Never Let YOU Go..7..

++++++++++++++++++++++++++++++

 

Vol 7

***************************

.......สิ่งแรกที่จุนโนะลืมตาตื่นก็คือ การสัมผัสได้ถึงกลิ่นอาหารโชยมาเข้าจมูก กลิ่นนั้นปนเปกันไป ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นกาแฟหอม และกลิ่นคล้ายๆ กับเบคอนผัดเนย เขาสลัดผ้าห่มทิ้ง ลองเดินไปดูที บางทีอาจจะเป็นคาซึยะก็ได้....
....แต่ว่า ภาพของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าเตานั้น ทำให้จุนโนะแปลกใจ ....ไม่ใช่น้องชายของเขา แต่กลับเป็นคนที่ทำหน้าที่เจเนรัลเบ๊ ได้อย่างดี ไม่มีขาดตกบกพร่อง

ราวกับรู้ว่ามีใครคนหนึ่งจับตามองอยู่ จินหันหลังมามองที่ประตูทางเข้า เห็นจุนโนะสุเกะยืนอยู่ในชุดนอน กางเกงขายาวถูกถลกขึ้นให้พ้นกับขาเฝือกของตัวเอง ดวงหน้าเพิ่งตื่นของนายแบบรูปงาม ทำให้จินอดหัวเราะไม่ได้
...ตาบวมช้ำ ปลายจมูกยังแดงระเรื่อ ....ผมซอยยาวระต้นคอ ปลายสะบัดเล็กน้อยนั้นก็ยุ่งเหยิงราวกับไปมุดอะไรมายังไงยังงั้น
“อรุณสวัสดิ์คร้าบบบ เจ้านาย...” จินทักทายอย่างล้อเลียน เขาหมุนตัวเอาเบคอนทอดมาวางใส่จานอาหารใบใหญ่
จุนโนะปรายตามองแล้วก็บอกว่า
“มาแต่เช้าทุกวันเลยนะอะกานิชิคุง”
“อ้าว!! ถ้าไม่มาแล้วใครจะทำอาหารให้คุณนายแบบทานล่ะครับ”
“ก็ไม่จำเป็นนี่ เรื่องอะไรต่างๆ ก็เคลียร์กันแล้ว นายไม่ต้องลำบากมาคอยดูแลฉันก็ได้ ถึงขาฉันจะเจ็บ แต่แขนสองข้างก็ใช้การได้ดีขึ้น คงไม่รบกวนนายแล้วล่ะ” จุนโนะพูด แล้วก็เดินกลับเข้าห้อง ทิ้งให้จินยืนมองเบคอนในจานอย่างเหม่อลอย

จินค้นของบนตู้ชั้นลอย เห็นกล่องพลาสติกเปล่าๆ วางอยู่สองสามใบ เขาจัดแจงทำแซนด์วิชอย่างง่ายๆ จับยัดใส่กล่อง ทำไปก็อดคิดถึงคำพูดของจุนโนะไม่ได้

.......นายไม่ต้องลำบากมาดูแลฉันก็ได้.....

ถ้าจะถามเขาว่า ลำบากมั้ย เขาก็ตอบได้ทันทีว่า ในช่วงแรกๆ ก็อาจจะมีบ้าง แต่ตอนนี้น่ะหรือ เขานึกอยากให้จุนโนะมีขาใส่เฝือกแบบนี้ตลอดไป..........ซึ่งเขาเองก็แปลกใจว่า ..อะไรหนอทำให้เขาคิดอะไรพิเรนๆ แบบนี้ได้

จุนโนะสุเกะกลับมาในครัวอีกครั้ง คราวนี้เปลี่ยนมาใส่เสื้อกล้ามสีดำกับกางเกงขาบานคลุมหัวเข่าแล้ว เขามองกล่องแซนด์วิชบนโต๊ะแล้วก็ถามว่าจินทำไปทำไม จินตอบหน้าตาเฉยว่า
“เดี๋ยวจะพาไปล่องเรือ...”
“ล่องเรือ!!”
“อือ...ขอยืมเรือพี่ชายมาได้ ..ก็เลยจะมาชวนนายไปเที่ยว เปิดหูเปิดตาเสียบ้าง”
“ปลอบใจว่างั้นเหอะ...แต่เสียใจ ฉันไม่ไปไหนด้วยหรอก...” จุนโนะสะบัดหน้าพูด เขาจิบกาแฟที่จินชงเอาไว้ให้ร้อนๆ
“โธ่...น่านะ...อุตส่าห์มาชวนทั้งที เสียความตั้งใจแย่เลย...” จินพยายามอ้อนวอน จุนโนะวางถ้วยกาแฟลง ตวัดสายตามองหน้าคนชวน
“จะให้ไปได้ไง ดูตาฉันเด่ะ บวมฉึ่งออกอย่างงี้ง่ะ” เขาชี้ที่ดวงตาของตัวเอง
จินมองแล้วก็ขำ สงสัยคงนอนร้องไห้ทั้งคืน บวมจนขนาดนี้
“ให้ไปนั่งเรือเฉยๆ ไม่ได้ให้ไปถ่ายแบบ ...นายนี่จะติดลุคของตัวเองมากเกินไปหน่อยแล้วละมั๊ง ความจริงฉันว่านะ นายอยากจะนั่งจมอยู่กับอาการอกหักมากกว่าล่ะมั้ง...”
“ใครบอก...!!”
“อะกานิชิ จินบอก...” จินยื่นหน้ามาจนแทบจะติดใบหน้าของจุนโนะ ทำให้เด็กหนุ่มรีบก้มลงจิบกาแฟทันที
“ช่วงนี้นะ ท้องฟ้าแจ่มใส เหนืออ่าวโตเกียวน่ะน่าไปเที่ยวจะตาย...ไปนะจุนโนะ” จินก้มหัว ทำแขนแนบติดลำตัว แล้วก็โค้งให้อย่างสวยงาม
“ไปก็ได้...แต่ห้ามล่วงเกินฉันอย่างเมื่อวานด้วย” หนุ่มน้อยทำแก้มป่อง ขณะหรี่ตามองจิน
“ครับ สัญญา จะไม่ล่วงเกินจุนโนะนอกจากนายจะยินยอม”
“บ้า...” จุนโนะค้อนขวับ เมื่อเห็นจินทำท่าตะเบ๊ะให้
สองหนุ่มนั่งจิบกาแฟไปเรื่อยๆ จินเล่าให้ฟังว่า เขามีพี่สาวอยู่คน ก็เอาแต่บ้าดารา ยิ่งที่ชื่อ ทางุจิ จุนโนะสุเกะด้วยแล้ว ยิ่งกรี๊ดเข้าไปใหญ่
“แต่ฉันไม่ได้บอกหรอกว่า คนที่เขากรี๊ดน่ะ ถูกฉันปล้ำจูบมาแล้ว...” จินพูดกลั้วหัวเราะ เมื่อจุนโนะทำท่าจะยกถ้วยกาแฟขึ้นสูง
“อ๊ะ...อ๊ะ อย่านะ เดี๋ยวโดนปล้ำในครัวหรอก”
“ฮึ!!” จุนโนะร้องในลำคอ เขาเมินไปทางอื่น จินอดยิ้มไม่ได้ ภายใต้อาการแบบนี้ จุนโนะสุเกะก็ยังอุตส่าห์หน้าแดงให้เห็น........................ก็น่ารักไปอีกแบบ.....

*********************************

เรือลำขาวแล่นผ่านเรือสินค้าและเรือท่องเที่ยวที่จอดทอดสมออยู่ริมเขื่อนกั้น จุนโนะนั่งเป็นประธานอยู่ตรงหัวเรือ โดยมีจินถือพังงาเรืออย่างตั้งอกตั้งใจ
“วนรอบอ่าวดีมั้ย?” จินร้องถามมา
“ฮื่อ” จุนโนะพยักหน้าโดยที่ไม่ยอมหันมา เด็กหนุ่มพาดขาเฝือกไว้กับเก้าอี้ตัวยาว สองแขนกอดอกตัวเอง แหงนหน้ารับกับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า
“ฮ้า.....ชื่นใจจัง ดีกว่านั่งมองลงมาจากอพาร์ตเมนต์เสียอีกแน่ะ” เขาตะโกนให้จินได้ยิน
“ถ้าชอบจะได้พามาบ่อยๆ นะ”
“อือ....” จุนโนะพยักหน้าเห็นด้วย รอยยิ้มที่ส่งมาให้จินนั้นมันช่างสดใส สว่างแข่งกับท้องฟ้ายามนี้เหลือเกิน

เมื่อเรือลำน้อยแล่นมาได้สักพัก จินตั้งระบบขับเรืออัตโนมัติ เขาปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์รับหน้าที่ขับเรือแทน ผิวน้ำที่กระทบกับลำเรือไหวเป็นระลอก วันนี้มีลมแต่คลื่นไม่แรงมากนัก
จินเดินมาหาจุนโนะ นั่งลงตรงกันข้าม ตามองขาเฝือกที่มีลายเซ็นของใครต่อใครอยู่เต็มไปหมด
“ขอเซ็นมั่งได้เปล่า?” จินถาม และโดยไม่รอคำตอบ เขาควักปากกามาขีดๆ เขียนๆ ชื่อของตัวเองลงไป
จุนโนะชะโงกดู จะชักขาหนีก็ไม่ทัน
“นายรู้หรือเปล่าว่า เซ็นติดกับชื่อของใคร?”
จินส่ายหน้า
“จะไปรู้เรอะ...”
“ทักกี้กับซึบาสะ นักร้องดูโอยอดนิยมเลยนะนั่นน่ะ” จุนโนะชี้ไปที่ลายเซ็นง่ายๆ ที่จินต้องขมวดคิ้ว มองแล้วมองอีก
“แล้วนี่ก็...อายะ อุเอโตะ....นี่ของ...เคน มิยาเกะ ที่อยู่วง V6 น่ะ รู้จักหรือเปล่า..” จุนโนะถาม แต่จินส่ายหน้าลูกเดียว
จุนโนะร้องเฮ้อ...บ่นออกมาดังๆ ว่า
“คนหลังเขา มัวแต่ไปหมกอยู่ไหนนะนายนี่ ไม่รู้จักใครซะเลย”
จินเกือบบอกไปแล้วเชียวว่า ก็มัวแต่หมกตัวอยู่ในบ่อนน่ะซิ ไม่น่าถาม

...................

จินพาจุนโนะขึ้นฝั่งด้านตะวันออก เขาบอกว่าจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวกลางวันเอง ซึ่งอีกฝ่ายก็เต็มใจ วันนี้จินดูร่าเริงกว่าทุกวัน จนจุนโนะผู้ที่คิดว่า วันนี้ตัวเองคงจะซุกตัวอยู่ในบ้านเงียบๆ ก็ยังพลอยสนุกไปด้วย
ทั้งสองมานั่งดื่มด่ำกับอาหารสไตล์อิตาเลียนที่ท่าเรือ
“หมอนัดวันพาเฝือกแล้วนะ ไม่ถึงเดือนหน้าอย่างที่บอกหรอก ...แต่เป็นอาทิตย์หน้า....ดีจังจะได้เดินถนัดๆ หน่อย” จุนโนะยิ้มตาหยีให้จิน
“อืมม...งั้นอาทิตย์หน้าจะมารับไปผ่าเฝือก...” จินบอก แล้วก็ม้วนสปาเก็ตตี้เข้าปาก
“ถ้าผมหายดีแล้ว ...อะกานิชิ...เอ้อ...จิน ก็ไม่ต้องมาดูแลแล้วก็ได้...”
“..............” จินถือส้อมค้าง เพราะประโยคนี้ของจุนโนะทำให้เขาแทบจะกลืนอะไรไม่ลง
“หมายความว่าไง?” ชายหนุ่มถาม
“นายก็หมดหน้าที่เจเนรัลเบ๊แล้วน่ะซิ ไม่ดีใจเหรอ?”
“ก็เอ้อ....ก็ดี....” จากนั้นจินก็เงียบไป โดยไม่มีสาเหตุ รู้ตัวเองว่าที่บอกไปนั้น ไม่ตรงกับใจเลยสักนิด

ถ้าจุนโนะหายก็หมายความว่า เขาทำหน้าที่ให้ยูอิจิหมดแล้ว ไม่ต้องคอยเทคแคร์เด็กหนุ่มคนนี้อีกต่อไป เขาน่าจะดีใจไม่ใช่หรือ? แต่ว่า ทำไมเขากลับรู้สึกไม่ยินดีด้วยสักนิด
“แล้ว...แล้วเรื่องถ่ายนู๊ดล่ะ?” จินยังไม่วายต่อสัญญาเข้าไปอีก
จุนโนะเงยหน้างอง้ำขึ้นทันที
“บ้า....นู๊ดบ้านู๊ดบออะไรของนาย???”
“ก็สัญญากันไว้ไง ...ถ้าเรื่องที่ฉันบอกนายเรื่องพี่ยูเป็นความจริง แล้วนายจะยอมให้ฉันถ่ายนู๊ดให้ง่ะ ทำเป็นลืม...” จินพยายามทวงสัญญา แต่จุนโนะกลับส่ายหน้า
“ไม่ได้ลืม แต่นึกว่านายพูดเล่นต่างหากล่ะ”
“พูดจริงนะ...อยากถ่ายนู๊ดนาย”
“เชอะ...ไม่มีทาง..ฉันจะไม่ยอมถ่ายนู๊ดเด็ดขาด” จุนโนะยืนยันเสียงแข็ง เล่นเอาจินหน้ามุ่ย
“ขี้โกงนี่หว่า”
“ไม่ได้โกง ...ไหนล่ะหนังสือสัญญา?” จุนโนะแบมือออกวางบนโต๊ะ มองจินด้วยสีหน้าที่เป็นต่อ
จินทำหน้างอ แล้วก็ฉวยมือขาวๆ นั้นมากำไว้ทันที
“คอยดูเหอะ...ไม่ถึงทีฉันมั่งก็ให้มันรู้ไป...จุนโนะสุเกะขี้โกง...”
จุนโนะพยายามจะชักมือกลับคืน แต่อีกฝ่ายก็ดื้อดึงยื้อเอาไว้แน่น จนกระทั่ง มีเงาของใครคนหนึ่งวูบไหวผ่านมาที่ข้างโต๊ะ ทั้งสองหนุ่มเงยขึ้นมองทันที
“เฮ้ย...ไอ้จิน...หมู่นี้เงียบไปเชียวนะไอ้หนู ไม่เห็นไปบ่อนเลยวะ??” ชายร่างท้วมนามว่า ซึโยชิยืนยิ้มเผล่อยู่เบื้องหน้า
จินสะดุ้งเฮือก เขาทำหน้าเจื่อนขณะที่รีบลุกขึ้นจูงแขนของเจ้าของบ่อนตัวแสบออกไปนอกร้าน โดยมีสายตาของจุนโนะมองตามมาโดยตลอด หนุ่มน้อยขมวดคิ้วเมื่อเห็นจินและซึโยชิกระซิบกระซาบอะไรกันบางอย่าง ดูจากปฏิกิริยาของจิน รู้สึกจะลุกลี้ลุกลนชอบกล

สักพักจินก็เดินยิ้มแป้นกลับมานั่งที่เดิม มีซึโยชืเดินตามมาด้วยติดๆ เขาตบบ่าจินแรงๆ ขณะที่จินเงยหน้าขึ้นมอง
“เอาหนุ่มมาส่งคืนแล้วคร้าบบบ...” ซึโยชิยิ้มให้จุนโนะ ก็เลยทำให้เด็กหนุ่มยิ้มตอบ ทั้งๆ ที่ยังไม่เข้าใจอะไรเลย
“ใกล้หนาวแล้วนี่เนอะ จิน....มีแฟนไว้นอนกอดก็ดีเหมือนกันนะ...น่ารักนี่หว่า” ซึโยชิพูดหน้าตาเฉย
“อ๊ะ...???” จุนโนะแหงะหน้าขึ้นมอง ดวงตาฉายแววไม่พอใจ เขาตวัดมองหน้าจิน ไม่รู้ว่าจินเอาเขาไปพูดอะไรให้นายคนนี้เข้าใจผิดหรือเปล่า แต่จุนโนะก็เลือกที่จะนิ่งมากกว่าจะพูดคำใดๆ ออกมา
“เฮ้ย...เปล่านาพี่....คุณคนนี้เขาของสูง เล่นด้วยไม่ได้หรอก” จินว่า ปรายตาล้อเลียนมาทางหนุ่มน้อยที่นั่งหน้าตูมอยู่ไม่ห่าง
“งั้นฉันไปก่อนล่ะนะ ไม่อยากขัดคอ แล้วอย่าลืมล่ะไอ้จิน ไปเยี่ยมกันมั่ง...เหงาโว้ย” ซึโยชิตบบ่าจินอีกที แล้วก็เดินผิวปากออกนอกร้านไป
จินถอนหายใจเฮือกเมื่อลับร่างของซึโยชิ ดีนะที่เจ้าหมอนั่นไม่พูดเรื่องบ่อนให้มากไปกว่านี้

“เมื่อกี้พูดถึงบ่อนอะไรเหรอ?” จุนโนะถาม
“อ๊ะ?” จินทำหน้าเหวอเมื่อเจอคำถามตรงจุดของนายแบบหน้าหวาน
“เปล่า...เปล่า....บ่อนอะไรก๊านนน....” จินโบกมือให้ว่อนไปหมด จุนโนะหรี่ตามองอย่างไม่เชื่อ .....
“หมอนั่น....ท่าทางไม่น่าไว้ใจเลยเนอะ...ไม่รู้นะ อาจจะเป็นคนดีก็ได้ แต่ผมว่าเขาไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไร” จุนโนะออกความเห็น จินก็เลยนั่งเงียบ ไม่กล้าบอกหรอกว่า นอกจากจะไม่น่าไว้ใจแล้ว ซึโยชิยังขี้โกงอีกด้วย
“อย่าไปสนใจเลยน่า...แค่คนรู้จัก”
“ก็ไม่รู้ซิ เห็นพูดถึงเรื่องบ่อน นึกว่าจะชวนอะกานิชิคุงไปเล่นการพนันเสียอีก....”
คำพูดของจุนโนะสุเกะทำเอาจินนั่งหนาวๆ ร้อนๆ
“ไม่หรอกน่า...”
“ก็ดีนะฮะ...ผมน่ะเกลียดที่สุดเลย คนเล่นการพนัน...เป็นคนไม่มีประโยชน์ ผลาญเงิน...แล้วก็ไม่มีค่าด้วย ผมไม่ชอบ...” จุนโนะเบะปากใส่ให้เป็นการยืนยันในคำพูดของตัวเอง จินนั่งเงียบกริบ นัยน์ตาตกมองแก้วน้ำที่อยู่เบื้องหน้า อาหารที่เหลืออยู่พาลอิ่มเอาดื้อๆ.........
....ขออย่าให้จุนโนะรู้เลยว่าเขาเองนั่นแหล่ะ ตัวดีเลยล่ะ ไอ้เรื่องพนันนี่ไงล่ะที่ทำให้เขาได้มานั่งอยู่ตรงหน้าจุนโนะคนนี้ ก็เพราะมียูอิจิคอยใช้หนี้ให้ไม่ใช่เหรอ ที่ทำให้เขาเป็นเบ๊ของจุนโนะแบบนี้..........

****************************

ที่บ้านคุณปู่ยามาชิตะ....
.........วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งในหลายๆ วันที่ผ่านมา ที่คาซึยะเห็นยามะพีมาที่บ้านคุณปู่แต่เช้า มาทีไรก็จะมาขลุกอยู่กับเขาและคุณยามาชิตะ จนคุณปู่ออกปากว่า
“เออ...ไอ้หลานคนนี้มันมาแปลก นึกจะมาแต่เช้ามันก็มา เมื่อก่อนเคยมาซะที่ไหนกันล่ะ...”
คาซึยะได้แต่อมยิ้มขณะมองยามะพีง่วนอยู่กับการปั่นน้ำผลไม้ หมู่นี้จะเห็นยามาะพีมาป้วนเปี้ยนที่ห้องครัวบ่อยขึ้น และยืดระยะเวลาในการอยู่กับเขาและคุณปู่มากขึ้นทุกที
สักพัก หนุ่มน้อยนัยน์ตาโตก็ถือถาดน้ำผลไม้ปั่นมาสามแก้ว วางลงตรงหน้าของคุณปู่และคาซึยะ
“นี่...ฝีมือฉันเองน้า...รับรองอร่อยอย่าให้เซด...” เขายืดตัวอย่างภูมิอกภูมิใจ
ทั้งคุณปู่และคาซึยะลองจิบดู แค่จิบเท่านั้นเอง จากนั้นก็ไอกันแค่กๆ
“โอ๊ย...แค่กๆ...” คาซึยะแทบสำลัก
“อะไรง่ะ...ไม่อร่อยเหรอ?” ยามะพีทำหน้าเหรอหรา เขาคว้ามาจิบบ้าง
“หวา.......อึ้ย...เค็มปี๋เลยง่ะ” เขาทำคอย่น แล้วก็วางแก้วลง ปากอวบอิ่มยื่นออกอย่างไม่สบอารมณ์
“เดี๋ยวผมทำให้เองดีกว่า” คาซึยะรับอาสา เขาคว้าถาด แล้วก็เดินตัวปลิวเข้าไปในห้องครัว โดยมียามะพีเดินตามไปติดๆ
“นายทำเป็นเหรอ?” เขาถาม
“ฮื่อ...มีอะไรมั่งที่คาซึยะทำไม่เป็น” คาซึยะตอบยิ้มๆ จัดแจงหั่นผลไม้ที่ยามะพีทำค้างไว้ เขาทำน้ำปั่นอย่างคล่องแคล่วจนยามะพีชักจะทึ่ง
“นายชอบกินอะไรเหรอ? วันหลังฉันจะทำให้กินมั่ง” หลานชายนายจ้างถาม
“คุณน่ะ???....โห้ย...อย่าเลยครับ...”
“ทำไมง่ะ? จะทำให้กินนี่นา...” ยามะพีสั่นหน้าจนผมกระจาย แก้มป่องๆ ของเขาพองออก แสดงให้รู้เลยว่า ถ้าลองจะทำอะไรล่ะก็ ยากจะมีใครมาห้ามได้
คาซึยะพยายามจะนึกของกินที่ยามะพีคงจะทำได้ยาก
“งั้นผมชอบ ลาซานญ่าเนื้อ...”
“เอ๋......” ยามาพีทำตาโต กรอกตาขึ้นข้างบน ส่งเสียงร้องฮึดังตามมาติดๆ
“บ้า...ไปซื้อกินก็แล้วกัน” ร่างบางเดินตึงๆ ออกไปนั่งหน้าง้ำที่ห้องนั่งเล่นกับคุณปู่ โดยมีคาซึยะเดินถือถาดน้ำผลไม้ตามมาด้านหลัง
ยามะพีลองจิบน้ำที่คาซึยะทำแล้วก็รู้สึกทึ่ง...
“อร่อยนี่หว่า” เขาชมด้วยความจริงใจ ...คุณปู่ก็ชอบ และก็บอกว่า ยามะพีควรเรียนทำของอร่อยๆ แบบคาซึยะบ้าง
“แหม...คุณปู่นี่จะมีหลานคนใหม่ซะละมั้ง...” หลานชายพูดค่อนขอด แต่หางเสียงกลับมีความเอื้อเอ็นดูคาซึยะไม่น้อยทีเดียว

************************************

เมฆฝนตั้งเค้าทะมึนอยู่บนฟากฟ้า ผิดกับตอนขามาลิบลับ....ในขณะที่อากาศเริ่มคลายตัว ร้อนอบอ้าว ...จุนโนะนั่งปาดเหงื่ออยู่บริเวณท่าเรือ เขาอยู่บนริมเขื่อนขณะที่นั่งมองจินง่วนอยู่กับเครื่องยนต์เรือของเขา
“โธ่เว้ย...ดันมาเสียอะไรตอนนี้วะ?” จินสบถอยู่ที่นั่น
“จะเย็นแล้วนะ” จุนโนะตะโกนเร่งยิกๆ
“เครื่องเสียซะแล้วซิจุนโนะสุเกะ...” จินตะโกนกลับมาบ้าง
“ไม่ได้นะ...แล้วจะกลับกันยังไงล่ะ”
“ก็ไม่ต้องกลับ” จินพูดหน้าตาเฉย จุนโนะเขย่งก็องกอยมาข้างๆ ลำเรือ
“จะบ้าหรือไง?” เขาทำหน้าง้ำ ขณะนั้นก็แหงนดูเมฆฝนที่เริ่มเคลื่อนตัวใกล้เข้ามาแล้ว
“ฝนจะตกแล้วด้วย ถ้าฝนตกก็ออกเรือไม่ได้อยู่ดี สงสัยคงต้องหาที่ค้างแถวๆ นี้ละมั้ง” จินสาวเชือกมามัดกับราวเขื่อน จากนั้นก็กระโดดขึ้นมายืนเคียงกับจุนโนะ
“จะค้างที่นี่ง่ะนะ??” จุนโนะเท้าเอว ถามเสียงสูง
“ก็งั้นซิ...ฝนจะตก เรือก็เสีย แล้วที่อยู่ของนายน่ะ ก็คนละฝั่งกันเลย กลับไม่ได้หรอก เพราะงั้นหาบังกะโลพักแถวๆ นี้ก็แล้วกัน” จินตรงเข้าฉุดแขนจุนโนะให้เดินเลี่ยงไปอีกทาง แต่หนุ่มน้อยก็ฝืนตัวไว้
“พูดง่ายดีนะนาย....ฉันอยากกลับบ้าน!!”
“ค้างนี่คืนก็แล้วกัน...”
“บ้าเด่ะ...”
“อ้าว...นายนี่ยังไงนะ พรุ่งนี้ค่อยกลับก็แล้วกัน” จินยืนกรานคำเดิม และเขาก็ไม่ฟังอีกด้วยว่าจุนโนะจะค้านว่าอะไร แรงมีเท่าไรก็ทั้งลากทั้งจูงจุนโนะมาที่บังกะโลที่ขึ้นอยู่เกลื่อนกราดแถวๆ ท่าเรือนั่น

เม็ดฝนเริ่มโปรยปรายลงมา ทำให้จุนโนะไม่อาจฝืนต้านทานจินได้ เขาจำใจต้องเดินตามจินไปทุกที่ จนในที่สุดทั้งสองก็ได้มายืนอยู่หน้าบ้านไม้สีฟ้าอ่อน ที่หันหน้าออกสู่ทะเล รอบบ้านมีระเบียงทำด้วยหินอ่อน มีบันไดเตี้ยๆ สองสามขั้นนำสู่ห้องน้อยๆ น่ารัก
จินยืนถือกุญแจห้อง แล้วก็มองจุนโนะ
“จะขึ้นไปเองหรือว่าจะให้อุ้มขึ้น...”
“บ้าจริงนายนี่...” จุนโนะบ่นอุบ แล้วก็เดินยักแย่ยักยันขึ้นบันไดไปอย่างกระฟัดกระเฟียด ก่อนจะเข้าไปในห้อง จินก็ยังอุตส่าห์ได้ยินจุนโนะบ่นแว่วๆ มาว่า
“ไม่น่ามาด้วยเล้ย....ให้ตายซิ...”

********************************

ความมืดย่างกรายเข้ามาเยือน อีกฟากหนึ่งของอ่าวโตเกียว... คาซึยะสะพายเป้ออกไปจากบ้านยามาชิตะ เขาโบกเท็กซี่ไปที่ผับที่เขาทำงานอยู่ วันนี้ยามะพีบอกว่าจะอยู่เป็นเพื่อนคุณปู่ เขาเองก็อยากอยู่คุยด้วยแต่ก็ถึงเวลาทำงานของเขาแล้ว ก็เลยต้องจำใจลา

แขกสาวๆ กลุ่มหนึ่งเจาะจงเรียกตัวโฮสที่ชื่อคาซึยะมานั่งคุยแก้เหงา เป็นกลุ่มเจ้าประจำที่มาบ่อยจนเขาคุ้นเคย ทิปหนักกันทุกคน แค่นั่งคุยเรื่องชวนหัว ทำให้สาวอารมณ์เปลี่ยวกระชุ่มกระชวย คาซึยะทำได้สบายมาก
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเป็นสองชั่วโมง คาซึยะถูกเรียกตัวอีกครั้ง คราวนี้กับหนุ่มใหญ่หัวล้านที่เข้ามานั่งกระแซะ ทำให้เขาต้องอึดอัด รอเวลาว่าเมื่อไรจะครบชั่วโมงเสียที
จนในที่สุดเมื่อนาฬิกาบอกว่าถึงเวลาเที่ยงคืน เขาก็เตรียมตัวจะกลับบ้าน แต่ว่า.....
“คาซึยะแขกโต๊ะสิบสามเรียกแน่ะ...” ผู้จัดการรีบเข้ามาบอกอย่างเร่งด่วน ทำให้ร่างที่กำลังจะสะพายกระเป๋ากลับบ้านต้องชะงัก
“ผมจะกลับแล้วง่ะ..”
“เออน่า...คนนี้เขาบอกว่าต้องให้นายมานั่งคุยเป็นเพื่อนให้ได้ เท่าไรก็จ่ายไม่อั้น!” ผู้จัดการตบบ่าของเขา ขอความเห็นใจ
“แหม...พี่...ผมง่วงแล้วนะเนี่ย”
“เหอะ...ชั่วโมงเดียวเอง...”
“ก็ได้ครับ...” คาซึยะผงกหัว แล้วก็วางเป้ลง เดินตัวปลิวไปทางโต๊ะหมายเลขสิบสาม

แสงสลัวจากในผับทำให้เขาเห็นเงาตะคุ่มๆ ของร่างๆ หนึ่งที่เป็นแขกคนที่เรียกตัวเขา
คาซึยะเข้าไปนั่งตรงข้าม กำลังจะเอ่ยปากทัก แต่แล้วเขาก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นหน้าหนุ่มลูกค้าที่จ้องเขาเขม็ง ซึ่งนั่นก็คือ.............
“คุณยามะพี!!” คาซึยะอุทานออกมาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง....

*************************************


to be continue

 

comment ที่นี่จ้า

 

 



Hosted by www.Geocities.ws

1