
CARAVAN LOVER.......
Vol 5 ...
***************************
จินเปิดประตูห้องทำงานเข้าไปทันทีที่เขากลับมาถึงบ้าน คุณเลขาคนที่หนึ่งรายงานว่า
ทางุจิ จุนโนะสุเกะมารอตั้งนานแล้ว จนป่านนี้ก็หลายชั่วโมงอยู่ สงสัยคงนั่งหน้าหงิกเตรียมวาจาเผ็ดร้อนอยู่แน่ๆ
เชียว ชายหนุ่มพยักหน้ารับทราบ รีบเดินให้เร็วที่สุด...
พอเข้าไปในห้อง เขาก็ต้องงง ...ไหนล่ะ....จุนโนะ เลขาคนที่สองของเขา ไม่เห็นนั่งรออยู่ในนั้นเลย
จินกำลังจะออกไปเรียกเลขาด้านนอกมาสอบถามอยู่แล้วเชียว ถ้าเขาไม่เหลือบเห็นปลายเท้าของใครคนหนึ่งโผล่ออกมาจากโซฟาตัวเล็กข้างหน้าต่าง
เขาอมยิ้ม...แล้วก็เดินไปดู
จุนโนะนั่นเอง นอนหลับพริ้มเพราอยู่ที่นั่น หันหน้าออกสู่หน้าต่าง แสงสว่างลามเลียจนเกิดกรอบเงาสวยงามปรากฏบนใบหน้านั้น
มือสองข้างประสานกันอยู่ใต้แก้ม ลำตัวทอดยาวเหยียดตามความยาวของโซฟา ถ้ามองจากทางที่เขาเข้ามาก็จะมองไม่เห็น
เพราะพนักโซฟาบังจนมิด จินเท้าแขนกับพนัก ชะโงกมองคนหลับจนเพลิน ....จุนโนะหลับสบาย
คงจะรอเขาจนง่วงไปนั่นเอง
จินยืนดูจุนโนะจนเมื่อยขา ก็เดินกลับมานั่งทำงานของตัวเอง ปล่อยให้หนุ่มหน้าหวานนอนอยู่เช่นนั้น
....
จนกระทั่งมีเสียงโทรศัพท์ดังกริ๊งกร๊างขึ้นมา จินสะดุ้ง และรวมถึงอีกคนที่นอนฝันหวานนั้นด้วยละมัง
ร่างที่นอนอยู่จึงกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันที
จินพูดโทรศัพท์ไปด้วยและก็มองจุนโนะไปด้วย เขาหัวเราะหึๆ เด็กหนุ่มหันมาเห็นเข้าก็ทำหน้าเหรอหรา
จนจินอดยิ้มไม่ได้กับกิริยาของลูกจ้างคนใหม่ พอวางโทรศัพท์ลงก็เป็นเวลาเดียวกับที่จุนโนะเดินยิ้มเรี่ยราดเข้ามาหา
เอ้อ....อรุณสวัสดิ์ฮะ...คุณจิน...
...บอกว่าสายัณห์สวัสดิ์ก็ได้มั้ง จินพลิกนาฬิกาข้อมือให้ดูเวลา ร่างโปร่งชำเลืองมอง
แล้วก็ทำตาโต
โห...นี่ผมรอคุณซะนานไปเลย ขอโทษทีฮะ...หลับเพลินไปหน่อย...มันง่วง.......
จุนโนะมองหน้าจินชัดๆ เห็นแล้วก็แปลกใจ ทำไมหน้าตาจินมันมีรอยเหมือนกับไปฟัดกับใครมาอย่างงั้นแหล่ะ
หรือว่าไปบุกบ้านทักกี้เมื่อเช้า จะโดนยำเละกลับมา
จินพกเอารอยโดนต่อยมาอวดลูกจ้างอย่างไม่อาย ไม่คิดว่าจะกลัวเสียฟอร์มอะไร และจุนโนะก็จ้องเอา
จ้องเอา ราวกับจะให้เจ้านายบอกมาเสียที
มองอะไรไอ้หนู... จินถาม จ้องตาตอบ
เอ้อ...ก็.... จุนโนะชี้ไปที่ใบหน้าของคนถาม แล้วก็เลิกคิ้ว
จินคลำที่หน้าของตัวเองแล้วก็หัวเราะเหมือนไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญ
อ๋อ....โดนเล่นงานซะอ่วม
พวกเขาทำร้ายคุณเหรอ ....แล้วคุณกลับไปที่นั่นทำไมอีกล่ะฮะ...น้องคุณก็กลับออกมาแล้วนี่นา?
อืมมม....นั่นน่ะซิ จะไปทำไมดีหว่า.......เอ้อ.......ไปคิดบัญชีแค้นละมัง
จินว่าเข้านั่น จะให้บอกตรงๆ ได้ไงว่า เขาไปเล่นงานทักกี้กับซึบาสะเพราะอะไร ....ดูท่าทางจุนโนะจะไม่รู้เรื่องที่มีภาพตัวเองปรากฏบนเน็ตทั่วเมืองเลย...
ปล่อยให้มันเป็นความลับอยู่แบบนี้ดีกว่า
จินทำท่าไม่สนใจอะไร เขาก้มหน้าเซ็นชื่อในแฟ้ม ในขณะที่จุนโนะยืนตัวตรงอยู่ตรงหน้า
ยืนได้ไม่นานก็เริ่มขยับตัวยุกยิก เป็นการเรียกร้องความสนใจ
หือ? จินเงยหน้า เลิกคิ้วสูง
งานผมล่ะฮะ...จะให้ทำอะไร? จุนโนะถาม
เออนั่นซิ...ทำอะไรดี? จินเคาะปากกา แล้วก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มองหน้าหนุ่มน้อยตรงหน้า
เห็นแววตากระตือรือร้นในการที่จะอยากทำงานเหลือเกิน
คุณไม่รู้หรือไงว่าจะให้ผมทำอะไร?
ก็......
ฮึ!! ถ้าไม่รู้ ...แล้วจ้างผมมาทำไม?
นั่นน่ะซิ จ้างมาทำไม? จินถามกลับ เล่นเอาคนฟังชักจะฉุน หน้าหวานก็เลยมุ่ยสนิท
จุนโนะเท้าเอว ทำหน้าเอาเรื่องจนจินโบกมือ
แหม...ล้อเล่นน่า....เอางี้ บอกมาแล้วกันว่าทำอะไรได้มั่ง?
ทำคอมได้ ออกแบบแพ็คเก็จ วาดรูปก็ได้ อะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับศิลป์ฮะ
แล้วชงกาแฟได้หรือเปล่า?
ได้ฮะ...
ชงชาล่ะ?
ได้ฮะ
โกโก้ ช็อตโกแล็ต ไมโล โอวัลตินล่ะ เป็นมั้ย?
เอ๋...????? จุนโนะชักสงสัย นี่จะจ้างมาเป็นแม่ครัวหรือว่าเลขากันแน่นะ
หึ....หึ.... จินยิ้มกว้าง เขาลุกขึ้นมายืนข้างจุนโนะ เอาแฟ้มแตะบ่าของเด็กหนุ่ม
แล้วก็บอกสั้นๆ ว่า
เอาไปศึกษาก่อน แล้วก็คัดใบที่ไม่ได้เกี่ยวกับงบการเงินออกแยกไว้ต่างหาก ...อ่ะ...
จินวางแฟ้มบนไหล่ของเด็กหนุ่ม ดวงตาคมกริบมองจุนโนะที่ปรายตามองแฟ้ม แล้วก็พยักหน้า....รับแฟ้มมาถือ
แล้วก็บอกกับจินว่า
เรื่องแค่นี้ทำได้สบายมากครับ...
งั้นก็ทำซะ
จินเดินกลับไปนั่งที่เดิม ส่วนคุณเลขาหน้าหวานก็ยืนเคว้ง เหลียวมองรอบกาย จนมาหยุดนิ่งที่ใบหน้าก้มต่ำของจิน
เห็นแต่ปลายจมูกโด่งกับริมฝีปากบางของเจ้านาย ดูเขาจะสนใจตัวหนังสือตรงหน้ามากกว่าคนที่ยืนร่วมห้องเสียอีก
เด็กหนุ่มกระแอมไอ จนจินเงยหน้ามอง
แล้วจะให้ผมนั่งตรงไหนล่ะ จุนโนะถาม
เออ...จริงด้วยซิ....ห้องนี้ก็มีโต๊ะทำงานตัวเดียวเสียด้วยซิ เอางี้.....นั่งตรงข้ามกับฉัน
ใช้โต๊ะตัวเดียวกันนี่ก็ได้ จินชี้ไปที่พื้นที่ว่างของโต๊ะเขาเอง ซึ่งมันก็กว้างขวางพอดูเชียวล่ะ
โต๊ะไม้เนื้อแข็ง ขัดจนเป็นมันวับ เป็นโต๊ะของผู้บริหารจริงๆ จินตั้งคอมฯ ไว้ที่โต๊ะเล็กๆ
ด้านขวามือของเขา จึงทำให้มีที่ว่างอยู่มากทีเดียวบนโต๊ะใหญ่
จุนโนะถอนหายใจ เขาไม่อยากนั่งตรงนั้น ไม่อยากทำงานโดยมีสายตาของจินอยู่ตรงหน้า....
แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้ทำอะไรผิด แต่เขาก็กระดากเหลือเกินที่จะทำงานต่อหน้าต่อตาเจ้านายแบบนี้....
จินเห็นจุนโนะยืนลังเลไม่ยอมนั่งลงเสียที ก็ถามด้วยสายตา จุนโนะทำหน้าเหย เขาชี้ไปที่เก้าอี้ว่างตรงที่ยืนอยู่
จะให้ผมทำงานตรงนี้จริงๆ เหรอ?
ก็งั้นซิ....ทำไมล่ะ จุนโนะสุเกะ?
คุณไม่...ไม่เขินเหรอที่จะต้องทำงานโดยมีใครก็ไม่รู้มานั่งอยู่ตรงหน้าตลอดเวลาน่ะ?
ที่พูดนี่ พูดแทนความรู้สึกของตัวเองใช่หรือเปล่า? จินถามยิ้มๆ
....................
จุนโนะ...นายเป็นลูกจ้างนะ เจ้านายจะให้นั่งตรงไหนก็ต้องนั่ง ขอบอกก่อนนะว่า ฉันไม่เขินหรืออายอะไรเลยที่จะนั่งตรงหน้านาย....ฉันทำงาน
งานของฉันอยู่บนโต๊ะ และงานของนายก็อยู่บนโต๊ะตรงหน้าเหมือนกัน ไม่ได้เอางานมาไว้บนหน้าของฉัน
เพราะงั้น นายก็ไม่จำเป็นต้องมาเขินเวลาทำงาน หรือถ้านายกระดาก ก็ไม่ต้องมองหน้าฉัน
เข้าใจมั้ย? จินร่ายยาว เขาวางปากกาลง แล้วก็ผายมือทางเก้าอี้ที่จุนโนะจะต้องนั่ง
แล้วก็ไม่ได้พูดตอบโต้อะไรอีก ก้มหน้าทำงานต่อ เป็นอันตัดบทสนทนา และนั่นก็หมายความว่า
จุนโนะต้องนั่งทำงานตรงหน้าจินโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ทั้งสิ้น
.........................
.....อึดอัด....อึดอัดชะมัด......
จุนโนะอ่านข้อมูลไปได้ครึ่งหน้าก็เหลือบตามองคนที่นั่งตรงกันข้ามเสียทีหนึ่ง
พออ่านจบหน้าก็แอบมองจินอีก เห็นแต่ใบหน้าที่ก้มต่ำ ดวงหน้าหล่อคมคายของเจ้านายไม่ได้เงยขึ้นมองเขาเลย
คงจะจริงอย่างที่จินว่า งานอยู่ตรงหน้า เขาควรจะสนใจมองงานมากกว่าจะได้ไม่เขิน
คิดได้ดังนั้นแล้ว จุนโนะก็สูดหายใจลึกๆ ก้มหน้าคัดใบงานตรงหน้าต่อไป
แต่ความจริงจุนโนะจะรู้หรือเปล่าว่า จินเองก็ไม่มีสมาธิในการทำงานเหมือนกัน ก็หนุ่มหน้าสวยที่อยู่ตรงหน้านี่มันช่างมองเขาเสียจริง
มองทีก็นาน จนเขาเองแทบเขิน พอจุนโนะก้มมองตัวหนังสือ จินก็ลอบมองหน้าหวานของเด็กหนุ่มเสียที
เห็นจมูกโด่งรับกับปากบางหยักสวย ดวงหน้าเรียวรี กับกลุ่มผมสะบัดปลายสีเข้มของคนตรงหน้าทำให้เขาอดนึกไปถึงฮิโตมิคู่หมั้นของเขาไม่ได้
ฮิโตมิเป็นผู้หญิงที่สวย เฉี่ยว เปรี้ยว เป็นคนที่คบกันตั้งแต่เรียนมหา ลัย เธอเป็นดาวของคณะ
ใครๆ ก็แย่งกันจีบ รวมถึงยูอิจิด้วย แต่ว่าจินชอบเอาชนะก็เลยใช้เสน่ห์หว่านซะจนติด
พอเริ่มเป็นแฟนกัน ใครๆ ก็บอกว่าทั้งสองคนเหมาะสมกันทุกอย่าง ทั้งรูปร่าง หน้าตา
และฐานะ ...ฮิโตมิเป็นลูกสาวของนายธนาคารใหญ่แห่งเมืองเซนได
ลูกสาวนายธนาคารกับจิน ซึ่งเป็นทายาทนักธุรกิจเซนไดผู้มีกิจการมากมาย จึงหมั้นกันท่ามกลางเสียงชื่นชมของคนรอบข้าง
จนกระทั่งฮิโตมิเดินทางไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ ทิ้งจินให้นั่งเก้าอี้ทำงานอย่างโดดเดี่ยว
เพิ่งจะมีชีวิตชีวาเอาก็ตอนนี้ล่ะ
จินปรายตามองรูปถ่ายของหญิงสาวสวยในกรอบรูปตรงข้างเครื่องคอมฯ แล้วก็มองเสี้ยวหน้าที่ก้มต่ำของจุนโนะ แล้วก็หันกลับไปมองรูป และมองจุนโนะอีก สลับกันอยู่อย่างนั้น ก่อนที่จะสรุปในใจว่า
.......คนอะไรไม่รู้ สวยกว่าคู่หมั้นเราอีกแฮะ......
*****************
จุนโนะนั่งเกร็งจนเมื่อย จะเสียมารยาทมั้ยนะถ้าจะเหลือบดูนาฬิกาสักหน่อย........ดวงตาเรียวรีมองแว่บไปที่นาฬิกาข้อมือ
.......ห้าโมงเกือบครึ่งแล้ว....เย็นจัดแล้วด้วย ที่นี่มันเลิกงานกี่โมงกันนะ เขาเองก็ลืมถาม....แต่จะมาถามตอนนี้เดี๋ยวจะหาว่า
อยากกลับบ้านเต็มแก่...
จินเองก็นั่งทำงานแทบไม่ได้ลุกไปไหน เป็นเจ้านายที่เอาการเอางานดีมาก ดีจนคุณเลขาแอบค้อนตากลับ
.......~~~โครก......จ๊อก...โครก.......~~~~........
เสียงอะไรอย่างหนึ่งดังมาจากตัวจุนโนะ ซึ่งเจ้าตัวก็ถึงกับสะดุ้งก่อนที่จะหน้าแดงแจ๊ด
หือ? จินเงยหน้ามอง ทันเห็นใบหน้าแดงระเรื่อของคุณเลขาพอดี
หิว..... จุนโนะยิ้มอายๆ วางแฟ้มกับโต๊ะ แล้วก็บีบมือกับตัก
ทำไมไม่ลุกไปกินอะไรล่ะ ปล่อยให้ท้องร้องได้ไง
ไม่กล้าลุกฮะ...เจ้านายยังไม่ลุกแล้วผมจะลุกได้ไง?
นายกินข้าวกลางวันมาหรือเปล่า? จินถาม จุนโนะส่ายหน้าปฏิเสธ
อ้าว....แล้วทำไมไม่กินมา?
มัวแต่เผลอหลับฮะ พอตื่นมาอีกที เจ้านายก็มาแล้ว ไม่กล้าลุกไปกินหรอกฮะ...แค่ผมนอนหลับนี่ก็อายจะแย่อยู่แล้ว
ยังจะลุกไปกินข้าวอีกเหรอ...ไม่กล้าง่ะ?
เฮ้อ....... จินผ่อนลมหายใจ เขาเอนหลังกับพนักเก้าอี้ ส่ายหน้าดิก
งั้นไปกินข้าวกัน ...ฉันเองก็หิวเหมือนกัน ชายหนุ่มลุกขึ้น พยักหน้าให้จุนโนะ
เด็กหนุ่มรีบลุกขึ้นทันทีด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งเลยเชียวล่ะ ..... ท้องเจ้ากรรมช่วยเขาเอาไว้แท้ๆ
นี่ถ้าท้องไม่ร้อง เขาคงทนนั่งหิวอยู่อีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้
*********************
ณ ห้องอาหารชั้นล่าง
มีแต่จินกับจุนโนะเท่านั้นที่นั่งกันเพียงลำพังที่โต๊ะอาหารขนาดสิบหกที่นั่ง แต่จินนั่งที่หัวโต๊ะ
โดยที่จุนโนะนั่งติดกันทางด้านขวา
อาหารพร้อมแล้วอยู่ตรงหน้า จุนโนะมองจิน เมื่อเห็นเจ้านายตักคำแรกเขาก็ไม่รีรอที่จะตักข้าวตาม
ช่างเป็นเวลาอันแสนสุขจริงๆ เชียว วันนี้ทั้งวันเพิ่งจะมีอาหารตกถึงท้อง และก็เป็นมื้อเย็นที่สุดแสนจะเอร็ดอร่อยเสียด้วย
.........
กว่าจินจะปล่อยเขากลับบ้านก็ปาเข้าไปเกือบสองทุ่มแล้ว ท้องฟ้าพร่างดาว แต่ก็ยังอุตส่าห์เห็นแสงจันทร์ส่องลอดใบไม้ลงมาพอให้เห็นทาง
จุนโนะยืนรีรออยู่หน้ารั้วบ้านของจิน เขาเดินออกมาได้สักครู่แล้ว กำลังคิดอยู่ว่าจะไปอย่างไรดี
ขามาน่ะมีคนรถมารับถึงที่ แต่ขากลับนี่ซิ จะกลับยังไง
อย่าว่าแต่รถโดยสารเลย รถอื่นๆ ก็ไม่มีวิ่งผ่านแถวนี้สักคัน หรือว่าจะเดินกลับ...จุนโนะคิดว่า
เขาเดินไปเรื่อยๆ ตามถนนเส้นเล็กๆ นี้ดีกว่า ถ้ามีรถที่ไหนผ่านมาก็จะได้โบก ไม่เสียเวลาและเป็นการย่อยอาหารไปในตัวด้วย
...
เขาเดินไปได้สักครู่ ก็ได้ยินเสียงรถวิ่งมาจากข้างหลัง หันไปมองก็เห็นแสงไฟหน้ารถยนต์คันหนึ่งส่องเป็นลำ
เขายื่นนิ้วโป้งชี้ไปเป็นการขออาศัยรถไปด้วย และรถคันนั้นก็จอดข้างๆ เขาเสียด้วย
จุนโนะเกาะหน้าต่างที่ลดกระจกลงแล้ว แต่พอเห็นหน้าคนขับเขาก็ทำหน้าเหวอ
เจ้านาย....
ขึ้นมาสิ จินพยักเพยิดให้จุนโนะขึ้นมานั่ง พอเด็กหนุ่มอยู่ในรถเรียบร้อย เขาก็ขับไปทางที่ตั้งแคมป์ของจุนโนะ
ทำไมไม่รอ เดินออกมาแบบนี้ได้ไง? จินทำเสียงดุ
ไม่รู้นี่ฮะ ว่าจะมาส่ง
ไม่ให้ส่งได้ไง แถวนี้เปลี่ยวจะตาย แล้วก็ไกลด้วย ที่บ้านน่ะเขาไม่ใจดำปล่อยให้นายกลับคนเดียวหรอกน่า...
ขอโทษฮะ..ผมเกรงใจด้วย เห็นเจ้านายกินข้าวเสร็จแล้วก็หายไปข้างบนเฉยเลย ผมก็เลยกลับ
จุนโนะทำเสียงอ่อย ทำให้คนฟังอดสงสารไม่ได้ จินมองกระจกหลัง เห็นเส้นทางที่จุนโนะเดินมาแล้วก็อดชมในใจไม่ได้
...หนทางไกลพอสมควร ....กว่าจะถึงที่ตั้งกองคาราวานก็คงดึกดื่นค่อนคืนนั่นแหล่ะ
นายคงโบกรถแบบนี้บ่อยล่ะซิ? ชายหนุ่มถาม เมื่อเห็นจุนโนะเงียบไป
ก็ไม่บ่อยครับ ถ้าไม่จำเป็น...
ไม่ดีรู้มั้ย....ถ้าเกิดเจอคนไม่ดีจะว่าไง?
แหม...ผมไม่มีของมีค่าติดตัวหรอกฮะ
ฉันไม่ได้หมายถึงของมีค่า....ฉันหมายถึง....... จินปรายตามองคนนั่งเคียงข้าง
หน้าสวยของจุนโนะนั่นแหล่ะที่เขาเป็นห่วง รูปร่างสูงอ้อนแอ้นนั่นก็อีก... มันอันตราย...เจ้าตัวไม่รู้หรือ
แต่ก็ดูเอาเถอะ...เจ้าหนุ่มนักศึกษาคนนี้ ยังนั่งไม่รู้เรื่องว่าเขาหมายถึงอะไร...ใบหน้าที่สะท้อนให้เห็นในแสงสลัวเลือนนั้น
มองจินตาแป๋ว รอคำตอบที่จินยังพูดไม่หมด และนั่นก็ทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก จะให้บอกตรงๆ
เขาก็กระดาก
บางทีการมีหน้าตาดีๆ มันก็เป็นอันตรายเหมือนกันนะ คนเราน่ะ มันไว้ใจไม่ได้....เดี๋ยวโดนฉุดไปทำมิดีมิร้ายจะหาว่าไม่เตือน
จุนโนะไม่ตอบ ได้แต่หัวเราะพรืดออกมา จินมองแล้วก็ทำเสียงเข้ม
หัวเราะอะไรไม่ทราบ? ไม่เชื่อที่ฉันบอกหรือไง?
เปล่าฮะ...ผมหัวเราะก็เพราะไม่คิดว่าจะมีการฉุดผู้ชายด้วยกัน ถ้าเป็นผู้หญิงฉุดผม
ก็ว่าไปอย่าง
คอยดูเหอะ...ถ้าวันไหนโดนฉุด ฉันจะนั่งหัวเราะให้ฟันโยกเลยล่ะ
ฮะ...เอาให้ฟันหักก็ได้ จุนโนะยังคงนั่งหัวเราะจนตาหยี จนจินขับรถมาถึงรถพ่วงสองคันที่จอดอยู่ใต้ต้นไม้
จินจอดรถข้างๆ แต่ก็ยังไม่ยอมลงจากรถ คงคุยกับจุนโนะต่อ
เอ....ทำไมพวกนายไม่นอนกันในรถล่ะ รถออกจะกว้าง เป็นรถนอนด้วยไม่ใช่หรือ?
ฮะ..มีคันหนึ่งเป็นรถนอน แต่นอนในนั้นมันไม่ได้บรรยากาศเหมือนนอนข้างนอก ส่วนรถอีกคันเอาไว้บรรทุกพวกรถจักรยานและของใช้ฮะ...นอนไม่ได้
พวกเรามากันหลายคน จะนอนอัดกันในรถก็ไม่ไหว...
แล้วจุนโนะมารถคันไหน?
คันที่เป็นตู้นอนฮะ? มีผมกับโคกิและอุเอดะ โคกิเป็นคนขับ....ส่วนอีกคันก็อุจี้ผลัดกันขับกับยามะพี
อืมม...ชีวิตของพวกนายก็น่าสนุกดีนะ ตอนฉันเรียนมหา ลัยน่ะ ไม่มีโอกาสสนุกกันแบบนี้หรอก
จินเกยคางกับพวงมาลัยรถ มองไปที่กองไฟที่เพื่อนจุนโนะก่อไว้ ได้ยินเสียงจุนโนะขยับตัว
ก็หันมามอง
คุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรแบบพวกผมนี่ พวกผมน่ะหาเงินเรียนเอง มีโอกาสทองก็ช่วงปิดเทอมนี่นา
พวกเราไม่ได้ร่ำรวย แค่โคกิกับอุจี้มีคุณพ่อใจดีหน่อย ให้ยืมรถมาขับหางานระหว่างปิดเทอม
พอเปิดเทอมแล้วก็กลับไปเรียนอย่างเก่า ระหว่างนั้นก็หางานทำช่วงพาร์ตไทม์ตอนเย็น
สนุกดีฮะ
นั่นน่ะซิ ฉันอยากมีชีวิตอย่างนี้บ้าง....บางทีการมีอะไรทุกอย่างในกำมือมันก็เซ็งเหมือนกันนะ....
ครับ.....วันไหนถ้าว่างๆ คุณจินจะมาร่วมแคมป์กับพวกเรามั่งก็ได้ จุนโนะชวน ยิ้มให้ตาหยี
ซึ่งจินก็เห็นว่ามันช่างน่าดูเหมือนดาวส่องประกายระยิบระยับในท้องฟ้ายามราตรี
นายยิ้มแบบนี้ ทำให้ฉันอารมณ์ดีขึ้นนะ...
อ๊ะ?.... จุนโนะทำตาโต เมื่อเจ้านายพูดเอาตรงๆ ใบหน้าร้อนซู่ขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้
เจ้านายจะลงไปรวมกลุ่มสักหน่อยไม่ครับ เด็กหนุ่มชวน ซึ่งคนเป็นเจ้านายก็รีบเปิดประตูลงไปทันที
ไม่ต้องรอให้ชวนซ้ำ
ไปซิ... จินพยักหน้าแล้วก็เดินนำลิ่วๆ ไปก่อนคนชวนเสียอีก
************************
ชายหนุ่มคนหนึ่ง ท่าทางดี ใบหน้าหล่อเหลาและอ่อนโยน เขาตกเป็นเป้าสายตาของจุนโนะทันทีที่เด็กหนุ่มเดินเข้ามาในบริเวณที่เพื่อนๆ
ก่อกองไฟกันอยู่
จุนโนะ......หวัดดี..... ชายคนนั้นยกมือหรา จับมือจุนโนะเขย่าแรงๆ ด้วยความยินดี
เคียงข้างเขานั้นคือ ร่างบอบบางของอุจี้ ซึ่งมีใบหน้าแบบคนอารมณ์ดีเต็มที่
...ใช่สิ..ก็คนรักมาอยู่ที่นี่แล้วนี่นา......
หวัดดีฮะ พี่ไอบะ มานานแล้วเหรอ? จุนโนะทักตอบ
มาเมื่อเย็น เพื่อนมาส่ง หอบผ้าหอบผ่อนมาด้วย ไอบะพูดแล้วก็โอบคนข้างๆ มากอด
จุนโนะปรายตามองมือที่กระชับรอบเอวของอุจี้แล้วก็แอบถอนหายใจเฮือก
พี่ไอบะกับเราจะ.....เอ้อ...ย้ายไปนอนในรถแทน หวังว่าจุนโนะไม่ว่าอะไรเรานะ คือเพื่อนๆ
ก็โอเค อุจี้ออกตัวก่อนเป็นอันดับแรก
ฮื่อ.....ก็ดีนี่ จะได้เป็นส่วนตัว จุนโนะฝืนยิ้มให้ เขาอดมองไอบะไม่ได้ ไอบะมองเขาอย่างอ่อนโยน
มีแต่ความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องเท่านั้นที่ไอบะมองเขา มันไม่มีประกายแวววามแบบมองอุจี้เลยสักนิด
จุนโนะกลืนน้ำลายลงคอ ...ก็ดี...ไอบะมาอยู่แบบนี้ เขากับยามะพีจะได้ชิน และก็ตัดใจได้เสียที
ความจริงก็น่าจะทำใจได้ตั้งนานแล้วนี่นา......เด็กหนุ่มพยายามมองหายามะพี เห็นเพื่อนของเขากำลังเดินตรงมาพอดี
พอเห็นจิน ยามะพีก็ก้มหัวให้
...สวัสดีฮะ คุณอะกานิชิ
หวัดดีครับ จินทักตอบ
งานเป็นไงบ้าง จินถาม
ดีฮะ.....ดีมากๆ เลยล่ะ...ผมชอบ
ฉันดีใจด้วยนะ...
ขอบคุณนะฮะที่แนะนำงานที่นั่นให้ ผมจะทำเต็มที่เลยล่ะครับ ยามะพีก้มหัวนอบน้อม
แม้จินจะไม่ใช่เจ้าของกิจการที่นั่น เป็นแค่คนฝากฝังให้ แต่เขาก็ไม่ลืมบุญคุณของจินเลย
จินพยักหน้าให้ยามะพี ยิ้มให้หนุ่มหน้าหวานคนนี้ แล้วก็หันมาร่วมวงสนทนาของจุนโนะกับไอบะ
ไอบะ มาซากิ ถูกแนะนำให้รู้จักกับอะกานิชิ จิน หนุ่มทั้งสองจับมือกัน จินทราบมาว่า
ไอบะเป็นรุ่นพี่ของพวกจุนโนะ และกำลังฝึกงานอยู่ที่โรงงานผลิตไอศกรีมชื่อดังที่ตั้งนอกเขตเซนไดไปทางตะวันตกประมาณห้ากิโล
....ฝึกงานกับฝ่ายคุมเครื่องจักรขั้นตอนบรรจุผลิตภัณฑ์
จินสรุปจากการที่ได้พูดคุยกับพวกของจุนโนะแล้วว่า.....ไอบะเป็นหนุ่มที่ดูมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าอายุ
และเป็นคนรักของหนุ่มน้อยอุจี้ ....แต่ทำไมจุนโนะกับยามะพีถึงได้มองไอบะตาละห้อยแบบนั้นล่ะ
...
ยามะพีน่ะไม่ค่อยเท่าไรหรอก แต่คุณเลขาหน้าหวานของเขานี่ซิ จินเห็นแอบชำเลืองมองหน้าไอบะด้วยสายตาที่เศร้าสร้อยอยู่บ่อยๆ
ส่วนอีกคู่แทบไม่ค่อยเว้นช่องว่างระหว่างกัน ก็คือคู่ของ อุเอดะกับโคกิ ซึ่งเวลาคุยกับจินก็จะคอยแตะเนื้อต้องตัวกันและกันตลอด
เล่นเอาจินแอบอิจฉาในความหวานของทั้งคู่
ให้ตายเถอะ...แค่เข้ามาทำความรู้จักกับกลุ่มคาราวานนี้ไม่กี่นาที เขาดูเหมือนจะกลายเป็นผู้เชียวชาญในการทายใจของใครต่อใครเสียแล้ว
และสรุปของสรุปอีกทีเมื่อลอบสังเกตอาการของจุนโนะสุเกะ .....จินลงความเห็นว่า
จุนโนะชอบไอบะ มาซากิ.....และก็กำลังอยู่ในข่าย ......อกหัก.......
************************
จินลากลุ่มนักศึกษากลับบ้านเมื่อดวงจันทร์ลอยสูง น้ำค้างยามดึกทำให้เรือนผมเปียกชื้น
เขาเอ่ยปากลาเมื่อกองไฟเริ่มมอด ...ไอบะและอุจี้ก็เข้าไปนอนในรถที่ใช้เป็นห้องหอเรียบร้อยแล้ว
จุนโนะเดินมาส่งเขา ก่อนที่จินจะขึ้นรถ เขาก็บอกว่า ตอนเช้าให้จุนโนะยืนรอที่เดิมเพราะจะให้คนขับรถมารับไปทำงาน
และสำหรับวันนี้........
สนุกมากเลยนะ ดีจังที่ได้เข้ามาร่วมสนุกด้วย
ดีใจครับ ที่คุณสนุก จุนโนะยิ้มอย่างจริงใจ
อืมม...นายเองก็เหมือนกันนะ หวังว่าคงจะลืมความเศร้าในใจได้เสียทีนะ....
เอ๋......?? จุนโนะเลิกคิ้ว มองจินอย่างงงๆ
ก็ไอบะ มาซากิน่ะ....ชอบเขาล่ะซิ
เจ้านาย......... เสียงครางดังผ่านสายลมมาเข้าหูจิน จุนโนะก้มหน้านิ่งราวกับจะหลบซ่อนความน่าละอายเอาไว้
จินตบบ่าเด็กหนุ่มเบาๆ เป็นการให้กำลังใจ เมื่อหน้าหวานแจ่มมองเขาอย่างทึ่งจัด
จินก็หัวเราะ
ลืมบอกไปว่า ฉันอ่านใจคนเก่งนะ เขายิ้มให้จุนโนะอีกครั้งก่อนจะพูดว่า
ถ้าอยากหาคนดามหัวใจละก็ ฉันแนะนำยูอิจิเพื่อนฉันเอามั้ย หมอนั่นนะเห็นเฉยๆ แต่ก็ไว้ใจได้
เป็นคนที่อบอุ่น ใครอยู่ใกล้ก็อดรักไม่ได้ เขาอกหักจากคู่หมั้นของฉัน ก็เลยอยากให้จุนโนะพิจารณาหน่อยก็ดี
หวังว่านายคงจะไม่...เอ้อ.....ไม่ว่านะที่ฉันเจ้ากี้เจ้าการ แต่จากกริยาของนายที่ฉันเห็นนายมองไอบะ
ฉันก็คิดว่านายน่าจะหาใครสักคนได้แล้ว.....
ขอบคุณฮะ...ให้ผมหาเองดีกว่า.. จุนโนะพูดแค่นั้นก็หันหลังให้จิน เขายืดตัวตรงแล้วก็พูดโดยไม่หันหน้ามา
หวังว่าคุณคงไม่โกรธนะครับ เจ้านาย ไม่ใช่ว่าผมว่าเพื่อนคุณไม่ดีนะ แต่เขาไม่เหมาะกับผมหรอก....
จุนโนะ............ จินส่ายหน้า มองแผนหลังที่เดินห่างออกไป ร่างสูงโปร่งของจุนโนะดูเด่นเป็นสง่าในความมืด
เรือนผมที่โดนลมยามดึกตีจนสะบัดพริ้ว ดูอ่อนไหวและสวยงาม ดูเหมือนร่างนั้นจะน่ามองขึ้นไปอีกเมื่อเหนือร่างของจุนโนะขึ้นไปนั้น
มีดวงดาวนับร้อยนับพันที่สว่างไสวเป็นจุดเล็กๆ ทาบทาเต็มผืนฟ้าอันงดงาม เป็นแบ็คกราวด์ให้
จินสตาร์ตรถกระหึ่ม ....เมื่อขับรถออกจากบริเวณนั้น เขาก็บังคับความเร็วให้ต่ำจนแทบจะเป็นคลาน
ปล่อยใจคิดไปเรื่อยเปื่อย
ดวงหน้าของเลขาคนใหม่ลอยเข้ามาในห้วงความคิด ....ความจริงเขาไม่จำเป็นต้องจ้างจุนโนะทำงานเป็นเลขาก็ได้
จะส่งตัวไปฝึกงานที่แผนกออกแบบแพ็กเก็จที่บริษัทของเขาหรือของยูอิจิก็ได้ แต่นั่นมันก็อยู่ไกล
.....สู้อุตส่าห์ให้จุนโนะมาเป็นเลขาที่บ้านไม่ได้ เพราะจินเองก็ทำงานที่บ้านมากกว่าที่โรงงาน
.......ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมต้องการให้เด็กหนุ่มคนนั้นมาอยู่ใกล้ชิดถึงขนาดนี้
แต่ก็ยอมรับอย่างหนึ่งล่ะว่า ......ถูกชะตา......ตั้งแต่เรกเห็นก็ว่าได้ และยิ่งนับวัน
ความถูกชะตานั่นก็มากขึ้นทุกที........
*******************
วันนี้เป็นอีกวันที่ยามะพีตื่นขึ้นด้วยความรู้สึกสดชื่น เขาลุกขึ้นบิดขี้เกียจข้างจุนโนะซึ่งยังนอนหลับอุตุอยู่
เมื่อเหลียวเห็นเพื่อนรักนอนหลับตาเฉย เขาก็ตบสะโพกของจุนโนะแรงๆ
เฮ้ย....!! ตื่น...ตื่นได้แล้ว เช้าที่สดใสรอเราอยู่......
อือ.....สดใสที่ไหนกัน จุนโนะทำเสียงงึมงำ พลิกตัวนอนหงาย ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองเพดานเต๊นท์แล้วก็นึกถึงงานที่ต้องไปทำ
เขากระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันที
เฮ้ย...สายแล้ว!! รีบลุกพรวดพราดออกมานอกเต๊นท์ ทั้งเขาและยามะพีรีบเร่งกันทำกิจวัตรประจำวันของทุกเช้า
ยามะพีอาบน้ำข้างถังสำรอง แล้วก็ฮัมเพลงในลำคอ ดูท่าทางมีความสุขจนจุนโนะสงสัย
พอถามเข้า คนถูกถามก็อายม้วน หน้าแดงก่ำ แต่ปากก็บอกว่า
ยังไม่กล้าบอกตอนนี้นะ แต่ขอให้รู้เอาไว้ว่า ณ ตอนนี้เพื่อนของนายคนนี้ กำลังมีความสุขที่จะได้ไปทำงาน
เฮ้..ยามะ...นายมีอะไรดีที่ทำงานเหรอ? จุนโนะอดถามไม่ได้
ก็มีง่ะ
บอกหน่อยได้ม้า??
ยัง....ยังไม่ถึงเวลา
ไหนสัญญากันแล้วไงว่า จะบอกกันทุกอย่างไง?
ก็ยังไม่มั่นใจนี่นา
มีใครคนหนึ่งแล้วล่ะซิ.... จุนโนะพูดดักคอ ซึ่งยามะพีไม่ได้ตอบอะไร เอาแต่อมยิ้มแก้มป่องท่าเดียว
แหม....ยามะพี ไปทำงานเมื่อวานแค่วันเดียว มีอะไรดีซะแล้วนะ
แล้วของนายล่ะ เจ้านายคนนั้นน่ะ แหม......ต้องมาส่งกันด้วย ดึกดื่นขนาดนั้น มีอย่างที่ไหนนายจ้างต้องมาส่งลูกจ้างที่ทำงานได้แค่วันเดียว
ยามะพีเอาคืน จุนโนะก็เลยยืนทำตาปริบๆ ไม่รู้จะตอบว่าอะไรดี ยามะพีมองแล้วก็หัวเราะ
เขาตักน้ำอาบแล้วก็เอาขันน้ำเคาะไหล่จุนโนะเป็นเชิงเตือนให้รีบๆ หน่อย
ไม่เห็นเล่าเรื่องที่ทำงานให้ฟังบ้างเลย จุนโนะต่อว่า
เออ....นายก็เล่าให้ฉันฟังบ้างซิ
กลับมาค่อยเล่าละกัน
ฮื่อ
สองหนุ่มต่างรีบร้อนไปทำงาน โคกิและอุเอะดะน่ะ รอยามะพีอยู่ที่รถพ่วงนอน ส่วนอุจี้กับไอบะขับรถอีกคันไปทำงานตั้งนานแล้ว
เหลือจุนโนะคนเดียวที่ต้องรอคนขับรถของจินอยู่
เขาโบกมือให้เพื่อนๆ เห็นยามะพีนั่งยิ้มหน้าบานออกไปแล้ว ก็อยากรู้ใจแทบขาดว่า ที่ทำงานของยามะพีนั้นมีอะไรดี ถึงทำให้เพื่อนคนนี้นอนหลับฝันดีจนเลิกพูดถึงพี่ไอบะไปเสียแล้ว........
*******************************
to be continue