You Are the Only One (HBD Yuichi)

++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

********************************
...เกาะโคอิไอส์...

นากามารุ ยูอิจิ ขยับกายอย่างเมื่อยขบ ดวงตาง่วงงุนลืมขึ้นมาในเช้าตรู่ของวันใหม่ ...รู้สึกว่าหัวไหล่และท่อนแขนชาไปข้างหนึ่งเมื่อคนหน้าหวานข้างกายใช้มันต่างหมอน นอนหนุนทั้งคืน เมื่อเขาเคลื่อนไหวร่างกาย ศีรษะของร่างเล็กๆ ที่ซบเขาอยู่ก็หล่นลงมาที่หมอนนุ่ม เสียงอืออาดังมาจากริมฝีปากบางเฉียบนั่น
ยูอิจิเท้าแขนกับที่นอน แล้วก้มลงฝากรักที่กลีบปากแดงของคนร่วมเรียงเคียงหมอน วันนี้เขาตื่นขึ้นมาอย่างมีความสุข เพราะเป็นวันเกิดของเขา แต่คนที่นอนหลับอยู่นี้จะรู้หรือเปล่านะ.......
“คุณคาเมะ...” ยูอิจิกระซิบเรียกที่ริมหูเบาๆ แต่ร่างน้อยนั้นก็ไม่ขยับกาย
“ผมจะไปทำงานแล้วนะครับ ...คุณหนูเล็ก...” ลองเรียกอีกที คราวนี้คาเมะทำเสียงอือในลำคอ และก็ยกมือมาซุกที่ใต้คางแล้วหลับต่อ
“เฮ้อ.....” ยูอิจิถอนหายใจยาว เขาแตะริมฝีปากสัมผัสแผ่วเบาที่หน้าผากมนของคนรัก ทำเหมือนเช่นทุกวัน นับตั้งแต่คาเมะย้ายจากคานางาว่ามาอยู่ที่บ้านไร่ในเกาะโคอิไอส์แห่งนี้ กี่วันแล้วน้า.....ชายหนุ่มนับปฏิทินในใจ ร่วมเดือนได้ละมัง ระหว่างนี้คุณคาเมะของเขาก็ทำหน้าที่แม่บ้านได้ดีเท่าที่กำลังของคาเมะจะทำได้...นั่นคือ ...ถ้าไม่ทำจะดีกว่า......

***************

ยูอิจิแต่งตัวพลางมองหนุ่มน้อยในร่างเปลือยเปล่าที่ยังนอนคุดคู้บนเตียงไปพลาง ไหล่ขาวๆ ของคุณคาเมะผุดผ่องน่าลิ้มลอง แม้ว่ายามค่ำคืนที่ผ่านมาเขาจะได้เชยชิมไหล่หอมหวานนี้แล้วก็ตาม แต่ตักตวงเท่าไรๆ ก็ไม่รู้จักอิ่มซะที

“จะไปล่ะน้า...” เขาลองพูดอีกที แค่คาเมะกลับพลิกกายหันหลังให้เขาเสียนี่
ยูอิจิส่ายหน้า...คว้ากุญแจรถออกไปทำงาน

แต่พอลับหลังยูอิจิไปแล้ว คาเมะรีบกระเด้งตัวลุกขึ้นจากที่นอนทันที เขาฉวยเสื้อคลุมที่ยูอิจิถอดให้เขาเมื่อคืนมาสวมใส่ ทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วก็ขี่ม้าควบลัดเลาะไปทางบ้านคุณตาของจุนโนะสุเกะ ญาติผู้พี่ทันที

วันนั้นในช่วงเช้า ยูอิจิฝึกม้าให้เชื่องหนึ่งตัว เป็นลูกม้าวัยรุ่นที่ท่าทางแก่นแก้วน่าดู ฝึกไปฝึกมาทำให้เขานึกถึงคุณคาเมะของเขา ก็สุดเฮี้ยวอย่างนี้เหมือนกันชะมัดเลย น่าจับตีก้นซะนัก....พอตะวันบ่ายคล้อยเขาก็หยุดพัก เห็นร่างเล็กของคาเมะเดินลิ่วมาแต่ไกล ชายหนุ่มหยุดยืนรอ วันนี้คาเมะดูน่ารักนักหนา เสื้อยืดสีชมพูตัวโปรดตัวเล็กที่ชอบใส่กับกางเกงยีนส์ขาสี่ส่วนที่มีรอยขาดตรงหัวเข่าและต้นขานั่นก็อีก น่าดูเช่นกัน ยูอิจิชอบมองลอดเข้าไปในรอยขาด ทำให้เห็นผิวผ่องของขาขาวๆ ได้ดีทีเดียวแหล่ะ
“มาส่งข้าวครับผม...” คาเมะร้องทักด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แกว่งกล่องข้าวในมือ
“คุณคาเมะทานด้วยกันนะ”
“แหม...ก็ต้องทานอยู่แล้ว”
“แต่วันนี้มีพิเศษหรือเปล่า?” ยูอิจิถาม แต่คนฟังทำหน้าบ้องแบ๊ว ส่ายหน้า
“ไม่มีนี่ ก็เหมือนทุกวัน ทำไมเหรอ ยูอิจี้”
“อ๋อ ..เปล่าครับ...” ยูอิจิหน้ามุ่ย นี่แสดงว่า คุณหนูเล็กลืมวันเกิดของเขาจริงๆ ด้วย
แต่ก็ยังดีที่วันนี้มีคนที่รักมานั่งกินข้าวหลังกองฟางด้วยกัน คาเมะกัดข้าวปั้นคำโตแล้วก็ทำเสียงอื๊ออ๊าจนยูอิจิตกใจ
“อร่อยจัง...” คาเมะอุทานออกมา
“โธ่ นึกว่าข้าวติดคอ”
“ยูอิจี้.......วันนี้ฉันจะกลับค่ำซะหน่อยน้า....” คาเมะพูดขึ้นเมื่อข้าวปั้นชิ้นสุดท้ายหมดเรียบร้อยแล้ว เขาเห็นยูอิจิชะงักกึก แล้วหันขวับมามองเขาทันที
“ว่าไงนะครับ?”
“บอกว้าาา...วันนี้จะกลับบ้านค่ำง่ะ”
“ทำไมล่ะครับ? ทำไมต้องเป็นวันนี้ด้วย ก็วันนี้น่ะ....เป็นวัน...”
“เอ๊....ก็จะกลับค่ำนี่!!” คาเมะเอ็ดตะโร แก้มขาวมีเม็ดข้าวติดอยู่สองเม็ด ซึ่งยูอิจิก็ปัดมันออกให้ เขามองหน้างอน เอาแต่ใจของคุณหนูแล้วก็พูดอ้อมแอ้มว่า
“...เอ้อ.....ช่างเหอะ.....คุณจะกลับค่ำก็ได้” ยูอิจิทำสีหน้าผิดหวังนิดหนึ่ง แต่ก็เพียงชั่วขณะ จากนั้นสีหน้าของเขาก็เรียบเฉยเป็นปกติ
“แล้วคุณคาเมะจะกลับกี่โมง ผมจะได้ไปรับ?”
“ไม่ต้องง่ะ กลับเองได้ เพราะไม่รู้เหมือนกันว่าจะกลับกี่โมง” คาเมะตอบแล้วก็ลุกขึ้น ยูอิจิดึงข้อมือเล็กๆ ของเขาไว้ แล้วก็ฉุดให้นั่งอย่างเดิม
“ถ้าคุณคาเมะจะกลับดึก งั้นนั่งคุยกันสักครู่ได้มั้ย?”
“ทำไมง่ะ ฉันมีอะไรๆ ต้องไปทำนะ”
“คุณคาเมะ.....ขอนั่งเป็นกำลังใจให้ผมสักวันหนึ่งนะครับ ขอแค่วันนี้วันเดียวเอง” ยูอิจิอ้อนวอน ประกายตาหม่นจัดคู่นั้นไหววิบ จนคาเมะใจอ่อน เขาจึงพยักหน้างึกๆ แล้วก็ยกแขนกอดเข่า มองยูอิจิตาแป๋ว.....ให้นั่งก็จะนั่งละ รู้ดีว่าทำไมยูอิจิถึงต้องการเช่นนั้น .....กำลังใจ.......เขาคือกำลังใจของยูอิจิคนนี้.....ไม่ว่าเมื่อไรเขาก็เป็นคนที่ยูอิจิรักเสมอ

ร่างใหญ่ของยูอิจินั่งลงเคียงข้างกัน เขาจับมือของคาเมะมาจูบแล้วก็กุมเอาไว้เช่นนั้น
“ได้กลิ่นข้าวปั้นติดมือด้วย” ยูอิจิแซว คาเมะผวา รีบเอาน้ำดื่มมาล้างมือแทบไม่ทัน ทั้งๆ ที่ยูอิจิก็เห็นแล้วว่า คาเมะล้างมันอย่างสะอาดดีแล้ว
“ผมล้อเล่นน่ะ”
“บ้าจริง นายนี่....” คาเมะค้อนขวับแล้วก็บีบจมูกของยูอิจิแรงๆ จนชายหนุ่มร้องลั่น คาเมะก็เลยถูกทำโทษโดยการถูกหอมแก้มไปสองที
“คุณคาเมะ.....ยังจำวันแรกที่เราเจอกันได้มั้ย?” จู่ๆ ยูอิจิก็ถามขึ้นมา
“ได้สิ...” คาเมะอิงหัวซบกับหัวไหล่ของคนข้างกาย ดวงตาเหม่อลอยขณะทบทวนความทรงจำเมื่อหลายปีก่อน

xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

นากามารุ ยูอิจิ หนุ่มหล่อในชุดเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์สีซีด คนที่จะมาเป็นครูฝึกลูกม้าในไร่ของคุณตาของเขา ดูโดดเด่นผิดกับวัยรุ่นคนอื่นๆ เป็นคนที่ทำให้เขามองแล้วต้องสะท้าน เลือดในกายเด็กชายสูบฉีดแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“นากามารุ ยูอิจิ จะมาเป็นคนฝึกม้านะเต่าน้อยของตา” คุณตาแนะนำยูอิจิให้เขาได้รู้จัก
“จะ....จะมาอยู่ที่ไร่นี้เลยเหรอ...” คาเมะแหงนหน้าถามชายชรา คุณตายิ้มแล้วก็บอกว่า
“ทำงานที่นี่ก็ต้องอยู่ที่นี่ซิ”
“อือ.........” คาเมะพยักหน้ารับทราบ เขามองหนุ่มหน้าใหม่อีกครั้ง อย่างพิจารณา...
...ใบหน้าหล่อเหลาสะดุดตา รูปร่างก็สูงโปร่งและปราดเปรียว ผิวคล้ำกว่าเขาแต่ก็ดูนวลเนียน คาเมะมองท่อนแขนแข็งแกร่ง และก็ลงความเห็นในใจว่า.....แมนซะ........
กำลังมองยูอิจิเพลิน คนถูกมองราวกับจะรู้ตัว เขาหันขวับมาจ้องตาตอบบ้าง เล่นเอาคาเมะสะดุ้งโหยง ย่นจมูกใส่แล้วก็สะบัดหน้าไปทางอื่น

และตั้งแต่วันนั้น ทุกครั้งที่คุณตาจะลงมาดูคนงานฝึกม้า คาเมะก็จะติดสอยห้อยตามมาด้วย พอคุณตาหยุดคุยกับครูฝึกม้าคนใหม่คนนี้ คาเมะก็จะแอบอยู่หลังชายชรา โผล่แต่หน้าขาวๆ มองเขาตาแป๋ว ทำให้ยูอิจินึกเอ็นดู

...ท่าทางไว้ตัว แต่ก็อยากรู้อยากเห็น...

....น่ารักจริงๆ คุณหนูเล็กคนนี้....

จนกระทั่งวันหนึ่ง คุณตาได้บอกกับหลานทั้งสองว่า....
ถ้าคาเมะและจุนโนะสุเกะอยากจะฝึกขี่ม้าให้เก่ง ยูอิจิก็เต็มใจสอนด้วย
คาเมะมองสบตากับยูอิจิด้วยความทึ่ง หนุ่มคนนี้น่ะหรือ ...อายุอานามคงไม่เกิน 18 ปี จะแก่กว่าเขาสักสี่ปีละมัง ก็ยังเด็กนักแล้วจะมาสอนเขาได้ไง เขากับจุนโนะก็ขี่เป็นอยู่แล้ว แต่คุณตาบอกว่า ...ให้ขี่ให้เก่ง...

...ขี่ม้าให้เป็น กับ ขี่ม้าให้เก่งน่ะ มันย่อมแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ยามนั้นเขากับจุนโนะก็แค่ขี่เป็น ...แล้วยูอิจิคนนี้จะมาสอนให้เขาขี่เก่ง จะทำได้หรือ
เขาชายตามองจุนโนะสุเกะ ญาติผู้พี่ หลานปู่ของตาเขา เห็นฝ่ายนั้นนิ่งเฉย แต่กิริยานิ่งของจุนโนะคือการยอมรับ แต่เขาล่ะ...
...คาเมะมองยูอิจิอีกครั้ง หน้าหล่อๆ ที่มองสบตากันทำให้ผิวแก้มระเรื่อขึ้น ความขัดเขินของเขาแสดงออกมาด้วยคำพูดที่ว่า
“เชอะ.....ไม่เห็นอยากจะเรียนเลย เก่งอยู่แล้ว”
“คาเมะ!!” ทั้งคุณปู่และจุนโนะร้องออกมาพร้อมกัน
“จุนโนะจะเรียนก็เรียนไปคนเดียวเด่ะ” เขาทำหน้ามุ่ย
“ก็ได้.. ดี...ฉันจะได้เก่งกว่านาย” จุนโนะพูดอย่างไม่แคร์ และนั่นก็ทำให้คาเมะคิดใหม่ ดังนั้นคำพูดต่อไปของเขาก็คือ
“งั้นเรียนก็ได้..เรื่องอะไรฉันจะให้นายเก่งคนเดียวล่ะ....แต่ต้องขอพิสูจน์ฝีมือครูฝึกม้าหน่อยว่าจะเจ๋งอย่างที่คุณตาบอกหรือเปล่า?” คาเมะยื่นหน้ายื่นตามาทางยูอิจิ ซึ่งกำลังก้มหัวน้อมรับ

จากนั้นยูอิจิก็เริ่มควบม้าโชว์ ทั้งผาดโผนและเหยาะย่าง รวมไปถึงขี่ม้าข้ามเครื่องกีดขวางด้วย ทำเอาคาเมะและคนอื่นๆ ในที่นั่น อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มอายุ 18 จะทำได้

“ตกลงเลย ฉันเรียนแน่นอน” จุนโนะตบมือร่า แสดงอาการชื่นชมใหญ่โต
...แต่คาเมะนี่สิ.....นิ่งอึ้ง มองคนบนหลังม้าตาค้างไปแล้ว ใครเลยจะเท่สุดๆ เท่านากามารุ ยูอิจิคนนี้เป็นไม่มี....

ร่างสูงสง่าที่นั่งตัวตรงบนอานม้า มือกุมบังเหียนอย่างมั่นใจ ลำตัวตั้งตรงและใบหน้าที่เชิดล้อแสงตะวันนั้นทำให้เด็กชายอย่างคาเมะไม่อาจถอนสายตาไปที่อื่นได้
ในใจยอมรับเงียบๆ ว่านี่แหล่ะจะมาเป็นครูฝึกม้าของเขา... แต่ทว่า.....หัวใจดวงน้อยที่เริ่มหวั่นไหวนั้น ทำให้เขาเกิดอาการประหม่าในใจ
การที่ได้จ้องมองยูอิจิทำให้เขาขัดเขิน ดังนั้นเขาต้องต่อต้านอาการนี้ให้ได้ และสิ่งที่เขาทำได้ในยามนี้ก็คือ .....
“ฮึ!! เก่งตายล่ะ!!” คาเมะสะบัดหน้าพรืด แล้วเดินกระแทกเท้าออกไปจากตรงนั้น ......ท่ามกลางความระอาใจของใครต่อใคร

แต่ความจริงแล้ว..เปล่าหรอก....เพราะคาเมะรีบวิ่งขึ้นห้องตัวเอง ซึ่งมีหน้าต่างตรงกับลานฝึกม้า เขาแอบข้างหน้าต่าง ใช้ผ้าม่านกำบังตัวเอง แอบมองหนุ่มน้อยคนนั้น ฝึกม้าอยู่ด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม .....ความรู้สึกวาบหวามบังเกิดขึ้นในหัวใจดวงน้อยของเขาซะแล้ว......

คาเมะทำราวกับว่าถูกบังคับให้มาฝึกม้า ทำท่าไม่เต็มใจทุกครั้งที่มาฝึก ผิดกับจุนโนะที่ไม่ได้แสดงอาการใดๆ เลย ชอบก็บอกว่าชอบ และชมยูอิจิว่าสอนดี ซึ่งยูอิจิก็จะยิ้มรับคำชมนั้น แต่กับคาเมะเล่า คำชมไม่เคยออกมาจากปากบาง นอกจากการมองด้วยหางตา และใบหน้าที่เชิดใส่เป็นประจำ
แต่ยูอิจิก็ยังสุภาพอ่อนโยนต่อลูกจ้างตัวน้อยคนนี้เสมอ จนคาเมะชักจะรู้สึกว่า ยูอิจิคิดกับเขาอย่างไร
.....นอกจากสายตาคมที่คอยมองเขาแล้วนั้น ยูอิจิคิดอะไรกับเขาบ้าง....

ดังนั้นในวันหนึ่ง เขาจึงแกล้งทำเป็นตกม้า และได้ผล เพราะคนที่โผนเข้ามาหาเป็นคนแรกก็คือยูอิจิ
“เป็นอย่างไรบ้างครับ คุณหนูเล็ก?” น้ำเสียงห่วงใยนั้นทำให้คาเมะกระหยิ่มยิ้มย่อง อย่างน้อยนายคนนี้ก็คงเห็นความสำคัญของเขาบ้างล่ะ
“ไม่เป็นไงง่ะ แต่ลุกไม่ขึ้น...”
ยูอิจิช้อนร่างน้อยมาแนบอก เดินดุ่มไปที่ม้าของตัวเอง มีจุนโนะเดินตามมาด้วยความเป็นห่วง แต่พอเห็นน้องชายอยู่ในความดูแลของยูอิจิแล้ว จุนโนะจึงล่วงหน้ากลับบ้านไปก่อน ปล่อยให้คาเมะตกอยู่ในวงแขนของ ...ครูฝึกม้า

“ขี่เองไหวมั้ยครับ?” เสียงยูอิจิถาม ถ้อยคำแสดงอาการห่วงใยนั้นดังขึ้นใกล้ๆ คาเมะเงยหน้ามองใบหน้าคมสันของชายหนุ่ม แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังถูกอุ้มอยู่
“ไม่ไหว...” ตอบห้วนๆ แต่ใบหน้าที่ก้มงุดนั้น เปล่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมานิดๆ ก็มีคนอุ้มอยู่อย่างนี้สบายจะตาย...
“งั้นนั่งไปกับผมก็แล้วกัน” ว่าแล้วยูอิจิก็ยกร่างบางของหลานชายนายจ้างขึ้นนั่งตรงส่วนหน้าของอาน ส่วนตัวเขานั่งซ้อนท้าย พากันเดินเหยาะม้าแบบสโลโมชั่น โดยมีม้าของคาเมะเดินตามหลังอย่างเชื่อง

“ไปเดินเล่นกันก่อนนะ อย่าเพิ่งกลับเลย อากาศกำลังดี” เสียงคุณคาเมะสั่งมาจากด้านหน้า ทำให้ยูอิจิยิ้มออก เป็นครั้งแรกละมังที่เด็กคนนี้พูดจามีหางเสียงใส่เขา
“ได้ครับ...”
คาเมะนั่งโยกเยกบนหลังม้าตัวเดียวกับยูอิจิจนมาถึงเนินเขาเตี้ยๆ ข้างลำธาร ยูอิจิถึงหยุด เพราะอากาศเริ่มครึ้มลง เม็ดฝนเม็ดเล็กๆ เริ่มพร่างพรมมาแล้ว เขาบังคับม้าให้เดินเข้าไปหลบฝนพรำที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งกิ่งก้านสาขาของมันเป็นเหมือนร่มกันฝนอย่างดี

“หนาวมั้ย?” ยูอิจิถามด้วยความเป็นห่วง
“อือ.....กอดฉันซิ จะได้หายหนาว” คาเมะสั่ง ทำให้ชายหนุ่มต้องโน้มร่างใกล้จนแผ่นอกแนบสนิทกับแผ่นหลังของคาเมะ สองแขนที่กุมบังเหียนเมื่อสักครู่ก็หันมากอดร่างบางไว้แนบอก คาเมะทำเสียงครางในลำคอเมื่อลมหายใจอุ่นๆ ระกับซอกคอของตน ดวงตาของเขาหลับพริ้มราวกับต้องการซึมซับความอ่อนหวานนั้น
“คุณคาเมะ....” เสียงสั่นพร่าของคนด้านหลัง ปลุกภวังค์ของเขา เมื่อเขาหันไปมองยูอิจิ ริมฝีปากอิ่มเต็มของครูฝึกม้าก็ลอยมาใกล้แล้ว

คาเมะแหงนหน้ามองปลายคางเกลี้ยงเกลาของยูอิจิ ดวงตาคมลึกซึ้งของลูกจ้างกลับหลุบมองเขาอย่างหลงใหล
คาเมะเผลอมองริมฝีปากคู่นั้น หลับตาพริ้มเมื่อเห็นว่าปากคู่นั้นกำลังเคลื่อนลงมาประทับแนบแน่นกับริมฝีปากอ่อนบางของเขา...หวานสนิทกับริมฝีปากที่สั่นระริกเพราะยังขาดประสบการณ์

......อ่อนหวานเหลือเกินสำหรับริมฝีปากบางได้รูปของหนุ่มน้อยในอ้อมแขน ยูอิจิหายใจอย่างขัดๆ เมื่อหัวใจเต้นถี่รัว สองแขนกอดคนร่างบางแน่นเข้าหาตัวยิ่งขึ้น เพราะกลัวว่าคุณหนูเล็กคนนี้จะพลัดหล่นจากหลังม้า ...แขนเรียวบางของคาเมะตวัดไปรอบคอของเขาเพื่อให้เพิ่มแรงจุมพิตยิ่งขึ้น

กลีบปากอ่อนเยาว์สั่นระริก และชุ่มชื้นเมื่อเขาประทับจุมพิตดูดดื่ม เคล้าคลอไม่ห่าง ยูอิจิอุ้มร่างน้อยไว้กับตัก เมื่อลมหายใจหอบกระชั้น เขาก็ถอนจุมพิตออก คาเมะถอนหายใจเฮือกแล้วก็ซบหน้านิ่งที่หัวไหล่ของเขา ราวกับแมวน้อยแสนเชื่อง
“ผมขอโทษ.....” ยูอิจิพึมพำคำนั้นออกมา ทำให้คาเมะเงยหน้าขึ้น ดวงหน้าที่แดงระเรื่อของเด็กชายทำให้ยูอิจิมองอย่างลุ่มหลง
คุณคาเมะบทจะนิ่มนวลก็น่ารักจนเขาแทบจะอดใจไม่ไหว แต่แล้ว..เสียงสั่นเครือที่ออกมาจากกลีบปากสีแดงนั้นกลับตรงกันข้ามกับดวงหน้าที่เขินอาย
“ช่างเหอะ...คุณคาเมะชอบ...”
ทั้งๆ ที่บอกอย่างนั้น ยูอิจิจะรู้หรือเปล่าว่า นั่นคือจุมพิตแรกของเขา

...จูบแรกของคาเมนาชิ...

และยูอิจิก็ทำให้เขานั่งใจเต้นโครมครามตลอดทางที่อยู่บนหลังม้าขณะกลับบ้าน

xxxxxxxxxxxxxxxxx


ลมหายใจอุ่นจัดแตะต้องที่ผิวแก้มจนคาเมะสะดุ้งเฮือก หันมาพบกับรอยยิ้มหยอกเย้าของยูอิจิ ...เขินจัดจนต้องยกกำปั้นทุบไหล่ของคนรักเบาๆ
“กำลังคิดอะไรอยู่เอ่ย?” ยูอิจิถาม
“ก็คิดถึงวันที่เราเจอกันไงล่ะ...”
“ผมก็กำลังนึกนะ นึกถึงวันที่คุณคาเมะมาเคาะประตูห้องผมครั้งแรก...หน้าตาเงี้ย..สุดๆ ไปเลย” ยูอิจิจิ้มแก้มหนุ่มน้อย แล้วจากนั้นเหตุการณ์ในอดีตก็ผ่านเข้ามาเป็นฉากๆ

xxxxxxxxxxxxxxxxxx


ยูอิจินั่งทำข้อมูลอยู่ที่โต๊ะทำงานภายในห้อง ซึ่งแยกออกมาอยู่คนเดียว ซึ่งเป็นเรือนไม้หลังเล็กๆ ที่น่าอยู่เอาการทีเดียว ขณะนั้นเป็นเวลาหนึ่งนาฬิกาของวันใหม่ แสงไฟจากโคมไฟบนโต๊ะเปิดสว่างโล่ เขาพลิกหน้ากระดาษไปทีละหน้า ศึกษาข้อมูลของม้าแต่ละตัว แต่ทว่า......เสียงเคาะประตูห้องทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมองอย่างฉงน

.......ก็อก...ก็อก.......

เสียงเคาะดังเพิ่มจนเป็นรัว เขารีบลุกไปเปิดประตูทันที นึกโมโหเหมือนกันที่คนมาหายามวิกาลคนนี้ช่างไม่มีมารยาทเอาเสียเลย
แต่พอเห็นหน้าคนคนนั้นเข้า เขาก็เบิกตากว้าง
“คุณคาเมะ.......”
“ฮึ!! ทำไรอยู่ง่ะกว่าจะเปิดได้” คาเมะกระแทกไหล่เขา และเดินเข้าไปในห้องอย่างถือวิสาสะ ไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาตแล้วล่ะ

“คุณหนูเล็ก เอ้อ...มาทำอะไรที่นี่ครับ?” ยูอิจิถาม เขายังยืนทื่ออยู่หน้าประตู มองร่างแบบบางของคาเมะเดินไปเดินมารอบห้อง สายตาสอดส่ายมองโน่นมองนี่อย่างสนใจ จนกระทั่งสายตานั้นมาหยุดที่เตียงกว้างของยูอิจิ

โดยไม่รอช้า คาเมะเดินไปทิ้งกายลงนั่งที่ริมเตียง เขาเอนตัว เท้าแขนมาข้างหลัง ส่งแววตาหยาดเยิ้มมาให้เต็มๆ จนยูอิจิสะดุดกึก เขาเพิ่งสังเกตเดี๋ยวนี้เองว่า คาเมะใส่เสื้อนอนตัวหลวมโคร่ง เนื้อบางเบากับกางเกงขาสั้นจู๋มาเท่านั้น หนำซ้ำยังปลดกระดุมเสื้อนอนออกตั้งสามสี่เม็ด เหลือเกี่ยวไว้ปิดหน้าท้องขาวๆ แค่เม็ดเดียวเอง

“ยืนทื่ออะไรอยู่เล่า...มานี่เด่ะ!!” คาเมะสั่ง พร้อมกับกระดิกขาไขว่ห้าง เผยให้เห็นท่อนขาขาวของเด็กชายที่เริ่มย่างเข้าสู่วัยรุ่น
ยูอิจิเดินเหมือนคนละเมอเข้าไปหา หยุดยืนอยู่ตรงหน้าคุณคาเมะ ก้มมองดวงหน้าที่แหงนเงยของเด็กหนุ่ม วัยเพิ่งจะ 14 คนนี้

ดูเอาเถอะ...อายุอานามก็น้อยนิด แต่ทำไมถึงได้ยั่วยวนอารมณ์ถึงขนาดนี้

“คุณคาเมะ ลงมาที่นี่มีอะไรจะใช้ผมหรือเปล่าครับ?” ยูอิจิถาม
คาเมะกระตุกยิ้มมุมปาก เขาเอนหลังไปกับที่นอน เท้าศอกไว้บนเตียง ดวงคาคมลึกหรี่มองยูอิจิแบบเร้าใจ
“ถ้าฉันใช้ แล้วจะทำหรือเปล่าล่ะ?” เสียงเหมือนคนแตกเนื้อหนุ่มถามขึ้น
“ก็ต้องดูก่อนว่า จะทำให้ได้มั้ย?”
“ทำได้ซิ..ทำได้อยู่แล้วนายง่ะ?”
“เอ๊......??” ยูอิจิขมวดคิ้ว มองมือเรียวบางของคาเมะที่ยกขึ้น สั่งให้เขาคุกเข่าลง ซึ่งเขาก็ต้องทำตามเพราะอยากรู้ว่าเจ้านายตัวน้อยจะแสดงบทบาทอะไรต่อไป

คาเมะลุกขึ้นนั่งตัวตรง วางท่อนแขนพาดบนบ่าของครูฝึกม้า จ้องลึกเข้าไปในดวงตาโตของยูอิจิ เมื่อฝ่ายนั้นไม่หลบ คาเมะก็เป็นฝ่ายก้มหน้าซ่อนหน้าแดงของตัวเองเอาไว้ แล้วก็พูดราวกับจะสั่งว่า
“จะทำอะไรกับฉันก็ได้...จะกอด จะจูบ หรือทำมากกว่านี้ก็ได้นะ”

คำสั่งนั้นทำให้ยูอิจิต้องอ้าปากค้าง...

“อะ...อะไรนะครับ??”
“ก็บอกแล้วไง...ทำต่อจากเมื่อกลางวันนี้ง่ะ ที่นายจูบฉันบนหลังม้าน่ะ”
“เอ้อ....คุณคาเมะ.....”
“ทำไมง่ะ.......นายชอบฉันนี่นา...ฉันรู้นะ!! ฉันอุตส่าห์ลดตัวมาหาจนถึงที่ห้องนายแล้วนี่ นายต้องทำ ทำในสิ่งที่ฉันอยากรู้ว่าหลังจากจูบนั่นแล้ว นายอยากทำอะไรกับฉันต่อ” คาเมะพูดหน้าตาเฉย

หลังจากนิ่งอึ้งตะลึงในคำพูดของเด็กชายที่เริ่มจะแรกรุ่นได้พักใหญ่ เขาก็ไม่รู้ตัวเลยว่า ตัวเองได้จับท่อนแขนของคุณคาเมะออกจากไหล่ แล้วผลักร่างบางให้เอนราบบนเตียง ตัวเขาขึ้นทาบทับทั้งตัว ยูอิจิได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักดังมาจากริมฝีปากบาง ดังนั้นเขาจึงสยบเสียงหัวเราะนั้นด้วยริมฝีปากหนาของเขา

คุณคาเมะตัวสั่นระริก กลีบปากบางเย้ายวนสั่นไหวปล่อยให้เขาสัมผัสคลึงเคล้าจนส่งเสียงเครือครางไม่หยุด
กระดุมเม็ดเดียวที่ติดบนเสื้อถูกปลดออกไปด้วยมือที่ใหญ่กว่า จากนั้นมือเดียวกันนี้ก็ลูบไล้ไปทั่วหน้าอกและต่ำจนถึงหน้าท้อง ยูอิจิจูบทั่วดวงหน้างามแล้วไซร้ต่ำลงตามมือ เขาเห็นคุณคาเมะยกมือขึ้นอุดปากของตัวเอง พยายามกลั้นเสียงร้องครางด้วยความสุขสม
“อื้อ......ยูอิจี้.....อือ......นายจะทำอะไร...ง่ะ” คาเมะผงกกายขึ้นมองการกระทำของหนุ่มฝึกม้า เห็นศีรษะของยูอิจิก้มๆ เงยๆ อยู่เหนือหน้าท้องแบนราบของตัวเอง....แต่แล้วก็ต้องอุทานไม่มีเสียงเมื่อกางเกงขาสั้นตัวหลวมถูกดึงออกทางปลายเท้า ความเย็นวาบของท่อนขาอ่อนถูกแทนที่ด้วยฝ่ามือใหญ่ของยูอิจิ

“อ๊ะ...ยู.....อิ...จี้.....”
“คุณหนูเล็ก”

เลือดในกายเด็กชายเดือดพล่าน ความที่อยากเรียนรู้ถูกตอบสนองในไม่ช้า คาเมะตัวสั่นเทา มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เขาปรือตามองสิ่งที่ยูอิจิทำเหนือร่างบางของเขาด้วยความคาดไม่ถึง
ไม่เคยคิดว่าการกระทำของครูฝึกม้ารูปหล่อจะทำให้เขาแทบขาดใจถึงเพียงนี้

ยูอิจิผงกกายขึ้น เขาเอื้อมมือมาไล้เหงื่อบนใบหน้าออกให้อย่างอ่อนโยน สีหน้าในยามนี้ ดูเหมือนได้รับการทรมานเหลือเกิน
“คุณหนูตัวน้อยของผม...ผมจะทำให้คุณมีความสุขนะครับ ลืมตานะคนดี มองตาผม..”
คาเมะทำตามที่ยูอิจิบอก เรื่องอื่นอาจจะออกคำสั่งกันได้ แต่เรื่องที่เขาไม่รู้แบบนี้ ต้องยูอิจิเท่านั้นที่จะเป็นคนชักนำและสั่งสอน

และในที่สุด ยูอิจิก็ทำให้คุณคาเมะรู้ซึ้งในสิ่งที่เขาอยากรู้ ก้าวล้ำความเป็นเด็กชายด้วยความสุขสันต์
หลังจากความเจ็บปวดผ่านพ้นไป ยูอิจิก็จับสะโพกของคาเมะให้ไหลเลื่อนเคลื่อนไหวตามจังหวะครรลองของความรัก และนั่นก็ทำให้เด็กน้อยกัดปากแน่นด้วยความสะท้านไหว
“อาาา...คุณหนู......”
“อือ.......ยู...อิ....จี้.....อาาาา.......”

xxxxxxxxxxxxxxxxxx


“ยูอิจิ....นั่งเหม่อคิดอะไรอยู่น้าาา...”
ยูอิจิสะดุ้งเฮือก เมื่อคาเมะตะโกนถามจนชิดหู
“คุณคาเมะ...”
“คิดไรง่ะ ฉันนั่งมองนายนานแล้วนะ มัวแต่เหม่ออยู่ได้..ลืมแล้วหรือไงว่าฉันนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ง่ะ” คาเมะพูดด้วยเสียงงอนจัด กลีบปากสีสดยื่นออกอย่างไม่สบอารมณ์ ก็เรียกยูอิจิอยู่ตั้งนานแต่ฝ่ายนั้นซิกลับนั่งอมยิ้มทำท่าเคลิบเคลิ้มเสียเหลือเกิน
“ก็คิดถึงคืนแรกที่คุณมาเสียตัวให้คนฝึกม้าอย่างผม” ยูอิจิพูดแล้วก็ต้องหัวเราะเมื่อคาเมะหน้าแดงแป๊ด
“ฮื่อ...ยูอิจี้...พูดไรง่ะ”
“คุณคาเมะน่ารักมากตอนนั้น กลัวๆ กล้าๆ แถมยังมีสั่งให้ผมทำอีกแน่ะ”
“ก็มันอยากรู้นี่นา...ว่าเขาทำกันอย่างไง และอีกอย่าง ยูอิจิก็มองฉันตาเป็นมันด้วย แบบนี้เขาเรียกว่า อยากให้ฉันลงไปหาทางอ้อม ฉันก็เลยตอบสนองซะ” คาเมะจีบปากจีบคอพูดจ๋อยๆ จนคนฟังยิ้มแก้มปริ

.....โธ่เอ๋ย...จะพูดว่า อยากให้เขาสอนบทเรียนรักให้ ก็ไม่บอกมาตรงๆ...

...แต่ยามนั้น คุณคาเมะก็น่ารักนักหนา......

****************************************

...ยามพลบค่ำ....

ภายในบ้านไม้ซุงหลังงามของยูอิจิ วันนี้เขาปัดกวาดเช็ดถูบ้านอย่างสะอาดสะอ้านเป็นพิเศษ ดอกไม้ในไร่ถูกเก็บมาจัดแจกันไว้ประดับโต๊ะอาหาร...เป็นวันพิเศษแบบนี้ต้องมีอะไรที่แปลกตาไปบ้าง

คาเมะบอกว่าขอกลับค่ำ คงต้องไปหาอะไรทำซุกซนอย่างเคยละมัง จะรู้มั้ยนะว่า วันนี้วันเกิดของเขาและเป็นวันแรกที่ยูอิจิจะได้อยู่จัดงานเลี้ยงกับคุณคาเมะสองต่อสอง

ปีที่ผ่านๆ มา ยูอิจิก็ไม่ได้จัดงานวันเกิดอย่างมีงานเลี้ยงอะไรแบบนี้หรอก เพียงแต่ว่าจะมีคนงานในไร่ทางุจิช่วยกันหุ้นเงินซื้อของขวัญวันเกิดให้เขาทุกปี ส่วนคุณคาเมะน่ะจะเป็นคนสุดท้ายเสมอที่แอบนำของขวัญมาให้เขาด้วยตัวเองถึงเรือนพัก ส่วนมากจะเป็นเสื้อเชิ้ตไว้ใส่ทำงานที่เด็กหนุ่มใช้เงินซื้อ

นอกจากของขวัญแล้ว ก็ตามด้วยเรือนร่างชวนเชิญของคุณหนูเล็กที่นอนทอดกายให้เขาถอดเสื้อผ้าออกราวกับกำลังแกะห่อของขวัญเนื้อดี

ยูอิจิคิดมาถึงตรงนี้แล้วก็สะท้านขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ณ เวลานี้ คุณคาเมะน่าจะอยู่ตรงนี้ เขาจะได้รีบแกะกระดาษของขวัญของคุณคาเมะโดยเร็ว เพียงแค่คิดถึงร่างบางขาวสะอาดแล้วก็แทบจะอดใจไว้ไม่ไหว.........

เวลาเคลื่อนคล้อย อาหารหลายอย่างเสร็จหมดแล้ว มันถูกจัดวางอย่างประณีตบนโต๊ะกินข้าว แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ปรากฏว่าคนที่รอคอยจะกลับมาบ้านแต่อย่างใด

ยูอิจิชะเง้อไปที่ทางเข้าบ้านแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงม้าตัวใดควบเข้ามาในเส้นทางนี้เลย นี่ก็ดึกมากแล้วด้วย เขามองนาฬิกาบ่อยครั้งขึ้น อาหารที่เขาเตรียมไว้ตั้งแต่หัวค่ำเริ่มจะเย็นชืด

...คุณคาเมะหายไปไหนกันนะ...

ชักไม่ได้การ ยูอิจิรีบขับรถไปที่บ้านใหญ่ ใจร้อน รอไม่ไหวแล้ว....ไม่ว่าคาเมะจะมัวไปซนที่ไหน เขาก็ต้องเอาตัวกลับบ้านในคืนนี้ให้ได้ ...
................

เมื่อมาถึงบ้านใหญ่ของนายจ้าง เขาก็ได้ถามถึงคาเมะของเขา ซึ่งคนรับใช้ก็ชี้ไปที่ห้องครัว
ยูอิจิเดินไปเข้าไปตามทางเดิน แต่ยังไม่ทันถึงห้องครัวดี เขาก็ได้ยินเสียงร้องไห้แว่วมา ชายหนุ่มชะงักฝีเท้า เงี่ยหูฟัง...

...ใช่แล้ว เสียงร้องไห้นั่น....ของคุณคาเมะนี่นา....

คาเมะร้องไห้...ร้องทำไมกัน....

ยูอิจิถลันเข้าไปในห้องครัว ภาพที่เขาเห็นทำให้เขายืนนิ่ง

คุณหนูตัวเล็กของเขานั่งน้ำตาปริ่มขอบตา จมูกแดงระเรื่อ ...ข้างๆ กันนั้นมีป้าแม่ครัวกับคนครัวอีกสองสามคนยืนลูบหน้าลูบหลังคาเมะอยู่ พอทุกคนในห้องหันมาเห็นยูอิจิเข้า ก็เงียบกริบ มีแต่คาเมะคนเดียวเท่านั้นที่ปล่อยโฮออกมาทันที
“ยูอิจี้.....”
“คุณคาเมะ!!”
“มา...มาทำไมที่นี่ง่ะ?” คาเมะสะอึกสะอื้นถาม
“ก็มาดูคุณ ...ไหนบอกว่าจะกลับตอนค่ำ นี่ดึกมากแล้ว ...แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นครับ คุณร้องไห้ทำไม?” ยูอิจินั่งยองๆ ตรงหน้าคาเมะ ซึ่งเด็กหนุ่มพยายามหันหน้าไปเช็ดน้ำตาออกอย่างลวกๆ
เด็กหนุ่มไม่ตอบ แต่มองไปที่ป้าแม่ครัว ยูอิจิก็เลยหันมาเลิกคิ้วถาม
“เอ้อ...คุณยูอิจิคะ...คุณคาเมะไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ เพียงแต่........เอ้อ.....” เธออึกอักแล้วก็ชี้ไปที่กองครีมเละๆ ที่วางอยู่กลางโต๊ะ
“นี่อะไรฮะ?” ยูอิจิถาม แต่กลับได้ยินเสียงคาเมะร้องไห้โฮอีกครั้ง
“คุณคาเมะน่ะค่ะ มาที่นี่แต่เช้า บอกว่าอยากจะทำขนมเค้กให้คุณ...เพราะเป็นวันเกิดของคุณ...แกไม่เคยทำน่ะค่ะ มันก็เลยออกมาเป็นแบบนี้ เค้กก้อนนี้น่ะอันที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้...ทำออกมาเท่าไรเดี๋ยวก็แข็งไปบ้าง เหลวไปบ้าง แต่ก็นะคะ แกบอกว่าอยากทำให้คุณยูด้วยความรัก แต่ว่า......แกเสียใจมากนะคะที่มันออกมาไม่ได้ดังใจ...นั่งร้องไห้ไม่หยุดเลย...” ป้าหยุดหายใจ แล้วก็มองคาเมะอย่างเห็นใจ

ยูอิจิลุกขึ้นไปที่กองเละๆ กลางโต๊ะ เขากลั้นหัวเราะเมื่อเห็นรูปทรงของมัน แต่ว่าขืนหัวเราะออกไปคาเมะต้องเล่นงานเขาแน่ๆ ...

...นี่คุณคาเมะอุตส่าห์พยายามถึงขนาดนี้แล้ว .....คงจะรักเขามากซินะ....

นี่ถ้าเขาไม่ตัดสินใจมาที่บ้านใหญ่นี้ก็คงไม่รู้ว่าคาเมะรักเขามากแค่ไหน...

ยูอิจิกอดคาเมะไว้แนบอก ปล่อยให้ดวงหน้าฉ่ำน้ำตาซบนิ่งอยู่กับทรวงอกของเขา
“คุณคาเมะ...ไม่เป็นไรนะครับ ผมขอบคุณที่สุดแล้ว ทำได้แค่นี้ก็สุดยอดแล้ว...” ยูอิจิปลอบใจ คาเมะส่งเสียงอู้อี้ออกมาว่า
“มันไม่ดีเลยง่ะ ฉันอยากทำให้ยูอิจิสุดฝีมือ แต่ฉันนี่ไม่ได้เรื่องจริงๆ...นี่ถ้าเป็นจุนโนะก็คงทำได้สวยและอร่อยไปแล้ว ยูอิจิฉันเห็นใจนายจริงๆ เลยที่มีแฟนไม่เข้าท่าอย่างฉัน...” คาเมะเงยหน้ามองยูอิจิ เห็นแต่แววตาอ่อนเชื่อมทอประกายสดใสมาให้
“ไม่จริงสักหน่อย ใครว่าคุณหนูเล็กของผมไม่เข้าท่า...คุณน่ะพยายามแล้ว ผมน่ะนับถือคนที่มีความพยายามนะ ไม่ได้นับถือว่าจะทำอะไรออกมาดีหรือเปล่า...ผมรักคุณนะคุณคาเมะ ต่อให้ไม่ได้เรื่องยังไงก็รัก ....เรื่องเค้กนั่น...” ยูอิจิหันไปมองเค้กแล้วก็ยิ้มกว้าง
“เอากลับไปกินที่บ้านด้วยดีมั้ย?”
“หวาาา....ไม่เอาง่ะ ทิ้งไปเหอะนะ...แล้วจะซื้อให้ใหม่ เอายี่ห้อแพงๆ เลยน้าาา...” คาเมะว่า สองแขนกระหวัดรอบลำคอของยูอิจิ ท่าทางซึ้งๆ หวานๆ แบบนี้ทำเอาแม่ครัวทั้งหลายต่างพากันเลี่ยงออกไปจากห้องทีละคนสองคน แต่ทั้งหมดก็ออกมาออรวมกันตรงหลังประตู อยากดูว่าคุณคาเมะจะทำอย่างไรต่อไป แต่สิ่งที่พวกเขาได้เห็นก็คือ
ยูอิจิใช้นิ้วจิ้มครีมใส่ปากตัวเอง
“อร่อยนี่ครับ...รสชาติดีทีเดียวล่ะ ถึงจะดูแปลกๆ แต่ก็อร่อย สุดยอดแล้วครับ คุณคาเมะทำได้แค่นี้ ผมก็หลงจะแย่แล้ว”
“จริงอ่ะ?” คาเมะจิ้มครีมมากินบ้าง พอชิมแล้วก็ทำตาโต
“อือ..อร่อยจริงๆ ด้วย เอ..ฝีมือฉันนี่ก็ไม่เลวเนอะ..ยูอิจี้เนอะ...”
“ครับ..” ยูอิจิเอาเค้กใส่กล่องกระดาษ แล้วก็ฉุดมือคาเมะ
“ไปที่เรือนหอเราดีกว่าคุณหนูเล็ก ผมอยากกินเค้กจะแย่อยู่แล้ว.....”

****************************

ร่างสองร่างที่นั่งตรงข้ามกัน ท่ามกลางแสงเทียนที่ยูอิจิจุดเอาไว้ ตรงกลางมีอาหารที่ชายหนุ่มทำ และเค้กเละๆ ของคาเมะก็ได้มาเสนอหน้าอยู่บนโต๊ะด้วย แก้วเบียร์กระทบกันดังกระวาน
ยูอิจิยิ้ม
คาเมะยิ้มตอบ
ริมฝีปากฉ่ำเบียร์ต่างแย้มยิ้มให้กันและกัน
“สุขสันต์วันเกิด ยูอิจิของฉัน...” คาเมะยื่นหน้ามาหา แตะริมฝีปากบางเบากับปากของยูอิจิ
“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มยื่นหน้ามาจูบตอบ
“ยูอิจิทำอาหารอร่อยทุกมื้อเลยนะ แม้ในวันนี้ซึ่งเป็นวันพิเศษของนาย ความจริงฉันต้องเป็นคนทำให้นายทาน แต่ว่า.....” คาเมะปรายตามองเค้กก้อนใหญ่ที่กองอยู่ตรงหน้าแล้วก็เบ้ปาก

“ฉันคงหาของขวัญวันเกิดอย่างอื่นให้นายไม่ทันแล้วล่ะ เจ้าชิ้นนี้มันก็ดูไม่เหมือนเค้กวันเกิดเลย...ขอโทษด้วยนะยูอิจิ...” คาเมะก้มหัวต่ำ แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจเมื่อยูอิจิลุกพรวดพราดขึ้น
“ผมไม่ต้องการเค้กที่ไหนอีกแล้ว นอกจากอันนี้” เขาเดินมาฉุดแขนคาเมะให้ลุกขึ้นยืน และบอกให้หยิบเค้กขึ้นมาด้วย
“จะทำไมเหรอ?” คาเมะถามด้วยความไม่เข้าใจว่ายูอิจิจะอยู่ในอารมณ์ไหน
“ผมชักอยากกินเค้กซะแล้วซิ”
“แล้วทำไมต้องลากฉันเข้าห้องนอนด้วยล่ะ”
ยูอิจิไม่ตอบ เขาจูงคาเมะมาที่เตียง จับคุณหนูเล็กเปลื้องผ้าออกอย่างรวดเร็ว พอคาเมะล้มตัวลงนอน เขาก็ปาดครีมไปที่หน้าอกของคาเมะ จากนั้นก็..........

“อื๊อยยย.......ยูอิจี้....จี้...จักจี้น้าาา....”
“ก็ผมจะกินเค้กวันเกิดชิ้นนี้นี่นา....” ยูอิจิเงยหน้าขึ้นจากทรวงอกของคนข้างใต้ ริมฝีปากหนาเลอะครีมขาวเต็มไปหมด เขาหันมาขยิบตาให้คาเมะแล้วก็ก้มหน้ากินเค้กต่อ
“เอ....ตรงนี้ก็น่ากินน้าาา...” ยูอิจิว่าแล้วก็ป้ายครีมไปที่สะดือบุ๋ม....

เสียงหัวเราะปนกับเสียงครางของคนสองคนดังก้องไปทั่วห้อง จนท้ายสุดเมื่อเค้ก (ของจริง) ถูกปล่อยให้วางกองอยู่กับพื้น คุณคาเมะก็สะท้านไหวเยือก เนื้อตัวเปรอะไปด้วยครีมฉ่ำหวาน

....ยูอิจิเอร็ดอร่อยกับขนมเค้กวันเกิดของเขาตลอดทั้งคืน....จนท้ายสุดชายหนุ่มก็หงายร่างนอนแผ่หราบนเตียง และไม่ลืมที่จะคว้าร่างบอบบางของคาเมะมากกกอด แนบชิด
“คุณเป็นของขวัญวันเกิดที่ผมรักที่สุด ทั้งเค้กนั่นและก็เนื้อตัวของคุณ ...แค่นี้ก็ผมก็ชื่นใจมากกว่าได้รับของขวัญชิ้นไหนๆ แล้วละครับ...”
“จริงๆ น้า...??” คาเมะแหงนมองดวงหน้าของยูอิจิซึ่งบัดนี้เลอะเทอะไปด้วยครีมขาว
“จะต้องให้พิสูจน์อีกรอบมั้ยครับ...ขนมเค้กยังเหลืออีกตั้งค่อนแน่ะ”
“ไม่เอาแล้วน้า...คุณคาเมะเหนื่อยแล้วนะ...ยูอิจี้กล่อมหน่อย...ง่วงแล้วล่ะ”
“ครับคุณหนูของผม....” ยูอิจิก้มลงจุมพิตเปลือกตาคู่สวย

คาเมะหัวเราะเมื่อรู้สึกถึงครีมหอมๆ เลอะติดขนตาของเขา
ยูอิจิกอดกระชับร่างเล็กในวงแขน หลับตาอย่างมีความสุข ....

....ปีนี้คงจะเป็นปีแรกที่คาเมะได้ให้ของขวัญที่ถูกใจเขามากที่สุด ตั้งแต่คบกันมา....

ชายหนุ่มระบายลมหายใจออกมาอย่างเป็นสุข ...เขาปรายตามองกองขนมเค้กที่พื้น คงจะจดจำครีมเลอะเทอะชิ้นนี้ไปจนชั่วชีวิตละมัง.........

เสียงคาเมะพึมพำถ้อยคำบางอย่างทั้งๆ ที่หลับตา ชายหนุ่มก้มลงฟังอีกครั้ง ได้ยินเสียงเล็กงึมงำแทบจับใจความไม่ได้ว่า

“สุขสันต์วันเกิดน้า............ยูอิจี้ของเต่าน้อย......”

ยูอิจิระบายยิ้มทั่วดวงหน้า กระซิบตอบกลับไปว่า

“ผมรักคุณครับคุณหนูเล็ก...คุณเป็นของขวัญที่วิเศษที่สุดเท่าที่ผมเคยได้รับมา....ผมรักคุณ.....”

ยูอิจิหลับตาลงอย่างอิ่มเอิม เขากอดร่างสุดที่รักแนบแน่น ...คืนนี้คงจะหลับฝันดี ก็เพราะอ้อมแขนนี้มีคุณหนูคาเมะผู้น่ารักอยู่ด้วยนี่นา......

.......เฮ้อ.....เป็นวันเกิดที่สุดยอดจริงๆ

.....นากามารุ ยูอิจิ.....

****************************************

Happy Ending and Happy Birthday naaaa....Yuichi....

 

comment ที่นี่ก็ได้จ้า..กด..กด..


Hosted by www.Geocities.ws

1