CARAVAN LOVER.......

 

Vol 9...

***************************

จุนโนะแทบสำลักน้ำเมื่อร่างของเขาหงายไปด้านหลัง รีบตะเกียกตะกายพรวดพราดขึ้นมา เขาลูบหยาดน้ำออกจากใบหน้าขณะจ้องมองร่างของชายที่ยืนหน้าบึ้งอยู่ริมตลิ่ง....

...ใช่ อะกานิชิ จิน จริงๆ ด้วยซิ

“บอกว่าให้ขึ้นมาไง จุนโนะสุเกะ!!” เสียงห้วนจัดดังมาจากร่างสูงนั้น
คนงานที่ลอยคออยู่ในน้ำต่างก็เงียบกริบ เมื่อเริ่มจะจำได้ล่ะว่า คนแปลกหน้าคนนั้นน่ะเป็นใคร.....
“เฮ้ย.... คุณจินนี่หว่า” เสียงพี่ร่างท้วมโพล่งออกมา จุนโนะอยากมุดหนีอีกครั้งจริงๆ ให้ตายเถอะ

“คุณจิน......” จุนโนะครางเสียงแผ่ว หัวใจเต้นโครมคราม
“นี่รู้จักเขาด้วยเหรอนาย....” คนงานคนหนึ่งถามจุนโนะ
“ก็พอรู้จักฮะ...”
“เขาเรียกนายด้วยนะ รีบขึ้นไปหาเถอะ ท่าทางดุเอาเรื่อง ไปทำอะไรเขาไว้หรือเปล่าล่ะไอ้หนู?”
คราวนี้จุนโนะไม่ตอบ ได้แต่ยืนตัวสั่นเพราะน้ำเย็นรายล้อมเนื้อตัวเปล่าเปลือยอยู่ ดวงตาเรียวรีจับจ้องมาที่ริมฝั่ง เห็นจินยืนล้วงกระเป๋าทำหน้าบึ้ง พอหันมาจะตอบคำถามหนุ่มคนนั้น จุนโนะก็ต้องยืนค้าง ไม่รู้ว่าพวกคนงานที่เหลือหายไปไหนหมดแล้ว เหลือเขายืนค้างเติ่งอยู่คนเดียว

จินมองภาพตรงหน้าอย่างยากจะอธิบาย .....เจ้าเด็กหน้าหวานคนนั้น ยังคงลอยคออยู่กลางน้ำ โดยที่คนงานคนอื่นต่างทยอยขึ้นฝั่งกันหมดแล้ว แต่จุนโนะยังนิ่งเฉย แถมยังอ้าปากหวอมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตาอีกด้วย
“ไม่ได้ยินที่ฉันพูดหรือไง?” จินป้องปากตะโกนมายังหนุ่มน้อยที่เริ่มสั่นงั่กๆ แล้ว
“ค....คุณมาได้ไงฮะ?” จุนโนะตะโกนถาม ปากสั่น
“มาได้ไง ไม่ต้องสนใจ ขึ้นมาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน”
“ไม่ง่ะ!!” จุนโนะสั่นหน้าเร็วปรื๋อ สองแขนเริ่มเอามากอดตัวเองเพราะความเย็น
“ทำไมไม่ขึ้นหา?” จินตะโกนลั่น
“ก็คุณเล่นยืนมองอยู่อย่างนั้น ผมจะขึ้นได้ไงล่ะฮะ? ไปที่อื่นก่อนซิแล้วผมถึงจะขึ้น”
“เรื่องอะไรล่ะ ถ้าฉันไปแล้วนายก็จะเปิดตูดแน่บไปง่ะเด่ะ” จินบอกพลางทรุดตัวลงนั่งยองๆ
จุนโนะกรอกตาขึ้น เขาเดินลุยน้ำเข้ามาใกล้อีกนิดที่ตื้นขึ้น แต่ว่าระดับน้ำคงไว้ที่บั้นเอว

จินมองไล่ระดับตามสายตาของเขา เรือนร่างของหนุ่มน้อยดูราวกับผุดออกมาจากภาพเขียนฝีมือดี ผมเปียกลู่ของจุนโนะเกาะแนบกับศีรษะ บางส่วนเกาะติดสองข้างแก้ม ทำให้ใบหน้านั้นดูหวานล้ำอย่างประหลาด ลำคอตั้งตรง และอกแบนราบเรียบมีเสน่ห์ยิ่งนักในยามที่มีหยาดน้ำเกาะแวววาว
จินกลืนน้ำลายลงคอ ไม่ทราบสาเหตุว่าอะไรทำให้เขาไม่อาจถอนสายตาจากจุนโนะสุเกะได้ เนื้อตัวช่วงอกมีหยาดน้ำเกาะพราว และยามต้องกับแสงอาทิตย์ที่ใกล้ลับหายขอบฟ้า ยิ่งทำให้เรือนร่างของจุนโนะงดงามดังรูปสลักเสลางดงาม
“เอ้อ.....จะ....จะขึ้น...ก็ขึ้นมา” เสียงจินกระท่อนกระแท่น รู้ดีว่าคนในน้ำนั้นเริ่มจะหนาวแล้ว แต่จุนโนะกลับชี้มือไปที่กองเสื้อผ้าของเขา
“คุณจินโยนเสื้อผ้ามาให้ผมซิ ผมจะได้ใส่ขึ้นไป”
“บ้าหรือไงนาย... เดี๋ยวก็เปียกหมดเท่านั้นเอง”
“แล้วจะให้ผมเดินแก้ผ้าขึ้นไปให้คุณมองหรือไงเล่า....โป๊แย่เซ่ะ” จุนโนะเถียงไม่ยอมแพ้

จินชักจะฉุนเพราะคำพูดนั้นแท้ๆ เลย ทีเมื่อกี้ยังแก้ผ้าโทงๆ เล่นน้ำกับพวกคนงานพวกนั้นได้เลย ทีมาตอนนี้ทำเป็นเหนียม ชักจะมากเกินไปแล้ว...
จินฉวยเสื้อผ้าของจุนโนะได้ก็ปาเข้าไปในพุ่มไม้ข้างตลิ่ง
“เฮ้ย........ ทำไรง่ะ?” เด็กหนุ่มร้องลั่น ถลำกายเข้ามาใกล้ตลิ่งอีกหลายก้าวจนคนมองแทบจะเห็นทะลุถึงผิวกายรำไรใต้ผิวน้ำ
“นายนี่มันฤทธิ์มากนักนะ ดื้อก็เท่านั้น อวดเก่งก็เท่านั้น” จินตะโกนกลับลงไป
“ถ้าเล่นแบบนี้ ผมก็ไม่ขึ้นจากน้ำล่ะ ดี...ให้มันปอดบวมตายไปเลย...”
“นี่อย่าพูดประชดนะ!!”
“ไม่ได้ประชด แต่พูดจริงๆ คุณน่ะบ้าหรือไง เอาเสื้อผ้าผมไปโยนแบบนั้น เมื่อกี้ตั้งใจจะขึ้นอยู่แล้วเชียว แต่ตอนนี้ง่ะ เชอะ...จ้างให้!!” จุนโนะสะบัดหน้าพรืด ยกมือกอดอก ไม่ทันรู้ตัวเลยว่า น้ำลดระดับต่ำมาวนอยู่รอบสะโพกเพรียว เรือนร่างเปลือยที่โผล่พ้นผืนน้ำนั้น เป็นอะไรที่จินเห็นแล้วแทบไม่มีแรงยืน...
...ทรวดทรงองค์เอวอะไรมันจะสวยขนาดนั้น.... แผ่นท้องแบนราบ ขาวนวลละออตาเหลือเกิน
จินสะดุ้งเฮือก เขาแอบหยิกแขนตัวเองจนเจ็บ พยายามเตือนสติของตัวเองว่าเจ้าเด็กที่ยืนยั่วให้น้ำลายหกอยู่ตรงหน้านั่นน่ะมันเด็กผู้ชาย ไม่ใช่สาวน้อยเล่นน้ำที่ไหนเลย......

........แต่ให้ตายเถอะ จะดูกี่ครั้งกี่ที จุนโนะก็สวยสุดๆ เป็นบ้าเลย.....

จุนโนะขยับตัว เขาหันหน้าไปทำแก้มป่อง ปากยื่น แบบเด็กเอาแต่ใจ จินก็เลยจำยอม เขาลุกไปเก็บชุดของจุนโนะที่โยนทิ้งไปเมื่อกี้ขึ้นมา แล้วก็เดินมาริมตลิ่ง ปากก็ร้องตะโกนว่า
“นี่นาย ไม่ต้องลุยน้ำขึ้นมาอีกแล้วนะ แค่นี้ก็โป๊จะแย่”
“ก็ไปไกลๆ ซิฮะ” จุนโนะทำนิ้ววนๆ ให้จินเดินไปทางอื่น ซึ่งฝ่ายนั้นก็ยอมโดยดี เขาทิ้งเสื้อผ้าไว้ที่ริมฝั่ง แล้วเขาก็เดินไปยืนพิงต้นไม้ใหญ่แถวๆ นั้น หันหลังให้ แล้วก็ส่งเสียงผิวปากเป็นเพลงออกมา ... ได้ยินเสียงจุนโนะตะโกนลั่นออกมาว่า
“อย่าหันมานะ!!”

จินผิวปากต่อ มองออกไปนอกเขตไร่ เป็นทุ่งกว้างที่ยังไม่ได้รับการเพาะปลูกพืขไร่ มีไร่ฝ้ายของเขาไร่เดียวเท่านั้นที่นับเนื่องเป็นกิจการ ... เขาได้ยินเสียงน้ำดังจ๋อมแจ๋ม แสดงว่าจุนโนะกำลังปีนขึ้นริมตลิ่งแล้ว จากนั้นก็ตามด้วยเสียงสวบสาบของเสื้อผ้า นั่นย่อมหมายความว่า จุนโนะกำลังใส่เสื้อผ้าน่ะซิ
“เสร็จหรือยัง?” จินถามโดยไม่ได้หันมา
“ยัง?”
“เสร็จแล้วบอกด้วยล่ะ”
“ครับ....”
จินผิวปากต่อ เขามองไปเบื้องหน้าอีกครั้ง จากนี้ต่อไปหากเดินเลี้ยวข้ามเนินเขาเล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากนี้ก็จะทะลุถึงแคมป์ที่พวกจุนโนะมาพัก และจินก็คิดด้วยว่า จุนโนะคงจะไม่รู้ทางลัดทางนี้
จินนึกไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ........

.........................

ทีแรกเขาไม่ได้ตั้งใจจะเดินมาแถวนี้หรอก ตอนแรกเขาไปที่กองคาราวาน เห็นแต่เต๊นท์เปล่าๆ กางอยู่ ไม่มีคนเฝ้าแม้แต่คนเดียว กำลังคิดว่าจะไปในเมืองดีมั้ย แต่ก็จนหนทางเพราะไม่ใช่ชุมชนเล็กๆ เลย เขาตัดสินใจเดินเข้าไปในไร่ ไหนๆ ก็มาแล้วนี่นา เดินสวนกับคนงานที่ทยอยกันกลับบ้าน แล้วก็แวะเข้าไปดูดอกฝ้ายที่คนงานเพิ่งเก็บมาใหม่ๆ มันมากมายจนแทบไม่น่าเชื่อ ไม่คิดว่าสิ่งที่เขาไม่ใส่ใจดูแลจะให้ผลผลิตที่เยี่ยมยอดถึงขนาดนี้
จินเดินเข้าไปในเรือนที่ทำงาน เขาคุยกับคุณฮิงาชิ หัวหน้าของที่นี่ คุยไปคุยมาก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าเป้ใบเล็กใบหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะข้างหน้าต่าง เห็นทีเดียวก็จำได้ล่ะว่าเป็นของจุนโนะสุเกะ เมื่อสอบถาม คาดคั้นเอากับคุณฮิงาชิแล้ว ก็เลยได้คำตอบ ....

......ที่แท้เจ้าเลขาหน้าหวานก็แอบมาทำงานอยู่ที่นี่เอง เขาอยากหัวเราะจริงๆ หลงคิดไปไกลว่าจุนโนะจะไปทำอะไรที่ไหน ที่แท้ก็หาเอาแถวๆ นี้เองง่ะเหรอ นับว่าเป็นการบังเอิญจริงๆ ที่เขาพบแหล่งที่ทำงานของจุนโนะสุเกะ ไม่ต้องไปเที่ยวหาที่ไหนให้เสียเวลา....

เขาระบายยิ้มออกมาขณะสองขาพาเขาออกมาจากที่ทำการนั้น ตั้งใจว่าจะกลับไปที่แคมป์ แต่อะไรบางอย่างทำให้เขาเดินหาทางลัดเข้าไปเรื่อยๆ เคยรู้มาว่ามันมีทางออกไปนอกเขตไร่ได้
ระหว่างทางได้ยินเสียงผู้ชายหัวเราะกันเฮฮา ก็เลยลองเดินมาดู
ทีแรกก็ไม่ได้สนใจ เพราะเห็นมีแต่พวกคนงานมาว่ายน้ำเล่นกัน ... กำลังจะหันหลังกลับอยู่แล้วเชียว ถ้าสายตาไม่เห็นหนุ่มน้อยผิวขาวดำผุดดำว่ายอยู่กลางสระ ก็ดวงหน้าที่ผุบๆ โผล่ๆ อยู่นั่นน่ะ แค่มองผาดๆ ก็สะดุดกึก

.....จุนโนะสุเกะ.....

เขายืนมองอยู่ตรงนั้น จนคนงานบางคนเห็นก็จำได้ ย่องขึ้นฝั่งทีละคน จนกระทั่งเหลือเจ้าพวกไม่ดูตาม้าตาเรือ ยืนเอาทรายขัดสีฉวีวรรณอยู่นั่นแล้ว รวมทั้งจุนโนะด้วยที่เอาแต่หัวเราะตาหยี ไม่สนใจเลยว่าจะมีใครมายืนดูเขาอยู่.......

จินหัวเราะเบาๆ เมื่อนึกไปถึงหน้าตาของคนออกอาการเหวอๆ มองเขาราวกับเห็นผีตอนเย็นยังไงยังงั้น
..............

“นี่... เสร็จหรือยังล่ะ...” จินยืนตัวตรง คิดว่าทำไมจุนโนะถึงใส่เสื้อผ้านานนัก
........................

เงียบฉี่ ไม่มีเสียงตอบกลับมา รวมทั้งไม่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวใดๆ จากทางเบื้องหลังอีกด้วย นอกจากเสียงลมพัดใบไม้ไหวและเสียงน้ำไหลเท่านั้น
เขาตัดสินใจหันไปดู

........นึกแล้วเชียว.......

ไม่มีแม้แต่เงาของจุนโนะสุเกะ........ทั่วบริเวณนั้นเงียบเชียบและปราศจากสิ่งมีชีวิตใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากตัวเขาเอง

“หนีไปจริงๆ ด้วย” จินส่ายหัว เขามองเส้นทางกลับเข้าไร่ คาดว่าจุนโนะต้องวิ่งหนีไปทางนั้นแน่ๆ
“ดี.......หนีได้หนีไป.....” จินเดินมาหยุดที่หลังพุ่มไม้ ฉวยเอากระเป๋าเป้เล็กๆ มาพาดบ่าแล้วก็เดินดุ่มๆ ไปทางลัดท้ายลำธารที่สามารถเดินทะลุไปจนถึงที่ตั้งแคมป์ได้
เอาไงเอากัน ... จะมารู้ทางลัดได้ดีกว่าเจ้าของไร่ได้ไง

************************************

จุนโนะวิ่งไม่เหลียวหลัง กลับตามเส้นทางเดิม เขาผ่านเรือนที่เป็นที่ทำงานไปอย่างเร่งร้อน ได้ยินเสียงคุณฮิงาชิตะโกนอะไรแว่วๆ แต่ไม่สนใจ เขาวิ่งต่อไปจนถึงหน้าเขตไร่ เยื้องๆ กันนั้นก็เป็นกองที่ตั้งเต๊นท์
กว่าจะมาถึงได้เล่นเอาหอบ จุนโนะนั่งแปะที่ใต้ต้นไม้ต้นโปรด เพื่อนๆ ยังไม่มีใครกลับมาสักคน หันหลังไปมองยังไม่เห็นวี่แววว่าจะมีใครวิ่งตามมาสักคน แต่แล้วเขาก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นรถคันหรูของจินจอดอยู่ไม่ห่าง ป่านนี้เจ้าของรถคงจะมะงุมมะงาหราหาทางกลับมาที่รถแน่ๆ ทางที่ดีเขาควรจะเอาจักรยานชิ่งหนีไปในเมืองดีกว่า มัวมานั่งเอ้อระเหยไม่ได้แล้ว

จุนโนะรีบลุกขึ้นยืนโดยเร็ว หมุนตัวกลับแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเขาเผชิญหน้ากับ อะกานิชิ จิน......
ชายหนุ่มยืนยิ้มเหี้ยมเกรียมอยู่ใต้ต้นไม้เดียวกับเขา ส่งสายตานิ่งเฉย แต่ก็ดูน่ายำเกรงเหลือเกิน
จุนโนะเงียบกริบ ไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ ไม่แม้กระทั่งคำอุทาน เพราะตอนนี้เขาได้แต่ยืนอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าจินจะกลับมาที่แคมป์ได้รวดเร็วขนาดนี้
“ไง.....งงล่ะซิ ที่ฉันมาถึงได้เร็วน่ะ” จินเปิดฉากถามขึ้นมาก่อน เขาก้าวมาข้างหน้า จุนโนะก็เลยถอยหลังไปเรื่อยๆ จนหลังติดกับต้นไม้
“มาทางไหนง่ะ...เร็วจริงๆ ง่ะแหล่ะ” จุนโนะยิ้มแหยๆ ให้ ยกมือขึ้นปัดเศษหญ้าที่กางเกงแก้เก้อ
“ความจริงฉันมาถึงก่อนนายอีกนะ แอบอยู่ตรงนี้นานแล้วด้วย”
“หา? ไม่จริงอ่ะ ก็ผม..... ผมวิ่งมาก่อนอีกน้า...”
“แต่ฉันเดินมา ...มาทางลัดซะด้วย แต่ไม่บอกหรอกว่ามาทางไหน” จินว่าเข้านั่น เขาขยับเข้ามาใกล้ร่างเพรียวของจุนโนะอีกนิด เด็กหนุ่มเหลียวซ้ายแลขวา ไม่มีหนทางจะขยับหนีไปไหนได้อีกแล้ว
“ร้ายจริงนะเรา หลอกให้ฉันเล่นซ่อนแอบด้วยก็ไม่บอก”
“ผมไม่อยากยุ่งกับคุณ”
“ยังไงก็ต้องยุ่ง นี่......อะไรเห็นมั้ย?” จินชูกระเป๋าเป้ในมือ จุนโนะเห็นแล้วก็ใจหายวาบ
“ของของผมนี่.....”
“ก็ของนายน่ะซิ”
“แล้วมาอยู่ที่คุณได้ไง”
“ฉันหยิบมาจากโต๊ะทำงานของนายเองแหล่ะ” จินบอกแล้วต้องรีบชักกระเป๋าหนีเมื่อจุนโนะเอื้อมมือมาคว้า แต่ก็คว้าได้แต่อากาศ จินซ่อนมันไว้ข้างหลัง เขายิ้มอย่างเป็นต่อ
“ของสำคัญทั้งนั้นเลยนะ สมุดบัญชี บัตรนักศึกษา และก็นี่...กระเป๋าเงิน” จินชูกระเป๋าเงินหนังแบนแต๊ดแต๋ของจุนโนะขึ้น เมื่อเจ้าของทำตาโต เขาก็หย่อนมันไว้ในกระเป๋าเสื้อของตัวเอง ยึดเอาไว้ซะ
“กระเป๋านั่น คุณเอามาได้ไงง่ะ?” จุนโนะตบกระเป๋ากางเกงด้านหลังของตัวเอง เขาจำได้ว่าเอามันใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงหลัง ตอนถอดจะอาบน้ำมันก็ยังอยู่ นี่แสดงว่าจินแอบจิ๊กเอาไปตอนที่ยื่นกางเกงให้เขาริมตลิ่งนั่นเอง

.......ร้ายจริงนะ.......

จุนโนะกัดปากตัวเอง ใบหน้าหวานงอง้ำจนแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว นี่จินเป็นต่อเขาอีกแล้วงั้นเหรอ....
“ของสำคัญทั้งนั้นเลยด้วย อืมมมม....รวมทั้งรูปถ่ายใบน้อย รูปใครก็ไม่รู้ หล่อเชียว...” คนพูดเอานิ้วคีบรูปถ่ายของไอบะ มาซากิออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
“นี่คุณจิน ... ไม่มีมารยาทเลยนะ มาเที่ยวรื้อของคนอื่นได้ไงกัน”
“เอ.... ก็ทำไมจะไม่ได้ กับคนอื่นฉันคงไม่ทำหรอก แต่กับคนไม่รักษาสัญญาก็ไม่เห็นเป็นไรนี่”
“ผมไม่รักษาสัญญายังไง?”
“นายไม่ยอมไปทำงานกับฉัน!!”
“ผมไม่ได้สัญญากับคุณนะ และอีกอย่างผมบอกแล้วว่า ... ลาออก... ไม่รู้เรื่องหรือไงกัน!!... ลาออกน่ะ” เด็กหนุ่มยื่นหน้ามาใกล้ พูดเน้นชัดคำนั้น ....ลาออก....อย่างชัดถ้อยชัดคำ
“ฉันยังไม่อนุมัติ”
“เรื่องของคุณ”
“เอางี้ดีกว่า จุนโนะ.......ฉันว่าฉันมีสิทธิ์ไล่นายออกจากการเป็นเสมียนที่ไร่ฝ้ายได้นะ........งั้นฉันไล่นายออกจากไร่ฝ้ายแล้วกัน!!” จินพูดหน้าตายิ้มแย้ม เหมือนกับไล่หมูไล่หมาออกจากคอกยังไงยังงั้น
แต่คนฟังนี่ซิ น้ำตาพาลจะไหลให้ได้

จินได้ทีก็รุกใส่จนจุนโนะพูดไม่ออก

“นายไม่ต้องกลับไปทำงานที่ไร่นั่นอีกแล้ว และพรุ่งนี้ฉันจะให้คนมารับนายไปทำงานที่บ้านฉันอย่างเดิม.....เอ...ไม่สิ ฉันจะเข้าบริษัทใหญ่พรุ่งนี้ ฉันจะมารับนายเองดีกว่า จะเอานายไปเป็นเลขาที่โน่นดีกว่า”
“ไม่!!” เสียงจุนโนะห้วนจัด หน้าแดงเข้มด้วยความโกรธ เขายืนกำหมัดแน่น ถ้ากระแทกหน้าเจ้านายคนนี้ได้ก็คงทำไปแล้ว
“ไม่ไปไหนกับคุณอีกแล้ว ผมไม่อยากโดนตบซ้ำสอง ซ้ำสาม” จุนโนะย้ำคำพูด
“คู่หมั้นฉันเขาไม่ยุ่งกับนายที่นั่นหรอก”
“ไม่เอา...ผมจะทำที่ไร่” จุนโนะสั่นหน้า
“เห็นทีจะไม่ได้นะ... ชีวิตชาวไร่ของจุนโนะสุเกะจบลงแล้ว....”
“ขอร้องล่ะฮะ......คุณจิน”
“ถ้านายไม่ไปทำงานกับฉัน ฉันจะยึดสมบัติของนายพวกนี้ทั้งหมด ไม่คืนให้ด้วย และข้อสำคัญ นายคงไม่อยากให้เพื่อนของนายรู้ใช่มั้ยว่า นายหลงรักแฟนของเขาอยู่น่ะ” จินขู่เอาตรงๆ เขาชูรูปของไอบะมาตรงหน้าจุนโนะอีก แต่ก็ต้องรีบเก็บเข้ากระเป๋าเมื่อจุนโนะเตรียมตั้งท่าจะคว้าเอามา
“บ้าที่สุดเลย!!” จุนโนะตะโกนใส่หน้า ยั้วะสุดๆ แล้วกับนายคนนี้
“คนอะไรวะ!!”
“พูดจาไม่เพราะเลย” จินทำหน้ายวนใส่ ทำให้หมัดของจุนโนะยิ่งกำแน่นเข้าทุกที เมื่อกระแทกหน้าจินไม่ได้ เขาก็กัดปากจนเจ็บ แค้นจัดจนน้ำตาร่วง

“แค้นโว้ย!!” จุนโนะโพล่งออกมา เสียงตะโกนลั่นทุ่งจนคนฟังอดหัวเราะขันไม่ได้
จินคว้าข้อมือของจุนโนะเอาไว้ แล้วก็ออกคำสั่งว่า
“ไปดับความแค้นด้วยอาหารเย็นมื้อหนึ่งแล้วก็ตบท้ายด้วยไอติม ขนมเค้กดีกว่าจุนโนะ”
“สั่งหรือเปล่าเนี่ย?” จุนโนะถามเสียงเข้ม พยายามดึงมือออก แต่จินจิกแล้วไม่ปล่อยไปไหนแน่ เขาไม่ตอบคำถามนั้น แต่มีแรงฉุดร่างเพรียวได้ก็ฉุดเต็มที่จนจุนโนะเซหลุนๆ มาปะทะไหล่ จินก็เลยโอบบ่านั้นซะ พาเดินแกมบังคับไปด้วยกัน เหมือนพี่กอดน้อง
“ฮึ..... กัดแล้วเอาขนมมาปลอบหรือไง?” เสียงจุนโนะโวยวาย
“เปล่า แต่ฉันหิวข้าว.... จะพาเลขาไปนั่งกินข้าวด้วย คงไม่แปลกอะไรใช่มั้ย?”
“ใครบอกว่าผมจะไปเป็นเลขาคุณอีกง่ะ”
“ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า นายต้องไปทำงานกับฉัน ไม่งั้นฉันจะบอกให้หมดเลยว่า นายมีรูปรุ่นพี่ติดกระเป๋าเงินเอาไว้ ทีนี้เพื่อนนาย ชื่อไรนะ อุจิใช่มั้ย... จะได้รู้”
“อย่าบอกนะฮะ อุจี้ต้องไม่รู้นะ” จุนโนะเสียงอ่อนลง ยอมเดินไปกับจินดีๆ จนถึงรถ เมื่อนั้นแหล่ะที่จินปล่อยเขาเป็นอิสระ ขณะยัดตัวจุนโนะเข้าไปนั่งด้านหน้าของรถ
“ฉันจะไม่บอก แต่นายต้องรับปากก่อนว่า พรุ่งนี้จะคอยฉันที่นี่ และไปทำงานกับฉันเหมือนเดิม” จินชะโงกหน้ามาฟังคำตอบ เขาเท้าแขนกับหลังคารถ ยื่นหน้าหล่อๆ เข้ามาจนจุนโนะต้องก้มหน้างุด
“ผมมีทางเลือกด้วยหรือไง?”
“ก็เท่าน้าน...า...า..” จินหัวเราะแล้วยืดตัวขึ้น เดินมายังที่นั่งคนขับ
“แล้วของของผมล่ะ” จุนโนะแบมือออกมา แต่จินก็ปัดมือของเขาไปห่างๆ
“ยังไม่คืนจนกว่าจะถึงเวลาสมควร”
“เอ๊!!? ขี้โกงนี่นา คุณจิน”
“แล้วจะคืนให้ทีหลัง ถ้านายเบี้ยวฉัน จะทำไงล่ะ”
“ผมจะเอาเงินที่ไหนใช้?” จุนโนะถาม หน้ามุ่ย มองจินสตาร์ตรถแล้วก็ขับไปจากที่ตั้งแคมป์ เบนรถเข้าไปในเมืองเล็กๆ ที่จุนโนะเคยมาซื้อของบ่อยๆ
“ฉันจะให้เงินสดนายติดกระเป๋าไว้วันละสามพันเยน พอมั้ย? ขาดเหลืออะไรก็บอก”
“ผมอยากได้กระเป๋าคืนง่ะ” เสียงบ่นจากคนหน้าหวานดังอ่อยๆ สุ้มเสียงทอดอ่อนแบบเด็กดื้อที่ถูกผู้ใหญ่ทำโทษ
“อย่าเพิ่งเลยนะ บอกตรงๆ ว่าฉันไม่ไว้ใจนาย กลัวเด็กหลอกน่ะ”
“แหม.......นะฮะ...”
“เอ....ชอบจัง ตอนนายทำเสียงแบบนี้น่ะ อ้อนซะ... ทำใหม่ซิ” จินปรายตามองจุนโนะเห็นทำแก้มป่อง หน้าง้ำ แต่สักพักเดียวจุนโนะก็หันมายิงฟัน และถอนหายใจเฮือกขณะพูดออกมา
“นะฮะ..ะ..ะ....”
“อืมมม...อ้อนดี ฉันชอบ .....แต่ไม่คืนของให้หรอก ขอยึดไว้ก่อนละกัน”
“เชอะ!!”
จุนโนะหุบยิ้ม สะบัดหน้าพรืด หางตาเหล่มองจินแบบเคืองๆ ระหว่างทางก็เมินหน้าไปนอกหน้าต่าง ทิวทัศน์สองข้างทางจะน่าดูกว่าหน้านายจ้างจอมเอาแต่ใจคนนี้เป็นไหนๆ

********************************

คุซาโนะรวบช้อนที่ทานข้าวไปได้ครึ่งจาน แล้วคว้าแก้วน้ำมาดื่มอักๆ จนยูอิจิเขม้นมอง
“อะไร? อิ่มแล้วเหรอ?”
“อิ่มฮะ... อิ่มใจ อิ่มเลคเชอร์ของพี่ยู” คุซาน้อยว่าเข้านั่น ขณะนี้พวกเขาทานอาหารค่ำกันแค่สองคน เพราะคืนนี้คุณแม่ของยูอิจิควงคุณพ่อไปกินเลี้ยงนอกบ้าน
ยูอิจิได้ทีก็เลยบ่นเรื่องที่คุซาโนะดื้อรั้นจนเด็กหนุ่มหูชา พาลอิ่มเอาดื้อๆ ทั้งๆ ที่ยังอยากกินต่อ แต่ก็เรื่องอะไรที่เขาจะมานั่งฟังคนหนุ่มแต่ชอบทำตัวเป็นตาแก่ขี้บ่น...บ่นเอา...บ่นเอาจนวัยรุ่นเซ็ง....
“ผมขึ้นไปอ่านหนังสือดีกว่า”
ว่าแล้วก็เดินกระแทกส้นเท้าปึงๆ ขึ้นไปชั้นบนทันที ปล่อยให้เจ้าของบ้านหนุ่มนั่งทานอาหารต่อ และเมื่อจบสิ้นมื้อค่ำอันแสนจะเซ็งแล้ว ยูอิจิก็หยิบไอศกรีมบลูเบอรี่ขึ้นไปเคาะประตูห้องของคุซาโนะจอมแสบทันที

“อะไรอีกง่ะ?” เด็กหนุ่มลุกมาเปิดประตูให้ ท่าทางที่งัวเงียแปรเปลี่ยนเป็นกระฉับกระเฉงเมื่อเห็นถังไอศกรีมของโปรดรออยู่ตรงหน้า
“เมื่อกี้เห็นกินข้าวนิดเดียว พี่ก็เลยเอาอาหารเสริมมาให้” ยูอิจิบอก
“ว้าว!!” คุซาโนะคว้ากล่องไอศรีมหมับก็เดินไปเปิดกล่องกินบนเตียง โดยมียูอิจิตามมานั่งข้างๆ
“ถ้าจะตามมาบ่นต่อละก็ พี่ยูมากินไอติมกับผมดีกว่าน้า....” คุซาโนะพูดดักคอ เขาตักบลูเบอรี่คำโตยัดพรวดใส่ปากของเพื่อนพี่ชายทันที โดยที่ยูอิจิไม่ได้ร้องขอ
“อื้อ.....น้องคุ” คนถูกป้อนแทบสำลัก ของหวานเย็นเจี๊ยบทำให้ปวดจนขึ้นสมอง ยูอิจิต้องหลับตานิ่ง รอให้ความเย็นที่แผ่ซ่านนั้นจางหาย แต่พอเขาลืมตาขึ้นก็เห็นคุซาโนะกำลังปีนขึ้นมาอยู่บนตักของเขาซะแล้ว
“เดี๋ยวน้องคุป้อนให้น้า.....อ่ะ......อ้ำ.....” ไอศกรีมคำโตคำที่สองพรวดเข้ามาอีกแล้ว คราวนี้ยูอิจิลุกพรวดขึ้นทันที ทำให้ร่างเล็กๆ ที่นั่งตักอยู่นั้นหล่นกลิ้งลงไปนอนแอ้งแม้งบนพื้นพรม
“น้องคุแกล้งพี่นี่” ยูอิจิโวยแหลก แต่คนนอนที่พื้นกลับหัวเราะชอบใจ
“ก็พี่ยูขี้บ่นนี่นา”
“พี่บ่นก็เพราะหวังดีหรอกนะ”
“ยี้..... บ่น...บ่น... อยู่นั่นแหล่ะ ขี้บ่นแบบนี้ละมั้งถึงไม่มีแฟนกับเขาน่ะ?”
“ยุ่ง ไม่ใช่เรื่องของเด็ก...”
“ผมไม่ใช่เด็กแล้วน้า...”
“เฮอะ.. ยังไงก็เด็กวันยังค่ำแหล่ะเราน่ะ ก่อเรื่องไปวันๆ พี่จะทนไม่ไหวอยู่แล้วนะ น้องคุน่ะดื้อ แก่แดด อยากจะถูกส่งตัวกลับไปอยู่กับเจ้าจินมันหรือไง?”
“โอ๊ย... อย่าเพิ่งนะฮะ พี่จินน่ะดุโคตรเลย... ไม่บ่น แต่เตะหนัก ผมอยู่กับพี่ยูดีกว่า” คุซาโนะกอดขายูอิจิแน่น แถมแนบแก้มเคล้าเคลียกับต้นขาของชายหนุ่มซะอีกแน่ะ
“พี่ยูง่ะ... ผมเป็นหนุ่มแล้วนะฮะ มีแฟนแล้วด้วย พี่ยูก็น่าจะรู้น้า..... ผมก็อยากไปหาพี่เรียวของผมมั่งเด่ะ มาห้ามกันแบบนี้ พอดีความเหี่ยวมาเยือนวัยหนุ่มแบบที่พี่ยูเป็น ผมคงทนไม่ด้ายยย....”
คุซาโนะอมยิ้ม เมื่อได้ยินเสียงชายหนุ่มถอนหายใจแรงๆ เขาเอื้อมมือมาทำปูไต่เดี้ยะตรงต้นขาของยูอิจิ จนฝ่ายนั้นต้องปัดมือเขาออก
“กินไอติมต่อเถอะ.....” ยูอิจิดึงแขนเด็กหนุ่มให้ลุกขึ้น คุซาโนะก็เลยเดินมากระแทกตัวนั่งกินไอติมต่อ
“พี่ยูไม่กินเหรอฮะ อร่อยน้า..... หอม.....หวาน....เนื้อไอติมก็นุ้มนุ่ม....”
“ไม่ล่ะ นายกินเหอะ”
“น่า สักคำ....”
“ไม่เอาง่ะ เย็น พี่ไม่ชอบ” ยูอิจิปฏิเสธ แต่ก็นั่งแหมะข้างๆ คุซาโนะ เขาไม่ได้สนใจเด็กหนุ่มอีก แต่กำลังสนใจหนังสือที่กองสุมอยู่บนโต๊ะเล็กๆ ข้างเตียงนอนของเจ้าตัวแสบนี่มากกว่า เพราะมันมีแต่การ์ตูนทั้งนั้นเลย แล้วไหนล่ะ ตำราเรียนที่แม่ของเขาให้ท่องจำ
“พี่ยูฮะ...” คุซาโนะถือช้อนไอติมค้าง ตามองในสิ่งที่ยูอิจิกำลังสนใจ ใจของเด็กหนุ่มเต้นตึกตัก กลัวว่ายูอิจิจะเห็นการ์ตูนเด็ดของเขาเข้า ....
“นี่การ์ตูนอะไรเยอะแยะไปหมดเลยเนี่ย”
“การ์ตูนธรรมดาน่ะฮะ เอาไว้อ่านก่อนนอน” คุซาโนะแก้ตัว แต่ตามองเป๋งไปที่มือของยูอิจิที่กำลังหยิบหนังสือเล่มแล้วเล่มเล่าออกมาดู
“พี่ยู กินไอติมกันเถอะนะ” คุซาโนะคะยั้นคะยอ ตักไอติมได้คำหนึ่งก็ฉวยบ่าของยูอิจิไว้ เมื่อชายหนุ่มหันมาเขาก็ทิ่มช้อนไอติมเต็มคำเข้าไปในปากของยูอิจิทันที ชายหนุ่มทะลึ่งตัวพรวด ลุกขึ้นยืน ทำให้มือปัดไปโดนการ์ตูนหล่นลงมากองรวมกันที่พื้น
ยูอิจิจะก้มลงเก็บให้ แต่ว่าตาเจ้ากรรมดันไปเห็น บางเล่มที่มีหน้าปกล่อแหลมเหลือเกิน เขาหยิบมันขึ้นมาดู

คุซาโนะถอนหายใจเฮือก
เมื่อยูอิจิเปิดการ์ตูนเล่มนั้นออกอ่าน เขาก็ต้องเบิกตากว้าง มองหน้ากระดาษแล้วท้ายสุดหันขวับมาจ้องเป๋งที่ตัวต้นเรื่อง
“นี่ริอ่านการ์ตูนโป๊แล้วเรอะ?” เสียงเหี้ยม ดุจัดไม่แพ้เสียงของพี่ชายเลยล่ะ
“การ์ตูนธรรมด๊า ธรรมดา” คุซาโนะยักไหล่ ทำเป็นไม่ยั่น แต่ในใจนี่ซิฝ่อลงจะแย่อยู่แล้ว เขาตักไอศกรีมเข้าปากต่อไป ทำท่าเหมือนไม่แคร์ในสิ่งทีโดนจับได้
“ธรรมดาอะไรกัน นี่มันมีแต่ฉากอย่างว่าทั้งนั้นเลย” ยูอิจิแบะหนังสือให้เจ้าของดู แต่เด็กหนุ่มยิ้มแป้น
“ก็ฉากธรรมดาอีกง่ะแหล่ะ นี่....พี่ยูอย่าบอกนะฮะว่า ไม่เคยอ่านการ์ตูนพวกนี้” เจอเด็กหนุ่มถามกลับ
ยูอิจิก็ใบ้กิน เขาส่ายหน้า
“ไม่เคย”
“ว้าว...ไม่เคย!??” น้องคุอุทานออกมา ตาลุกวาว เล่นเอาผู้ใหญ่กว่าหน้าแดงจัด เสียงเด็กแก่แดดยังถามต่อ
“อย่าบอกผมนะ พี่ยูไม่เคยทำแบบในนั้นน่ะ?”
“เคยทำ แต่ไม่.......เอ้อ.....ไม่ถึงขนาดต้องมาดูอะไรบ้าๆ แบบนี้” ยูอิจิโยนหนังสือลงบนโต๊ะ แล้วหันมากอดอก มองคุซาโนะทั่วตัว
“น้องคุ ถ้าไอ้จินมันรู้ นายโดนเฆี่ยนหลังลายแน่ ทำไมแก่แดดแบบนี้นะ... นายยังเด็ก น่าจะสนใจเรื่องเรียนมากกว่านะ แอบไปซื้อการ์ตูนพวกนี้มาจากไหนกัน เห็นทีถ้าไม่เชื่อกัน พี่ต้องบอกพี่ชายนายให้มารับตัวกลับบ้าน จะเอายังไงกันหา?”
“ไม่เอาไงหรอกฮะ พี่ยูอย่ามาห้ามหน่อยเลย”
“ทำไมจะห้ามไม่ได้”
“ก็เค้าจะทำนี่ คนมันเคยทำมาแล้ว พี่เรียวก็ไม่ให้พบกัน ยังจะมาห้ามโน่นห้ามนี่อีก พี่ยูน่ะเคยกับเรื่องแบบนี้หรือเปล่า สงสัยจะไม่เคยล่ะซิ ถึงได้โง่บรรลัยแบบนี้น่ะ”
“น้องคุ!!” ยูอิจิอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าจะโดนเด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นไอศกรีมบลูเบอรี่ว่าเอาถึงขนาดนี้
“ผมกับพี่เรียวทำกันออกบ่อย พี่ยูรู้อ๊ะเปล่า หรือคิดว่าผมไร้เดียงสาขนาดหนัก ผมว่า ผมน่ะช่ำชองมากกว่าคนแก่หนังเหี่ยวแบบพี่ซะอีกนะ เอามั้ยล่ะ อยากลองกันมั้ยล่ะ แล้วพี่ยูจะรู้ ว่าเรื่องแบบนี้น่ะมันขาดไม่ได้หรอก”
“บ้าจริงน้องคุ พูดอะไรออกมา” ยูอิจิหน้าเหวอไปแล้ว

คุซาโนะวางถังไอศรีมกับพื้นห้อง เขาหน้าเครียด เอานิ้วจิ้มอกยูอิจิจนร่างสูงผงะ
“ไอ้เรื่องแบบนี้น่ะ สำหรับผมแล้วมันธรรมดามาก แต่ถ้าพี่ยูไม่เคยลองกับเด็กหนุ่มๆ ผมจะสอนให้....” คุซาโนะว่าแล้วก็โถมตัวเข้าใส่ยูอิจิจนร่างสูงล้มกลิ้งบนเตียง โดยมีร่างน้อยของน้องคุทับอยู่ด้านบน
“เฮ้....จะทำอะไรน่ะ?” ชายหนุ่มโวยวาย พยายามจะจับร่างบางออก แต่คุซาโนะกลับทาบริมฝีปากเลอะไอศกรีมทับบนปากอิ่มของเขาเสียแล้ว
“อื้อ......คุ......อื้อ....” ยูอิจิขนลุกซู่ เขาไม่เคยลองกับเด็กหนุ่มจริงๆ นั่นแหล่ะ แต่เคยลองกับสาวๆ ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง แต่หลายครั้งหลายหน ก็ตั้งแต่วัยแรกรุ่นจนเป็นหนุ่มนั่นแหล่ะ แต่ไอ้ที่กำลังโดนคุซาโนะจู่โจมแบบนี้ เพิ่งจะเป็นครั้งแรก
เขาแตะมือที่เอวบาง พยายามจะดันร่างของคุซาโนะให้ลุกขึ้น แต่อีกฝ่ายถ้าจะกู่ไม่กลับเสียแล้ว ก็เด็กหนุ่มเล่นทิ้งน้ำหนักทับร่างเขาทั้งตัว ปากก็บดขยี้ริมฝีปากของเขาเหมือนกับคนช่ำชอง แต่ความจริงแล้ว มันยังขาดประสบการณ์อยู่มาก ทีเดียว

ยูอิจิกำลังจะเผยอปากออก แต่คุซาโนะกลับสอดปลายลิ้นเข้ามา จึงทำให้ภายในปากของทั้งสองร้อนระอุ ลิ้นของยูอิจิตวัดเข้าหาลิ้นของเด็กหนุ่มอย่างไม่ตั้งใจ แต่นั่นก็ทำให้ไฟเสน่หาพัดกระพือขึ้น ความรู้สึกวาบหวามก่อตัวขึ้นมา จนยูอิจิขนลุกซู่ไปทั้งตัว
มือที่แตะตรงบั้นเอวคุซาโนะกระชับขึ้น ความคิดที่จะผลักไสเหือดหายไป ในที่สุดเขาเองกลับเป็นฝ่ายรั้งเอวบางของหนุ่มน้อยให้มาแนบชิดกับสะโพกของเขายิ่งขึ้น
“อือ.....พี่ยู....” คุซาโนะครางออกมาเมื่อรู้สึกว่ายูอิจิจะเป็นฝ่ายจับร่างของเขาให้นอนอยู่ใต้ล่าง และเรือนร่างสูงใหญ่ของยูอิจิทาบทับเขาแทน
“อือมมม.....” เสียงร้องของยูอิจิขาดหายไป เมื่อเขาเป็นฝ่ายแนบหน้าเข้าหาคุซาโนะ ริมฝีปากคู่นั้นเคลื่อนเข้ามาใกล้ และคุซาโนะเองก็เป็นฝ่ายเผยอปากของตัวเองขึ้น รับเอาจุมพิตดูดดื่มของชายหนุ่มเข้ามาไว้ในครอบครองซะเอง เนื้อตัวอ่อนเยาว์ของคุซาโนะเบียดกระแซะจนยูอิจิเร่าร้อน ไม่คิดไม่ฝันว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้จะเป็นความจริง
เขาจูบคุซาโนะและเด็กหนุ่มก็จูบตอบเขาอย่างดื่มด่ำเสียด้วย ไฟเสน่หาเริ่มจะคุโชน เมื่อคนใต้ร่างเริ่มหายใจหอบกระชั้น และแรงกอดรัดเพิ่มมากขึ้นทุกที

และแล้ว..... เพลิงเสน่หานั้นก็มีอันต้องหยุดค้างอยู่แค่นั้น เมื่อเสียงเคาะประตูถี่ดังขึ้น ยูอิจิไวยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด เขากระเด้งตัวลุกทันที กลิ้งร่างตัวเองลงไปนั่งที่พื้นพรม โดยมีหนังสือการ์ตูนรายล้อมตัว ส่วนน้องคุเองก็ผุดลุกจากที่นอนเช่นกัน

“น้องคุ ดูหนังสือก่อนนอนหรือเปล่าลูก?” เสียงตะโกนถามหน้าห้องดังขึ้น
คุณแม่ของยูอิจินั่นเอง เธอแนบหูกับบานประตู ถามออกมา แต่ไม่ได้ผลักประตูเข้ามาแต่อย่างใด
“กำลังจะนอนแล้วละฮะ คุณป้ากลับมาเมื่อไรฮะ?” น้องคุถามกลับ เสียงแปร่งนิดๆ แต่คนแก่ด้านนอกคงไม่ใส่ใจสักเท่าใด
“เพิ่งมาถึงจ๊ะ.....” เธอพูดสั้นๆ และก็กล่าวราตรีสวัสดิ์แล้วเสียงฝีเท้าก็จางหายไป

ยูอิจิลุกขึ้นยืนทันที เขาเสยผมที่ยุ่งเหยิงเพราะฝีมือของคุซาโนะให้เข้าที่ แล้วก็ตวัดมองหน้าคมปนหวานของเด็กหนุ่มอย่างตำหนิ ริมฝีปากเจ่อบวมทำให้ชายหนุ่มดูเร้าใจเป็นบ้าในความรู้สึกของคุซาโนะ
“พี่ยู มาต่อกันม้า...า...?” เด็กหนุ่มกระตุกมือยิกๆ แต่ยูอิจิตีหลังมือนั้นดังเพี้ยะ แล้วหันมาตวาดใส่
“ไอ้เด็กบ้า...”
“แหมพี่ยู ตัวเองจูบเค้าด้วยน้า”
“ไปนอนไป๊......เด็กอะไรวะ แก่แดดชะมัด....เกือบเสียคนแล้วมั้ยเรา” ยูอิจิคงจะบ่นต่ออีกยืดยาว... ดีที่เขาปิดประตูไล่หลังไปซะก่อน ไม่งั้นน้องคุคงจะต้องดึงมาสั่งสอนให้จบสิ้นกระบวนความแน่ๆ
“เฮ้อ.....พี่ยู้....ตัวเองก็เคลิ้มเหมือนกันล่ะน่า” คุซาโนะพูดปนหัวเราะกับตัวเอง เขาดับไฟแล้วก็โถมตัวลงนอนทับร่องรอยที่เขากับยูอิจิเกือบจะฝากรักกันไปแล้ว ที่นอนยังอุ่นระอุอยู่เลย หนุ่มน้อยยกมือขึ้นลูบคลำริมฝีปากร้อนผ่าวของตัวเอง รสจูบของยูอิจิไม่เลวเลย... เสียอย่างเดียว.... หลังจากจุมพิตนั้นแล้ว ยูอิจิทำสีหน้าเหมือนกับว่าเขาได้ทำบาปมหันต์ต่อลูกแกะตัวน้อยๆ เสียแล้ว

ป่านนี้สภาพจิตใจของยูอิจิจะเป็นอย่างไรบ้างนะ อยากรู้จริงๆ เลย.......
ส่วนตัวเขาเองน่ะ คงจะหลับอย่างเป็นสุข ได้แกล้งคนเล่นสะใจชะมัด
คุซาโนะปิดเปลือกตาอย่างช้าๆ ในห้วงคำนึงก่อนจะหลับ เขาเห็นหน้าตาสุดหล่อของนากามารุ ยูอิจิยิ้มแย้มให้อย่างใจดี แทนที่จะเห็นสีหน้าเร้าใจของพี่เรียว.......

........ทำไมเป็นแบบนั้นไปได้นะ.......

นี่ถ้าเขาไม่ได้พบกับพี่เรียวอีก เห็นทีต้องให้พี่ยูอิจิรับผิดชอบซะแล้ว

*****************************************

to be continue

ตอนที่แล้วที่น้องคุมาหาเรียวที่บ้าน แล้วยูอิจิตามมานั้น แล้วเรียวไม่กล้าจะมีเรื่องโดยที่...ที่มีท่อนหนึ่งที่บอกว่า

นากามารุ ยูอิจิ .....
เพื่อนของอะกานิชิ จิน พี่ชายของแฟนนั่นเอง ความโหดและเอาจริงของจินทำให้เรียวชะงักอยู่หน้าประตู

ตรงนี้มีคนท้วงมาว่า ไม่ใช่ความโหดและเอาจริงของยูอิจิเหรอ?


ไม่ใช่นะคะ ของจินนั่นแหล่ะถูกแล้ว เพราะยูอิจิเป็นเพื่อนของจิน และเรียวก็กลัวจินจะรู้เรื่องน่ะ

comment ที่นี่จ้า...

Hosted by www.Geocities.ws

1