
CARAVAN LOVER.......
Vol 19
***************************
จุนโนะเงยหน้าขึ้น ยอมรับจุมพิตจากจินอย่างห้ามใจไม่อยู่เหมือนกัน รสจูบจากชายหนุ่มที่ประคองกอดเขาอยู่นี้ยิ่งทำให้รู้ซึ้งมากยิ่งขึ้น
ว่าเขาเต็มอกเต็มใจจะมอบกายให้ชายผู้นี้อย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าเพียงแต่จินต้องการ
และดูเหมือนมันก็เป็นเช่นนั้น....
จินละจากริมฝีปากของเขา จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่งามที่มองสบตาอย่างตื่นๆ ดวงหน้าของจุนโนะสุเกะยามกระทบกับแสงโคมสาดส่องมาจากภายนอกนั้น
ดูเรืองรองและงดงามยิ่งนัก จินหลับตาลงพยายามข่มอารมณ์ต้องการของตัวเอง แต่เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง
ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม
จุนโนะนั่งคุกเข่า โน้มตัวเอนอิงที่ลำตัวของเขา กลุ่มผมสลวยซุกซบกับบ่ากว้าง ร่างโปร่งบางสั่นเล็กน้อย
และดูเหมือนว่าลำแขนเพรียวของเด็กหนุ่มก็กำลังโอบรอบลำตัวของเขาเช่นกัน
จินลูบเส้นผมค่อนข้างยาวนั้นแผ่วเบา เมื่อจุนโนะเงยขึ้นสบตา จินก็มอบจุมพิตให้อีกครั้ง
เสียงครางกระหึ่มหลุดรอดมาจากปากบางของทั้งคู่ เมื่อแรงจูบนั้นรุนแรงยิ่งขึ้นด้วยความกระหายหิว
ฝ่ามือใหญ่ไล้ลูบโลมทั่วทั้งเนื้อตัวด้านข้างของจุนโนะ มือสอดเข้าไปในเสื้อเชิ้ตตัวบาง
หยุดนิ่งที่ผิวเนื้อนุ่มละมุนเหนือแผ่นท้อง ชายหนุ่มดึงเสื้อออกมานอกกางเกงของจุนโนะขณะที่มือซุกซนปลดกระดุมกางเกงเพื่อที่นิ้วเรียวยาวจะได้สอดเข้าไปภายในได้
อ๊ะ.... จุนโนะอุทานออกมาเบาๆ เมื่อรู้สึกถึงแรงกดจากปลายนิ้ว แต่ว่าริมฝีปากก็ยังถูกบดขยี้ต่อไป
เด็กหนุ่มหลับตาอย่างอ่อนระโหย พร้อมกับอาการหอบสะท้าน เขาแทบจะหยุดหายใจ เมื่อทุกหนทุกแห่งที่ได้รับสัมผัสจากปลายนิ้วของอะกานิชิ
จิน มันเร่าร้อนดังไฟ ที่จะแผดเผาอารมณ์ให้มอดไหม้
จุนโนะ...... จินดูดดื่มชิมรสจากกลีบปากบอบบางจนหนำใจแล้ว ก็วกสู่ซอกคอละมุน
ขณะที่ดึงร่างของเด็กหนุ่มให้แนบชิดมากยิ่งขึ้น จนรู้สึกได้ถึงความร้อนที่กรุ่นขึ้นจากผิวกายของจุนโนะ
เขาปลดเสื้อของหนุ่มน้อยออก ผลักไสให้มันไปไกลจากเนื้อตัว ลิ้มรสอันแสนหวานจากความอ่อนนุ่มของร่างบางเมื่อเขาลดกายลงคุกเข่าบนพื้นเสมอด้วยจุนโนะ
และโน้มร่างลงสัมผัสแผ่วหวิวเหนือยอดอกเม็ดเล็กของเด็กหนุ่ม
อืมมม...หวานจริงๆ เด็กดี... จินครางเสียงงึมงำขณะดูดกลืนยอดอกจนร่างโปร่งสั่นสะท้าน
จุนโนะกัดปากที่สั่นระริก แหงนเงยใบหน้าขึ้นเพื่อสูดอากาศเข้าปอดให้ได้มากที่สุดเพราะว่าเขากำลังจะขาดใจตาย
ณ บัดนี้
เมื่อจินเงยหน้าขึ้น สบตาเด็กหนุ่ม เห็นแววตารัญจวนเต้นหยอกล้อไหวระริก ฝ่ามือร้อนเร่าดึงกางเกงของจุนโนะลงมาและตามติดๆ
ด้วยกางเกงของเขา
ฉันต้องการนาย....จุนโนะสุเกะ...ได้มั้ย? จินมองดวงตาฉ่ำปรืออย่างแน่วแน่ ถ้าจุนโนะปฏิเสธ
เขาอาจจะต้องลงไปนอนดิ้นตาย แต่ว่าเขากลับไม่ได้รับคำใดๆ เอื้อนเอ่ยจากคนตรงหน้า
นอกจากว่าจุนโนะเอื้อมมือมาจับมือของเขาให้วางลงที่ตำแหน่งหัวใจ สัมผัสได้ถึงแรงเต้นรัวเร็วของหัวใจจุนโนะ
จากนั้นมือเดียวกันนี้ก็ดึงมือของเขามาที่ตำแหน่งอันเร้นลับของตัวเอง
จินมองจุนโนะเห็นเด็กหนุ่มก้มหน้าลง ไม่กล้าสบตาเขา เมื่อนั้นแหล่ะที่จินจึงรั้งสะโพกของจุนโนะมาชิดกาย
ให้รับรู้ถึงความต้องการในตัวที่มีต่อเลขาคนสวยคนนี้
เป็นของฉันนะ.... เขากระซิบที่ริมหูอย่างเว้าวอน จุนโนะได้แต่พยักหน้าอย่างอายๆ
จินจึงผลักร่างของเด็กหนุ่มเบาๆ ให้เอนราบกับพื้นพรม กอดรัดเรือนกายด้วยอ้อมกอดแข็งแกร่ง
บรรจุความรักใคร่ด้วยรอยจูบอันหนักหน่วงไปทั่วกาย จนร่างของจุนโนะแอ่นสะท้านและกอดตอบเขาราวกับกลัวว่าจินจะหายไปจากโลกนี้
จินไล้ฝ่ามือไปทั่วร่างของจุนโนะด้วยความอัศจรรย์ เห็นภายนอกว่างดงามแล้ว การได้สัมผัสลูบโลมทำให้เขายิ่งหลงใหล
ผิวกายเรียบเนียนนุ่มราวกับผิวกายของหญิงสาว จนอดใจไม่ให้ก้มลงจูบที่ผิวเนื้อนั้นไม่ได้
ชายหนุ่มขยับปากลงต่ำ ผ่านแผ่นท้องเรียบเนียนแน่น และครอบครองส่วนที่เขาต้องการเป็นเจ้าของ
จุนโนะร้องครางให้ได้ยิน จินเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเด็กหนุ่มเผยอกายขึ้นอย่างรัญจวน
จินก้มลงจูบไซร้กับผิวกายเบื้องหน้าต่อไป จนมาถึงจุดๆ หนึ่งที่เขาไม่อาจทนได้อีกต่อไป
ชายหนุ่มขยับกายเหนือร่างโปร่ง หยัดสะโพกขึ้น ก่อนจะกระแทกกายเข้าแนบกับสะโพกของจุนโนะ
คนอยู่ล่างสะดุ้งกายเฮือก ก่อนจะร้องครางเพราะความเจ็บกาย
จินชะงักและจุมพิตปลอบโยน น้ำตาร้อนๆ ไหลรินทางหางตาของจุนโนะสุเกะ แต่ก็ถูกริมฝีปากบางไล้เลียและจูบปลอบโยน
จนจุนโนะผ่อนคลาย จินจึงขยับกายอีกครั้ง และชักนำให้เด็กหนุ่มขยับตามจนถึงขั้นกอดรัดและปล่อยเสียงครวญครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่อีกต่อไป
อาาา....จุนโนะ......อาาา......
จินผลักดันเข้าสู่กายที่ชวนเชิญนั้น ครั้งแล้วครั้งเล่า จนจุนโนะเหนื่อยหอบและเผลอตัวขยุ้มบั้นท้ายของจินไว้แน่นอย่างลืมตัว
และจินก็ชอบเหลือเกินที่เล็บของจุนโนะจิกลงไปบนเนื้อหนังมังสาของเขา
......รักเสียงที่จุนโนะเปล่งออกมายามสุขสม
อ๋าาา...คะ...คุณจิน...อาาาา....
ให้ตายซิ... จินไม่เคยได้รับรู้ถึงอาการที่เขาเรียกว่าความสุขจนกระทั่งวันนี้ วันที่เขาได้ตัวจุนโนะ
วันนี้และครั้งนี้คือวันที่เขามีความสุขที่สุด..........
*************************
จินและจุนโนะยังนอนซบกันอยู่บนพื้นหน้าโซฟา และข้างหน้าต่างนั้นมีละอองฝนกระทบสาดกระทบหน้าต่าง
หยดเม็ดฝนรวมกันอยู่บนผนังกระจก จนก่อให้เกิดฝ้าขาวๆ อยู่ภายนอก
เสียงฝนตกดังเปาะแปะตั้งแต่เมื่อไร เขาสองคนไม่อาจทราบได้ จนเมื่อจินขยับร่างเปิดไฟที่โคมข้างโซฟา
แสงสีเหลืองอ่อนสว่างขึ้นเล็กน้อย แต่มันก็ทำให้จุนโนะยกมือขึ้นปิดหน้าของตัวเอง
ไม่ว่าห้องนั้นจะสว่างหรือสลัวเพียงน้อยนิดเช่นเวลานี้ เขาก็เกิดความรู้สึกอับอายเหลือทน ปล่อยกายปล่อยใจให้จินครอบครองไปแล้ว และจินเองก็ดูเหมือนจะไม่อายเสียด้วยซิ ชายหนุ่มยังมีเสื้อติดกายแต่เรือนกายท่อนล่างเปล่าเปลือย แถมยังนั่งมองเขาจากบนโซฟาเสียอีกแน่ะ
แสงไฟที่สาดส่องนั้นแตะต้องเรือนกายของจุนโนะสุเกะดูเป็นสีทองงดงาม เปล่งปลั่งเพราะประกายแห่งการทำรัก
ไม่มีส่วนไหนที่จะมีตำหนิ ...นอกจากมันจะสวยเกินชายเท่านั้นเอง
ร่างบางขยับกายอย่างอึดอัด เห็นสายตาของจินแบบนี้ จุนโนะก็อายเหลือทน จนต้องเผยอริมฝีปากบวมเป่งเอ่ยออกมา
คุณจินอย่ามองผมแบบนี้ซิฮะ จุนโนะครางเบาๆ พยายามมองหาเสื้อผ้าตัวเอง แต่พอจะคว้ากางเกงขึ้นมา
จินก็ลุกพรวดพราดขึ้น ตวัดเอวของจุนโนะจนร่างบางลอยมาตกบนโซฟาตัวเดียวกัน
คุณจิน...ปล่อยเถอะครับ....
ไม่...... เสียงจินแนบติดริมหู ฝ่ามือที่กางรัดเอวเขานั้น เน้นน้ำหนักที่สะดือบุ๋มของเด็กหนุ่ม
หลักฐานความต้องการของชายหนุ่มกดแนบกับสะโพกเปลือยของจุนโนะ ในขณะที่เสียงแหบพร่าของจินดังขึ้นอย่างไม่อายว่า
ฉันต้องการนายอีก....
อื๋อ......คุณจิน.......
นะจุนโนะนะ..... จินขบเม้มติ่งหูจนจุนโนะสะดุ้งเฮือก และเมื่อร่างของเขาถูกจับให้หันมาเผชิญหน้ากับจิน
จุนโนะเห็นดวงตาเว้าวอนอ่อนหวานนั้นแล้วก็ต้องโผเข้าหาอ้อมแขนที่เปิดกว้างของชายหนุ่มอีกครั้ง
ริมฝีปากกระทบกันเป็นจังหวะเดียวกับสายฝนกระหน่ำอยู่เบื้องนอก คราวนี้จุนโนะเป็นฝ่ายเอนกายอยู่เหนือร่างกายของจิน
บนโซฟานั่นเอง
เมื่อสิ้นลมฝนกระหน่ำแล้ว ก็สิ้นไฟอันร้อนแรง หลงเหลือแต่เสียงเปาะแปะของน้ำ...หยาดจากชายคากระทบบนระเบียงห้อง
จินขยับกายเล็กน้อยโดยมีร่างเปลือยของจุนโนะซบอยู่บนอก
หน้าอกแกร่งของชายหนุ่มกำลังถูกเล็บน้อยๆ กรีดเบาๆ เหนือยอดอก จุนโนะนอนกะพริบตาถี่ขณะหายใจขึ้นลงเป็นจังหวะเดียวกับแผ่นอกของเขา
คืนนี้ค้างที่นี่นะ.... ฝนตก แล้วก็...คงจะกลับลำบาก.. ฉันไม่ไปส่งให้หรอกนะ เพราะจุนโนะต้องค้างที่นี่กับฉัน
จินพูดพลางผงกหัวจูบผมชื้นข้างขมับของจุนโนะ
จะดีเหรอ?
ดีซิ...ฉันบอกดีก็ต้องว่าดี
ผมต้องเชื่อคุณด้วยเหรอ?
เชื่อซิ ต้องเชื่อ...เป็นของฉันแล้วก็ต้องเชื่อฉัน จินพูดอย่างหนักแน่น จนคนที่นอนซบต้องเผยอกายขึ้นมอง
หนุ่มน้อยทำปากยื่นใส่ จนจินอดหัวเราะไม่ได้ เขายื่นมือมาบีบปากของจุนโนะจนเด็กหนุ่มร้องลั่น
เจ็บนะ.....
จุนโนะเตรียมจะดื้ออีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย... จินหัวเราะไปด้วย ถามไปด้วย เขาลุกขึ้นนั่งแต่ก็ประคองกายจุนโนะให้ซุกในอ้อมแขน
อยู่ด้วยกันที่นี่เสียเลยเป็นไง...ก็ดีเหมือนกันนะ อยู่กับฉันห้องเดียวกัน เช้ามาก็ทำงาน
เย็นก็กินข้าวด้วยกัน พอตกกลางคืนเราก็....... ชายหนุ่มหยุดคำพูดด้วยดวงตาอันมีความหมายชนิดที่ไม่ต้องบอกก็รู้
แหม.....พอได้เค้าแล้วก็เตรียมให้อยู่บำเรอเชียะ จุนโนะค้อนตาคว่ำ ทุบกำปั้นน้อยๆ
ที่หน้าขาของชายหนุ่ม
ไม่ใช่บำเรอหรอก จุนโนะก็มีความสุขในสิ่งที่เราทำด้วยกันใช่มั้ยล่ะ แบบนี้จะเรียกบำเรอได้ไง
ฉันเองต่างหากที่ตกเป็นนายบำเรอของนายน่ะ
เอ๊....ผมเหรอฮะ? จุนโนะชี้ที่หน้าตัวเอง จินก็เลยพยักหน้างึก จับนิ้วนั้นมากุมไว้แนบแก้ม
ฉันสารภาพไปหมดเปลือกแล้วนา.....ว่ารักนายน่ะ แต่ไม่เห็นนายตอบรับรักสักคำ
ก็ได้ตัวผมไปแล้วนี่ ยังต้องการอะไรอีก? จุนโนะเป็นฝ่ายก้มหน้านิ่ง
ก็เจ้านายคนนี้อยากฟังจากปากสวยๆ ของนายนี่นา จินจ้องหน้าคาดคั้น แต่เด็กหนุ่มส่ายหน้าและยิ้มเศร้าๆ
ขณะบอกว่า
ไม่บอกหรอก ยังไงๆ ก็ไม่มีวันบอก แม้ว่าคุณจะอยากฟังเพียงใดก็ตาม เพราะ.... สักวันหนึ่ง
คำๆ นั้นมันก็ไม่มีความสำคัญสำหรับคุณอีกต่อไป ในเมื่อวันใดวันหนึ่งที่คุณต้องจากผมไป
หรือว่าอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้ ที่ผมต้องกลับโตเกียว เมื่อผมไปแล้ว คุณก็จะลืมเรื่องของเรา
และอาจจะลืมทุกถ้อยคำที่ผมได้พูด คำว่ารักที่คุณต้องการฟังมันก็จะไม่มีความหมายอะไรเลย....
ท้ายประโยคหางเสียงออกจะแปร่งๆ จนคนฟังสะดุด จุนโนะเงียบเสียงลงโดยการขยับกายอย่างอ่อนล้า
เรือนกายที่ถูกจินโหมกระหน่ำทำให้เขาซวนเซ จนจินต้องช่วยพยุง เมื่อเด็กหนุ่มเหลียวหาเสื้อผ้า
จินจึงจับมันยัดใส่มือของเขา
ที่นายพูดเมื่อกี้น่ะ ฉันถือว่าจุนโนะดูถูกใจของฉันนะ คนอย่างฉันไม่เคยลืมอะไรง่ายๆ
รักก็บอกว่ารัก เบื่อก็บอกว่าเบื่อ แต่กับความรู้สึกที่ฉันมีกับนาย มันคือสิ่งที่ออกมาจากหัวใจ
.....ถ้าอยากจะฟังซ้ำก็จะบอกให้ได้ยินจนเต็มสองรูหูว่า ฉัน...รัก...นาย...ได้ยินชัดมั้ย?
ได้ยินครับ... จุนโนะตอบด้วยเสียงราบเรียบ เขาใส่เสื้อผ้าไปพลางก็ปรายตามองนายจ้าง
จินเองก็เริ่มใส่กางเกงแล้วเหมือนกัน เมื่อเขาใส่เสื้อเชิ้ตเสร็จ จินก็คว้าข้อมือของเขาหมับ
ไปรอฉันที่ห้อง เดี๋ยวจะพาไป อาบน้ำซะ อนุญาตให้ใช้เสื้อผ้าของฉันในตู้ได้ ขอเวลาฉันหม่ำข้าวก่อนแล้วเราจะนอนคุยกัน
จินไม่รอฟังคำตอบรับหรือปฏิเสธ เขาฉุดแขนจุนโนะออกไปนอกห้องทำงาน โชคดีที่ไม่มีคนรับใช้อยู่ให้เกะกะสายตา
ชายหนุ่มพาจุนโนะไปที่ห้องด้านในสุด เป็นห้องที่จุนโนะไม่เคยคิดว่าจะได้มาเหยียบย่างเข้าไป
แต่จินกลับจับเขายัดใส่ห้องแล้วก็ชี้ไปที่ห้องน้ำและตู้เสื้อผ้า
จัดการซะ เดี๋ยวมา ว่าแค่นั้นก็ปิดประตูไล่หลังดังปัง ทิ้งให้เด็กหนุ่มยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้อง
เหลียวมองแผ่นไม้ที่กั้นเขากับอะกานิชิ จิน...เขาเดินลากขาเข้าห้องน้ำ สำรวจเนื้อตัวของตัวเอง
สารรูปแบบนี้ซินะ ที่เพิ่งจะได้หยาดหยดแห่งการร่วมรักอันหวานชื่นมา
ไม่ได้ถูกบังคับขืนใจ สีหน้าถึงได้ดูเปล่งปลั่งด้วยเลือดแห่งวัยหนุ่ม แก้มสีฝาดระเรื่อ
ริมฝีปากบวมเป่งเพราะถูกจุมพิตนับครั้งไม่ถ้วน และยังจะ.........
จุนโนะถอดเสื้อผ้าออก ยืนหมุนกายหน้ากระจก รอยคิสมาร์กและรอยช้ำจากน้ำมือของจินแต่งแต้มให้เห็นทั่วตัว
คิดถึงความร้อนแรงของเหตุการณ์เมื่อครู่แล้วก็หน้าร้อนผ่าว นี่เขาทำเรื่องน่าอับอายแบบนี้ไปได้อย่างไรกันนะ....
...ไมได้ร้องห้าม หนำซ้ำยังตอบสนองอย่างเต็มอกเต็มใจเสียอีกแน่ะ...
เด็กหนุ่มรีบอาบน้ำชำระล้างคราบสวาทออกจากร่างกาย ละเลงฟองสบู่หอมนุ่มทั่วตัว ลูบไล้จนทั่ว พอนิ้วมือแตะต้องบางส่วนของร่างกายเขาก็สะดุ้งเพราะมีอาการเจ็บในบางที่ แต่ในความเจ็บปวดนั้นมันก็เจือด้วยความสุขสม ไม่ใช่หรือ...
*******************
เสียงนกร้องจิ๊บๆ อยู่นอกหน้าต่าง จินขยี้ตาเพื่อเพ่งมองออกไปด้านนอก เขาเห็นหยาดน้ำหลังฝนตกหยดมาจากชายคา
แสงสว่างยามเช้าทอประกายสดใส วันนี้ท้องฟ้าช่างสวยงามจริงๆ เขาหันมามองร่างบางที่นอนขดตัวอยู่ในอ้อมแขน
จุนโนะนอนหลับตาพริ้มยั่วยวนด้วยร่างกายที่เปล่าเปลือย รสรักที่ผ่านมาทั้งคืนปรากฏให้เห็นเป็นหลักฐานทุกหนแห่งตามเนื้อตัว
จินจุมพิตแผ่วเบาที่เปลือกตาทั้งสองข้าง ความรู้สึกหวงแหนบังเกิดขึ้น ปนเปไปกับความรักความหลงที่เขามีให้
จุนโนะ......เช้าแล้วนะ ตื่นได้แล้ว... จินจูบไล่ต่ำจากดวงตามาถึงพวงแก้มและมุมปาก
จุนโนะกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ความง่วงงุนออกไป เมื่อลืมตาเต็มที่ ก็เห็นใบหน้าคมคร้ามของอะกานิชิ
จินลอยเด่นอยู่ตรงหน้า รอยยิ้มที่มุมปากนั้นมันเจ้าเล่ห์จนจุนโนะต้องเมินหลบ เขาคว้าผ้าห่มปลายเตียงมาคลุมร่าง
และก็ถอยกายลงจากเตียงทั้งๆ ที่ยังมีผ้าคลุมกาย ส่วนชายผ้าก็ห้อยละลงที่พื้น จินหัวเราะ
เขาฉวยปลายผ้าแล้วก็กระตุกแรงๆ ร่างโปร่งบางก็แทบจะถลาเข้ามา
ไม่เอานะฮะ... สายแล้ว อาบน้ำไปทำงานกันได้แล้ว จุนโนะโวยวายเมื่อจินยังสาวผ้าห่มไม่หยุดจนร่างของจุนโนะที่ยื้อปลายอีกด้านหนึ่งไว้แทบจะล้มลงมากองตรงหน้า
งั้นอาบด้วยกัน จินว่าเข้านั่น ก็เลยได้ค้อนหลายตลบจากดวงตาคู่สวยนั่น
ไม่เอา
ฉันขี้เกียจรอนายอาบน้ำ นานจะตาย เสียเวลาด้วย มาอาบกันเถอะ
เอ๊...คุณจิน....
เลิกเรียกคุณจินได้แล้ว...เรียกจินเฉยๆ ดีกว่า มาถึงป่านนี้แล้ว เราเป็นคนๆ เดียวกันแล้วนะจุนโนะ
จินยิ้ม เขาปล่อยผ้าห่มของจุนโนะ และก็เดินตัวเปล่าเข้ามาฉวยเอวเด็กหนุ่มแน่น หัวเราะเสียงพร่าอย่างยั่วเย้าก่อนจะรุนหลังคนน่ารักเข้าห้องน้ำไปอย่างที่จุนโนะไม่มีทางจะขัดขืนเลย
******************************
คาเมะเพิ่งจะเสร็จจากการทานอาหารกลางวันเมื่อเขาเดินไปส่งยามะพีที่ห้องทำงาน อ้อยอิ่งจีบกันนิดหน่อยพอหอมปากหอมคอ แต่หลังจากนั้นเขาก็ตรงดิ่งออกนอกโรงงานเพราะได้รับโทรศัพท์จากพ่อเลี้ยงให้ไปหาที่ห้องอาหารในโรงแรมแห่งหนึ่งในตัวเมือง......
ไงเรา? ตัดสินใจได้หรือยัง? เป็นคำแรกที่พ่อเลี้ยงเอ่ยถาม คาเมะขยับกายอย่างอึดอัด
เขาเหลือบมองฮิโตมิที่นั่งยิ้มอยู่ข้างพ่อเลี้ยง หญิงสาวกรีดนิ้วรอบขอบแก้วขณะเผยอยิ้ม
ฉันว่าคาซึยะน่าจะไปเรียนต่อเมืองนอกมากกว่านะจ๊ะ...จบโทแล้วจะได้มาช่วยคุณพ่อทำงาน
ที่ให้เวลาคิดคืนหนึ่งก็น่าจะตัดสินใจได้ นอกจากจะมีอะไรห่วงทางนี้ เธอว่าพลางจิบวิสกี้ด้วยท่วงท่ากรีดกราย
นั่นน่ะซิ คาเมะจังมีคนรักทางนี้หรือเปล่าล่ะ? พ่อเลี้ยงถาม คาเมะพยักหน้างึกๆ
ผมไม่ไปไหนหรอกฮะ ผมมีคนรักแล้ว... คำกล่าวนั้น เล่นเอาฮิโตมิกระแทกแก้วกับโต๊ะด้วยความลืมตัว
มีอะไรหรือฮิโตมิ? ผู้เป็นพ่อเลิกคิ้วถาม ฝ่ายหญิงได้แต่หัวเราะเจื่อนๆ ส่ายหน้าปฏิเสธ
ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณพ่อ แค่หมั่นไส้ลูกเลี้ยงของคุณพ่อก็เท่านั้น คนอะไร เสนอสิ่งดีๆ
ให้ไม่เอา เชอะ!!
ผมไม่ไปไหนทั้งนั้นครับ ผมจะทำงานโรงงานกระดาษ ไม่ไปเรียนต่อหรือทำงานธนาคารอะไรทั้งนั้น
ผมตัดสินใจแล้ว... คาเมะยืนกรานปฏิเสธ เล่นเอาคุณพ่อเลี้ยงมองหน้าตึง
นึกว่าเห็นแก่แม่ของเธอเถอะนะ ฮิโตมิเขาจะรับช่วงโรงงานกระดาษ พอเขาแต่งงานแล้ว
พ่อก็จะยกให้เขากับสามีดูแล ส่วนธนาคารน่ะ พ่อก็อยากได้คนรับช่วงต่อ ก็มีนายคนเดียวนั่นแหล่ะ
คาเมะจัง.... นะ พ่อติดต่อที่เรียนที่อเมริกาให้แล้ว
ไม่ฮะ....ไม่ไป...ผมมีคนรักแล้ว จะไม่ไปไหนทั้งนั้น!! คาเมะเสียงเริ่มแข็ง แล้วก็หันมาจ้องหน้าพ่อเลี้ยงเอาตรงๆ
ขณะถามเสียงชัดถ้อยชัดคำว่า
ผมขอถามจริงๆ เถอะ ที่จะส่งผมไปเรียนไกลๆ นี่เพราะจุดประสงค์อย่างอื่นใช่มั้ย...คนอย่างคุณน่ะเหรอจะมาห่วงใยผม
นอกจากแม่แล้วคุณก็ไม่แยแสผมหรอก.... คุณกลัวอะไรบางอย่างหรือเปล่ากับการที่เห็นผมอยู่ที่นี่
ที่เซนไดนี้.... คาเมะปรายตามองพี่สาวคนสวยที่นั่งนิ่งขึง ดวงหน้าที่ตกแต่งอย่างงดงามมองชายหนุ่มเขม็ง
ฮิโตมิกำลังจะแต่งงาน... พ่อเลี้ยงพูดเสียงเนิบๆ ท่าทางเฉยเมยจนคนฟังเริ่มรู้สึกถึงกระแสความเย็นเฉียบออกมาจากร่างหนาของชายสูงวัยคนนี้
ใบหน้าแก่กร้านมองลูกสาวคนเดียวและก็หันมามองคาเมะ ริ้วรอยกังวลปรากฏขึ้นบนใบหน้าชรานั้น
แล้วยังไงครับ? คาเมะถาม
...ชายสูงวัยจุดไลท์เตอร์ที่ปลายซิการ์มวนใหญ่ เขาอัดควันเข้าปอด พ่นควันออกมาด้วยความอัดอั้น...
ถ้าเป็นเธอ เธอจะทำอย่างไร ถ้าลูกสาวคนเดียวกำลังจะแต่งงาน แต่ว่ามีไอ้น้องเลี้ยงคอยมาตามตอแย
หาทางปลุกปล้ำอยู่ตลอดเวลา
ว่าไงนะครับ!!??? คาเมะร้องเสียงหลง เขาหันขวับมาจ้องหน้าจ้องตาตัวต้นเรื่องที่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่ข้างๆ
ฮิโตมิก็เลยพูดเสียงสั่นเครือออกมาว่า
ฉันเล่าให้พ่อฟังหมดแล้ว เรื่องที่เรามีอะไรกัน ...เอ้อ...ที่นายใช้กำลังบังคับฉันมาโดยตลอด
พ่อก็เลยคิดว่า เรื่องของเราไม่ควรจะให้คนอื่นรับรู้ และมันควรจะจบลงก่อนพิธีวิวาห์จะเริ่มขึ้น...
ผมน่ะเหรอใช้กำลังบังคับขืนใจพี่...ฮิโตมิ!!
ใช่....นายขืนใจฉัน ตั้งแต่อยู่ที่บ้านและทุกที่ที่นายมีโอกาส ฮิโตมิพูดหน้าตาเฉย
คำพูดแต่ละคำที่ออกมาจากปากนั่นล้วนแต่เป็นปากปีศาจชัดๆ
ผมไม่เคยขืนใจใคร ...ฟังนะครับคุณพ่อเลี้ยง... ผมต่างหากที่เป็นฝ่ายถูกข่มขืน
ลูกสาวคุณน่ะใช้เล่ห์มารยาล่อผมมาไม่รู้จะกี่ครั้งแล้ว หัดดูความจริงซะบ้างซิ
ชายหนุ่มเริ่มเอะอะ เรื่องอะไรจะยอมให้ถูกใส่ความข้างเดียวล่ะ แต่ว่าฝ่ายคนเป็นพ่อเลี้ยงจะเข้าใจมากน้อยสักแค่ไหน
ลูกสาวว่าอย่างไรก็เชื่อสนิท
ดังนั้นผู้สูงวัยจึงสั่นหน้าพลางชี้หน้าลูกเลี้ยง
บ้าหรือไง...มีผู้หญิงที่ไหนเขาจะทำแบบนั้นบ้าง ฉันเองก็เคยเห็นเธอออกมาจากห้องของลูกสาวฉันบ่อยๆ
เมื่อก่อนนี้ รวมทั้งเมื่อคืนด้วย ฉันตัดสินใจอยู่นาน ทีแรกก็ว่าจะปล่อยไป แต่เมื่อฮิโตมิกำลังจะแต่งงานอยู่แล้ว
ฉันถึงปล่อยให้เธออยู่ที่นี่ไม่ได้...เธอทำแบบนี้มันแย่มากเลยนะ ไม่เป็นลูกผู้ชายเลย
ดีแค่ไหนแล้วที่ฉันยื่นข้อเสนอที่เป็นผลดีให้กับเธอ แทนที่จะลากเธอให้ตำรวจ นับว่าฉันยังเห็นแก่แม่ของเธออยู่หรอกนะ
อย่างน้อยเขาก็เป็นเมียฉัน
ผม.....ผมไม่เคยเริ่มเรื่องก่อนจริงๆ นะครับ พี่ฮิโตมิเป็นคนฉุดผมเข้าห้อง คาเมะโมโหจนแทบจะล้มโต๊ะ
แต่ฮิโตมิกลับชี้หน้าเขา
คาซึยะ!! ฉันตัวเล็กกว่านะยะ จะมาลากนายเข้าห้องได้ไง...ไม่เป็นลูกผู้ชายเลยนี่...
ฮิโตมิ!! คาเมะผุดลุกขึ้นทันที ใบหน้าเครียดเขม็ง เขากำหมัดแน่นราวกับอยากจะกระแทกหน้าใครสักคน
...ไม่พ่อเลี้ยงก็พี่สาวตัวดีนั่นแหล่ะ
เธอ...นังตัวแสบ.... คาเมะคำรามออกมาอย่างเหลืออด
คาซึยะ นายกล้าว่าฉันอย่างงี้เลยเรอะ?
เออ!!...เธอนี่มันเลวจริงๆ ...งั้นก็ดีแล้ว ต่อไปนี้ไม่ต้องมาให้ผมเห็นหน้าอีก
ไม่ต้องเกี่ยวข้องกันอีกทั้งชาติเลย ผมไม่อยากข้องแวะกับคุณอยู่แล้ว... เธอต่างหากหน้าด้านมาหาผมเอง...แล้วมาโยนขี้ใส่ผมอีก...ไม่เรียกว่า
นังตัวแสบแล้วจะให้เรียกว่าไง? เรื่องที่เธอจะแต่งงานกับใครมันไม่เกี่ยวกับผมอยู่แล้วนี่
ไม่เคยคิดจะเที่ยวไปโพทนาให้ว่าที่สามีของเธอรู้ เพราะงั้นไม่ต้องกลัวหรอกว่าพี่จินเขาจะมารับรู้ว่าเมียของเขาน่ะมั่วโลกีย์แค่ไหน...
.......เพี้ยะ......
เสียงฝ่ามือกระทบแก้มข้างหนึ่ง มันชาดิกไปทั้งหน้า คาเมะหันมามองคนตบ เห็นพ่อเลี้ยงยืนชี้หน้าเขาด้วยดวงตาวาวโรจน์
แกนี่มันเลวจริงๆ ฉันจะส่งแกไปให้พ้นจากลูกสาวฉันให้ได้...เดือนหน้าเตรียมตัวไปอเมริกาได้
คาเมะกุมแก้มข้างที่โดนตบ น้ำตาคลอด้วยความคับแค้นใจ
จะมาบังคับกันง่ายๆ น่ะเหรอ ....ไม่มีทาง...
ผมโตแล้ว...บรรลุนิติภาวะแล้ว ใครก็มาบังคับผมไม่ได้!!
แม้แต่แม่ของเธอน่ะเหรอ? คุณพ่อเลี้ยงเอ่ยด้วยเสียงเย็นเฉียบ.......
ตามองตากันนิ่งนาน... คาเมะไม่เคยนึกเกลียดพ่อเลี้ยงของเขาเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งบัดนี้
ความเกลียดนั้นคืบคลานเข้ามาจับจองทุกห้องหัวใจ....
.......ชายหนุ่มสะบัดหน้า เดินออกไปจากห้องอาหาร ไม่สนใจใยดีแม้แต่เสียงโวยวายของพ่อเลี้ยงที่ดังตามหลังมา
เขาเดินจะถึงหน้าถนนอยู่แล้วเมื่อฮิโตมิวิ่งมาคว้าแขนของเขาเอาไว้ ใบหน้าสวยงดงามแบบปีศาจแนบกับไหล่กว้าง พร้อมกับเสียงออเซาะฉอเลาะดังอยู่ข้างกาย
"เดี๋ยวซิคาซึยะ คอยฉันก่อน"
"ยังมีหน้ามาพูดอีก...หน้าด้านหน้าทนจริงๆ" คาเมะพยายามสลัดตัวออกแต่หญิงสาวกอดแขนเขาไว้แน่น
พลางเกลือกหน้าพูดเสียงอ่อนโยนขึ้น
เห็นใจพี่เถอะนะ คาซึยะ พี่ต้องพูดแบบนั้นกับพ่อ จะให้พี่บอกความจริงได้ยังไงว่าอะไรเป็นอะไร...
คาเมะนิ่งเงียบ เขายืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าโรงแรมนั่นเอง ปล่อยให้หญิงสาวพูดออกมา....อยากพูดอะไรก็พูด
พี่กลัวจินจะรู้เรื่องของเราถ้าเธอยังอยู่ที่เซนได ...สักวันเขาอาจจะรู้...พี่ก็เลยแนะให้พ่อส่งนายไปเรียนที่เมืองนอก...ฉันขอโทษนะคาซึยะ...
รู้ว่ามันจะมีเรื่องยุ่งยากแบบนี้แล้วมายุ่งกับผมทำไมกัน... ผมเองน่ะ ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวอะไรกับพี่ด้วยซะหน่อย...แต่พี่เองนั่นแหล่ะมาโยนสิ่งปฏิกูลใส่ผม...
และเรื่องของเรามันน่าจะจบได้แล้ว ผมเองน่ะก็ไม่เคยนึกอยากจะบอกเรื่องน่าทุเรศแบบนี้หรอกนะ
...พี่วางใจได้ ผมไม่บอกพี่จินหรอก
แต่ฉันไม่ไว้ใจ
ผมไม่เหมือนพี่หรอกนะ ฮิโตมิ!! คาเมะพยายามจะแกะมือเหนียวๆ ที่เกาะแขนเขาออก
แต่ใบหน้างดงามของพี่สาวสุดแสบกลับแหงนเงยขึ้น กระซิบเสียงกร้าว
ถ้าเธอไม่ยอมไปอเมริกา ฉันจะบอกเรื่องของเราให้แฟนเธอรู้...ไปคิดดูให้ดี...น้องชาย...
หญิงสาวเขย่งตัวจุ๊บแก้มคาเมะ จากนั้นร่างบางจึงเดินลงส้นเดินจากไป ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนหน้าแดงเพราะความโกรธอยู่ริมถนน....
........จะบอกยามะพีให้รู้......
นังตัวแสบของเขากระซิบบอกเช่นนั้น
....ไม่....
...ไม่ได้นะ....เขาไม่อยากเสียยามะพีไป.....เขาทนไม่ได้.......
คาเมะรีบขึ้นรถเข้าเมืองในทันที อย่างน้อยเขาก็ต้องไม่ให้ฮิโตมิพบกับยามะพีได้....
ชายหนุ่มคาเมนาชิไปแล้ว แต่จะมีโอกาสรู้หรือไม่ว่ามีสายตาสองคู่ที่นั่งจิบน้ำชากันอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนจับตามองอยู่อย่างแปลกใจระคนสงสัย.........
***************************
เวลาต่อมา .. จินอาสาเป็นสารถีพาจุนโนะไปเก็บเสื้อผ้าและของใช้กลับมายังคฤหาสน์แสนงาม
เป็นอันว่าจุนโนะต้องรับหน้าที่หนักทั้งงานราษฎร์และงานหลวง แต่ก็ด้วยความเต็มใจของเขาเอง
เขาถูกย้ายเข้ามานั่งในห้องของจิน บนโต๊ะเดียวกัน เป็นทั้งที่ทำงานของจินข้างหนึ่งและอีกข้างก็มีเลขาหน้าหวานคอยทำงานด้วยกัน
...จินรู้สึกอิ่มเอมและอารมณ์ดีทั้งวัน นั่งตรวจงานไปพลางมองหน้าจุนโนะไปพลาง แต่พอหนุ่มน้อยตรงหน้าเงยขึ้นสบตา
เขาก็รีบกระแอมแล้วก็เมินหน้ามองนอกหน้าต่างทันที
เมื่อถึงเวลาพักในช่วงบ่าย จินชวนจุนโนะไปเดินเล่นในสวนหน้าบ้าน ...เมื่อได้โอกาส อ้อมแขนแข็งแกร่งก็ไม่รีรอที่จะโอบรอบบ่าบอบบางของจุนโนะสุเกะ ศีรษะได้รูปของคุณเลขาเอนซบกับบ่ากว้างขณะเดินไปด้วยกัน โดยมีร็อกกี้วิ่งพันแข้งพันขาไม่ยอมห่าง สีหน้าของสองหนุ่มเริงรื่นเบิกบาน ...วันนั้นงานไม่ค่อยเดินหน้าสักเท่าไร แต่ความรักนี่ซิผลิดอกออกผลเร็วทันใจ
เมื่อเสร็จจากการตรวจแฟ้ม ...จินบิดตัวอย่างเมื่อยขบ เขาลุกมานั่งทอดอารมณ์บนโซฟาข้างหน้าต่าง
เขาจิบเบียร์ขณะมองด้านหลังของจุนโนะสุเกะ เลขาคนสวยนั่งตัวตรงแน๋วทำงานอย่างตั้งใจ
แม้เมื่อคนเป็นเจ้านายย่องเงียบกริบมาด้านหลัง จุนโนะก็ยังไม่รู้ตัว จนเมื่อมีวงแขนสอดเข้ารอบเอวนั่นแหล่ะ
ร่างบางก็ถึงกลับสะดุ้ง พอจะเงยหน้าเหลียวมามอง แก้มนวลจึงถูกจุมพิตเบาๆ หนุ่มน้อยทำตาโตจนจินอดหัวเราะไม่ได้
เป็นไง ขยันจริงนะ พักก่อนเถอะ ชายหนุ่มดึงร่างโปร่งให้ลุกขึ้น จูงไปนั่งเอนหลังบนโซฟายาว
ในขณะที่มีร่างใหญ่ของเขาทาบทับ
เอ๊.....คนจะทำงานนะครับ... จุนโนะท้วง แต่ใบหน้าคมของจินก็โน้มมาใกล้แล้ว
ก็ให้พักไง ชายหนุ่มว่า
จะพักได้แน่หรือ สิ้นเสียงของจุนโนะ ริมฝีปากก็ถูกประทับอย่างอ่อนหวาน ......
หวานเสียจนไม่ได้ยินแม้แต่เสียงฝีเท้าสองเสียงเดินมาหยุดอยู่ไม่ห่าง
อะแฮ้ม....
ทั้งจินและจุนโนะสะดุ้งเมื่อเสียงกระแอมดังขึ้น ใบหน้าที่แนบชิดกันนั้นรีบผละออกจากกัน
หน้าจุนโนะเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดในขณะที่จินมีสีหน้าเรียบเฉย แต่มีรอยยิ้มระบายไปทั่วหน้า
ฮั่นแน่!! พวกเรามาขัดจังหวะหรือเปล่าเนี่ย... เป็นเสียงจากหนุ่มน้อย คุซาโนะ
จุนโนะยิ้มเจื่อนๆ ซ่อนหน้าอายอยู่เบื้องหลังจิน แต่คนมาเยือนอีกคนหนึ่งนี่ซิ มองจินอย่างมีความหมาย
ยูอิจิจ้องหน้าเพื่อนรัก แล้วก็บอกว่า
ฉันมีเรื่องจะพูดกับนาย เขาชายตามาทางจุนโนะสุเกะ แล้วก็คุซาโนะ
ยูอิจิยิ้มให้จุนโนะและก็บอกว่าวันนี้อากาศดี คุซาโนะน่าจะชวนจุนโนะออกไปสูดอากาศสักหน่อยนะ
คุซาโนะพยักหน้า ฉุดแขนเลขาพี่ชายออกไปเดินเล่น
เมื่อลับร่างของทั้งสองหนุ่มนั้นแล้ว ยูอิจิถึงได้ถามจินเอาตรงๆ
เมื่อกี้ตาฉันไม่ได้ฝาดใช่มั้ย ที่เห็นนายกับเด็กคนนั้นกำลัง.....เอ้อ..... ยูอิจิหยุดพูด
เอานิ้วมาชนกัน
ก็แล้วแต่จะคิดนะ จินตอบ เขาตบที่นั่งข้างๆ เป็นการชวนให้เพื่อนรักนั่ง
นายกับจุนโนะสุเกะไปไกลกว่าที่ฉันคิดนะ หมายความตามรูปในเน็ตใช่มั้ย คงปฏิเสธไม่ได้แน่
ใช่มั้ยวะไอ้จิน
อือ.....ฉันรักเขาว่ะ ...รักอย่างบอกไม่ถูก
หา? ไอ้จิน...นี่นายสารภาพเอาตรงๆ เลยเหรอ? ยูอิจิทำตาโต ตบเข่าดังฉาด เป็นอย่างที่คิดจริงๆ
ด้วย จินทำเรื่องในเน็ตให้เป็นความจริงขึ้นมาซะแล้ว......
แล้วเอาฮิโตมิไปไว้ไหน?
เฮ้อ........
จินตอบไม่ถูก เขาได้แต่ถอนใจเฮือก และก็นั่งกุมขมับกลุ้มใจ ยูอิจิตบบ่าเพื่อนเบาๆ
นายทำเรื่องให้มันยุ่งขึ้นอีกนะ ... ปล่อยเด็กนั่นไปเหอะ อีกหน่อยก็ต้องจากกันแล้ว
และนายก็ต้องแต่งงาน
ยูอิจิ... ถ้าฉันจะถอนหมั้นล่ะ จินเงยหน้าขึ้นบอก ตัดสินใจได้ในตอนนั้น แต่เห็นหน้ายูอิจิส่ายไปมา
เขาก็เลิกคิ้ว
ไม่ดีเหรอ?
เปล่า..ฉันเห็นใจแกต่างหากละไอ้จิน ที่ฉันมาหาแกนี่ก็เพราะมีเรื่องจะบอกนะ...
เรื่องอะไรวะ? จินถาม
ยูอิจิเอนหลังพิงพนักโซฟา สายตามองลงไปนอกหน้าต่าง เบื้องนอกนั้นเขาเห็นคุซาโนะกำลังเดินคล้องแขนกับจุนโนะ
ทั้งสองพูดคุยกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เมื่อเขาถอนสายตามาทางจิน ก็เห็นว่าจินยังขมวดคิ้วไม่คลาย
มีเรื่องอะไรยูอิจิ?
ฉันพาน้องคุไปกินไอติมเมื่อกี้นี้ ฉันเห็นคู่หมั้นของนายเดินควงหนุ่มออกมาจากโรงแรม...
หา? จินอุทานเสียงหลง
ฮิ...ฮิโตมิ...น่ะเหรอ?
ใช่...ฉันกับคุซาโนะเห็นเขากับหนุ่มคนนั้นควงกัน ดูสนิทกันจัง มีหอมแก้มกันด้วย...
กับใครง่ะ? จินคิ้วขมวด
ไม่รู้ซิ เห็นไม่ชัดนะ แต่ดูไกลๆ คล้ายๆ กับคาเมนาชิ คาซึยะ ยูอิจิตอบแบบไม่แน่ใจนัก
แต่คนฟังดีดนิ้วดังเป๊าะ
อ๋อ....น้องเลี้ยงของฮิโตมิ
ฉันก็ไม่รู้หรอกนะ แต่ท่าทางไม่เหมือนพี่น้องเลยว่ะ มีพี่สาวที่ไหนจะเดินคล้องแขนน้องชาย
เอาหน้าคลอเคลียไม่ห่างกันเลยวะ ไอ้จิน ฉันก็จะบอกหลายหนแล้วนะ ว่ามีคนเห็นสองคนนี้ไม่ได้ควงกันอย่างธรรมดาแน่นอน
ยูอิจิ...แกจะบอกว่า ฮิโตมิกับน้องเลี้ยงมีอะไรกันงั้นเหรอ? จินถามพลางลุกมากระตุกผ้าม่านที่หน้าต่างปิดฉับ
ภายในห้องจึงเหมือนตกอยู่ในความมืด
เป็นไปไม่ได้หรอก ฉันรู้จักเด็กคนนั้นแค่ผิวเผินก็จริง แต่กับฮิโตมิน่ะคงไม่ทำอย่างนั้นหรอก
ก็บอกว่าไม่รู้แน่ไง แค่สงสัยเท่านั้นเอง...แต่ถ้านายอยากจะถอนหมั้น นายก็ต้องสืบดูให้รู้แน่
ถ้าแม่นั่นนอกใจนายจริง มีอะไรกับผู้ชายอื่น นายก็หาเหตุถอนหมั้นได้ แต่ว่า......เอ้อ.......
ยูอิจิชะงักคำพูด แล้วก็ลุกพรวดพราด กระชากม่านหน้าต่างที่จินเพิ่งปิดไปเมื่อสักครู่ออก
เขาชี้ไปที่หนุ่มน้อยสองคนที่ยืนชมสวนอยู่ด้านล่าง เป้าหมายที่ชี้คือร่างของจุนโนะสุเกะ
เด็กคนนั้นน่ะ นายมีอะไรด้วยหรือเปล่า... หา ไอ้จิน ถ้ามีอะไรกันแล้ว นายก็เข้าข่ายนอกใจฮิโตมิเหมือนกัน
และเขาก็เอาผิดกับนายได้ แต่ว่าถ้ายังไม่มีอะไรกันก็รอดตัวไปนะ ยูอิจิพยักหน้างึกๆ
กับความคิดของตัวเอง แต่คนฟังนี่ซิ ส่ายหน้าช้าๆ
จุนโนะเป็นของฉันแล้ว จินสารภาพออกมา
เฮ้อ..........เฮือก..... ยูอิจิทิ้งตัวไปกับโซฟา สักพักก็เด้งตัวมองหน้าจินเขม็ง
เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะไอ้จิน....
*******************************
to be continue