CARAVAN LOVER.......

 

Vol 11..

***************************

ตกตอนเย็น.... ได้เวลาเลิกงาน พนักงานทุกคนที่ไม่มีงานเร่ง ต่างก็เก็บของเตรียมตัวจะกลับบ้านกัน รวมทั้งจุนโนะด้วย วันนี้เขาทำงานในหน้าที่ใหม่ และเป็นงานที่เขาถนัดเสียด้วยซิ เวลาที่เหลือหลังจากที่จินพาเขามาแนะนำกับพี่ๆ ที่ทำงาน เขาก็นั่งเรียนรู้งานที่จะต้องทำอย่างสนุกสนาน ทุกคนให้ความเป็นกันเอง และติดจะเกรงใจเขาอยู่ซะหน่อย ก็เพราะทุกคนต่างมองว่าเขาเป็นเด็กของอะกานิชิ จินนั่นเอง


ไม่มีใครกล้าถามเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับจิน แต่จุนโนะรู้ว่าทุกคนต้องรู้แน่ๆ เลย และในเมื่อไม่มีใครพูดถึง เขาเองก็เฉยซะ ปล่อยให้มันเงียบไปเช่นนั้น


จุนโนะเก็บของเสร็จแล้ว ก็มายืนเก้ๆ กังๆ ไม่รู้ว่าจะกลับไปแคมป์อย่างไรดี ขณะที่ยืนอยู่หน้าตึกเกือกม้า รุ่นพี่รูปหล่อคนหนึ่งก็เดินมาตบที่บ่าเบาๆ
“บ้านอยู่ทางไหนล่ะ จะไปส่ง”
“เอ้อ....พี่มัตซึโมโต้น่ะเอง นึกว่าใคร” จุนโนะยิ้มจนตาหยี หนุ่มที่อาสาพาไปส่งก็คือหัวหน้างานของเขานั่นเอง
มัตซึโมโตะ จุน เป็นชายหนุ่มรูปหล่อ เป็นที่คลั่งไคล้ของบรรดาพนักงานสาวทั้งรุ่นน้องและรุ่นพี่ เพราะความที่หุ่นเนี้ยบ หน้าตาหล่อเหลา ท่าทางเป็นกันเอง ทำให้เขาเป็นนัมเบอร์วันของตึกเกือกม้าที่ใครต่อใครรุมหมายปอง
แต่ที่สำคัญในวันนี้ จุนดูจะให้ความสนใจเด็กหนุ่มจุนโนะสุเกะมากเป็นพิเศษ

เพราะฉะนั้นท่ามกลางสายตาของใครต่อใครที่เดินเข้าเดินออกหลังเลิกงานในวันนี้ ก็จะมีหนุ่มหล่อสองคนยืนยิ้มให้กันอยู่
“ผมไม่ได้อยู่บ้านหรอกฮะ แต่พวกเราตั้งแคมป์อยู่ที่หน้าไร่ของคุณจินน่ะฮะ” จุนโนะว่า และก็บอกอีกว่า ที่มาที่นี่ได้ก็เพราะจินเป็นคนไปรับ ซึ่งก็ทำให้หนุ่มจุนมองแบบทึ่งจัด เขาประเมินจุนโนะด้วยสายตาคมกริบ เรื่องที่ใครต่อใครคิดเอาไว้เรื่องความสัมพันธ์ของจินกับจุนโนะน่าจะเป็นเรื่องจริง เพราะถ้าไม่มีอะไรกันจริง แล้วคนระดับอะกานิชิ จินจะลงทุนมารับนึกศึกษาฝึกงานทำไมกัน
“แล้วตอนนี้ล่ะ จุนโนะจะกลับยังไง?” เขาถาม แต่ยังไม่ทันได้รับคำตอบ เขาก็ต้องหยุดถามเพียงเท่านั้น

เมื่อจินขับรถสปอร์ตคันหรูมาเทียบหน้าบันไดตึกเรียบร้อยแล้ว
“อ๊ะ.... คุณจิน.....” จุนโนะอุทานออกมา
“ฉันไม่น่าถามเลยนะ เป็นอันว่านายไม่จำเป็นต้องตอบคำถามฉันแล้วล่ะ” จุนพูดอย่างติดตลก แต่ในใจไม่ยักตลกด้วย อาการแห้วมีแววออกมาให้เห็น เขาหันไปดูจุนโนะ เห็นหนุ่มน้อยหน้าหวานยิ้มแป้นเมื่อจินเปิดประตูลงมา
“ขึ้นรถซิ จุนโนะ” จินพยักหน้ากับจุนโนะ แล้วก็เลยยิ้มให้มัตซึโมโต้ จุนนิดนึง แค่นิดเดียวจริงๆ แล้วก็เข้าไปรอจุนโนะในรถ สายตาระแวงมองทะลุกระจกข้าง มองหนุ่มจุนกับจุนโนะร่ำลากัน

........เจ้าหนุ่มหัวหน้างานนั่นท่าทางไม่น่าไว้ใจแฮะ.....

จินคิดในใจ พอจุนโนะนั่งในรถเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็กระชากรถออกไปทันที
“เมื่อกี้ดูสนิทสนมกันดีนะ” ชายหนุ่มถามเสียงห้วน หลังจากนั่งเงียบมาได้เกือบห้านาที
“พูดถึงใครฮะ?” หนุ่มน้อยถามเสียงธรรมดา เมื่อจินชำเลืองมองก็เห็นหน้าหวานมองเขาอย่างซื่อๆ
“ก็นายนั่น ชื่ออะไรไม่รู้ จำไม่ได้ หัวหน้างานของนายไง”
“อ๋อ.......อ๋อ.... มัตซึโมโตะซัง”
“นั่นแหล่ะ สนิทกันเร็วดีนะ เร็วไปหรือเปล่า?”
“เอ๋??? เขาแค่เข้ามาถามว่าจะกลับอย่างไรก็เท่านั้นเอง ไม่ได้สนิทกันซะหน่อย” จุนโนะตอบหน้ามุ่ย ทำปากยื่นจนจินรู้ได้ทันทีว่าคนพูดนั้นไม่ค่อยพอใจในตัวเขาสักเท่าไร
“ก็ถามดูเท่านั้นเอง ไม่ได้มีอะไรกันก็แล้วไปซิ ทำไมต้องหน้างอด้วย”
จุนโนะคันปากยิบๆ อยากจะโต้กลับซะเหลือเกินว่า .. ก็ใครล่ะทำให้เขาต้องหน้างอน่ะ

จินเห็นจุนโนะหน้างอก็เลยเอื้อมไปค้นอะไรกุกกักในลิ้นชักด้านหน้าของรถ จากนั้น กระเป๋าเป้ใบเล็กและกระเป๋าเงินของจุนโนะถูกจินโยนมาที่หน้าตักของเจ้าของ เด็กหนุ่มมอง แล้วก็ร้องลั่นรถ
“กระเป๋าผม!! เย้..!! ได้คืนแล้ว...” จุนโนะหัวเราะจนตาหยี แล้วก็ยื่นหน้ามาจนเกือบจะติดหน้าของนายจ้างหนุ่ม
“ขอบคุณฮะที่เลิกรังควาน”
“แหม...นายนี่...” จินส่ายหน้าทำตาขุ่น แต่จุนโนะไม่สนใจหรอก เขารีบเปิดประเป๋าดู ข้าวของยังอยู่ครบ แต่พอเปิดกระเป๋าเงิน ก็ต้องมองหน้าคนขับรถทันที ก็เพราะ......
“รูปพี่ไอบะหายไปไหน?”
“ทิ้งไปแล้ว” จินตอบหน้าตาเฉย
“ทำงี้ได้ไงง่ะ?”
“ก็อยากให้เจ้าของมาเห็นหรือไง ...” พอจินว่าเข้าแบบนั้น จุนโนะก็เลยนั่งเฉย รีบเก็บกระเป๋าเงินใส่เป้แต่โดยดี เสียงจินยังพูดเนิบนาบอยู่ข้างๆ
“นายลืมเขาได้หรือยัง...ลืมความรู้สึกที่มีต่อไอบะได้หรือยัง?”
“ถามทำไมฮะ?”
“ก็อยากรู้...ไม่มีอะไรร้อก” จินปรายตามองจุนโนะ เด็กหนุ่มไม่ได้ตอบคำถาม เอาแต่มองไปนอกรถ สักพักจุนโนะก็หันมาทำหน้ามุ่ย
“เรื่องส่วนตัวนะฮับ ขอไม่ตอบ”


เสียงร้องเฮ้ออย่างขัดใจลอยมาจากปากของจิน จุนโนะเบือนหน้าไปยิ้มที่อื่น แล้วทำไมจินต้องถามด้วยนะ ไม่เข้าใจ กำลังยิ้มเพลินๆ เขาก็ต้องมีอารมณ์ขุ่นมัวเมื่อจินยิงคำถามที่ไม่ถูกรูหูออกมาว่า
“แล้วกับหัวหน้างานรูปหล่อของนายล่ะ จุนโนะ เขามาจีบหรือไง?”
จุนโนะยิ้มแป้น แล้วก็ลองพยักหน้าดู ซึ่งจินก็ทำหน้าบึ้ง (อีกแล้ว) กระชากรถบึ่งไปข้างหน้าทันที

ขณะนี้จินขับเข้ามาถึงในเมืองแล้ว และเมื่อจวนจะถึงทางโค้งออกไปยังไร่ฝ้าย เขาก็หักเลี้ยวทันควันจนจุนโนะหน้าเหวอ
“จะไปไหนง่ะ?” จุนโนะถาม มองสองข้างที่เริ่มจะคุ้นเคย ก็เคยมาซื้อของบ่อยๆ แต่จินขับรถเลยไปอีก ไปในที่ๆ เขาไม่เคยไปมาก่อน
“ไปหาอะไรกินกัน?”
“กินอีกแล้ว เมื่อกี้กินขนมกับพวกพี่ๆ ที่ทำงานแล้วฮะ”
“ก็ฉันยังไม่ได้กินนี่” จินไม่ฟังอะไรแล้ว เขาชะลอรถหน้าภัตตาคารจีนแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมถนน แล้วก็หักเลี้ยวนำรถเข้าไปจอดทันที
“ผมไม่หิวง่ะ อยากไปกินกับเพื่อนๆ มากกว่า” จุนโนะยังไม่ยอมลงจากรถ แต่เจ้านายสุดหล่อก็เอาแต่ใจจนได้ เขาอ้อมมาทางด้านจุนโนะ กระชากประตูออก
“อย่าขัดใจเจ้านายได้มั้ย?”
“ผมไม่ได้เป็นเลขาของคุณแล้วนะ” จุนโนะไม่วายเถียง ไม่รู้ว่าจินไปกินน้ำโหอะไรที่ไหนมา หน้าตาถมึงทึงเหมือนกับโกรธเขามาเป็นแรมปี
“ทำไมไม่ได้เป็น ฉันยังไม่ได้ลบนายออกจากการเป็นเลขา แค่เปลี่ยนหน้าที่ทำงานเข้าหน่อยเดียวเท่านั้นเอง”
“ผมไม่ได้.........”
“นี่ชอบเถียงอยู่เรื่อยเลยนะ ลงมาซะดีๆ หรือจะให้ฉุดลงจากรถ เป็นขี้ปากชาวบ้านเขาอีก” จินโน้มร่างลงมาจนชิด เขาก้มมองจุนโนะที่นั่งหน้าบึ้ง บังคับด้วยสายตา ทำให้เด็กหนุ่มยอมก้าวลงจากรถแต่โดยดี
“กินก็ได้!!” จุนโนะกระแทกเสียง ยอมเดินตามจินเข้าไปภายในภัตตาคาร


จุนโนะมองตามแผ่นหลังในชุดสูทเบื้องหน้า นี่คนอย่างจุนโนะสุเกะ ต้องยอมทำตามอะกานิชิ จินทุกเวลาเลยหรือไง

.....ก็นายคนนี้เขาเป็นเจ้าของโรงงาน......

ยอมไปก่อนก็แล้วกัน นี่ถ้าไม่ได้หางานให้เขาทำล่ะนะ ไม่ยอมเดินตามต้อยๆ แบบนี้หรอก ให้ตายซิ......

*************************

นากามารุ ยูอิจิ เดินหิ้วกระเป๋าเอกสารเข้ามาในบ้าน อากาศร้อนจากภายนอกทำให้ชายหนุ่มต้องปาดเหงื่อออกจากซอกคอ แค่เดินเข้ามาจากโรงรถถึงตัวบ้านก็เล่นเอาเหงื่อแตกซิกแล้ว แต่ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องโถงของตัวบ้านก็ทำให้เขาหายร้อนไปได้ แต่ว่าเสียงหัวเราะของใครบางคนที่ดังลอดออกมาจากห้องนั่งเล่นทำให้เขาต้องขมวดคิ้ว เสียงของคุซาโนะกับเสียงของแม่ของเขานั่นเอง


ยูอิจิชะโงกหน้าเข้าไปดู ก็เห็นแม่ของเขากำลังเล่นหมากฮอสกับหนุ่มน้อยจอมซ่าอยู่
“อ๊ะ...พี่ยูมาแล้ว...ว..ว..” คุซาโนะเงยหน้ามาเห็นเขาพอดี มือที่กำลังจะวางหมากชะงัก หนุ่มน้อยปล่อยหมากลง แล้วก็วิ่งตื๋อมาหาเขา ฉวยกระเป๋าเอกสารมาถือให้ แล้วก็เดินคล้องแขนชายหนุ่มเข้ามาหามารดา
“แหม .. คุณแม่... ไม่สอนหนังสือน้องคุแล้วหรือครับ มัวมานั่งเล่นหมากฮอสกันน่ะ” เขาทิ้งตัวลงนั่งอย่างเหนื่อยอ่อน โดยมีคุซาโนะนั่งลงข้างๆ เหมือนลูกแมวน้อยคลอเคลียใกล้ๆ มือน้อยเอื้อมมาบีบนวดเขาอย่างประจบ ในขณะบอกว่า
“ผมสอนให้คุณป้าเล่นเองแหละ ผมเรียนมาทั้งวันแล้วนะฮะ พักสมองบ้างซิ”
“น้องคุน่ารักจะตาย ไม่เห็นดื้ออย่างที่บอกเลย ...” คุณแม่ของเขาว่า เล่นเอายูอิจิมองคุซาโนะอย่างทึ่งจัด คนดุอย่างแม่ของเขาคล้อยตามน้องคุด้วยหรือนี่?


ยูอิจิถอนหายใจเฮือก นี่คงจะหลงเสน่ห์เจ้าคุซาโนะจอมซ่าคนนี้ไปแล้วละมัง
คุณนายนากามารุขยับตัวลุกขึ้น คุซาโนะก็ผวาลุกตาม เข้าไปประคองหญิงกลางคน เล่นเอาคุณนายยิ้มแป้น
“เดี๋ยวป้าต้องไปเตรียมแต่งตัวก่อนนะจ๊ะ อยู่กันได้นะ ยูอย่าชวนน้องทะเลาะล่ะ”
“จะไปไหนหรือฮะ?”
“ไปกินเลี้ยงจ้ะ มีพ่อของจินไปด้วย เนี่ยรอคุณพ่อยูคนเดียว ไม่เห็นมาซะที เอาล่ะจ้ะแม่ไปแต่งตัวก่อน น้องคุอยู่กับพี่ยูอย่าดื้อนะจ๊ะ”
น้องคุยิ้มแป้น ทำตะเบ๊ะเคารพ
“ฮับ คุณป้า ผมจะดูแลพี่ยูอย่างดีเชียวล่ะ” หางเสียงคนพูดออกแววล้อเลียนเต็มที่ แถมยังชำเลืองมองยูอิจิอย่างมีความหมายเสียด้วยซิ


เมื่อลับหลังคุณนายนากามารุแล้ว น้องคุก็หันขวับมาหายูอิจิทันที
“พี่ยู รีบอาบน้ำเข้านอนซะละ เดี๋ยวคุณป้าดุ” เขาพูดเสียงล้อ ยูอิจิยักคิ้ว ร่างสูงผุดลุกขึ้น คลายปมเนกไทออก แล้วก็บอกว่า
“คืนนี้จะมีแผนหนีเที่ยวอีกหรือไง?”
“เปล่าน้า แต่คุจะอยู่เป็นเพื่อนพี่ยูเอง มาเล่นหมากฮอสกันนะ”
“ไม่เอา พี่มีรายงานต้องตรวจ”
“ว้า.... อีกแล้ว ผมไม่อยากโตแล้วทำงานทำการเลย เบื่อชิบ...” คุซาโนะทำหน้าเบ้ เขาดึงแขนยูอิจิไว้ แล้วซบหน้ากับหัวไหล่ของชายหนุ่ม
“พี่ยู้...ผมอยากไปหาพี่เรียวง่ะ โทร. คุยกันเมื่อกี้ล่ะ พี่เรียวบอกว่าจะเลิกทำตัวไม่ดี ...พรุ่งนี้ เขาอยากให้ผมไปหา นะฮะ พี่ยู...” หนุ่มน้อยอ้อน ทำเสียงสั่น แต่ยูอิจิส่ายหน้า
“ไม่ได้หรอก...”
“พี่ยู้???”
“เดี๋ยวไอ้จินมันด่าเอา”
“อย่าให้เขารู้ซิฮะ นะฮะ... แล้วผมจะรีบกลับนะ แค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง” น้องคุเงยหน้าหวานคมขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่ม ช้อนตากลมโตขึ้นมองอ้อนจนยูอิจิอึ้ง
“ให้ไปก็ได้... แต่ต้องเอาคนรถไปด้วย ให้เขาคอยรับคอยส่ง และให้กลับด้วยกัน และพี่ให้เวลาแค่สิบนาทีเท่านั้น เข้าใจมั้ย?”
“อือ..” คราวนี้คุซาโนะรับคำอย่างว่าง่าย เขาพยักหน้ายิ้ม แค่สิบนาทีของยูอิจิ ให้เท่านี้ก็รับไว้ก่อนล่ะ ยูอิจิไม่ได้ไปด้วยนี่นะ จะไปรู้ได้ไงว่าเขาอยู่กับพี่เรียวกี่นาที กี่ชั่วโมงกัน
“แล้วผมจะรีบกลับน้า....” คุซาโนะพูดอย่างตื่นเต้น เขย่งปลายเท้าหอมแก้มยูอิจิดังฟอด แล้วก็วิ่งอย่างร่าเริงกลับขึ้นห้องไป

*************************

วันนี้ก็เป็นอีกวันที่ยามะพีซ้อนรถคาเมะมายังบ้านพักคนงาน ระหว่างทางมีคนงานที่อยู่แถวๆ นั้นมาเมียงๆ มองๆ กันอยู่หลายคน แต่บ้านที่อยู่ห่างกันก็ทำให้ไม่อาจรู้ได้เลยว่า ยามะพีกับคาเมะกำลังเป็นที่สนใจของใครต่อใครในละแวกนั้น
คาเมะหอบเอาถุงอาหารสดเข้ามาไว้ในครัว เขาบอกว่ามื้อนี้เขาจะเป็นคนทำสุกี้กินเอง
ชายหนุ่มถลกแขนเสื้อขึ้นกำลังล้างผักอย่างขมักเขม้น


ทั้งสองช่วยกันเตรียมวัตถุดิบในการทำสุกี้ คาเมะโชว์ฝีมือในการหมักเนื้อต่างๆ เขาใส่เหล้าอย่างดีตีเข้ากับไข่ ราดไปบนเนื้อ และคนให้เข้ากัน หมักเอาไว้ก่อน จากนั้นก็หันกลับมาหั่นผัก โดยมียามะพีเป็นลูกมือ งานของคาเมะเรียบร้อยทุกอย่าง ยามะพีก็รับหน้าที่เก็บกวาดภาชนะของใช้ล้างเข้าที่ก่อนจะเตรียมพร้อมลงไปทานสุกี้กันด้านนอก
“ยามะทำอะไรเหรอ?” คาเมะแอบมายืนข้างหลัง เขาชะโงกข้ามไหล่ยามะพีมาดู เห็นหนุ่มน้อยกำลังปั่นน้ำส้มกับน้ำแข็งก็หัวเราะแล้วบอกว่า
“ชอบกินน้ำนางเอกซะด้วย”
“มีแต่น้ำนางเอกนะฮะ น้ำพระเอกไม่มี” ยามะพูดเจือด้วยเสียงหัวเราะ เขารินน้ำปั่นใส่กระติก พอเต็มแล้วที่เหลือก็รินใส่แก้วแล้วก็ยื่นให้คาเมะ
“ลองชิมซิฮะ”
คาเมะส่ายหน้า เขาจับแก้วซ้อนทับมือของยามะพีแล้วก็จ่อปากแก้วเข้ากับปากอิ่มเต็มของเด็กหนุ่ม
“ยามะดื่มก่อนน้า....” คาเมะอมยิ้ม มองริมฝีปากที่ดื่มกินน้ำส้มคั้นอย่างหลงใหล น้ำส้มหวานล้ำไหลผ่านลำคอทำให้ผิวเนื้อบริเวณลำคอและเนินอกของยามะพีไหวระริก ซึ่งก็เป็นจุดนำสายตาของคาเมะได้ดีทีเดียว
“คาเมะไม่ดื่มเหรอ?” ยามะพีถามเมื่อเขาดื่มไปได้ครึ่งแก้ว คาเมะยิ้มแล้วก็บอก
“ไม่ดื่มก็รู้แล้วว่าอร่อย”
“รู้ได้อย่างไรนะ” ยามะโดนคาเมะบังคับให้วางแก้วลง วงแขนแกร่งสอดรั้งเอวของยามะเข้ามาใกล้ จนลมหายใจรินรดกัน
“ขอผมชิมจากที่นี่ได้มั้ย?” ชายหนุ่มไล้นิ้วบนกลีบปากชุ่มชื้นฉ่ำน้ำส้มของยามะพี

เด็กหนุ่มหลบตาวูบเมื่อริมฝีปากบางยื่นมาแตะกับกลีบปากของเขา ลิ้นอุ่นจัดไล้เลียรอบขอบปากได้รสหวานจากน้ำส้ม และปากที่นุ่มชื้นทำให้คาเมะอดใจไม่ไหว ประกบปากบางลงไปอย่างหนักหน่วง ประทับแนบสนิทดูดกลืนเอาทั้งน้ำส้มที่ติดปากและกลีบปากอ่อนนุ่มของยามะพี มันไหวระริกภายใต้ปากบางของเขา
“อืมมม......” เสียงคาเมะและยามะพีครางออกมาพร้อมๆ กัน เมื่อลิ้นที่ดอมดมน้ำส้มจากภายนอกเข้ามาเสาะแสวงหาความหวานล้ำภายในปากของหนุ่มน้อยในอ้อมแขน ยามะพีส่งเสียงเครือครางออกมาอย่างยากที่จะห้ามความรู้สึกตัวเองได้ รู้แต่เพียงว่า อารมณ์ของตัวเองครานี้กระเจิดกระเจิงเมื่อความเสียวซ่านเริ่มก่อตัวขึ้นจากปลายลิ้น จากกลีบปากที่ถูกบดขยี้และจากวงแขนแข็งแรงที่กำลังโอบรัดเรือนร่างของเขาในขณะนี้

คาเมะเชยคางมนของยามะพีให้แหงนเงยขึ้น เพื่อที่เขาจะเชยชมลำคอขาวและหอมนั้นได้ถนัด ร่างบางของยามะพีเซไปปะทะกับขอบอ่างล้างชาม แข้งขาสั่นจนแทบจะยืนไม่อยู่ คาเมะจึงดึงร่างน้อยนั้นมากอดให้แน่นเข้า ในขณะที่ริมฝีปากก็เชยชมไปทั่วลำคอและพวงแก้ม กระซิบเสียงพร่าที่ริมหูว่า
“ผมรักคุณ......” เสียงแผ่วเบา กระเส่าจนแทบจับใจความไม่ได้ แต่ยามะพีก็ยังได้ยิน เขาครางเบาๆ ขณะเผยอปากออกหายใจเอาอากาศเข้าไปให้ได้มากที่สุด เพราะคาเมะหวนกลับมาประทับจูบที่กลีบปากอวบของเขาอีกแล้ว
มือเรียวสอดไล้เข้าไปในเสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อบางของยามะพี ปลายนิ้วสะกิดลูบโลมเหนือยอดอกข้างหนึ่ง และทำท่าจะคลึงเคล้าอย่างหนักหน่วง ยามะพีปล่อยเสียงครางออกมาและรีบจับข้อมือของคาเมะเอาไว้ เมื่อชายหนุ่มเริ่มคลายจุมพิตออก
“อย่าห้ามเลย.....” คาเมะกระซิบ มองตาของยามะพีด้วยสายตาเว้าวอน
เด็กหนุ่มส่ายหน้าเมื่อสบตาคมปลาบของคาเมะ
“ไม่เอาดีกว่า..... หยุดเถอะฮะ.. ไม่กินสุกี้กันเหรอ?”
“ไม่อยากกินแล้ว อยากกินหนุ่มนักศึกษาคนนี้มากกว่า” คาเมะเกลี่ยนิ้วชี้จิ้มอกของยามะพี
“ไม่เอาง่ะ....”
“กลัวเหรอ?” คาเมะเลิกคิ้วถามด้วยรอยยิ้มมุมปาก
“ฮื่อ..” คราวนี้ยามะพยักหน้ายอมรับแต่โดยดี คาเมะก็เลยจำใจปล่อยร่างเพรียวให้เป็นอิสระด้วยความเสียดาย
“เอ้อ... คาเมะไม่โกรธนะฮะ คือ ผมยังไม่พร้อมน่ะ” เสียงเอ่ยขึ้นเบาๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ายามะน่ะอายแค่ไหน


ดวงหน้าที่แดงระเรื่อ ริมฝีปากเม้มและนัยน์ตาโตที่หลุบมองปลายเท้าของตัวเอง และรู้สึกว่าจะมีน้ำตาคลอเบ้าด้วย
คาเมะหัวเราะแล้วก็บอกให้ยามะพีไปล้างหน้าล้างตาซะ
“ผมจะลงไปรอข้างล่างนะ” คาเมะก้าวไปจากห้องครัว แถมยังผิวปากเป็นเพลงจังหวะครึกครื้นเสียอีกแน่ะ ไม่รู้หรือไงว่าทำให้หนูน้อยตาโตประหม่ามากมายแค่ไหน
ยามะพีหันหลังเดินดุ่มๆ เข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ พอจะหันกลับออกมา เขาก็เห็นตัวเองในกระจกบานใหญ่

..ดูไม่ได้เอาซะเลย หน้าตาเปียกมะล่อกมะแล่ก แถมผมเผ้ายังยุ่งเหยิงอีกแน่ะ เขาเหลียวหาผ้าเช็ดหน้าหรือหวีก็ไม่เห็นมีในห้องน้ำ


เดินไปจะถามคาเมะ ก็เห็นชายหนุ่มยืนล้วงกระเป๋า กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ที่ริมชายน้ำ เขาจึงถือวิสาสะเข้าไปในห้องนอนที่ปิดเงียบ
ห้องของคาเมะมีเตียงกว้างขนาดคิงไซส์ตั้งเด่นอยู่ริมหน้าต่าง พื้นห้องเป็นมันปลาบ มีโต๊ะญี่ปุ่นกางอยู่หน้าเตียง บนโต๊ะมีกองหนังสือวางอยู่ ข้างผนังก็เป็นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ และภาพเขียนสีน้ำมันประดับอยู่ ยามะพีสืบเท้าเข้าไปดูใกล้ๆ เป็นรูปจำลองของศิลปินมีชื่อคนหนึ่ง ที่ปลายพู่กันสะบัดชื่อเอาไว้ว่า วินเซ้นต์ แวนโก๊ะ...
ยามะพีย่นจมูก เอามือไพล่หลังขณะมองรูปที่เขาดูไม่ค่อยออก หรือจะดูออกก็ไม่เห็นจะน่าเข้าใจในเนื้อหาของภาพนั้น แล้วไหนล่ะของที่ต้องการ เด็กหนุ่มตรงรี่มาที่โต๊ะเครื่องแป้ง เห็นมีหวีวางอยู่กับแป้งกระป๋อง เขาแอบยิ้มกับตัวเอง ไม่คิดว่าคาเมะจะใช้แป้งเด็ก.... แต่กวาดตาดูก็เห็นน้ำหอมวางอยู่หลายขวดเลยล่ะ ท่าทางราคาแพงทั้งนั้นเลย มินาล่ะ ยามะพีถึงได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมากระทบจมูกออกจะบ่อย
เขาเห็นหวีแล้ว กำลังจะเอื้อมไปหยิบ แต่ว่าสายตาเจ้ากรรมก็กระทบเข้ากับสิ่งๆ หนึ่งที่วางอยู่ข้างๆ กัน เป็นของใช้ที่ผู้ชายไม่น่ามีไว้ใช้

......กิ๊ฟติดผมของผู้หญิง.....

ยามะพีหยิบมันขึ้นพิจารณา มันเป็นลายดอกไม้อ่อนช้อยและงดงาม ต้องเป็นของผู้หญิงแน่ๆ

ความจริงผู้ชายก็ใช้ได้นี่นะ เขาเองยังมีเอาไว้ใช้เหน็บตอนที่ผมยุ่งเลย แต่ว่าอันนี้ มันหวาน มันไม่น่าที่ผู้ชายจะหยิบมาใช้...เหมือนกับว่ามีผู้หญิงมาลืมไว้มากกว่า

เด็กหนุ่มหยิบกิ๊ฟอีกอันขึ้นมา สีดำแบบของเขาและของจุนโนะที่เคยซื้อมาไว้ใช้ อันนี้ไม่น่ามีปัญหา ผู้ชายก็ใช้ได้ แต่อันที่มีลายโบว์และดอกไม้นี่ซิ ของผู้หญิงแน่ๆ เขาก้มลงมองข้าวของชิ้นอื่นที่วางบนโต๊ะ เห็นแล้วก็ใจฝ่อ เพราะนอกจากจะมีกิ๊ฟติดผมแบบของผู้หญิงแล้ว ยังมีโบว์ผูกผมอีก อันนี้คาเมะคงไม่หยิบมาใช้แน่..... ยามะพีหน้าเสีย เขาวางกิ๊ฟลงและไม่คิดจะหยิบโบว์เส้นนั้นมาพิจารณาอีก
หรือว่าคาเมะจะมีผู้หญิงมานอนค้างด้วย จะใช่หรือเปล่านะ.... ยามะพีกัดปากนิ่งคิด หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะประทุมานอกอก เมื่อนึกไปถึงว่า คาเมะจะมีคนอื่นอีก และคนอื่นที่ว่าก็เป็นผู้หญิงและต้องมีการกระทำกิจกรรมระหว่างเพศต่อกันอีกต่างหาก........
ก็เขาเป็นนายช่างนี่นา เป็นผู้ชายธรรมดา จะมีสาวๆ มานอนค้างด้วยชั่วครั้งชั่วคราวก็ไม่น่าจะใช่เรื่องแปลก แต่ว่าทำไมหัวใจมันเจ็บแปล๊บอย่างบอกไม่ถูก...
หรือว่าเขาจะออกไปถามให้รู้แน่ดีมั้ย......
ใจหนึ่งค้านว่า อย่าเพิ่งดีกว่า เพิ่งจะเริ่มคบกัน เขาไม่ควรเข้าไปยุ่งย่ามกับเรื่องส่วนตัวของคาเมะมากเกินไป..... หากไม่ได้เป็นดังที่คิด คาเมะจะรำคาญเปล่า......

เมื่อยามะพีเดินลงมาถึงโต๊ะไม้ที่ตั้งอาหารไว้รอท่า ก็พบว่าคาเมะกำลังเปิดฝาหม้อสุกี้ออกวางไว้ ควันน้ำซุปจากในหม้อส่งกลิ่นหอมฟุ้งมากระทบจมูก มันสามารถเรียกน้ำย่อยได้ดีทีเดียว แต่ยามนี้ เมื่อยามะพีทรุดตัวลงนั่งตรงกันข้ามกับเจ้าของบ้าน เขากลับทานอะไรไม่ลงเลย...... เหลือบตามองคาเมะ เห็นชายหนุ่มเป็นฝ่ายหาชามและปรุงสุกี้ให้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม รอยยิ้มที่คาเมะส่งข้ามโต๊ะมาให้นั้น ทำให้เขาต้องยิ้มตอบไปให้ แต่มันก็แห้งแล้งเต็มที
“ทานเยอะๆ นะครับ จะได้ไม่ผอม.... ผมชอบกอดคนมีเนื้อมีหนังหน่อย” คาเมะยื่นหน้ามากระซิบ แถมทำหน้าทะเล้นใส่เสียอีกแน่ะ แต่คนฟังขำไม่ออก...... คำพูดของคาเมะทำให้เขาอดคิดไม่ได้

xxxxx.......ชอบกอดคนมีเนื้อมีหนังเหรอ?... อืมมม... ถ้าไม่เคยกอดใครมาก่อนจะรู้ได้ไงว่าชอบแบบไหน..xxxxx

“คาเมะ.........”
“หือ.....??” ชายหนุ่มถือช้อนค้าง เขาเงยขึ้นจ้องหน้าถามยามะพี แต่เด็กหนุ่มกลับสั่นหน้าแรงๆ
.“เอ้อ......เปล่าฮะ....” ยามะพีหลุบตาลงต่ำ ซ่อนแววตาที่มีแววฉงนเอาไว้ ......ตั้งหน้าตั้งตากินสุกี้ต่อ แต่ก็กินได้น้อยเต็มทน
....เขาเป็นคนรูปร่างบาง อ้อนแอ้น ไม่ได้มีเนื้อมีหนังกับใครเขานี่นะ.... คาเมะคงจะไม่ชอบหรอก..... คงจะสู้เจ้าของกิ๊ฟอันสวยกับโบว์ผูกผมคนนั้นไม่ได้ล่ะซิ.......
....ฮึ.... คิดแล้วอยากร้องไห้....

************************

เมื่อตะวันเริ่มจะลับขอบฟ้า จินก็มาส่งจุนโนะที่แคมป์ เมื่อรถของเขาเข้ามาจอด บรรดาพวกเพื่อนๆ ของจุนโนะต่างก็กรูกันเข้ามาหาจุนโนะทันที
“เฮ้ย.. ไอ้โนะ... มีคนเข้ามารื้อของเราว่ะ” โคกิชี้ไปที่เต๊นท์เสบียงที่กางทิ้งเอาไว้ใต้ต้นไม้ จากนั้นอุเอดะก็บอกต่อ
“พอเรากลับมาก็เห็นเหมือนมีคนลากเอาของกินออกมา ถุงกระจายเลยว่ะ”
“แล้วมีของหายหรือเปล่า?” จุนโนะถาม ขณะที่พวกเขาพากันเดินไปยังที่เกิดเหตุ


“มีแต่อาหารหาย ของที่แช่ไว้ในถังโฟมยังอยู่ มันเอาไปแต่ถุงขนมแล้วก็อาหารที่เรากินเหลือไว้ ของใช้อื่นๆ อยู่ครบ แต่ก็กระจัดกระจายหมดเลย เหมือนโดนรื้อง่ะ” อุจี้ชูเศษถุงกระดาษที่มีรอยฉีกให้จุนโนะดู จินก็ชะโงกมาดูบ้าง แล้วก็ส่ายหน้าช้าๆ
“แถวไร่ผมไม่น่ามีขโมยนะ และตรงนี้ก็เป็นเขตไร่ พวกคนงานก็ไม่ได้ผ่านเข้าผ่านออกตรงนี้ด้วยซิ เอ..... หรือจะมีผู้บุกรุกจากที่อื่น”
“นั่นน่ะซิฮะ...” ไอบะยืนเท้าเอว กัดปากแล้วก็เหลียวไปรอบตัว ไร่ของจินเป็นไร่ส่วนตัวก็จริง แต่มันก็เปิดโล่งนี่นะ แถมยังอยู่ติดถนนอีกด้วย ถึงจะมีป้ายปักเอาไว้ว่ามีเจ้าของก็เหอะ
“ความจริง เมื่อวานมันก็มีอะไรที่ผิดแปลกไปนะ ผมนึกได้แล้วล่ะ มีของถูกรื้อเหมือนกัน แต่ผมคิดว่าพวกเราเป็นคนรื้อก็เลยไม่สนใจอะไร อีกอย่างเมื่อวานมันไม่มีของหาย แต่ว่าวันนี้มี” อุเอ้ตั้งข้อสังเกต อุจี้ใช้มือลูบคางแล้วก็ชี้ไปที่ของในเต๊นท์
“นั่นน่ะซิ ฉันยังบ่นเลยว่า ใครนะมารื้อของไปแล้วก็ไม่เก็บเข้าที่กระจัดกระจายหมด เพิ่งมารู้วันนี้เอง”
“แสดงว่ามันมาติดกันสองวันแล้ว เมื่อวานไม่มีอาหารหาย แต่วันนี้มี หมายความว่ามันต้องการแค่อาหารเท่านั้น” โคกิว่า
“จะทำไงล่ะ เราเก็บของไว้แบบหละหลวมแบบนี้ไม่ได้แล้ว” จุนโนะทรุดตัวลงนั่งรื้อของใช้ที่เหลือ แล้วก็เห็นว่ามันหายไปแต่อาหารจริงๆ ด้วยซิ
“อืมม... ใครกันวะ” โคกิทุบกำปั้นกับฝ่ามือ
“พวกนายชะล่าใจเกินไปนะ เต๊นท์ก็กางเอาอย่างงั้น ใครผ่านมาก็อาจเข้ามารื้อของได้ เอางี้ฉันจะแบ่งคนงานในไร่ให้มาเฝ้าของให้ดีมั้ย” จินเอื้อเฟื้อ แต่ทุกคนก็ส่ายหน้า
“คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมังครับ เมื่อก่อนมันก็ไม่หายนี่นา จะรบกวนคนของคุณเปล่าๆ ผมว่าตอนเช้าก่อนไปทำงาน เราจะเก็บของทั้งหมดใส่รถพ่วงแล้วก็เอาไปด้วย รถเราก็ว่าง น่าจะโอเคนะ เพียงแต่เสียเวลาเพิ่มนิดหน่อย” เป็นความเห็นของไอบะ มาซากิ หนุ่มน้อยที่ดูเป็นผู้ใหญ่สุด
“อืม...เอางั้นก็ได้” จินบอก เขามองหน้าจุนโนะ เห็นเด็กหนุ่มมองที่ตั้งของเต๊นท์แล้วก็ทำหน้ามุ่ย
“ไม่เอา.....” จุนโนะว่า ทำให้เพื่อนหันมามองเด็กหนุ่มเป็นตาเดียว
“ทำไมล่ะจุนโนะ??”
“ฉันว่า... เราต้องจับเจ้าขโมยนั่นให้ได้ เอามันกองไว้อย่างนี้แหล่ะ และก็ให้คนซุ่มดู พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ ที่ทำงานหยุด เรามาแอบดูกัน ทำท่าว่าพวกเราออกกันไปหมด เดี๋ยวมันก็เข้ามาเองแหล่ะ”
“เอางั้นเหรอ?” จินกระตุกแขนถามจุนโนะ ซึ่งเด็กหนุ่มพยักหน้าแสดงความมั่นใจเต็มที่
“งั้นพรุ่งนี้ฉันจะมาด้วย” จินว่า
“เฮอะ.... คุณจะมาทำไม๊... ขับรถหรูมาจอดมันก็รู้น่ะซิ”
“เออน่า.....ฉันจะมา มายังไงมันเรื่องของฉันละกัน” เมื่อจินยืนกรานเช่นนั้น ทุกคนก็เงียบกริบ มีเพียงจุนโนะเท่านั้นที่ปล่อยลมพรืดออกมาพร้อมกับเสียงค่อนขอด
“ว่าแล้วเชียว... อยากทำอะไรก็ตามใจ คงไม่มีใครขัดคุณได้หรอก อยากมาก็มา แต่อย่าเอารถเข้ามาจอดล่ะกัน”
“งั้นเจอกันพรุ่งนี้” จินว่าแค่นั้น แล้วก็ทำสัญญาณให้จุนโนะเดินไปส่งที่รถ ซึ่งเด็กหนุ่มก็แอบทำปากยื่นลับหลัง ทำไมต้องให้เขาเดินไปส่งด้วยนะ......ไม่เข้าใจเลย..

พอถึงรถ จินก็หยุดขาไว้ หันกลับมามองคนเดินตามหลัง ซึ่งจุนโนะไม่ทันมองก็เลยชนกับอกแกร่งของนายจ้างดังปึก จินฉวยร่างบางไว้ก่อนที่จะเซล้ม จุนโนะทำตาโตเมื่อร่างบางของเขาตกอยู่ในอ้อมแขนของนายจ้าง ลมหายใจอุ่นของจินพัดเส้นผมของเขาปลิวไสว
“นี่จุนโนะ.... อยากจะบอกให้เข้าใจซะก่อนนะ ว่าที่ฉันจะมาพรุ่งนี้น่ะ ไม่ใช่ว่าฉันอยากยุ่งหรืออะไรหรอก เพียงแต่คิดว่า อย่างน้อยฉันก็น่าจะรับผิดชอบบ้าง เพราะเรื่องที่เกิดก็เป็นในไร่ของฉันเอง อยากรู้เหมือนกันว่า ใครกันนะที่กล้าบุกเข้ามาขโมยของในไร่ของฉัน และอีกอย่างที่อยากมาก็เพราะว่า......เอ้อ......” จินหยุดพูดขณะจ้องตาของหนุ่มน้อยในระยะกระชั้นชิด จินคว้าข้อมือของร่างบางมากำไว้
“ฮะ?” จุนโนะเลิกคิ้วถาม ลมหายใจของจินพัดกรุ่นละกับหน้าผากของเขา
“ฉันเป็นห่วงนะ.... จะจับขโมยให้ได้ แต่ไม่รู้ว่าพวกมันมีกี่คน และมีอาวุธอะไรหรือเปล่า พวกนายก็มีกันอยู่เท่านั้นน่ะ ฉันเป็นห่วงนาย.......” ท้ายประโยคคนพูดทำเสียงเบาจนจุนโนะต้องเบิกตากว้าง เขาขยับตัวอย่างอึดอัด รับรู้ถึงแรงกดที่ข้อมือและมือข้างที่ว่างของจินก็ยังฉวยอยู่ที่เอวของเขาอยู่เลย
“เอ้อ.... ปล่อยก่อนก็ได้ครับ..” เด็กหนุ่มพูดอ้อมแอ้ม เขามองที่ข้อมือของตัวเอง แล้วก็มองหน้าเจ้านายรูปหล่อ
จินหัวเราะเขินๆ แล้วก็ปล่อยร่างบาง เขาถอยไปยืนห่างสองสามก้าวแล้วก็ถอนหายใจ

มองหน้าหวานเฉียบของจุนโนะแล้วก็เหมือนกับจะนึกขึ้นได้ ก็เลยถามออกมาว่า
“นายไปทำงานที่แผนกนั้นสองสามวันแล้ว เป็นไงบ้าง ฉันเองก็ลืมถามไป ดีมั้ย เบื่อหรือยัง ถ้าเบื่อฉันจะได้ย้ายนายกลับมาเป็นเลขาเหมือนเดิม แต่ก็คงเบื่อแย่เลยซินะ เอามั้ยย้ายกลับ?”
“ไม่ย้าย... ไม่เบื่อ....” จุนโนะโพล่งออกมาทันควัน เล่นเอาคนถามหน้าบึ้งขึ้นมาทันที
“อ๋อ... ที่นั่นมันมีหัวหน้ารูปหล่ออยู่ด้วยน่ะซิ ถึงไม่อยากกลับ”
“อ้าว... ไหงพูดแบบนั้นล่ะครับ ผมไปทำงานนะคร้าบบบ... ไม่ใช่ไปหาแฟน และผมก็ถนัดทำงานแบบนั้นมากกว่า และก็นี่......

จุนโนะหยิบรูปถ่ายออกมาจากกระเป๋าใบเล็กของเขาเอง ก็ใบเดียวกับที่ถูกจินยึดเอาไว้นั่นแหล่ะ
“อะไรของนาย กระโจมอินเดียนหรือไง?” จินพิจารณารูปถ่ายในมือของจุนโนะ ซึ่งเด็กหนุ่มได้ยินแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ จุนโนะสั่นหน้าจนผมกระจาย
“ไม่ใช่ฮะ... กระโจมแก้วน้ำต่างหาก นี่ออกแบบเองนะฮะ แล้วก็เอาเข้าที่ประชุมแล้วด้วย ลองทำดูน่ะฮะ เป็นแพ็คเกจใส่แก้วหนึ่งใบ สวยใช่มั้ยล่ะ ทำหน้างงเชียว”
จินหยิบรูปมาดูอีกครั้ง ดูไปก็ใช่จริงๆ ด้วย กระโจมกระดาษข้างในใส่แก้วไว้หนึ่งใบ เป็นการออกแบบที่แปลกตาดี เขาเงยหน้าขึ้นมองหน้าหวานที่กำลังยิ้มแก้มปริของคนตรงหน้า
“นายออกแบบเองง่ะเหรอ?”
“ใช่แล้วคร้าบบ...” จุนโนะโค้งตัวล้อเลียน
“เออ....สวยดี ใช้ได้....” จินส่งรูปคืนแล้วก็ก้าวขึ้นรถ ความคิดที่จะให้จุนโนะกลับไปเป็นเลขาเช่นเดิมเป็นอันพับไป เพราะดูท่าเจ้าตัวจะเป็นปลื้มกับสิ่งที่ได้ทำ ถ้ากลับไปทำงานกับเขา จุนโนะอาจจะเบื่อก็ได้ แต่ก็นะ เท่าที่ให้คนไปตามดูจุนโนะระหว่างทำงาน มีอย่างหนึ่งที่เขาไม่ค่อยพอใจ นั่นก็คือการกลับมารายงานของสายสืบที่บอกว่า


......เห็นนายมัตสึโมโต้ จุน ชวนจุนโนะไปกินอาหารกลางวันสองวันติดกันแล้วนะครับคุณจิน.......

อะไรบางอย่างมันกระตุ้นต่อมหงุดหงิดของเขาออกมาทันที มีกี่ครั้งล่ะที่เขาจะรู้สึกเช่นนี้ ระยะหลังมานี้ตั้งแต่ได้รู้จักกับจุนโนะเขาก็มักจะมีอาการแบบนี้เสมอ เว้นเสียแต่ว่าตอนเช้าและเย็นที่ไปรับไปส่งจุนโนะเท่านั้นที่ทำให้คลายความขุ่นมัวแบบนั้นไปได้..... นี่เขาเป็นอะไรกันแน่นะ ขนาดฮิโตมิคู่หมั้นสาวมาชวนไปทานอาหารกลางวันบ่อยๆ เขาเองยังไม่กระตือรือร้นเท่ากับการได้เลิกงานและบึ่งรถไปรอรับจุนโนะที่หน้าตึกเกือกม้าเลยล่ะ........


......นี่เขาเป็นอะไรกันแน่......

***********************************

วันรุ่งขึ้น

คุซาโนะแต่งตัวอย่างงามเดินผิวปากลงบันไดมา เห็นยูอิจินั่งจิบกาแฟอยู่ในห้องนั่งเล่น เด็กหนุ่มหัวเราะร่า ตรงลิ่วเข้าไปยื่นหน้าใส่ยูอิจิ แล้วก็บอกว่า
“พี่ยู้.... เค้าตัวหอมหรือยัง?” คุซาโนะยื่นซอกคอจนแทบติดจมูกโด่งของชายหนุ่ม กลิ่นหอมอ่อนๆ นั้นลอยมากระทบจมูก ....


.....ให้ตายซิ.... กลิ่นหอมอ่อนแบบนี้ เหมือนกับกลิ่นเสน่ห์อินเดียที่พวกคลั่งไคล้ในเพศรสเขานิยมใช้กัน มันเหมือนกลิ่นแปลกประหลาดที่ทำให้คนได้ดอมดมเคลิ้มหลงได้ ....

.....เสน่ห์ตะวันออก.....


“ไปเอาน้ำหอมแบบนี้มาจากไหนกันน้องคุ?” เขาลองถามดู ซึ่งฝ่ายนั้นก็หัวเราะคิกคัก
“เอามาจากบ้านพี่ทักกี้ หอมดีใช่มั้ยล่ะ นี่แหล่ะเป็นกลิ่นเสน่ห์ที่เขาใช้กันเวลาก่อนมีอะไรกุ๊กกิ๊ก”
“บ้า.....”
“ไม่บ้าหรอกฮะ พี่ยู ผมกำลังจะไปหาพี่เรียวน้า......คนขับรถรออยู่ใช่เปล่าเอ่ย ผมไปล่ะฮะ แล้วจะรีบกลับ” คุซาโนะยื่นจมูกมาหอมแก้มยูอิจิดังฟอด เล่นเอาชายหนุ่มแทบสำลักกาแฟพรวด เมื่อคุซาโนะหัวเราะ ยูอิจิก็หัวเราะไปด้วย เขาลุกขึ้นยืนแล้วก็คว้ากุญแจรถมาถือ
“ไปซิ”
“อ๊ะ???” คุซาโนะชะงักเท้า เหลียวขวับมามอง ยูอิจิดึงแขนเจ้าตัวแสบให้เดินลิ่วๆ ไปที่รถจนได้ แต่เด็กหนุ่มโวยลั่น
“พี่ยูจะพาผมไปไหนง่ะ?”
“ไปหาพี่เรียวของนายไง”
“ก็ผมจะไปกับคนรถ”
“ก็พี่นี่ไงคนรถ จะขับรถไปส่ง” ยูอิจิพูดหน้าตาเฉย เล่นเอาคุซาโนะตาค้าง ชายหนุ่มก็เลยได้ที พูดอีกว่า
“ก็พี่ไม่ได้บอกนี่ว่าจะให้ใครขับรถไปส่งนาย พอดีพี่ว่าง น้องคุลืมไปหรือไงว่าวันนี้มันวันหยุด เพราะงั้นพี่ว่างจ้า... ไปเร้ว เดี๋ยวพี่เรียวคอยนานนะจะบอกให้” ยูอิจิจบคำพูดด้วยการยัดตัวคุซาโนะเข้าไปนั่งในที่นั่งด้านหน้า ส่วนตัวเองเมื่อหัวเราะจนฉ่ำปอดแล้วก็เดินมานั่งในที่คนขับ ก่อนจะออกรถเขาหัวเราะไปกับใบหน้างอง้ำของคุซาโนะ.......เด็กหนุ่มนั่งฮึดฮัดอยู่คนเดียว กอดอก หน้าบึ้ง เมื่อยูอิจิรับอาสาพาเขาไปแบบนี้ ไอ้ที่จะสานต่อความสัมพันธ์กับคนรักคงต้องแย่แน่.....

**********************

to be continue

comment ที่นี่จ้า...

Hosted by www.Geocities.ws

1