอ็กซ์กับทางุจิคุงมั้ยครับ? ถ้าทางจะขายดี”
“ไอ้...!!” จินชูกำปั้นเข้าใส่ ช่างภาพตัวดีรีบเผ่นเข้าหลบหลังผู้กำกับที่กำลังยืนมองจุนโนะแต่งตัวอย่างรีบเร่ง
“แล้วจะเอาไงกัน? คุณมาทำลายงานของพวกเรา คุณต้องรับผิดชอบนะ...” เขาว่า
“เท่าไร...ผมจะใช้ให้...” คำตอบนั้นทำให้โปรดิวเซอร์เงียบเสียงลงไปได้ เขาหันมาทางจุนโนะแล้วบอกว่า
“เพิ่งจะเริ่มงานแรกเองนะทางุจิคุง...สงสัยจะไม่ราบรื่นเสียแล้ว นายเป็นดาวโป๊ไม่รุ่งแน่...”
“แต่ว่า....เราค่อยนัดวันถ่ายวันหลังก็ได้ครับ” จุนโนะตอบหน้าตาเฉย แถมยังมองจินอย่างกวนๆ เสียอีก ทำให้รู้ไปเลยว่า ฉันไม่แคร์...
จินแยกเขี้ยวใส่
“ลองดูเด่ะ...ถ้านายแก้ผ้าอีกหนเดียว ฉันจะข่มขืนนายคากองถ่ายเลย ไม่เชื่อคอยดู!!”
“นายมีสิทธิ์อะไรกัน?? หา?? เราเลิกกันแล้วนะอย่าลืมเด่ะ!!” จุนโนะยืนเท้าเอว ทำหน้าบึ้ง ปากยื่น เขาแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วด้วย ซึ่งจินก็เพิ่งจะสังเกตเห็นเดี๋ยวนี้เอง
“นายเลิก แต่ฉันไม่เลิกซะอย่าง...” จินเดินเข้าหา แต่นายแบบรูปงามถอยกรูดจนติดผนัง
“ฉันไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับนายอีกต่อไปแล้ว จิน!! พอกันที...คบกับนายก็ทำเอาฉันเสียหาย แล้วนี่จะเป็นเรื่องหรือเปล่าก็ไม่รู้...นายนี่...ทำฉันแสบจริงๆ”
“แล้วนายล่ะจุนโนะ นายเองก็ทำฉันเจ็บไม่ใช่หรือ...เพราะรักหรอกนะ ถึงมาห้าม ทั้งรักและก็หวงด้วย นายไม่เข้าใจฉันหรือไง?” จินสืบเท้าเข้าหาร่างโปร่งเพียวที่ยืนพิงกำแพงอย่างระทดระทวย

ขณะนั้นยาระและยูกิวิ่งเข้ามาในห้อง พอเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็พอจะเข้าใจอะไรได้บ้าง ผู้จัดการระบายยิ้มออกมาอย่างโล่งอก มิเสียแรงที่โทรฯ เรียกจินให้ทราบ เพราะคิดแน่ว่า จินต้องเผ่นมาที่นี่ก่อนใครแน่นอน ยาระดึงผู้กำกับนู้ดและช่างภาพให้ออกมาคุยกันข้างนอก....เมื่อเห็นจินประกบจุนโนะอยู่ริมผนัง....

จุนโนะเมินหน้าไปทางอื่น เขายื่นปากออกอย่างไม่พอใจ แต่แล้วก็ต้องกัดริมฝีปากเมื่อจินแตะเบาๆ ที่ไหล่บอบบาง
“อย่ามายุ่งนะ!!” เขาคำรามลอดริมฝีปากออกมา
“ไม่ยุ่งไม่ได้หรอก...อย่าทรมานฉันอีกเลยนะ...รักนายมากแค่ไหน ไม่รู้หรือ...” จินพูดเสียงสั่นพร่า เขามองแผงขนตาที่หลุบต่ำของจุนโนะอย่างตัดพ้อ ดวงตาคู่นี้จะไม่ยอมมองเขาแล้วหรือ?

จุนโนะกลั้นเสียงสะอื้น ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงได้อ่อนแอขนาดนี้ เขาคิดว่าเขารักจิน และอยากจะพูดคำนั้นออกมาเหลือเกิน.... แต่ว่า.....ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาเริ่มไม่แน่ใจในตัวของคนรัก ....ความอ่อนโยนของจิน ชักทำให้จุนโนะไม่มั่นใจ ถ้าหากโทโมะเกิดใช้เสน่ห์ล่อหลอกจินอีก ...จินก็อาจจะ.........

....ไม่นะ!! จินต้องหนักแน่นซิ ...จินบอกว่ารักเขาไม่ใช่หรือ?......

....แต่วันนั้น....แม้ว่าใจแข็งปานใด ก็ยังโดนโทโมะมอมเหล้าเอานี่นา .....

เด็กหนุ่มชำเลืองมองแผงอกของจินที่สะท้อนลมหายใจอันหนักหน่วงอยู่เบื้องหน้า ...ใกล้กันแค่เอื้อม...เขาอยากจะโผเข้าซบอกจินเหลือเกิน ....อยากจะบอกว่าเขาก็รักจินเหมือนกัน ....แต่........ไม่ได้หรอก....เวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ถึงความมั่นคงของชายคนนี้ได้

จุนโนะเงยหน้าขึ้น เขาเอ่ยออกมาว่า
“จำ...จำที่ฉันเคยพูดก่อนที่เราจะคบกันได้มั้ย? แค่ลองคบกันดู...จำได้มั้ย เราแค่ลองคบกันเฉยๆ และนาย....นายสอบไม่ผ่าน...จิน นายสอบตก ...เพราะงั้น เราอย่ายุ่งกันอีกเลย...”
“ฉันไม่คิดว่าจะสอบตกเลยนะ ทุกค่ำคืนที่เราอยู่ด้วยกัน นายเองก็พอใจ นายเองก็รักฉันไม่ใช่หรือ? จุนโนะสุเกะ อย่าปฏิเสธใจตัวเองซิ อย่าทำให้ใครบางคนที่พยายามจะสร้างเรื่องให้เราแตกกัน มาทำให้ใจนายอ่อนไหวซิ ...โทโมะน่ะ ฉันไม่เคยรัก ไม่เคยคิดจะเข้าใกล้เสียด้วยซ้ำ นายเองก็รู้ ตอนนี้นายก็เข้าใจเรื่องโดยตลอดแล้วนี่นา ทำไมล่ะ ทำไมไม่ละทิฐิ แล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ นายเองก็รักฉันนี่นา...” จินทำเสียงอ้อน เห็นได้ชัดเลยว่า ดวงตาเรียวที่หลุบต่ำนั้น เริ่มมีน้ำใสๆ มาเอ่อขัง เพียงแค่จุนโนะกะพริบตาอีกครั้ง มันก็พร้อมจะไหลพรูออกมาแล้ว
แต่เด็กหนุ่มกลับเชิดหน้าขึ้น พึมพำว่า
“ฉันไม่ได้บอกว่ารักนายเลยนะ”
“ของแบบนี้ไม่ต้องบอกฉันก็รู้” จินว่า
จุนโนะส่ายหน้าช้าๆ
“แต่ฉันยังไม่รู้...ฉันอาจจะไม่ได้รักนายก็ได้...อาจไม่ใช่ความรัก....”
“จุนโนะสุเกะ......” จินคราง...มองหน้าของจุนโนะนิ่งนาน...รู้แน่แก่ใจแล้วว่า บัดนี้จุนโนะออกอาการสับสนในหัวใจของตัวเอง...นี่เขาควรจะทำอย่างไรกับเด็กหนุ่มคนนี้ดีนะ.......
“นายเจ็บหรือเปล่า ตอนที่เห็นฉันอยู่กับโทโมะในวันนั้น....” จินตัดสินใจถาม
จุนโนะก้มหน้านิ่ง แต่แล้วเขาก็พยักหน้าออกมาอย่างเสียไม่ได้
“จนป่านนี้แล้ว นายยังไม่รู้ใจตัวเองอีกหรือ?” จินถาม

จุนโนะเงยหน้าขึ้น สบตาดำคมของจินแล้วก็ชักใจเต้น เขาเอ่ยออกมาว่า
“ก็ได้...แต่ขอให้เราแยกกันอยู่สักพัก ขอให้ฉันรู้ใจตัวเองว่ารักนายจนหมดหัวใจ และนายเองไม่กลับไปยุ่งกับโทโมะอีก ...เมื่อนั้น ฉันจะอภัยให้นายทุกอย่าง...”
“แยกกันอยู่....โอย...ตาย...” จินส่งเสียงคราง
“ฉันไม่เคยยุ่งกับโทโมะ เพราะงั้นจะไม่มีวันกลับไปยุ่งกับเขาหรอกนะ ...เฮ้อ............” จินระบายลมหายใจยาวเหยียด เขามองหน้าหวานของคนรักนิ่งนาน และฝ่ายนั้นก็หาญกล้า ไม่ยอมหลบตาเขาแม้แต่นิดเดียว ดวงตาเด็ดเดี่ยวของจุนโนะทำให้จินต้องพยักหน้า
“ถ้าจุนโนะต้องการแบบนั้น ก็ได้...ฉันตามใจนายทุกอย่าง ...ก็ดีเหมือนกัน นายเองอาจจะสับสน ฉันจะปล่อยให้นายทบทวนหัวใจตัวเองดู ว่าใจจริงแล้ว นายเองนั่นแหล่ะที่รักฉันสุดหัวใจ...ระหว่างนี้ ฉันจะยอมทนทุกข์ทรมานกับการที่จะไม่ได้เห็นหน้านายเอง...อย่าห่วงเลยนะ ....ทำใจให้สบาย...ฉันจะไม่รบกวนนายอีก จนกว่านายจะพร้อม...” จินไล้แก้มนวลด้วยปลายนิ้ว ผิวนุ่มนวลที่เคยสัมผัสนั้น ทำให้เขาใจเต้นเสมอ ไม่ว่าจะกี่ครั้ง จุนโนะก็ทำให้เขาใจเต้นเพราะความรักความหลง....

จุนโนะกัดริมฝีปากตัวเอง บังคับไม่ให้กลีบปากสั่นระริก ขณะกระซิบแทบไม่มีเสียง
“ขอบใจ อะกานิชิ จิน...”
“ฉันเองต่างหากที่ต้องขอบใจนาย ที่...ที่ยืนพูดกับฉันด้วยดี...”
“ฉันจะอยู่...โดยที่ไม่มีนายให้ได้...” เด็กหนุ่มพูดเสียงเครือ จนจินใจหาย
“ฉันก็เหมือนกัน ฉันจะรอวันนั้น...วันที่นายจะบอกฉันอย่างเต็มปากเต็มคำว่า...รักฉันอย่างแท้จริง...”
“จิน....ฮึก......” จุนโนะสะอื้น น้ำตาไหลออกมาอย่างยากที่จะห้ามได้ จินแตะริมฝีปากบางเบาที่กลีบปากสั่นระริกของจุนโนะ เขาไม่ได้กอดจุนโนะไว้ในอ้อมแขน มือสองข้างกำหมัดแน่นอยู่ข้างลำตัว ราวกับจะบังคับใจตัวเอง ถ้าเขาขืนกอดจุนโนะไว้ ความตั้งใจที่จะทำตามจุนโนะบอกก็จะเสียเปล่า เพราะเขาคงไม่อาจปล่อยร่างโปร่งบางนี้ให้ไปจากอกเขาได้

ทั้งตัวของจินและจุนโนะเอง มีที่สัมผัสกันอยู่อย่างเดียวคือริมฝีปากที่แตะเบาๆ ของกันและกัน จินรู้สึกถึงรสเค็มของหยาดน้ำตาของจุนโนะ เขามองหน้าหวานนั้นไว้ ราวกับจะจารึกไว้ในความทรงจำ เพราะต่อแต่นี้ไป จุนโนะก็คงวางกรอบของตัวเองให้อยู่ห่างจากเขา ......แค่สักพักหนึ่ง......สักพักเดียวเอง...และจินหวังว่า เวลานั้นคงจะไม่ทอดยาวนานออกไปแน่นอน.....

***************************************


to be continue

comment ที่นี่ก็ได้จ๊ะ

Hosted by www.Geocities.ws

1