
CARAVAN LOVER.......Vol 13
***************************
ในวันที่อากาศร้อนเปรี้ยงเช่นนี้ ดวงอาทิตย์ฉายแสงแรงกล้าอยู่ตรงศีรษะ อะกานิชิ
จินเดินเหยียบใบไม้เหลืองกรอบจนเกิดเสียงดัง เขาแหวกต้นหญ้าที่ขึ้นชูดอกสีน้ำตาลอ่อนไหวพลิ้วไปตามสายลม
เดินเข้าใกล้ชายน้ำ เสียงหัวเราะเฮฮาผสมกับเสียงน้ำแตกกระจายที่ได้ยินอยู่เบื้องหน้านั้น
ทำให้จินเร่งฝีเท้ายิ่งขึ้น จนมายืนหลบแดดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ที่เดียวกับที่เคยมาดูจุนโนะเล่นน้ำเมื่อหลายวันก่อน
แต่วันนี้จินเห็นจุนโนะพ่วงเอาพวกผองเพื่อนร่วมคาราวานมากระโดดน้ำเล่นโครมๆ ที่บ่อน้ำท้ายไร่
จินกอดอกพิงไหล่กับโคนต้นไม้ ยามะพีหันมาเห็นเข้าก็กวักมือเรียกเหย็งๆ
คุณจิน..น..... ลงมาลอยคอด้วยกันซิฮะ น้ำเย็นเจี๊ยบเลย เสียงเรียกนั้นทำให้หนุ่มๆ
ต่างหันมามองจินเป็นตาเดียว
เอางั้นเหรอ?
มาซิฮะ อุเอดะเรียกอีกแรง จินเหลียวซ้ายแลขวา เจ้าเด็กพวกนี้มันใส่บ็อกเซอร์เล่นน้ำกัน
เขาเองก็ใส่มาเหมือนกันวันนี้ จะยอมเปียกดูก็น่าสนุกไม่น้อย เขาเห็นจุนโนะแล้ว
เด็กหนุ่มพาเจ้าร็อกกี้ลอยคอด้วยในน้ำ ไม่ยอมห่างกันตามเคย ดวงหน้าใสด้วยหยดน้ำมองเขาด้วยรอยยิ้ม
เมื่อจินถอดเสื้อผ้าออกเหลือแต่กางเกงข้างใน จุนโนะก็เบือนหน้าไปทางอื่น หันหลังให้ซะงั้น
สองมือก็จับตัวลูกหมาให้ว่ายน้ำจ๋อมแจ๋มอยู่ข้างกาย ได้ยินเสียงเพื่อนๆ ต้อนรับการมาของอะกานิชิ
จินให้วุ่นวายไปหมด
จุนโนะไม่กล้าเหลือบดูหรอก วันนี้นายจ้างของเขาสดใสเหลือเกิน เขาได้ยินเสียงหัวเราะของจินด้วย
อะไรบางอย่างทำให้สนใจแต่หมาน้อยเท่านั้น
ไม่ทักทายเจ้านายเลยนะ เสียงเอ่ยขึ้นดังอยู่เบื้องหลัง จุนโนะสะดุ้งเฮือก เขาหันมายิ้มเจื่อนๆ
แล้วก็ปล่อยมือจากร็อกกี้ ทำให้เจ้าหมาตะกุยน้ำขึ้นฝั่งเอง
ขึ้นไปตากแดดบนตลิ่งนะร็อกกี้!! จุนโนะป้องปากบอกหมาตัวเองเสียงแจ๋ว จนจินแอบไปอมยิ้มอีกทาง
แอบพึมพำเบาๆ
.......เออดีแฮะ...พูดกับหมารู้เรื่องอีกด้วย...
จินมองตามเจ้าสี่ขาไป ร็อกกี้ปีนขึ้นไปบนฝั่ง สลัดน้ำออกจากขน และวิ่งเล่นตากแดดอยู่แถวๆ นั้น จุนโนะหันมายิงฟันแยกเขี้ยวให้จิน เป็นทำนองว่า.....เห็นมั้ยบอกแล้วว่าพูดกันรู้เรื่อง....
ชายหนุ่มขยับร่างมาใกล้เด็กหนุ่ม แล้วก็บอกว่า
เมื่อกี้ไม่เห็นมีใครเฝ้าเต๊นท์ ใจหายหมดนึกว่าแอบไปไหนกัน แต่รถพ่วงก็ยังอยู่
ลองเสี่ยงมาแถวนี้ นึกแล้วเชียวว่าต้องเจอ
มันร้อนน่ะ ก็เลยชวนเพื่อนมาเล่นน้ำท้ายไร่ฝ้ายของคุณ หวังว่าคงไม่ว่านะฮะ
ไม่นี่..... จะทำอะไรก็ตามใจ
คุณจินมานี่ มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ
ทำไม? ต้องมีธุระด้วยเหรอ? จินถาม เอาน้ำวักล้างหน้าตัวเอง ในขณะที่จุนโนะลดกายลงต่ำกว่าผิวน้ำ
โผล่มาแต่ดวงตาเรียวรี
จะชวนไปหาอะไรกินในเมืองน่ะ สนมั้ย? จินถาม เด็กหนุ่มพยักหน้างึกๆ
เอาร็อกกี้ไปด้วยน้า...
ไม่ได้หรอก
งั้นไม่ไป
เอ้อ...... จะพาไปกินร้านอาหารในโรงแรม เขาไม่ให้เอาสัตว์เลี้ยงเข้าไปด้วยนี่
จินพยายามหาคำพูดที่ดูดีหน่อยในการปฏิเสธ ไม่เอาร็อกกี้ไปด้วย
ร็อกกี้เป็นเพื่อนนะ ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง จุนโนะสวนตอบทันควัน จินอึ้งพูดไม่ออกไปหลายวินาที
เขาหัวเราะหึๆ ส่ายหน้ากับอาการงอนแก้มป่องของคนตรงหน้า วงน้ำกระเพื่อมรอบตัวคนทั้งคู่
จินหลุบตามองต่ำ เห็นร่างกายของจุนโนะรำไรใต้น้ำ บรรยากาศรอบข้างช่างสนุกครึกครื้น
เพื่อนๆ ของจุนโนะสุเกะส่งเสียงกันเอะอะ แต่จินจับใจความไม่ได้ ความสนใจของเขาจดจ่ออยู่กับการตอบรับของร่างเพรียวตรงหน้าเท่านั้น
ชายหนุ่มวักน้ำรินรดไหล่เปลือยที่โผล่พ้นน้ำของจุนโนะ เขาเลิกคิ้วสูง อมยิ้มกรุ้มกริ่ม
เข้าใจ เข้าใจว่าเจ้านั่นเป็นเพื่อน แต่ว่าที่เราจะไปกันนี่ เขาไม่เข้าใจหรอกนะ
จุนโนะ หมาก็คือหมา เราต้องฝากมันไว้ที่แคมป์ก่อน... จินเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ลูบจริงๆ
เพราะน้ำที่รินรดไหล่ของหนุ่มน้อยทำให้จุนโนะสะท้านขึ้นมา เมื่อยามสบตาคมกริบของนายจ้าง
สีหน้านั้นเรียบและดูมีอำนาจที่จะทำให้เด็กหนุ่มพยักหน้าอย่างง่ายดาย
ไปก็ได้ครับ...
ขากลับก็ซื้ออะไรอร่อยๆ มาฝากเพื่อนๆ กับร็อกกี้ ดีมั้ย?
ดี...
งั้นเล่นน้ำกันต่อเถอะ จินพูดแล้วก็ว่ายไปรวมกับกลุ่มของไอบะและอุจี้ ชวนคุยเล่นไปเรื่อยๆ
จนจุนโนะต้องว่ายมาสมทบด้วย ... จนตะวันบ่ายคล้อยจินจึงดึงร่างจุนโนะเข้ามาใกล้
กระซิบเรี่ยหูว่า
ขึ้นไปแต่งตัวเหอะ หิวแล้ว
ทำไมคุณไม่ชวนพวกเราไปกันหมดทุกคนล่ะ จุนโนะกระซิบถาม
เผอิญฉันอยากไปกับนายสองต่อสอง เอาไว้วันหลังค่อยชวนไปกันหมดนี่ล่ะกัน
อือ...... จุนโนะพยักหน้างึกๆ ยอมเดินขึ้นจากน้ำตามจินไป ท่ามกลางสายตาวิบวับของพวกเพื่อนๆ
แบบนี้คงไม่ต้องสงสัยอะไรอีกแล้วมั้ง เห็นทีปีนี้จุนโนะจะหาแฟนได้ซะที อุจี้เปรยขึ้นมา
ซึ่งทุกคนก็เห็นดีด้วย
ยามะพีหัวเราะแล้วก็บอกว่า เขาเองก็ต้องขึ้นจากน้ำเหมือนกัน เพราะ......
มีเดทจ้า........
เดทอีกแล้วนะ มะพี ไม่เห็นพาเจ้าหนุ่มคนนั้นมาแนะนำบ้างเลย
แหม...อุเอ้...เอาไว้ก่อนน้า......ให้ฉันแน่ใจก่อนละกัน ยามะพีพูดด้วยใบหน้าที่แดงซ่าน
ขนาดนี้ยังไม่แน่ใจอีกเหรอ ไปไหนมาไหนด้วยกันทุกวันเนี่ยน่ะ
ยามะพีไม่ตอบโต้ เขาโบกมือให้เพื่อนๆ แล้วก็ขึ้นจากน้ำ ตามสองหนุ่มจินและจุนโนะไปติดๆ
***************************
จินขับรถพาจุนโนะไปแล้ว ยามะพีอุ้มร็อกกี้ยืนรอใครคนหนึ่งที่ใต้ต้นไม้ที่นัดพบ
ร่างโปร่งบางชะเง้อมองตามเส้นทางถนนสายเล็กๆ ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คาเมะจวนจะมาแล้วซินะ
หนุ่มนายช่างคนนี้ไม่เคยผิดเวลา เวลาไหนต้องเป็นเวลานั้น และวันนี้คาเมะก็เป็นคนนัดเขาเอาไว้อีกด้วย
ร็อกกี้..... เดี๋ยวอยู่กับพวกพี่ๆ เขาน้า.... ฉันก็จะไปเดทมั่งล่ะ อย่าดื้อ อย่าซนล่ะ
เดี๋ยวจุนโนะก็กลับมาแล้วนะ เขาพูดพลาง กดปลายคางกับหน้าผากของเจ้าหมาน้อย ซึ่งดิ้นขลุกขลักไม่อยู่เฉย
ดิ้นจนยามะพีต้องปล่อยมันลง ให้วิ่งกลับไปที่เต๊นท์
มองตามร่างเล็กๆ วิ่งสี่ขาจากไป พอหันมาทางถนนอีกที เขาก็ต้องอมยิ้มเมื่อรถมอเตอร์ไซค์ของคาเมะกำลังวิ่งฝุ่นคลุ้งมาแต่ไกล
..............
รอนานมั้ย? คาเมะถาม ถอดหมวกกันน็อคออก เผยให้เห็นดวงหน้าสดใสของชายหนุ่มที่ยามะพีเห็นแล้วลงความเห็นว่า
เซ็กซี่เหลือร้าย.......
รอไม่นานหรอกฮะ... พอดีไปว่ายน้ำเล่นกับเพื่อนมาด้วย ยามะพีซ้อนหลังคาเมะ สองแขนรัดเอวบางของชายหนุ่มไว้แน่น
จะไปไหนกันดีเอ่ย? คนขี่ถาม ขณะพากันขี่รถเอื่อยๆ ไปตามเส้นทางออกนอกเมือง ยามะพีนิ่งไปนิดก็สะกิดไหล่คาเมะแล้วบอกว่า
ไปบ้านคุณดีกว่า
เอางั้นเหรอ....
ฮะ... ไปที่นั่นกันเถอะ ผมชอบ ไปทำอะไรกินกัน ผมอยากไปนั่งเล่นนอนเล่นแถวริมน้ำนั่น
ยามะพีพูดด้วยเสียงน้ำเสียงชัดเจน จนคาเมะต้องยอมตามใจ เขาพยายามนึกว่า ได้ทิ้งร่องรอยของฮิโตมิไว้ที่บ้านหรือเปล่า
... แต่คนอย่างเขามักจะรอบคอบเสมอ ทุกอย่างที่เป็นของฮิโตมิ คาเมะก็เก็บเอาไว้เรียบร้อยก่อนจะมารับยามะพี
... ก็เผื่อว่าสถานที่จะเดทคือที่บ้านของเขาล่ะ จะได้ไม่มีปัญหา และก็เป็นดังที่คิดจริงๆ
... ยามะพีอยากไปบ้านเขา
คาเมะยิ้มและผิวปากไปตลอดทาง รู้สึกมีความสุขขึ้นมาอย่างประหลาด ที่จะได้พายามะพีไปบ้านน้อยหลังงามของเขา
ถึงจะเป็นแค่บ้านพักนายช่างแต่เขาคิดว่าคงต้องมีสักวันที่เขาจะมีบ้านน้อยๆ เป็นของตัวเอง
ช่วงนี้ก็ทำงานเก็บเงินไปก่อน เรื่องที่จะอาศัยทางบ้านพ่อเลี้ยงหาเงินเข้ากระเป๋านั้นน่ะ
คาเมะไม่เคยใส่ใจหรอก....ไม่งั้นจะออกมาอยู่ตามลำพังคนเดียวหรือ........
ขี่รถพายามะพีเข้าตลาด ซื้อของสด ทำเหมือนเป็นพ่อบ้านควงแม่บ้านมาจ่ายตลาด ทำให้รู้ว่ายามะพีนั้นก็รอบรู้เรื่องในครัวบ้างเหมือนกัน
นั่นอะไรฮะ? ยามะพีชี้ไปที่ถุงใบใหญ่ที่คาเมะหอบอยู่
เบียร์น่ะ
อื๋อ.... จะมอมผมหรือไง
เบียร์อ่อนๆ ไม่เมาหรอก เรียกน้ำย่อย พวกที่ทำงานเขากำลังฮิตกัน คาเมะกระชับถุงเบียร์
อีกมือก็เอื้อมมาคว้าถุงกับข้าวมาถือไว้เอง
ช่วยถือนะ เดี๋ยวยามะหนัก
ขอบคุณฮะ ยามะยิ้มตาหยี นายช่างหนุ่มยื่นปลายนิ้วชี้สัมผัสจมูกโด่งน่ารักของเด็กหนุ่ม
แถมยังยื่นหน้ามากระซิบริมหูอีก
อย่าทำหน้าน่ารักแบบนี้บ่อยๆ นะ เดี๋ยวโดนปล้ำจูบกลางตลาดไม่รู้ด้วย
คาเมะ...... เด็กหนุ่มเขินจัด ทำแก้มป่องแล้วก็ออกเดินนำกลับไปที่รถ โดยมีคาเมะหัวเราะหึๆ
ก้าวตามมาติดๆ
*********************
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ที่ชั้น 25 ของโรงแรมสุดหรูของเมืองเซนได ..... จินกับจุนโนะนั่งละเลียดทานอาหารยามบ่ายกันอย่างเอร็ดอร่อย
วันนี้จุนโนะขอเป็นสเต็กเนื้อจากโกเบแกล้มด้วยมันฝรั่งอบชีสเหลือยอ๋อยส่งกลิ่นหอมเย้ายวนเหลือเกิน
เด็กหนุ่มสูดควันที่ลอยกรุ่นเหนือมันฝรั่งร้อนๆ เข้าจมูก แล้วระบายลมหายใจออกมา
ดวงตาหลับพริ้มอย่างดื่มด่ำกับกลิ่นที่หอมหวนนั้น จินมองแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้
เขาเห็นจุนโนะเอาแต่นั่งสูดกลิ่นหอมอยู่เช่นนั้นไม่ยอมทานซะที
ไม่ทานเดี๋ยวเย็นหมดนะ ชายหนุ่มเตือน
เดี๋ยวฮะ... ขอสูดกลิ่นก่อน ฮ้า.... ผมชอบกลิ่นนี้จัง.....
งั้นฉันทานล่ะนะ
ของคุณจินก็น่าหม่ำนะฮะ ... สะโพกแกะอบชีส..... โอย..... น่ากินจัง หนุ่มน้อยมองชามของจินตาปรอยเชียว
จินก็เลยเฉือนให้จุนโนะหน่อยนึง ซึ่งเด็กหนุ่มก็ไม่ปฏิเสธ พอชิมเข้าคำหนึ่งก็ทำตาโต
อร่อยครับ
ถ้างั้นสั่งเพิ่มให้มั้ย?
แหมเกรงใจแย่เลย.... เอาก็เอา.. จุนโนะยิ้มอายๆ เขาผลักจานสเต็คของเขามาตรงกลางโต๊ะ
แล้วก็บอกอย่างใจปล้ำว่า
ถ้างั้นเรามาแบ่งกันกินดีกว่าเนอะ
เอางั้นเหรอ? จินเลิกคิ้ว เขามองรอบตัว แน่นอน.... ไม่มีใครสนใจพวกเขา ต่างคนต่างสนใจในเรื่องของตน
ดังนั้นเขาจึงพยักหน้า แล้วจัดแจงหั่นสเต็คมาแบ่งกันกิน
ฉันไม่เคยกินอะไรแบบนี้กับใครมาก่อนเลยนะ เรื่องแบ่งกันกินแบบนี้น่ะ ไม่ชินแฮะ
แต่ก็สนุกดี จินออกตัว เขาตักมันฝรั่งอบชีสของจุนโนะเข้าปาก แล้วก็ร้องอื้อ
อร่อยจริงด้วยแหล่ะ ลองซิ...อ่ะ...
มันฝรั่งอบเหลืองน่ากินถูกจินใช้ช้อนของเขาตักแล้วร่อนมาตรงหน้าจุนโนะ เด็กหนุ่มมองซ้ายมองขวาแล้วก็จับช้อนนั้นเอาไว้
จะกินเอง แต่จินเอาช้อนหนี ยืนยันจะป้อนเขาให้ได้ เด็กหนุ่มก็เลยอ้าปากงับมันฝรั่งอบชีสอย่างมีความสุข
จินอมยิ้มเมื่อเห็นพวงแก้มของหนุ่มน้อยตรงหน้าเป็นสีแดงระเรื่อ จะอายหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่จุนโนะจะรู้หรือไม่ว่า ตัวเองน่ะแก้มแดงแจ๊ดแล้ว........
ทั้งสองหนุ่มนั่งมีความสุขไปกับการจิ้มอาหารใส่ปาก แล้วก็คุยเรื่องทั่วๆ ไป สลับกับการชี้ชวนให้ดูทิวทัศน์ที่เห็นจากภายนอก
มองเห็นตึกรามบ้านช่องอยู่ไกลลิบๆ เบื้องล่าง ขณะที่กำลังเพลินในการมองอยู่นั้น
เสียงร้องทักก็ดังขึ้นไม่ห่างจากโต๊ะของพวกเขา
เฮ้ย... ไอ้จิน จุนโนะ...ใจตรงกันเป็นบ้าเลย ชายหนุ่มคนหนึ่งยืนยิ้มเผล่ ข้างกายมีหนุ่มน้อยวัยรุ่นยืนทำตาโตอยู่ไม่ห่าง
ไอ้ยู .. น้องคุ?? จินยิ้มกว้าง เขาลุกขึ้นคว้าร่างเล็กของน้องชายสุดแสบมากอดแน่น
น้องคุ พี่จะไปหาอยู่เชียว
จริงอ่ะ... ไม่จริงมั้ง เห็นกำลังคุยกันกระหนุงกระหนิงกับพี่คนนี้อยู่นี่นา อย่าพูดดีกว่าพี่ชาย
น้องคุว่าเข้านั่น เขาชำเลืองมองหน้าหวานของจุนโนะแล้วก็ยักคิ้วให้แผล่บ จุนโนะยิ้มเจื่อนๆ
หันมายิ้มตาหยีกับยูอิจิ
นั่งด้วยกันมั้ยครับ? เขาชวน
อย่าดีกว่าฮะ ไม่อยากขัดคอ เป็นเสียงจากคุซาโนะ
ตอนนี้น้องคุกลับตัวเป็นเด็กดีหรือยัง? เสียงพี่ชายถามอยู่แว่วๆ แต่คนฟังกลับย่นจมูกใส่
แล้วก็เกาะแขนพี่ชายเอาไว้ แนบหน้ากับไหล่กว้าง
คุไม่ใช่เด็กเลวซะหน่อย แล้วพี่ยูก็ไม่เห็นว่าคุแย่ถึงขนาดนั้นน้า... พี่ยูเค้าใจดีจะตาย
ไม่เห็นพูดจาไม่เข้ารูหูอย่างพี่จินเลยด้วย
เอ้า...ว่าเข้าไป พี่ชายคนนี้ไม่ใจดีหรือไง?
ไม่ง่ะ พี่จินไม่เคยพาคุมากินอะไรนอกบ้านหรูๆ แบบนี้ร้อก แต่กลับพาหนุ่มหน้าหวานมากินกันสองต่อสอง
แบบนี้จะว่าใจดีอีกเหรอ... คุซาโนะเปลี่ยนจากเกาะแขนจินมาคว้าหมับเอาแขนของยูอิจิมากอดไว้
พี่ยูไม่พูดว่าอะไรสักคำเหรอ?
ยูอิจิมองจินแล้วก็สั่นหน้า บอกว่า
น้องคุตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว ถ้านายจะรับกลับไปก็ยินดี ฉันจะปวดหัวตายอยู่แล้ว
อ๊ะ? คุซาโนะโวยลั่น หน้าสวยของหนุ่มน้อยเริ่มบึ้งตึง เมื่อได้ยินประโยคนั้นของยูอิจิ
พี่ยู้...... พี่ยูรำคาญผมหรือไงกัน..... ทำไมต้องไล่กลับบ้านด้วย ไม่เอาง่ะ คุยังไม่กลับจนกว่าจะเปิดเทอม
ก็ไม่มีอะไรแล้วนี่ พี่จะได้ทำงานทำการได้ถนัดๆ
คุไม่ดื้อแล้วน้า..... นะพี่ยู คุจะอยู่กับคุณป้าก่อน แล้วพี่ยูก็ไปทำงาน พอว่างก็พาผมไปกินไอติมอีกไง
คุไม่ได้ดื้อแล้วนี่นา พี่ยูก็รู้ คุซาโนะกระตุกแขนยูอิจิแรงๆ เป็นการย้ำ ชายหนุ่มมองการกระทำด้วยความเอ็นดู
ความจริงคุซาโนะก็ค่อนข้างจะหมดฤทธิ์แล้ว เพียงค่อนข้างเท่านั้นเอง แต่ยังไม่เต็มร้อย
ที่เสนอให้จินรับน้องกลับก็เพราะกลัว...... การอยู่กับคุซาโนะมากเกินไปทำให้เขาเริ่มหวั่นไหวเพียงใด
คุซาโนะจะรู้หรือไม่........
...........ทางที่ดีเขาควรจะรีบออกห่างจากหนุ่มน้อยคนนี้เสียก่อนจะคิดอะไรบ้าๆ เกินเลย .........
จุนโนะสบายดีหรือ? ได้ข่าวว่าไปทำงานที่สำนักงานใหญ่ของจินแล้ว ดีมั้ยครับ?
ยูอิจิหันมาถามจุนโนะบ้าง เห็นนั่งเงียบมานาน
ดีฮะ ชอบ... สนุกดีด้วย เพื่อนร่วมงานก็ดี
โดยเฉพาะหัวหน้างานเอาใจใส่ดี บอกไอ้ยูไปด้วยซิ จินแทรกขึ้นมาทันควัน เมื่อทุกคนหันไปดูก็เห็นจินกำลังมองจุนโนะเขม็ง
หัวหน้างานที่พี่พูดถึง... นี่คงจะอิจฉาเขาล่ะซิ พี่จิน เสียงน้องชายพูดขำๆ พูดเล่นๆ
แต่พี่ชายหน้าร้อนซู่ เหมือนน้องชายพูดแทงใจดำอย่างงั้นเลย
จุนโนะเขี่ยเนื้อในจานเล่น เขาเงยหน้ามองคุซาโนะและยูอิจิขณะเล่าให้ฟังว่า
มัตซึโมโต้ซังใจดีฮะ คุยสนุก ไม่ชอบยอกย้อน ไม่พูดประชดประชัน ชอบพาไปเลี้ยงข้าวกลางวันแล้วก็คุยแต่เรื่องสนุก
ลูกน้องทุกคนชอบเขาทั้งนั้นแหล่ะ
รวมทั้งจุนโนะด้วยหรือเปล่า?
ก็ต้องชอบซิฮะ เขาเป็นหัวหน้าผมนี่
งั้นนายก็ต้องยิ่งชอบพี่ชายฉันเด่ะ เพราะพี่จินใหญ่กว่าหัวหน้างานอีกน้า... เป็นถึงเจ้าของโรงงาน..
มันไม่เกี่ยวกันนี่ครับคุณคุซาโนะ จุนโนะสั่นหน้าปฏิเสธ
งั้นรักก็ได้เอ้า!!
หวา........ ยิ่งไม่ได้ใหญ่
คุซาโนะหัวเราะคิกคัก ทำหน้าทำตาแก่แดด ตั้งท่าจะซักจุนโนะอีก แต่ยูอิจิฉวยเอวเอาไว้
ลากมายืนข้างๆ
ไปซักอะไรพี่เขาล่ะ น้องคุ ไม่ใช่เรื่องของเด็กนะ ไปทานข้าวได้แล้ว... ไม่กวนล่ะนะ
ตามสบายนะจิน...
เออ....แล้วจะไปรับน้องคุกลับบ้านนะ จินเอ่ยตามหลัง ทำให้พ่อน้องชายตัวดีหันขวับมาทำตาเขียว
ไม่เอา... คุบอกว่ายังไม่กลับไง ไม่เอานะครับพี่ยู.... พี่ยู้.... คุซาโนะหันกลับอีกที
ปรากฏว่ายูอิจิเดินไปรอที่โต๊ะแล้ว
พี่ยู้......
........................................
พอสองหนุ่มเดินไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองแล้ว จินก็หันขวับมาเล่นงานจุนโนะทันที
เมื่อกี้หมายความว่าไง ที่บอกว่าไม่ชอบฉันน่ะ
มือที่จิ้มสเต็คเนื้อค้างเติ่งอยู่ใกล้ปากบาง จุนโนะวางส้อมลงทันทีเมื่อเจอจินยิงประโยคคำถามนี้
ผมไม่ได้บอกว่าไม่ชอบน้า... แค่บอกว่าไม่ได้รักซะหน่อย
แล้วทำไมไม่รัก?
แล้วทำไมต้องรัก?
ก็ฉันเป็นเจ้านาย
ผมเป็นแค่นักศึกษาฝึกงาน พอเปิดเทอมก็ไม่มีเจ้านาย-ลูกน้อง เพราะงั้นไม่ต้องมาขู่กันหรอก
จุนโนะ.......เฮ้อ...... นั่นซินะ ทำไมต้องรักด้วย ฉันมันไม่น่ารักนี่นะ ไม่เหมือนนายมัตซึโมโต้
จุน ของนายนี่ จินถอนหายใจ ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ความน้อยใจวิ่งแล่นเข้ามา จุนโนะเล่นตัดสัมพันธ์กันแบบนี้เขาเองก็พาลอารมณ์ไม่ดี
ใบหน้าหล่อเหลาของนายจ้างหนุ่มเริ่มงอง้ำ จุนโนะก็เลยเอื้อมมือไปสัมผัสหลังมือที่วางนิ่งข้างจานกระเบื้อง
ผมไม่ได้เห็นมัตซึโมโต้ซังดีกว่าคุณหรอกฮะ เพียงแต่.... เอ้อ..... ผมมันก็แค่นักศึกษาธรรมดาๆ
คนหนึ่ง ที่ผ่านเข้ามารู้จักกับคุณ พอถึงเวลา ผมก็ต้องไป เราก็ต้องจากกันอยู่ดี
เพราะงั้นเราจะ ...เอ้อ.... รักกันทำไมกัน... แค่ชอบนิสัยใจคอก็น่าจะเพียงพอแล้ว
และอีกอย่าง คุณพาผมไปไหนมาไหนแบบนี้ ระวังคู่หมั้นคุณจะมาแหกอกผมนะครับ
นายคิดอย่างนั้นเหรอ? จุนโนะ จินถาม
จุนโนะพยักหน้า เขี่ยเนื้อในจานอย่างไม่รู้จะทำอะไรให้มันดีกว่านี้ ได้ยินเสียงจินถามอีกว่า
แล้วนายชอบฉันสักนิดหนึ่งมั้ยล่ะ?
ชอบซิฮะ ถ้าไม่ชอบ จะไปไหนมาไหนด้วยเหรอ จุนโนะพูดเขินๆ จากนั้นก็หลุบตาลงต่ำ
เขากลืนน้ำลายดังเอื๊อก จู่ๆ ก็อิ่มตื้อขึ้นมาซะงั้น พอมานึกถึงว่าอีกไม่นานเขาก็ต้องจากจินไป
ทำให้ใจคอหดหู่ กินอะไรแทบไม่ลงเหมือนกัน
สองหนุ่มสั่งอาหารกลับไปที่แคมป์ จุนโนะอยากได้อาหารเผื่อร็อกกี้ด้วย และจินก็ใจป้ำซื้อทีโบนสเต๊คให้เป็นการเอาใจ ก่อนจะไป ทั้งสองเดินไปร่ำลายูอิจิกับคุซาโนะ แล้วก็กลับ......
ผมชอบหมอนั่นนะ คุซาโนะบุ้ยปากไปทางจุนโนะที่กำลังเดินตามหลังพี่ชายของเขาออกไปนอกห้องอาหาร
ยูอิจิตีหลังมือของหนุ่มน้อยแล้วก็เอ็ดว่า
เขาชื่อจุนโนะสุเกะ ไม่ใช่หมอนั่น
นั่นแหล่ะฮะ จุนโนะนั่นน่ะ ชอบมากกว่ายัยฮิโตมิจอมแรดเสียอีก
น้องคุ!!
คุซาโนะยิ้มเรี่ยราด โบกมือไปมา
แหม... พี่ยู้... ทำเป็นสุภาพไปได้ ความจริงก็อยากจะเรียกแม่นั่นแบบนี้เหมือนกันใช่ม้า...
รู้หรอกน่าว่าพี่ยูก็เคยตามจีบยัยนั่นแข่งกับพี่จินเหมือนกัน แล้วเป็นไงล่ะ แห้ว....
คุซาโนะ!! ไม่สุภาพเลยนะเรา... ชักเอาใหญ่แล้ว คราวนี้ยูอิจิเสียงเข้มจัด เข้มจนคุซาโนะไม่กล้าสบตา
หน้าหวานเลยจ๋อยสนิท
ก็พูดเรื่องจริงนี่นา
พูดถึงผู้หญิงลับหลังแบบนั้นมันไม่ใช่สุภาพบุรุษนะ
เชอะ... ตาแก่ขี้บ่น คุซาโนะบ่นอุบอิบ พอเหลือบมองยูอิจิก็เห็นชายหนุ่มสนใจแต่อาหารตรงหน้า
สีหน้าบ่งบอกว่าไม่พอใจในสิ่งที่เขาพูด
......โกรธแบบนี้ จะส่งเขากลับไปอยู่กับจินหรือปล่าวน้า.....
เด็กหนุ่มเริ่มกินอาหารฝืดคอ จะทำอย่างไรดีที่จะไม่ให้ยูอิจิส่งเขากลับบ้าน ยอมรับเลยละว่า อยู่บ้านยูอิจิแสนจะสบายกว่าบ้านของจิน หรือบ้านของพ่อกับแม่ อย่างน้อย จินก็ไม่ตามใจเขาแบบพี่ยู หรือหากไปอยู่กับพ่อ พ่อก็ต้องหิ้วเขาไปทำงานด้วย ทางที่ดีคุซาโนะน่าจะหลบอยู่หลังยูอิจิจะดีกว่า
ถ้าดุนักก็จับปล้ำซะ .....ยูอิจิจะได้อยู่ในคอนโทรล
........คุซาโนะลูบปากตัวเอง นิ้วเรียวเคาะเบาๆ กับโต๊ะเป็นการใช้ความคิดขณะจ้องหน้าชายหนุ่มตรงหน้าไม่วางตา
ความจริงพี่ยูก็รูปหล่อใช้ได้ ถึงจะไม่คมเข้มเท่าพี่เรียว แต่ก็นะ..... หล่อเข้าไส้....
เพราะระหว่างที่มาด้วยกัน มีสาวๆ หลายคนมองยูอิจิจนเหลียวหลัง แถมยังมีส่งตาทอดสะพานมาให้อีกด้วย
เสน่ห์แรงไม่เบา แถมยังจูบเก่งอีกด้วย อืมมมม...... วันนั้นที่เขาจูบกับยูอิจิ
ก็เกือบทำอะไรเกินเลยกันแล้วล่ะ ถ้าแม่ยูอิจิไม่มาขัดคอซะก่อน ป่านนี้เขาเองอาจจะเป็นของยูอิจิแล้วก็ได้
........นั่นซินะ วิธีเดียวที่ทำให้ยูอิจิอยู่หมัดเขา ก็คือต้องรวบหัวรวบหางชายหนุ่มซะ เขาเองก็ใช่ว่าจะไม่ประสาเรื่องพรรค์นี้ซะเมื่อไร พี่เรียวสอนจนใจแตก .....แค่พี่ยูคนเดียวคงไม่ยากหรอกน้า........
คิดอะไรน้องคุ? ยูอิจิโพล่งขึ้นมา คุซาโนะสะดุ้งโหยง
ปะ...เปล่าฮะ... แค่คิดว่า วันนี้พี่ยูจะพาผมไปดูหนังหรือเปล่า
อยากดูเรื่องอะไรล่ะเรา? คราวนี้ยูอิจิตามใจเช่นเคย อีกฝ่ายเลยได้ใจเสนอหนังแนวโรแมนซ์ที่กำลังฉายอยู่เรื่องหนึ่ง
ซึ่งชื่อหนังก็ทำให้ยูอิจิตาโต
นั่นมันหนังเรทอาร์นะ........ วิวาห์ใต้แสงดาว.....
ผมอยากดูนี่นา เพื่อนมันบอกว่าหนุก
เอางั้นเหรอ?
ฮื่อ คุซาโนะพยักหน้ายิ้มหวานให้ เอื้อมมาลูบต้นแขนชายหนุ่มเบาๆ
นะฮะ พาคุไปดูวิวาห์ใต้แสงดาวนะฮะ...
ไปก็ไป ยูอิจิตอบรับแล้วจัดการอาหารตรงหน้าต่อ โดยไม่มีโอกาสรู้เลยว่าได้มีสายตาของคุซาโนะหรี่ตามองอย่างหมายมาด
.......พี่ยู ...พี่ไก่อ่อน... ดูหนังจบแล้วน้องคุจะพาพี่ยูไปวิวาห์ใต้แสงดาวแน่นอน....
********************
สายลมริมน้ำพัดพาบรรยากาศให้เย็นสดชื่น ผมสีน้ำตาลปลิวพลิ้วสะบัดระสองข้างแก้มนวล
ยามะพีจับปอยผมรุ่ยร่ายทัดหูไว้ข้างหนึ่ง ซีกหน้าด้านหนึ่งของเขากำลังซุกแนบกับไหล่ของคาเมะ
นายช่างหนุ่มนั่งพิงหลังกับโคนต้นไม้ เขากอดร่างบอบบางของหนุ่มน้อยไว้ข้างหนึ่ง
ส่วนมืออีกข้างก็เด็ดดอกหญ้าริมตลิ่งมาลูบไล้ผิวแก้มของคนในอ้อมกอด
ชอบมั้ย บรรยากาศแบบนี้ ลมเย็น เสียงนกร้อง และแมลงส่งเสียงใกล้ชายน้ำ ยามะพีชอบมันใช่มั้ย?
เสียงคาเมะถามพร้อมกับระบายลมหายใจยาวอย่างเป็นสุข
ชอบครับ.... เป็นชีวิตที่เรียบง่าย บ้านหลังเล็กๆ แต่อบอวลไปด้วยความสุข...
...และความรักด้วย คาเมะต่อประโยคให้
อ๋า......ความรัก... ยามะพีแหงะหน้าหาคาเมะ เห็นปลายคางสะอาดสะอ้านอยู่ตรงระดับสายตาพอดี
เขาลูบไล้คางขาวของคาเมะแล้วก็พึมพำเสียงแผ่ว
คุณรักผมจริงๆ เหรอ หรือว่าแค่หลอกให้ตายใจ
คาเมะหัวเราะหึๆ จับปลายนิ้วที่เกลี่ยรอบคางเขามากุมไว้ แล้วจุมพิตทีละนิ้วจนครบ
จากนั้นก็เลื่อนมือเรียวมาที่ตำแหน่งที่เป็นที่ตั้งของหัวใจของเขาเอง
ยามะพีรับรู้ถึงแรงเต้นอันมหาศาลจากกล้ามเนื้อเหนือหน้าอกเบื้องซ้ายของนายช่างหนุ่มหล่อ
สงสัยคงจะรักแรงละมังเนี่ย... หัวใจคุณเต้นแรงจัง เด็กหนุ่มล้อ ก็เลยโดนริมฝีปากบางสัมผัสแนบชิดเหนือหน้าผาก
หัวใจเต้นเพราะมีคุณอยู่ใกล้นี่นะ
อื้อ.....คาเมะ ยามะพีหลบหน้าวูบเมื่อริมฝีปากนั้นไถลจุมพิตที่ปลายจมูกโด่ง ก่อนจะเลื่อนต่ำชิดสนิทแนบบนกลีบปากอ่อนนุ่มของเขา
คาเมะโน้มร่างยามะพีให้แนบกับทรวงอกของเขายิ่งขึ้น ในขณะที่ริมฝีปากก็ดื่มลิ้มชิมรสความหอมหวานจากกลีบดอกไม้สีแดงระเรื่อบนปากของยามะพี
สองแขนแกร่งที่กระชับอยู่บนช่วงไหล่และเอวบาง กดนิ้วบริเวณนั้นให้ร่างบางแอ่นปะทะเขาจนแทบจะกลืนหายเข้าไปในทรวงอกแกร่ง
จุมพิตที่เร้าใจนั้นเนิ่นนานจนลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น อ้อมแขนของยามะพียกขึ้นโอบรัดรอบคอของคาเมะ
นิ้วจิกลงที่ปลายผมตรงต้นคอ เมื่อคาเมะบดขยี้ริมฝีปากยิ่งขึ้น ยามะพีก็ถึงกับสั่นผวาจนปล่อยเสียงครางอยู่ใต้ปากของนายช่างหนุ่ม
.....
คาเมะละจากกลีบปากอ่อนเยาว์ ลากต่ำซุกใบหน้าลงตรงต้นคอ และเริ่มเร้าอารมณ์ด้วยการกัดเบาๆ
จนลำคอขาวผ่องเกิดรอยแดงเพราะคิสมาร์กของเขา
เสื้อยืดของยามะพีถูกถกรั้งขึ้นด้วยน้ำมือของคาเมะ ปลายนิ้วสอดไล้เข้าไปลูบโลมทั่วแผ่นอกนุ่มเนียน
และมาหยุดนิ่งที่ยอดอกทั้งสองข้าง คลึงเคล้าเป็นจังหวะจนยามะพีครางเสียงพร่า.......
คาเมะฮะ........
ลมหายใจของคาเมะร้อนผ่าวปะทะอยู่บนลำคอและแก้มของเด็กหนุ่ม ริมฝีปากควานหากลีบปากอวบอิ่มอีกครั้งและอีกครั้ง กลืนเสียงครางนั้นลงลำคอ กลิ่นระเหยจากแอลกฮอล์ของคนทั้งคู่ลอยกรุ่นเร้าใจยิ่งนัก
ยามะพีไม่แน่ใจว่าเพราะฤทธิ์ของเบียร์ที่ดื่มเข้าไปหรือฤทธิ์จูบของคาเมะกันแน่ที่ทำให้เขารู้สึกวาบหวามจนต้องเบียดเนื้อตัวเข้าหาชายหนุ่ม
ยังผลให้คาเมะหอบหายใจสะท้าน ชายหนุ่มตัดสินใจดึงร่างของหนุ่มน้อยในอ้อมกอดให้ยืนอย่างยากลำบาก
เขากุมมือเรียวเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
เข้าไปในบ้านกันเถอะ
เข้า.....เข้าไปทำไมฮะ
อยากรักยามะพีใจจะขาด....
เอ้อ......มันไม่.....ไม่เร็วเกินไปเหรอ?
ความรักไม่มีเร็วหรือช้าหรอก คนดี คาเมะจบคำพูดของเขาด้วยรอยจูบหนักหน่วงจนยามะพีไม่มีวันปฏิเสธได้อีกต่อไป
ลมหายใจหอบระรัว ยามะพียืนพิงต้นไม้ระทดระทวย จนคาเมะต้องรั้งร่างบางมากอดไว้ พากันเดินไปสู่บันไดบ้าน
เป็นของฉันนะ ยามะพี คาเมะกระซิบแถวซอกคอและริมหู ขณะประคองร่างเพรียวเข้ามาในห้องนอน ยามะพีก้าวตามด้วยหัวใจที่กระเจิง
จนหลังกระทบกับที่นอนนั่นแหล่ะเขาถึงกับผวา แต่ก็โดนอ้อมกอดของคาเมะหยุดอาการสั่นสะท้านนั้นได้
ศีรษะของชายหนุ่มก้มลงมา และริมฝีปากของทั้งคู่ต่างโหยหากันและกัน คาเมะคุกเข่าเหนือร่างบาง
บรรเลงมนต์จุมพิตให้ดื่มด่ำ สัมผัสได้ถึงเรือนร่างนุ่มนิ่มสั่นระรัวเพราะความรัญจวนของเด็กหนุ่ม
มือที่ลูบไล้ลงบนตัวของยามะพีปลุกเร้าให้ร่างบางบิดตัวเร่าๆ
ยามะพีถูกครอบงำไว้ด้วยความรักที่คาเมะมอบให้ หมดความยับยั้งชั่งใจทั้งปวง เมื่อกายถูกรุกเร้าอย่างที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน
ไม่รู้ตัวแม้กระทั่งว่าคาเมะได้ปลดเสื้อผ้าออกจากร่างกายหมดแล้วและเติมเต็มความเปล่าเปลือยด้วยกายของเขา
ร่างสองร่างสนิทแนบชิดบนเตียงอันอ่อนนุ่ม เมื่อคาเมะอยู่เหนือร่างกายของเด็กหนุ่ม
สองแขนเรียวบางก็กอดกระหวัดเขาเอาไว้เช่นกัน ยามะพีเผยอร่างขึ้น เสนอสนองร่างกายโต้ตอบร่างแกร่งด้วยความรักไม่แพ้กัน
มือแกร่งทั้งสองข้างของคาเมะลูบโลมตั้งแต่ทรวงอกเนียน ผิวกายไล้เรียบน่าจับต้อง
เขาอ้อยอิ่งอยู่แถวสะดือบุ๋ม จากนั้นก็เลื่อนมือต่ำลงไปเรื่อยๆ จนเด็กหนุ่มพลิกหน้าส่ายไปมาบนหมอน
เมื่อปากซุกซนลากตามมือไปติดๆ
อื้อ....คาเมะ....
เมื่อเปลวแห่งไฟเสน่หาลุกโชนขึ้น ลามร้อนไปทั่วร่าง คาเมะก็ไม่อาจทนได้อีกต่อไป เขาสัมผัสต้นขาของยามะพี ลูบโลมก่อนจะจับมันแยกออก แล้วแทนที่ด้วยร่างกายที่บ่มด้วยความพิศวาสของเขาเอง
อ๊ะ....เจ็บ.... หนุ่มน้อยพยายามพลิกกายส่ายหนี แต่มือแกร่งตรึงสะโพกของเขาเอาไว้
ไล้จุมพิตปลอบประโลมเหนือปลายจมูก พึมพำขอโทษแล้วขยับร่างต่อเนื่องอย่างอ่อนโยนจนยามะพีผวาเกาะเอวของคาเมะแน่น
ความเจ็บปวดในการร่วมรักครั้งแรกเลือนหายไป มีแต่ความสุขสมเข้ามาแทนที่ ปลายเล็บจิกเข้าไปในเนื้อหนังมังสาของคนด้านบน
ยามะพีเปล่งเสียงร้องครวญครางออกมาอย่างยากจะยับยั้งได้เมื่อถึงขีดสุดแห่งความสุข.......
อ๊า...... คะ....คาเมะ.....อาาา...าาา....
***********************
to be con