
CARAVAN LOVER.......Vol 21
***************************
จุนโนะลุกออกไปเดินเล่นในสวนกับร็อกกี้ อารมณ์ขุ่นมัวที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่
ค่อยบรรเทาลงเมื่อมีเจ้าหมาน้อยวิ่งตามไม่ห่าง เขาก้มมองเจ้าสี่ขาที่วิ่งไล่งับผีเสื้อสีสวยที่บินว่อนเหนือดอกไม้ริมทางเดิน
"อีกไม่นานเราก็จะไปจากที่นี่กันแล้วเนอะ ร็อกกี้ ... อีกหน่อยก็จะไม่ได้มาเห็นที่นี่อีกแล้วล่ะ"
จุนโนะพูดเบาๆ กับร็อกกี้ แต่อีกฝ่ายจะสนใจก็หาไม่ มันทำหูรี่ แล้วก็เห่าเสียงขรมไปทางหน้าประตูรั้วใหญ่
เห่าแล้วก็วิ่งไปทางนั้น จนจุนโนะต้องวิ่งตาม
"มีอะไรเหรอ? ร็อกกี้?"
ทั้งหมาทั้งคนหยุดอยู่หน้ารั้ว จุนโนะตบมือร่าด้วยความดีใจเมื่อเขาเห็นรถพ่วงคันหนึ่งจอดอยู่ด้านหน้า
คันสีฟ้าเพ้นท์เป็นทะเลสีคราม โคกิยื่นหน้าออกมาจากทางด้านคนขับ เขาบีบแตรแปร๊นๆ
สีหน้าร่าเริงเบิกบาน
"เฮ้!! จุนโนะขึ้นรถเร็ว" เขาตะโกน ชี้นิ้วไปทางด้านหลัง
จุนโนะมองเข้าไป มีอุเอ้นั่งอยู่ด้านหน้าคู่กับโคกิ ส่วนที่โผล่หน้าต่างรถพ่วงออกมานั้นเป็น
อุจี้กับพี่ไอบะ
"ขึ้นมาเร็วจุนโนะ..ะ..ะ..." อุจี้หัวเราะร่า กวักมือเรียกหยอยๆ
"จะไปไหนกันเหรอ?" จุนโนะยืนเกาะประตูรั้ว ส่งเสียงถามออกมา
"จะไปดูพลุกัน เทศกาลทานะบะตะน่ะ ที่สวนนิชิ ไปมั้ย ดอกไม้ไฟน่ะ วันนี้จะมีทั้งคืนเลย
เนี่ย...เดี๋ยวจะไปลากเจ้าพีไปด้วยอีกคน ปล่อยให้มั่วกับแฟนจนจะโทรมอยู่แล้ว"
โคกิพูดอย่างติดตลก จุนโนะพยักหน้าแล้วก็หันไปทางร็อกกี้ บอกให้วิ่งกลับเข้าบ้านไป
จากนั้นตัวเองก็เปิดประตูรั้วออกมา ทิ้งความวุ่นวายไว้เบื้องหลัง
"ไปซิ...ไปทั้งคืนเลยก็ดี" เขาว่า
"หนึ่งหมื่นสองพันลูกแน่ะ" อุเอ้พูดขึ้นด้วยดวงตาเป็นประกาย
"อะไรเหรอ อุเอ้?"
"ก็ดอกไม้ไฟน่ะซิ ดูตาแฉะ สงสัยกลับมาจะคอเคล็ดซะละมั้ง" เขาหัวเราะร่าเริง
จุนโนะมองเพื่อนๆ สองคู่ชู้ชื่นแล้วก็อดสงสารตัวเองไม่ได้ งานเทศกาลแบบนี้ จะมีขึ้นในฤดูร้อนที่เมืองเซนได
แต่เขากลับไม่รู้อะไรเลย จินก็คงจะไม่สนใจหรอก งานตรึมออกอย่างนั้น หนำซ้ำยังมีคุณฮิโตมิอยู่ด้วยอีก
ป่านนี้คงจะปรับความเข้าใจกันได้แล้วมั้ง?
"เป็นอะไรล่ะจุนโนะ หน้าตาไม่สบายเลย ปวดหัวตัวร้อนหรือเปล่า?" อุจจี้ถามด้วยความเป็นห่วง
จุนโนะได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ เพียงแต่บอกว่า
"ไม่มีอะไรหรอก เพียงแต่ห่วงนิดหน่อยที่กระโดดขึ้นรถมาแบบนี้ ไม่ได้บอกคุณจินเขาด้วย"
"เดี๋ยวก็โทร. ไปบอกก็ได้"
"ไม่เป็นไรหรอก อุจี้" จุนโนะบอก คิดในใจว่า ไม่บอกดีกว่า ถ้าเขาทำตัวล่องหนไปซะบ้าง
ดูทีหรือว่าจินจะออกอาการแบบใด...
ความน้อยใจน่ะ ใครๆ ก็มีนะ ..ใช่ว่าจินจะมีคนเดียวซะเมื่อไรล่ะ
"เออนี่...พวกที่ไปทำงานที่ยามะง่ะตะจะล่องรถมาแล้วนะ สามคัน..." ไอบะเล่าว่า
รถพ่วงอีกสามคันจะได้เวลากลับโตเกียวกันแล้ว และจะมาหยุดรถที่ไร่ฝ้ายของจิน จะรวมพลกันให้ครบกองคาราวาน
แล้วจากนั้นพวกเขาก็จะมุ่งหน้ากลับสู่โตเกียว ... ก็เป็นอันสิ้นสุดฤดูร้อนในช่วงปิดเทอม
จากนั้นในเทอมหน้าก็จะมารวมตัวกันอีกครั้ง และจะไปฝึกงานที่ไหนก็ค่อยว่ากันอีกที
จุนโนะฟังแล้วก็อดใจหายไม่ได้ นี่หมายความว่าเขาต้องไปจากเซนไดแล้วใช่มั้ย?
"เอ่อ...พวกนั้นจะมาตอนไหนฮะ พี่ไอบะ...?"
"พรุ่งนี้แหล่ะ..."
"พรุ่งนี้...." เด็กหนุ่มครางเสียงเบาๆ ใบหน้าหวานสลดวูบ จนอุจี้เอื้อมมาลูบบ่าเป็นการให้กำลังใจ
"จุนโนะจะตามไปทีหลังก็ได้นี่ ขึ้นรถกลับเอง ก่อนมหา' ลัยจะเปิดก็อาทิตย์กว่าๆ
ยังมีเวลาเหลืออีกหลายวัน"
"แล้วยามะพีล่ะ"
"ก็กำลังจะไปรับมาเที่ยวนี่ไง จะได้บอกซะเลย รายนั้นคงจะกลับเองเหมือนกันละมั้ง...เฮ้อ...มามีแฟนเอาก็ที่เมืองนี้นี่นา
จุนโนะน่ะ เคลียร์ปัญหากับคุณจินแล้วหรือ?" อุจี้ถามพลางมองหน้า แต่ดูเหมือนสีหน้าของจุนโนะจะเป็นคำตอบกรายๆ
เขาก็เลยอึ้งไป หันมามองคนรัก ก็เห็นไอบะมองจุนโนะอย่างเห็นใจเหมือนกัน
"อย่าคิดมากเลยนะ จากนี้ต่อไป นายก็ตั้งใจเรียนก็แล้วกัน พอเรียนจบแล้วก็ยังมีโอกาสมาทำงานที่นี่อีกก็ได้
เมื่อถึงวันนั้น คุณจินเขาต้องรับนายเข้าทำงานด้วยแน่ๆ"
"ฉันคงไม่ทำงานกับเขาหรอก......เขา...เขามีเจ้าของแล้ว...." จุนโนะเงยหน้าขึ้นพูด
เสียงเศร้าลึก ฟังดูเงียบเหงาเหลือเกิน
"แต่เขาชอบนายนี่นา"
"ฉันก็รักเขานะ ...รัก...แต่ว่า...ไม่กล้าพูดหรอก ไม่อยากทำให้เขาห่วงหน้าห่วงหลัง
อีกหน่อยเขาก็จะแต่งงานแล้ว ฉันก็เลย...อยากจะยืดเวลาอยู่กับเขาไปอีกหน่อย อีกหน่อยเดียวก็ยังดี
จากนั้นแล้ว ฉันคงไม่กลับมาทำงานที่นี่หรอกนะอุจจี้ ฉันไม่อยากเห็นเขาตอนมีครอบครัวแล้วหรอก....ให้มันจบไปเลยดีกว่า"
จุนโนะน้ำตาคลอ เขานั่งชันเข่า พอพูดจบประโยคก็ซบหน้าซ่อนน้ำตาไว้กับเข่า ทีเขาเรียกว่า
น้ำตาเช็ดหัวเข่า ก็คงจะเป็นแบบนี้ละมัง....
พวกที่จะไปดูดอกไม้ไฟมารับยามะพีที่หมู่บ้านที่คาเมะกับยามะพีมาเช่าเอาไว้ เวลานั้นคาเมะออกไปธุระข้างนอกพอดี
ยามะพีก็เลยไม่รีรอที่จะกระโดดขึ้นรถไปด้วยอย่างง่ายดาย พอเข้ามาด้านในแล้วก็เห็นจุนโนะ
ดวงตาโตของเขาเบิกกว้างอย่างดีใจ
"โห้ย...ปลีกเวลามาจนได้นะ ไอ้เพื่อนรัก" ยามะพีกอดคอจุนโนะแน่นๆ แล้วก็โยกหัวไปมา
"แล้วนายล่ะ คาเมะไม่มาด้วยเหรอ?"
"ฮื่อ......" ยามะพีส่ายหน้า แล้วก็บอกว่า
"ได้รับโทรศัพท์จากที่ทำงาน แล้วก็บอกว่ามีธุระต้องไปเซ็นเอกสารอะไรก็ไม่รู้
พอมาส่งฉันที่บ้านแล้วก็กลับไปที่บริษัทอีก"
"ดูท่าทางนายมีความสุขดีนะ ยามะพี" จุนโนะอดถามไม่ได้ ก็ท่าทางร่าเริงสุดๆ
แบบนี้นี่นา นี่แสดงว่ากับคาเมะคงจะเข้าใจกันดี .....
"เราเหมือนกับคู่สามีภรรยากันเลยล่ะ ออกมาเช่าบ้านอยู่ด้วยกัน โรแมนติกพิลึก
ถึงจะเป็นบ้านเล็กๆ แต่ก็อบอุ่นดี ตอนนี้คาเมะกำลังจะสร้างบ้านของเขาเอง ก็อยู่นอกเมืองง่ะนะ
เขาไม่อยากอยู่บ้านพัก... คือ... เขาชวนฉันไปอยู่ด้วย ทีนี้พอเสาร์อาทิตย์ฉันกับเขาก็คงต้องไปมาหาสู่กันอย่างหนักเลยล่ะ"
คนเล่าพูดไปก็ยิ้มหน้าบาน เมื่อจุนโนะพูดถึงเรื่องที่เพื่อนๆ กำลังจะกลับโตเกียวกันวันสองวันนี้แล้ว
ยามะพีก็ยังยิ้มรับ
"ฉันจะกลับเอง คาเมะจะไปส่ง เขาจะได้รู้จักบ้านฉันด้วย"
"ฉันก็เหมือนกัน.....ฉันอยากอยู่กับคุณจินอีกสักหน่อย" จุนโนะว่า
"เออ...จริงสิ เรื่องคู่หมั้นคุณจินน่ะ ฉัน...ยังไม่แน่ใจ ...แต่ว่า คาเมะน่ะไม่ยอมบอกอะไรออกมา
ทั้งๆ ที่ฉันเปิดโอกาสให้เขาแล้ว เขาบอกว่านอกจากฉันแล้วเขาไม่มีใคร แต่ฉันรู้สึกถึงลางอะไรบางอย่างที่ไม่ค่อยดีสักเท่าไร...."
ยามะพีกอดเข่าหน้าสวยเริ่มมู่ทู่
"เมื่อก่อนเขาอาจจะมีอะไรกัน แต่ตอนนี้เขาเลิกได้ ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรนี่นา
เนอะ อดีตก็คืออดีต ถ้าตอนนี้เขารักนายจริง นายก็อย่าไปคิดมากล่ะกัน"
"ถึงเขาจะเคยมีอะไรกันมาก่อน ก็น่าจะบอกกันได้นี่ ก็ขอแต่เพียงว่า ต่อไปข้างหน้า
คาเมะไม่มีผู้หญิงคนนั้นมาเกี่ยวข้อง ฉันก็ไม่ติดใจอะไรหรอก...แต่นี่....จะพูดอะไรก็ไม่พูด......."
หน้าหวานย่นจมูกใส่ แล้วก็ทำหน้าเบ้ จุนโนะโยกหัวเพื่อนเบาๆ เห็นยามะพีไม่มีท่าทางทุกข์ร้อนก็ค่อยเบาใจขึ้น
จุนโนะบอกว่า ที่ต้องรีบเผ่นมากับเพื่อนๆ นี่ก็เพราะฮิโตมิไปหาจินที่บ้าน ยามะพีฟังแล้วก็ทำตาโต
บอกว่า
"เป็นผู้หญิงที่น่ากลัวจริงๆ..."
**************************************
ในขณะเดียวกัน ทางบ้านของจินก็เกิดการโกลาหลกันยกใหญ่ หลังจากที่ฮิโตมิกลับออกไปแล้ว จินก็เรียกหาจุนโนะทันที เพราะอยากจะปลอบขวัญคนที่เขารัก และบอกว่า... เขาจะรีบเคลียร์ปัญหาของเขากับฮิโตมิให้เร็วที่สุด แต่ชายหนุ่มเที่ยวตามหาจุนโนะทั่วบ้านก็ไม่พบ เขาลองโทร. เข้ามือถือก็พบว่าปลายสายตัดสายทิ้งทุกครั้ง จนในที่สุดก็ถึงขั้นปิดมือถือเลยทีเดียว
จินหัวเสีย เขาขับรถไปที่แคมป์ แต่ก็ไม่พบใคร และรถพ่วงก็ยังหายไปคันหนึ่งอีกด้วย
เป็นที่แน่นอนแล้วว่า พวกเพื่อนของจุนโนะคงจะหอบกันไปเที่ยวที่ไหนสักที่ และที่นั่นก็ต้องมีจุนโนะสุเกะร่วมอยู่ด้วยแน่นอน
เขากลับไปที่บ้าน พอดีกับพ่อของจินโทร. มาบอกว่า เดือนหน้าจะมีงานเลี้ยงบริษัท
ครบรอบ 40 ปีของการก่อตั้งบริษัท และเขาต้องไปร่วมงานด้วย ห้ามเบี้ยวเด็ดขาด....
"งานนี้เราเชิญทางบ้านคู่หมั้นแกด้วยนะ ไปให้ได้ ถ้าไม่ไป ...เห็นดีกัน"
พ่อของเขาพูดเพียงแค่นั้น...ก็วางหู
จินลองเดินไปที่ห้องนอนที่เขาใช้ร่วมกับจุนโนะ ก็ปรากฏว่า เสื้อผ้าของใช้ของจุนโนะยังอยู่ครบ
เขาโล่งใจ ที่รู้ว่าอย่างน้อยจุนโนะก็ยังไม่ได้หนีเขาไป เดี๋ยวถ้ากลับมาคงต้องกอดรับขวัญเสียหน่อย
คำเจรจาที่เขาคุยกับฮิโตมิอยู่หลายชั่วโมงนั้นผ่านแว่บเข้ามา หญิงสาวพูดเรื่องการแต่งงาน
เธออยากให้มีในอีกเดือนหรือสองเดือนข้างหน้า เพราะเธออยากกลับไปเรียนต่อให้จบ
"แต่งไว้ก่อน จินจะได้ไม่เบี้ยว" เธอพูดเหมือนเห็นเป็นเรื่องขัน แต่คนฟังขำไม่ออก
จินได้แต่ถอนหายใจ นี่ถ้าเขาไม่ได้เป็นฝ่ายขอหมั้นฮิโตมิไว้ก่อนล่ะก็ เรื่องถอนหมั้นคงจะง่ายเข้า
แต่นี่เขาเป็นคนก่อขึ้นมาเองแท้ๆ
คบกับฮิโตมิอยู่ได้อย่างไร ในเมื่อเขารู้ใจตัวเองแล้วว่า นับวันเขาก็ไม่ได้มีใจผูกสมัครรักใคร่ในตัวผู้หญิงคนนี้เลยแม้แต่น้อย มันไม่เกี่ยวกับเรื่องการก้าวเข้ามาของจุนโนะสุเกะ แต่มันเกี่ยวในข้อที่ว่า เขาไม่ได้รักฮิโตมิต่างหาก.....และผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้รักเขาด้วย คบกันเพราะความเหมาะสม และความโก้ของทั้งสองฝ่าย เดินควงไปไหนใครก็ชม นั่นล่ะมังที่ทำให้คิดว่าเขารักฮิโตมิ.......
"ขอถามจริงๆ เหอะ ฮิโตมิ เธอรักฉันหรือเปล่า?" จินตัดสินใจถามเมื่อเย็นที่ผ่านมา
เขาเห็นดวงตาขุ่นมัว และใบหน้าบึ้งตึงนั้นก็ต้องลอบถอนหายใจ
"จะมาพูดอะไรกันป่านนี้ล่ะจิน รักไม่รักเธอย่อมรู้อยู่แก่ใจ"
"งั้นแล้วเราจะแต่งงานกันทำไม?"
"ทำไมง่ะเหรอ? พูดออกมาได้ไง ใครกันล่ะที่เป็นคนมาขอฉันหมั้น เชอะ...พอคุณมีคนอื่นคุณก็เตรียมถีบหัวฉันส่ง
คิดเหรอว่าฉันจะยอม นี่อะกานิชิ จิน ฉันขอบอกนะว่า เมื่อก่อนฉันอาจจะรักคุณจริง
แต่ว่าตอนนี้ ถ้าให้ฉันถอนหมั้นเพราะจะเปิดโอกาสให้คุณไปอี๋อ๋อกับไอ้คู่นอนเด็กหนุ่มของคุณนั่นน่ะ
ขอพูดคำเดียวว่า...ไม่มีทาง!!"
"เธอเองก็ไม่ได้มีฉันคนเดียวใช่มั้ยล่ะ?" จินถามกลับ ทำให้ฮิโตมิเบิกตากว้าง
ซึ่งนั่นก็ทำให้จินอมยิ้มในหน้า
"น้องเลี้ยงของเธอ...คาเมนาชิ คาซึยะ นั่น เด็กน้อยที่ฉันเคยเห็น หมอนั่นก็ไม่ได้ชอบเธอสักเท่าไรนี่นา"
"คุณพูดอะไรของคุณ... นี่อย่าโมเมเอาว่าฉันจะเลวแบบคุณล่ะกัน" ฮิโตมิฉวยกระเป๋าสะพาย
เตรียมลงส้นจะเดินไปเมื่อเจอจินจี้จุดเรื่องคาเมะเข้า
"จำไว้เลยนะ เรื่องส่วนตัวของเราก็คือเรื่องส่วนตัว แต่เรื่องบริษัทก็ต้องมาก่อน
ถ้าถอนหมั้นกันตอนนี้ พ่อของคุณกับพ่อของฉันคงมองหน้ากันไม่ติดแน่ คุณก็รู้นี่คะว่า
พ่อต้องการให้คุณมาบริหารโรงงานกระดาษด้วย ส่วนท่านจะหันมายุ่งเกี่ยวกับธนาคารอย่างเดียว
คุณมีความสามารถนะคะจิน อย่าเอาเรื่องความรักกับเด็กโง่ๆ คนนั้นมาทำให้คุณพลาดโอกาสเลยนะ
อยากให้รู้เอาไว้นะคะว่า ทางเราอยากให้คุณมาดูแลโรงงานของเราด้วย และโรงงานกระจกของคุณก็ต้องการเงินสนับสนุนจากธนาคารของเราเหมือนกัน
แม้ว่าทางบริษัทของคุณจะมีสภาพคล่องทางการเงินก็ตาม แต่ถ้าคุณละเลย ธนาคารก็จะไม่ยอมร่วมลงทุนกับคุณอีกเหมือนกัน
ลองคิดดูก็แล้วกันนะคะ...ไปล่ะ..." ฮิโตมิเดินฉับๆ ออกไป ไม่มีการร่ำลาฉันคนรักเหมือนเมื่อก่อนนี้เลย
.... จินเองก็ไม่ได้ไปส่ง ชายหนุ่มยังคงนั่งกุมขมับอยู่ที่โต๊ะทำงาน
เมื่อเวลาผ่านไป เขาถึงสังเกตได้ว่า ไม่มีจุนโนะสุเกะอยู่ที่ไหนเลยในบ้านหลังนี้........
เอาไว้ให้จุนโนะกลับมาก่อนเถอะ เขาคงจะมีข้อเสนอให้จุนโนะพิจารณาแน่นอน....
**********************
ค่ำมากแล้ว คาเมนาชิ มานั่งรอฮิโตมิที่หน้าระเบียงบ้านพักหลังเก่า แต่ก็ยังไม่ปรากฏวี่แววของหญิงสาวจะย่างกรายมาเลย เขาใช้เวลาว่างโดยการโทรศัพท์ถึงยามะพี ได้ยินเสียงอึกทึกของรอบข้างทางปลายเสียง ดูเหมือนจะเป็นเสียงงานรื่นเริงต่างๆ... เสียงของยามะพีแทบจะไม่ได้ยินเลย นอกจากเสียงใสๆ เจือความสนุกตื่นเต้นของปลายเสียงแว่วมาให้ได้ยินเท่านั้นเอง ...ในที่สุดเขาก็ต้องวางหู เมื่อไม่อาจคุยกันรู้เรื่อง จับใจความท้ายๆ ได้ว่า ยามะพีจะกลับบ้านเองแต่ก็คงจะดึก...
ชายหนุ่มนั่งรออีกสักพัก ฮิโตมิก็ขับรถมาจอด หญิงสาวยังอยู่ในชุดทำงาน เธอก้าวออกมาพร้อมกับแฟ้มในมือ
พอเดินมาถึงตัว มือเรียวก็ลูบแก้มน้องชายอย่างหยอกเย้า ซึ่งคาเมะก็เบนหน้าหนีทันที
เป็นปฏิกิริยาตอบโต้ที่ฮิโตมิได้แต่หัวเราะ เธอจึงพยักเพยิดไปบนบ้าน
"ไปคุยกันข้างในบ้านเถอะ"
"อย่าดีกว่า ข้างนอกก็ได้" คาเมะสั่นหน้า
"ทีงี้ล่ะรู้จักป้องกันตัวเองนะ โธ่เอ๋ยคาซึยะ เธอน่ะทนเสน่ห์ของฉันไม่ได้หรอก
คนชอบเซ็กซ์อย่างเธอน่ะ"
"ผมจะไม่ยุ่งกับเธออีกแล้ว เท่าที่ผ่านมาก็อดสูใจเต็มกลืนแล้ว พี่ก็จะแต่งงานแล้ว
ก็ควรจะทำตัวให้มันมีค่าเสียบ้าง ระวังพี่จินรู้จะหาว่าไม่เตือน"
ฮิโตมิชะงักเท้าที่กำลังก้าวขึ้นบนบันไดขั้นเตี้ยของนอกชาน ใบหน้างามตวัดมองเข้าด้วยตาถมึงทึง
"ก็เรื่องนี้แหล่ะที่ฉันต้องมาหาเธอ อย่ามัวโอ้เอ้ ขึ้นมาบนนี้ดีกว่า หรือว่าอยากให้ชาวบ้านเขารู้เรื่องของเรา"
เป็นเสียงประกาศิตที่ทำให้คาเมะจำต้องขึ้นไปบนบ้าน เมื่อมาถึงห้องรับแขก หญิงสาวก็โยนแฟ้มลงบนโต๊ะ
คาเมะไม่รีรอที่จะเปิดมันออก เมื่อเห็นเอกสารในนั้น ชายหนุ่มก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้
พร้อมกับเสียงหัวเราะของฮิโตมิ
"มหา' ลัยที่เธอต้องไปเรียนต่อ" ฮิโตมิพูดเนิบๆ บุหรี่ถูกจุด และจ่อที่ปากเคลือบสีแดง
คาเมะชำเลืองมองแล้วก็ลุกไปเปิดหน้าต่างห้องทุกบาน แล้วหันมาปิดแฟ้มบนโต๊ะ
"ผมไม่ไป บอกแล้วว่าไม่ไป"
"เธอต้องไป!!"
"ไม่มีทาง อย่าบังคับกันนะ ผมไม่ชอบ" เสียงชักจะกร้าวขึ้น พอๆ กับดวงตาที่ทอประกายเด็ดเดี่ยว
"ไม่งั้นฉันจะบอกแฟนเธอว่า........."
"จะบอกอะไรก็เชิญ ยามะพีรู้เรื่องของเราแล้ว ผมบอกเขาเอง และเขาก็ให้อภัย
เพราะเรื่องของเรามันเกิดขึ้นก่อนที่ผมจะรู้จักกับเขา ทีนี้ฝ่ายที่จะเป็นฝ่ายเสียก็คือพี่ง่ะแหล่ะ
ฮิโตมิ ถ้าบังคับกันมากผมก็จะบอกพี่จินว่าพี่มีอะไรกับผม แล้วทีนี้จะดูซิ ว่าพี่จินเขาจะแต่งงานกับพี่อีกมั้ย?"
คาเมะพูดอย่างเป็นต่อ ขอเอายามะพีมาอ้างก่อนดีกว่า ถึงแม้จะโกหกไปเต็มๆ ก็ตาม ซึ่งคราวนี้เรียกเลือดขึ้นหน้าของหญิงสาวได้บ้าง
"คอยดูนะ ฉันจะไล่นายออก ไอ้น้องไม่รักดี...แล้วอย่าหวังเลยว่า ถ้านายออกจากบริษัทฉันแล้ว
จะได้ไปทำงานที่ไหนอีก ฉันจะให้เขาทำแบล็กลิสต์ชื่อนาย ทีนี้ล่ะ อย่าว่าแต่ทั่วเซนไดเลย
แม้แต่ที่ไหนๆ ในญี่ปุ่นนายก็เข้าทำงานที่ไหนไม่ได้"
คาเมะนิ่งอึ้ง คำพูดที่ฟังนั้น เขารู้ดีทีเดียวล่ะว่า มันย่อมเป็นไปได้ตามคำพูดของฮิโตมิ
...แบล็กลิสต์ สำหรับคนในวงการนี้ ย่อมหมายถึงว่า การปิดโอกาสที่จะได้ลืมตาอ้าปากในการทำงานได้
แม้จะจบวิศวมาก็ตาม แต่ถ้าไม่มีบริษัทไหนรับเข้าทำงาน นั่นก็ย่อมหมายความว่า เขาจะกลายเป็นคนตกงานไปโดยปริยาย
...แต่แม้กระนั้น คาเมะก็ยังเชิดหน้าขึ้น และบอกว่า
"เชิญตามสบาย....."
ชายหนุ่มพูดเพียงเท่านั้น ก็ชี้ไปที่ประตู
"กลับไปได้แล้ว หมดธุระแล้วก็กลับไปได้ ฝากบอกพ่อเลี้ยงผมด้วยนะ จะเอาชื่อผมไปปู้ยี่ปู้ยำที่ไหนก็เชิญเลย
ไม่ได้เป็นนายช่างก็ไม่อดตายหรอก..."
ฮิโตมิหัวเราะเสียงเข้ม ร่างระหงเดินเข้าหาน้องเลี้ยง ใบหน้ายิ้มแย้มขณะที่ยกนิ้วเรียวเกลี่ยเล่นแถวๆ
ปกคอเสื้อของชายหนุ่ม ริมฝีปากยั่วยวนโฉบมาจุ๊บปากเขาเร็วๆ และก็รีบผละออก
"อย่าหวังเลยว่าต่อไปนี้จะมีความสุข...คาซึยะ...ฉันมีอีกข้อเสนอให้เธอพิจารณา"
"อะไร?"
"ฉันจะไม่แต่งงานกับจินก็ได้นะ ถ้าเพียงแต่เธอจะ....แต่งงานกับฉันแทน..."
"บ้า!!" คนฟังแทบผงะ คาเมะมองพี่สาวราวกับหญิงตรงหน้าเป็นคนโรคจิตเพิ่งหลุดออกมาโรงพยาบาลบ้า
"บ้าหรือไง พูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า?"
"จริงๆ นะ เมื่อกี้ฉันไปหาจิน แทนที่ฉันจะรู้สึกดีใจที่ฉันจะได้แต่งงานกับเขา
แต่ฉันกลับรู้สึกเฉยๆ ความจริงเราก็หมั้นกันมานานแล้ว ความสัมพันธ์ของเราก็เลยจืดจาง
แล้วยิ่งเห็นเขาไม่อยากแต่งงาน ฉันกลับโกรธแทนที่จะเสียใจ ...แต่ถ้าโดนปฏิเสธเรื่องการแต่งงานฉันก็จะเสียหน้า
เพราะฉันเป็นผู้หญิง ....แต่...แต่ว่าเวลานี้ เวลาที่เห็นเธออยู่ร่วมกับคู่รัก
ฉันกลับรู้สึกเจ็บนะ อิจฉาด้วย เหมือนกับว่าได้เสียของที่ฉันรักไป ทั้งๆ ที่ฉันคิดว่าฉันรักจิน
แต่กับเธอน่ะ ...คาซึยะ...ถ้าเป็นเธอ ฉันกลับรู้สึกยินดีมากกว่าที่เจ้าบ่าวของฉันจะเป็นจินเสียอีกนะ"
ฮิโตมิพูดจายืดยาว แต่คนฟังกลับพิงหน้าต่างนิ่ง คาเมะยืนกอดอก ไหล่พิงหน้าต่าง
หน้าตายามนี้บอกบุญไม่รับ ไม่คิดว่าผู้หญิงคนนี้จะพูดอะไรออกมาแบบนี้ ความรู้สึกทั้งหมดของฮิโตมิ
คาเมะไม่อาจรู้เลยว่ามันจะจริงแท้มากน้อยแค่ไหน....
"พี่จะพูดให้ได้อะไรขึ้นมา ความจริงอยู่ที่ใจ รู้ก็ทั้งรู้ว่าผมขยะแขยงผู้หญิงอย่างเธอแค่ไหน?
พี่ฮิโตมิ...เธอเป็นคนที่ผมเข้าใจยากที่สุด และก็ขอบอกเลยนะ ว่าอย่าเอาตัวเองเข้ามาพัวพันกับผมอีก
ผมรักยามะพี เรื่องของเราน่ะ มันไม่ควรเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ"
"ก็รู้...แต่ว่า...." เสียงพูดขาดหายไป ร่างโปร่งบางของฝ่ายหญิงเคลื่อนใกล้เข้ามา
วงแขนบอบบางสอดรอบเอวของชายหนุ่ม คาเมะสะดุ้งรีบถอยกายหนี แต่ฮิโตมิกลับซุกหน้าลงกลางแผ่นหลังของเขา
"อย่านะ ฮิโตมิ ไม่เอาแล้วนะ"
"คาซึยะ ฉันพูดจริงๆ นะ เรื่องแต่งงานน่ะ พี่แต่งงานกับเธอได้นะ"
"ไม่เอาเด็ดขาด...ปล่อยผม..."
"คาซึยะ เกลียดฉันมากหรือ?"
"ไม่เกลียด...ถ้าพี่จะไม่ทำแบบนี้ ....ถ้าพี่เป็นพี่สาวที่ดีตั้งแต่แรก ผมก็จะไม่เกลียด
...แต่นี่....มันสายเกินไปแล้ว ผมเกลียดพี่ตั้งแต่วันแรกที่พี่บังคับให้ผมนอนกับพี่แล้วล่ะ...ขอโทษนะ...ผมคงต้องไปแล้วล่ะ
ขอให้เรื่องของเรามันจบลงในวันนี้ และอีกอย่างง่ะนะ เรื่องไปเรียนต่อ ผมคงไม่ตกลง
ผมยอมโดนแบล็กลิสต์" คาเมะปลดมือของฮิโตมิออก ไม่ใยดีแม้หญิงสาวจะทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ
"นี่เธอย้ายหนีไปอยู่ที่ไหนกัน คาซึยะ?" ฮิโตมิออกปากถามขณะก้าวตามคาเมะลงเรือน
"อย่ารู้เลย..." คาเมะตอบ เขาจูงรถมอเตอร์ไซค์ออกมาจากใต้ต้นไม้ กำลังจะสอดกุญแจเข้าที่
ผู้เป็นพี่สาวก็หัวเราะออกมา
"เธอนี่เตรียมแผนหนีได้ดีจริงๆ ไม่บอกก็ไม่เป็นไร คิดว่าตามไม่ได้หรือไง..."
คาเมะไม่ตอบ เท่าที่ทำได้ก็คือรีบออกไปจากที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด เขาเหลือบมองหน้าสวยเฉียบนั้นแล้วก็ยิ่งบอกตัวเองว่า เขาคิดถูกแล้วที่จะไม่ยอมตามใจหญิงสาวคนนี้อีก เป็นไรเป็นกัน เกิดเป็นคน ถ้าไม่ต่อสู้ก็จะพ่ายแพ้ เรื่องเขาจะโดนออกจากงานหรือไม่นั่น เขาไม่แคร์อยู่แล้ว......
ชายหนุ่มขี่รถมุ่งหน้าไปสวนนิชิ โดยที่ไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอนในการตามหายามะพี
แต่เขาก็จะไป เพราะหัวใจในยามนี้มันบอกให้เขาไปหา หลังจากได้พูดคุยกับฮิโตมิแล้ว
คนที่คิดถึงมากหลังจากนั้นก็คือ....คนรัก.... หนุ่มน้อยน่ารักที่อยู่ด้วยแล้วทำให้หัวใจแช่มชื่นขึ้นมาเห็นๆ
ท่ามกลางแสงสีของพลุที่ถูกจุดขึ้นบนท้องฟ้า เสียงคนเที่ยวงานต่างก็แย่งกันส่งเสียงกันดังอื้ออึง
เขาพูดกับยามะพีไม่ได้เลย นอกจากส่งข้อความหากันเท่านั้น
<<<...อยู่ตรงริมน้ำ ใกล้ศาลาไม้สีขาวนะครับ ...>>>
ยามะพีส่งข้อความมาแบบนั้น คาเมะก็ดั้นด้นหาจนเจอ ...นั่นไง ท่ามกลางฝูงชน ร่างบอบบางในชุดกางเกงยีนส์
เสื้อยืดสีอ่อนยืนอยู่ที่นั่น ...ยิ่งเห็น ก็ยิ่งแน่ใจว่า...คนนี้แหล่ะ...ยามะพีคนนี้แหล่ะที่เขารัก....
เด็กหนุ่มกำลังแหงนมองพลุหลากสีบนท้องฟ้า มือข้างหนึ่งถือพัดกระดาษกำลังพัดเพยิบๆ
ส่วนอีกข้างก็ถือแก้วน้ำพลาสติกแกว่งไปแกว่งมา คาเมะย่องไปทางด้านหลัง แหวกฝูงชนเข้ามายืนจนชิดแผ่นหลัง
เขามองใบหน้าที่แหงนเงย เห็นผิวแก้มนวลหลากสีตามแสงสีของพลุที่ถูกจุด
"โห.....อันนี้เป็นรูปดอกเบญมาศ..จุนโนะดูซิ สวยจังเลย..." ยามะพีตะโกนด้วยความตื่นเต้น
"แต่สวยน้อยกว่าคนพูดนะ" คาเมะยื่นหน้ามากระซิบตัดหน้าก่อนที่จุนโนะจะตอบ
"อ๊ะ?" ยามะพีเหลียวขวับมาดู เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของคนรักก็ผวาเข้ากอดทันที
"คาเม้........" ร่างบางหัวเราะอย่างดีใจ
"หาจนเจอเลยนะ... นี่..นี่...นี่ไงคาเมะของฉัน" ยามะพีหันมาจิ้มแขนจุนโนะ
ซึ่งร่างสูงก็หันมายิ้มแย้มให้อย่างดี
"ยินดีที่ได้รู้จักครับ ยามะพีเอาแต่พูดถึงคุณ จนหูผมจะเต็มไปด้วยคำว่า คาเมะอยู่แล้ว"
จุนโนะแซว คาเมะหัวเราะออกมา มองหน้าเพื่อนรักของยามะพีแล้วก็อดคิดถึงจินไม่ได้
เด็กหนุ่มคนนี้เองซินะที่เป็นข่าว ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ทางเน็ต
....เห็นตัวจริงแล้ว น่ารักกว่าฮิโตมิตั้งเยอะ... เขานึกเห็นใจพี่สาวอยู่เงียบๆ เพราะถ้าให้เขาเลือกเอาระหว่างเด็กคนนี้กับหญิงคนนั้น คาเมะก็คงจะเลือกจุนโนะเหมือนกัน ไม่ใช่ความผิดของจินเลยสักนิด และก็ไม่ใช่ความผิดของฮิโตมิหรอกที่เอาแต่ตีโพยตีพายว่าจินไม่สนใจหล่อน ก็เพราะรัศมีความสดใสของจุนโนะมันเจิดจ้ากว่านั่นเอง
"ผมเองก็ฟังเรื่องของคุณมาจากยามะพีเหมือนกัน ดีจังที่ได้เจอกันเสียที" คาเมะตอบอย่างมีมารยาท ไม่รู้ตัวหรอกว่า ได้ถูกร่างสูงจับตามองบ้าง
จุนโนะมองคาเมะ ซึ่งเป็นคู่รักของยามะพี ......หนุ่มร่างเล็กที่มีมาดเท่ หน้าตาหล่อคม
ชนิดสาวเห็นสาวหลง มิน่าล่ะ ยามะพีถึงเอาแต้เพ้อละเมอหาอยู่ตลอดเวลา
...คาเมนาชิ คาซึยะ คนนี้เองง่ะหรือที่เป็นคนถูกมองว่ามีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับพี่สาวคนละพ่อละแม่.....
....ดูท่าทางไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะท่าทีที่แสดงความรักกับเพื่อนของเขานั้น มันดูอบอุ่นเกินกว่าที่คาเมะจะมีใครอื่นได้อีก...หรือเขาดูผิดไปน้า......
ยามะพีสะกิดเขาจนสะดุ้ง ร่างบางเขย่งกระซิบเบาๆ ว่า
"ฉันว่า ฉันจะไปกับคาเมะง่ะนะ จุนโนะไม่ว่าอะไรนะ"
"ฮื่อ ไปเหอะ..เป็นอันว่า นายจะกลับกับแฟนใช่มั้ย?" จุนโนะถาม
"อือ...แล้วเจอกัน...อาจจะเจอกันที่โตเกียวเลยก็ได้ เพราะพวกของโคกิก็จะไปกันแล้ว
จุนโนะเองก็ไม่ค่อยได้ออกมาจากบ้านของเจ้านายเท่าไร เอาเป็นว่าเจอกันทีโน่นเลยล่ะกัน"
ยามะพีสรุปเสร็จสรรพ เมื่อร่างสูงพยักหน้า เขาก็คล้องแขนคาเมะแล้วก็ชี้กันดูพลุบนท้องฟ้าต่อไป....
...................
"คืนนี้จะค้างที่ไหนจุนโนะ จะได้ไปส่ง" โคกิชะโงกหน้าจากที่นั่งด้านคนขับมาถาม
หลังจากได้เวลากลับกันแล้ว ยามะพีแยกตัวไปกับคาเมะไปก่อนหน้าพลุชุดสุดท้ายจะถูกจุด
จุนโนะนิ่งคิดสักครู่แล้วก็บอกว่า
"ไปที่ไร่ฝ้ายเหอะ เต็นท์ฉันถูกเก็บไปแล้ว ขี้เกียจกางอีก ขอนอนในรถนี่แล้วกัน"
เขาตบไปบนเก้าอี้ตัวยาวที่ติดกับผนังรถ พอกางแผ่ออกก็กลายเป็นที่นอนได้อย่างสบาย
"จะนอนในนี้จริงๆ เหรอ?" อุจี้ถาม
"ฮื่อ..."
"ไปนอนกับเรามั้ยล่ะ จุนโนะ รถตู้นอนจะกว้างกว่าคันนี้นะ ที่นี่แคบออก"
"ไม่เป็นไรหรอกอุจี้ ที่นี่ก็สบายนะ เดี๋ยวเปิดหน้าต่างซะ ก็นอนสบาย ยิ่งอากาศไม่ค่อยร้อนแบบนี้ด้วยแล้ว
สบายมาก" จุนโนะยิ้มตาหยีให้เพื่อน
เมื่อรถมาถึงไร่ฝ้าย ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปนอน เหลือแต่จุนโนะคนเดียวที่เอาแต่นั่งกอดเข่า ส่งสายตาไปนอกหน้าต่างรถ แสงจันทร์ส่องลอดใบไม้เหนือหลังคารถไป เห็นแต่สีขาวของดวงกลมโต อุจี้เอาหมอนกับผ้าห่มมาให้ แล้วก็บอกราตรีสวัสดิ์ จากนั้นทุกอย่างรอบตัวของจุนโนะก็ตกอยู่ในความเงียบเหงา
........ป่านนี้จินจะเป็นอย่างไรบ้างนะ คุณฮิโตมิจะอยู่ค้างด้วยหรือเปล่า ...จริงซินะ ไม่มีเขาอยู่เกะกะบ้าน จินต้องชวนคู่หมั้นสาวค้างด้วยแน่ๆ และก็คงจะเป็นเตียงที่จินใช้นอนร่วมกับเขาอีกต่างหาก
"เฮ้อ......ไม่น่ามาเมืองนี้เลยเรา..." จุนโนะบ่นพึมพำ หนังตาชักเริ่มหนัก
จึงล้มตัวลงนอน อากาศยามดึกเย็นชื้นจนเขาต้องนอนตัวงอ สองแขนยกขึ้นกอดตัวเอง ฟังเสียงลมพัดใบไม้ไหวอยู่ด้านนอกจนหลับไป
...........................................
มารู้สึกตัวอีกทีเมื่อดูเหมือนจะมีใครคนหนึ่งขึ้นมาบนรถ เขาปรือตามองเห็นเงาคนตะคุ่มๆ
อยู่ข้างที่นอนก็สะดุ้งตื่น กำลังจะส่งเสียงร้องออกมา แต่แล้วริมฝีปากบางก็ถูกมือดีคะครุบเอาไว้
ไม่ให้ส่งเสียง พร้อมกับเสียงทุ้มของใครคนหนึ่งกระซิบเสียงพร่า
"อย่าร้องนะ ฉันเอง...จิน..."
"อื้อ...." จุนโนะเบิกตากว้าง เขาพยักหน้า ดึงมือใหญ่ที่ปิดปากเขาอยู่ออก
จินจริงๆ ด้วยซิ ชายหนุ่มมาถึงนี่ และก็เข้ามาอยู่ในรถที่เขานอน ให้ตายซิ...นั่นคือเหตุการณ์ที่จุนโนะไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น
จินมาที่นี่จริงๆ ด้วย ...
"มาตามผมหรือฮะ?" เขาเอ่ยถาม ทำให้จินพยักหน้า ส่งยิ้มมาให้ในความมืด
"เห็นหลับสบายเชียว คงไม่อยากกลับบ้านแล้วละมัง"
"ดึกแล้วนะครับ...คุณจิน... เอ้อ....กลับไปเถอะครับ ป่านนี้คู่หมั้นคอยแย่แล้ว"
จุนโนะพูดแบบไม่แน่ใจ แต่คนฟังกลับหัวเราะร่า
"ไม่มีใครคอยหรอก มีแต่ฉันนั่นแหล่ะที่คอยนายกลับบ้าน ไม่เห็นมาซะที อดใจไม่ไหวก็เลยย่องมาดู
แอบมานอนน้อยอกน้อยใจที่นี่เอง รู้มั้ยว่าไม่ได้นอนกอดจุนโนะแล้ว ฉันจะเป็นไข้"
"คุณจินก็......" จุนโนะเห็นจินเอื้อมมือมาเชยคางของเขาขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาก้มต่ำลงมา
เด็กหนุ่มปิดตาสนิท มีแต่ริมฝีปากเท่านั้นที่ได้สัมผัสอ่อนหวานจากจุมพิตจาก อะกานิชิ
จิน.....
"ให้ฉันนอนที่นี่ด้วยนะ ขับรถกลับไปกลับมา ไม่ไหวหรอก" จินอ้อนวอนอยู่ชิดปาก
จุนโนะส่งเสียงอือออกมาได้คำเดียว จินก็เลยปิดปากจูบซะเป็นการยืนยันว่า จุนโนะได้อนุญาตให้เขาค้างด้วยได้
ชายหนุ่มขยับกายมานั่งบนเบาะเดียวกับจุนโนะ รถพ่วงคันนี้แม้จะไม่เหมาะจะใช้นอน
แต่ก็ยังมีเก้าอี้นวมตัวยาวพอดีกับคนทั้งสองจะทอดกายลงไปแนบสนิท แม้จะมีที่นอนอันน้อยนิด
แต่คนทั้งคู่ก็เบียดเนื้อตัวแบ่งปันอ้อมกอดกันได้อย่างพอเหมาะ
ริมฝีปากที่คลุกเคล้าแสนหวานผสมกับเสียงครวญครางดังก้องเฉพาะในรถ มือใหญ่ของจินป่ายสะเปะสะปะ
และซุกซนถอดชุดนอนของจุนโนะออก และพร่างพรมจุมพิตชุ่มฉ่ำลงไปบนเนื้อตัวเด็กหนุ่ม
ร่างผุดผ่องในความมืดของจุนโนะขาวโพลน บิดกายเข้าหาสัมผัสของจิน เมื่อจินซุกไซ้ปากบางเข้ากับซอกคอหอมนวล
จุนโนะก็ถึงกับหอบเพราะความรัญจวนใจ
"จูบฉันบ้างซิ" จินกระซิบเสียงต่ำ เขาไล้นิ้วมือกับขอบปากบวมเจ่อของจุนโนะ
พยายามมองสบแววหวานในดวงตาเรียวรีคู่สวยของจุนโนะ เห็นประกายตาอ่อนไหวเต้นระยิบระยับแข่งกับดาวในคืนนี้
"คุณจิน.....ผม...." จุนโนะขยับกายลงนั่งคุกเข่าบนพื้นรถ สัมผัสได้ถึงพื้นรถอันเย็นเฉียบสัมผัสที่ท่อนขา
เขาเอนร่างมาหาจิน เงยหน้าจูบปลายคางสากเบาๆ จินอมยิ้มที่มุมปากคอยดูว่าจุนโนะจะทำตามสั่งได้มากน้อยเพียงไหน
จินถอดเสื้อออกแล้วเหวี่ยงลงกับพื้น ตามติดด้วยกางเกงผ้าเนื้อดี แล้วก็นั่งนิ่งมองจุนโนะที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า
"ผมอายนะฮะ...." หนุ่มน้อยก้มหน้าอายม้วน จินจึงเชยคางขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"จูบฉัน....จุนโนะ..." เขาเร่งเร้า ฝ่ามือลูบโลมหลังไหล่ของเด็กหนุ่ม
ปลายนิ้วกดเตือนที่หัวไหล่ จนจุนโนะต้องโน้มกายต่ำลง นาบกลีบปากบนยอดทรวงของหนุ่มตรงหน้า
"อืมมม...นั่นล่ะ....ดี...อืมมม..." จินส่งเสียงคราง เขาแหงนหน้าขึ้น
ปลายนิ้วซุกหายไปในเส้นผมของจุนโนะเมื่อหนุ่มน้อยเลื่อนจุมพิตละเลื้อยลงต่ำ ผิวกายของเจ้านายหนุ่มเนียนนุ่มไม่แพ้เขา
เป็นครั้งแรกที่จุนโนะได้สัมผัสเนื้อตัวของจินด้วยริมฝีปากของตัวเอง และดูเหมือนจินจะชอบเสียด้วยซิ
"จุนโนะ..ะ..ะ.." เสียงครางของชายหนุ่มขาดเป็นห้วงๆ เมื่อจุนโนะกล้าหาญชาญชัย
ก้มหน้าลงต่ำกว่าหน้าท้องแกร่ง ดื่มด่ำความแข็งแกร่งในส่วนที่จินเองก็ปรารถนาจะให้กลีบปากนุ่มสวยของจุนโนะแตะต้องที่ส่วนนั้น
ชายหนุ่มเผยอกายขึ้นเล็กน้อย เพิ่มแรงกดกระชับจากปลายนิ้วบนศีรษะของเด็กหนุ่ม จนเมื่อไม่อาจทนไหวได้อีกต่อไป
จินจึงจับร่างของเด็กหนุ่มขึ้น ยกตัวจุนโนะให้นั่งบนตักของเขา กดความต้องการกับเรือนกายท่อนล่างของจุนโนะ
เด็กหนุ่มสะดุ้งสุดตัวเมื่อจินต้องการ ...เขาเองก็ต้องการ ....จุนโนะโอบรอบคอจิน
ลำตัวของทั้งสองแนบสนิทจนแทบไม่มีช่องว่าง การเคลื่อนไหวเสียดสีไม่หยุดหย่อน ....ขยับเขยื้อนร่างให้เป็นไปตามจังหวะเร้าใจ
ในสิ่งที่ทั้งสองต้องการไปให้ถึง ...ความสุขสม
"อาาา....อ๊าาาา.....า...." จุนโนะและจินถึงจุดพร้อมกัน ร่างสองร่างสะดุ้งเฮือก
ความสุขล้นหลั่ง ถั่งโถมราวกับพลุหลากสีที่ถูกจุดขึ้นในคืนนั้น
....แรงเต้นจากหัวใจสองดวง หล่อหลอมเป็นดวงเดียวกัน จินซบหน้ากับซอกคอชื้นเหงื่อของจุนโนะ
ในขณะที่เด็กหนุ่มเองก็ยังไม่สามารถควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติได้
จุนโนะแนบใบหน้าแดงซ่านกับเรือนผมของเจ้านายสุดที่รัก เขาปล่อยให้จินนั่งกอดเขาอยู่เช่นนั้นจนกระทั่งจินเป็นฝ่ายขยับตัวก่อน
เขาประคองใบหน้าอ่อนหวานของจุนโนะขึ้น บรรจงจูบอย่างอ่อนโยนเหนือกลีบปากไหวระริกนั้น
"นี่ฉันรุนแรงกับนายหรือเปล่า จุนโนะสุเกะ" จินพูดเจือเสียงหอบระรัว
"แล้วผมล่ะ รุนแรงกับคุณหรือเปล่า คุณจิน..." จุนโนะถามกลับด้วยน้ำเสียงยั่วเย้า
จินหัวเราะจนร่างกระเพื่อม เลยพลอยให้จุนโนะตัวไหวไปด้วย เขาปีนลงนั่งเคียงข้างชายหนุ่ม
ร่างกายตึงเปรี๊ยะไปทั่วทุกส่วนสัด เมื่อเขาซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม จินจึงมุดตัวเข้าไปด้วย
"นอนด้วยคนนะ?" จินขออนุญาต ซึ่งก็ได้การหยิกหมับตอบแทน
"จนป่านนี้แล้วยังจะขออีกเหรอ คุณนี่เหลือเกินจริงๆ"
"จุนโนะ..."
"ครับ..."
"ฉันมีข้อเสนอให้นายนะ" จินพูดพลางกอดร่างนุ่มนิ่ม
"อะไรฮะ?"
"เอาไว้กลับไปบ้านก่อนแล้วจะให้ดู"
"อะไรเอ่ย?" จุนโนะยิ้ม กดจมูกกับโหนกแก้มของจิน ซึ่งจินก็จูบตอบที่เปลือกตา
"ข้อเสนอที่จุนโนะต้องยอม"
"ทำไมผมต้องยอมด้วยล่ะ?"
"เพราะจุนโนะรักฉันน่ะซิ..." จินพูดได้อย่างหน้าตาเฉย...
"คุณจิน......" ดวงตาที่เคลิบเคลิ้มของเด็กหนุ่มเบิกกว้าง เขาผงกตัวขึ้นมองใบหน้าของจิน
เห็นแววมุ่งมั่นฉายโชนอยู่ในดวงตาคู่นั้น
"มาเถอะ มานอนก่อนดีกว่า ฉันง่วงแล้วนะ หลับซะเด็กดี...พรุ่งนี้ค่อยกลับบ้านกัน"
พูดแค่นั้นจินก็นอนหงายคว้าร่างบางมากอดแนบแน่น ที่นอนเล็กๆ นั่นกลับทำให้ชายหนุ่มพอใจเสียยิ่งกว่าเตียงขนาดคิงไซส์ที่บ้านของเขาเสียอีก
เพราะอย่างน้อยเขาจะได้นอนกอดเด็กหนุ่มคนนี้อย่างแนบแน่นนั่นเอง.......
*****************************
จินจูงมือจุนโนะเข้าไปในศาลาไม้กลางสวนเมื่อกลับมาถึงบ้านในตอนสายของวันต่อมา
เขาหอบเอาแฟ้มมาด้วย เมื่อมาถึงก็วางแฟ้มนั้นตรงหน้าจุนโนะ
"ถ้าฉันจะแต่งงาน นายจะว่าอะไรฉันมั้ยจุนโนะ?" จู่ๆ จินก็โพล่งออกมา
จุนโนะยืนนิ่งอึ้ง มองหน้าคนพูดด้วยนัยน์ตาที่สลดวูบ แต่หลังจากนั้น จุนโนะก็เป็นฝ่ายหัวเราะเจื่อนๆ
"ก็....ก็....ผมคงต้องแสดงความยินดีด้วยน่ะซิครับ? เจ้านายกำหนดวันแล้วหรือฮะ..."
"เดือนหน้าหรืออีกสองเดือน หรือสามเดือน หรือปีหน้าหรืออีกสองสามปี...ฉันยังไม่กำหนด
แต่คิดว่าถ้าไม่กำหนดเอง ก็คงต้องมีใครสักคนมากำหนดให้ ฉันอยากจะขอเลื่อนไปไม่มีที่สิ้นสุด
ตราบใดที่ฮิโตมิเขายังไม่เบื่อที่จะรอ...เฮ้อ..." จินถอนหายใจ เสยผมจนยุ่งไปหมด
เขามองร่างบางที่ยืนเม้มปากตรงหน้า
....เจ้าหมอนี่จะรู้สึกหึงหวง หรือรักเขาสักนิดเหมือนที่เขารักหรือเปล่านะ...พูดจนขนาดนี้แล้วจุนโนะยังยืนเฉย
จะพูดอะไรก็ไม่พูด....จนในที่สุด จินจึงกางแฟ้มออกแล้วชี้ไปที่โบชัวร์หลากหลายที่อยู่ในนั้น
"อะไรฮะ?" จุนโนะถาม
"บ้าน....บ้านพร้อมที่ดินและเครื่องอำนวยความสะดวก"
"เอ๋??? แล้วเอามาให้ผมดูทำไม?" จุนโนะพลิกดูแต่ละแผ่น โบชัวร์บ้านหลากหลายสไตล์อวดโฉมอยู่ในกระดาษอาบมันนั่น
แล้วจินเอามาให้เขาดูทำไมกัน ยังไม่ทันที่จะถาม จินก็พูดออกมา
"ฉันมีข้อเสนอให้นาย...จุนโนะสุเกะ ....ฉันอาจจะแต่งงานกับฮิโตมิตามที่ได้ตกลงกันเอาไว้
แต่นายก็รู้ว่าฉันรักนาย..... รักนายคนเดียวได้ยินมั้ย ถึงนายจะอ้างว่าเวลาที่เราพบกันมันน้อยนิด
แต่ฉันก็ตกหลุมรักนาย... อย่างยากที่จะปล่อยนายไป... จุนโนะ ถ้าฉันเสนอให้บ้าน
ให้รถ และงานดีๆ ให้นายทำ นายจะมาเป็นคู่รักของฉันมั้ย เอ้อ..ฉันหมายความว่า เราจะมีความสุขกันในที่ที่ฮิโตมิไม่อาจเข้าไปยุ่มย่ามได้
... เราจะรักกัน และ......โอ๊ย......." เสียงพูดไม่ทันจบ จินก็ต้องหน้าหงายเพราะหมัดหนักหน่วงของจุนโนะกระแทกเข้ากับโหนกแก้มของเขาถนัดถนี่
จนชายหนุ่มผงะถอยหลัง
เบื้องหน้าของเขานั้น จุนโนะยืนกำหมัดแน่น น้ำตาคลอ เพราะถ้อยคำดูถูกของจินที่มีต่อเขาต่างหาก
"คุณดูถูกผม!!"
"ฉันไม่ได้ดูถูก..." จินส่ายหน้าปฏิเสธ
"คุณจะให้ผมเป็นของเล่นแก้เหงาของคุณหรือไง เห็นผมเป็นอะไร จะมาให้โน่นให้นี่
แลกกับการเป็นคู่รักลับๆ ของคุณ หลังจากคุณแต่งงานแล้วนะเหรอ....เชอะ...!! ไม่มีทาง!!"
จุนโนะมองชายหนุ่มที่ยืนกุมโหนกแก้มอย่างโกรธเคือง เขาพยายามระงับอารมณ์ของตัวเองอย่างสุดความสามารถ
แต่ก็ไม่อาจทำได้ จุนโนะปัดแฟ้มบนโต๊ะจนเกลื่อนพื้น
จินคนบ้า....จะให้เขาเป็นเมียเก็บงั้นเรอะ....จะดูถูกกันมากเกินไปแล้ว
"ผมนอนกับคุณ มีอะไรด้วย แล้วคุณคิดว่าผมจะเรียกร้องค่าตัวหรือไง....? ผมไม่ได้เอาตัวเข้าแลกกับบ้านและที่ดินหรือรถบ้าๆ
บอๆ ของคุณหรอกนะ" จุนโนะตะโกนลั่น เสียงเริ่มสั่นเครือ
"ฉันเพียงแต่อยากให้นายอยู่ด้วย ตลอดไป...."
"อยู่ให้เมียคุณมาแหกอกผมน่ะเหรอ? คุณจิน คุณก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้...เรื่องของคุณกับผมน่ะ
มันเป็นไปไม่ได้หรอก ไม่มีวันใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้หรอก"
"เพราะนายไม่ได้รักฉันเลยซินะ ใช่มั้ย...จุนโนะ นายไม่เคยรักฉัน!!" จินพูดเสียงกร้าวแต่ก็ยังแฝงแววตัดพ้อจนได้
จุนโนะสะบัดหน้าพรืด เขายืนอึ้ง ...รักซิ...ทำไมจะไม่รัก...
เสียงตัดพ้อของจินดังขึ้นด้วยความอัดอั้น
"ไม่เคยบอกว่ารักฉันสักคำ จะให้เข้าใจว่ายังไง...คิดแต่จะไปจากฉันท่าเดียว"
"ถ้าบอกว่ารักแล้วจะมีอะไรดีขึ้นมาล่ะ...รักหรือไม่รัก ...ในที่สุดคุณก็ต้องแต่งงานอยู่ดี"
"ฉันไม่แต่งก็ได้" จินบอกออกมา
จุนโนะหัวเราะอย่างขื่นขม เด็กหนุ่มส่ายหน้าช้าๆ
"คุณอย่าคิดเข้าข้างตัวเองซิครับ...ยังไงๆ ซะ ผมก็ไม่ยอมเป็นเมียเก็บของคุณหรอก..."
"จุนโนะสุเกะ..."
เสียงเรียกของจิน อ่อนลง และนั่นก็ทำให้จุนโนะใจอ่อนไหว ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงตัดบทออกไป
"ขอโทษที ผมคงต้องขอตัวไปทำงานก่อนล่ะครับ เสียเวลามามากพอแล้ว...เก็บข้อเสนอของคุณเอาไว้ให้คนอื่นเถอะ"
จุนโนะเดินล้วงกระเป๋าออกไปจากศาลา แต่พอเดินได้หน่อยเดียว จินก็ตะโกนถามออกมาว่า
"ช่วยบอกฉันหน่อยได้มั้ยว่า...นายรักฉันบ้างหรือเปล่า....จุนโนะ?"
**********************
to be con