
Never Let YOU Go...6
++++++++++++++++++++++++++++++
Vol 6
***************************
........คาซึยะอ้าปากหาวเป็นครั้งที่สามในวันนี้ ดวงตาฉ่ำปรือของเขาทำให้ชายชราอย่างยามาชิตะมองด้วยความเอ็นดู
พอลองถามดูว่าคาซึยะไปทำอะไร จนมานั่งง่วงอยู่นี้ ก็ได้รับคำตอบว่า
ดูแลพี่ชายน่ะฮะ... เขาตอบไหลลื่น ....ใครจะบอกล่ะว่า นอกจากงานที่กำลังทำอยู่นี้
เขายังต้องอดหลับอดนอนไปนั่งเป็นเพื่อนพวกหัวใจเปลี่ยวในยามค่ำคืนอีก
ง่วงก็นอนกันเหอะ ปู่ก็ง่วงเหมือนกัน ว่าแล้วคุณปู่ผู้เป็นนายจ้างก็ล้มตัวลงนอนที่เก้าอี้ตัวยาว
ที่ประจำซึ่งชายชรายึดไว้เป็นที่เอนหลังยามง่วงนอน
คาซึยะมองร่างชายชรานอนเอกเขนกก็นึกอยากจะนอนบ้าง แต่ว่าการเป็นลูกจ้าง เป็นเพื่อนคุยอย่างเขาจะทำได้หรือ??
เขานั่งคอยจนคุณยามาชิตะหลับแล้ว จึงค่อยๆ ย่องออกมานอกห้องพักผ่อน
กะว่าจะออกไปเดินเล่นให้หายง่วง แต่พอเดินมาถึงมุมเลี้ยวตรงทางเดินไปสู่ชั้นล่าง
เขาก็ชะงักกึกเมื่อเกือบจะชนกับร่างบางของใครคนหนึ่งที่โผล่มาจ๊ะเอ๋กันพอดี
อ๊ะ!! นาย!! ยามะพีอุทานเบาๆ เมื่อคาซึยะยึดท่อนแขนของเขาเอาไว้เพื่อไม่ให้ผงะ
ขอโทษครับ คุณยามะพี
อือ....ช่างเหอะ... ยามะพีส่ายหน้า เขายิ้มให้คาซึยะ แล้วก็มองเลยไปด้านหลัง
คุณปู่ล่ะ?
นอนกลางวันน่ะฮะ ผมง่วง ก็เลยจะออกมาสูดอากาศหน่อย... คาซึยะบอก แล้วก็เบี่ยงหลบทางเดินให้
แต่ยามะพีกลับยืนเฉย เขาตวัดดวงตากลมโตมองคาซึยะแล้วก็เอ่ยชวน
ไปหาไวน์ดื่มกันมั้ย?
หือ? คนฟังอ้าปากค้าง มองหลานชายนายจ้างอย่างไม่เชื่อสายตา ....
ว่าไงไปมั้ย? ยามะพีชวนซ้ำ และไม่รอคำตอบเขาดึงแขนคาซึยะเดินลิ่วไปทางห้องใต้ดิน
ซึ่งคาซึยะก็เพิ่งจะรู้วันนี้เองว่า บ้านใหญ่โตหลังนี้ก็มีห้องใต้ดินด้วย
ยามะพีกับคาซึยะพากันเดินลัดเลาะมาตามทางเดินแคบๆ ข้างผนังมีไฟดวงน้อยพอส่องสว่าง
เดินกันมาจนสุดทาง ยามะพีก็กวักมือหยอยๆ เมื่อมาถึงห้องที่ประตูทาด้วยสีสีแดง
ห้องอะไรครับ? คาซึยะถาม
ห้องเก็บไวน์ ยามะพีหันมาตอบ ดวงตาโตฉายแววระยิบระยับ ลิ้นสีชมพูแลบเลียที่ริมฝีปากบน
คอยมานานแย้วว... เขาถูมือไปมา ขณะเปิดประตูเข้าไป
เข้ามาเด้... หันมากวักมือเรียกคาซึยะเข้าไปอีกแน่ะ
เมื่อเปิดไฟสว่าง คาซึยะก็ได้เห็นขวดไวน์สารพัดชนิดนอนเรียงรายอยู่ที่เชลฟ์
แต่ละเชลฟ์จะบอกปีที่ผลิต... เชลฟ์แต่ละแถววางเรียงรายตั้งแต่ปากประตูทางเข้าจนจรดผนังอีกด้านหนึ่ง
ร่างโปร่งบางของยามะพีเดินไปหยุดที่เชลฟ์หนึ่ง แล้วก็เลือกเอาไวน์แดงมาหนึ่งขวด
หนีบไว้ที่รักแร้ จากนั้นเขาก็เดินไปที่ตู้เย็น หยิบเอาถังน้ำแข็งและแก้วไวน์มาสองแก้ว
แต่พอหันมาเห็นหน้าตาตื่นๆ ของคาซึยะ ยามาพีก็ยักไหล่แล้วก็เก็บแก้วสองใบนั้นเสีย
เขาหันไปคว้าไวน์แดงปีเดียวกันมาอีกขวดส่งให้หนุ่มน้อยที่ยืนมองอยู่เบื้องหน้า
ดวดกันคนละขวดก็แล้วกัน
คุณยามะพี....จะดีหรือครับ?
เออน่า....มานิ... ยามะพีจูงมือคาซึยะไปที่มุมห้อง ซึ่งมีประตูลับซ่อนอยู่ตรงนั้น
พอยามะเปิดประตูออกกว้าง มีแสงสว่างจ้าสาดกระจายเข้ามาโดยทันที ยามะพีหันมายิ้มตาหยี
เขาเดินนำออกไปก่อน โดยมีคาซึยะเป็นผู้ตาม
พ้นจากประตูบานนั้น คาซึยะก็ถึงกับยืนอึ้ง ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเขาก้าวมายืนที่ริมบึงเล็กๆ
มีทุ่งสีเขียว ที่มีดอกหญ้าออกดอกบานสะพรั่งระบายอยู่ทั่วทุกแห่ง ที่ชายตลิ่งของบึงน้ำ
มีศาลาไม้สีน้ำตาลแดงแบบญี่ปุ่นตั้งเป็นจุดดึงดูดสายตา ซึ่งมันก็ดูดสายตาของคาซึยะมากพอดู
เมื่อมีร่างบางของยามะพียืนทอดอารมณ์อยู่ที่นั่น ดวงหน้าหวานสวยมองคาซึยะที่ยังยืนนิ่งอยู่
เขางอนิ้วเข้าหาตัว แล้วก็ชูขวดไวน์สองขวดแกว่งไปแกว่งมา
จะรออะไรอยู่ล่ะ คาซึจางงง.....มาดวดกันเร้วว...
...............................
เมื่อสายลมเย็นฉ่ำของระลอกน้ำพัดผ่านเข้ามาในศาลา ทั้งหลานชายนายจ้างและลูกจ้าง
ต่างก็นั่งขัดสมาธิ จิบไวน์หน้าแดงระเรื่อ คาซึยะดูจะปกติหน่อยก็ตรงที่เขาเป็นโฮสมานาน
การที่ได้จิบของมึนเมาแค่นิดหน่อยแบบนี้ ย่อมสบายมาก ผิดกับอีกคนที่เริ่มจะนอนเอกเขนกบนเบาะเตี้ยๆ
ยามะพีเริ่มจะเอนตัวลงนอนราบไปกับเบาะ แต่ปากก็ยังคุยจ๋อยๆ ไม่หยุด ซึ่งก็ทำให้คาซึยะได้รู้มาว่า
ยามะพีขึ้นมหาลัยปี 2 แล้ว ซึ่งก็เรียนมากกว่าเขาหนึ่งปี ถ้าปีนี้เขาไม่ดร็อปไว้ก่อน
เขาก็จะกลายมาเป็นเฟรชชี่ของรั้วอุดมศึกษาเหมือนกัน
นายเป็นน้องฉันนะ...อายุน้อยกว่า แต่ไหงดูๆ มันแก่แดดแก่ลมกว่าฉันล่าาา....
ยามะพีชี้ไปที่หน้าของคาซึยะ เขากอดขวดไวน์ไว้แน่น สักพักก็กลิ้งขวดเปล่าๆ ลงกับพื้น
ยี้....คาซึยะเด็กจังเลย....อายุเพิ่งจะ 18 ไก่อ่อนชะมัดเลยน้าาา... ยามะพีย่นจมูกใส่
ดวงตาใสเมื่อสักครู่เริ่มหรี่ปรือ คาซึยะส่งเสียงหัวเราะออกมา เขามองดวงตาหรี่ปรือของยามะ
มองไปว่า เป็นดวงตาชวนเชิญอย่างไรชอบกล
จะดื่มอีกมั้ย...ของผมยังเหลือนะ คาซึยะยื่นขวดของตัวเองแตะที่แก้มใสของคนนอนเล่น
อึ้ย....ยังๆ เอาแช่ไว้ในถังก่อน เดี๋ยวค่อยซดกันต่อ ว่าแล้วยามะพีก็หลับตาพริ้ม
เมื่อลมอันแสนสบายพัดลูบโลมเนื้อตัวให้สดชื่น ยามะพีก็เริ่มง่วง
ฮะ...ฮ้าววว...ง่วงชะมัดเลย ยามะพีขยับริมฝีปากไปมา แต่คาซึยะมองนาฬิกาข้อมือแล้วก็ส่ายหน้า
ผมทิ้งคุณปู่ไว้นานแล้ว คุณยามะอยากนอนก็นอนต่อเถอะครับ ผมขอตัวไปดูคุณปู่ก่อน
เขาทำท่าจะลุกขึ้น แต่ว่ายามะพีกลับยึดท่อนแขนเขาเอาไว้แน่น
อย่าเพิ่งน้าาา...นั่งเป็นเพื่อนก่อนเด้.... พูดทั้งๆ ที่หลับตา แต่มือก็กำแขนของคาซึยะอยู่
จนทำให้ร่างของหนุ่มน้อยต้องนั่งแหมะลงข้างๆ
เดี๋ยวคุณปู่คุณตื่นนะฮะ....
เออน่า....เดี๋ยวแก้ตัวแทนให้...ว่าแต่......เล่าเรื่องของนายให้ฉันฟังมั่งซิ
แก้เมาไง
ฟังเรื่องของผมแล้ว คุณยามะจะยิ่งเมามากกว่าเดิมน่ะไม่ว่า... จนแล้วจนรอด เขาก็ไม่ยอมปริปากเล่าเรื่องของเขาให้ใครฟัง
ยามะพีทำแก้มป่อง ขัดใจเหลือเกินแล้ว ริมฝีปากอิ่มยื่นใส่คาซึยะ ซึ่งฝ่ายนั้นก็นั่งนิ่งขึง
...ทำไมวันนี้คุณยามะพีถึงได้ดูชวนเชิญแบบนี้นะ
เขาผ่อนร่างลงนั่งครึ่งนอนครึ่งข้างๆ ร่างบางของยามะพี เมื่อฝ่ายนั้นไม่ลุกหนี
คาซึยะก็คว้าขวดไวน์มาแตะที่แก้มป่อง
เย็นนะ.. ยามะพีพูดเบาๆ ท่าทางหายเมาเป็นปลิดทิ้งเมื่อเจอสายตาคมกริบของคาซึยะ
จะให้ผมไปหาคุณปู่ได้หรือยัง?
ยัง.....
ทำไมฮะ? คาซึยะถาม พลางก้มหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนยามะพีรู้สึกถึงลมหายใจกรุ่นไวน์ของคนตรงหน้า
ก็....อยากมีเพื่อนคุยนี่ ไม่ได้หรือ? ยามะพีเบือนหลบตาคม ต่างฝ่ายต่างเงียบ
จนกระทั่งยามะพีรับรู้ถึงลมอุ่นจัดปะทะที่ข้างแก้มนวล เมื่อเขาหันหน้ามอง ก็พบกับริมฝีปากบางเฉียบของหนุ่มน้อยคาซึยะอยู่ห่างจากกลีบปากของเขาแค่ลมหายใจกั้น
ให้ตายซิ... คาซึยะก้มหน้าอีกนิด ประทับริมฝีปากลงมาอย่างดูดดื่ม.........
ยามะพีสะดุดลมหายใจ อาการเต้นของหัวใจเต้นถี่รัวเร็ว เมื่อจุมพิตที่ได้รับมันช่างอ่อนโยนเสียเหลือเกิน
ไม่มีความแข็งกร้าวอย่างที่คาดว่าจะได้รับจากคนๆ นี้
คุณยามะ.......หวานจริงๆ คาซึยะครางแผ่วเบา เขาพรมจูบไปทั่วดวงหน้าหวาน หยุดนิ่งที่ซอกคอหอมละมุน
มือน้อยๆ ของยามะพีตวัดรอบคอของเขา ปลายนิ้วมือสอดไซร้เข้าไปที่เรือนผมหลังต้นคอ
รู้สึกถึงความอ่อนนุ่มของผมยาวสีน้ำตาลได้ดี และรู้อีกว่าคาซึยะกำลังจะหวนกลับมาประทับจุมพิตที่ริมฝีปากอิ่มเต็มของเขาอีกครั้ง
อื้อ.....คาซึยะ... ยามะพีตัวอ่อนระทวย กลีบปากอวบถูกสัมผัสอย่างหนักหน่วง
คราวนี้เร่าร้อนรุนแรงจนเนื้อตัวสั่นสะท้าน คาซึยะเบียดอกกว้างกับอกอุ่นของคนข้างใต้
มือของเขาลูบไล้ไปทั่วผิวกายนอกร่มผ้าของคนตาโต ยามะพีสะท้านไหวเยือกไปกับสัมผัสนั้น
ลมหายใจแทบขาดจังหวะ
คาซึยะกดจุมพิตหนักหน่วงลงไปเหนือกลีบปากอีกครั้ง ก่อนที่จะถอนมนต์สะกดออก เขาผงกตัวขึ้น
ดวงตาหรี่ปรือมองร่างสวยงามข้างใต้ด้วยสายตาที่มีความหมายลึกซึ้งยิ่งนัก
ยามะพียังนอนหลับตาพริ้ม ลมหายใจหอบถี่บ่งบอกถึงอารมณ์ได้ดี คาซึยะก้มมองริมฝีปากอิ่มแดงที่สั่นระริก
เขาอมยิ้มขณะไล้นิ้วมือบนความอ่อนนุ่มนั้น
อย่าบอกนะว่าคุณไม่เคยถูกจูบมาก่อน เสียงทุ้มนุ่มหูเอ่ยออกมาแผ่วเบาราวกับเสียงจุมพิตแห่งสายลม
ยามะพีส่ายหน้าช้าๆ ราวกับจะเป็นการยอมรับในสิ่งที่คาซึยะเอ่ยถาม
ไม่เคยเลยหรือ? เสียงถามย้ำ เมื่อดวงหน้าหวานพยักหน้าขึ้นลง ผิวแก้มแดงระเรื่อ
คาซึยะจึงรู้สึกปลาบปลื้มเหลือเกิน
.........จุมพิตแรกของยามะพี....ได้เป็นของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ.......
นายกล้ามากนะที่ทำกับฉันแบบนี้ ยามะพีพูดเสียงพร่า ขณะลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ
เรื่องอะไรหรือครับ? เรื่องจูบคุณน่ะหรือ?
ก็จะเรื่องอะไรซะอีกล่ะ... ไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้กับฉันมาก่อนเลยด้วย ยามะทำปากยื่น
สบตาดำคมของคาซึยะอย่างกล้าหาญ
แล้วทำไมคุณไม่ขัดขืน หรือผลักไสผมล่ะ?
ก็มือไม่ว่างนี่... เขาทำเสียงงอนเต็มพิกัด
คาซึยะเกือบปล่อยหัวเราะออกมา เมื่อมองไล่ตามมือของยามะพี ก็เห็นว่ามือที่ไม่ว่างของยามะนั่นน่ะกำลังคล้องหลวมๆ
ที่คอของเขานั่นเอง
เขาค่อยๆ บรรจงปลดมือเรียวบางออกจากท้ายทอย ซึ่งก็ทำให้ยามะพีทำตาโต ริมฝีปากเผยอออกอย่างลืมตัว
และนั่นก็ทำให้คาซึยะอดใจที่จะจุ๊บริมฝีปากอวบอิ่มนั้นไม่ได้
อื๊อ...พอแล้วนะ
ครับ...พอก่อน...ทีนี้จะให้ผมไปหาคุณปู่ของคุณได้หรือยัง? คาซึยะถาม
ก็ไปเด่ะ ร่างบางลุกขึ้นนั่งตัวตรงแน๋ว มือประสานกันที่ตัก เงยหน้าหวานมองคาซึยะที่กำลังลุกขึ้นอย่างกระฉับกระเฉง
xxx........ ฮึ!! คนบ้า ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดูเอาเหอะ ลุกขึ้นยืนอย่างไม่สะทกสะท้าน ในขณะที่ตัวเขาเองกลับแข้งขาสั่นพั่บๆ จะลุกไปไหนก็ยังไม่ได้.......xxx
แล้วเจอกันนะครับ คุณยามะพี.. คาซึยะก้มหัวให้นิดหนึ่ง แล้วก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงหายลับไปทางประตูห้องเก็บไวน์
เมื่อลับร่างของผู้อุกอาจมอบจุมพิตแรกกับเขาแล้ว ยามะพีก็ล้มตัวนอนหงาย ดวงตาคู่สวยมองโคมไฟเก่าที่ห้อยตัวมาจากบนเพดานของศาลา
ริมฝีปากน้อยๆ เผยอออก รู้สึกตึงเปรี๊ยะเพราะรสสัมผัสเมื่อครู่ มุมปากของยามะพีปรากฏรอยยิ้มน้อยๆ
ขึ้น เขาหลับตาลงอย่างสุขใจ เบื้องหลังเปลือกตานั้นปรากฏภาพซ้อนของคาซึยะลอยวนอยู่เช่นนั้นจนกระทั่งผลอย
หลับไป
***************************
ท่ามกลางความมืดยามราตรี....คาซึยะค่อยๆ ย่องผ่านห้องรับแขก พยายามทำเสียงให้เบาที่สุด
ป่านนี้จุนโนะคงจะหลับไปแล้ว แต่ก็แปลกใจที่ ทุกวันจุนโนะจะเปิดไฟดวงเล็กที่ห้องรับแขกไว้เสมอ
แต่ทำไมวันนี้มันถึงได้มืดมิดนัก
ขณะจะเดินผ่านห้องของพี่ชาย ก็อดใจที่จะแง้มประตูแอบดูไม่ได้ ....เห็นร่างโปร่งบางนอนคว่ำหน้ากลางเตียงกว้าง
....มีแสงไฟอ่อนๆ จากโคมไฟส่องให้เห็น จุนโนะสุเกะนอนเปลือยท่อนบน มีเพียงผ้าห่มคลุมท่อนล่างอยู่ผืนเดียว
เดี๋ยวก็หนาวตาย... คาซึยะบ่นพึม เขาเข้าไปห่มผ้าให้จนถึงต้นคอ
ร่างบางภายใต้ผ้าห่มขยับตัวขยุกขยิก พลิกศีรษะหันมาทางคาซึยะ เด็กหนุ่มได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ
ดังลอดผ่านริมฝีปากของผู้เป็นพี่ชาย
จุนโนะ....เป็นอะไรง่ะ? คาซึยะถาม เขาเกลี่ยเส้นผมรุ่ยร่ายออกให้พ้นจากดวงตาคู่นั้น
และมันก็เผยให้เห็นน้ำใสๆ ไหลลงมาเป็นทาง ผ่านแก้มลงมาเปียกที่หมอน
ร้องไห้ทำไม? คาซึยะถามซ้ำ รู้สึกตกใจไม่น้อยทีเดียว แต่ร่างบางส่ายหน้า
เจ็บขาเหรอจุนโนะ...
เปล่า.... เสียงสั่นเครือดังขึ้นเมื่อน้องชายเลิกผ้าห่มออก
ฮึก... จุนโนะยันตัวขึ้นนั่ง สองแขนกางออก แล้วก็โผเข้าซบอกของคาซึยะ
คาซึจัง.....ฮึก.........
เป็นไรง่ะจุนโนะ บอกซิ... คาซึยะระล่ำระลักถาม ....รู้สึกถึงแรงสั่นสะท้านของร่างที่อยู่ในอ้อมแขน
เขาเองก็ตกใจ ไม่เคยเห็นพี่ชายร้องไห้ได้มากมายขนาดนี้ จุนโนะสุเกะเข้มแข็งมาโดยตลอด ผ่านเรื่องเสียอกเสียใจมาก็มากมาย แต่จุนโนะก็เข้มแข็งเสมอทุกสถานการณ์
....นี่ถึงขั้นร้องห่มร้องไห้แบบนี้ แสดงว่าเขาต้องได้รับเรื่องร้ายๆ จนสุดจะทานทนอย่างแน่นอน
คาซึยะปล่อยให้จุนโนะร้องไห้ออกมาจนหมด เมื่อร่างบางค่อยคลายจากอาการสั่นเทาแล้ว
เขาถึงจับบ่าพี่ชายออกห่าง แล้วก็ปาดน้ำตาออกให้อย่างอ่อนโยน เขามองจุนโนะอย่างค้นคว้า
คิ้วขมวดมุ่น ดวงตามีเครื่องหมายคำถามอยู่เต็มไปหมด
จะบอกได้หรือยังหือ...เกิดอะไรขึ้นกับจุนโนะสุเกะ นายแบบคนสวยเอ่ย? เขาทำเสียงล้อเลียน
เพื่อให้อีกฝ่ายคลายเศร้า จุนโนะสูดจมูก ใช้หลังมือป้ายน้ำตาป้อยๆ
หึ หึ...โดนทรยศซะแล้ว พี่ชายนาย... จุนโนะหัวเราะเสียงขื่น ก้มหน้าลงต่ำจนคางแทบจรดอก
ริมฝีปากเม้มสนิท
หมายความว่าไงกัน? นายคนนั้นเหรอ อะกานิชิ จิน...??
ไม่ใช่หรอก...รายนั้นน่ะคนนอก....ยูอิจิต่างหากล่ะ...เขาทิ้งฉัน...ไปมีคนใหม่แล้ว
จุนโนะยักไหล่ ท่าทางผิดกับที่ร้องไห้แบบเมื่อกี้ลิบลับ
หา?? หมอนั่น....มันกล้าทิ้งนายเรอะ.... คาซึยะพรวดพราดลุกขึ้นยืนจังก้า กำหมัดแน่น
จุนโนะไม่ตอบได้แต่พยักหน้าขึ้นลง ....เล่าให้น้องชายฟังถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกลางวัน
บ้าจริง!! นึกแล้วไม่มีผิด...นึกสังหรณ์ใจแล้วเชียว นายง่ะ รักเขามากจนหลงเลยนะจุนโนะ...ฉันเองก็ไม่อยากเตือน...ถ้ารู้ว่ามันจะเป็นอย่างที่คิดล่ะก็
จะห้ามไม่ให้คบกันตั้งก๊ะแรกแล้ว...
ฉันรักยูอิจิ พี่ชายยังยืนยันกับความรู้สึกเดิม
บ้าเด่ะ....ไม่เอานะ จุนโนะ ยูอิจิมันมีแฟนใหม่หรือไงกัน?
อือ.....ฮึก.... ดวงตาของจุนโนะเริ่มมีน้ำตาอีกครั้ง น้องชายก้มหน้ามาใกล้
แล้วก็ร้องเสียงเขียว
หยุดร้องนะ!!
จุนโนะหยุดสะอื้น มองน้องชายด้วยดวงตาเบิกกว้าง คาซึยะทำหน้าถมึงทึง
จะไปเสียน้ำตาให้มันทำไมกัน!! ทิ้งก็ทิ้งซิ หาเอาใหม่ อย่างพี่ง่ะนะ จะหาให้เลิศแค่ไหนก็ย่อมได้
เมื่อมันไม่เห็นนายอยู่ในสายตา นายจะมานั่งคร่ำครวญให้เสียศักดิ์ศรีทำไมกัน เชิดหน้าหยิ่งของนายเอาไว้ซิ...ทำให้รู้ว่าคนอย่างจุนโนะสุเกะจะแคร์กะไอ้แค่ความรักจอมปลอมทำไมกัน...
คาซึยะพูดด้วยความรู้สึกทั้งหมด สะใจเงียบๆ ที่ยูอิจิไปจากชีวิตพี่ชายของเขา
จุนโนะไม่เหมาะกับยูอิจิเลยสักนิดเดียว ตลอดเวลาที่คบกัน คาซึยะเห็นแต่พี่ชายของเขาคลั่งไคล้อยู่แต่นายคนนี้
จนแทบจะเป็นหลงเลยทีเดียว ......เด็กหนุ่มนึกไปถึงหนุ่มอีกคนที่เพิ่งจะรู้จักได้ไม่นาน
....อะกานิชิ จิน....
ถึงจะดูกะล่อนไปสักหน่อยแต่อะไรบางอย่าง ทำให้เขารู้สึกถูกชะตาด้วย ....ถ้าเป็นนายคนนี้
ก็คงจะดีกว่า...ไม่ใช่หรือ...ทำไมพี่ชายของเขาไม่ลองหันมามองอะกานิชิ จินดูบ้างล่ะ
คาซึยะเหลือบมองใบหน้าซีดเซียวของพี่ชาย แล้วก็ใจอ่อน โดนน้องชายดุเอาแบบนี้
คนที่เคยไม่ย่อต่อความอ่อนไหวก็นั่งก้มหน้าเงียบกริบ แม้แต่น้ำตาสักหยดก็ดูราวกับจะไหลย้อนกลับเข้าไปในดวงตาคู่สวยของจุนโนะ
คาซึยะก้มลง จับบ่าบอบบางของพี่ชายแล้วก็กระซิบ
จำเอาไว้เลยนะ เจ็บแล้วต้องจำ ...ฮึ...อยากรู้นักว่า ไอ้หนุ่มคนใหม่ของไอ้หมอนั่น
มันวิเศษกว่าพี่ชายของฉันได้อย่างไง?
จุนโนะส่ายหน้า แล้วก็บอกว่า
คืนนี้....นอนเป็นเพื่อนกันนะ...พี่ไม่อยากนอนคนเดียว... จุนโนะจับแขนคาซึยะไว้
เขย่าเบาๆ
อือ... น้องชายรับปาก ก่อนจะขอตัวไปทำธุระส่วนตัว
เมื่อได้เวลานอน สองพี่น้องก็นอนเคียงกันบนเตียงกว้าง จุนโนะซุกศีรษะกับไหล่ของน้องชาย
ฟังเด็กหนุ่มเล่าเรื่องงานที่ไปทำมาในวันนี้....เล่าถึงหนุ่มน้อยดวงตากลมโตที่เสียจูบให้เขาไปอีกด้วย
จุนโนะครางเบาๆ แล้วก็ออกความเห็นว่า
สงสัยยามะพีคนนั้นคงจะหลงรักน้องชายเราซะละมั้ง?
จริงง่ะ? คาซึยะถามเพื่อความแน่ใจ ดวงหน้าอ่อนโยนขึ้นเมื่อนึกถึงยามะพี
ก็งั้นซิ ไม่งั้นนายโดนตบไปแล้วล่ะ จุนโนะพูดพึมพำ นึกไปถึงมนต์จุมพิตของอะกานิชิ
จินเมื่อกลางวันเหมือนกัน เขาเองก็เล่าให้คาซึยะฟังเรื่องไปถ่ายโฆษณา แต่ก็งดการพูดพาดพิงถึงบุคคลที่สาม
ผู้อุกอาจปล้ำจูบเขา.....ถ้าน้องชายรู้ ก็ไม่รู้ว่าสวัสดิภาพของจินจะเป็นอย่างไรบ้าง.....
แล้วความสัมพันธ์ของนายกับเจเนรัลเบ๊จินล่ะ เป็นไงบ้าง?
ก็ไม่ไง...แค่มารับมาส่ง แล้วก็อยู่ดูแลฉันสักครู่ก็กลับบ้าน
อือ......ดูๆ ไป เขาก็ดูดีนะ หน้าตาดี...หุ่นเท่...อยู่ใกล้แล้วไม่เครียดดีด้วย...
คาซึยะออกความเห็น หลุบตาดูพี่ชาย มองเห็นไม่ชัดนักเพราะความมืด
คนบ้าๆ พรรค์งั้น...ฉันสงสัยนักว่า ทำไมเขาต้องเอาตัวเข้ามาพัวพันกับฉันด้วย
เขาชอบพี่มั้ง? คาซึยะพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ก็เลยโดนจุนโนะหยิกหัวไหล่ไปหนึ่งที
บ้าเด่ะ...พอฉันหายแล้ว ก็คงจะไปเองง่ะแหล่ะ จุนโนะถอนหายใจ เฮ้อ...ยังนึกไปถึงว่า
พรุ่งนี้จินจะโผล่หน้ามาให้เห็นมั้ย? เมื่อก่อนจะนอน ฝ่ายนั้นก็โทรฯ มาหา พอเขารับสาย
จินก็บอกว่า ไม่มีเรื่องอะไร โทรฯ มาเช็คดูเท่านั้นว่าจุนโนะฆ่าตัวตายไปหรือยัง?
คนบ้า!! จุนโนะเผลอตัวร้องออกมา
คาซึยะนึกรู้ ยีผมอ่อนสลวยของพี่ชายเบาๆ เขากระชับอ้อมแขนที่มีจุนโนะซุกตัวอยู่
รู้สึกดีใจขึ้นนิดหน่อยที่ตอนนี้ พี่ชายไม่ได้คร่ำครวญถึงยูอิจิแล้ว ......ในใจเขาก็คิดว่า
ให้จุนโนะร้องไห้ให้เขาฟังคนเดียวย่อมดีกว่าจะไปฟูมฟายต่อหน้าคนอื่น เขาเชื่อว่า
ในวันรุ่งขึ้น จุนโนะจะตื่นมาอย่างแจ่มใสขึ้น และจะไม่มีวันร้องไห้ให้ใครเห็นนอกจากคนที่สนิทจริงๆ
เท่านั้น...
หลับนะ ง่วงแล้ว... เด็กหนุ่มพูดพร้อมกับหลับตา
โอยาซึมินาไซ... จุนโนะหอมแก้มสากๆ ของผู้อ่อนวัยกว่า .....ดีใจที่ไม่ได้อยู่คนเดียว
อย่างน้อยก็ยังมีน้องชายคอยเป็นเพื่อนปรับทุกข์ให้....แต่ว่า... เขาก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า
ถึงไม่มีคาซึยะ แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งคนที่เขาจะปรับทุกข์ด้วยได้มั้ย...ใบหน้าหล่อเหลาของชายคนนั้น
ผ่านวาบเข้ามาในใจ....
...อะกานิชิ จิน...
**********************************
คาซึยะตื่นนอนแต่เช้า แม้ว่าเมื่อคืนจะอยู่เป็นเพื่อนปรับทุกข์ให้พี่ชายจนดึกดื่น
เขาเตรียมตัวจะไปทำงาน เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู ชินเสียแล้วกับสไตล์การเคาะแบบนี้
อะกานิชิ จิน โผล่หน้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม
จะไปทำงานแล้วเหรอ? ชายหนุ่มถาม คาซึยะพยักหน้ายิ้มให้อย่างอารมณ์ดี จินบุ้ยใบ้ไปที่ประตูห้องของจุนโนะที่ยังคงปิดสนิทอยู่
ยังไม่ตื่นเลยฮะ...จะเข้าไปก็ได้...แต่ห้ามปลุก เมื่อคืนนอนดึก... คาซึยะยกหลังมือป้ายตา
ทำเลียนแบบว่าจุนโนะร้องไห้เมื่อคืนนี้
จินเบิกตากว้าง แต่ก็นึกเอาไว้อยู่แล้ว
....หนอย..ทำเป็นหยิ่ง...ใจแข็งไม่เข้าท่า ที่แท้ก็แอบมาร้องไห้ตอนกลางดึก....
เมื่อคาซึยะขอตัวไปทำงาน จินก็จรดปลายเท้าเข้าไปในห้องของจุนโนะสุเกะ
ร่างเพรียวยังคงนอนคว่ำ หันใบหน้าด้านข้างมาทางเขา....จินสืบเท้าไปใกล้ๆ
เห็นดวงหน้าที่อ่อนเยาว์ บริเวณเปลือกตาบวมเพราะผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแสดงให้รู้ว่า
จุนโนะคงจะยังไม่ตื่นในตอนนี้
จินคุกเข่าลงข้างเตียง ไล้ขอบปากบางหยักของคนนอนหลับ รสจุมพิตเมื่อวานยังกรุ่นอยู่ที่นั่น
ความหอมหวานของกลีบปากคู่นี้ทำให้เขาอดใจที่จะจรดริมฝีปากบางเบาเข้ากับปากแดงของจุนโนะไม่ได้
อืมม... เสียงจุนโนะครางในลำคอ
จินสะดุ้ง รีบหดหน้ากลับมา ....เขาแตะจมูกที่แก้มใสของจุนโนะอีกครั้ง ก่อนที่จะถอยออกมานอกห้อง
.................................
เขาขยับพวงกุญแจในมือ วันนี้อุตส่าห์อ้อนวอนขอยืมเรือใบลำเล็กจากพี่ชายคนโตเอาไว้แล้วเชียว
ไม่รู้ว่าคนที่นอนหลับในห้องจะยินยอมไปล่องเรือกับเขาหรือเปล่า.....
จินยักไหล่ เขายัดกุญแจไว้ในกระเป๋ากางเกง ก่อนที่จะเดินผิวปากเข้าไปทำอาหารในห้องครัว
ยืนหันรีหันขวางอยู่ครู่ใหญ่ พยายามจะนึกว่า ....
....คนที่กำลังตกอยู่ในฐานะอกหัก จะมีอาหารอะไรที่จะเยียวยา สมานแผลใจนี้ได้.....
***************************
to be continue