Vol 7

 

******************************

จุนโนะบอกเลขาหน้าห้องว่าขอลางานเพื่อกลับแคมป์ก่อน ในเวลานั้นคงไม่มีแก่ใจจะกลับไปทำงานต่อแล้ว จากนั้นก็เดินลิ่วๆ เพื่อไปค้นหาความจริง คุณเลขาคนที่หนึ่งไม่ได้ให้ความกระจ่างกับเขาสักเท่าไร ถามอะไรแต่ละอย่างก็เอาแต่อ้ำๆ อึ้งๆ และไม่กล้าสบตาเขาอีกต่างหาก อย่างดีก็แค่ถามว่า แก้มซีกหนึ่งไปโดนอะไรมาถึงเป็นรอยห้านิ้วแบบนั้นน่ะ...

จุนโนะโลดแล่นกลับแคมป์ พบแต่กองคาราวานว่างเปล่า ยังไม่มีใครกลับมาสักคน เขาคว้าจักรยานได้ก็ปั่นเข้าตัวเมืองทันที ....ร้านอินเทอร์เน็ตคือเป้าหมาย โชคดีที่มันตั้งอยู่แค่ปากทางเข้าเมืองซึ่งจุนโนะเคยผ่านตาตอนขี่รถมาซื้อกับข้าวเมื่อมาถึงที่นี่วันแรก...คราวนี้แหละจะได้รู้กระจ่างกันเสียที ว่าอะไรเป็นอะไร

เพียงสอบถามถึงชื่อเว็บไซต์ประจำท้องถิ่น เจ้าของร้านก็เปิดนำร่องให้ก่อน เด็กหนุ่มพึมพำขอบใจแล้วก็หันจอมอนิเตอร์หนีสายตาของคนอื่นทันที
....คลิ้กแรกที่เปิดเข้าไป...ก็ยังไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่พอท่องเว็บไซต์ลึกไปเรื่อยๆ จนถึงหัวข้อ...

....ภาพฉาวของคนดังแห่งท้องถิ่น....

....ลองเปิดเข้าไปดูทีรึ....
เขาไล่ไปตามข้อมูลต่างๆ มีคนดังก่อเรื่องอื้อฉาวมากมาย ....รวมถึง.....

...ล่าสุด...อะกานิชิ จิน ทายาทหนุ่มเจ้าของธุรกิจอุตสาหกรรมทำกระจกและเครื่องแก้ว....

หัวใจจุนโนะแทบหยุดเต้นแค่รูปตัวอย่างที่โพสต์มาลงก็ทำเอาหัวใจหวิวแล้ว

รูปเล็กที่สามารถเปิดเข้าไปดูภาพใหญ่ได้อีกนั้น ...ใช่แน่แล้ว ...
ร่างของสองหนุ่มที่กำลังนอนทาบทับกันอยู่บนเตียง ...สาบานได้...เป็นรูปเขากับจินนั่นเอง เท่าที่เห็น มีเกือบยี่สิบรูปได้ละมัง
แต่ละท่านี่ ให้ตายเหอะ... เล่นหนังเอ็กซ์กันได้สบายมาก

จุนโนะเหลียวซ้ายมองขวา ไม่มีใครในนั้นสนใจเขา ก็โล่งใจ รีบย่อจอให้เหลือเล็กลง จัดแจงเซฟรูปใส่ไดร์ฟที่เอาติดตัวมาด้วย การได้รู้ได้เห็นรูปพวกนี้มันทำให้สั่นไปหมดทั้งกายและใจ

บ้าที่สุดเลย ไอ้คนถ่ายรูปบ้าๆ นี่ มีการจัดท่า และจัดฉากให้เสร็จสรรพ เขากับจินต่างก็ถูกวางยาด้วยกัน ไม่มีวันจะลุกมาคลุกเคล้ากันแบบนั้นแน่นอน หน้าตาก็เอียงหากล้องอีก และยังจะเปลือยกายกอดกันอีก....โอย.... หัวใจจะวาย มิน่าล่ะ คุณเลขาถึงไม่ยอมบอกอะไรสักคำ
เขาเองยังอาย แล้วจินล่ะ ต้องออกไปทำธุรกิจในเมืองตลอดเวลา จะเอาหน้าสู้ใครได้ ... ความจริงจินน่าจะเดือดร้อนมากกว่าเขาหลายเท่านัก
แต่เท่าที่เขาเห็น จินยังคงทำตัวเป็นปกติ ไม่มีทีท่าว่าจะกังวลอะไรเลย ... ทำได้อย่างไรกันนะ...แค่นี้เขายังอาย เจ้านายของเขาถ้าไม่หน้าด้าน หน้าทนก็คงความรู้สึกตายด้านละมัง ....

จุนโนะดึงไดร์ฟออก และก็จ่ายเงินค่าชั่วโมงเน็ต รีบร้อนออกไปจากร้านจนเจ้าของร้านแปลกใจ เขารีบห้อรถกลับแคมป์ เป็นจังหวะเดียวกับที่พวกเพื่อนเริ่มทะยอยกันกลับแล้ว เริ่มด้วยยามะพีมาพร้อมกับอุจี้กับพี่ไอบะ ส่วนโคกิและอุเอดะคงไปหาที่จู๋จี๋กันต่อในเมือง
พอร่างโปร่งจอดรถจักรยานปุ๊บ ยามะพีก็วิ่งหน้าเริ่ดมาหาทันที
“จุนโนะ...ะ..ะ......”
“มะพี.... มานี่หน่อย” จุนโนะดึงแขนเพื่อนซี้ได้ก็ลิ่วๆ ปลิวไปนั่งที่เนินหญ้าใกล้ต้นไม้ใหญ่ ซึ่งเป็นสถานที่โปรด
“ไอ้โนะ ฉันมีเรื่องจะถามนาย” ยามะพียิงคำถามทันที
“ฉันก็มีเรื่องจะเล่า...แย่แล้ว...ฉันน่ะ ...อยากร้องไห้ง่า...” จุนโนะทำตาแดงๆ ปากบางเบะพร้อมเสมอที่จะร้อง ยามะพียกมืออุดปากจุนโนะ แล้วก็บอกว่า
“ฉันมีอะไรมาให้นายดู ไม่รู้ว่าเห็นหรือยัง ถ้ายังก็อย่าช็อคนะ!!”
“อย่าบอกนะว่าเป็นรูปนั้นง่ะ”
“นี่ไง...” ยามะพีชูกระดาษขนาด A 4 ที่ปริ้นต์ในที่ทำงานตรงหน้าจุนโนะจนแทบจะแปะหน้า
“โฮ้ยย....ใช่จริงๆ ด้วย....ฮึก...” น้ำตาร่วงพรู จุนโนะทรุดตัวนั่งแหมะบนหญ้า ยกมือปิดหน้า แล้วร้องแต่ว่า
“จะทำยังไงดี....จะทำยังไงดี....ฮือ......อับอาย จนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนแล้ว”
“เอาไว้บนคอนายนั่นแหล่ะ แล้วก็เลิกฟูมฟายได้แล้ว จุนโนะบอกมาซะดีๆ ว่าแกไปทำอะไรจึ๊กกะดึ๋ยกับเจ้านายตั้งแต่เมื่อไรกัน? ไม่น่าเลยนะจุนโนะมีประสบการณ์ก่อนฉันได้ไง....โธ่!!”
“ไอ้พี.... ฉันเปล่าทำนะเว้ย... ฉันไม่ได้ทำจริงๆ นะ ฉันจะเล่าให้นายฟังทั้งหมดเลย...หมดไส้หมดพุงไม่มีปิดบังอีกแล้ว นายตั้งใจฟังนะ แล้วก็ช่วยฉันแก้ปัญหาด้วย” จุนโนะเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนรักฟัง ไม่มีขยักเอาไว้แม้แต่เรื่องโดนคู่หมั้นของจินตามมาตบถึงที่ทำงานเขาก็เล่า

คนฟังนั่งกอดเข่าอ้าปากหวอ ตาที่โตอยู่แล้วยิ่งโตเข้าไปใหญ่ เมื่อจุนโนะเล่าจบ ยามะพีก็ล้มตัวนอนแผ่หราตรงนั้นเอง
“ซวย...ซวยทั้งปี...ซวยทั้งชาติ แบบนี้ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่แกเอ๋ย...”
“แล้วฉันควรจะทำอย่างไงดี...”
“ลาออกซะ!!” ยามะพีโพล่งออกมา เล่นเอาจุนโนะสะดุ้งโหยง
“ลาออก!!.....”
“เออ!! ลาออก... หรือว่านายยังจะมีหน้าไปทำงานที่นั่นอีกหา? จนถึงขนาดนี้แล้วนะจุนโนะ”
“แต่ฉัน.......” ร่างสูงทำท่าลังเล เขากัดปากจนเจ็บ หันมามองยามะพีที่กระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งแล้ววางมือที่บ่าของเพื่อนรัก
“นายมีทีท่าลังเล แบบนี้จะให้เข้าใจว่า ยังอาลัยอาวรณ์ในงานหรือนายจ้างกันแน่”
“กว่าจะเปิดเทอมก็อีกสองเดือน ระหว่างนี้ฉันจะทำอะไรง่ะ”
“ฉันจะลองไปถามพี่ๆ ที่ทำงานดูว่าเขาพอจะรับนักศึกษาฝึกงานอีกหรือเปล่า”
“อือ.....ก็ได้ แต่...เรื่องที่ฉันมีรูปลงเน็ต พวกพี่ที่ทำงานนายเขาเห็นกันหมดหรือเปล่า?” จุนโนะเล่นถามคำถามที่ยามะพีต้องนิ่งอึ้ง .....
“เออ...จริงซิ...คือ...เอ้อ....ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่”
“ฉันถามว่า พวกเขาเห็นกันแล้วใช่หรือเปล่า??”
“อือ.....” ยามะพีพยักหน้างึกๆ จุนโนะเบะปาก รีบส่ายหน้าทันที
“งั้นฉันไม่ไปง่ะ... ไม่เอาหรอก ทำงานที่นั่น เห็นหน้าฉันกันหมด อาย...อายโว้ย!!”
“นายก็ไปทำที่ไหนๆ ในเซนไดไม่ได้อยู่ดี เพราะเน็ตท้องถิ่นน่ะมันถึงกันหมด ถึงนายไม่ได้ทำโรงงานกระดาษที่ฉันทำอยู่ นายไปทำที่อื่นก็ต้องเจอปัญหาเดียวกันนั่นแหล่ะ ...ปิดเทอมที่เหลือนายอาจจะช่วยพวกเราดูแลแคมป์ไปก่อนก็ได้ หรือว่าจะไปทำงานเล็กๆ น้อยๆ ในเมืองก็ได้ เลือกเอานะจุนโนะ”
จุนโนะนิ่งคิด เห็นดีไปกับคำแนะนำของยามะพี ... หรือว่าเขาจะลองไปสมัครงานในที่ที่ไม่มีคนเล่นเน็ตดี จริงสิ ไร่ฝ้ายแห่งนี้ถึงจะปลูกมาอย่างงั้น แต่ว่าจินก็ไม่ถึงกับทิ้งร้าง เขาเคยเห็นมีคนงานเดินเข้าๆ ออกๆ ที่แห่งนี้ด้วย เดินลึกเข้าไปในไร่อาจจะมีงานให้ทำก็ได้ ... หรือว่าจะไปขอให้คุณเลขาคนที่หนึ่งช่วยฝากให้ดี...
“ว่าไง จุนโนะ” เสียงยามะพีถามขึ้นมา เขาวางคางไว้บนเข่า มองจุนโนะตาแป๋ว
“พรุ่งนี้ฉันจะลองไปสมัครข้างในไร่ดู”
“ทำไร่??”
“เออเด่ะ.... จะไปทำอะไรได้อีกล่ะ ก็ดีวะ ถ้าได้ก็ดีวะ จะได้ไม่ต้องนั่งรถเข้าไปทำงานในเมืองด้วย” จุนโนะปลอบใจตัวเอง ในใจเห็นบ้านใหญ่โตของจินที่เขาเดินเข้าออกจนรอบบ้าน จนเดี๋ยวนี้ชักจะชินแล้ว นึกแล้วก็เสียดายชะมัด เขาคงไม่ได้เข้าไปทำงานที่นั่นอีก อย่างน้อยก็ไม่กล้าเอาตัวเองไปเสี่ยงกับกรงเล็บตะปบของแม่เสือสาวคนนั้นแน่ๆ และแล้วดวงหน้าของใครอีกคนก็ซ้อนทับเข้ามา

...ดวงหน้า หล่อเหลา...ใจดีและมีแววล้อเลียนอยู่เป็นนิจ เรือนกายสูงโปร่ง สง่าผ่าเผย คนที่ทำให้เขาคิดถึงได้ในระยะหลังมานี้

...อะกานิชิ จิน...

นี่เขาคงไม่ได้ไปนั่งทำงานตรงหน้าจินอีกแล้วซินะ

“คุณจิน.....เฮ้อ.....เจ้านาย.....” จุนโนะเผลอครางออกมาเบาๆ ดวงตาเลื่อนลอยไร้จุดหมาย ถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยออกมานั้นยามะพีได้ยินเต็มสองรูหู เขาชะงัก เบิกตากว้าง
“จุนโนะ ...คงไม่ได้หมายความว่านาย....นาย...ชะ...ชอบคุณจินนะ”
“เฮ้ย....บ้า...เปล่าน้า.า...า...” สองมือปฏิเสธให้ว่อนไปหมด แต่หน้าตานี่ซิ ไม่ว่าจะปฏิเสธเสียงแข็งอย่างไร ก็ยากที่จะซ่อนหน้าแดงๆ ของตัวเองได้
“หน้าแดงแจ๊ดแบบนี้ยังจะมาปากแข็งอีกแน่ะ”
“เปล่าซะกะหน่อย ...แหม เพิ่งรู้จักได้ไม่กี่วัน จะชอบได้ไง บ้าจริงนายนี่”
“ทำไมง่ะ เจอกันครั้งแรกก็ยังรักกันได้เลย เขาเรียกว่ารักแรกพบไง” ยามะพีอยากจะต่อประโยคว่า...อย่างฉันไงล่ะ.....กับนายช่างคนนั้น....
คาเมนาชิ คาซึยะ.......
แต่อย่าเพิ่งบอกอะไรตอนนี้ให้จุนโนะรู้ดีกว่า เขาเองก็ไม่แน่ใจว่า คาเมะจะรักจะชอบเขามากน้อยแค่ไหน ...เอาไว้ให้แน่นอนกันเสียก่อน เขาจะบอกให้จุนโนะรู้เป็นคนแรกเลย...
“ฉันไม่ได้ชอบคุณจินแบบนั้นหรอกนะ มันเร็วเกินไป...แล้วอีกอย่างเขาก็หัวใจไม่ว่าง มีคู่หมั้นแล้ว แถมยังรวยอีกต่างหาก” จุนโนะพูดออกมา
“ถ้าเขาเกิดสนใจนายขึ้นมาล่ะ ...ฉันว่า... เขาชอบนายนะจุนโนะ... ไม่เชื่อลองกลับไปดูใหม่ก็ได้” ยามะพียุส่ง ซึ่งอีกฝ่ายก็ส่ายหน้าแรงๆ
“ไม่เอาง่ะ ฉันไม่ไปทำงานกับเขาอีกแล้วล่ะ เรื่องบ้าๆ นั่น ฉันไม่กล้าสู้หน้าใครในบ้านอีกแล้ว รวมทั้งเขาด้วย”
“งั้นก็ตามใจนะ พรุ่งนี้ลองทำอย่างที่พูดก็ได้ ไปสมัครทำงานในไร่นี้ดู แต่ว่าง่ะนะ ยังไงๆ ซะ ที่นี่ก็เป็นของคุณจินอยู่ดีล่ะแกเอ๋ย.......”
“นั่นสินะ ยามะพี” จุนโนะทำหน้ามุ่ย จนยามะอดหัวเราะไม่ได้ เขาลุกขึ้นยืนปัดกางเกงแล้วก็ชวนจุนโนะไปทำอาหารเย็น...ทิ้งเรื่องต่างๆ ไว้ทางเบื้องหลัง จากนี้ไปก็ต้องเป็นเรื่องของจุนโนะที่จะแก้ปัญหาเอาเองซินะ

ร่างสูงเดินตามหลังยามะพีต้อยๆ กลับไปที่แคมป์ เพียงแค่คิดว่าพรุ่งนี้จะไม่ได้ไปทำงานที่บ้านใหญ่นั่นอีกแล้ว เขาก็อดใจหายไม่ได้ ....หรือว่าเขาจะชอบ อะกานิชิ จิน จริงๆ อย่างที่ยามะพีสงสัยเอาไว้
.....ไม่น่า......
มันเร็วเกินไป...เมื่อหลายวันก่อนเขายังชอบพี่ไอบะ มาซากิ อยู่เลย ...
...อะไรมันจะรวดเร็วขนาดนี้... หรือว่าเขาชอบคนง่าย...
...โอย....คิดมาถึงตรงนี้ ก็ยิ่งบอกตัวเองว่า ...คงกลับไปทำงานกับจินไม่ได้แล้วจริงๆ ง่ะแหล่ะ....

*******************************

เช้าวันต่อมา
อะกานิชิ จิน เข้ามาในห้องทำงานตั้งแต่แสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณฉายแสง เขามองไปยังที่นั่งอันว่างเปล่าซึ่งเป็นที่ทำงานของเลขาหน้าหวาน ....จุนโนะสุเกะ
แฟ้มต่างๆ ที่จุนโนะทำเอาไว้ให้ วางเป็นระเบียบเรียบร้อย และแฟ้มที่ยังไม่ได้คัดแยก ก็วางเอาไว้รอท่าอยู่อีกด้านหนึ่ง
จินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ เขาประสานมือไว้ใต้คาง นิ้วเรียวยาวถูกยกขึ้นมาลูบคาง เหมือนกับจะรอเวลาให้ผ่านไป เพื่อที่คุณเลขาสำรองจะโผล่หน้าหวานๆ เข้าประตูมา.........

คุณเลขาคนที่หนึ่ง ยกน้ำชาและอาหารเช้าเข้ามาให้ ขณะนั้นก็สายมากแล้ว เมื่อเขากำลังจะหันกลับ จินก็เรียกมาถาม
“จุนโนะยังไม่มาหรือไง?”
“ยังครับคุณ...”
“เอ....ปกติก็ไม่เคยมาสายนี่นะ วันนี้ทำไมยังไม่มา” จินตั้งข้อสงสัย มองไปที่จานอาหารเช้า แล้วก็หมุนแก้วน้ำชาเล่น
“ปกติก็มาแล้วนะครับ แต่วันนี้ยัง..... สงสัยว่าจะไม่มา” คุณเลขาโค้งตัว

จินเงยหน้าขึ้นทันที
.....จริงสิ.....
เมื่อวานมีเรื่องถึงขั้นตบหน้ากัน คู่หมั้นคนงามตามมาเล่นงานจุนโนะถึงที่นี่ โดนตบไปเต็มๆ แบบนั้น จุนโนะสุเกะจะมาทำงานหรือเปล่านะ........

“ฉันจะรอเขา.....” จินโพล่งออกมา พยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้คุณเลขาออกไปได้ ......จากนั้น.........ก็ทำงานรอ....

เมื่อเวลาผ่านไป จินเหลือบมองนาฬิกา เกือบจะครึ่งวันเข้าไปแล้ว จุนโนะก็ยังไม่มา เขาโทร. หา ก็ไม่รับสายอีก เหลือไว้แต่เสียงให้ฝากข้อความ
“ไปไหนของเขานะ?” จินกัดริมฝีปาก นิ่งคิด ในใจก็แป้ว สังหรณ์ใจอย่างไรชอบกลว่า อีกฝ่ายคงจะไม่มาแน่แล้ว
“รอดูไปก่อนละกัน” จินคิด แต่วันนั้นทั้งวันเขาก็นั่งไม่ติด ลุกไปถามเลขาหน้าห้องหลายครั้งแล้วว่าจุนโนะติดต่อมาหรือยัง แต่ก็ได้รับการส่ายหน้ากลับมาทุกครั้ง

จินเดินกลับไปทำงานอย่างหงอยๆ จนเมื่อเวลาผ่านไป... เสียงเคาะประตูดังขึ้น จินรีบเงยหน้าขึ้น มองเขม็งไปที่ประตู เหมือนกับจะรอความหวังอะไรสักอย่าง แต่เมื่อเป็นร่างบางของคุณเลขาเดินเข้ามา จินก็ส่ายหน้าถอนหายใจดังเฮ้อ.....
“คุณจินมีประชุมกับบริษัทใหญ่นะครับ เวลาสิบห้านาฬิกา” คุณเลขาบอกพลางชี้ที่นาฬิกา
“อือ....จริงสิ ลืมไป งั้นฝากที่นี่ด้วยละกัน ถ้าจุนโนะมาก็บอกให้คอยก่อนนะ จะรีบไปรีบกลับ” จินฉวยสูทพาดแขน เขาสั่งการเป็นมั่นเหมาะ จนคุณเลขาขมวดคิ้ว
..... นี่เจ้านายของเขายังมีความหวังที่จะรอคอยการมาของเด็กหนุ่มคนนั้นอีกหรือ

*************************

ภายใต้แสงอาทิตย์อันแรงกล้า ลมร้อนพัดโฉบไร่ฝ้ายให้ร้อนวูบ ...ไอแดดแผดเผาจนผิวหนังแทบละลาย จุนโนะสุเกะเดินปาดเหงื่อออกมาจากไร่ฝ้ายที่ปลูกเป็นแถวเป็นแนว เดินตัดข้ามคันดินเข้าไปในสำนักงานเล็กๆ กลางทุ่ง โชคดีที่เรือนไม้หลังนั้นปลูกอยู่ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ จึงทำให้ภายในห้องทำงานนั้นคลายความร้อนไปได้บ้าง
ชายวัยกลางคนเงยหน้าจากโต๊ะทำงาน เขาเลิกแว่นขึ้น มองหนุ่มน้อยหน้าใสที่เดินเข้ามา จุนโนะถอดหมวกฟางมาพัดกระพือให้ความเย็นกับตัวเอง
หลังจากตอนเช้าเดินกล้าหาญเข้ามาสมัครงาน ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าเขาจะรับหรือเปล่า และก็โชคดีที่เจอกับคนใจดีอย่างคุณฮิงาชิ ซึ่งสั่งให้เขาเดินดูรอบๆ ไร่ได้สักพัก ถ้าพอใจก็ให้กลับมา
“เป็นไงไอ้หนู เดินชมไร่แล้วพอไหวมั้ยล่ะ” เขาถาม
จุนโนะยิ้มแห้งๆ แล้วก็พยักหน้างึกๆ
“ดีฮะ แห้งแล้งดี...เอ้อ...ผมหมายถึงว่า ได้ผลผลิตดี ฝ้ายกำลังออกดอกบานสะพรั่ง ขาวเต็มต้น นุ่มมือด้วย” จุนโนะสาธยายถึงดอกฝ้ายที่ได้ไปเห็นมา อยู่กลางไร่แบบนี้ ไม่นึกว่าจะได้เจอกับทุ่งดอกฝ้ายอันสวยสดงดงาม แค้มป์ของเขาตั้งอยู่รอบนอก จึงเห็นแต่ต้นแห้งๆ ที่ไม่ค่อยมีใครเอาใจใส่นัก พอขี่จักรยานเข้ามาข้างในถึงได้รู้ว่า มันมีดีกว่าที่คิด.....

ผู้สูงวัยมองดูเขาแล้วก็ลุกมาเปิดตู้ทำงาน รื้อสมุดปกแข็งเล่มใหญ่ออกมาวาง ปากก็พูด
“ก็ดีนะที่เห็นความแห้งแล้งเป็นความสวยงาม นายนี่มันมีอารมณ์ดีจริงๆ ไอ้ไร่แห่งนี้น่ะ เจ้าของเขาไม่ค่อยสนใจหรอก ปลูกทิ้งๆ ขว้างๆ พอดีมันมีคนงานทำงานกันอยู่ เขาก็เลยไม่รื้อทิ้ง คงเห็นแก่ลูกตาดำๆ ของคนจนๆ นั่นแหล่ะ มันก็ดีไปอย่าง ถึงไร่จะให้ผลผลิตดีหรือไม่ดี เขาก็ไม่สนใจหรอก เพียงแต่จ่ายเงินเดือนให้ตรงตามเวลาเท่านั้นแหล่ะ ไอ้รายได้ที่เก็บจากฝ้ายน่ะมันยังน้อยกว่าเงินเดือนของคนงานที่นี่อีก ...แต่กับนายนี่ ถ้าจะมาทำ ฉันก็พอจะเจียดเงินส่วนกลางมาจ้างนายได้ ... เรียนอยู่มหา'ลัยใช่ไหมล่ะ?” เขาหันมาถาม
“ครับ...”
“งั้นก็คงไม่ถนัดงานกลางแจ้งล่ะซิ”
“ก็พอทำได้ฮะ ไม่เลือกงาน”
“เออดี...... งั้นทำไอ้นี่ล่ะกัน...” เจ้าของเรือนที่แนะนำตัวเองว่า ชื่อฮิงาชิ ชี้ไปที่สมุดปกแข็งที่วางอยู่ตรงหน้าจุนโนะ เมื่อเด็กหนุ่มเปิดออกดูก็เห็นว่ามันเป็นสมุดบัญชี และรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ ยาวเหยียด รวมถึงตารางเงินเดือนของคนงานด้วย
“ทำเป็นมั้ย ก็ลงบัญชีเบิก-จ่าย และก็จดบันทึก วันขาด วันลา และก็บันทึกเงินเดือนคนงาน ฉันเองน่ะทำทุกอย่างในสำนักงานนี่ พอมาเจอพวกตัวเลขเยอะๆ แล้วมันมึนว่ะ...ฮ่า...ฮ่า... ไอ้หนู ...ผิวบาง หน้าสวยแบบนี้ มาช่วยงานเบาๆ ดีกว่า เดี๋ยวผิวจะเสียโม้ด”
“ผมทำได้ฮะ... เอ้อ....ที่นี่ไม่มี.......เอ้อ......” จุนโนะทำมือเป็นรูปสี่เหลี่ยม แล้วก็เหลียวมองไปรอบกาย
“อะไรวะ?”
“คอมพิวเตอร์น่ะฮะ มีมั้ย” จุนโนะถามเสร็จก็ได้รับการหัวเราะก๊ากจากหัวหน้างานเป็นคำตอบ ชายกลางคนหัวเราะจนพุงกระเพื่อม
“โห้ย....ไม่มีหรอก ไอ้เครื่องนั่นน่ะ ต้องใช้ด้วยเรอะ?”
“ไม่ใช้ก็ได้ฮะ ไม่มีก็ดี” จุนโนะพึมพำ พลางนึกไปถึงคอมพิวเตอร์ในร้านค้าในเมืองที่เขาเห็นภาพตัวเองกับจินเมื่อวาน ... เออดี ไม่มีก็ดีไปอย่าง เห็นแล้วสยอง....

เขาหยิบสมุดหลายเล่มออกมาวางเรียงๆ กัน ปากเป่าฝุ่นออกจนสะอาด แล้วก็วางซ้อนๆ กันบนโต๊ะที่คุณฮิงาชิชี้ให้นั่ง ซึ่งมันก็อยู่ติดหน้าต่าง มองออกไปด้านนอกก็ต้องสะดุ้ง เพราะเจอะกับลำต้นของไม้ใหญ่ที่ขึ้นบังร่มเงาให้เรือนไม้นั้นพอดี มิน่าล่ะ ถึงว่า ทำไมที่นี่มันถึงได้ดูทะมึนๆ ชอบก้ล ใครหนออุตริมาเจาะหน้าต่างตรงพอดีกับลำต้นไม้ได้นะ มีช่องลมผ่านให้ลมเข้าออกได้นิดเดียวเอง มองทิวทัศน์อะไรไม่เห็นเลย เห็นแต่เปลือกไม้

ในห้องนี้มีหน้าต่างแค่สองบาน บานหนึ่งนั้นเปิดกว้างรับลมร้อนจากภายนอก เป็นที่ตั้งของโต๊ะหัวหน้างาน และอีกบานหนึ่งก็คือบานที่จุนโนะจะมาทำงานตรงนั้นแหล่ะ เด็กหนุ่มนั่งแหมะที่เก้าอี้ไม้ พอขยับตัวก็ดังเอี๊ยดอ๊าด เล่นเอาคุณฮิงาชิขยับแว่นแล้วก็หัวเราะ
“นั่งตามสบาย ไม่ต้องเกร็ง มันไม่หักหรอกน่า”
“........ไม่หักแต่ต้องนั่งเฉยๆ ใช่มั้ยฮะ”
“ฮ่า..ฮ่า...ซ่อมเองได้มั้ยล่ะ” เจอย้อนถามแบบนี้ จุนโนะก็พยักหน้าสู้
“ได้ฮะ...”
“เอา...เอาเลย จัดการตามใจชอบ” คุณฮิงาชิโบกมือ แล้วก็ชี้ไปที่ลังเครื่องมือซ่อมซึ่งวางอยู่ข้างตู้ทำงาน

จุนโนะอดหัวเราะตามไม่ได้ ดูเหมือนคุณฮิงาชิจะเป็นคนง่ายๆ เห็นอะไรเป็นเรื่องเล็กไปซะหมด อย่างงี้อยู่ด้วยแล้วสบายใจดี นั่งทำงานด้วยแล้วไม่เกร็ง ...... เขาลุกไปค้นค้อนกับตะปู แล้วก็มาตอกกับเก้าอี้ไม้ ตอกไปก็อดนึกไปถึงห้องทำงานสุดหรูที่บ้านของจินไม่ได้ ...มันต่างกันราวฟ้ากับดิน เก้าอี้บุนวมนุ่มๆ โต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งขัดจนขึ้นเงา และคอมพิวเตอร์ดีๆ ที่วางอวดโฉมอยู่ในห้องโอ่โถง .......มันเทียบกันไม่ได้เลยล่ะกับห้องนี้ ........

.....เหมือนตกสวรรค์ยังไงยังงั้น......

แต่พอเหลือบมองคุณฮิงาชิ หัวหน้าคนงานไร่ฝ้าย เขาก็แทบลบภาพห้องทำงานของจินออกไปจากใจ ... ชายกลางคนคนนี้ดูเรื่อยเฉื่อยๆ แต่ก็ท่าทางซื่อสัตย์ และรักคนงาน อยู่ด้วยคงสบายใจดี
จุนโนะขยับเก้าอี้ที่เขานั่งตอกโป๊กๆ เห็นแข็งแรงดีแล้ว ก็หันไปชูนิ้วโป้งให้คุณฮิงาชิ...
“เก่งนี่หว่า ไอ้หนู หวังว่าคงทำงานให้สนุกนะ”
“ครับ.....” จุนโนะตอบรับพร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจ.......คงจะทำงานได้นานอยู่หรอก ถ้าไม่มีเรื่องมาให้ร้อนใจ
....................

******************************

“จุนโนะล่ะ?”
เป็นประโยคแรกที่จินถาม หลังจากที่เดินทีเดียวสองขั้นขึ้นมาบนห้องทำงาน
“คุณจิน กลับมาแล้ว......” คุณเลขาออกมารับหน้า

จินถามต่อ
“จุนโนะมาหรือยัง?”
“ยังครับ?”
“อ้าว??”
“ไม่เห็นมานี่ครับ”
“เอ๊??” จินมองนาฬืกาข้อมือ ป่านนี้แล้ว หกโมงเย็น วันนี้จุนโนะไม่มา อะไรของเขานะ

“อ้าว...คุณจินจะไปไหนครับคุณ?”
“....เออน่า...เดี๋ยวมา ไม่ต้องตั้งโต๊ะอาหารนะ” จินสั่งแล้วก็เดินแกมวิ่ง ลงบันไดออกไปขึ้นรถ ขับตรงไปที่ไร่ฝ้าย
“อะไรวะ...มาเหมือนพายุ ไปเหมือนเฮอริเคน สงสัยไม่แคล้วไปหาไอ้หนูคนสวยนั้นแน่ๆ”

***********************

จุนโนะกำลังนั่งเล่าเรื่องที่ทำงานในวันนี้ให้เพื่อนๆ ฟัง ทั้งหมดนั่งล้อมวงสนทนากันรอบกองไฟ มีเตาย่างบาร์บีคิวอยู่กลางวง เสียงรถวิ่งเข้ามา ทำให้จุนโนะหยุดเล่า และก็ดูเหมือนทุกคนจะคอยเงี่ยหูฟังด้วย
“เสียงรถคุ้นๆ ง่ะ” จุนโนะทำหน้าสงสัย แต่ก็ไม่นานนัก เขาก็ใจเต้นแรงเมื่อรถสปอร์ตคันหรูของอะกานิชิ จิน วิ่งฝุ่นตลบเข้ามาจอดต่อจากรถพ่วงนอนของพวกเขา
“คุณจิน!!” จุนโนะผุดลุกขึ้นทันที
“ฉันว่าแล้ว.......” คราวนี้เป็นเสียงลากยาวของยามะพี หนุ่มน้อยเงยหน้ามองเพื่อนตัวสูงเขม็ง หน้าตาของจุนโนะดูตื่นๆ มือกำไม้บาร์บีคิวแน่น จนดูเหมือนเป็นเกร็ง เขาก็เลยแงะนิ้วของจุนโนะออกทีละนิ้ว แล้วก็ดึงเจ้าไม้นั่นมาถึงไว้ซะเอง จุนโนะก้าวออกไปก้าวหนึ่ง
“คุณจินมา.....”
“มาตามถึงที่นี่เลยว้อย.....มีนายจ้างที่ไหนเขาทำกันมั่ง” โคกิยืนเท้าเอว เขม้นมองอีกคน
“เองว่าเขาติดใจไอ้โนะมันมั้ยวะ ในเน็ตนั่นน่ะ มันยังไงๆ อยู่นา”
“ไอ้บ้า...ก็จุนโนะเขาเล่าให้ฟังแล้วไง ว่าถูกวางยา คุณจินก็แค่มาตาม” ยามะพีแก้แทน ค้อนคนพูดขวับ
“แต่มันน่าคิดนาเว้ย... ดูท่าไอ้โนะมันทำซิ ถลาเข้าไปหาแล้ว” โคกิพยักเพยิดไปทางจุนโนะซึ่งเดินจ้ำพรวดๆ เข้ามาหาจิน

.............

“คุณมาทำไม ยังมีหน้าจะมาอีกเหรอ... ผมไม่กลับไปทำงานด้วยหรอกนะ ลาออก!! ลาออกแล้ว... ไม่ต้องมาตามกลับหรอก ไม่ทำงานกับคุณอีกต่อไปแล้ว กลับไปซะเหอะ...ไม่มีประโยชน์หรอก” จุนโนะเท้าเอว ยื่นหน้ายื่นตาว่าฉอดๆ จนคนฟังอ้าปากหวอ
“ฟังฉันพูดก่อน” จินโบกมือ
“ไม่เห็นต้องพูดอะไรเลย ผมไม่ทำงานกับคุณ ไม่กลับไปให้คู่รักคุณตบเอาตบเอาอีกหรอก”
“เดี๋ยวฟังก่อนซิจุนโนะ”
“ไม่ฟัง!! กลับไปเหอะ!!”
“เดี๋ยวซิ”
“ก็บอกแล้วไงว่าลาออก!!”
“ไม่ให้ออก!!” จินคว้าข้อมือของจุนโนะหมับ แล้วก็ลากตัวมาข้างรถนอนซึ่งตัวรถสูงเสียจนบังพวกเขาจากสายตาอยากรู้อยากเห็นของพวกเพื่อนๆ จุนโนะ
“มาพูดกันก่อนนะ ฉันน่ะไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่คู่หมั้นตบนายเลย เขาเข้าใจผิด ฉันเองก็อธิบายให้เขาเข้าใจแล้ว”
“แล้วเขาเข้าใจมั้ยล่ะฮะ?” จุนโนะทำเสียงเยาะ เบนสายตามองข้อมือของตัวเองที่จินยังกุมไว้
“ไม่....ยังไม่เข้าใจ”

......พรืด.......

จุนโนะระบายลมหายใจดังพรืด....... ดวงตาคู่สวยตวัดค้อนขวับ พยายามบิดมือออกจากมือของจิน แต่จินฝืนไว้จนได้
“กลับไปทำงานเถอะนะ” จินอ้อนวอน ทั้งน้ำเสียงและสีหน้า
“ไม่ง่ะ ผมได้งานอื่นทำแล้ว”
“หา?.....ที่ไหน!!??” เสียงถามห้วนจัด แถมยังยื่นหน้าเข้ามาจนแทบติด
“ค....ค่อยๆ หน่อย ผมเจ็บ” จุนโนะกระตุกมือยิกๆ เมื่อรู้สึกว่าจินจะเผลอขย้ำข้อมือจนเริ่มเขียวแล้ว
“อ๊ะ....ขอโทษ ... ไหน บอกมาซิ ว่าไปได้งานทำที่ไหน?”
“ก็แถวๆ นี้แหละ”
“ที่ไหนเล่า?”
ชายหนุ่มคว้าข้อมืออีกข้างของจุนโนะมาไว้ในอุ้งมือ จับตรึงมือสองข้างกับตัวรถ เป็นการกักเด็กหนุ่มไว้ในวงแขน
“แถวนี้ง่ะ?” จุนโนะบุ้ยปากส่งเดชไปทางในเมือง
“ก็บอกมาซิว่าที่ไหน?” เสียงคนถามชักรัวจนเกือบจะเป็นตะโกนใส่ จุนโนะทำคอย่น แล้วก็ทำปากยื่นจนจินอยากจะบีบซะนัก
“ที่ไหน?”
“ใน...ใน...เมืองฮะ.......ที่ร้าน....ร้านขายของ......” ตอบส่งเดช เรื่องอะไรจะบอกความจริงล่ะ ก็ไร่ฝ่ายนั่นมันก็ของจินไม่ใช่หรือ......
จินลดความกระด้างในสีหน้าลง แต่ก็ไม่ยอมคลายมือออก ใบหน้าที่เกือบจะแนบชิดกันนั้นมีเพียงลมหายใจกั้นกลาง
จุนโนะหลุบดวงตาลง เห็นแผงขนตาอ่อนทาทาบ จินเห็นแม้กระทั่งละอองฝุ่นปลิวมาจับกับขนตานุ่มของเด็กหนุ่ม
“มองหน้าฉันหน่อยเป็นไร” เสียงต่ำๆ ของจินดังขึ้น ใกล้กันจนจุนโนะอดสะท้านหวั่นไหวไม่ได้
“มองทำไม?”
“อยากดูว่าพูดความจริงแค่ไหน?”
“ก็....บอกไปแล้วนี่ ว่าไปทำงานในเมืองจริงๆ”
“แน่นะ?”
“อือ.....” จุนโนะพยักหน้าหงึกๆ
“พูดอือกับผู้ใหญ่ได้ไง?”
“เอ้อ....ครับ.....”
“อย่าให้รู้นะแอบหนีไปเป็นเลขาของคนอื่น พ่อตามฉกตัวกลับจริงๆ ด้วย ....ไม่รู้ล่ะ... วันจันทร์หน้าต้องกลับมาทำงานที่เดิม นั่งทำงานตรงหน้าฉัน ถ้าไม่ไปทำ จะตามฉุดให้ถึงที่เลย ไม่เชื่อคอยดู” จินสั่งด้วยเสียงพร่าพราย เขาขยับหน้าจนริมฝีปากกระทบกับสันจมูกของจุนโนะ เสียงพูดราวกับจะสั่งนั้นจึงดังแว่วเข้าไปในสมองส่วนที่อ่อนไหวที่สุดของจุนโนะได้อย่างดีเลยเชียวล่ะ

เด็กหนุ่มไม่ตอบ แต่แข้งขาสั่นพั่บๆ จากทางหางตาเขาเห็นชายกางเกงของเพื่อนคนใดคนหนึ่ง แอบอยู่ท้ายรถ และตามด้วยอีกหลายคน และดูเหมือนจินจะรู้สึกเหมือนกัน ดังนั้น อุ้งมือที่ขย้ำข้อมือของจุนโนะจึงค่อยคลายลง ลำตัวที่แนบชิดกันนั้นก็ถอยออกห่าง
เมื่อจุนโนะเป็นอิสระ เขาก็รีบผละจากจินทันที

“อย่าลืมที่บอกล่ะ ถ้าไม่ไปเห็นดีกันแน่” จินชี้หน้าจุนโนะ คาดโทษเอาไว้ เห็นแก้มแดงระเรื่อของเจ้าหน้าหวานคนนี้แล้วอดหวั่นไหวไม่ได้ .....ทำไมต้องลงทุนมาตามด้วยตัวเอง เขาเองก็ไม่เข้าใจ
รู้แต่ว่า เมื่อตอนขับรถมานั้น จิตใจมันร้อนรุ่มชอบกล อยากเห็นหน้า อยากตามตัวมาให้อยู่ใกล้ แต่พอเห็นหน้าจุนโนะแล้ว เขาเองก็โล่งใจ อย่างน้อยเด็กคนนี้ก็ไม่ได้เตลิดหนีเขาไปไกล ... แต่จินเองยังรู้สึกเหมือนว่า จุนโนะปิดบังอะไรเขาอยู่
เจ้าร้านที่บอกว่าไปทำงานนั้นก็เหมือนกัน อยากจะถามให้ลึกว่า เป็นร้านไหน... แต่ว่าอย่าดีกว่า
คาดโทษเอาไว้แล้ว.

......ลองวันจันทร์ไม่กลับไปทำกับเขา ก็น่าดูล่ะ.......

จินเสยผมให้เข้าที่ เขาหันไปโบกมือให้คนที่แอบอยู่ท้ายรถ ยามะพีและอุจี้และอุเอดะก้าวออกมาอย่างอายๆ เขาโค้งให้จินเมื่อชายหนุ่มขอตัวกลับ ก่อนจะไปจินหันมามองจุนโนะอีกครั้ง เด็กหนุ่มยังยืนคลำข้อมืออยู่ที่เดิม แค่ปรายตามองเขาก็เสียใจ ก็รอยนิ้วมือแดงเต็มข้อมือจุนโนะไปหมด.....
ขยับกายจะเอ่ยปากขอโทษ แต่จุนโนะก็ชิงเดินหนีไปเสียก่อน............
“หวังว่าวันจันทร์คงจะเจอนายนะ จุนโนะสุเกะ..” จินตะโกนตาม ก่อนที่จะเดินกลับไปที่รถอย่างมีความหวัง
แต่คนที่เดินหนีไปตั้งหลักนั้น หันมองท้ายรถที่วิ่งฝุ่นตลบห่างออกไป ปากก็พึมพำหน้ามุ่ยว่า
“ฝันไปเท้อ ว่าจะกลับไปทำ.....”
........

 

to be continue

comment ที่นี่ก็ได้จ๊ะ

Hosted by www.Geocities.ws

1