NeVer Let YOU Go.......Vol 19

 

******************************

เมื่อหายจากอาการงง จุนโนะก็ถลันพรวดเดียวมาถึงเตียง
“นี่มันอะไรกัน??!!”
เขากระชากร่างโทโมฮิสะให้ลุกขึ้น และนั่นก็ทำให้ผ้าห่มที่คลุมกายอยู่หลุดร่วง

จุนโนะอ้าปากค้างเมื่อเห็นเรือนร่างเปล่าเปลือยของคนตรงหน้า เมื่อโทโมะเปลือยงั้นอีกคนหนึ่งล่ะ.....
เขารีบหันขวับมาที่เตียง จินยังนอนหลับเฉย ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นแต่อย่างใด และข้อสำคัญร่างของจินนั้นเองก็เปลือยเปล่าด้วยเช่นกัน
ความโกรธแล่นขึ้นริ้วๆ จุนโนะอยากจะกรีดร้องเมื่อเห็นภาพบาดตานั่น


นี่มันเรื่องอะไรกันนี่.....จินกับโทโมะ....
กระทำการบัดสีที่ห้องและเตียงของเขาด้วย...


จิน....ทำไมนอนกับไอ้หน้าหวานคนนี้ได้ เขาไม่อยู่ไม่กี่วัน...ทำไมจินถึงทำแบบนี้
จุนโนะกล้ำกลืนก้อนแข็งๆ ขมๆ ที่วิ่งมาจุกลำคออย่างยากลำบาก ...หัวใจของเขาสั่นระรัว..


....จะเป็นไปได้อย่างไรกันนี่..... จินกับโทโมะ....
....ฮึ!!...ในที่สุด เจ้าหนุ่มหน้าด้านคนนี้ก็ทำสำเร็จ ....แย่งจินไปจากเขาจนได้ นี่เขาต้องทนกล้ำกลืนยืนดูโทโมะแย่งคนรักอีกหรือนี่...


ใบหน้าที่ยิ้มเยาะหยันเขาอยู่นั้น ทำให้จุนโนะอารมณ์ขาดผึง เขาชกหน้าโทโมะอย่างแรง จนร่างเล็กปลิวผวาไปปะทะกับผนังห้อง เลือดสดๆ ไหลปรี่ที่มุมปาก
“นายต่อยฉัน!!” โทโมะร้องลั่น คลำน้ำแดงข้นเหนียวที่เลอะมุมปาก พอก้มลงมองดูมือของตัวเอง ก็แหกปากร้องลั่น
“เลือด!! ไอ้จุนโนะ...แก...ต่อยฉัน!!”
“เออ...ฉันจะฆ่านายเสียด้วยซ้ำ ที่กล้าดีมาเหยียบห้องฉัน และ...และ....ทำ...ทำกับจิน....” จุนโนะชี้มือไปที่ร่างของจิน โทโมะปรายตามองตาม เห็นจินพลิกกายสองสามทีก็หันร่างเปลือยไปทางอื่น ดูท่าจะยังไม่ฟื้น
“ออกไปเดี๋ยวนี้นะ....ไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้!! ไอ้หน้าด้าน!!” จุนโนะผลักโทโมะไปที่ประตู ใบหน้าแดงก่ำเพราะความโกรธเกรี้ยว แต่อีกฝ่ายฝืนตัวเอาไว้
“จะไล่กันง่ายๆ หรือไง...ทำไมไม่ปลุกพ่อยอดชู้ของพวกเรามาคุยกันหน่อยปะไร?” โทโมะลอยหน้าพูด พลางใช้หลังมือเช็ดที่มุมปาก
“ยอดชู้ของพวกเรา...เชอะ...อย่ารวมเอาฉันเป็นพวกเดียวกับนาย....!!”
“ใจเย็นๆ น่า...ไหนๆ เราก็ดองกันหลายทอดแล้ว มาสามัคคีกันดีกว่า...เอางี้ปลุกจินมาคุยด้วย แบ่งวันกันไปเลย เอามั้ย?” โทโมะลอยหน้าเฉิบๆ ออกความเห็น แต่จุนโนะไม่อยู่ในอารมณ์ร่วมด้วย เขากัดปากจนแทบจะห้อเลือด
นายคนนี้จงใจยั่วอารมณ์โกรธเขา...และเขาก็ตกอยู่ในความโกรธนั่นอยู่แล้ว จุนโนะสะบัดหน้าไปทางอื่น
“ฉันจะคุยกับเขาเอง ...นายไม่ต้องมายุ่ง นี่ห้องฉัน นายไม่มีสิทธิมาเหยียบย่ำถึงที่นี่...ไป!! ออกไป๊!!”
“เฮอะ....ฉันก็ไม่อยากมาร้อก...ก็แฟนนายชวนฉันมาเอง ช่วยไม่ได้....” ร่างเล็กยักไหล่อย่างไม่แคร์ เขาเดินช้าๆ ไปหยิบเสื้อผ้ามาใส่ ไม่อายเลยสักนิดว่าจะอวดร่างเปลือยของตัวเองให้บุคคลอื่นเห็นอย่างไรบ้าง


“หน้าด้าน!!” จุนโนะว่า แล้วหันขวับมาที่คนนอนหลับไม่รู้เรื่องที่เตียง ได้กลิ่นเหล้าระเหยออกมาจากร่างนั้น เขามองหน้าโทโมะแล้วก็ยืนขึ้นเต็มตัว
“นายเลวมากเลยนะ โทโมฮิสะ นายมอมเหล้าเขา....”
“ใครว่า?? นายนั่นเขาเต็มใจดวดกับฉันเอง พอเมาได้ที่ก็ชวนฉันมาต่อที่นี่...คิก...คิก....ลีลาหมอนี่ไม่เลวเลยนะ มิน่านายถึงติดใจ...”
“บ้า!! ฉันไม่เชื่อ!!” จุนโนะตะโกนลั่นห้อง มือกำหมัดแน่น พยายามกลั้นน้ำตาแห่งความเสียใจที่เริ่มรื้นมาออกันที่ขอบตา


....ไม่ได้นะ...เขาจะให้นายคนนี้เห็นน้ำตาเขาไม่ได้เด็ดขาด.....


....น้ำตาของเขา คือความพอใจของเจ้าหมอนี่.....


“ทำไม?....ฉันไปทำอะไรให้นายโทโมะ ทำไมนายถึงได้จ้องจะจองเวรฉันถึงขนาดนี้...”
“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก ...แค่อยากจะลองนอนกับอะกานิชิ จินดู ก็เท่านั้น....” โทโมะพูด เขาหยุดอยู่เบื้องหน้าจุนโนะ มองหน้าซีดสลดนั้นอย่างสะใจ แล้วก็พูดต่อ
“ยังจำไม่ลืมหรอกนะ ว่านายเคยทำให้ยูอิจิหลงจนหัวปักหัวปำ ....และยังจะตบฉันที่ที่ทำงานของยูอิจิอีก บอกตรงๆ ก็ได้นะ จุนโนะสุเกะ ....ฉันเกลียดไอ้หน้าหยิ่งๆ ของนาย...คราวนี้จะได้รู้กันซะทีว่า อย่าริมาเล่นกับคนอย่างโทโมะ”

.......พลั่ก!!!........

หมัดที่กำแน่นของจุนโนะซัดไปอีกเปรี้ยงที่โหนกแก้มของโทโมะ
“ไอ้!!”
โทโมะผวาเข้าหา เตรียมเงื้อกำปั้นบ้าง แต่จุนโนะหลบทัน เขาผลักโทโมะจนล้มลงทับร่างของจินที่นอนอยู่ ยังผลให้คนที่นอนรู้สึกตัว
“หือ??....”
“ตื่นได้แล้ว....อะกานิชิ จิน!!” จุนโนะตะโกนอยู่กลางห้อง
จุนโนะกลับมาแล้วเหรอ???” จินงัวเงียลุกขึ้นนั่ง ยังคงรู้สึกมึนหัวตึบ ...เขาขยี้ตาตัวเองไปมา เห็นจุนโนะยืนเท้าเอวอยู่เบื้องหน้า และที่นอนกองอยู่ข้างๆ ก็เป็นร่างของใครคนหนึ่ง ...ที่เขาไม่อยากจะพบจะเจอ
“อะไรกันเนี่ย?” จินเกือบจะตาสว่าง เขามองโทโมะที่หน้าตามีรอยเขียวจากกำปั้น และรู้สึกสับสนว่านายคนนี้มาอยู่ที่ห้องเขาได้อย่างไร และกลับมามองจุนโนะที่ยืนหน้าถมึงทึงอยู่หน้าเตียงก็ตาสว่างทันที
“ดูสารรูปซะก่อนจะลุก...”
“จุนโนะ!!” จินยังงุนงง แต่เมื่อก้มลงมองร่างเปลือยของตัวเองเขาก็อุทานออกมา รีบคว้าผ้าห่มมาคลุมท่อนล่างของตัวเองไว้
“นายนี่มันเลวกว่าที่ฉันคิดอีกนะ อะกานิชิ.....ทั้งนายและก็นาย....” จุนโนะชี้ไปที่จินและโทโมะ เขากลั้นหายใจราวกับจะสะกดเสียงที่สั่นเครือ
“นายสองคนออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!!”

“ห่ะ....!!” เสื้อผ้าของจินที่ถูกโทโมะถอดกองไว้ปลายเตียงเมื่อคืน ถูกจับยัดใส่ร่างแทบไม่ทัน
“มะ...หมายความว่าไงเนี่ย??” จินถามโทโมะเสียงเขียว แต่คนฟังกลับยิ้มหน้าระรื่น
“จุนโนะเขาจับได้ ว่าเราสองคนมีอะไรกัน...”
“บ้า!! ไม่จริง!! เป็นไปไม่ได้...นายมาอยู่ที่นี่ได้ไง?”
“ก็นายชวนฉันมานอนด้วย”
“โกหก!! ฉันกินเหล้ากับพี่ยูต่างหาก....นายโกหก..ใช่มั้ยโทโมะ??” จินจับไหล่บอบบางของเด็กหนุ่มเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอน แต่โทโมะกลับหัวเราะร่วนใส่หน้า เขาคล้องแขนรอบคอของจิน และโดยที่ไม่มีใครคาดคิด ริมฝีปากอิ่มเต็มยื่นมาจุ๊บปากของจินเต็มๆ
“มอร์นิ่ง คิส ฮะ...คุณสามี...”
จุนโนะสะบัดหน้าไปทางอื่นทันที หัวใจเจ็บช้ำไปหมดแล้ว ถ้าโทโมะยังไม่รีบออกไปมีหวังเขาคงจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เป็นแน่
“บ้า!! ปล่อยฉันนะ!!” จินผลักโทโมะออกห่าง แล้วก็ตะคอกซ้ำ
“บอกมาให้หมด ว่านายทำอะไรฉัน??”
โทโมะยักไหล่ ฉุดแขนจินไว้ แต่ชายหนุ่มกลับสะบัดออก
“ไม่มีอะไรก็แค่มีความสุขด้วยกัน ...ว่าแต่...แฟนนายต่อยฉัน....นายจะว่ายังไง...” โทโมะถาม
จินยิ้มเหี้ยมเกรียม และก็พูดรอดไรฟันว่า
“ถ้านายยังไม่ออกไป ฉันจะต่อยนายเอง เอาอีกสักหมัดหนึ่งมั้ย......ไปได้แล้ว นายก่อเรื่องเด็ดร้อนมาพอแล้ว...ออกไป!!” จินผลักโทโมะไปจนถึงประตู เขาทำทำจะเงื้อหมัดจริงๆ โทโมะรีบเผ่นออกนอกห้องแทบไม่ทัน แต่กระนั้น ก็ยังส่งเสียงหัวเราะเยาะหยันลอยลมมาให้ได้ยิน......

“แก้ตัวให้ดีๆ ล่ะ อย่าฆ่ากันตายน้าาา....ไปล่ะ....”

เมื่อเสียงปิดประตูดังขึ้นจากด้านนอก ร่างสูงของจินก็เดินไปหาจุนโนะที่ยืนหันหลังให้เขา... ผนังกระจกเบื้องหน้าของจุนโนะนั่นต่างหากที่เด็กหนุ่มสนใจจะมอง
“จุนโนะ....” จินแตะไหล่บอบบางของจุนโนะ แต่อีกฝ่ายกลับขยับหนีจนร่างแทบจะชิดผนัง นี่ถ้าไม่ใช่ผนังกระจก เขาคงจะกระโดดลงไปเดี๋ยวนี้แล้ว
“ฉันไม่รู้เรื่องเลยนะ ....เมา...แล้วก็ไม่รู้สึกตัวเลย...ไม่ได้ชวนใครมาที่นี่ทั้งนั้น....” จินพยายามชี้แจง แต่อีกฝ่ายยกมือขึ้นห้าม
“อย่าแก้ตัว....ฟังไม่ขึ้นหรอก....ในที่สุด นายกับยูอิจิก็ไม่ต่างกันเลย....มักมาก....พอฉันไม่อยู่ นายก็....”
“ไม่จริงจุนโนะ....ฟังฉันก่อน...ฉันเมาจริงๆ” จินแตะแขนของจุนโนะ แต่พอปลายนิ้วมือของเขาสัมผัสกับผิวอันเย็นเฉียบของเด็กหนุ่ม จุนโนะก็ผงะออก ราวกับจินเป็นอะไรที่น่าขยะแขยงเหลือเกิน
จินลูบหน้าของตัวเอง ราวกับจะไล่ความมึนเมาให้จางหาย .....สายตาของคนรักมองฝ่ากระจกอันเย็นเฉียบออกไปด้านนอก ไม่เหลือบแล มามองเขาเลยสักนิด


....นี่เขาทำอะไรผิดร้ายแรงจนไม่น่าให้อภัยอย่างนั้นเชียวหรือ?....


....เขาจำไม่ได้ว่า ได้ทำเรื่องที่น่าอายแบบนั้นกับโทโมฮิสะ....ถ้าเขาทำ เขาต้องจำได้บ้าง...แต่นี่....ไม่มีอะไรอย่างว่าผ่านแว่บเข้ามาในสมองเลย....

จากใบหน้าที่หันข้างให้เขา จินเห็นน้ำตาใสๆ หยดหนึ่งกลิ้งลงมาจากดวงตาคู่สวย ....จากนั้นอีกหลายหยดของน้ำแห่งความเสียใจนั้นก็ไหลพร่างพรูออกมา...


...จุนโนะร้องไห้.....

...คราวนี้เป็นเขา ที่ทำให้คนๆ นี้เสียใจ


“จุนโนะ.....” จินครางออกมา อยากจะให้จุนโนะซบหน้ากับไหล่และร้องไห้ให้หนำใจ แต่เด็กหนุ่มกลับเลือกที่จะซบหน้าแนบกับผนังกระจก และสะอื้นออกมาอย่างแรง
“นาย....นายทำ....อย่างนี้...ได้อย่างไร....นายทำได้อย่างไร?...” เสียงจุนโนะสั่นและกระท่อนกระแท่น ร่างบางทรุดลงไปกองกับพื้นพรม ซบหน้ากับหัวเข่าของตัวเอง แม้ว่าจินจะนั่งลงเคียงข้าง อยากจะอธิบายแต่ว่า ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้เหตุการณ์ที่แท้จริงเลย ....เท่าที่ทำได้ ก็ได้แต่นั่งมองจุนโนะร้องไห้....ทำตาปริบๆ พร้อมเสมอที่จะให้จุนโนะลงฑัณท์....
เสียงสะอื้นไห้ของจุนโนะค่อยเบาลง และเมื่อนั้นร่างบางก็เงยหน้าขึ้นมา
“นายกลับไปเถอะ...”
“ไม่!! ...” จินส่ายหน้าแรงๆ
“ฉันบอกให้กลับไปซะ!!”
“ฟังนะจุนโนะ...ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่า โทโมะมาอยู่นี่ได้ยังไง....ฉันไม่คิดจะนอกใจนายจริงๆ ฉันรักนายแค่ไหน นายก็รู้....ฉันไม่มีวันทำเรื่องแบบนั้นเด็ดขาด...จุนโนะเชื่อฉันซิ....” จินชี้แจง รู้สึกดีใจที่จุนโนะนิ่งฟังเขาเฉย แต่ว่าเมื่อใบหน้าที่นองน้ำตานั้นหันมามองช้าๆ จินก็ใจหายวาบ...เพราะแววตานั้นมีแต่ความว่างเปล่า....มันแห้งผาก....ไม่มีชีวิตชีวาเช่นเคย
“นายอ้างว่าเมา...แล้วนายไปกินเหล้ากับเขาทำไม....เพียงแค่นี้นายก็นอกใจฉันแล้วล่ะ....นายอย่าพูดเลย ยิ่งพูดก็ยิ่งมัดตัวเอง ถ้านายไม่ไปกินเหล้ากับเขาแล้วมีหรือที่จะเมา และฉันก็เชื่อว่า คนอย่างนาย คงไม่มีใครจับเอาเหล้ากรอกปากหรอก...จินไปกับเขาเอง...ฮึก....ไปกับโทโมะลับหลังฉัน...ทำเหมือนกับที่ยูอิจิทำกับฉัน...ฮึก...”
“พี่ยู...ฉันกินเหล้ากับพี่ยู แล้วโทโมะก็อยู่ที่นั่นด้วย....ฉันไม่รู้ว่าฉันฟุบไปตอนไหน มารู้สึกตัวอีกทีก็...ตอนที่เห็นนายมาอยู่ในห้องแล้ว...”
“ฮึก....”จุนโนะฟุบหน้ากับเข่าของตัวเองอีกครั้ง น้ำตาร้อนๆ ออกมาคลอหน่วยอีกครั้ง
จินถอนใจเฮือก....เขาชันเข่ากับพื้น เหม่อมองออกไปยังท่าเรือที่เห็นอยู่เบื้องล่าง ได้ยินเสียงสะอื้นของร่างข้างๆ
เวลาเดินผ่านไปเนิ่นนาน ....นานจนจินอึดอัด...

แต่ว่า เมื่อสิ้นเสียงร้องไห้ จุนโนะก็ลุกพรวดพราดขึ้น ....เขาชี้ไปที่ประตูและก็หันมาบอกด้วยสีหน้าที่ปวดร้าวว่า
“นายกลับบ้านของนายไปซะ....ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย........เราคงสิ้นสุดกันเท่านี้...ฉันไม่ขอใช้ผู้ชายร่วมกับนายโทโมะอะไรนั่นหรอก...อะกานิชิ จิน...”
จินลุกขึ้นบ้าง เขาโผเข้ามากอดเอวบางนั้นไว้ แนบหน้ากับกลุ่มผมที่เปียกชื้น
“ไม่นะจุนโนะ....ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด นายเข้าใจผิด....ฉันไม่ต้องทบทวนให้เสียเวลา ยังไงๆ ฉันก็ไม่มีทางนอนกับโทโมะได้ นอกจากเขาจะสร้างเรื่องขึ้น....เข้าใจนะจุนโนะ ฉันมีนายคนเดียว คนเดียวมาตลอด ฉันน่ะ....รักใครไม่ได้อีกแล้ว...อย่าไล่ฉันไปเลย...ทนไม่ได้หรอกนะ ถ้าจะต้องเลิกกัน ฉันจะไปเคลียร์กับพี่ยูและโทโมะให้รู้เรื่อง รอก่อนนะจุนโนะ...อยาเพิ่งวู่วาม...”
“จิน....ฉันทำใจไม่ได้....ฉัน......”
“ขอร้องล่ะจุนโนะ.....”
“นายกลับไปก่อนเถอะ.....ฉันอยากอยู่คนเดียว.....” จุนโนะป้ายน้ำตาออก ดวงตาแดงช้ำไปหมด เขาปลดแขนจินออกจากร่าง เดินไปเก็บกระเป๋าที่ทิ้งไว้หน้าประตูห้อง จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนั่งที่เตียงอย่างอ่อนระโหย ไม่ได้เหลือบแลมาทางคนที่ยืนทื่ออยู่กลางห้องเลยสักนิด

จุนโนะสุเกะคว้าหมอนหนุนมากอดไว้ ทำท่าจะซุกหน้าซบกับหมอน แต่เหมือนจะคิดได้ว่า ก็หมอนใบนี้นายโทโมฮิสะได้ใช้มันร่วมเรียงเคียงหลับกับจินเมื่อคืนนี้นี่นา....พอนึกได้แล้วก็ขว้างหมอนลงกับพื้น สีหน้าเริ่มบึ้งตึงขึ้นมาอีก เงยขึ้นมองจิน พูดเสียงเขียวว่า
“บอกให้ไปไง!!”
“จุนโนะ...”
“ออกไป!!” เด็กหนุ่มคว้าหมอนอีกใบที่จินนอน ปาไปที่ร่างของจิน แต่เมื่อเห็นจินยังยืนเฉย เขาก็ลุกขึ้น
“ถ้านายไม่ไป ...ฉันไปเอง....”
“ไม่ต้องหรอกจุนโนะ...จะไปเดี๋ยวนี้แหล่ะ....” จินขบริมฝีปากแน่น ดวงตาเริ่มแดงแล้วเหมือนกัน มองจุนโนะที่เมินใส่แล้วมันปวดหัวใจหนึบ ....ตอนนี้ยังทำอะไรไม่ได้ ชี้แจงไปแล้วแต่ก็เหมือนกับแก้ตัว...ก็เห็นตำตาออกอย่างนี้ จะให้เข้าใจเป็นอื่นก็คงจะยาก

จินจากมาด้วยอาการเบลอๆ ในความรู้สึก ไม่อยากออกมาในสภาพนี้เลย....ในที่สุดก็มีวันนี้ วันที่จะก้าวเดินออกจากใจของจุนโนะหรือ??....ไม่หรอก....ไม่ยอม เขารักจุนโนะ...รักมาก...แต่ว่าจุนโนะไม่ยอมฟังแบบนี้ เขาก็ต้องขอไปตั้งหลักก่อนล่ะ....และคนที่เขาจะไปหาก็คงไม่พ้น...ยูอิจิ ...

เมื่อจินกลับไปแล้ว จุนโนะก็วิ่งไปล็อคประตู ใส่กลอนและโซ่อย่างแน่นหนา ราวกับกลัวใครจะมาเคาะประตูหัวใจอีก เขาปิดหน้า รูดตัวกองอยู่กับพื้นห้อง น้ำตาใสๆ ไหลออกมาอีกแล้ว......เจ็บคราวนี้ทำไมมันรุนแรงกว่าที่รู้ว่ายูอิจินอกใจเสียอีก....ถ้าเขาต้องเสียอะกานิชิ จินไปล่ะ....จะทำอย่างไร


นึกสมเพชตัวเองยิ่งนัก ...ความรักครั้งใหม่กำลังไปได้สวยอยู่แล้วเชียว หัวใจดวงน้อยเริ่มเปิดรับผู้ชายคนนี้ แต่แล้วเขาก็ต้องพบกับความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีก.....โชคดีแค่ไหน...ที่ไม่ด่วนบอกรักจินเสียก่อน....
จุนโนะเงยหน้าแดงก่ำขึ้น มองไปรอบๆ ห้อง ...ทำไมล่ะ ทีเมื่อก่อนยังอยู่กันได้โดยไม่มีคนที่ชื่อจิน....แล้วทำไมจะลบผู้ชายคนนี้ออกไปจากใจไม่ได้....
“ใช่...เมื่อก่อนไม่เคยรู้จักกับนาย ฉันยังมีชีวิตอยู่ได้ แล้วทำไม....ฮึก.....ทำไมตอนนี้ฉันถึงได้อ่อนแอแบบนี้....ฉันจะลบนายออกจากความทรงจำให้ได้...อะกานิชิ จิน...” จุนโนะเผยอปากพูดกับตัวเอง ก่อนจะซบหน้าร้องไห้กับเข่าของตัวเองอีกครั้ง

******************************

วันนี้ยามะพีมีเรียนช่วงเช้า ดังนั้นคาซึยะจึงต้องอยู่ปรนนิบัติคุณปู่ยามะชิตะเพียงลำพัง ดวงหน้าสดใสของหนุ่มน้อยยามมีความรักทำให้ชายชราอดมองด้วยความชื่นชมไม่ได้ เห็นได้ชัดๆ เลยว่า คาซึยะอารมณ์ดีตลอดเวลา และสรรหาเรื่องตลกๆ มาเล่าให้คนแก่อย่างเขาฟัง และเรื่องส่วนมากจะเกี่ยวกับหลานชายคนโปรดเสียส่วนใหญ่
“คาซึจังสนิทกับเจ้าหนูพีมันมากน้อยแค่ไหนล่ะ?” คุณปู่ถามขึ้น ขณะที่คาซึยะเล่าให้เขาฟังเรื่องที่ยามะพีแอบไปฝึกทำลาซานญ่าเนื้อของโปรดของเขา ...คำถามนี้ทำให้หนุ่มน้อยสะดุ้งเล็กน้อย
“ก็สนิทง่ะครับ” คาซึยะตอบแล้วก็หลุบสายตาลง ไม่กล้าจ้องหน้าชายชรา
“สนิทกันแค่ไหน?” คุณปู่ถามอีก
“แค่.......เอ้อ....เคยเที่ยวด้วยกัน...ไปไหนด้วยกันบ่อยๆ ครับท่าน”
“แล้วชอบกันด้วยงั้นซิ”
เป็นคำถามที่ตรงเป้ามากเหลือเกิน คาซึยะตอบไม่ถูก เขาทำท่าอึกอักจนคุณยามะชิตะโบกมือไปมา
“บอกตามตรงซิ เป็นลูกผู้ชายก็บอกกันตรงๆ” เสียงราบเรียบนั้น ทำให้คาซึยะตัดสินใจบอก
“ครับ....เรา...เอ้อ.....รักกันครับ...”
“เฮ้อ.........อ...อ...อ......”


เสียงถอนหายใจยาวเหยียดออกมาจากปากของชายชรา ร่างผอมบางหงายหลังพิงกับเก้าอี้โยก นิ้วอันเหี่ยวย่นเคาะกับที่เท้าแขนเป็นจังหวะ แต่ไม่มีสิ่งใดเอื้อนเอ่ยออกมาจากปากของเขา
คาซึยะเหลือบตามองนายจ้าง เห็นสีหน้าเรียบเฉยนั้นแล้วก็ใจเสีย
“ผมขอโทษฮะ..”
“ขอโทษเรื่องอะไรหือ?”
“เรื่องที่รักกับหลานชายของท่าน...”
“ความรักน่ะ มันเกิดขึ้นได้ทุกจังหวะของช่วงเวลาแห่งชีวิต อยู่แต่ว่าจะเกิดขึ้นเวลาไหน ....ตอนนี้มันอาจจะเกิดกับเธอ แต่ว่ามันอาจจะไม่ถูกต้องนัก...อย่าลืมซิว่า หลานฉันน่ะมันผู้ชาย เธอก็ผู้ชาย....ไม่คิดหรือว่าสักวันหนึ่งก็ต้องแต่งงานมีลูกมีหลานสืบสกุล....คิดเรื่องนี้หรือเปล่า” คุณยามะชิตะค้อมตัวไปข้างหน้า จ้องชายหนุ่มเขม็ง เห็นหน้าซีดสลดของคาซึยะแสดงออกมาอย่างชัดเจน เด็กหนุ่มก้มหน้านิ่ง กัดริมฝีปากบางของตัวเองแน่น
“หือ??? ว่าไงคาซึยะ??”
“ไม่เคยคิดครับ...ถ้าคิดจะรักกับผู้ชายด้วยกัน ผมก็ไม่เคยคิดเรื่องนี้....รู้แต่ว่าผมรักคุณยามะพีเท่านั้น” คาซึยะเงยหน้าขึ้นตอบ ทำให้ชายชราตบบ่าของเขาเบาๆ
“ความรักน่ะมันทำให้ไม่คิดว่าอะไรถูก อะไรผิด....แต่ยามะจังน่ะ พ่อแม่เขาอาจจะไม่คิดอย่างเธอก็ได้ เขามีลูกชายสองคน แฝดคนพี่น่ะ ไม่ยอมให้ใครบงการชีวิตหรอก แม้แต่กับฉันซึ่งเป็นปู่แท้ๆ ยังไม่เคยโผล่หน้ามาเยี่ยม ....ส่วนยามะพีน่ะ เขาอ่อนโยน และเป็นความหวังของพ่อแม่ ....ถ้าพ่อเขารู้...ฉันก็ช่วยอะไรเธอสองคนไม่ได้...”
“ท่านไม่เห็นด้วย...หรือฮะ??”
“เปล่า....เพียงแต่ว่าให้เธอเอาไปคิดดู ว่าความรักของเธอน่ะ มันถูกต้องมั้ย?”
“..................” ไม่ตอบได้แต่พยักหน้างึกๆ ยอมรับความจริงทุกอย่าง
“ที่ฉันพูดทั้งหมดนี่...เคืองหรือเปล่า คาซึจัง...” คุณปู่ถาม ซึ่งคาซึยะก็ส่ายหน้าพลางฝืนยิ้มแห้งแล้งให้

..........................

เมื่อเห็นบรรยากาศมัวซัว คุณยามาชิตะจึงเอื้อมไปหยิบหนังสือเล่มโปรด แล้วให้เด็กหนุ่มอ่านให้ฟัง
สักพักการอ่านหนังสือก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงมือถือของคาซึยะ
“ขอโทษครับท่าน....”
“เชิญเถอะ...”

ในโทรศัพท์นั้น คาซึยะได้ยินเสียงจุนโนะสะอื้นออกมา จับใจความได้ว่า พี่ชายของเขาไม่สามารถจะอยู่ตามลำพังในห้องคนเดียวได้ในขณะนี้
“เกิดอะไรขึ้น???” เขาระล่ำระลักถาม
“พี่ไม่อยากอยู่คนเดียว...ฮึก...คาซึจัง....กลับ...กลับมาตอนนี้ได้มั้ยอ่ะ?”
“จุนโนะเกิดอะไรกับพี่นะ...บอกฉันซิ...”
“ฮึก...........กลับมานะ....กลับมาเหอะ....” จุนโนะยังอ้อนวอนน้องชายด้วยเสียงที่สั่นเครือ .....ทำให้คาซึยะต้องนั่งงงหลังจากที่จุนโนะตัดสายแล้ว... ด้วยความร้อนใจก็เลยขออนุญาตนายจ้างกลับบ้านเดี๋ยวนั้น....

******************************

หลังจากผลักประตูห้องของจุนโนะเข้าไป คาซึยะก็ต้องยืนอึ้ง เมื่อเห็นร่างโปร่งบางของพี่ชายนั่งกอดเข่าเจ่าจุก หันหลังให้ประตู ร่างกายมีเพียงแต่ผ้าคลุมอาบน้ำสีขาวอยู่ติดกายผืนเดียว เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาในห้อง จุนโนะหันมาช้าๆ ซึ่งใบหน้าซีดเซียวนั้นก็ทำให้คาซึยะตกใจ
“จุนโนะ!! นี่พี่ไปทำอะไรมา ทำไมมันถึงได้.......”
“ฮึก.....คาซึจัง........” จุนโนะกางแขนออกกว้าง รอจนร่างของน้องชายทรุดตัวลงนั่งใกล้ๆ เขาก็โผเข้าซบอกอุ่นๆ นั่น นิ่งเงียบ....ไม่มีน้ำตาไหลออกมาอีกแล้ว นอกจากแรงสะอื้นจนตัวโยน
“เกิดอะไรขึ้น....” เสียงเบาเหมือนเสียงกระซิบของคาซึยะถาม รู้สึกว่าจุนโนะจะโอบรัดเขาแน่นมากขึ้น ถ้อยคำต่างๆ ไหลพร่างพรูออกมาจากริมฝีปากบางแต่ไร้สีเลือดของจุนโนะสุเกะ
“ไอ้โทโมะอีกแล้วหรือ?!!” คาซึยะเข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟัน แค่ได้ยินชื่อนี้ก็ทำให้เขาเอือม แต่เมื่อมันเป็นคนที่ทำให้พี่ของเขาต้องช้ำชอกถึงสองครั้งสองครา

คาเมะก็อยากจะลุกแล่นไปกระแทกหน้าสวยที่เหมือนกับหน้าของคนรักของเขาซะนัก
“ใจเย็นๆ ก่อนจุนโนะ....จินน่ะเขาอาจจะเมาจนไม่รู้เรื่องก็ได้ ฉันเองก็...เอ้อ...เกือบโดนอะไรแบบนี้เหมือนกัน ...นี่...จุนโนะ....ฟังจินเขาบ้างซิ...นายนั่นน่ะ เขารักจุนโนะมากนะ คงไม่ทรยศแน่นอน...”
“นายมั่นใจจริงนะ”
“อาจจะเป็นเพราะ ฉันเคยรู้ฤทธิ์ของโทโมฮิสะมาบ้างแล้วก็ได้...หมอนี่ก็ชอบมาป้วนเปี้ยนกับฉันเหมือนกัน เคยยั่วสวาทมาแล้วด้วย แต่ว่านะ จุนโนะ พี่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของน้องชายของพี่ดีกว่า...ตอนนี้ก็นอนหลับพักใจก่อนเถอะ แล้วผมจะติดต่อกับจินอีกที”
“ไม่ง่ะ...อย่าติดต่อหาเขาเลย ฉันยังไม่อยากเห็นหน้าเขา มันเห็นภาพที่สองคนนอนอยู่ด้วยกันแล้วมันตำตา ถึงจินจะไม่ใช่คนผิด แต่ฉันก็ทำใจไม่ได้...”
“จุนโนะ....เพราะเหตุการณ์มันซ้ำซ้อนกับรายของยูอิจิใช่มั้ย?...จุนโนะเปิดใจให้กว้าง รับรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นน่ะ มันก็แค่ภาพลวงตาของโทโมะที่สร้างขึ้นก็เท่านั้นเอง....เชื่อซิ...จินไม่ทำอย่างนั้นจริงๆ หรอก”
“คาซึจัง.....”
“เย็นไว้พี่ชาย....” คาซึยะลูบหน้าลูบหลัง ฉุดพี่ชายที่ตอนนี้กำลังอ่อนแอเหลือขนาดมาที่เตียง ซึ่งจุนโนะก็ขืนตัวเอาไว้ บอกแต่เพียงว่า ไม่อาจนอนทับรอยที่นายโทโมะนั่นมานอนได้อีกแล้ว
“งั้นไปนอนที่ห้องผมก่อนก็ได้” คาซึยะประคองร่างบางออกไป จัดการให้พี่ชายนอนห่มผ้า

เสร็จเรียบร้อยก็หันมาจัดการกับเตียงของจุนโนะไปด้วย พลางก็นึกว่า เห็นทีเขาจะต้องทำอะไรกับโทโมะซะอย่างแล้ว เขาปล่อยให้หมอนี่เข้ามายุ่มย่ามกับครอบครัวเขามากเกินไปแล้ว....
สักครู่ เขาก็โผล่ไปดูจุนโนะ ก็เห็นว่าฝ่ายนั้นนอนหลับสนิทดีอยู่ เด็กหนุ่มหันมาทำอาหารอย่างง่ายๆ ทาน และเตรียมอุ่นให้จุนโนะด้วย เผื่อตื่นแล้วจะหิว

คาซึยะยืนพิงผนังห้อง คิดไปถึงจุนโนะ....พี่ชายคนเดียว ผู้ไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคในการมีชีวิตที่ดี ทั้งในเรื่องการงานหรือการดำเนินชีวิต ยากลำบากแค่ไหนก็ฟันฝ่ากันมาแล้ว จนมาถึงจุดนี้ จุนโนะผ่านเรื่องลำบากมามากมาย แต่เรื่องของความรัก พี่ชายของเขากลับอ่อนเยาว์อย่างไม่น่าเชื่อ หัวใจที่เข้มแข็งในด้านอื่น กลับอ่อนยวบเหลือเกินในเรื่องความรัก.........


......จุนโนะรักจิน.....


ข้อนี้ไม่ต้องถามไถ่ก็รู้ แสดงออกจนโจ่งแจ้งอย่างนั้น........


ความสัมพันธ์ของคนสองคนที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือน ทำให้จุนโนะไม่มีความเชื่อมั่นในรักของอะกานิชิ จิน

.....ความผิดหวังครั้งแรกทำให้พี่ของเขามองความรักในแง่ร้ายไปหมด......


........คาซึยะ...ระบายลมหายใจออกมา เขาคว้าโทรศัพท์มาต่อถึงใครบางคนที่เขาคิดว่า มีความมั่นคงในความรักให้อย่างเต็มล้นหัวใจ และใครคนนั้นก็ได้กรอกเสียงหวานผ่านมาทางมือถืออยู่ในขณะนี้
“คาซึจัง....อยู่ไหนน่ะ...”
“ยามะพี.....ตอนนี้ผมอยู่กับจุนโนะ ...เขามีปัญหานิดหน่อย...”
“เหรอ......พอจะช่วยอะไรได้บ้างมั้ยง่ะ?” น้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยของยามะพีทำให้เขานิ่งอึ้ง ทำไมผิดกับแฝดอีกคนอย่างมากมายขนาดนี้
เขาไม่ได้เล่าปัญหานี้ให้ยามะพีรับรู้ เพราะมันเกี่ยวกับพี่ชายของคนรักโดยตรง เขาเพียงแต่บอกว่า
“รักนะ....ยามะจัง ผมรักคุณเสมอ...”
“พ...พูดอะไรง่ะ คาซึยะ...” ยามะพีทำเสียงงง แต่ก็หัวเราะออกมา เสียงใสๆ นั้นทำให้คาซึยะอดยิ้มไม่ได้ เมื่อนึกไปถึงใบหน้างดงามของยามะ...
“ก็รักน่ะซิ...รักยามะพีมากที่สุด รู้มั้ย....”
“แล้วไง ฉันก็รักนาย...ทำไมง่ะ พูดรักกันตอนนี้...”
“ไม่รู้ซิ นึกอยากจะพูดขึ้นมา...ยามะจัง...คนเรารักกันก็ต้องเชื่อใจกันใช่มั้ย?”
“อือ...”
“ยามะต้องเชื่อใจผมนะ ว่าคาซึยะคนนี้รักยามะที่สุด”
“เอ๊....พูดอะไรให้เข้าใจยากอีกแล้วนะ ...นี่ อาจารย์เข้าห้องมาแล้ว ...ไว้พูดภาษารักกันตอนอื่นน้าาา....ขอเรียนก่อนล่ะ...คาซึจัง.......” เสียงของยามะพีเบาลง นึกภาพออกเลยว่า คนน่ารักของเขาคงจะเอามือป้องปากพูดใส่โทรศัพท์ว่า
“ฉันก็รักคาซึจัง...บายยย...”
ยามะพีกดโทรศัพท์ปิดไปแล้ว คาซึยะแหงนหน้าพิงศีรษะกับผนังห้อง ........คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนมาถึงจุนโนะสุเกะ...เขาจะดึงเอาอะกานิชิ จินกลับมาให้จุนโนะให้ได้ แม้ว่าจะต้องทำอะไรที่ฝืนใจตัวเองก็ตาม.............

**********************

ที่ตึก Local...


ยูอิจิกระแทกประตูห้องของโทโมะฮิสะให้เปิดออกด้วยแรงอารมณ์ พบร่างบอบบางของคนรัก นั่งไขว่ห้างจิบน้ำชายามบ่ายอยู่อย่างสบายอกสบายใจ เมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา โทโมะก็รีบวางถ้วยชาลง แล้วอ้าแขนออกกว้าง
“ยู...มาแล้วเหรอ”

ยูอิจิเดินใกล้เข้ามา แทนที่จะก้าวเข้าสู่อ้อมแขนนั้นเหมือนเคย แต่เขากลับสะบัดมือใส่ใบหน้านวลแจ่มนั้นอย่างแรง

.......เพี้ยะ.......

“โอ๊ย...ยู....ตบฉันทำไมง่ะ!!” โทโมะยกมือกุมแก้มของตัวเอง รู้สึกชาดิกและแสบคัน เขามองหน้ากราดเกรี้ยวของยูอิจิ แล้วก็พอจะเข้าใจอะไรลางๆ หมายความว่ายูอิจิรู้เรื่องทั้งหมดแล้วซิ
“อยากรู้ใช่มั้ยว่าฉันตบนายเพราะอะไร?” ยูอิจิกำผมของโทโมะเอาไว้ แล้วก็ดึงจนหนังศีรษะของโทโมะตึงเขม็ง
“ปล่อยนะ เจ็บนะ!!”
“รู้สึกเจ็บเหมือนกันหรือ....ฟังนะ....ที่ฉันปรนเปรอให้อยู่ทุกวันนี่มันไม่พอใช่มั้ย? ไม่หนำใจ ไม่สะใจใช่มั้ย? ถึงได้ไปยั่วแฟนคนอื่นเขาน่ะ!!” ยูอิจิตะโกนใส่หน้า จนหูของโทโมะแทบชาไม่แพ้ใบหน้า
“หยุดพูดไปเลย...ฉันเบื่อนายเต็มทนแล้วนะ...วันๆ ก็เอาแต่ประชุม ...พออยากก็มาหา...ทำเหมือนฉันเป็นผู้ชายขายตัว...นึกจะเอาก็เอา นึกจะไปก็ไป ทีนายไปฝรั่งเศสก็ไม่เอาฉันไปด้วย ...ฉันก็เลย......หึ...หึ ...แค่ญาตินายเอง จินน่ะ อยากรู้ว่ามีลีลาเด็ดเหมือนกันหรือเปล่า.....” โทโมะหัวเราะหยันใส่หน้าของชายหนุ่ม
“โทโมะ นายมันบ้า....เข้าขั้นบ้า....จำเอาไว้นะว่าอย่ายุ่งกับจินอีก....เขาไม่คู่ควรกับนาย...” ยูอิจิจิ้มหน้าผากโทโมะอย่างแรง จนอีกฝ่ายหน้ามุ่ย ผลักมือชายหนุ่มออก
“อย่ามาสั่งให้ฉันทำโน่นทำนี่...นายเองก็เถอะ รู้ได้ไงว่าทำให้ฉันถึงใจหรือเปล่า....เชอะ... นายเองก็นอนกับคนอื่นเหมือน
กัน อย่านึกว่าฉันไม่รู้นะ....ที่ฝรั่งเศสนั่นน่ะ ติดใจมันคนไหนล่ะ ไอ้หนุ่มหัวทองนั่นมันคงบริการจนชุ่มปอดล่ะซิ ถึงได้ไม่ยอมกลับมาซะที”
“ฉันไม่เคยนอนกับใคร....ไม่มีไอ้หนุ่มผมทองที่ไหนทั้งนั้น!! โธ่เว้ย...ฉันไปทำงาน...ไปประชุม...ประชุม!! เข้าใจมั้ยหา!! เฮอะ หวังว่ากลับมาจะนอนกอดคนรักให้ชื่นใจ ที่ไหนได้ ดันมาถูกมอมเหล้า แล้วนายก็ชิ่งพาน้องฉันเชิดไป จนแฟนเขาเข้าใจผิดน่ะ นึกดู เอาสมองอันน้อยนิดของนายคิดดู ว่าทำแบบนี้ถูกแล้วหรือ? โทโมะฉันจะให้โอกาสนายอีกครั้ง ทำตัวเสียใหม่ ไปขอโทษจุนโนะเขาซะ ถ้าไม่งั้นเห็นดีแน่...”
“หยุดนะ ยูอิจิ!! ฮึ..ที่แท้ที่โกรธฉันนี่เพราะฉันไปทำให้สุดที่รักเก่านายขุ่นเคืองใจใช่มั้ยล่ะ? นี่คงมาฟ้องล่ะซิ ไอ้หมอนั่นน่ะ ยังรักมันอยู่ใช่มั้ยล่ะ....เชอะ รักมันนักก็กลับไปหามันซิ...แต่อย่ามาบอกให้ฉันไปขอโทษ ...เสียใจ..โทโมะคนนี้ไม่ขอทำ...”
“โทโมะ!!”
“อย่ามาขึ้นเสียงเรียกฉันแบบนั้นนะ ...ออกไปได้แล้วไป...ถ้ามาเพราะจะมาพูดเรื่องนี้ ฉันก็ไม่มีอะไรฟัง และจะไม่ไปขอโทษ ไอ้มนุษย์หน้าไหนทั้งนั้น...!! ไปไป๊!! รำคาญ!!”
“จำไว้นะ โทโมะ..อย่าก่อเรื่องเดือดร้อนอีก...จำไว้!!” ยูอิจิยกมือชี้หน้า

เขาปรายตามองร่างที่นั่งไม่เดือดร้อนตรงหน้าอย่างชั่งใจ ....นี่เขาหลงรักคนนี้อยู่ไม่ใช่หรือ...โทโมะช่างออดอ้อน ฉอเลาะจนเขาหลงหัวปักหัวปำ จนทำให้บอกเลิกจุนโนะนั้น หายไปไหน....โทโมะคนเก่าหายไปไหน....หรือนั่นเพราะธาตุแท้ของคนๆ นี้ยังไม่ออกมาให้เห็น....ยูอิจิกลับออกไปจากคอนโดแห่งนั้นด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว


จากคำบอกเล่าของจิน ทำให้เขาปักใจเชื่อว่าน้องชายพูดจริง....จินไม่เคยมีความลับกับเขา และจินก็พูดความจริงเสมอมา เขาทนมองสีหน้ากลัดกลุ้มของญาติผู้น้องคนนี้ไม่ได้หรอก

....ความทุกข์เกิดขึ้นเมื่อคนรักไม่เข้าใจ...จินหลงรักจุนโนะสุเกะจนหมดหัวใจ....และยูอิจิก็พอจะนึกออกว่า ตอนจุนโนะงอนสุดๆ น่ะเป็นอย่างไร....
และอีกอย่างที่เขาค่อนข้างแน่ใจนั่นก็คือ

...นายแบบคนสวยของเขาก็รักจินไม้แพ้กัน.....


...ก็ทีเขาหักอกจุนโนะ รายนั้นน่ะยังไม่แสดงออกถึงขนาดนี้เลยนี่นา.......


เขาปลอบใจจินว่า
“กลับไปทำงานก่อนเถอะ...รอเวลาสักพัก จุนโนะคงคิดทบทวนได้ แล้วก็จะมาหานายเอง...ทางที่ดีตอนนี้ขอให้อยู่ห่างโทโมะไว้ก่อนก็แล้วกัน...พี่อยู่ทางนี้จะช่วยอบรมหมอนั่นให้เอง...” และหมอนั่นที่เขามาอบรมในวันนี้ ก็กลับทำท่าเย่อหยิ่งและไม่แคร์ใครอีกด้วย...เห็นทีคงต้องเข้าคอร์ส อบรมโทโมะกันอีกนาน....

*****************************

to be continue

comment ที่นี่ก็ได้จ๊ะ

Hosted by www.Geocities.ws

1