CARAVAN LOVER.......

 

Vol 16.

***************************

ร้านอาหารในเมืองคราคร่ำไปด้วยนักกิน นักเที่ยว เดินเข้าๆ ออกๆ กันเป็นระยะ มัตซึโมโตะ จุน ชวนจุนโนะไปนั่งดินเนอร์กันในวันนั้น ซึ่งฝ่ายหลังก็อิดเอื้อนไม่ออก เพราะนอกจากจุนจะเป็นหัวหน้างานแล้ว ยังอุตส่าห์มาส่งเขาอีกด้วย ทั้งๆ ที่บ้านของจุนก็อยู่คนละทางกับแคมป์ของจุนโนะ
ดังนั้นเมื่อไม่มีทางเลี่ยง จุนโนะก็เลยแนะร้านที่เป็นประเภทจานด่วน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาคุยกันนาน เด็กหนุ่มลอบมองนาฬิกาบ่อยครั้ง เย็นป่านนี้แล้ว ไม่รู้ว่าจินจะกลับบ้านแล้วหรือยัง ความจริงเขาอยากให้อะกานิชิ จินมารับมากกว่า เพราะอย่างแรกก็คือ อยากไปหาร็อกกี้ด้วย แต่อีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ อยากต่อปากต่อคำกับเจ้านายรูปหล่อนั่นเอง มันช่างมีความสุขเหลือเกินที่ได้นั่งคู่ไปกับจินและปะทะคารมกัน.......

.........เฮ้อ........

ความจริง มัตซึโมโตะซังก็ดูเป็นคนดี คุยสนุก แต่ทำไมเขาถึงอยากรีบกลับออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด ห่วงอะไรหรือเปล่านะ จุนโนะสุเกะเอ๋ย.......
“วันเสาร์นี้ว่างมั้ย อยากจะชวนไปงานปาร์ตี้น่ะ” จุนชวนด้วยดวงตาที่มีรอยยิ้มแพรวพราว
“เอ้อ.....คงไม่ว่างล่ะฮะ เพราะ.....เพื่อนๆ เขาชวนกันไปที่อื่นแล้ว” จุนโนะว่าเข้านั่น เขาดื่มน้ำอึกสุดท้าย กินอาหารหมดก่อนจุนเสียอีก ซึ่งฝ่ายเจ้ามือยังคงนั่งละเลียดไปได้แค่ครึ่งจานเท่านั้นเอง
“ยังไม่ทันคิดก็รีบปฏิเสธก่อนเลยนะ” จุนตัดพ้อ
จุนโนะสั่นหน้า
“ไม่ใช่หรอกครับ ไม่ว่างจริงๆ”
“สงสัยจะมีเดทกับใครบางคนอยู่แล้วหรือเปล่าล่ะซิ” ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ ไม่ได้มีวี่แววว่าจะเคืองแต่อย่างใด จุนโนะได้แต่ก้มหน้ายิ้ม
“ผมจะไปกับเพื่อนจริงๆ”
“อือ......งั้นวันอาทิตย์ล่ะ คงไม่ได้ไปกับเพื่อนสองวันติดกันหรอกจริงมั้ย?”
“เอ้อ.....ก็.......” จุนโนะอึกอัก ....กำลังหาหนทางปฏิเสธ ก็พอดีที่คนชวนโพล่งออกมา
“ก็ไม่ได้อีกล่ะซิถ้า......เฮ้อ....... จะมีวันไหนที่นายว่างบ้างล่ะเนี่ย”
“ทำไมมัตซึโมโตะซังไม่ชวนคนอื่นไปล่ะครับ?”
“ไม่ง่ะ อยากชวนนายไปคนเดียว... พูดตามตรงเลยนะ จะขอจีบน่ะ ได้มั้ย?” เล่นพูดตรงเผ็งแบบนี้เล่นเอาเด็กหนุ่มผงะ มองคนพูดตาค้างเติ่ง
“ว่า......ว่าอะไรนะครับ?”
“ขอจีบได้มั้ย?” จุนถามย้ำ
“มะ.....ไม่ได้!!”
“เฮอะ... ตอบ ไม่คิดเลยนะ”
“ไม่เอา... อย่าดีกว่าฮะ... เดี๋ยวผมก็ไปจากเมืองนี้แล้ว แหม มัตซึโมโตะซังล้อเล่นอยู่เรื่อยเลย”
“ไม่ได้ล้อ.......”
“ไม่เอาง่ะ!!” จุนโนะสั่นหน้าอย่างแรง แล้วก็บอกว่า
“คุณไม่ต้องไปส่งผมแล้วก็ได้ ผมว่าผมจะกลับเองดีกว่า เย็นมากแล้วด้วย เผื่อเพื่อนจะคอยกินข้าว” จุนโนะว่าแล้วก็เตรียมจะลุกขึ้น จุนต้องเป็นฝ่ายยึดข้อมือของเด็กหนุ่มเอาไว้ แล้วก็ยืนขึ้นตาม
“จะกลับก็จะไปส่ง“

..............
ระหว่างทางกลับบ้านต่างคนต่างเงียบ มีบ่อยครั้งที่มัตซึโมโตะชำเลืองดูหนุ่มน้อยที่นั่งซะจนติดหน้าต่าง สีหน้าของจุนโนะมีแววกังวลอย่างปิดไม่มิด จวบจนกระทั่งถึงหน้าแคมป์ ก่อนจะขับรถจากไปจุนก็เรียกจุนโนะไว้
“ที่พูดเมื่อกี้น่ะ ลองเอาไปคิดดู ถ้ามีที่หวังกับคนอื่นที่เขามีเจ้าของแล้วล่ะก็ ฉันว่านายจะเสียเวลาเปล่านะ จุนโนะสุเกะ .... คนที่นายหมายตาไว้น่ะ เขาไม่มีวันมาจริงจังกับนายได้หรอก ที่เขาไปรับไปส่งนายทุกวันก็เพราะหวังได้อะไรจากนาย พอได้แล้วเขาก็จะทิ้งนายไปแต่งงานกับคู่หมั้นของเขาอยู่ดี คนที่จะช้ำใจที่สุดก็คือใครล่ะ ...ถ้าไม่ใช่นาย ... นึกเอาไว้หรือยัง หรือจะพกความเสียใจกลับโตเกียวก็ตามใจ...” ชายหนุ่มพูดทิ้งท้ายเอาไว้ แล้วขับรถจากไป ปล่อยให้จุนโนะยืนกัดปากนิ่ง .........

........เขาคิดอะไรแบบนั้นกับจินจริงๆ หรือ เขาหวังอะไรจากผู้ชายคนนั้นหรือไง ทำไมถึงดีใจที่ได้เห็นหน้าจิน มันไม่ใช่แค่ความพอใจแน่นอน มันต้องมีมากกว่านั้น....... แต่.....สิ่งที่หัวหน้างานพูดก็มีส่วนถูกไม่น้อย ..... ไม่ล่ะ ถูกมากๆ เลยทีเดียวล่ะ......

จุนโนะหมุนตัวกลับ จะเดินเข้าแคมป์ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อเห็นร่างของอะกานิชิ จินยืนกอดอกพิงต้นไม้มองเขาเขม็ง
เด็กหนุ่มเหลียวหารถคู่ใจของจิน แต่ก็ไม่เห็น สงสัยว่าจินจะให้คนขับรถมาส่งแน่นอน แต่ ณ ตอนนี้ดูหน้าตาเจ้านายของเขาซิ ทำไมถึงได้ดูน่ากลัวจริงๆ แต่...เอ๊ะ... เขาก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นะ แค่ออกไปกับคนอื่น และก็ทานอาหารค่ำมาแล้วก็เท่านั้น
สายตาคมดุคู่นั้นของจิน เหมือนกับเป็นการสั่งให้เด็กหนุ่มเข้าไปหา จุนโนะเหลียวหาคุซาโนะ นึกสงสัยเหมือนกันว่าน้องชายของจินคงจะไหวทัน หนีไปหลบอยู่ที่ไหนซะแล้ว

จุนโนะเดินลากขาไปหา พอเกือบจะถึง จินก็ยกมือขึ้นเท้าเอว เล่นเอาหนุ่มน้อยหยุดเดิน ทิ้งระยะห่างกันไว้พอสมควร
“มาคอยตั้งนาน...” เสียงทอดยาว ผิดกับสีหน้าลิบลับ คำพูดของจินฟังดูเนิบนาบ แฝงให้ชวนสงสารหยอกใคร จุนโนะได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ บอกแต่เพียงว่า ไม่อยากขัดใจมัตซึโมโตะซัง
“เขาอุตส่าห์มาส่ง จะปฏิเสธก็ยังไงอยู่”
“งั้นใครมาส่งก็คงจะตามใจเขาไปเสียทั้งหมดล่ะซินะนายน่ะ” จินค่อนขอด
“ก็แล้วแต่ครับ”
“อ๋อ... คงรวมถึงฉันด้วยละมัง ที่ไปทานข้าวด้วยกันก็คงเพราะไม่อยากปฏิเสธฉันเหมือนกันใช่มั้ย?”
จุนโนะฟังแล้วก็ทำตาโต เขารีบสั่นหน้าแรงๆ
“โอ้ย... ไม่ใช่นะครับ ผมไปกับคุณก็เพราะเป็นคุณต่างหาก กับคุณน่ะ ผมเต็มใจไปน้า...า..า...”
“จริงเหรอ?” คนฟังค่อยมีสีหน้าดีขึ้นหน่อย แค่หน่อยเดียวเอง จากนั้นก็ทำหน้าบึ้งต่อ
“แล้วยืนคุยอะไรกันตั้งนานตอนมาถึงแล้วน่ะ?”
“ก็......เอ้อ......” จุนโนะกัดปาก ขมวดคิ้วมุ่น จะให้บอกได้อย่างไรว่า จุนน่ะเตือนเขาเกี่ยวกับเรื่องของเจ้านายคนนี้นั่นแหล่ะ จะบอกอย่างไรได้
“หือ? ว่าไง?”
“ก็.... คุยเรื่องทั่วๆ ไป...คือ...มัตซึโมโตะซังเขา เขาจะจีบผมล่ะ” จุนโนะพยายามเบนหัวข้อการสนทนาไปอีกเรื่อง เขากล่าวประโยคนี้ด้วยน้ำเสียงเล่นๆ แต่คนฟังนี่ซิ ดังใครเอาน้ำมันไปราดบนกองไฟ จินสะดุ้งแล้วก็คว้าไหล่จุนโนะหมับ ตะเบ็งเสียงจนจุนโนะตกใจ
“ว่าไงนะ?!!”
“อะ...อะไรง่า..คุณจิน ผมเจ็บนะ”
“ก็เมื่อกี้นายบอกว่า ไอ้หมอนั่นมันจะจีบนาย!! หูฉันไม่ได้ฝาดไปหรอกนะ!!”
“ไม่ได้ฝาดหรอก แต่ผมเจ็บอยู่นี่นะ รู้ตัวบ้างหรือเปล่า” จุนโนะพยายามสลัดแขนออก หน้านิ่วเพราะเจ็บจริงๆ ก็จินเล่นจิกแขนเขาเสียแน่น ชายหนุ่มลดสายตาลงมอง เห็นแขนจุนโนะอยู่ในอุ้งมือของเขาก็รีบปล่อย แล้วรีบคว้าข้อมือแทน
“แล้วนายตอบเขาไปว่าไง?”
“ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร.... บอกว่าไม่เอา”
“เฮ้อ......!!” จินถอนหายใจ เป่าลมออกทางปาก โล่งใจขึ้นมาทันที
“ทำไมต้องถอนหายใจด้วย เรื่องนี้ไม่เห็นเกี่ยวกับคุณจินซะกะหน่อย”
“เกี่ยวซิ”
“เกี่ยวไงง่ะ?”
“ก็ฉันไม่ให้ใครหน้าไหนมาจีบนายทั้งนั้น โดยเฉพาะเจ้านั่น คอยดูนะ ถ้ารู้ว่ามันมาเกาะแกะนายเมื่อไรจะหาเรื่องไล่ออก...”
“หือ?” จุนโนะสะอึก เขาทำตาโตพลางยื่นหน้ามาหาจิน
“แล้วจะไล่ผมออกด้วยหรือเปล่าเนี่ย?”
“นายน่ะ ฉันก็จะย้ายกลับมาเป็นเลขาฯ ฉันเหมือนเดิมน่ะซิ........อืมมม....... เออ...ถ้าจะดีนะ งั้นวันพรุ่งนี้ ฉันจะย้ายนายกลับมาทำงานห้องเดียวกับฉันเหมือนเดิม” จินพูดหน้าตาเฉย ราวกับกำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วๆ ไป ซึ่งจุนโนะก็ยิ้มขันๆ คิดว่าจินพูดไปงั้นเอง

สักพัก เมื่อจินเห็นจุนโนะยืนหน้าบอกบุญไม่รับเขาก็เปลี่ยนเรื่องคุยทันที
“... ฉันเอาร็อกกี้มาด้วยนะ”
“อ๋า....เหรอฮะ?” เสียงจุนโนะตื่นเต้น ยิ้มแก้มปริ เห็นฟันเรียงขาวตลอดแนว เล่นเอาคนมองใจกระตุกงึกๆ

จินดึงแขนเด็กหนุ่มไปหลังแคมป์ซึ่งเป็นที่ตั้งของต้นไม้ที่จุนโนะกับยามะพีชอบไปนั่งเล่น สองหนุ่มเดินผ่านเพื่อนๆ ของจุนโนะ จินโบกมือให้ จุนโนะหันไปเห็นชายหนุ่มยักคิ้วให้พวกของโคกิพอดี ก็เลยมองเพื่อนแล้วก็มองจินสลับกัน สีหน้าของจินยิ้มละไม ยิ้มแบบนี้เหมือนมีอะไรสักอย่างที่แปลกๆ ออกไป

จินผิวปากเรียกร็อกกี้ ได้ผล... เจ้าหมาน้อยที่วิ่งเล่นอยู่แถวนั้น วิ่งหูตั้งมาหาจินอย่างว่าง่าย ทำให้จุนโนะตาค้าง

ไม่น่าเชื่อว่า เพียงแค่วันเดียว จินก็ทำให้ร็อกกี้อยู่หมัดได้

ร็อกกี้วิ่งมาเกาะแข้งเกาะขาชายหนุ่ม ทำให้เหมือนกับจะให้อุ้ม จินก็เลยอุ้มมันขึ้นมาส่งให้จุนโนะ เด็กหนุ่มอ้าแขนออกรับ หมาน้อยถูกวางไว้ในอ้อมแขน แต่แทนที่จินจะดึงมือกลับ เขากลับวางมือตัวเองแนบกับวงแขนด้านในของจุนโนะอีกที ก็เลยดูเหมือนว่าร็อกกี้ถูกคนสองคนช่วยกันอุ้ม
“เจ้าหนูนี่มันฉลาดนะ เลี้ยงให้ดีเถอะ ฉลาดเป็นบ้าเลย สอนอะไรก็จำ”
“มันกำลังอยู่ระหว่างการจดจำ หมาน่ะจำคำพูดที่เราสอนได้ตั้งสองร้อยคำแน่ะ” จุนโนะพูดพลางลูบเส้นขนสีน้ำตาลที่หน้าผากของมัน เขาเงยขึ้นยิ้มตาหยีให้จิน แล้วก็ชวนกันทรุดตัวลงนั่งที่โคนต้นไม้
“สงสัยวันนี้ยามะพีคงไม่กลับมานอนนี่อีกแล้วล่ะ” จุนโนะบ่นกับตัวเอง แต่จินก็อดหัวเราะไม่ได้
“ได้ข่าวว่ามีแฟนแล้วนี่นะ” จินเสริม
“เอ๊?? คุณรู้ได้ไง?”
“พวกโคกิบอก”
“แหม...เจ้าพวกนี้ มีเรื่องอะไรก็บอกคุณหมดล่ะมังเนี่ย” จุนโนะบ่น แล้วก็สะดุ้งเฮือกเพราะนึกไปถึงว่าเจ้าเพื่อนของเขาจะบอกเรื่องเจอคุซาโนะหรือเปล่า เขารีบหับขวับมามองจิน แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด จินยังคงนั่งมองเขาหน้าอยู่เช่นนั้น มือใหญ่เอื้อมมาลูบหัวร็อกกี้ด้วย ...นิ้วสัมผัสกันอย่างไม่ตั้งใจ จุนโนะขนลุกซู่จากปลายนิ้ววิ่งแล่นมาร้อนซู่ที่ใบหน้า เขาเสมองไปทางอื่น ดึงมือตัวเองออกมาจากตัวร็อกกี้

อยู่ๆ ก็ใจเต้นตึกตักขึ้นมาเสียงั้นแหล่ะ ทำไมหนอ....ระยะหลังนี้ถึงได้ใจเต้นง่ายแบบนี้นะ แล้วจินล่ะจะรู้สึกแบบเดียวกับเขาหรือเปล่า .......

นั่งนิ่งได้ไม่นาน จุนโนะก็รู้สึกถึงมือของจินลูบไล้บนเส้นผมนุ่มสีน้ำตาลของเขา เด็กหนุ่มค่อยๆ หันไปหา ใบหน้าจินอยู่แค่นี้เอง เส้นผมใกล้ใบหูปลิวไสวเมื่อลมหายใจอุ่นของจินปะทะกรุ่นอยู่แถวๆ นั้น ยิ่งอยู่นานยิ่งใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
“เอ้อ.....คุณจิน ผมว่าเราไปรวมกลุ่มกับพวกเพื่อนๆ ดีกว่า” จุนโนะเอ่ยชวน
แต่จินนี่ซิ กลับส่ายหน้า แถมยังจับมือเขามากุมไว้อีก
“ไม่อยากอยู่กับฉันสองต่อสองล่ะซิ”
“เปล่านะฮะ คือว่า... “
“งั้นก็นั่งอยู่นี่แหล่ะ”
“คุณจินไม่หิวหรือไงฮะ”
“หิวซิ.....หิวนายไง...”
“บ้า....” จุนโนะสะดุ้ง รีบขยับกายหนี แต่ป่วยการเพราะมือยังอยู่ในอุ้งมือของจิน วันนี้เจ้านายรูปหล่อมาแปลกๆ เหมือนกับจะจีบ ... ซึ่งนั่นก็ทำเอาหนุ่มน้อยประหม่า เขายืดตัวขึ้น แล้วก็พยักหน้าไปทางพวกเพื่อนๆ
“คุณจิน เราไปกันเหอะ ถ้าหิวก็ไปกินอะไรดีกว่า” เขาพลิกฝ่ามือขึ้น จิกนิ้วกับมือของจิน และเป็นฝ่ายกุมมือจินไว้เสียเอง แรงฉุดของจุนโนะทำให้จินลุกขึ้นอย่างเสียดาย เดินตามคนหน้าหวานไปอย่างว่าง่าย.......

ในระหว่างที่จินนั่งรวมกลุ่มกับพวกนักศึกษา จุนโนะที่มัวกังวลว่าคุซาโนะไปอยู่ที่ไหน ก็เริ่มหมดห่วงเพราะสังเกตเห็นว่าร็อกกี้วิ่งกระดิกหางเข้าไปในเต๊นท์ของเขา คุซาโนะคงอยู่ในนั้น เพราะเขาแอบเห็นมือขาวๆ ปลดซิปประตูทางเข้าเต๊นท์ให้เจ้าหมาน้อยเข้าไปในนั้น

เมื่ออากาศเริ่มเย็นมากขึ้น บรรยากาศมืดสนิท จุนโนะก็เริ่มอ้าปากหาวหวอดจนดวงตาฉ่ำน้ำ มันปรือเสียจนจินอดหัวเราะไม่ได้ เขาจับศีรษะเด็กหนุ่มโยกเบาๆ ขณะพูดว่า
“ถ้าง่วงก็ไปนอนซะไป๊... ฉันก็จะกลับเหมือนกัน” จินเรียกหาร็อกกี้ จุนโนะสะดุ้ง เขารีบวิ่งไปดูร็อกกี้ที่เต็นท์ พอเปิดเข้าไปก็ต้องอดหัวเราะไม่ได้ เพราะเจ้าร็อกกี้กำลังหลับปุ๋ยคาอกของคุซาโนะ ......คนก็หลับ หมาก็หลับ จุนโนะคว้าร็อกกี้ เดินมาส่งให้จิน

เมื่อการร่ำลามาถึง จินก็เปลี่ยนสภาพหนุ่มน่ารักมาอยู่ในมาดของเจ้านายสุดเฮี้ยบทันที เขารอให้รถมารับ จุนโนะก็อยู่ที่นั่นด้วย เขาลอบมองร่างสูงของชายหนุ่มที่เอามือล้วงกระเป๋า มองตรงแน่วไปที่ถนนเบื้องหน้า เห็นแสงไฟจากรถยนต์วิ่งใกล้เข้ามา จินขยับตัว แล้วก็หันขวับมาทางจุนโนะ
“วันนี้ไปก่อนล่ะ พรุ่งนี้เหมือนเดิม คอยล่ะกัน ห้ามให้ใครมารับมาส่งเด็ดขาด เข้าใจมั้ย จุนโนะสุเกะ!!”
“คร้าบบบ...เจ้านาย...” จุนโนะโค้งให้จนหัวแทบติดหัวเข่า แต่เมื่อยืดตัวขึ้นอีกที เขาก็ต้องตกใจเมื่อจินอ้าแขนรวบตัวเขาไว้เต็มๆ และในเสี้ยวนาทีนั้น ริมฝีปากบางของชายหนุ่มก็ฉกวูบประกบกลีบปากบางของจุนโนะดังจุ๊บ เมื่อคลายวงแขนออกแล้ว จุนโนะก็แทบทรุด กลีบปากร้อนผ่าววูบๆ วาบๆ มันเป็นเหตุการณ์ที่รวดเร็ว ฉับพลันจนไม่อาจตั้งตัวได้

จินอมยิ้มที่มุมปาก โบกมือให้เด็กหนุ่มที่เขาขโมยจูบเมื่อสักครู่ เขาวางร็อกกี้ที่เบาะด้านหน้า เจ้าหมาน้อยตะกายกระจกรถมองจุนโนะตาแป๋ว จินเองก็โบกมือให้เช่นกัน แถมก่อนรถเคลื่อนจินยังยื่นนิ้วมาเป็นทำนองสั่งว่า ให้เด็กหนุ่มรออยู่ตรงนี้ พรุ่งนี้จะมารับอีกต่างหาก

“เฮ้อ..........คืนนี้จะนอนหลับหรือเปล่านะ” จุนโนะบ่นพึม ยืนพิงรถพ่วงด้วยลมหายใจหอบถี่
รอจนปรับอารมณ์เข้าที่แล้ว ก็เดินกลับเข้าเต๊นท์ เห็นคุซาโนะนั่งมองเขาด้วยดวงตายิบหยีอยู่ก่อนแล้ว
“หิว...... หิว....หิว..... พี่จินบ้า......อยู่ตั้งนาน ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง ฉันหิวจะตายอยู่แล้วนะ เกือบหม่ำหมาของจุนโนะไปแล้วล่ะ” เด็กหนุ่มโวยลั่น เอามือกุมท้อง ลูบขึ้นลูบลง จากนั้นเจ้าตัวก็มุดออกไปข้างนอก จุนโนะก็เลยออกไปหาอาหารมาให้

“ผมว่าคุณน่าจะกลับบ้านมากกว่านะ จะหลบอยู่ที่นี่ได้นานแค่ไหนเชียว เพราะคุณจินต้องมาทุกวัน พรุ่งนี้ก็จะมาอีก มาแต่ละทีก็อยู่นานขึ้นเรื่อยๆ คุณจะทำได้ไง” จุนโนะแนะ เขารินนมใส่แก้วใบใหญ่ให้หนุ่มน้อยที่ยืนหน้าคว่ำตรงหน้า คุซาโนะทำปากยื่น ส่งผลไม้เข้าปากแล้วก็ตามด้วยนม
“เอาไว้จะกลับวันอาทิตย์แล้วกัน นะ...แต่วันเสาร์จุนโนะต้องพาฉันไปเที่ยวก่อน” เด็กหนุ่มต่อรอง
“ไปเที่ยว... อยากไปไหนล่ะครับ?”
“ไปไหนก็ได้ นายขี่จักรยาน ฉันจะซ้อน เราไปปิคนิกในไร่ฝ้ายแถวๆ นี้ก็ได้ นะจุนโนะนะ...” เสียงออดอ้อน ฟังดูอ่อนหวานจนเป็นฉอเลาะ ซึ่งก็ทำให้จุนโนะไม่อาจปฏิเสธได้
“ก็ได้ครับ”
“อ่ะ.....จริงๆ น้า.... ห้ามนัดกับคนอื่นด้วยล่ะ แม้แต่พี่จินก็ไม่ได้ วันเสาร์ต้องเป็นวันของฉันนะ โอเค้.....”
“ครับ....” จุนโนะรับปาก ซึ่งนั่นก็ทำให้คุซาโนะตบมือเหมือนเด็กๆ เขาดื่มนมจนหมด แล้วก็ฉุดจุนโนะเดินลิ่วหายเข้าไปในเต๊นท์

เด็กหนุ่มกล่าวราตรีสวัสดิ์กับจุนโนะ แต่พอจะปิดไฟนอน คุซาโนะก็ผงกหัวขึ้นมองใบหน้างามของจุนโนะที่เห็นได้สลัวจากแสงวอมแวมของแสงตะเกียง คุซาโนะหัวเราะเบาๆ แล้วก็ไขตะเกียงจนดับสนิท
“นอนให้หลับน้า จุนโนะ อย่าฝันถึงรอยจูบของพี่ชายฉันล่ะ”
“คุณ........” จุนโนะสะดุ้งจนต้องลุกขึ้นนั่ง เห็นคนพูดนอนหันหลังให้ซะแล้ว แต่เสียงงึมงำปนหัวเราะยังดังมาให้ได้ยิน
“เห็นหรอกว้า..... พี่จินจูบจุนโนะง่ะ อย่างงี้แล้วจะมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีอะไรกันได้ไง ฉันไม่เชื่อร้อก.....”
จุนโนะเถียงไม่ออก เขานอนหงายกับที่นอนของตัวเอง ยกมือก่ายหน้าผาก พยายามหลับตา แต่ก็ยังเห็นใบหน้าหล่อเหลาของเจ้านายติดแน่นอยู่ที่เพดานเต๊นท์

.......บ้าจริง......จะไปไหนก็ไม่ไป เข้ามานั่งในใจเราได้ไงนะ เจ้านายบ๊องส์......

***************************

วันรุ่งขึ้น เป็นไปดังคาด จินบุกไปถึงห้องของกรรมการบริหารของบริษัท ซึ่งก็คือคุณพ่อของเขาเอง ด้วยเหตุผลที่ว่า
“ผมจะเอาคนของผมกลับไปทำงานที่เดิม” จินพูดสั้นๆ แต่ได้ใจความจนผู้เป็นพ่อต้องมองลอดแว่น
“ใครล่ะ คนคนนั้น?”
“ทางุจิ จุนโนะสุเกะครับ”
“เหตุผล?” คุณอะกานิชิ ยกมือประสานกันไว้บนโต๊ะ ดวงตาคมกริบจ้องมองหน้าลูกชายเขม็ง เมื่อเห็นจินยืนเกาหัวหมุนไปหมุนมาอยู่หน้าโต๊ะทำงาน
“เอ้อ........คือ......” จินอึกอัก
“หือ? ว่าไงล่ะเหตุผลแก?”
“ผมไม่มีคนช่วยงาน แล้วงานก็ยุ่ง จุนโนะเขาเคยแยกเอกสารให้ผมมาก่อน แล้วผมก็คิดว่าเขาทำได้ดีด้วย”
“แค่นั้นน่ะ?”
“ครับ.....”
“กลับไปทำงานได้แล้วไป ตอนเที่ยงมีประชุมคณะบริหารไม่ใช่เหรอ? ทำไมมาวุ่นวายกับเรื่องไม่เป็นเรื่องด้วยล่ะจิน”
“แต่พ่อครับ.......” จินท้วง แต่พ่อยกมือห้าม แถมยังโบกมือไล่ให้กลับไปทำงานซะอีก จินหน้าเหวอ มองหน้าที่ก้มต่ำเซ็นชื่อใสแฟ้มอย่างจนหนทาง ....... สงสัยวันนี้พ่ออารมณ์ไม่ดี ตอนนี้เห็นทีจะต้องถอยทัพกลับไปก่อน หรือไม่ก็ดูๆ ไปก่อน บางทีจุนอาจจะไม่ได้รุกจุนโนะอย่างที่เขาคิดก็ได้

แต่ว่า...... ทำไมเขาต้องมาคิดเรื่องอะไรต่ออะไรแบบนี้ด้วยนะ กับจุนโนะสุเกะ เด็กคนนั้นน่ะ ทำไมถึงได้แคร์มากมายขนาดนี้........

จินเดินงุ่นง่านกลับไปทำงาน พิจารณาเรื่องที่จะต้องเข้าประชุมได้สักพักก็เกิดอาการหงุดหงิด ก็เลยเดินดุ่มๆ ไปตึกที่จุนโนะทำงานอยู่ ไม่มีเหตุผลในการมาในครั้งนี้ แต่ก็โดนพนักงานที่นั่นมองกันอย่างสนใจ ว่าเหตุไฉนคุณอะกานิชิ จินซึ่งอยู่ตึกผู้บริหารมาทำอะไรที่ตึกฝ่ายผลิตแห่งนี้ เสียงซุบซิบยิ่งมีมากขึ้นเมื่อใครๆ เห็นจินมายืนป้วนเปี้ยนหน้าห้องออกแบบบรรจุผลิตภัณฑ์
ประตูห้องนั้นเปิดเข้าเปิดออก จินชะเง้อมอง อยากเข้าไปหรอกนะ แต่ไม่รู้จะหาเหตุอะไรที่จะเข้าไป นั่นไงล่ะ จากประตูกระจกนั้น เขาเห็นศีรษะทุยที่ปกคลุมด้วยผมค่อนข้างยาวสีน้ำตาลไหม้ของจุนโนะก้มๆ เงยๆ อยู่หน้าโต๊ะไฟ มือก็ง่วนกับการตัดกระดาษบนโต๊ะ จากนั้นก็หมุนตัวไปกดคีย์บอร์ดหน้าจอคอมพิวเตอร์สักที จินถอนหายใจ เขาเห็นมัตซึโมโต้ จุนเหมือนกัน รายนั้นกำลังมุ่งมั่นอยู่หน้าจอเหมือนกัน
เห็นดังนั้นแล้วก็โล่งใจอย่างน้อยสองคนนี่ก็ยังตั้งใจทำงาน ไม่มานั่งจีบกันอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้

“เอ้อ...... คุณจินจะเข้าไปมั้ยครับ?” เสียงหนึ่งร้องทักอยู่เบื้องหลัง จินสะดุ้งรีบหันไปมอง ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนยิ้มอย่างเกรงใจ ในอ้อมแขนหอบกล่องพะรุงพะรังมาด้วย จินรีบหลีกทางให้เมื่อเห็นว่าเขาเองที่เป็นฝ่ายยืนขวางประตูอยู่
“ไม่หรอก...เอ่อ..ขอโทษ ขอโทษ” จินพูดได้แค่นั้นก็เดินล้วงกระเป๋ากลับออกไป
“พิลึกคนแฮะ...” หนุ่มคนนั้นยักไหล่ มองเจ้าของบริษัทอย่างไม่เข้าใจ

************************************

วันนี้เป็นวันเงินเดือนออก ตอนกลางวันมัตซึโมโต้ซังก็เลยมายืนยิ้มอยู่หน้าโต๊ะทำงานของหนุ่มน้อยที่เขาเริ่มพึงใจ
“วันนี้ขอเลี้ยงข้าวกลางวันสักมื้อได้มั้ย?”
จุนโนะเงยหน้ายิ้มให้จนตาหยี เขามองนาฬิกา ตอนนี้ก็เที่ยงกว่าๆ แล้ว เขาทำท่าจะปฏิเสธแต่จุนก็ยกมือห้าม
“ขอร้องล่ะ วันนี้เงินเดือนออก ขอเลี้ยงเหอะนะ”
“เอ้อ.....ก็ได้ครับ ว่าแต่ไม่ชวนคนอื่นไปด้วยเหรอฮะ” จุนโนะบุ้ยใบ้ไปที่เพื่อนๆ ที่เริ่มทยอยออกจากห้องไปทีละคนสองคน
“ไม่ล่ะ เจ้าพวกนั้นอยู่ด้วยกันจนชินแล้ว แต่นายน่ะเด็กใหม่”
“งั้นก็รอสักครู่นะครับ ขอเก็บของก่อน” จุนโนะปิดจอคอมฯ ไว้เฉยๆ เขามองร่างสูงที่ยืนคอยเขาอยู่ รู้สึกอึดอัดใจอีกแล้ว ตั้งแต่ที่จุนประกาศขอจีบเขา วันนี้ก็เริ่มรุกซะแล้ว ทำงานด้วยกันแบบนี้ จะหนีไปไหนได้ เขาเห็นจุนหยิบสิ่งประดิษฐ์ของเขามาพลิกดูไปมา ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มแย้มขณะพูดว่า
“นายหัวดีนะ ทำงานไว ดูท่าจะถนัดทางด้านนี้”
“ก็เรียนมานี่ครับ”
“นั่นน่ะซิ ถึงจะเรียนมาแต่ก็ต้องอาศัยพรสวรรค์ด้วย บางคนเก่งแต่ในตำรา แต่พอออกมาทำงานจริงๆ ก็ไม่ได้เรื่อง มีออกเยอะไปคนแบบนั้นน่ะ สำหรับนายแล้วนี่ เข้าท่าทีเดียวล่ะ นี่ถ้าเรียนจบแล้วจะมาสมัครที่นี่เอามั้ย เขียนใบสมัครทิ้งเอาไว้ พอจะคัดคน ฉันจะพิจารณาเอง เอามั้ยล่ะ?” จุนถามพลางจ้องหน้าเด็กหนุ่ม จุนโนะได้แต่ยิ้ม ไม่ได้ตอบว่าอะไร แต่ในใจนั้นคิดไปถึงว่า
........มาทำงานให้นายจีบง่ะเหรอ ขอคิดดูก่อนล่ะกัน......

“เสร็จแล้วฮะ... ไปได้...” จุนโนะยิ้มให้ แล้วก็เดินนำหน้าออกไป ไม่ได้สนใจจะตอบรับหรือปฏิเสธคำชวนอันนั้น........

พอเดินไปถึงห้องอาหาร จุนโนะก็ต้องชะงักเมื่อจุนรั้งแขนของเขาไว้ แล้วก็ชี้ไปที่ห้องอาหารวีไอพี ที่สำหรับพนักงานพิเศษเท่านั้นที่จะเข้าไปใช้ได้
“ห้องนั้นน่ะ?” จุนโนะเลิกคิ้วถาม เมื่อจุนพยักหน้างึกๆ จุนโนะก็ต้องจำใจลากขาเข้าไปด้วย
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันเป็นหัวหน้างานนะ จะพาใครเข้าไปทานก็ได้ แต่ว่า....... วันนี้มีแต่ผู้บริหารทั้งนั้นเลยนะ... อ้อ...วันนี้มีประชุมคณะกรรมการบริษัท อืมม...ลืมไป... อ่ะ จุนโนะสั่งอาหารได้” จุนส่งเมนูให้ ซึ่งจุนโนะก็รับไปเปิดดู .......ไม่ทันได้เห็นสายตาเขียวปั้ดของใครบางคน....

............................................

จินมองเขม็งไปที่ร่างของสองหนุ่มที่เข้ามาใหม่ อารมณ์หิวเมื่อสักครู่ดูจะหดหาย นั่นมันจุนโนะสุเกะกับมัตซึโมโต้นี่นา มากินกันสองต่อสองแบบนี้ จะให้เข้าใจว่าไง....
ดูท่าทางเจ้าหัวหน้างานหน้าขาวนั่น เอาอกเอาใจจุนโนะอย่างกะอะไรดี .... นี่น่ะเหรอที่เขาเรียกว่าอารมณ์หวง.......
ก็นั่นมันเด็กของเขานี่นา.... ไหนบอกว่าไม่มีอะไรกันไง แล้วมานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่กับเจ้าหมอนั่นได้ไง... รู้ก็ทั้งรู้ว่ามันกะจะจีบตัวเองน่ะ
เขาเห็นจุนกับจุนโนะเข้ามาตั้งแต่แรกแล้ว จินนั่งกับพ่อและกรรมการคนอื่นอยู่ก่อนแล้ว พอเริ่มเที่ยงก็มีพวกหัวหน้างานของแต่ละแผนกทยอยเข้ามากินอาหารในห้องนี้บ้าง แต่ไม่คิดว่าจะเจอกับสองคนนี่เลยให้ตายซิ.... พอเห็นจุนย่างเท้าเข้ามาทีแรกก็ไม่ได้ติดใจอะไร แต่เจ้าคนที่เดินตามหลังมานี่ซิ เห็นแล้วของจะขึ้น... อาหารที่กำลังตักเข้าปากชะงักอยู่กลางอากาศ จินวางช้อนลงด้วยแรงกระแทก พาลหมดอารมณ์กิน เขาได้แต่มอง

...............

จุนโนะนั่งกินข้าวไปคุยไป จุนไม่ได้พูดจาจีบอะไรมากมาย แค่หยอกให้หัวเราะ แล้วก็หน้าแดงเท่านั้นเอง ระหว่างที่กินข้าวกันอยู่นั้น เขารู้สึกวูบวาบบริเวณแผ่นหลัง จุนโนะเอียงคอไปมา ทำไมแผ่นหลังถึงได้ร้อนวูบเหมือนมีสายตาร้อนแรงมาจ้องอยู่อย่างนั้น
“เอ๊???” เขาวางช้อนลง จะลองหันไปดูดีมั้ย แต่คนที่นั่งตรงกันข้ามก็กำลังพูดจ้อเชียว แต่มันก็ยังรู้สึกแบบนั้นอยู่อีก วูบๆ จนนั่งไม่ติดที่
ลองตัดสินใจหันไปดูซิ เห็นพนักงานระดับสูงใส่สูทกันทั้งนั้น รวมถึงที่จุนบอกว่าเป็นพวกบริหารด้วย แต่ว่า.......
“อ๊ะ???” จุนโนะสะดุ้งเฮือก เมื่อสบสายตาร้อนแรงของใครบางคน

จินนั่งจ้องเขากับจุนเขม็ง สีหน้าที่เห็นในยามนี้บอกถึงอารมณ์ได้ดี จุนโนะรีบดึงหน้ากลับแทบไม่ทัน
“คุณจิน......” เด็กหนุ่มครางเสียงแผ่ว กินอะไรไม่ลงอีกแล้ว ก็ดูหน้าเจ้านายคนเก่งซิ ...ใครจะกินอะไรเข้าไปลง

จุนโนะก้มหน้างุด ไม่กล้าหันกลับไปมองใครอีกแล้ว รีบตักข้าวคำโตใส่ปากแทบไม่ทัน ทำไงก็ได้ที่จะให้การกินอาหารมื้อนี้เสร็จสิ้นโดยเร็ว

ทางฝ่ายเจ้านายรูปหล่อ ก็รีบจัดการอาหารตรงหน้าให้เสร็จอย่างรวดเร็วเช่นกัน จินไม่ได้ตั้งใจฟังหัวข้อสนทนาของคนร่วมโต๊ะ ใจมัวแต่พะวงถึงแต่โต๊ะที่อยู่ติดประตูทางออก .... จุนโนะจงใจนั่งหันหลังให้ สายตาตื่นๆ ที่มองเห็นเขาเมื่อกี้ คงจะเป็นการบอกให้รู้ว่า จุนโนะรู้ตัวดีว่าตกอยู่ในสภาวการณ์เช่นไร
เมื่อเขาจิบน้ำหลังอาหาร กำลังจะเอ่ยปากขอตัวลุกไปโต๊ะจุนโนะ แต่คุณอะกานิชิคนพ่อกลับชวนคุยเรื่องอื่นไม่หยุด จนจินลุกไปไหนไม่ได้ เพราะพ่อจงใจพูดกับเขาโดยตรง ดังนั้นเมื่อจุนโนะและจุนลุกออกไป เขาจึงได้แต่ทอดถอนใจ
เอาไว้ตอนเย็นเหอะ จะถามจุนโนะให้รู้เรื่องว่าทำไมถึงยอมมากินข้าวกับเจ้าหัวหน้ารูปหล่อคนนั้นได้ ทั้งๆ ที่สั่งไว้แล้วเชียว..........

**********************************

วันนี้เป็นอีกวันที่ยามะพีเกาะหลังคาเมะซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ไปด้วยกัน แต่ว่าวันนี้พิเศษหน่อยก็ตรงที่ แทนที่คาเมะจะพาไปบ้านของเขา แต่ชายหนุ่มกลับบึ่งรถออกนอกเส้นทาง ตรงไปยังเมืองเล็กๆ ที่เคยพายามะพีไปปิคนิคคราวแรก เขาขี่ลัดเลาะเข้าไปในซอยโรยด้วยถนนลาดยาง บางแห่งขรุขระจนคนซ้อนต้องกอดเอวคนขี่ไว้แน่น
“จะไปไหนเหรอฮะ?” ยามะพีตะโกนถามแข่งกับเสียงดังของรถว่า
“ไปดูที่”
“ที่ไหนง่ะ”
“เดี๋ยวก็รู้” เสียงคาเมะตะโกนตอบกลับมา

ยิ่งขี่ออกไปไกลเท่าไร บรรยากาศทุ่งหญ้าก็ยิ่งมีมากขึ้นทุกขณะ จนในที่สุดคาเมะก็มาจอดรถที่ปลายทางถนนทุ่งหญ้าเขียวขจี แต่ก็เป็นหนทางที่เชื่อมต่อกับเขตเมืองมัตซึชิมา
ทั้งสองยืนสูดอากาศรับลมเย็นที่นั่น คาเมะผายมือไปรอบตัว สีหน้ายิ้มแย้มเบิกบานจนยามะพีอดถามไม่ได้
“ที่ใครกันเหรอ?”
“ของฉันเอง เก็บเงินซื้อเอาไว้ ตอนนี้กำลังผ่อนอยู่ ฉันตั้งใจว่าจะสร้างบ้านหลังเล็กๆ อยู่ที่นี่ล่ะ” คาเมะว่า ดวงตาเป็นประกายเจิดจ้าขณะเหลียวมองรอบกาย
“บ้านเหรอฮะ? แล้วบ้านที่คุณอยู่หลังโรงงานล่ะ?” ยามะพีถามต่อ
“ก็นั่นมันบ้านพักคนงาน ไม่ใช่บ้านจริงๆ นี่นา ไม่ใช่ของเรา พอฉันลาออกก็ต้องย้ายออกไปอยู่ดี”
“คุณจะไม่ทำงานที่นั่นตลอดไปหรือฮะ?”

คาเมะหันมายิ้มกับคำถามนั้น แววตาลังเลปรากฏอยู่ในดวงตาคู่นั้น เขาสืบเท้าเข้าใกล้คนถาม กอดเอวของยามะพีหลวมๆ พลางส่ายหน้า
“ยังไม่รู้เลยนะ คนเราย่อมมีทางเลือกในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ไม่ใช่หรือ งานที่ฉันทำอยู่อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ฉันอยากทำ แต่ก็เลือกไม่ได้ เมื่อเรายังต้องการหวังประโยชน์จากงานที่ทำ ฉันต้องการเก็บเงินสักก้อนเพื่อลงหลักปักฐานที่ไหนซะแห่ง และที่ๆ ฉันเลือกก็คือที่ที่เรากำลังยืนอยู่นี่ไงล่ะ ยามะพี....... นายดูซิ ชอบทำเลที่นี่มั้ย ใกล้ตัวเมืองเล็กๆ แต่ก็ไม่ไกลจากโรงงานเท่าไรนัก ชอบมั้ย?” คนพูดผายมือออกทั้งสองข้าง แต่คนฟังนี่ซิ ก้มหน้างุดขณะอ้อมแอ้มตอบ
“ผมไม่รู้หรอกครับ ก็ที่ของคุณนี่นา”
“ถ้าจะให้เป็นของยามะพีด้วยล่ะ ... ถ้าเราจะอยู่ด้วยกัน มีบ้านหลังเล็กๆ ร่วมกัน ยามะพีจะรังเกียจมั้ย?”
“คาเมะ!!” ยามะพีเบิกตากว้าง มองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน
“หมายความว่าไงฮะ?”
“ยามะพีจะอยู่ร่วมกับผมได้มั้ย ผมหมายความอย่างที่พูด ตอนนี้ก็อยู่ที่บ้านพักนั่นไปก่อน ระหว่างนี้ก็จะเริ่มสร้างบ้าน อาจจะไม่ใหญ่นัก แต่ก็จะคล้ายๆ กับที่บ้านพักหลังนั้น ถ้าคุณไม่รังเกียจที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน บ้านน้อยที่ตรงนี้ก็จะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา”
“อ๊ะ.....คาเมะ?? นี่ผมไม่ได้หูฝาดไปหรอกนะ เหมือนกับขอแต่งงานเลยล่ะ” หนุ่มน้อยตาโตหัวเราะ แต่แล้วก็ต้องรีบหุบเพราะคาเมะไม่มีทีท่าว่าจะพูดเล่นด้วยเลย ดวงตาคมปลาบมองหน้าหวานของคนรักแล้วก็ยื่นหน้ามาจุมพิตที่ปลายจมูกโด่ง
“คาเมะคนนี้พูดจริงทำจริงนะ”
“แต่ว่า....ผมต้องเรียนที่โตเกียวนะฮะ”
“เสาร์อาทิตย์ เราจะอยู่ด้วยกันก็ได้ รอจนยามะพีเรียนจบ แล้วมาทำงานใกล้กัน หนทางไม่ระย่อต่อความรักหรอกนะ”
“หวา.... คาเมะพูดจริงง่ะเหรอ?” ยามะพีหน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ มือขาวเรียวถูกรวบเอาไว้ด้วยมือของคาเมะ
“นะ เริ่มตั้งแต่วันนี้เลย เดี๋ยวกลับแคมป์ ไปขนเสื้อผ้ามาอยู่ด้วยกัน ใช้ชีวิตด้วยกัน ถ้ายามะไม่รังเกียจนายช่างคนนี้”
“อื๋อ.....ผม....ผมจะรังเกียจคนที่ผมรักได้ยังไงล่ะครับ” เสียงพูดเอียงอายนั้นขาดหายไปเมื่อร่างบางถูกกอดแนบแน่น ริมฝีปากที่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำเมื่อสักครู่ถูกปิดสนิทด้วยปากบางของคาเมะ ......จุมพิตแสนหวานบังเกิดขึ้น ท่ามกลางต้นหญ้าที่เอนลู่เพราะแรงลม แต่สองหนุ่มยืนไม่ไหวติง ราวกับจะให้ยอดหญ้าเป็นพยาน.........

.......................

ยามะพีกลับไปเก็บของใช้ส่วนตัวที่แคมป์ ตอนนั้นมีเพื่อนๆ อยู่กับครบยกเว้นก็แต่จุนโนะคนเดียว เขาฝากอุจี้ให้บอกจุนโนะด้วยว่าช่วงเวลาที่เหลือ เขาจะไปอยู่กับคาเมะจนกว่าจะกลับโตเกียว
อุจี้เดินมายืนรอที่หน้าเต๊นท์ด้วยความเป็นห่วง เขาเห็นคาเมะจอดรถรออยู่ที่บริเวณทางเข้า กำลังยืนให้โคกิและอุเอะดะสัมภาษณ์อยู่ เมื่อยามะพีโผล่หน้าออกมาพร้อมกับสะพายกระเป๋าเดินทางใบเล็ก อุจี้ก็ดึงแขนเพื่อนรักเอาไว้
“นายแน่ใจนะ ยามะ?” เขาถาม
ยามะพียิ้มสดใส เขาพยักหน้างึกๆ
“แน่ใจซิ ทำไมเหรอ?”
“ฉันกลัวว่า.......เอ้อ...... เขาจะ.....เขาจะ.....” อุจี้มองไปทางคาเมะ แล้วก็ทำหน้ากระอักกระอ่วนจนยามะพีต้องเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
“เขาจะทำไม?”
“เขาจะรักนายจริงเหรอ .... แค่เดือนเดียวเองนะที่นายรู้จักกัน เขาจะจริงใจแค่ไหนเหรอ ยามะ?”
“ฉันรู้ว่านายเป็นห่วง แต่......” ยามะพีก้มหน้าถอนหายใจ รอยยิ้มเมื่อครู่หายไป
“......ฉันรักเขา”
“ยามะ?”
“จริงนะ แล้วคาเมะเขาก็รักฉันด้วย เขาจะสร้างบ้านของเขาเอง และเขาขอให้ฉันไปอยู่ด้วย.... เขาดีกับฉันนะอุจี้ ... ฉันรักคาเมะ.....เหมือนที่นายรักพี่ไอบะนั่นแหล่ะ.....” ยามะพีบุ้ยปากไปที่ชายหนุ่มคู่รักของอุจี้ ที่กำลังยืนคุยกับคาเมะและพวกโคกิอยู่เช่นกัน
“ฉันเชื่อใจเขานะ แม้จะคบกันได้ไม่นาน แต่ว่าความรักน่ะอุจี้ บางครั้งมันก็มาเร็วเหลือเกิน”
“แต่พวกเราก็กำลังจะไปกันแล้ว อีกสองสามอาทิตย์เองนะ” อุจี้พยายามจะท้วงแต่ว่ายามะพีสั่นหน้า
“ไม่เป็นไรหรอก วันหยุดเราก็จะพบกันได้นี่...อุจี้ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะดูแลหัวใจของฉันไว้อย่างดีที่สุด ฉันเชื่อว่าคาเมะจะไม่ทำให้ฉันเจ็บช้ำหรอก เชื่อซิ” ร่างโปร่งจับมืออุจี้มาบีบกระชับเป็นการยืนยัน ยามะพีขอบใจอุจี้ ซึ่งฝ่ายหลังก็ได้แต่พยักหน้าด้วยความเห็นใจ ........จริงด้วยซินะ คนเรากำลังมีความรัก ไม่ว่าใครก็ยากที่จะรั้งไว้ได้......ยามะพีรักนายคนนั้น รักอย่างหลงใหล หัวปักหัวปำ เขาเองก็รักไอบะนี่นะ ความเข้าใจยังมีอยู่เต็มเปี่ยม

ยามะพีเดินไปหาคาเมะแล้ว บอกลาเพื่อนทุกคนด้วยสีหน้าอิ่มเอิบของคนกำลังอินเลิฟ เพื่อนๆ ได้แต่ยืนมอง เมื่อยามะพีตั้งใจจะไปใช้ชีวิตอยู่กับคาเมะที่บ้านพักหลังโรงงาน พวกเขาเองก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากจะภาวนาของให้เพื่อนรักไปดีก็เท่านั้นเอง........

รถมอเตอร์ไซค์ของคาเมะและยามะพีไปไกลแล้ว อุจี้ก็เอาแต่ถอนใจจนเพื่อนๆ หันมามอง
“นายว่า.....คาเมะอะไรนั่นน่ะ จะรักเพื่อนของเราจริงมั้ย?” อุจี้เอ่ยปากถาม
“รักซิ..... ยามะพีน่ารักจะตายไป และก็เท่าที่ได้พูดคุยกัน ฉันว่าเขาก็ไม่เลวนะ” อุเอะดะให้คำยืนยัน ซึ่งอุจี้ก็ได้พยักหน้า
“เหรอ...... ฉันว่ามันเร็วไปว่ะ”
“ความรักน่ะไม่มีเร็วมีช้าหรอกว้า อุจี้....ดูอย่างนายกับพี่ไอบะเด่ะ ต่างจากคู่ของยามะพีเท่าไรกันเชียว”
“อือ.......เนอะ” เพื่อนหน้าหวานหัวเราะออกมาได้ เมื่อโคกิพูดเสริมขึ้นมาแบบนี้ เขาจึงค่อยสบายใจขึ้น
“เออว่าแต่คุณคุซาโนะไปไหนอีกละเนี่ย เฮ้อ.....เด็กคนนี้ซนจริงๆ” ไอบะถามขึ้นมา โคกิก็เลยชี้ไปทางท้ายไร่
“เขาขอไปเล่นว่ายน้ำเล่นน่ะ นายก็รู้นี่ว่าเวลานี้น่ะ จวนจะได้เวลาที่คุณจินต้องมาส่งจุนโนะของเราแล้วนี่นา คุณหนูคุก็เลยซิ่งหนีไปตามระเบียบ”
“จริงๆ เลยน้า.... เมื่อไรจะมีคนมารับตัวไปเสียทีนะ”
“แต่ก็ดีนี่นา มีคนช่วยเฝ้าเต๊นท์ให้น่ะ ความจริงคุณคุซาโนะก็น่ารักดีนะ.....อ๊ะ...รถของคุณจินมาจอดแล้ว แต่เอ๊ะไม่มีจุนโนะมาด้วยนี่หว่า” โคกิชี้ไปทางรถสปอร์ตคันหรูซึ่งบัดนี้วิ่งโร่มาจอดต่อจากท้ายรถพ่วงของพวกเขา
อะกานิชิ จินเดินหน้ามุ่ยมาหา มีร็อกกี้อยู่ในอ้อมแขนด้วย
“จุนโนะล่ะ มาหรือยัง?” เป็นประโยคแรกที่จินถาม ทำเอาหนุ่มๆ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
“อ้าว!! ไม่ได้มากับคุณหรอกหรือครับ?”
“เปล่านี่ ฉันไปรับแล้วแต่เขาบอกว่าไปกับพวกเพื่อนที่ทำงาน.......เอ๊ะ....เหลวไหลจริงๆ จุนโนะสุเกะ” จินพูดอย่างฉุนเฉียว ดวงตาเป็นประกายจ้าด้วยความไม่พอใจ

บรรยากาศยามเย็นที่น่าจะรื่นรมย์ก็เลยอึดอัดขึ้นมา เมื่อจินเดินตามกลุ่มนักศึกษาเข้าไปในแคมป์ รอคอยอย่างเดียวว่าจุนโนะคนเหลวไหลจะกลับมาตอนไหนกันแน่...............

จินนั่งคุยกับพวกของโคกิได้สักพัก ก็มีรถยนต์มาจอดต่อจากรถของจิน ทุกคนหันไปมอง พบกับนากามารุ ยูอิจิ กำลังลงมาจากรถด้วยสีหน้าที่เครียดขมึง
“เป็นไงมาถึงนี่ได้ ไอ้ยู” จินทัก ร่างของผู้มาใหม่นั่งลงข้างๆ ตบหัวเข่าจินเบาๆ แล้วก็ส่ายหน้า
“ไปตามหาน้องคุมา แย่เลยว่ะ ไม่เห็นไปบ้านเพื่อนที่ไหนเลยล่ะ น้องคุโกหกหรือเปล่าวะไอ้จิน?”
“แล้วทำไมแกต้องมาตามหาน้องฉันด้วยวะ?” จินถามขึ้นมาบ้าง เล่นเอายูอิจิสะดุ้งเฮือก เขารีบส่ายหน้า โบกมือให้ว่อน
“ก็เป็นห่วงแค่นั้นแหล่ะ ไม่มีอะไรหรอก ยังไงๆ ฉันก็ต้องรับผิดชอบ น้องคุมาอยู่ในความดูแลของฉัน แล้วหายไปแบบนี้ ฉันก็ใจคอไม่ดี”
“โอ๊ย!! ไม่ต้องหรอกไอ้ยู ปล่อยมันไปเหอะ เดี๋ยวมันก็กลับบ้านเองแหละ ..... นายไม่ต้องรับผิดชอบอะไรหรอกน่า” จินตบบ่าเพื่อนรัก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ยูอิจิรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ทำไมจะไม่ให้รับผิดชอบเหรอ? ไม่ได้หรอก.... อย่างน้อยคุซาโนะก็เป็นของเขาแล้ว ... ความรู้สึกผิดมันมีอยู่เต็มเปี่ยม

ยูอิจินั่งปรับทุกข์อยู่ที่นั่นได้สักครู่ ก็ขอตัวออกไปเดินเล่น ทำเอาพวกโคกินั่งไม่ติด
ต่างคนต่างชะเง้อมองไปยังทิศทางที่ยูอิจิเดินปล่อยอารมณ์ไปเรื่อยๆ ทางเดียวกับที่คุซาโนะไปเที่ยวนั่นแหล่ะ
“ปล่อยให้เดินเพ่นพ่านแบบนี้จะดีหรือ?” อุจี้กระซิบกระซาบกับอุเอะดะ
“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ...ถ้าเจอกันนะ ถือว่าเป็นกรรมของคุณคุซาโนะก็แล้วกัน” อุเอะดะว่า อย่างน้อยความรู้สึกส่วนหนึ่งก็อยากให้หนุ่มน้อยตัวยุ่งคนนั้นกลับบ้านไปเหมือนกัน

ก็ดี...ถ้ายูอิจิจะพบกับคุซาโนะก็ดีเหมือนกัน

************************

to be continue

comment ที่นี่จ้า...

Hosted by www.Geocities.ws

1