CARAVAN LOVER.......Vol 14

***************************

ร่างโปร่งบางนอนซวนซบด้วยความเหนื่อยอ่อน ใบหน้าหวานฉ่ำแดงระเรื่อ แรงเต้นจากหัวใจเบื้องซ้ายค่อยๆ ลดระดับกระแสแห่งความตื่นเต้นลงอย่างช้าๆ ยามะพีขยับตัวอย่างอ่อนล้า เขาลืมตาขึ้น พบกับความสว่างจ้าของแสงแดดสีชาเพราะยามเย็น ส่องลอดมาทางช่องหน้าต่าง ซึ่ง ณ ตรงนั้น มีร่างชายหนุ่มที่เขามอบกายถวายใจให้ ยืนพิงกรอบหน้าต่างอยู่ ดวงตาคมคู่นั้นเหม่อลอยไปยังท้องน้ำเบื้องหน้า ลมหายใจที่ระบายออกมาจากปากบางนั้น ทำให้ยามะพีคิดว่า คาเมะอาจจะนึกเสียใจในสิ่งที่เขาสองคนเป็นคนก่อขึ้น

ร่างบางลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก เนื้อตัวเมื่อยและเจ็บร้าวในบางที่ ...ผ้าห่มปลายเตียงถูกนำมาพันรอบกายท่อนล่าง ยามะพีนั่งกอดเข่า มองร่างของนายช่างหนุ่มแน่วแน่ การที่ได้ตกเป็นของคาเมนาชิ คาซึยะ ทำให้ตัวเขาเองอดภูมิใจไม่ได้ การกระทำที่คาเมะกระทำต่อเขา มันยิ่งใหญ่เหลือเกินในชีวิตของวัยหนุ่ม ...... ถ้าจะนับความสัมพันธ์ที่ได้รับ คาเมะก็คือผู้ชายคนแรกที่เขาคบด้วย และเป็นคนแรกที่ได้ตัวเขาไว้ในครอบครอง ..... และนั่นก็ทำให้ยามะพีระบายยิ้มออกมาอย่างซาบซึ้งและดื่มด่ำ

.....แต่อยากจะรู้นักว่า นอกจากเขาแล้ว ผู้ชายคนนี้จะพาใครมาร่วมหลับนอนในที่นี้หรือเปล่า

....จริงสิ...... กิ๊บกับโบว์ผูกผมของผู้หญิงที่เขาเห็นในวันนั้น ......

ยามะพีหันขวับไปมองที่โต๊ะหน้ากระจก.... ไม่มี... มันหายไปแล้ว.......
ก็น่าอยู่หรอก คาเมะคงจะเก็บมันลงลิ้นชักไปแล้ว หรือไม่ก็ทิ้งมันซะ .... นี่เขาจะถามดีมั้ยนะ? ถามไปเลยให้หายข้องใจว่าใครเป็นเจ้าของกิ๊บอันนั้น......
ก็เขามีสิทธิ์จะถาม เพราะเป็นของคาเมะแล้วนี่นะ ทำไมจะถามไม่ได้....
เด็กหนุ่มนั่งขมวดคิ้ว กัดริมฝีปากอย่างชั่งใจในการตัดสินใจที่จะเอ่ยถาม เขาซบหน้ากับเข่า ทำตาปรอยคิดไม่ตก

.............. แต่ถ้าถามไปแล้วคาเมะเกิดยอมรับว่าเคยพาคู่นอนมาที่นี่.... เขาจะรับได้มั้ย? ......

ยามะพีถามตัวเองในใจ และลงความเห็นว่า ไม่ควรถามดีกว่า เพราะกลัวคำตอบที่จะได้รับ

......ระบายลมหายใจออกมายาวเหยียด

ความจริง...คาเมะเป็นชายหนุ่มนี่นะ หน้าตาดี ทำงานทำการแล้ว ..เรื่องที่จะไม่มีใครเลยนี่ซิ...แปลก...

ถึงจะเคยมีใครมาแล้วก็ตาม เวลานี้เขาก็เป็นคนที่คาเมะใส่ใจอยู่นี่นะ ไม่น่าจะเก็บเรื่องไม่เป็นเรื่องมาใส่ใจเลยนี่นา

ยามะพีคิดได้อย่างนี้แล้ว ก็จับตามองร่างปราดเปรียวของชายหนุ่ม คาเมะยังยืนกอดอกในท่าเดิม ความอ่อนโยนฉาบฉายบนใบหน้านั้น มันดูอบอุ่นจนคนมองรู้สึกอุ่นวาบเข้าไปถึงขั้วหัวใจ
นี่เขาคงหลงรักคาเมนาชิ คาซึยะอย่างถอนตัวไม่ขึ้นจริงๆ เลยซินะ เวลาเพียงไม่นานนัก แต่ทำไมเขาถึงตกหลุมรักคนได้อย่างง่ายดายแบบนี้

“คาเมะฮะ....” เสียงเรียกจากปากอวบอิ่ม ทำให้ร่างของชายหนุ่มที่ยืนกอดอกหันมามอง เมื่อเห็นเด็กหนุ่มลุกขึ้นแล้ว คาเมะก็ยิ้มกว้าง เดินมาหาทันที
“จะรีบลุกทำไมล่ะครับ”
“เย็นแล้วนะฮะ....”
“ใกล้ค่ำแล้วล่ะ แสงแดดลำสุดท้ายแล้วล่ะยามะพี วันนี้ค้างที่นี่ก็ได้นะ พรุ่งนี้ค่อยไปทำงานด้วยกัน” คาเมะชวน ทัดผมสีน้ำตาลไว้ข้างหูให้ ริมฝีปากบางจุมพิตแผ่วเบาบนกลีบปากอิ่มที่ถูกบ่มจนช้ำชอกจากรสรักของเขาเอง
“ยามะพี.... ผมทำคุณเจ็บตรงไหนมากหรือเปล่า?” พูดแล้วก็ทำสีหน้ากรุ้มกริ่ม กวาดสายตาสำรวจร่างบางไปทั่ว จนคนถูกมองก้มหน้าเขิน ยามะพีส่ายหน้าแล้วก็จิกผ้าปูที่นอนแน่นเมื่อมือเรียวของนายช่างร่นชายผ้าที่ห่อหุ้มร่างเปลือยของเขาออก
“ไม่เจ็บหรือ? ผมไม่เชื่อหรอก มะ....ต้องให้สำรวจก่อนน้า....”
“อ๊ะ...คาเมะ.....อื้อ.....” เสียงของยามะพีขาดห้วงเมื่อริมฝีปากถูกปิดสนิทแนบแน่น มือที่ขยำผ้าเมื่อครู่ถูกเลื่อนมาคล้องรอบคอของชายหนุ่ม รู้สึกถึงการไหลเลื่อนของผ้าห่มถูกปลดออกจากกาย และมีเนื้อแกร่งของคาเมะเข้ามาแทนที่
“ขอนะ.....ยามะ วันนี้ไม่ให้กลับบ้านหรอก” ชายหนุ่มกระซิบอีกครั้งก่อนจะทาบทับร่างบางให้นอนบนที่นอนอีกครั้ง ......

*****************************************

จินขับรถพาจุนโนะมาส่งที่แคมป์เมื่อตอนหัวค่ำหลังจากไปกินอาหารที่ภัตตาคารสุดหรูกันแล้ว แต่ทันทีที่รถจอด อุจี้ก็วิ่งโร่เข้ามาหาจุนโนะทันที ทำเอาจุนโนะงง....เลิกคิ้วสูงเป็นเชิงถาม
“มีอะไรเหรอ อุจี้?”
“แย่แล้ว... จุนโนะ!!” อุจี้จับแขนเพื่อนเขย่าๆ พูดด้วยน้ำเสียงระล่ำระลัก
“เกิดอะไรขึ้นง่ะ?”
อุจี้ทำหน้ากระอักกระอ่วน แล้วก็บอกเสียงแผ่วว่า
“ร็อกกี้น่ะ....คือ....คือพวกเราผิดเองง่ะ ไม่ดูแลร็อกกี้ให้ดี มันก็เลย...เอ้อ...”
“ร็อกกี้!! ร็อกกี้ทำไมง่ะ เกิดอะไรขึ้น? อุจี้?” จุนโนะถามเสียงสูงปรี๊ด แทบจะเค้นคอคนบอกเสียด้วยซ้ำ
“มันหายไปไหนก็ไม่รู้ง่ะ เมื่อเย็นจะเรียกกินข้าว แต่... แต่ไม่มีเลย พวกเราตามหากันทั่วบริเวณก็ไม่เจอ เนี่ยตอนนี้พวกโคกิ อุเอ้ และพี่ไอบะก็ออกตามหาอยู่ เหลือฉันเฝ้าแคมป์อยู่คนเดียว รอนายด้วย จะทำยังไงดี จุนโนะ... คุณจิน...” อุจี้หันมาถามชายหนุ่มที่ยืนทำท่าร้อนใจไม่แพ้จุนโนะสุเกะ
“คุณจินฮะ.... จะทำไงดี” เสียงเครือของเด็กหนุ่มทำให้จินต้องตบบ่าเป็นการให้กำลังใจ หน้าตาจุนโนะตอนนี้แดงเหมือนคนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ จุนโนะก้มมองถุงอาหารที่เอามาฝากร็อกกี้แล้วก็กัดปากจนเจ็บ

จินจับแขนจุนโนะลากไปยังบริเวณที่ตั้งเต๊นท์ ไฟสว่างไสวสาดส่องไปทั่วบริเวณ ยามนั้นใกล้พลบค่ำแล้ว เสียงนกการ้องอยู่เหนือหัว จุนโนะแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่มีเมฆเริ่มคืบคลานปกคลุมไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ยิ่งมองก็ยิ่งใจเสีย ใกล้ค่ำแบบนี้ จะตามหาเจ้าร็อกกี้เจอเหรอ
เด็กหนุ่มเหลือบมองจิน เห็นชายหนุ่มมองกราดไปรอบตัว เขาจึงก้าวมาข้างหน้า แล้วก็โค้งให้อย่างสุภาพ
“คุณจินกลับไปบ้านเถอะครับ เดี๋ยวจะค่ำ ขอบคุณนะฮะที่พาผมไปเลี้ยงข้าว ตอนนี้...ผม..เอ้อ.....ผมจะไปตามร็อกกี้ก่อนนะฮะ ขอไม่ไปส่งที่รถนะคุณจิน”
“พูดงี้ได้ไง?... ใครบอกว่าฉันจะกลับบ้าน พวกนายตามลำพังจะหากันทั่วหรือ ฉันจะช่วยหาร็อกกี้ด้วยอีกคน” จินว่าแล้วก็ชี้ไปที่อุจี้
“อุจี้อยู่เฝ้าเต๊นท์ เป็นศูนย์กลางอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน ฉันจะไปกับจุนโนะ”
“เอ้อ....คุณจิน...คือ .... ผมว่าอย่าดีกว่า แค่นี้ก็รบกวนคุณจะแย่แล้ว” เสียงจุนโนะอ่อยเหมือนคนจะร้องไห้ ปากที่ยื่นนั้นจินรู้ดีทีเดียวว่า ที่จุนโนะพูดนั้น พูดออกมาเพราะเกรงใจต่างหาก เขาก็เลยยืนกรานจะช่วยตามหาให้ได้ ซึ่งนั่นก็ทำให้จุนโนะมีสีหน้าดีขึ้น

อุจี้บอกว่า โคกิและอุเอ้ แยกกันไปตามหาที่ถนนหน้าไร่ ส่วนไอบะเข้าไปตามหาในไร่ จินมองไปที่ท้ายไร่แล้วก็บอกว่า
“งั้นฉันกับจุนโนะจะไปท้ายไร่เอง ที่ๆ เราไปเล่นน้ำเมื่อกลางวันไง... ไปกันเถอะจุนโนะ”
“ครับ” เด็กหนุ่มรับคำ เขาฉวยไฟฉายและมีดพกไปด้วย
“ถ้าเจอหรือไม่เจอ ยังไงก็โทร. มาที่ฉันได้เลยนะ จุนโนะ” อุจี้ร้องบอกขณะมองตามร่างของนายจ้างและลูกจ้างเดินหายเข้าไปสู่ทุ่งหญ้าที่สูงท่วมเอว

จินกับจุนโนะแหวกพงหญ้าออกด้วยกิ่งไม้แห้งในมือ เป็นการเตือนพวกสัตว์เลื้อยคลานด้วย หากมี จะได้ระวังตัวไว้ก่อน ทั้งสองมาถึงริมน้ำ ทั่วบริเวณนั้นเงียบกริบ นอกจากเสียงลมพัด และความเย็นของอากาศเริ่มผ่านมากระทบผิวกาย
จินแหงนมองท้องฟ้าที่เปลี่ยนเป็นสีคล้ำเพราะความมืดมาเยือน จุนโนะส่งเสียงตะโกนเรียกชื่อของร็อกกี้อยู่ตลอดเวลา
“สงสัยจะไม่ได้มาแถวนี้นะ” จินว่า
จุนโนะถอนหายใจ หน้ามุ่ย บ่นพึมพำ
“ไปอยู่ไหนกันนะ ตัวก็เล็กนิดเดียว จะหาอะไรกินเองได้หรือเปล่า?”
“ก็เจ้าร็อกกี้ริเป็นหัวขโมยตั้งแต่เด็ก ตอนมาที่แคมป์ก็ยังเอาตัวรอดได้ ฉันว่ามันคงมีปัญญาหาอาหารกินเองได้หรอกนะ” จินพูดพลางฉุดแขนเด็กหนุ่มเดินออกจากชายน้ำ
“ไปสุดเขตไร่กันเถอะ” จินชวน อากาศเริ่มขมุกขมัวทุกขณะ แต่วันนี้มีแสงเดือนเริ่มฉายแสง จึงมองเห็นหนทางเบื้องหน้าได้ถนัดหน่อย และจินก็ฉายไฟเป็นระยะด้วย
“อีกไกลมั้ยฮะ?” จุนโนะถาม
“ไม่หรอก เลยเนินเตี้ยๆ ไปก็เป็นเขตไร่ของคุณมิยาเกะ เขาทำไร่องุ่นอยู่ติดๆ กับที่นี่แหล่ะ นายคงยังไม่เคยเดินไปถึงละมัง”
จุนโนะส่ายหน้าเป็นการตอบ เขาเองก็เพิ่งรู้จักชายน้ำตรงนี้ได้ไม่กี่วัน และก็ยังไม่เคยเดินลึกเข้าไปจนถึงสุดเขตไร่เลยสักที จินเดินอย่างชำนาญทาง ก็ใช่น่ะซิ ก็เขาเป็นเจ้าของไร่นี่นะ ย่อมรู้หนทางดีกว่าใคร ชายหนุ่มใช้ไม้ฟาดแหวกทางไปเรื่อยๆ จนสุดเขตรั้วลวดหนาม เขาหันมาจุ๊ปากให้จุนโนะหยุดตะโกนเรียกร็อกกี้
“เรากำลังบุกรุกไร่ของคนอื่นอยู่นะ เงียบไว้ก่อน”
“หวา....... จะไม่เจอข้อหาบุกรุกหรือฮะ?”

จินถ่างรั้วลวดหนามออก เขาเปิดทางให้เป็นช่องเพื่อที่ทั้งสองจะลอดเข้าไปในไร่องุ่นได้ ไม้ในมือถูกฟาดละไปกับหญ้าขนที่ขึ้นอยู่ทั่วบริเวณ จินเดินเข้าไปในร่องสวนที่มีเถาองุ่นอยู่เต็มไปหมด

“ร็อกกี้...ร็อกกี้!!” จุนโนะตะเบ็งเสียง แต่ก็ถูกจินหันมาจุ๊ปาก
“เรียกเบาๆ ซิ จุนโนะ ...ถ้าหาไม่พบจริงๆ ก็เดินไปถามที่ไร่ของเขาดู เผื่อจะมีคนงานเห็นมั่ง คุณมิยาเกะน่ะเป็นคนใจดี ฉันรู้จัก” จินบอก แต่ตัวเองนั่นแหล่ะที่เป็นฝ่ายนั่งยองๆ มองโน่นมองนี่แบบหัวขโมย แถมยังฉุดร่างบางให้นั่งข้างๆ ด้วย
“แล้วร็อกกี้จะมุดรั้วเข้ามาในนี้หรือคุณจิน?” เด็กหนุ่มกระซิบถาม
“ไม่รู้...”
“อือ... นึกว่ารู้...ชิ...” แอบทำปากยื่นใส่ แต่จินหันขวับมาเห็นเข้าพอดี จุนโนะก็เลยแยกเขี้ยวยิงฟันร่า พูดแก้เขินว่า
“นำไปซิฮะ”

จินก้มหัวลอดเถาองุ่นที่ขึ้นอยู่เหนือหัว องุ่นสีม่วงห้อยย้อยลงมาเป็นพวง จุนโนะแอบเด็ดมาสองสามพวง ส่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ จนเริ่มหมดพวงที่สอง ก็ได้ยินเสียงจินพูดอะไรงึมงำอยู่ข้างหน้า เด็กหนุ่มยื่นหน้าไปถาม
“ว่าอะไรนะครับ?”
“ฉันบอกว่า กินของเขาอิ่มหรือยัง?” ชายหนุ่มหันมาตอบ หน้าตาเรียบเฉย
“อือ...ฮึ้ก.. ขออีกพวงแล้วกัน” จุนโนะพยักหน้าแล้วก็เตรียมจะปลิดขั้วองุ่นมาอีกพวง จินก็เลยบอกด้วยเสียงกังวานไปทั่วบริเวณจนคนฟังอ้าปากค้าง
“ถ้าอิ่มแล้วก็จะบอกว่า เจ้าองุ่นที่นายขโมยของเขามากินน่ะ มันฉีดยาฆ่าแมลงไว้หรือเปล่าก็ไม่รู้”
“ยาฆ่าแมลง!!!....อ๊ะ?? ....อ่ะ... อากกก..... อ๊ากสส์” จุนโนะตะครุบคอตัวเอง แล้วก็ส่งเสียงร้องออกมาไม่เป็นภาษา
“อึก....... อึก.......” เขาลงนั่งยองๆ พยายามจะคายของเก่าทิ้ง จินก็เลยหัวเราะชอบใจ โบกมือไปมา
“ล้อเล่นน่า ล้อเล่น... ไร่ของคุณมิยาเกะไม่ได้ฉีดยาซะหน่อย ฮ่า...ฮ่า...”
“คุณจินน้า...า...”
“นายนี่น่ารักจริงๆ จุนโนะ ตลกดีง่ะ ฮะ..ฮ่า ...ดูทำหน้าเข้าสิ” ปลายนิ้วเรียวชี้มาที่เด็กหนุ่มที่กำลังนั่งอยู่กับพื้น จุนโนะมองตาคว่ำ แล้วก็จับนิ้วจินดัดจนเจ้าตัวร้องลั่น
“โอ๊ย.... ปล่อยนะ เด็กบ้า...!!”
“เรื่องไรปล่อย มาหลอกกันเล่นทำไม?” จุนโนะงับนิ้วจินไวัซะอีกแน่ะ จินผลักหน้าเจ้าหนุ่มน้อยออก แต่จุนโนะทำเสียงงึมงำแล้วงับนิ้วจินง่ำๆ
“จุนโนะเจ็บนะ” เมื่อเห็นว่าไม่มีทางปล่อยแน่แล้ว จินก็ตวัดร่างบอบบางเข้าสู่อ้อมแขนทันที ดึงร่างจุนโนะมากอดไว้ซะเลย
“อ๊ะ....” จุนโนะรีบปล่อยนิ้วจิน เขาแกะมือยุ่มย่ามที่จินกวัดรัดเอวของเขา แต่ไม่สำเร็จ จินดื้อแบบนี้ เขาเองก็สู้แรงไม่ไหวหรอก เสียงหัวใจเต้นระรัวในความมืด ใบหน้าใกล้กันแค่นี้เอง จุนโนะเมินหน้าไปทางอื่น ลมหายใจร้อนผ่าวเคลื่อนใกล้เข้ามา เขาไม่รู้ว่าจินตั้งใจจะทำอะไรแน่ แต่ที่รู้ๆ เหตุการณ์ถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้มันเคยเกิดขึ้นมาก็หลายครั้ง แต่ทุกครั้งเขาเองก็อดวาบหวามไม่ได้
“จุนโนะ.....” เสียงครางของจินใกล้หู ริมฝีปากก็แตะอยู่ชิดริมหู ถ้าเพียงแต่จุนโนะจะหันมา เพียงนิดเดียวเท่านั้น จินก็จะได้สัมผัสกับปากหยักสวยนั้นอย่างเต็มที่ และดูเหมือนฝ่ายถูกกอดจะรู้ทัน จุนโนะไม่ยอมหันมา.........
“จุนโนะหันหน้ามาซิ” เสียงจินสั่ง
“เรื่องอะไรจะหัน” เด็กหนุ่มพูดเสียงอู้อี้
“บอกให้หันหน้ามาไง!!”
“ไม่เอา...”
“จุนโนะ....”
“ไม่หัน....”
จินกระชับเอวของจุนโนะจนแทบจะเป็นขยุ้ม ความแรงจากปลายนิ้วนั้นทำให้จุนโนะต้องนิ่วหน้า แต่ยังไงก็ไม่ยอมหันหน้ามาทางจินหรอก ก็ริมฝีปากของเจ้านายรูปหล่อมันลอยวนรอท่าอยู่แล้วนี่นา
“ถ้าไม่หัน ฉันจะ.........” จินพูดแค่นั้น เขาปล่อยเอวจุนโนะแล้วก็จับปลายคางเด็กหนุ่มให้หันมาจนได้ แรงฝืนของจุนโนะขืนเอาไว้อย่างสุดความสามารถ จนริมฝีปากใกล้จะแตะกันอยู่รอมร่อแล้วเชียว ถ้าไม่มีใครคนหนึ่งตะโกนขัดขึ้นเสียก่อน........

“เฮ้ย....!! ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ ยกมือขึ้นเดี๋ยวนี้”
เสียงขู่ของชายคนหนึ่งดังขึ้น แต่เสียงสวบสาบของคนเดินมีมากกว่าสอง จินหันขวับไปมอง เขาเห็นความมันวาวของปลายกระบอกปืนยาวเล็งมาทางเขาและจุนโนะ
“บอกว่าให้ยกมือขึ้น!!”

จินกับจุนโนะรีบยกมือขึ้นอย่างอัตโนมัติ จากนั้นแสงไฟฉายถูกส่องมากระทบใบหน้า มีเสียงอุทานออกมาท่ามกลางชายแปลกหน้าพวกนั้น ชายคนหนึ่งก้าวออกมาเผชิญหน้ากับจิน
“อ้าว!! คุณอะกานิชิ นั่นเอง..”
“คุณมิยาเกะ..” จินถอนใจอย่างโล่งอก เขาลดมือลง จุนโนะก็เลยลดมือตาม มองจินทักทายกับหนุ่มใหญ่แต่ร่างเล็กนิดเดียว
“มาทำอะไรกันที่นี่ครับ” คุณมิยาเกะมองจินกับจุนโนะ พยายามเพ่งมอง นึกสงสัยเหลือกำลังว่าเจ้าของธุรกิจอย่างจินจะเข้ามาทำอะไรมืดๆ ค่ำๆ กับเด็กหนุ่มที่...... ที่......เอ.......
“เอ..... หน้าคุ้นๆ นะ หนูคนนั้นน่ะ” มิยาเกะชี้ไปทางจุนโนะ
จุนโนะหลบตาวูบ คุณคนนี้คงเป็นอีกคนหนึ่งซินะที่เคยเห็นรูปเขากับจินทางอินเทอร์เน็ต แล้วเมื่อกี้ก็คงเห็นจินกำลังจะปล้ำจูบเขาเข้าไปเต็มๆ อีกต่างหาก

โอย...... เอาอีกแล้ว เรื่องอื้อฉาว......... คราวนี้ไม่มีทางแก้ตัวด้วย เห็นจะๆ เลยด้วย.......

เด็กหนุ่มหลบร่างอยู่หลังจิน ปล่อยให้ชายหนุ่มยืนรับหน้าอยู่คนเดียว
จินหัวเราะแล้วแนะนำจุนโนะให้รู้จัก แถมยังเล่าเรื่องที่เขามาทำอะไรตรงนี้ให้เจ้าของไร่ฟัง

“อ๋อ... ลูกหมาพันธ์ชิบะตัวเล็กๆ แค่นี้ใช่มั้ยครับ?” คนงานคนหนึ่งทำมือประกอบ จุนโนะตื่นเต้นเริ่มมีความหวังขึ้นมารำไรๆ
“ใช่ฮะใช่...”
“ผมเห็นมันเดินอยู่แถวๆ นี้เมื่อตอนเย็นนะ เอ...... แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจ น่าจะยังอยู่นะครับ”
ซึ่งมิยาเกะพอรู้เรื่องก็รีบสั่งให้คนงานช่วยกันตามหาร็อกกี้ด้วย พวกหนุ่มๆ กระจายกำลังกันหาเจ้าหมาน้อยอยู่ค่อนคืน

จนจุนโนะเหงื่อแตกซิก เหนื่อยแทบขาดใจ และในที่สุดคนงานคนหนึ่งก็ตะโกนโหวกเหวกดังลั่น
“เจอแล้วครับ!!” พร้อมกับวิ่งมาทางเจ้านาย ในมือมีลูกหมาเปียกปอนตัวหนึ่งอยู่ด้วย
“นี่ใช่มั้ยครับ?” เขายื่นร่างขมุกขมอมเหมือนก้อนขนสัตว์สีน้ำตาลเข้มให้จุนโนะ
“อ๊ะ....ร็อกกี้!!” จุนโนะอุทานออกมา ยิ้มแก้มปริ เขากระโดดเหย็งๆ หัวเราะร่า ชูเจ้าหมาน้อยขึ้น แล้วก็กอดให้ความอบอุ่นกับมันในทันที
“ใช่ร็อกกี้จริงๆ ด้วย .... ขอบคุณฮะ...ขอบคุณมาก” เด็กหนุ่มโค้งแล้วโค้งอีกหมุนโค้งรอบตัว ทุกที่ที่มีพวกคนงานยืนมุงดูกันอยู่
“ขอบคุณนะครับทุกคน” จินตบบ่าหนุ่มคนที่นำร็อกกี้มาให้ มิยาเกะบอกว่า หากหมดเรื่องร้ายๆ แล้ว เขาจะให้คนไปส่งจินกับจุนโนะที่ไร่ฝ้าย แต่ว่า จินยืนกรานจะเดินกลับทางเดิม ซึ่งจุนโนะยืนฟังอ้าปากหวอ แอบสะกิดเอวจินยิกๆ แต่จินโค้งให้พวกมิยาเกะแล้วก็ฉุดจุนโนะลิ่วๆ กลับทางเดิม

จุนโนะอุ้มร็อกกี้มุดพงรกพงหญ้า มีบ่อยครั้งที่เหลียวกลับไปมองทางไร่องุ่น
“ทำไมไม่ให้เขาไปส่งเราล่ะครับ ทำไมต้องบุกดงหญ้าอีกล่ะ มืดแล้วด้วย เผื่อเจองูเงี้ยวจะว่าไง มิตายกันหมดเหรอ? เปลี่ยวจะตายไป ร้อนก็ร้อน หิวก็หิว แถมเมื่อยอีกต่างหาก....”
“หยุดบ่นได้ยัง?” จินหันมาเอ็ด จุนโนะค้อนตาคว่ำ แล้วบ่นกระปอดกระแปดอีกหลายยก จนเข้ามาในเขตไร่ฝ้ายแล้ว จินเตือนเด็กหนุ่มให้โทร. เข้ามือถือเพื่อนๆ บอกเรื่องให้รู้ ...จุนโนะก็เลยหยุดบ่น ทำตามที่จินสั่งทันที

ทั้งสองหนุ่มเดินมาเรื่อยๆ แทนที่จินจะพาเดินกลับแคมป์ เขากลับพาไปที่ชายน้ำ
“จะไปไหนฮะ?” จุนโนะถาม
“มาเหอะน่า... ไปอาบน้ำกันก่อนกลับ”
“อาบน้ำ?” จุนโนะเลิกคิ้ว
“อือ.....เหนียวตัวจะแย่ นายเองก็เหงื่อเต็มตัวเหมือนกัน นี่ก็ดึกมากแล้ว เร็วๆ เข้า เดี๋ยวก็สั่นหรอก” จินสั่ง พลางเริ่มถอดเสื้อผ้า จุนโนะก็เลยทำตาม เขากับร็อกกี้ว่ายน้ำกันจ๋อมแจ๋ม สักพักเดียวก็ขึ้น ไม่งั้นจะหนาว

จินนั่งพักอยู่โคนต้นไม้ เขาเช็ดเนื้อตัวจนแห้งด้วยเสื้อเชิ้ตของตัวเอง รู้สึกสบายตัวขึ้นอย่างมาก จุนโนะกำลังเดินขึ้นจากน้ำ เนื้อตัวเปล่าเปลือยมีแต่กางเกงข้างในตัวเดียวเท่านั้น แสงจันทร์ส่องแแวววาวกระทบผิวกายเป็นมันวับ จินมองเพลินตา เห็นเนื้อตัวของจุนโนะครั้งไรก็อดใจสั่นไม่ได้
“มานั่งนี่เถอะ” จินตบพื้นหญ้าใกล้ตัว รอจนเด็กหนุ่มมานั่งข้างกาย เขาจึงพิงหลังกับผิวขรุขระของเปลือกไม้
“ไม่น่าเชื่อนะ วันนี้วันเดียวมีเรื่องตื่นเต้นเกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่เช้ายันมืด” จินบอกพลางชี้ให้ดูดวงจันทร์ที่ขึ้นสว่างอยู่เบื้องบน เขาใช้เสื้อเช็ดเนื้อตัวที่มีน้ำเกาะพราว และยังลามมาเช็ดตัวให้เด็กหนุ่มอีกด้วย เพราะจุนโนะใช้เสื้อตัวเองเช็ดขนให้เจ้าหมาน้อยไปเรียบร้อยแล้ว
“ทำไมคุณจินถึงตื่นเต้นล่ะ ผมว่าน่าหวาดเสียวออก” จุนโนะว่า
“ก็เรื่องอะไรที่มีนายอยู่ด้วยมันล้วนแล้วแต่ชวนให้ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลานี่นา”
“เหรอฮะ งั้นผมก็เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วทำให้คุณมีชีวิตชีวาใช่ม้า...า..า..??”
“ถูกเผงเลย มีชีวิตชีวาจริงๆ จนฉัน....คิดว่า....เอ้อ... ถ้าถึงวันที่ไม่มีนายแล้ว ฉันจะขาดความมีชีวิตชีวาไปหรือเปล่า” ถ้อยคำที่เอ่ยนั้น ฟังดูง่ายๆ สบายๆ สำหรับเขา แต่มันก็ทำให้จุนโนะเงียบกริบ ใจคิดไปตามนั้น

.....เขาเองล่ะ ถ้าวันไหนที่ถอนกองคาราวานไปแล้ว เขาจะคิดถึงเจ้านายคนนี้มากมายสักแค่ไหน.....

เฮ้อ.........

ทั้งสองหนุ่มเผลอถอนหายใจพร้อมกัน จนท้ายสุดก็มองหน้ากันและกัน และจินเป็นฝ่ายหัวเราะขึ้นมาก่อน จุนโนะก็เลยปล่อยเสียงหัวเราะออกมาบ้าง เด็กหนุ่มคว้าร็อกกี้มาเช็ดขนให้เป็นการแก้เขิน โดยไม่รู้ตัวเลยว่าชายหนุ่มที่ร่วมทางด้วยนั้นได้ขยับกายมาซะชิดจนไหล่แทบจะเกยกันอยู่แล้ว
“อยากให้เราอยู่กันแบบนี้ทั้งคืนเลย” จินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงฟังดูดื่มด่ำกับธรรมชาติเหลือเกิน
“นั่นน่ะซิฮะ ถ้าตกดึกน้ำค้างไม่ลง และไม่มีลมเย็นพัดจนทำให้หนาว เราก็นั่งกันอยู่ได้” จุนโนะเออออไปด้วย
“คุณจินไม่เบื่อพวกผมหรือฮะ? ก่อเรื่องเดือดร้อนให้อยู่เรื่อย”
“ไม่นี่.... ฉันเต็มใจช่วย”
“เกรงใจแย่แล้วนะฮะเนี่ย”
“เหรอ?...จุนโนะคิดแบบนั้นเหรอ? สำหรับนายแล้ว ไม่รู้เป็นไงนะ ฉันเต็มใจช่วยทุกเรื่อง” จินบอกพลางสะบัดเสื้อแล้วปูตากไว้กับพื้น จุนโนะทำตามบ้าง แล้วก็เหยียดขายาวราบไปกับผืนหญ้า
“อีกไม่กี่อาทิตย์พวกผมก็ต้องไปจากที่นี่แล้วนะ ใกล้เปิดเทอมแล้ว” จู่ๆ เด็กหนุ่มก็โพล่งออกมา เล่นเอาคนฟังชะงัก รีบหันขวับมาทันที
“จริงเรอะ?”
“ฮื่อ...” ร่างโปร่งพยักหน้างึกๆ ไล้มือลูบหัวร็อกกี้ไปมา
“ผมคง... เอ้อ..... ไม่มีวันลืมช่วงปิดเทอมปีนี้เลย ได้รู้จักกับคุณ ได้ฝึกงานหลายอย่าง แต่ไม่เข้าท่าสักอย่าง...หึ...หึ... คิดดูซิฮะ ผมทำงานเป็นคู่ควงให้คุณหนึ่งคืน แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นเลขาให้คุณได้ไม่นาน จากนั้นก็มาทำไร่กับคุณฮิงาชิ แล้วชีวิตผกผันไปทำงานที่โรงงานของคุณอีก ไม่เป็นชิ้นเป็นอันอะไรสักอย่าง” คนพูดเล่าไป ส่ายหน้าหัวเราะไป และท้ายสุดเขาก็มองหน้าของจิน แล้วก็ยิ้มกว้างให้จนชายหนุ่มแทบสะดุดลมหายใจ

รอยยิ้มใสสะอาดที่เห็นในแสงจันทร์ส่องลอดใบไม้มานั้น ถึงจะไม่กระจ่างชัดในสายตา แต่มันก็ส่องสว่างไสวเข้าไปในหัวใจของชายหนุ่ม ชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้กระทั่งความรู้สึกที่มีต่อฮิโตมิ จินก็ยังไม่ใจระทึกขนาดนี้
“จุนโนะ.... ฉันชอบนายนะ”
“ฮะ..ผมรู้....” จุนโนะก้มหน้านิ่ง ไม่กล้ามองหน้า นอกจากเส้นขนสีน้ำตาลของลูกหมาในอ้อมแขน
“รู้ว่าไง?”
“รู้ว่าคุณจินต้องชอบผม ไม่งั้นคงไม่มารับมาส่ง ไม่ชวนไปกินข้าว ไม่มาคลุกคลีด้วย ซึ่งผมก็ไม่คิดว่าจะมีนายจ้างคนไหนจะลดตัวมายุ่งกับเด็กฝึกงานอย่างพวกเราหรอก”
“นายก็รู้ว่ามันไม่ใช่แค่นั้น จุนโนะสุเกะ” จินเอื้อมมือมากุมมือนิ่มที่กำลังไล้อยู่บนเนื้อตัวของร็อกกี้ เขาคว้ามือข้างนั้นมากุมไว้ แล้วดึงออกมาวางบนตักของเขา
“ฉันไม่รู้ว่าจะมีอะไรมาเรียกให้มากกว่าคำว่าชอบหรือเปล่า แต่ฉันก็ไม่อาจพูดคำว่า...รัก...ออกมาได้ ฉันคงหมดสิทธิ์พูดคำนั้นกับคนอื่นแล้ว แต่ฉันก็รู้สึกอย่างนั้นกับนายจริงๆ นะ”
“คำว่า...รัก...หรือฮะ ที่คุณพูดออกมาไม่ได้?” เด็กหนุ่มถามเสียงเศร้าสร้อย เพราะคำนี้คำเดียวที่ทำให้จุนโนะใจสั่นสะท้าน

.....ใช่สิ.... ยามจินพูดคำนี้ออกมา ทำไมเขาถึงได้เจ็บจี๊ดที่หัวใจอย่างงี้นัก

“คุณรักผมหรือเปล่าฮะ คุณอะกานิชิ จิน?” จุนโนะถามออกมาตรงๆ คนฟังได้แต่ก้มหน้านิ่ง ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา แต่เพิ่มแรงบีบกระชับมือที่กุมไว้
จุนโนะหัวเราะในลำคอ เขาพลิกมือขึ้นและเป็นฝ่ายกำมือของจินเอาไว้แน่น
“คุณจิน...ผมก็ชอบคุณนะฮะ.....”
จุนโนะพูดตะกุกตะกัก ก้มหน้าจนคางจรดอก
“ฉันรู้ ....” จินมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของหนุ่มน้อย
“ใช่สิ ก็ผมเคยบอก”
“ไม่ใช่ ฉันรู้ด้วยตัวของฉันเอง ฉันรู้สึกได้เอง ไม่งั้นนายก็คงไม่ยอมไปไหนมาไหนกับฉันหรอก บางทีความรู้สึกของนายอาจจะมากกว่าคำว่าชอบเสียอีกนะ จุนโนะสุเกะ”
จุนโนะนิ่งเงียบ เขาพยายามดึงออก แต่จินกลับรั้งเอาไว้ก่อน ชายหนุ่มมองดวงตาสีนิลตรงหน้าแล้วก็เอ่ยออกมาอีก
“และอีกอย่าง ถ้านายไม่ชอบฉัน คงไม่ยอมมานั่งให้ฉันกุมมือไว้อย่างนี้หรอกใช่มั้ย?”

จุนโนะเป็นฝ่ายเลิกคิ้ว
“เหรอฮะ.....งั้น...... คุณจะกุมมือผมไว้ก่อนก็ได้.....ผมอนุญาต”
จินอมยิ้ม พึมพำขอบใจ เขาเชยคางของเด็กหนุ่มขึ้น ยื่นหน้ามาจนลมหายใจรินรดปลายจมูกโด่งของหนุ่มน้อยผู้งดงามตรงหน้า เมื่อจุนโนะเงยหน้าขึ้น จึงพบกับปากหยักบางของเจ้านายหนุ่มประทับนิ่งสนิทกับริมฝีปากของเขา
สายลมอ่อนหวานปะทะร่างสองร่าง จนต้องห่อกายเข้าหากัน จินโอบรอบไหล่ที่ไหวสะท้านของจุนโนะ กอดทั้งคนทั้งหมาไว้ในอ้อมแขน ริมฝีปากสองคู่ประทับกันเนิ่นนาน ดูดดื่ม อ่อนหวาน ปนกับเสียงหอบหายใจไหวสะท้าน จุนโนะพยายามจะเปล่งเสียงอะไรออกมา แต่จินสอดลิ้นเข้าไปในกลีบปากที่กำลังเผยอของเด็กหนุ่ม ลิ้นอบอุ่นเกี่ยวกระหวัดกันอย่างดูดดื่ม จนทั้งสองต้องส่งเสียงครางออกมาแผ่วเบา

จากนั้นมือของจุนโนะจึงแตะเบาๆ ที่กลางอกของชายหนุ่ม พยายามดันร่างชายหนุ่มให้ออกห่าง แม้ว่าริมฝีปากยังคงถูกปิดสนิทด้วยมนต์จุมพิตริมชายน้ำ
“อื้อ.............” จุนโนะดิ้นเล็กน้อยเพราะเจ้าร็อกกี้มันดิ้นก่อนต่างหาก ร่างเล็กกระจ้อยร่อยของมันอยู่ระหว่างอกของจินและของจุนโนะ เมื่อจินกอดจุนโนะก็เท่ากับเจ้าตัวน้อยกำลังจะโดนทับ
“คะ...คุณจิน...... ปล่อยเถอะฮะ” จุนโนะสลัดตัวจนหลุด เขาขยับร่างออกห่าง หอบหายใจอย่างหนักหน่วง มือสั่นระริกขณะลูบผมสลวยที่ยุ่งเหยิงของตนเอง
“ร็อกกี้จะแบนแล้ว” จุนโนะก้มหน้าหัวเราะเสียงพร่า ไม่กล้าสบตากับชายหนุ่มตรงหน้า ทั้งๆ ที่มีเพียงแสงส่องสว่างอันน้อยนิด แต่เขาก็ไม่กล้ามองหน้าจินหรอก ก็เผลอไผลยอมให้จินจูบไปตั้งนาน นี่ถ้าเจ้าหมาน้อยไม่ออกแรงดิ้นเขาก็คงเคลิ้มอีกนาน...
“ขอโทษนะ” จินเอ่ยออกมา
“ขอโทษเรื่องอะไรฮะ?”
“ที่จูบนายน่ะ ขอโทษ”

จุนโนะสั่นหน้า ขยับตัวลุกขึ้น แต่แข้งขาก็สั่นเทิ้มเหลือเกิน
“ไม่เป็นไรฮะ.... ผมเองก็.....เอ้อ.... ไม่ได้ขัดขืน ... ผมก็ชอบ....”
“หือ? จุนโนะว่าอะไรนะ?” จินลุกขึ้นยืนตาม เขาคว้าเสื้อที่ปูเอาไว้ติดมือมาด้วย
“ผมชอบให้คุณจูบ” จุนโนะสารภาพออกมา ฟังดูทื่อๆ แต่ก็ใสซื่อ จนจินอมยิ้ม อดดีใจไม่ได้
“ถ้างั้นฉันจะจูบนายบ่อยๆ ดีมั้ย?”
“ไม่ดีหรอกฮะ เพราะคุณมีคู่หมั้นแล้ว.....ที่คุณจูบผมเมื่อกี้ คงลืมไปละมัง ผมเองก็ลืมว่าคุณน่ะมีเจ้าของแล้ว เพราะคุณมีฮิโตมิแล้ว คุณถึงพูดคำว่ารักออกมาไม่ได้ ใช่มั้ยล่ะฮะ แต่คุณก็ยังอุตส่าห์ชอบผม แค่ชอบเท่านั้นเอง และที่เรากำลังทำนี่มันก็ผิดด้วย ผมชอบจูบของคุณ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะให้คุณมาทำอะไรแบบนี้ได้ตามใจชอบ” พูดทิ้งท้ายไว้เช่นนั้นแล้วก็อุ้มร็อกกี้เดินลงเนินดินไปทางแคมป์
“รอด้วยซิ จุนโนะ”
จุนโนะพยายามเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เมื่อได้ยินเสียงวิ่งของจินตามมา จนมาเดินเคียงข้างกัน
“โกรธเหรอ?” ชายหนุ่มถาม
“...............” จุนโนะส่ายหน้าเป็นการตอบ
“ถ้างั้น หากฉันอยากจูบนาย ฉันจะขออนุญาตก่อนดีมั้ย?”
“................”
คราวนี้จุนโนะหยุดเดิน แต่ก็หันมาพยักหน้าให้ ในชั่วขณะที่หันมานั้น จินได้ทันเห็นหยาดน้ำแวววาวอยู่ในดวงตาคู่สวยคู๋นั้น เด็กหนุ่มหันหลังเดินเร่งฝีเท้าไปทางแคมป์ จนมารวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ในที่สุด


จินขออาสาเอาร็อกกี้ไปเลี้ยงให้ชั่วคราว เมื่อจุนโนะยืนกรานว่า จะเอาร็อกกี้ไปเลี้ยงที่โตเกียวด้วย แต่ก็ไม่ไว้ใจให้อยู่ในแคมป์อีกแล้ว ช่วงที่พวกหนุ่มๆ ไปทำงาน เจ้าหมาน้อยแสนซนก็ต้องย้ายจากกองคาราวานไปอยู่ที่บ้านอันใหญ่โตกว้างขวางของอะกานิชิ จินเป็นการชั่วคราว........

*****************************

เสียงรัวแป้นพิมพ์ดีด สลับกับเสียงคลิ๊กของเม้าส์ ทำให้หนุ่มน้อยที่ยืนรีรออยู่หน้าประตูยิ้มอยู่คนเดียวหน้าห้อง ดึกป่านนี้แล้ว หนุ่มเจ้าของบ้านยังคงนั่งทำงานอยู่ เป็นจังหวะที่เหมาะจริงๆ คุซาโนะมองถาดส้มที่แกะกลีบแล้วอย่างชั่งใจ ว่าเขาตัดสินใจดีแน่แล้วหรือที่จะเข้าไปเสนอตัวในห้องของยูอิจิ เด็กหนุ่มยักไหล่ ..... จะเป็นไร ก็แค่เอาผลไม้ไปให้พี่ยูกิน ส่วนพี่ยูจะเล่นด้วยหรือไม่ นั่นค่อยว่ากันทีหลัง
“พี่ยู......พี่ยู้......” คุซาโนะเคาะประตูห้องพอเป็นพิธีแล้วก็เปิดประตูเข้าไป หันมากดล็อกดังกรึ้บเบาๆ พอที่ยูอิจิจะไม่ได้ยิน จริงซิ จะไปได้ยินอะไรล่ะ ก็นั่งหน้าเครียดอยู่หน้าจอคอมนี่นะ แม้แต่เขาเดินมายืนข้างๆ ก็ยังไม่หันมามอง
“พี่ยูฮะ... หยุดทานส้มก่อนนะ” น้องคุวางผลไม้ลงตรงหน้า ได้ยินเสียงพึมพำขอบใจดังขึ้นจากปากหนาของชายหนุ่ม คุซาโนะทำป้องหูแล้วยื่นหน้ามาจนชิดแก้มของชายหนุ่ม
“ว่าอะไรนะฮะ”
“บอกว่าขอบใจ” ยูอิจิเน้นเสียง แล้วก็เหลือบมองจานส้มนิดหนึ่ง คุซาโนะคงจะปอกส้มเอาไว้ให้เขา ส้มเรียงกลีบสวยเป็นระเบียบเชียว ดูน่ากินเป็นบ้า แต่เขาไม่ต้องยื่นมือออกไปหยิบแต่อย่างใด เพราะคนนำมาให้เอื้อมไปหยิบแล้วก็ส่งให้ถึงปากเลยล่ะ
“อ่ะ.....อ้ำ......” คุซาโนะหัวเราะคิกคักเมื่อยูอิจิงับเข้าไปทั้งกลีบส้มและปลายนิ้วมือ
“พี่ยูหยุดทำงานดีกว่าน้า..... เหนื่อยเปล่าๆ คุจะป้อนส้มให้กินนะ”
“อื้อ.... อีกเดี๋ยวน่า น้องคุขอบใจนะครับ ไปนอนดีกว่านะไป” ยูอิจิเงยหน้าขึ้นมอง เห็นใบหน้าหวานฉ่ำของคุซาโนะยิ้มให้อย่างใสซื่อ แต่พอเหลือบดูการแต่งตัวของเด็กหนุ่มข้างกายนี่ซิ เขาต้องแอบกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ก็พ่อคุณเล่นใส่แต่เสื้อคลุมนอนตัวเดียว แถมยังแบะอกซะหราเชียว ผิวเนื้อนวลเนียนยามกระทบกับแสงไฟจากเพดานห้องทำให้คุซาโนะดูเป็นหนุ่มน้อยที่งดงามสะดุดตาสะดุดใจเหลือเกิน

ชายหนุ่มรัวแป้นกับคีย์บอร์ดผิดๆ ถูกๆ จนคุซาโนะต้องวางมือทาบบนมือของยูอิจิ
“พี่ยูฮะ..... ทานส้มก่อนเถอะ เดี๋ยวค่อยทำงานต่อ พี่ยูเครียดมากไปแล้ว” พูดพร้อมกับจับบ่าชายหนุ่มไว้ เขาหมุนเก้าอี้ของยูอิจิให้หันมาทางเขา และจากนั้น...... ยูอิจิแทบกลั้นลมหายใจ เมื่อร่างนุ่มนิ่มของหนุ่มน้อยวัยแรกรุ่นนั่งแหมะลงที่ตักเขาพอดิบพอดี คุซาโนะคว้ากลีบส้มได้ก็จ่อที่ปากของเขา
“น้องคุ.......” ยูอิจิครางเสียงพร่า เมื่อมือข้างหนึ่งของคุซาโนะกรีดนิ้วกับปกเสื้อนอนของเขา
“พี่ยู คุป้อนส้มให้นะครับ.....อ่ะ......อ้ำ.....”
ริมฝีปากอิ่มของยูอิจิบรรจงงับกลีบส้มเอาไว้ แต่นิ้วมือน้อยๆ ของคนป้อนกลับไม่ยอมละจากปากของเขา ในขณะที่ยูอิจิเคี้ยวส้ม คุซาโนะก็สัมผัสแผ่วเบาที่ความนิ่มนวลสีแดงระเรื่อนั่น
“ทานอีกนะฮะ”

ส้มอีกหนึ่งกลีบถูกส่งเข้าปากอีกคำ หยาดน้ำส้มจากปากของยูอิจิไหลปริ่มขอบปาก คุซาโนะเลื่อนตัวลงเล็กน้อย เขาก้มหน้านิ่งสนิทแนบกับใบหน้าที่กำลังตกตะลึงของชายหนุ่ม เมื่อลิ้นสีชมพูแลบออกมาไล้เลียหยดน้ำส้มจากปากของยูอิจิ ด้วยอาการละเลียดชิมลิ้มลองจนคนแก่กว่าแทบสำลักความวาบหวามตาย

......ให้ตายเหอะ.....คุซาโนะ......

“น้องคุ... จะทำอะไรน่ะ” ยูอิจิระล่ำระลักถาม เสียงพร่า
“คุ.....ไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย”
“ก็ที่นายกำลังทำอยู่นี่ไง” ยูอิจิเหลือบตามอง เสื้อคลุมสีขาวดูเหมือนจะเปิดออกกว้างขึ้นอีก จนเห็นเนื้อในมากขึ้น คุซาโนะหัวเราะน้อยๆ ขณะคล้องแขนรอบคอของชายหนุ่ม ลำตัวโปร่งบางไถลเสียดสีกับลำตัวของเขา
“คุแค่มาป้อนส้มพี่ยูเองน้า.....”

ส้มอีกหนึ่งกลีบถูกหยิบมาใส่ปากของคุซาโนะครึ่งหนึ่ง แต่อีกครึ่งหนึ่งนี่ซิที่มันกำลังจ่ออยู่ที่ปากของยูอิจิ เล่นเอายูอิจิแทบสำลัก
“คุ.....อย่าทำแบบนี้นะ......น้องคุ.....อื้อ.....”
ไม่มีคำตอบจากเด็กหนุ่ม นอกจากการส่งกลีบส้มเข้าปากยูอิจิ พร้อมกับใช้ปากนุ่มของตัวเองบดขยี้ให้มันแหลกสลายจนน้ำส้มไหลเลอะคนทั้งสอง เมื่อหมดจากกลีบส้มแล้วก็เหลือแต่เนื้อแท้ๆ ของความนุ่มนวลเย้ายวนของกลีบปากอิ่มของคนสองคน
คุซาโนะงับริมฝีปากของยูอิจิแผ่วเบา กดนิ้วมือกับหลังต้นคอของชายหนุ่ม ปลายนิ้วสอดไล้กับกลุ่มผมนิ่มจนยูอิจิต้องคว้าเอวบางมากอดแน่น ยกลำตัวที่เสื้อคลุมเริ่มจะหลุดลุ่ยให้แนบชิดกายของเขา

“อืมมม...... พี่ยู......อือ.......”

“น้องคุ.........อืมมม........”

**************************

to be con

กดเม้นต์ที่นี่จ้า

Hosted by www.Geocities.ws

1