CARAVAN LOVER.......

 

Vol 15..

***************************

ร่างบางในเสื้อคลุมอาบน้ำที่หลุดลุ่ยถูกวงแขนแข็งแกร่งของยูอิจิโอบอุ้มขึ้น ในขณะที่ริมฝีปากยังคงประทับกันแนบแน่นดูดดื่ม คุซาโนะปรือตาขึ้นมอง เขาเห็นเตียงนอนของเจ้าของห้องอยู่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ รอยยิ้มน้อยๆ ผุดขึ้นมาทางมุมปาก ลำแขนเรียวเล็กยิ่งโอบรอบคอของชายหนุ่มแนบแน่น
เมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับที่นอนอ่อนนุ่ม คุซาโนะก็ผวาคว้าคอของยูอิจิให้ทาบทับลงมาจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ชนิดที่ไม่ยอมให้กายห่างกันเลยเชียวแหล่ะ

“อือ...... น้องคุ...” เสียงงึมงำดังมาลอดริมฝีปากอิ่มที่คลุกเคล้ากับปากของเด็กหนุ่ม มือเรียวไล้ไปทั่วผิวกายที่โผล่พ้นร่มผ้า สัมผัสได้ถึงความเนียนนุ่มราวกับผิวของผ้ากำมะหยี่เนื้อดี มือซุกซนซอกซอนไปทั่วแผ่นอกของคุซาโนะ ในขณะที่ริมฝีปากละจากกลีบปากลงมาไซ้รความหอมกรุ่นของกลิ่นสบู่อ่อนๆ จากซอกคอและเนินอก ร่างน้อยๆ ในวงแขนบิดกายด้วยความทรมานอันแสนหวาน น้องคุปรือตาขึ้นมอง ริมฝีปากเผยอออกราวกับจะชวนเชิญ

ยูอิจิเหลือบตาขึ้นมอง สบตาหวานฉ่ำนั้นราวกับคนถูกสะกดจิต วันนี้ทำไมคุซาโนะถึงได้ดูเย้ายวนและเร้าใจแบบนี้นะ ทำไมเขาถึงต่อต้านอารมณ์ดิบในตัวเองไม่ได้ ทำไมถึงอยากได้ร่างบางนี้ใจแทบขาด สติแห่งความเข้มแข็งดูจะเหือดหายไป เมื่อเขามองแผ่นอกขาวสะท้อนขึ้นลงด้วยลมหายใจหอบสะท้านของคุซาโนะอยู่นี้ ความยับยั้งชั่งใจได้มลายไปจนหมดสิ้น
ชายหนุ่มก้มหน้าลง ไล้เลียเม็ดยอดสีชมพูอ่อนของทรวงอกตรงหน้า ดูดกลืนจนมันหายลับเข้าปาก มือทั้งสองก็จัดแจงปลดเสื้อคลุมกายของคุซาโนะออกจนหมดสิ้น เหลือแต่กายขาวผ่องล่อตาล่อใจเหลือเกิน
“อา.......น้องคุ......”
ยูอิจิเกลือกหน้าลงไปทั่วแผ่นอกและหน้าท้องขาวผ่อง โดยมีมือนุ่มนวลของคนใต้ล่างสอดเข้าใต้เส้นผมของเขาด้วยความรัญจวน
“พี่ยูฮะ.......” เสียงครางสั่นสะท้านของคุซาโนะดังขึ้น อาการบิดกายน้อยๆ ทำให้ยูอิจิใจเต้นระทึก ท่อนขาของเด็กหนุ่มยกขึ้น ไล้ฝ่าเท้าสัมผัสแผ่วเบากับท่อนขาของชายหนุ่มเป็นการเร้าอารมณ์ ยูอิจิขนลุกซู่ เพิ่มอาการขบย้ำกับผิวเนื้อที่อ่อนไหวมากขึ้นกว่าเดิม

คุซาโนะฉวยไหล่ของยูอิจิแน่น เสนอตัวให้เชยชมมากยิ่งขึ้น เมื่อริมฝีปากอิ่มเต็มของชายหนุ่ม แตะต้องเนื้อกายที่หวงห้าม เรือนกายสั่นระริกจนแทบจะคุมไม่อยู่ เด็กน้อยไม่ต้องอาศัยมารยาอะไรในการกระทำครั้งนี้เลย ไม่คิดเลยว่ายูอิจิจะหิวกระหายในร่างกายของเขามากเท่านี้

ยูอิจิงึมงำอยู่เหนือหน้าท้องและต้นขาด้านใน ขบย้ำผิวกายจนเกิดรอยแดง จากนั้นก็ลากไล้ริมฝีปากขึ้นมาครอบครองกลีบปากอีกครั้ง ส่วนมือก็ขยำสะโพกเพรียวและไล้ผิวกายไปทั่วร่าง ปากช้ำชอกของหนุ่มน้อยถูกขยำขยี้จนบวมเป่ง ใบหน้าสะท้อนขึ้นราวกับหายใจไม่ทัน และเมื่อนั้น ยูอิจิจึงเผยอร่างขึ้น มองใบหน้าหวานฉ่ำที่ส่ายไปมาบนหมอน
“คุซาโนะ..... พี่.......พี่ยู.....อยากรัก......น้องคุ.......ได้มั้ย?.....” คำขอนั้นหอบสะท้าน ใบหน้าของคนด้านบนดูเหมือนจะทรมานมาก คุซาโนะไล้นิ้วมือกับแก้มที่แดงเข้มของยูอิจิ เขาพยักหน้าน้อยๆ ด้วยรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์
ยูอิจิผ่อนลมหายใจออกมา เขาประทับริมฝีปากดูดดื่ม มือก็ทำหน้าที่แยกเรียวขาของร่างบางออกจากกัน
พี่ยู......อ๊ะ......?” คุซาโนะสะดุ้งเฮือกเมื่อรับรู้ถึงแรงกระแทกจากกายเบื้องล่าง เด็กหนุ่มครางกระเส่า กอดรัดร่างของชายหนุ่มแนบแน่น ขณะฝังหน้ากับซอกคอกัดบ่ายูอิจิจนเลือดซึม
“คุ.....คุซา......อา.....” ร่างกายขยับไหว เสียดสีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สีหน้าของยูอิจิเหมือนคนเป็นไข้ ลมหายใจหอบถี่ แดงก่ำแต่แฝงด้วยความสุขสม เมื่อตั้งหน้าตั้งตาประเคนความรักความใคร่ลงกับเรือนร่างของหนุ่มน้อยเบื้องล่าง

แรงรักโหมกระหน่ำจนแทบขาดสติ คุซาโนะร้องครวญครางแทบไม่เป็นภาษา จนสุดท้ายเรือนกายไหวระริกและสะท้านเป็นระลอกจนต้องกอดกายหนาของยูอิจิเอาไว้เพราะกลัวจะขาดใจตาย
“อือ......พี่ยู้......อ๋า........อา.......”

ลมหายใจที่คละเคล้าเป็นหนึ่งเดียว ค่อยๆ ผ่อนออกมายาวเหยียด เมื่อร่างสองร่างยังคงนอนกอดกันแน่นิ่ง เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นทั่วหน้าและลำตัว ยูอิจิปาดออกให้อย่างเบามือ ใบหน้าหวานใสของคุซาโนะเปล่งปลั่งด้วยเลือดฝาด ดวงตาเป็นประกายขณะมองตอบเขา
“พี่ยู...” หนุ่มน้อยเรียกเสียงเครือ ปลายนิ้วไล้ริมฝีปากหนาของชายหนุ่ม ความรู้สึกเต็มตื้นบังเกิดขึ้นมาเดี๋ยวนั้น เขารู้สึกว่าตัวเองมีเจ้าของ มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ
“พี่ยู......คุเป็นของพี่ยูแล้วน้า..”

ด้วยถ้อยคำนี้ทำให้กายของยูอิจิไหวเยือก เขาผงกตัวขึ้น นอนตะแคงโดยเท้าแขนกับที่นอน มองไล่เนื้อตัวของเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างอึดอัดใจ

......ใช่.... เขาได้ตัวของคุซาโนะแล้ว อย่างห้ามใจไม่อยู่อีกด้วย..........

.....นี่เขาเป็นฝ่ายผิดใช่มั้ยที่ทำการอุกอาจต่อน้องของเพื่อน......

จินอุตส่าห์ฝากเด็กหนุ่มคนนี้ให้เขาดูแล ให้เขาสั่งสอนให้เป็นเด็กน่ารัก แต่เขากลับทำเรื่องให้มันยุ่งขึ้นเสียเอง

.....คุซาโนะเป็นของเขาแล้วจริงๆ แม้ว่าจะเคยผ่านการมีแฟนมาแล้วก็ตาม แต่เขาก็เป็นคนทำให้เด็กคนนี้แปดเปื้อนคาวสวาทอีกครั้ง.....

....นี่เขาจะมองหน้าจินได้อย่างไร.....

“พี่ยูต้องรับผิดชอบเค้าน้า....... ให้ผมอยู่กับพี่นะฮะ... คุไม่ไปไหนแล้ว คุจะเป็นเด็กดีของพี่ยูนะ” เสียงออดอ้อนออเซาะดังแว่วไม่จางหาย คุซาโนะเผยอกายขึ้น ยื่นหน้าจุมพิตที่ปลายคางสากของยูอิจิ แล้วก็ซบหน้ากับซอกไหล่ของเขา ราวกับลูกแมวน้อยขี้ประจบ ถ้าเป็นยามอื่น ยูอิจิก็คงจะเอ็นดูหรอก แต่นี่...... ความรู้สึกที่เคยมองเด็กหนุ่มเหมือนกับน้องชายเหือดหายไป ความผิดชอบชั่วดีแล่นเข้ามาในความรู้สึก

ยูอิจิขยับกายลุกขึ้นนั่ง โดยมีคุซาโนะกอดเอวจากทางด้านหลัง รับรู้ถึงใบหน้าที่เกลือกกลิ้งแนบติดกับแผ่นหลัง อ้อมแขนบอบบางของคุซาโนะกอดรัดรอบเอวของเขา
“น้องคุ....” ยูอิจิแหงะหน้ามองดวงหน้าน่ารักของคุซาโนะ เห็นรอยยิ้มอิ่มอกอิ่มใจฉายชัดบนใบหน้านั้น เขาถอนหายใจหนักหน่วง ........
......เขาไม่น่าก่อเรื่องขึ้นเลย...
......ไม่ควรถลำลึกไปกับมารยาของปีศาจน้อยคนนี้

คุซาโนะไม่ได้รักเขา.... ไม่เคยรัก แต่ก็ยอมนอนกับเขา หรือเพียงแค่อยากจะปั่นหัวเล่นเท่านั้นเอง.....แค่นั้นใช่มั้ยที่คุซาโนะคิด.....

ชายหนุ่มปลดอ้อมแขนที่คุซาโนะโอบกอดออก ผุดลุกจากเตียง คว้าเสื้อผ้าของตัวเองมาใส่ ขณะที่จับตานิ่งมองหน้าของหนุ่มน้อยในร่างเปลือยที่มองเขาอย่างงุนงง
“กลับไปห้องนายได้แล้วไป..... พรุ่งนี้พี่คงต้องส่งนายกลับบ้านจินแล้วล่ะ”
“พี่ยู!!” คุซาโนะอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน
“อย่าล้อเล่นแบบนี้ซิฮะ คุใจหายหมดเลย” เขาพยายามทำใจให้ปกติ ระงับอาการตื่นตระหนกเอาไว้ แต่ดูหน้ายูอิจิตอนนี้ซิ ไม่ได้มีวี่แววว่าจะล้อเล่นเลยสักนิด และยิ่งเห็นชายหนุ่มที่ร่วมรักกันเมื่อครู่ทำหน้าราวกับได้ทำผิดอย่างมหันต์ที่สุดในชีวิต หัวใจของคุซาโนะดิ่งวูบเมื่อได้ยินประโยคต่อไปของยูอิจิ
“พี่ไม่ได้ล้อเล่นนะ พรุ่งนี้เตรียมตัวกลับบ้านได้”
“พี่ยู้......พี่ยู.... พูดงี้ได้ไง ผมเป็นของพี่ยูแล้วนะ จะเสือกไสไล่ส่งไปไหนกัน!!??” คุซาโนะตะเบ็งเสียงใส่ ขณะที่ยูอิจิเดินกลับไปกลับมาอยู่หน้าเตียงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เรื่องที่เกิดขึ้น.......เรื่องที่เกิดเมื่อกี้นี้....พี่ขอโทษ....เราสองคนต่างก็เผลอไปทั้งคู่ .....ความจริง มันไม่ควรเกิดขึ้น...ไม่ควรเลยจริงๆ” ยูอิจิส่ายหน้า กุมขมับอย่างคิดไม่ตก

คุซาโนะเม้มปากแน่น ดวงตาลุกวาว เขากระชากเสื้อคลุมที่หล่นบนพื้นมาใส่อย่างกระแทกกระทั้น โดยสายตาตัดพ้อมองไปยังใบหน้าของชายหนุ่มที่ตัดรอนความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่เพิ่งจะเกิดขึ้นหยกๆ
“พี่ยู....... พี่จะทำแบบนี้ไม่ได้นะ คุไม่ยอมจริงๆ ด้วย พี่ยูปล้ำผม..... คุตกเป็นของพี่แล้ว พี่จะเขี่ยทิ้งง่ายๆ ได้ไง?”
“พี่ไม่ได้ปล้ำนะ นายเข้ามายั่วพี่เอง เจตนานายเป็นอย่างไร ทำไมพี่จะไม่รู้”
“ผมแค่เอาส้มมาให้กินเฉยๆ”
“เฮอะ...อย่าพูดดีกว่า นายสมยอม นายยอมฉัน เสนอตัวเลยล่ะไม่ว่า พี่มันโง่เองที่ตกลงเล่นเกมนั้นกับนาย เพียงเพื่อไม่อยากถูกส่งตัวกลับบ้านใช่มั้ย? ถึงทำให้นายทำแบบนี้ หือ คุซาโนะ?” ยูอิจิหยุดเดิน กอดอกมองร่างบางที่ยืนกำหมัดแน่น คุซาโนะกลืนน้ำลาย เพราะยูอิจิดูเหมือนจะพูดถูกต้องทุกอย่าง
“ถ้าพี่ยูเข้าใจแบบนั้น แล้วมายุ่งกับผมทำไม?”
“เอ้อ......” ยูอิจินิ่งเงียบ
นั่นน่ะซิ..... เขาว่าคุซาโนะสมยอม เขาเองต่างหากที่สมยอม....ก็ตอนนั้นมันคิดอะไรไม่ออกจริงๆ นอกจากหลงไปกับกลิ่นแห่งความเย้ายวนของเด็กหนุ่ม
ยูอิจิมีใบหน้าแดงเข้ม จะด้วยความละอายใจหรืออะไรก็แล้วแต่ คุซาโนะเห็นแล้วต้องกัดปากจนเจ็บ
“ขอถามหน่อยเดียว...ที่กอดผม จูบผม พี่ยูไม่ได้รัก ไม่ได้ชอบผมเลยใช่มั้ย?” เขาถามซึ่งๆ หน้า และยูอิจิก็ถึงกับก้มหน้า
“ว่าไงล่ะ?” เด็กหนุ่มถามย้ำ ยูอิจิส่ายหน้าช้าๆ
“..... นายเป็นแค่น้องของเพื่อน ที่พี่มีหน้าที่ที่ต้องเอ็นดูก็เท่านั้นเอง พี่ไม่ได้คิดจะรักนายแบบคนรักเลย”
“แล้วทำไมไม่หยุดล่ะ เมื่อรู้ว่าผมต้องการอะไรจากพี่ยู ทำไมไม่ห้าม ทำไมไม่ไล่ผมกลับห้องตั้งแต่ตอนนั้น??” คุซาโนะแผดเสียงลั่น เขาถลันก้าวมาตรงหน้าชายหนุ่ม รัวกำปั้นน้อยๆ ใส่แผงอกไม่ยั้ง จนยูอิจิต้องยึดข้อมือทั้งสองไว้
“ถ้าห้ามแล้วนายจะยอมหรือ...ไม่มีทางหรอก”
“นั่นเป็นคำแก้ตัวใช่หรือเปล่า ไม่มีอะไรจะพูดให้ฟังดูดีกว่านี้หรือไง? ถ้าพี่ไม่ชอบผม มาแตะตัวผมทำไม ไม่ผลัก ไม่จับโยนออกนอกห้องไปล่ะ?”
“คุซาโนะ......” ยูอิจิครางแผ่วเบา เขามองหนุ่มน้อยตรงหน้า ยิ่งพูดคุซาโนะก็ยิ่งเสียงเครือ ดูเหมือนจะมีหยาดน้ำใสๆ คลอเบ้า
“พี่ยูไม่ได้ชอบผมเลยสักนิดเลยหรือฮะ..... ไม่มีเยี่อใยเลยหรือ?”
“มีซิเยื่อใยน่ะ แต่..... จะให้พี่เลวไปถึงไหน จะให้พี่เอาหน้าไปให้พี่ชายนายเห็นหรือไง ว่าฝากน้องมาให้เลี้ยงแล้วกลับนอนกับน้องเขาซะเอง คุซาโนะเองก็ไม่ได้รักพี่ไม่ใช่หรือ? ที่ทำไปทั้งหมดน่ะเพราะไม่อยากกลับบ้าน คิดจะใช้แผนนี้มามัดใจพี่ ใช่มั้ย? ไม่สำเร็จหรอก” ยูอิจิพูดแทงใจดำแบบนี้ คนฟังถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ เด็กหนุ่มปล่อยให้น้ำตาหยดลงมา เขาไม่ได้ตอบว่าอะไรสักคำ

.....ใช่สิ..... สิ่งที่ชายหนุ่มคนนี้พูดก็ถูก.... ถูกทุกอย่าง คุซาโนะเป็นคนคิดแผนนี้ขึ้นมา แต่เมื่อทำลงไปแล้ว เขากลับไม่รังเกียจในสิ่งที่เขากับยูอิจิทำเลยสักนิด มันตรงกันข้ามต่างหาก .... เขาชอบยามที่ยูอิจิกอด จูบ ลูบ ไล้ เสียงครางกระเส่ายามอ้อมแขนแข็งแกร่งนั้นโอบรัดลำตัวเขา ความพอใจทั้งนั้นที่เขาได้รับจากยูอิจิ ทั้งๆ ที่คิดว่าความสัมพันธ์นั้นจะเกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วคราว ขอเพียงแค่ให้ไม่ต้องส่งตัวกลับบ้านเท่านั้น แต่ในส่วนลึกนั้น คุซาโนะมีความสุขกับมัน มีความสุขเหลือล้นที่ได้เป็นของยูอิจิ มากกว่าที่เคยรู้สึกกับเรียวด้วยซ้ำ

แต่...ตอนนี้ เขารู้สึกเจ็บ.... เจ็บกับคำพูดของยูอิจิ เจ็บจนระงับน้ำตาไว้ไม่อยู่

......คุซาโนะเองก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมเขาต้องเจ็บไปกับถ้อยคำตัดรอนของชายที่เขาคิดว่าไม่ได้รักด้วย ตรงกันข้ามกับความรู้สึกที่เห็นเรียวนอกใจ เจ็บนั้นมันเพียงชั่วประเดี๋ยวจากนั้นก็จางหายไป ...แต่ความรู้สึกที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้ มันเจ็บจี๊ดรุนแรงจนเขาไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำใดโต้ตอบได้อีก
คุซาโนะผละจากยูอิจิ เขากระชับเสื้อคลุมให้เข้าที่ ปาดน้ำตาออก เดินหันหลังกลับออกไปนอกห้องแต่โดยดี แต่พอถึงประตูเขาก็หันมามองชายหนุ่มที่ยังยืนนิ่งอยู่กลางห้อง
“ผมขอโทษฮะ..... ขอโทษที่ทำให้พี่ยูเผลอตัว........ขอโทษที่ทำให้พี่แปดเปื้อน พี่ยูไม่ต้องรับผิดชอบหรอก คุล้อเล่น... แค่นอนด้วยกันเล่นๆ คุชินแล้วล่ะฮะ” คุซาโนะพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา ราบเรียบ เหมือนจะเยาะอยู่ในที รวมทั้งรอยยิ้มหยันนั้นอีกล่ะ ทำให้ยูอิจินิ่งขึง
“พี่ไม่ได้เจตนาจะพูดอะไรแย่ๆ แบบนั้น พี่หมายความว่า เอ้อ..... พี่รู้สึกเสียใจที่...ที่ไม่ได้เป็นฝ่ายปกป้องนาย แต่กลับทำเสียเอง....พี่เสียใจ....”
“หึ.... ไม่ต้องเสียใจหรอกฮะ มันเป็นแค่เกมของผมเท่านั้นเอง คุเป็นคนวางแผนจับพี่ยู ...พี่ยูไม่ผิดหรอก.....อือ.... ผมจะไปเก็บของ จะได้ไปเสียที ผมก็ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วเหมือนกัน”

คุซาโนะจบคำพูดด้วยการปิดประตูตามหลังดังปัง..... เมื่อออกมาจากนอกห้องแล้วเขายืนพิงประตูนิ่ง แหงนหน้าขึ้นราวกับจะสะกัดกั้นน้ำตาแห่งความอ่อนแอไม่ให้มันไหลลงมา เด็กหนุ่มสลัดหน้าเพื่อไล่หยาดน้ำออกไป เขาเดินแกมวิ่งหายเข้าไปในห้อง เมื่อเวลาผ่านไปไม่ถึงสิบนาที คุซาโนะก็ออกมาจากห้องส่วนตัวพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบเล็ก.......

ในท่ามกลางความมืดมิดของท้องถนน คุซาโนะกระชับกระเป๋าในมือ เขาเรียกแท็กซี่ไปบ้านอะกานิชิ จิน..... คงไม่ต้องรอให้ถึงพรุ่งนี้ก็ได้มัง ..... จะวันนี้หรือพรุ่งนี้ เขาก็ต้องถูกส่งตัวกลับบ้านอยู่ดี.... ทางที่ดีอย่าให้ยูอิจิเป็นฝ่ายพาเขาไปด้วยตัวเองเลย..........

เหลียวมองคฤหาสน์หลังงามที่อยู่มาหลายอาทิตย์ บอกได้คำเดียวว่า ....ใจหาย.....

ความจริงการอยู่บ้านกับจินผู้เป็นพี่ชาย ไม่ได้ทำให้เขาอึดอัดหรอก แต่การที่ได้อยู่บ้านของยูอิจิทำให้เขามีความสุขมากกว่า ซึ่งบัดนี้หนุ่มน้อยได้รู้ซึ้งอยู่แก่ใจว่าอะไรทำให้เขาไม่อยากจากยูอิจิไป.... เพราะที่บ้านหลังนี้มียูอิจิอยู่นั่นเอง...........

***************************

รถแท็กซี่วิ่งฝ่าความมืดแห่งราตรีออกสู่ชานเมือง ถนนสายเล็กสายน้อยเริ่มปรากฏให้เห็นเป็นแยกเล็กแยกน้อย คุซาโนะเพ่งมองไปบนท้องถนน คอยบอกหนทางแก่คนขับตลอดเวลา จวบจนรถวิ่งมาถึงต้นถนนสายเล็กที่แยกออกมาจากตัวเมืองย่อย รถวิ่งมาได้สักพัก คุซาโนะก็เห็นแสงสว่างมาจากที่ตั้งแคมป์หน้าไร่ฝ้ายของพี่ชาย เขาสั่งให้รถหยุด ความคิดที่จะกลับบ้านหายไป คุซาโนะลงตรงหน้าแคมป์ แล้วก็เดินตรงแน่วมาที่กลุ่มคนที่นั่งสรวลเสเฮฮากันอยู่ข้างรถ

“หือ? ใครมาหว่า?” โคกิวางกระป๋องเบียร์ลง มองไปยังร่างเล็กที่กำลังเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
“คุณคุซาโนะใช่มั้ย?” เป็นเสียงของจุนโนะสุเกะ เด็กหนุ่มลุกขึ้นเพ่งมอง พอดีกับที่คุซาโนะยื่นหน้าเจื่อนๆ มา
“ฉันเอง........ขอ....ขอร่วมวงด้วยคนนะจุนโนะ” คุซาโนะนั่งจุ้มปุ๊กหน้ากองไฟ โดยเลือกนั่งใกล้กับร่างสูงของจุนโนะ คนที่เขาเห็นดีด้วยที่จะให้มาเป็นคู่รักของพี่ชาย รู้สึกดีด้วยมากกว่าคู่หมั้นของจินเสียอีก

จุนโนะแนะนำน้องชายนายจ้างให้เพื่อนรู้จัก คุซาโนะดูไม่ค่อยร่าเริงอย่างที่เคยเห็น เขาขอดื่มเบียร์ด้วยแต่จุนโนะส่ายหน้า
“ผมว่าอย่าดีกว่า ดื่มโค้กละกัน ยังเด็กอยู่”
โค้กกระป๋องหนึ่งถูกยื่นมาตรงหน้า คุซาโนะรับเอาไว้ อยากจะบอกคนให้เหลือเกินว่า เขาน่ะเหรอเด็ก.... ไม่ใช่หรอก เขารู้อะไรๆ ในวัยหนุ่มมากกว่าจุนโนะเสียอีก
“เป็นไงมาไงถึงมานี่ได้ล่ะครับ?” จุนโนะถาม
“จะกลับบ้านน่ะ พอดีเห็นแคมป์พวกนายก็เลยไม่อยากกลับแล้ว ให้ฉันค้างที่นี่สักคืนได้มั้ยอ่ะ?”
“ที่ไร่นี่ก็ของคุณนะครับ เชิญตามสบายเลย” อุจี้บอก ยิ้มให้เด็กหนุ่ม ซึ่งคุซาโนะยิ้มแป้น มองหน้าเพื่อนของจุนโนะทีละคน เห็นได้ชัดๆ เลยว่า มีอยู่สองคู่ คนที่ชื่อโคกินี่คงจะเป็นแฟนกับอุเอะดะหนุ่มหน้าสวยที่ดูนุ่มนิ่ม ส่วนอีกคู่ที่นั่งไม่ห่างกันคือคนที่ชื่อไอบะ ผู้ชายผมสีอ่อนหน้าตาท่าทางใจดี ควงแขนกับหนุ่มหน้าสวยหวานที่ชื่ออุจี้

คุซาโนะมองไปยังคนสุดท้าย จุนโนะสุเกะ ..... ไม่มีคู่รักมาร่วมด้วย นั่นย่อมหมายความว่า จุนโนะไม่มีแฟน แล้วแฟนจุนโนะล่ะอยู่ที่ไหน จะใช่พี่ชายของเขาหรือเปล่า เด็กหนุ่มคันปากยิบๆ อยากถามจริงๆ
“คุณคุซาโนะนอนเต๊นท์เดียวกับผมนะครับคืนนี้ เพื่อนผมคงไปค้างบ้านแฟน” จุนโนะเอื้อเฟื้อ ซึ่งฝ่ายนั้นรับคำด้วยความเต็มใจ
“เป็นนักศึกษาอย่างคุณนี่ดีจังนะฮะ อิสระดี นึกจะไปไหนก็ไป นึกจะทำอะไรก็ทำ ไม่เหมือนฉันเลย แย่ชะมัด!!” เด็กหนุ่มทำหน้ามุ่ย กระดกโค้กดื่มอักๆ เขามองไฟในกองที่แตะปะทุเป็นประกายไฟเม็ดเล็กๆ แล้วแตกหายไปในอากาศ
“ทำไมกลับบ้านเสียดึกเลยล่ะครับ” จุนโนะถาม
“อืมมม....ฉัน....ถูกพี่ยูไล่กลับ... เขาคงไม่อยากจะยุ่งกับเด็กเหลือขออย่างฉันละมัง ฉันก็เลยออกมาตอนนี้ซะเลย”
“หือ? ทำงี้จะดีเหรอ บอกให้เขารู้หรือยังครับว่าจะกลับบ้านตอนดึกขนาดนี้”
“บอกแล้ว....” คุซาโนะโกหก
“อืม... แล้วเขาก็ปล่อยให้คุณมาตามลำพังหรือ?” คนถามทำเสียงไม่พอใจ คุซาโนะสะดุ้งเขาโบกมือให้ว่อน
“ไม่ใช่หรอกน่า.... เขาจะมาส่ง แต่ฉันไม่เอาหรอก ไม่อยากยุ่งด้วยแล้ว ... เขาน่ะ.....พี่ยูน่ะ.....” เสียงเล่าขาดหายไปเมื่อกระป๋องถูกยกขึ้นดื่มบังหน้า ทุกสายตาจับนิ่งอยู่ที่ใบหน้าหวานแต่แลดูเศร้าของเด็กหนุ่มผู้มาเยือน

จุนโนะเข้าใจโดยทันที ว่าคุซาโนะคนนี้ต้องมีปัญหาอะไรสักอย่างหนึ่งแน่นอน รอยคราบน้ำตาที่เขาแอบสังเกตเห็นทำให้ทุกคนหยุดถาม และคุซาโนะก็ชวนคุยเรื่องอื่น การได้คุยกับพวกนักศึกษาทำให้เขาคิดว่า เปิดเทอมใหม่นี้ต้องตั้งใจเรียนให้ดี เผื่อว่าจะได้มีโอกาสสอบติดคณะดีๆ และได้ใช้ชีวิตแบบพวกของจุนโนะบ้าง

พวกของจุนโนะแต่ละคนท่าทางไม่ใช่คนยากไร้ หรือขัดสนเงินทองจนต้องมาทำงานแลกกับเงินไม่เท่าไร แต่คุซาโนะรู้มาว่า เป็นเพราะพวกนักศึกษาเหล่านี้ไม่อยากรบกวนทางบ้านในเรื่องค่าเล่าเรียนมากกว่า
“ปิดเทอมก็ทำงาน ดีกว่าอยู่บ้านไม่มีอะไรงอกเงย พวกผมไม่ได้ร่ำรวยนักแต่ก็ไม่ถึงกับเครียดถ้าหางานทำช่วงปิดเทอมไม่ได้ พวกเรามีงานพาร์ทไทม์ในช่วงเย็นทำกันทุกคน ถ้าคุณคุซาโนะเป็นนักศึกษาแล้วจะรู้เอง การทำงานส่งเสียตัวเองเรียนน่ะมันคือความภูมิใจของเรา พ่อแม่ก็ไม่ต้องห่วง” คนที่อายุมากที่สุดเป็นคนพูดขึ้น ... ไอบะ มาซากิ คนที่ดูเหมือนจะเป็นตัวตั้งตัวตีในการก่อกำเนิดกองคาราวานนี้ขึ้นมา

ไอบะเล่าให้คุซาโนะฟังว่า พวกเขามีรถแบบนี้ประมาณ 6 คัน มาที่นี่สองคัน และที่เหลือก็กระจายไปตามส่วนต่างๆ ของเมือง และเมื่อถึงสัปดาห์สุดท้ายรถทั้งหกคันจะมารวมกันที่นี่ และขับรถเป็นขบวนจากไป เพื่อกลับไปสู่การเปิดเทอมที่จะมาถึง
“แล้วเมื่อไรพวกคาราวานถึงจะกลับล่ะฮะ?” คุซาโนะถาม หลังจากฟังเรื่องเล่า
“อีกไม่กี่อาทิตย์เอง เดือนหน้าพวกเราก็ต้องไปกันแล้ว” อุจี้ตอบแทน นั่นทำให้คนถามหันขวับจ้องหน้าจุนโนะสุเกะทันที
“งั้นจุนโนะก็ต้องไปด้วยน่ะซิ?”
“ครับใช่...” เสียงตอบแผ่วเบาจากหนุ่มหน้าหวาน จากนั้นจุนโนะก็ยิ้มให้เด็กหนุ่มอย่างอ่อนโยน
เมื่อคุซาโนะกระตุกแขนเขายิกๆ จุนโนะเลิกคิ้ว เด็กหนุ่มก็เลยแกล้งปิดปากหาว เป็นทำนองว่าเขาง่วงล่ะ จุนโนะก็เลยขอตัวพาคุซาโนะไปนอนก่อน

เมื่อเข้ามาในเต๊นท์แล้ว คุซาโนะก็เริ่มพูดขึ้นทันที
“จุนโนะอย่าบอกพี่จินนะว่าฉันอยู่ที่นี่ ฉันอยากอยู่ที่เต๊นท์นี้ดูบ้าง”
“คุณมีเรื่องอะไรมาหรือเปล่า ผมดูว่ามันชอบกลนะ ถ้าคุณไว้ใจผมล่ะก็ ผมก็ยินดีรับฟังเรื่องไม่สบายใจของคุณ”
“นายฟังได้หรือ?”
“ได้ซิครับ” จุนโนะพยักหน้า คุซาโนะถอนหายใจเฮือก ตัดสินใจเล่าให้ฟังจนหมดเปลือก ตั้งแต่ที่มาอยู่บ้านของยูอิจิ จนถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อตอนหัวค่ำ เล่นเอาคนฟังนั่งอ้าปากค้าง ดวงหน้าจุนโนะแดงเข้มขึ้นเรื่อยๆ ขณะฟังสิ่งที่คุซาโนะทำกับยูอิจิ ... ในที่สุดคนฟังก็ต้องก้มหน้าซ่อนแก้มแดงของตัวเองไว้

“แล้วพี่ยูก็จูบผม อุ้มผมขึ้น จนตัวลอยเลยล่ะ เขาน่ะนะ.....อื๋อ..... เขาจูบผมไปทั่วตัวเลยล่ะ แล้วก็ตรงนั้นด้วยง่า... จากนั้นพี่ยูกระซิบขอให้ผมเป็นของเขา แล้วก็จับ...........”
“เอ้อ........คุณคุซาโนะ ไม่ต้องเล่าละเอียดยิบแบบนั้นก็ได้ ... เราข้ามตอน XX แบบนี้ไปก่อนดีมั้ย?” จุนโนะขอร้องแบบเขินจัด
คิดไม่ถึงว่าเด็กอายุเพียงเท่านี้จะกล้าทำอะไรที่คนหนุ่มอย่างเขาเองยังไม่เคยแม้แต่จะคิด แต่คุซาโนะกลับทำได้อย่างหน้าตาเฉย..... คุซาโนะจบเรื่องของเขาด้วยรอยยิ้มเศร้า ขณะที่เล่าจบก็มองหน้าหนุ่มรุ่นพี่ไปพลาง
“เอ้อ...... เป็นถึงอย่างนั้นเลยหรือครับ?” จุนโนะเงยหน้าขึ้นถาม
“ทำไมล่ะ?” คุซาโนะถามกลับ ด้วยคิ้วขมวด ไม่คิดว่าจุนโนะจะไร้เดียงสาขนาดนี้
“ไม่...ไม่เด็กไปหรือครับที่จะทำอะไรแบบนั้น?”
“โฮ้ย....ไม่เด็กหรอก แต่กับพี่ยูน่ะ ฉันเหมือนเด็กไปเลยล่ะ แต่ก็ช่างเหอะ... เขาไม่ใยดีฉันนี่นะ และที่ฉันทำไปนี่ก็ทำให้ฉันรู้ว่า ฉันคิดอย่างไงกับพี่ยู จุนโนะอย่าบอกใครนะ ฉันบอกกับนายเป็นคนแรกว่า.... ฉันคิดว่าฉันตกหลุมรักพี่ยูเข้าแล้วล่ะ”

เสียงสารภาพนั้นดังแผ่วเบา พร้อมกับร่างบางทรุดตัวลงนอนหงาย มือก่ายหน้าผาก ขณะพูดเนิบๆ
“อย่าบอกใครนะว่าฉันรักพี่ยู อย่าให้ใครรู้เป็นอันขาด ฉันอายนะ ที่รักเขาแล้วเขาไม่ใยดี กลับไล่ส่งมาน่ะ”
“ผมคงไม่กล้าบอกใคร........” จุนโนะให้สัญญา จากนั้นนิ้วก้อยน้อยๆ ของคุซาโนะก็ถูกยื่นออกมาตรงหน้าให้เกี่ยวกระหวัดกับนิ้วของเขา
“สัญญากันแล้วน้า...”
“ครับสัญญา” ทั้งสองหนุ่มยิ้มให้กันและกัน แต่แล้วจู่ๆ คุซาโนะก็โพล่งออกมาว่า
“แล้วจุนโนะล่ะ ชอบพี่จินหรือเปล่า?”
“หา?” จุนโนะตาเหลือก รีบปล่อยนิ้วทันที ใบหน้าหวานแดงเข้มขึ้นจากแสงตะเกียง เสียงคุซาโนะหัวเราะคิกคัก
“ใช่ก็บอกมาเด่ะ เอามั้ย? ฉันจะช่วย ถ้าชอบพี่ชาย น้องชายคนนี้ช่วยได้น้า....”
“เอ้อ....ไม่ล่ะครับ ไม่เอา” จุนโนะหัวเราะกลบความเขินอายของตัวเอง แต่คนถามยังคงนอนพูดจ๋อยๆ ต่อไปอีก
“แต่ฉันว่า พี่จินน่ะชอบนาย ไม่เคยเห็นเขาเอาใจใส่ใครได้มากขนาดนี้มาก่อน กับคนอื่นน่ะ ฉันหมายถึงยัยคู่หมั้นจอมแรดนั่นน่ะ พี่จินยังไม่เอาใจใส่เท่านาย นึกสงสัยเหมือนกันว่าพี่จินคงจะตีจากยัยนั่นได้ในเร็ววัน”
“คงเป็นไปไม่ได้หรอกครับ ผมกับคุณจินไม่ได้....เอ้อ...ไม่มีอะไรกันแบบที่คุณเข้าใจหรอก”
“เรอะ?... โหย...... จริงอ่ะ เอ... งั้นฉันก็ตาฝาดไปแล้วล่ะซิ เฮ้อ....” หนุ่มน้อยถอนหายใจเฮ้อ....ท่าทางผิดหวังสุดๆ คุซาโนะตบที่นอนข้างตัวแปะๆ จุนโนะล้มตัวนอนข้างกาย คุซาโนะก็เลยก่ายขาบนตัวของจุนโนะ
“เนี่ย....ตัวก็นิ่มแบบนี้ พี่จินอดใจไหวได้ไงน้า.....”
“คุณคุซาโนะ!!” จุนโนะอดหัวเราะไม่ได้
“จริงๆ นะ จุนโนะ ฉันอยากได้นายมาเป็นพี่สะใภ้มากกว่าใคร อยากให้พี่จินได้นายนะ”
“มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ หลับดีกว่านะ พรุ่งนี้ผมต้องไปทำงาน อ้อ... แล้วก็คุณจินจะมารับผมที่นี่ด้วย เตรียมหลบให้ดีก็แล้วกัน” จุนโนะพูดเป็นครั้งสุดท้ายจากนั้นก็ดึงผ้าห่มขึ้น คลุมให้ทั้งตัวเขาและเด็กหนุ่ม ทั้งสองไม่ได้กล่าวราตรีสวัสดิ์ เพราะคุซาโนะหลับตานิ่ง อาจจะเพราะความเหนื่อยอ่อนหรือว่าไม่อยากจะพูด

จุนโนะเอื้อมมือมาดับตะเกียง เมื่อทิ้งหัวบนหมอนอีกครั้ง ร่างของคุซาโนะก็ซุกเข้ามาหา พร้อมกับเสียงงึมงำยามเผลอตัวว่า
“.....อืม.....พี่ยู......”

********************************

ยามะพีออกมาจากห้องน้ำในเช้าวันรุ่งขึ้น คาเมะยังนอนเอกเขนกอยู่บนเตียง ดวงหน้าฉายแววแห่งความสุขออกมาอย่างปิดไม่มิด
“ลุกขึ้นเถอะฮะ เดี๋ยวไปทำงานสายไม่รู้นะ” ยามะพีบอกยิ้มๆ พยายามเดินเลี่ยงเตียงนอนเพราะเจ้าของบ้านเตรียมเอื้อมมือจะคว้าร่างบางของเขาอยู่เชียว เสียงหัวเราะสดใสยามเช้าของสองหนุ่มดังก้องไปทั่วห้อง เมื่อยามะพีเอี้ยวตัวหลบ ผ้าขนหนูที่พันกายท่อนล่างก็หลุดไปกองกับพื้น
“อ๊ะ? คาเมะ!!” เสียงอุทานลั่นสลับกับเสียงโวยวายของคนหน้าหวาน ดังออกไปถึงนอกห้อง ทำให้ร่างโปร่งบางของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังจะเคาะประตูหน้าบ้านชะงัก เธอแนบหน้ากับบานประตูเงี่ยหูฟัง ได้ยินเสียงใสๆ ของคนสองคนดังมาจากภายในบ้าน หรืออาจจะมาจากในห้องนอนของคาเมนาชิ คาซึยะ

ริมฝีปากแดงสดเม้มกันแน่น เมื่อนึกไปถึงว่า คาเมะคงจะพาใครสักคนมาค้างด้วย และใครคนนั้นก็ไม่ใช่ผู้หญิง ถ้าเป็นเพื่อนผู้ชายก็คงไม่มีเสียงหัวร่อต่อกระซิกกันถึงขนาดนี้หรอกมัง
ฮิโตมิตัดสินใจเคาะประตูหนักๆ รัวแรงและเร็ว หลายครั้งจนคนด้านในต้องรีบมาเปิดประตู เมื่อเห็นว่าเป็นใครมาเยือนในยามเช้า คาเมะอ้าปากค้าง หน้าซีดเผือด โดยอัตโนมัติ เขาหันขวับมองไปยังห้องนอนที่มียามะพีเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ด้านใน
“พี่ฮิโตมิ!!” เสียงเรียกอย่างแผ่วเบา ขณะที่คาเมะเป็นฝ่ายออกมาด้านนอกบ้าน เขาฉวยแขนของหญิงสาวลากออกมานอกลานด้านนอก
“มาทำไมกัน?”
“ทำไมจะมาหาไม่ได้ยะ... เมื่อคืนทำไมไม่ไปหาพ่อของฉันหา?” ฝ่ายหญิงตวาดแล้วก็ตวัดดวงตาคมกริบขึ้นไปยังบนบ้าน เธอยกมือกอดอก หลิ่วตาให้น้องเลี้ยง
“เอาใครมานอนด้วย?”
“เรื่องของผม” คาเมะตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“ก็เรื่องของฉันด้วย เตียงนั่นน่ะฉันเคยนอน เคยสัมผัส จะให้ใครมานอนซ้ำ เชอะ...”
“พี่ฮิโตมิ กรุณาอย่ามายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของผม ผมจะพาใครมานอน เธอก็ไม่มีสิทธิ์ ความสัมพันธ์ของเรามันก็แค่สนองความใคร่ของพี่ไม่ใช่หรือ เพราะงั้นอย่ามายุ่ง!!”
“คาซึยะ!! ปากดีนักนะ นี่ถ้าฉันเดินขึ้นไปดูหน้าคนที่เธอพามานอนด้วยล่ะ จะดีมั้ย?”
“อย่านะ!!” คาเมะถลันยืนขวางบันไดทางขึ้นบ้าน หน้าตาถมึงทึง บูดบึ้ง สีหน้าแบบนี้ทำให้หญิงสาวชะงักขา ดวงตาคมวาวแบบเอาเรื่องทำให้ฮิโตมิหยุดขา ความชาเย็นภายใต้วงหน้าที่ได้รับการแต่งแต้มสีสันปรากฏขึ้น หญิงสาวตวัดมองบ้านพักนายช่างแล้วก็ย่นจมูกใส่
“เชอะ...... ช่างปิดบังกันดีจริงนะ อยากรู้จริงว่าไอ้เสียงหัวเราะที่ฉันได้ยินน่ะมันเสียงผู้ชาย ไม่ใช่ผู้หญิงใช่มั้ย?”

คาเมะไม่ตอบ มีแต่ความบึ้งตึงฉายชัดบนใบหน้าของเขา เพียงเท่านี้ฮิโตมิก็รู้แล้ว ปากแดงคลี่ออกอย่างดูแคลน

........ทำไมคนพวกนี้ถึงได้มีรสนิยมแบบนี้กันนะ เธออยากจะกรี๊ด ผู้หญิงสวยแบบเธอทำไมถึงไม่ได้รับการสนใจจากพวกผู้ชายที่เธอพัวพันด้วย

จินก็คนหนึ่งล่ะ คาเมะก็อีกคน ....... ทำไมผู้ชายของเธอถึงได้ทำกับเธอถึงเพียงนี้

“ผู้ชายงั้นซิ... ชิ... นี่ถ้าแม่เธอรู้ จะเอาหน้าไปซุกที่ไหนล่ะนี่ พ่อลูกชายตัวดีริเล่นกับหนุ่มๆ ด้วยกัน รู้ถึงไหนอายถึงนั่น ฉันละเกลียดจริงๆ ล่ะพวกนี้ รสนิยมไม่ได้เรื่อง!!”
“ผมว่าเท่าที่ผมยุ่งกับพี่น่ะ น่าจะไม่ได้เรื่องมากกว่านะ... เมื่อรู้อย่างนี้แล้วล่ะก็ ไม่ต้องมาที่นี่ก็ได้ แล้วช่วยบอกพ่อพี่ด้วยล่ะกันว่า ถ้าว่างๆ จะเข้าไปหาที่ทำงานเอง เรื่องไปบ้านน่ะ ผมคงไม่ไปหรอก แค่ที่สำนักงานก็พอ พี่ฮิโตมิไปได้แล้ว ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องมาอีก ถ้าไม่เชื่อกันบ้าง เรื่องความสัมพันธ์ที่เรามีต่อกัน ผมจะบอกพี่จิน เอาไงเอากัน....” คาเมะพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก็เดินปึงๆ กลับเข้าบ้านอีกครั้ง คราวนี้ปิดประตูดังสนั่นเป็นการไล่คนมาเยือนให้ไปเสียพ้นๆ
“คาซึยะ!!” เสียงกราดเกรี้ยวดังลั่นอยู่หน้าบ้าน สักพักหนึ่งก็มีเสียงขับรถกระชากออกไป

คาเมะยืนพิงประตูด้านใน ทอดถอนใจอย่างโล่งอก พอดีกับที่ยามะพีออกมาจากห้องนอน เขาเลิกคิ้วขึ้นถามว่า
“เมื่อกี้ใครมาเหรอฮะ?”
“ข้างบ้านน่ะ เขามาดูว่า สายป่านนี้แล้วทำไมยังไม่ไปทำงานอีก ผมก็เลยบอกว่า พาแฟนมาค้างด้วยน่ะก็เลยสาย” คาเมะตอบหน้าตาเฉย ทำเอาคนฟังหน้าแดงเข้ม เขาพยักหน้าให้คาเมะ
“คาเมะไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะครับ ผมจะทำอาหารให้กิน”
“อือ... แป๊บเดียวเองนะ” คาเมะว่าแล้วก็ฉกแก้มหอมดังฟอด เล่นเอายามะพีร้องอี๋อแต่ก็เอียงแก้มอีกข้างให้แต่โดยดี
“เร็วๆ น้า.....”

***********************

จินนั่งง่วนอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ วันนี้ความจริงเขาจะเอางานกลับไปทำที่บ้านก็ย่อมได้ แต่ว่าเหตุผลที่บ้านของเขาไม่มีคนหน้าหวานทำงานอยู่ด้วย จินก็เลยต้องมานั่งทำงานที่บริษัทอย่างเดิม เมื่อเวลาผ่านไป เลขาฯ หน้าห้องก็บอกว่า คุณนากามารุ ยูอิจิมาขอพบ แต่ยังไม่ทันที่จินจะเอ่ยปากอนุญาต ประตูห้องก็มีเสียงเคาะรัวขึ้น และจากนั้นยูอิจิก็เยี่ยมหน้าเป็นมันย่องเข้ามาหา
“ไอ้ยู...”
“ไอ้จิน น้องแกกลับบ้านหรือยังวะ?” ยูอิจิเปิดฉากถามเป็นคำแรก จินทำหน้างง เขาส่ายหน้าขณะชี้ไปที่เก้าอี้รับแขกตรงมุมห้อง ยูอิจิก็เลยเดินไปนั่ง เท้าศอกกับเข่าแล้วก็ยกมือกุมขมับทั้งสองข้าง
“น้องคุออกไปจากบ้านตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ว่ะ นึกว่ามาหานายที่บ้าน”
“หา? น้องฉันหายเรอะ ไอ้ยู!!” จินอุทานเสียงลั่นห้อง
“ก็กะว่าจะพามาส่งเช้านี้ พอไปดูที่ห้องก็ไม่เห็นแล้วง่ะ ไม่รู้ว่าเขาไปตอนไหน เสื้อผ้าก็ไม่อยู่” ยูอิจิเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล เขาไม่กล้ามองหน้าจินตรงๆ เพราะเรื่องที่ตัวเองก่อเอาไว้
“แล้วน้องคุจะไปไหนเนี่ย”
“นั่นน่ะซิ ฉันว่าจะไปดูที่บ้านทากิซาว่าดู” ยูอิจิลุกขึ้นโดยเร็ว เหมือนคนใจร้อนยิ่งกว่าพี่ชายเสียอีก
“ไอ้ยู.... ถามจริงๆ เหอะ ทะเลาะกันหรือเปล่าวะ?” จินถาม แต่อีกฝ่ายส่ายหน้า ไม่ยอมสบตา
“ถ้าไม่มีเรื่องกัน แล้วทำไมน้องคุถึงได้หนีออกจากบ้านล่ะ ไหนนายว่าเขาเลิกกับแฟนเก่าแล้ว”
“นายเรียวนั่นน่ะเหรอ?” ยูอิจิคราง
“ฉันก็ว่าเขาเลิกกันแล้วนะ”

......เลิกกับนายเรียว แต่กับเขาเองล่ะ น้องคุเป็นของเขาแล้ว... จะคิดหวนกลับไปหาคนเก่าหรือเปล่า ยังสงสัย

“ไปดูกันที่บ้านเรียวดีมั้ย?”
“จินมีงานค้างหรือเปล่าล่ะ?” ยูอิจิชี้ไปที่กองเอกสารที่วางสุมอยู่บนโต๊ะ
“ไม่เป็นไรหรอก น้องฉันสำคัญกว่า” จินว่า แล้วก็ปลดเน็กไทออกจากคอ ขว้างผลุงไปบนโซฟา

จากนั้นสองหนุ่มก็ห้อรถตามหาคุซาโนะตามที่ต่างๆ ตลอดทั้งวัน เสียเวลาอยู่บ้านทากิซาว่าหลายชั่วโมงก็ไม่ได้เรื่อง แต่กลับเกือบฟาดปากกับคนบ้านนั้นอยู่รอมร่อ จินต้องลากยูอิจิกลับออกมา ตอนนี้จินดูเหมือนจะเย็นมากกว่ายูอิจิเสียด้วยซ้ำ
“ไปไหนกันวะ?” ยูอิจิทึ้งผมตัวเอง สีหน้าไม่ได้สบายใจเลยสักนิด ตอนแรกว่าจะเขี่ยคุซาโนะไปให้ไกลๆ จากความรู้สึกของตัวเอง แต่พอเอาเข้าจริงๆ ความเป็นห่วงบวกกับความรู้สึกบางอย่างในใจทำให้เขาไม่อาจอยู่เฉยได้ ยังไงๆ ซะก็ตามหาคุซาโนะให้ได้ ถ้าได้ตัวแล้ว ก็แล้วแต่น้องคุว่าจะอยากอยู่กับเขาหรือจะกลับไปอยู่กับจิน เขาจะตามใจคุซาโนะทุกอย่าง.......
“ไอ้ยูใจเย็นๆ เดี๋ยวไปตามหาบ้านเพื่อนของคุซาโนะกัน” จินต้องเป็นคนปลอบล่ะ แทนที่คนเป็นพี่จะห่วงมากกว่าใคร แต่เป็นยูอิจิไปเสียนี่ จินส่ายหน้ากับอาการทุรนทุรายของเพื่อนสนิท ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยไปกว่านี้ ไม่ทันคิดหรอกว่า เพื่อนเราเผาเรือนเอาซะแล้ว.........

*********************************

เมื่องานเลิก จุนโนะยืนชะเง้อคอยาวมองไปที่ถนนหน้าตึกทำงาน เพื่อคอยเจ้านายรูปหล่อมารับกลับแคมป์ดังเคย วันนี้จินบอกว่าจะพาไปหาเจ้าร็อกกี้ก่อน ให้จุนโนะได้เล่นกับหมาน้อยก่อนจะพากับแคมป์ แต่จริงๆ แล้วจินอยากให้จุนโนะอยู่ทานอาหารเย็นที่บ้านด้วยต่างหาก เอาหมามาล่อ ทำไมเด็กหนุ่มจะไม่รู้ล่ะ จุนโนะกอดอกยืนอมยิ้มแก้มตุ่ยอยู่คนเดียว
มองดูพนักงานเดินกลับไปจากไปทีละคนสองคน จนกระทั่งเย็นมากแล้ว เขาก็พิงสะโพกกับขอบกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่ มองนาฬิกาข้อมืออยู่หลายพัก จินก็ยังไม่มา มองมือถือตัวเองก็ไม่มีใครโทรฯ มาหาด้วย

เขาจึงตัดสินใจเป็นฝ่ายโทร. หาจินเอง

“จุนโนะ!!” เสียงจินอุทานอย่างตกใจ จับใจความได้ว่า จินลืมมารับเสียสนิท เพราะมัวแต่ตามหาน้องชายอยู่
จุนโนะอยากจะบอกเหลือเกินว่า ความจริงคุซาโนะอยู่ที่แคมป์ต่างหาก แต่ก็สัญญากับคุซาโนะเอาไว้แล้วนี่นะ และอีกอย่างหนึ่งก็คือ....... ยูอิจิ..... ความหมั่นไส้ในตัวยูอิจิมีเพิ่มมากขึ้น เมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากปากของคุซาโนะ
....ได้เขาแล้ว แต่ไม่ใยดี ยังจะทิ้งขว้างอีก แบบนี้ให้อภัยไม่ได้ ต้องทรมานให้เข็ด.......
“งั้นผมกลับบ้านเองก็ได้ฮะ” จุนโนะตอบจิน แล้วก็วางสาย
กลับบ้านเอง แล้วจะกลับยังไงล่ะหว่า รถรับส่งพนักงานยังจะมีอยู่หรือเปล่าน้า......

แต่ยังไม่ทันได้ขยับกายไปไหน มัตซึโมโต้ จุน หัวหน้างานของเขาก็หอบเอาแฟ้มเดินมาถึงหน้าตึกพอดี
“จุนโนะยังไม่กลับอีกหรือ?” ชายหนุ่มร้องทัก ยิ้มหวานปานจะหยดให้
“จะกลับเดี๋ยวนี้แล้วล่ะครับ” จุนโนะยิ้มตอบ หวานไม่แพ้กัน
“แล้วคุณจินไม่มารับหรือไงกัน?”
“วันนี้คงต้องกลับเองล่ะครับ เอ้อ.... ต้องรีบไปล่ะฮะ เดี๋ยวไม่ทันรถรับส่ง”
“เออ....เดี๋ยวซิ จุนโนะ ฉันไปส่งให้ก็ได้” จุนรับอาสา แถมมือข้างที่ว่างยังฉวยข้อมือของจุนโนะเสียอีกแน่ะ
“จะดีเหรอฮะ” จุนโนะเริ่มลังเล จุนก็เลยหัวเราะร่วน เขาหลิ่วตามองจุนโนะ
“กลัวเจ้านายรู้หรือไงว่าไปกับคนอื่น”
“อ๊ะ???” จุนโนะก้มหน้างุด พวงแก้มวิ่งขึ้นเป็นริ้วแดงเข้ม จนคนมองเพลินตา

หนุ่มน้อยคนนี้ น่ารัก สดใส ได้คุยด้วยแล้วมีชีวิตชีวา จุนคิดแบบนั้น และเขาเองก็ชักจะติดใจจุนโนะขึ้นมา ความจริงก็น่าจะตั้งแต่วันแรกที่จุนโนะเข้าทำงานที่นี่ด้วยซ้ำ .... แต่ก็ติดอยู่ตรงที่ จุนโนะเป็นเด็กของจิน แต่ว่าตอนนี้ โอกาสเป็นใจแล้ว น่าจะทำคะแนนเพิ่มสักนิดก็ถ้าจะดี
“ไปเถอะน่า จะไปส่งให้ถึงที่พักเลย”
“เอ้อ......” จุนโนะอึกอักได้ไม่นานก็ถูกดึงแขนลิ่วๆ ไปเสียแล้ว
“ดีใจจังที่วันนี้ได้มีโอกาสไปกับนายบ้าง ปล่อยให้เจ้านายพานายซิ่งหนีไปทุกวันเลย” จุนพูดยิ้มๆ ทีเล่นทีจริงเมื่ออยู่ด้วยกันบนรถ จุนโนะเอาแต่ยิ้มสวยอย่างเดียว แต่ก็รู้สึกอึดอัดเป็นบ้ายามที่มากับคนอื่น ไม่รู้สึกเป็นกันเองเหมือนตอนที่ไปกับจินเลยซะนิด

เดินทางได้สักพัก จินก็โทร. หาจุนโนะอีก บอกว่า คุซาโนะติดต่อมาแล้ว
“น้องฉันโทร. มาบอกว่าอยู่บ้านเพื่อน ไม่ต้องห่วง แต่ไอ้คนที่ห่วงน่ะ ไอ้ยูต่างหาก” จินหัวเราะออกมา แล้วก็บอกว่า ให้จุนโนะรออยู่ที่ทำงานเขากำลังขับรถมารับ จุนโนะก็เลยอึกอักบอกอ้อมแอ้มว่า
“ไม่ต้องมาแล้วครับ ..คือ.....คือว่า......”
“อะไรหรือจุนโนะ คืออะไร?”
“คือตอนนี้ผมกำลังนั่งรถคุณมัตซึโมโต้อยู่ครับ เขาจะไปส่งให้ ...คุณจิน คือ.....อ๊ะ...อ้าว??” จุนโนะอ้าปากค้าง ได้ยินปลายสายกดสายโทรศัพท์ตัดฉับ.... เอาแล้วไง

จินโกรธ...

จินไม่ยอมพูดกับเขาแล้ว..... โกรธมากหรือเปล่าแค่ไหน

จุนโนะชักเสียววูบ ประเภทลมสลาตันหรือเปล่าน้า.....

*****************************

to be continue

comment ที่นี่จ้า...

Hosted by www.Geocities.ws

1