Loving YOU ...8+9 (ending)

 

.....................

จุนโนะขับรถวนรอบถนนที่จะไปสถานีรถไฟอยู่หลายรอบก็ไม่พบคาเมะ เขาจึงบึ่งรถกลับเข้าซอยที่บ้าน แวะถามไถ่ที่บ้านคาเมะก่อน ได้ความว่า คาเมะกลับเข้าบ้านได้สักพักแล้ว
“มารถแท๊กซี่จ้ะ....นึกว่าไปด้วยกันซะอีกแน่ะ” แม่ของคาเมะบอก จุนโนะส่ายหน้าแล้วก็ขออนุญาตขึ้นไปหาลูกชายเจ้าของบ้านข้างบน

..................................

คาเมะเพิ่งจะสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง โคมไฟเหนือหัวเตียงถูกเปิดขึ้นในทันใด แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ยังไม่ยอมลุกออกมาจากที่นอน เขาขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงเรียกมาจากหน้าประตูห้อง
“หนูเมะจัง......นอนหรือยัง?”
.......เสียงจุนโนะสุเกะนี่นา.......
คาเมะรีบมุดตัวเข้าใต้โปง โผล่มาแต่ลูกกะตาดำๆ เท่านั้น
“นอนแล้ว.....” เขาตะโกนบอก
คนนอกห้องเงียบไปสักพักก็เคาะประตูเรียกอีก
“นอนแล้วจริงอ่ะ....คาเมะ....เปิดหน่อยซิ”
.......หวา......
ไม่ได้นะ...จะให้เจอจุนโนะตอนนี้ได้ไง...จิตใจกำลังอ่อนไหวแบบนี้ เขาจะสู้หน้าจุนโนะได้หรือ...
“ไม่!! ไม่ง่ะ...จะนอน...ง่วง...ไว้เจอกันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน” คาเมะรีบปฏิเสธออกมาทันที
“ไม่เป็นไรแน่นะ...” จุนโนะขยับหน้าจนชิดกับบานประตู ได้ยินเสียงของ คาเมะแว่วๆ แสดงว่าเจ้าของห้องคงจะกำลังอยู่บนเตียงจริงๆ และก็คงไม่อยากเห็นหน้าเขาด้วยซะละมัง...เพราะถ้าเป็นเมื่อก่อน มีหรือที่คาเมะจะปล่อยให้เขายืนเคาะประตูเรียกอยู่อย่างนี้
“ก็ได้...แล้วเจอกัน” เสียงของจุนโนะแสดงความตัดพ้ออยู่นิดๆ
เสียงเงียบเกิดขึ้นอีกครั้ง คาเมะรอฟังเสียงฝีเท้าอยู่นอกห้อง แต่ก็ไม่ได้ ยินเสียงอะไรเลย....
สลัดผ้าห่มทิ้ง ค่อยๆ จรดฝีเท้าเข้าใกล้บานประตู แนบใบหน้าเงี่ยหูฟังเสียงจากภายนอก แต่แล้วเขาก็ต้องสะดุ้งโหยง
“คาเมะ......” เสียงจุนโนะดังขึ้น ณ ที่เดิม คาเมะเกิดอาการใจสั่นขึ้นทันที ....จุนโนะยังไม่กลับไป.......
“หะ...หา?..” เขาขานรับเสียงตะกุกกัก
“จะเดินมาเปิดประตูให้เหรอ?”
“เปล่าซะหน่อย...”
“หนูเมะจัง..”
“อะไรเล่า เรียกอยู่ได้ นายนี่...” คาเมะค้อนขวับกับประตูห้อง
“อยากเห็นหน้าง่ะ” เสียงอ้อนสุดๆ ดังมาจากปากของคนร่างสูง คาเมะหลับตานึกถึงใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนคนนี้ รู้ดีทีเดียวล่ะว่า ลองจุนโนะทำเสียงอ้อนแบบนี้ หน้าตาก็คงจะอ้อนตามไปด้วย เขาซบหน้ากับบานไม้นั่น หลับตานิ่งนาน นี่ถ้าเขาจะทำใจแข็งเปิดประตูออกล่ะก็ ร่างเล็กๆ ของเขาก็คงซบกับอ้อมแขนของจุนโนะพอดิบพอดีเลยเชียวล่ะ
“ทีหลังอย่าวิ่งหนีฉันแบบนั้นอีกนะ ...เป็นห่วง รู้มั้ยฉันตามหานายซะทั่ว”
“ไม่เชื่อหรอก....” คาเมะพูด...ปลายเสียงติดจะงอนๆ
“ทำไมไม่เชื่อล่ะ?”
“ก็ไปกับผู้หญิง เห็นๆ อยู่นี่...แฟนหรือไง? ฮึ!! มิน่าล่ะ ไปบ้านเพื่อนก็ไม่ยอมชวนสักคำ ที่แท้ก็จะไปหาคู่รักคนใหม่นี่เอง”
จุนโนะอมยิ้มอยู่ด้านนอก คาเมะคงจะหายง่วงแล้วล่ะซิ พูดจาฉอดๆ แบบนี้น่ะ
“คู่รักคนใหม่อะไรล่ะ....คนเก่ายังหาไม่ได้เลย...จะไปมีคนใหม่ได้ไง?”
“แม่สาวคนนั้นก็สวยดีนิ ชื่ออะไรล่ะ? สมกันดีออก?” ว่าประชดเข้าให้ เป็นครั้งแรกที่คาเมะรู้สึกอิจฉาแม่สาวคนนั้นขึ้นมา จุนโนะหัวเราะหึๆ อยู่อีกด้าน ไม่มีทีท่าจะแก้เนื้อแก้ตัวแต่อย่างใด
“สมกันจริงอ่ะ?....อืมมม...ถ้านายว่าพวกเราสมกันดี จะได้ขอคบเป็นแฟนซะเลย จะได้สมใจหนูเมะจัง...คงอยากให้ฉันไปพ้นๆ แล้วล่ะซิ ใช่มั้ยล่ะ?”
“.........................”
คาเมะนิ่งงัน หัวใจหล่นวูบ ถ้าจุนโนะทำแบบนั้นจริง เขาจะมีสิทธิ์หวงห้ามล่ะหรือ? ก็ดันไปปฏิเสธเขาก่อนนี่นา
“ว่าไงล่ะ เจ้าเต่าน้อย...จะโอเคมั้ย?” จุนโนะถามอีกครั้ง
“.......................” คาเมะพูดไม่ออก ก้อนแข็งๆ แล่นมาจุกที่ลำคอ
.....ถ้าจุนโนะทำอย่างที่พูดล่ะก็....โอ๊ย...เจ็บจริงๆ นี่น่ะเหรอที่เขาเรียกว่าอาการของโรครักไม่สมหวังกำเริบ จุนโนะก็คงปวดใจแบบเดียวกับที่เขาเป็นนี่ ซินะ....

.....ใช่จริงๆ เขาหลงรักเจ้าเพื่อนตัวสูงคนนี้จริงๆ ด้วย ไม่ใช่เป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบของบรรยากาศน้ำพุสีสดสวยนั่นมันบันดาลให้เป็นไปหรอก เพราะเดี๋ยวนี้ไอ้อาการที่ว่าก็ยังคงอยู่ ไม่ไปไหน หนำซ้ำยังทำท่าว่าจะหนักกว่าเก่าซะอีกแน่ะ

.......สารภาพ......เขาต้องสารภาพรักกับจุนโนะให้ได้ ...ไม่งั้นมันอาจจะสายเกินไป....

“เอ้อ.....จุนโนะ.....ฉัน.....ไม่.......ไม่อยากให้นายทำแบบนั้น....” เขาเอ่ยประโยคนั้นออกไปอย่างยากลำบาก
....ทำไมมันยากเย็นแบบนี้ว้อย.....คาเมะหน้าร้อนซู่ขึ้นมา โชคดีที่จุนโนะไม่มีโอกาสได้เห็น ไม่งั้นเขาเองก็คงแทบมุดแผ่นดินหนีแน่ๆ
“ว่าไงนะ ทำไมล่ะ?”
“เพราะ......เพราะ.......ฉัน....ระ........” คาเมะกลืนน้ำลายลงคอ กำลังจะพูดต่อประโยค แต่แล้ว....
“อ้าว!! จุนโนะ....เข้าห้องไม่ได้หรือจ๊ะ” เสียงขัดจังหวะดังขึ้นที่บันไดชั้นบน แม่ของคาเมะนั่นเอง เธอเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องนอนของลูกชาย จุนโนะหันมายิ้มแหยๆ
“เอ้อ......ครับ ผมกำลังจะกลับพอดี คาเมะเขาง่วงนอนน่ะฮะ คุณแม่...” จุนโนะตอบ ถอยหลังมาจากบานประตู
“ไม่ค้างนี่ล่ะจ๊ะ...”
“ไม่ดีกว่าครับ ......” จุนโนะยิ้มให้ แล้วยืนคุยกับเธออีกสักครู่ จากนั้นก็ขอตัวกลับ เขาตะโกนบอกคนในห้องว่า วันพรุ่งนี้ให้รอด้วย เขาจะมารับไปมหา’ ลัย
..................

เสียงฝีเท้าจางหายไปแล้ว คาเมะยืนพิงบานประตู ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แข้งขาสั่นไปหมด .....เกือบจะได้สารภาพรักแล้วซิ.....แม่นะแม่...เข้ามาขัดจังหวะซะได้....เอ....หรือว่าเข้ามาช่วยกันแน่นะ ก็อายจะแย่อยู่แล้วง่ะ
เขาค่อยๆ รูดตัวลงไปนั่งจุ้มปุ๊กกับพื้นห้อง แค่เพียงจะเริ่มต้นบอกความในใจ หัวใจเจ้ากรรมก็แทบจะกระโดดออกมาเต้นนอกอก เขาจับพวงแก้มที่ร้อนนิดๆ ของตัวเอง .....หน้าคงจะแดงก่ำแน่ๆ เลย....

......ทำไมการบอกว่ารักคนๆ หนึ่งนี่มันช่างยากเย็นแบบนี้นะ แล้วทำไม จุนโนะถึงบอกว่ารักเขาได้ล่ะ ไม่มีอาการเขินอายอะไรเลยด้วย........
คาเมะรวบรวมกำลังใจเท่าที่มี คลานขึ้นเตียงอย่างช้าๆ เขาปิดเปลือกตาลง เห็นแต่ดวงหน้าของจุนโนะลอยโฉบมาสิงสถิตย์อยู่ในห้วงแห่งความฝัน
.....ไว้พรุ่งนี้ค่อยบอกก็แล้วกัน ขอนอนคิดคำพูดอีกสักคืนดีกว่าน่า............
เขาอมยิ้มน้อยๆ หลับตาลง แต่กระนั้นก็ยังไม่วายกังวลเล็กๆ ว่า ......พรุ่งนี้อาจจะถูกจุนโนะปฏิเสธเข้าให้ก็ได้ ก็แม่สาวคนที่จุนโนะควงด้วยเมื่อเย็นน่ะ ......น่ารักจะตายไป.....
********************************
วันรุ่งขึ้น คาเมะรีบออกจากบ้านแต่เช้า เพื่อที่จะหนีหน้าจุนโนะ ก็ตอนนี้เขายังไม่หายจากอาการประหม่านี่นา เมื่อคืนก็เกือบๆ สารภาพรักไปแล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง อาการกลัวกลับจู่โจมจนทำให้ใจสั่น หวั่นไหว....อีกอย่างก็ยังเรียบเรียงคำสารภาพรักไม่ได้เลย เมื่อวานนอนคิดไปคิดมาก็นอนไม่ค่อยหลับ ใจหนึ่งกลัวจุนโนะเปลี่ยนใจไปชอบคนอื่น แต่อีกใจเขาเองก็ยังค่อนข้างจะมั่นใจว่า จุนโนะยังมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง
วันนี้เขามีวิชาเรียนคนละเวลากับจุนโนะ ต่างคนต่างไปเรียน เขาเรียนกับโคกิ ส่วนอุเอดะก็ควงจุนโนะไปเรียนตั้งแต่เช้า ระหว่างที่เดินกลับโต๊ะข้างคณะ โคกิก็ถามว่า
“วันนี้เป็นอะไรวะ หนูเมะจัง ท่าทางชอบก๊ล...??”
“หา...ฉันง่ะเหรอ...?” คาเมะทำตาโต(??)
“ก็ไอ้อาการผุดลุกผุดนั่ง มองโน่นมองนี่ของนายน่ะเด่ะ มันรำคาญโว้ย!!”
นี่...ฉันดูง่ายขนาดนั้นเชียวเหรอ?...ขอโทษก๊าบบบ” คาเมะยกมือไหว้โคกิ แล้วก็ยิ้มแหยๆ จนเดินมาถึงโต๊ะ หัวใจน้อยๆ ก็พลันเต้นเป็นตีกลอง
.......จุนโนะนั่งคุยกับอุเอดะอยู่ที่นั่น......
คาเมะเล็งเป้าหมายมาแต่ไกล พอใกล้จะถึง แข้งขาสั่นเอาซะงั้น ดวงตาดำขลับมองหน้าที่ก้มต่ำของจุนโนะเขม็งเชียว พอเริ่มรู้ว่ารัก ก็เห็นปุ๊บทันที เลยว่า
.....จุนโนะน่ะ...โค-ต-ร-หล่อเลยอ่ะ....
ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ....คาเมะเดินขาแทบขวิดกัน เขาเกาะโคกิเป็นการพยุงร่างไปในตัว และราวกับจะมี telepathy ถึงกัน จุนโนะเงยหน้าขึ้นมองพอดี ทำเอาคาเมะสะดุ้ง รีบหลบตาวูบ หันไปมองทางอื่นแทบไม่ทัน
ไม่กล้าสบสายตาของเพื่อนรักในยามนี้ ไม่งั้นจุนโนะอาจจะจับพิรุธอะไรต่ออะไรในตัวเขาก็ได้
“หวัดดี ...” จุนโนะทักเสียงห้วน แล้วก็ก้มหน้าสนใจหนังสือในมือต่อ
“หือ?..เอ้อ.....หวัดดี” คาเมะยิ้มน้อยๆ วางหนังสือเรียนลง แล้วก็นั่งตรงข้ามกับจุนโนะ ขอให้ห่างไว้ก่อน ไม่งั้นเก็บอาการหน้าแดงไม่ได้แน่
“หนีมาก่อนนะเรา...ร้ายจริงๆ ไม่คิดว่าจะไม่อยากเห็นหน้าฉันเอาจริงเอาจังขนาดนี้ เมื่อคืนก็ไม่ยอมเปิดประตูให้ เช้านี้ก็หลบหน้าอีก ....ใจร้ายจริงๆ เลยนะ หนูเมะจัง” จุนโนะเปิดฉากต่อว่าก่อนทันที พูดทั้งๆ ที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง
“น้อยใจด้วยเหรอนาย” โคกิแซว
จุนโนะตวัดสายตาขึ้นมองคาเมะเพียงชั่วแว่บก็หันมาสนใจหนังสือตรงหน้าต่อ
“วันนี้จะรีบมาเรียน” คาเมะตอบอ้อมแอ้ม
“ก็เรียนเวลาเดียวกันนั่นแหล่ะ....”
“ขอโทษ........” คาเมะพูดพร้อมกับก้มหน้า เพื่อนสองคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก อุเอดะชักจะสงสัย อดใจไม่ไหวถามขึ้นมาว่า
“พวกนายสองคนเป็นอะไรกันไปเหรอ ทำไมมันตึงๆ กันแบบนี้ล่ะ?”
“ไม่มีอะไรหรอก อุเอดะ ....” จุนโนะตอบ
“ไม่จริงอ่ะมั้ง?”
“ช่างเหอะ...เรื่องของใครบางคนที่เกลียดขี้หน้าฉันซะขนาด แม้แต่หน้าก็ยังไม่อยากมองเลย...”
“หนูเมะจังง่ะเหรอ...จริงเหรอที่มันไม่อยากมองหน้านาย ...ฉันก็เห็นเขานั่งจ้องนายอย่างกับจะกลืนอยู่ตรงนี้นี่” โคกิปรายตามองคาเมะที่นั่งหน้าแดงเพราะคำพูดของเขา
“ฮึ...” จุนโนะทำเสียงขึ้นจมูก แล้วก็หันไปคว้าหนังสือเล่มอื่นอ่านต่อ จะหันมามองหน้าคาเมะสักหน่อยก็ไม่มี
“เมื่อวานก็วิ่งหนี แถมยังไม่ให้เข้าไปหาในห้องอีก ไม่คิดว่าจะรังเกียจกันถึงขนาดนี้ ฉันไม่น่าเลย...ไม่น่าไปบอกว่ารักเลยให้ตายเหอะ”
“หา??” เสียงของอุเอดะกับโคกิดังขึ้นพร้อมกัน ทุกสายตาหันขวับไปมองคาเมะเป็นตาเดียว
“นายบอกรักหนูเมะจังแล้วเหรอ.....โฮะ....โฮะ...ในที่สุด ไอ้ยีราฟของเราก็อดใจไม่ไหว...”
“บ้า....บ้า...” คาเมะร้องออกมาด้วยความอาย...
“แต่เขาเกลียดฉันว่ะ...เรามันไม่ถูกใจเขานี่ สู้นายมิสเตอร์มาสคาร่าไม่ได้หรอก...”
“นายก็ละเลงมั่งเด่ะ เครื่องสำอางนั่นน่ะ คาเมะมันจะได้ใยดีนายบ้าง” โคกิพูดกลั้วหัวเราะ อุเอดะกับจุนโนะก็พลอยขำไปด้วย แต่คนที่ขำไม่ออก ก็คือตัวต้นเรื่อง
เสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องของเขายังคงดังอยู่เรื่อยๆ คาเมะทนฟังไม่ไหว ปาหนังสือเรียนตรงหน้าจุนโนะทันที สันหนังสือกระแทกกับข้อมือของเพื่อนจนเป็นรอยแดง
“หยุดพูดถึงเรื่องของฉันได้มั้ย!!?? ฉันนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้เองนะ ทำไมไม่ถามฉันเองเล่า...มานินทากันต่อหน้าแบบนี้ ไม่พอใจนะโว้ย!!” คาเมะเอะอะปึงปัง ขึ้นมา
จุนโนะนั่งคลำข้อมือตัวเองด้วยสีหน้าเรียบเฉย ปิดหนังสือทุกเล่มดังฉับ ในขณะที่คาเมะลุกขึ้นยืนกำหมัดแน่น
“ใคร...ใครบอกว่า ฉันไม่ใยดีนาย...ใครบอกว่าฉันไม่อยากมองหน้า...ฉันยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ ...นายนั่นแหล่ะไอ้ยีราฟ นายหันไปสนใจคนอื่นแล้ว เพียงชั่วเวลาไม่ทันข้ามวันที่นายบอกรักฉัน นายควงผู้หญิงไปตอนดึกๆ ดื่นๆ แล้วยังจะมีหน้ามาว่าฉันอีก...”
“ฉันไม่ได้มีอะไรกับผู้หญิงคนนั้นนี่...แต่..เหอะ..ถึงจะแก้ตัวไป นายก็คงไม่แคร์อยู่แล้ว ก็ฉันเป็นแค่เพื่อนของนายเท่านั้นเอง.....” จุนโนะลุกขึ้นพูด แต่ คาเมะก็พูดแซงขึ้นว่า
“มันไม่ใช่แค่เพื่อนนะ...ฉันน่ะ...ฉันน่ะ.......” ร่างเล็กอึกอัก หน้าแดงก่ำไปหมดแล้ว โคกิกับอุเอดะก็ลุ้นคำพูดของเพื่อนตัวน้อยจนก้นลอยจากพื้น
“พูดไปเลย...พูดซี้ หนูเมะจัง.....”
“ฉันเองก็...ชะ...ชอบ.......” คาเมะกำลังต่อประโยค แต่แล้วก็ต้องชะงัก เมื่อ.......
“พี่จุนโนะค้าาาา....”

.............พรืด.............!!

ทุกคนหันไปมอง ริเอะนั่นเอง สาวน้อยวัยสดใสกำลังเดินมาที่โต๊ะ แล้วก็คล้องแขนจุนโนะหมับ
“หวัดดีค่ะ พี่จุนโนะ...”
คาเมะอ้าปากค้าง แล้วก็หุบปากฉับ ในขณะที่โคกิและอุเอดะก็ถอน หายใจเฮือก......!!
คาเมะมองมือขาวๆ ที่จับกุมกระชับที่ท่อนแขนของจุนโนะ เห็นแล้วเกิดอาการหมั่นไส้ขึ้นมาอย่างแรง
“หึ้ย!!” คาเมะคว้าหนังสือเรียนทันที ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วกลับแดงขึ้นไปอีก แต่ก็แดงด้วยความโกรธ......
ใบหน้างอง้ำของคาเมะตวัดมองจุนโนะตาคว่ำ
“ฉันไปล่ะ...เชิญตามสบาย!!” เขาพูดแค่นั้น แล้วก็วิ่งไปตามถนนเส้นเล็กๆ หน้าคณะไปจนลับมุมตึก

“นายคนเมื่อวานนี้นี่...ที่เราเจอที่หน้าบ้านพี่โทมะ” ริเอะมองตามร่างเล็กของคาเมะ แล้วก็หันมายิ้มให้จุนโนะ ...
“เพื่อนน่ะ” จุนโนะตอบ แล้วก็เชิญให้เด็กสาวนั่ง พลางแนะนำให้รู้จักกับโคกิและอุเอดะ..
“ทำไมไม่บอกน้องสาวคนนี้ไปด้วยล่ะว่า เพื่อนสุดเลิฟน่ะ” อุเอดะโพล่ง ขึ้นมา
“ใจเย็นๆ น่าอุเอ้....” โคกิเตือน ส่งยิ้มหวานจ๋อยให้ริเอะ เธอยิ้มตอบแล้วก็หันไปสนใจจุนโนะต่อ โดยไม่สนใจเรื่องของคาเมะอีก
“เมื่อคืน...ริเอะลืมซองรูปไว้ในรถพี่จุนโนะหรือเปล่าก็ไม่รู้ ...หาไม่เจอง่ะค่ะ” เธอพูดกับจุนโนะ
“โทรฯ บอกผมก็ได้ เดี๋ยวผมหาให้ ไม่ต้องมาเองก็ได้นี่นา”
ริเอะสั่นหน้าจนผมกระจาย
“ไม่เอาค่ะ ริเอะอยากมาพบพี่จุนโนะด้วยค่ะ...” ริเอะพูดหน้าตาเฉย แต่นัยน์ตาที่มองหนุ่มร่างสูงข้างๆ นั้นเป็นประกายเจิดจ้า
“เอาแล้ววว...ว...ว...” โคกิลากเสียงยาว จุนโนะเองก็ทำท่าอึดอัด เขามองไปที่มุมตึกที่ร่างของคาเมะลับหายไป ใจนั้นอยากจะโลดแล่นตามร่างบางนั้นไปเสียเหลือเกิน แต่ด้วยมารยาททำให้ไม่อาจทำเช่นนั้นได้

เขามองริเอะ สาวน้อยในชุดนักเรียนไฮสกูลมีชื่อที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ มหา’ลัยของเขา เวลาขณะนี้เป็นเวลาเรียน เขานึกสงสัยว่าทำไมริเอะถึงไม่อยู่ในโรงเรียนของตัวเอง
“เดี๋ยวผมจะไปหาซองรูปให้นะ แล้วก็จะพาไปส่งที่โรงเรียนก็แล้วกัน” จุนโนะลุกขึ้น แต่ริเอะฉุดเขาเอาไว้
“ไม่เอาค่ะ ไปด้วยกัน แล้วริเอะก็ไม่อยากกลับโรงเรียนด้วย... แหม...อุตส่าห์โดดมาทั้งที เราไปดูหนังกันดีกว่า” คำพูดของสาวน้อยทำให้ จุนโนะต้องหันมามองเธออย่างพิจารณา ....ริเอะลูกพี่ลูกน้องของอิคุตะ โทมะ เพิ่งจะได้รู้จักกันเมื่อเย็นวานนี้เอง แต่ดูเหมือนเธอคนนี้กลับติดเขาหนึบ ยิ่งกว่ากาวตราช้างซะอีกล่ะมัง
“ไม่ได้หรอก ผมมีเรียนช่วงบ่าย” จุนโนะว่า
“งั้นริเอะจะรอ” เธอว่า แล้วก็ทำท่าจะปักหลักไม่ไปไหนจริงๆ ด้วยซิ
“ไม่ได้ยินหรือครับว่า จุนโนะเขาไม่ว่าง...” อุเอดะยื่นหน้ามาบอก ซึ่งริเอะก็ตวัดตาสวยค้อนขวับ ...มองอุเอดะตั้งหัวจรดปลายเท้าราวกับจะบอกว่า.......ไม่ใช่เรื่องของนาย...อย่าเจือก.......
จุนโนะตัดสินใจแกะมือริเอะออกจากแขน แล้วก็ตบหลังมือเธอเบาๆ อย่างสุภาพ
“รออยู่นี่นะ เดี๋ยวผมมา”
“ให้ริเอะไปด้วยนะค้าาา...” ริเอะทำท่าจะผวาตาม แต่โคกิก็ฉวยแขนเธอเอาไว้
“ก็จุนโนะเขาบอกให้รออยู่นี่ไงเล่า...”
“ยุ่งจริงๆ” อุเอดะต่อความ
ริเอะอยากจะกรี๊ด ...เห็นๆ เลยว่าเพื่อนของจุนโนะไม่ชอบเธอสักคน รวมทั้งนายตัวเล็กหน้าสวยคนที่วิ่งไปนั่นอีกคน เห็นเธอทีไรเป็นต้องวิ่งหนีทุกที แต่เรื่องอะไรริเอะจะแคร์ ...เชอะ คนที่แคร์มีคนเดียว ก็เพื่อนของพี่ชาย...ทางุจิ จุนโนะสุเกะคนนี้ง่ะแหล่ะ
ทั้งเด็กสาวกับอีกสองหนุ่มนั่งอึดอัดกันอีกสักพัก จุนโนะก็หิ้วถุงผ้าเล็กๆ มายื่นให้ริเอะ
“นี่ใช่มั้ย ...ริเอะ?”
“ค่ะใช่...แหม...ก็ริเอะบอกว่าจะไปหากับพี่จุนโนะไงคะ?” เธอตัดพ้อ
“อย่าเลย...เดี๋ยวผมจะรีบไปเรียน” จากนั้นจุนโนะก็หันมาหาโคกิ
“ช่วยคุยเป็นเพื่อนน้องเขาหน่อยก็แล้วกันนะ ฉันต้องรีบไปล่ะ” จุนโนะพูดเสร็จก็ฉวยหนังสือเดินไปที่คณะทันที ทิ้งให้เพื่อนสองคนเกาหัวแกรกๆ ก็เวลานี้น่ะมันมีเรียนซะที่ไหนกันล่ะเนี่ย.....โน่นต้องเย็นโน่นถึงจะมีเรียน...แล้วอยู่ๆ ก็มาทิ้งแม่เด็กใจแตกให้อยู่กับเขาเนี่ยนะ
....สุดยอดจริงๆ เพื่อนกรู...

******************************

จุนโนะเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ ตามเส้นทางสีเขียวขจี สู่หอสมุด ที่นี่ดูจะเป็นที่หย่อนอารมณ์ได้ดีที่สุด เขาเลือกที่นั่งได้ตรงมุมสุดของห้องโถง โซฟาตัวกว้างที่ไม่มีนักศึกษาใช้มากนักถูกใช้เป็นที่พักผ่อน
ดวงตาเรียวรีของเขาปิดสนิท ในขณะที่กางหนังสือเล่มหนึ่งตรงหน้า ในใจนึกไปถึงคาเมนาชิ เจ้าเต่าน้อยน่ารัก ...หนึ่งเดียวในหัวใจของเขา... วันนี้คาเมะมีเรียนอีกคาบหนึ่งด้วยในเวลาเดียวกับเขา แต่ว่าเจ้าตัวกลับวิ่งหนีไปไหนซะแล้ว
จุนโนะหวนคิดถึงคำพูดของคาเมะ เพื่อนตัวน้อยของเขากำลังจะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมา จะใช่คำที่เขารอคอยหรือไม่
จุนโนะไม่แน่ใจ....แต่สีหน้าและแววตาของคาเมะที่แสดงออกมาทำให้เขาอดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่า.....สิ่งที่คาเมะจะพูดคือคำว่า
.....ฉันก็ชอบนาย....ใช่มั้ย??...
เมื่อได้เวลาเรียนช่วงเย็น เขาค่อยๆ ย่องออกมาจากหอสมุด มองซ้ายมองขวาเมื่อไม่มีอะไรผิดสังเกต เขาก็วิ่งแน่บไปที่ตึกเรียนทันที......เรียนอย่างกระวนกระวาย .....คาเมะที่น่าจะกลับมาเรียนห้องข้างๆ ก็เงียบหายไป .......
“..........ไปไหนของเขานะ.....??” จุนโนะบ่นพึม .....เขาไม่มีสมาธิจะเรียนอีกต่อไป ...เดินออกนอกห้องกลางชั่วโมง จุดหมายก็คือลาน่าเธค.......
“เจอกันที่ลาน่าตอนค่ำก็แล้วกันนะโคกิ” จุนโนะโทรฯ บอกเพื่อนอีกสองคน หัวใจตอนนี้บินไปที่เธคแห่งนั้นแล้ว ไปทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าคาเมนาชิจะไปหรือเปล่า

*************************
ในยามค่ำของแสงสีแห่งราตรีอันแสนสนุก
แก้วเบียร์ถูกยกผ่านหน้าคาเมะไปมา เมื่อปรือตามอง เขาก็เห็นมือของ จินและโทโมฮิสะส่งแก้วกันให้ว่อนไปหมด คาเมะมองตามมือหลายมือนั่นแล้วก็ฟุบหน้ากับท่อนแขนของตัวเอง เสียงพูดคุยของคนสองคนดังอยู่จ้อกแจ้ก ไม่ห่าง.........
“อีกแก้วนะ คาเมะ” จินแทบจะป้อนเบียร์ให้ถึงปาก คาเมะรับเอาไว้ ในหัวตอนนี้มึนไปหมดแล้ว เห็นแต่น้ำสีเหลืองลอยไปลอยมา
“บอกแล้วว่าให้มาคบกับผมก็ไม่เชื่อ” .......เสียงโทโมฮิสะนี่นา ...อืมม...ใช่สิ ก็เจอกันที่หน้าเธคเมื่อตอนหัวค่ำ.. แล้วนึกยังไงก็ไม่รู้ดันตามสองคนนี่มาเที่ยวจนได้
ไอ้หนุ่มรูปหล่อตาโตคนนี้พยายามเข้าใกล้เขาตลอดเวลา และอะกานิชิ จินอีกล่ะ เขาเองก็เคยชื่นชอบคนคนนี้ไม่ใช่หรือ.....ชอบ...จนได้เรื่อง...แล้วทำไมบัดนี้ ทำไมเขาถึงรู้สึกเฉยๆ กับจินได้นะ
“จุนโนะจะมามั้ยน้า...คืนนี้.....” จินคร่ำครวญ สายตาคอยมองไปทาง ประตูเธคตลอด
“ไม่มาหรอก...ฮึ!!” คาเมะตอบเสียงอ้อแอ้
“ทำไมล่ะ?” จินถาม
“ก็มีสาวมาหาถึงที่ คงพาแฟนไปเที่ยวละมั้ง...” คาเมะกระดกเบียร์เข้าปาก ในขณะที่จินแทบจะกรี๊ดอยู่กับโต๊ะ
“ว่าไงนะ?.....หา?.....” เสียงแหลมสูงดังขึ้นจนคาเมะต้องเอามืออุดหู
“เสียใจนะจิน...ที่อะไรๆ ไม่เป็นอย่างที่คิด....”
“ลองเจออะกานิชิ จินสักทีสองที ขี้คร้านจะหลงฉัน” จินยังแสดงความมั่นอกมั่นใจออกมา โทโมะหัวเราะหึๆ เขาฉวยไหล่จินเข้ามาใกล้ ปากสัมผัสที่แก้มใสดังฟอด
“ต้องหลงซิ ก็นายน่ะเสน่ห์แรงออก....จริงมั้ยคาเมะ...นายเองก็ยังเคยหลงจินไปพักหนึ่งไม่ใช่เหรอ?” โทโมะถามยิ้มๆ
คาเมะไม่ตอบ หลุบตามองแก้วสีเหลืองตรงหน้า บ่นพึมพำ
“ฉันมีคนที่ฉันจะหลงแล้วล่ะ...ขอโทษนะ อะกานิชิ จิน...”
“ฮื่อ...ไม่เอาน่า...พูดเสียงแบบนี้เหมือนคนอกหักเลยเนอะ...มาเที่ยวกับพวกเรามีแต่จะสนุก นายเองก็ไม่ลองเป็นแฟนฉันดูล่ะ รับรองจะทำให้หลงเลยคอยดู” โทโมะเขี่ยแก้มคาเมะเล่น แต่หนุ่มน้อยดูท่าจะฟังหูซ้ายทะลุหูขวา เขายังคงนั่งเฉยต่อไปเรื่อยๆ มีแต่จินเท่านั้นที่ชักจะเริ่มทำท่าฮึดฮัดใส่โทโมะบ้างเมื่อเห็นคนรักชักจะเริ่มป้อคาเมะอยู่คนเดียว
ไหล่ของโทโมฮิสะถูกจินทุบปึ่กๆ บ่งบอกอารมณ์ได้ดี
“สนใจฉันมั่งก็ได้นะ โทโมะ...”
“เอ้าเหรอลืมไป...” โทโมะรินเบียร์ให้จินบ้าง สักพักก็หันมาทางคาเมะอีก
“ไปดิ้นกันเหอะ...ทั้งสามคนนี่แหล่ะ” เขาชวน
คาเมะไม่ว่าอะไร เขาลุกตามสองหนุ่มไปแต่โดยดี

เสียงเพลงเร้าใจดังฝังแน่นอยู่ในสองหู คาเมะหลับตา ปล่อยใจไปกับการเต้นรำ รู้สึกว่าโทโมะจะเต้นสีเขาจนเกินความจำเป็น หลายครั้งทีเดียวที่เขาถูกโทโมะโอบกอด พอปรือตามองก็เห็นใบหน้าของหนุ่มตาโตลอยเด่นอยู่เบื้องหน้า หันไปดูข้างๆ จินก็ยืนเต้นอยู่ไม่ห่าง แต่สีหน้าของจินไม่ยิ้มเลยล่ะ ออกจะมองค้อนๆ โทโมะเสียด้วยซ้ำ
“ร้อนง่ะ...เลิกเหอะ...” คาเมะชวนออก แต่โทโมะกลับจับมือของเขาเอาไว้ กางออกน้อยๆ พาเต้นไปตามจังหวะกลางฟลอร์ ลีลาเท้าไฟที่เข้ากันได้ดีกับเสียงเพลง ทำให้คาเมะเต้นต่อไปเรื่อยๆ สักพักก็เริ่มสนุก ใบหน้าบึ้งตึงยิ้ม ออกมา
“น่ารักจังนะ คาเมะจัง...” โทโมะกระซิบอยู่ข้างๆ เขาส่งซิกให้จิน
“วันนี้นายกลับเองนะจิน...” เขาดึงตัวคาเมะให้ไปเต้นข้างๆ ผนังห้อง โดยมีจินมองตามตาละห้อย ถึงจะตกลงกันแบบไหน แต่โทโมะก็ยังเป็นคนรัก...เป็นคนที่รัก...จินเองก็อดรู้สึกใจหายไม่ได้เมื่อเห็นโทโมะอี๋อ๋อกับคาเมะจนเกินไป

ลำตัวสูงโปร่งของโทโมะสีไปมากับเรือนร่างเล็กของคาเมะ ขณะที่เต้นไปดันไปจนเข้ามาอยู่ในมุมอับของสถานที่
“อื้อ....ไม่เอาง่ะ” คาเมะร้องเบาๆ เมื่ออีกฝ่ายดันเขาจนติดผนังห้อง
บรรยากาศรอบข้างค่อนข้างสลัวเลือน เสียงหัวเราะเคล้ากับเสียงเพลงดังกระแทกกระทั้นจนกลบเสียงของคาเมะหมด โทโมะตรึงร่างของเขาให้อยู่ค่อนไปทางหลังฟลอร์ คาเมะเห็นคู่รักหลายคู่ยืนจูบกันโดยไม่แคร์สายตาใครด้วย...ที่นี่ไม่มีใครสนใจใคร นอกจากพวกที่ชอบหลบเลี่ยงมาจู๋จี๋กันเป็นคู่ๆ
“กลับโต๊ะเหอะ” คาเมะดันร่างของโทโมะออกห่่าง
“ยังเพิ่งเลย...คุยกันก่อนดีกว่า”
“คุยที่อื่นก็ได้นี่”
“ไม่เอาง่ะ...น่า....นายยังมึนๆ เดี๋ยวเดินเซไปชนใครเขาเข้า จะมีเรื่องเปล่าๆ” โทโมะว่า เขาเบียดตัวแนบกับร่างอุ่นจนร้อนของคาเมะ มือไม้ก็ไขว่คว้าร่างบางมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะที่แก้มนวล
“คาเมะ........” เสียงแหบพร่ากระซิบที่ริมหู
“ไม่นะ โทโมะ” คาเมะคำราม แต่ผู้รุกรานจะฟังก็หาไม่ ริมฝีปากอุ่นจัดนาบอย่างหนักหน่วงบนริมฝีปากที่กำลังเผยอเพราะจะทักท้วงของคาเมะ
“อึก....” ร่างเล็กสะดุ้งเมื่อโดนจูบอย่างไม่ทันตั้งตัว โทโมะประทับจุมพิตอันร้อนแรงลงไปไม่ยั้ง จนคาเมะไม่มีโอกาสร้องท้วงแต่ประการใด เขาพยายามจะดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนของโทโมะ

ลำตัวบางถูกร่างของคนสูงกว่ากดแนบจนหลังติดกับผนังห้องเย็นๆ โทโมะแทรกเข่าเข้าตรงหว่างขาของคาเมะ เขาพยายามกระตุ้นอารมณ์อันกระเจิดกระเจิงของคาเมะต่อไป เมื่อเขาบดขยี้ริมฝีปากลงไปอย่างแรงๆ คาเมะก็สะดุ้งเฮือกเมื่อส่วนแข็งขึงของโทโมะกดแนบกับแผ่นท้องของเขา
“อื้อ......ไม่.....ไม่นะ...ปล่อยฉัน...!!” คาเมะส่ายหน้าหนีจนหลุดจากกับดักของมนต์จุมพิตอันเร่าร้อน
“ไม่น่าคาเมะ...นายทำให้ฉันเกิดอารมณ์แล้ว จะมาหยุดได้ไง” โทโมะพูดเสียงปนหอบ เขาระดมจูบร้อนๆ ที่ซอกคอของคาเมะ ไม่สนใจใยดีว่าอีกฝ่ายจะยินยอมหรือไม่

......แต่แล้ว.....
เหมือนไหล่ถูกกระชาก โทโมะผงะหงายไปด้านหลัง พอหันมาอีกที ใบหน้าอันหล่อเหลาก็ถูกกำปั้นหนักของใครบางคนกระแทกเต็มหน้า จนร่างจ้ำเบ้ากับพื้น ...เขาสลัดหน้าให้หายจากอาการมึนงง ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว เจ้าของหมัดก็กระชากคอเสื้อของเขาให้ลุกขึ้น โทโมะเห็นใบหน้านั้นได้ชัดเจน เขาเบิกตากว้าง
”เฮ้ย!! นาย....อีกแล้วเรอะ.......!!!”
หมัดอีกหมัดถูกประเคนที่โหนกแก้มอย่างถนัดถนี่ โทโมะล้มกลิ้งกับพื้น โดยมีร่างสูงยืนค้ำอยู่เหนือร่างของเขา
“อย่าบังอาจมาลวนลามคาเมะของฉัน!!”

****************************************

 

vol 9 (end)

คาเมะยืนตัวสั่นงั่กๆ อยู่ติดกับผนัง ใบหน้ามีเหงื่อแตกซิกเพราะความกลัว ร่างสูงเด่นเป็นสง่าของจุนโนะยืนค้ำร่างของโทโมฮิสะอยู่เบื้องหน้า ใบหน้ าที่เห็นได้จากแสงสลัวของฟลอร์เต้นรำเอาจริงเอาจังซะจนคนที่ได้เห็นต้องหนาวๆ ร้อนๆ
“จะมากไปแล้วนะเว้ย” โทโมะโวยวายอยู่ที่พื้น
“แค่นี้มันยังน้อยไป!!” จุนโนะกระชากคอเสื้อโทโมะขึ้นมาอีกครั้ง...
“พอเถอะ...จุนโนะ ฉันขอร้อง...” เสียงๆ หนึ่งดังมาจากด้านหลัง จุนโนะหันขวับไปมอง
จินนั่นเอง...ร่างสูงของจินพรวดพราดมากลางวง เขาพยุงร่างของโทโมะให้พ้นจากจุนโนะ สายตาวิงวอนที่มองจุนโนะนั้น ทำให้กำปั้นใหญ่คลายออก
จินเช็ดเลือดที่มุมปากของคู่รักอย่างเป็นห่วงเป็นใย โทโมะพยายามจะ ทวงหมัดคืน แต่ว่าจินกลับกดไหล่ของเขาเอาไว้ จินส่ายหน้าให้โทโมะ แล้วก็ บอกว่า
“เลิกเถอะ...เรื่องของนายกับคาเมะ และของฉันกับจุนโนะน่ะ มันจบลง แล้วล่ะ...”
“แต่มันต่อยฉัน!!” โทโมะจับแขนจิน ดวงตามองจุนโนะเขม็ง จินเห็นจุนโนะทำท่าจะขยับเข้ามาอีก เขาจึงยืนกั้นเอาไว้
“ขอโทษนะ จุนโนะ...พวกเราล้อแฟนนายเล่นมากไปหน่อย...ไม่คิดว่านายจะเข้าใจผิดแบบนี้”
“ไม่เข้าใจผิดล่ะมั้ง...คู่รักนายน่ะจะปล้ำคาเมะก็เห็นๆ กันอยู่” จุนโนะพูดเสียงห้วนจัด ดวงตาวาวโรจน์ เขาชี้ไปที่คาเมะที่ยังคงยืนตัวสั่นระริก
“ถ้าคาเมะบุบสลาย ฉันจะไม่ยกโทษให้พวกนายแน่นอน...และถ้าฉันมาไม่ทัน เพื่อนฉันจะเป็นไงบ้าง ..”
จุนโนะจ้องหน้าโทโมะราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ผู้คนรอบข้างหันมามองด้วยความสนใจ เมื่อเห็นว่ามวยสดทำท่าจะเลิกรา ต่างก็หันไปเต้นรำกันต่อ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ชายหนุ่มผละจากร่างของโทโมะ หันมาคว้าแขนของคาเมะไว้ และโดยที่ไม่ต้องออกแรงดึง หนุ่มน้อยตัวเล็กก็เต็มอกเต็มใจโผเข้าสู่อ้อมอกกว้างของเขา
“จุนโนะ..............” คาเมะกอดร่างสูงนั้นแนบแน่น อาการหวั่นวิตกเมื่อสักครู่เริ่มหายไป หลงเหลือไว้แต่อาการตื่นเต้นที่ไม่ใช่เพราะจากเหตุการณ์ชกต่อย แต่ว่าเป็นการปรากฏตัวของจุนโนะต่างหากล่ะที่สร้างความระทึกใจให้เขา เช่นนี้ได้
“ไม่เป็นไรนะ หนูเมะจัง?” จุนโนะถาม เสียงแหบต่ำละอยู่ที่ใบหู
“ไม่...ไม่ง่ะ...แต่..แต่ฉันตกใจนิดหน่อย....” คาเมะกระซิบ เงยหน้ามองเห็นแต่ปลายคางของจุนโนะ เขาได้ยินเสียงจุนโนะหัวเราะหึๆ ราวกับไม่ใส่ใจ
“ตามหานายซะทั่ว ไม่คิดว่าเต่าน้อยแสนน่ารักของฉันกำลังจะโดนต้มยำทำแกง...”
“อื้อ...” คาเมะเช็ดริมฝีปากที่ถูกโทโมะจูบเมื่อสักครู่ เขาเหลียวมองโทโมะก็เห็นกำลังยืนพิงข้างฝา มีจินอยู่เคียงข้างไม่ห่าง ร่างสูงสองร่างกำลังกอดตะคองกัน จินลูบโหนกแก้มและริมฝีปากที่โดนต่อยของอีกฝ่ายเบาๆ
“เราไปจากที่นี่เหอะ...” คาเมะจับแขนจุนโนะ เขาดึงร่างสูงฝ่าฝูงคนลงไปจากฟลอร์ ท่ามกลางสายตาของจินและโทโมะ หางตาของคาเมะยังเห็นจินยืนเช็ดเลือดที่มุมปากให้โทโมะอยู่เลย
“มาเที่ยวลาน่าเธคทั้งที ฉันยังไม่ได้ดิ้นเลยนะ” จุนโนะพูดอยู่ด้านหลัง และนั่นก็ทำให้คนเดินหน้ารีบฉุดตัวเขาให้เดินออกไปจากเธคเร็วขึ้นไปอีก
“ฉันอายเขาจะแย่อยู่แล้วนะ เมื่อกี้คนมองกันใหญ่เลย...ไม่กล้าเที่ยวที่นี่อีกแล้วง่ะ”
“นั่นซิ...จะไปไหนกันดีล่ะ” จุนโนะถามเมื่อทั้งสองมาหยุดยืนอยู่ข้างรถคันหรูของจุนโนะ
“ไปน้ำพุกลางสี่แยกกันดีกว่า” คาเมะบอกสถานที่ที่ทำให้เขารู้ใจตัวเองเมื่อคืนวาน

.....................................

ทั้งคู่มาถึงกลางน้ำพุหลากสีที่ทอแสงเป็นประกายสดใสอยู่กลางสี่แยก จุนโนะจูงมือคาเมะข้ามถนนไปด้วยกัน พอไปถึงริมน้ำพุ คาเมะก็ก้มลงวักน้ำล้างปากของตัวเอง ขัดถูอยู่นั่นจนจุนโนะขมวดคิ้ว
“ทำอะไรน่ะ หนูเมะจัง?”
“ล้างจูบเจ้าหมอนั่นน่ะเด่ะ...มาจูบฉัน...” คาเมะเงยหน้าขึ้นตอบ แล้วก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาล้างริมฝีปากต่อไป จุนโนะหัวเราะด้วยความเอ็นดู เขาดึงร่างเล็กให้ออกห่างน้ำพุ สวมกอดร่างเล็กอย่างรักใคร่
“มีวิธีล้างจูบโทโมะอีกตั้งเยอะ...ไหนดูซิ....ปากเย็นชื้นหมดแล้ว...น้ำนั่นน่ะเย็นจะตายไป...” จุนโนะสัมผัสกลีบปากเย็นเปียกของคาเมะเบาๆ
“แต่ฉันไม่ชอบจูบของเขานี่นา” คาเมะตอบ
“แล้วชอบจูบของใครล่ะ? หนูเมะจังอยากให้จูบเอ่ย??” ร่างสูงถาม ซึ่งก็ทำให้คาเมะก้มหน้างุด ไม่ยอมตอบคำถาม เขาหันหลังให้จุนโนะ ดวงตาเหม่อมองที่ลำแสงหลากสีใต้น้ำนั่น
รู้ก็รู้นะว่าในชีวิตนี้ นอกจากคนที่ยืนทื่อคนนี้แล้วก็ไม่มีมนุษย์หน้าไหนที่จะจูบเขาได้อีก ...เชอะ...จะให้บอกได้ไงล่ะว่าอยากให้ใครจูบ

ลมเย็นๆ ของฤดูหนาวเริ่มพัดพาละอองฝอยของน้ำพุ กระเซ็นมาต้องกับผิวกาย คาเมะห่อตัวด้วยเสื้อโอเวอร์โค้ทตัวบาง ไม่คิดว่าจู่ๆ ลมแห่งการเปลี่ยนฤดูกาลจะพัดวูบมาเร็วแบบนี้ ....คาเมะกำลังจะหันไปมองจุนโนะว่าจะรู้สึกเหมือนเขาหรือเปล่า แต่พอหันไปเขาก็ปะทะกับอกกว้างของจุนโนะที่แอบมายืนอยู่ด้านหลังของเขาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
“อ๊ะ??” คาเมะอุทานเบาๆ ร่างบอบบางของเขาตกอยู่ในอ้อมกอดของ จุนโนะ
“หนูเมะจังงง....” ลมหายใจอุ่นจัดของคนร่างสูงแตะต้องที่ผิวแก้มนวล
“ยังไม่ได้ตอบคำถามเลยนะ ว่าถ้าไม่อยากให้โทโมะจูบ แล้วอยากให้ใครจูบ...” จุนโนะถาม
คาเมะไม่ตอบ ได้แต่แหงนเงยใบหน้าสวยงามขึ้น ริมฝีปากเย้ายวนเผยอออกน้อยๆ ราวกับจะเป็นคำตอบให้จุนโนะรู้
จุนโนะมองอาการนั้นออก ..........ดูเอาเถอะ...เจ้าเพื่อนตัวน้อย ...คงอยากให้เขาจูบล่ะซิ...
ใบหน้าที่แดงระเรื่อแข่งกับแสงสีขาวของน้ำพุนั้น คงจะบ่งบอกถึงความเขินอายได้ดี จุนโนะใจเต้นแรง ความฝันของเขาที่มีต่อคาเมะอยู่ไม่ไกลแล้วซินะ.....

คาเมะรออยู่นานทีเดียว ภายใต้ดวงตาหลับพริ้มของเขา ไม่มีริมฝีปากอุ่นของคนตรงหน้าประทับลงมาซะที เขาลืมตาขึ้น พบกับใบหน้าของจุนโนะจดจ้องที่ดวงหน้าของเขา แต่กระนั้นร่างสูงนั้นก็ยังยืนเฉย
.......บื้อจริงๆ....
คาเมะอดค้อนไม่ได้ ทีงี้ล่ะไม่รุก.....
จุนโนะอดขำไม่ได้ เขารีบหันหลังให้คาเมะ อยากจะปล่อยก๊ากออกมา เมื่อเห็นหน้างอง้ำของคาเมะ เขาพยายามสะกดอารมณ์ขำของตัวเองจนหัวไหล่สั่น สักครู่เขาก็รู้สึกว่ามีใครมาสะกิดยิกๆ อยู่แถวๆ ช่วงเอว
“อะไรหรือคาเมะ?” เขาหันไปถาม เห็นคาเมะขยับตามมาจนแทบจะติดกับแผ่นหลังของเขา มือขาวๆ ขยุ้มเสื้อโค้ทของเขาแน่น เมื่อเขาหันไปมอง คาเมะก็เอานิ้วจิ้มไปที่ปากของตัวเอง
“ลบรอยจูบของโทโมะให้หน่อยซิ...ไอ้ยีราฟ...”
“แน่ใจนะว่าอยากให้ฉันเป็นคนๆ นั้น” จุนโนะถาม ดวงตาเรียวรีจับนิ่งที่ใบหน้าหวานงามของเพื่อนตัวน้อย
คาเมะเงียบกริบ การเผยอปากรอคอย คือคำตอบที่ดีที่สุด......
จุนโนะเลิกคิ้วถามอีกครั้ง ...และไม่รอคำตอบ ริมฝีปากร้อนผ่าวแนบกระชับกับกลีบปากบางเย้ายวนของคนตัวเล็ก สองแขนที่โอบกอดร่างของเพื่อนตัวน้อยกระชับขึ้นทุกที จนคาเมะแทบจะกลืนหายไปในอ้อมกอดของจุนโนะ
“อือ........” เสียงเล็กๆ ครางเบาๆ เมื่อจุมพิตทวีขึ้นทุกขณะจิต กลีบปาก ล่างของคาเมะถูกดุนดันจนมันเผยอออก ปล่อยให้จุนโนะสอดลิ้นอุ่นๆ เคล้า คลึงจนตัวเขาสั่นด้วยความวาบหวาม มือน้อยๆ จิกที่ท่อนแขนจุนโนะอย่างแรงเป็นการบ่งบอกถึงอารมณ์ที่พุ่งขึ้นของตัวเองได้ดี
“หนูเมะจัง....” จุนโนะกระซิบใส่ปากของคาเมะ เขากระชับกลีบปากให้แน่นสนิท จนไม่เหลือช่องว่างให้ลมเย็นแห่งฤดูหนาวพัดผ่าน
ดวงหน้าของคาเมะแหงนเงยรับการจุมพิตแต่โดยดี จุนโนะเองรู้สึกว่าร่างของคาเมะไม่อาจทรงตัวอยู่ได้ด้วยตนเอง อกกว้างและอ้อมกอดของเขาตก เป็นที่อิงแอบของร่างเล็กคนนี้ ถ้าหากจุนโนะผละอ้อมแขนออก คาเมะคงจะ ร่วงลงไปกองกับพื้นอย่างแน่นอน
ลมหายใจของจุนโนะสะดุดเฮือก เมื่อรับรู้ถึงอาการอันยากที่จะห้ามได้ เนื้อตัวนุ่มนิ่มของร่างในอ้อมแขน ชวนให้ปกป้อง และยั่วยวนโดยไม่ตั้งใจ เนื้อหนังมังสาที่แนบกับเขานั้นก่อให้เกิดกองไฟน้อยๆ ขึ้นทั่วทุกส่วนสัดในร่างกาย
“อืมมม...” ในที่สุดจุนโนะละจากกลีบปากเร้าใจของคาเมะ เขาลืมตาขึ้นช้าๆ คาเมะยังคงหลับตาพริ้มอยู่ ร่างกายอ่อนระทวยพร้อมเสมอที่จะล้มทั้งยืน เขาจึงกอดร่างบางให้มาแนบอก ใบหน้าแดงซ่านของคาเมะยังคงซบอยู่กับอก ไม่มีคำใดเอื้อนเอ่ย นอกจากหัวใจสองดวงที่เต้นระรัวแข่งกันอยู่กลางน้ำพุ
“เป็นนายคนเดียวที่ฉันอยากให้จูบ รู้แล้วหรือยังล่ะ?” คาเมะสารภาพเสียงงึมงำ
เขาได้ยินเสียงจุนโนะหัวเราะเบาๆ รู้สึกว่าเลยว่าร่างสูงเบียดตัวเข้าหาเขาอีกแล้ว
“ยังรักฉันอยู่อีกหรือเปล่า?” คาเมะตัดสินใจถาม น้ำเสียงอู้อี้ดังขึ้นแถวปกคอเสื้อของจุนโนะ
จุนโนะยิ้มจนตาหยี เขาพยักหน้า จรดริมฝีปากเข้ากับหน้าผากนวล
“รักซิ...รักจนหมดหัวใจ รู้มั้ย...ทันทีที่เห็นนายติดหนึบกับโทโมะเมื่อกี้ ฉันแทบจะฆ่าไอ้หมอนั่นให้ตายเลยล่ะ”
“ไม่ได้ติดหนึบซะหน่อย...ฉันกำลังถูกเขาปล้ำจูบตะหากล่ะ”
“นั่นซิ ....นายไม่สมยอมนี่นา...จะให้เพื่อนคนนี้ยืนเฉย ฉันทนไม่ได้หรอก...ถึงหนูเมะจังจะไม่รักฉัน แต่ฉันก็ไม่อยากเห็นใครแตะต้องนาย...” จุนโนะพูดพร้อมกับถอนหายใจ
คาเมะเงยหน้าขึ้น เขาสั่นหน้าช้าๆ
“ใครว่าไม่รัก...ฉัน....ฉันเองก็รักนาย...จุนโนะ...ฉันรักนาย” เสียงสั่นเครือดังลอดมาจากปากบาง เขาเขย่งขึ้นจุ๊บปลายคางของจุนโนะเบาๆ ดวงตาหล่อรื้นด้วยหยาดน้ำใสๆ จุนโนะยิ้มกว้างแทบจะกระโดดตัวลอยเมื่อได้ยินคำบอกรักนั้น
“จริงนะ...อย่าหลอกให้ฉันดีใจนะ...อย่าหลอกเพราะสงสารฉันนะหนูเมะจัง...” จุนโนะหัวใจลิงโลด
“เปล่าหลอกน้า......ฉันเพิ่งจะรู้ใจตัวเองก็ตอนที่นายทำท่าไม่ใยดีฉัน เมื่อนั้นแหล่ะที่ทำให้รู้ว่า ชีวิตฉันคงขาดนายไม่ได้ ยิ่งตอนที่นายควงผู้หญิงคนนั้นน่ะ รู้มั้ยฉันน่ะอยากจะเข้าไปกระชากแม่นั่นให้ออกมาจากรถนายเลยล่ะ” คาเมะเล่าไปก็อดยิ้มไม่ได้ จุนโนะไล้ปลายนิ้วรอบดวงตาที่มีหยาดน้ำหล่อเลี้ยงนั้น เขาปาดน้ำใสๆ ออกให้อย่างอ่อนโยน รู้ซึ้งดีทีเดียวว่า ยังไงๆ เสีย คาเมะก็ไม่มีวันทำแบบนั้นได้....
ลมหนาวพัดวูบขึ้นมาอีกครั้ง คาเมะสะดุ้งเฮือกขยับตัวเข้าหาจุนโนะ ซึ่งร่างสูงก็กอดประทับร่างเล็กไว้แนบอกแน่นเข้า
“ตั้งแต่คบกันมา มีวันนี้แหล่ะที่ฉันชื่นใจที่สุด” จุนโนะบอก
“งั้นเชียว?”
“ฮื่อ...รู้มั้ยว่า มันทรมานแค่ไหนที่เฝ้าหลงรักนายข้างเดียวมาตลอด...มันเจ็บแค่ไหนที่เห็นนายเอาแต่พร่ำเพ้อถึง อะกานิชิ จิน...”
คาเมะได้ฟังก็หัวเราะพรืดออกมา สารภาพว่าตัวเองทำไมถึงเซ่อแบบนี้
“นายจินนั่นน่ะ...ยังไงก็ไม่มีวันชอบฉันได้หรอก....เขาชอบนายต่างหาก” คาเมะทุบอกของจุนโนะเบาๆ แต่จุนโนะไม่เห็นด้วย
“เขารักโทโมะต่างหาก...ดูก็รู้ ที่เกิดเรื่องทั้งหมดน่ะ ก็แค่อยากลองกับฉันก็เท่านั้นเอง แต่ความจริงน่ะ มิสเตอร์มาสคาร่าของพวกเรารักโทโมะคนเดียวต่างหาก....”
“รู้ดีจริงนะ....อย่าบอกนะว่าตัวเองก็สนใจเขาเหมือนกัน...” คาเมะทำเสียงงอนๆ เป็นผลให้จุนโนะหอมแก้มนวลดังฟอด
“ก็สังเกตเอาซิจ๊ะ เมะจ๋า....หมอนั่นน่ะประคบประหงมโทโมะอย่างกับอะไรดี อีตอนที่โดนฉันชกน่ะ....”
“อื้อ....เราอย่าพูดถึงคนอื่นดีกว่านะ....ดึกมากแล้ว จุนโนะพาแฟนกลับบ้านได้แล้ว” คาเมะว่า ทำเสียงสั่งกรายๆ
“เอ๊....แฟนที่ไหนหว่า?” จุนโนะแกล้งล้อ คาเมะทุบไหล่ดังอัก แล้วก็หันหลังทำท่ากลับไปที่รถ
“แหม...รอด้วย ใจคอจะทิ้งให้แฟนยืนหนาวอยู่คนเดียวหรือไง หนูเมะจังง...” จุนโนะวิ่งตามไปฉวยข้อมือเล็กๆ เอาไว้ ซุกมือเย็นไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ทของตัวเอง มือกุมมือกระชับ พากันข้ามกลับไปที่รถข้างถนน
............................
ทั้งสองอ้อยอิ่งอยู่ในรถที่จอดนิ่งสนิทหน้าบ้านของคาเมะอีกนาน ..และในที่สุดเมื่อนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืน จุนโนะถึงได้ยอมปล่อยคาเมะออกจากอ้อมแขน แต่ก็ยังสังเกตได้ถึงริมฝีปากที่บวมเจ่อเพราะมนต์จุมพิตก่อนเที่ยงคืนได้ดี
“ฝันดีนะ หนูเมะจัง” จุนโนะโบกมือให้
“จะฝันถึงจุนโนะ...เขาเรียกฝันดีหรือเปล่าเอ่ย?”
“งั้นก็เรียกว่าฝันดีน่ะซิ” จุนโนะยิ้มแป้น คาเมะยื่นหน้าเข้ามาในรถ จุ๊บที่ริมฝีปากบางของ ...’แฟน’... อย่างอ่อนโยน
“ต้องฝันถึงฉันเหมือนกันนะ รูปหล่อ...” คาเมะกระซิบก่อนที่จะยืดตัวขึ้น โบกมือบ๋ายบายให้เพื่อนและคนรักของเขา
จุนโนะจากไปแล้วพร้อมกับรอยยิ้ม คาเมะยืนพิงรั้วบ้านอยู่อย่างอ่อนระโหย วันนี้เป็นวันที่เขามีความสุขที่สุด ไม่คิดว่าจะรักกับจุนโนะได้ลึกซึ้ง ขนาดนี้......
....คืนนี้ทั้งคืนเขาจะพยายามตั้งสติ ขอให้ฝันถึงคนที่รักตลอดคืนทีเถอะ....

*****************************

โทโมฮิสะก้าวออกมาจากห้องน้ำ ด้วยร่างกายที่มีแต่ผ้าเช็ดตัวคลุมท่อนล่างอยู่ผืนเดียว เขามองจินที่ยังนั่งนิ่งอยู่ที่เตียง ร่างโปร่งยังอยู่ในชุดเดิม ไม่คิดจะขยับเขยื้อนเตรียมตัวอาบน้ำแต่อย่างใด เมื่อเขาสลัดผ้าขนหนูทิ้ง หันมาสวมเสื้อคลุม จินก็แค่ปรายตามองเขาเท่านั้นเอง
“ไม่อาบน้ำหรือไงจิน?” โทโมะถาม เดินมานั่งที่เตียง
“อือ...” จินรับคำ แต่เมื่อเขาจะลุกขึ้น โทโมะกลับฉุดข้อมือของเขาเอาไว้
“เป็นอะไรหรือ?” เขาถาม
“เปล่า..”
“ไม่จริงง่ะ” โทโมะรั้งร่างของจิน จับหน้าให้หันมา จินมองคู่รักแล้วก็สารภาพว่า
“ฉันรู้สึกไม่ดีง่ะ...รู้สึกเจ็บเวลาเห็นนายเอาอกเอาใจคาเมะนั่น..ฉันรู้สึกอิจฉาเขาจริงๆ นะ” จินทำเสียงเศร้า ใบหน้าก็สลดวูบลงด้วย
“มันเป็นแค่ข้อตกลงเท่านั้นเอง ก็ไหนเห็นดีว่าจะแลกคู่กันไงล่ะ”
“ก็ใช่ ตอนนั้นน่ะมันใช่ ฉันเองก็พอใจจุนโนะเขา แต่ก็แค่พอใจ ไม่ใช่รัก ....นายต่างหากที่ฉันรัก....นายคนเดียวนะโทโมะ...” จินจับมือของโทโมะขึ้นมาแนบแก้มของตัวเอง ริมฝีปากบางของเขาแย้มออกมา แล้วก็จรดรอยจูบบนนิ้วมือของคนข้างกาย โทโมะมองการกระทำนั้น ..
...นิ่งงัน....
คบกับจินมาก็หลายปี แสดงความรักต่อกันก็หลายหน ....อยากจะบอกว่าแค่เซ็กซ์ที่มีให้กัน แค่นั้นก็น่าจะพอ ที่เหลือนั่น ถ้าเขาจะหิ้วใครสักคนไปนอนด้วย จินก็น่าจะยินยอมด้วย....จินไม่เคยแสดงท่าทางแบบนี้มาก่อน
....ความรู้สึกอ่อนไหว ปลิวเข้ามากระทบกับความรู้สึก...อ่อนโยน....ซึ่งมันก็ไม่เกิดขึ้นบ่อยนักระหว่างจินและโทโมะ
“ฉันรักนาย...นายก็รู้...” เสียงจินยังดังอยู่ข้างๆ แววตาตัดพ้อที่มองเขานั้น ทำให้โทโมะต้องโอบร่างของจินมากอด
“ฉันก็รักนาย....” เขาสารภาพ
“งั้นเราเลิกเล่นเกมบ้าๆ กันเถอะนะ...มาเป็นคนรักที่สมบูรณ์แบบกันดีกว่าเนอะ” จินซุกหน้าเข้ากับบ่าของคนรัก เขาเหลือบตาขึ้นมองปลายคางของโทโมะ เห็นฝ่ายนั้นคลี่ยิ้มบางเบามาให้
“นายว่า ไอ้หมัดหนักๆ ของจุนโนะนั่นน่ะ จะทำให้ฉันเจ็บไม่พอหรือไง....ยังไม่ทันหิ้วเจ้าหนูคาเมะไปนอนเลย โดนซะน่วม....”
“ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้นายหิ้วเด็กนั่นไปนอนด้วยหรอก...ฉันนี่แหล่ะจะเปลี่ยนใจมาห้ามนายเอง ไม่ต้องถึงมือจุนโนะหรอก....”
“อ้าว...เป็นซะงั้น...”
“ก็ฉันรักโทโมะนี่นา” จินกระแซะเข้าหาโทโมะอีกนิด
“แล้วจุนโนะสุเกะคนเท่ของนายนั่นล่ะ”
“ฮื่อ...อย่าพูดถึงได้มั้ยอ่ะ”
“ก็อยากพูดถึงนี่นา”
“ไม่เอานะ ไม่ให้พูด” จินเอานิ้วแตะที่ริมฝีปากของโทโมะเบาๆ
“งั้นนายจะทำยังไงให้ฉันหยุดพูดล่ะ” โทโมะมองหน้าจินอย่างมีความหมาย จินส่ายหน้า เขาฉวยผ้าขนหนูมาถือ
“มีวิธีเดียวเท่านั้นแหล่ะที่จะให้นายหยุดพูด แต่ขอไปอาบน้ำก่อนน้าาา....” จินหัวเราะร่าเริง เมื่อโทโมะทำท่าจะคว้าร่างของเขามาที่เตียงอีกครั้ง
“อาบเร็วๆ ล่ะ อย่าให้คอยนาย...อะกานิชิ จิน...ที่รัก...”

********************************

วันรุ่งขึ้น จุนโนะมารับคาเมะแต่เช้าตรู่ด้วยเหตุผลที่ว่า
“เดี๋ยวหนูเมะจังหนีไปก่อน”
“ไม่หนีแล้วล่ะ” คาเมะพูดยิ้มๆ เปิดประตูเข้านั่งเคียงคู่ไปตามทางที่เคยไปด้วยกัน
วันนี้คาเมะเรียนอย่างเป็นสุข มีเรียนวิชาเดียวกับจุนโนะ ซึ่งบ่อยครั้งที่เขาหันมาสบตาให้กับคนรักคนนี้ และจุนโนะเองก็ทำท่าราวกับจะบอกว่า ...ชื่นใจ....

โคกิและอุเอดะก็เฝ้ามองคู่รักคู่ใหม่นี้ด้วยดวงตาที่ชื่นชม เมื่อพูดแซวหนักๆ เข้า คาเมะก็ทำหน้าแดง แล้วก็ทำเสียงด่าขมุบขมิบ
“คราวนี้ล่ะนั่งซบกันไม่ห่างเชียวนะพวกเอ็ง” โคกิอดปากแซวไม่ได้ คาเมะยักไหล่ แล้วก็จิ้มแตงโมป้อนเข้าปากจุนโนะที่อ้ารอไว้อยู่แล้ว
“นั่นเด่ะ เล่นเอาพวกฉันสู้ไม่ได้เลยนะ ไอ้แตงโมนั่นน่ะ ป้อนกันเข้าไป...ทีอุเอดะยังไม่เห็นป้อนฉันมั่งเลย”
“กินเองเด่ะ” อุเอดะพูดแล้วก็จิ้มแตงโมใส่ปากตัวเอง
“คนเป็นแฟนกันแล้วนิ...อย่าอิจฉา ทีฉันปล่อยให้นายสองคนควงกันข้ามหน้าข้ามตาอยู่หลายปี ยังไม่พูดสักคำ” จุนโนะย่นจมูกใส่ คาเมะหัวเราะกำลังจะเอนหัวซบกับบ่าของจุนโนะ แต่ทันใดนั้น......
“หวัดดีค้าาา...พี่จุนโนะะ...ะ....ะ...”
.....พรึ่บ.....
คาเมะกระเด้งตัวขึ้นนั่งตัวตรงทันที ใบหน้าบึ้งตึงจนโคกิอดหัวเราะไม่ได้ เมื่อร่างระหงของสาวน้อยคนเดิมเยื้องกรายเข้ามาร่วมวง
“พี่จุนโนะ....” ริเอะทักอยู่กับจุนโนะคนเดียว แล้วก็...
.......หมับ.....!!!
ท่อนแขนของจุนโนะข้างหนึ่งถูกริเอะคว้าหมับเข้าให้ ใบหน้าหวานใสแทบจะซบกับบ่าของชายหนุ่ม อีกด้านหนึ่งนั้น คาเมะค่อยๆ เอื้อมมือมาจับหมับที่ แขนของเขาเหมือนกัน....
จุนโนะหันมามองคาเมะ เห็นแววตามุ่งมั่นของร่างเล็กมองเขาอย่างทรนง ราวกับจะบอกว่า
xxxx........วันนี้ ฉันจะไม่ยอมแพ้ยายนั่นเด็ดขาด....... xxxxx
“วันนี้ริเอะจะมาชวนพี่จุนโนะไปดูหนังกัน ...ห้ามปฏิเสธริเอะด้วยน้า....” ริเอะเริ่มเปิดฉากทันที คาเมะปรายตามองเด็กสาวในชุดนักเรียนแล้วก็พูดแทนคนกลางว่า
“ไม่มีเรียนหรือไงเธอ?”
“ไม่มีหรอกค่าาา...เอ๊...ว่าแต่พี่คนนี้น่ะ วันนี้ไม่วิ่งหนีริเอะแล้วหรือคะ?”
คาเมะส่ายหน้างักๆ
“ไม่เด็ดขาด คราวนี้ฉันไม่หนีใครอีกแล้ว” เขาพูดด้วยความมั่นใจ
โคกิและอุเอดะนั่งกันเงียบกริบ มีแต่สายตาเท่านั้นที่มองลุ้นคาเมะเต็มที่
“พี่จุนโนะะะ..ะ..นะคะ ไปดูหนังกันนะคะ?” ริเอะหันมาสนใจจุนโนะต่อ ชายหนุ่มบุ้ยปากไปที่คาเมะแล้วก็บอกว่า
“ถามรายนั้นเขาดูซิ ถ้าเขาอนุญาตก็จะไปเป็นเพื่อน”
“ไม่อนุญาต!! จุนโนะตกลงจะไปดูหนังเอ็กซ์กับฉันแล้ว...หนัง X ง่ะ อยากดูมั้ยล่ะเธอ ชายกับชายน่ะ จะไปดูด้วยกันก็ได้นะ” คาเมะพูดหน้าตาเฉย จุนโนะและเพื่อนอีกสองคนนั่งอ้าปากหวอกันเป็นแถว ส่วนริเอะก็ลุกพรวดพราดขึ้น
“พูดแบบนี้จะรวนกันหรือไง? พี่จุนโนะดูเพื่อนพี่พูดนะ หยาบคายเป็นบ้าเลยง่ะ...คบกันไปได้ไงเนี่ย?”
“ไม่ได้คบกันอย่างเดียวนะ เป็นแฟนกันแล้วด้วย....จริงมั้ยจุนโนะ...ะ...ะ...” คาเมะอ้อนใส่เต็มที่ แถมเอาหน้าซบกับบ่าของร่างสูงอีกแน่ะ
“เฮอะ...หนูเมะจังเอาจริงแหะ...” โคกิอดกระซิบกับคู่รักของตัวเองไม่ได้ อุเอดะเห็นด้วย เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นคาเมะออกอาการปกป้องสิทธิของตัวเองเต็มที่แบบนี้ .....สะใจเป็นบ้าเลย.....
จุนโนะมองซ้าย(คาเมะ) ทีแล้วก็หันมามองขวา(ริเอะ) จากนั้นก็หยิบแตงโมเข้าปากด้วยอาการปกติ ปล่อยให้คาเมะแสดงบทบาทของตัวเองอย่างเต็มที่
“หมายความว่าไงง่ะ เพื่อนพี่จุนโนะพูดงี้ได้ไง? ใครเป็นแฟนใคร?”
“ฉันเป็นแฟนของจุนโนะ....ตัวจริง เสียงจริง...รู้เอาไว้ซะด้วย หนูริเอะ...แล้วจุนโนะก็ไม่มีวันไปไหนกับเธอเด็ดขาด ตราบใดที่ฉันยังยืนอยู่เคียงข้างเขา”
ริเอะอยากจะร้องกรี๊ดๆ ตรงนั้น ....หมายความว่าไงกัน เธอชี้ไปที่จุนโนะแล้วก็ชี้ไปที่คาเมะ
“เป็นได้ไง...เป็นแฟนกันได้ไง ก็นายน่ะผู้ชาย...พี่จุนโนะก็ผู้ชาย....”
“เกย์ไงจ๊ะ...เคยได้ยินมั้ย...ผู้ชายน่ารักสองคนมาจับคู่กัน เขาเรียกว่าเกย์จ้ะ...รู้แล้วก็ไปซะไป๊...” คาเมะโบกมือใส่ริเอะ
“นั่นซิ ไป ไป๊..จิ้ว....จิ้ว....” อุเอดะโบกมือไล่บ้าง
จุนโนะลุกขึ้นยืน แล้วก็ดึงแขนริเอะให้ออกไปนอกบริเวณ
“ขอตัวก่อนนะ ปล่อยให้พวกนายพูดเดี๋ยวริเอะช็อคกันพอดี ริเอะมากับผมหน่อย...”
“ฮึ!!” คาเมะย่นจมูกใส่ร่างสองร่างที่กำลังยืนคุยกันอยู่ริมสระน้ำของคณะ

สักพักจุนโนะก็เดินเข้ามาร่วมกลุ่มแต่เพียงลำพัง ข้างกายไม่ปรากฏร่างของริเอะแล้ว
“ไปแล้ว...” เขาบอกสั้นๆ
“ยอมไปง่ายๆ ได้ไงล่ะ” โคกิถาม
“ฉันบอกเขาไปว่า.......” จุนโนะหยุดพูดขณะหรี่ตามองหน้าคาเมะ
“บอกเขาไปอย่างที่คาเมะบอกนั่นแหล่ะ ยกเว้นเรื่องไปดูหนังเอ็กซ์เรื่องเดียว......บอกไปว่าฉันมีใครอื่นอีกไม่ได้แล้ว...นอกจากหนูเมะจังคนเดียว....”
หมดคำพูดของจุนโนะ คาเมะก็ก้มหน้าอาย เขินจัดจนผิวแก้มร้อนซู่ ผิดกับตอนเถียงฉอดๆ กับริเอะลิบลับ
“แล้วยายคนนั้นล่ะ?” เขาถาม จุนโนะก็เลยบอกว่า พูดกันอยู่นาน เธอไม่ยอมฟังท่าเดียว
“ก็เลยต้องยอมรับว่าฉันเป็นเกย์กับคาเมะจริง และนายก็เป็น...เอ้อ...เป็นคู่นอนของฉันด้วยง่ะ” จุนโนะพูดหน้าตาเฉย เล่นเอาคนฟังแก้มแดงปลั่ง
“หวา....พูดงั้นได้ไงง่ะ?” คาเมะอุทานออกมา
“แหม...เมื่อกี้นายยังพูดโต้งๆ เลยว่าจะไปดูหนังเอ็กซ์กับจุนโนะหยกๆ” อุเอดะพูดแทน
คาเมะหัวเราะแหะๆ
“ไม่รู้ว่าพูดไปได้ไงเหมือนกัน”
จุนโนะจับศีรษะของคาเมะโยกเบาๆ เขาฉุดเจ้าตัวเล็กของเขาให้ลุกขึ้น
“หมดเรียนแล้ว เราไปหาอะไรกินตามประสาคนรักกันดีกว่า”
“แหมตีวงกั้นเชียวนะเอ็ง...ไม่อยากขัดคอหรอกวะ” โคกิว่าตามหลัง เห็นจุนโนะโอบรอบบ่าของคาเมะกระชับแน่น เขาหันมาบอกกับอุเอดะว่า
“ลองมันรู้ว่ารักกันแบบนี้ คงจะหวานแว๋วกว่าคู่ไหนๆ ในมหา’ลัยแน่ๆ”
อุเอดะพยักหน้าเห็นด้วย ทั้งสองมองตามเพื่อนรักไปด้วยสายตาที่ชื่นชม....

**********************

จุนโนะเปิดประตูรถให้คาเมะเป็นครั้งแรกตั้งแต่คบกันมา แถมทำท่าโค้งล้อเลียนเสียอีกแน่ะ
“ขอบใจน้า....” คาเมะกำลังจะเข้าไปนั่งแต่จุนโนะกลับยุดแขนเขาเอาไว้
“เดี๋ยวๆ ดูนั่น...” ทั้งสองหันไปทางรถอีกคันที่จอดอยู่ข้างหน้ารถของจุนโนะ
จินกับโทโมะยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ข้างรถ
“จะมาทำไมอีกง่ะ?” คาเมะกระซิบ
“เดี๋ยวก็รู้” จุนโนะกับคาเมะเดินเข้าไปหา ในขณะที่จินและโทโมะก็เดินมาหาพวกเขาเช่นกัน

ทั้งสี่มองตากันอยู่ริมถนน คาเมะเกาะแขนของจุนโนะแน่น ไม่กล้าสบตากับโทโมฮิสะ
แต่แล้วจู่ๆ จินก็ก้าวมายืนตรงหน้า เขาก้มหัวต่ำให้จุนโนะและคาเมะ
“ขอโทษนะ คาเมะ...จุนโนะ...สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด” จินพูด ในขณะที่โทโมะเองก็ก้มหัวให้เช่นกัน
“ฉันก็ขอโทษที่..ที่ล่วงเกินแฟนของนาย” โทโมะบอก
“ไม่เป็นไรหรอก...เรื่องนั้น ....ไม่คิดว่านายสองคนจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา” จุนโนะพูดยิ้มๆ อาการขุ่นเคืองเมือคืนจางหายไป เขาเองก็ไม่ได้ติดใจอะไรในตัวของโทโมะเลย
“ก็พวกเรารู้สึกว่าเราทำเกินไปจริงๆ เรื่องรักๆ ใคร่ๆ เราไม่ควรเอามาล้อเล่นใช่มั้ย? ฉันกับจินก็...รักกันมาก...เดี๋ยวนี้ยิ่งรักกันเยอะ...เหมาะกันที่สุดแล้ว ....ฉันขอโทษนะคาเมะที่ล่วงเกินนายไปเมื่อคืน...”
“ช่างมันเหอะ” คาเมะโบกมือให้ว่อน เขาก้มหัวให้จิน และก็บอกว่า
“เป็นเพราะพวกนายเหมือนกันที่ทำให้ฉันรู้ใจตัวเอง ถ้าไม่มีพวกนายฉันก็คงไม่รู้ว่า...รักเจ้ายีราฟคนนี้มากถึงเพียงนี้...” คาเมะยิ้มเขิน เอาข้อศอกกระทุ้งสีข้างจุนโนะเพราะความกระดาก
จุนโนะงอตัว แล้วก็โอบบ่าของคาเมะมากอด บอกกับจินว่า
“นายเป็นคนดีนะ...ทั้งสองคนเลย...หวังว่าเราคงเป็นเพื่อนกันได้”
“งั้นมาฉลองความเป็นเพื่อนกันหน่อยมั้ยล่ะ ...คืนนี้ที่เดิม...” จินตบมือร่า...แต่จุนโนะและคาเมะมองตากันแล้วก็ส่ายหน้า
“ไม่!!” ทั้งจุนโนะและคาเมะพูดขึ้นพร้อมกัน
“คืนนี้เราสองคนจะอยู่ด้วยกัน ..........” จุนโนะพูด มองหน้าคาเมะอย่างมีความหมาย แล้วยิ้มให้อย่างอ่อนโยน คาเมะเขย่งร่างจูบแก้มของจุนโนะต่อหน้าจินและโทโมะ และบอกต่อว่า
“เราจะอยู่กันถึงเช้าเลยเนอะ จุนโนะ...”
“ฮื่อ....”
ทั้งสองหนุ่มโบกมือให้จินและโทโมะ แม้แต่ขณะที่จุนโนะขับรถผ่านไป คาเมะก็กดกระจกลง โบกมือลาให้อีกครั้งด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มและจริงใจ

******************************

จุนโนะไม่ได้ขับรถกลับบ้านอย่างที่บอกไว้ เขาพาคาเมะไปที่ชานเมืองที่เงียบสงบ ริมลำธารที่มีคลื่นไหวพริ้วเป็นระลอกด้วยแรงลมหนาวพัดมาให้เย็นชื่นใจ ร่างสองร่างยืนอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมฝั่ง
จุนโนะกดปลายคางที่ลาดไหล่นุ่มละมุน พวงแก้มหอมกรุ่นละติดปลายจมูกโด่งของเขา จุนโนะโยกตัวคนตัวเล็กไปพร้อมๆ กับเสียงเพลงรักที่ดังแว่วๆ ออกมาจากในรถ คาเมะห่อตัวสั่นสะท้านกับอกอุ่นของคนรัก
“หนาวมั้ย?” จุนโนะถาม คาเมะพยักหน้างึกๆ เขาจับแขนของจุนโนะให้กระชับอ้อมกอดของเขาให้แน่นเข้าไปอีก
“กอดแน่นๆ นะ” คาเมะแหงะหน้ามาบอก ระหว่างที่ทำแบบนั้น จุนโนะก็ก้มมาฉกความหอมของแก้มขาว
“อึ๊ย...” คนตัวเล็กหดหน้าหนี แต่จมูกโด่งก็ไม่ยอมแพ้ ตามมาซุกไซร้จนได้
“จุนโนะเนี่ย...ชอบแต๊ะอั๋งเรื่อยเลยนะ”
“ก็แอบทำมาตั้งนานแล้วไม่สังเกตหรือไงนะ?”
“ก็อื้อ...รู้สึกเหมือนกันว่า นายชอบหาเรื่องมากุ๊กกิ๊กกับฉัน ตอนแรกมันก็ไม่คิดอะไรหรอกนะ ไม่นึกว่านายจะคิดล้ำเส้นกับฉันนี่นา” คาเมะเอนร่างพิงกับร่างสูงเต็มที่ จุนโนะก็เลยเอนร่างกับต้นไม้ใหญ่ไปด้วย
“ก็รักนี่นา ไม่รู้จะบอกยังไง? ก็ต้องใช้วิธีนี้แหล่ะ...แม้จะบอกไปแล้ว ก็ยังโดนเต่าน้อยปฏิเสธอยู่ดี”
“แล้วตอนนี้ล่ะ?” คาเมะถาม
“ชื่นใจที่สุดแล้ว...” จุนโนะหมุนร่างคาเมะมาเผชิญหน้ากัน เขาเชยคางมนของเพื่อนตัวน้อยขึ้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาเรียวรี
“พูดหวานก็เป็นนะ” คาเมะว่า
“แล้วนายยังต้องทนฟังฉันพูดอีกนานเลยเชียวล่ะ” มือเรียวของจุนโนะทัดผมที่ใบหูของคาเมะให้ ขณะที่ดวงหน้าอ่อนเยาว์ของเพื่อนตัวน้อยซบแนบกับบ่าของเขา
“บอกรักอีกครั้งซิ จุนโนะ....” คาเมะโน้มคอของจุนโนะให้ก้มต่ำ ลมหายใจอุ่นกรุ่นอยู่แถวซอกคอ
“ฉันรักนาย...หนูเมะจัง...” เขากระซิบเสียงต่ำ หนุ่มน้อยของเขาพยักหน้าอย่างพอใจ เขาเขย่งตัวขึ้น ประทับริมฝีปากที่ริมหูของร่างสูง
“ฉันก็รักนายที่สุด จุนโนะ....” คาเมะพูด ส่งสายตาแวววาวให้เขา ซึ่ง จุนโนะเองก็มองเห็นว่า มันช่างเย้ายวนเหลือเกิน....
ริมฝีปากของคาเมะเคลื่อนใกล้ปากล่างของจุนโนะทุกขณะ เขาหลับตาพริ้มเมื่อรู้สึกถึงรสสัมผัสแผ่วเบาที่ค่อยๆ แนบสนิทกัน ลมหนาวพัดโบกโบย ขณะที่ร่างสองร่างกระชับอ้อมกอดซึ่งกันและกัน

พระอาทิตย์ตกลับริมลำธารไปแล้ว เป็นโอกาสที่ดวงจันทร์จะลอยสูงเด่นขึ้น จนแสงจันทร์ส่องลอดแมกไม้มากระทบร่างของคู่รักที่ยืนฝากรักอยู่ใต้ต้นไม้ริมฝั่ง จนเห็นเป็นเงาสะท้อนไหวระริกอยู่เหนือผิวน้ำ .....และเงาที่นิ่งสนิทคู่นั้นจะไม่มีวันยอมเคลื่อนห่างจากกันอย่างแน่นอน
จุนโนะชี้ให้คาเมะเห็นถึงเงาของพระจันทร์ดวงโตกระเพื่อมล้อกับริ้วคลื่นสีเงินในน้ำ และบอกว่า ไม่อาจจะคลายอ้อมกอดของเขาออกได้ คาเมะกระซิบตอบว่า
“ก็กอดเอาไว้นานๆ ซิ....”
จากนั้นร่างเล็กหลับตาพริ้มเพรา ....เอนศีรษะพิงกับอกอุ่นกว้างของคู่รัก
ทั้งสองถอนหายใจอย่างเป็นสุข.......
.......เพราะถ้อยคำที่จุนโนะและคาเมะกระซิบอย่างอ่อนโยนให้กันและ กันว่า.........
....Be....Loving ....You......

****************************

hAPPY eNDING

Hosted by www.Geocities.ws

1