CARAVAN LOVER.......

 

Vol 18

***************************

คาเมะย่องขึ้นบันไดด้านหน้ามาอย่างเงียบกริบ แสงสีทองของดวงอาทิตย์แรกเช้าเริ่มจับตัวให้เห็นอยู่ลิบๆ แต่ทว่าทั่วทั้งบริเวณรอบบ้านนั้นกลับเงียบเชียบ บ้านของคนงานคนอื่นก็ยังไม่มีใครลุกมาต้อนรับยามเช้ากันเลย รวมทั้งบ้านของเขาด้วย

เมื่อเข้ามาภายในห้องรับแขก ก็เห็นร่างตะคุ่มๆ ร่างหนึ่งนอนหลับฟุบอยู่หน้าโต๊ะ ศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีน้ำตาลสลวยซบกับท่อนแขนที่ใช้ต่างหมอนหนุน ร่างบอบบางของยามะพีไม่ยอมนอนบนเตียงในห้องนอน แต่กลับมานั่งหลับคุดคู้ที่นั่น เหมือนรอคอยการกลับมาของเขา

ทั้งๆ ที่สัญญาเอาไว้ว่าจะกลับมาตั้งแต่เมื่อคืน แต่ทว่าอะไรหลายอย่างที่ทำให้คาเมะไม่อาจกลับมาได้ดังที่ตั้งใจเอาไว้ กว่าจะพูดคุยธุระกับพ่อเลี้ยงเสร็จก็ดึกมากแล้ว และมันก็จบลงด้วยการมีปากเสียงของทั้งสองฝ่าย พี่สาวลูกของพ่อเลี้ยงแอบมาดักเอาไว้เมื่อเขาเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกมาจากห้อง ใช้เล่ห์มารยาหญิงให้เขาตกลงมาสู่กับดักที่วางล่อเอาไว้

เธอฉุดเขาเข้าห้อง อาศัยจิตใจอันพะวักพะวนของชายหนุ่มทำให้คาเมะลืมตัว ถลำกายไปกับบ่วงเสน่หาของฮิโตมิอีกครั้งในบ้านของพ่อเลี้ยงนั่นเอง กว่าจะเสร็จจากการปรนเปรอรสสวาทมาได้ก็เกือบเช้า พอเขาตื่นขึ้น อากาศภายนอกก็เริ่มปรากฏแสงสว่างให้เห็นเสียแล้ว .....ในขณะขึ้นรถแท็กซี่กลับมา ใจก็ห่วงคนที่รอคอยอยู่ที่บ้านตลอดเวลา ป่านนี้ยามะพีจะชะเง้อหาเขาสักเพียงไหนในค่ำคืนที่ผ่านมา
นึกโมโหตัวเองที่สลัดไม่สิ้นกับความสัมพันธ์อันเร้นลับที่มีต่อฮิโตมิ ทั้งๆ ที่ไม่มีความรักให้กัน แต่ทำไม...ไฟกับน้ำมันพอมาเจอกันมักจะลุกพรึ่บติดไฟได้อย่างง่ายดาย
..............................
เขาเอื้อมมือสัมผัสเส้นผมอ่อนสลวยของคนตรงหน้า ลมหายใจของคนนอนหลับสม่ำเสมอ ไม่รู้ว่ายามะพีนอนในท่านั้นนานเท่าไรแล้ว จะเมื่อยขบสักเพียงไหน คาเมะมองเลยไปที่จานอาหารที่ไม่ได้พร่องเลยแม้แต้น้อย ตอนเขาจากไปมีอยู่เท่าไรตอนนี้ก็ยังมีเท่าเดิม เพียงแต่ย้ายเข้ามาวางตั้งไว้ในห้องรับแขกเท่านั้นเอง
ยามะพีคงจะคอยทานข้าวพร้อมกับเขา รอแล้วรอเล่าเมื่อเขายังไม่กลับ ร่างบางนี้ก็คงเผลอหลับไป

ความรู้สึกผิดบังเกิดขึ้นในใจ ...โทษความงี่เง่าของตัวเอง ทำไมเขาไม่ใจแข็งกว่านี้นะ
ทำไมไม่ทำอะไรให้เด็ดขาดไปเสียที ... แน่นอนที่เขาคิดจะจริงจังกับหนุ่มน้อยคนนี้ แต่ว่ายังมีบางอย่างที่ค้างคา ... บางอย่างที่ไม่อาจบอกยามะพีให้รับรู้ เพราะเกรงว่าถ้าบอกออกไป เขาจะเสียคนสำคัญคนนี้ไปเสียจริงๆ

นอกจากเรื่องฮิโตมิแล้วเขาก็ยังแบกเรื่องทุกข์ใจมาจากพ่อเลี้ยงอีก..
...เป็นนายช่างอยู่ดีๆ นึกอย่างไรจะให้เขาไปเรียนต่อเมืองนอกเพื่อกลับมารับช่วงนายธนาคาร ซึ่งเป็นธุรกิจอีกอย่างของครอบครัวนี้ ... อย่างหลังนี่ทำให้คาเมะถึงกับอึ้ง
...ธุรกิจอีกอย่างนอกเหนือจากโรงงานกระดาษก็คือธนาคารที่เขาเกลียดเป็นที่สุด ที่หนีออกมาอยู่นอกบ้านก็เพราะเรื่องนี้อีกนั่นแหละ แล้วนี่ยังตามมารังควานความสุขของเขาอีก...

เขาอยากเป็นนายช่าง ไม่ใช่นายธนาคารซะหน่อย...

...ทำไมชีวิตนี้ถึงได้วุ่นวายแบบนี้หนอ.....

คาเมะก้มหน้าลง จนริมฝีปากได้รูปจรดกับใบหูของยามะพี ส่งเสียงกระซิบแผ่วเบา
“ยามะพี.....ผมกลับมาแล้ว....”
เพียงถ้อยคำนั้น ทำให้ยามะพีขยับตัวเล็กน้อย คาเมะต้องเรียกซ้ำ ร่างนั้นจึงเผยอกายขึ้น ดวงตาง่วงงุนค่อยๆ เบิกกว้างเมื่อเห็นว่าเป็นคนที่รอคอยกลับมาแล้ว ยามะพีก็โผเข้าหาชายหนุ่มทันที
“คาเมะ....คุณกลับมาจริงๆ ด้วย.....” เสียงกระตือรือร้นของเด็กหนุ่มฟังดูน่าสงสาร นี่คงจะดีใจสุดๆ เลยซินะที่เห็นเขามายืนอยู่ตรงหน้า
“ขอโทษจริงๆ ยามะพี เมื่อคืนคุยกับพ่อนานไปหน่อย กว่าจะกลับออกมาก็ดึกมากแล้ว พวกเขาก็เลยให้ผมค้างที่นั่น”
“ไม่เป็นไรครับ คุณมาแล้วผมก็ดีใจฮะ....แต่ว่า....” ยามะพีหัวเราะ แล้วก็ชี้ไปที่อาหารอันเย็นชืด
“คงกินไม่อร่อยแล้วล่ะ”
“ยามะพียังไม่ได้กินอะไรเลยหรือ?” คาเมะถาม คำตอบที่ได้คือรอยยิ้มในดวงตากลมโตที่อ่อนโยนงดงาม หนุ่มน้อยตอบเสียงอ่อย...
“ผมไม่ค่อยหิว”
“คงจะรอทานพร้อมผมล่ะซิใช่มั้ย? โธ่...ขอโทษจริงๆ” คาเมะกระชับร่างบางนั้นแน่น ปากก็พร่ำจูบข้างขมับแล้ววกมาที่แก้มนวล
“ไปอาบน้ำกันเถอะ เดี๋ยวไปหาอะไรกินที่ทำงานดีกว่า ผมจะชดเชยให้เต็มที่เลย”
“ฮื่อ...” ยามะพียิ้มแก้มปริ แต่แล้วอะไรบางอย่างทำให้เขาต้องหุบยิ้ม ประสาทสัมผัสทางจมูกได้กลิ่นหอมอ่อนๆ รวยรินมาจากกายของคาเมะ เป็นน้ำหอมของผู้หญิงนี่นา และกลิ่นนี้เขาก็ไม่เคยได้กลิ่นคาเมะใช้เลย ....

น้ำหอมกลิ่นแปลกๆ บนร่างของชายหนุ่ม.....

หรือว่าคาเมะจะไปนอนกับสาวที่ไหนมา ถึงได้มาตอนเช้า....

ยามะพีขมวดคิ้ว รู้สึกเจ็บขึ้นมาที่หน้าอกข้างซ้าย เขาจึงก้มหน้าลงราวกับจะซ่อนความสงสัยเอาไว้ โชคดีที่คาเมะไม่เห็นสีหน้าของเขาในตอนนี้นะ ยามะพีไม่มีเวลาคิดมาก เมื่อถูกอีกฝ่ายจับจูงเข้าไปในห้องน้ำ

เสื้อผ้าชุดที่ใส่เมื่อวานถูกถอดทิ้งเรี่ยราดอยู่หน้าอ่างอาบน้ำ จากนั้นร่างบางก็ถูกคาเมะจูงมานั่งในอ่างที่เพิ่งเริ่มจะใส่น้ำ และเกลือหอม คาเมะโอบกอดเขาเอาไว้จากทางเบื้องหลัง พร่างพรมจุมพิตบนต้นคอขาวนวล ริมฝีปากชื้นแตะแต้มที่ผิวกายอันละเอียดอ่อน พร้อมกับถ้อยคำหวานหู และนั่นก็ทำให้ยามะพีลืมความสงสัยในกลิ่นน้ำหอมจนหมดสิ้น
น้ำเย็นในอ่างถูกคาเมะวักขึ้นลูบโลมไปบนลาดไหล่ของเด็กหนุ่ม และชะโลมผิวกายด้วยรอยจุมพิตนับร้อย เสียงครางเบาๆ ดังขึ้นก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงหอบหายใจอย่างรัญจวนใจ
ร่างสองร่างผลัดกับอาบน้ำให้กันและกัน ฟองสบู่ถูไถกับผิวกายเนียนนุ่ม จนน้ำในอ่างอุ่นจัดและภายในห้องน้ำนั่นก็เปลี่ยนจากห้องเย็นชื่นมาเป็นห้องอันร้อนระอุเพราะพิษรักสงครามสบู่ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

*****************************

ภายในเต๊นท์ของจุนโนะ..... จินนอนลืมตาโพลงอยู่ใต้ผ้าห่ม จุนโนะเพิ่งจะแอบย่องออกไปทำธุระส่วนตัวภายนอก โดยที่ไม่รู้เลยว่า เขาตื่นนอนก่อนตั้งนานแล้ว จินได้ยินเสียงวุ่นวายจากนอกเต๊นท์ ...เพื่อนๆ ของจุนโนะนั่นเอง และนี่ก็คงจะเป็นเวลาที่พวกนักศึกษาตื่นไปทำงานกัน และเขาล่ะยังจะมัวมานอนได้อย่างไร คิดได้ดังนั้นแล้ว ชายหนุ่มจึงโผล่แต่หัวยุ่งๆ ออกมาจากประตูเต๊นท์ มองไปรอบๆ แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นโคกิและไอบะที่กำลังเดินผ่านมาหยุดเดินแล้วก็มองเขาอย่างงงงวย
“อ้าว...นึกว่าคุณจินกลับไปตั้งกะเมื่อคืนแล้ว” เป็นเสียงจากโคกิถามออกมา และนั่นก็ทำให้ใครต่อใครหันมามองจินราวกับเป็นตัวประหลาด
“คุณจินค้างที่......เอ้อ.......นี่......กับ......เอ้อ........” ไอบะทำนิ้ววนๆ คิ้วขมวดขณะมองหน้าจินเขม็ง
ขณะนั้นจุนโนะเดินนุ่งผ้าเช็ดตัวมาผืนเดียว พอเห็นเพื่อนๆ กับหัวของจินโผล่ออกมาจากทางเข้าเต๊นท์ก็สะดุ้งเฮือก รีบผลักหัวนายจ้างยัดเข้าไปในกระโจม จากนั้นก็รีบหันกลับมาโบกมือให้ว่อน
“อย่าเข้าใจผิดกันนะ... คือฉันกับคุณจินน่ะ ไม่มีอะไรกันจริงๆ น้า.... คุณจินเขาขับรถกลับไม่ไหวก็เลยมาอาศัยนอนด้วย นอนอย่างเดียวเองง่ะ”
“พวกเรายังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ” โคกิพูดเข้านั่น แต่ดวงตามีประกายเต้นระยิบระยับ มองหน้าแดงแจ๊ดของจุนโนะแล้วออกจะเชื่อยาก
ภาพเพื่อนรักนัวเนียกับจินในอินเทอร์เน็ตผ่านเข้ามาเป็นฉากๆ

“เชื่อฉันน้า โคกิ พี่ไอบะ อุเอ้แล้วก็อุจจี้ด้วย” จุนโนะปฏิเสธตัวเองให้วุ่น ทำให้เพื่อนไม่ตอบว่าอะไร ทุกคนพร้อมใจกันแยกเขี้ยวยิ้มให้ แล้วจากนั้นต่างคนต่างแยกย้ายทำภารกิจของตัวเองต่อ ไม่มีใครสนใจจุนโนะเลยสักคนเดียว ปล่อยให้หนุ่มน้อยหน้าหวานยืนหน้าแดงแต่เพียงลำพัง
พอทุกคนไปกันหมดแล้ว จุนโนะก็เดินเข้าไปในเต๊นท์ เห็นจินยังคงนั่งอยู่บนกองผ้าห่ม ทำหน้าอมยิ้มให้เสียอีกแน่ะ
“ยิ้มอะไรไม่ทราบ?” เด็กหนุ่มตวาดแว้ด ทำเอาคนยิ้มยิ่งยิ้มกว้างขึ้น
“แก้ตัวให้วุ่นไปหมด นึกเหรอว่าใครเขาจะเชื่อ” จินมองจุนโนะอย่างเอ็นดู เห็นร่างเพรียวหยิบเสื้อเชิ้ตมาปิดหน้าอกหน้าใจเปลือยเปล่าของตัวเอง แล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ ....กลัวสายตาซุกซนของเขาล่ะซิ ...ทำหวงตัวเหมือนสาวแรกรุ่นเลย...
จุนโนะมองเขาตาคว่ำ แล้วก็ตวัดเสียงถามออกมา
“แล้วทำไมคุณไม่โผล่หัวออกไปอธิบายล่ะ”
“ก็นายจับหัวฉันโยนเข้ามาข้างในนี่ ก็นึกว่าอยากจะพูดเอง”
“กลับไปได้แล้วคุณน่ะ” เมื่อหาเรื่องเล่นงานจินไม่ได้จริงๆ เขาก็ออกปากไล่ จินขยับกายนิดหนึ่ง แล้วก็ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ อ้าปากหาว
“ขอตัวไปอาบน้ำก่อนล่ะ เมื่อคืนหลับสบายเป็นบ้าเลย กลิ่นเนื้อของจุนโนะยังติดกายอยู่เลย”
“ฮึ้ย...จิ๊” จุนโนะทำท่าฮึดฮัด หน้าบึ้ง ปากยื่น แต่จินหัวเราะหึๆ แล้วก็เดินผิวปากออกไปข้างนอก จุนโนะใช้เวลานั้นรีบแต่งตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ชายหนุ่มจะกลับเข้ามา

แต่งตัวไปก็อดนึกถึงสภาพของตัวเองตอนตื่นนอนไม่ได้ โดนจินกอดเข้าไว้ทั้งตัว เมื่อไรก็ไม่รู้ แม้ว่าเมื่อคืนอุตส่าห์นอนห่างแล้วเชียว แต่อีตอนตื่นมานี่ซิ ทำไมถึงได้กอดกันกลมไปได้นะ แถมใบหน้าของเขายังซุกอยู่ใต้คางของจินอีกแน่ะ และยังจะอ้อมแขนแกร่งนั่นที่มันโอบกระหวัดรอบตัวเขาอีกล่ะ
จุนโนะสอดแขนกอดเอวของตัวเอง เลียนแบบที่จินทำเมื่อคืน เขาหลับตาพริ้มเมื่อนึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากกายของกันและกัน เมื่อตอนตื่นนอนเมื่อกี้ ถ้าเพียงเขาจะแหงนหน้าขึ้นอีกสักนิด หน้าผากของเขาก็จะสัมผัสกับริมฝีปากบางของจินแล้ว......

เมื่อคิดถึงรสสัมผัส ก็ทำให้จุนโนะอดลูบไล้กลีบปากของตัวเองไม่ได้ เมื่อคืนก็โดนจินจูบ และยังจะโดนกอดอีก นับวันจิตใจของเขาก็ยิ่งหวั่นไหวเมื่ออยู่ใกล้เจ้านายรูปหล่อคนนี้ทุกขณะ

“ฉันไปรอที่รถนะ!!
“ฮ.....เฮือก...!!” จุนโนะสะดุ้งสุดตัว เมื่อจู่ๆ ก็ได้ยินเสียงจากจินที่แหวกอากาศมาจากด้านนอก กำลังเคลิ้มอยู่พอดีเชียว...
...บ้าจริง....

**********************************

จุนโนะสุเกะนั่งอยู่หน้าคอม’ ได้ไม่นาน มัตซึโมโตะ จุนก็มายืนหน้าบึ้งอยู่ตรงหน้า เมื่อเด็กหนุ่มเงยหน้ามอง จุนก็ยกมือเท้าโต๊ะ พลางบอกเสียงห้วน
“มีคำสั่งให้จุนโนะย้ายแผนก....”
“หา?” จุนโนะอุทานออกมา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง คนที่อยู่บริเวณนั้นก็ได้ยิน ต่างก็ลุกมาล้อมรอบโต๊ะของจุนโนะกันทั้งนั้น
“อ้าว..ทำไมล่ะครับ หัวหน้า” หนุ่มคนหนึ่งถามขึ้นมา
“นั่นน่ะซิ จุนโนะจะย้ายไปไหนหรือฮะ?”
“ใครสั่งย้ายง่ะ?”
เป็นคำถามจากคนรอบข้างทั้งนั้น โดยที่ตัวจุนโนะเองไม่ต้องอ้าปากถามเลยด้วยซ้ำ มัตซึโมโตะหัวเสีย หงุดหงิดเต็มที่ขณะบอกว่า
“เป็นคำสั่งจากคุณอะกานิชิ จิน!! .. สั่งย้ายจุนโนะสุเกะด่วนภายในหนึ่งชั่วโมงนี้ ให้ขนของย้ายกลับที่เดิม.....”
“ที่เดิม.....ที่ห้องคุณจินน่ะหรือฮะ” จุนโนะถาม
“ใช่แล้ว.....”
“ทำไมล่ะฮะ?”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แหม...อันนี้ต้องกลับไปถามคนสั่งย้ายเอง แต่ฉันว่า ฉันพอจะรู้เหตุผลนะ แต่ว่า ในเมื่อเบื้องบนสั่งมาแบบนี้ ทางที่ดีจุนโนะเก็บของเสียตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า ของก็มีไม่กี่ชิ้นเองไม่ใช่หรือ?” จุนเลิกคิ้วถาม มองหน้าเด็กฝึกงานคนสวยแล้วก็เสียดาย ยังขายขนมจีบไปไม่ได้กี่เข่งเลย ต้องมีอันจากกันซะแล้ว
“ขอโทษพวกพี่จริงๆ นะครับที่ทำความลำบากให้” จุนโนะก้มหัวขอโทษทุกคน ซึ่งพวกเพื่อนร่วมงานก็โบกมือไม่เป็นไร บางคนก็ช่วยเขาเก็บของเสียอีกแน่ะ ปากก็บ่นว่า
“เป็นคนโปรดของเจ้านายเหนือหัวก็แบบนี้แหล่ะ โดนหวงล่ะซิ จุนโนะน่ะ อย่าทำอะไรขัดใจเขาล่ะ คุณจินน่ะเอาแต่ใจ แต่บทจะดีก็ดีนะ ใจดีแต่เอาแต่ใจ เฮ้อ... เอาใจไม่ไหวเลยแฮะ กลับไปนี่ไม่รู้ว่านายจะโดนอะไรบ้างนะ แต่ก็ใจเย็นๆ ละกัน”
“ผมกับคุณจินน่ะ ไม่ได้.....”
“บอกตอนนี้ก็คงไม่มีใครเชื่อหรอกนะ ออกจะหวงนายขนาดนั้น”
“หวงเหรอฮะ.....” จุนโนะกัดปากนิ่งงัน

นี่ขนาดยังไม่ได้เป็นอะไรกันนะ และอีกอย่างคู่หมั้นของตัวเองก็มีเป็นตัวเป็นตน ยังจะมีหน้ามาหวงเขาจนออกนอกหน้าอีก ว่าแต่.....จินจะทำหวงฮิโตมิแบบหวงเขาหรือเปล่านะ จุนโนะสงสัยจริงๆ แต่จุนโนะไม่ต้องเสียเวลาคิดนาน เพราะมัตซึโมโตะ จุนเปรยออกมาว่า
“กลับคู่หมั้นสาวน่ะ คงจะหวงไม่ได้ขนาดนี้เลย เออ...ว่าแต่พวกนายรู้มั้ย เมื่อวานฉันได้ยินท่านประธานเดินคุยกับรองผู้อำนวยการว่า น่าจะจับคุณลูกชายแต่งงานเสียที เห็นหมั้นกันมานาน ไม่รู้ว่าคุณจินจะรู้หรือยัง ถ้าจุนโนะว่างๆ ล่ะก็ลองแยบๆ ถามดูทีซิ เผื่อจะได้ตัดใจทัน” จุนพูดเสร็จแล้วก็เดินลงส้นปังๆ ไปนั่งกระแทกกระทั้นทำงานที่โต๊ะของตัวเอง ทำให้พวกพี่ๆ ต้องรีบเดินหงอ กลับที่นั่งเหมือนกัน เหลือแต่จุนโนะที่ยืนนิ่งเป็นใบ้

ถ้อยคำของจุนที่ผ่านเข้ามานั้น ทำให้เขารู้สึกแปล๊บปล๊าบบริเวณหน้าอกเบื้องซ้ายเหลือเกิน

จะจับจินแต่งงาน.......

โอย....ทำไมไม่ถึงได้ใจคอไม่ดีแบบนี้นะ.....

จุนโนะปากยื่นไป เก็บของไป สุดท้ายก็อดทำหน้ามุ่ยไม่ได้ พอจัดของเสร็จก็มีคนจากตึกบริหารเข้ามาหาพอดี และบอกสั้นๆ ว่า
“คุณจินให้มารับตัวไปทำงานครับ...”
“เอ้อ......ครับ......” จุนโนะรีบโค้งตัวแทบไม่ทัน ไม่คิดว่าคนจากตึกบริหารจะนอบน้อมเขาถึงขนาดนี้

******************

จุนโนะเดินตัวปลิวเข้ามาในตึกบริหาร ตึกที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้กลับมาอีก ทั้งที่เวลาที่เหลือของพวกนักศึกษาก็จวนจะหมดเต็มทีแล้ว ชายคนที่มาตามเขาอาสายกกล่องของใช้ส่วนตัวให้ และก็เดินลิ่วๆ ไม่หันมามอง ทิ้งระยะห่างจากจุนโนะพอสมควร
ขณะกำลังเดินเลี้ยวจะถึงห้องของจิน จุนโนะก็เกือบจะชนกับร่างๆ หนึ่งที่เดินเลี้ยวหัวมุมมาเหมือนกัน
“อุ๊ย!!” เสียงผู้หญิงอุทานออกมา
จุนโนะชะงักขา ไม่ทันชน แต่หญิงสาวคนนั้นก็เซ จึงต้องคว้าแขนเสื้อของจุนโนะเอาไว้มั่น
“โอ๊ะ... เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” จุนโนะถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ มือช่วยยึดร่างของสาวคนนั้นไว้ พอมองหน้ากันชัดๆ ทั้งคู่ก็แทบผงะ
“นาย.......ไอ้ตัว......” หญิงสาวคนนั้นอุทานออกมา ใบหน้าเปลี่ยนเป็นถมึงทึงขึ้นมาทันที
“คุณฮิโตมิ....” จุนโนะเบิกตากว้าง เค้าความยุ่งยากเริ่มปรากฏขึ้นมารำไร ผู้หญิงคนนี้เป็นคนสุดท้ายที่เขาอยากจะเจอ ....คู่หมั้นของจิน ....
“นายมาทำไมที่นี่หา? นี่มันชั้นของจินนะ หรือว่ามาบำเรอกันถึงที่นี่....เฮอะ.....น่าอายจริงเชียว หน้าด้าน!!”
“เอ๊ะคุณนี่ยังไงนะ.... ผมมาทำงานนะครับ ไม่ได้มาบำเรอใคร....เอ.....หรือคุณจะเคยมาก่อนก็เลยคิดว่าคนอื่นเขาจะเหมือนตัวเองน่ะ”
“อ๊ะ.....ไอ้บ้า...นี่แกกล้าดียังไงมาตีฝีปากใส่ฉันหา? วันนั้นโดนตบยังไม่เข็ดหรือไง?”
“ก็เอาซิ... ที่นี่มันที่ทำงานคุณจินนะครับ ไม่ให้เกียรติคู่หมั้นคุณก็เอาซิ เชิญตบเลย” จุนโนะเริ่มเสียงดังขึ้นมาบ้าง เรื่องอะไรจะยอมให้ทำฝ่ายเดียว เสียงเอะอะนั้นเรียกจำนวนผู้ชมขึ้นมาทันที แต่ก็มีแต่การดูอยู่ห่างๆ ทั้งพนักงานที่อยู่นอกพื้นที่และบริเวณนั้น ต่างก็เดินมาเมียงๆ มองๆ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามายืนดูจริงจังกันเลยสักคน
“ใครใช้ให้นายมาทำงานที่นี่?” ฮิโตมิถามเสียงกร้าว จุนโนะ
“คุณจิน...”
“เชอะ...จนขนาดนี้แล้วยังมีหน้าบอกว่าไม่มีอะไรกันอีก ไอ้พวกเกย์นี่ฉันเกลียดจริงๆ เชียว”
“ผมว่า ผมก็รู้เหตุผลนะที่ทำไมผู้ชายถึงคบกับผู้ชายด้วยกัน เพราะมีผู้หญิงปากจัดอย่างคุณอยู่เกลื่อนเมืองนี่เอง จะบอกให้นะครับว่า ตอนนี้ผมกับคุณจินไม่ได้มีอะไรกัน แต่ว่าถ้าเจอผู้หญิงปากจัดอย่างคุณมาฉอดๆ แบบนี้บ่อยๆ เข้า ผมว่าอีกหน่อยคุณจินต้องหันมาจีบผมแทนแน่ๆ ไม่ต้องห่วงหรอก” จุนโนะลอยหน้าเฉิบๆ ชักนึกสนุกในการต่อปากต่อคำกับยายคนนี้เหลือเกิน ...

....ว่าแต่ว่า คุณอะกานิชิ จิน หายไปไหนกันล่ะเนี่ย ปล่อยให้เขาตีฝีปากกับคู่หมั้นคนสวยอยู่ตรงทางเดินอยู่ได้ ชักจะอายประชาชนแล้วเหมือนกันนะ

ฮิโตมิโกรธจนหน้าแดง สีสันที่แต่งแต้มบนใบหน้าทำให้หน้าสวยดูราวกับปีศาจอย่างไงอย่างงั้น มาเจอจุนโนะหนนี้ รู้สึกว่าเจ้าหนุ่มคนนี้จะมีฝีปากแก่กล้าขึ้นมาก
“นี่จินคงจะให้ท้ายนายมาล่ะซิ ถึงได้เถียงฉันไม่เกรงใจแบบนี้”
“ผมบอกแล้วว่า ผมไม่เกี่ยวอะไรกับคุณจินทั้งนั้น ผมมาทำงานของผม คุณจินก็อยู่ในส่วนของเขา คุณอย่ามาชี้โพรงให้กระรอกหน่อยเลย” จุนโนะพูดดุ่ยๆ ทั้งที่ความจริงแล้วมันตรงกันข้ามเลยต่างหาก แต่คำพูดนั้นก็ทำให้หญิงสาวทำหน้ากระหยิ่มอยู่ในที ริมฝีปากสีสดจึงเผยอขึ้นว่า
“เชอะ....คนกระจอกไม่มีอะไรอย่างนายก็สมควรที่จะอยู่ส่วนของนาย แล้วนี่รู้มั้ยฉันมาทำไม? จะบอกให้นะ วันแต่งงานของฉันกับจินถูกกำหนดแล้วนะ เฮอะ... อีกหน่อยนายก็จะโดนเคี้ยะ ตอนนี้ยอมให้ก่อน ฉันยังไม่อยากลดตัวมาเสวนาด้วย รอให้จินแต่งงานกับฉันเสียก่อนเหอะ พวกนายบำเรออย่างพวกนายก็คงหมดไปจากที่นี่...... ตอนนี้ฉันขอตัวไปตัดชุดวิวาห์ก่อนล่ะ ไอ้ตัวร้าย... โฮะ...โฮะ...” ว่าแล้วก็ลอยหน้าเฉิบจากไป ก่อนจะเดินผ่านก็ไม่วายกระแทกไหล่ของจุนโนะดังปึก เล่นเอาจุนโนะหน้าบึ้ง จากนั้นก็เปลี่ยนมาเป็นซึม...

.......กำหนดวันแต่งงานใกล้เข้ามาแล้ว......

จริงหรือ?.... จุนโนะถอนหายใจเฮือก.... นี่จินกำลังจะแต่งงานจริงๆ งั้นซิ จากคำพูดเมื้อกี้ บวกกับคำพูดของมัตซึโมโตะซัง สอดคล้องกันดีจริงๆ เป็นอันเชื่อแน่ละมังว่า จินจะแต่งงานจริงๆ

จุนโนะเดินไปรอจินในห้องอย่างซังกะตาย กล่องของใช้ถูกวางเอาไว้ข้างหน้าต่าง

ห้องๆ นั้นเดียวดายเมื่อเจ้าของห้องไปประชุม จุนโนะนั่งบนโซฟาที่ใช้รับแขก ห้องกว้างใหญ่ แต่มีจินทำงานคนเดียว โต๊ะคอมพิวเตอร์มีตั้งสามตัว จุนโนะเคยทำงานห้องนี้ได้ไม่กี่ชั่วโมงก็โดนย้ายไปที่แผนกออกแบบผลิตภัณฑ์ จากนั้นก็มาอยู่ที่นี่อีก.......ช่างน่าตลกสิ้นดี มาฝึกงานช่วงปิดเทอมปีนี้ ไม่ได้ให้ประสบการณ์อะไรที่เป็นชิ้นเป็นอันเลยจริงๆ นอกจากความรู้สึกประหลาดล้ำที่เกิดขึ้นกับผู้ชายคนหนึ่งที่เขาไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มาพบเจอ และรู้สึกผูกพันจนชักอยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ แบบนี้

***********************

ในบ่ายวันนั้น จินพาจุนโนะขับรถกลับบ้านที่อยู่ชานเมือง จุนโนะหอบลังจากที่ทำงานมาด้วย ชีวิตระหกระเหินจริงๆ ที่ให้เขากลับมาทำหน้าที่เดิมนั่นก็คือกลับมาทำงานที่บ้านของจินซินะ
จุนโนะนึกโล่งอก และดีใจสุดๆ เพราะชอบทำงานที่บ้านของจินมากกว่า และจะได้ไม่ต้องเจอหน้าผู้คนที่ทำงานอีกด้วย เหตุการณ์เมื่อกลางวันก็ทำให้เขาขายหน้าพออยู่แล้ว เรื่องที่จะให้กลับไปนั่งเสนอหน้าทำงานที่นั่นอีกเห็นทีจะรับไม่ไหว อีกอย่างที่บ้านนี้ยังมีเจ้าร็อกกี้อยู่ด้วยอีกต่างหาก....
...แต่ในความคิดของจินนั้น ที่เขาสั่งให้จุนโนะมาทำงานที่นี่ก็เพราะ จะกันเด็กหนุ่มเอาไว้จากพวกของมัตซึโมโตะ จุนนั่นเอง เรียกว่าหวงเอาไว้ให้ตัวเองว่างั้นเถอะ และอีกอย่าง...ใช้กลวิธีนี้เด็ดคำสั่งของพ่อซะ เมื่อไม่อาจย้ายจุนโนะเพราะพ่อไม่เห็นด้วยได้ เขาก็เลยเอาตัวจุนโนะไปให้ไกลหูไกลตาพ่อของเขาซะ ถ้าไม่ได้เห็นจุนโนะที่ทำงาน พ่อของเขาก็คงจะเลิกสนใจไปเอง ....

....................

ร็อกกี้วิ่งหูตั้งมาหาทันทีที่จุนโนะลงจากรถ ตะกายสองขาหน้ากับหน้าแข้งของเขา จนต้องรีบวางลังใส่ของลงและโอบอุ้มเจ้าหมาน้อยมาแนบอก
“โห...อ้วนปั่กเลยเนี่ย สงสัยคงจะกินกับนอนแน่เชียว เจ้าหมอนี่” จุนโนะบีบพุงยุ้ยของมัน คลึงคางกับหน้าผากสีน้ำตาล เล่นเอาจินมองอย่างอิจฉานิดๆ นึกอยากเกิดเป็นร็อกกี้ขึ้นมาซะงั้น
“ขึ้นไปบนห้องเหอะ...” จินรีบกันหมาน้อยออกห่าง แต่จุนโนะก็ยังไม่ยอมปล่อยหมาลง เดือดร้อนถึงจินที่ต้องเป็นคนแบกลังตามหลังเด็กหนุ่มดิ๊กๆ

ภายในบริเวณห้องทำงานก็ยังเหมือนเดิม ตำแหน่งแห่งที่ตั้งของสิ่งใดก็ยังคงเป็นสิ่งนั้น ยกเว้นอย่างเดียว คุณเลขาคนที่หนึ่งหายไปไหนแล้ว ที่โต๊ะทำงานหน้าห้องของจินว่างเปล่า เครื่องคอมพิวเตอร์ก็ถูกปิดเอาไว้
“คุณเลขาผ่าตัดไส้ติ่ง ก็เลยขอลางานรักษาตัวที่โรงพยาบาล” จินบอกเมื่อเห็นสายตาของจุนโนะ ดังนั้นจุนโนะก็เลยยึดโต๊ะทำงานของคุณเลขาซะเลย
“ความจริงฉันอยากให้จุนโนะทำงานในห้องเหมือนเดิมมากกว่านะ” จินบอกเสียงอ่อย แต่เมื่อจุนโนะวางลังของตัวเองลงบนโต๊ะด้านหน้า แล้วก็หันมามองจินแบบแน่วแน่ จินก็เลยยอมปล่อยเลยตามเลย แต่กระนั้นจุนโนะก็ต้องเข้าไปรับคำสั่งในห้องของจินอยู่ดี

จุนโนะนั่งทำงานได้สักพัก ก็มีเสียงราบเรียบของเจ้านายดังอยู่ตรงหน้า
“ได้ข่าวว่าปะทะคารมกับคู่หมั้นฉันหรือไง?” จินถาม
จุนโนะชำเลืองมองในมือของจิน เห็นมีมือถืออยู่ในมือก็นึกเดาเรื่องออก ฮิโตมิคงจะโทร. ฟ้องจินแน่ๆ
“ก็ไม่มีอะไรมากนี่ครับ เธอคงระแวงเรื่องที่คุณจินมาเอาใจใส่ผมมากเกินไปละมัง” เด็กหนุ่มเงยหน้าตอบ ฝืนยิ้มให้นิดหนึ่ง แล้วก็หันมาก้มๆ เงยกับเอกสารตรงหน้าต่อ
จินยังยืนเด่นเป็นสง่า จุนโนะเห็นได้จากหางตา ในที่สุดจินก็ลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าเขาเลย
“ฮิโตมิว่าอะไรนาย?” จินถามเอาตรงๆ แต่คนฟังส่ายหน้า เอาปากกาเคาะแฟ้มเป็นจังหวะ จินหยุดจังหวะเคาะของเด็กหนุ่มด้วยการทาบฝ่ามือทับมือของจุนโนะ แล้วก็จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย ส่ายหน้าช้าๆ
“ไม่จริงหรอก”
“แล้วเขาบอกคุณว่าไงละครับ?” จุนโนะถามกลับ
“เขาบอกว่าเธอกล้าเถียงเขาเพราะฉันให้ท้าย”

.......ที่กล้าเถียงก็เพราะไม่อยากให้ใครมาดูถูกต่างหากล่ะ

จุนโนะสบตาจินนิ่ง แล้วก็ยิ้มแห้งๆ ให้

“เขาบอกว่าเขากำลังจะแต่งงานกับคุณจิน” จุนโนะตัดสินใจบอก และมองหน้าจินเพื่อต้องการหาความจริง เห็นจินระบายลมหายใจออกมา ละมือออกจากหลังมือของจุนโนะอย่างเสียดาย ...
ชายหนุ่มพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางหงอยๆ ปล่อยสองขายันพื้นพรม แลดูเหมือนเด็กเอาแต่ใจ จินพยักหน้าขึ้นลงขณะตอบว่า
“พ่อเรียกฉันไปพบ บอกว่าน่าจะถึงเวลาสูญสิ้นอิสรภาพเสียที”
“งั้นคุณก็แต่งๆ ไปซิครับ”
“ไม่ง่ะ ฉันยังไม่ได้ตอบตกลง ขอผลัดไปก่อน ยังไม่พร้อม”
จุนโนะประสานมือเข้าใต้คาง จ้องหน้าจินและก็พูดเนิบๆ ออกมาว่า
“คงมีสาเหตุของการไม่พร้อม”
“ใช่ หัวใจฉันยังไม่พร้อม” จินบอก แล้วก็หมุนตัวมาเผชิญหน้ากับเด็กหนุ่ม เห็นใบหน้าหวานเฉียบของจุนโนะแล้วก็สะท้อนใจ ดูยังไงๆ คนตรงหน้าก็ให้ความพร้อมมากกว่าฮิโตมิเสียอีก
“ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันคิดว่าฉันรักฮิโตมิ ตอนที่เรียนมหา’ลัย กับตอนที่จบมาด้วยกัน เขาดูเพียบพร้อมทุกอย่าง ตอนนั้นฉันยังไม่มีใคร และเขาเองก็ดูเป็นผู้หญิงสมบูรณ์แบบ แต่ว่ายิ่งอยู่ไปนานวันเข้า ฉันก็เฉยๆ นะ และยิ่งตอนที่เขาไปเรียนเมืองนอก ฉันก็มานั่งชั่งใจดูว่า ช่วงระหว่างที่เขาไปน่ะ ฉันไม่ได้คิดถึงเขาสักเท่าไร แล้วพอยิ่งได้รู้จักกับนาย ฉันก็เริ่มกู่ไม่กลับ จุนโนะ..ที่ฉันไม่พร้อมก็เพราะนาย.....เป็นนายหรอกนะที่ฉัน........” จินหยุดประโยคของเขาด้วยการมองหน้าเด็กหนุ่ม เห็นจุนโนะผงะ...คงจะล่วงรู้ว่าเขาจะพูดอะไรต่อไป
“คุณจิน...”
“จุนโนะฟังฉันพูดก่อน” จินยกมือห้ามเมื่อจุนโนะโพล่งขึ้นมาทันที
“ไม่เอา.....” เด็กหนุ่มผุดลุกขึ้น กำหมัดแน่น
“คุณจินอย่าเอาผมเข้าไปเกี่ยวข้อง”
จินยืนขึ้นบ้าง อย่างรวดเร็วจนขาเก้าอี้ครูดไปกับพื้น
“ก็ฉันชอบนาย ดูเหมือนว่าฉันจะเคยบอกออกมาแล้ว และนายก็ชอบฉันด้วย...ใจเราตรงกัน”
“คุณจิน!!”
“ฉันรักนาย....จุนโนะสุเกะ...” จินสารภาพออกมาตรงๆ ทำให้คนฟังอ้ำอึ้ง ใบหน้าหวานแดงซ่าน จุนโนะก้มหน้านิ่ง รีบทรุดตัวลงนั่งเพราะไม่อาจทรงตัวได้อีกต่อไป
“แล้วนายล่ะ เมื่อไรจะบอกสักทีว่านายเองก็รักฉันเหมือนกัน......”
“มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะฮะ สำหรับเราน่ะ เดี๋ยวมันก็ต้องจบ” จุนโนะพูดเสียงเศร้า เขาเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ ดวงตาเรียวปิ่มไปด้วยน้ำตา
“คุณกำลังจะแต่งงาน.....”
“จุนโนะ.......” จินครางแผ่วเบา เขาขยับร่างเข้ามาอีก แต่จุนโนะยกมือห้ามไว้ เขาพูดเสียงเครือออกมาว่า
“ผมขอรับความรู้สึกดีๆ ของคุณก็แล้วกันนะฮะ แต่เรื่องของเราน่ะ มันเป็นไปไม่ได้...”
“จุนโนะ...”

ไหล่กว้างของจินคู้ลง เขาเม้มริมฝีปาก หันหลังเดินคอตกกลับเข้าไปในห้อง ...

เมื่อจินไปแล้ว จุนโนะถอนหายใจหนักหน่วง เขายกมือปิดหน้า น้ำใสๆ ไหลออกมาจากดวงตาเรียวรี หัวใจเจ็บปวดไปหมด ......จินรักเขา จะเป็นจริงมากน้อยเพียงไหนกัน ...แค่ชอบอาจจะจริง แต่ถึงขั้นรักนี่ซิ เขาจะเชื่อใจได้มากเพียงไหน

แต่ที่รู้แน่แก่ใจก็คือ......เขาเองก็รักจินเช่นกัน.......

เขารักนายจ้างคนนี้ แน่นอนทีเดียวที่มันย่อมต้องหมายถึงความเจ็บปวด จินต้องแต่งงานในวันหนึ่งข้างหน้า ผู้หญิงคนนั้นต่างหากที่จินต้องอยู่ร่วมด้วยในอนาคต เขาเองก็แค่เด็กฝึกงาน นักศึกษาที่ยังเรียนไม่จบ ...แค่เด็กที่มากับกองคาราวานนักศึกษา
ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ... จินจะจริงจังมากน้อยแค่ไหนก็ไม่อาจรู้ได้....

บางทีอาจจะเป็นความหลงเพียงชั่วครู่ก็ได้....

จุนโนะปาดน้ำตาทิ้ง ความสุข ความร่าเริงที่เคยเกิดขึ้นเป็นประจำเริ่มถดถอยไป ...
การรักใครสักคนย่อมเป็นสุข แต่ยามนี้มันกลับทุกข์แสนสาหัส
เจ็บยิ่งกว่าที่แอบรักพี่ไอบะ มาซากิเสียอีก

**************************

เวลาผ่านไปจากบ่าย ตกมาถึงเย็น และค่ำ จุนโนะลงไปหาอาหารกินในห้องครัว แม่บ้านเตรียมเอาไว้ให้บนโต๊ะกินข้าว เขานั่งลงกินอย่างเหม่อลอย แม่บ้านบอกว่า เจ้านายของบ้านยังไม่ได้ลงมาทานอาหารเลย ซึ่งจุนโนะก็รู้ดี เพราะเขานั่งอยู่หน้าห้องของจิน และก็ไม่เห็นจินออกไปไหนเลย
“เดี๋ยวผมเอาไปให้คุณจินเองนะครับ” เด็กหนุ่มอาสา เขาถือถาดอาหารและเครื่องดื่มขึ้นชั้นบนไปทันที หยุดรีรอหน้าประตูบานใหญ่ สูดหายใจลึกแล้วก็เข้าไปหาจินภายใน

ห้องนั้นมีความสว่างเพียงน้อยนิด ...นี่จินทำงานในห้องโดยไม่เปิดไฟได้อย่างไร จะมีก็แต่เพียงแสงวอมแวมจากเสาไฟข้างสนามหญ้าส่องมาให้เห็นลางเลือนเท่านั้นเอง
จินไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ... แล้วจินหายไปไหน....

จุนโนะวางถาดอาหารบนโต๊ะ เหลียวมองรอบตัว แล้วสายตาก็หยุดนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง เห็นร่างสูงนั่งเอามือกุมศีรษะอยู่ตรงนั้น เด็กหนุ่มเดินมาที่โซฟายาวริมหน้าต่างทรงสูง จะนานแค่ไหนที่จินนั่งอยู่ที่นั่น ร่างของชายหนุ่มเป็นเงาตะคุ่มของคนสิ้นหวัง ไหล่กว้างลู่ลง เรือนผมดูยุ่งเหยิง
“คุณจิน....” จุนโนะคุกเข่าเบื้องหน้าชายหนุ่ม แตะหัวเข่าของจินอย่างอ่อนโยน
“ทำไมนั่งมืดๆ ล่ะครับ ผมเอาอาหารมาให้ อยู่บนโต๊ะนะครับ”
“ขอบใจ...” เสียงสั่นพลิ้วดังออกมา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากกว่านั้น จุนโนะจึงได้แต่นั่งนิ่ง เมื่อจินเอื้อมมือมากุมมือที่วางบนเข่าของเขาเอาไว้ จุนโนะก็สะดุ้ง เขาจะดึงมือกลับ แต่จินก็คว้าข้อมือไว้แทน
“จุนโนะ.....อยู่.....เป็นเพื่อนฉันสักครู่ได้มั้ย....” ชายหนุ่มอ้อนวอน และนั่นก็ไม่อาจทำให้เด็กหนุ่มปฏิเสธได้
“ครับ.....”
“จุนโนะ...ฉัน...ฉัน...”
“อะไรหรือครับ...คุณจะบอกอะไรผม?” จุนโนะเลิกคิ้วเมื่อเห็นชายหนุ่มกำลังว้าวุ่นใจ...
ใบหน้าหล่อเหลาของจินสลดวูบเมื่อเขาเอื้อนเอ่ย....
“ฉัน....ฉันไม่อยากแต่งงาน.......” จินครางเสียงเบาหวิว เสียงนั้นดังราวสายลมกระซิบ แต่มันก็เย็นวาบเข้าไปในหัวใจดวงน้อยของจุนโนะ เมื่อจินเงยหน้าขึ้นมองเขา จุนโนะก็เห็นเสี้ยวหน้าที่แสดงความเสน่หาของเจ้านายหนุ่มคนนี้อยู่เต็มเปี่ยม
“เพราะฉันรัก....รักจุนโนะนะ.....”
“คุณจิน......” จุนโนะปล่อยเสียงครางออกมา ใบหน้าร้อนผ่าวเมื่อคนตรงหน้าไล้แก้มเขาอย่างแผ่วเบา

จินดึงร่างที่คุกเข่าของจุนโนะให้เข้ามาใกล้ ก็ไม่ได้รับการขัดขืนจากร่างโปร่งนั้น และเมื่อเขาเชยคางมนขึ้น จุนโนะก็เผยอริมฝีปากน้อยๆ แย้มรับริมฝีปากบางของจินที่ประทับลงมาอย่างดูดดื่ม......

********************

to be continue

comment ที่นี่จ้า...

Hosted by www.Geocities.ws

1