Vol 6

 

******************************

ยามะพีนั่งทำงานด้วยหัวใจที่เบิกบาน เขาเหลือบมองเวลาที่ข้อมือบ่อยครั้ง พอๆ กับที่ชอบหาเรื่องเดินเตร่ไปส่งแฟ้มที่ห้องแล็บของแผนกวิจัยเยื่อกระดาษ ซึ่งอยู่ตึกถัดไป เส้นทางนั้นต้องผ่านโรงผลิตที่เคยชนกับคาเมะเมื่อวาน แต่ทว่าวันนี้เกือบครึ่งวันแล้ว ยังไม่เห็นหน้าคนหล่อสุดเท่คนนั้นเลย
อยากให้ถึงพักกลางวันเร็วๆ ไม่รู้ว่านายคาเมะคนนั้นยังจะจำสัญญาได้หรือเปล่า เรื่องที่ชวนเขาทานอาหารกลางวัน จะลืมหรือเปล่าน้า.......

ยามะนั่งเคาะปากกาเล่น ทำงานไปด้วยยิ้มไปด้วย ห้องทำงานเป็นสีชมพูก็คราวนี้แหล่ะ เขาจรดตัวหนังสือบนหน้ากระดาษรายงาน ตัวเลขคำนวณเรียบร้อย .... กำลังทำงานเพลินๆ ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของเพื่อนร่วมงานดังอยู่ด้านหลัง พนักงานที่นั่งประจำเครื่องคอมนั่นเอง กำลังมุงดูอะไรกันอยู่ ส่งเสียงฮือฮาจนเขาอดมองด้วยความอยากรู้ไม่ได้
“มีอะไรกันเหรอฮะ” ยามะพีตะโกนถาม เมื่อเห็นจำนวนคนมุงดูคอม' กันมากขึ้น พี่ผู้หญิงคนหนึ่งกวักมือเรียกเขาหยอยๆ
“มาดูอะไรนี่เร้ว ยามะพี รูปคุณจินกับเด็กที่ไหนก็ไม่รู้ กำลังนอนจึ้กกะดึ๊ยเลยละ”
“คุณจินเหรอ.....” ยามะทำตาโต ใช่คุณจินคนเดียวกับที่เป็นนายจ้างของจุนโนะหรือเปล่านะ
ยามะพีรีบรุดไปดูบ้าง พยายามแหวกวงล้อมของพวกสอดรู้ทั้งหลาย
“โอ้โห ไม่คิดนะว่า คุณจินจะชอบไม้ป่าเดียวกัน แถมโดนถ่ายรูปลงเน็ตแบบนี้ แย่แน่ๆ เลยง่ะ” เจ้าของเครื่องชี้ให้ดูภาพของชายหนุ่มนอนคว่ำหน้าทาบทับบนตัวของหนุ่มน้อยอีกคนซึ่งนอนทอดกายบนเตียง ใบหน้าของจินตะแคงมาทางกล้อง ดวงตาพริ้ม หลับด้วยกันทั้งคู่ ภาพที่ได้เห็นทำให้ยามะพีขนลุกซู่ ก็ชายในภาพนั้นน่ะ คุณอะกานิชิ จินจริงๆ ด้วย
“คุณจิน.....” ยามะชี้ไปที่หน้าจอ แล้วทำตาโต
“ก็คุณจินน่ะซิ ลูกชายบริษัทผลิตกระจกที่อยู่โรงงานใกล้ๆ กับที่นี่ไงล่ะไอ้หนู ก็คนที่ฝากพวกนายมาทำงานที่นี่ง่ะแหล่ะ คนเดียวกัน ไม่นึกเลยนะว่าจะร้อนแรงขนาดนี้.... โอ้......” เสียงสูดปากดังซู้ดซ้าด ขณะที่คนพูดเลื่อนดูรูปต่อไป
“เอ.... แล้วไอ้หนุ่มคู่ขานี่มันใครล่ะหว่า ไม่เคยเห็นหน้าเลยนิ หน้าตาดีซะด้วย ดูเด่ะ”
ยามะพีพยายามเขม้นมองภาพ 'คู่ขา' ของจิน แต่เอ....... หน้าคุ้นๆ แฮะ
“พี่ลองขยายรูปให้ใหญ่ๆ หน่อยได้มั้ย” หนุ่มตาโตสะกิดไหล่รุ่นพี่ยิกๆ เมื่อภาพต่อมาถูกขยายใหญ่ขึ้น แบบว่าซูมหน้าของคนบนจอให้เห็นชัด เท่านั้นแหล่ะ ยามะพีก็ถึงกับผงะ
“เฮ้ย..... น่ะ....นั่นมัน......” เขารีบอุดปากตัวเอง จ้องจอจนตาแทบถลน

จุนโนะ ... จุนโนะจริงๆ ด้วย ... เป็นไปได้ไงกันเนี่ย จุนโนะจะอยู่ในสภาพนั้นกับจินได้ไง โอ้ย... ร้อยไม่เชื่อ พันไม่เชื่อ ยามะพีขอดูภาพต่อไปอย่างด่วนจี๋
ภาพอื่นในลักษณะคล้ายคลึงกัน ชายสองคนเปลือยร่างบนเตียง กอดก่ายกันนัวเนียแบบนั้น จุนโนะจริงๆ ด้วย ดวงหน้าหลับพริ้ม ท่าทางจะหลับลึก
ทำไมสองคนนี่ถึงมาถ่ายรูปลงเน็ตได้
ยามะก้มมองขนแขนของตัวเองที่จู่ๆ ก็ลุกซู่ขึ้นมาซะงั้น
“เอ้อ..... ผมขอตัวก่อนนะฮะพวกพี่ๆ” ยามะพีโค้งแล้วโค้งอีก แล้วก็เผ่นอย่างเร็วข้ามตึกไปที่ตึกที่พวกอุจี้ทำงานอยู่
ไม่เสียเวลาเคาะประตูห้องแลบ เขาเปิดผัวะเข้าไปทันที ภายในห้องแลบนั้นไม่มีคนอยู่สักคน ..แต่เขาได้ยินเสียงฮือฮาดังลอดออกมาจากห้องคอม' ที่อยู่ข้างๆ กัน
“อยู่ในนั้นแหงๆ”
ยามะพีค่อยๆ โผล่หน้าเข้าไปดู จริงด้วยซิ พวกรุ่นพี่ห้องแล็บ พร้อมกับอุจี้ โคกิ และอุเอะดะ กำลังดูอะไรบางอย่างในเครื่องคอม'
“เฮ้ย... ยามะมาดูอะไรนี่เร็ว” เสียงอุเอะดะสั่นระรัว ขณะกวักมือเรียกยามะพีเข้ามา
“จุนโนะใช่มั้ย?” ยามะพีกระซิบถาม มองภาพในเน็ตจนตาพอง เขาเงยหน้ามองเพื่อนๆ เห็นทุกคนที่ร่วมกองคาราวานทำหน้ากระอักกระอ่วน มองหน้ากันอึ้ง ในขณะที่พนักงานที่นี่ต่างก็ถามถึงคู่ขาของอะกานิชิ จิน
“ใครวะ เด็กหนุ่มคนนี้ง่ะ น่ารักชิงเป๋งเลย...”
“โอ้โฮ ... ตัวขาวจั๊วะ หน้าเจี๊ยะเป็นบ้าเลย อิจฉาคุณจินว่ะ”
“เอ..ก็คุณจินเขามีคู่หมั้นแล้วนี่นา....”
“ใครง่ะ เป็นใครวะ ...ใครรู้บ้าง??... “

อุจี้รีบสะกิดพรรคพวกให้ออกไปนอกห้อง พอพ้นบริเวณแล้ว ทั้งสี่ก็สุมหัวกันทันที
“จุนโนะกับคุณจิน... ทำไมเป็นแบบนี้ได้วะ”
“ก็เขาชอบกัน เหมือนเราสองคนไงจ๊ะ” โคกิกระทุ้งสีข้างของอุเอะดะ
“แต่ฉันก็ไม่เห็นจุนโนะมันไม่มีทีท่ากับคุณจินเลยนะ ...ที่ไหนได้ เป็นกิ๊กกันนี่หว่า ตายแล้ว!! คุณจินมีคู่หมั้นแล้วด้วย ไอ้โนะมันคิดยังไงของมันวะ” ยามะพีเกาหัวแกรก ไม่เข้าใจอะไรเลย เอาไว้เจอจุนโนะเย็นนี้ก่อนเถอะ จะถามให้รู้เรื่อง....
“งง... งงสุดๆ แล้วนี่จุนโนะมันเห็นรูปโป๊ของมันหรือยังก็ไม่รู้”
“คงยัง ... ไม่งั้นต้องพูดอะไรออกมาแล้ว” อุเอดะสรุป หลังจากนั้นเขาก็มองนาฬิกา
“ตายล่ะ เที่ยงจะครึ่งแล้ว เลยเวลาพักแล้วด้วย ไปกินข้าวกันดีกว่า”
“หา?.. เที่ยงครึ่ง!!” ยามะพีทำตาเหลือก เขาหันซ้ายหันขวา แล้วเผ่นออกนอกห้อง ป่านนี้คาเมะจะรอเขาอยู่หรือเปล่านะ

............................

ยามะพีกระหืดกระหอบวิ่งพรวดพราดเข้าไปในโรงอาหาร ซึ่งมีพวกคนงานและพนักงานนั่งปะปนกันไป เขาสอดส่ายสายตามองหาหนุ่มนายช่างชุดหมีสีเทา มองกราดตามโต๊ะเห็นมีทั้งชุดกรมท่าและชุดสีเทานั่งกันอยู่เยอะแยะไปหมด แต่คนที่จะดูเด่นสะดุดตาอย่างคาเมะน่าจะสะดุดตากว่าคนอื่นนะ ... แต่ยามะพียังมองไม่เห็นเขาเลย
กำลังมองหาเพลินเขาก็สะดุ้งสุดตัว เพราะมีมือมือหนึ่งสอดเข้าที่ท้องแขน ยามะหันขวับมามอง เห็นแล้วก็ใจเต้นตึ่กตั่ก เมื่อพบกับดวงหน้าของชายหนุ่มหน้าหล่อที่ตัวเองกำลังมองหาอยู่นั่นเอง
“มองหาใครเอ่ย?” เสียงทุ้มนุ่มหูเอื้อนเอ่ย ทำให้ยามะพีหน้าแดงซ่าน
“เอ้อ... มองหาที่นั่งฮะ”
“เหรอ? ว้า... นึกว่าหาผมอีกซะอีก” ทำเสียงผิดหวังล้อเลียน แต่ดวงหน้ายิ้มพราย
“ก็ด้วยง่ะฮะ...” ยามะพีก้มหน้าอมยิ้มน้อยๆ เรียกความน่าเอ็นดูจากคาเมะได้เยอะทีเดียว
“ผมรอคุณอยู่ตั้งนานแน่ะ นึกว่ายามะพีจะควงคนอื่นไปกินข้าวที่ไหนซะแล้วซิ”
“แหม.... ผมจะไปกับใครล่ะครับ”
“ก็ไม่รู้ซิ เห็นน่ารักแบบนี้ คงมีคนมาจีบเยอะแน่เลย” คาเมะเอียงคอแซว เล่นเอาคนฟังโบกไม้โบกมือ
“เปล่านะฮะ ไม่...ไม่มีใครมาจีบหรอก ผมเองก็รีบมาแทบแย่แน่ะ”
“เมื่อกี้ผมลองย้อนไปดูที่ตึกคุณ เขาก็บอกว่าออกมาตั้งนานแล้ว ดีนะครับที่มาดูในโรงอาหารอีกที นึกว่าจะต้องกินข้าวคนเดียวซะแล้ว” คาเมะแตะข้อศอกยามะพี พาไปเดินซื้ออาหาร ท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่มองมาอย่างสนใจ
“มื้อนี้ผมเลี้ยงนะครับ” คาเมะขอ
“เมื่อวานคุณก็เลี้ยง ให้ผมออกดีกว่า” ยามะแย้ง แต่คาเมะส่ายหน้า
“ผมเป็นคนชวนนะ ผมต้องจ่ายซิ อีกอย่างคุณเป็นนักศึกษาเพิ่งจะมาทำงาน เก็บเงินไว้ก่อนดีกว่านะครับ”
“เอ้อ......”
“นะครับ ให้เกียรติผมอีกมื้อ”
“งั้น มื้อหน้าให้ผมเลี้ยงบ้างน้า...” ยามะพีเอียงคออ้อนวอน ซึ่งคาเมะก็พยักหน้า จึงทำให้ใบหน้าอ่อนเยาว์ของหนุ่มน้อยหน้าหวานแย้มยิ้มอย่างสดใส จนคาเมะอดแซวไม่ได้
“นี่เป็นการนัดเดททางอ้อมหรือเปล่าเอ่ย?”
“เปล่าน้า...”
“แต่ผมว่าเราน่าจะเดทกันนะ อาทิตย์นี้เป็นไง?” คาเมะถามขณะหยิบตะเกียบให้หนุ่มน้อยตาโต ร่างบางจ้องหน้าคนถามเขม็ง หัวใจเต้นถี่แรงเมื่อเจอคำขอเดทเอาดื้อๆ
......เกิดมาก็ไม่เคยเจอใครที่จะรุกได้รวดเร็วถึงขนาดนี้มาก่อนเลย
ยามะพีหน้าสวยเคยเจอคนมาจีบมากพอดู ทั้งผู้ชายและผู้หญิง เคยเดทกับคนอื่นมาก็ไม่น้อย แต่ไอ้ที่จะรุกสุดๆ แบบนายคาเมะนี่ไม่เคยเจอ
คาเมะหันมายิ้มให้ แล้วเลิกคิ้วสูง
“นะครับ บ้านอยู่ไหนเอ่ย ผมจะมารับไปเที่ยวชมเมือง”
.....เอาแล้วไง ...เล่นพูดเองเออเองแบบนี้ ทำให้หนุ่มน้อยชักจะอึ้ง...แต่ปากก็กลับบอกไปว่า
“ผมไม่มีบ้าน...คือตั้งแคมป์อยู่กับเพื่อนนอกเมืองฮะ เป็นไร่ฝ้ายของคุณอะกานิชิ จิน”
“อ๋อ... พี่จิน ...เอ้อ...คุณจินเองน่ะเหรอ ผมรู้จักนะ ทายาทโรงงานกระจก”
“ดีจัง รู้จักคุณจินด้วย เอ้อ......” ยามะพีกัดปากจะถามคาเมะดีมั้ยเรื่องของจินน่ะ คาเมะจะรู้หรือเปล่าว่าจินเป็นโฮโม ชอบนอนกับผู้ชายด้วยกัน แต่คิดๆ ดูแล้ว เอาไว้ให้สนิทกันมากกว่านี้แล้วค่อยถามดีกว่า
คาเมะเดินนำยามะพีมานั่งที่นอกโรงอาหาร นั่งกินข้าวกันที่ม้าหินใต้ร่มไม้ ลมพัดเย็นสบายใจดี ยามะพีขมวดคิ้วนิ่วหน้าคิดเรื่องของจินและจุนโนะเพลินจนไม่ทันสังเกตว่าคาเมะก็มองเขาอย่างสำรวจตรวจตราเช่นกัน
...............
หนุ่มน้อยหน้าตาน่ารักคนนี้ ดูมีชีวิตชีวา สดใส ร่าเริง คาเมะชอบรอยยิ้มกว้างที่จริงใจ และยังความซื่อที่แสดงออกมาอีกล่ะ น่าประทับใจจริงๆ .... เขาเองก็ทำงานที่นี่ได้ไม่นาน วันๆ ทำงานอยู่กับเครื่องจักร นานๆ ครั้งถึงจะโผล่ไปตามส่วนสำนักงานเสียที บอกได้คำเดียวว่า ทั่วทั้งโรงงานแห่งนี้ ไม่เคยเห็นหนุ่มที่ไหนจะทำให้เพลินตาเพลินใจได้เท่ายามะพีอีกแล้ว
เมื่อเสร็จจากการทานอาหารแล้ว คาเมะก็ถามย้ำว่า
“อาทิตย์นี้นะครับ ผมจะไปรับที่ไร่ฝ้าย”
“หา...?? นี่ไม่ได้พูดเล่นหรอกเหรอ?” ยามะทำตาโต
“คนอย่างคาเมะไม่พูดเล่นหรอกนะ อยากไปเดทด้วยน่ะ โอเคมั้ย?”
“เอ้อ...... ครับ... ผมจะรอ”
“ดีจัง.... อยากให้ถึงวันอาทิตย์เร็วๆ จัง” คาเมะพูดอย่างดีใจ ใบหน้าหล่อเหลาเปื้อนยิ้ม เขาเอื้อมมือมาจับมือนุ่มของยามะพีมากุม ส่งยิ้มเจ้าชู้มาให้เต็มๆ
“แล้วเจอกันนะครับ”
คาเมะปล่อยมือนั้นอย่างเสียดาย นี่ถ้าไม่เกรงใจคนอื่นแล้วละนะ จะยกมือยามะพีขึ้นจูบจริงๆ ด้วย

คาเมะเดินกลับไปทำงานแล้ว ยามะพีก็เลยต้องเดินไปที่ตึกของตัวเอง ในใจก็นึกฉงน ในเมื่อคาเมะอยากให้ถึงวันเดทเร็วๆ แล้วทำไมไม่ขอเดทวันเสาร์ล่ะ........ เร็วกว่าวันอาทิตย์ตั้งเยอะ
......เอ...หรือว่า จะมีนัดกับสาวที่ไหนอยู่แล้ว...
“หล่อๆ แบบนั้น เจ้าชู้ขนาดนั้น สงสัยแฟนเยอะแหงๆ เลย” ยามะพีบ่นกับตัวเองเบาๆ ใจลอยคิดถึงแต่คาเมะจนลืมเรื่องซุบซิบในออฟฟิศเรื่องเน็ตอื้อฉาวนั้นไปเลย

*****************************

จินเหลือบมองใบหน้าก้มต่ำของเลขาคนที่สองที่วันนี้ขออนุญาตใส่เสื้อยืดมาทำงาน เพราะ
“เสื้อเชิ้ตหมดแล้ว” นี่คือคำกล่าวสั้นๆ แต่ง่ายได้ใจความ
จินหัวเราะกับคำบอกของจุนโนะ เขามองหน้าตาสดใสเพราะวัยเรียนของนักศึกษาฝึกงานตรงหน้า จุนโนะยังเด็กคงยังไม่มีเสื้อผ้าใส่มาทำงานมากนัก เขาเองก็แอบไปค้นเสื้อเชิ้ตที่มีอยู่หลายตัวมาเตรียมไว้ให้แล้ว เอาไว้ให้วันหลังก็แล้วกัน เพราะรู้สึกว่าจุนโนะจะไม่ค่อยชอบใส่เสื้อเชิ้ตสักเท่าไร
“นายมาทำงานที่บ้าน ไม่ได้ไปที่สำนักงานใหญ่ เพราะงั้นจะใส่อะไรก็เรื่องของนาย จะแก้ผ้านั่งทำงานก็ไม่ว่า”
“โฮ้ย...... คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ” จุนโนะขยับกายอย่างสบายขึ้น รู้สึกวันนี้เขาจะเลิกประหม่าในการนั่งทำงานเผชิญหน้ากับเจ้านายรูปหล่อคนนี้แล้ว
“ทำงานถึงไหนแล้วล่ะ?” จินถามขึ้นมาในช่วงบ่าย เมื่อเห็นจุนโนะเดินไปนั่งที่โซฟาข้างหน้าต่าง กำลังรวบรวมชีตในแฟ้ม จัดแบ่งออกเป็นปึกๆ
“จวนเสร็จแล้วฮะ” จุนโนะยิ้มมาจากอีกฟากหนึ่งของห้อง
จินเงยหน้าขึ้นมอง ภาพหนุ่มน้อยร่างสูงโปร่งที่ง่วนอยู่กับงานตรงหน้า แสงสว่างจากภายนอกสาดกระทบด้านหลังของจุนโนะจนดูเป็นรัศมีล้อมกรอบร่างบาง ผิวพรรณละมุนผุดผ่องดูนวลเนียนจับตา ใบหน้าที่ก้มต่ำ เผยให้เห็นจมูกโด่งขึ้นสัน รับกันอย่างพอเหมาะพอเจาะกับร่องจมูกสวยและริมฝีปากหยักโค้งที่ดูเหมือนจะแย้มยิ้มอยู่ตลอดเวลา ภาพนั้นทำให้จินมองเพลินตา เขาหยุดทำงานตรงหน้า เอามือประสานกันไว้ใต้คาง มองลูกจ้างคนสวยอย่างลืมตัว

จุนโนะรู้สึกถึงกระแสร้อนแรงเปล่งออกมาจากที่ไหนสักที่หนึ่งไม่ใกล้ไม่ไกลจากตัวเขา รู้สึกร้อนวูบวาบเมื่อแอบชำเลืองมองไปทางโต๊ะทำงานของเจ้านาย ..... นั่นไง รังสีจากดวงตาของนายจ้างนั่นเอง

...ทำไมจินต้องมองเขาแบบนั้นด้วย ดวงตาคมฉ่ำเยิ้มอย่างน่าอาย ... คนน่าไม่อาย มาจ้องเอาจ้องเอาได้ยังไง

จุนโนะลุกจากโซฟา เขาเดินฉับๆ เอารายงานที่จัดแยกเอาไว้มาวางตรงหน้าจิน
“เสร็จแล้วฮะ!!” จุนโนะพูดเสียงดังเป็นการเรียกสติของจินให้กลับคืน
ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือก เขารีบหลุบตามองกระดาษปึกใหญ่ที่จุนโนะส่งให้
“เสร็จแล้วเหรอ ... เออ...ดี...ขอบใจนะ เดี๋ยวมีอีกแฟ้มหนึ่ง ให้ทำคล้ายๆ กันนะ” จินส่งแฟ้มปึกใหญ่ให้จุนโนะ แต่เด็กหนุ่มไม่ได้นั่งทำแต่อย่างใด ร่างสูงโปร่งยืนจ้องหน้าจินเขม็ง กล่าวสั้นๆ แต่ได้ใจความว่า
“หิว.....”
จินชะงัก เขารีบมองนาฬิกา จริงสิ... จะบ่ายสองโมงแล้ว
“อ้าว!! ตายจริง ขอโทษที ทำงานเพลินไปหน่อย ลืมปล่อยให้นายออกไปทานข้าวเลย” จินหัวเราะเจื่อนๆ แต่คนฟังไม่ขำด้วย ท้องของจุนโนะร้องโครกคราก ปั่นป่วนไปหมดแล้ว
“คุณทำงานจนเพลินแบบนี้เสมอหรือครับ”
“ก็บ่อยนะ”
“แล้วลูกจ้างก็ต้องทำงานเพลินด้วยเหรอ?” จุนโนะย้อนถาม
“ก็ลืมไง ฉันลืม...”
“ลืมบ่อยแบบนี้ มีหวังโรคกระเพาะกินตาย”
“อยากทานอะไรก็ไปที่ห้องครัวซิ กินได้ตามใจชอบเลยนะจุนโนะ” เมื่อจินอนุญาต จุนโนะก็เริ่มยิ้มออก เขาเดินอมยิ้มแก้มตุ่ยออกไป แถมยังทำใจดีบอกว่าจะให้พ่อบ้านยกอาหารให้จินด้วย
“คนบ้างานแบบนี้ก็มีด้วย ทำงานจนเพลิน เชอะ.. อิ่มทิพย์หรือไงฟะ” จุนโนะยังมิวายเดินบ่นไปตามทาง จนถึงห้องครัว ซึ่งก็มีอาหารเพียบวางบนโต๊ะ รอไว้อยู่แล้ว เมื่อนั้นล่ะถึงทำให้เด็กหนุ่มหยุดบ่น ทำตาโตแล้วก็ยิ้มอายๆ ให้พ่อบ้าน
“เชิญตามสบายเลยครับคุณ เดี๋ยวตอนขากลับคุณจุนโนะสุเกะมาเอาข้าวกล่องไปด้วยนะครับ เอาไว้กินที่แคมป์”
“อ๊ะ.. แหมเกรงใจแย่เลย”
“โอ้ย...ไม่เป็นไรหรอกหนู คุณจินท่านใจดี คนที่นี่น่ะ อิ่มหนำกันทุกคนหรอก”
“แต่กว่าจะได้อิ่ม ก็เล่นเอาหิวซะท้องร้องเลยนะฮะ” จุนโนะพูดยิ้มๆ หยิบข้าวปั้นรสอร่อยกินอย่างหิว บนโต๊ะมีทั้งอาหารญี่ปุ่นและฝรั่งปนกันเยอะแยะไปหมด จุนโนะล่อมื้อกลางวันซะพุงกาง
จากนั้นก็ขอตัวพ่อบ้าน ออกไปเดินยืดเส้นยืดสายย่อยอาหารเสียหน่อย เขาเดินเล่นในสวน ชมความร่มรื่นของไม้ดอกนานาพรรณบริเวณนั้น โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า ได้ตกเป็นเป้าสายตาของนายจ้างรูปหล่อที่กำลังยืนมองเขาอยู่ตรงหน้าต่างห้องทำงาน.........

************************

ริมถนนสายหลักในเมือง
ยูอิจิเดินตามหลังร่างเล็กของหนุ่มน้อยคุซาโนะที่กำลังเดินเข้าร้านโน้นออกร้านนี้อย่างสนุกสนาน เขามองตามแผ่นหลังของน้องชายเพื่อนตลอดเวลา เรียกได้ว่าไม่ให้คลาดสายตาเลยล่ะ หากเขาเผลอ ก็ไม่แน่ว่าคุซาโนะจะแอบหลบหนีไปไหนหรือเปล่า ทางที่ดีจับตามองเอาไว้ตลอดเวลาจะปลอดภัยกว่า
“พี่ยู้....” คุซาโนะหันขวับมายิ้มแป้น เขาหยุดเดิน แล้วก็ชี้ไปที่ร้านไอศกรีมพื้นเมืองที่ตั้งอยู่ข้างทาง ร้านหรูสไตล์อังกฤษที่คุซาโนะชอบ
“หิวติม....”
“เมื่อกี้ก็ซัดพาสต้าไปสองจานแล้วนะ”
“เมื่อกี้ก็เมื่อกี้เด่ะ ตอนนี้ก็ตอนนี้ คุหิวอีกง่ะ”
“หิวจริงๆ ง่ะ?”
“หิว....” คุซาโนะพยักหน้า ทำหน้ามุ่ยเมื่อเห็นยูอิจิไม่มีทีท่าว่าจะพาเขาเข้าร้านโปรด
“เราน่ะไม่ได้หิวหรอกแต่มันอยาก...”
“นะพี่ยูนะ..... ไหนบอกว่าจะเลี้ยงให้กินดีอยู่ดี ไม่ให้พี่จินว่าไงล่ะ”
“เออ...เออ..ไปก็ไป” ยูอิจิพยักเพยิดอย่างเสียไม่ได้ ซึ่งนั่นก็ทำให้คุซาโนะดีใจ กระโดดกอดคอชายหนุ่ม เขย่งจนสุดเท้า ยื่นหน้าหอมแก้มยูอิจิไปหนึ่งฟอดแรงๆ
“เฮ้ย!!” ยูอิจิทำหน้าเหวอ เขาลูบแก้มตัวเอง ขณะที่มองคนรอบข้าง โชคดีไป ที่ไม่มีคนเดินมากนัก ไม่งั้นเขินตาย
ยูอิจิเดินตามเด็กหนุ่มเข้าไปเลือกหาโต๊ะนั่ง ซึ่งคุซาโนะก็ก้าวฉับๆ นั่งที่โต๊ะมุมโปรดที่เขาเคยนั่งประจำ
“ท่าทางจะมาบ่อยนะ” ยูอิจิอดถามไม่ได้ เขาทรุดตัวลงนั่งตรงกันข้ามกับเด็กหนุ่ม
“มากับพี่เรียวน่ะ”

“ทีหลังอย่าทำแบบเมื่อกี้อีกนะ” ยูอิจิเอ็ดเด็กหนุ่ม ทำให้คุซาโนะเอียงคอถามยิ้มๆ
“แบบไหนเอ่ย?”
“ก็ที่น้องคุหอมพี่ที่หน้าร้านน่ะซิ”
“โธ่เอ๊ย... ของธรรมดา เค้าจูบกับพี่เรียวออกจะบ่อยไป”
“หา? ที่ข้างถนนง่ะนะ”
“อือฮึก” คุซาโนะพยักหน้า ทำท่าภูมิใจนักหนา ยูอิจิอึ้ง เด็กคนนี้ก๋ากั่นเกินวัยจริงๆ
“นั่นแหล่ะ มันไม่ดีรู้เปล่า ใครเห็นเข้าจะตำหนิเอาได้ แล้วเราน่ะยังเด็กนัก ทำตัวแก่แดดแบบนี้ ต้องให้แม่พี่เฆี่ยนเสียให้เข็ด โทษฐานทำตัวไม่เหมาะสม”
“ไม่เหมาะสมตรงไหน ก็คนรักกันจะแสดงความรักกันมั่งไม่ได้ไง้?”
“น้องคุยังเด็ก”
“โฮ้ย........” น้องคุของพี่ยู ชูนิ้วโป้งขึ้นแล้วเอาชี้ลงดิน
“เชยระเบิดระเบ้อเลยพี่ยูเนี่ย นี่ถามจริงๆ เหอะ มีแฟนหรือเปล่าง่ะ?”
“น้องคุ!!”
“น้องคุ!!” คุซาโนะทำเสียงเลียนแบบเสียงเอ็ดของยูอิจิ เด็กหนุ่มทำจมูกย่น ขณะตักไอศกรีมเข้าปาก ทั้งเนื้อไอติมและวิปครีมเลอะที่มุมปาก ยูอิจิมองแล้วก็ชี้ไปที่ปากของคุซาโนะ แต่เด็กหนุ่มเลิกคิ้ว ส่งสายตาดุมาให้แทน
“เฮ้อ..... นี่ถ้ามากับพี่เรียวง่ะนะ เขาก็ไม่นั่งเฉยแบบนี้หรอก”
“แล้วเขาทำไงล่ะ” ยูอิจิถาม

คุซาโนะลุกขึ้นยืน ชะโงกตัวข้ามโต๊ะมาหายูอิจิ และโดยที่ยูอิจิไม่คาดคิดมาก่อน เขาตกใจเมื่อน้องคุก้มลงเลียมุมปากของเขา
“เฮ้ย.....!!” ยูอิจิผงะ หลังพิงพนัก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นการกระทำของคุซาโนะ
นี่.....ใครสอนใครสั่งให้ทำแบบนี้เนี่ย....คุซาโนะทำไมไม่มีคราบของความเป็นเด็กติดกายเลย... จินสอนน้องชายอย่างไรนะ ถึงทำตัวก๋ากั่นแบบนี้
“ฮิ.......ฮิ...พี่ยู้... แค่นี้ทำท่าเหมือนเสียสาวไปได้ นี่แหล่ะ ถ้ามีครีมเลอะปากผม พี่เรียวก็จะเลียออกให้”
“น่าตีนักนะนาย... ทำงี้ได้ไง”
“แหม ผมไม่ปล้ำพี่ยูในร้านไอติมหรอกน่า ถ้าเป็นที่บ้านก็ไม่แน่”
“แก่แดด”
“อ๋อ...เหรอ... กินๆ เหอะ จะได้กลับบ้าน แหมคุชักอยากสอนให้พี่ยูรู้จักเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ซะแล้วล่ะซี...”
“คุซาโนะ!!” ยูอิจิอยากเป็นลมตรงนั้น ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ
เขามองใบหน้าที่ยิ้มแป้นของคุซาโนะ เด็กที่เคยเห็นมาแต่เล็กแต่น้อย ตอนเป็นเด็กชายเล็กๆ ก็ว่าน่ารักน่าชังแล้วนะ ยังนึกอิจฉาจินเลยที่มีน้องชายน่ารักแบบนี้ แต่ว่า.....ตอนนี้.....เขานึกดีใจที่เขาเกิดมาเป็นลูกชายคนเดียว
ถ้าได้น้องแบบนี้... เขาขออยู่ห่างๆ ไปหลายร้อยไมล์จะดีกว่า.....

***************************

เข็มนาฬิกาเคลื่อนมาใกล้เวลาห้าโมงเย็นแล้ว จุนโนะเผลอมองเข็มนาทีที่กระดิกไปเรื่อยๆ นึกอยากให้ถึงเวลาเลิกงานเร็วๆ วันนี้เขาได้มีโอกาสถามคุณเลขาคนที่หนึ่งที่นั่งอยู่หน้าห้องว่า ที่ทำงานนี้มันเลิกกี่โมงกันแน่
“ห้าโมงตรงเป๊ะครับ” คุณเลขาวัยกลางคนบอกมาอย่างนั้น
เพราะงั้นวันนี้เขาต้องกลับตรงเวลาให้ได้ จะไม่ยอมทำตามจินอีกแล้ว เพราะเขาไม่บ้างานแบบเจ้านายนี่นา
จุนโนะนั่งคัดแฟ้มไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง........

............ปึง.........

เสียงเหมือนประตูห้องกระแทกกับอะไรสักอย่าง ทั้งจินและจุนโนะหันขวับไปมองต้นเสียง เห็นบานประตูไม้เปิดออกกว้างจนสุด ขอบประตูกระแทกกลับอย่างแรง
ร่างโปร่งบางอ้อนแอ้นของผู้หญิงคนหนึ่งยืนเด่นอยู่ที่นั่น ความสวยของเธอไม่ต้องพูดถึง ก็คนเดียวกับที่จุนโนะเคยเห็นในรูปที่อยู่ในกรอบบนโต๊ะข้างคอมพิวเตอร์ของจินนั่นแหล่ะ
จุนโนะมองเครื่องหน้าที่แต่งแต้มด้วยสีสันของเครื่องสำอาง ดวงตาเฉี่ยวคมแวววาว ดุ... แต่สวย ริมฝีปากแดงสดที่ขบเม้มขณะจ้องหน้าของเขาเขม็ง และแววตานั้นทำให้จุนโนะเลิกคิ้วสูง สงสัยว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมองเขาด้วยแววตาอย่างนั้นนะ

ยังไม่ทันที่จุนโนะจะหันไปมองจิน ร่างของหญิงสาวก็ก้าวฉับๆ ตรงดิ่งมาที่เขาอย่างเร็วและโดยที่ไม่ทันตั้งตัว จุนโนะก็ต้องตัวชาเมื่อ...........

.............ฉาด!!!.......

“โอ๊ย....!!!”
จุนโนะร้องเสียงหลง เมื่อแก้มของตัวเองหันไปตามแรงตบ แก้มซีกนั้นชาจนร้อน และมันทำให้เขาหูอื้อ แต่ก็ยังได้ยินเสียงจินอุทานออกมาอย่างตกใจ
“ฮิโตมิ!! ทำอะไรไง!!”
จินเผ่นพรวดเดียวก็ผวาเข้าหาจุนโนะ ร่างของหนุ่มน้อยที่โดนฤทธิ์ตบแทบจะพลัดหล่นจากเก้าอี้ จุนโนะหันหน้ามา มองคนที่ทำร้ายเขาอย่างงงงวยที่สุด
“นี่มันอะไรกัน!!” จุนโนะถามอย่างตกใจ
ผู้หญิงคนนั้นยกมือเท้าเอว ชี้หน้าจุนโนะจนนิ้วแทบจะติดหน้า
“จะเรื่องอะไร ไอ้ตัว!! ยังเสนอหน้าอยู่อีกเรอะ?”
“ไอ้ตัว!??”
“เออซิ.. ไอ้ตัวที่คู่หมั้นฉันหิ้วมานอนด้วย ตัวจริงสวยกว่าในเน็ตเยอะนี่ อะกานิชิ จิน” ประโยคท้ายหันมาทำเสียงเยาะใส่จินเต็มๆ
“ฮิโตมิ เธอทำเกินไปแล้วนะ จุนโนะเขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วย”
“ไม่รู้เรื่อง..เชอะ... แก้ผ้าเล่นรักกันจนเขารู้เขาเห็นทั่วเมือง ยังมีหน้ามาเข้าข้างกันอีก คุณง่ะนะจิน ฉันผิดหวังจริงๆ คุณต้องไล่ไอ้หมอนี่ออกไปจากบ้านเดี๋ยวนี้นะ”
“ฮิโตมิ!!”
“นี่มันเรื่องอะไรกันฮะ ผม....ผมไปทำอะไรให้คุณง่ะ อยู่ๆ มาตบกันได้ไง?” จุนโนะผุดลุกขึ้นยืน ใบหน้าซีดแต่แก้มที่โดนตบปรากฏรอยปื้นเป็นรูปนิ้วชัดเจน
“ก็นาย... ไอ้หน้าด้าน...อย่าทำเป็นไม่รู้หน่อยเลย!!”
จุนโนะหันมามองจิน สายตาเบิกกว้าง ต้องการคำตอบอย่างด่วนจี๋ แล้วพูดกันแบบนี้ใครจะให้คำตอบเขาได้บ้าง......
“ใจเย็นๆ น่า ฮิโตมิ เรื่องที่เกิดขึ้น เป็นการกระทำของทักกี้กับซึบาสะ ต้องการจะแกล้งฉันเท่านั้นเอง” จินพยายามอธิบาย แต่อีกฝ่ายก็เอาแต่สะบัดหน้าพรืด อยากจะเล่นงานไอ้หนุ่มหน้าสวยที่ยืนเอามือกุมแก้มอีกสักรอบ
ยิ่งมองหน้าเจ้าหนุ่มคนนี้ เธอก็ยิ่งหมั่นไส้ ... หน้าสวยแบบนี้นี่เล่า ถึงทำให้จินคว้าเอามานอนด้วย จนลืมไปละมังว่า ตัวเองมีคู่หมั้นอยู่ทั้งคน..... ยิ่งเห็นตัวจริงยิ่งเริ่มแน่ใจ จินต้องนอกใจเธอแน่ๆ
เธอตวัดมองจิน เห็นคู่หมั้นหนุ่มจับแขนจุนโนะไว้ และนั่นก็ทำให้เธอเดือดปุดๆ ขึ้นมาอีก มือเรียวชี้หน้าจุนโนะสุเกะ ตวัดแว้ดลั่นห้อง
“ออกไปจากบ้านนี้นะ!!”
จุนโนะไม่ได้เอ่ยถ้อยคำ เขามองจินและมองผู้หญิงคนนั้น
“คุณจินฮะ.....”
“....หนอย..... ทำเป็นหน้าเซ่อไม่รู้เรื่อง ตัวเองนอนกกกับคู่หมั้นชาวบ้านยังทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไร .....”
“นอนกก!!” จุนโนะนึกออกแล้ว เรื่องที่เขานอนแก้ผ้ากับจินนั่นเอง


จินทำเสียงครืดในลำคอ เขามองคู่หมั้นอย่างตำหนิ จะอธิบายตอนนี้ได้อย่างไร อีกฝ่ายกำลังเลือดเดือด ส่วนจุนโนะเองก็งงสุดๆ แบบนี้ ...
“ผมจะเล่าให้ฟังทีหลัง ฮิโตมิ คุณไปรอผมอยู่ในห้องสมุดได้มั้ย?”
“ไม่...!! คุณต้องไล่ไอ้หมอนี่กลับไปซะก่อน ฉันถึงจะพูดด้วย” ฮิโตมิยื่นคำขาด
“แต่ จุนโนะเป็นลูกจ้างของผมนะ”
“อ๋อ... นี่ติดใจถึงขนาดว่าจ้างกันเลยเรอะ จิน คุณนี่มันวิปริตจริงๆ”
“คุณจินไม่ได้วิปริตหรอก คุณนั่นแหล่ะโรคจิต ไม่ยอมเข้าใจอะไรบ้างเลย.. ผมกับคุณจินน่ะ โดนวางยา จับแก้ผ้าให้นอนด้วยกัน... เราไม่ได้รู้เรื่องอะไรสักหน่อย เข้าใจบ้างซิครับ...มาถึงก็ตบเอาตบเอา...”
“เฮอะ... ท่าทางที่นายนอนใต้ร่างคู่หมั้นฉันน่ะ มันน่าเชื่อนักนี่”
“นอนใต้ร่าง คุณไปเอามาจากไหน เห็นหรือไง?”
“เออ!! ไม่เห็นแล้วจะพูดได้ไง”
“ฮิโตมิ... ที่เห็นน่ะไม่ใช่นะ” จินเข้ามาขวางกลางของคนทั้งคู่ เมื่อเห็นฮิโตมิเริ่มสะอึกเข้ามาหาจุนโนะ
“ก็ฉันเห็น”
“คุณจะเห็นได้ไง ตอนนั้นน่ะผมอยู่กับคุณจินแค่สองคนเท่านั้นเอง” จุนโนะถาม ทำหน้ามุ่ย แก้มที่ชาเมื่อสักครู่ เริ่มแสบๆ คันๆ แล้ว ผู้หญิงอะไรฟะ มือหนักเป็นบ้าเลย...
“ไม่รู้หรือไง ว่าฉันเห็นนายกกกับจินที่ไหน....เน็ตแพร่ทั่วโลกแบบนั้น จะไม่เห็นได้ไง!!” หญิงสาวโต้ตอบ ซึ่งคำบอกนั้นก็ทำให้จุนโนะอ้าปากค้าง เขามองจินเขม็ง
“เน็ตอะไร?”
“เอ้อ.... จุนโนะนายกลับบ้านก่อนได้มั้ยง่ะ?” จินรีบตัดบททันที พร้อมกับรุนหลังเด็กหนุ่มไปที่ประตู
“หมายความว่าไง เห็นในเน็ต??”
“เออน่า กลับไปก่อนแล้วจะบอกทีหลัง”
“ไม่เอานะ มาตบผม แล้วก็ด่าฉอดๆ แบบนี้น่ะ คุณจิน ผมยังไม่กลับนะ!!” จุนโนะฝืนตัวไว้ จะเอาความจริงให้ได้
“แล้วจะบอกทีหลัง ขอฉันเคลียร์กับคู่หมั้นฉันก่อนได้มั้ย?” จินขอร้อง ทำหน้าตาขอร้องจริงๆ สีหน้าว้าวุ่นใจแบบนี้ ทำให้จุนโนะมองจินอย่างไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง

......และในที่สุด เขาก็สะบัดหน้าพรืด หันหลังให้ กระชากประตูออก
เมื่อจินไม่บอกให้กระจ่าง จุนโนะก็ตรงแน๋วไปที่เป้าหมายคนใหม่ ..... คุณเลขาคนที่หนึ่งที่ยืนตัวสั่นอยู่ด้านนอกคงจะบอกความจริงกับเขาได้ ว่าเขากับจินมันไปเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตตรงไหน..............

********************

 

to be continue

comment ที่นี่ก็ได้จ๊ะ

Hosted by www.Geocities.ws

1