
Vol 8
******************************
ยามะพีรีบตื่นแต่เช้าตรู่ เพราะว่าวันนี้เขามีเดทครั้งแรกกับหนุ่มนายช่างรูปหล่อ
...คาเมนาชิ คาซึยะ .... ยังไงๆ ก็ต้องแต่งตัวให้น่าดู เพราะงั้น เช้านี้จึงอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณให้มากกว่าปกติ
เมื่อเขากลับมาที่เต๊นท์ก็พบกับเพื่อนรัก นั่งงัวเงียอยู่บนที่นอน
ตื่นได้แล้ว สายแล้วน้า ยามะพีร้องบอกเสียงใส ท่าทางร่าเริงสุดๆ
จะไปไหนง่ะ อาบน้ำหอมซะฟุ้งเชียว จุนโนะอดถามไม่ได้
มีเดทจ้า......
เหอ...เหอ...กับคนที่เล่าให้ฟังง่ะเหรอ ชื่ออะไรนะ ...คาเมะ...หรือไง?
ฮื่อ... คาซึยะ หรือคาเมะ เดี๋ยวเขาจะมารับแล้วล่ะ ยามะพีพูดไปแต่งตัวไป แถมยังยิ้มไม่หุบอีกด้วย
จุนโนะมองแล้วก็ยิ้มตาม เขาหงายหลังกับที่นอน แล้วก็บ่นงึมงำ
ดีจังน้า... นายคงลืมรุ่นพี่ได้แล้วซินะ
จุนโนะเองก็ใกล้ลืมเขาแล้วเหมือนกันนี่นา เอ.. วันหยุดทั้งที คุณจินเขาไม่มารับเลขาไปไหนต่อไหนมั่งเหรอ?
ฉันไม่ใช่เลขาเขาแล้วนะ และอีกอย่างเดี๋ยวฉันก็จะไม่อยู่แล้วล่ะ
ยามะพีได้ฟังก็หันมาเลิกคิ้วใส่
นายจะไปไหนเหรอ?
ว่าจะไปขี่จักรยานเล่นแถวๆ นี้แหล่ะ ลองสำรวจพื้นที่ดู อยู่เฉยๆ มันเซ็งว่ะ ร่างสูงลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง
กอดเข่าแล้วก็ซบศีรษะลงไป ทำหน้าเซ็งจริงๆ เพราะอะไรนะเหรอ
เมื่อวานวันเสาร์ เขาก็ขี่จักรยานตะลอนๆ ไปทั่ว โคกิและอุเอะดะไปดูหนังในเมือง
พี่ไอบะกับอุจี้ก็ไปเดทกันทั้งวัน เขากับยามะพีว่างก็เลยจับเจ้าเพื่อนตาโตซ้อนท้าย
ขี่จักรยานปุเลงๆ ไปทั่วเมือง สาเหตุที่ไม่อยากอยู่ที่แคมป์ก็เพราะ กลัวว่าใครคนหนึ่งจะมาเยี่ยมเยียนนั่นเอง
แต่พอกลับมาเขาก็หดหู่ ก็เจ้านายรูปหล่อไม่ได้โผล่มาตอนไหนทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเย็นหรือค่ำ
หรือดึกดื่น
จุนโนะไม่เข้าใจเหมือนกัน ทั้งๆ ที่เขาอยากจะหลบไม่อยากเจอหน้าจิน แต่พอจินไม่มาเขาเองก็เซ็ง!!
......แต่รับรองได้วันจันทร์เขาไม่ยอมกลับไปทำงานกับจินอีกแล้ว.....
ยามะพีฉวยกระเป๋าเป้ได้ก็ดีดนิ้วดังเป๊าะ...
ฉันจะไปรอเขาที่หน้าแคมป์นะ ...บาย... เขาโบกมือให้ แล้วก็เดินฮัมเพลงจากไป จุนโนะโผล่หัวออกไปดูบ้าง
ร่างเพรียวของเพื่อนรักเดินแกมกระโดดออกไปอย่างมีความสุข
เฮ้อ....... มีความสุขกันทั้งนั้นเลยเหรอ ...ยกเว้นเรา..... เขารำพึง หน้ามุ่ย
หดหน้ากลับไปนอนต่ออีกสักครึ่งชั่วโมง เดี๋ยวค่อยไปขี่รถเล่น....................
***************************
ยามะพีเดินวนเวียนรอบต้นไม้ใหญ่ใกล้กับแคมป์ที่พัก ขณะนี้ได้เวลานัดหมายแล้ว เก้านาฬิกาตรงแป๊ะ
เด็กหนุ่มชะเง้อไปยังถนนเบื้องหน้าที่ทอดยาวไปในเมือง และแล้วเขาก็ได้เห็นจุดเล็กๆ
ของรถมอเตอร์ไซค์ปรากฏแก่สายตา จากจุดเล็กเริ่มขยายใหญ่ขึ้น รวมทั้งเสียงของเครื่องยนต์ก็ดังแว่วเข้ามา
ใจเต้นเป็นตีกลอง ยามะพีเขม้นมอง รอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้า .......
....คาเมะ......
ผู้ชายที่ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาใกล้นั้น โบกมือมาให้อย่างร่าเริง พอมาถึงตัว ร่างนั้นก็ยิ้มตาหยีเป็นการทักทาย
ราชรถมารับแล้วครับ.... คาเมะผายมือกว้าง ทำเอายามะพีเปิดยิ้มอายๆ เขามองมอเตอร์ไซค์กลางเก่ากลางใหม่
แล้วก็มองที่ซ้อนหลัง อยากรู้นักว่า จะมีสักกี่คนเชียวที่ได้ซ้อนหลังของคาเมนาชิ
คาซึยะ หนุ่มนายช่างรูปหล่อของโรงงานกระดาษ
ยินดีครับ ยามะพีโค้งตัว แล้วก็ขึ้นนั่งซ้อน วางมือกับเอวของคนขี่หลวมๆ แต่คาเมะดึงมือของเขาให้กระชับเข้ามาอีกนิด
ด้วยเหตุผลที่ว่า
เดี๋ยวหล่นไม่รู้นะ...
............................
จะไปไหนกันดีเอ่ย? ยามะพีตะโกนถามแข่งกับเสียงเครื่องยนต์
เดี๋ยวเข้าไปในเมืองก่อนดีมั้ย แวะซื้อข้าวกล่องที่เซเว่นก่อน แล้วไปนั่งทานกันริมฝั่งน้ำนะครับ
จะพาไปชมวิวที่มัทซึชิม่า.....เคยไปมั้ย? คาเมะถาม คนข้างหลังตอบปฏิเสธ คาเมะก็เลยบอกว่า
รับรองสวยถูกใจคุณแน่นอน... แวะซื้ออะไรไปทานก่อนนะ...
ทั้งสองแวะซื้อเบนโตะที่ร้านสะดวกซื้อ แล้วจากนั้นคาเมะก็ขี่รถไปที่ชานเมือง เบนหัวเข้าเมืองชายฝั่ง
และจอดรถใต้ร่มเงาของสวนสาธารณะใกล้กับริมฝั่ง ที่เขาบอกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยแห่งหนึ่ง
โห......สวยจริงๆ นะฮะ มีอาคารกลางน้ำด้วย ยามะพีชี้มือไปที่อาคารใกล้ชายฝั่ง
ที่มีสภาพเหมือนเกาะเล็กๆ อยู่หลายแห่ง
เมื่อหันกลับมา ก็เห็นคาเมะปูผ้าที่สนามหญ้าเรียบร้อยแล้ว และบัดนี้ชายหนุ่มก็กำลังนั่งเหยียดขาสบายอารมณ์อยู่ไม่ห่าง
มานั่งนี่เถอะ...ยามะพี เขาร้องเรียก ชูกล่องข้าวในมือ ทำให้ยามะพีต้องรีบเดินมาทรุดตัวลงนั่งข้างๆ
นายช่างส่งให้เขากล่องหนึ่งพร้อมกับรอยยิ้มที่คนมองต้องสะเทิ้นอาย ก็มันทั้งหวานและแแวววาวซะขนาด
หิวจัง...สงสัยจะเป็นอาหารมื้อที่อร่อยที่สุดในโลกละมัง คาเมะว่า
เหรอฮะ... หนุ่มน้อยหัวเราะเบาๆ เขินจนหน้าแดง
ทั้งสองหนุ่มกินไป คุยกันไป จนพระอาทิตย์ตรงศีรษะก็เป็นอันเสร็จสิ้นการดื่มด่ำกับรสชาติของเบนโตะผสมน้ำผึ้งที่มีคาเมะเป็นคนหยอดให้ตลอดเวลา
เดี๋ยวไปเดินย่อยอาหารรอบฝั่งดีกว่า คาเมะชวน เขาชี้ไปที่แนวกำแพงเตี้ยๆ ที่กั้นระหว่างผืนน้ำกับพื้นปูน
เมื่อเดินเคียงกันนั้น คาเมะเดินล้ำไปก้าวหนึ่ง แต่เขาก็หยุดรอจนยามะพีก้าวขึ้นมาเทียบเคียง
จากนั้นมือแกร่งก็จับจูงอุ้งมือเรียวแน่นกระชับ ยามะพีชะงักก้มมองมือของตัวเองที่ถูกกอบกุม
เห็นแล้วก็หน้าแดง ความอายวิ่งซู่ๆ เป็นริ้วพาดผ่านพวงแก้มเนียน ...คนออกจะเยอะแยะ
จะมีใครมองสองหนุ่มเดินจับมือกันหรือเปล่านะ เขาเหลือบมองคาเมะ เห็นฝ่ายนั้นยิ้มเจ้าชู้ให้
ยามะพีจะชักมือกลับก็ใช่ที่ ก็เลยยอมให้ฝ่ายนั้นกุมมือไว้แต่โดยดี
วันนี้มีความสุขจัง เสียงคนข้างกายพูดพึมพำ ยามะก็เลยพยักหน้าเห็นด้วย
ช่วงนั้นเดินผ่านกลุ่มวัยรุ่นหญิงชาย ยามะพีกระแอมดังๆ พร้อมกับกระตุกมือของคาเมะยิกๆ
เป็นทำนองว่าขอมือคืนเพราะอาย
แต่คาเมะเดินเฉยทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แถมยังยื่นหน้ามาถามอีก
อายเหรอ?
ฮื่อ...คนมันเยอะนี่ฮะ
ยามะพี ไม่เคยจับมือกับหนุ่มที่ไหนหรือไง?
ไม่เคย......
งั้นก็ดีจัง ผมก็เป็นคนแรกน่ะซิ...
คราวนี้ยามะไม่ตอบได้แต่พยักหน้างึกๆ คาเมะอมยิ้มแล้วก็ปล่อยมือน้อยนั้นอย่างเสียดาย
ความเย็นเฉียบแห่งความอ้างว้างเข้ามาแทนที่เมื่อคาเมะคลายมือออก เขาเหลือบตามองหน้าคมเข้มของชายหนุ่ม
นึกสงสัยว่าคาเมะจะเคืองหรือเปล่าที่เขาอยากดึงมือออก แต่แล้วเขาก็ต้องเปิดยิ้มด้วยความโล่งใจเมื่อได้ยินคาเมะพูดออกมา
ไปหาที่เงียบๆ จูงมือกันดีกว่าเนอะ
อะไรนะฮะ ยามะพีเลิกคิ้ว
ไม่อยากให้ผมจับมือแล้วเหรอ?
เปล่านี่นา.......เอ้อ... ทำไมต้องจับมือด้วยง่ะ
ก็ผมชอบยามะนี่นา
หวา...า...า...า ยามะพีหน้าร้อนผ่าวเมื่อเจอคำพูดตรงๆ
เพิ่งจะเดทกันครั้งแรกก็...ก็....บอกชอบแล้วเหรอ ยามะพีทำเมินไปทางอื่น ก็คนสารภาพเล่นหัวเราะเบาๆ
และก็พยักหน้างึกๆ
ก็ชอบนี่นา
คุณพูดอะไรตรงจัง
ทำไมล่ะ? ไม่ชอบคนพูดตรงเหรอ? คาเมะถาม เขาหยุดยืนเมื่อถึงปลายทางโค้งของสันเขื่อนเตี้ยๆ
ก็เลยทำให้คนเดินข้าง พลอยหยุดเดินไปด้วย
ชอบฮะ ยามะพีตอบ
ชอบผมหรือ?
อ๊ะ... ยามะพีทำหน้าเหวอ ก่อนจะโบกมือแล้วก็หัวเราะ
ไม่ใช่...เอ้อ...ผมหมายถึงว่า ผมชอบคนที่พูดอะไรตรงๆ น่ะ
แต่ผมชอบคุณนะ คาเมะพูดตรงทื่อ จนคนฟังอ้าปากค้าง
อีกครั้งแล้วซินะที่ยามะพีได้ยินคำว่า..ชอบ..ออกมาจากปากบางของคู่เดท เมื่อมองสบสายตาเพื่อค้นหาในความหมายที่พูด
เขาก็ต้องรีบหลบตาวูบ เมื่อสายตาของคาเมะคมปลาบและเอาจริงเอาจัง
ทำไม ยามะพีไม่เชื่อเหรอ?
เราเพิ่งรู้จักกันไม่กี่วันเอง จะชอบกันแล้วเหรอ?
ทำไมไม่ได้ล่ะ บางทีคนที่รู้จักกันเพียงครั้งเดียว ก็สามารถจะรักกันได้มากกว่ารู้จักกันมากว่าสิบปีก็ได้นะ
คาเมะ......เอ้อ..... นี่ผมกำลังถูกคุณจีบหรือเปล่าฮะเนี่ย ยามะพีหัวเราะ คาเมะหัวเราะตาม
แล้วชายหนุ่มก็พยักหน้ายอมรับในสิ่งที่ยามะพีถาม เล่นเอาหนุ่มน้อยทำตาโตมากขึ้นอีกสามเท่า
โอ้ย....ตาย......ดูคุณเจ้าชู้จังนะ เด็กหนุ่มยกนิ้วชี้โบกไปมาตรงหน้าคาเมะ
ชายหนุ่มก็เลยรวบมือเรียวมากำไว้ ก่อนที่จะยกขึ้นจูบ
...ยามะพีก็รีบกระตุกมือออกพร้อมกับหัวเราะแล้วก็ส่ายหน้า ยกมือทั้งสองข้างจับแก้มตัวเอง
รู้สึกว่าหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเห็นๆ
ไม่อายคนที่เดินผ่านไปผ่านมามั่งเหรอ คาเมะ?
ไม่นะ...ดีออก....
ผมว่าเราเดินกลับที่เก่าดีกว่าน้า... ยิ่งเดินไปไกลชักจะเปลี่ยว ยามะพีชวนกลับเอาดื้อๆ
คาเมะแตะข้อศอกของเขาเบาๆ แล้วก็หันหลังกลับทางเก่า คาเมะมองเสี้ยวหน้าหวานของคนใกล้ตัว
พลางนึกว่า หนูน้อยคนนี้ท่าทางหวงตัวมากกว่าที่คิดอีกนะ เมื่อยามะพีหันมา คาเมะก็เลยจ้องหน้าเอาตรงๆ
แถมพูดเสียงขรึมซะอีก
บางทีผมอาจจะรุกคุณมากเกินไปก็ได้ ชอบแบบค่อยเป็นค่อยไปละมังซิถ้า
เมื่อยามะพีไม่ตอบคำนั้น คาเมะก็พาเดินไปเรื่อยๆ เงียบเสียงไปพักหนึ่ง แล้วก็ชวนคุยเรื่องงานแทนเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้ยามะพีหายประหม่าไปได้บ้าง........
คาเมะมีความรู้เรื่องเครื่องจักรพอดู อธิบายงานอย่างคล่องแคล่วจนยามะพีอ้าปากหวอ........
คิดว่าหากเขาเรียนจบออกมาแล้ว จะทำงานได้มีคุณภาพอย่างผู้ชายคนนี้หรือเปล่า
การมาเที่ยวในครั้งนี้ ทำให้ยามะพีต้องมองคาเมะอย่างทึ่งจัด มีความรู้สึกว่ากำลังคุยกับนายช่างที่ชำนาญงาน มากกว่าจะเป็นนายช่างที่เพิ่งจบการศึกษามาหมาดๆ ทั้งๆ ที่คาเมะเพิ่งจะเริ่มทำงานก่อนเขาไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง......
ทั้งสองหนุ่มกลับมาที่ผ้าปูใต้ต้นไม้ คุยกันต่ออย่างไม่รู้เบื่อ พอเมื่อยก็ล้มตัวลงนอน
หนุนแขนต่างหมอน แล้วก็มองใบไม้สีเขียวที่โบกไหวไปตามแรงลมแห่งฤดูร้อน ...
..... เดทครั้งแรกในวันนี้ช่างมีความสุขเสียจริง..
**********************************
จุนโนะนั่งเท้าคางอย่างเบื่อหน่าย เขาหยิบสมุดบัญชีของตัวเองมาดู มองตัวเลขที่เพิ่งเอาเข้าบัญชีอย่างพอใจนิดๆ
เสียใจหน่อยๆ ที่พอใจก็คือ เงินที่ได้จากการเป็นคู่ควงของอะกานิชิ จินในเวลาแค่คืนเดียว
จินก็เซ็นเช็คให้อย่างงามทีเดียว จำนวนเงินที่ได้ก็คงจะพอๆ กับงานที่เขาทำอยู่นี้ถึงสองเท่า
ก็มากเอาการสำหรับการทำงานเพียงแค่คืนเดียว แต่ที่เสียใจก็คือ ในเวลาที่เหลือ เขาต้องได้รับเงินเดือนทีไร่ฝ้ายอันน้อยนิด
ฟังตัวเลขที่คุณฮิงาชิบอกแล้วก็ใจแป้ว เสียงหัวหน้างานยังมีแก่ใจปลอบปนขู่อีกว่า
นี่เจ้านายเขายังไม่รู้นะว่า ทางเรารับคนฝึกงานมาเพิ่มอีกคนน่ะ เงินเดือนของนายน่ะ
เป็นเงินที่เขาเหมาจ่ายร่วมให้คนงานในนี้หรอกนะ ถ้าไม่เอาก็ไม่มีงานนะไอ้หนู
เจ้านายที่บอสว่า ก็คือ เอ้อ.....
คุณอะกานิชิ จิน!! ฮิงาชิพูดต่อให้ เล่นเอาจุนโนะถอนหายใจเฮือก แต่ดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้
เด็กหนุ่มก็รีบร้องออกมาทันที
บอส!! อย่าเพิ่งบอกใครนะฮะว่า รับคนงานเพิ่มเป็นผมน่ะ ผมไม่อยากให้ใครรู้ นะฮะ...บอส....
ทำไมล่ะ?
ไม่ทำไมล่ะฮะ...นะฮะ.....พลีสสสส.... จุนโนะยกมือไหว้ แล้วก็ร้องพลีส.... ยิงฟันร่า
จนฮิงาชิโบกมือไปมา
เออน่า.. ไม่บอกก็ไม่บอกซิวะ ฉันก็ไม่อยากบอกเจ้านายหรอกว่ารับคนเพิ่มน่ะ แค่เขาไม่ทิ้งไร่ฝ้ายนี้ไปก็บุญเท่าไรแล้ว
หมายความว่า คุณจินเขาไม่สนใจไร่นี้จริงๆ จังๆ หรอกเหรอ?
ก็งั้นซิ ธุรกิจเขามีเยอะ...กะอีแค่ไร่กระจอกๆ นี่ เขาไม่สนใจร้อก..... แต่อย่างว่าง่ะนะ
ฉันน่ะก็บอสเล็กๆ แต่เขาน่ะ ซุปเปอร์บิ๊กบอส เขาจ่ายเงินคุ้มกับงาน เราก็เต็มใจทำกันต่อ
นายเองก็เหมือนกันล่ะ เวลาที่เหลือจนกว่าจะเปิดเทอมน่ะมันเหลืออีกไม่มาก ทำงานหาเงินได้ขนาดนี้ก็น่าจะพอใจนะ......
ท้ายสุดคุณฮิงาชิเริ่มอบรมเข้าให้ จุนโนะก็เลยต้องรีบเก็บสมุดเงินฝากเข้ากระเป๋า
หันมาสนใจแฟ้มงานตรงหน้าต่อ จะได้เงินเดือนน้อยเท่าไรก็ช่างมันเถอะ
คุณจิน........ ใจดีจริงเหรอเนี่ย....... อือ..... บอสฮะ? จุนโนะรีบถามทันทีที่เห็นคุณฮิงาชิ
คว้าหมวกฟางมาสวมหัว
อะไรวะ?
คุณจินเขามาที่นี่บ้างหรือเปล่า?
โอ้ย....เขาจะมาทำไมก๊านนน... ร้อนจะตายชัก
อ๋อ.......อืมมม..... ค่อยยังชั่วหน่อย.....
ถามทำไมวะไอ้หนู? ฮิงาชิถามกลับ เขาหรี่ตามองไอ้หนูหน้าหวานแล้วก็สงสัย ดูจุนโนะมีท่าทางร้อนอกร้อนใจในตัวของซุปเปอร์บิ๊กบอสของเขาเสียเหลือเกิน
ไม่ทำไมหรอกครับ.....เชิญฮะ จุนโนะผายมือให้บอสหรือหัวหน้าคนงานของเขา ส่วนตัวเองก็มานั่งเคาะเลขในบัญชีต่อ
นึกอยู่ว่าโชคดีแค่ไหนแล้วที่จินจะไม่เหยียบย่างมากลางดงไร่แห่งนี้ เขาจะได้ทำงานอย่างสะดวกกาย
สบายใจเสียที
...........
แต่ว่า.....วันนี้วันจันทร์นี่นา ป่านนี้คุณจินจะอาละวาดแบบไหนกันน้า......ที่ไม่เห็นเขากลับไปทำงานที่เดิม
จุนโนะสุเกะอดสงสัยไม่ได้แหะ........
**********************************
และก็เป็นจริงดังที่จุนโนะคาดเดา
ณ ตอนนี้ที่บ้านของอะกานิชิ จิน ได้เกิดระเบิดลูกย่อมเปรี้ยงไปทั่ว จนใครๆ ในบ้านเข้าหน้าไม่ติด
เมื่อเจ้าของบ้านเดินปึงปังเท้าเอวตรงหน้าเลขาคนที่หนึ่งหน้าห้องสมุดที่ใช้เป็นห้องทำงานส่วนตัว
คุณเลขาเงยหน้ามาจากเครื่องคอม' แล้วก็สะดุ้งเฮือกเมื่อสบกับสายตาคาดคั้นของอะกานิชิ
จิน....
จุนโนะล่ะ ทำไมไม่กลับมาทำงาน!!?? เป็นประโยคแรกที่สั่นสะเทือนการทำงานของคุณเลขาวัยไม่ใช่น้อยคนนี้
มะ....ไม่ทราบครับ..... คุณเลขาตอบอย่างตะกุกตะกัก
เขาโทรฯ มาบอกอะไรหรือเปล่า?
เปล่าครับ คุณ
บ้าที่สุดเลย!! จินตบโต๊ะดังปัง!! จนคนตรงหน้าสะดุ้ง หัวใจจะวายเอา ทำไมคุณจินถึงได้หงุดหงิดจริงนะ
กับแค่เลขาสำรองลาออก......
ให้คนตามสืบดูให้รู้ว่าจุนโนะสุเกะ ไปทำงานกับใครที่ไหน เข้าใจมั้ย.... อย่างด่วนด้วยนะ
จินออกคำสั่ง พลางเสยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากจนถึงหัวคิ้ว คุณเลขาโค้งรับคำ แต่กระนั้นก็ไม่วายถามเบาๆ
ว่า
ทำไมคุณจินถึงอยากให้หนูจุนโนะมาทำงานด้วยล่ะครับ ผมคิดว่าเขาคงไม่กลับมาทำง่ายๆ
หรอกครับคุณ ดูท่าทางจะเฮี้ยวไม่ใช่เล่น ผมว่าถ้าเขาคิดกลับมา ก็คงจะรับปากกับคุณจินไปตั้งแต่เมื่อวันก่อนแล้ว
เออน่า...... ฉันรู้หรอกว่า ฉันควรจะทำอย่างไร เด็กนั่นน่ะ ยังช่วยงานฉันไม่เสร็จ
แล้วเขาก็ไม่ได้ลาออกอย่างถูกต้องด้วย เพราะงั้น หมอนั่นน่ะยังเป็นเลขาของฉันอยู่
เข้าจั๋ย??? จินว่าเข้านั่น คุณเลขาก็เลยหุบปาก เพราะพูดไปก็สู้ไม่ได้อยู่ดี ลองจินจะทำอะไรแล้วย่อมทำให้ได้
เป็นอย่างงี้มาแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่ยังเด็กอยู่ละมัง
ถ้างั้นทำไมคุณไม่ไปหาเขาที่แคมป์ละครับ รับรองเจอแน่...
จินหยุดกึก แล้วก็ยกมือลูบท้ายทอย ส่งเสียงงึมงำ
เออ.....จริงสินะ ลืมไป
อ้อ.... แล้วเจ้าน้องชายฉันล่ะ ..... เจ้าคุตัวแสบน่ะ ว่าไง ไปถึงไหนแล้ว? จินเป็นเรื่องกะทันหันเล่นเอาคนรับคำสั่งแทบตกเก้าอี้
คุณคุซาโนะ อยู่ดีกินดีกับคุณยูอิจิครับ ตอนนี้กำลังเรียนพิเศษกับคุณแม่คุณยูอยู่มังครับ
เออ....ดี... ถ้ามันเรียบร้อยขึ้นก็ให้มันกลับบ้านเสียที เกรงใจไอ้ยูมัน มันจะได้ทำงานบ้าง....
อ้อ.... ฉันไปบริษัทก่อนล่ะ มีประชุม ถ้าไง หากฉันไม่กลับก็แสดงว่าฉันบุกไปที่แคมป์นะ...
จินว่าแล้วก็หมุนตัว เดินฉับๆ ออกไป โดยมีเสื้อสูทพาดอยู่บนไหล่ พอยังไม่ทันถึงรถดี
ก็ต้องชะงักเพราะรถสปอร์ตสีทองคันงามแล่นมาจอดที่หน้าตึกพอดี
จินขา....... จะไปไหนเอ่ย? สาวน้อยฮิโตมิกดกระจกลง วันนี้เธอสวยเปรี้ยวเฉี่ยว
และอารมณ์ดีผิดกับเมื่อเจอกันครั้งสุดท้าย
จะไปประชุม รีบไปด้วย ขอตัว... จินกำลังจะเปิดประตู แต่ฮิโตมิผวาพรวดเดียวก็รั้งแขนคู่หมั้นหนุ่มของเธอเอาไว้
จะรีบไปไหนล่ะ คู่หมั้นมาหาทั้งที .....
ผมต้องไปประชุมนะครับ คนดี...
งั้นให้ฉันไปด้วยคนน้า...
ไม่ได้หรอก เรื่องงานน่ะ
แหม....ก็ตั้งใจมาหานะคะ ถ้าไม่ให้ไป ฉันจะขึ้นไปเล่นงานเจ้าเลขาหน้าหวานคู่ขาของคุณบนบ้านด้วย
เอาซิ เธอว่า แล้วก็บุ้ยหน้าไปทางบนตึก ซึ่งก็ทำให้จินยืนเกาะรถถอนหายใจเฮ้ออยู่คนเดียว
จุนโนะเขาลาออกแล้ว.... พอใจหรือยัง? จินบอกเสียงห้วนจัด ชายหนุ่มใส่เสื้อสูทแล้วก็กระชากประตูรถ
ขับออกไปจากบ้านโดยไม่ยอมฟังเสียงโวยวายของคู่หมั้นเลย .....
จินยังอุตส่าห์ได้ยินเสียงแสบแก้วหูจากปากบางของฮิโตมิ อะไรบางอย่างทำให้เขาเบื่อ.....
เบื่อผู้หญิงพวกนี้ เบื่อความจุ้นจ้าน เบื่อเสียงแปร๋นๆ และเบื่อเพศตรงกันข้าม
อะไรกันแน่นะ ...... ทำไมเมื่อก่อนเขาถึงหลงควง หลงจีบผู้หญิงคนนี้ พอเป็นแฟนกัน
มีความสัมพันธ์กันได้ไม่กี่ปี ทำไมเขาถึงเบื่อขึ้นมาได้...... ชีวิตที่มีปลอกคอทำให้เขาทุกข์ทรมานอย่างนั้นหรือ
ไม่สินะ..... เขายังอายุน้อย เพิ่งยี่สิบต้นๆ แต่ตอนนี้เขาดูเหมือนคนมีภาระ อายุสักขนาดพ่อของเขาเลยล่ะมัง
ทำไมพ่อถึงได้มอบหมายงานสำคัญๆ ให้เขานะ .......
เบื่อโว้ย.....!! จินตะโกนออกมาลั่นรถ เขาจอดรถเข้าข้างทาง กดเบอร์ด่วนหาผู้บังเกิดเกล้าทันที
...............
พ่อฮะ...... จินลูกพ่อนะครับ.......ผมไปประชุมไม่ได้ง่ะ ท้องเสียอย่างแรงเลย... กำลังจะไปหาหมอ พ่อประชุมโดยไม่มีผมก็ได้นะฮะ........ จินว่าเข้านั่น แล้วก็ขับรถฝุ่นตลบออกนอกเมือง ตรงไปที่ที่เขาอยากไปมากที่สุด ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจิตใจมันมุ่งไปที่นั่นที่เดียว
.......ที่กองคาราวานนั่น........
*********************************
กำแพงรั้วหนาทึบ...ของคฤหาสน์อันใหญ่โต ดูเหมือนกรงทองชั้นดี แต่ต่างกันตรงที่
มันไม่ใช่กรงที่ขังนก และมันไม่ใช่กรงที่ขังคนอีกด้วย ......
ร่างเล็กเหลียวซ้ายแลขวา เมื่อปลอดคนเขาก็ปีนไปบนช่องกำแพงที่เจาะรางเอาไว้ใส่ซี่เหล็กให้ตะขอเกี่ยวกระถางต้นไม้เป็นบ็อกซ์ๆ
ตามแนวระยะทางของกำแพงอิฐสีน้ำตาลแดงนั่น คุซาโนะจับซี่เหล็กได้สองอัน เขาเหนี่ยวตัวขึ้นยืนบนกระถาง
โผล่หัวผลุบๆ โผล่ๆ ดูลาดเลาข้างนอกกำแพง ... แล้วหันกลับมาดูภายในตัวบ้าน
ทุกอย่างเงียบเชียบ วันนี้ยูอิจิไปประชุมที่บริษัทของจิน คุณแม่จอมเฮี้ยบก็นอนกรนครอกฟี้ไปหลายยก
ส่วนคนอื่นๆ ก็มีงานทำของตัวเอง ไม่มีใครมาสนใจเด็กซนๆ แก่แดดอย่างเขาหรอก
คุซาโนะนับหนึ่งถึงสามก็โหนตัวขึ้น พาดขาไปบนกำแพง นั่งหลับตานิ่งสักพัก รวบรวมใจให้กล้าเพราะมองลงไปเบื้องล่าง
มันสูงใช่เล่น ตัดสินใจกระโดดย่อเข่าลงมาอย่างนักยิมนาสติกฝีมือดี ...ลงมาข้างล่างได้อย่างไม่เจ็บตัว
ความอิสระย่างกรายเข้ามา หนุ่มน้อยตัวเล็กกระโดดยิปปี้อย่างดีใจ เขาวิ่งแน่บไปสู่ถนนเบื้องหน้า
โบกรถแท๊กซี่ได้ก็รีบเข้าไปนั่งหอบจนตัวโยน
ไปบ้านทากิซาว่า อยู่ที่............... บอกตำแหน่งของบ้านที่ใหญ่โตราวกับวังนั่นไป
มีใครบ้างไม่รู้จัก ทีนี้ล่ะจะได้ไปหาพี่เรียวแล้วล่ะ..... พี่เรียว...... จะดีใจแค่ไหนที่เห็นเขามาหาน่ะ......
นั่งดีดนิ้วร้องเพลงอยู่ในใจ ชั่วเวลาไม่นานนักเขาก็มาถึงหน้าบ้านหลังงาม ....
ลงจากรถก็นึกขึ้นได้ว่า ทั้งเนื้อทั้งตัวไม่มีเงินติดกระเป๋ามาสักเยนเดียว... เอาไงดีหว่า
รอเดี๋ยวนะฮะ เขาตะโกนบอกคนขับ ซึ่งก็ยืนใจเย็นเป็นบ้า
คุซาโนะกดออดสองสามครั้ง ก็มีเสียงตอบรับจากเครื่องอินเทอร์คอมหน้าบ้าน เขาขอพบกับเรียว
ซึ่งก็โชคดี เรียวเป็นคนมารับสาย คุซาโนะออดอ้อนสักพักเดียวก็หันมายิ้มแป้นให้คนขับรถ
เดี๋ยวนะฮะ แป๊บเดียว คุซาโนะบอก แต่แล้วเขาก็ต้องยิ้มค้างเมื่อ
.......มีรถที่ดูคุ้นตาเป็นที่สุดวิ่งเข้ามาจอดต่อจากท้ายรถแท็กซี่ ชายหนุ่มร่างสูงที่คุซาโนะไม่อยากจะเจอในตอนนี้
กำลังเดินมาหา สองมือล้วงกระเป๋า
ดวงหน้าภายใต้แว่นกันแดดสีชาเข้มนั่นทำให้คุซาโนะฝ่อ รู้สึกว่าเหลือตัวนิดเดียว
แต่เด็กหนุ่มเชิดหน้าขึ้น เขาหันไปมองภายในบ้านอย่างลังเล ทำไมพี่เรียวมาช้าจริงนะ
นี่ถ้าเปิดประตูรอไว้ เขาจะรีบวิ่งหนีเข้าบ้านไปแล้ว นี่จะทำอย่างไรดี พี่ยูบ้า
เดินมาฉวยข้อมือของเขาไว้ซะแล้ว
กลับบ้าน...!! ยูอิจิตะคอกใส่ น้องคุพยายามดิ้นรนแต่ก็ไม่สำเร็จ
ปล่อยเค้าน้า..... ผมจะหาแฟน พี่ยูเกี่ยวไรด้วยง่ะ?
บอกให้กลับบ้าน!! แสบนักนะเรา หนีมาได้ไง ดีนะที่รถติดไฟแดงเมื่อกี้พี่เห็นเข้าซะก่อน
โชคดีเป็นบ้าเลย
ไหนว่าประชุมไง? คุซาโนะทำหน้างอ เขากระทืบเท้าเร่าๆ
เลื่อนประชุม เพราะพี่ชายนายเขามาไม่ได้ มานี่เลยน้องคุ ยูอิจิทั้งลากทั้งจูง
จนกระทั่งมีเสียงวิ่งตึกๆ ใกล้เข้ามา เท่านั้นเอง น้องคุก็แหกปากลั่นถนน
พี่เรียว ช่วยด้วยฮะ!!
นี่คู้นนนน.... เรียวเกาะรั้วยืนดูเหตุการณ์อยู่ด้านใน เขาเห็นน้องคุโดนฉุดไปขึ้นรถแล้ว
และก็จำได้ว่าคนที่ฉุดน่ะมันใคร
นากามารุ ยูอิจิ .....
เพื่อนของอะกานิชิ จิน พี่ชายของแฟนนั่นเอง ความโหดและเอาจริงของจินทำให้เรียวชะงักอยู่หน้าประตู
มิใยที่คุซาโนะจะดิ้นเร่าๆ ร้องเรียกเขา แต่เรียวก็ไม่ได้ออกมาแต่อย่างใด
ยูอิจิหันมาชี้หน้าของเรียวแล้วตะโกนขู่
อย่าเข้ามายุ่งกับเด็กคนนี้อีกนะ ข้อหาพรากผู้เยาว์น่ะหนักนะจะบอกให้
พี่เรียวน้า.... ฮึก..... ไอ้พี่เรียว ไอ้บ้า ปล่อยให้ผมไปได้ไง้.....พี่เรี้ยว............
คุซาโนะทุบกระจกปึงๆ เมื่อยูอิจิจัดแจงล็อคประตูรถหมดทุกบาน เขาก็สิ้นอิสระ ......
เงียบซะ น้องคุ กลับไปนี่ต้องโดนทำโทษ นายยังอยู่ในความดูแลของพี่นะ อย่าก่อเรื่องเดือดร้อน
ไม่งั้นจะจับไปอยู่โรงเรียนประจำ
ฮึก.....ไอ้บ้ายู ....ไอ้บ้าเรียว....
เฮอะ...มีแรงด่าได้ด่าไป เห็นหรือยังล่ะ แฟนน้องคุน่ะ ดีแต่หดหัวอยู่แต่ในกระดอง
จะออกมาชิงตัวนายสักนิดก็ไม่มี ยูอิจิว่าค่อนแคะแล้วก็กระชากรถจากไป ท่ามกลางสายตาของเรียว
และคนอีกคนหนึ่งที่เดินฉับๆ มาหาเจ้าของบ้าน
คุณครับ....
อะไรวะ? เรียวตะคอกถามหน้างอหงิก
ขอค่าโดยสารรถด้วยครับ คุณหนูคนเมื่อกี้เขานั่งมา ยังไม่ได้จ่ายเลยครับ?
ไม่ให้โว้ย!!
ไม่ให้ไม่ได้นะครับ เดี๋ยวผมแจ้งตำรวจจับนะ หน้าบ้านคุณเองนะเนี่ย
โฮ้ย... อะไรวะ ซวยฉิบ คุซาโนะนะคุซาโนะเรียกพี่มาจ่ายเงินหรือไงกันเนี่ย ......แย่ชะมัดเตี่ยเลยโว้ย
เรียวสบถอีกยืดยาว ควักกระเป๋าจ่ายเงินอย่างหัวเสีย ..........
จ่ายไป มองถนนไป น้องคุมาหาแต่ไม่ได้เรื่อง.... แถมเสียเงินอีกต่างหาก
เรียวอยากจะบ้าตาย...............
******************************
จุนโนะนั่งทำงานจนเสร็จ เหลือบดูเวลา เกือบจะบ่ายสามโมง วันนี้ทำงานเสร็จเร็วเป็นบ้าเลย หมดแฟ้มนี้แล้วเขาก็เริ่มหางานอื่นทำต่อ มองไปมองมาก็ไม่มี ...คุณฮิงาชิออกไปในไร่ฝ้ายตั้งนานแล้ว ยังไม่กลับ วันนี้ที่ในไร่มีการเก็บฝ้ายกันซะด้วยซิ ไม่เคยเห็นสักที วันนี้ไม่มีอะไรทำ น่าจะลองไปเที่ยวมั่งดีกว่า ดีกว่าอุดอู้อยู่แต่ในห้องทำงาน คิดได้ดังนั้นแล้ว จุนโนะจัดแจงสวมหมวกฟางที่ห้อยอยู่ข้างฝาห้องมาสวม
พอเปิดประตูออก ลมร้อนก็พัดเข้ามาปะทะผิวกายทันที เขาหยีตาสู้แสงอาทิตย์ แล้วก็รีบเดินดุ่มเข้าไปในไร่
เห็นคุณฮิงาชิพอดี กำลังยืนบงการให้พวกคนงานเก็บดอกฝ้าย พอหันมาเห็นจุนโนะเข้าก็เลิกคิ้ว
พอรู้ว่าหนุ่มน้อยอยากขอเก็บฝ้ายดูบ้างก็โอเค
เดี๋ยวจะสอนให้นะ บอสยื่นถุงมือให้จุนโนะแล้วก็จัดแจงสอนวิธีเก็บฝ้ายให้
น่าสนุกดีเนอะ จุนโนะยิ้มจนตาหยี พลอยสนุกไปด้วย
ดอกฝ้ายขาวที่แตกตัวออกแย้มบานจนเป็นปุย นุ่มมือจริงๆ แต่ว่าใบและก้านใบอันสากระคายก็ทำให้ผิวเนียนมีรอยขูดข่วน
ซึ่งจุนโนะก็รู้สึกแสบๆ คันๆ อยู่บ้าง เหลือบมองพวกคนงานก็เห็นใส่แต่เสื้อแขนยาวกันทุกคน
มีเขาคนเดียวละมังที่ใส่แขนสั้นมาทำงาน
พวกคนงานมองจุนโนะแล้วก็หัวเราะให้ จำได้ละว่าเป็นไอ้หนุ่มนักศึกษาฝึกงานอยู่ในที่ทำการกลางไร่
วันนี้ออกมาช่วยเก็บฝ้ายด้วย ก็เลยทำให้มีการตะโกนแซวกันเล็กน้อย ซึ่งจุนโนะก็รับลูกแซวได้เป็นอย่างดี
จวบจนตะวันเริ่มใกล้เคลื่อนคล้อย จุนโนะก็ได้ยินสัญญาณเป่าเป็นเสียงลากยาว
เลิกงานแล้วไอ้หนู คนงานคนหนึ่งบอก เขาหยุดงานที่ทำ เก็บกระสอบที่บรรจุดอกฝ้ายพาดบ่า
จุนโนะก็เลยทำตาม ช่วยกันแบกไปไว้ในโรงเก็บ เขายืนรอคนอื่นอยู่ด้านนอก ... ย่อมหมายความว่า
เป็นเวลาเลิกงานแล้วซินะ
คนงานจำนวนหนึ่งเดินหน้ามันออกมา เหงื่อไหลตามตัวจนเสื้อเชิ้ตเปียกชุ่ม
จุนโนะนึกขึ้นได้ ตัวเขาเองก็ไม่ต่างกันนัก อากาศร้อนๆ แบบนี้ ถ้าได้กระโจนลงน้ำคงจะดีไม่น้อยทีเดียว
คนงานคนหนึ่งตบบ่าของเขาอย่างแรงเลยล่ะ จนไหล่แทบทรุด
ไปโดดน้ำเล่นมั้ยไอ้หนู? คำชวนนั้นมีค่ายิ่ง จุนโนะทำตาโต แล้วก็รีบพยักหน้ารับคำทันที
ไปซิฮะ เหนียวตัวจะแย่อยู่แล้ว
ไปเล้ย.. เสียงคนหลายคนเห็นด้วย พวกคนงานรวมทั้งจุนโนะต่างเฮละโลเดินเลี่ยงมายังท้ายไร่
ซึ่งเป็นที่ที่จุนโนะไม่เคยไปมาก่อน
เสียงน้ำไหลดังอยู่ไม่ห่าง เมื่อแหวกพงหญ้าสูงท่วมเอวออกแล้ว จุนโนะก็ได้เห็นบรรยากาศอีกอย่างหนึ่ง
กลิ่นใบหญ้าสดและน้ำใสไหลรินอยู่ตรงหน้า สัมผัสได้ถึงความเย็นสดชื่นรินรดอยู่รอบกาย
ใครคนหนึ่งโดดลงลำธารใสก่อนเป็นคนแรก และตามมาด้วยคนที่สองและคนที่สาม และต่อๆ
มา จุนโนะยืนดูได้ไม่นานก็ทนไม่ไหว เห็นเสื้อผ้าของคนอื่นถอดเอาไว้ข้างตลิ่งเป็นแห่งๆ
เขาก็เลี่ยงไปที่สุดโคนต้นไม้ มองซ้ายมองขวาแล้วก็ถอดเสื้อผ้าล่อนจ้อนเหมือนคนอื่นๆ
จากนั้นก็หลับหูหลับตาโดดตูมเดียวไปลอยคออยู่ในน้ำใสๆ ที่ลึกถึงอกแล้ว
โอย.....เย็นจัง..... จุนโนะหัวเราะ ยิงฟันอย่างสดชื่น ว่ายมารวมกลุ่มกับคนอื่น
ที่ให้ความเป็นกันเอง
ดำไปเอาทรายจากข้างใต้นี่ขัดตัวซิไอ้หนู จะได้ช่วยให้หายคัน หนุ่มใหญ่กลางคนบอก
เขาดำลงไปใต้น้ำ ควักทรายหยาบจากพื้นที่เหยียบ มาถูตัวให้จุนโนะดูเป็นตัวอย่าง
จุนโนะก็เลยลองดำดู น้ำเย็นไหลมากระทบหนังศีรษะและหน้าตา ทำให้เขารู้สึกสดชื่นมากมาย
ทรายหยาบถูกนำมาถูตัวถ้วนทั่วทุกคน
จริงด้วยฮะ... หายคันแล้ว จุนโนะตะโกนลั่น แล้วก็ไม่เลิกขัดตัว ขัดอยู่นั่นจนผิวหนังตึงเปรี้ยะ
คนอื่นต่างก็จับกลุ่มคุยกัน โดยมีจุนโนะร่วมวงด้วย
จนตัวเริ่มเย็นแล้วนั่นแหล่ะ ถึงได้ทะยอยขึ้นฝั่งทีละคนสองคน ...จนกระทั่งกลุ่มสุดท้าย
พี่คนงานร่างท้วมก็สะกิดจุนโนะแล้วบุ้ยไปที่ร่างของใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่ริมตลิ่ง
ดูซิวะใคร.... พี่เห็นยืนมองนายอยู่ตั้งนานแล้ว ดูไปดูมาหน้ามันคุ้นๆ ว่ะ
จุนโนะหันไปดูบ้าง แสงอาทิตย์ที่ฉายแสงอยู่ด้านหลังของร่างสูงสง่าคนนั้น ทำให้เห็นหน้าไม่ชัดนัก
นอกจากจะเห็นแต่เงาทะมึนทาบทับเหนือท้องฟ้า
ใครวะ? ใครคนหนึ่งพูดด้วยความไม่พอใจ ดูก็รู้ว่าไม่ใช่คนในไร่ แต่บังอาจเข้ามาจนถึงในนี้
.... แถมมายืนกอดอกนิ่งดูพวกคนงานว่ายน้ำเล่นอีกต่างหาก
จุนโนะสังหรณ์วูบหนึ่ง ผู้ชายคนนั้นรูปร่างคุ้นๆ นะ ลองว่ายเข้าไปดูหน้าดีกว่า
จุนโนะว่ายน้ำเบี่ยงแสงอาทิตย์มาด้านหนึ่งของของลำธาร ชายคนนั้นก็หันหน้าตาม พอลับเหลี่ยมของแสงแดด จึงทำให้เห็นใบหน้านั้นชัดเจน
จ๊ากส์......ไม่น้า...า..า....!!
จุนโนะอุทานออกมา ร่างผงะ หงายหลังตูมกับผืนน้ำ แต่ก็ยังทันที่จะได้ยินเสียงจากชายคนนั้นตะโกนเสียงห้วนมาว่า
จุนโนะ!! ขึ้นมาหาฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!!
******************************
to be continue