CARAVAN LOVER.......

 

Vol 1 ...

***************************

เสียงกระหึ่มเร่งเครื่องของรถคันหนึ่งแล่นมาแต่ไกล ทำให้ชายหนุ่มซึ่งนั่งประสานมือไว้กับอก เบือนหน้าไปมองนอกกระจก ....เห็นรถสปอร์ตสีทองแล่นผ่านเข้ามาในอาณาเขตอันกว้างใหญ่ของบ้าน ถนนสายเล็กๆ ที่ทอดยาวออกไปจรดประตูรั้วนั้น ทำให้ต้องเขม้นมอง ใกล้จะถึงตัวบ้านแล้ว แต่รถคันนั้นก็ยังคงวิ่งฝุ่นตลบลอยคลุ้งอยู่เบื้องหลัง ทำให้ชายหนุ่มที่มองอยู่บนบ้านอดหัวเราะหึๆ ไม่ได้ ....

เรื่องความใจร้อนล่ะก็ ยกให้เพื่อนคนนี้.....นากามารุ ยูอิจ

........................................

“คุณยูอิจิมาแล้วครับ....” คนรับใช้ยื่นหน้ามาบอกที่ประตู เจ้าของห้องพยักหน้างึกๆ ไม่ต้องบอกก็รู้ ....
สักพักเพื่อนของเขาก็เดินตึงๆ เยี่ยมหน้ามันๆ เข้ามาในห้อง นากามารุ ยูอิจิ เปิดยิ้มกว้าง ขณะถือวิสาสะตบที่บ่าของเจ้าของบ้านดังป้าบ
“ได้แล้วไอ้จิน” พูดพลางยื่นซองสีน้ำตาลปึกหนาส่งให้ชายหนุ่มที่กำลังนั่งทำหน้าเครียด สีหน้าแสดงอาการเหนื่อยหน่ายออกมา เขาเอื้อมมือไปรับซองนั้นมาวางไว้ ก้มมอง ชั่งใจว่า จะเปิดออกดูดีหรือไม่
“เปิดซิ” ยูอิจิเร่งเร้า เมื่อนั้นแหล่ะที่ร่างสูงถึงได้เอื้อมมือคว้าซองมาเปิดออก เขาดึงรูปถ่ายจำนวนหนึ่งออกมาวางแผ่ลงกลางโต๊ะ
“เป็นไง จิน?”


“อืมมม.....” อะกานิชิ จิน พิจารณาดูรูปถ่ายของบรรดาหนุ่มน้อยที่วางเกลื่อนโต๊ะ เขาหยิบขึ้นมาพิจารณาดู รูปแล้วรูปเล่า แต่ก็ไม่ถูกใจ เขาเอนหลังพิงพนัก ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย
“ไม่ได้เรื่องสักคน.....เฮ้อ....”
“นายยังดูไม่หมดเลยนะ....” ยูอิจิท้วง เขาหยิบรูปที่เหลือออกมาคลี่ดู ยังมีอีกหลายใบทีเดียวที่จินยังดูไม่หมด
“คนนี้เป็นไง?” ยูอิจิวางรูปถ่ายของเด็กหนุ่มคนหนึ่งตรงหน้าจิน ซึ่งหนุ่มเจ้าของห้องกลับเหม่อไปนอกหน้าต่าง
“ช่างเหอะ...ขี้เกียจดู เดี๋ยวฉันหาเอาแถวๆ คลับก็ได้วะ”
“ดูหน่อยน่า....คนนี้น่ะ นักศึกษามหา’ลัยเชียวนะ” ยูอิจิเคาะรูปถ่ายใบนั้นบนโต๊ะ มองหน้าเบื่อๆ ของจินแล้วยื่นให้
จินรับมาดูอย่างเสียไม่ได้ พอเขาเห็นภาพถ่ายใบนั้น ก็เบิกตากว้าง ส่งเสียงครางออกมา
“อือ........ผู้หญิงหรือผู้ชายวะ?” เขาถาม พิจารณาคนในรูปถ่าย ดูก็รู้ว่าเป็นรูปที่ถูกแอบถ่ายมา
“ผู้ชายโว้ย!!” ยูอิจิหัวเราะ จับสีหน้าของจิน เพื่อนของเขากำลังให้ความสนใจคนในรูปเต็มที่

ร่างสูงโปร่งของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง กำลังยืนจับสายเต๊นท์ ใบหน้ายิ้มละไมให้กับใครคนหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในรูปถ่าย สีหน้าที่กำลังหัวเราะของเด็กคนนั้น ทำให้จินไม่อาจถอนสายตาไปได้ รอยยิ้มแห่งความมีชีวิตชีวา หน้าตาที่อ่อนเยาว์นั่นก็อีก งดงามยิ่งกว่าผู้หญิงบางคนที่เขาเคยควงด้วยซะด้วยซ้ำ
“เป็นไงไอ้จิน บื้อกินเลย” ยูอิจิแซว
“บ้า...ก็แค่เห็นว่าเขาสวยดี ก็เท่านั้น” จินวางภาพนั้นลง ทำทีว่าไม่เห็นจะน่าสนใจตรงไหน แต่เขาก็อดแอบชำเลืองมองไม่ได้
“ชื่ออะไรวะ เด็กคนนี้ง่ะ?” จินถาม
“ไม่รู้...”
“อ้าว!!” จินร้องเสียงหลง ยูอิจิหัวเราะร่วน ขณะนั่งลงเก็บรูปที่เหลือใส่ซองไว้อย่างเดิม
“ก็ใครจะไปรู้ ฉันแอบถ่ายมา พวกนักศึกษามหาลัย K น่ะ เพิ่งจะเดินทางมาถึงเซนไดเมื่อวานนี้เอง เป็นไอ้หนุ่มคนสุดท้ายที่ฉันถ่ายเลยนะ....เขามากับกองคาราวาน...”


“กองคาราวาน?” จินเลิกคิ้ว เขามองยูอิจิที่กำลังเดินไปนั่งเอกเขนกบนโซฟาราคาแพงตรงมุมห้อง ชายหนุ่มนั่งไขว่ห้าง จุดบุหรี่สูบแต่พอจินถลึงตาข้ามห้องมา เขาก็รีบดับบุหรี่ทันที
“ก็กองคาราวานน่ะซิ เป็นรถพ่วงของนักศึกษาที่ออกเดินทางหาเงินเป็นค่าเล่าเรียนในเทอมหน้า มีขับกันมาหลายคันเลยล่ะ ออกมาจากโตเกียวแล้วก็ค่อยมาแยกย้ายกันเมื่อถึงเซนได ...ไอ้หนุ่มคนนี้ก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น พวกนี้น่ะเขาจะหางานพิเศษทำ ก็ที่เซนไดน่ะ มีงานให้ทำอยู่เยอะแยะ นี่ฉันขับรถผ่านมาถามคนแถวนั้นหรอกนะ พวกนั้นน่ะนอนในรถพ่วง แต่นี่เห็นมาตั้งเต๊นท์อยู่บ้าง....หน้าตาดีๆ ทั้งนั้นเลย คงจะรับจ้างทั่วๆ ไปนั่นแหล่ะ ....เออ...รูปเพื่อนๆ ของหมอนี่ก็มีนะ จะดูหรือเปล่าล่ะ ฉันแอบถ่ายมาหมดแหล่ะ....” ยูอิจิสาธยาย แต่จินส่ายหน้า
“ไม่ล่ะ ...ฉันเลือกคนนี้แหล่ะ อยู่ไหนล่ะ...?”
“เขาจอดรถอยู่แถวๆ คอตต้อน ฟิลด์ของนายง่ะแหล่ะ?”
“คอตต้อน ฟิลด์??? เฮ้ย...นั่นมันที่ของฉันนะโว้ย อย่างงี้บุกรุกนี่หว่า” จินยืนเท้าเอว
มีกองคาราวานมาจอดรถในที่ส่วนตัวของเขา แต่จะว่าไปที่ตรงนั้นก็ไม่ได้ปักป้ายเอาไว้ เป็นไร่ฝ้ายที่มีพื้นที่สุดลูกหูลูกตา และก็ไม่มีรั้วกั้นอาณาเขตเสียด้วยซิ

จินฉวยกุญแจรถไว้ แล้วก็พยักหน้าให้ยูอิจิ
“ไปกันเถอะ...”
ยูอิจิเดินตามหลัง เห็นจินรีบร้อนเดินแล้วก็ต้องหัวเราะออกมา
“อยากไปดูหน้าไอ้หน้าสวยคนนั้นไวๆ ก็บอกมาเหอะ....”

******************************************

เมื่อมาถึงยังบริเวณไร่ ...คอตต้อน ฟิลด์ เป็นไร่ที่จินปลูกทิ้งเอาไว้ โดนไม่เป็นที่สนใจใยดี นานๆ ครั้งเขาถึงจะขับรถมาดูบ้าง แต่ก็เป็นการดูแบบงั้นๆ เขามีธุรกิจอย่างอื่นที่ต้องทำมากกว่า ....


จินและยูอิจิเห็นรถพ่วงสีฟ้าเพ้นท์เป็นรูปทะเลสีคราม สวยงามจอดอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ เป็นรถที่ต่อมาอย่างพิเศษ เป็นแบบสองตอน เหมือนรถพ่วงนอนธรรมดา เขาไม่เข้าใจว่า ในเมื่อมีตู้นอนแสนสวยแบบนี้แล้ว ทำไมถึงต้องมากางเต๊นท์กันด้วย
เขาจอดรถห่างจากพวกคาราวานพอสมควร จินเห็นหนุ่มวัยรุ่นสองสามคนยืนเตรียมอาหารกันหน้าเตาบาร์บีคิว ส่วนที่เหลือก็ยืนกระจายตามที่ต่างๆ เขาพยายามมองหาหนุ่มน้อยในรูปถ่าย แต่ก็ไม่เห็น.....
“ไหนวะ ไอ้ยู?” จินหันมาถามเพื่อนรู้ใจ ยูอิจิเองก็กำลังมองหาเหมือนกัน เขาส่ายหน้า
“เออว่ะ ไม่เห็นมีเลย สงสัยไปไหนล่ะมัง? ลองเข้าไปถามดูซิ”
“อือ...”


ในที่สุดจินก็เดินฉับๆ ไปที่กลุ่มหนุ่มๆ ที่เริ่มจับกลุ่มหันมามองเขาเป็นตาเดียว จินมองกราดไปทั่วบริเวณ มีนักศึกษาอยู่สี่ห้าคน และหน้าตาดีๆ กันทั้งนั้น แต่ไม่มีเจ้าหนุ่มในภาพถ่ายนั่น
“พวกนายรู้หรือเปล่าว่ากำลังบุกรุก” จินพูดเป็นประโยคแรก แค่ถ้อยคำนั้นก็ทำเอาพวกนักศึกษามองหน้ากันเลิ่กลั่ก
“ผมไม่ทราบฮะว่าที่นี่เป็นที่ของคุณ” หนุ่มน้อยคนหนึ่งก้าวออกมายืนตรงหน้าจิน ใบหน้าหวานประกอบกับดวงตากลมโตทำให้จินเริ่มใจไม่แข็งพอ
“ไร่ฝ้ายของฉันเอง” จินบอก
“นั่นน่ะซิฮะ เป็นไร่ที่สวยงามมากเลยล่ะ ไม่คิดว่าที่เซนไดซึ่งเป็นเมืองอุตสาหกรรมจะมีไร่ฝ้ายด้วย”
“เธอชื่อไร?”
“ยามะชิตะ โทโมะฮิสะ เรียกว่ายามะพีก็ได้ฮะ...” หนุ่มคนนั้นบอก
จินมองเด็กหนุ่มคนอื่น แล้วก็บอกว่า
“ยังไงพวกนายก็บุกรุก เข้ามาในที่คนอื่นโดยไม่รับอนุญาตแบบนี้ มีความผิดทางกฎหมายนะ”
“เอ้อ.....” คนชื่อยามะชิตะทำหน้าตื่นๆ เขาหันกลับไปมองเพื่อนคนอื่นๆ
“ขอโทษฮะ” ทุกคนก้มหัวลงต่ำ เป็นการขอโทษจิน
“ความจริงฉันจะไล่พวกนายให้ไปอยู่ที่อื่นก็ได้นะ แต่ว่า...เอาเถอะ ไหนๆ ก็มาแล้วนี่....ฉันจะให้พวกนายอยู่แถวนี้ก็ได้ ...แต่ว่า ต้องส่งนายคนนี้มาเจรจากันให้รู้เรื่อง” จินว่าพลางส่งรูปถ่ายของหนุ่มน้อยที่ยูอิจิไปแอบถ่ายมาให้ดู
ทั้งหมดกรูกันเข้ามามองแล้วก็ส่งเสียงกันแซ่


“เฮ้ย....ไอ้โนะนี่หว่า....”
“ใครนะ?” ยูอิจิถามแทนจิน
“ทางุจิ จุนโนะสุเกะ ตอนนี้เขาไปซื้อของที่ตลาดครับ” หนุ่มคนที่มีดวงหน้าสวยไม่แพ้ยามะชิตะเอ่ยขึ้น เมื่อจินหันมามอง เขาก็รีบแนะนำตัวเอง
“ผม...อุจี้ฮะ และนั่นยามะพี ส่วนที่เหลือก็ โคกิและก็อุเอดะ พวกเราเป็นนักศึกษามหา’ ลัย K” อุจี้สาธยายออกมาอีกยืดยาว จับใจความได้ตามที่ยูอิจิเคยบอกเอาไว้ ท้ายสุดเขาก็สรุปว่า
“แล้วพวกเราจะส่งจุนโนะไปเจรจานะฮะ...ว่าแต่...คุณได้รูปนี้มาได้ไง” อุจี้ชี้ไปที่รูปจุนโนะ
“ก็เอ้อ....มีคนเขาเห็นผู้บุกรุก เห็นท่าทางไม่ค่อยน่าไว้ใจ ก็เลยแอบถ่ายมาให้ฉัน ถ้าส่งคนมาเจรจาดีๆ ฉันก็จะอนุญาตให้พวกนายมาจอดรถที่นี่ได้” จินว่าเข้านั่น
“แล้วทำไมต้องเป็นจุนโนะ?” คนที่ชื่อโคกิถาม
“ก็พวกนายที่ยืนอยู่นี่ ฉันก็รู้จักแล้ว เหลือแต่นายคนที่อยู่ในรูปนี้เท่านั้น...เออ...ได้ข่าวว่าพวกนายมาหางานพิเศษทำใช่มั้ย?” จินเปลี่ยนเรื่องพูด ทั้งสี่หนุ่มพยักหน้าทันที
“ใช่ครับ...”


จินมองมาที่ยูอิจิแล้วก็ยิ้ม
“ฉันกับเพื่อนพอจะมีงานให้พวกนายทำนะ แถวนี้เป็นเขตอุตสาหกรรม พวกนายอาจได้งานทำก็ได้ เขารับพวกนักศึกษาฝึกงานช่วงปิดเทอม นายลองติดต่อเพื่อนฉันดู...” จินหันมาทางยูอิจิ ซึ่งรับหน้าที่เป็นทั้งเพื่อนและหุ้นส่วนไปด้วยในตัว
จินปล่อยให้ยูอิจิพูดจากับพวกนักศึกษาไปพลางๆ เขารู้สึกเสียดายนิดๆ ที่ไม่ได้พบคนในรูปถ่าย ถ้าได้ตัวจุนโนะมาได้ก็จะดีทีเดียว

....เขาเองยังสับสนในใจ ทำไมต้องเป็นหนุ่มหน้ามนคนนั้นด้วย ....


ความจริงเป็นใครก็ได้ แต่ทำไมต้องเป็น คนในรูปถ่ายใบนั้น


...กะอีแค่ จะจ้างมาเป็นแฟนจำเป็นแค่คืนเดียวเท่านั้นเอง....

******************************

เสียงกระดิ่งจักรยานดังกรุ๋งกริ๋งมาตลอดทาง ทำให้กลุ่มนักศึกษาพากันชะเง้อมอง จักรยานสีดำกลางเก่ากลางใหม่ ถูกขี่เข้ามาจอดข้างรถพ่วง หนุ่มน้อยหน้ามนร่างสูงโปร่ง ปาดเหงื่อที่หน้าผาก เขาเดินหิ้วสัมภาระจากตะแกรงหน้ารถ เดินยิ้มเข้ามาใกล้
“ไอ้โนะมาแล้ว....หายไปนานเชียวนะแก...” อุจี้ตรงรี่เข้าไปช่วยจุนโนะถือถุง
“รู้สึกว่าพวกเพื่อนๆ จะคอยเป็นห่วงการกลับมาจากจ่ายตลาดของฉันจริงนะ วันนี้...ไม่ไถลที่ไหนหรอกน่า...” จุนโนะว่า แล้วก็ทิ้งตัวนั่งใต้ต้นไม้ มองเพื่อนๆ ที่ยังคงยืนล้อมเขาอยู่ ทุกสายตาพุ่งมาที่เขาเต็มๆ เด็กหนุ่มเอะใจลุกขึ้นนั่งตรงตัว
“พวกนายมีอะไรกับฉันเหรอ?” เขาถาม
“มีแน่ไอ้โนะ...คืองี้......” จากนั้น ยามะพีก็เปิดฉากเล่าเรื่องที่จินซึ่งเป็นเจ้าของที่มาถึงที่นี่ และบอกให้จุนโนะเป็นตัวแทนไปเจรจากับจิน ไม่งั้นก็ต้องหาที่ค้างแรมใหม่

“ทำไมต้องเป็นฉันด้วยง่ะ ซวยฉิบเลย...” จุนโนะโอดครวญ หยดเหงื่อยังไม่ทันเหือดแห้งแต่กลับต้องมาเจอเรื่องที่เพื่อนๆ เล่าให้ฟังอีก
“ก็เขาบอกว่าต้องเป็นนาย...” อุเอดะตอบคำถาม แต่ในใจเชื่อแน่ว่า มันน่าจะมีอะไรที่มากกว่านั้น ลางสังหรณ์ของอุเอดะบอกไว้อย่างนั้น
“ไปหน่อยนะ จุนโนะ แล้วพูดกับเขาดีๆ ล่ะ ที่อยู่ของพวกเราขึ้นอยู่กับนายเท่านั้น” ยามะพีตบบ่าของเพื่อนตัวสูงแรงๆ จนจุนโนะคราง
“ถ้าเขาไม่ให้อยู่ เราก็ไปจอดที่อื่นก็ได้นี่หว่า”
“แต่ทำเลที่นี่มันดีน้า จุนโนะ...น่านะ...ไปหน่อย...ขี้เกียจตระเวณหาที่ตั้งแค้มป์ใหม่ พวกเราชอบที่นี่ว่ะ”
“เออ....ก็ได้...แล้วฉันจะไปยังไง นายคนนั้นอยู่ไหนก็ไม่รู้” จุนโนะทำปากยื่น มองคนโน้นทีคนนี้ที
“เดี๋ยวเขาส่งรถมารับ” อุจี้บอก ฟังจากปากคำของยูอิจิมาอีกที
“เฮอะ...เอางั้นเชียวเหรอ” จุนโนะล้มตัวนอนแผ่หรากลางผืนหญ้า เขามองไปยังท้องฟ้าเบื้องบน


คงไม่มีอะไรร้ายแรงล่ะมัง

...แต่ทำไมต้องเป็นเขาด้วย.........ไม่เข้าใจจริงๆ

***********************

อะกานิชิ จิน เงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสารเมื่อเลขาฯ ของเขาเข้ามาบอกว่า
“คนที่ท่านต้องการพบมาแล้วครับ...”
“ทางุจิ จุนโนะสุเกะน่ะเหรอ?” จินถาม แปลกใจที่เขาจำชื่อนี้ได้อย่างแม่นยำ เลขาฯ ตอบรับ จินก็เลยทำสัญญาณเรียกตัวจุนโนะเข้ามาในห้อง

หนุ่มน้อยที่เดินเข้ามานั้น มีท่าทางลังเลทุกย่างก้าว ร่างสูงโปร่งสะโอดสะองเดินมาหยุดเบื้องหน้าจิน หน้าตาที่เห็นจากในรูปว่างดงามแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ครึ่งของตัวจริง ....
จินถือปากกาค้างขณะเงยหน้ามองเด็กหนุ่ม เขามองใบหน้าอ่อนโยน ...กะคะเนอายุคงไม่เกินยี่สิบปี ดวงหน้าเรียวได้รูป หมดจดเกลี้ยงเกลา ดวงตาเรียวรีที่มองเขาอย่างตื่นๆ นั้นทำให้จินไม่อาจถอนสายตาไปมองที่อื่นได้ จมูกโด่งรับกับปากหยักบางโค้งอย่างน่าดู ผิวแก้มออกสีแดงระเรื่อเพราะความร้อนจากอากาศด้านนอก แต่ก็ทำให้ใบหน้านั้นน่าดูขึ้นไปอีก


.....นี่น่ะเหรอ....


....ทางุจิ จุนโนะสุเกะ...

“นั่งซิ..” จินผายมือไปเบื้องหน้า จุนโนะเหลือบมองเก้าอี้กำมะหยี่ข้างตัว แล้วก็ทรุดตัวลงนั่ง มือสองข้างบีบกันแน่น


เด็กหนุ่มลอบมองชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่นั่งวางท่าเป็นเจ้าของกิจการ แล้วนึกหมั่นไส้เป็นกำลัง หล่อก็หล่อดีอยู่หรอก แต่มาดพี่ท่านเก๊กเหลือเกิน ทำราวกับว่าตัวเขาเป็นคนมาสมัครงานอย่างงั้นแหล่ะ
“เธอชื่ออะไร?” จินถาม ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้ว แต่ถ้าบอกออกไปเดี๋ยวจะหาว่าสนใจ
“ทางุจิ จุนโนะสุเกะครับ...”
“เรียนอยู่ปีไหน?”
“ปีสองครับ”
“อืมมม...ยังเด็กอยู่มาก คงแก่กว่าน้องชายฉันสองสามปี น้องฉันอยู่ ไฮสกูลขึ้นปีสอง...”
....”ไม่เห็นอยากรู้เลย”... จุนโนะนึกในใจ

เด็กหนุ่มพยักหน้าให้ จินก็เลยอมยิ้ม มองหน้าหวานๆ นั้นเพลิน และด้วยมารยาทจุนโนะก็เลยยิ้มตอบ เล่นเอาจินอึ้ง

...ยิ้มสวย...มีชีวิตชีวา....
...ยิ้มเหมือนยอดหญ้าเขียวขจีล้อลมเล่นกลางทุ่งกว้าง
....สดใส และมีสีสัน....

“ทีหลังอย่ายิ้มแบบนี้นะ!!” จินพูดตรงกันข้ามกับที่ใจคิด ทำให้หนุ่มน้อยตรงหน้าหุบยิ้มฉับ สีหน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันที
“เออ....ไม่ทราบเรียกผมมาทำไมครับ...?” จุนโนะถามเข้าเรื่อง
“ก็พวกนายบุกรุกที่ดินของฉัน รู้มั้ยตามกฎหมายน่ะฉันมีสิทธิ์เอาพวกนายเข้าคุกได้” จินทำเสียงคุกคาม ทำเอาจุนโนะนั่งไม่ติด เขาทำตาโตแล้วก็เริ่มกระสับกระส่าย
“คือ...พวกเราไม่ทราบว่า...เอ้อ...”
“ว่าอะไรไอ้หนู!!??” จินยื่นหน้ามาถาม เขายืนขึ้น กางแขนเท้าโต๊ะ ท่าทางเหมือนกับจะข่มเด็กหนุ่มให้เหลือตัวเล็กจ้อย
“ไม่ทราบว่า เจ้าของที่จะดุชิบเป๋งแบบนี้...” จุนโนะโพล่งออกมา แต่แล้วก็รีบอุดปากตัวเอง เมื่อจินเลิกคิ้ว แล้วมองเขาตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า
“จะมากไปแล้วนะ...ปากดีจริงๆ นายนี่...เพื่อนนายอาจจะต้องไปหาที่อื่นอยู่กันเพราะปากนายนี่แหล่ะ ทางุจิ”
“ขอโทษฮะ...” จุนโนะคำนับงึกงัก เรียกความน่าเอ็นดูจากจินได้มากเลยเชียวล่ะ แต่จินก็ยังคงตีหน้าขรึมขณะพูดต่อ
“ฉันมีข้อเสนอให้นายทำ นายจะไม่ทำก็ได้นะ แต่ถ้าไม่ทำ เชิญพวกนายไปจอดรถนอกเขตไร่ฉันได้ ...แต่ถ้ายอมทำ ฉันก็จะมีค่าจ้างให้ และจะหางานให้พวกนายทำระหว่างปิดเทอมอีกด้วย...”
“ตกลงฮะ!!”
“หา?...อะไรนะ?” จินมองจุนโนะตาค้าง ใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นยิ้มตาหยีให้จิน
“ก็ตกลงไง”
“ไหงมันง่ายอย่างงี้เนี่ย...” จินรำพึง
“ก็พวกเรากำลังหางานทำ คุณมาเสนอให้แบบนี้ ผมก็สนองซิครับ นอกจากจะไม่ต้องย้ายไปไหนแล้ว ยังได้งานอีก พวกผมน่ะห้าคนนะครับ...ถ้าได้ทำงานด้วยกันก็ดี จะได้ไม่ต้องแยกกันให้เหนื่อย...”
“แล้วรู้หรือเปล่าว่าฉันจะให้นายทำอะไร?” จินถาม จุนโนะรีบตอบฉับ
“ก็คงจะเป็นงานที่นักศึกษาอย่างผมทำได้”
“ใช่...นายทำได้แน่...ว่าแต่รับปากแล้วนะ?” จินถามย้ำ ซึ่งเด็กหนุ่มก็พยักหน้าอีกทีด้วยความมั่นใจ
“งานหนักพวกผมก็ทำกันมาเยอะแล้ว เขตอุตสาหกรรมแบบนี้เข้าทางกับที่พวกเราเรียนมา ถือเป็นการฝึกงานไปในตัวครับ...ทำได้ฮะทำได้ทุกอย่าง ไม่เกี่ยงงานหนัก...” จุนโนะยกมือขวาขึ้นแบออก เป็นทำนองว่าสัญญาว่าจะทำงานที่จินให้ทำทุกอย่าง
อะกานิชิ จินยืดตัวขึ้น เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงาน มาหยุดยืนอยู่ข้างๆ จุนโนะ ก้มหน้าลงจนหน้าแทบจะติดกับใบหน้านวลใสนั้น ....แล้วพูดเสียงดังฟังชัดว่า
“สัญญาแล้วนะว่าจะทำ?”
“ครับคุณ...เอ้อ.....”
“จิน...อะกานิชิ จิน...”
“ครับคุณอะกานิชิ..”
“ดี...เด็กน้อย...งั้นพรุ่งนี้นายเตรียมตัวทำงานได้เลย...”
“ครับ...ว่าแต่จะให้ผมทำอะไรฮะ..” จุนโนะเงยหน้าขึ้นถาม รู้สึกถึงลมหายใจร้อนผ่าวของจินเป่ารดเส้นผมบริเวณข้างขมับ และนั่นก็ทำให้เขาเกิดอาการประหม่าขึ้นมาทันที ...ทำไมต้องยืนซะชิดขนาดนี้ด้วย


จินหรี่ตามองจุนโนะแล้วก็พูดเสียงต่ำว่า
“งานของนายจะต่างกับคนอื่นหน่อย....คือ......นายต้องมาเป็นแฟนฉันหนึ่งคืน....”
“หา???!!”

***************************

to be continue

comment ที่นี่จ้า...

Hosted by www.Geocities.ws

1