
Never Let YOU Go...11
++++++++++++++++++++++++++++++
Vol 11
**************************
จินก้มหน้ามองตักของตัวเอง มองมือของจุนโนะที่ยังอยู่ในอุ้งมือของเขา
แต่เหงื่อชื้นๆ กำลังไหลออกมาจากอุ้งมือไม่ขาด
หือ? ว่าไง นายติดหนี้ยูอิจิเท่าไร? จุนโนะพยายามมองหน้าจินที่เอาแต่ก้มนิ่ง
ทำไม....ทำไมถามฉันอย่างนั้นล่ะ? จุนโนะ จินเอ่ยถามเสียงแผ่ว แทบจะขาดใจ
ก็มันสงสัยนี่นา นอนคิดตลอดคืน ว่าการที่ใครสักคนเอาตัวเข้ามาพัวพันกับคนที่ไม่รู้จัก
โดยไม่มีข้อตกลงน่ะ มันคงเป็นไปไม่ได้แน่ แล้วที่ฉันเชื่อก็คิดว่าคงจะจริง ใช่มั้ย?
จิน ถ้าจะคบกันก็อย่าปิดบังอะไรอีกเลย... เด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ไม่มีวี่แววของการโกรธขึ้งแต่อย่างใด
ฉันจำเป็นต้องใช้เงิน.... ในที่สุดจินก็สารภาพ
จุนโนะนึกแปลกใจ ทำไมคนมีฐานะอย่างจินต้องเอาเงินของยูอิจิมาใช้ด้วย
จำเป็นเหรอ?
ฮื่อ....ตอนนี้ฉัน.......เอ้อ...........มีโรงต่อเรือเล็กอยู่ แล้วก็จำเป็นต้องใช้เงินมาก
พี่ยูก็เลยออกปากจะช่วย พอดีเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน ฉันก็เลยรับอาสา ขณะพูดจินก้มหน้าตลอด
ไม่กล้าสบตาของจุนโนะหรอก.....
....ไม่อยากจะปิดบังเรื่องทั้งหมด แต่เรื่องการพนันนี่ซิ จะให้บอกยังไง ....เขาเอง...ณ เวลานี้ก็ไม่อยากให้จุนโนะเกลียดเขา เรื่องเป็นหนี้นี่ก็เหมือนกัน ไม่รู้ว่าจุนโนะจะรับได้หรือเปล่าด้วย
เขาเงยหน้ามองร่างบางที่นั่งเงียบกริบ มีแต่ทรวงอกสะท้อนขึ้นลงเท่านั้นที่บอกว่า
จุนโนะยังมีเลือดเนื้ออยู่ เด็กหนุ่มขยับตัวนั่งพิงพนักโซฟา ถอนหายใจยาวเหยียด
จินรู้สึกว่าจุนโนะบีบมือของเขาแน่นกระชับ
เท่าไรอ่ะ? จุนโนะถาม
เจ็ดล้าน...
เจ็ดล้าน!!! จุนโนะอุทานเสียงแหลม
ฮื่อ..... ชายหนุ่มพยักหน้างึกๆ
จำนวนไม่ใช่น้อยเลยนะ
แต่พี่ยูไม่เอาคืนหรอก ให้ฟรีๆ จินว่า
ใครเขาจะให้นายฟรีๆ นอกจากเขาจะใช้ให้นายเขี่ยฉันออกไปจากชีวิตของเขา... ฮึ!!
จุนโนะทำปากยื่น นัยน์ตาคว่ำ
เป็นอันว่า เขาจ้างนายเจ็ดล้านให้มากำจัดฉัน แล้วที่นายขอคบกับฉันนี่ก็คงจะเกินค่าจ้างเขาละมัง....ยูอิจิก็คงจะเพิ่มเงินให้นายอีกแน่ๆ
หวังอย่างนั้นใช่มั้ย? จิน จุนโนะเอ่ยเสียงสั่น ความผิดหวังพัดวูบเข้ามากระทบกับจิตใจ
....จะมีใครจริงใจกับเขาบ้างนะ..........
จินดึงร่างโปร่งมากอด เขาปล่อยให้ศีรษะได้รูปสวยซบนิ่งกับไหล่ของเขา
ขณะงึมงำว่า
มันไม่ใช่เรื่องเงินหรอก จุนโนะ ฉันชอบนาย...อยากเป็นแฟน เป็นคนรัก ไม่ใช่เรื่องเงินอะไรทั้งนั้น
เชื่อฉันซิ ขอให้เชื่อฉันสักเรื่องหนึ่งเถอะ...
.......................
จุนโนะ......เชื่อฉันนะ... จินเชยคางมนของหนุ่มน้อยในอ้อมแขน มองลึกเข้าไปในดวงตาที่แวววาวประดุจดวงดาวที่ส่องแสงมาให้เขาชื่นใจ
จุนโนะหลุบเปลือกตาลง ใบหน้ายังไม่คลายจากอาการขึงเครียด จินหอมแก้มใสแรงๆ แล้วก็พูดว่า
ฉันชอบนาย...จุนโนะสุเกะ
แต่ฉันยังไม่...เอ้อ....ยังไม่......... จุนโนะอึกอัก จนชายหนุ่มต้องแตะนิ้วชี้ที่ริมฝีปากบาง
ยังไม่ต้องฝืนชอบฉันตอนนี้ก็ได้ แต่ถ้านายยังว่าง....ยังไม่ได้รักใคร ฉันก็ขออยู่ข้างนาย
จะได้ไหมจุนโนะ?
นายไม่รำคาญฉันหรือ...? จุนโนะถาม
จินส่ายหน้า อมยิ้มน้อยๆ เขาโอบรอบบ่าของเด็กหนุ่ม ศีรษะอิงแอบแนบชิด เสียงกระซิบพร่าดังอยู่ริมหู
ฉันจะรำคาญคนที่ฉันชอบได้ยังไง
ถ้าสักวันหนึ่ง ....ความสัมพันธ์ของเราต้องจบลง ....ฉันคงไม่อยากเจ็บอีก....ถ้านายไม่แน่ใจในตัวเอง
เราก็จบลงแค่นี้ดีกว่า... จุนโนะชั่งใจพูด แม้ว่าฟังดูแล้วจะออกเป็นการโหดร้ายไปสักหน่อย
แต่กระนั้นจินก็ยังส่ายหน้า ยืนกรานความตั้งใจเดิม
ถ้าเราจะเลิกกัน ฉันจะให้นายเป็นคนบอก สำหรับฉันน่ะ ไม่มีวันตัดนายได้หรอก จุนโนะ
ดูจะแน่ใจเหลือเกินนะ
แน่นอน...ฉันอาจจะไม่ใช่คนดีนัก แต่ส่วนดีของฉันก็คือ การได้ชอบนาย จินพูดพร้อมกับก้มหน้าลงมา
ริมฝีปากอุ่นระอุประทับแนบสนิทกับกลีบปากนิ่มนวล มันคือจุมพิตที่อ่อนโยนจนจุนโนะเองยังต้องโอบรอบบ่าแข็งแรงของจิน
ยินยอมรับรสสัมผัสอันหวานล้ำนั้นอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้..................
***********************************
ในที่สุด........
วันที่จุนโนะต้องผ่าเฝือกก็มาถึง จินมารับไปโรงพยาบาลแต่เช้า โดยมีคาซึยะไปเป็นเพื่อนด้วย
ระหว่างทางเข้าห้องผ่าเฝือก จุนโนะนั่งรถเข็นที่ทางโรงพยาบาลนำมาบริการ คราวนี้จินขอเป็นคนเข็นรถเอง
คาซึยะยินยอมด้วยความยินดี
...................
นายจะเก็บเฝือกเอาไว้มั้ย จุนโนะ คาซึยะเป็นคนถือเฝือกทรงยาวที่มีรอยเปื้อนเป็นดวงๆ
และบนนั้นก็มีลายเซ็นของใครต่อใครมั่วไปหมด
เก็บเอาไว้ซิ โธ่คาซึจัง ...นั่นน่ะ ลายเซ็นของคนดังทั้งนั้นเลยนะ จุนโนะเอื้อมมือไปรับมาถือไว้เสียเอง
เขาลองขยับขาไปมา หมอบอกว่าจุนโนะควรจะหัดทำกายภาพบำบัดที่บ้านทุกวัน เพื่อเรียกกำลังของขาให้คืนมา
ตอนนี้ก็เดินได้แล้วนะ จุนโนะคุย ดวงหน้าหวานยิ้มแป้นให้จินและคาซึยะ ดูท่าทางมีความสุข
หลังจากจ่ายค่าพยาบาลแล้ว ทั้งสามหนุ่มก็มุ่งหน้าไปเลี้ยงฉลองที่ร้านอาหารเล็กๆ สไตล์หรูแถวชานเมือง
วันนี้จินดูร่าเริงเป็นพิเศษ .....ท่ามกลางสายตาขันๆ ของคาซึยะ
นายอะกานิชิคนนี้ดูจะเห่อมากกว่าคนเจ็บเสียอีกแน่ะ แม้ว่าจุนโนะจะเดินได้เองแล้ว
จินก็ยังประคับประคองไม่ห่าง แม้แต่ตอนที่ทานอาหารกัน จินก็ยังคอยตักโน่นตักนี่ให้
จนคาซึยะนั่งกินข้าวได้อย่างสบายใจเฉิบ เพราะมีคนคอยเทคแคร์พี่ชายอยู่แล้วทั้งคน
ฮ้า...อิ่มจัง ขอบคุณพระเจ้าที่ประทานอาหารให้กระผม คาซึยะยกมือไหว้จานเปล่าตรงหน้า
เฮ้ย...ฉันต่างหากเป็นคนจ่ายค่าอาหาร จินโวยวาย
อ้อ...ลืมไปขอรับกระผม...งั้นเชิญคุณพี่จินจ่ายเงินได้แล้วล่ะครับ ผมต้องรีบไปทำงาน
เนี่ยก็ขาดงานหลายชั่วโมงแล้วนะครับ คาซึยะดูนาฬิกาข้อมือ แต่ใบหน้ากลับยิ้มแย้มแจ่มใส
เมื่อนึกถึงใครคนหนึ่งที่ป่านนี้คงจะคอยเขาอยู่ที่บ้านยามาชิตะแล้วละมัง
ไปซิ ....จุนโนะจะได้กลับไปนอนพักที่ห้อง จินชวนกลับ เขารีบจ่ายเงิน
จินรับหน้าที่เจเนรัลเบ๊ต่อไป โดยการตรงเข้าไปเดินซ้อนหลังของจุนโนะทุกฝีก้าว
จนกระทั่งเกือบจะถึงรถ จุนโนะเป็นฝ่ายหยุดชะงัก ก็เลยทำให้คนเดินตามหลังสองคนพลอยหยุดไปด้วย
อ๊ะ?? อะไรเหรอ? จินถาม มองตามสายตาของคนเดินหน้า เขาอึ้ง....ทำไมโลกมันกลมแบบนี้อีกฟะ???
พี่ยู... จินคราง สายตาเหลือบมองหน้าเผือดสีของจุนโนะทันที
เฮ้ย....นั่นมัน..... คาซึยะร้องอยู่ด้านหลัง
จินหันไปมองก็เห็นเด็กหนุ่มยืนอ้าปากค้าง สายตามองไปทางยูอิจิซึ่งควงคู่มากับโทโมฮิสะ
ทั้งคู่เดินไปนั่งอยู่ตรงซุ้มไผ่สีทองที่เป็นโต๊ะกลางแจ้ง และทั้งคู่ก็ไม่เห็นพวกเขาเลยด้วย
คุณยามะพี....... คาซึยะตาค้าง มองร่างนั้นตลอด
ไปกันเถอะ เสียงจุนโนะแว่วๆ มาให้ได้ยิน แต่น้องชายก็ยังยืนก้าวขาไม่ออก
คาซึยะใจหล่นวูบ
....ไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น....
ทำไมยามะพีถึงมากับยูอิจิได้
เขาเห็นท่าออเซาะฉอเลาะของสองคนนั้นอย่างเต็มตา มันเจ็บแปล๊บไปถึงขั้วหัวใจ ...
...ยามะพีเป็นคนรักของยูอิจิหรือ??
จุนโนะ....นั่นพี่ยูกับ....กับ.... เขาถามจุนโนะแต่สายตายังพุ่งโฟกัสอยู่ที่ร่างบางที่เจนตาเจนใจอยู่ตลอดเวลา
คนรักคนใหม่ของเขาไงล่ะ คาซึจัง....อื้อ......ไม่อยากมอง กลับกันเถอะ...กลับ
กลับ... จุนโนะฉุดแขนน้องชายให้เดินออกจากร้าน แต่คาซึยะฝืนแรงเอาไว้ ทำให้พี่ชายต้องหันมามอง
เป็นไรง่ะ คาซึจัง
เปล่า...... เสียงว่างเปล่าของคาซึยะดังลอดไรฟันออกมา ริมฝีปากขบกันแน่นจนแทบจะเป็นห้อเลือด
......ใช่แน่ๆ ใบหน้าหวานคมนั้น ที่มันอยู่ในใจเขาไม่ว่ายามหลับหรือตื่น ใบหน้าที่กำลังยิ้มแย้มให้ผู้ชายอีกคนหนึ่งที่ไม่ใช่เขา
xxxx.....ฉันชอบนาย....xxxxx
ก็ยามะพีเองเป็นคนบอกเขาไม่ใช่หรือในหลายคืนที่ผ่านมา จนสายสัมพันธ์มันงอกเงยมากขึ้นทุกวัน
.......ยามะพีมาขลุกอยู่กับเขา จนกระทั่งเขาไปทำงานเป็นโฮส ยามะพีก็ยังตามไปซื้อชั่วโมงเขาจนเจ้าตัวออกปากบ่น
เงินจะหมดแล้วนะ....ค่าตัวคนบ้าอะไรง่ะ แพงโคตรเลย
ใบหน้าหวานจะป่องออก ทำหน้างอแต่น้ำเสียงกลับฟังดูร่าเริงเหลือเกิน
และมาบัดนี้ ทำไม.......ทำไมยามะพีถึงกลับกลายมาเป็นคนรักของยูอิจิได้
.....คาซึยะนึกอยากจะตรงเข้าไปกระชากร่างบางมาเขย่าถามให้รู้เรื่อง แต่ว่า คนอย่างเขาจะมีสิทธิ์อะไรที่จะไปทำอย่างนั้นได้.......หรือว่ายามะพีเห็นว่าการคบกับเขาเป็นแค่การปั่นหัวให้หลงเสน่ห์ของตัวเองเท่านั้น...
คาซึยะ...คาซึยะ.... จินร้องเรียก ทำลายภวังค์ของคาซึยะลงได้ เขาสะบัดหน้าจากภาพบาดตานั้น
เดินตามจินออกไปเงียบๆ แต่หัวใจนี่ซิ ปวดหนึบไปหมด ทั้งเจ็บและไม่เข้าใจ..........
****************
คาซึยะนั่งเงียบมาตลอดทาง จุนโนะสุเกะก็พลอยเงียบไปด้วย จินนั่งอึดอัด อาการของจุนโนะดูจะมีทีท่าว่ายังไม่จางหายจากโรคอกหัก แม้ว่าจินจะชวนคุยแล้วก็ตาม จุนโนะก็ได้แต่ส่งเสียงอือๆ บอกให้รู้ว่ายังคงฟังเขาพูดอยู่เท่านั้น
จินขับรถมาส่งคาซึยะที่บ้านยามาชิตะ ซึ่งเด็กหนุ่มเองก็แทบไม่มีแรงจะก้าวขาเดิน
ระยะทางของถนนที่ทอดยาวจากรั้วใหญ่เข้าไปในบ้าน ค่อนข้างจะไกล เขาใช้เวลาเดินทอดน่องอย่างช้าๆ
นึกอยากจะให้ถนนเล็กๆ เส้นนี้ยาวออกไปไม่มีที่สิ้นสุด
สองมือล้วงกระเป๋า ใบหน้าหล่อเหลาก้มต่ำลงมองปลายเท้าของตัวเอง
นึกถึงความสัมพันธ์กับยามะพี .....ไม่อยากจะเชื่อเลย....ทุกอย่างเป็นไปอย่างสดใส
...โลกของเขาและหนุ่มน้อยน่ารักคนนั้นเป็นสีชมพู รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่มีร่วมกัน
มันทำให้ชีวิตของเขามีค่าขึ้นมาก มีกำลังใจในการทำงาน .....แม้ว่าเขาจะเผื่อใจไว้กับความผิดหวังเอาไว้ก็ตาม
....สักวันหนึ่งเมื่อถึงวันที่เขาและยามะพีต้องต่างคนต่างไป เขาก็จะลองทำใจเผื่อเอาไว้
แต่ไม่คิดว่า...มันจะมาถึงในเวลาอันรวดเร็วแบบนี้
.........ยามะพีกับยูอิจิ.....
ไปคบกันตอนไหนกัน ทำไมยามะพีไม่ได้หลุดปากชื่อของยูอิจิออกมาให้เขาได้ยินเลยสักครั้ง
คาซึยะเดินไปเรื่อยๆ จนมาถึงตัวบ้าน ทุกอย่างเหมือนเดิม คนที่ทำงานในบ้านไม่ค่อยมี
จะมีก็แต่คนชราอย่างคุณปู่ยามาชิตะ แม่บ้านอย่างป้าซาจิโกะ นอกนั้นต่างก็ทำงานนอกตัวบ้าน
ไม่ได้อยู่ประจำแต่อย่างใด
เขาเจอซาจิโกะที่หน้าประตู แม่บ้านบอกว่า คุณปู่ทานข้าวแล้วก็หลับพักผ่อน อีกหลายชั่วโมงทีเดียวกว่าจะตื่น
คาซึยะพยักหน้ารับทราบขณะมองตามหลังแม่บ้านที่เดินขึ้นไปทำความสะอาดห้องชั้นบน
ทุกอย่างยังคงเงียบเมื่อคุณปู่ไม่ได้เล่นเปียโนหรือสีไวโอลิน เขานั่งแปะลงบนเก้าอี้ตัวกว้าง ถอนหายใจยาว ป่านนี้ยามะพีคงจะนั่งป้อนอาหารยูอิจิอย่างชื่นมื่นอยู่ และไม่รู้ด้วยว่าวันนี้จะมาไหม...แต่ไม่มาก็ดี เพราะตอนนี้เขาคงไม่มีอารมณ์จะพบกับหน้าหวานของคนนั้นอย่างแน่นอน............
........เฮ้อ........
ทำไมชีวิตมันถึงได้ห่อเหี่ยวแบบนี้นะ..........
กำลังจะหลับตาลงเมื่อจมูกสัมผัสได้ถึงกลิ่นอาหารลอยมากระทบจมูก
กลิ่นของชีสหอมกรุ่นผสมกับกลิ่นของซอสมะเขือเทศ คิ้วเรียวขมวดด้วยความสงสัย
.....คุณปู่นอนหลับ.....
.....ป้าซาจิโกะเพิ่งจะเดินขึ้นไปชั้นบน....
......แล้วกลิ่นอาหารที่โชยออกมาจากห้องครัวนั่นล่ะ ...ใครเป็นคนทำ?.....
สองขาก้าวเร็วๆ ตามกลิ่นนั่นไป จนมาถึงห้องครัว เมื่อมาถึงเขาก็ต้องชะงัก เบิกตากว้าง
.....ไม่อยากจะเชื่อสายตา.....
คุณยามะพี!! เขาอุทานออกมาด้วยเสียงอันดัง ทำให้ร่างบางที่ง่วนอยู่หน้าเตา
หันขวับมามอง เมื่อเห็นคาซึยะ ใบหน้าที่มันย่องด้วยความร้อนหน้าเตานั้นก็เปิดยิ้มกว้าง
คาซึจัง...แหม...มาช้านะวันนี้... ยามะพีร้องทักทาย เขารีบเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน
เดินตรงมาหาคาซึยะ แต่ก็ไม่เร็วไปกว่า ร่างแกร่งของคาซึยะที่ปรี่เข้ามาคว้าตัวเขามากอดจนร่างบางแทบจะจมหายไปในอ้อมอกนั้น
คุณยามะพี....... คาซึยะพร่ำแต่ชื่อนี้ จนยามะพีออกจะงง
เป็นไรง่ะ คาซึยะ กอดฉันเสียแน่นเชียว
คุณจริงๆ ง่ะเหรอ....คุณมานานแล้วหรือไง? คาซึยะถามด้วยความสงสัย มันยังไงกันแน่
ก็ฉันค้างที่นี่น่ะซิ ดูซิเห็นมั้ย....ฉันทำลาซานญ่าเนื้อเอาไว้ให้นายด้วยนะ
....ฉันไปเรียนมาน่ะ เรียนจากแม่บ้านที่บ้านคุณพ่อ ยามะพีพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง
จูงมือคาซึยะไปที่หน้าเตาอบ ที่บัดนี้มีลาซานญ่านอนยิ้มอยู่ในชามกระเบื้อง
หอมกรุ่นและร้อนจนควันขึ้นฉุย แต่ขอบของชามมีรอยไหม้กระจายอยู่เป็นหย่อมๆ หน้าตาประหลาดชอบกลอยู่นะลาซานญ่าชามนี้...
แต่ว่า...คาซึยะไม่สนใจลาซานญ่านั้นหรอก สายตาเขาจ้องจับที่ใบหน้าหวานของยามะพี
แล้วก็ถามออกมา
ทำไมมีคุณสองคน
หือ? ว่าไงนะ
เมื่อกี้ผมว่าผมเจอคุณข้างนอก แต่ไม่น่าจะมาอยู่ที่นี่ได้ ผมเห็นคุณกินข้าวอยู่ที่ร้านอาหาร
แต่คุณกลับมาอยู่ที่นี่ ไม่น่าเชื่อ.... คาซึยะจับร่างโปร่งบางให้ยืนจนสุดแขนของเขา
ยามะพีก็เลยหมุนตัวสักสองรอบ แล้วก็หัวเราะคิกคัก
สงสัยจะไปพบโทโมะเข้าให้แล้วละมั้งนายน่ะ
โทโมะ??
แฝดผู้พี่ฉันเองแหล่ะ ยามะพีเอียงคอไปมา
นี่ฉันตัวจริงน้า...ยามะพีจ้า....ส่วนคนที่นายเห็น เขามีผมข้างหลังดัดๆ หน่อยหรือเปล่า?
เขาลูบผมด้านหลังของตัวเอง
ผมไม่ทันสังเกต แต่หน้านี้แหล่ะใช่!! คาซึยะเอานิ้วจิ้มไปที่แก้มของคนตรงหน้า
ยามะพียิ่งหัวเราะใหญ่
ฉันก็อยู่ของฉันที่นี่แหล่ะ ไม่ได้ออกไปไหนหรอก มาค้างกับคุณปู่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว
.....ทำไมนายไม่เข้าไปทักเขาล่ะ ถ้านายคิดว่าเป็นฉันน่ะ
คาซึยะส่ายหน้า
ผมไม่กล้าหรอก ก็คนนั้นไม่ได้ไปคนเดียว เขาไปกับคู่รักของเขา ผมคิดว่าคนนั้นเป็นคุณ.....
คาซึยะพูด แต่หัวใจตีปีกพั่บๆ
......คนนั้น.....ไม่ใช่ยามะพี.......
ดีใจยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เขาคว้าร่างบางมากอดแน่น ฝังใบหน้ากับซอกคอหอมกลิ่นชีสของหลานชายนายจ้าง
ดีใจเหลือเกินที่ไม่ใช่คุณ รู้มั้ยทำเอาผมหัวใจเหี่ยวไปหมด
อื้อ...คาซึจัง นายนี่จริงๆ เลย ยามะพีทุบกำปั้นที่ท่อนแขนของคนที่กอดเขาไว้เบาๆ
ใบหน้าสวยแย้มเยียนขณะกระซิบบอกว่า
คาซึยะ...คุณปู่หลับล่ะ....
แล้วไงครับ? คาซึยะถามกลับ ทำเสียงเจ้าเล่ห์ เหมือนจะเข้าใจในความหมายที่ยามะพีพูด
แต่ก็อยากจะฟังว่ายามะพีจะว่าอะไรต่อ
ไปดวดไวน์กันดีกว่านะ ยามะพีขยับตัวยุกยิกในอ้อมแขนของคาซึยะ พออีกฝ่ายคลายวงแขนออก
ยามะพีกลับเป็นฝ่ายสอดแขนรอบเอวของคาซึยะแทน เอาหน้าคลอเคลียที่บ่ากว้าง .....ช้อนตามองหนุ่มน้อยลูกจ้างของคุณปู่
เมื่อเห็นคาซึยะมองหน้าเขาอย่างมีความหมาย ยามะพีจึงส่งยิ้มเซ็กซี่เล็กๆ ไปให้
ไปจิบไวน์ แกล้มกับลาซานญ่าที่ท่าน้ำหลังสวนกันเถอะ เขาชวนอีกครั้ง คาซึยะพยักหน้ารับแต่โดยดี
แต่ก็ไม่วายบอกว่า
จิบไวน์น่ะโอเค แต่ลาซานญ่านี่ ....เอ่อ....... เขาปรายตามองก้อนเขละๆ ที่กองอยู่ตรงกลางชามกระเบื้อง
ยามะพีมองตามแล้วก็ขยุ้มปกคอเสื้อของหนุ่มน้อยซะแน่น ส่งเสียงเขียวถามมาว่า
ทำไม? ลาซานญ่าของฉันเป็นไง?
แหะ...แหะ....ครับ...ครับ...ลาซานญ่าก็ลาซานญ่า... คาซึยะหัวเราะแห้งๆ จุ๊บปลายจมูกโด่งของคนตรงหน้าเร็วๆ
...ยามะพีถึงยิ้มออกมาได้
ไปกันเหอะเร้ววว...เดี๋ยวคุณปู่ตื่นก็อดกันพอดี ว่าแล้วก็ดึงแขนคาซึยะออกจากครัว
แต่ไม่ลืมหยิบชามกระเบื้องที่เขาบอกว่าเป็นลาซานญ่าไปด้วย
ทั้งคู่แวะดูคุณปู่ที่นอนหลับตาพริ้ม ลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ยามะพีลองส่งเสียงเรียก .....แล้วก็ต้องหัวเราะคิกคักเมื่อชายชรานอนนิ่งเฉย
คาซึยะหันมายิ้มให้
นี่คุณวางยานอนหลับคุณปู่คุณหรือเปล่าเนี่ย?
บ้าซิ...ใครจะทำ... ยามะพีหยิกหมับเข้าให้ ......จากนั้นก็พากันเดินจูงมือลับหายไปในห้องเก็บไวน์ใต้ดิน
***************************************
ขวดไวน์เปล่าๆ หลายขวดกลิ้งหลุนๆ อยู่เกลื่อนพื้นศาลาท่าน้ำ ร่างสองร่างนอนหงายเคียงกัน ประสานมือไว้กับอก...คาซึยะฟังยามะพีพูดถึงโทโมฮิสะ แฝดคนพี่ให้ฟังอย่างคร่าวๆ ฟังแล้วก็ทำให้คาซึยะคิดว่า ...ทำไมแฝดสองคนนี่มันช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงอย่างงี้.......
ยามะพีพลิกตัวนอนพังพาบ ปลายขากระดกขึ้นกระดิกไปมา เขาเอามือเท้าคาง
ดวงตากลมโตมองลำธารที่ไหลเอื่อยๆ อยู่เบื้องหน้า
สงสารพี่ชายนายเนอะ ถูกแย่งแฟนแบบนี้ เป็นฉันง่ะนะ ร้องไห้ขี้มูกโป่งไปแล้ว
คาซึยะฟังแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ ยามะพีดูจะเป็นเดือดเป็นร้อนแทนจุนโนะเสียจริง
เด็กหนุ่มขยับท่านอนเป็นแบบเดียวกัน เขาหัวเราะอีกครั้งเมื่อยามะพีทำหน้ามุ่ย
อดใจไม่ไหวแล้ว เขายื่นหน้าไปหอมแก้มป่องกรุ่นกลิ่นหอมนั้น
เป็นอย่างนี้ง่ะดีแล้ว ผมไม่ค่อยถูกใจยูอิจิสักเท่าไร ชอบคนใหม่มากกว่า
คาซึยะหมายถึงจิน....และนั่นก็ทำให้ยามะพีทำตาโตเข้าใส่
อือ.........พี่นายมีแฟนใหม่แล้วเหรอ?
เพิ่งจะคบกันน่ะ จุนโนะยังบอบช้ำอยู่เลย...
แต่ฉันชอบดูโฆษณาที่จุนโนะเล่นนะ...มีชีวิตชีวาดี แบบนี้คงหาคนมาสมานแผลใจได้ไม่ยาก
ยามะพีออกความเห็น
...เมื่อสายลมพัดเอาอากาศสบายๆ เข้ามาในศาลา...เขาก็กลิ้งตัวลงนอนเอาตัวพาดกลางหลังของคาซึยะ...อย่างสบายๆ
แล้วก็พูดขึ้นว่า
เงินฉันจะหมดแล้วนะ คาซึยะ
เงินหมดแล้ว....เอ...จะทำยังไงดีน้า.....ไม่มีจ่ายค่าชั่วโมงโฮสรูปหล่ออย่างผมน่ะ
สงสัยได้นั่งคุยกับแขกคนอื่นแน่ๆ เลยอีกงานนี้ คนพูดทำเสียงร่าเริง เขาพลิกตัวนอนหงายทำให้ศีรษะยามะพีค่่อยๆ
หล่นมาจากหลังของเขา ร่างบางลุกขึ้นนั่งพรวดพราด
คาซึยะง่ะ... หน้าสวยเริ่มงอเง้า ค้อนคาซึยะตาคว่ำ ยกมือคลำหัวป้อยๆ จนอีกฝ่ายหัวเราะหึๆ
คาซึยะล้วงธนบัตรออกมา แล้วก็วางแปะลงที่อุ้งมือของยามะพี โดยไม่ต้องนับ
เงินอะไร? หนุ่มน้อยตาโตถาม
ก็เงินของคุณ ที่จ่ายมาให้ผมทุกคืนน่ะ คุณเก็บเอาไว้เหอะ...ค่าตัวผมไม่แพงเท่าที่คุณจ่ายหรอก
หมายความว่าไง? ยามะพีถาม....งงไปหมดแล้ว
คาซึยะยอมรับแต่โดยดีว่า เขาอยากจะแกล้งยามะพีเล่นเท่านั้นเอง ก็เลยคืนเงินส่วนที่เกินมาคืนให้
ยามะพีร้องอื้อได้คำเดียว เมื่อรู้ตัวว่าโดนแกล้ง ...กำปั้นน้อยๆ ทุบอั่กที่หลังของคาซึยะ
จนเด็กหนุ่มต้องหยุดข้อมือนั้นไว้ ดึงเบาๆ ทีเดียวยามะพีก็แทบผวามาซบอกของเขาแล้ว
แกล้งกันนี่นา... เสียงเล็กๆ พูดออกมา ใบหน้าหวานแดงซ่าน
คุณยามะ...
จะหลอกอะไรอีกง่ะ?
ขอจูบทีนะ...
เรื่อง....จ้าง...ก็ไม่ให้...อ...อุ๊บ.... พูดได้แค่นั้น เมื่อริมฝีปากอวบถูกจุมพิตร้อนๆ
นาบลงมาที่ริมฝีปาก ...แก้ม...คาง...และหยุดนิ่งเหนือกลีบกุหลาบสีชมพู
เสียงครางต่ำๆ ถูกเปล่งออกมาจนแทบไม่ได้ยิน ยามะพีปล่อยให้ริมฝีปากถูกดูดกลืน สองแขนกลมกลึงโอบรัดรอบลำคอของคาซึยะ เสนอปากให้แนบชิดเข้าไปอีก เลือดในกายเหมือนจะเดือดพล่าน ราวกับถูกต้มอยู่ในน้ำผึ้งเดือดๆ
คาซึยะบดคลึงกลีบปากนุ่มนวลด้วยอารมณ์อันกระเจิดกระเจิง ความหอมหวานของเนื้อนิ่มๆ ที่แนบเคล้ากับปากของเขา ก่อให้เกิดอาการเสียวซ่าน.......แค่จูบเดียวคงจะไม่พอเสียแล้ว........
ฝ่ามือนุ่มจึงไล้ไปทั่วร่างของยามะพี....จุมพิตร้อนแรงทำให้ร่างน้อยนั้นอ่อนระทวย ปล่อยตัวปล่อยใจให้ลอยล่องไปกับอ้อมกอดของคาซึยะ......
ยามะพีทอดถอนใจ...เมื่อคาซึยะขยับริมฝีปากมาฝังไว้ที่แก้มนุ่ม
เขาก็หอบกระชั้น ลืมนัยน์ตาหรี่ปรือขึ้น
โอ...คาซึยะ.... ยามะพีคราง....ลมหายใจขาดเป็นห้วงเมื่อคาซึยะไซร้ใบหน้าแนบสนิทกับซอกคอขาวนวล
ซึ่งก็ทำให้เขาต้องแหงนศีรษะไปด้านหลัง ปล่อยให้เด็กหนุ่มกระทำได้ตามใจชอบ
แต่แล้วลมหายใจของยามะพีก็ต้องสะดุดเมื่อคาซึยะสอดมือเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตตัวบางของเขา
นิ้วหัวแม่มือไล้แผ่วเบาที่ปลายยอดทรวงอกทั้งคู่....ยามะพีส่งเสียงครางหนักๆ
เสื้อเชิ้ตถูกเลิกขึ้นด้วยน้ำมือเดียวกัน
ศีรษะที่ปกคลุมด้วยกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มซุกซบที่แผ่นอกของเขา ...หนุ่มน้อยคาซึยะกำลังเล้าโลมเขาด้วยชั้นเชิงที่ทำให้ยามะพีแทบจะขาดใจ .....ลิ้นอุ่นๆ ตวัดไล้เลียที่ยอดอก เลือดในกายเต้นเร่าๆ ด้วยความโหยหา นิ้วมือเรียวของยามะพีสอดไซร้เข้าไปในกลุ่มผม ขณะที่ลำตัวก็แอ่นให้แนบชิดกับริมฝีปากของคาซึยะยิ่งขึ้น....
ยามะพี.....คุณน่ารักที่สุด.....ผมน่ะ........อ่าา.... เสียงกระซิบแหบพร่าไถลเลื่อนมาที่ริมหู
ขยับกายจนร่างแกร่งชะโงกค้ำอยู่เหนือร่างของยามะพี............
สายลมเย็นพัดลูบโลมแผ่นอกเนียนของยามะ....ทำให้รู้ว่าบัดนี้เสื้อเชิ้ตของเขา
ถูกถอดออกตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ได้
ผมอยากสัมผัสคุณ ได้ไหมครับ...... เสียงแหบกระเส่า ฟังดูเว้าวอนอยู่แนบชิดขอบปาก
ทำให้ร่างบางพยักหน้าอย่างเอียงอาย......ใบหน้าหวานแดงซ่าน เมื่อเงยขึ้นมองร่างที่อยู่เหนือร่างเขา
คาซึยะถอดเสื้อออกเช่นกัน เขาผ่อนร่างแนบกระชับกับคนข้างใต้ กอดกันกลมบนพื้นไม้เป็นมันเรียบของศาลา
........กลีบปากเคลื่อนเข้าหากันอีกครั้ง...มือนุ่มลูบโลมสัมผัสไปทั่วผิวพรรณและร่างกายของยามะพี
ร่างงามสั่นระริกเมื่อคาซึยะรูดซิปกางเกงของยามะให้เผยอออกช้าๆ
ปลายนิ้วของเจ้าของมือสัมผัสสนิทสนมแนบใต้ท้องน้อยของเขา ตัวสั่นเทาเมื่อคาซึยะเคล้าคลึงส่วนอ่อนไหวอย่างแผ่วเบา
อา.......คาซึยะ......อาาาา เขาครางเสียงพร่า สอดนิ้วกดกระชับกับศีรษะของผู้รุกราน
เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวลากตามสัมผัสของมือไปติดๆ
ยามะพีปรือตามอง บิดกายเต้นเร่าๆ เมื่อคาซึยะทำให้เขาแทบผวา สะโพกลอยจากพื้น เขายกมือขึ้นอุดปาก เมื่อไม่อาจจะทนได้อีกต่อไป......กางเกงยีนส์สีซีดร่นไปกองที่หน้าขา ขณะที่เรือนผมสีน้ำตาล ขยับเคลื่อนไหวเหนือท้องน้อยของเขา
อือ............คาซึยะ.....ฉัน...ทนไม่ไหวแล้ว... ยามะพีร้องคราง........
.........คาซึยะผงกตัวขึ้นมอง เขาเองก็แทบไม่ไหวเหมือนกัน
......อะไรกันนะ..ที่ทำให้เขารู้สึกชื่นมื่นเหลือเกินในการทำให้ยามะพีมีความสุข
...อยากได้ยินเสียงครวญครางอยู่ใต้ร่างเขา และยามะพีเองก็กำลังจะสุขจนล้นปรี่......................................
ในที่สุดร่างงามก็มีน้ำตาปริ่มรอบดวงตาโตคู่สวย กอดผวารัดร่างของคาซึยะแน่น รู้สึกเต็มอิ่มที่ได้ปลดปล่อยออกมา การกระทำนี้เองทำให้คาซึยะรู้ว่ายามะพีไม่เคยสัมผัสเรื่องเซ็กซ์มาก่อน.............
ร่างบางมองหน้าเขาอย่างเอียงอาย ความสุขที่ได้รับการปลดปล่อย...แต่คาซึยะล่ะ...........ยังไม่ได้ปล่อยความต้องการออกมา
และนั่นก็ทำให้ยามะพีแตะมือนุ่มที่กางเกงยีนส์ของหนุ่มน้อยผู้อ่อยวัยกว่า
คุณยามะพี!! คาซึยะแทบผวา ไม่คิดว่ายามะจะกระทำการกล้าหาญกับร่างกายของเขาได้
ฉันต้องการนาย คาซึยะ ยามะพีพูดอย่างเหนียมอาย ทาบฝ่ามืออีกข้างบนทรวงอกของเขา
สูดหายใจเข้าแรง ขณะเอื้อนเอ่ยออกมา
ฉัน......ฉันอยากเป็นของคาซึจังงง............
เมื่อสิ้นเสียงน่ารักนั้น คาซึยะก็ผวาเข้าหาร่างบางแทบจะทันที
ลมหายใจหอบสะท้าน คลุกเคล้ากับเรือนกายน่ารักตรงหน้า หมดความยับยั้งในจิตใจอีกต่อไป............
คาซึ...ยะ........ เสียงครางดังมาจากปากอวบอิ่ม ซึ่งมันก็ถูกกลืนหายไปเมื่อร่างแกร่งสอดปลายลิ้นเข้ามา
กางเกงยีนส์ของทั้งสองถูกถอดออกอย่างเร่งรีบ คาซึยะนั่งคุกเข่า โดยมีร่างบอบบางของยามะพีนอนเร้าใจอยู่ระหว่างเข่าทั้งสองข้าง ใบหน้าสวยหวานแหงยเงยรับจุมพิตเขาเต็มที่ เนื้อตัวเสียดสีเป็นจังหวะ.....งดงามและเร่าร้อน
ระลอกคลื่นของสายน้ำไหลตัวเอื่อยๆ เศษใบไม้ปลิวคว้างจากกิ่งก้าน ลอยเลื่อนไหลไปตามลำน้ำ .......แต่สงครามรักบนศาลาท่าน้ำกลับไม่ราบเรื่อยเอื่อย มันเต็มไปด้วยความเร่าร้อน แม้จะเป็นครั้งแรกของยามะพี แต่อารมณ์ที่ถูกกักเก็บเอาไว้ก็ถูกปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ แต่ทว่าเจือจางด้วยความอ่อนโยนจากคาซึยะ
สะโพกทั้งสองแนบชิดสนิทสนม เป็นการกระทำของคนสองคนที่มีความสัมพันธ์ล้ำลึกกันเท่านั้นถึงจะทำเช่นนี้ได้ และคาซึยะกับยามะพีก็กำลังเป็นเช่นนั้น............
ลมหายใจหอบกระชั้น ลีลาแห่งรักยังดำเนินต่อไปโดยมีคาซึยะเป็นผู้นำทาง
......หล่อหลอมเลือดเนื้อและวิญญาณให้ผูกพันเป็นหนึ่งเดียวกัน ........เมื่อความพิศวาสดำเนินไปสู่จุดสุดท้ายของอารมณ์เขาก็ยังพยายามคงไว้ซึ่งความอ่อนโยนและทนุถนอมร่างบางนี้เอาไว้.......ร่างบางเกาะกวัดรัดร่างแกร่งของคาซึยะแน่น
ฝังรอยฟันเอาไว้กับบ่ากว้าง สะท้านไหวเยือกก่อนจะแน่นิ่งพร้อมกับหลุดเสียงครางออกมา
.............อา......คาซึยะ....อา..............
**********************************
...........................................
............................................
จินเดินมาส่งจุนโนะในตอนค่ำของวันนั้น หลังจากที่พาไปกินอาหารเคล้าเสียงเพลงนอกบ้านแล้ว ...ดูหนุ่มน้อยยอดนายแบบจะเดินเหินเป็นปกติยามที่ขาไร้เฝือก เขาไม่ต้องรอให้จุนโนะเอ่ยชวน ร่างสูงเดินเข้าห้องตรงดิ่งไปที่ห้องครัวอย่างคนรู้งาน
ในไม่ช้า กาแฟหอมกรุ่นก็ถูกยกเข้ามา .....จินเหลียวมองรอบกาย จุนโนะหายไปไหน.....แต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากในห้อง
สักพักจุนโนะก็เดินถือซองสีขาวมายื่นตรงหน้าเขา
อ่ะ.....
ซองสีขาวค่อนข้างหนา ถูกวางตรงหน้าจิน ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองจุนโนะ
อะไรเหรอจุนโนะ?
ก็เปิดดูซิ จุนโนะบอกพลางทรุดตัวลงนั่งตรงกันข้ามกับจิน เขายกกาแฟขึ้นจิบ รสชาติกลมกลอมเหมือนเคย
นี่เขาคงจะติดใจในฝีมือชงกาแฟของจินแล้วละมัง
จินเปิดซองออก เห็นอะไรภายในนั้นแล้วก็ต้องอึ้ง เขาหยิบมันออกมาดู
ท่ามกลางสายตาเรียบเฉยของจุนโนะสุเกะ
เงินกับเช็ค??? ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง เป็นคำถามกรายๆ
จุนโนะหลุบตาลงต่ำ แล้วก็ยิ้มอย่างชนิดที่จินเห็นแล้วใจกระตุก
.......ยิ้มหวานบาดใจ มันเป็นรอยยิ้มที่จริงใจ
....เห็นแล้วหลง......
เงินของฉันพอจะมีบ้าง แต่ก็ส่วนน้อย แต่ก็มีเช็คอยู่ในนั้นด้วย
คงจะถึงเจ็ดล้านเท่าที่นายเอามาจากคนนั้น
จุนโนะ!! ให้ตายซิ!! จินอ้าปากค้าง เขามองซองเงินนั้น แล้วก็มองหน้าจุนโนะสลับกัน
ในที่สุดเขาก็วางมันลงบนโต๊ะ
ไม่..เอ้อ...ไม่เอาหรอก
ทำไมล่ะฮะ...
เงินของนาย จะเอามาให้ฉันทำไมกัน...
จุนโนะผ่อนลมหายใจยาว เขายื่นซองมาตรงหน้าจินอีกครั้ง จินทาบมือกับมือเรียวของจุนโนะ
สบตาหวานซึ้งคู่นั้นแล้วก็ส่ายหน้า
เก็บเอาไว้เถอะ ฉันรับไม่ได้หรอก...
แต่จินต้องรับนะ ถ้ายังอยากจะคบกับผมต่อไป จินต้องเอามันไปคืนยูอิจิ ผมไม่อยากให้เขามีบุญคุณเหนือความสัมพันธ์ของเราสองคน
จินกับผมควรจะไม่มีหนี้ติดค้างใคร... จุนโนะพูดเป็นงานเป็นการ จนคนฟังรู้สึกสะดุ้งและละอายใจเหลือเกิน
จุนโนะ ฉันรับเงินนี่ไม่ได้.....
ได้สิฮะ ผมเต็มใจ นะฮะจิน เอาไปคืนเขา เราจะคบกันมันก็เรื่องของเราใช่มั้ย ทำไมต้องเอาเงินของยูอิจิมาค้ำคอเราด้วย
และอีกอย่างเงินนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำกิจการไม่ใช่หรือ?
......วูบ........
จินนัยน์ตาตก สายตาจ้องมองถ้วยกาแฟตรงหน้า ควันสีขาวขุ่นลอยเหนือถ้วยกาแฟ น้ำสีน้ำตาลแก่ลอยกระเพื่อมเป็นวง ดูราวกับจะย้ำเตือนว่าเขานั้น มันมีใจด่ำดิ่งและมีรสขมยิ่งกว่ากาแฟ........
จุนโนะเอาเงินที่เก็บออมเอามาให้เขา เพียงเพื่อไม่อยากให้เขาเป็นหนี้......แต่เขากลับโกหกจุนโนะอย่างหน้าตาเฉย....
..........................
จินเงยหน้ามองจุนโนะ ก็เห็นรอยยิ้มพิมพ์ใจส่งมาให้เขาอีกแล้ว จริงใจและเจือแววหวาน อย่างที่จินไม่เคยเห็นมาก่อน
ดูเหมือนเขาจะตัดสินใจได้ในเดี๋ยวนั้น เขาผลักเงินจุนโนะคืนให้เจ้าของ
ตัวเขาเองลุกขึ้นมาคุกเข่าตรงหน้าจุนโนะ มือใหญ่ดึงมือเรียวมากุมกระชับ
จุนโนะ.....ฉัน...โกหกนาย.....คือฉันไม่........เอ้อ.......ไม่ได้ติดหนี้ยูอิจิเพราะกิจการเรือ......แต่เพราะ.......เพราะ....
จินอึกอัก ไม่กล้าสบตาของคนตรงหน้า ได้แต่มองมือขาวๆ ที่นุ่มนิ่มอยู่ในอุ้งมือของเขา
เพราะอะไรหรือจิน.....? จุนโนะก้มหน้าถามจนแทบจะติด
จินเงยหน้าขึ้น ถ้อยคำสารภาพพรั่งพรูออกมาจนหมดสิ้น
****************************************