CARAVAN LOVER.......Vol 23


***************************

ท่ามกลางแสงแดดอันร้อนระอุ กองคาราวานของเหล่านักศึกษาขับผ่านตัวเมืองเซนไดมุ่งหน้าลงใต้จวนจะถึงฟุกุชิม่าอยู่แล้วเมื่อมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งเร่งเครื่องขับจี้รถคันที่สี่ ....ขี่ผ่านคันที่สามจนแซงคันที่หนึ่ง จากนั้น คนขี่ก็จอดรถขวางถนนหลวงเอาดื้อๆ คนขับรถพ่วงคันที่หนึ่งเบรกรถจนตัวโก่ง ยังผลให้คันต่อๆ มาต้องเบรกตามจนคนในรถต่างก็นั่งหัวทิ่มหัวตำไปตามๆ กัน
“เฮ้ย!! อะไรกันวะ??..ไอ้บ้าเอ๊ย!! อยากตายหรือไงวะ??” นักศึกษารุ่นพี่เจ้าของรถคันแรกสบถออกมา เปิดประตูรถผัวะออกไปยืนจังก้าประจันหน้ากับคนขี่มอเตอร์ไซค์ สงสัยนักว่ามันเรื่องอะไรกันนะ...หรือว่ากองคาราวานจะถูกปล้น

แต่เมื่อหนุ่มนักบิดที่ขวางทางถอดหมวกกันน็อคออก คนขับรถพ่วงก็ขมวดคิ้ว เพราะเห็นหน้าตาของไอ้หนุ่มหน้าอ่อน รูปหล่อคนนี้ ดูท่าทางจะไม่ใช่พวกคนร้าย เขามองไปรอบตัว ก็ไม่เห็นว่าเจ้าหมอนี่จะมีเพื่อนร่วมปล้นที่ไหนมาอีกนอกจากตัวของชายหนุ่มคนนี้คนเดียว...
หนุ่มผู้ขวางทางกอดหมวกกันน็อคไว้ และก้มหัวให้
“ขอโทษครับที่ทำให้ตกใจ....คือ...ผมอยากพบกับยามะพีหน่อยฮะ”
“ยามะพี? นายอยากพบยามะจัง แล้วทำไมต้องมาทำเรื่องหวาดเสียวแบบนี้ด้วย?”
“ขอโทษครับ.. คือไม่รู้จะหยุดรถพวกคุณด้วยวิธีไหนแล้ว...” เขาก้มหัวอีกครั้ง อย่างขอโทษจริงๆ
“นายเป็นใคร?” หนุ่มนักศึกษาถาม
“คาเมนาชิ คาซึยะครับ...เป็น...เอ้อ..เป็นคนรักของยามะพี”
“เฮ้ย!!” นักศึกษาหนุ่มอึ้ง เหลียวหน้าล่อกแล่ก ก่อนจะชี้ไปยังรถพ่วงคันที่สาม ซึ่งเมื่อคาเมะหันมองตามมือชี้นั้น เขาก็เห็นพวกนักศึกษาจากรถคันอื่นลงมาเดินรอบรถด้วยความอยากรู้สาเหตุของการหยุดรถแบบกระทันหันเช่นนี้ และในจำนวนนั้นคือหนุ่มที่คาเมะสังเกตเห็นได้เด่นสะดุดตาที่สุด

“ยามะพี!!” คาเมะตะโกนออกมาพร้อมกับถลันเข้าหาร่างบาง ซึ่งยามะพีก็รีบหันหลังวิ่งขึ้นไปบนรถพ่วง กำลังจะปิดประตูเมื่อคาเมะดันตัวเองเข้ามาจนได้ ในนั้นเขาเห็นจุนโนะนั่งหน้าตื่นในรถด้วย และยามะพีกำลังซุกตัวกับแผ่นหลังของจุนโนะสุเกะ
“ยามะพี...ทำไม??...เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงหนีมา...??” คาเมะเดินเข้ามาหา แต่ร่างบางยกมือชี้หน้าเขาให้หยุดอยู่แค่นั้น
“คุณกลับไปเหอะ คาเมะ!!”
“ไม่!!...อะไรกัน? อยู่ๆ ก็หนีมา หอบผ้าหอบผ่อนหนีผมมาได้ยังไง?”
“ผมก็...ก็จะกลับไปลงทะเบียนเรียนอยู่แล้วนี่ คาเมะจะได้ไม่ต้องมาส่ง” ยามะพีพูดเสียงเครือ ซบหน้ากับหัวไหล่ของเพื่อนหน้าหวานที่กำลังทำตาโตอยู่ข้างๆ ยามะพีหลุบตาลงต่ำ นิ้วเรียวสะกิดไหล่จุนโนะยิกๆ
“จุนโนะบอกให้เขากลับไปที ฉันน่ะ....ฉัน...ฮึก....ฮึก....” เสียงร้องขอดังอู้อี้ ตามด้วยเสียงสะอื้นฮักออกมา
“พูดกันก็ดีนะยามะพี...เขาอุตส่าห์มาตามนะ ฉันว่า” จุนโนะปลอบ แต่ร่างที่ซ่อนอยู่หลังของเขานั้นส่ายหน้าเร็วๆ
“ยามะพี....เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ บอกผมซิ” คาเมะเดินเข้ามาใกล้ เขาหยุดตรงหน้าจุนโนะและยามะพี เห็นได้ชัดๆ เลยว่า ยามะพีมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น และเขาเองก็พอจะเข้าใจได้ลางๆ เมื่อตื่นขึ้นมาเห็นแฟ้มเจ้าปัญหาวางอยู่บนโต๊ะหน้ากระจก และยิ่งกว่านั้นก็คือรูปถ่ายของเขากับฮิโตมิ แต่นั่นก็ไม่น่าจะเป็นสาเหตุให้ยามะพีหนีเขามา...มันน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น

ขณะนั้นจุนโนะขยับตัวลุกขึ้น แต่ยามะพีก็ผวา คว้ามือของเขาเอาไว้ เมื่อจุนโนะหันมามอง ก็พบกับใบหน้าที่นองน้ำตาของเพื่อนรักส่ายหน้าช้าๆ เป็นการขอร้องไม่ให้เขาลุกไปไหน
“พูดกับเขาเถอะนะ ฟังเหตุผลของเขาก่อน...” จุนโนะพูดเพียงแค่นั้นก็พยักหน้าให้คาเมะเดินเข้ามาแทนที่
“ไม่เอา!!” ยามะพีสั่นหน้า แต่จุนโนะไม่สนใจ หันไปบอกคาเมะ
“เชิญเถอะครับ ผมจะไปรอข้างนอก จะได้ไปอธิบายกับเพื่อนๆ ด้วย พวกเขาจะได้ไม่แห่รุมตื้บคุณ” จุนโนะพูดเสร็จแล้วก็เดินผ่านหน้าคาเมะไปอย่างเฉยเมย ไม่มีรอยยิ้มในใบหน้านั้นเลยสักนิดนอกจากร่องรอยของดวงตาที่แดงช้ำไม่ผิดกับยามะพี ประตูรถปิดตามหลังร่างสูงดังปัง คาเมะได้ยินเสียงจุนโนะร้องบอกเพื่อนๆ ว่า ให้เวลาเขากับยามะพีสักครู่

....................................

“ยามะพี....” คาเมะคุกเข่าลงตรงหน้าร่างบาง พยายามจะกุมมือเด็กหนุ่ม แต่ว่าอีกฝ่ายกลับขยับกายหนี ถอยล่นจนหลังพิงผนังรถ เขาชักขาขึ้นมาบนเก้าอี้นอน
“กลับไปซะ!!”
“ไม่...ฉันจะอยู่โดยไม่มีนายได้อย่างไง?” คาเมะเคลื่อนกายเข้าหา
“ฮึ....คุณไม่ได้มีผมคนเดียวนี่นา...อย่าพูดดีกว่า คาเมะหลอกผม...หลอกผมทุกอย่าง ทั้งเรื่องยังโสด...เรื่องเป็นลูกเจ้าของโรงงาน...เรื่องความสัมพันธ์กับคุณฮิโตมิ...เรื่องการใช้ชีวิตกับผม ทุกอย่างเลย...ฮึก..คุณหลอกผม...หลอกให้ได้ตัวผม หลอกให้ผมรัก...แล้ว....”
“ฉันไม่ได้หลอก!!” คาเมะโพล่งออกมา แต่ยามะพียกมือปิดหู ส่ายหน้าจนผมกระจาย
“หลอกซิ...รวมทั้งเรื่องสร้างบ้านหลังเล็กๆ ในที่ของตัวเอง นั่นก็คงโกหกทั้งเพ คนอย่างคุณน่ะหรือจะมาทนอยู่ในบ้านเล็กเท่ารังหนูได้...”
“ยามะพี....” คาเมะอึ้ง นี่ยามะพีไปรู้อะไรมาได้ลึกขนาดนี้นะ...หรือว่าฮิโตมิ......

“กลับไปหาพี่สาวคุณดีกว่าคาเมะ และก็กลับไปเรียนต่อด้วย ผมน่ะไม่ถ่วงคุณหรอกนะฮะ...ไม่คิดจะถ่วงให้คุณหมดอนาคตหรอก...” ยามะพีพูดพลางสะอื้น
“ไปฟังเรื่องบ้าๆ แบบนี้มาจากใคร ผมไม่เคยคิดไปเรียนที่ไหนหรอกนะ ... ไม่ว่าจะในประเทศหรือที่ไหนก็ตาม และผมก็ไม่มีวันกลับไปหาผู้หญิงคนนั้นหรอก นี่ยามะพีฟังเรื่องไร้สาระอะไรมาจากไหน ใครเป็นคนเป่าหู?” คาเมะยื่นหน้ามาใกล้ มองใบหน้าหวานของคนรักที่แดงเพราะโกรธและคราบน้ำตาที่เปรอะเลอะสองข้างแก้ม ยามะพีกัดริมฝีปากที่สั่นระริก พยายามห้ามน้ำตาตัวเอง แต่ก็ไร้ผล ขณะที่น้ำตาเจ้ากรรมหลั่งรินออกมาอีกนั้น เจ้าตัวก็ล้วงรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ร่อนลงตรงหน้านายช่างหนุ่ม หลังจากนั้นก็เบือนหน้าออกไปนอกหน้าต่าง
คาเมะหยิบภาพนั้นขึ้นดู ใบหน้าถอดสีจนเผือด ...
ภาพของเขากับฮิโตมิบนเตียงกว้างในสภาพเกือบเปลือย

...เฮ้อ.....

เขาหลับตาลงอย่างช้าๆ เพราะภาพนี้นี่เอง ให้ตายเหอะ...ยัยพี่สาวสุดแสบ ทำไมทำอะไรที่สกปรกแบบนี้นะ คาเมะมองภาพนั้นอย่างโกรธเคือง เขาพุ่งความโมโหไปที่ฮิโตมิคนเดียวเต็มๆ ... ส่วนหนุ่มน้อยที่นั่งร้องไห้อยู่เบื้องหน้านี้เล่า จะทำอย่างไรดี
ยามะพีก้มหน้าร้องไห้กับเข่า ในขณะที่คาเมะได้แต่ยืนกำหมัดแน่น
เมื่อเห็นคาเมะยืนเงียบ ยามะพีก็เงยหน้า ระบายลมหายใจออกมายาวเหยียด ขณะกลั้นใจพูด
“คงไม่ต้องให้ผมอธิบายอีกแล้วใช่มั้ย? คาเมะน่ะ...มีสิทธิ์ที่จะทำอะไรแบบนั้น...แต่ก็ไม่น่าจะทำตอนที่คบกับผม...ถ้าไม่มีผมซะคน ...บางทีอะไรๆ มันอาจจะดีขึ้นก็ได้...ทั้งอนาคตและเรื่องความรักของคุณ”
“ความรักของผม ก็คือ ยามะพีไงล่ะ...ฮิโตมิน่ะคือคนที่ผมเคยมีความสัมพันธ์ด้วย เป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ผู้หญิงคนนั้นหรือคนไหนๆ ก็ไม่มีความสำคัญมากเท่ายามะพี...” คาเมะคุกเข่าตรงหน้าของยามะพี ยึดข้อเท้าเด็กหนุ่มเอาไว้ ขณะที่มืออีกข้างก็จับคางมนของยามะพีให้หันมามองเขา ซึ่งก็ได้รับการผลักไสจากร่างบาง

คาเมะส่ายหน้า และเริ่มต้นเล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับฮิโตมิให้ฟัง ตั้งแต่เขาเป็นเด็กชายเพิ่งจะโตและจนกระทั่งบัดนี้....ยิ่งเล่า ยามะพีก็ยิ่งกัดปากจนเจ็บ ถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมาจากปากของคาเมะนั้น ทำให้เขายิ่งคิดหนัก ... รู้แท้แน่ชัดเลยว่า ฮิโตมิคงจะไม่มีวันปล่อยมือจากคาเมะแน่ๆ .....

เขารู้ดีว่า คาเมะพูดเรื่องจริง เพราะไม่มีอะไรจะต้องปิดบังอีกต่อไป
น้ำเสียงที่ระบายออกมาเต็มไปด้วยความอัดอั้น... นี่คาเมะคงจะเก็บความรู้สึกผิดนี้เอาไว้ นานแสนนานซินะ...

คนเล่าจบเรื่องของเขาด้วยถ้อยคำตอกย้ำ
“ผมไม่ได้หลอกนะ...รักจริงๆ ... พอคบกับยามะพีก็หลงรัก...รักไปแล้วและจะไม่มีวันเปลี่ยนใจแน่นอน”
“แต่.......คุณฮิโตมิ....” ยามะพีครางเสียงสั่น ตัวสั่น คาเมะถอนหายใจ...หน้าเครียด หัวคิ้วขมวดมุ่น
“ถ้าเป็นแบบนี้ ผมก็ว่าจะลองไปปรึกษาพี่จินดูจะดีกว่าอะไรทั้งหมด...ผมไม่ยอมให้เรื่องมันยืดเยื้ออีกแล้ว ผู้หญิงคนนั้นไม่สมควรจะเกี่ยวข้องทั้งกับผมและคู่หมั้นของเขา” คาเมะสรุปออกมา มองหน้าคนฟังเขม็งเมื่อยามะพีเงียบกริบ เขาก็ลูบผมสลวยนั้นอย่างอ่อนโยน
“ยามะพีจะยังไม่เข้าใจผมตอนนี้ก็ได้... ถ้าอยากไปกับเพื่อนๆ ผมก็คงรั้งเอาไว้ไม่ได้... ผมเองก็ยอมรับว่าผิดเอามากๆ และไม่น่าให้อภัยด้วย.....” คาเมะปรายตามองรูปถ่ายและเก็บมันไว้ในกระเป๋าเสื้อ
ยามะพีพยักหน้า สูดจมูกและเชิดหน้าขึ้น กำลังจะพูดถ้อยคำ แต่ว่าเสียงจากใครหลายคนภายนอกรถพูดขึ้นพร้อมๆ กันอย่างดังรอบคันรถว่า

“ยามะอย่ายอมง่ายๆ นะ!!”
“ใช่!! ใช่!! อย่ายอม!!”

ทั้งคาเมะและยามะพีสะดุ้งพร้อมกัน .... นี่หมายความว่า เรื่องของเขาสองคนถูกเจ้าเพื่อนๆ แอบฟังรอบคันรถกันโดยถ้วนทั่ว
ยามะพีเคาะตัวรถแล้วก็ตะโกนออกไปว่า
“นี่...ผมขอพูดกันตามลำพังได้มั้ยฮะ... เขากำลังจะกลับไปแล้ว..!!”
จากนั้นใบหน้าที่ยังมีคราบน้ำตาเกาะเต็มนั้นก็เบือนมาทางคาเมะ
“คาเมะเคลียร์ตัวเองได้ไหมละฮะ... ถ้าทำได้ คาเมะไปหาผมที่โตเกียว.... และผมจะดูว่า สมควรจะให้อภัยคุณหรือเปล่า... ตอนนี้คุณกลับไปก่อนก็แล้วกัน เพื่อนๆ ผมเสียเวลามามากพอแล้ว เกรงใจเขา.....”
“แต่ว่า.......”
“กลับไปเคลียร์ตัวเองดีกว่านะครับ... เมื่อคาเมะสัญญาว่า นับต่อไปนี้จะไม่กลับไปหาเขาอีก และจะไม่มีใครอื่น ผมก็จะยังไม่มีใคร......” ยามะพีเสี่ยงวัดใจคนรักดู ...
“มะ...หมายความว่า จะไม่กลับไปกับผมจริงๆ หรือ?” คาเมะแทบจะร้องคราง เมื่อถึงคราวหนุ่มน้อยคนนี้จะใจแข็งก็แข็งเด็ดขาดจริงๆ สีหน้าเจือความผิดหวังปรากฏฉายชัดออกมาเพียงชั่วแว่บหนึ่ง จากนั้นคาเมะก็สูดลมหายใจ ยกมือให้สัญญา
“แน่นอน ยามะพี ผมจะเคลียร์เรื่องนี้ให้เร็วที่สุด...เพื่อเรานะ..ยามะพี...”
ยามะพีฝืนยิ้มอย่างอ่อนระโหยเต็มที่ น้ำตาเริ่มคลอเบ้าอีกครั้งขณะกระซิบเสียงเครือ
“ฮะ....ลาก่อน.....”
“ยามะ.......” เขารวบร่างบางเข้าหา กอดเอาไว้แนบแน่น แต่ทว่า แรงฝืนจากร่างบางก็ทำให้เขาคลายอ้อมแขนนั้นอย่างผิดหวัง...ความรู้สึกรับรู้ได้ทันทีว่า...ยามะพียังไม่ให้อภัยเขา....... นั่นก็คือความสาสมที่เขาได้ทำลงไปแม้จะไม่ตั้งใจก็ตาม...

คาเมะเปิดประตูรถออกมา ท่ามกลางสายตาของเพื่อนๆ ยามะพีที่ยืนล้อมกรอบรอบรถ เขาดูเหมือนว่าตัวเองไม่อาจแทรกเข้าไปอยู่ในกรอบของความสัมพันธ์ของเพื่อนที่มีต่อกัน ดูจากสายตาของนักศึกษาพวกนี้ เขายังดูเป็นคนแปลกหน้า.....เป็นคนที่ทำให้เพื่อนคนหนึ่งของพวกเขาต้องเจ็บ.......และถ้าคนพวกนี้จะลุกฮือเข้ามาทำร้ายเขา คาเมะก็คงไม่แปลกใจเลย

“เอ้า!! พวกเราเตรียมพร้อม ไปกันได้แล้ว!!” เสียงโคกิตะโกนดังลั่น เขาปรายตามองคาเมะ ท่าทางไม่เป็นมิตรนัก ใบหน้าเหลี่ยมแต่ทว่าคมคายก้มหัวให้คาเมะนิดหนึ่งขณะโหนตัวขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับคันที่ยามะพีนั่ง
คาเมะถอยหลังไปยืนหลบอยู่ข้างทาง เขาเห็นจุนโนะสุเกะ เด็กหนุ่มที่เป็นคนรักของจิน ใบหน้าหวานเศร้าไม่แพ้กับยามะพี จุนโนะไม่ได้เหลือบมองเขา แต่เด็กหนุ่มก็คงจะผลุนผลันเข้าไปปลอบโยนเพื่อนรักในรถคันนั้นหลังจากรถออกตัวแล้วแน่นอน

ขบวนรถพ่วงเคลื่อนตัวออกไปแล้ว คาเมะจับตาดูรถคันที่สามที่นำร่างของคนรักให้ห่างออกไป...ห่างไปทุกที....

นับแต่นี้ต่อไป เขาต้องพิสูจน์ตัวเองซินะ...เรื่องของฮิโตมินั่น......จะทำอย่างไรดี.....

*********************

เสียงกระแทกประตูปังๆ ดังมาจากห้องทุกห้องในบ้านสุดหรูของอะกานิชิ จิน ตามด้วยร่างสูงของเจ้าของบ้านที่เดินเข้าๆ ออกๆ พลางส่งเสียงตะโกนเรียกชื่อของจุนโนะสุเกะไม่ขาดปาก ยิ่งเรียกมากขึ้นเท่าไร เสียงก็ดังมากขึ้นเท่านั้น จนในที่สุดจินก็วิ่งมายังชั้นล่าง เขาเห็นคนรับใช้มายืนออกันหน้าสลอนที่ห้องโถง
“จุนโนะ!! จุนโนะไปไหน!!??” จินถามทุกคนในที่นั้น แต่คำตอบที่ได้รับก็คือการก้มหน้าต่ำของเหล่าบรรดาคนรับใช้ในบ้าน
“อะไรกันวะ? คนหายไปทั้งคนไม่มีใครรู้หรือไงกัน???” จินแผดเสียงจนแทบจะเป็นตะโกน
หัวหน้าคนรับใช้ชายวัยกลางคนใจกล้ากว่าเพื่อน เขาก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว มือประสานกันไว้เบื้องหน้า กระแอมถี่ๆ ก่อนจะพูดออกมา
“ร็อกกี้ก็หายไปด้วยครับ สงสัยจะไปด้วยกัน...”
“หา???” คราวนี้จินอุทานลั่นห้องโถง เขาอ้าปากค้าง
“ไม่มีใครเห็นจุนโนะเลยหรือไง เดินออกไปจากบ้านโดยที่ไมมีใครรู้ใครเห็น อยู่บ้านกันประสาอะไร?”

ร่างสูงก้าวยาวๆ ขึ้นไปบนห้องทำงานอีกครั้ง จินปาดเหงื่อที่แตกซิก ลางสังหรณ์อะไรบางอย่างได้เกิดขึ้น ใจร้อนเร่าอย่างไรชอบกล บอกได้ว่า เขาอยากกลับบ้าน ....บ้านที่มีหนุ่มน้อยหน้าหวานรอทำงานร่วมกับเขา ... ตอนอยู่ที่ทำงาน พอประชุมเสร็จก็จะรีบกลับบ้าน พอดีที่ฮิโตมิมาชวนไปตัดชุดสูท แต่จินก็ต้องหาวิธีปฏิเสธ ยังไม่มีอารมณ์จะตัดชุดบ้าบอนั่นหรอก เขาหาทางเลี่ยงฮิโตมิจนได้..........
แต่พอกลับมาถึงบ้านกลับไม่พบคนที่อยากเจอเป็นที่สุด ความจริงการที่ไม่ได้เห็นจุนโนะในห้องทำงานก็ไม่ใช่เรื่องแปลก บางทีเด็กหนุ่มอาจจะไปเดินเล่นในสวน หรือหาอะไรกินที่ห้องอาหาร แต่เขากลับรู้สึกเบาโหวงในหัวใจ ความรู้สึกบอกว่า มันน่าจะมีมากกว่านั้น...... จินเดินหาตามห้องต่างๆ ก็ไม่พบ ที่ร้ายไปกว่านั้น ... เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของจุนโนะหายไปกับกระเป๋าเดินทางของเจ้าตัว

........จุนโนะไปแล้วจริงๆ น่ะหรือ.....

ยังเหลือเวลาอีกหลายวันนี่นา และก็สัญญากันเป็นมั่นเหมาะว่า เขาจะเป็นคนไปส่งที่โตเกียวด้วยตัวเอง แต่ทำไมจุนโนะถึงรีบร้อนไปนักนะ

สอบถามจากคนรับใช้ก็ไม่ได้เรื่อง จินเดินอย่างซังกะตายขึ้นไปบนห้องทำงาน สายตาสะดุดกับกระดาษปึกหนึ่งบนโต๊ะทำงาน เขาหยิบมาดู........เห็นแล้วก็เบิกตากว้าง กระดาษหลายแผ่นวางซ้อนกัน เขาอ่านแต่แผ่นแรกที่เป็นกระดาษปริ้นต์ ถ้อยคำในนั้นทำให้จินมือสั่น ใจสั่น ......จดหมายสั้นๆ จากจุนโนะสุเกะ สั้นแต่ได้ใจความ มันเป็นคำที่เขาอยากได้จากปากของจุนโนะ แต่ในยามนี้ กระดาษแผ่นนั้นมันทำให้เขา.....อยากจะกลั้นใจตาย....

จินรีบพลิกดูกระดาษหน้าอื่น...ให้ตายเถอะ ...... รายชื่อแขกที่มาร่วมงานแต่งงาน
บ้าบอคอแตกที่สุด เป็นฝีมือของฮิโตมิแน่ๆ .. ผู้หญิงคนนั้นคงจะเจอจุนโนะ...จะมีเรื่องกันหรือเปล่านะ... ใช่สิ ต้องใช่ เขารู้จักฮิโตมิดีทีเดียว รายนั้นน่ะ ไม่ปล่อยจุนโนะไว้แน่ๆ และนั่นมันก็เป็นสาเหตุที่ทำให้จุนโนะไป.....

จินดึงจดหมายของจุนโนะเก็บใส่กระเป๋าเสื้อแนบไว้ตรงหัวใจ ส่วนที่เหลือนั่น ตะกร้าขยะดูจะเหมาะที่จะเป็นที่อยู่ของบรรดารายชื่อแขกแต่งงานนั้นแน่ๆ

*******************************


คาเมะนั่งพิงต้นไม้ข้างทาง สายตามองไปตามถนนที่ทอดยาวไปทางฟุกุชิม่า ความร้อนระอุทำให้เห็นเปลวระยิบของเกล็ดความร้อนสะท้อนเงาถนน สายลมพัดเอื่อยๆ หอบเอาความร้อนอบอ้าวเข้ามากระทบผิวกาย เวลาผ่านไปนานเท่าใดกันนะที่เขานั่งอยู่ตรงนั้น เมื่อคิดได้ว่า เขาควรไปจากที่ตรงนี้ได้แล้วก็ลุกขึ้นเตรียมสตาร์ตรถมอเตอร์ไซค์ แต่ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่รถยนต์คันหนึ่งควบมาแต่ไกล เขามองอย่างไม่สนใจเท่าไรนัก หมวกกันน็อคกำลังจะถูกสวมเมื่อได้ยินเสียงบีบแตรเรียกดังมาจากรถยนต์คันนั้น
“เฮ้!! คาซึยะ!!” ชายหนุ่มเจ้าของรถตะโกนเรียก เมื่อจอดรถเคียงข้างแล้ว เขาก็กระโดดมาจากรถที่เปิดประทุน
“พี่จิน....” คาเมะยื่นมือมาหา ซึ่งจินก็จับเขย่าๆ ชะเง้อมองไปทางถนนที่ยาวนั้น แล้วกลับมามองหน้าของเด็กรุ่นน้อง

“เอ้อ.......”

“เอ้อ......” เสียงสองเสียงครางออกมาพร้อมกัน

จินและคาเมะชะงัก

“มาตามหัวใจหรือฮะ?” คาเมะเป็นฝ่ายถามขึ้นมา จินพยักหน้า
คาเมะชี้ไปยังเบื้องหน้า
“อย่าดีกว่า พวกนั้นไปกันไกลแล้ว ป่านนี้จะเข้าเขตนิกโก้แล้วละมัง....”
“จุนโนะไปด้วยหรือ?” จินถาม เมื่อคาเมะพยักหน้าเขาก็ถอนหายใจเฮือก
“ไปกันหมดเลย....รวมทั้งหัวใจของผมด้วย”
“อือ....... ไปไม่บอกกันสักคำ พี่โทร. หาเขา เขาไม่ยอมรับสายเลยล่ะ... นี่เราทำอะไรผิดหรือเปล่านะ เมื่อเช้าเห็นยังดีๆ อยู่เลย” จินส่ายหน้า

จะว่าไม่บอกก็ไม่ถูกซะทีเดียว......

ชายหนุ่มยกมือคลำที่กระเป๋าเสื้อ

ข้อความในกระดาษนั้น ทำให้เขาไม่อาจนิ่งเฉยได้อีก....
จุนโนะจากไปแล้ว เหลือแต่เศษกระดาษแผ่นหนึ่งที่มันมีข้อความสำคัญที่สุดในชีวิตของเขาที่ได้รับจากจุนโนะ

<<<<.......สิ่งที่คุณอยากฟังจากปากผม
ผมคงไม่มีโอกาสได้บอกด้วยตัวเอง...
ว่า...ผมรักคุณ....
....คุณจิน...
...ผมรักคุณนะครับ...

...ผมคง....ไม่ได้มาในงานแต่งงานของคุณ...
.... แต่ก็....ขอให้แต่งงานด้วยความสุขนะครับ...

... ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ ที่มอบให้ผม...
...ผมจะขอจดจำแต่สิ่งดีๆ ที่เรามีร่วมกัน
...แต่...แค่ขอจำมันไว้ในหัวใจเท่านั้น...

...ลาก่อนครับ....เจ้านายที่รักของผม....

....ทางุจิ จุนโนะสุเกะ...

ปล. ไม่ต้องตามผมกับร็อกกี้นะครับ ไม่มีประโยชน์อะไรที่คุณจะทำแบบนั้น
....ใจของผมเป็นอย่างไร...คุณคงรู้ดี...>>>

........................

จินเม้มปาก กรามขบกันแน่น ขณะเหม่อมองไปบนถนนเส้นนั้น เขาละมือจากกระเป๋า ดวงตาแดงช้ำจนคาเมะตบไหล่เขาอย่างเห็นใจ
“เด็กนั่นน่ะ ก็ร้องไห้เหมือนกันนะครับ...จุนโนะน่ะ คงอยากให้พี่จินเข้าใจ...ผมว่าปล่อยเขาไปก่อน...เคลียร์ตัวเองให้พ้นจากเรื่องทั้งหมดนี้ดีกว่า...พี่จิน ผมเองน่ะ...จะไม่ขอทำอะไรตามใจใครอีกแล้ว...เมื่อถึงวันนั้น ผมจะไปหายามะพีด้วยความจริงใจและจะนำเขาคืนมาให้ได้”
“แต่ฉันไม่อยากให้จุนโนะจากไปด้วยความรู้สึกที่ไม่ดีแบบนั้น” จินแย้งขึ้น แต่เมื่อคาเมะส่ายหน้าแสดงความเห็นว่า ถึงจะตามไปก็ไม่มีประโยชน์ จินก็เลยหลุบตาลงต่ำ
“อาจจะจริงของนายนะ ฉันควรจะเคลียร์ปัญหาของตัวเองให้เด็ดขาด จากนั้นก็จะไปหาเขาได้อย่างภาคภูมิ... คาซึยะ...” จินเงยหน้าขึ้น จ้องหน้าคาเมนาชิ คาซึยะเอาตรงๆ ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยว จินชี้ไปยังใต้ต้นไม้ที่คาเมะนั่งเล่นเมื่อสักครู่
“ไปนั่งคุยกันก่อนดีมั้ย?”
“หือ?” คาเมะเลิกคิ้ว จินยิ้มและเดินนำไปนั่งพิงหลังกับต้นไม้ เขาหัวเราะอย่างขื่นๆ ขณะบอกว่า
“เรื่องของนายกับฮิโตมิ.... และฉันกับฮิโตมิ........พวกเราคงต้องคุยกันจริงๆ จังๆ เสียที...”

**************************

เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วนะที่จุนโนะปล่อยให้เสียงเรียกเข้าจากมือถือ เบอร์โชว์ว่าคนโทร. เข้ามาคือจิน .... จุนโนะกดสายทิ้งด้วยอาการเหม่อลอย
“รับสายเถอะจุนโนะ” ยามะพีบอก เขามองมือถือในมือเพื่อน ได้ยินเสียงเรียกเป็นเพลงซ้ำๆ กันตลอดเวลา แต่จุนโนะก็เอาแต่เฝ้ามองแต่ก็ไม่ยอมรับสายแต่อย่างใด
“จะโทร. มาทำไปกัน เขาน่าจะยุติเรื่องของเราได้แล้ว....” จุนโนะบ่นพึม ถอนหายใจเป็นครั้งที่ร้อย
“พูดกันให้เคลียร์ไปเลย ไหนทีเมื่อกี้ยังปลอบฉันอยู่หยกๆ ตัวเองก็คิดไม่ตกเหมือนกันล่ะซิ”
“ยามะพี ฉันกลัวเขาจะตามมา... ฉันไม่อยากปล่อยให้มันเป็นแบบนี้หรอกนะ” จุนโนะเก็บมือถือเข้ากระเป๋า แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ยอมปิดเครื่อง ...นี่เขาหวังอะไรหรือเปล่านะ
ยามะพีเอนตัวลงนอนหงาย ตาจ้องเพดานรถ ประสานมือไว้กับอก อาการเศร้าซึมยังไม่จางหายไป คาเมะมาตามเขากลับ แม้จะไม่ได้กลับไปตามที่อยากจะไป แต่เมื่อรู้ว่า คาเมะบึ่งรถมาง้อ แค่นี้เขาก็พอใจแล้ว....
ส่วนจุนโนะล่ะ ถ้าเกิดคุณจินตัดสินใจตาม เจ้าตัวคงออกอาการดีใจอย่างหนักเลยล่ะไม่ว่า แต่คุณจินก็เฝ้าเพียรโทร. หานี่นะ ไม่ได้ห้อรถตาม แต่ก็พยายามติดต่อจุนโนะตลอดเวลา

Tu..ru..r.u....

จุนโนะสะดุ้งอีกครั้ง เขาล้วงกระเป๋าหยิบมือถือออกมา แต่ยามะพีกระเด้งตัวขึ้นนั่ง รีบฉกโทรศัพท์ไปจากมือของจุนโนะ พอเห็นเป็นเบอร์จิน ก็กดรับทันที จุนโนะแทบผวา เขาอุทานออกมา
“เฮ้...อย่านะยามะ.........”

***************************

หลังจากแยกจากคาเมะแล้ว จินกลับไปที่สำนักงานใหญ่อีกครั้ง เขาบอกตัวเองได้ว่า ณ เวลานี้ บ้านคงจะเป็นสถานที่ๆ เขาไม่อยากเข้าไปเหยียบซะแล้ว ..... จินลองต่อโทรศัพท์ถึงจุนโนะอีกครั้ง นับเป็นครั้งที่สิบกว่าแล้วละมัง ......
“จุนโนะ....รับซี....” จินภาวนาด้วยใจที่เต้นระทึก เพราะคราวนี้ปลายสายมีเสียงเรียกถี่ๆ ไม่มีทีท่าว่าจะโดนกดสายทิ้งเหมือนครั้งที่ผ่านๆ มา และนั่นก็ทำให้จินใจชื้นขึ้น
“จุนโนะรับสายนะ ขอร้อง....” จินอ้อนวอนกับโทรศัพท์

<<<...คุณจิน.......>>> เสียงปลายสายดังแว่วเข้ามา แต่ไม่ใช่เสียงจุนโนะนี่นา
<<<...ผมเองฮะ ยามะพี รอสักครู่นะฮะ จุนโนะกำลังปาดน้ำตาอยู่ เดี๋ยวจะคุยด้วยนะครับ...อ่ะ..จุนโนะ...พูดกันซะ>>> เสียงยามะพีนั่นเอง... จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเอะอะทางปลายสายแว่วๆ เงียบกันไปพักหนึ่ง จากนั้น น้ำเสียงหวานหูของใครบางคนก็ดังมาจากปลายสาย

<<<...คุณจิน.......>>>

เสียงนั่นก็ทำให้จินผุดลุกขึ้นยืน เขาระล่ำระลักใส่โทรศัพท์
“จุนโนะ!!.....นาย....กลับมาเถอะนะ จะให้ไปรับที่ไหน บอกฉัน จุนโนะบอกให้เขาจอดรถเถอะนะ แล้วรอฉันอยู่ รอแป๊บหนึ่งนะ ฉันจะรีบบึ่งรถไปหา...”
<<<...คุณจิน.......>>>
“จุนโนะ...ได้โปรดเถอะ...กลับมา....อย่าทิ้งฉันไปเลยนะ...ฉันจะไปตามนายนะ
<<<ไม่ต้องตามหรอก>>>
“จะตาม ฉันจะไป!!”
<<<ไม่ต้องมานะ!!>>>
“ฉันจะไป!!”
<<<ไม่ต้องมา!!>>>
“โธ่ จุนโนะ..ะ...ะ...” เสียงจินครางออกมา ..

....ปลายเสียงดูเหมือนจะเสียงถอนหายใจยาว และก็ตามด้วยเสียงของจุนโนะ คราวนี้น้ำเสียงอ่อนลง
<<<...คุณจิน... ผมพบคุณไม่ได้หรอกฮะ....ผมรักคุณนะฮะ...อย่าให้ผมทรมานเลย เรื่องของเรามันควรจะจบลงได้แล้ว....>>> เสียงพูดขาดหายไป จินเดาได้ว่า คนพูดเองก็คงจะกลั้นสะอื้นอย่างสุดความสามารถ จินได้ยินเสียงเหมือนรถกำลังวิ่งไปตามทางแว่วเข้ามา แสดงว่าจุนโนะยังไม่ถึงที่หมายซินะ
“ฉันจะไม่แต่งงาน.....ฉันจะถอนหมั้น จะไปพูดกับเขาให้รู้เรื่อง ไม่ต่งไม่แต่งมันแล้ว... เรื่องของเราน่ะ.......” จินกำลังจะพูดต่อ แต่จุนโนะก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า
<<<...อย่า...อย่าเลยฮะ...คุณฮิโตมิเป็นผู้หญิงนะครับ ถ้าคุณทำแบบนั้น เธอจะเสียหาย และอีกอย่าง เธอก็มีสิทธิ์จะหวงคุณ ผมเองน่ะมาทีหลัง ผมเข้าใจ ...ที่ผมรับสายคุณครั้งนี้ ผมจะพูดว่า ไม่ต้องตามผมนะครับ...ผมจะไม่รับสายจากคุณอีกแล้ว...ลาก่อนฮะ....>>>
“จุนโนะให้ฉัน...จุนโนะ!! เดี๋ยว!! ..” ปลายสายขาดหายไปแล้ว จินตะโกนเรียกชื่อจุนโนะซ้ำอยู่เช่นนั้น เขาลองต่อสายเข้าไปใหม่ แต่ดูเหมือนสัญญาณจะขาดหายไปอย่างถาวรแล้ว....
“ไม่นะ จุนโนะ....” จินซบหน้ากับฝ่ามือ เขาจะเสียจุนโนะไปงั้นหรือ.......
....อยู่แบบนี้ โดยที่ไม่มีหนุ่มหน้าหวานคนนั้น เขาอยู่ไม่ได้หรอก...

********************************

จุนโนะตัดสายโทรศํพท์พลางถอนหายใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบกับดวงตากลมโตของเพื่อนรักมองมาอย่างไม่พอใจเท่าไรนัก
“ทำไมพูดตรงกันข้ามกับใจอย่างนั้นล่ะ จุนโนะ”
“นายจะให้ฉันบอกว่า ...มาตามผมเถอะครับ แล้วเลิกกับคู่หมั้นซะ...อย่างนั้นเหรอ?”
“ก็นายรักเขา พวกนายรักกัน...” ยามะพีแย้ง แต่จุนโนะฝืนหัวเราะเสียงพร่า
“นายเองก็รักคาเมะ แล้วทำไมไล่เขากลับไปล่ะ มันก็เหตุผลเดียวกันนั่นแหล่ะ ฉันขอไปตั้งหลักทำใจก่อน” จุนโนะพูดเพียงเท่านั้น แล้วก็เกยคางบนเข่า ดวงตาปิ่มน้ำตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ขณะนั้นภาพทิวทัศน์เปลี่ยนไปเมื่อเข้าสู่เขตโตเกียว ตึกรามบ้านช่องเริ่มหนาตา ...
นี่พวกเขาได้กลับคืนสู่โลกแห่งความเป็นจริงแล้วซินะ และเมืองเซนไดนั่นก็คือโลกแห่งอดีต ที่ไม่รู้ว่าจะมีวันรื้อฟื้นวันคืนอันหวานชื่นกลับคืนมาได้ดังเดิมหรือเปล่า.......

*********************************

สองอาทิตย์ต่อมา
เมื่อยูอิจิก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำ เขาก็พบกับคุซาโนะกำลังยืนหันซ้ายหันขวาอยู่หน้ากระจก หนุ่มน้อยอยู่ในชุดสูทที่จะใช้ออกงานเลี้ยงฉลองครบรอบ 30 ปี บริษัทอะกานิชิ ในคืนนี้
คุซาโนะหันมายิ้มให้เมื่อเห็นเงาของยูอิจิปรากฏอยู่เบื้องหลัง เขาหัวเราะเมื่อชายหนุ่มโน้มศีรษะลง แตะปากหนากับซอกคอของเขาพร้อมกับพูดงึมงำ
“แต่งตัวเสร็จแล้วแบบนี้ พี่ก็ปล้ำไม่ได้น่ะซิ”
“อื๋อ...พี่ยู...ต้องปล้ำด้วยเหรอฮะ...แหม...คุก็ยอมพี่ยูทุกทีแหล่ะ” ร่างเล็กหันมาหายูอิจิทั้งตัว คุซาโนะโอบรอบคอคนรัก ซบหน้ากับอกกว้าง กลิ่นหอมอ่อนของโคโลญจน์โชยมาต้องจมูกยูอิจิจนทนไม่ไหว สูดดมความหอมหวานที่ซอกคอและขมับของคุซาโนะ
“เดี๋ยวขอพี่ไปแต่งตัวก่อนนะ มัวกอดกันแบบนี้ ไปงานสายกันพอดี”
“ตื่นเต้นจัง นี่คุจะได้ควงพี่ยูไปงานใหญ่ๆ แบบนี้เป็นครั้งแรก”
“พี่ก็ดีใจนะครับ น้องคุรอพี่ก่อนนะครับ เสร็จแล้วจะได้ไปกัน ป่านนี้จินคอยแย่แล้ว” ยูอิจิจูบประทับข้างขมับหนุ่มน้อยแรงๆ รอยยิ้มที่มีให้นั้นทำเอาคุซาโนะก้มหน้าเขินจัด พูดพึมพำว่าจะลงไปรอข้างล่าง ซึ่งยูอิจิก็เห็นดีด้วย ขืนเห็นคุซาโนะอยู่ในห้องนอนด้วยกัน คืนนี้คงจะไม่ได้ออกไปไหนแน่ๆ

ช่วงนี้เป็นช่วงที่โรงเรียนเปิดเทอมแล้ว และคุซาโนะต้องถูกส่งกลับไปอยู่หอพักนักเรียนประจำ ซึ่งจะมีโอกาสได้กลับบ้านก็ในวันเสาร์อาทิตย์ และยูอิจิก็จะเป็นคนชิงตัดหน้าจิน รับคุซาโนะออกมาค้างที่บ้านก่อนด้วยเหตุผลที่ว่า
“จะให้แม่ติวก่อนเอนท์ให้”
ซึ่งจินก็ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเขาเองก็ไม่มีกระใจจะมายุ่งเรื่องของน้องชายได้หรอกในตอนนี้ แค่พยายามติดต่อหาจุนโนะก็แทบจะแย่ ไหนจะงานที่สุมอยู่ และไหนจะหาทางปฏิเสธการถอนหมั้นฮิโตมิอีก นั่นก็ทำให้ยูอิจิยึดตัวคุซาโนะมาครองได้โดยสบายๆ

คืนนี้ก็เช่นกัน แทนที่ยูอิจิจะควงสาวน้อยในเมืองเซนไดมางานฉลองวันเกิดบริษัทของจิน ซึ่งเขาเองก็มีหุ้นส่วนอยู่ด้วยจำนวนหนึ่ง ถึงจะไม่มากขนาดเข้ากลุ่มบริหารใหญ่ แต่ก็มากพอที่จะมีสิทธิ์มีเสียงในการออกเสียงในที่ประชุม และคืนอันสำคัญเช่นนี้ ยูอิจิเลือกควงคุซาโนะออกงาน ซึ่งเด็กหนุ่มก็เกาะแขนเขาแจด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
ขณะที่จะเดินผ่านเข้าไปในงานเลี้ยง ทั้งสองหนุ่มก็ต้องหยุดชะงักเมื่อ.....
“น้องคุ!!” เสียงเรียกดังขึ้นไม่ไกลตัวนัก แต่ก็ทำให้คุซาโนะและยูอิจิเหลียวขวับไปมองต้นเสียงทันที
เห็นแล้วยูอิจิก็ลมหูออกหึ่งๆ ไม่ใช่ใครที่ไหน
ทากิซาว่า เรียว นั่นเอง
“พี่เรียว....” เสียงอุทานเบาๆ หลุดมาจากปากบางของหนุ่มน้อย ที่คืนนี้เรียวเห็นแล้วแทบน้ำลายหก คุซาโนะน้อยๆ ดูสง่างดงามเหลือเกิน เห็นแล้วต่อมเสียดายเริ่มกำเริบ
“ไปที่อื่นดีกว่ามั้ง น้องคุ” ยูอิจิกันคุซาโนะออกจากสายตาของเรียว โดยเอาร่างหนากว่าของตัวเองบังน้องคุจนมิด
“คืนนี้ที่บ้านพี่มีงานเลี้ยงรอบดึกนะครับ” เรียวเอี้ยวตัวมาบอก แต่ก็โดนอีกฝ่ายถลึงตาใส่
“คุซาโนะไม่ไปหรอก จริงมั้ย นายกับเขาไม่มีอะไรต่อกันอีกต่อไปแล้ว เพราะงั้นอย่ายุ่ง!!”
“แหม รู้สึกหวงกันจริงๆ นะ เป็นอะไรกันเปล่าเนี่ย ชักสงสัย?” เรียวทำเสียงเยาะ ยูอิจิบอกเสียงห้วนว่า
“ฉันเป็นคู่รักของคุซาโนะ.....”
“เฮอะ...บอกมาซะก็สิ้นเรื่อง เลื่อนชั้นจากพี่เลี้ยงเด็กเป็นคนรัก” เรียวเบ้ปากใส่ พยายามมองสบตาดำคมของอดีตคนรัก
“พี่เรียวน่ะ ไปไกลๆ เลยนะ เค้าไม่อยากยุ่งด้วยหรอก” คุซาโนะยื่นหน้ายื่นตาบอก

ขณะนั้นมีเงาดำของร่างหนึ่งเคลื่อนกายเข้ามาใกล้ ผ่านแว้บเดียวก็มาหยุดยืนอยู่เคียงข้างเรียว ร่างสูงของใครคนนั้นทำให้คุซาโนะเงยขึ้นมอง พอเห็นหน้าคนที่มาใหม่ชัดแล้ว หนุ่มน้อยก็ร้อง...หึ... ทำเสียงขึ้นจมูก ใบหน้าคมบึ้งตึง เห็นแล้วก็จำหนุ่มคนนี้ได้ทันที คู่ขาวิปริตอีกคนของเรียว........

.......เชอะ...เอาคู่ขาหน้าขาวมาด้วย แล้วยังมีหน้ามาชวนเข้าไปเที่ยวปาร์ตี้ที่บ้านอีก ไปก็โง่ล่ะ....

......ว่าแต่พี่เรียวนี่ก็กล้านะ ควงเอาเจ้าหนุ่มคนนี้มาในงานเลี้ยงบริษัทของพ่อเขาก็ได้ด้วย....

คุซาโนะมองเรียวกับชายหนุ่มผู้มาใหม่อย่างไม่พอใจ เขากระตุกแขนยูอิจิยิกๆ
“ไปเหอะพี่ยู ผมเห็นคุณพ่อกับพี่จินแล้วล่ะ”
“เดี๋ยวซิฮะ น้อง...” ชายหนุ่มคู่ขาของเรียวแตะแขนคุซาโนะเบาๆ ทำให้ร่างบางสะบัดตัวหนี
“น้องคุ...รู้จักกับเพื่อนพี่ก่อนดีมั้ย คราวที่แล้วก็เกือบจะได้รู้จักกันแล้ว น้องคุวิ่งหนีไปซะก่อน ... นี่ เพื่อนพี่เอง!!”
“ไม่เห็นอยากรู้จัก” เสียงคุซาโนะห้วนจัด หน้าตาก็เข้มขึ้นด้วย เจ้าหนุ่มที่ถูกแนะนำหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ ทำราวกับเขาเป็นเด็กเล็กๆ พอได้ยินเสียงหัวเราะนั้นเข้า คุซาโนะก็นึกไปถึงวันที่พบกับเจ้าหมอนี่ที่ห้องของเรียว เจ้าบ้านี่ยังมีหน้ามาชวนเขาเล่น 3 P อีกแน่ะ แหวะ....ความรังเกียจผ่านวูบเข้ามา ....
“พี่เรียวกล้าควงเจ้าหมอนี่เข้ามาในงานนี้เชียวเรอะ?”
“เอ๊...น้องคุ ทำไมจะเข้าไม่ได้ล่ะ ก็เขาคือ หัวหน้าแผนกออกแบบมือหนึ่งของที่นี่เชียวน้า...” เรียวแนะนำ ซึ่งคู่ขาของเขาก็โค้งให้คุซาโนะอย่างเป็นทางการ
“ผมชื่อ ...มัตซึโมโต้ จุน....อยู่แผนกออกแบบแพ็คเก็จของบริษัทนี้ครับ”
“หือ.....ทำงานที่บริษัทคุณพ่อหรอกเหรอ?.....” คุซาโนะพึมพำ
ดูจากภายนอกก็เหมือนผู้ชายธรรมดา แต่ใครจะรู้บ้างว่าที่คุซาโนะได้รู้มา ที่แท้ก็ชอบมั่วเหมือนกับเรียวนั่นเอง....

...ไม่ถูกชะตากับหมอนี่เลย ...

..มัตซึโมโต้ จุน....

*************************

to be con

กดเม้นต์ที่นี่จ้า

Hosted by www.Geocities.ws

1