
CARAVAN LOVER.......
Vol 12..
***************************
......เวลาเพียง 5 นาทีที่ยูอิจิให้คุซาโนะไปพบกับคนรัก........
.....แค่ 5 นาทีเท่านั้นเอง......
แต่ว่า เวลางี่เง่านั่นจะมีความหมายอะไรกับคุซาโนะล่ะ เด็กหนุ่มวิ่งตัวปลิวขึ้นไปบนตึก
เขาไม่สนใจหรอกว่ายูอิจิจะจอดรถรออยู่ด้านนอกได้นานแค่ไหน ก็วิ่งเข้ามาแล้วนี่นะ
จะอยู่กับพี่เรียวยังไง ยูอิจิก็ไม่มีวันบังคับเขาได้หรอก ผ่านฉลุยมาหลายด่าน ทั่วทั้งบ้านทากิซาว่าเงียบกริบ
ไม่มีร่องรอยของงานปาร์ตี้ที่เคยจัดขึ้นเกือบทุกคืน บ้านสะอาดเรียบร้อย และดูสว่างสดใสเพราะแสงแดดยามใกล้เที่ยง
พี่เรียว...พี่เรียว!! คุซาโนะเดินแกมวิ่งขึ้นไปถึงชั้นบน เขาตรงรี่ไปที่ห้องนอนของเรียวที่เคยหมกตัวอยู่ด้วยกันหลายวัน
ประตูห้องล็อกไว้ คุซาโนะเคาะประตูและตะโกนเรียก
พี่เรียวฮะ คุมาแล้ววว... เปิดหน่อยซิฮะ...พี่เรียว... เขาได้ยินเสียงกุกกักจากภายในห้อง
เสียงตอบรับอย่างแหบห้าวเหมือนคนเพิ่งตื่นดังลอดออกมา
น้องคุเหรอ...รอเดี๋ยวนะ
เมื่อประตูเปิดออก ชายหนุ่มหน้าเข้มยืนอยู่เบื้องหน้า ทั้งเนื้อทั้งตัวมีแต่ผ้าขนหนูคลุมท่อนล่างเอาไว้อย่างหมิ่นเหม่
น้องคุ...มาได้จังหวะพอดีเลย เรียวยิ้มแย้ม อ้าแขนออกกว้าง คุซาโนะผวาเข้าไปกอดทันที
พี่เรียว... คิดถึงจังเลย... ใบหน้าหวานซบกับทรวงอกกว้าง คุซาโนะได้กลิ่นหอมแปลกๆ
โชยมาจากร่างของเรียว
ชายหนุ่มขยับตัวถอยหลัง ปิดประตูห้องซะ แล้วก็กอดร่างเล็กนั้นไว้แนบอก ริมฝีปากแห้งประทับกับกลีบปากอิ่มของคุซาโนะอย่างโหยหา
ซึ่งฝ่ายถูกจูบก็ยืนเขย่งยื่นหน้ารับจุมพิตนั้นแต่โดยดี
จวบจนกระทั่ง........
เฮ้อ...... มัวทำอะไรกันหน้าประตูน่ะ รอเมื่อยแย่แล้วนะ เสียงหนึ่งดังขึ้นขัดฉากสวีทของคุซาโนะและเรียว
ยังผลให้หนุ่มน้อยรีบผละออกจากอ้อมแขนของชายหนุ่มทันที เขาจ้องมองร่างบอบบางของหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งที่นั่งเอนในสภาพเกือบเปลือยอยู่บนเตียง
.......เตียงที่อยู่ในห้องของเรียว!!
ใครง่ะ? คุซาโนะถามเสียงดัง มือชี้ไปที่ร่างนั้นอย่างสั่นเทา เขาได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ
ดังมาจากปากของหนุ่มคนนั้น ร่างขาวผ่องเอนหลังกับพนักเตียง หรี่ตามองคุซาโนะอย่างพอใจแล้วก็กวักมือเรียก
พาน้องหนูคนนั้นมาร่วมวงซะทีซิ เรียว... อารมณ์ยิ่งค้างๆ อยู่ด้วย
เดี๋ยวน่า... ขอเวลาเกลี้ยกล่อมก่อน เรียวหันไปมอง เขาโบกมือ ให้ฝ่ายนั้นนั่งเฉยๆ
ส่วนตัวเองก็รวบมือของคุซาโนะมากำไว้ ก้มหน้ามาจนชิดหน้าสวย
น้องคุ.... นั่นเพื่อนพี่เองนะ เรียกมานอนกับเราไงจ๊ะ
เพื่อน?... นอน??...กับเรา??? หมายความว่าไงฮะ... พี่เรียวพาใครมานอนด้วย ผมไม่ยอมนะ!!
น้องคุร้องลั่น สะบัดมือออกจากการกอบกุม เด็กหนุ่มชี้หน้าเรียวแล้วก็ทุบอกแกร่งเปลือยดังอักจนร่างของชายหนุ่มเซไปก้าวหนึ่ง
ไอ้หมอนั่นมันใคร? พี่เรียวนอกใจผมงั้นเรอะ??!! ทำงี้ได้ไง... ฮือ..... บอกคุมานะว่ามันเกิดอะไรขึ้น.....ฮือ....
ไม่เอานะ พี่เรียวทำอย่างงี้ได้ไง!! เสียงสะอื้นไห้ดังลั่นห้องจนคู่ขาของเรียวสะบัดผ้าแล้วก็ลุกมาจิ้มหน้าคุซาโนะทั้งที่ร่างยังเปล่าเปลือย
จะยังไงล่ะ ฉันกับเรียวน่ะเป็นเพื่อนเลิฟกัน เขาอยากเล่นแบบสามคนบ้าง พอดีเขาบอกว่านัดกับแฟนไว้
และฉันก็คิดว่าแฟนของเรียวน่ะไม่น่าจะเป็นคนมีปัญหามากแบบนี้เลยนะ หยุดคร่ำครวญแล้วมาเล่นอะไรกันสนุกดีกว่าไอ้หนู
มือขาวๆ เอื้อมมาจับต้นแขนของคุซาโนะ ทันทีที่ได้รับการแตะต้องกาย คุซาโนะก็สะบัดตัวออก
หมัดขวากระแทกกับใบหน้าสวยงามนั้นอย่างถนัดจนร่างบางของชายหนุ่มคนนั้นผงะออก
คุซาโนะหันมากระชากแขนเรียวเขย่าเร่าๆ
พี่เรียวเป็นคนรักของคุไม่ใช่เหรอ? ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้
ก็อยากลองมั่งน่ะ น้องคุไม่น่าทำตัวมีปัญหาอะไรนะ จะเพิ่มเพื่อนพี่อีกสักคนไม่ได้หรือไง?
ไม่!! คุซาโนะสั่นหน้า น้ำตากลบดวงตาคู่สวยจนมองเห็นหน้าของชายคนรักไม่ถนัดนัก
แต่ที่รู้ๆ เรียวหันไปจับแขนคู่ขาของเขาและสัมผัสซีกแก้มที่โดนคุซาโนะยัดหมัดใส่อย่างอ่อนโยน
พี่เรียว......ฮึก.......... ไม่เคยรักผมเลยใช่มั้ย... คุซาโนะถามปนเสียงสะอื้น
เรียวหันหน้ามาและพยักหน้าให้
รักซิ
ไม่จริง... ถ้ารักแล้วจะเอาไอ้หมอนี่มานอนกกที่นี่เรอะ ถามหน่อยซิว่า นอนกับมันมานานเท่าไรแล้ว?
นาน... นานมาก..... ก่อนที่พี่จะรู้จักกับน้องคุอีกนะ แต่เขาเป็นเพื่อน เพื่อนที่มีอะไรกันได้โดยไม่มีความรัก
แต่น้องคุคือคนที่พี่รักนะ น้องคุน่าจะเปิดใจให้กว้าง ความสัมพันธ์ของเราสามคนน่าจะราบรื่นมากกว่าที่น้องคุจะมายืนโวยวายอะไรแบบนี้
เรียวพูดเสียงเนิบๆ เล่นเอาคนฟังหน้าชา
.......หมายความว่าเรียวมีความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าขาวนี่มานาน... ก่อนเขา..... แล้วเรียวก็ปิดมันไว้ ทำไมเขาไม่รู้ระแคะระคายอะไรเลย.....ทำไมเรียวถึงเป็นแบบนี้ไปได้......
คุซาโนะปาดน้ำตาออก เชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งทะนง มือที่สั่นเทาถูกกำแน่นข้างลำตัว
ใบหน้าที่แดงก่ำมองเรียวอย่างเหยียดหยาม
ผมจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก... จำไว้.....เรียว..... จะไม่ขอคบกับคนอย่างนายอีกต่อไป
ไอ้วิปริต....เสียแรงที่ผมเสียเวลาไปกับนายตั้งมากมาย ยอมเปลืองเนื้อเปลืองตัว
คิดว่านายจะจริงใจกับผม แต่เฮอะ.... ถ้านายต้องการให้ความสัมพันธ์เป็นแบบนี้ ผมก็ขอถอนตัว...
อย่านึกนะว่าคนอย่างคุซาโนะจะเสียใจ แค่นี้มันก็ทุเรศตัวเองเหลือทนแล้ว..... เชิญนายสองคนเล่นอะไรวิตถารต่อไปเหอะ..
อย่ามายุ่งกันอีก.... จำไว้ ไอ้วิตถาร!! คุซาโนะจบคำพูดด้วยการกระทืบส้นเท้าบนหลังเท้าของเรียวจนชายหนุ่มร้องลั่น
จากนั้นร่างเปรียวบางของคุซาโนะก็วิ่งไม่เหลียวหลังออกไป
น้องคุ..!! เรียวตะโกนเรียก เขาถลันไปที่ประตู แต่ความเจ็บที่หลังเท้าทำให้เขาแทบจะทรุด
ได้แต่เกาะขอบประตูชะเง้อมองร่างบอบบางวิ่งกระเจิดกระเจิงออกไป
............................
คุซาโนะวิ่งไปเรื่อยๆ ไม่ยอมหันกลับไปมอง ไม่สนใจ แม้ว่าจะได้ยินเสียงของเรียว ตะโกนเรียกอยู่เบื้องหลัง เขากระโจนเข้าหาประตูรั้วเหล็กที่กั้นเขากับภายนอก กระชากทีเดียวมันก็เปิดออก
ยูอิจิยืนพิงรถอยู่ที่ตรงนั้น ข้างๆ รถคันหรู ร่างสูงยืดตัวตรงเมื่อคุซาโนะวิ่งโผเข้ามาจนเกือบจะเป็นกระโจนเข้าใส่
พี่ยู้.......ฮึก.......ฮือ.......พี่ยู....... คุซาโนะร้องไห้สะอึกสะอื้น เขาเกลือกหน้ากับอกแกร่งของชายหนุ่ม
เสียงร้องไห้โฮดังเป็นเสียงแหบแห้ง ยูอิจิรับรู้ถึงน้ำตาชื้นเกาะแนบที่เสื้อของเขา
เกิดอะไรขึ้นน้องคุ ยูอิจิถาม คุซาโนะเข้าไปในบ้านหลังนั้นประมาณยี่สิบนาที เกินเวลาที่เขากำหนด
แต่เขาก็ย่อมรู้ว่า อย่างไรเสียคุซาโนะต้องไม่ยอมทำตามเวลาที่เขาบอกอยู่แล้ว แต่ยูอิจิไม่คิดว่า
เด็กหนุ่มจะกลับออกมาเร็วเช่นนี้ หนำซ้ำยังกลับออกมาในสภาพที่ย่ำแย่อีก
เรียว......พี่เรียว.... ไอ้บ้านั่น........ คุซาโนะเอาแต่ส่ายหน้า พูดเคล้าด้วยเสียงสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
ไปเหอะ...พาผมไปจากที่นี่ที...พี่ยู้....ฮึก
.............................
ถ้อยคำต่างๆ พรั่งพรูออกมาจากปากของคุซาโนะสลับกับเสียงแช่งด่าและร้องไห้ ยูอิจิมองคุซาโนะเห็นเด็กหนุ่มนั่งยกขาขึ้นมากอด
ซุกศีรษะเล็กๆ ลงไป ....เขาพาหนุ่มน้อยมานั่งที่สวนสาธารณะ ลมเย็นฉ่ำจากศาลากลางสวนช่วยพัดให้เหตุการณ์ที่น่าอึดอัดบรรเทาเบาบางลงไปได้บ้าง
คุซาโนะดูสิ้นลาย หมดสภาพแก่นแก้วแล้วในยามนี้ ร่างบางยังนั่งคู้เข่าอยู่เช่นนั้น
ดวงตาที่มีน้ำฉ่ำเปียกขนตาค่อยๆ เหือดหายไป เหลือแต่คราบแห่งความเศร้าและเจ็บใจเท่านั้นที่ยูอิจิเฝ้ามอง
....จากที่คุซาโนะเล่าให้ฟัง ทำให้ชายหนุ่มลงความเห็นด้วยใจที่โล่งอกว่า คุซาโนะคงไม่กลับไปหาเรียวอีกแล้ว
แต่กระนั้นก็ยังวางใจไม่ได้ซะทีเดียว... อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้กับหนุ่มน้อยจอมเฮี้ยวคนนี้
คุซาโนะดูเป็นเด็กใจแตกในความคิดของยูอิจิ แต่เท่าที่เล่ามา ทำให้ชายหนุ่มเห็นว่า
อย่างน้อยคุซาโนะก็ยังไม่ก๋ากั่นถึงขนาดที่กู่ไม่กลับ ......เจออะไรมาแบบนี้ จะกลับเนื้อกลับตัวเป็นเด็กดีที่ว่านอนสอนง่ายหรือเปล่ายังสงสัย
ทั้งสองหนุ่มนั่งปรับทุกข์หารือกันอยู่นานจนยูอิจิเอื้อมมือมาลูบศีรษะทุยของเด็กหนุ่มอย่างอ่อนโยน
งั้นเราอย่าเพิ่งกลับบ้านเลยนะ เดี๋ยวพี่ยูจะพาน้องคุไปหาอะไรกินดับความเศร้าดีกว่า
ไปไหม? เขาถาม ซึ่งฝ่ายนั้นก็พยักหน้ารับคำอย่างไม่เกี่ยงงอน คุซาโนะสูดจมูกบอกเสียงเครือว่า
กินไอติม...... คุอยากกินไอติม
อืมม.. ก็ได้ พี่ก็อยากกินเหมือนกัน งั้นไป... ยูอิจิรั้งแขนคุซาโนะให้ลุกขึ้น
ร่างบางสอดมือกอดแขนของเขาเอาไว้ เงยขึ้นยิ้มแหยๆ ให้
พี่ยูใจดีที่สุดในโลกเลยล่ะ.... คุรักพี่ยูจัง...
ดวงหน้าหวานเปื้อนน้ำตาเคล้าด้วยรอยยิ้มซบแนบกับท่อนแขนของชายหนุ่มที่กำลังพาเขาก้าวเดิน
คำปลอบประโลมช่วยให้หนุ่มน้อยคลายเศร้าลงได้บ้าง ... จะว่าเศร้าก็ไม่ถูกนักเพราะยามนี้ แม้จะปวดใจแต่มันก็ไม่มากจนเขาทนไม่ได้หรอกนะ ... คุซาโนะมองใบหน้าของคนข้างกาย แล้วก็ลงความเห็นว่า จะหาคนใจดีแบบพี่ยูอิจิเป็นไม่มี ... ขนาดเขาก่อเรื่องให้ปวดหัวบ่อยๆ พี่ยูยังไม่ซ้ำเติมเขาสักคำ...แถมยังจะพาไปเลี้ยงไอศกรีมอีกต่างหาก.........
แต่ยามใดที่ไม่ได้มองร่างสูงของคนคนนี้ เขาก็จะคิดถึงแต่เรียว ซึ่งเขาเองก็ไม่อยากกลับหวนไปนึกถึงเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับเจ้าหมอนั่นอีก.......
ยูอิจิยอมปล่อยให้คุซาโนะเกาะแขนขณะเดินไปที่รถ ใบหน้าคมคายที่ก้มต่ำยิ้มแย้มให้คุซาโนะนั้นมีแววใจดีอยู่เป็นนิจ
ซึ่งก็ทำให้เด็กหนุ่มยิ้มตอบกลับไปด้วยใจที่เย็นขึ้น
ไปกันได้แล้วเด็กน้อย... ยูอิจิขับพาเขาไปยังร้านไอศกรีมที่เคยพาเขาไปครั้งหนึ่ง
...
อยู่นานๆ ได้มั้ยฮะ คุซาโนะขอร้อง ยูอิจิพยักหน้ายิ้มให้
ได้ซิ
คุกินจุน้า
กินเท่าไรก็ได้น่า
อืม... กินไอติมดับความเสียใจก็ดีเนาะ
ฮื่อ... เสียงยูอิจิรับคำเบาๆ ขณะมองร่างบางนั่งตักของโปรดอย่างเอร็ดอร่อย......
.....ถ้าน้องคุจะเงียบเฉยแบบนี้ทุกวันก็ดีซินะ.....
*******************************
ในขณะเดียวกัน ทางแก๊งค์คาราวานต่างก็ซ่อนตัวตามสุมทุมพุ่มไม้ โคกิและไอบะขับรถไปจอดที่ท้ายไร่
และทุกคนในแคมป์ก็ช่วยกันทำทีว่าไม่มีใครอยู่เฝ้าเต๊นท์เหมือนเช่นวันธรรมดา แต่แท้ที่จริงแล้ว
ทุกคนต่างแอบกันอยู่ตามต้้นไม้ต่างๆ ห่างไกลสถานที่เป้าหมายพอสมควร และหนึ่งในจำนวนนั้นก็มีอะกานิชิ
จินรวมอยู่ด้วย ชายหนุ่มสั่งให้คนขับรถมาส่งและก็ไล่กลับ เขาเองทำตัวประหนึ่งเป็นพรรคพวกเดียวกับพวกนักศึกษา
และขณะนี้เขาก็แอบในพุ่มไม้ที่เดียวกับที่จุนโนะแอบอยู่
ขยับไปห่างๆ ได้มั้ยคุณจิน? จุนโนะสั่งเบาๆ และก็เอาศอกกระทุ้งที่สีข้างของชายหนุ่ม
เมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นนั่งจุ้มปุ๊กใกล้เขามากจนเกินงาม เรียกได้ว่าแทบจะเอาคางเกยบ่าเขาเลยล่ะ
ก็ฉันมองไม่ถนัดนี่
ไม่รู้จะมาทำไม เด็กหนุ่มบ่นกระปอดกระแปด
จะช่วยนี่นะ แล้วไร่นี่มันก็ไร่ฉันด้วย
งั้นก็อย่าเกะกะได้มั้ย มันร้อน
พูดมากนักเดี๋ยวไม่ช่วยจับขโมยเลย
เฮอะ...ใครใช้ล่ะ
เอี...จุนโนะนี่ไงนะ จินว่าแล้วก็กระแทกไหล่กับไหล่ของจุนโนะเบาๆ ร่างบางที่นั่งยองๆ
ไม่ทันระวังตัวก็ผวาเซ จินก็เลยรวบตัวมากอดเอาไว้
อ๊ะ?.. จะทำอะไรผม? จุนโนะโวยวาย ซึ่งจินก็จุ๊ปาก
จุ๊....จุ๊... เดี๋ยวขโมยได้ยินหรอก
มากอดผมทำไมกันเล่า ปัดโธ่...
ก็นายจะล้ม จินแก้ตัว เขายิ้มแฉ่งเมื่อเห็นเด็กหนุ่มหน้ามุ่ย แต่แก้มแดงปลั่งเชียว
จินคลายวงแขนออกอย่างเสียดาย
ร่างบางเหลือกตาขึ้น แล้วก็เลิกบ่น จุนโนะเอานี้ชี้จิ้มปากแล้วส่งเสียงจุ๊ออกมาเบาๆ
ขณะชะเง้อมองไปยังพุ่มไม้พุ่มอื่นที่เพื่อนๆ แอบอยู่
นี่เรารอมานานแล้วนะ จินเอ่ยขึ้น ซึ่งก็โดนจุนโนะร้องชู้ว์ให้เขาเงียบเสียง
ทั่วบริเวณนั้นเงียบกริบจากเสียงคนพูดคุย ได้ยินแต่เสียงใบไม้เสียดสีกัน และแมลงกลางวันส่งเสียงดัง...มิ๊ง...มิ๊ง
อยู่เหนือยอดไม้ ร่มเงาที่แผ่มานั้นทำให้บรรยากาศดูน่ารื่นรมย์เหมาะจะมาปิคนิกมากกว่าจะมาจับขโมย
จินและจุนโนะนั่งยองๆ จนเมื่อย ก็เลยหันหลังพิงกัน ศีรษะของทั้งสองอิงกันและกัน
ไม่เห็นขโมยมาเลย จินบ่น
บ่นอยู่ได้ ไม่อดทนเลยนะคุณ จุนโนะเอ็ดกลับ แล้วก็ปิดปากหาวกว้าง จนจินอดหัวเราะไม่ได้
อ๊ะ....? จินอุทานออกมา เขามองไปที่ทางเข้าไร่พอดี เห็นอะไรบางอย่างเข้า ก็สะกิดคนข้างๆ
ยิกๆ
มีแขกไม่ได้รับเชิญมาแล้วละซิ
หือ? คราวนี้จุนโนะเพ่งมองจนหน้าสองหน้าแทบจะติดกัน มีช่องว่างระหว่างแก้มห่างกันไม่ถึงเซ็นต์
จะใช่เหรอ? เด็กหนุ่มคราง สายตาจับไปที่สิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนกายมารอบเต๊นท์
แล้วก็ผลุบหายเข้าไปด้านใน ทุกคนรอสักพักด้วยใจจดจ่อ และก็ต้องถอนหายใจเฮือกเมื่อร่างนั้นกลับออกมานอกเต๊นท์พร้อมกับอาหารหนึ่งถุง
จับมันไว้ เสียงจุนโนะตะโกนขึ้นอย่างดัง ทำให้โคกิและอุเอะดะที่นั่งจับตามองอยู่ใกล้กับเหยื่อโผล่พรวดออกมาอย่างรวดเร็ว
จากนั้นหนุ่มๆ ทั้งหมดก็วิ่งเข้าล้อมกรอบเจ้าขโมยนั่นจนไม่มีทางหนีไปได้
ขโมยตัวสั่น ถุงอาหารร่วงลง จากนั้นก็นั่งแหมะลงกับพื้น
จุนโนะถลันเข้าไปถึงตัว ในขณะที่คนอื่นต่างก็ยืนเฉย นิ่งดูอยู่
โอ่...โอ๋..... หิวหรือลูก... จุนโนะค่อยๆ สัมผัสร่างของขโมยอย่างอ่อนโยน เมื่อแน่ใจว่ามันไม่ทำร้ายเขาแน่แล้ว
เขาก็อุ้มเจ้าขโมยขึ้น
ดูซิ ตัวสั่นหมดแล้ว... ถ้าจะหิวเนอะ เขายิ้มให้ทุกคน
หมาน้อยนี่เอง.... เฮ้อ... นึกว่าคนซะอีก มิน่าล่ะขโมยแต่ของกิน ยามะพีเอื้อมมายีขนเจ้าสุนัขพันธุ์ชิบะที่คะเนอายุคงไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง
ฉันจะเลี้ยงเอาไว้เอง น่ารักชะมัดเลย จุนโนะยื่นหน้าเอาจมูกถูไถกับหน้าผากเกลี้ยงของเจ้าลูกสุนัข
แล้วก็กอดเอาไว้แนบอก
จะเลี้ยงเหรอ.. ที่นี่ง่ะนะ? จินเอานิ้ววนไปรอบๆ สถานที่ แล้วก็เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
ฮะ เนอะ... พวกเรา
ไม่ดีมั้ง?
ทำไมล่ะฮะ จุนโนะตวัดตามองจิน ใบหน้างอง้ำ ท่าทางไม่สบอารมณ์กับคำค้านของจิน
จะเลี้ยงยังไง ที่ก็เปิดโล่งแบบนี้ แล้วจะเอาเขาอยู่เหรอ ดูท่าทางมันรักอิสระซะด้วยซิ
ไม่เป็นไรหรอกครับคุณจิน เดี๋ยวล่ามเอาไว้วันสองวัน เอาอาหารให้กิน ขี้คร้านจะติดหนึบ
ไอบะสนับสนุนจุนโนะด้วยอีกคน ทำให้จินชักจะหมั่นไส้
... ตามใจกันแบบนี้นี่เล่า ถึงทำให้เจ้าหนุ่มหน้าหวานนั่นมันหลงรัก...
แบบนี้เขาก็ออกอาการหงุดหงิด ชักจะไม่ชอบใจ ...
ถ้าคิดว่ามันจะอยู่ด้วยก็ตามใจนะ...
ตั้งชื่อเลยดีมั้ย? ยามะพีขออุ้มมั่ง จากนั้นเจ้าขโมยมีขนก็ถูกทุกคนเวียนอุ้มจนครบ
ยกเว้นจิน
ชื่อร็อกกี้ จุนโนะโพล่งขึ้นมา
ร็อกกี้เหรอ?...อืมม.. เท่ดีนะ...ร็อกกี้...
จุนโนะอุ้มร็อกกี้เดินกลับมาที่เต๊นท์ จัดแจงหาอาหารให้กินเสร็จสรรพ ไม่สนใจนายจ้างล่ะว่ากำลังเดินตามมายืนข้างๆ
หรือเปล่า
จินทำหน้าเหมือนลูกหมาถูกทิ้ง นึกอิจฉาเจ้าหัวขโมยนี่เต็มกำลัง ดูเอาเถอะ จุนโนะแสดงออกราวกับเป็นแม่ลูกอ่อน
ได้อุ้มลูกน้อยแนบอกก็เอาอกเอาใจ จนลืมว่ายังมีเขายืนอยู่นี่ทั้งคน
เจ้าลูกหมาตัวนี้มันก็น่ารักดีอยู่หรอก.. ท่าทางมันก็อ้อนน่าดู เล่นเอาจุนโนะไม่สนใจเขาเลย ... แต่ความจริงจุนโนะก็ไม่ได้สนใจนายจ้างอย่างเขามากมายอยู่แล้วนี่นะ...
จินเหลียวมองรอบตัว พวกนักศึกษาพวกนี้มันเข้ากลุ่มกันได้ดีจริงๆ เพราะทุกคนต่างก็กำลังสนใจในตัวเจ้าร็อกกี้กันทั้งนั้น ทำงานกันเป็นทีมดีจริง
สักพักคนขับรถของจินก็มาเมียงๆ มองๆ พอเห็นเขาเข้าก็บุ้ยใบ้ชี้ไปที่ข้างไร่ เป็นทำนองว่าเขากลับมารับเจ้านายกลับแล้ว
จินพยักหน้าให้แล้วก็หันมาสะกิดจุนโนะ
ถ้าหมดเรื่องแล้ว ฉันเห็นทีต้องกลับไปทำงานต่อที่บ้านล่ะนะ จินพูดกับจุนโนะโดยเฉพาะ
ซึ่งเจ้าหน้าหวานของเขาก็พยักหน้าแต่ไม่หันมามอง
ดีฮะ ขอไม่ส่งนะครับ กำลังยุ่งเลย จุนโนะง่วนอยู่กับการป้อนนมสมาชิกตัวใหม่ จินก็เลยยืนตาตก
พอดีฉันนัดกับคู่หมั้นเอาไว้ด้วย ว่าจะพาเขาไปทานอาหารนอกบ้าน คงต้องลาเสียทีล่ะ
ฮะ... ดีฮะ.. นั่นคือเสียงราบเรียบของจุนโนะสุเกะ
คือเมื่อกี้บอกว่าฉันจะไปกับคู่หมั้นน่ะ
.................... เงียบคือคำตอบ
จะไปล่ะนะ เขาพูดซ้ำอีกครั้ง
ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา นอกจากกิริยาเอาใจเจ้าร็อกกี้จนจินชักฉุน เห็นทีว่าไม่มีใครสนใจเขาแน่แล้ว
ก็เลยเดินล้วงกระเป๋าไปที่รถ แต่แล้วเขาก็ต้องผ่อนฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงใครคนหนึ่งวิ่งเหยาะๆ
ตามหลังมา
.....เชอะ... จะกลับใจมาส่งเจ้านายหรือไง จุนโนะ.....
จินอมยิ้มหันกลับไปมองเจ้าของเสียงวิ่ง แต่แล้วเขาก็ต้องหุบยิ้มฉับ เมื่อกลายเป็นโคกิที่วิ่งมาโค้งแล้วโค้งอีก
ขอบคุณนะครับ คุณอะกานิชิ .. ที่สละเวลามายุ่งกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ขอบคุณจริงๆ
ครับ
ไม่เป็นไรหรอก โคกิ มีอะไรให้ช่วยก็บอก... ว่าแต่จะเลี้ยงเจ้าหมานั่นจริงๆ เหรอ?
จินถาม แล้วพยักหน้าไปทางกลุ่มจุนโนะที่ยังคงให้อาหารเจ้าหมาน้อยกันอยู่
ก็ต้องเลี้ยงล่ะครับ เป็นสมาชิกใหม่ไปซะแล้ว โคกิหัวเราะเห็นเป็นเรื่องธรรมดามาก
จินพยักหน้า เขาโบกมือให้เด็กหนุ่ม มองโคกิที่วิ่งไปรวมกลุ่มกับผองเพื่อน ไม่มีใครสนใจหันมามองรถคันหรูที่กำลังขับออกห่างไป
จินถอนหายใจยาว เหมือนเขาเป็นคนนอกอย่างไรชอบกล เวลาพวกนี้รวมกลุ่มกัน ก็จะสนใจแต่เรื่องของเพื่อน
นี่เขาต้องทำอย่างไรนะถึงจะเข้าถึงคนพวกนี้ได้....
....รักกันดีจริงๆ รู้สึกอิจฉาร็อกกี้ขึ้นมาซะแล้วซิ....
*****************************
จินกลับบ้านในตอนบ่ายจัด เขาพบฮิโตมิ คู่หมั้นสาวสวยกำลังนั่งไขว่ห้างรออยู่ที่ห้องนั่งเล่น
วันนี้เขาไม่ได้นัดหมายกับเธอ แต่ที่บอกจุนโนะไปเมื่อสักครู่เป็นการเรียกร้องความสนใจเท่านั้นเอง
ไม่คิดว่าฮิโตมิจะมาจริงๆ หนำซ้ำคำแรกที่เอื้อนเอ่ยก็คือประโยคที่ว่า
ไปหาอะไรทานกันนอกบ้านดีกว่านะคะ จิน
จินปล่อยลมพรืดออกมา ที่เขาโกหกจุนโนะเมื่อกี้เป็นจริงทุกอย่าง ไม่มีผิดเพี้ยนเลย
ไปซิ เขาว่า
หาที่หรูๆ หน่อยนะคะ ขอควงพ่อรูปหล่ออวดเขาเสียหน่อย จินละเลยฉันมากเลยนะ ไม่เหมือนเมื่อก่อนเลย
หญิงสาวแนบแก้มกับหัวไหล่เขา ซบไว้อย่างนั้น แม้กระทั่งเดินมาจนถึงรถ
วันนี้มีงานมาทำที่บ้านหรือเปล่าคะ?
มีนิดหน่อยจ้ะ
ว้า... ว่าจะชวนจินค้างที่บ้านคืนนี้ซะหน่อย ฮิโตมิพูดด้วยดวงตาเป็นประกาย แต่จินกลับถอนสายตาออกมา
เขารีบไขกุญแจรถ ไม่ได้พูดเออออด้วยสักคำ ทำเอาหญิงสาวทำท่ากระฟัดกระเฟียด
เราไม่ได้นอนด้วยกันนานเท่าไรแล้วนะจิน ใส่ใจฉันบ้างมั้ยเนี่ย.. หรือว่าตั้งแต่ได้ไอ้หน้าหวานนักศึกษากระจอกๆ
นั่นมานอนด้วยแล้วก็เลยจะเฉดหัวฉันส่ง ฮิโตมิพูดห้วนจัด และตรงเป๊ะจนจินอ้าปากค้าง
ไม่คิดว่าหญิงสาวจะพูดอะไรได้ตรงดีมาก
อ้าว!! ทำไมพูดแบบนั้นล่ะครับ ฮิโตมิ ผมไปละเลยอะไรคุณ ก็ผมไม่ว่างนี่
ไม่ว่าง!! เชอะ!! เมื่อกี้ฉันถามคนที่บ้านของจินเขาบอกว่า คุณไปที่ตั้งแคมป์ของพวกนั้นมา
แบบนี้หมายความว่าไง ถ้าไม่ไปหาเด็กนั่น แล้วคุณไปทำไม? หญิงสาวชักพูดเสียงลั่นรถ
จินปรายตามองอย่างปลงอนิจจัง นับวันฮิโตมิชักจะเข้ามาวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของเขามากจนเกินไป
ผมก็มีสังคมอีกแบบหนึ่งของผมมั่งซิ
สังคมกับพวกนักศึกษาจนๆ เชอะ...ไม่เห็นเข้าท่าเลยนะ จะนอกใจฉันก็บอกมาซิ
ผมไม่มีอะไรกับจุนโนะสุเกะ
ถ้าไม่มีก็มานอนที่บ้านฉันซิ หรือว่าจะให้ฉันมาค้างด้วย ฮิโตมิพูดหน้าตาเฉย ทำเอาจินสะอึก
บอกว่าไม่ว่าง คืนนี้ก็ต้องทำงานจนถึงดึก ผมไม่มีเวลามาพลีสคุณหรอกนะ
คุณเปลี่ยนไปจริงๆ จิน ตั้งแต่ฉันกลับจากนอก คุณก็ไม่สนใจฉัน ไม่โทร. หา ไม่มาที่บ้านด้วย
ฉันน้อยใจนะ หญิงสาวพูดด้วยน้ำตาปิ่มขอบตา ที่อยากจะร้องไห้นี่เพราะเจ็บใจต่างหาก
ไม่ได้มีความเสียใจอะไรหรอก จินเฉย เฉยจนเธอเดือด
การเอาใจที่เธอเคยได้เมื่อครั้งยังเป็นแฟนกัน ทำให้เธอคิดเสมอว่า จินไม่มีวันเปลี่ยนใจเป็นอื่น
แต่หลังจากหมั้นหมายกันมาเกือบจะปีหนึ่งแล้วนี่ จินก็เฉยชา ฮิโตมินึกย้อนหลังไปหลายเดือนก่อน
จริงสินะ ไม่ใช่ว่าจินเห็นจุนโนะดีกว่า ความจริงท่าทางเบื่อหน่ายที่จินแสดงออกมา
มันก่อนที่จะมีเจ้านักศึกษาหน้าหวานเข้ามาป้วนเปี้ยนในชีวิตของจินเสียอีก แต่นั่นฮิโตมิคิดว่าเรื่องแค่นั้นเธอเอาจินอยู่หมัดได้
แต่พอมีจุนโนะก้าวเข้ามา ความหวังที่จะดึงจินกลับมาเหมือนเดิมก็เริ่มสั่นคลอน เห็นๆ
เลยว่าจินรำคาญเธอจนออกนอกหน้า...
เฉยแบบนี้ ระวังนะ ถ้าฉันไปมีคนใหม่ล่ะก็อย่าหาว่าฉันทรยศจินไม่ได้นะ เธอพูดขึ้นหลังจากต่างคนต่างนิ่งไปเป็นครู่
จินทำหน้าเครียด เขาเม้มริมฝีปากครุ่นคิด และก็พูดเสียงเนิบๆ แบบไม่ใส่ใจว่า
ก็แล้วแต่คุณ ถ้าอยากทำอะไรที่บั่นทอนศักดิ์ศรีของคุณ ผมก็คัดค้านอะไรไม่ได้นี่นะ
ฮิโตมิแทบจะร้องกรี๊ด หญิงสาวยกมือปิดปากตัวเอง น้ำตาคลอขณะมองคู่หมั้นหนุ่มที่นั่งขับรถเข้าสู่ห้องอาหารมีชื่อในเมือง.......
.....ดีล่ะ ในเมื่อจินไม่แคร์ ไม่ใส่ใจว่าเธอจะทำอะไร ฮิโตมิก็จะไม่แคร์เหมือนกัน......
***********************************
ในยามค่ำคืนอันแสนจะอบอ้าว
ร่างชื้นเหงื่อของหนุ่มสาวคู่หนึ่งผละจากอ้อมแขนของกันและกันด้วยความอ่อนล้า ฝ่ายหญิงนอนหอบหายใจระทวยขณะที่ฝ่ายชายพลิกกายนอนคว่ำหน้าแนบลำตัวกับที่นอนเร้าใจ
สีหน้าที่มีเม็ดเหงื่อชุ่มชื้นทำให้เขาระบายลมหายใจออกมา ความอัดอั้นในตัวได้รับการบรรเทาเบาบางลงเพราะแรงตัณหาราคะ
เพลิงเสน่หาค่อยๆ มอดมลาย
ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มยาวระต้นคอนอนนิ่งด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย สุขสมแต่น่ารังเกียจ
เขารังเกียจในตัวผู้หญิงคนนี้ แต่ไฟเสน่หาที่มีขึ้นทุกครั้งยามที่ได้เจอกันก็ไม่อาจทำให้เขาหลีกเลี่ยงไปได้
เสียงพลิกตัวของหญิงสาวบังเกิดขึ้น มือเรียวขาวเอื้อมมาลูบไล้ผิวเนื้อบริเวณต้นคอของชายหนุ่ม
สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่กระตุกขึ้น ผิวเนียนละเอียดเคล้าไปด้วยเหงื่อชื้น เขาคนนั้นหันหน้ามามอง
ในขณะที่ลำตัวยังนอนคว่ำ และดูเหมือนจะขยับตัวให้ออกห่างกายเธอเสียอีก
แหม... ได้ระบายแล้วจะถอยหรือไง น้องชาย? เสียงแหบพร่าของหญิงสาวมีแววเอื้อเอ็นดูไม่น้อย
แต่คนฟังนี่ซิ ย่นจมูกใส่ เขาส่ายหน้าบนหมอน แล้วก็ฝังใบหน้ากับหมอนนุ่ม พูดเสียงอู้อี้พอจับใจความได้ว่า
กลับไปได้แล้ว สมใจเธอแล้วนี่ เป็นผู้หญิงมาค้างบ้านฉันบ่อยๆ ไม่ได้หรอกนะ เดี๋ยวคนอื่นรู้เข้าจะไม่ดี
นี่จะไล่กันหรือไง ร่างเปลือยผุดลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มหลุดลุ่ยไปกองที่เอว กำปั้นน้อยๆ
ทุบกลางหลังของชายหนุ่มดังปึก
นายมันก็แก้ขัดฉันเท่านั้นเองแหล่ะ น้องชาย นี่ถ้าทำตัวดีๆ นะจะให้พ่อขึ้นเงินเดือนให้อย่างงามเลยเชียวล่ะ
ผมไม่อยากได้เงินของคุณ ชายหนุ่มพลิกกายนอนหงาย ทำให้ร่างบางของหญิงสาวปีนขึ้นมาอยู่บนตัว
นั่งคร่อมหน้าตักของเขา ฝ่ามือโลมลูบที่ผิวเนื้อกลางอก นิ้วชี้คลำมาถึงยอดอกเล็ก
ปลายเล็บสะกิดเบาๆ ที่หัวนมสีชมพูซึ่งนั่นก็ทำให้เขาขนลุกซู่ มือแกร่งวางพักนิ่งที่สะโพกอวบของหญิงสาว
แต่แทนที่จะลูบไล้เขากลับตบมันอย่างแรงจนคนที่นั่งคร่อมร้องลั่น
โอ๊ย!! เจ็บนะ
เจ็บก็ลงไปเสียที ผมไม่มีอารมณ์อีกหรอกนะ กลับไปได้แล้ว พี่ฮิโตมิ!! คราวนี้เขาผลักร่างเปลือยขาวสล้างลงไปกองกับที่นอน
ส่วนตัวเองก็คว้าผ้าขนหนูมาคลุมร่างกายท่อนล่าง
ไอ้น้องชายตัวดี...เดี๋ยวเหอะ...มาผลักฉันได้ไง
ทำไมจะไม่ได้ ผมก็ทำให้พี่มีความสุขแล้วนี่ ผมจะพักมั่ง
นายมันไม่มีหัวใจ ...ไอ้ผู้ชายเมืองนี้มันเป็นอะไรไปหมดนะ มีคู่หมั้นก็ไม่สนใจ
มีไอ้น้องเลี้ยงก็สกมก ทุเรศสุดๆ ฮิโตมิลุกขึ้นจับเสื้อผ้ายัดใส่ร่างของตัวเอง
ปากก็บ่นไปเรื่อยๆ เธอคว้าหวีมาหวีผมแบบลวกๆ แล้วก็โยนโครมกระแทกกระจกจนมันสะเทือน
หางตาเห็นชายหนุ่มคู่ขาออกไปยืนบิดขี้เกียจที่ริมหน้าต่าง
เดี๋ยวไปส่งฉันด้วย หญิงสาวออกคำสั่ง แต่ร่างที่หันหน้าสู่ภายนอกเบือนหน้ามามองเพียงแวบเดียวก็ส่ายหน้า
ไม่ล่ะ เพลีย..
ไอ้....ไอ้บ้า....
มาเองก็กลับเองซิ ผมส่งแค่ประตูห้องก็พอ ชายหนุ่มเดินมาที่ประตู เปิดมันออกกว้างแล้วก็ผายมือเชิญให้หญิงสาวออกไปนอกบ้าน
ฮิโตมิกลัดกระดุมเม็ดสุดท้ายเสร็จแล้วก็เดินกระฟัดกระเฟียดเฉียดร่างเขาออกไป แต่ก็ยังไม่วายหันมาสั่งว่า
พ่อเรียกตัวนายให้ไปหาที่ห้องทำงานวันจันทร์นี้ ถ้าเบี้ยวอีกล่ะก็น่าดู
เขามีเรื่องอะไรง่ะ?
ฉันไม่รู้ แต่พ่อฝากบอกฉันมา คงอยากเจอลูกเลี้ยงละมัง เฮอะ.... ทำตัวดีๆ ล่ะ ว่านอนสอนง่าย
อะไรๆ ก็จะดีเอง บางทีพ่อฉันอาจจะให้นายย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านก็ได้ แล้วเมื่อนั้น........
ปลายนิ้วเรียวไล้กรีดที่ทรวงอกกว้างของชายหนุ่มน้องเลี้ยงอย่างมีความหมาย ปรือตามองหน้าตาหล่อเหลานั้นอย่างยั่วยวน
เมื่อนั้น...... เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเทียวไปเทียวมาแบบนี้..... นะพ่อน้องชายสุดเลิฟ...ไปล่ะ
จะไม่จูบลาพี่สาวคนสวยของนายหน่อยเหรอ? ไม่พูดอย่างเดียว แต่เธอยังเขย่งปลายเท้าจุมพิตปากบางของชายหนุ่มอย่างแนบแน่น
สองแขนกระหวัดรัดรอบคอให้ร่างสูงโน้มมาใกล้ ก่อนจะสอดแทรกปลายลิ้นเข้าหาอย่างดูดดื่ม
ฮิโตมิพอเถอะ... ร่างสูงเป็นฝ่ายผละออกก่อน แล้วก็ทำหน้าบึ้งตึง ปลายคิ้วขมวดมุ่น
เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า
ยังไม่อิ่มหรือไงกัน?
กับเธอน่ะ ฉันไม่อิ่มหรอก ... ไปล่ะ คาซึยะ... จูบแก้มดังจุ๊บเป็นการร่ำลาครั้งสุดท้าย
หญิงสาวเคลื่อนตัวยังไม่ทันถึงบันไดนอกชานไม้ดีเลย เธอก็ต้องสะดุ้งเมื่อชายหนุ่มปิดประตูไล่หลังดังโครม
แถมยังปิดไฟที่ตรงระเบียงอีกต่างหาก
เชอะ....คนบ้า
ฮิโตมิร้องออกมาอย่างขัดเคือง ทำไมวันนี้อะไรๆ ถึงได้เป็นแบบนี้ไปหมด ผู้ชายที่เธอรู้จักทำไมถึงทำท่าเบื่อเธอกันนักนะ
ไม่ว่าจะเป็นคู่หมั้นหรือจะเป็นน้องเลี้ยงคนนี้ คนที่ลักลอบมีความสัมพันธ์กันมาช้านาน
อาจจะก่อนจะรู้จักกับจินเสียอีกละมัง
บรรยากาศยามดึกสงัด ทำให้ฮิโตมิปล่อยอารมณ์ให้ล่องลอยในการขับรถ คิดไปถึงใครคนหนึ่งที่เธอเพิ่งจะมีความสุขกับเขามาหยกๆ และเป็นความคิดที่ตรงกับคนอีกคนหนึ่ง
.........คาเมนาชิ คาซึยะ.......
ที่ชายน้ำหลังสวนหลังบ้าน ร่างๆ หนึ่งเดินไปเดินมาริมน้ำ จนท้ายสุดต้องทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้สนามใต้ต้นไม้
เขาแหงนมองดวงจันทร์ที่ทอแสงสุกใส ดวงกลมโตส่องสะท้อนผืนน้ำให้ความสว่างไสวไปทั่วบริเวณ
ความร้อนในร่างกายคลายลง สิ่งอัดอั้นของคราบแห่งความหนุ่มได้รับการปลดปล่อยเมื่อร่างของหญิงสาวผู้มีศักดิ์เป็นพี่สาว
ลูกติดของพ่อเลี้ยงได้เยื้องกรายเข้ามาในบ้าน
เพียงแค่สบตาและอ้อมแขนที่เปิดกว้างของฮิโตมิ เขาก็แทบคิดอะไรไม่ออก ไม่อาจหลีกเลี่ยงไปไหนได้
เมื่อฝ่ายนั้นแบท่ามาให้เขาแบบนี้ ความเร่าร้อนในกายของชายหนุ่มวัยกำลังต้องการ
ทำให้เขาไม่อาจหลีกหนีเรื่องราคะไปได้ แต่หลังจากนั้นแล้ว เขาก็แทบจะกร่นด่าตัวเอง
เขาไม่น่ามายุ่งกับหญิงสาวต้องห้ามคนนี้อีกเลย
ฮิโตมินอกจากจะเป็นพี่สาวซึ่งถึงแม้จะคนละพ่อคนละแม่ แต่ใครต่อใครก็รู้จักกันดีว่าทั้งสองคนนี้คือพี่น้องกัน
แถมยังมีคู่หมั้นอีกแล้วด้วย ..... ข้อนี้เองทำให้เขารู้สึกผิด และยิ่งตอนที่กำลังจะมีความสุขนั้นเขาเห็นหน้าของหนุ่มน้อยคนหนึ่งลอยวนเข้ามา
ไม่ใช่ใบหน้าของฮิโตมิที่เขากำลังกระทำอยู่ แต่เป็นใบหน้าของ ยามะพีต่างหากที่เขาเห็นในห้วงแห่งความสุข
........เป็นยามะพีต่างหากที่เขาอยากร่วมอภิรมย์ด้วย ไม่ใช่ ฮิโตมิซะหน่อย......
ความจริงความสัมพันธ์ของเขากับพี่สาวน่าจะจบลงตั้งนานแล้ว และมันไม่ควรจะเกิดขึ้นเสียด้วยซ้ำ
ถ้าไม่ใช่เพราะเขายังเด็กในตอนนั้น
ถ้าไม่ใช่เพราะฮิโตมิเป็นฝ่ายมาหาเขาก่อน และยัดเยียดบทเรียนที่เด็กชายอย่างเขายังไม่น่าจะรับรู้ให้เขา
ถ้าเขาไม่ยอม เหตุการณ์ที่น่าละอายคงจะไม่ดำเนินต่อมาจนถึงวันนี้
เมื่อฮิโตมิหมั้น เขาก็แอบหนีออกจากบ้าน เพราะอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากทำผิดต่อศีลธรรมของปุถุชนต่างหาก แม้กระนั้นฮิโตมิก็ยังตามมารังควานเขาอยู่เสมอ
แม้ในยามนี้ เขาไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้น แต่ว่า ความเร่าร้อนที่ไม่อาจทำกับยามะพีได้
ทำให้เขาสกัดอารมณ์ใคร่ไม่ได้เลย
.........นี่ถ้ายามะพีรู้ เขาจะทำหน้าแบบใดกัน.....
คาเมะถอนหายใจยาว..... เขาซบหน้ากับท่อนแขน ความง่วงงุนหายไปจนหมดสิ้น หลงเหลือแต่ความไม่สบายใจ.... คิดถึงแต่หน้าหวานเฉียบของหนุ่มน้อยนักศึกษาที่เขาคิดจะผูกสมัครรักใคร่ด้วย
ต้อง......ต้องหาทางให้ยามะพีเป็นของเขาให้ได้...และเมื่อนั้นเขาถึงจะกำจัดอารมณ์ของตัวเองที่จะไม่เกี่ยวข้องกับพี่สาวทำนองชู้สาวนั้นได้......
....ใช่สิ..... เขารักยามะพีนี่นะ...คำว่ารักที่เอ่ยออกมา เขาไม่ได้โกหกเด็กหนุ่มคนนั้นเลยสักคำ....
************************************
to be continue