CARAVAN LOVER.......

 

Vol 25 (The End)


***************************
“หวา...เอาแล้วไง...ให้ตายซิ...ให้ตายซิ....” ยามะพีทำตาโต ยืนขยับเท้าไปมา
“อะไรของนายน่ะ...ให้ตายซิ...” จุนโนะยืนหน้ามุ่ย กอดหนังสือแนบอก มองดูยามะพีที่ทำท่าจะตื่นเต้นมากกว่าเขาอีกละมัง
“ก็พวกเซนไดนี่ยังไงนะ นึกจะมาก็มาพร้อมกัน คงไม่ได้มาด้วยกันหรอกนะ” ยามะพีออกความเห็น เขาคว้าหนังสือในมือจุนโนะมาถือไว้คนเดียว เป็นเชิงบอกใบ้ให้เพื่อนไปหาคนที่จุนโนะอยากพบมากที่สุด แต่อีกฝ่ายกลับยืนเฉย สายตาก้มมองเชือกผูกรองเท้าของตัวเองซะงั้น แต่ในใจนี่ซิเต้นตึ่กตั่กไปหมดแล้ว
“ไม่ไปหรอก” จุนโนะพูดอ้อมแอ้ม
“เอ๋?? ว่าไงนะ?” ยามะพีร้องลั่น กรอกตามองเพดาน พลางเป่าลมออกมาจนผมหน้าม้าปลิวไสว
“ก็ทีนายยังไม่อยากพบคาเมะเลย ฉันก็...ก็..เอ้อ... จะไม่พบกับคุณจินล่ะ”
“โห... มันไม่เหมือนกันน้า..” จุนโนะว่า
“ไม่เหมือนยังไง?”
“ก็นั่นน่ะ ฉันเล่นตัวต่างหากล่ะ แค่อยากพิสูจน์ว่าเขาจะมั่นคงมากน้อยแค่ไหน แต่กับคุณจินน่ะ เขาตามมาด้วยสาเหตุใด นายไม่อยากรู้หรือไง เขาอาจจะเลิกกับคู่หมั้นของเขาแล้วก็มาง้อนายก็ได้” ยามะพีเอาเท้าเคาะรองเท้าของจุนโนะเป็นเชิงเตือนในที แต่จุนโนะกลับบอกว่า
“เขาอาจจะเอาการ์ดแต่งงานมาให้ก็ได้นิ”
“บ้าเด่ะ...อย่ามองโลกในแง่ร้ายนักเลยน่า คุณจินเขาคงไม่ทำร้ายจิตใจนายหรอก...ไปซิ...” คราวนี้ยามะพีไม่เคาะแค่รองเท้าแล้ว แต่เขี่ยหน้าแข้งจุนโนะไปเต็มๆ จนอีกฝ่ายร้องโอ๊ก..
“รู้แล้วน่า...ไปก็ได้ฟะ” จุนโนะทำปากยื่น เขาค้อนยามะพีขวับ แล้วก็เดินถลกแขนเสื้อออกไปนอกตึก โดยมีเสียงแหบๆ ของยามะพีตะโกนไล่หลังมา
“เฮ้ย!! ให้ไปคุย อย่าต่อยกันนะเว้ย...”

เมื่อออกมานอกอาคาร จุนโนะกวาดตามองไปทั่วบริเวณ ...นั่นไง... อะกานิชิ จิน ยืนพิงรถ แหงนมองตึกที่เป็นหอพักของจุนโนะอยู่ เมื่อหันมาเห็นจุนโนะเข้า จินก็ยิ้มร่า รีบยืนตัวตรง รอให้จุนโนะเดินมาหา ส่วนจุนโนะเดินมาได้สองสามก้าวก็หยุดกึกอยู่ใต้ต้นไม้ เรื่องอะไรจะให้เขาเป็นฝ่ายเดินไปหาอยากพบเขาก็เดินมาเองซิ
“จุนโนะ.ะ..ะ.ะ.ะ..” จินเผยอปากเล็กน้อย ปล่อยคำเรียกแบบไม่มีเสียงออกมา เขามองเด็กหนุ่มทั่วตัว จุนโนะผอมลงนิดหนึ่ง ซึ่งปกติก็ค่อนข้างจะโปร่งบางอยู่แล้ว ไม่เจอกันเดือนหนึ่งนี่ดูจะบางขึ้นอีก แต่หน้าตาที่มองมายังเขานั้น ยังหวานเฉียบเหมือนเดิม เมื่อได้เห็นคนที่รักอยู่ตรงหน้าแบบนี้ จินก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน ... เหมือนหนุ่มน้อยเพิ่งจะมีความรักยังไงยังงั้น

“อยากเจอเค้าก็เข้ามาหาก่อนเด่ะ” จุนโนะงึมงำแบบไม่มีเสียง ยืนเอามือล้วงกระเป๋า แหงนมองใบไม้เหนือหัว ไม่ยอมขยับร่างไปไหน
ดังนั้นจินกับจุนโนะจึงต่างคนต่างยืนห่างกันหลายฟุต แต่ไม่มีใครเดินเข้ามาหากันก่อน

<<<...รักฉันอย่างที่เขียนบอกหรือเปล่านะ...ถ้ารักจริงอย่างว่า ก็เดินเข้ามาหาอ้อมกอดของฉันซิ อ้อมแขนของจินเปิดกว้างให้นายเสมอ...>>> จินอมยิ้ม เตรียมขยับแขน เผื่อคนร่างโปร่งจะผวาเข้ามากอด

แต่..........

<<<...บ้าหรือเปล่าวะ... ยืนเฉยอยู่ได้ จะเข้ามากอดเราสักนิดก็ไม่มี...>>> จุนโนะคิด พลางขยับตัวอย่างอึดอัด เมื่อยคอแล้วนะเนี่ย อีตาเจ้านายรูปหล่อนั่นก็ยืนทื่ออยู่ได้ จุนโนะละสายตาจากยอดไม้เบื้องบนหันมาทำหน้ามุ่ยใส่ ยืนไปยืนมา เขาก็กอดอกมองจินเขม็ง

<<<...เข้ามาเด่ะ...รักจริงก็เดินเข้ามาเด้.... ปล่อยให้เขารอตั้งเดือน กว่าจะโผล่มาให้เห็น...>>>

แต่จินทำไมยืนเฉยแบบนั้นล่ะ....
จินเริ่มขยับกาย เมื่อเห็นว่าจุนโนะคงจะยืนปักหลักอยู่ใต้ต้นไม้แน่ๆ เขาก้าวมาข้างหน้าก้าวหนึ่ง เป็นเวลาเดียวกับที่จุนโนะขยับตัวมาข้างหน้าหนึ่งก้าวเหมือนกัน
...ก้าวที่สองของทั้งสองหนุ่มเริ่มเกิดขึ้น เมื่อลมพัดเอาใบไม้หล่นมาจากต้น ตกลงมาบนบ่าของจุนโนะ เด็กหนุ่มชะงักนิดหนึ่งในขณะที่จินก้าวออกมาเป็นก้าวที่สาม
“จุนโนะ..ะ...ะ” เสียงเรียกอย่างอ่อนโยนนั่น ทำให้จุนโนะเลิกคิ้วขึ้น ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเข้มจัด เมื่อจินอ้าแขนออกกว้าง เขาก็หมดความอดทน โผเข้าหาอ้อมแขนแข็งแรงนั้นแต่โดยดี
“คุณจิน...” จุนโนะซุกหน้ากับบ่าของจิน น้ำตาอุ่นจัดรื้นที่หัวตา เขาแอบปาดมันทิ้งออกไป
“คิดถึงนะ คิดถึงที่สุดเลย หนีมาแบบนี้ ใจฉันจะเป็นอย่างไรไม่ห่วงเลยหรือ?” จินถาม พลางโยกตัวจุนโนะเบาๆ
“ใจคุณก็เป็นของคู่หมั้นคุณน่ะซิครับ” จุนโนะพูดเสียงเครือ
“พูดเพราะน้อยใจล่ะซิ เด็กดี..” จินเชยคางจุนโนะขึ้น ทำให้เด็กหนุ่มขยับตัวออกห่างร่างจินนิดหนึ่ง มองซ้ายมองขวา ที่ตรงนั้นอยู่หน้าตึกพอดี ใครเดินไปเดินมาจะมองเอาได้ จุนโนะดึงแขนชายหนุ่มเดินไปทางสวนหลังหอพัก

เมื่อมาถึงในสวน จินเป็นฝ่ายพลิกมือจุนโนะขึ้น และกอบกุมมือนุ่มนั้นไว้ซะเอง สองหนุ่มเดินมาหยุดอยู่ใต้ต้นซากุระ ซึ่งเริ่มปลิดใบร่วงลงสู่พื้นดิน จินยื่นหน้ามาบอกว่า
“ไปหานายที่บ้านมา เขาบอกว่าจุนโนะหนีมาพักอยู่ที่หอ ร้ายจริงนะ....นี่จงใจหนีฉันจริงๆ ซินะ”
จุนโนะทำตาโต อ้าปากหวอ
“คุณน่ะนะไปหาผมที่บ้าน โห..บุกถึงที่เลย รู้จักบ้านผมได้ไงง่ะ?”
“ทำไมจะไม่รู้จัก แค่บ้านของนาย ทำไมฉันจะสืบไม่ได้ ไปหาพ่อแม่นายเลยล่ะ ดูท่าทางพวกท่านน่ารักดีนะ รู้เลยล่ะว่า จุนโนะสวยเหมือนใคร... แม่ของนายน่ะใจดีนะ สวยหวานเหมือนใครก็ไม่รู้... อ้อ...เจอร็อกกี้ด้วย ตอนแรกก็เดินเลยบ้านนายไปแล้วนะ แต่ว่าได้ยินเสียงร็อกกี้เห่าเรียกอยู่บ้านข้างๆ ก็เลยหันมา...ใช่จริงๆ ด้วย แหม...มิเสียแรงเลี้ยงเจ้าตัวน้อยนั่น ทำงานได้ผลดีจริงๆ” จินอดชมหมาน้อยไม่ได้ จุนโนะถอนหายใจเฮือก เจ้าร็อกกี้นี่ ชักศึกเข้าบ้านจริงๆ
“คุณจะมาหาผมทำไม มาแจกการ์ดแต่งงานหรือไง หรือว่าจะมาดูว่าผมผูกคอตายหรือกินยาตายไปแล้ว?”
“จุนโนะ.....” จินอดหัวเราะไม่ได้ ก็ทั้งน้ำเสียงและสีหน้า หู ตา ของจุนโนะนั้นบอกอารมณ์ว่าน้อยใจสุดๆ จินโอบบ่าจุนโนะมาใกล้ตัว เขาฝังใบหน้ากับพวงแก้มแดงเรื่อของหนุ่มน้อยตรงหน้า
“เท่าที่เห็นนี่ นายก็ไม่ได้ทำทั้งสองอย่างนั่นนี่นะ”
“ก็...ก็...ยังไม่เจอข่าวคุณแต่งงานนี่นา”
“อื้อ...คงไม่เจอหรอกข่าวนั้นน่ะ” จินหัวเราะเบาๆ เขาล้วงเศษกระดาษชิ้นใหญ่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ออกส่งให้ จุนโนะรับมาดูแล้วก็ขมวดคิ้ว เพราะกระดาษแผ่นนั้นตัดมาจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของเมืองเซนได จินชี้ให้ดูหัวข่าวที่พาดเอาไว้

XXXXX....ฮิโตมิ... ลูกสาวทายาทนายธนาคารและโรงงานกระดาษ ก่อเรื่องฉาวโฉ่.. จนต้องบินหนีไปอังกฤษอย่างเงียบๆ ...XXXXX

จุนโนะอ่านดังๆ เมื่อหมดหัวข้อข่าว เขาก็เงยหน้าขึ้นมาทำตาโต จินชี้ไปที่หัวข้อรองต่อไป

XXXX....หลังจากถอนหมั้นคู่หมั้นหนุ่ม อะกานิชิ จิน อย่างไม่ใยดี ฮิโตมิก็บินปร๋อไปซบอกแผ่นดินต่างแดนซะแล้ว.....XXXX

“เอ๋??? หมายความว่าไงกัน? คุณจินทำอะไรเนี่ย??” จุนโนะส่งกระดาษคืนให้จิน แล้วก็ฉวยแขนจินเขย่าถาม
ทำให้จินต้องรวบร่างโปร่งมากอดไว้หลวมๆ
“ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ จุนโนะ ฮิโตมิเขาทำของเขาเอง ฉันก็ไม่อยากเชื่อว่ามันจะเป็นไปได้ถึงขนาดนี้ ยอมรับล่ะว่า ช็อคไปเหมือนกัน..”
แล้วจินก็เล่าให้ฟังว่า หลังจากคืนงานเลี้ยงบริษัท วันต่อๆ มา ทุกคนที่เปิดเน็ตในเมืองเซนได ก็จะเห็นเว็บท้องถิ่นที่มีภาพของฮิโตมิกับเรียวและนายมัตซึโมโตะ จุน กำลังเริงรักกันอย่างสุดเหวี่ยง เป็นภาพที่ค่อนข้างอนาจาร นอกจากเป็นรูปถ่ายแล้ว ยังมีวิดีโอคลิปสั้นๆ ไม่ถึงนาทีฉายอีกด้วยถ้าหากจะมีคนคลิ้กเข้าไปดู... เรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่วเมือง หรือลามไปทั่วสำหรับคนที่รู้จักแวดวงคนเหล่านี้

จินให้เกียรติโดยการเสนอให้ฮิโตมิเป็นฝ่ายถอนหมั้นอีกครั้ง คราวนี้พ่อของเขาเห็นดีเห็นงามด้วย ดังนั้นเธอจริงยอมจำนน และทางบริษัทของจินก็ยังได้รับเครดิตทางด้านการเงินจากธนาคารของพ่อฮิโตมิเหมือนเดิมอีกด้วย.......
“โห... สงสารคุณฮิโตมินะฮะ โดนเหมือนที่ผมกับคุณโดนเลย” จุนโนะส่ายหน้าช้าๆ นึกไปถึงเมื่อครั้งหนึ่งที่เขากับจินก็มีภาพถ่ายเปลือยแบบนี้ลงเน็ตเหมือนกัน แต่จินไม่เห็นด้วย
“มันไม่เหมือนกันหรอกนะ เพราะของเราน่ะมันไม่เป็นความจริง แต่ของฮิโตมินี่ ฉันไม่รู้ว่าเขามีรสนิยมเล่นอะไรบ้าๆ แบบนี้ได้อย่างไร... นายเรียวนั่นน่ะ ตัวดี เป็นคนเอารูปลงในเน็ต”
“แล้วมัตซึโมโตะซังล่ะฮะ” จุนโนะถามถึงหัวหน้าเก่า
“ความจริงฉันก็น่าจะตบรางวัลให้เขาอย่างงามเลยนะ แต่ว่า...พ่อจ่ายให้เขาหกเดือนแล้วก็ให้เขาไปทำงานที่อื่น และได้ข่าวว่านายจุนของนายน่ะ ไปทำงานที่ฮอกไกโดแล้วล่ะ”
“ฮอกไกโด!!.. โห... สุดขั้วเลยนะฮะ” จุนโนะอุทานออกมา จินบีบปากบางนั้นเบาๆ ก่อนจะยื่นหน้ามาหอมแก้มจุนโนะ
“ทำไมล่ะจุนโนะ คิดถึงหรือไง?”
“บ้า...”
“ถึงจะคิดถึงยังไง ก็หมดสิทธิ์ เพราะได้ข่าวว่านายเรียวก็ตามไปอยู่ด้วยกัน... ฉันล่ะสงสารคนที่นั่นจริงๆ ไม่รู้ว่าจะเจอสองหนุ่มเล่นเกมอะไรอีกบ้าง”
“แล้วคุณก็เลยมาหาผม.....”
“มาหา...เพราะฉันเคลียร์ตัวเองได้แล้วไง” จินว่า
“เอ๋.... นั่นมันคำพูดของยามะพีกับคาเมะนี่นา”

จินหัวเราะเมื่อเจอประโยคนี้เข้า ก็เขาติดต่อกับคาเมะตลอดนี่นา ทำไมเรื่องที่คาเมะตกลงอะไรไว้กับยามะพีเขาจะไม่รู้
“ฉันจะมาถามเจ้าของจดหมายฉบับนี้ต่างหากล่ะ” จินชูเศษกระดาษอีกใบให้จุนโนะดู ซึ่งเด็กหนุ่มเห็นแว่บเดียวก็รู้ล่ะว่ามันคือจดหมายที่เขาเขียนทิ้งไว้ให้จินก่อนจะหนีมา
เด็กหนุ่มหน้าแดงก่ำ เขารีบผละออกห่าง ถอยมายืนหลบอยู่อีกด้านหนึ่งของต้นไม้ ได้ยินเสียงจินพูดกลั้วหัวเราะว่า
“ในนี้นายเขียนบอกว่า รักคุณจิน... แต่ฉันอยากฟังจากปากของนายมากกว่านะ จุนโนะ”
“ก็เขียนไปแล้วนี่ อ่านไม่ออกหรือไง?”
“อ่านออกแต่แปลไม่ออก”
“โง่เด่ะ เจ้านายนี่โง่จริงๆ มิน่าล่ะถึงได้มีเลขาหลายคน” จุนโนะโต้ตอบมาจากอีกด้านหนึ่งของต้นไม้ใหญ่ ร่างโปร่งยืนพิงลำต้นระทดระทวย ส่วนจินก็ยืนเท้าเอวหันหน้าเข้าหาต้นไม้ เขานึกสมเพชตัวเอง เพราะดูเหมือนคนบ้าพูดกับต้นไม้คนเดียวจริงๆ
“แล้วนี่จะพูดอยู่หลังต้นไม้หรือไง?” ชายหนุ่มตะโกนถาม ได้ยินเสียงร้องฮื่อดังตอบออกมา
“แล้วไอ้คำว่า..รัก... นี่มันพูดยากพูดเย็นนักเหรอ ถึงพูดออกมาจากปากไม่ได้น่ะ...”
“พูดได้... แต่ยังไม่พูดหรอก” จุนโนะตะโกนตอบ
“แล้วเมื่อไรจะบอกให้ฉันได้ยินล่ะ จุนโนะ”
“เอาไว้ปิดเทอมหน้าจะไปบอกที่เซนได” เสียงบอกว่าเข้านั่น เล่นเอาจินอึ้ง เสียงจินจึงเงียบไปซะเฉยๆ
“....................” จินกำลังยืนปลง ในขณะที่เสียงแจ๋วๆ ของจุนโนะยังดังมาอีก
“ได้ยินมั้ยฮะ.. ผมจะบอกก็ต่อเมื่อไปฝึกงานเทอมหน้าที่นั่นอีกครั้งหนึ่ง แต่ถ้าพวกรุ่นพี่อยากไปเมืองอื่น คุณจินก็อดฟังล่ะ เราอาจจะไม่ได้พบกันอีกเทอม และถ้าเทอมนู้นไปที่อื่นอีก คุณจินก็อดฟังอีกตามเคย...”
“....................” เงียบกริบจากจิน เพราะคนฟังยืนอ้าปากค้างไปแล้ว

“แต่ถ้าอยากฟังจริงๆ ก็อดทนรอไว้สักหน่อย ขอผมเล่นตัวบ้างซิฮะ ยอมรับรักง่ายๆ ได้ไงกัน...”
“...................”
“คุณจิน...”
“...................”
“คุณจิน.....คุณจิ้น!!” จุนโนะชักเสียงดัง เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบจ้อย เขาก็แปลกใจ
...หรือว่าจินจะเป็นลม หรือหนีกลับไปแล้วนะ

หน้าใสๆ ค่อยๆ โผล่ออกมาจากอีกฟากหนึ่งของต้นไม้ จุนโนะเห็นจินนั่งเอากิ่งไม้ฟาดยอดหญ้าเล่นที่ริมสระน้ำแถวๆ นั้น
“อ้าว.....!!” จุนโนะทำปากยื่น เขาเดินมาหยุดยืนข้างหลัง แล้วก็เอานิ้วจิ้มๆ ไปที่ไหล่ของจิน
“ฟังอยู่หรือเปล่าเนี่ย... คุณจินกลับไปก่อนนะฮะ ผมต้องขึ้นหอแล้วล่ะ ป่านนี้ยามะพีรอฟังเรื่องของเราอยู่แล้วแน่ๆ อีกอย่างหนึ่งนะฮะ ยามะเองก็ปฏิเสธแฟนเขาไปแบบนี้เหมือนกัน ถ้าผมจะยอมคุณทุกเรื่อง เขาจะงอนเอาได้... เอาไว้เจอกันคราวหน้านะฮะ กลับไปเซนไดก่อน อย่ามาหาผมเลยนะ ผมต้องเรียนหนัก เพราะงั้นอย่าทำให้ผมเสียสมาธิเด็ดขาด” จุนโนะพูดไปหอบไป
ระหว่างฟังหนุ่มน้อยเลคเชอร์นั้น จินหันมาทำหน้าบึ้งใส่ แต่ไม่ได้ตอบว่าอะไรสักคำ ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นจนจุนโนะผวา กระเด้งตัวไปยืนห่างหลายก้าว
จินมองแล้วก็ขมวดคิ้ว
“ที่พูดมาทั้งหมดนี่ ฟังๆ ดูเหมือนฉันจะถูกสั่งให้ทำตามที่นายต้องการนะ”
“ไม่ได้สั่งน้า...า..า....า”
“สั่งซิ ..อะกานิชิ จินโดนเลขาสั่ง เออ..ดีนะ อีกหน่อยคงจะได้เลื่อนชั้นเป็นเจ้านายฉันแน่ๆ”
“แล้วคุณจะยอมมั้ยล่ะ?” ร่างบางถามกลับ ทำเอาจินยืนทำตาปริบๆ

.....จะไม่ยอมได้ไงล่ะ ก็หลงรักจนหัวปักหัวปำไปแล้วนี่หว่า......

ชายหนุ่มยืนหันไปหันมา จนในที่สุดก็ยกมือเสยผมตัวเอง
“ก็ได้..ฉันจะไปก่อนล่ะ แต่ว่าก่อนจะไปขอทำโทษหน่อยเหอะ โทษฐานที่ออกคำสั่งเจ้านาย” จินพูดแล้วก็ฉุดข้อมือเรียว ดึงเข้าซอกต้นไม้ จับร่างจุนโนะพิงหลังกับลำต้นสากระคาย ส่วนตัวเองก็เอาแขนกักลำตัวของเด็กหนุ่มเอาไว้ ใบหน้าคมเข้มค่อยๆ โน้มลง จุมพิตที่แก้มแดงปลั่ง
“ร้ายจริงนะเรา ข้อแม้เยอะจริง... แต่ฉันรักนายนี่นา... ต้องยอมทำตามใช่มั้ย?” จินถาม
จุนโนะไม่ตอบได้แต่พยักหน้างึก ใบหน้ายิ้มกริ่มของจินใกล้เข้ามาทุกที ลมหายใจรวยรินอยู่ไม่ห่างจากใบหน้าของเขา จุนโนะกระพือขนตาปิดดวงตางดงามของเขา สัมผัสได้แต่ความอ่อนนุ่มที่นาบเต็มกลีบปากของตัวเอง
“อือ......” เด็กหนุ่มครางอึกอักในลำคอ ความอ่อนโยนของจุมพิตนั้น ทำให้เขาเกือบเผลอกอดจินตอบ แต่ว่าก็ได้แต่กำมือตัวเองแน่น ห้ามใจตัวเอง ....ไม่ได้หรอก ขืนกอดตอบเดี๋ยวจินจะเหลิง แค่นี้เขาเองก็ใจอ่อนจะแย่อยู่แล้ว

อีกพักใหญ่ๆ จินก็เป็นฝ่ายถอนริมฝีปากออก รับรู้ถึงความสั่นระรัวในกายของจุนโนะ เมื่อตาสบตาในระยะใกล้ชิด เขาเห็นความรักฉายชัดในดวงตาเรียวรีของหนุ่มน้อย จมูกโด่งรับกับกลีบปากบางพอเหมาะ และมันก็กำลังเผยอออกน้อยๆ พอที่จะดื่มกินอากาศเข้าไปช่วยหายใจได้จังหวะหนึ่ง จินเผลอมองแก้มใสนวลที่ออกสีแดงระเรื่อ เห็นแล้วก็ก้มลงหอมแก้มปลั่งนั้นแรงๆ ก่อนจะถอยหลังออกมายืนทำหน้าเฉย
“วันนี้พอแค่นี้ก่อน แล้วจะมาเยี่ยมอีกนะ คราวหน้าถ้ายังมาออกคำสั่งอีก จะลงโทษให้มากกว่านี้” จินพูดแค่นั้น เขาเดินก้าวยาวๆ กลับไปทางด้านหน้าของหอพัก เดินลิ่วๆ จนจุนโนะแทบจะก้าวตามไม่ทัน
จินผลุนผลันสตาร์ตรถกระหึ่ม พอดีกับที่จุนโนะเดินมาถึงรถพอดี
จินโบกมืออำลาให้เด็กหนุ่ม เขาเห็นหน้างดงามของจุนโนะซีดเผือดไปนิดหนึ่ง ก็รู้สึกดีใจเงียบๆ นั่นเป็นสัญญาณให้เขารู้ว่า จุนโนะเองก็แคร์เขามากมายเพียงใด

“คุณจินโกรธหรือเปล่าเนี่ย...อยู่ๆ นึกจะไปก็ไป บ้าจริงๆ” จุนโนะบ่นงึมงำเมื่อจินขับรถฝุ่นตลบจากไปแล้ว
“เฮ้อ... ถ้าอยู่ต่ออีกหน่อย อาจจะพูดว่ารักให้ฟังก็ได้นี่นา.....ใจน้อยชะมัด รู้ก็รู้ว่าเรารัก ยังจะอยากฟังอีก บ้าชะมัดเลย!!”

***************************

หลังจากเหตุการณ์วันนั้นแล้ว จินกับคาเมะก็มาพบจุนโนะและยามะพีอีกครั้งในวันก่อนสุดสัปดาห์ เผื่อฟลุ๊คว่าสองหนุ่มจะอยากไปเที่ยวที่ไหนบ้าง แต่เขาก็ต้องคว้าน้ำเหลวเมื่อสองหนุ่มน้อยติดสอยห้อยตามรุ่นพี่ไปออกค่ายที่ต่างจังหวัด ซึ่งเป็นจังหวัดไหน ก็ไม่อาจทราบได้ จินกับคาเมะจึงกลับเซนไดด้วยความผิดหวัง ดูเหมือนทั้งสองคนนั่นคงอยากจะทรมานพวกเขาซะแล้วละมัง
ระหว่างนี้คาเมะไปๆ มาระหว่างบ้านเช่ากับมัตซึชิม่า เขาเริ่มสร้างบ้านหลังเล็กในที่ดินที่เคยพายามะพีมาดูเมื่อหลายเดือนก่อน ไหนๆ จะง้อ จะเคลียร์ตัวเองทั้งทีก็ต้องมีหลักฐานบ้านช่องเสียก่อน ไม่งั้นหนุ่มเจ้าจะหนีไปอีก เขาสูดลมหายใจลึก ได้กลิ่นทุ่งหญ้าและดอกไม้พื้นเมืองส่งกลิ่นกระจายหอมฟุ้งไปหมด ช่วงนี้เริ่มย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว แต่อากาศยังไม่เย็นมากนัก อากาศยังอุ่นไม่ถึงกับร้อนแต่ใบไม้เริ่มผลัดใบ
บ้านของเขาเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมากแล้ว แต่มันก็เพิ่งเสร็จไปได้แค่ 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ยามะพีจะชอบหรือเปล่า เขาไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ เมื่อทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์เมื่อนั้น เขาจะขอให้หนุ่มน้อยใจแข็งคนนั้นมาอยู่เป็นแม่ศรีเรือนด้วยให้ได้

วันเสาร์ที่สองของการพบกับยามะพีครั้งสุดท้าย คาเมะกลับไปที่หอพักของยามะพีอีกครั้ง แต่ก็ได้รับการบอกเล่าว่า ยามะพีกลับบ้านในช่วงสุดสัปดาห์ คาเมะถามถึงที่อยู่ แล้วก็รีบบึ่งรถไปหาทันที
“ไม่อยู่นะคะ ไปออกค่ายอีกแล้วจ้ะ” นั่นคือคำบอกเล่าจากคนที่บ้านของยามะพี
คาเมะยิ้มแห้งๆ ให้กับหญิงวัยกลางคนที่ค่อนข้างจะชรามากแล้ว สงสัยจะเป็นคุณย่า คุณยายละมัง คาเมะโค้งตัวให้อย่างงามแล้วก็กลับออกมา ถอยหลังไปยืนดูบ้านหลังน้อยๆ ที่มีป้ายหน้าบ้านสลักไว้ว่า ...ยามาชิตะ....

......นี่บังเอิญไม่อยู่หรือว่าจงใจไม่อยู่กันนะ.......

คาเมะกลืนน้ำลายลงคอ ในใจรุ่มร้อนเหมือนมีไฟรักสุมอยู่ในอก คนที่ไม่เคลียร์ในตอนนี้น่าจะเป็นยามะพีมากกว่านะ

*****************************

เมื่อคณะออกค่ายกลับมาในวันถัดมา จุนโนะกับยามะพีก็ออกอาการซึมอย่างเห็นได้ชัด เมื่อคนเฝ้าหอพักบอกว่า คนชื่ออะกานิชิ จินและคาเมนาชิ คาซึยะมารอพบเขาตั้งสองวัน ทั้งเสาร์และอาทิตย์
“จะเอายังไง? ฉันน่ะจะใจอ่อนแล้วน้า...” ยามะพีทำหน้าหงอย แต่จุนโนะกลับหัวเราะเบาๆ
“ก็นายเป็นคนตัวตั้งตัวตีให้เล่นตัวไงล่ะ ยามะพี”
“ก็ใช่น่ะซิ...แต่ว่า คาเมะเขาเคลียร์ตัวเองได้แล้วนี่นา...”
“ปิดเทอมคราวหน้าค่อยว่ากันดีมั้ย” จุนโนะว่าแล้วก็สะพายเป้ขึ้นหอของตัวเอง ส่วนยามะพีก็เดินไปที่หอตัวเองอย่างจ๋องๆ กว่าจะปิดเทอมก็อีกหลายเดือนน่ะซิ

....เฮ้อ....จะใจแข็งไหวมั้ยเนี่ย....

และแล้วในวันสุดสัปดาห์ จุนโนะก็ไปค้างที่บ้านตั้งแต่วันศุกร์ เพราะคาดว่าจินอาจจะมาหาเขาที่หอพักก็ได้... นี่ก็เดือนกว่าแล้วซินะที่จินหายไป หลังจากออกค่ายแล้ว จินก็ไม่ได้มาหาอีก ทั้งคาเมะก็หายไปด้วย ดูเหมือนจะนัดกันหายไปเลยทีเดียว ยามะพีเองก็ซึมไป ...หรือว่าเขากับยามะพีคิดผิดกันแน่นะที่เล่นตัวจนเกินงามขนาดนี้
ดังนั้น เมื่อสัปดาห์นี้ตอนกลับบ้านจุนโนะลองสอบถามจากทางบ้านดูว่าระหว่างที่เขาไม่อยู่นี้ มีผู้ชายจากเซนไดมาหาหรือเปล่า ผลปรากฏว่าไม่มีเลย จุนโนะห่อเหี่ยวหัวใจที่สุด แต่อีกคำบอกเล่าหนึ่งของผู้เป็นมารดาทำให้เขาถึงกับตะลึง
“เอ้อ..ร็อกกี้หายไปนะ มีคนเห็นมันไปเดินเล่นแถวๆ หน้าบ้าน แม่ก็ออกตามหา คุณนายบ้านข้างๆ บอกว่าเห็นมีคนอุ้มขึ้นรถไปแล้ว” แม่พูดเสียงอ่อย แต่คนฟังนี่ซิ ขนลุกซู่ๆ
“ร็อกกี้หาย!!” จุนโนะนั่งแปะกับพื้นห้อง น้ำตาร้อนๆ ไหลออกมา
“มีคนขโมยร็อกกี้ไปเหรอ...ฮึก...ร็อกกี้....” จุนโนะร้องไห้สะอึกสะอื้น หมาน้อยที่น่ารัก อุตส่าห์หอบหิ้วเอามาจากสถานที่ที่มีความหลัง มันเหมือนกับเป็นพยานรักของเขากับจิน ... แต่ร็อกกี้กลับหายไปแบบนี้ เหมือนหัวใจจะร้าวราน......
“เพื่อนบ้านบอกว่า คนที่เอาไปน่ะ ขี่รถสปอร์ตคันใหญ่เชียวล่ะ เอ...ดูเหมือนจะเป็นคันเดียวกับที่เคยมาจอดที่หน้าบ้านเราตอนที่เขามาถามหาจุนโนะนะ” แม่ว่า
“อือ.....รถสปอร์ตเหรอ....” จุนโนะหยุดร้องไห้ทันที เขาเงยหน้าที่มีรอยคราบน้ำตาขึ้น มองแม่อย่างมีความหวัง
“รถที่ว่า....รถคุณจินหรือเปล่านะ....” เขากัดปากนิ่งคิด ค่อยบรรเทาอาการเศร้าโศกลง ... หรือไม่ใช่ มันยังไงกันแน่ หรือว่าจินจะมาเอาตัวร็อกกี้ไปเป็นการแก้เผ็ด

จุนโนะผลุนผลันออกไป ตรงดิ่งไปหายามะพีที่บ้าน แต่ปรากฏว่าที่บ้านยามาชิตะบอกว่า สัปดาห์นี้ยามะพีมีนัดกับพวกโคกิที่หอพักในมหา’ ลัย จุนโนะจึงรีบกลับไปที่นั่นทันที
พอไปถึงปรากฏว่า หน้าหอมีรถพ่วงลายท้องฟ้าและทะเลของโคกิจอดอยู่พอดี และยามะพีกับโคกิและอุเอดะก็อยู่ด้วย
“อ้าว..จุนโนะมาพอดีเลย กำลังจะชวนไปทะเลพอดี” ยามะพีโบกมือให้จุนโนะ แต่หน้ามู่ทู่ของจุนโนะทำให้ต้องชะงัก
“มีอะไรเหรอ?” เพื่อนๆ ถาม
จุนโนะโค้งตัวต่ำต่อหน้าโคกิ พอเงยขึ้น เพื่อนๆ ก็พบดวงตาฉ่ำน้ำของจุนโนะ
“โคกิ.....ขอร้องล่ะ...”
“เฮ้ย!! เกิดอะไรขึ้นวะ” โคกิถาม
จากนั้นจุนโนะจึงเล่าเรื่องให้ฟัง โคกิประกาศว่า
“พวกเราเปลี่ยนที่เที่ยวไปเที่ยวที่เซนไดดีกว่า”
สิ้นเสียงของโคกิ คนที่แทบจะกรี๊ดก็คงจะเป็นยามะพี ........ เขาตบมือร่า ยิ้มไม่ยอมหุบ
“เย้!! ไปเซนได....ไปเซนได...”

................................

“อือ......นายคิดว่าคนที่เอาร็อกกี้ไปจะเป็นคุณจินงั้นเหรอ?” อุเอดะถาม ขณะที่ทั้งหมดนั่งกันมาในรถพ่วง รถเริ่มจะเข้าเขตเมืองเซนได จุนโนะนั่งใจเต้นระทึก เขาเองก็ไม่อาจตอบได้ว่าเรื่องที่สงสัยจะเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า
“ขอให้เป็นอย่างนั้นเหอะ”
รถแล่นมาถึงไร่ฝ้ายในเวลาใกล้ค่ำ โคกิเลือกที่จะจอดรถอยู่ที่เดิมที่เคยมาตั้งแคมป์ เพื่อรอเวลาให้มืดมากกว่านี้ เพราะจุนโนะไม่อยากไปบ้านจินตอนนี้เพราะจินจะรู้
“งั้นรอเวลาอยู่นี่ล่ะ” จุนโนะออกความเห็น
ทั้งสี่เอาอาหารออกมากิน โดยที่ไม่ได้ก่อกองไฟแต่อย่างใด เมื่ออากาศยามค่ำเริ่มเย็นลง จุนโนะก็ลุกขึ้นปัดกางเกงเอาเศษหญ้าออก และพยักหน้าให้เพื่อนๆ
“ไปกันเหอะ...ลุย!!”

***************************************

โคกิมองฝ่าความมืดของถนนลาดยางสายเล็กๆ ที่ทอดยาวเข้าสู่ตัวเมือง เขาเข้าใกล้บ้านของจินเข้าไปทุกที บ้านหลังใหญ่ราวคฤหาสน์ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เขาชะลอรถและนำเข้าไปจอดริมรั้ว ห่างจากประตูใหญ่พอสมควร
จุนโนะและยามะพีกระโดดลงจากรถ เดินเลาะริมรั้วมองฝ่าเข้าไปยังรั้วโปร่งของตัวบ้าน ทุกอย่างยังเหมือนเดิม จะมีก็แต่กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ที่บานกลางคืนส่งกลิ่นหอมมาช่วยให้หัวใจแช่มชื่นขึ้น
ร่างโปร่งมองลอดเข้าไป เขาลองขยับประตูใหญ่ ปรากฏว่ามันไม่ได้ล็อก จุนโนะกับยามะพีจึงค่อยๆ ย่องเข้าไปภายในอาณาเขตของบ้านได้อย่างง่ายดาย สองหนุ่มลัดเลาะเข้าไปใกล้ตัวบ้านเรื่อยๆ สอดส่ายสายตาหาเจ้าร็อกกี้ที่คาดว่าน่าจะหมอบเล่นอยู่หน้ามุขเหมือนเคย และแล้ว....เจ้าสิ่งนั้น ที่จุนโนะเห็น ทำให้เขาหยุดชะงัก เจ้าสัตว์ที่มีขนสีน้ำตาลนอนขดตัวอยู่ที่นั่น หน้าบ้านของจินจริงๆ ด้วย
“ร็อกกี้......” จุนโนะอุทานด้วยเสียงเบาหวิว เขาอยากจะกรี๊ดซะให้ชุ่มใจ ในที่สุดสิ่งที่คิดไว้ก็เป็นจริง
“ร้ายจริงเชียว คุณจินของนายเนี่ย นี่เป็นแผนล่อเนื้อไปหาเสือหรือเปล่าวะ” ยามะพีกระซิบด้วยน้ำเสียงร่าเริง ...
จุนโนะขยับกาย เรียกความสนใจจากร็อกกี้ได้ทีเดียว เจ้าตัวดีลุกขึ้นยืนจังก้าสี่ขา หูตั้ง ส่งเสียงขู่ คำรามในลำคอ จุนโนะจึงเรียกชื่อเสียงเบาหวิว และเมื่อจำได้ทั้งกลิ่นและเสียง ร็อกกี้ก็ส่งเสียงงืดงาดออกมา เจ้าร่างจ้อยวิ่งหูรี่เข้าไปสู่อ้อมกอดของจุนโนะอย่างดีใจ
“ร็อกกี้... ในที่สุดก็โดนมือดีขโมยมาจริงๆ แหล่ะ” เด็กหนุ่มลูบหลังลูบไหล่เจ้าร็อกกี้อย่างแสนรัก ยามะพีสะกิดเตือนให้จุนโนะรีบกลับออกไป แต่ว่าอีกฝ่ายกลับมองไปรอบกาย ที่ที่เคยอยู่แม้จะไม่นานนักแต่ก็รู้สึกผูกพันเหลือเกิน .... ดีใจที่ได้กลับมาอีกครั้ง...
“ไปเหอะ...” เสียงยามะพีเร่งเร้าดังอยู่ไม่ห่าง แต่พอจะขยับกาย ทั้งสองก็ต้องนิ่งขึงเมื่อ ......

เสียงคุ้นหูของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากทางเบื้องหลังว่า

“ดูเหมือนเราจะจับขโมยได้นะคาซึยะ!!”
“นั่นน่ะซิฮะ!!”
เสียงนั้นทำให้ขาที่กำลังก้าวเดินของจุนโนะและยามะพีชะงัก กำลังจะหันไปมองคนพูดอยู่แล้วเชียว เมื่อมือแข็งแรงเอื้อมมารั้งร่างบอบบางของทั้งสองไว้ พร้อมกับกระซิบถ้อยคำ
“ปล่อยให้รอตั้งหลายวันแน่ะ กว่าจะมาได้” เสียงของจินนั่นแหล่ะ จุนโนะตระหนักดี
“ยามะจ๋า...” เสียงของอีกคนกระซิบใส่หูของยามะพี ลมหายใจอุ่นจัดปะทะสองข้างแก้ม ยามะพีกับจุนโนะหันไปมองคนที่โอบรัดเขาเอาไว้ก็พบกับใบหน้ายิ้มกริ่มของจินและคาเมะพอดี
“เฮ้อ....” จุนโนะระบายลมหายใจออกมา สองแขนกอดร็อกกี้ไว้แน่น ขณะที่จินพยายามดึงตัวร็อกกี้ให้หลุดจากอ้อมกอดของคนหน้าหวาน
“ปล่อยหมาลงดีๆ เถอะ” ว่าแล้วจินก็ยื้อเอาตัวร็อกกี้ไปจากจุนโนะจนได้ พอหมดตัวขวางแล้ว ชายหนุ่มจึงกอดร่างบางได้อย่างเต็มที่
“ทำแบบนี้ขี้โกงกันนี่นา” จุนโนะต่อว่า เขาหันไปมองคู่ของเพื่อนรัก เห็นยามะพีตกอยู่ในวงแขนของคาเมะเหมือนกัน แต่ดูว่าจะไม่มีอาการขัดขืนจากยามะพีเลยด้วยซ้ำ

ยามะพีสบตาคมของคาเมะแล้วก็ถามอ้อมแอ้มว่า
“คุณมาอยู่ที่นี่ได้ไง?”
“ก็พี่จินบอกว่าให้มาช่วยจับขโมย เพราะจะมีคนมาขโมยหมา แหม.... ให้รอเก้อตั้งสองสามวันแน่ะ แต่ก็มีลางสังหรณ์นะว่าน่าจะเป็นคืนนี้แหล่ะ” คาเมะว่าพลางก้มลงหอมแก้มเด็กหนุ่มจนจมูกโด่งฝังลงในเนื้อแก้ม สูดกลิ่นหอมจากโคโลจน์เข้าเต็มปอด
“เราไปคุยกันในสวนดีกว่า ทางนี้ปล่อยให้เจ้าของบ้านจัดการกับเพื่อนของนายเถอะ” คาเมะกอดไหล่ยามะพีพาเดินหายเข้าไปในศาลาร้อนกลางสวน ปล่อยให้จุนโนะยืนมองตาปริบๆ เพราะขาดคู่หูอย่างยามะพีไป เขาคงจะโดนจินเล่นงานแย่แน่...
“ว่าไงเรา ในที่สุดก็มาหาฉันก่อนเวลาปิดเทอมจนได้นะ” จินพูดอย่างเป็นต่อ ก็ในอ้อมกอดมีคนน่ารักตัวเป็นๆ มาให้กอดถึงที่บ้าน จุนโนะพยายามดิ้นแต่ก็ออกแรงไม่มากนักเพราะดิ้นทีไรจินก็กอดแน่นขึ้นทุกที
“คุณเล่นสกปรกนี่นา ขโมยหมาผมหนีมาแบบนี้ ก็ต้องมาตามง่ะเด่ะ”
“ถ้าไม่ทำแบบนั้นมีหรือที่จะให้ฉันพบน่ะ”
“ก็รอเซ่ะ รอไม่ได้หรือไง บอกว่าตอนปิดเทอมจะได้พบกัน” น้ำเสียงของจุนโนะงอนเต็มที่ แต่จินก็นึกชอบใจ นึกถึงวันเวลาที่ได้เจอกันครั้งแรกๆ แบบนี้แหละเขาชอบ ท่าทางจอมเฮี้ยว เถียงเก่งและช่างต่อว่าต่อขานแบบนี้ล่ะ ถูกใจจริงๆ
“ให้รออีกหลายเดือนน่ะ ไม่เอาหรอกนะ คิดถึงใจจะขาดอยู่แล้ว” จินพูดพร้อมกับจรดจมูกบนแก้มนวล
“อื้อ.....คุณจิน....”
“เข้าไปในบ้านเถอะ...” ชายหนุ่มชวน ลากจุนโนะเข้าไปในห้องรับแขก เห็นคนรับใช้ยืนกันหน้าสลอนอยู่สามสี่คน ก็โบกมือไล่ให้กลับที่พัก จากนั้นก็พาจุนโนะเดินลิ่วๆ เข้าไปในห้องทำงานของเขา

พอไฟสว่างวาบ จุนโนะก็เหลียวมองไปรอบๆ ห้อง บรรยากาศเดิมๆ เหมือนตอนที่เขาอยู่ยังไงยังงั้นเลย โต๊ะทำงานตัวใหญ่ของจินก็ยังมีที่นั่งอีกที่อยู่ด้านตรงกันข้าม ซึ่งก็เคยเป็นที่ๆ เขาเคยนั่งทำงานมาก่อน จุนโนะทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตัวเก่า แล้วหมุนตัวหันไปหันมา ใบหน้าสว่างสดใสด้วยรอยยิ้ม
“คุณยังจัดมันไว้ที่เดิม ทุกอย่างเหมือนเดิมจริงๆ”
“เพราะคิดว่าในวันข้างหน้า จุนโนะจะกลับมานั่งตำแหน่งเดิม เป็นเลขาคนพิเศษนะ ไม่ใช่เลขาสำรอง และแถมพ่วงอีกตำแหน่งหนึ่ง...”
“ตำแหน่งอะไรหรือครับ?” จุนโนะเงยหน้าขึ้นถาม เมื่อจินเดินมาหยุดอยู่ข้างกาย วงแขนอ่อนโยนโอบรอบลำตัวบอบบางของเขา ใบหน้าของจินก้มลงมาจนริมฝีปากชิดกับพวงแก้มขณะกระซิบว่า
“ตำแหน่งคนรักของฉันไงล่ะ”
“คุณจิน.......”
“ไหนล่ะสัญญาที่จะบอกว่ารักในวันที่นายกลับเซนไดน่ะ” จินทวง จุนโนะได้แต่ก้มหน้ายิ้มเขินๆ เขาพยักหน้าแล้วก็บอกว่า
“อือ....”
“หือ?” จินคุกเข่า ยืดตัวขึ้น เขาหมุนเก้าอี้ของเด็กหนุ่มให้มันมาหยุดตรงหน้าพอดี เชยคางของจุนโนะขึ้น แล้วก็เลิกคิ้ว
จุนโนะทำเสียงฮึ!! ขึ้นจมูก ขณะโน้มกายมาข้างหน้า โอบคอของจินแล้วแตะกลีบปากบางสีชมพูกับหน้าผากของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านาย
“ฮะ...ผมรักคุณ...”
“แค่นั้นเองเหรอ?” จินร้องคราง มองลึกเข้าไปในดวงตาดำคู่สวยของจุนโนะสุเกะ เขาอมยิ้มสายตาลดต่ำลงที่กลีบปากเย้ายวนตรงหน้า จินยืดตัวขึ้นอีกนิดหนึ่ง ขณะที่จุนโนะก้มหน้าลงมาอีกหน่อย
“จูบฉันซิ...แสดงให้เห็นว่านายรักฉันมากมายเหมือนที่ฉันรักนาย...” จินกระซิบเสียงพร่า
จุนโนะทำปากยื่น ค้อนขวับแล้วก็แตะกลีบปากทาบทับกับริมฝีปากอุ่นระอุของจิน
“อืมมม........” จินครางเบาๆ ขณะที่เสียงจุมพิตเพิ่งจะเริ่มต้น จินก็กระชับเอวบอบบางของจุนโนะ บีบเน้นเพื่อให้รสจุมพิตทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ และในเวลาต่อมา เมื่อทนไม่ไหวเข้าจริงๆ จินจึงเป็นฝ่ายจูบเด็กหนุ่มเสียเอง ...
....จูบทั่วดวงหน้า เปลือกตาและแก้มนวล ก่อนจะมาหยุดเชยชมความอ่อนหวานของรสชาติซากุระจากปากของจุนโนะสุเกะ....
“หวานจริงๆ เด็กดี อย่างงี้จะให้ฉันไม่รักได้อย่างไร...”

******************************

ในขณะเดียวกัน ยามะพีก็ยังไม่พ้นไปจากอ้อมกอดของคาเมะ ท่าทีเง้างอนของเด็กหนุ่มเริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ เขานั่งฟังเรื่องบ้านหลังน้อยที่คาเมะกำลังสร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง และถ้อยคำรักที่พร่างพรูไม่ขาดสาย....เมื่อยามะพีนิ่งเงียบๆ คาเมะก็ก้มลงมองเสี้ยวหน้าที่ซบอยู่กับบ่าของเขา เรือนผมหอมกรุ่นเป็นเป้านิ่งให้ริมฝีปากของเขาจุมพิต
“วันเสาร์อาทิตย์หน้า ขอไปหายามะพีที่บ้านบ้างนะครับ” คาเมะออดอ้อน ซึ่งก็ได้รับการพยักหน้าเป็นการตอบรับ
“ฮื่อ...จะไปบ้านก็ได้ แต่ผมจะอยู่หอพัก”
“อ้าว!!”
คาเมะร้องออกมา แต่อีกฝ่ายกลับนั่งหัวเราะชอบใจ ยามะพีลุกขึ้นนั่งตัวตรงแน๋ว ประสานมือไว้กับตัก มองคาเมะตาแป๋ว
“สัญญาก่อนว่าจะไม่มีผู้หญิงคนไหนมาทำให้คุณใจอ่อนอีกแล้ว คุณจะไม่มีใครอื่นอีกนอกจากผมคนเดียว สัญญามาเลย ไม่งั้นจะของอนไม่เลิก!!” หนุ่มน้อยตาโตยื่นคำขาด คาเมะหัวเราะแล้วยกมือสาบาน
“ไม่สัญญาล่ะแต่จะสาบาน... จะรักแต่ยามะพีคนเดียว ปกติผมก็รักคุณคนเดียวอยู่แล้วนี่นา ที่พลั้งเผลอไปนั่นก็เพราะ... “
“เพราะอารมณ์พาไป...” ยามะพีต่อประโยคให้ ทำให้อีกฝ่ายหัวเราะเจื่อนๆ โบกมือไปมาเป็นทำนองว่า ต่อไปนี้จะไม่มีเหตุการณ์แบบนั้นอีกแล้ว
“ขอให้แม่เสือจัดการเชือดคอได้เลย ถ้ามีอะไรแบบนั้นอีกน่ะ”
“คงไม่มีแล้วละมังฮะ เพราะตัวต้นเรื่องบินไปเมืองนอกแล้วนี่...แต่ก็คงจะไม่มีใครโผล่มาอีกหรอกนะ”
“ไม่มีแน่นอนจ้า...” ชายหนุ่มหัวเราะแหะๆ... ขยับตัวนั่งจนชิดคนรัก ขณะคว้าตัวยามะมากอดไว้แนบอก เขาก็จับมือข้างหนึ่งของยามะพีขึ้นมา จูบทีละนิ้วจนถึงนิ้วนาง คลึงเล่นอยู่เช่นนั้น จากนั้น วงแหวนทองสลักนามสกุลคาเมนาชิก็ถูกบรรจงสวมลงบนนิ้วข้างนั้น ความเย็นของโลหะชิ้นนั้นทำให้หนุ่มน้อยที่เอนอิงร่างของคาเมะสะดุ้ง
“เอ๋???” ยามะพีก้มลงมองจนชิด
“แหวนแทนตัวน่ะ” คาเมะชี้ให้ดูรอยสลักนามสกุลของเขาบนตัวแหวน ซึ่งก็ทำเลียนแบบแหวนแต่งงานได้ดีเยี่ยมจริงๆ
“ให้ผม?” หนุ่มน้อยยังไม่หายจากอาการตื่นเต้น มองคาเมะตาโตสดใส ซึ่งคาเมะก็พยักหน้างึกๆ
“ให้ผมเหรอเนี่ย......”
“ไม่ใช่มั้ง?” เสียงสัพยอกดังขึ้นใกล้หู จากนั้นวงแขนของคาเมะก็โอบรอบเอวของยามะพีอีกครั้ง
“ยามะพีมีของแลกเปลี่ยนหรือเปล่าล่ะ” คาเมะถาม ทำแก้มป่องยื่นหน้าจนชิดติดริมฝีปากอิ่มเต็มของยามะพี ซึ่งร่างบางมองแล้วก็แอบอมยิ้ม....... รู้หรอกน่าว่าจะขออะไร.........


ยามะพีหัวเราะ จิ้มแก้มป่องนั้นให้ออกห่าง จากนั้นก็ล้วงไปในกระเป๋ากางเกง เขาจับมือคาเมะขึ้นแบ แล้วความเย็นแข็งๆ ของอะไรบางอย่างก็อยู่ในอุ้งมือของคาเมะ ชายหนุ่มก้มลงมอง เห็นเหรียญเงิน 100 เยนวางนิ่งสงบอยู่ในมือ
“100 เยน!!”
“ฮื่อ... ทั้งเนื้อทั้งตัวมีอยู่เท่านี้แหล่ะ พอจุนโนะชวนมา ก็รีบกระโดดขึ้นรถมาทันที ลืมเอากระเป๋าเงินมา” ยามะพีบอกหน้าตาเฉย
“ไม่เอาง่ะ อยากได้อย่างอื่นได้ป่าว?”
“อื๋อ........อะไรเหรอ?” ใบหน้างดงามก้มหน้างุดเมื่อสบตากับสายตามีความหมายแบบเร้าใจของนายช่างหนุ่ม
คาเมะจับบ่าของยามะพีไว้มั่น ขณะเอนร่างมาชิด เขายื่นริมฝีปากรอไว้อยู่แล้ว รอเวลาที่จะให้ยามะพีแตะแต้มรอยจุมพิตเป็นการตอบแทนแหวนหมั้นวงนั้น
“จะ....จูบเหรอที่คาเมะอยากได้...” ยามะพีถามเสียงต่ำ
“อือ.....” คาเมะหลับตา รอคอยอย่างใจเต้นระทึก
ยามะพีมองกลีบปากที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้า หันซ้ายหันขวา ก่อนจะถอนหายใจหนึ่งเฮือก แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ กลีบปากอิ่มสีสดบรรจงจูบลงไปที่ปากของคาเมะอย่างแรงแต่ทว่ารวดเร็ว แบบชนิดไม่เกินหนึ่งวินาที
“อ่ะ...เสร็จแล้ว” ยามะพีบอกขณะถอนหน้ากลับมา คาเมะลืมตาขึ้น กัดปากและกระชากร่างบอบบางมาใกล้จนยามะพีแทบจะปีนขึ้นไปอยู่บนตัก
“แบบนั้น เขาไม่เรียกว่าจูบหรอก แหม...ยามะพีลืมจูบผมไปซะแล้ว มามะ... จะเตือนความจำให้” ว่าแล้วก็กดจูบลงไปไม่ยั้ง ดูดกลืนริมฝีปากอวบเข้าไว้ในปาก และบดคลึงอย่างคลั่งไคล้จนยามะพีร้องครางแทบไม่เป็นเสียง
“อือ......” ร่างบางผวาเข้ากอดรัดลำตัวของชายหนุ่มไว้เช่นกัน ขาข้างหนึ่งของยามะพีเกยอยู่บนตัก เนื้อตัวแทบจะกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน ในขณะที่ยังร่ายมนต์จุมพิตกันอยู่ไม่รู้เบื่อ เสียงเรียกเข้าจากมือถือของยามะพีก็ดังขัดอารมณ์เสน่หานั้นจนได้
“อือ.........” เสียงยามะพีหอบกระจาย ขณะผลักคาเมะออก เขาควานหาโทรศัพท์มือไม้สั่น เมื่อกดรับสายปุ๊บเสียงดังลั่นของโคกิก็แหวกอากาศมาจนคาเมะยังได้ยิน
“เฮ้ย!! ได้หรือยังวะ....ไอ้หมาของไอ้โนะน่ะ รอเป็นชั่วโมงแล้วนะเว้ย เดี๋ยวเจ้าของบ้านก็จับได้พอดีหรอก กลับออกมากันเสียทีซิ!!”
ยามะพีไม่ได้ตอบโต้ในทันที เขามองหน้าคาเมะ...แล้วทั้งสองคนก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน ยามะพีกรอกเสียงกลับไปว่า
“รอแป๊บหนึ่งนะ ยังหาร็อกกี้ไม่เจอเลย....”
คาเมะเอื้อมมือคว้าโทรศัพท์ปิดฉับ จากนั้นก็โยนมันข้างๆ ที่นั่ง เขาเชยคางมนของยามะพีขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าก้มต่ำขณะงึมงำว่า
“ให้สองคนนั่นรอไปก่อนเหอะ... เชื่อว่าจินกับจุนโนะก็ยังไม่กลับออกมาเหมือนกัน..เรามาต่อกันดีกว่าน้า....”
“อื้อ.......คุณคาเมะ....” ยามะพีครางเสียงกระเส่าเมื่อริมฝีปากถูกปิดผนึกอีกครั้ง

*************************

เมื่อเวลาผ่านไป
ในวันหนึ่ง ณ เมืองเซนได ....
จินกับคาเมะนัดแนะกันตั้งแต่ตอนเช้า พวกเขารีบร้อนเดินทางไปยังไร่ฝ้ายของจิน ปักหลักรอคอยการมาของกองคาราวานจากโตเกียว ก็เพราะวันนี้เป็นวันที่กองคาราวานจะนำพวกนักศึกษามาฝึกงานกันอีกครั้ง คราวนี้รุ่นพี่ของขบวนเกิดติดใจที่ทำงานเดิม เขาขอให้มีการเดินทางมาเมืองนี้อีก และทุกคนก็เห็นดีด้วย จินได้รับแจ้งจากไอบะ มาซากิ และอุจี้ว่าเขาขอมาตั้งแคมป์ที่เดิม ซึ่งจินก็ตอบรับด้วยความยินดี และขอมารับกองคาราวานนี้ด้วยตัวเอง

และในตอนสายของวันนั้น บนถนนที่ทอดยาวอันไกลแสนไกล จินชะเง้อมอง เห็นรถพ่วงคันที่หนึ่งนำขบวนเข้ามาแล้ว เขามองหน้าคาเมะเห็นแววตาแห่งความยินดีฉายชัดในดวงตาของเพื่อนรุ่นน้องเช่นกัน
“มากันแล้ว!!” คาเมะทำเสียงลิงโลด เขาเพ่งมองไปยังรถที่เริ่มใกล้เข้ามา จินนับได้ว่ามันน่าจะมีน้อยกว่าสี่คัน และเมื่อรถคันแรกหยุดที่ไร่ฝ้าย เขาก็ก้าวออกมา ทักทายหัวหน้าขบวนนักศึกษา แต่ก็นึกแปลกใจมากที่ไม่มีนักศึกษาคนไหนจะลงมาจากรถเลยสักคัน
จินและคาเมะกวาดตาดูรถพ่วงสามคันนั้น มันไม่ใช่รถของพวกโคกิหรือของไอบะเลยนี่นา ....ไม่มีรถของพวกจุนโนะเลยสักคัน ชักใจไม่ดี จินมองหน้าคาเมะเห็นแววสงสัยมองตอบกลับมาเหมือนกัน
“เอ้อ....พวกโคกิล่ะครับ?” จินถามหัวหน้านำขบวน หนุ่มตาหยียื่นหน้ามาจากรถ แล้วก็ส่ายหน้า
“ไม่ทราบซิครับ ผมล่วงหน้ามาก่อน พวกนั้นน่ะ ไม่รู้ว่าจะมาหรือเปล่า... งั้นผมขอตัวเดินทางต่อนะครับ” หนุ่มนักศึกษาก้มหัวให้จิน แล้วก็ทำสัญญาณบอกให้พรรคพวกเดินทางไปยังเมืองข้างหน้า
จินถอยหลังออกมาด้วยความผิดหวัง หมายความว่ายังไงกันแน่นะ...ไหนจุนโนะบอกว่าจะมาไง จากวันนั้นที่เจอกันก็ไม่ได้เจอกันอีก... รู้งี้กักตัวไว้เสียตั้งแต่คืนนั้นก็ดีหรอก.....

ทั้งจินและคาเมะนั่งพิงโคนต้นไม้ พยายามต่อโทรศัพท์เข้าหาคนรัก แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับอะไรเลย
“มันยังไงกันแน่ครับ พี่จิน?” คาเมะถาม หลังพิงต้นไม้ กอดเข่าเจ่าจุก สายตามองไปยังถนนที่นานๆ จะมีรถผ่านมาสักคัน
“ฉันว่าเขาต้องมานะ แต่อาจจะ.........เอ๋????” จินกระเด้งตัวขึ้นยืน เมื่อสายตาเห็นรถหน้าตาคุ้นๆ วิ่งมาแต่ไกล จากจุดเล็กขยายเด่นชัดเข้ามาทุกทีเมื่อใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง
“มาแล้ว....มาแล้ว...” คาเมะร้องออกมาอย่างดีใจ จินถลันมายืนกลางถนน เพื่อดูให้แน่ใจ รถพ่วงสองคัน ขับตามกันมา คันหน้าน่ะวิ่งเข้ามาถึงไร่ฝ้ายแล้ว บีบแตรทักทายพวกเขาให้ด้วย จากนั้นใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มของไอบะ มาซากิก็โผล่มาทักทาย
“สวัสดีครับ คุณจิน...เอาเลขาหน้าหวานมาส่งแล้วครับ...” ไอบะชี้มือไปทางด้านหลัง ซึ่งเป็นรถพ่วงของโคกิ
จินยิ้มและวิ่งไปที่รถทันที เมื่อประตูรถนอนเปิดออก จินก็อ้าแขนออกกว้าง ร่างบางที่กระโดดลงมาเป็นคนแรกนั้น ผวาเข้าหาอ้อมกอดนั้นทันที
“จุนโนะ........” จินหัวเราะแต่เมื่อจะมองหน้าหวานใจให้ถนัด เขาก็ร้องลั่น
“เฮ้ย.....ยามะพี!!”
ยามะพีเองก็ผลักจินออกห่าง หน้าแดงก่ำขณะที่คนบนรถอีกคนยังนั่งหัวเราะจนตัวงอ จุนโนะสุเกะนั่นเอง
“คุณจินกอดผมทำไมง่ะ?” ยามะพียื่นหน้ามาถาม เมื่อจินหัวเราะ ยามะพีก็เลยถูกคาเมะดึงตัวไปกอดเอาไว้แน่น
“พี่จินอย่าผิดตัวซิครับ แบบนี้ผมก็แย่นะซิ” คาเมะชี้หน้าจิน แล้วกอดรับขวัญคนร่างบาง
“นึกว่าเป็นคาเมะซะอีก ....ดีใจจังที่ได้เจอ..” ยามะพียิ้มจนแก้มปริ จุ๊บปากคาเมะเร็วๆ แล้วก็กอดตอบ คาเมะบอกว่ามาคราวนี้จะได้ย้ายไปอยู่บ้านของคาเมะที่มัตซึชิม่าเสียที
“เสร็จแล้วเหรอ?” ยามะพีถามตาโต คาเมะอมยิ้มอย่างภูมิใจ
“ใช่แล้วครับ รอแต่ว่าเมื่อไรคุณนายของบ้านจะก้าวเข้าไปอยู่ร่วมกับผมเท่านั้นเอง”
ยามะพียิ้มเขินๆ ยื่นหน้ากระซิบตอบว่า
“ก็ทำไมไม่รีบไปกันล่ะฮะ...”

คาเมะพายามะพีไปที่รถคันหนึ่งที่จอดอยู่ไม่ห่างจากรถของจิน มันเป็นรถบีเอ็มฯ รุ่นใหม่ที่ยามะพีเห็นแล้วก็งง หันหน้ามาเป็นเชิงถาม
คาเมะชี้มาที่อกของตัวเองและก็บอกว่า รถคันนี้เป็นของเขาเอง เหตุการณ์ต่างๆ ดูจะคลี่คลายไปในทางที่ดี รถคันที่ขับมานี้ ก็ได้มาด้วยความถูกต้อง พ่อเลี้ยงขอพบและขอโทษเขาด้วยตัวเอง เมื่อประจักษ์ในความจริงว่า คาเมะไม่ใช่คนผิดแต่อย่างใด ที่ผิดเต็มๆ ก็คือลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเขาต่างหากล่ะ
พ่อเลี้ยงถอยบีเอ็มฯ รุ่นใหม่มาให้เขาเป็นการชดเชยในการไล่เขาออกจากงาน ซึ่งทีแรกคาเมะจะไม่รับแต่ผู้เป็นแม่อ้อนวอนให้รับไว้ นอกจากนี้ พ่อเลี้ยงยังเสนอให้เขากลับมาทำงานที่เดิมด้วย แต่ข้อนี้คาเมะขอปฏิเสธเพราะไปทำงานกับจินน่าจะสบายใจมากกว่ากัน

ทั้งสองหนุ่มเดินไปเอากระเป๋าเสื้อผ้าของยามะพี และขอตัวพวกเพื่อนๆ กลับบ้าน คาเมะให้สัญญาว่าค่ำนี้จะพายามะพีมาทานบาร์บีคิวกันที่แคมป์นี้แน่นอน แต่ลงท้ายอีกนิดหนึ่งว่า
“ถ้ายามะพีไม่เพลียไปเสียก่อนนะครับ.......”
หลังจากร่ำลาพวกเพื่อนๆ เรียบร้อยแล้ว ยามะพีชูสองนิ้วให้จุนโนะ หน้าตายิ้มแย้มอย่างมีความสุข หมดสิ้นความกังขาใดๆ อีกต่อไป ชีวิตต่อจากนี้ จะเดินเคียงข้างนายช่างหนุ่มคนนี้ไปตลอดชีวิต

.......แล้วจากนั้น ชีวิตของแม่บ้านที่มัตซึชิมาก็คงจะเริ่มต้นด้วยความสุข....

...........................

ส่วนจินนี่ซิ ยังยืนอ้าแขนรอคนร่างบางอีกคนที่กำลังจะก้าวลงมา จุนโนะตกลงมาสู่อ้อมกอดของเขา ใบหน้าหวานซุกซบกับทรวงอกแข็งแกร่ง ขณะวาดวงแขนไปรอบคอของจิน
“ขอบคุณครับที่มารอรับ”
“ใจหายหมดเลย ทีแรกไม่เห็นจุนโนะมากับขบวนแรก นึกว่าเบี้ยวซะแล้ว”
“ไม่เบี้ยวหรอกฮะ ที่ช้าก็เพราะมัวจับเจ้านั่นอยู่ไงล่ะ” จุนโนะชี้ไปที่สุนัขสีน้ำตาลนามว่าร็อกกี้ ที่โผล่หน้ามาจากหน้าต่างด้านหน้าของรถตรงที่อุเอดะนั่ง
“โห......ดีจังเอามาด้วย แบบนี้...เราจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันเสียทีนะ...” จินว่าเข้านั่น จุนโนะค้อนเล็กๆ ให้ แต่ก็โอบรอบเอวของจินเอาไว้

.........................

“งั้นเป็นอันว่า จุนโนะจะอยู่กับแฟนใช่มั้ย งั้นอ่ะนี่... กระเป๋าเสื้อผ้า ถ้าให้หยิบเอง สงสัยจะอีกนาน” อุเอดะขนกระเป๋าและสัมภาระของจุนโนะลงมากองกับพื้น แล้วก็ยักคิ้วอย่างเห็นใจ

หลังจากทักทายกับพวกโคกิแล้ว จินขอตัวกลับบ้าน เขาพาจุนโนะไปที่รถ โดยมีร็อกกี้วิ่งหูตั้งนำหน้าไปนั่งคอยอยู่ก่อนแล้ว แบบหมารู้งาน จินหัวเราะ มาคราวนี้ร็อกกี้โตขึ้นเป็นหมาใหญ่แล้ว แต่ท่าทางขี้เล่นก็ยังเหมือนเดิม

จินสตาร์ตรถ เขาขับรถออกไปจากไร่ฝ้าย จุนโนะเหลียวหลังไปมอง เห็นเพื่อนๆ ที่เหลือยืนโบกไม้โบกมือให้ ก็โบกตอบ รอยยิ้มที่เพื่อนๆ มีให้ดูเหมือนจะเป็นเครื่องยืนยันว่า การกลับมาเซนไดคราวนี้ จุนโนะจะพบแต่เรื่องที่มีความสุขอย่างแน่นอน เสียงร็อกกี้งืดงาดขณะชะโงกหน้ามองไปนอกตัวถังรถ จุนโนะหัวเราะ แล้วก็เบือนหน้ามามองจิน สีหน้าแสดงความรักออกมาอย่างปิดไม่มิด เมื่อจินหันขวับมามองบ้าง จุนโนะก็สะดุ้งแล้วก็หัวเราะเจื่อน แกล้งถามจินว่า
“มาคราวนี้ยังยืนยันให้ผมทำงานตำแหน่งเดิมหรือเปล่าครับ...”
“แน่นอนครับ...เอาไปเลย ตำแหน่งเจ้านายคนงามของอะกานิชิ จิน ดีมั้ย..ไม่ให้เป็นเลขาแล้ว มาเป็นคนรักดีกว่านะ” จินพูดแล้วก้มลงจุมพิตริมฝีปากแสนสวยนั้นเบาๆ และก็ได้รอยจุมพิตหนักๆ ของจุนโนะตอบกลับมา
“ยินดีครับ...คุณจินที่รัก...”
จินคว้ามือของจุนโนะมาจุมพิต ขณะพูดว่า
“นับตั้งแต่วันที่ได้รู้จักกับนาย... วันนี้คือวันที่ฉันมีความสุขเลยรู้มั้ย...จุนโนะสุเกะ”....
“ผมก็เช่นกันครับ ผมมีความสุขที่สุดที่ได้กลับมาหาคุณ...คุณจิน...”

รถสปอร์ตเปิดประทุนของจินวิ่งห่างออกไปแล้ว เหลือไว้แต่ฝุ่นบางเบาพัดพาเอายอดหญ้าสองข้างทางไหวเอน แสงอาทิตย์สาดส่องเป็นลำผ่านหมู่เมฆที่แขวนตัวอยู่บนท้องฟ้า มันคือความอบอุ่นที่จะหาไม่ได้อีกแล้วในชีวิตนี้
จุนโนะมองคนที่นั่งอยู่ข้างกาย..... จินมีความสุข สีหน้าอิ่มเอิบผิดกับตอนที่เขามาฝึกงานเมื่อเทอมก่อนอย่างลิบลับ นั่นคือเครื่องหมายยืนยันใช่มั้ยว่า จินมีความสุขที่ได้อยู่ร่วมกับเขา หาใช่คนอื่นไม่.......

จุนโนะยิ้มกับยอดหญ้าสองข้างทางที่ชูยอดอ่อนไหวราวกับจะต้อนรับการกลับมาของเขา ...

ความสุขของเขากับจินกำลังจะเริ่มต้นขึ้น .....มันเป็นการเริ่มต้นต่างหาก และความสุขนั้นก็จะไม่มีวันจบลงด้วย ตราบใดที่เขาสองคนยังมีกันและกัน...........

จุนโนะเอนหลังพิงพนัก หลับตาพริ้ม ขณะพึมพำอย่างมีความสุขว่า

<<<<...ผมรักคุณที่สุดในโลกเลยฮะ เจ้านายที่รักของผม....>>>>

*******************************

Happy Ending

comment ที่นี่จ้า...

Hosted by www.Geocities.ws

1