
Never Let YOU Go...20
++++++++++++++++++++++++++++++
***************************
จินทำงานด้วยความว้าวุ่นใจ เขาทำหน้านิ่วคิ้วขมวดทั้งวัน แถมยังวีนใส่ลูกน้องอีกต่างหาก ..งานการก็ทำไม่รู้เรื่องอะไรเลย เพราะมัวเสียเวลากับการนั่งเท้าคาง นัยน์ตาเหม่อออกไปด้านนอกอู่ หวังว่าจะมีใครบางคนที่อยากจะพบมากที่สุด โผล่หน้ามาหาและแวะมาบอกว่า เย็นนี้ให้เขากลับเข้าอพาร์ตเมนต์ได้ตามปกติ... ปากกาที่อยู่ในมือถูกเคาะเป็นจังหวะบนสมุดที่เปิดกว้างตรงหน้า แต่สายตาไม่ได้อยู่ที่งานตรงหน้าเลยสักนิด
ตาจ้องที่ประตู หูคอยฟังเสียงโทรศัพท์ที่คิดว่าจะมีมาบ้าง แต่ว่า.........มันก็คือความว่างเปล่า
ไม่มีเสียงอะไรเลยนอกจากเสียงคนงานทำงานและส่งเสียงหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน สนุกกันซะจนจินต้องหันไปขึงตาใส่บ่อยๆ
วันนี้เจ้านายเป็นอะไรวะ นั่งตาขวางทั้งวัน ลูกน้องคนหนึ่งนินทา ชำเลืองมองเจ้านายบ่อยๆ
จะมีอาไร้...แฟนไม่ให้นอนด้วยแหงๆ
นั่นเด่ะ....อยากมีแฟนเป็นนายแบบนี่หว่า...น่าสงสารตายเลยเมิง...
คนงานหลายคนเริ่มจับกลุ่มคุยกันมากเข้า จินตวัดตามองด้วยความไม่พอใจ เขาลุกขึ้น
เดินอาดๆ เข้าไปหา แล้วบอกเสียงดุว่า
ห้ามจับกลุ่มมากกว่าสอง เข้าใจ๋ ถ้าใครนินทาให้ฉันได้ยิน จะโดนตัดเงินเดือน!!
คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่โว้ย!! พูดเสร็จก็ก้าวฉับๆ ไปนั่งหน้ามุ่ยต่อ
มือถือในมือถูกกดหาจุนโนะสุเกะครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็มีแต่ให้ฝากข้อความไว้ทั้งนั้น
จุนโนะะะะะ.....ฉันจะบ้าตายอยู่แล้วนะ... จินซบหน้ากับท่อนแขนของตัวเอง จิตใจไม่ค่อยดี
เขาไม่มีแก่จิตแก่ใจจะทำงาน จะไปไหนก็ไม่ได้ เพราะใกล้กำหนดวันส่งเรือให้ลูกค้ารายที่สองและที่สามแล้ว
คืนนี้เร่งทำให้เสร็จล่ะ!! อยามัวแต่คุย... เขาตะโกนสั่งลูกน้องอีกครั้ง แล้วก็ฟุบหน้าไปกับโต๊ะ....
......อยากรู้ใจจะขาดว่าจุนโนะในตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง.....
.............................
ทางฝ่ายคนที่ถูกคิดถึงก็มีสภาพไม่ต่างกันเท่าไรนัก จุนโนะสุเกะนั่งกอดเข่าซุกตัวอยู่ที่มุมกระจก
เขาทอดสายตาออกไปดูความเวิ้งว้างของน้ำทะเลเบื้องล่าง พยายามทำใจให้ว่าง ตัดขาดจากการติดต่อทั้งหมด
ยกเว้นการพูดคุยกับน้องชายคนเดียว ที่วันนี้รับหน้าที่ดูแลเขาตลอดเวลา
จะนั่งอย่างนั้นอีกนานมั้ยจุนโนะ? คาซึยะตะโกนข้ามห้องถามมา หลังจากสังเกตได้ว่า
พี่ชายนั่งอยู่ท่าเดียวมาเป็นชั่วโมงแล้ว
............... จุนโนะไม่ตอบได้แต่ทอดถอนใจ
คาซึยะส่ายหน้า แล้วก็ลุกมานั่งขัดสมาธิใกล้ๆ เขาเอื้อมไปแตะไหล่บอบบางของจุนโนะเบาๆ
จนเจ้าตัวสะดุ้งเฮือก พอหันมาเห็นน้องชาย เขาก็พยายามฝืนยิ้มให้ ซึ่งดูก็รู้ว่ามันแห้งแล้งเหลือทน
นอนพักมั้ย? ฉันปูที่นอนให้ใหม่แล้ว เป็นของฉันเอง ที่นอนก็ของฉัน ผ้าปูอะไรก็ซักใหม่หมด
หรือจะเปลี่ยนห้องกันก็ได้นะ... คาซึยะเอื้อเฟื้อบอก
ยังไม่ง่วง....อยากนั่งอยู่แบบนี้แหล่ะ...
อ้าว....วันนี้ไม่มีงานหรือจุนโนะ
ไม่.....
ไปเดินเล่นมั้ย? น้องชายชวน บีบไหล่พี่ชายแรงๆ เป็นการเตือนสติ แต่จุนโนะส่ายหน้า
เอาศีรษะพิงผนังกระจก
จะเอายังไงแน่นะเนี่ย พี่ชายฉัน...
ปล่อยฉันไว้คนเดียวเหอะ...นายจะไปทำอะไรก็ไป ฉันไม่คิดสั้นหรอกน่า....
งั้นก็ลุกไปเที่ยวกันดีกว่า เอามั้ย?
ไม่......
ว้าาา.... คาซึยะเกาหัวแกรกๆ.....จนในที่สุดก็ต้องนั่งเป็นเพื่อนจุนโนะ จนอีกฝ่ายหลับตาลง
เขาถึงเขย่าเรียกจุนโนะ แต่คราวนี้ดวงตาที่ปิดสนิทนั้น มีน้ำใสๆ ไหลออกมา คาซึยะนิ่งอึ้ง
จุนโนะหลับทั้งที่ร้องไห้ ....เขาดึงร่างบางให้ลุกขึ้น และพาเข้าห้อง พอจุนโนะล้มตัวลงนอน
คาซึยะก็ห่มผ้าให้ นั่งมองสภาพพี่ชายสักพัก พอแน่ใจว่าจุนโนะหลับสนิทดีแล้วก็ย่องออกมานอกห้องด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบา
ยามค่ำของวันนั้น ผ่านไปด้วยความเงียบเหงา จุนโนะเอาแต่หมกตัวอยู่แต่ในห้อง
แม้ว่าอาหารค่ำจะพร้อมแล้ว จุนโนะก็ไม่ออกมา จวบจนกระทั่งเวลาผ่านไป คาซึยะก็ถึงกับมีอาการตื่นเต้นเมื่อเขาได้ต้อนรับการมาเยือนของยามะพี
คาซึจัง....พี่ชายนายล่ะ..?? หน้าหวานของคนรักค่อยๆ เยี่ยมมองไปรอบห้อง
อยู่ในห้อง...เข้ามาซิครับ คาซึยะเชื้อเชิญ และพอร่างโปร่งเข้ามาข้างในแล้ว
ก็ถูกสวมกอดจากคนรักทันที
อื้อ...คาซึยะเนี่ยล่ะนะ....เจอกันล่ะเป็นไม่ได้เชียว พูดแล้วก็ยื่นปากอวบอิ่มเข้าหา
ริมฝีปากของทั้งสองสัมผัสกันอย่างดูดดื่ม ก่อนจะแยกจากพร้อมด้วยรอยยิ้มของกันและกัน
เล่าเรื่องจุนโนะให้ฟังได้มั้ย?
อยากฟังเหรอ...
อือ...พี่นายเป็นไรง่ะ?
โดนทรยศรักล่ะมัง... คาซึยะพายามะพีไปที่โซฟาหน้าทีวี แล้วก็เริ่มเล่าเรื่องให้ฟัง
เป็นเรื่องของพี่ชายของคนทั้งสอง ยามะพีนั่งฟังอ้าปากหวอ ชื่อของโทโมฮิสะผ่านเข้าหูอยู่ตลอดเวลา
จนใบหน้าเริ่มร้อนซู่ รู้สึกอายแทนเหลือเกิน
โทโมะอีกแล้ว นึกสังหรณ์ไว้เหมือนกัน ถึงได้มาหาที่นี่ไง โทโมะก่อเรื่องอีกจนได้....
พี่ชายคุณน่ะ...ชักจะมากเกินไปแล้วนะ
โทโมะเขาเป็นแบบนี้แหล่ะ...ที่บ้านก็ชินแล้วล่ะ ไม่มีใครว่าก็ยิ่งทำ ถึงจะว่าก็จะทำ...ฉันขอโทษแทนด้วยนะ....ที่เขาทำความเดือดร้อนให้พี่นาย....
คาซึยะจับมือยามะพีมากุมไว้ เขายิ้มๆ แล้วส่ายหน้า
ไม่ใช่ความผิดของคุณซะหน่อย....
จุนโนะคงจะโกรธแย่เลย...เป็นอย่างงี้แล้ว ถ้าพี่นายเห็นฉัน ไม่กระโดดเตะเลยเรอะ...ซวยเป็นบ้าเลยง่ะ
ยามะพีบ่นกระปอดกระปอด แล้วมองเลยเข้าไปด้านในที่เป็นห้องของจุนโนะ แต่พอจะถอนสายตากลับ
เขาก็สะดุ้งเฮือกเมื่อจุนโนะเดินออกมาจากห้องพอดี
หวาาา......... ยามะพีชักขาขึ้นมานั่งพับเพียบบนเก้าอี้ยาว เบียดเนื้อตัวกับคาซึยะจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกัน
คา....คาซึจังงงง.....พ....พี่นาย...ออกมาแย้ววว....
เย็นไว้ยามะ.... คาซึยะออกกางปีกปกป้องเต็มที่
จุนโนะชะงักฝีเท้า มองคนสองคนที่นั่งกอดกันอยู่ที่ห้องรับแขก แว่บแรกที่เห็นหน้ายามะพี
....ริ้วความโกรธวิ่งขึ้นมา แต่พอสบตาตื่นๆ ของหนุ่มน้อยคนนั้นก็โล่งใจเพราะเห็นชัดว่าไม่ใช่คนนั้น
แต่สภาพของยามะพีในตอนนี้ ทำราวกับเขาเป็นยักษ์เป็นมารอะไรสักอย่างหนึ่ง
จุนโนะเดินเข้าไปหา และนั่นก็ยิ่งทำให้ยามะพีหลุบตาลงต่ำ ไม่กล้าสบตาด้วย
มาแล้วว.. ยามะพีกระซิบเสียงต่ำ นึกแช่งโทโมะในใจ เพราะพี่ชายของเขาทีเดียวที่ทำให้เขาตกที่นั่งลำบากแบบนี้
จุนโนะเกลียดโทโมะ ..แล้วเขาล่ะ หน้าตาออกจะพิมพ์เดียวกัน จุนโนะจะเว้นล่ะหรือ
...และยิ่งเดินทื่อเข้ามาแบบนี้จะโดนอะไรฟาดกบาลหรือเปล่าก็ไม่รู้
จากหางตา ยามะพีเห็นจุนโนะมาหยุดอยู่ตรงหน้า ไม่กล้าเงยขึ้นสบตาหรอก
แต่รู้ว่าจุนโนะค่อยๆ ยกมือขึ้น แค่นั้นยามะพีก็หลับตาปี๋ ได้ยินเสียงคาซึยะอุทานเรียกชื่อพี่ชายเบาๆ
ยามะพีคำนวณกำลังฝ่ามือระดับความโกรธที่จุนโนะกำลังมีว่ามันจะหนักหน่วงแค่ไหน
แต่แล้วเขาก็ต้องประหลาดใจเมื่อ.......
.................แหมะ.......!!......
อึ้ยยย...... ยามะทำคอย่น...แต่สิ่งที่คาดไว้กลับไม่เกิดขึ้น....
เพราะมือที่ยกขึ้นของจุนโนะวางแหมะลงที่ศีรษะของยามะพี ไม่ใช่การฟาดที่เขากลัว
แต่เป็นการวางฝ่ามือที่อ่อนโยนลงไปที่หัวของเขา ...ยามะพีเงยหน้าขึ้นมอง ......เห็นจุนโนะกำลังยิ้มให้........
ความเงียบปกคลุมทั่วทั้งห้อง
คาซึยะเองก็นิ่งขึง
ยามะพีก็ตกตะลึงเพราะคาดไม่ถึง ไม่คิดว่าจุนโนะจะใจดีถึงขนาดนี้
หวัดดีคุณยามะพี... เสียงต่ำเครือของจุนโนะดังขึ้นทำลายความเงียบ
หวะ.....หวัดดีครับ จุนโนะ... ยามะพีเอ่ยเสียงตะกุกตะกักตอบกลับไป ความร้อนที่พวงแก้มแผ่ซ่านจนรู้สึกว่าหน้าตัวเองนั้นคงแดงก่ำไปหมดแล้ว....
เฮ้อ........ เสียงถอนหายใจจากปากของคาซึยะดังยาวเหยียด จนจุนโนะและยามะพีหันมามอง
นึกว่าฉันจะทำอะไรแฟนนายเหรอ? พี่ชายถาม
ก็เอ้อ.....
คนละคนกัน ฉันแยกแยะถูกหรอกน่า..... จุนโนะทำปากยื่น แล้วก็นั่งลงเบื้องหน้าทีวี
เขาหยิบรีโมทมาเปิด มีรายการเพลงวัยรุ่นส่งเสียงเจื้อยแจ้ว แต่จุนโนะไม่สนใจ
เขากดรีโมทจะเป็นจะตาย จนในที่สุดก็มาหยุดอยู่ที่ช่องกีฬา ซึ่งก็กำลังถ่ายทอดสดการแข่งขันมวยปล้ำ.....ซึ่งนั่นก็ทำให้จุนโนะมองตาเขม็งเชียว
คาซึยะและยามะพีมองหน้ากัน แล้วก็หันไปพิจารณาหน้าตาของจุนโนะ แววตาเอาจริงเอาจัง
จับจ้องที่จอทีวีแน่วแน่
เอ่อ...เปลี่ยนช่องดีมั้ย? คาซึยะพยายามจะดึงรีโมทจากมือ แต่จุนโนะยึดเอาไว้อย่างเหนียวแน่น
ดูนี่แหล่ะ ศึกษาไว้ก็ดีเหมือนกัน... จุนโนะว่าเข้านั่น เขาดูไปนั่งกัดปากไป
แถมเรียวคิ้วก็ขมวดจนแทบจะชนกัน......
เมื่อเห็นพี่ชายตั้งใจปักหลักดูรายการปวยปล้ำแน่แล้ว คาซึยะจึงชวนยามะพีเข้าห้อง
แต่ก็ไปยังไม่ทันถึง ก็มีเสียงเคาะประตูสองครั้งดังขึ้น ทั้งหมดมองหน้ากัน คาซึยะเหลือบดูเวลา
ใกล้เที่ยงคืนแล้ว ใครกันนะมาหาเอาดึกดื่นขนาดนี้
เดี๋ยวผมเปิดเอง.... เขาร้องบอกพี่ชายเมื่อเห็นจุนโนะเตรียมจะลุกขึ้น
ไม่ต้อง!! ฉันเปิดเอง!! จุนโนะก้าวฉับๆ ผ่านหน้าเขาไป ไม่ร้องถามว่าเป็นใคร
กระชากประตูเปิดออกทันที
........
....อะกานิชิ จิน ยืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตู ผมเผ้ายุ่งเหยิง และดวงตาก็แดงก่ำ
จุนโนะ.......... จินครางเสียงแผ่วเมื่อเห็นว่าใครเป็นคนมาเปิดประตูให้
ยังมีหน้ามาอีก...!! เสียงแหวของจุนโนะสุเกะดังขึ้นหลังจากเห็นหน้าผู้มาเยือน
คือ......อ๊ะ...เดี๋ยว.... จินผลักประตูไว้เมื่อเห็นจุนโนะทำท่าจะปิด
อย่าเข้ามานะ!!
ขอ...เข้าไปหน่อย...
ไม่!!
จุนโนะ....ขอร้องล่ะ...
นายต้องการอะไร เราจบกันแล้ว...ไม่มีความจำเป็นอะไรที่นายจะต้องมาที่นี่อีก
ฉันไม่ต้อนรับนาย!! จุนโนะตะคอก เขาสะบัดหน้าไปทางอื่น จินทาบมือซ้อนทับมือของจุนโนะที่กำลูกบิดประตูแน่น
ฉันขับรถกลับบ้านไม่ไหว....เพิ่งออกมาจากอู่ เหนื่อยมากด้วย เหนื่อยมาทั้งวัน...ขอร้องล่ะจุนโนะ...ฉันอยากเห็นหน้านาย
ฮึ!! ฉันไม่ใช่ยาแก้เหนื่อย ไปหาโทโมะนั่นไป๊...ยาดีขนานแท้เลยล่ะ
จุนโนะ...... จินทำเสียงเหนื่อย เขาพิงศีรษะที่บานประตู เหลือบตามองหน้าบึ้งตึงของคนที่รัก
จุนโนะเม้มริมฝีปากจนแทบจะเป็นเส้นตรง จินดันทั้งคนทั้งประตูเข้าไปข้างในจนได้
เห็นคาซึยะกับยามะพียืนตัวติดกันอยู่ไม่ไกล ทั้งสองมองมายังเขาอย่างลุ้นเต็มที่ว่าจุนโนะจะว่าอย่างไร
พี่จินเขาเหนื่อยน่ะ จุนโนะ...ให้เขาเข้ามาพักเถอะ คาซึยะเตือนสติพี่ชาย ฝ่ายนั้นจึงหันขวับมาตวาดแว้ด
รู้แล้ว!! ไม่ต้องบอก!!...หมอนี่น่ะเขาเหนื่อยทั้งปีแหล่ะ...ที่นี่ไม่ใช่โรงแรมนะจะบอกให้
ไม่มีที่ให้นายอยู่พักเหนื่อยหรอก...
จินยืนดื้อ เรื่องอะไรจะกลับ ไหนๆ ก็ได้เข้ามาอยู่ในห้องแล้ว หน้าของจุนโนะที่อยากเห็นทั้งวันก็ได้เห็นแล้ว
เรื่องจะกลับออกไปถ้าจะยาก
ขอนอนพักที่โซฟานี่ก็แล้วกัน... ขับรถกลับบ้านไม่ไหว...
หน้าด้าน!! จุนโนะพูดเป็นครั้งสุดท้ายก็เดินปึงปังเข้าห้องไป และทุกคนก็ได้ยินเสียงกดล็อคดังออกมาด้วย
พี่จินไปนอนในห้องรับแขกเล็กมั้ยครับ...มีอยู่ห้องหนึ่ง ไม่ได้ใช้ คาซึยะชวน
แต่จินส่ายหน้า เขาล้มตัวลงนอนบนโซฟาหน้าทีวี
นอนนี่แหล่ะ...เหนื่อย...
ถ้าจะเหนื่อยจริงๆ ละมั้งครับเนี่ย ยามะพีอดหัวเราะไม่ได้ เห็นสารรูปของจินแล้วนึกไปถึงคนจรจัดที่ไม่มีที่ซุกหัวนอน
เหนื่อยใจมากกว่านะ...พี่นายน่ะ จะให้ฉันทำยังไง เขาถึงจะเข้าใจ
ให้เวลาเขาหน่อยดีกว่า....เป็นผมๆ ก็โกรธ เห็นออกแบบนั้นน่ะ คาซึยะพูดออกมาจากห้องชงกาแฟ
เสียงกระทบกันของถ้วยและช้อนดังออกมาด้วย เรียกน้ำย่อยของจินขึ้นมาทันที และก็รู้ตัวเดี๋ยวนั้นเองว่า
เขาไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยทั้งวัน
ชายหนุ่มลุกมายืนพิงไหล่ที่กรอบประตูห้องครัวเล็กและคับแคบนั่น
เห็นยามะพีกับคาซึยะช่วยกันทำอาหาร ก็คงจะให้เขาทานนั่นแหล่ะ
หอมจัง... จินสูดจมูก
ยามะพีหันมายิ้มหวานจ๋อย ขณะกำลังปรุงบะหมี่สำเร็จรูปให้ รอยยิ้มนั้นทำให้จินนึกไปถึงคนอีกคน
....โทโมฮิสะ ....
โทโมะคงไม่มีวันยิ้มซื่อแบบนี้ให้เขาเป็นแน่ ....ที่เขาเคยเห็นก็คือรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์และยั่วยวน....
ยามะพีนี่ต่างกับโทโมะเยอะเลยนะ จินออกปาก และนั่นก็ทำให้ยามะพีชะงัก เขาหัวเราะเจื่อนๆ
วางชามบะหมี่ลง แล้วก็เดินมาโค้งตัวตรงหน้าจิน
ผมต้องขอโทษจินด้วย ที่โทโมะทำอะไรบ้าๆ แบบนั้น
โอ๊ย...ช่างมันเหอะ...นายก็ส่วนนาย เขาก็ส่วนเขา มันคนละคนกัน.... จินตบไหล่บอบบางนั้นเบาๆ
แต่ว่า ผมจะช่วยพูดให้ก็แล้วกัน แต่คิดว่าเขาคงไม่เชื่อผมหรอก...
ไม่เป็นไรหรอก...แค่ยามะพีดีกับคาซึยะก็นับว่าโชคดีแล้ว.... จินว่า แล้วปรายตามองคาซึยะ
เห็นน้องชายของจุนโนะยืนขบปากนิ่งคิดอะไรอยู่ แล้วก็ถอนหายใจ สายตาของหนุ่มน้อยคนนี้มองยามะพีด้วยสายตาที่เทิดทูนบูชา
แต่จินก็ยังอุตส่าห์เห็นแววสลดใจแฝงอยู่ในแววตานั้นด้วย
ยามะพีเป็นแบบนี้น่ะซิฮะ ผมถึงได้รัก...รักมาก... คาซึยะกอดเอวคนหน้าหวานหลวมๆ
ฝังใบหน้ากับซอกคอขาวละมุน ยามะพีหัวเราะอายๆ แล้วก็ตีแขนที่โอบเอวเขาเบาๆ
ทำอะไรน่ะ อายคุณจินมั่งซิ
ก็ผมรักนี่นา...ให้พี่จินเป็นพยานก็ได้เอ้า...
รู้แล้วว่ารัก....นี่...คาซึจัง ปล่อยได้แล้ว อายเค้า... สีหน้าที่เขินจัดของยามะพีทำให้คาซึยะมองด้วยความรัก
จะเอากี่โทโมะมาแลกกับคนๆ นี้ เขาคงไม่ยอม ก็ยามะพีน่ะเหนือกว่านายจอมจุ้นคนนั้นไม่รู้จะกี่เท่า.....
พี่จินกินบะหมี่ก่อนซิครับ พวกผมขอตัวไปเจรจาภาษารักในห้องดีกว่า....คืนนี้เห็นทีจะแย่หน่อย
จุนโนะล็อคประตูห้องซะแล้วนี่....เดี๋ยวผมเอาหมอนกับผ้าห่มมาให้ก็แล้วกัน...
อือ...แค่เขาไม่เอาไม้เพ่นกบาลฉันออกไปก็บุญเท่าไรแล้ว....ขอบใจนะคาซึยะ...ยามะพี......
****************************
ในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น ขณะที่ทุกคนอยู่ในที่นอนของตัวเอง จุนโนะสุเกะก็แอบย่องออกมาจากห้องเงียบๆ เขาสะพายกระเป๋าเป้ใบเล็กที่มักจะเอาติดตัวไปทำงานด้วย คว้ากุญแจรถได้ก็เตรียมจะไปสตูดิโอ ทั้งๆ ที่วันนี้ไม่มีงานถ่ายแบบเลยสักนิด แต่การที่ได้ไปนั่งอยู่ในสถานที่อื่น อาจจะพอทำให้เขาสบายใจขึ้นมาได้บ้าง ....
...ก่อนจะออกไป ก็ยังอดชำเลืองมองตัวต้นเหตุของเรื่องไม่ได้.....จินยังนอนหลับคุดคู้บนโซฟา
ผ้าห่มกองร่นอยู่ที่เอว มือสองข้างซุกอยู่ใต้คาง ลมหายใจที่ทอดยาวบอกให้รู้ว่า
จินกำลังหลับสนิท จุนโนะเดินเข้ามาหาด้วยฝีเท้าเงียบกริบ นึกหมั่นไส้คนๆ นี้เหลือกำลัง
หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ เชียว .....ใจหนึ่งก็สมน้ำหน้าที่เห็นจินนอนขดตัวเพราะความหนาว
แต่เขาก็อดที่จะเอื้อมไปคว้าผ้าห่มที่กองตรงเอวของชายหนุ่มมาห่มให้เสียไม่ได้.....
อยากจะปลุกคนบ้าคนนี้ให้ตื่นแล้วไล่ออกจากห้องเสียนัก แต่ว่า........ทำไม่ลง.....จุนโนะได้แต่เดินหันหลังออกไปจากห้องเงียบๆ
ทิ้งจินให้นอนเฝ้าห้องรับแขกอยู่คนเดียว......
จุนโนะสุเกะมาถึงที่บริษัทแต่เช้าตรู่ เขานั่งฆ่าเวลาโดยการหยิบตารางงานมาดู ยังมีงานอีกสองสามชิ้นที่ยาระขีดสีแดงไว้ให้ เป็นการเดินแบบแฟชั่นเสียสอง และอีกชิ้นหนึ่งคือโฆษณาโลชั่นชาเขียวเวอร์ชั่นสอง ซึ่งต้องไปถ่ายทำที่เมืองอิโตะอีกครั้ง เขากวาดตาดูบรรดารายชื่องานที่ยาระไม่ได้วงไว้ให้ แสดงว่าผู้จัดการเห็นว่า จุนโนะไม่จำเป็นต้องรับงานนี้ ที่น่าสนใจอีกอันหนึ่งในบรรดาพวกนั้นก็คือ นิตยสารสำหรับผู้หญิงฉบับหนึ่ง ยาระวงเล็บไว้ด้วยว่า นู้ดเล็กๆ แล้วก็มีรอยปากกาแดงขีดกากบาทอันเบ้อเริ่ม ....จุนโนะมองอย่างสนใจ ....อารมณ์ไม่ดีแบบนี้ ถ่ายนู้ดเล่นๆ ถ้าจะดี เอาให้ใครเห็นแล้วน้ำลายหกไปตามๆ กัน โดยเฉพาะ อะกานิชิ จิน.....
และตอนเที่ยงของวันนั้น จุนโนะวางตารางงานไว้บนโต๊ะ เมื่อมีคนมาบอกว่า
มีชายหนุ่มคนหนึ่งต้องการพบ
คุณยูอิจิ น่ะครับ คนที่เคยมาหาคุณบ่อยๆ พนักงานคนหนึ่งบอก ซึ่งนั่นก็ทำให้จุนโนะถึงกับขมวดคิ้ว....สงสัยนักว่า
ยูอิจิจะมาทำไมกัน และยังไม่ทันที่เขาจะขยับตัว ยาระผู้จัดการร่างเล็กก็เดินนำยูอิจิเข้ามาหาซะแล้ว
ขอคุยด้วยหน่อยได้มั้ย จุนโนะ เป็นคำแรกที่อดีตคนรักกล่าว จุนโนะพยักหน้า เขาชี้ไปที่เก้าอี้ตรงกันข้าม
ยาระขอตัวไปดูนายแบบคนอื่นในสตูดิโอ ทิ้งให้จุนโนะได้พูดกับยูอิจิตามลำพัง
ซึ่งประเด็นหลักของยูอิจิจะอยู่ที่โทโมฮิสะเสียละมาก
ฉันเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น....จินบอกหมดแล้วล่ะ ยูอิจิรีบขยายความเมื่อเห็นจุนโนะสุเกะเลิกคิ้ว
จินเขามาหา เล่าเรื่องโทโมะไปก่อเรื่องไว้ที่อพาร์ตเมนต์ของจุนโนะให้ฟัง....
คงไปแก้ตัวล่ะซิ จุนโนะว่าเข้านั่น
เปล่าหรอก...รายนั้นน่ะ สีหน้ากลุ้มอกกลุ้มใจมากเลยนะจุนโนะ จินน่ะเขาไปกินเหล้ากับฉันจริงๆ
แต่ไม่รู้โดนแฟนฉันหิ้วปีกออกไปได้ไง ยูอิจิหัวเราะหึๆ จุนโนะรับฟังด้วยความรู้สึกที่เฉย....กับคำพูดของยูอิจิที่เรียกโทโมะว่าแฟนได้เต็มปากเต็มคำ
ไม่รู้สึกเจ็บเหมือนเมื่อก่อนเลยล่ะ
แล้วยูอิจิล่ะครับ...ไปอยู่เสียที่ไหน? เขาถาม
ก็เมาไม่รู้เรื่องน่ะซิ...โดนโทโมะมอมซะ...ไม่รู้ฟุบไปตอนไหน มารู้สึกตัวอีกทีก็สายโด่งเลยล่ะ
โทโมะก็เพิ่งกลับมาเมื่อตอนเที่ยง พอมาถึงก็บอกว่าง่วง...แล้วก็หลับไปเลย จินเขามาหาฉันที่ทำงานหลังจากนั้น
มาเล่าให้ฟัง....จุนโนะ...เห็นใจมันเถอะ...เมาจริงๆ นะนั่น..นายคนนั้นน่ะ ...
รู้สึกยูอิจิจะเป็นเดือดเป็นร้อนแทนจินจังเลยนะฮะ...
ก็น้องง่ะนะ แล้วอีกอย่างจินเขาไม่เคยโกหก...
อ๊ะ??....ไม่เคยโกหก!!!??? จุนโนะร้องออกมา ทำปากเบ้ ก็กี่ครั้งล่ะที่โดนจินหลอก...ไหนจะเรื่องติดหนี้ยูอิจิ
...ไหนจะเรื่องการพนัน ...ล้วนแล้วแต่จอมปกปิดทั้งนั้น ถ้าไม่คาดคั้นถามจริงๆ
จังๆ ก็ไม่ยอมปริปากบอกหรอก....เนี่ยเหรอ น้องชายคนดีของยูอิจิ
ฉันขอโทษแทนโทโมะด้วยก็แล้วกันนะ จุนโนะ...ต่อไปจะไม่ปล่อยให้มายุ่มย่ามกับพวกนายอีกแล้ว...
แล้วยูจะให้ผมทำยังไง?
คืนดีกับจินเถอะ...ขอร้อง... ยูอิจิลุกขึ้น เขาโค้งตัวต่ำต่อหน้าจุนโนะ ซึ่งก็ทำให้เด็กหนุ่มรีบยืนขึ้นทันที
ต้องขอร้องกันถึงแบบนี้ด้วยหรือ?
ฉันสงสารจินเขา
สงสารหรือว่า กลัวว่าโทโมะจะคว้าจินไว้แทนยูกันแน่?? จุนโนะพูดดักคอ ซึ่งก็ทำให้ยูอิจินิ่งอึ้งไปทันที
เพราะที่เด็กหนุ่มตรงหน้าพูดก็มีส่วนถูกกว่าครึ่ง
โทโมะเคยพูดใส่หน้าเขาปาวๆ ว่า...เบื่อ...และเซ็งเขาอยู่พอดี ...ไม่แน่...จินอาจจะเป็นเป้าหมายใหม่ของโทโมะ...
ยิ่งนึกก็ยิ่งเข้าเค้า...
จุนโนะคิดว่าเป็นเช่นนั้นหรือ?
ฮะ...ก็ยูอิจิรักโทโมะนี่นา....กลัวว่าแฟนตัวเองจะมาหลงรักจินใช่มั้ย.... ถ้ารักกันมากก็ดูแลเขาให้ดีซิฮะ...อย่าปล่อยมาเพ่นพล่านเที่ยวแย่งแฟนคนอื่นแบบนี้
อย่างที่โทโมะทำน่ะ มันไม่ได้หมายความว่า ยูอิจิรักเขาไม่มากพอหรอกหรือ? จุนโนะออกความเห็น
ซึ่งก็ตรงกับใจของยูอิจิที่คิดเอาไว้พอดี
แล้วนายล่ะจุนโนะ...รักจินมากแค่ไหน? เขาย้อนถาม
ผม........เอ้อ...... จุนโนะหลบสายตาของยูอิจิ ถ้อยคำว่า....รัก....ถูกกลืนหายไปในลำคอ
....หลังจากที่เห็นภาพบาดตาของจินและโทโมะเมื่อวันก่อนนั้น เขาก็กลืนคำว่า รัก
ลงท้องไปหมดแล้ว....
เมื่อไม่ได้รับคำตอบ....ยูอิจิมองจุนโนะสุเกะ ...หนุ่มน้อยรูปงามที่เคยหลงรัก....บอกตัวเองในตอนนี้ว่า
แววตารักใคร่ของจุนโนะที่มองเขานั้นไม่มีหลงเหลืออยู่แล้ว...จุนโนะไม่ได้รักเขาอีกต่อไป....เป็นจินต่างหากที่จุนโนะมีประกายหวานหวามใส่...เป็นสายตาชนิดเดียวกับที่เคยมองเขาเมื่อครั้งยังรักกันอยู่.........
รักก็บอกว่ารัก....ไม่เห็นต้องเก็บเงียบไว้เลย... ยูอิจิโพล่งออกมา ทำให้จุนโนะสะดุ้งเฮือก
ผมจะบอกรักใคร มันก็เรื่องของผม ไม่เห็นต้องมาสอน...
ตอนเราคบกัน เรารักกัน นายยังบอกว่ารักฉันนี่นา...ทีกับจินทำไมไม่ยอมบอก...ทั้งๆ
ที่ก็รักจินมากกว่าฉันซะอีก...
ยูอิจิ.... จุนโนะมองสบตาคมเข้มของหนุ่มตรงหน้า .....ยูอิจิอ่านใจของเขาออกหมด...แล้วก็ดูเถอะ
ยังเอาเรื่องความหลังมารื้อฟื้นอีก
จุนโนะเมินหน้าหนี เขาเดินไปหยิบสมุดจดงานมาถือไว้ แล้วก็บอกยูอิจิว่า
จะต้องไปทำธุระที่อื่นต่อ ยูอิจิจึงต้องจำใจลากลับ พร้อมกับบอกให้จุนโนะคืนดีกับจินอีกด้วย
ฉันสัญญาว่าจะเก็บโทโมะไว้อย่างดี ไม่ให้มายุ่งกับจินอีก... ยูอิจิตบบ่าเด็กหนุ่มเป็นการให้กำลังใจก่อนจากกัน
เมื่อยูอิจิกลับไปแล้ว ยาระก็เวียนมาเยี่ยมๆ ดูนายแบบในสังกัดคนนี้
เขาเก็บของลงกระเป๋าให้จุนโนะ เล่นเอาอีกฝ่ายทำหน้างง
ใครบอกว่าผมจะกลับ? จุนโนะดึงกระเป๋ามากอดเอาไว้
กลับเหอะ...ไปหาจินซะ... ยาระบอก เขากางแขนเท้ากับโต๊ะ โน้มตัวมาจ้องหน้าจุนโนะ
สีหน้าบอกแววจริงจัง ไม่มีความขี้เล่นอย่างเคย
ทำไมผมต้องไปหาเขาด้วย หมอนั่นน่ะ สาปส่งไปแล้ว... เด็กหนุ่มหน้างอ ปากยื่นแบบคนไม่สบอารมณ์
ไล่เขาไป แล้วตัวเองก็มานั่งกินน้ำตาแบบนี้น่ะหรือ? ยาระถาม
พี่ยาระ....
จินเขาทำผิดจนไม่น่าให้อภัยเลยหรือไง? ...คนเมาก็คือคนเมา ใครจะลากไปไหนมันก็ไม่รู้เรื่อง...คนที่นายควรจะโกรธและลงโทษน่ะ
น่าจะเป็นนายโทโมะอะไรนั่นน่ะ... ยาระพูดเสียงเย็น มันให้ความรู้สึกเย็นเฉียบ
ทั้งน้ำเสียงและแววตา ดูเหมือนกับพี่ชายสั่งสอนน้อง
พี่ไม่ได้เป็นผมนี่ พี่ไม่รู้หรอก... จุนโนะพูดอุบอิบ.. และนั่นก็ทำให้ยาระทรุดตัวลงนั่ง
พลางถอนใจ
ฉันน่ะ เคยจะเลิกกับยูกิออกบ่อยไป...เขารูปหล่อ มีคนมาชอบเยอะ...ของแบบนี้มันต้องทำใจง่ะนะ
มีทั้งผู้ชายและผู้หญิง ...เข้ามาพัวพัน อยากจะดึงตัวยูกิไปจากพี่นะ...แต่ว่า
...ความเชื่อใจไงล่ะ จุนโนะ เพราะความเชื่อว่ายูกิรักฉันเสมอ มันทำให้ฉันสบายใจ....ถึงจะมีไม่พอใจกันบ้าง
แต่คำว่าเชื่อใจ มันก็ทำให้เราคืนดีกันได้ทุกที....พี่ว่านะ...ต้องเป็นจุนโนะนั่นแหล่ะ
ที่น่าจะไปหาจิน ไปแสดงให้เขาเห็นว่าเราเชื่อใจเขาซิ...ไม่ใช่ขับไล่เขาแบบนี้....ถ้าไล่มากๆ
เข้า แล้วจินไปจริงๆ คนที่จะช้ำใจก็คือนายนะ จุนโนะสุเกะ..
ถ้าเขาอยากไปก็ไปเด่ะ...ใครไปรั้งไว้... จุนโนะพูดน้ำเสียงติดจะงอนๆ นี่ใครๆ
ก็ดูเหมือนจะเข้าข้างจินกันไปหมด
เราก็เป็นเสียอย่างเงี้ย...ไปซะจุนโนะ ดีกันไว้ซะ ก่อนจะไปอิโตะอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้....บอกไว้ก่อนนะว่า
ฉันไม่อยากเห็น หน้าตานายแบบอมทุกข์แบบที่นายกำลังเป็นอยู่... ยาระงัดเอาไม้ตายมาใช้
เมื่อขอกันดีๆ จุนโนะก็ดื้อ เลยต้องเอาเรื่องงานมาอ้าง....ดูซิว่าจุนโนะจะไปหาจินมั้ย?....
..............................
จุนโนะยืนกัดปากนิ่งคิดในสิ่งที่คุยกับยูอิจิและยาระเมื่อสักครู่ แล้วก็คิดว่าอย่างน้อยเขาน่าจะลองไปปรับความเข้าใจกับจินดู ...เล่นงอนกันแบบนี้จะไม่เป็นการดีทั้งสองฝ่าย ....เฝ้าถามตัวเองว่า ณ ตอนนี้หายโกรธจินหรือยัง หัวใจบอกว่า...ยัง..แต่ความเจ็บปวดค่อยบรรเทาเบาบางลง หลังจากที่ยูอิจิมาพูดด้วย และได้ยาระเตือนสติ....ที่เหลือค้างคาใจในตอนนี้ก็คือ การปรับความเข้าใจกันเท่านั้น
***************************************
อะกานิชิ จินลงมือทำงานด้วยตัวเอง ทั้งสั่งและทำเอง เรือลำที่สองและที่สามเสร็จสิ้นสมบูรณ์
ท่ามกลางเสียงไชโยโห่ร้องของทุกคน เมื่อเรือสำราญลำน้อยลงไปลอยลำอวดโฉมอยู่ในน้ำทะเล
ทุกคนก็ยิ้มแย้มเบิกบาน จินค่อยคลายทุกข์ลงได้บ้าง จะมีก็แต่งานนี่เท่านั้นแหล่ะที่พอจะช่วยให้ไข้ใจผ่อนลงได้บ้าง
และขณะที่เขาเดินสำรวจรอบเรือลำหนึ่งอยู่
คนงานก็เงียบเสียงลง ทำให้จินเงยหน้าขึ้นมองบนฝั่ง
คุณ.....!! จินอุทานออกมา หน้าถอดสี
หวัดดีฮะ...ทุกคน นางงามประจำท่าเรือโบกไม้โบกมือมาแต่ไกล จินอยากจะกลั้นใจตายเดี๋ยวนั้น
ทำอะไรกันอยู่เอ่ย...ส่งเสียงกันดังเชียว...อู๊ววว์....เรือลำใหม่ สวยจังเลยฮะ!!
โทโมะกระโดดลงมายืนข้างจินในตอนหน้าของเรือที่ลอยลำอยู่
คุณมาทำไมอีกหา?...แค่นี้ยังก่อเรื่องไม่พอหรือไง? จินเค้นคำพูดใส่ สีหน้าไม่รับแขกของจินทำให้โทโมะปิดปากหัวเราะ
แหมจินล่ะก็...ผมก็มาหา...ส้ะมี...บ้างไม่ได้เหรอ?
บ้า...สามีบ้าบออะไรของคุณ จินขยับหนี แต่โทโมะขยับตาม จนถอยร่นแทบจะชนกับพังงาเรือ
กลับไปดีกว่า...คุณน่ะ อย่ามาที่นี่อีกเลย...
ก็มาแล้วนี่ จะไล่กลับหรือไง? โทโมะรุกไล่ แถมยื่นหน้ายื่นตาเข้ามาใกล้เสียอีกแน่ะ
คนงานที่จับกลุ่มอยู่ริมตลิ่งมองด้วยความสนใจ แล้วก็ป้องปากว่า
โห....คนนี้มาถี่โว้ย...สงสัยนายเราเปลี่ยนแฟนแน่ว่ะ
แต่คนนี้ฉันไม่ชอบว่ะ...สู้คุณนายแบบไม่ได้ รายนั้นมาดกินขาด...
แต่ฉันว่าคนนี้มาแรงกว่า...มาทีรุกที มีหวังเจ้านายเราเสร็จ...
พูดกันแล้วก็ปิดปากหัวเราะกันคิกคัก ไม่มีทีท่าว่าจะเข้ามาช่วยจินแต่อย่างใด
..................
จินฉวยแขนข้างหนึ่งของโทโมะไว้เมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นทำท่าจะตวัดรอบคอของเขา
คุณโทโมะ จะกลับไปเองหรือว่าจะให้ผมโยนออกไปนอกอู่??
จินใจร้ายจัง... สีหน้ายิ้มเยาะนั้น ขัดกับคำพูดตัดพ้อนั่นซะนะ
ไปหาอะไรกินกันก่อน แล้วจะปล่อย โทโมะว่า
ผมไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้น... จินว่า แล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อโทโมะวาดแขนรอบบ่าเขาอีกแล้ว
เขาเตรียมจะหันไปด่าลูกน้องที่ยืนจับกลุ่มดูกันเฉยอยู่ แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากเขาก็ต้องตัวชาดิก
เมื่อมองขึ้นไปบนฝั่ง เห็นลูกน้องยืนอยู่จริงๆ แต่เบื้องหลังของเจ้าพวกนั้น.....
ทางุจิ จุนโนะสุเกะ.......
ยืนเด่นเป็นสง่า ...แต่ทว่า....ด้วยดวงหน้าที่ถมึงทึง และโกรธเกรี้ยว
เช่นเดียวกับวันที่เห็นเขาอยู่บนเตียงกับโทโมะวันนั้นไม่มีผิด
จุนโนะ...!! จินอุทานออกมา
อ๊ะ??...มาเห็นพอดี โทโมะทำเสียงเยาะ แต่ไม่ยอมปล่อยแขนออกจากบ่าจิน จนชายหนุ่มผลักร่างบางจนเซ
เขาตะเกียกตะกายขึ้นไปยืนบนฝั่งจนได้
จุนโนะเดี๋ยว...!! จินร้องเรียกเมื่อเห็นจุนโนะสะบัดหน้า ร่างโปร่งเพรียวหันหลังเดินฉับๆ
ไม่ยอมเหลียวหลัง
จินกำลังจะคว้าข้อมือได้อยู่แล้วเชียว ถ้าไม่มีเสียงดัง
....ตูม........
และเสียงคนงานตะโกนกันเอะอะอยู่เบื้องหลัง
จุนโนะชะงักขา เป็นเวลาเดียวกับจินหันกลับไปมอง
ร่างของโทโมฮิสะ ผลุบโผล่ๆ อยู่ในทะเล ทั้งแขนและขาตะเกียกตะกายตีน้ำอยู่ข้างเขื่อน
ทำท่าจะจมมิจมแหล่อยู่แล้ว
เฮ้ย!! ช่วยกันดึง...ช่วยกันดึงเขาขึ้นมา...!! คนงานคนหนึ่งตะโกนโหวกเหวก แล้วพวกคนงานสองสามคนกระโดดลงไปช่วยโทโมะ
บ้าจริง... จินวิ่งเข้าไปดูบ้าง โทโมะตกน้ำ ไม่รู้ว่าโดดไปเองหรือตกลงไปกันแน่....ตอนนี้ยังไม่อาจคาดเดาได้
แต่ร่างของคนที่จมๆ หายๆ อยู่ในทะเลตอนนี้ ทำให้จินไม่อาจทิ้งไปได้
เขาหันไปมองจุนโนะ เห็นเด็กหนุ่มยืนชะเง้อดูอยู่เช่นกัน เมื่อโทโมะถูกหิ้วปีกขึ้นมาบนริมตลิ่ง
จินจึงทำหน้าที่เจ้าของอู่ที่ดี เข้าไปถามไถ่อาการ และนั่นก็ทำให้โทโมะผวาเข้าซบอกจินทันที
จินฮะ....น่ากลัวจังเลย...
ร่างเปียกโชกนั้นสั่นสะท้าน ร้องไห้สะอึกสะอื้น แขนสั่นเทากอดรอบคอของจิน แนบหน้าซุกกับอกกว้าง
แล้วก็ส่งเสียงร้องออกมาไม่ขาด
จินถอนหายใจเฮือก....จุนโนะจะว่าอย่างไรบ้างเนี่ย....ให้ตายเหอะ....
เขาหันไปดูตรงที่จุนโนะยืนเมื่อสักครู่ แต่ก็ต้องใจหายวาบ....
.....ไม่มีร่างโปร่งบางยืนอยู่ที่นั่นเสียแล้ว....จุนโนะไปแล้ว.....
.และจินก็รู้ด้วยว่า .....จุนโนะคงจะไม่ได้จากไปด้วยความรู้สึกที่ดีด้วยแน่........
......เฮ้อ.......อะกานิชิ จินเอ๋ย..............
*******************************
อะไรนะ จะถ่ายนู้ด ยาระอุทานเสียงลั่น ตาเล็กเรียวกรอกขึ้นข้างบน
ราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง
...ก็จู่ๆ จุนโนะขับรถกลับมาที่สตูดิโออีกครั้ง พอมาถึงก็ทำตะบึงตะบอน ควักตารางงานมาได้ก็ขีดใต้งานถ่ายแบบนู้ดที่ยาระอุตส่าห์ฆ่าทิ้ง
ไม่ไงง่ะ จะถ่าย...ไม่เอานู้ดเล็กๆ นะ เอาชุดใหญ่ไปเลย จะแก้ผ้าให้คนดู เอาให้หนำใจ
เกิดอะไรขึ้นวะ ยาระถาม
จุนโนะเม้มริมฝีปากจนห้อเลือด เขาไม่เล่าอะไรให้ฟังมากไปกว่าพร่ำบ่นว่า
จะถ่ายนู้ด...นี่ผมไม่ได้พูดเล่นนะจะบอกให้
ใจเย็นๆ น่าไอ้หนู ไปไหนมาเนี่ย พอมาถึงก็จะแก้ผ้าถ่ายรูป มันไม่ดีน่า....ไม่ใช่ตัวนายเลยนะจุนโนะ...
ไม่รู้ล่ะ จะถ่ายนี่นา พี่ยาระเป็นผู้จัดการผมไม่ใช่เหรอ....ตกลงกับทางโน้นไปเลย
เอาให้หนำใจ บอกว่า จุนโนะสุเกะคนนี้ง่ะไม่มีใครเขาต้องการแล้ว เก็บเอาไว้ดูคนเดียวก็ไม่มีประโยชน์อะไร
สู้เอามาหากินไม่ได้....ฮึ!! จุนโนะกอดอก ทำหน้าบึ้ง หลับตาลงอย่างอ่อนล้า แต่พอหลับตาลงทีใดก็เห็นแต่ภาพของจินกับโทโมะที่ท่าเรือ
และบนเตียงอีกด้วย
.....ก็เรือนร่างของเขานี้เคยเป็นของจินไม่ใช่หรือ....เมื่อจินไปอี๋อ๋อกับนายโทโมะได้
แล้วทำไมเขาจะเอาร่างกายที่เป็นของจินออกมาให้คนอื่นดูไม่ได้ล่ะ
...ดี....เอาให้สมใจอยากไปเลย ....
ยาระมองหน้าจุนโนะสลับกับตารางงานในมือ เขาไม่ได้เขียนข้อความใดๆ
ลงไป แต่ก็ก้มลง ตบบ่านายแบบคนโปรดของเขาเบาๆ
ไม่เอาน่า...ทำประชดแบบนี้มันไม่ดีนะ ทำให้ตัวเองด้อยค่าทำไมล่ะ จุนโนะ....ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นก็ตาม
อย่าแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่า เราหมดท่าแล้ว....สู้ๆ สู้นะจุนโนะ กัมบัตเตะน้าา....นายเคยสู้มาตลอดนี่นา...ทำไมปล่อยให้หัวใจที่อ่อนแอมาครอบคลุมสติได้ล่ะ
...พี่ไม่เห็นด้วยนะที่นายอกหักแล้วจะมาแก้ผ้าถ่ายรูป ...และอีกอย่างนายเองก็เคยหัวเราะเยาะพวกที่ทำแบบนี้อยู่ไม่ใช่เหรอ...จะกลืนคำพูดตัวเองหรือไงกัน...ไปคิดดูให้ดี....
จุนโนะนิ่งฟังเงียบ นัยน์ตาตก ไม่ปฏิเสธหรอกว่า ผู้จัดการคนนี้พูดถูกทุกอย่าง....
แต่ว่า...มันเสียใจนี่นา....
จุนโนะ....วันนี้ไปนอนบ้านพี่นะ...อย่าเพิ่งกลับบ้านเลย...พี่ไม่อยากให้นายอยู่คนเดียวตอนนี้...
ยาระดึงแขนจุนโนะขึ้น เขาเองก็กำลังจะกลับเหมือนกัน เอาตัวเจ้านายแบบรูปงามคนนี้ไปสงบสติอารมณ์ด้วยก็ถ้าจะดี
ถ้าขึนปล่อยให้จุนโนะคลาดสายตามีหวัง นายคนนี้คงจะแอบไปติดต่องานถ่ายนู้ดเองแน่ๆ....
ผมอยากอยู่คนเดียวมากกว่า จุนโนะขืนตัวไว้ ไม่ยอมเดินตามยาระ แต่ผู้จัดการก็ดึงตัวไปจนได้
แล้วพี่ยูกิล่ะ?
ช่างเขาเหอะ...
ให้ผมไปนอนด้วย แล้วพี่ยาระกับพี่ยูกิจะ....
นี่ไอ้หนู ฉันอยู่ของฉันคนเดียว นานๆ ทีหรอกที่ยูกิจะมาค้างด้วย และฉันก็ไม่ใช่คนประเภทห่างแฟนไม่ได้หรอกน่า...แค่นี้ไม่ตายหรอกวะ
ยาระยีหัวจุนโนะแรงๆ
ก็ดีเหมือนกัน...ขอพักให้สบายใจสักคืนสองคืนนะฮะ...ผมไม่อยากกลับไปเจอสภาพเดิมๆ
ที่ห้องเลย..เรื่องเก่าก็ยังทำใจไม่ได้ นี่มาเจอเรื่องใหม่อีกแล้ว.....ผมว่าผมยกจินให้โทโมะไปเลยดีมั้ย...?
จุนโนะเริ่มปลงตก แต่ยาระกลับหัวเราะ พลางส่ายหน้า
ไม่ดีแน่....สู้ซิ...เอาคนของเราคืนมาให้ได้...ตีหมอนั่นให้กระจุยไปเลย...
ยาระพูดจบก็ยกมือจุนโนะให้สู้ๆ แต่สีหน้าของเด็กหนุ่มไม่มีแววว่าอยากจะสู้เลยนี่ซิ....ทำให้คนคอยให้กำลังใจชักจะนึกห่วง....
...หรือว่าจุนโนะหมดกำลังใจสู้เสียแล้วล่ะนี่......
************************