CARAVAN LOVER.......

 

Vol 20

***************************

ดอกกุหลาบสีครีมอ่อนที่ชูช่อไสวอยู่ตรงหน้า ถูกมือเรียวเด็ดออกมาหนึ่งดอก คุซาโนะสลัดหยาดน้ำที่เกาะพราวออก แล้วยื่นให้จุนโนะสุเกะพร้อมกับรอยยิ้มหยอกเย้า ใบหน้าหวานปรากฏแววขี้เล่น ขณะถามว่า
“จุนโนะกับพี่จินน่ะ..... ตกลงกันแล้วใช่มั้ย?”
“ตกลงกัน...หมายความว่าไงครับ?” จุนโนะย้อนถาม ทำให้เด็กหนุ่มทำเสียงจิ๊จ๊ะ
“แหม....ก็เรียบร้อยโรงเรียนพี่จินแล้วน่ะซิ”
ผู้สูงวัยกว่าไม่ได้ตอบ เอาแต่หันหน้าหนีเด็กหนุ่ม ใบหน้าเรียวแดงซ่าน

.... เด็กบ้าอะไร...ถามอะไรตรงจุด เป็นน้องเป็นนุ่งจะจับตีก้นให้ลายเลยจริงๆ

“ว่าไงล่ะจุนโนะคนงาม?” เสียงถามยังลอยมาตามลม
จุนโนะรีบก้มมองดอกกุหลาบในมือ ไม่กล้าสบสายตาค้นคว้าคู่นั้นหรอก
“ทำไมคุณคุซาโนะถึงถามอะไรผมแบบนั้นล่ะครับ ยังเด็กอยู่เลยน้า..”
“ชิ...ฉันง่ะนะเด็ก...โธ่เอ๋ย จุนโนะสุเกะ ฉันน่ะมีประสบการณ์เยอะกว่านายอีกง่ะน้า... ทำไมแค่นี้จะดูไม่ออก แต่ก็ช่างเหอะ...ถ้าไม่อยากบอกก็ไม่เป็นไร เรื่องทำนองนั้นน่ะฉันเหมาเอาว่านายตอบรับก็แล้วกัน ว่าแต่.......รู้มั้ยว่าฉันกับพี่ยูมาทำไมกันวันนี้?” คุซาโนะถาม แล้วก็ออกเดินต่อไปตามทางเดินโรยกรวดเล็กๆ เข้าสู่ศาลาไม้ระแนงที่ตั้งอยู่ปลายสวน แวดล้อมไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์
“คุณคุซาโนะจะกลับมาอยู่บ้านแล้วหรือครับ?” จุนโนะถามพลางทรุดตัวลงนั่ง
“ยังหรอก...แต่ก็คงเร็วๆ นี้ อยู่แต่ว่า พี่ยูจะใจกล้ามากกล้าน้อย..เฮ้อ...พี่จินยังไม่รู้เรื่องของเรา ถ้ารู้ล่ะก็ เอ๋ย....พี่ยูน่วมแน่” หนุ่มน้อยแก่แดดถอนหายใจเฮือก จากนั้นเขาก็เปลี่ยนสีหน้าเมื่อมองคนตรงหน้า

จุนโนะในวันนี้ดูหล่อขึ้น ไม่ซิ น่าจะบอกว่าสวยขึ้นมากกว่า แก้มแดงปลั่ง ผิวเป็นน้ำเป็นนวล ขาวอมชมพู อะไรก็ไม่ร้ายเท่ากลีบปากที่อวบอิ่มและเป็นสีเข้มแข่งกับดอกกุหลาบสีชมพูข้างศาลาจริงๆ สงสัยคงได้รับน้ำค้างหล่อเลี้ยงจากพี่จินนั่นเอง...
“นายดูสวยขึ้นนะ แปลกตาดี” จู่ๆ คุซาโนะก็โพล่งขึ้นมา เล่นเอาคนฟังสะดุ้งโหยงรีบแตะที่ใบหน้าของตัวเอง จากนั้นก็เมินหลบสายตาคมปลาบนั่น
จุนโนะได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักดังแว่วๆ ก็ปรายตามองน้องชายของจิน เห็นใบหน้ายิ้มยั่วกำลังจ้องเขาเอาตรงๆ และในเวลาต่อมาคุซาโนะก็ปรับสีหน้าให้ดูเคร่งขรึมขณะพูดเข้าเรื่อง
“ฉันกับพี่ยูน่ะ เห็นคู่หมั้นพี่จินด้วย ก่อนที่จะมานี่แหล่ะ...ท่าทางน่ะนะ...เฮ้อ...” จากนั้นคุซาโนะก็เล่าเรื่องให้จุนโนะฟัง แถมตบท้ายด้วยการใส่ความคิดเห็นลงไปว่า
“ฉันอยากจะสืบดูจริงๆ ว่าแม่นั่นน่ะเล่นไม่ซื่อกับพี่ชายหรือเปล่า...ฉันขอภาวนานะให้มันเป็นไปอย่างที่ฉันคิด ฉันไม่อยากได้พี่สะใภ้เป็นแม่นี่...ฉันไม่ชอบ!!”
“แต่คุณจินเขาชอบนี่ครับ” จุนโนะแย้ง
“พี่จินก็ไม่ชอบ!!”
“หือ?” จุนโนะเลิกคิ้ว
“จริงๆ นะ นี่นายอย่าทำเป็นไม่รู้หน่อยเลย ฉันรู้จักพี่ชายฉันมาตลอดชีวิต แค่นี้ทำไมจะดูไม่ออก สายตาที่เขามองนายน่ะ มันบอกอะไรได้ตั้งเยอะ และยัยฮิโตมิตาโตนั่นน่ะ มันก็แค่ความเหมาะสมเท่านั้นเอง แต่ถ้าแม่นั่นประพฤติตัวไม่ดี พี่จินก็ไม่น่าจะเอามาเป็นเมีย”
“ที่คุณเห็นเขาอี๋อ๋อกับคนอื่นน่ะ อาจจะไม่มีอะไรกันก็ได้..อาจจะแค่คนรู้จักกัน”
“โฮ้ย...นายจะแก้ตัวแทนเขาทำไมนะ ถ้ายัยนั่นมันนอกใจพี่จิน นายเองก็จะได้เป็นคนรักของพี่จินจริงๆ ไม่ชอบเหรอ? จุนโนะ...” คุซาโนะปากยื่น มองจุนโนะแบบไม่สบอารมณ์ ทำไมหมอนี่ถึงได้มองโลกในแง่ดีแบบนี้นะ ทั้งๆ ที่ก็เป็นของพี่ชายเขาแล้วแท้ๆ
“ฉันอยากจะสืบดู นายเองก็น่าจะร่วมด้วย ถ้าเป็นไปได้ก็จับความเคลื่อนไหวของยัยฮิโตมิให้ได้ ถ้าเกิดเจออะไรที่ไม่ชอบมาพากลก็สะกดรอยตามดู เอาให้คาหนังคาเขาให้ได้ ฉันทุ่มเต็มที่เลย เพื่อที่จะให้ผู้หญิงคนนั้นไปจากทางชีวิตของพี่จิน...” หนุ่มน้อยพูดอย่างหมายมาด เขาเคาะโต๊ะเป็นจังหวะแล้วก็พยักหน้ากับตัวเอง เมื่อเห็นคนที่คุยด้วยนั่งเงียบไปก็ยิ้มให้ เอื้อมมือมาตบเบาๆ ที่บ่าของจุนโนะ
“เออน่า....คนที่ฉันอยากได้มาเป็นพี่สะใภ้ คือนายน่ะ จุนโนะสุเกะ...และอีกอย่างก็คือ ฉันไม่อยากให้พี่ชายฉันถูกมองว่าเป็นคนโง่ด้วย มีเขาอยู่บนหัวมันไม่น่าดูสักเท่าไรเลยนะ”
“ก็แล้วแต่คุณเถอะครับ ผมเองก็ไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวพี่ชายของคุณ คุณจินก็คงไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งกับผมถึงขนาดนั้นหรอก...” จุนโนะพูดเสียงเศร้า ...คำว่ารักที่จินบอก ก็อาจจะเป็นแค่เพียง ลมปาก ที่ผ่านมาแล้วก็เงียบไป พออยากได้ก็อาจจะเอ่ยคำว่ารักออกมา และก็คงจะเอ่ยกับฮิโตมิมาแล้วด้วย ไม่งั้นคงไม่หมั้นกันมาจนถึงขั้นจะแต่งงานกันอยู่รอมร่อแบบนี้หรอก....

ยิ่งคิดก็ยิ่งเศร้า ดังนั้นจุนโนะจึงเอ่ยปากขอติดรถคุซาโนะออกไปหายามะพีในเมือง หลังจากโทร. นัดแนะกันแล้ว ซึ่งตอนแรกจินจะขออาสาพาไปเอง แต่จุนโนะส่ายหน้าแล้วก็บอกว่า
“อย่าดีกว่าฮะ ผมอยากไปหาเพื่อนตามลำพัง ไม่ได้พบกันมาหลายวันแล้ว อยากคุยกันน่ะฮะ”
“งั้นขากลับ ฉันจะไปรับก็แล้วกันนะ” จินพูดโดยที่ไม่รอฟังคำค้านจากปากบาง เขาจุ๊บแก้มจุนโนะเร็วๆ และหดหน้ากลับมายิ้มให้อย่างอ่อนหวาน เกลี่ยเส้นผมสลวยทัดไว้ข้างหู เท่านี้จุนโนะก็หน้าแดงซะแล้ว ผิดกับท่าทางหนุ่มน้อยจอมเฮี้ยวแบบเมื่อก่อนลิบลับ ดูจุนโนะน่ารักมากยิ่งขึ้น แบบนี้จะให้เขาแต่งงานกับหญิงอื่นได้อย่างไร... จินถอนหายใจ

พอจุนโนะออกไปจากบ้าน จินก็อ้างว้างขึ้นมาทันที เขาได้รับโทรศัพท์จากคู่หมั้นสาวขอพบเป็นการส่วนตัวที่บ้านของหญิงสาว แต่ว่าจินไม่มีอารมณ์จะพบใครทั้งนั้น เขาจึงอ้างว่าต้องไปประชุมนอกรอบกับคุณพ่อ และนั่นก็ทำให้ฮิโตมิหัวเสีย กรอกเสียงห้วนจัดมาตามสายว่า
“นับวันคุณก็ยิ่งน่าเบื่อมากขึ้นทุกทีนะจิน...”
“คุณเบื่อผมแล้วงั้นซิ” จินถามกลับ
“ใช่...เบื่อชะมัด”
“งั้นก็ไม่ต้องแต่งงานกันเลยจะดีมั้ย...”
“ไม่มีทาง... นี่คุณคู่หมั้นรูปหล่อ ถ้าครอบครัวเราสองคนไม่มีหุ้นส่วนกันล่ะก็ มันอาจจะง่ายกว่าที่คุณคิดก็ได้...แล้วคุณกับเด็กหนุ่มคนนั้นล่ะ ไปถึงไหนกันแล้ว หวังว่าที่บอกว่าประชุมน่ะ คงไม่ได้ประชุมกับเจ้าหมอนั่นหรอกนะ”
พูดเสร็จก็กระแทกหูโทรศัพท์ดังโครม เล่นเอาจินหน้าชาดิก
คำพูดที่เอ่ยออกมา ไม่เห็นเหมือนคนที่กำลังจะแต่งงานกันเลยสักนิด.........

************************

ยามะพียิ้มแย้มหน้าบานเมื่อเห็นว่ามีใครคนหนึ่งมายืนรอที่หน้าประตูรั้วโรงงาน วันนี้จุนโนะนัดเขาออกมาก็เลยทำให้ยามะพีรีบโทร. ไปบอกคาเมะว่าจะกลับบ้านเอง ซึ่งคาเมะก็ไม่ได้อยู่ที่โรงงานด้วยเหมือนกัน
“ไปหาจุนโนะน่ะครับ...ผมจะกลับเองน้า... คาเมะไม่ต้องห่วง” เด็กหนุ่มบอกแค่นั้นด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น

ดีใจสุดๆ ที่ได้เห็นหน้าเพื่อนรักซึ่งไม่ได้พบกันมาหลายวันแล้ว สองหนุ่มชวนกันไปทานอาหารในเมือง บรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ของร้านน้ำชาและบะหมี่เย็น ร้านแบบโบราณที่ด้านหน้ามีแต่ลำไผ่ชูยอดสูงชลูดอยู่บนฟ้า จุนโนะและยามะพีเลือกที่นั่งด้านนอก จุนโนะเห็นสีหน้าอิ่มเอิบของเพื่อนแล้วก็อดดีใจด้วยไม่ได้ ดวงตากลมโตแจ่มใสของยามะพีคงจะบอกอะไรได้หลายอย่างถึงความสุขที่ได้รับ
“แล้วเมื่อพวกเราไปจากที่นี่ล่ะ?” จุนโนะอดถามไม่ได้ พลางย้อนถามตัวเองด้วย
“อืมมม...คาเมะก็จะไปหาฉันที่โตเกียววันเสาร์อาทิตย์ หรือฉันก็มาหาเขาที่นี่ มันไม่เป็นอุปสรรคหรอกนะ ขอให้รักกันซะอย่าง” ยามะตอบด้วยความมั่นใจ ไม่งั้นเขาจะมานั่งทำหน้าระรื่นอยู่แบบนี้หรือ
“นายคิดอย่างนั้นเหรอ .....ก็ดีเนอะ....โชคดีจริงๆ ยามะพี โชคดีชะมัดเลย ฉันล่ะอิจฉานายจริงๆ คาเมะอะไรนั่นน่ะ คงเป็นคนไม่มีพันธะอะไรซินะ?” จุนโนะถาม ยามะพีพยักหน้างึกๆ
“ฮื่อ... เขาเป็นหนุ่มโสดน่ะ และก็น่ารักด้วย อยากให้จุนโนะรู้จักจัง นายต้องชอบเขา แน่ๆ เลย”
“ฉันก็คงจะชอบเขาได้ ถ้านายชอบ ฉันจะไม่ชอบได้ไง”
“แล้วนายล่ะ จุนโนะ...กับคุณจินน่ะ คงรักกันดีแล้วซิ” ยามะถามแล้วก็เท้าคาง แหงนหน้าดูยอดไม้ไผ่ โดยที่ไม่ได้มองหน้าจุนโนะหรอก เพราะเพื่อนคงจะอายจนแก้มแดงไปหมดแล้ว
“ใครบอกนาย ยามะพี?”
“พวกโคกิบอกว่า คุณจินกับนายไปเก็บของเมื่อเย็น จุนโนะย้ายไปอยู่กับคุณจินแบบนี้ คงไม่ต้องอธิบายอะไรแล้วละมั้ง...คิก...คิก...จุนโนะก็มีดีเหมือนกันน้า...เล่นเอาเจ้านายหลงไปแล้ว...” ยามะพีปิดปากหัวเราะคิกคัก ทำยิ้มล้อเลียน...
จุนโนะซัดหลังมือไปที่ไหล่จนยามะพีโวย
“โอ๊ย...เจ็บน้า...แหมพูดเรื่องจริงแค่นี้ทำเขิลลล...เสร็จเขาแล้วล่ะซิใช่ม้า...า..า.า..?”
“บ้า....”
“ชัวร์...” ยามะพีชี้หน้าจุนโนะ ยิ้มกริ่ม
“หยุดพูดเลยนะ ยามะพี...”
“อือ...ก็ได้...ว่าแต่เล่าให้ฟังมาซิ ว่าคืนแรกเป็นไง เขาทำอะไรนายมั่งง่ะ” คนถามยื่นหน้ามาซะจนติด จุนโนะต้องออกแรงผลักหน้าหวานของเพื่อนให้ถอยกลับ เขาก้มหน้าคนชาในถ้วยก่อนจะยกขึ้นจิบ
“ก็คงเหมือนนายละมังมะพี....แต่ความรักของฉันน่ะนะ อุปสรรคมันเยอะ คุณจินก็คงจะไม่จริงจังอะไรหรอก เขามีคู่หมั้นแล้วนี่เนอะ...”
“อืมม...จริงซินะ เขามีคู่หมั้นแล้ว และก็ยังเคยตามมาแหกอกนายถึงที่บ้านคุณจินอีกด้วย”
“แต่ว่าที่ทำให้ฉันหนักใจก็คุณคุซาโนะนั่นแหล่ะ เขาอยากให้ฉันช่วยสืบเรื่องที่เขาคิดว่าคุณฮิโตมินอกใจคุณจิน” แล้วจุนโนะก็เล่าเรื่องที่คุซาโนะบอกให้เพื่อนฟัง

ซึ่งยามะพีนั่งทำตาโตเมื่อจุนโนะเล่าจบ เมื่อฟังแล้วก็ออกความเห็นว่า
“คุณจินนอกใจก็ไม่น่าผิดเท่ากับผู้หญิงนอกใจนะ ผู้ชายน่ะมันไม่เสียหายอะไรอยู่แล้ว แต่ผู้หญิงนี่ซิ มันไม่ได้ สังคมไม่ยอมรับ แล้วเจ้าหนุ่มที่คุณฮิโตมิควงน่ะ ใครกันนะ?”
“เขาว่าเป็นน้องเลี้ยง ลูกติดแม่ใหม่น่ะ คุณคุซาโนะกำลังสืบอยู่ว่าถ้าสองคนนี้มีอะไรกันจริง เขาจะได้ให้พี่ชายอ้างซะ ขอถอนหมั้นไปเลย”
“แล้วนายจะได้เสียบแทน ว่างั้นเถอะ” ยามะพีออกความเห็น
“ฉันก็อยู่ของฉันเฉยๆ มาทางไหนก็ไปทางนั้น ความสัมพันธ์กับคุณจินน่ะ ฉันทำใจไว้เรียบร้อยแล้ว อย่างน้อยฉันก็ขอให้ช่วงที่ฉันอยู่กับเขาทำให้ฉันมีความสุขก็พอแล้ว ส่วนเรื่องอนาคตที่ต้องจากกันน่ะ ฉันเตรียมพร้อมจะรับความผิดหวังเอาไว้แล้วล่ะ” จุนโนะพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า จนคนฟังอดสงสารไม่ได้ ยามะพีเอื้อมมากุมมือเพื่อนรักเอาไว้ บีบแล้วคลายเพื่อทำให้จุนโนะดีขึ้น เขาคีบบะหมี่ใส่ชามให้จุนโนะ แล้วก็คะยั้นคะยอให้กินซะบ้าง เพราะตั้งแต่บะหมี่มาตั้งตรงหน้า จุนโนะยังไม่ได้แตะเลยสักคำ
“บางทีนะจุนโนะ...บางทีที่คุณจินทำกับนายแบบนั้นก็เพราะเขารักนายจริงก็ได้ ฉันว่าเวลาเขามองนาย มันมีประกายตาบางอย่างที่น่าอุ่นใจนะ...”
“ฉันไม่หวังหรอกนะ...แต่ถ้าเขารักฉันจริง ฉันก็ดีใจ แต่ฉันน่ะยังไม่เคยบอกรักเขาสักคำ ทั้งๆ ที่ฉันก็รักเขา ได้แต่บอกว่าชอบ แต่ไม่เคยบอกรัก”
“เอ้า....งั้นนายก็บอกซะซิ ทำให้เขารู้ไปเลยว่านายรักเขา เผื่อจะช่วยให้เขาตัดสินใจทำอะไรได้เร็วขึ้น...ฉันไม่อยากเห็นนายผิดหวังนะจุนโนะ”
“โฮ....ซึ้งจริงๆ เชียวเพื่อนรัก” จุนโนะพูดยิ้มๆ มองยามะพีอย่างเอ็นดู ไม่ว่าจะอยู่ในเวลาไหน ยามะพีก็คือเพื่อนที่ปรึกษาได้อย่างดีเยี่ยมทีเดียว

สองหนุ่มนั่งปรับทุกข์กันอีกสักพัก เมื่ออิ่มแล้วก็เตรียมจะกลับ จุนโนะบอกว่าจินจะมารับที่นี่แทนจะไปที่แคมป์ แต่ยามะพีบอกว่าจะลองโทร. หาคาเมะให้มารับ ขณะนั้นพวกเขากำลังยืนคุยกันอยู่ริมถนน ตรงข้ามกับร้านขายจิวเวลี่แห่งหนึ่ง ยามะพีต่อโทรศัพท์ถึงคนรัก เสียงปลายสายตอบตกลงจะมารับเขาทันที ยามะพีจึงรอคาเมะอยู่ตรงมุมถนน โดยมีจุนโนะรอเป็นเพื่อน
“คาเมะอยู่ที่สำนักงานบ้านเช่า....ก็ดีนะ...จะได้แนะนำให้รู้จักกันเสียที ว่าแต่คาเมะไปทำอะไรที่นั่นนะ” ยามะพีบอกยิ้มๆ จุนโนะพยักหน้าเห็นดีด้วย แต่แล้วเขาก็ต้องหุบยิ้มเมื่อสายตาเห็นร่างของหญิงสาวคนหนึ่งเดินเฉิดฉายออกมาจากร้านขายเครื่องเพชร ใบหน้างดงามเชิดขึ้นขณะกำลังเดินข้ามถนนเพื่อจะไปยังรถคันหรูที่จอดอยู่ใกล้กับที่สองหนุ่มยืนอยู่
จุนโนะกระตุกแขนยามะพียิกๆ เขาชี้ไปที่สาวสวยคนนั้น และก็ดึงแขนเพื่อนรักให้หลบข้างมุมตึก
“อะไรเหรอจุนโนะ?” ยามะพีถาม เขามองตามมือชี้ .....ผู้หญิงคนนั้น...เอ...หน้าคุ้นๆ นะ......
“เอ๊...ฉันเคยเห็นที่ไหนมาก่อนน้าา...?” ยามะพีทำท่านึก ยิ่งมองก็ยิ่งแน่ใจว่าเคยเห็นมาก่อนแน่นอน และแล้วภาพของสาวคนหนึ่งที่มาตามคาเมะที่บ้านเมื่อหลายวันก่อนแว่บเข้ามา
“เอ๊ะ!! นั่นมัน...”
“คุณฮิโตมิ...คู่หมั้นของคุณจินไงล่ะ ยามะพี......” จุนโนะพูดต่อประโยค ทำให้ยามะพีอ้าปากค้าง หันขวับมามองจุนโนะทันที
“หมายความว่าไงเนี่ย.... ก็นั่นน่ะมัน......มัน.....พี่สาวของแฟนฉันเองนะ!!”
“อะไรนะ?”
“แฟนนายเป็นน้องชายของฮิโตมิเหรอ?” จุนโนะถามรัวเร็ว แต่คนถูกถามนี่ซิ หน้าซีดลงเรื่อยๆ
“น้องเลี้ยง...คาเมะบอกว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นลูกสาวของพ่อเลี้ยง งั้น...คนๆ นั้น คนที่นายต้องการจะสืบก็เป็น.........”

ทั้งสองหนุ่มใจหายวาบ ยิ่งยามะพียิ่งไม่ต้องพูดถึง ถ้าสิ่งที่คุณคุซาโนะสงสัยเป็นเรื่องจริง นั่นย่อมหมายความว่า บุคคลที่สามที่เป็นคนทำให้ฮิโตมินอกใจจินก็คือ........
“โอ๊ย...ไม่นะ เป็นไปไม่ได้!!” ยามะพีส่ายหน้า ปากคอสั่น เขาคว้าท่อนแขนจุนโนะเพื่อพยุงตัว ขาแข้งเกิดสั่นขึ้นมาทันที
ดวงตากลมโตยังเขม้นมองหญิงสาวคนนั้นไม่วางตา ฮิโตมิกำลังจะไขประตูรถสปอร์ตที่จอดอยู่ริมถนน ก็คันเดียวกับที่ยามะพีเห็นมาจอดอยู่หน้าบ้านคาเมะวันนั้นนั่นแหล่ะ

ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นผ่านแว่บเข้ามา พี่สาวของคาเมะมาหาถึงบ้าน ท่าทางเกาะแขนคลอเคลียกันนั้นทำให้เขารู้สึกสะดุดใจจนต้องเขม้นมองที่หน้าต่าง แต่เมื่อคาเมะบอกว่าเป็นพี่สาว เขาก็ไม่ได้ติดใจอะไรอีก จนมาบัดนี้....
ริมฝีปากอิ่มเต็มเริ่มสั่นระริก เขากัดปากตัวเอง บังคับให้ใจเย็นๆ บางทีอาจจะไม่มีอะไรเลยเถิดอย่างที่พวกของจุนโนะเข้าใจก็ได้

“ยามะพี...ไม่คิดจริงๆ เลยนะว่ามันจะเกี่ยวกับแฟนนายด้วย บางทีคุณยูอิจิและคุณคุซาโนะอาจจะเข้าใจผิดก็ได้” จุนโนะพยายามปลอบยามะพีเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนรักในยามนี้
“ฉันก็สงสัยเหมือนกันนะ จุนโนะ วันนั้นเขามาที่บ้าน ท่าทางเขาเหมือนมีอำนาจเหนือคาเมะ แล้วเขาก็เอาคาเมะไปทั้งวันเลย กว่าจะกลับก็เช้าวันต่อมา และฉันยังได้กลิ่น....ฮึก........ฮึก........” ยามะพีหยุดเล่า เขาสะอื้นฮักออกมาเมื่อสิ่งที่เขาระแวงเริ่มปรากฏเป็นรูปเป็นร่าง
“ได้กลิ่นอะไรยามะพี!!”
“กลิ่นน้ำหอมของผู้หญิง....ตัวของคาเมะมีกลิ่นน้ำหอมติดตัวมาด้วย...จุนโนะ...ฉัน...” คนพูดกลืนก้อนแข็งๆ ลงคอ ความอัดอั้นเริ่มพร่างพรูออกมา ยามะพีจับแขนจุนโนะแน่น ขณะเงยหน้าขึ้นมองด้วยหยาดน้ำตาคลอ
“ฉัน...ฉันจะช่วยนายสืบเรื่องนี้ด้วย...” ยามะพีพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว เป็นไงเป็นกัน เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าคาเมะมีอะไรกับฮิโตมิจริงหรือเปล่า...ความสัมพันธ์ของคนสองคนจะก้ำเกินไปมากแค่ไหน ถึงจะนับเนื่องเป็นพี่น้อง แต่ก็คนละพ่อละแม่กันนี่นะ...เป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ญาติกันจริงๆ..ทำไมจะมีอะไรกันไม่ได้

เรื่องนี้ยามะพีต้องรู้ให้ได้ แต่ว่าจุนโนะนี่ซิ ชักจะลังเล ถ้าเกิดคาเมะเป็นแบบนั้นจริง ก็เท่ากับว่าเรื่องที่สืบมาได้ทั้งหมดจะทำให้ยามะพีเสียใจ ซึ่งเขาก็ทนเห็นเพื่อนเสียใจไม่ได้
“อย่าดีกว่ามะพี... ฉันไม่สืบหรอกนะ ปล่อยมัน ช่างมันเหอะ”
“ไม่เอา..ฉันอยากรู้ ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าคาเมะเกี่ยวกับพี่สาวของเขาแบบไหนกัน” ยามะพีพูดอย่างหนักแน่น
“โอ๊ย...ไม่นะยามะพี ฉันไม่ได้บอกว่าฉันจะสืบสักหน่อย...ยิ่งเรื่องมาลงเอยแบบนี้ ฉันก็คิดว่าคุณคุซาโนะเหลวไหลมากกว่า คงจะเข้าใจผิดง่ะนะ” จุนโนะโอบบ่าสั่นเทาของยามะพีมากอด ยามะพีสะอื้นฮัก ขณะจับตามองฮิโตมิขับรถจากไป
“ความรักทำให้เกิดการระแวง บางทีกลิ่นน้ำหอมอาจจะเป็นของคาเมะเองก็ได้ หรืออาจจะเอาของพี่สาวมาใช้ มันเป็นไปได้ทั้งนั้นนะยามะ ...อย่าร้องไห้ซิ...”
“งั้นเหรอ?...ฮึก...” ยามะพีสูดจมูก ใช้หลังมือป้ายน้ำตาออก
จริงสินะ บางทีอาจจะเป็นอย่างที่จุนโนะบอกก็ได้
“เช็ดน้ำตาซะ อายคนเขาน้า มายืนร้องไห้ตรงนี้ได้ไง...”
จุนโนะส่งทิชชูในกระเป๋าให้
“คาเมะรักนายไม่ใช่หรือ? คงไม่มีวันทำเรื่องร้ายแรงขนาดนั้นหรอกนะ อย่ากังวลไปเลย...”
“ขอบใจนะจุนโนะ ฉันจะเชื่อใจคนรักใช่มั้ยล่ะ ...ใช่สิ ฉันต้องเชื่อใจเขา...”
ยามะพีขยับกายออกห่างจุนโนะ เขายืนกัดปากนิ่งเฉย น้ำตาเหือดหายไปแล้ว ก้มมองนาฬิกาข้อมือ เย็นมากแล้ว ความมืดเริ่มมาเยือน

จินมารับจุนโนะพอดี จุนโนะพยายามชวนยามะพีไปด้วย แต่ยามะพีสั่นหน้าบอกว่าคาเมะให้คอยอยู่ที่นี่
“งั้นฉันไปก่อนนะ ยามะพีอย่าคิดมากน้า...มีอะไรก็โทร. มาปรึกษาได้เลย หรือว่าจะให้ไปเจอที่ไหนก็บอก” จุนโนะสั่งความ
“ฮื่อ..ขอบใจนะจุนโนะ” ยามะพีพยักหน้างึกๆ กระนั้นก็ยังไม่วายกระซิบกับจุนโนะว่า ...ยังไงๆ ซะ เขาก็จะช่วยสืบเรื่องชู้รักของฮิโตมิให้อีกแรง แม้ว่าเขาจะต้องพบกับความเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม...

***********************************

“ดูท่าทางยามะพีจะมีเรื่องอะไรละมัง เห็นทำตาแดงๆ” จินเอ่ยถามขณะที่ทั้งสองนั่งรถไปด้วยกัน แต่หนทางที่จินจะพาจุนโนะไปนั้นไม่ใช่ทางไปบ้าน
“ฮะ...” จุนโนะตอบรับ และก็บอกว่า คนที่คุซาโนะและยูอิจิเห็นว่าเดินออกมาจากโรงแรมกับฮิโตมิน่ะเป็นคู่รักของยามะพี ซึ่งเรื่องนี้ทำเอาจินตารุกวาว
“อย่างนั้นเหรอ? นี่คาเมะเป็นแฟนของยามะพีเองงั้นหรือ?” จินถอนหายใจ เขาเองก็รู้จักคาเมะมานาน ตั้งแต่ยังเด็กอยู่ด้วยซ้ำ แต่ก็รู้มาอีกอย่างว่าคาเมะไม่ค่อยอยากอยู่กับทางบ้านซะเท่าไร
“เด็กนั่นน่ะ เมื่อก่อนเป็นเด็กมีปัญหานะ พ่อเลี้ยงเขาอยากจะให้เรียนการบริหาร แต่หมอนั่นดันผ่าไปเรียนวิศวะ ก็เลยได้เป็นนายช่าง แต่ว่าคาเมะเขาคงไม่ทำงานกับโรงงานกระดาษนั่นนานหรอก ฉันเองยังอยากได้เขามาทำงานที่โรงกระจกของพ่อเลย...” จินว่า
“แล้วทำไมคาเมะไม่ทำงานกับคุณล่ะครับ”
“ก็พอดีฮิโตมิจองตัวเขาไว้จากทางมหา’ ลัยเสียก่อนน่ะซิ กลัวน้องจะไปทำงานกับคนอื่น แต่ฉันก็ยังไม่อยากจะคิดหรอกนะว่าสองคนนี้จะทำอะไรกันแบบนั้น ... ฮิโตมิไม่เคยเอ่ยถึงคาเมะเวลาอยู่กับฉัน และฉันก็ไม่เคยเห็นพี่น้องคู่นี้อยู่ด้วยกันซะที ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่อยากเชื่อ บางทียูอิจิอาจจะดูผิดก็ได้... เมื่อเย็นฮิโตมิเขาก็ขอพบกับฉันนะ แต่ฉันไม่อยากพบ ไม่พร้อม เขาก็เลยโกรธไปเลย...” จินหัวเราะหึๆ เล่าเหมือนกับเป็นเรื่องขำขัน แต่คนฟังขำไม่ออก ก็เพราะจินกำลังหลงเขาอยู่ละมัง ฮิโตมิถึงไม่มีความหมายอะไรเลย

“จะไปไหนฮะ?” จุนโนะถามเมื่อจินจอดรถหน้าสถานที่ที่เหมือนเรียวคังแห่งหนึ่ง สถานที่ที่คนไม่พลุกพล่านมากนัก
“จะพาไปแช่น้ำร้อน”
“แช่น้ำร้อนในหน้าร้อนนี่ง่ะนะ” จุนโนะทำตาโต เมื่อจินฉุดเขาเดินลิ่วๆ เข้าไปด้านใน เรือนไม้สิบกว่าหลัง ปลูกเป็นทรงเตี้ยๆ ชั้นเดียว ทุกบ้านจะมีนอกชานยื่นออกมา แต่ละหลังจะมีอาณาบริเวณเป็นของตัวเอง โดยมีรั้วไม้ไผ่เล็กๆ กั้นเอาไว้ตรงทางเดิน
“รออยู่นี่ก่อนนะ” จินให้จุนโนะรออยู่หน้าสำนักงาน เขาเองเดินเข้าไปติดต่อขอเช่าห้องพักภายในนั้น สักพักก็เดินแกว่งกุญแจ ยิ้มหน้าระรื่นมาโอบบ่าเขาไปที่บ้านไม้หลังเล็กสุด
“เราจะไม่ไปแช่น้ำร้อนหรอก ร้อนจะตายชัก แต่จะมาพักผ่อน ที่นี่แหล่ะ ดีที่สุด มีสปาด้วยนะ ถ้าจุนโนะอยากใช้บริการก็ไปที่ห้องส่วนกลางได้เลย เขามีอาบน้ำแร่และก็นวดตัว”
“งั้นก็ดีน่ะซิฮะ” จุนโนะยิ้มออก
“ฮื่อ......แต่เอ....ฉันว่านะ อาบน้ำแร่คงไม่ต้อง” จินว่า
“อ้าว!!”
“เพราะฉันจะอาบให้ไง อาบด้วยกันใต้ฟองฝอยของฝักบัว และนวดสปานั่นก็.....”
“คงไม่ต้องอีก....” จุนโนะพูดแซงขึ้นมา ทำเอาจินหัวเราะชอบใจ เขาหอมแก้มจุนโนะฟอดหนึ่ง
“ถูกต้องแล้วครับ ที่รัก เพราะเรื่องนวดตัวฉันจะนวดให้จุนโนะเอง หรือว่าจะผลัดกันนวดดีเอ่ย....” จินยื่นหน้าพูดแล้วก็ต้องนิ่วหน้า เมื่อจุนโนะเล่นยืนบนเท้าของเขา ทิ้งน้ำหนักลงบนเท้าของเขาทั้งสองข้าง
“อยากกระแทกหน้าคนเอาเปรียบจังเลย” จุนโนะกระซิบริมหูของจิน พลางขยี้เท้าจนจินร้องโอ๊ย... ก็น้ำหนักของร่างสูงล้วนๆ นี่นา
“จุนโนะโหดกับเจ้านายได้ไง?”
“เจ้านายชีกอน่ะซิ” จุนโนะพูดแล้วก็ทำปากยื่นใส่ ซึ่งจินชอบนักชอบหนา เขาอดที่จะจูบปากเจ่อของจุนโนะไม่ได้ ยืนกอดกันตรงระเบียงด้านนอก จนจุนโนะต้องสะกิดยิกๆ เมื่อเห็นว่าอยู่นอกบ้านแบบนี้ จินสั่นหน้าแล้วบอกว่า มืดแล้วอายอะไร
“คุณไม่อายแต่ผมอายนี่นา...” จุนโนะฉุดแขนจินเข้าห้องด้านใน ชายหนุ่มเดินตามอย่างว่าง่าย เลื่อนประตูกรุกระดาษปิด แล้วจากนั้นก็หันมากอดจุนโนะ ทั้งปากและจมูกก็ซุกไซ้คนหน้าหวานไปทั่ว จนเด็กหนุ่มครางเบาๆ
“คืนนี้เราจะค้างที่นี่กันนะ” จินกระซิบ บดริมฝีปากกับแก้มนวล และวางคางสากไว้บนบ่าจุนโนะ
“คงไม่ได้นอนค้างอย่างเดียวละมังครับ”
“ใช่แล้ว จุนโนะพูดถูก สมเป็นเลขาของอะกานิชิ จินจริงๆ” จินยิ้มแป้น รีบรุนหลังเลขาคนสวยเข้าห้องน้ำ โดยความยินยอมของจุนโนะเองด้วย
........จุนโนะมองแผ่นหลังที่เดินนำเขาเข้าไปด้านใน ...ในเวลาอันน้อยนิดเช่นนี้ เขาคงตัดสินใจไม่ผิดหรอกนะที่จะทำตามใจตัวเอง เพราะในช่วงเวลาปิดเทอมที่เหลือนี้ เขาขอแค่เวลานี้เท่านั้นเอง.... เวลาที่เขาจะได้อยู่กับจิน.....

********************************

คาเมะเร่งเครื่องอย่างแรง ฝ่าความมืดไปที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่คนละทางกับบ้านพักของเขาหลังโรงงาน เขาบอกว่า เขากับยามะพีจะย้ายไปอยู่บ้านหลังใหม่ในคืนนี้
“ไปดูก่อน เผื่อยามะพีจะเปลี่ยนหลัง แต่ผมชอบหลังที่เราจะไปดูกัน” คาเมะพูดเสียงดังแข่งกับเครื่องยนต์ ยามะพีซบหน้ากับแผ่นหลังของเขา พลางถามว่า
“ทำไมคุณดูรีบร้อนจัง เอาไว้เรามาพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอฮะ?”
“ผมดูรีบร้อนเหรอ?... แย่จังนะ แต่ว่าอยากให้ยามะพีเห็นบ้านใหม่ของเราเร็วๆ และก็บ้านที่จะสร้างในที่ดินที่เคยพายามะพีไปดูน่ะ ผมกำลังติดต่อช่างก่อสร้างอยู่ ถ้าตกลงได้แล้วก็จะเริ่มก่อสร้างเลย ปิดเทอมกลางยามะพีก็คงได้เข้ามาอยู่แล้วล่ะ” คาเมะชะลอรถเมื่อเข้าเขตหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง เป็นบ้านตึกหลังเล็กๆ ซึ่งคาเมะบอกว่า เขาไม่ได้ซื้อ เพียงแต่เช่าเอาไว้

“เช่าไว้อยู่ไง ถ้าสร้างบ้านของเราเสร็จแล้วก็จะย้ายออก”
ชายหนุ่มจูงมือยามะพีเข้าไปภายใน ที่ยังเป็นบ้านใหม่ ไม่มีผู้ใดเคยมาอยู่ก่อนหน้านี้ กลิ่นสียังกรุ่นกระจาย แต่ว่ายามะพียังอุตส่าห์เห็นข้าวของเครื่องใช้ของเขาและของคาเมะวางกองอยู่ตรงมุมห้องรับแขก นี่หมายความว่า คาเมะไปเก็บข้าวของมาไว้ที่นี่ตั้งแต่เมื่อกลางวันซินะ....
“เข้าไปดูในห้องนอนกัน” คาเมะบอก แล้วก็ตรงรี่เข้าไปหยิบสัมภาระที่เอามาจากบ้านพัก เข้าไปด้านใน ซึ่งยามะพีก็เดินตามเข้าไปติดๆ
“ทำไมไม่บอกกันสักคำว่าจะย้ายมาอยู่ที่นี่วันนี้ ดูมันฉุกละหุกมากเลยนะครับ มีอะไรหรือเปล่า” ยามะพีถามด้วยความคลางแคลงใจ เพราะคาเมะดูจะรีบร้อนเกินความจำเป็น
“ไม่มีอะไรนี่นะ...เพียงแต่....”
“ทำไมเราไม่อยู่ที่บ้านพักอย่างเดิมล่ะฮะ...กลัวใครจะมาตามกลับบ้านอีกหรือไง?” ยามะพีดักคอ ซึ่งคาเมะเองก็สะดุ้งให้เห็น ยามะพีใจฝ่อ เขารีบเดินไปเปิดหน้าต่างออกกว้าง เพื่อไล่กลิ่นสีออกไป คาเมะไม่ได้ตอบคำถามเขา เห็นได้ชัดๆ เลยว่า คาเมะอึ้งไป คงจะจี้ใจดำล่ะซิ
“เออ.....คาเมะ....มีอะไรจะบอกผมหรือเปล่าฮะ?” ยามะพีเปิดโอกาส แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก

ถ้าบอกยามะพีตอนนี้.......จะดีมั้ยนะ...หรือว่าอาจถึงขั้นแตกหัก ยามะพีจะยอมรับเขาได้หรือเปล่า....คาเมะยืนนึกคำตอบอยู่นาน จนวงแขนบอบบางของคนรักสวมกอดเขาไว้ทางด้านหลัง เด็กหนุ่มซบใบหน้ากลางแผ่นหลังของเขา ส่งเสียงอู้อี้ออกมา
“คาเมะรักผมจริงหรือเปล่า?...ฮะ...?”
“ยามะพี....ผมรักคุณนะ...แม้ว่าเราจะรู้จักกันในระยะเวลาอันสั้น แต่ผมก็รักคุณ...”
“ถ้ารักแล้วมีอะไรปิดบังผมหรือเปล่า คาเมะมีคนอื่นอีกนอกจากผมใช่มั้ยฮะ?” คำถามที่ฟังดูแล้วเจือความน้อยใจนั้นทำให้คาเมะหมุนร่างมาหา กอดคนร่างบางมาไว้แนบอก เขากดศีรษะของยามะพีกับอกกว้างของตัวเอง คราวนี้ยามะพีไม่ได้กลิ่นน้ำหอมใดๆ โชยมาจากร่างของคาเมะเลย
“ถ้ามีล่ะ ยามะพีจะทำยังไง?”
“ผมก็จะไป... ไม่อยู่ให้เกะกะหรอกนะ...”
คาเมะอึ้ง ...ไม่ได้หรอก...ไม่ให้ไป...
“งั้น.....ผมไม่มีใครที่ไหนในหัวใจหรอกนะ นอกจากยามะพีคนเดียว...”
“จริงๆ นะครับ?” ยามะพีเงยหน้าขึ้นถาม สีหน้าดีขึ้น แม้ว่าดวงตาจะมีน้ำตาคลออยู่ก็ตาม คาเมะก้มมองแล้วก็กลืนน้ำลาย...
“ไม่มี....จริงๆ.....”
“แต่มีคนเห็นคาเมะเดินมากับผู้หญิงคนหนึ่ง ออกมาจากโรงแรมเมื่อเช้านี้” ยามะพีตัดสินใจถามออกมาตรงๆ แต่คาเมะเพียงแต่เลิกคิ้ว แล้วก็ขมวดจนคิ้วแทบจะพันกัน เขามองหน้าหวานของคนรัก เห็นสายตาที่มีเครื่องหมายคำถามอยู่เต็มไปหมด ริมฝีปากอวบเผยอขึ้นเพราะรอฟังคำตอบ

....ให้ตายเถอะ...ยามะพีรู้เรื่องของเขากับผู้หญิงคนนั้นมากน้อยแค่ไหนกันนะ.... แล้วทำไมถึงมีคนมาเห็นเขากับฮิโตมิหน้าโรงแรมได้.....เขาจะบอกความจริงไปดีมั้ยนะ...แต่ถ้าบอก ยามะพีก็ต้องจากไป....ไม่เอา....จะบอกได้อย่างไร...

บางทีถ้าฮิโตมิแต่งงานแล้ว อาจจะยุติเรื่องของเขากับยามะพีก็ได้ บางทีมันอาจจะเป็นแค่คำขู่ของผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้นเอง

“ไม่มีจริงๆ ... ไม่มีใครนอกจากยามะพี...” คาเมะพูดซ้ำประโยคเดิม เป็นเหมือนคำปลอบประโลมที่จะทำให้ยามะพีสบายใจอย่างประหลาด
ยามะพีกอดตอบเขา ซบหน้าแนบแผ่นอก เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเมื่อคาเมะจับเอวของเขาและบีบเบาๆ ฝ่ามือร้อนระอุคลึงเคล้าไปทั่วสะโพกเล็ก บีบเคล้นและดันจนร่างบางแอ่นมาหาตัวของคนรัก
คาเมะก้มหน้าลงประทับริมฝีปากอิ่มด้วยปากบางของตัวเอง ยามะพีแทบไม่หายใจ เข่าอ่อนยวบจนต้องกอดรั้งร่างของชายหนุ่มไว้
“คุณต้องการผมใช่มั้ย?” ยามะพีถามเบาๆ เมื่อคาเมะปล่อยริมฝีปากของเขาให้เป็นอิสระ
“ใช่...ทั้งรักและต้องการ ยามะพีจะอยู่ที่นี่กับผมตลอดเวลาได้มั้ย?” คาเมะเชยคางมนของคู่รักขึ้น มองซึ้งเข้าไปในดวงตากลมโตอ่อนหวาน
“ได้ครับ....คาเมะอยู่ที่ไหน ผมก็จะอยู่เคียงข้างเสมอ แม้ว่า.........เอ้อ....” เสียงพูดชะงักไป ยามะพีก้มหน้าลง ซ่อนหยาดน้ำจากสายตาของคาเมะ
“แม้ว่าอะไร?”
“แม้ว่าคาเมะจะไม่ได้มีผมคนเดียวก็ตาม...”

****************************

เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มอยู่หน้าบ้านพักของคาเมะนาชิ คาซึยะ คนขับถอดแว่นกันแดดออกโยนเอาไว้หน้ากระจกรถ หญิงสาวเดินฉับๆ มายืนเท้าเอวอยู่ที่หน้านอกชานบ้าน เห็นบ้านเงียบเชียบ ยามนี้ยังไม่น่าจะเป็นเวลาที่คาเมะจะออกไปทำงานนี่นา เธออุตส่าห์มาดักรอตั้งเแต่เช้า แต่ว่าก็คลาดกันจนได้
คนงานวัยกลางคนคนหนึ่งเดินมาหาด้วยความอยากรู้ เมื่อหญิงสาวหันขวับมามอง เขาก็ต้องสะดุ้ง นึกว่าใคร ที่แท้ก็...คุณลูกสาวเจ้าของโรงงานที่เขาทำงานอยู่นั่นเอง
“คาซึยะ ... ง่ะ เห็นเขาบ้างมั้ย?” เธอตวัดเสียงห้วนถาม โดยที่ไม่ได้หันมามองหน้า
“รู้สึกว่า จะไม่ได้กลับบ้านนะครับ ทั้งคู่เลย แฟนของเขาก็ไม่ได้มา” ชายคนนั้นตอบอย่างนอบน้อม
“แฟน?? เชอะ... ไอ้เด็กหน้าหวานนั่น... นี่คาซึยะคิดจะลองดีกับฉันหรือไง?”
ฮิโตมิเดินกลับไปนั่งกระแทกกระทั้นในรถ เธอรีบต่อสายถึงคาเมะทันที มีเหมือนเสียงไม่ได้รับสาย เธอจึงลองพยายามอยู่หลายครั้ง จนในที่สุดคาเมะก็รับสายจนได้
“นี่....คาซึยะ... มาหาฉันที่บ้านพักของเธอหลังเลิกงาน ฉันมีเอกสารจะให้เธอเซ็น”
“....................”
“ถ้าเธอไม่มา เป็นเรื่องแน่ๆ ยังไงๆ ก็มาตกลงกันก่อน เข้าใจมั้ย..?” พูดสั่งแค่นั้นก็ปิดโทรศัพท์ทันทีโดยไม่รอให้ฝ่ายตรงกันข้ามตอบปฏิเสธอะไรเลย...

ฮิโตมิขับรถต่อไปอย่างหัวเสีย นับวันคาเมะก็ยิ่งแข็งข้อขึ้นทุกที เด็กน้อยที่เคยเป็นที่รองรับอารมณ์ของเธอ เริ่มจะเป็นชายหนุ่มที่เธอไม่อาจคุมได้อีกต่อไป มีงานมีการทำ มีคนรักที่ออกอาการว่าแคร์มากแบบนั้น ทำให้หญิงสาวเกิดอาการร้อนรุ่มดังไฟ .... คาซึยะจะไม่เป็นของเธออีกต่อไปแล้วงั้นหรือ?...
เธอนึกถึงคนอีกคน คู่หมั้นรูปหล่อที่ควงไปไหนมาไหนด้วยความภาคภูมิใจ บัดนี้จินเองก็เริ่มจะตีตัวออกห่าง ถ้าเธอไม่เอาเรื่องการบริหารของบริษัทจินและของพ่อมาอ้าง จินก็คงจะไม่มีวันแต่งงานหรอก
ฮิโตมิบึ่งรถไปที่สำนักงานใหญ่ของโรงงานกระจกของจิน แต่เมื่อรู้ว่าจินไม่ได้มาทำงานที่บริษัท เธอก็ยิ่งหัวเสียหนักขึ้นไปอีก ก็เลยตรงดิ่งมาที่บ้านของชายหนุ่มทันที

เสียงลงส้นสูงตึงๆ ดังก้องไปทั่วห้องโถง มีเพียงคนรับใช้สองสามคนกำลังง่วนทำงานอยู่ชั้นล่าง และข้างบนล่ะ หญิงสาวไม่เห็นเลขาหน้าห้อง เพิ่งนึกออกว่าไปเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลหลายวันแล้ว จินก็คงนั่งทำงานอยู่ในนั้นคนเดียวซินะ
ฮิโตมิหยุดอยู่หน้าห้อง หยิบเครื่องสำอางมาแต่งแต้มสีสันบนใบหน้า ก่อนจะเดินนวยนาดเข้าไปในห้องโดยที่ไม่ได้เคาะประตู

นั่นไงจินเงยหน้าขึ้นมาจากแฟ้มเอกสาร แต่ว่าที่โต๊ะใหญ่นั่น นอกจากจินจะนั่งทำงานอยู่ที่ด้านในแล้ว อีกฟากหนึ่งของโต๊ะ มีใครคนหนึ่งกำลังนั่งจิ้มแป้นเครื่องคอม’ อยู่....
....เจ้าเด็กคนนั้น........จุนโนะสุเกะ.....
“แก.....มาอยู่ที่นี่ได้ไงหา?” เสียงแหวดังขึ้นทันที จุนโนะเงยหน้าขึ้นมองมาอย่างตกใจ แต่พอเห็นว่าเป็นใคร เขาก็ทำหน้าเรียบเฉย มีแต่ดวงตาคู่สวยเท่านั้นที่เบิกกว้าง และหันไปมองจินทันที
“นี่ คุณแอบหนีมาทำงานที่นี่ ที่แท้ก็หิ้วเจ้าหนุ่มคนนี้มากกกันที่นี่เอง... คงขาดกันไม่ได้เลยซินะ” ฮิโตมิทำเสียงเยาะหยัน ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงสด หยักขึ้นด้วยความดูแคลน
จุนโนะหันกลับมาสนใจหน้าจอคอมฯ ต่อ ไม่มีทีท่าจะหันมาต่อปากต่อคำด้วยเหมือนเคย

“จุนโนะเขามาทำงานแทนคุณเลขาหน้าห้อง คุณก็รู้นี่ว่าเขาป่วย” จินพูดพลางวางปากกาลง เขาเอนร่างพิงพนักเก้าอี้ วางมือประสานกันไว้บนอก ขณะมองหญิงสาวที่ยืนหน้าง้ำอยู่ตรงหน้า
ดวงตาเฉยเมยที่จินมองมามีแววตำหนิเธอ ดังนั้นฮิโตมิจึงเปลี่ยนท่าทีฉับพลัน หญิงสาวเดินอ้อมมาอิงสะโพกที่เท้าแขนเก้าอี้จิน ริมฝีปากสีสดแย้มเยือน
“ฉันไปดูแหวนแต่งงานมาแล้วนะคะ สองวง ก็เลยเอามาให้คุณดู แกะสลักนามสกุลของเราสองคนไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้าจะอาศัยให้คุณเป็นธุระให้ คงชาติหน้าถึงจะจัดการให้ จินจะดูสักหน่อยมั้ย แหวนแต่งงานของเรา” หญิงสาวว่าแล้ว ก็เปิดกระเป๋า วางกล่องแหวนแต่งงานบนโต๊ะ เจตนาจะวางไว้ตรงหน้าจุนโนะสุเกะพอดี

จุนโนะละสายตามองกล่องแหวนสี่เหลี่ยมที่กรุด้วยกำมะหยี่สีทองแว่บหนึ่ง แล้วก็หันมาสนใจงานตรงหน้าต่อ ทั้งๆ ที่ใจเจ็บจี๊ดขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน เขาอยากจะลุกออกไปจากที่นั่นเหลือเกิน ....ถ้า....ถ้าจะลุกไปตอนนี้ จินจะว่าอะไรมั้ยนะ

“แล้วเรื่องการ์ดแต่งงานล่ะคะ จะเอาแบบไหน ฉันเอาแคตตาล็อกมาให้คุณเลือกด้วย อ้อ...แล้วก็ช่างตัดเสื้อประจำของฉันน่ะ เขาถามว่า ทำไมไม่เอาว่าที่เจ้าบ่าวมาตัดชุดด้วย จินจะสละเวลาไปตัดชุดก่อนดีมั้ย?”
“ผมยังไม่ว่างเลย” จินพูด ปรายตามาทางเลขาคนสวยตรงหน้า เขาแอบเห็นจุนโนะเม้มปากแน่นสนิท จุนโนะตวัดดวงตาขึ้นมองหน้าเขาพอดี...ตาสบตา...เพียงแค่นิดเดียว จุนโนะก็ก้มหน้าทำงานต่อไปเรื่อยๆ ด้วยความอดทน
ฮิโตมิคะยั้นคะยอให้จินเลือกแบบการ์ดวันแต่งงาน แต่จินเพียงแค่ปรายตาดู แล้วก็พูดเนิบๆ
“เอาไว้ก่อนดีมั้ย... วันแต่งยังไม่ได้กำหนดอย่างเป็นทางการไม่ใช่หรือ..ผมว่าเราอย่าเพิ่งจัดการอะไรกันตอนนี้เลยนะ”
“เอ๊ะ...จิน!! พูดงี้ได้ไง... หรือคุณไม่อยากแต่งงานกับฉัน...” ฮิโตมิชักเริ่มขึ้นเสียง เธอเก็บแหวนเข้ากระเป๋า เป็นอาการกระชากจนจินต้องลุกขึ้น เขาเดินไปที่ริมหน้าต่าง เพื่อจะให้ฮิโตมิเดินตามมาด้วย
“เราคงมีเรื่องต้องพูดกันซะแล้วล่ะจิน...” เสียงเย็นชาของฝ่ายหญิงดังอยู่เบื้องหลัง
จินหันขวับมาดู ที่เบื้องหลังนั้น เขามองเลยไปที่ร่างโปร่งของจุนโนะที่กำลังลุกขึ้น และเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ ทิ้งให้เขาอยู่เผชิญหน้ากับฮิโตมิแต่เพียงลำพัง...........

*******************************

to be continue

comment ที่นี่จ้า...

Hosted by www.Geocities.ws

1